(อาจารย์) สวัสดีค่ะเด็ก ๆ สวัสดีค่ะ สวัสดีค่ะ เป็นอย่างไรสัปดาห์ที่ 2 ที่เราเจอกันนะ นะ เหมือนมากันน้อยเท่าเดิมเลย ครั้งที่เราหายกันไปตั้ง 10 คนนะ ประมาณนี้ ไม่เห็นหน้าเห็นตากันเลย โอเค อ๋อ ไฟล์มันก็จะขึ้นหน้าจอด้วยใช่ไหมคะน้องน็อต อ๋อ ขึ้นหน้าจอของเด็กแต่ละคนน่ะเหรอคะ โอเค หนูเข้าไปลูก โอเค วันนี้นะ เดี๋ยวเราก็ได้รู้จัก หลังจาก 1 ชั่วโมงก็แล้วกันนะ เดี๋ยวค่อยรู้จักทีละคนแล้วกันนะ เดี๋ยวเราเข้าสู่เนื้อหาของเราก่อนนะ วิชานี้ชื่อวิชาอะไรนะคะ จิตวิทยาเด็ก โอเค จิตวิทยาเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ เรียกว่า Special Needs ของเด็กน่ะนะ เด็ก ๆ แต่ละคน จริง ๆ พวกเราในห้องนี้มีความแตกต่างกันไหม มีความเป็น Diversity ไหม มีความแตกต่างกันไหมคะ มีความหลากหลาย เหมือนกันลูก เด็กที่เราจะเจอในห้องเรียน ในชั้นเรียนของเราที่เป็นเด็กพิเศษ ก็มีความแตกต่างและมีความหลากหลายเหมือนกัน เดี๋ยวนี้เขาอาจจะไม่ใช้คำว่า "พิเศษ" แล้ว เขาอาจจะใช้คำว่า "มีความหลากหลาย" นะ แต่ละคนก็มีความเหมือนกันนั่นแหละ แต่ว่ามันแตกต่างด้วยความหลากหลายเท่านั้นเอง แล้วก็รู้สึกว่ามันจะเป็นการทรมาน แบบเป็นคำที่ทำไมคะ บั่นทอนจิตใจสำหรับพ่อแม่ ผู้ปกครอง และตัวเด็กเองด้วยนะคะ อันนี้ก็เป็นวิชาหนึ่งที่จะเป็นวิชาที่ปูพื้นฐานให้กับพวกเรา จิตวิทยาเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ มีอะไรบ้างล่ะที่เราต้องรู้ จริง ๆ วิชานี้จะเกี่ยวข้องกับพัฒนาการของเด็ก พัฒนาการของเด็กเลยนะ เพราะเป็นพื้นฐานที่เราจะต้อง… ได้เรียนรู้กัน มันก็จะเป็นบท ๆ ไปนะ ทีนี้บทนำ บทนำหรือบทแรกของเรานะ คือ จิตวิทยาเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ ทำไมเราต้องเรียนล่ะ หนูก็ต้องช่วยตอบหน่อยนะ ว่าทำไมหนูต้องเรียนน่ะ อ๋อ แม่ส่งให้มาเรียนหรือเปล่า ไม่รู้จะเรียนอะไร ก็มาเรียนสาขาการศึกษาพิเศษหรือเปล่า ไม่ใช่นะ จริง ๆ หนูต้องมาแบบมีเป้าหมายใช่ไหมคะ นะ ทีนี้พอมา มาแบบมีเป้าหมายแล้วว่าเราจะต้องเป็นครูการศึกษาพิเศษในอนาคต จริง ๆ เรียนแบบนี้ดีนะ สามารถ Apply หรือไปประยุกต์ใช้กับอะไรนะ กับชีวิตประจำวันก็ได้ แล้วไปดูแลเด็กสาขาอื่นก็ได้ จริง ๆ เราสามารถไปดูแลเด็กปฐมวัยยังได้เลยนะ ถ้าเรารู้ว่าจุดเด่นหรือข้อจำกัดของเด็กได้ก็ยิ่งดีเลย ในการจัดการเรียนการสอนสำหรับเด็กของเรานะ นะคะ มาตอบกันก่อนว่า จริง ๆ จิตวิทยามีความสำคัญอย่างไรกับเรา ที่เราจะเป็นครูในอนาคต ทำไมคนนี้มีจิตวิทยาสูงส่งอะไรอย่างนี้ หนูมีความคิดเห็นอย่างไรลูก ตอบ ๆ ยืนขึ้นเลยลูก ยืนขึ้นเลยลูก จิตวิทยามีความสำคัญอย่างไร เราเอาแบบพื้นฐานก่อน จิตวิทยา เหมือนหนูกำลังจะตอบใช่ไหมลูก สวัสดีพี่ล่ามด้วยนะคะ รู้สึกตื่นเต้นจังเลย [เสียงหัวเราะ] ตื่นเต้นจังเลย โอเค จิตวิทยามีความสำคัญอย่างไรคะ มีคนตอบแล้ว ยืนขึ้นเลยลูก มาตอบหน้าห้องหน่อยดีกว่ามา พี่ล่ามจะได้ยินหนูด้วย มา เออ มา ๆ ๆ คราวที่แล้วไม่ได้มาเรียน แต่คราวนี้ต้องตอบได้นะ เท่ากับวันนี้เริ่มเป็นครั้งแรกนะ มีความสำคัญอย่างไรจิตวิทยา เดี๋ยวให้คะแนน (นักศึกษาชาย) จิตวิทยานะครับ มีสิ่งสำคัญกับเด็ก ก็คือการปรึกษาเด็กและรับฟังเรื่องราวต่าง ๆ ของเด็กน้อยครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องครอบครัวหรือปรึกษาเรื่องการเรียนครับ (อาจารย์) ขอบคุณลูก ขอบคุณค่ะ จริง ๆ จิตวิทยานะ ก็จะเกี่ยวข้องด้วยนะ ในการให้คำปรึกษา มีส่วนหนึ่งเลย ที่เราจะต้องให้คำปรึกษากับพ่อแม่ผู้ปกครองที่มีเด็กพิเศษที่เราดูแลอยู่ อันนี้คือสิ่งที่สำคัญเหมือนกัน มีอะไรอีกคะ ช่วยกันตอบเร็ว เก่งมากลูก เดี๋ยวให้คะแนนด้วยนะ โอเคนะ โอเค ลองตอบสิ จิตวิทยามีความสำคัญอย่างไรนะ เรียนจิตวิทยาแล้วรู้เขารู้เราหรือเปล่าอะไรอย่างนี้ รบร้อยครั้งก็ชนะร้อยครั้งอะไรอย่างนี้ ใช่ไหม มา ลองตอบหน่อยเร็ว มา มาลูกมา เอ้าเร็ว ตอบเร็วลูก ไม่ได้ค่ะลูก มาเร็วมา เอ้อมา มาลูกมา ออกมาลูกมา มา มาเถอะนะ มา ฝึกไว้ลูก ฝึกไว้ ออกมาลูกมา อ๋อ ช่วยกันก็ได้ มาลูกมา ช่วยกัน 2 คน มาเร็ว ๆ เออ ๆ ๆ มา ช่วยมา ๆ ช่วยกัน ๆ มา ต้องการแสดงออกนะ พี่ล่ามน่ารักจังเลยน่ะ อยู่หน้าจอ รอคำตอบจากพวกเราอยู่ นั่งยิ้มอยู่เห็นไหม มาลูกมาเร็ว มา ช่วยกันตอบเร็ว จริง ๆ อยากเดินไมค์ให้ไปถึงน่ะ ถึงไหมล่ะ ช่วยทำมาหากินหน่อยสิ มาลูก มันมีความสำคัญอย่างไรลูก (นักศึกษาหญิง) ค่ะ สำหรับหนูนะคะ หนูคิดว่าที่เราจะต้องเรียนจิตวิทยาเด็กนะคะ เพราะว่าเด็กแต่ละคนที่เราจะเจอนะคะ จะมีความแตกต่างกันค่ะ เราจะต้องวิเคราะห์เด็กค่ะ (อาจารย์) เยี่ยมเลยลูก เห็นไหม หนูไม่ธรรมดา จริง ๆ ให้หนูตอบทุกคน คนละคำ คนละคำ คิดว่าน่าจะตอบได้เลยนะ นะคะ จริง ๆ หนูพูดถูกเลย ว่าเด็กมีความแตกต่างนะ ในเด็กแต่ละคนก็มีความแตกต่างกันอย่างนี้ เราจะได้รู้แล้วเราจะได้วิเคราะห์ว่าเด็กแต่ละคนจะมีความต้องการอะไร จำเป็นพิเศษอะไรที่จะต้องอะไรนะคะ เหมือนไป Support สนับสนุนเขาให้เกิดการเรียนรู้นะ นะคะ โอเค ทำไมเด็กเล่นโทรศัพท์กันล่ะลูก ก้มหน้าก้มตา หนูทำอะไรลูก ก้มหน้าก้มตา อย่างไรลูก Hello เก็บโทรศัพท์ก่อนไหม โอเค เห็นไหม หน้าจอก็จะแอบบัง ๆ นะ จริง ๆ ครูชอบเรียนโดยนั่งวงกลมนะ ตามสไตล์ครูขวัญนะ และก็ตึก 18 ของเรา แล้วก็ไม่มีใครจับโทรศัพท์เลยในวงประมาณนี้นะ ไม่เป็นไรลูก ตอนนี้ ชีวิตหนูยังไม่สมดุลนะ เดี๋ยวหลังจากนั้นเรียนจากครูขวัญเสร็จ หนูก็ไปถู ๆ ไถ ๆ สร้างความสมดุลกับตัวเราเองเลยนะลูกนะ เขาบอกว่าจริง ๆ หนูก็เริ่มเป็นพิเศษแล้วเหมือนกันนะ เขาบอกว่า เด็กพิเศษนะ สมมติเด็กออทิสติก จะหมุน สมมติว่าชอบหมุนไม้แขวนเสื้อ ก็จะหมุน หมุนนะ กระตุ้นตัวเอง หรือบางคนชอบกระโดดตบ หรือบางคนชอบอะไรคะ ชอบอมอะไรก็ได้ที่รับรู้ความรู้สึกน่ะค่ะ กระตุ้น Sersory ของเรา รู้ไหมว่าสิ่งเหล่านี้เด็กกำลังทำอะไรคะ กำลังสร้างสมดุลให้กับตัวเอง ที่เขากระโดดตบ หรือทำอะไรกรีดร้องน่ะค่ะ เขากำลังสร้างความสมดุลให้กับตัวเอง เขารู้สึกว่า การทำสิ่งเหล่านี้ทำให้ชีวิตเขา Balance น่ะ เขามีความสุขที่จะอยู่ได้ จริง ๆ พวกหนูก็เริ่มเป็นไหม เริ่มเป็นไหม ต้องอยู่กับโทรศัพท์ตลอด 24 ชั่วโมง ได้ถู ๆ ไถ ๆ ในคาบเรียน หนูมีความสุขไหมคะ หนูกำลังสร้างสมดุลให้กับตัวเองอยู่เหมือนกัน จริง ๆ ครูก็เป็นลูก ตอนที่เรียนนะ ครูก็เป็น ฟังอาจารย์ไปแล้วรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง แต่ก็จะอยู่กับอาจารย์ให้ได้นะ 4 คาบอะไรอย่างนี้ แล้วครูขวัญก็หยิบอะไรคะ โทรศัพท์ขึ้นมาถู ๆ ไถ ๆ เหมือนอ๋อ เรากำลังสร้างสมดุลให้กับตัวเอง อย่างนี้ค่ะ นะ ตอนนี้หนูเริ่มดมยาด้วยนะ [เสียงหัวเราะ] โอเคนะ เราจะไม่เล่นโทรศัพท์กันนะลูกนะ ในช่วงเวลาสั้น ๆ เดี๋ยวพี่ล่ามจะอยู่กับเรา ประมาณสัก 1 ชั่วโมงนะคะ ครูขวัญก็เลยเริ่มเกร็ง ๆ ด้วยเหมือนกัน โอเค เราว่ากันนะว่าจิตวิทยามีความสำคัญอย่างไรนะคะ จริง ๆ ค่อนข้างมีความสำคัญมากเลย เขาบอกว่าเป็นศาสตร์ที่บูรณาการนะ บูรณาการอย่างไรนะ มีนักจิตวิทยาที่เกี่ยวข้องกับเราตั้งหลายคน หนูลองพูดชื่อออกมาสิ หนูพอจะรู้จักนักจิตวิทยาคนไหน เชิญท่านมาสักนิดหนึ่ง ไม่รู้จักเลย รู้จักไหม ยังไม่รู้จัก เดี๋ยวจะเจอบทประมาณบทที่ 3 ไม่ว่าจะเป็น Piaget, Freud, Erikson, Vygotsky อะไรอย่างนี้ เราจะได้เจอกับนักจิตวิทยา แล้วก็ เอ๊ะแล้วมันมีความสำคัญอย่างไรกับเราล่ะ ที่เราเรียนการศึกษาพิเศษ จริง ๆ… จริง ๆ มันเป็นจิตวิทยาพื้นฐานที่เขาเป็น Theory นะ หรือเป็นทฤษฎี ที่ทำไมคะ เขาเชื่อกันมาเป็นร้อย ๆ ปี หลาย ๆ ร้อยปี แล้วเขายังเชื่อ อย่าง Piaget ที่เฝ้าดูลูกสาวของเขา เขาก็เฝ้าดูเฝ้าระวังว่าลูกสาวเขาจะเป็นอย่างไร อะไรอย่างไร แล้วเขาก็เชื่อในทฤษฎีนั้นว่า ขั้นปาก ขั้นทวาร ขั้นต่าง ๆ มันเป็นไปตามนั้นจริง ๆ ทุกยุคทุกสมัยนะว่าตั้งแต่เริ่มต้นมาจนถึงทุกวันนี้ เขาก็ยังเชื่อว่าทฤษฎีนี้เป็นจริง ๆ แล้วมันเกี่ยวข้องกับการศึกษาพิเศษอย่างไร เดี๋ยวเรามาดูกันว่า อ๋อ ถ้าเราเรียนรู้ของ Piaget แล้วเราจะไปประยุกต์ในการจัดการเรียนการสอนให้กับเด็กพิเศษได้อย่างไร สมมติ Vygotsky อ๋อ Vygotsky เขาเน้นทักษะทางสังคมอาจจะต้องมีการตั้งร้าน นั่งร้านให้กับเด็ก เป็นการเสริมต่อการเรียนรู้ให้กับเด็ก เด็กเรียนคนเดียว ฟังคนเดียว ไม่ได้ทำกิจกรรมกลุ่ม เด็กจะเกิดการเรียนรู้ไหมคะ ก็ไม่เกิดการเรียนรู้ จริง ๆ กลุ่มค่อนข้างสำคัญเลย Vygotsky ก็เชื่อว่าถ้าเรามีการให้เด็กปฏิสัมพันธ์ เรียนรู้ซึ่งกันและกัน เด็กก็จะเกิดการเรียนรู้ ลักษณะนี้ค่ะ เดี๋ยวเราจะเจอบทที่ 3 เห็นไหมคะ ว่าจิตวิทยามันจะเกี่ยวข้อง แล้วเขาก็เชื่อในทฤษฎีต่าง ๆ ที่เขา… เขาสืบทอดต่อกันมา แล้วยังไม่มีใครล้มทฤษฎีนั้นได้นะ ครูก็เชื่อว่าอย่างนั้นเหมือนกัน เหมือน Piaget นี่ชัดเจนเลย Freud, Erikson ชัดเจนเลย เขาก็จะเป็นอาจารย์กันมานะ แล้วเขาก็เรียนต่อกันมา ต่อยอดกันมาเรื่อย ๆ อย่างนี้ค่ะ แล้วก็ท้ายสุดเขาก็เอามาประยุกต์กับการจัดการเรียนการสอนกับในชั้นเรียนของเรา เพราะฉะนั้น เดี๋ยวหนูจะเจอวิชาทางจิตวิทยาที่หนูจะต้องเรียน ไม่แน่ใจว่าจิตวิทยาดำเนินชีวิต การดำเนินชีวิต หรือจิตวิทยาการปรึกษาอะไรประมาณนี้ค่ะ หนูก็ต้องเรียนคาบเกี่ยวกันแบบนี้ด้วยเหมือนกัน แต่เราก็เอาจะมาใน Shade ของพัฒนาการนะ ทีนี้ บูรณาการอะไรบ้าง เราต้องเชื่อว่าเด็กน่ะนะ มีพฤติกรรมที่แตกต่างกันในวัยต่าง ๆ นะ ตั้งแต่วัยอะไรคะ ตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา กี่เดือนนะ เราอยู่ในท้องแม่กี่เดือนคะ 9 เดือน มันมีพัฒนาการที่มัน เขาเรียกว่าอะไร มีการเจริญเติบโตต้องอยู่ในท้องอยู่ในครรภ์มารดาแล้ว อันนี้คือเราก็ต้องเรียนรู้นะ ว่า เอ๊ะ แล้วช่วงเดือนไหน เราต้องเฝ้าระวังน่ะ ไม่ให้เด็กอะไรคะ หลุดหรือแท้งอะไรอย่างนี้ค่ะ เดี๋ยวมันจะอยู่ในบทต่อ ๆ ไป อันนี้คือมันก็เกี่ยวกับพัฒนาการของเด็กน่ะนะ ก็เลยมันก็มาผนวกกันระหว่างที่มีทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับจิตวิทยาและก็พัฒนาการ เขาเขียนมาไว้แล้ว เราก็ต้องเชื่อในสิ่งเหล่านั้น มันเป็นไปตามนั้นจริง ๆ นะคะ แล้วสิ่งหนึ่ง เขาบอกว่าเด็กในแต่ละช่วงวัย จะมีวุฒิภาวะ คำต่าง ๆ นี้ เกี่ยวข้องกับจิตวิทยาหมดเลยนะ ไม่ว่าจะเป็นพฤติกรรม เด็กในช่วงวัยต่าง ๆ ก็จะมีวุฒิภาวะ อย่างหนูโตแล้ว หนูมีวุฒิภาวะใช่ไหม ตอนนี้หนูดูแลตัวเองได้ไหมคะ หนูมาอยู่หอพัก คุณพ่อคุณแม่ก็ไม่ต้องเป็นห่วง อันนี้คือหนูมีวุฒิภาวะที่จะดูแลตัวเองได้แล้ว แล้วเด็กก็เหมือนกัน เด็กก็จะมีวุฒิภาวะไปตามช่วงวัย เด็กแต่ละวัย จะมีการตัดสินใจหรืออะไรคะ เขาเรียกว่าสามารถทำในสิ่งนั้น ๆ ตามช่วงวัยได้หรือไม่ อันนี้ก็คือวุฒิภาวะของเด็ก อันนี้คือวุฒิภาวะ หนูก็จะได้ยินไหม เด็กคนนี้ไม่เป็นไปตามวุฒิภาวะเลย อ่อนกว่าอะไรคะ อ่อนกว่าเกณฑ์ อ่อนกว่าวัยอันควร วัยอันควรอย่างนี้ค่ะ อันนี้ก็ไม่เป็นไปตามวุฒิภาวะ อันนี้หนูจะได้ยินคำว่า “Mature” Mature เฮ้ย ทำไมไม่เป็นไปตามวุฒิภาวะเลย อันนี้คือสำคัญ หนูจะได้ยินศัพท์เหล่านี้ค่อนข้างเยอะ ในการศึกษาพิเศษ หนูอาจจะต้องจำนิดหนึ่ง ไม่ได้เน้นการท่องจำ แต่ว่าทำไมคะ แต่หนูต้องรู้ว่าบางทีศัพท์ทางวิชาการเหล่านี้ ค่อนข้างสำคัญนะ นะคะ มีอะไรอีก เขาบอกว่าพัฒนาการเกี่ยวข้องกับอะไรอีกคะ ในวัยของเด็ก เป็นไปตามวุฒิภาวะแล้ว พัฒนาการนั้นจะต้องมีด้วยกันกี่ด้านคะที่สำคัญของเด็ก ไม่ว่าจะเป็นพัฒนาการด้านอารมณ์มีอะไรคะ ช่วยหน่อย อารมณ์ อารมณ์หรือจิตใจนะ แล้วอะไรอีกคะ สังคม เหมือนมีพรายกระซิบ เก่งมาก สังคมแล้วอะไรคะ อะไรอีก ๆ อยู่ตรงนั้นหรือเปล่า มีอะไรคะ อารมณ์ สังคม อะไรคะ ร่างกายใช่ไหม ทำไมวันนี้หนูไม่ได้กินยามากันหรือเปล่า หา ทำไมหนูเงียบกันจังเลยล่ะ อารมณ์ จิตใจนะ แล้วก็สังคม ร่างกาย แล้วก็อะไรอีกอันหนึ่งคะ หา สติปัญญาหรือ IQ เฮ้ย หนูต้องจำนะ 4 คำนี้ พัฒนาการที่เกี่ยวข้อง มันก็คือ 4 ด้านนี้ พัฒนาการทั้ง 4 ด้านมันจะส่งไปพัฒนาการของเด็กนะ ไม่ว่าจะเป็น เอาง่าย ๆ ก่อน เอาร่างกายนะ ตัวใหญ่ ๆ ก่อน ร่างกาย อารมณ์ สังคม และก็สติปัญญานะ ร่างกาย ถ้าเราจะโยงไปกับเด็กพิเศษ ก็จะชัดเจนเลย เด็กบกพร่องทางร่างกาย หรือการเคลื่อนไหว หรือสุขภาพ ถูกไหมคะ เกี่ยวกับ Body ร่างกาย อารมณ์ อารมณ์จะอยู่จัดอยู่ในกลุ่มไหน เด็ก… มีเด็กกลุ่มไหนที่อยู่ในกลุ่มนี้คะ พัฒนาการด้านร่าง... ด้านอารมณ์ ด้านอะไรคะ พฤติกรรมและอารมณ์ใช่ไหมคะ เอ๊ะ หนูเคยได้ยินไหม พฤติกรรมและอารมณ์ใช่ไหมคะ แล้วพอมาด้านอะไร ด้านสังคมก็จะเป็นออทิสติกอย่างนี้ค่ะ ที่ไม่มีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น อันนี้ก็ชัดเจน ด้านอา… ด้านสังคม แล้วด้านอะไร ด้านสุดท้ายคะ ด้านสติปัญญา ก็เกี่ยวกับอะไรคะ IQ ระดับ IQ ก็จะอยู่ในเด็กที่อยู่ในกลุ่มนี้ พัฒนาการด้านนี้ก็คือเด็กอะไรคะ บกพร่องทางสติปัญญานะ แสดงว่า 4 ด้านนี้ค่อนข้าง… ค่อนข้างสำคัญกับเราไหม เราต้องรู้เลยนะลูก หนูต้องประเมินให้ได้ว่า 4 ด้านของเด็กนี้ ด้านไหนที่มันด้อย ด้านไหนที่มันพร่องนะ แล้วเราจะเติมเต็มอย่างไรให้กับเด็ก แล้วเด็กไปเป็นไปตามวุฒิภาวะของเด็กหรือไม่ ด้านอะไรบ้างคะ พัฒนาการที่สำคัญของเด็ก ร่างกาย อารมณ์ สังคม แล้วก็สติปัญญา อันนี้จะส่งผลเกี่ยวกับอะไรคะ พัฒนาการของเด็ก อย่างพวกเรา ครูเชื่อว่าพัฒนาการทั้ง 4 ด้าน หนูน่าจะเป็นไปตามวัยนะ เป็นไปตามวัยอยู่แล้ว อ๋อ เดี๋ยวหนูลองทำแบบประเมิน EQ ก่อนเลยนะ Emotional Quotient ของหนูว่าหนูเป็นแบบไหน หนูก็จะเป็นไปตามวัยของหนูไหมอะไรอย่างนี้ หรืออารมณ์หนูกำลังบูด กำลังเน่า กำลังเซ็ง กำลังเบื่อ ก็จะมีแบบวัดการประเมิน ถูกไหมคะ แล้วส่วนพัฒนาการด้าน IQ Test เรื่องเกี่ยวกับ IQ จริง ๆ เราเป็นครูการศึกษาพิเศษนะ เราอาจจะไม่สามารถที่จะวัด IQ Test ของเด็กได้ แต่คนที่จะประเมินวัด IQ Test ของเด็กคือใครคะ เป็นคุณหมอ หรือเป็นนักจิตวิทยา ที่จะประเมิน IQ ของเด็กได้ แล้วจำเป็นไหมล่ะ จำเป็นไหม ที่เราจะต้องประเมิน IQ เด็ก หนูคิดว่าจำเป็นไหมสำหรับเด็กทุก ๆ คน ถ้าเรียนในโรงเรียนระดับปกติ ก็คงไม่ต้องประเมินถูกไหมคะ แล้วบางคนอาจจะต้องได้รับการประเมิน เพื่อได้รับการวินิจฉัย หรือ Diagnose ไปว่า จะต้องจัดอยู่ในกลุ่มไหน อย่างเช่น LD หรือออทิสติกอะไรอย่างนี้ค่ะ บางทีอาจจะต้องประเมินเพื่อองค์รวม ว่าเป็นส่วนประกอบหนึ่งว่าเด็กมีภาวะ IQ ที่ต่ำไหม หรือบางคนอาจจะสูงเลยได้นะ เด็กบางคน LD ก็ IQ ปกติเลย แต่อาจจะมีเรื่องกระบวนการทางจิตวิทยาที่มันบกพร่องไป แล้วส่งผลเรื่องการรับรู้ทางด้านภาษาอะไรก็ว่าไป จริง ๆ IQ Test ไม่จำเป็นที่จะต้องวัดนะ ในระดับที่เราเรียน ในระดับ ป. ตรี อุดมศึกษานี่ค่ะ IQ เราก็อยู่ที่ประมาณ 109 109 นะ ก็จะเรียนได้ทั่ว ๆ ไปก็ประมาณ 109 ประมาณนี้ ไม่น่าจะสูงไปกว่านั้น ไม่น่าจะปึกไปกว่านั้นนะอะไรประมาณนี้นะคะ อันนี้ที่คุยกัน ก็คือไม่จำเป็นต้องวัด IQ Test แต่ว่ามันเป็นค่า Norm หรือเป็นค่ากลาง ที่คนปกติจะมี IQ ประมาณนี้ค่ะ ส่วนในเด็กพิเศษ ก็อาจจะได้รับการวินิจฉัยหรือการตรวจวัด IQ Test เป็นราย ๆ ไป เพื่อเป็นส่วนประกอบกอบนะ แต่ถ้าเป็นโรงเรียนเฉพาะความพิการ… โรงเรียนอะไรนะ โรงเรียนร่วม บางคน เด็กบางคนอาจจะต้องได้รับอะไรอย่างนี้ก็แล้วแต่ค่ะ ก็แล้วแต่ดุลยพินิจของครูประจำชั้นและครูประจำรายวิชา แล้วเพื่อจะได้รับการอะไรคะ วินิจฉัยให้ถูกต้อง แล้วก็เป็นการยินยอมของพ่อแม่ผู้ปกครอง จะได้รับรู้ด้วย ก็อาจจะต้องมีการวัด IQ Test ด้วยเหมือนกันปกตินะ ต่อมามีอะไรอีกคะ จริง ๆ พัฒนาการของเด็กในแต่ละช่วงวัย จริง ๆ เขาก็เป็นไปตามช่วงวัยนั่นแหละลูก แต่เด็กพิเศษหรือเด็กอะไรนะ เขาเรียกว่าถ้าเราพบความบกพร่องแล้วน่ะ เราควรจะเข้าไปแทรกแซงไหม หนูคิดว่าเราควรเข้าไปแทรกแซงทันทีทันใดไหม ช่วยตอบหน่อย เราควรจะเข้าไปแทรกแซงทันทีทันใดไหม สมมติว่าเราเจอเด็กพิเศษเลย อ๋อ ตอนนี้เรากำลังมือใหม่นะ เดี๋ยวเราเจอเด็กพิเศษในศูนย์การศึกษาพิเศษเรา หรือว่าเจอมาสักพักหนึ่งแล้ว ด้วยความแบบลองสักหน่อยสิ เราลองเข้าไป อะไรเขาเรียกว่าอะไรนะ คำว่า "แทรกแซง" เหมือนเข้าไปแบบ ไปพูดคุยหรือไป... พูดคุยก็คงได้แหละ แต่เข้าไปช่วยเหลือทันทีทันใดนี่ได้ไหมคะ โดยไม่มีความรู้พื้นฐานเลยได้ไหมคะ ไม่ได้นะ เพราะว่าเราอาจจะต้องรู้ข้ออะไรคะ ที่หนูได้ยินกันบ่อย ๆ ข้อจำกัดแล้วข้ออะไรคะ ข้อด้อยของเด็กนะ หรือข้อเด่นของเด็กว่ามันมีส่วนตรงไหน เราต้องมีการประเมินพัฒนาการของเด็กก่อน จริง ๆ รายวิชานี้ แม่อยากฝากเราเหมือนกัน อยากให้ประเมินพัฒนาการได้ มันจะมีแบบประเมินที่เป็นแบบกราฟแล้วเห็นน่ะค่ะ เดี๋ยวเราจะค่อยเรียนกันไปท้ายๆ นิดหนึ่ง จะได้ฝึกว่าหนูได้ประเมินพัฒนาการของเด็ก ที่สำคัญอาจจะต้องกลับไปที่ศูนย์นะ ครูตุ๊กตานะ แล้วเราก็จะไปดูเด็กกันที่ศูนย์ฯ ว่า เราลองประเมินนะ ว่าเด็กในช่วงวัยนี้เป็นไปตามช่วงวัยหรือไม่ ถ้าง่าย ใครมีน้องเด็กน้อยอยู่ที่บ้านไหม มีลูกมีหลานตัวน้อย ๆ นะลูก มีหลานตัวน้อย ๆ ไหม หนูอาจจะได้ลองไปฝึกก่อน จริง ๆ อยากให้เรียนจากพัฒนาการที่มันปกติก่อน พัฒนาการของเด็กทั่ว ๆ ไปอย่างนี้ก่อนนะ แล้วเราจะได้ชัดเจน อ๋อ ในช่วงวัยนี้เด็กสามารถอะไรคะ ก้าวกระโดดได้ ในช่วงวัยนี้เด็กสามารถอะไรคะ ต่อบล็อก 2 ชั้นได้ เด็กวัยนี้สามารถหยิบลูกปัดก้อนกลม ๆ ประมาณเส้นผ่านศูนย์กลาง 1 เซนติเมตร ได้ ไปใส่ขวดได้ อันนี้ ถือว่าพัฒนาการ ถ้าเด็กสามารถทำได้ไปตามช่วงวัยนั้น มันจะมีแบบประเมินอยู่นะ หนูแสดง… หนูก็จะประเมินเด็กได้ว่า อ๋อ เด็กคนนี้เป็นไปตามช่วงวัยนะคะ โอเค สวัสดีเด็ก ๆ นะคะ สวัสดีค่ะ ขอบคุณที่มาเรียนนะคะ ขอบคุณที่มาหลังครูด้วย ครูเลยดูดี ไม่มาสาย โอเคขอบคุณค่ะ ต่อมา การแทรกแซงนะ ของเด็กน่ะค่ะ เราต้อง… อย่างที่ว่าไปแล้ว อย่าเพิ่งผลีผลามเข้าไปช่วยในเด็กด้วย ตามหลักของจิตวิทยานะ ทำอย่างไรก็ได้ ให้มีข้อจำกัดน้อยที่สุด ไม่ว่าเราจะเจอเด็ก… คอยสังเกตการณ์ก่อนนะ จริง ๆ หลักการที่สำคัญอีกอันหนึ่ง คือ การสังเกตการณ์และก็การเก็บข้อมูล อันนี้คือส่วนที่สำคัญเลย แล้วการที่เราจะแทรกแซงนั้น ก็ปล่อยให้เป็นธรรมชาติไปก่อน อันนี้คือสิ่งที่สำคัญของเด็กพิเศษเลยนะคะ อันนี้ เดี๋ยวเราจะค่อย ๆ พูดไปนะ มันก็จะมีวิธีการต่าง ๆ ที่จะ Observe กับเด็กนะ มีการสังเกต มีการเก็บข้อมูล เก็บประวัติของเด็ก เดี๋ยวครูจะพูดในรายละเอียดต่อไป อันนี้คือบอกแล้วว่าอย่าผลีผลามเข้าไป เราต้องมีกระบวนการ มีวิธีการที่จะอะไรคะ เขาเรียกว่าค้นหาความต้องการจำเป็นพิเศษของเด็กในแต่ละคนนะคะ โอเค ทีนี้ วันนี้นะ มีคำศัพท์ที่เกี่ยวข้อง ครูล่ามขา วันนี้มีคำศัพท์เยอะมากเลยค่ะ เขาเปลี่ยนล่าม [เสียงหัวเราะ] โอเคค่ะ สวัสดีค่ะ เราจะมีคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษค่อนข้างเยอะเลยนะคะ คำแรกเลย จริง ๆ ครูก็ยังไม่อยากพูดให้ฟังเลยนะ แต่จริง ๆ เราต้องเข้าใจใช่ไหม เราช่วยกันตอบด้วยดีกว่า เด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ Children with Special Needs นะคะ เป็นเด็กอย่างไรคะ ที่จะต้องได้รับการดูแลและช่วยเหลือนะคะ ช่วยเหลือด้านไหนบ้าง ไม่ว่าจะเป็นความต้องการที่เกี่ยวข้องกับเขา ด้านสื่ออุปกรณ์ การช่วยเหลือทางการแพทย์ การศึกษา อันนี้คือสิ่งที่ต้องการจำเป็นพิเศษสำหรับเด็กกลุ่มนี้นะคะ บางคนอาจต้องได้รับอะไรคะ นอกจากการบำบัดฟื้นฟูแล้ว อาจจะต้องมีการกินยาร่วมด้วย แล้วก็มีนักสหวิชาชีพเข้ามาช่วยเหลือดูแลด้วย อันนี้ค่อนข้างสำคัญนะ เพราะว่าเด็ก ร่างกายบางคนอาจจะต้องทำไมคะ มีการฟื้นฟูทางด้านกายภาพบำบัด กิจกรรมบำบัดอะไรอย่างนี้ค่ะ จะต้องได้รับการช่วยเหลือ อันนี้คือสิ่งที่จำเป็นสำหรับเด็ก บางคนก็ต้องได้รับสื่อเทคโนโลยีสำหรับเด็กพิเศษด้วยเหมือนกันนะคะ ทีนี้ เด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ อันนี้หนูต้องได้ยินบ่อยแล้วหนูต้องทับศัพท์ได้แล้วนะ หนูต้องพูดได้แล้วว่า Children with Special Needs เด็กเป็นแบบไหนอย่างไรนะคะ แล้วเดี๋ยวตอนนี้เขาจะใช้คำว่าอะไร เขาไม่ใช้คำว่า "พิการ" แล้ว “พิการ” มันดู Suffer ดูมันทรมานใจจังเลยนะ ทรมานใจทั้งพ่อแม่ผู้ปกครองและตัวเด็กเองด้วย ญาติพี่น้องโอ้ย เอ้อ แม่จะเล่าให้ฟังว่า แม่มีน้าแท้ ๆ เลยน้องสาวแม่ เป็นน้องสาวคนเล็ก เป็นเด็กดาวน์ซินโดรมนะ เป็นเด็กดาวน์ซินโดรม ตอนนั้นครูขวัญก็ยังไม่เข้าใจหรอก ว่านี่เขาเป็นเด็กพิเศษอะไรอย่างนี้ แต่ข้างบ้านข้างช่องก็จะพูดว่าปัญญาอ่อน ปัญญาอ่อน อะไรอย่างนี้ ตอนนั้นยังไม่ค่อยเก็ตกับมันเท่าไรอะไรอย่างนี้ แล้วเราก็เด็กเล็กด้วยอะไรอย่างนี้ อ๋อ ก็เลยเข้าใจ ก๋งกับยายนะ ก๋งกับยาย ก็จะเป็นพ่อแม่เขาใช่ไหมกับน้า กับน้าอะไรอย่างนี้ เออ ทำไมก๋งกับยายต้องเก็บน้าไว้ในบ้าน ปิดประตูไว้ไม่ให้ออกอะไรอย่างนี้ อ๋อ ข้างบ้านข้างช่องเขาจะพูดว่าน้าเราเป็นเด็กปัญญาอ่อนอะไรอย่างนี้ เออ พอมาได้ยิน พอตอนโตขึ้นแล้วเราเข้าใจความหมายในมัน เออ มันดูทรมานจัง พอพูดทุกครั้งก็จะคิดถึงนะ จะน้ำตาซึมนะ คิดถึงน้าเหมือนกันอะไรอย่างนี้ แต่น้าเป็นเด็กดาวน์ที่ฉลาดมาก ฉลาด ฉลาดแบบฉลาดรู้เรื่องทุกอย่าง รู้เรื่องทุกอย่าง แล้วบ้านอยู่ริมคลองดำเนินสะดวกอะไรอย่างนี้ แล้วน้าก็ว่ายน้ำอย่างเก่ง กล้ามเนื้อมัดใหญ่ กล้ามเนื้อมัดเล็กแข็งแรงมาก ตีโป่งได้อะไรอย่างนี้ ตีโป่งหมายถึงใส่ผ้าถุงกระโจมอก แล้วก็ตีโป่งว่ายน้ำข้ามคลองได้ เป็นเด็กดาวน์ที่แข็งแรง กล้ามเนื้อ เอ็นและข้อต่อ พวก Proprioceptive นะ ทำไมแข็งแรงจังอะไรอย่างนี้ แล้วก็นิ้วค่อนข้างจะยืดหยุ่นด้วยซ้ำอะไรอย่างนี้ แข็งแรงทีเดียวแหละ จริง ๆ ก็… แล้วก็อีกอันหนึ่งที่สำคัญ สามารถสื่อสาร สื่อสารได้ เข้าใจว่าคือคนนี้เป็นหลาน ก็จะเรียกชื่อได้สั้น ๆ อะไรอย่างนี้ แล้วก็จะรู้จักทุกคน พี่น้องเขา ใครมานี่รู้จักเลย รู้จัก จำได้ จริง ๆ ต้อง… ต้องขอบคุณใครคะ ขอบคุณก๋งกับยาย แล้วก็เตี่ยกับแม่เขานะ ของน้า ค่อนข้างจะมีการสื่อสาร สื่อสารพูดคุยกับน้าตลอด กับน้าอ๋อยนะ ตลอดอะไรอย่างนี้ค่ะ แล้วก็มีการแบบให้น้าอ๋อยไปทำนู่นทำนี่ ยกน้ำน่ะ สมัยก่อนนั้นก็เป็นคลองนะ น้าก็ต้องหิ้วน้ำถัง เขาเรียกว่าบ่อรองน่ะ ที่เจาะ เจาะท่อลงไปเจาะรองลงไปแล้วก็เป็นน้ำใส เออ เป็นน้ำบาดาลแต่ใสเป็นตาตั๊กแตนเลย น้าก็จะเอากระป๋องน่ะ จ้วงลงไปแล้วก็ตักน้ำขึ้นไปไว้ในห้องน้ำได้อะไรอย่างนี้ ถึงว่าทำไมกล้ามเนื้อเอ็นและข้อต่อน้าถึงแข็งแรง เพราะโดนใช้ทำงานนี่เอง เข้าใจ แล้วก็การสื่อสารเก่ง แล้วถ้าเกิดน้าไม่พอใจ น้าก็จะบ่น ๆ ได้อยู่เหมือนกัน น้าจะฉลาด ชอบฟังวิทยุทรานซิสเตอร์ เคยได้ยินไหมวิทยุทรานซิสเตอร์เป็นแบบไหน รู้จักอยู่ใช่หรือเปล่า แล้วก็มีละครเกศทิพย์อะไรอย่างนี้ น้าก็ชอบฟังละคร แล้วน้าก็พูดได้ตามนั้นน่ะ น้าจะมีศัพท์ มีคำศัพท์ตามนั้นที่พูดได้ รู้ เข้าใจ แล้วก็ซักผ้าอะไรเองได้หมดทุกอย่าง ทำอะไรได้เองหมดทุกอย่างเรื่อง เรื่อง Hygiene เรื่องสุขอนามัยที่หนูต้องเรียนกัน สุขอนามัยใช่ไหม สำหรับเด็กดาวน์จะเห็นชัดเลยนะคนนี้ น้าสามารถอาบน้ำทำความสะอาดเองได้ แล้วก็ถึงวัยที่น้าจะมีประจำเดือน น้าก็จัดการชีวิตเองได้หมดเลย แล้วดีกว่าเราอีก พอเวลาน้าเป็นประจำเดือนเสร็จ น้าก็จะห่อผ้าอนามัย เพราะน้าก็ไปขุดดินฝัง แต่พวกเราน่ะ ทำไหม ไม่ทำ แต่น้าคือยังมีความเป็นโบราณอะไรอย่างนี้ค่ะ คือก๋งกับยายจะสอนดีด้วย สอนดีทีเดียวแหละ จริง ๆ เป็นตัวอย่างที่ดีกับตำราเล่มนี้เหมือนกันจริง ๆ ต้องยกให้กับน้าเลย ได้เขียนคำนำ แล้วก็ท้ายสุดยกตำราเล่มนี้จิตวิทยาเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ ให้กับน้าอ๋อย ที่ยังรักและคิดถึงอยู่เสมอ จริง ๆ เขาเป็นครูชั้นดีของครูขวัญเลยนะ เวลายกตัวอย่าง เราก็… เรายกได้ชัดค่ะ แล้วก็พัฒนาการของเด็กนี้ได้ ส่วนที่สำคัญที่จะบอกกับพวกเราคือ พ่อแม่และผู้ปกครอง ก๋งกับยายดีมาก ก๋งกับยายดีมาก ดีที่แบบ... แล้วพี่ ๆ น้อง ๆ น้าน่ะค่ะ ที่เป็นน้าสาวน่ะ ก็ช่วยเหลือและดูแลเป็นอย่างดี แล้วจะมีเรื่องเล่าอีกอันหนึ่ง น้าเป็นเด็กผู้หญิง ข้างบ้านข้างช่องก็ดูจะไม่ปลอดภัย เขาก็… ก๋งกับยายก็จะป้องกัน ป้องกันอย่างไรรู้ไหมลูก ตัดผมน้าอ๋อยเป็นเด็กผู้ชาย ไถเกรียนเลยนะอะไรอย่างนี้ ไม่ให้ใครรู้ว่าเป็นเด็กผู้หญิง ก็เราไม่รู้นะว่าใครจะมาแบบข้ามรั้วมาอะไรอย่างนี้ ก็ป้องกันไม่… เรื่องความปลอดภัยอะไรประมาณนี้ แล้วน้าก็จะไปได้ออกสังคม เวลาก๋งนะ ก็คือเตี่ยนะ ก๋งไปไหน ก็จะเอาน้าไปด้วย ไปทุกที่ค่ะ ได้ไปเห็น… เห็นนู่นเห็นนี่อะไรอย่างนี้ค่ะ เขาก็จะมีวิสัยทัศน์นะ เขาก็จะเห็นภาพอะไรต่าง ๆ ต่อภายนอกอะไรอย่างนี้ค่ะ ก็ชัดขึ้น สมัยก่อนนั้น ถ้าย้อนไป มันจะมี พรบ. ฟื้นฟู แต่ด้วยความ 2534 นะ แต่ด้วยน้า กับก๋งกับยาย ก็เป็นคนแก่แล้วที่… ที่ไม่ได้รู้ว่ามันมี พรบ. นี้เกิดขึ้นนะ เขาเรียก พรบ. ฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ 2534 นะ ก็เราก็ไม่ได้ไปใช้ พรบ. นี้หรอก อะไรอย่างนี้ แต่สิ่งที่สำคัญไม่ได้ไปเข้าเรียนด้วย การรักษาพยาบาล น่าก็ไม่ได้เป็ด… ไม่ได้เจ็บป่วยไม่ได้เจ็บไข้อะไรเลยค่ะ ท้ายสุดที่มาเจ็บป่วยเร็ว ๆ นี้ ก็คือที่พอไม่สบาย ก็น้าเป็นเด็กดาวน์นะ แล้วในจังหวะนั้นเหมือนเส้นสมองโลหิตแตกน่ะค่ะ น้าก็ล้ม ล้มไปในห้องน้ำ ก็ทำให้เส้นสมองโลหิตแตก แล้วก็เลยทำให้สมองของน้าน่ะค่ะ ที่มันฝ่ออยู่แล้วน่ะ ที่เป็นเด็กดาวน์อยู่แล้ว มันก็ฝ่อลงไปอีก แล้วก็เลยส่งผลให้น้าเป็นอัมพฤกษ์น่ะค่ะ อัมพาต นอนติดเตียงประมาณ 7-8 ปี แต่น้ามีบุญมากบุญคืออย่างไร คือน้าตอนที่ก๋งกับยายจะเสียชีวิตน่ะค่ะ คนที่ดูแลก๋งกับยาย พ่อกับแม่เขา คือใครรู้ไหม คือน้าอ๋อยคนนี้ค่ะ ดูแลอย่างไรลูก เขาเป็นน้องคนเล็กนะ ก็จะมีพี่ ๆ สาวอะไรอย่างนี้คอยดูแลอีก น้าเป็นคนที่เสิร์ฟและบริการ เอาข้าวต้มน่ะค่ะ ถึงเวลาต้องยกเอาไปให้อาก๋งน่ะค่ะ ก๋งกิน ก๋งก็กินบ้างไม่กินบ้าง แล้วที่สำคัญ น้องสาวอีกคนหนึ่ง พี่สาวเขาน่ะค่ะ จะเป็นคนจัดยาให้ พอจัดยาเสร็จ น้าอ๋อยก็จะเอายาไปให้ แล้วก็อุ่นนม จำได้หมดเลยน่ะ เพราะเราอยู่ด้วยกัน นมกระป๋องตราหมีน่ะ ต้องอุ่นให้เสร็จ แล้วให้ก๋งกินเลยอะไรอย่างนี้ ก๋งก็กินไปเหมือนกัน แต่ก๋งทำอย่างไรรู้ไหมลูก ยาที่ให้ไปทุกครั้ง ก๋งไม่เคยกินเลย น้าอ๋อยก็ไม่เคยรู้ น้าอ๋อยก็ไม่รู้ใช่ไหม ก็ให้แล้วก็แล้วกันก็ไปวางให้ ก๋งเอาไปไว้ใต้ฟูกหมดเลย ไม่ยอมกินยาอะไรอย่างนี้ แต่ก็ถึงเวลาที่ก๋งจะต้องไปนะ ก็ดูแลกันยาวนานพอสมควร แต่ที่ครูจะบอกว่าคนที่ดูแลก็คือน้าอ๋อยน่ะค่ะ ทำทุกอย่าง พาอาบน้ำกับพี่สาวเขาอะไรอย่างนี้ค่ะ ทำทุกอย่าง กับก๋งกับยายนี่ล่ะค่ะ อะไรอย่างนี้ แล้วคนที่ยายจะห่วงมากที่สุดก็คือน้าคนนี้ค่ะ แต่จริง ๆ น่ะ ยายก็เข้าใจว่าก๋งน่ะจะต้องไปก่อน เพราะอาก๋งป่วยเป็นมะเร็ง ไม่ใช่มะเร็ง เขาเรียกว่าอะไรต่อมลูกหมากโตอะไรอย่างนี้ ก็คิดว่าก๋งต้องไปก่อนอะไรอย่างนี้ แล้วไปมาคนที่ไปก่อนคือยาย คือแม่เขา คือยายครูขวัญนะ ก็ไปก่อน แล้วคนที่เขาห่วงมากที่สุดคือน้าอ๋อย เขากลัวว่าน้าอ๋อยจะไม่มีใครดูแลอะไรอย่างนี้ค่ะ แต่ท้ายสุด รู้ไหมว่าบุญกุศลที่เขาทำกับพ่อกับแม่ที่การดูแลเล็ก ๆ น้อย ๆ แบบนี้ค่ะ มันเป็นตัวอย่างที่ดีงามมาก ท้ายสุด ถึงแม้น้าอ๋อยจะติดเตียง แต่น้าอ๋อยมีคนมาดู ดูแลเป็นอย่างดี คือ พี่สาวเขาน่ะค่ะ ก็จ้างคนดูแลโดยเฉพาะเลยน่ะค่ะ เดือนหนึ่ง หลายสตางค์อยู่ หมดไปมันหลายล้านอยู่ ก็คือดูแลโดยเฉพาะ สร้างห้อง มีห้องแอร์ มีเตียงอะไรอย่างนี้ แล้วคนที่ดูแลน่ะค่ะ เขารักน้าอ๋อยน่ะ รักมาก รักเหมือนลูก รักประคบประหงมเลยแหละ แล้วตัวเขาก็ขาวเป็นสีชมพูเลยน่ะค่ะ เวลาครูขวัญไปก็แบบ ได้ร้องได้กอดอะไรอย่างนี้ แล้วก็น้าอ๋อยก็จะลืมตามาว่ารู้ว่าครูขวัญกลับไป หลานกลับไปอะไรอย่างนี้ แล้วท้ายสุด คนดูแลน่ะค่ะ ร้องไห้ ร้องแบบว่า น้าอ๋อยไม่อยู่ด้วยกันแล้วอะไรอย่างนี้ เออ ยังจำภาพนั้นอยู่ แล้ววันที่น้าเสีย ครูขวัญก็รีบลงไปนะ ทุกวันนี้ยังถามกับลูกพี่ลูกน้องอีกคนนึงว่า น้าเสียแล้วเหรออะไรอย่างนี้ คือ… คือแกก็นอนในโลงนะ ผมแกดำขลับเลยน่ะค่ะ ผมดำ ตัวขาว แล้วครูขวัญก็ได้ไปจับหน้าว่าได้เห็นเป็นครั้งสุดท้ายอะไรอย่างนี้ หน้ายังนิ่มอยู่ ก็ยังถามเอกว่า เอก น้ายังมีชีวิตอยู่ไหม อะไรประมาณนี้ คือเป็นคนที่มีบุญมากน่ะ รู้เลยว่าเขามีบุญจริง ๆ มีบุญจริง ๆ รับรู้เลย แล้วก็สิ่งหนึ่งที่สำคัญที่ได้ย้อนกลับมากับตัวเองนะ แล้วก็เวลาได้สอนทางด้านนี้ ก็จะเล่ากันเป็นวิทยาทาน คือ สิ่งที่สำคัญ ทำกับใครก็ไม่สำคัญที่ทำกับพ่อกับแม่นะ จริง ๆ นะ กุศลมันจะส่งไปเอง แล้วใครจะคิดล่ะคะ ว่า ณ วันสุดท้ายของเขาใน 7 ปีที่เขาต้องนอนติดเตียง แต่มีคนมาดูแลเขาเป็นอย่างดีน่ะค่ะ แล้วน้า คนที่ดูแลน่ะค่ะ เขารักน้าอ๋อย แบบก่อนหอม ปาก ฟัน ไม่มีอะไรเลย มันสะอาดไม่หมดน่ะค่ะ เขาทำโดยไม่รังเกียจเลยอะไรอย่างนี้ เออ นี่มันคือบุญกุศลของเขาจริง ๆ น่ะค่ะ บุญกุศลของน้าอ๋อยที่ทำ ครูขวัญก็จะฝากพวกเราไว้ว่าทำกับใครก็ไม่เท่าทำกับพ่อกับแม่นะ เขาเรียกว่าพระในบ้านของเรานะ อันนี้คือคนที่สำคัญอะไรอย่างนี้ แล้วถึงเวลาลูก เขาก็จะกลับมาตอบแทน ไม่รู้แหละ พระก็จะกลับมาตอบแทนเราเอง ในความดีความงามของเรา ในส่วนตรงนี้ แล้วสิ่งหนึ่งที่ครูขวัญอยากจะบอกก็คือ เด็กกลุ่มนี้พัฒนาได้ไหมคะ พัฒนาได้ เราคือสิ่งสำคัญ พ่อแม่ผู้ปกครองคือส่วนที่สำคัญที่สุด หนูเชื่ออย่างนั้นไหม ครูคือส่วนประกอบ ที่จะ… จะกลยุทธ์อะไรอย่างนี้นะ ในช่วง 8 ชั่วโมงที่จะอยู่กันในโรงเรียน แต่คนที่อยู่ 24 ชั่วโมงคือใครคะ พ่อกับแม่ ปู่ย่าตายาย ทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง แล้วพัฒนาเด็กได้ไหม พัฒนาได้เลย อันนี้คือสิ่งที่สำคัญนะ นะคะ เช่นกัน เราปกติมีแบบนี้ พ่อแม่ก็ดูแลเราใช่ไหม ฝึกเราติดกระดุมจนได้ใช่ไหม ฝึกเราใส่อะไรคะ ถุงเท้าจนได้ จริง ๆ กว่าแม่จะสอนเราได้ ยากนี่ ยากลำบากไหมคะ กว่าจะใส่ถุงเท้าเองได้นะ แม่ก็เพียรทำให้เรานะ หนูลองย้อนกลับไปว่าแม่กำลัง... เขาเรียกว่าอะไรนะ ดึงถุงเท้าย่น ๆ แล้วค่อย ๆ สวมให้เรา อันนั้นเป็นภาพที่หนูจะต้องจำไว้นะ แล้ววันหนึ่งหนูอาจจะต้องเป็นคุณแม่ที่จะไปดูแลเด็ก ไปดูแลลูกของหนูก็ด้วยก็ได้นะ หนูจำทุกภาพ เขาเรียกว่าอะไร จำทุกภาพที่ดีงามของพ่อกับแม่เราไว้นะ มัน… มันไม่ได้ยาวนานหรอกลูก เวลามันงวดเข้ามาแล้ว หนูอย่าคิดว่าหนูยังอยู่อีกยาวนาน มันไม่มีอะไรแน่นอนกับชีวิตนะ เอ๊ะ ครูก็เริ่มปลง ๆ นะ อยู่คนเดียวนี่เริ่มปลง [เสียงหัวเราะ] โอเค ว่ากันไปนะ อันนี้คือเล่าให้ฟังกันว่า สิ่งที่สำคัญคืออยากจะฝากพวกเรานะ อยาก... สิ่งที่ใกล้ตัวที่สุดตอนนี้คือ รักพ่อแม่ของเราให้มากที่สุด ดูแลพ่อแม่ให้เราให้ดีที่สุด แล้วถึงเวลาทุกอย่างจะตอบแทนมาเองลูก หนูไม่ต้องคาดหวังว่าอะไรจะมาตอบแทนกลับมา แต่เชื่อว่าสิ่งหนึ่งที่หนูจะได้ตอบแทน หนูจะต้องเป็นคุณครูการศึกษาพิเศษที่น่ารักมากกว่าสาขาอื่น ๆ แน่นอน หนูทำอะไรได้มากกว่าอะไรคะ ได้มากกว่าสาขาอื่น ๆ 1. สมรรถนะที่จะเกิดขึ้นสำหรับครูการศึกษาพิเศษคืออะไรคะ หนูต้องมีความรัก หนูต้องมีความอดทน เข้าใจเด็กได้มากกว่าสาขาอื่น ๆ นะ วันนี้หนูยัง... อาจจะยัง... หนูกำลังจะเจอตัวตนของหนูล่ะ หนูกำลังเจอเอกลักษณ์ตัวตนของหนู แต่เมื่อเจอแล้ว หนูหลงรักตัวเองด้วยนะ หลงรักในวิชาชีพของหนูให้มากที่สุด แล้วหนูก็ท่องเสมอว่า วันอีก 4 ปีข้างหน้านะ หนูจะเป็นครูการศึกษาพิเศษ แล้วก็เชื่อด้วย ครูตุ๊กตาแล้วครูขวัญก็จะเชื่อว่าหนูทำได้ แล้ววันหนึ่งหนูก็จะสอบติดแน่นอน มันก็จะเป็นรางวัลที่ตอบแทน แต่ก่อนที่ได้รางวัลตอบแทนนั้น หนูต้องทำอะไรคะ ทำความดีความงามกับคนบุคคลรอบข้างนะ ทำโดยไม่คาดหวัง ทำด้วยใจที่ดีงาม ไม่ได้โลกสวยนะ จริง ๆ เป็นแบบนั้น โอเค มาอันที่ 2 ต่อไปนะลูกนะ คำไหนคะ สภาพความบกพร่อง (Impairment) นะ จริง ๆ หนูอ่านเองได้ไหมลูก พอได้อยู่นะ ได้อยู่ สภาพความบกพร่องก็คืออะไรคะ จริง ๆ คำนี้ค่อนข้างสำคัญนะ ในองค์การอนามัยโลกนะ องค์การอนามัยโลก WHO น่ะ WHO นะ เขาว่าไว้ว่าอย่างไรคะ เป็นความผิดปกติโครงสร้าง หรือหน้าที่ของร่างกายของเรานี่แหละ ไม่ว่าจะเป็นจิตใจหรือสภาพความบกพร่องร่างกาย ทางสติปัญญา หรือเนื้อเยื่อระบบประสาท มันเกี่ยวหมดเลยเห็นไหมคะ มันเกี่ยวข้องอะไรบ้างอีก เช่นตัวอย่างนะ สภาพความบกพร่อง แขนด้วน ขาด้วนอะไรอย่างนี้ค่ะ นะ หรือเป็นโรคหัวใจอย่างนี้ค่ะ อันนี้คือความผิดปกติ โครงสร้างทางร่างกาย หนูต้องรู้จักคำนี้ Impairment Disability แล้วก็ Handicap ที่จะเกี่ยวข้องกับหนูมาก ถ้าเข้าข่าย 3 คำนี้ ก็จะเป็นเด็กที่มีความบกพร่องหรือเด็กอะไรคะ เด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษนะคะ มาดูการไร้สมรรถภาพ Disability หนูอาจจะได้ยินบ่อย ๆ Disability หนูท่องไว้ในใจ ท่องไว้เลยนะลูก Learning Disability เด็กอะไรคะ Learning ถามหน่อย บกพร่องทางการเรียนรู้เห็นไหมคะ เราก็จะทับศัพท์ไปนะว่า Learning Disability ตัวย่อคืออะไรคะ LD โอเคนะ เป็นอย่างไรคะ การไร้สมรรถภาพ คือข้อจำกัดหรือขาดความสามารถในการทำกิจกรรมต่าง ๆ นะ ที่จริง ๆ ที่มนุษย์ทั่ว ๆ ไปทำได้ แต่เขาบกพร่องไปนะคะ ซึ่งเกิดจากความบกพร่องไม่ว่าจะเป็นความบกพร่องวัยวะบางส่วนที่มันพร่องไปนะคะ หรืออวัยวะนั้นทำไม่ดี หรือไม่เป็นตามปกตินะคะ อันนี้ก็คือเป็นการไร้สมรรถภาพนะคะ หนูน่าจะอ่านเองได้นะ ครูขวัญพูดไปเลยนะ นะคะ ยกตัวอย่างไป ผู้ที่มีความบกพร่อง เห็นไหม Handicap อันนี้ค่อนข้างสำคัญกับพวกเราเหมือนกัน Handicap คืออะไรคะ ความบกพร่องทางร่างกายที่มีผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตหรือการดำรงชีวิต ยกตัวอย่างง่าย ๆ ตึกการศึกษาพิเศษเรามีกี่ชั้นคะ 3 ชั้น 3 ชั้นใช่ไหม แล้วติ๊งต่าง สมมติว่าตึกการศึกษาพิเศษเราไม่มีลิฟต์ ไม่มีลิฟต์ เป็นไปไม่ได้ มันมีอยู่แล้ว จะให้ไม่มีได้อย่างไร โอเค สมมติว่ามันไม่มีลิฟต์ แล้วมีเด็กเราที่นั่งวีลแชร์ ในนี้มีใครวีลแชร์ไหม ไม่มีนะ ไม่มี ติ๊งต่างอีกว่ามีคนที่นั่งวีลแชร์ หนูคิดว่ามันจะเกิดข้อเสียเปรียบไหมกับเด็กที่นั่งวีลแชร์แล้วไม่สามารถขึ้นไปชั้น 3 หาพี่ตุ๊กตา วันนั้นเผอิญมีธุระอยากเจอพี่ตุ๊กตามากเลย แล้วจะทำอย่างไร เด็กคนนั้นที่นั่งวีลแชร์จะขึ้นไปอย่างไร ข้อเสียเปรียบนั้นเกิดขึ้นไหม เกิดขึ้นนะ จะขึ้นอย่างไรนะ ลิฟต์ก็ไม่มีอะไรอย่างนี้นะ ราว Low Bar อะไรก็ไม่มีอย่างนี้ ราวสำหรับจับก็ไม่มี เอาเป็นลาวไหมลูก เด็กอะไรนี่ อ้าวเหรอ ไม่รับหมูครูขวัญเหรอ โอเค สมมติไม่มีราว Low Bar มีทางลาดที่จะขึ้นไปอะไรต่าง ๆ คิดว่าข้อเสียเปรียบนั้นหายไปไหมคะ มันเกิดขึ้นนะ ข้อเสียเปรียบนั้นจะเกิดขึ้น สมมติในห้องเรียนเรามี 1 คน หนูคิดว่าหนูจะช่วยอย่างไรไม่ให้มีข้อเสียเปรียบเกิดขึ้น ไม่ให้มีข้อ Handicap เกิดขึ้น หนูจะทำอย่างไรคะ สมมติมีอีกหนึ่งคนในนี้น่ะลูก ต้องนั่งวีลแชร์แล้วต้องขึ้นไปชั้น 3 หาพี่ตุ๊กตามีธุระด่วนมากเลย เอาพี่ตุ๊กตามาข้างล่าง โห เก่ง [เสียงหัวเราะ] อุ๊ย เก่งว่ะ เออ ใช้ได้ ใช้ได้ เอ้า แต่ขออะไรนะ สงวนคำตอบนี้ไว้ ไม่เอานะลูก เอ้า แต่เพื่อนคนนี้ต้องขึ้น ต้องขึ้นน่ะ อย่างไรก็ต้องขึ้นน่ะลูก ต้องขึ้นไปใช้จอ CCTV แล้วก็จะต้องไปมีโต๊ะเว้าอะไรอย่างนี้ ต้องทำกิจกรรมที่ห้องนั้นที่ต้องมีโต๊ะเว้า มีจอ CCTV สมมตินะ หนูคิดว่าหนูจะทำอย่างไรนี่ กับเพื่อน 29 คนกับ 1 คนที่เป็นเด็กร่างกายหนูคิดว่าหนูจะทำอย่างไรไม่ให้เพื่อนมี Handicap เกิดขึ้น อะไรนะ อุ๊ย เป็นคำตอบที่ถูกใจ [เสียงหัวเราะ] เยี่ยมมาก ลูกหนูต้องยกวีลแชร์ขึ้นไป ใช่ไหม Handicap นั้นจะหายไปไหมคะ หายไป ถ้าหนูเอาครูตุ๊กตาลงมา มันท้าทายไหมคะ มันไม่ Challage เลยนะ แล้วจริง ๆ ต้องไปใช้โต๊ะเว้าไง ต้องไปเขียนหนังสือ ต้องไปทำอะไรสักบางอย่างที่เด็กคนนั้นจะต้องการ เพื่อนเราต้องการ ต้องไปทำกิจกรรมบนโต๊ะเว้า ทำกิจกรรม หนูก็ต้องยกเพื่อนขึ้นไปถูกไหมคะ จาก 29 คนสามารถยกขึ้นไปได้ไหมคะ ได้ แล้ว Handicap มันหายไปไหมคะ ข้อเสียเปรียบนะมันก็หายไป เด็กก็ไม่ถือว่าเด็กมีความบกพร่องใด ๆ ที่เกิดขึ้น อย่างนี้น่ะค่ะ อย่างนี้น่ะค่ะ สิ่งที่สำคัญคือเขากำลังจะบอกว่าคำ 3 คำนี้ค่อนข้างสำคัญ ไม่ว่าจะเป็น Impairment, Disability แล้วก็ Handicap เดี๋ยวครูขวัญยกตัวอย่างเมื่อกี้เอาคำว่า Impairment Impairment นะ ใครใส่แว่นตาลูก ใส่กันเยอะเลย จับแว่นนิดหนึ่ง ครูขวัญก็ใส่ จริง ๆ ก็เริ่มมีความบกพร่องแล้ว สภาพมีความบกพร่องเกิดขึ้นแล้ว แต่พอดีว่าเรามีอะไรมาเป็นตัวช่วยคะ มีแว่น ความบกพร่อง Impairment นั้นมันก็จะหายไป แล้วถ้าเราเจอเด็กที่สายตาสั้นมาก ๆ สมมติ 750 อย่างนี้ ถึงมี… จะมีแว่นช่วยแล้วก็ตาม แต่เราก็ควรจะเอาเด็กพิเศษคนนั้น หรือเด็กที่มีสายตาสั้นนะ หนูควรจะทำอย่างไรคะ ดึงเด็กเข้ามานั่งข้างหน้า ให้ใกล้จอมากที่สุด ใกล้ตัวคุณครูมากที่สุด อะไรอย่างนี้ค่ะ ก็สิ่งเหล่านี้ Impairment หรือความบกพร่องนั้นก็ทำไมคะ ก็จะหายไปอย่างนี้ค่ะ นะ ไม่เป็นอุปสรรคต่อการเรียนรู้เลย ถึงแม้เราจะมีสายตาสั้น สายตายาว อะไรแล้วก็ตาม เอียงแล้วก็ตาม ถ้าเราจัดให้มันถูกต้อง เด็กมาอยู่ข้าง ๆ ตัว หรือมานั่งหน้ากระดานก็จะไม่มีความบกพร่องที่จะเกิดขึ้น อันนี้คือ... ก็ไม่ถือว่าเป็นความบกพร่องนะนะคะ อีกอันหนึ่ง Disability ติ๊งต่าง ตอนนี้หนูมีปากกาอยู่ในมือไหม Disability ลองนิดหนึ่งลูก ลองนิดหนึ่ง แล้วหนูก็ถนัดข้างขวา แล้วหนูก็ลองมี 5 นิ้วนะ สมมติหนูเหลือ 2 นิ้วลูก หนูเหลือนิ้วกลางกับนิ้วโป้ง เหลือ 2 นิ้ว นิ้วกลางกับนิ้วโป้ง เหลือนิ้วกลางกับนิ้วโป้งนะคะ แล้วหนูลองเขียนชื่อเล่นของหนูสิ ลองเขียนชื่อเล่นของหนู เขียนที่มือเพื่อนก็ได้นะ ถ้าไม่มีกระดาษ [เสียงหัวเราะ] ลองเขียนสิ เขียนได้ไหม นิ้วกลางกับนิ้วโป้งของหนูนะ เหลือ 2 นิ้วนะ ลูก เหลือ 2 นิ้ว เหลือ 2 นิ้ว ลองเขียนสิ เขียนได้ไหมคะ อ๋อ เขียนได้ค่ะ ให้เพื่อนเขียนอะไรอย่างนี้ ได้ไหมคะ เขียนได้ไหมลูก เขียนได้ไหม ได้ แต่มันทำไม ไม่สวย แล้วมันทำไมคะ ยาก มันยากลำบากใช่ไหม แต่หนูทำได้ไหม หนูทำได้ ก็ไม่ถือว่าหนูบกพร่อง หนูก็สามารถใช้ชีวิตได้ ถ้าหนูนิ้วเหลือ 2 นิ้วน่ะ หนูก็สามารถใช้ชีวิตตามปกติได้ไหมคะ ได้ หนูสามารถทำธุรกรรมอะไรต่าง ๆ ได้ไหมคะ ได้ ถึงแม้สายตาจะสั้นมาก 750 แล้วนิ้วก็ยังด้วนอีก หนูก็ไม่ถือว่าหนูพิเศษนะลูก หนูแค่เป็นอะไรคะ หนูเท่าเทียมกับเพื่อน ๆ เลย ถึงแม้เพื่อนจะนั่งวีลแชร์ก็ตาม ก็ไม่ถือว่าทำไมคะ เกิดข้อเสียเปรียบ ไม่สามารถทำอะไรได้เลย ก็ไม่ใช่ ก็สามารถเพื่อน ๆ ก็สามารถทำไมคะ ยกขึ้นไปได้ ชั้น 3 หรือมีลิฟต์แล้ว เด็กก็สามารถช่วยเหลือตนเอง ขึ้นลิฟต์ไปเองได้ไหมคะ ก็ได้ ข้อเสียเปรียบก็ไม่เกิดขึ้น เห็นไหมคะ ว่าไม่ใช่ทุกคนจะมีภาวะแบบนี้แล้วจะเป็นเด็กพิเศษ ก็ไม่ใช่นะลูกนะ โอเค เข้าใจแล้วนะ เริ่มหาวน่ะ เริ่มหาว โอเค เด็กนอกระดับเป็นแบบไหนนะ เป็นแบบไหน เขาบอกว่ามีสภาพร่างกายและสติปัญญาที่แตกต่างจากเด็กปกติทั่วไป เด็กปกติได้แก่เด็กปัญญาเลิศ เคยได้ยิน… ได้ยินใช่ไหมคะ Gifted นะ ปัญญาเลิศนะคะ หรือเด็กปัญญาอ่อนหรือเด็กที่มีความบกพร่องน่ะค่ะ นะ บกพร่องทางสติปัญญาแล้วก็บกพร่องทางสายตา ร่างกายอะไรประมาณนี้ แสดงว่าคำศัพท์คำนี้ ก็จะเกี่ยวข้องก็หมายความว่า จะเป็นเด็กที่นอกระดับ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มที่เป็นปัญญาเลิศ Gifted, Talented อะไรประมาณนี้ค่ะ นะคะ เด็กที่มีความสามารถนะคะ ซึ่งอาจจะบอกว่าเด็กบางคน อาจจะมีความสามารถที่แตกต่างจากเด็ก จากอายุเท่า ๆ กัน แต่มีความโดดเด่นที่มีความเก่งมีความอะไรคะ มีความสามารถที่เหนือกว่า ประมาณนี้นะคะ โอเค คำนี้หนูต้องเจออย่างแน่นอน Development นะคะ พัฒนาการนะคะ คืออะไรคะ ที่เราพูดกันตั้งแต่ต้นคาบไปแล้วว่ามีความสำคัญนะ พัฒนาการมีด้วยกัน 4 ด้าน ทีนี้พัฒนาการของเด็ก ก็จะเป็นไปตามกระบวนการการเปลี่ยนแปลงของเด็กไปแต่ละช่วงวัยนะคะ ก็เป็นไปตามอะไรคะ ตามช่วงอายุ เป็นไปตามวุฒิภาวะของเด็ก เป็นไปตามพัฒนาการทั้ง 4 ด้านของเด็ก ไปตามช่วงวัยนั้นนะ ไม่เป็นไร หนูอ่านเองได้ไหม แม่เขียนแล้ว หนูก็ต้องมาอ่านงานแม่นะ โอเค ขั้นของพัฒนาการนะคะ ขั้นของพัฒนาการ ของ Piaget เขาก็จะแบ่งออกเป็น 5 ขั้นอย่างนี้ค่ะ มีขั้นปาก ขั้นปาก สมัยตอนเด็ก ๆ เราย้อนกลับไปนะตอนเด็ก ๆ Baby Baby หนูต้องดูดอะไรคะ ดูดนมใช่ไหม ขั้นปากใช่ไหม เขาบอกว่า... เดี๋ยวเราค่อยไปลงลึกบทที่ 3 กันนะ ขั้นปาก ถ้าได้รับการดูดนมอย่างเพียงพอ ไม่ได้หย่านมก่อนวัยที่ควรจะเลิก เด็กก็จะทำไมคะ เด็กก็จะมีความสุขทางปาก ก็ถ้าบางคน ในทางตรงกันข้าม เด็กไม่ได้รับอย่างเพียงพอ แล้วมีการหย่านมก่อน… ก่อนวัย เด็กคนนั้นบางคนก็จะส่งผลไปอะไรคะ ติดบุหรี่น่ะ สูบบุหรี่ ก็อาจจะเป็นไปได้ แล้วเด็กบางคนก็อาจจะทำไมคะ พูดมากผิดปกติ พูดแบบเพ้อเจ้อ พูดเยอะ ๆ อะไรอย่างนี้ ขั้นปากจะมีปัญหาตั้งแต่วัยเด็กอย่างนี้ค่ะ แต่ถ้าเกิดว่าท่านที่แม่หย่านมในเวลาที่พอเหมาะพอควร ก็ไม่ส่งผลขั้นปากที่เป็นแนวลบน่ะค่ะ ก็จะมีท่าทีคำพูดที่สุภาพ ไม่ด่า ไม่ได้ไม่ส่อเสียดอะไรอย่างนี้ อันนี้คือขั้นของพัฒนาการที่สำคัญ อันนี้ครูขวัญยกตัวอย่างที่เป็นขั้นปากก่อน แล้วจะลงไปลึก ๆ ก็คือบทที่ 3 ที่เป็นนักจิตวิทยาในแต่ละคน แล้วก็ขั้นทวาร ขั้นทวารนะ ขั้นทวาร พ่อแม่บางคนค่อนข้าง Strick น่ะ ค่อนข้างเข้มงวดเคร่งครัดในการดูแลสุขอนามัย เข้าห้องน้ำ เดี๋ยวนี้ก็เป็นอยู่นะ ตอนเด็ก ๆ 2 ขวบ 3 ขวบเหรอ แม่… แม่ก็จะสอนก่อน เวลาเข้าห้องน้ำต้องราดน้ำก่อน 2 ครั้งนะ แล้วเวลาเข้าห้องน้ำเสร็จ ก็ต้องล้างเอาจุ๋มจิ๋มของเราอะไรอย่างนี้ จำได้เลยจำแม่นเลย แล้วมันก็ส่งผลว่าตอนโตค่อนข้างจะรักษาความสะอาดเยอะน่ะ แล้วก็แบบว่า กับพี่ ๆ น้อง ๆ ก็จะมีความต่าง กับน้องคนเล็ก น้องก็ชีวิตค่อนข้างเขาเรียกว่าอะไรรุงรังนิดหนึ่ง เออก็ได้นี่ เสื้อผ้าก็อยู่อย่างนั้น อะไรประมาณนี้ ไม่ต้องซักทั้งอาทิตย์ก็ได้ แต่กับเราบอกว่า เห็นเสื้อผ้าในตะกร้าไม่ได้ ต้องเอามาซักให้หมดอะไรอย่างนี้ คือมันส่งผลหมดเลยนะกับการเลี้ยงดูในแต่ละขั้นของ Piaget ที่ว่าไว้อะไรอย่างนี้ค่ะ อันนี้คือสิ่งที่สำคัญจริง ๆ เพราะฉะนั้น ขั้นของพัฒนาการมีความสำคัญไหมคะ มีความสำคัญมาก อยู่ที่การฟูมฟักดูแลของพ่อแม่ผู้ปกครองกับแม่เรานี่แหละ ค่อนข้างสำคัญ หนูลองกลับไปทวนนะว่าหนูเป็นคนอย่างไรนี่แหละ มันอยู่ในแต่ละขั้นที่หนูได้รับการเลี้ยงดูมานะคะ โอเค ตอนนี้มีเด็กของเรากำลังเสริมสวยด้วยน่ะ มันต้องสวยใช่ไหมลูก [เสียงหัวเราะ] ตายแล้วลูกฉัน รู้เรื่องอยู่ไหมนี่ พี่ล่ามช่วยหน่อย พี่ล่าม นี่ตรงนี้แบบหนีบผมด้วยน่ะ เรียนไปหนีบผมไปอะไรอย่างนี้ มาคุยหน่อยพี่ตุ๊กตา อ๋อ ดูอยู่นะลูกนะ หนูเข้าใจอยู่ไหม เข้าใจอยู่ไหม เข้าใจอยู่ใช่ไหมคะ โอเค ให้กำลังใจครูขวัญใช่ไหม โอเค ขอบคุณ ต่อมา เป็นไปตามขั้นพัฒนาการนะ ในแต่ละขั้นเดี๋ยวเราค่อยไปเรียนรู้ตามของ Piaget, Erikson, Freud อะไรก็ว่าไป ความงอกงามหรือความเจริญเติบโต Growth นะคะ เดี๋ยวนี้เราต้องได้ยินไม่ว่าจะเป็นการเจริญเติบโตทั้งพัฒนาการทั้ง 4 ด้านของเรา ต้องมีการเจริญโตไปแต่ละอะไรคะ แต่ละช่วงวัยแล้วเป็นไปตามพัฒนาการทั้ง 4 ด้านนั้นด้วย อันนี้คือสิ่งที่สำคัญ และอีกอันหนึ่งที่สำคัญที่สุด ตอนนี้เราจะได้ยิน Growth อะไรคะ Growth Mindset Growth Mindset นอกจากเราจะเลี้ยงดูเด็กของเราแล้ว ดูแลเด็กของเราแล้ว เป็นไปตามพัฒนาการด้านร่างกายสิ่งที่สำคัญก็คือด้านความคิดด้วย เราต้องปูให้กับเด็กของเราด้วย เรื่อง Growth Mindset เนาะ Growth ก็คือการเจริญเติบโตที่ไม่ Fix น่ะ ที่ไม่… เป็นชุดความคิดที่เติบโตอย่างนี้ค่ะ เราก็ค่อย ๆ เติมให้กับเด็กของเรา แต่เด็กพิเศษของเราอาจจะทำไมนะคะ อาจจะไม่ต้องแบบว่า ให้เขาต้องเรียนรู้จนถึงขั้นต้องเก่งเลิศ ไม่ถึงขนาดนั้น แต่เราที่เราจะมีจุดไหนที่จะต้องเติม ให้เขาได้เกิดการเรียนรู้ อันนี้คือสิ่งที่สำคัญด้วยเหมือนกันนะคะ Growth Mindset ต่อมา พันธุกรรม อันนี้หนูก็จะได้ยินอยู่นะ พันธุกรรมก็คือยีน ยีนของเรานะ จริง ๆ กว่าจะเป็นตัวตนของเราได้นะ เราต้องมีการถ่ายทอดจากพันธุกรรมพ่อแม่ของเรานะ ยีนเด่นยีนด้อยอะไรประมาณนี้ หรือแม้ว่าจะเป็นไรคะ บาทีเราก็ได้รับมรดกโดยไม่รู้ตัวเหมือนกันนะ ได้โรคประจำตัวมา อ๋อแม่เตี่ยเป็นภูมิแพ้ ฉันก็เลยได้เป็นภูมิแพ้ด้วยถ่ายทอดทางพันธุกรรมอะไรอย่างนี้ เราก็จะได้ยีนนั้น อะไรประมาณนี้ มันก็ถ่ายทอดทางอะไรคะ พันธุกรรมมานะ แต่สิ่งดี ๆ ก็มีนะลูก พ่อแม่บางคนทำไมคะ ร่างกายแข็งแรง ลูกก็แข็งแรงไปด้วยนะคะ มันก็เกี่ยวกับการดูแลเลี้ยงดูด้วย มันก็เป็นส่วนประกอบหนึ่งนะคะ โอเค มาสิ่งแวดล้อม เอ้า แล้วมันสำคัญอย่างไรล่ะ สิ่งแวดล้อมสำคัญไหมคะ หนูคิดว่าชีวิตหนูอยู่กับสิ่งแวดล้อมดีงามไหมลูก อยู่กับสิ่งแวดล้อมดี ๆ อยู่กับผู้คนที่ดูแลเอาใจใส่ พ่อแม่ ปู่ย่าตายายเอาใจใส่ มีเพื่อนเล่น อยู่ในสิ่งแวดล้อมดี ๆ เด็กได้เกิดการเรียนรู้ไหมคะ อันหนึ่ง หนูจะได้ยินอีกอันหนึ่ง คือ การเรียนรู้ สิ่งแวดล้อมดี มันก็ดีนะ มีเด็กประเภทหนึ่ง เด็กที่มีความบกพร่องทางพฤติกรรมและอารมณ์ สิ่งที่สำคัญเลยที่จะส่งผลให้เขาเป็นเด็กบกพร่องทางพฤติกรรมและอารมณ์คืออะไรคะ สิ่งแวดล้อม การเลี้ยงดูใช่ไหม อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่อยู่ชุมชนแออัด อยู่สลัมน่ะ สมมตินะ อยู่สลัม อยู่ชุมชนที่ติดยา อยู่ชุมชนที่มีการพนัน เขาซึมซับไหมคะ ซึมซับ คำนี้หนูก็จะได้เจอในจิตวิทยาอีก ซึมซับ ซึมซับมันคืออะไร เขาซึมซับไหมคะ เขาเห็นน่ะ เห็นพฤติกรรมสิ่งเหล่านี้น่ะ เขาก็อยากเลียนแบบไหม ในช่วงวัยหนึ่ง เด็กก็อยากเลียนแบบ อยากทำแบบนี้ อยากทำแบบนี้ เพราะฉะนั้น สิ่งที่สำคัญคือสิ่งแวดล้อมจะเป็นตัวประกอบ เป็นองค์ประกอบหนึ่งที่สำคัญในการเลี้ยงดูของบุตรหลานแต่ละคน อันนี้ค่อนข้างสำคัญนะ พอ… สิ่งแวดล้อมมีอะไรนะ อากาศ อาหารด้วยใช่ไหม มีอะไรอีกคะ ผู้คน ครู อ๋อ คอมพิวเตอร์ เอ้าไม่ใช่ อะไรคะ เกี่ยวข้องไหม อะไรคะ รอบตัวเรานี่คือสิ่งแวดล้อมไหม อากาศก็เกี่ยวไหม หมดเลย อยู่ในชุมชนที่ดี อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี เด็กก็จะมีพัฒนาการแล้วมีการเจริญเติบโตที่ดีนะ อันนี้นะ ฝากไว้นะคะ ต่อมาอัตราของพัฒนาการเป็นอย่างไรคะ อัตราเร็วหรือช้าของเด็กน่ะนะคะ ก็เป็นไปตามพัฒนาการนั้น ครูตุ๊กตาน่าจะชัดเลยนะ เพราะมีลูกน้อยที่เป็นเด็กน้อยอยู่นะ เป็นไปตามพัฒนาการไหมคะ น่าจะฉลาดเลยนะ คุณหนูของครูขวัญอะไรอย่างนี้ ของป้าขวัญ ดูเขาฉลาดเลยนะคะ จริง ๆ น่ะ เราสังเกตได้ไหม พัฒนาการของเด็ก อัตรา อัตราอะไรนะคะ อัตราลำดับ อัตราของพัฒนาการ อัตราเร็วหรือช้าขึ้นอยู่กับสิ่งแวดล้อมด้วย ไม่ว่าจะเป็นอาหาร อารมณ์ อะไรคะ ที่มันแวดล้อมอยู่รอบตัว มันก็จะส่งผลให้อัตราของพัฒนาการด้วย มันเชื่อมโยงกันหมด ถึงต้องให้หนูรู้จักคำศัพท์เหล่านี้นะคะ นะ จริง ๆ เราต้องแอบท่องแล้วมาเอาการกันไหม ดีไหม วันหนึ่งต้องได้ 10 คำนะ อะไรอย่างนี้นะ นะ แล้วทีนี้ เด็กแต่ละบางคนนะ คุณหมอเขาจะมีค่ากลางหรือค่า Norm ของเขาน่ะค่ะ เป็นเกณฑ์ในขั้นต่ำว่าในช่วงวัยนี้ เด็กจะต้องเจริญเติบโตเท่านี้ ไม่อย่างนั้นเขาจะมีการวัดอะไรคะ ส่วนสูง วัดความยาวของเด็ก ตัวลำตัวของเด็ก วัดรอบศีรษะของเด็ก วัดอะไรอีกคะ ชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง รอบศีรษะของเด็กอะไรอย่างนี้ค่ะ เพื่อจะดูว่าพัฒนาการของเด็ก เป็นไปตามวัยไหมนะคะ อันนี้คือสิ่งที่สำคัญอัตราของพัฒนาการ นอกจากอัตราพัฒนาการแล้วมีอะไรคะ ลำดับของการพัฒนานะคะ ก็คือขั้นตอนของความเจริญเติบโตนะคะ เขาบอกว่าความเจริญเติบโตนั้น ของเด็กจะข้ามขั้นได้ไหม ข้ามไม่ได้ มันจะเป็นไปตามพัฒนาการนะคะ นะคะ ไม่ว่าจะเป็นต้องอะไรก่อนคะ เกิดมา อุแว้ ๆ เด็กต้องนอนแบเบาะก่อนใช่ไหม นอนแล้วต่อจากนอนเป็นอะไรคะ หนูลองคิดตัวเองสิ กว่าจะมาวิ่งได้เดินได้นี่ นอน อะไรคะ คว่ำ เออ อะไรต่อคะ คลาน คลานใช่ไหมคะ อะไรอีกคะ คลานแล้วอะไรคะ ค่อย ๆ เตาะแตะแล้วใช่ไหม ตั้งไข่ใช่ไหม เตาะแตะตั้งไข่ประมาณสัก 10 เดือน แล้วหลังจากนั้นอะไรคะ ค่อย ๆ ก้าวแล้วใช่ไหมคะ ค่อย ๆ ก้าวเดินได้แล้ว ยืนทรงตัวก่อนนะ นะคะ ยืนทรง… ตั้งไข่ยืนทรงตัว แล้วก็ก้าวแล้ว เตาะแตะ ๆ ได้ แล้วก็ทำไมคะ ถึงเดินได้คล่องขึ้น หลังจากนั้นก็ทำไมคะ ก้าวแบบบันไดได้ตามอย่างน้อยก็ขั้น 2 ขั้น ก้าวแบบต่อส้นอะไรอย่างนี้ ขึ้นบันไดโดยแบบต่อส้นอะไรก็ว่าไปนะ ไม่ใช่ก้าวฉับ ๆ เหมือนพวกเรานะ เดี๋ยวนี้เราก็เริ่มแก่แล้วอะไรอย่างนี้ แล้วก็จากนั้นทำไมคะ วิ่งได้ไหม วิ่งได้ อันนี้เขาเรียกว่าเป็นอะไรคะ ลำดับขั้นของพัฒนาการนะ มันจะข้ามขั้นได้ไหมคะ ไม่ได้นะ นะคะ ใครแบบนอนคว่ำแล้วก็เดินเลยไหม ไม่มีนะ ไม่มีนะลูกนะ เมื่อกี้ครูขวัญชอบคำตอบนั้นไง ของตุ๊กตาบอกว่า เอาครูตุ๊กตาลงมาอะไรอย่างนี้ [เสียงหัวเราะ] โอเค ขอบคุณค่ะ โอเค ต่อมาอีกคำนึงที่สำคัญนะคะ การปรับตนนะคะ คือ ทำไมต้องมีการปรับตน บางทีเด็กพิเศษ เราอาจจะครอบคลุมไปถึงเด็กอะไรคะ เด็กที่มีความบกพร่องทางพฤติกรรมและอารมณ์ อาจจะต้องมีการขัดเกลาพฤติกรรม Shaping พฤติกรรมของเด็ก ตกแต่งพฤติกรรมของเด็กอะไรอย่างนี้ค่ะ อันนี้ก็ค่อนข้างสูง เพราะว่าเด็กอาจจะต้องมีการปรับตนให้เข้ากับสิ่งแวดล้อม ให้เข้ากับอะไรคะ กับบรรยากาศของห้อง หรือบรรยากาศของการเรียนรู้ ตัวเราก็ต้องปรับ ปรับให้เข้ากับเด็กด้วยเหมือนกันการปรับตนนะ อย่างนี้ ครูมาสอนกับหนูเป็นครั้งที่ 2 หนูก็… ครูก็ต้องปรับตนเข้ากับพวกเราใช่ไหมคะ นะ ต่างคนก็ต้องปรับเข้าซึ่งกันและกันเหมือนกันนะคะ สิ่งอีกอันหนึ่ง อีกคำหนึ่ง อายุตามปฏิทินนะคะ อย่างพวกเรานี่ นับอายุตามปฏิทินไหม ของเด็กก็ต้องนับอายุตามปฏิทิน เกิดมา 1 เดือน 1 เดือน 2 เดือน เห็นไหมคะ 3 เดือน ในเดือนไหนนะ เดือน อันนี้ก็ไม่มีเด็กน้อย Baby นะ ต้องมีการหยอดวัคซีนอะไรอย่างนี้ใช่ไหมคะ 6 เดือน เดี๋ยวครูตุ๊กตาช่วยหน่อย (อาจารย์ตุ๊กตา) ก็จะมีน่ะค่ะ ตั้งแต่ที่เราแรกเกิดใช่ไหมคะ ฉีดวัคซีนป้องกันใช่ไหมคะ แล้วก็ 3 เดือน 6 เดือนแล้วก็ 1 ขวบ 2 ขวบค่ะ แล้วก็ 2 ขวบ 5 เดือนนะคะ แล้วก็ 4 ขวบแล้วก็ 6 ขวบ (อาจารย์) เป็นเหมือน… 1 เดือน 3 เดือน 6 เดือน แล้วก็ 1 ปี อะไรอย่างนี้เลย ข้ามไป 1 ปี แล้วก็ 2 ขวบ แล้วก็ 3… 2 ขวบกับ 5 เดือน แล้วก็ 4 ขวบเลย อ๋อนี่ เห็นไหมคะ ว่าอายุตามปฏิทินนี้ ก็เกี่ยวข้องที่เราจะต้องไปรับวัคซีนหรืออะไรของเด็กของเราด้วย มันต้องมีการนับนะ มันต้องมีการนับ จริง ๆ เออมันก็เป็นเรื่องเบสิกอยู่แล้วนะ เวลานับอายุของพวกเราด้วยนะ มันก็เป็นไปตามปฏิทินนั้น มีสมุดใช่ ๆ ครูตุ๊กตาบอกว่า ถ้ามีลูกน้อยน่ะค่ะ มันก็จะมีสมุดบันทึก ในแต่ละช่วงเดือนต้องไปรับวัคซีนอะไรประมาณนี้น่ะค่ะ นะคะ อันนี้คือสิ่งที่สำคัญ เพราะฉะนั้น คุณแม่ก็ต้องนับอายุปฏิทินให้เป๊ะ อะไรประมาณนี้ อาจจะยืดหยุ่นได้นิดหน่อยอะไรประมาณนี้ เราก็ควรจะไปรับวัคซีนอยู่ในช่วงนั้น ๆ บางทีเรื่องอะไรนะ ฮอร์โมนให้มันเจริญเติบโตด้วย อาจจะต้องรับด้วยเหมือนกัน Growth Hormone อะไรประมาณนี้ สำหรับเด็กอะไรประมาณนี้ด้วยนะ หรือวัคซีนเรื่องอะไรนะคะ คอตีบอะไรอย่างนี้นะ บาด… อะไรที่เรา เราปลูกฝีด้วยนะ รุ่น… รุ่นเดียวกันนะ เราได้ปลูกฝีไหมคะ รุ่นพวกเราได้ปลูกฝีไหม ที่ไหนครับ ตรงนี้ ตรงแขนน่ะ เคยได้ปลูกไหมคะ อุ๊ย คนละ Gen กับเราแล้วแหละ [เสียงหัวเราะ] นี่ เอาเป็นอันว่าในการนับอายุปฏิทินนะ ของพ่อแม่ผู้ปกครอง ก็ต้องทำไมคะ นับอย่างให้ถูกต้อง แล้วมันก็จะสัมพันธ์ไปเรื่องการอะไรคะ ฉีดวัคซีนต่าง ๆ นะคะ ไม่ว่าจะเป็นคอตีบ บาดทะยัก หรืออะไรประมาณนั้นน่ะ ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันนะ ไม่ค่อยได้รู้รายละเอียดนะคะ มันก็จะเป็นเรื่องฮอร์โมน ไม่ว่าจะเป็น Growth Hormone เขาอาจจะมีการอะไรคะ ดูเรื่อง Growth Hormone ว่าเด็กโตไปตามปกติหรือไม่อะไรอย่างนี้ค่ะ เดี๋ยวฝากนิดหนึ่ง จริง ๆ Growth Hormone พวกเราก็จะพร่องลงเรื่อย ๆ นะ ไม่จำเป็นต้อง Growth Hormone ในวัยเด็กนะ รู้ไหมว่า Growth Hormone จริง ๆ พวกเรายังต้องการอยู่เลยลูก จะฝากไว้เหมือนกันว่าอย่านอนดึก 4 ทุ่ม 4 ทุ่มครึ่งควรจะนอนได้แล้ว แล้ว Growth Hormone กำลังทำงานลูก เรายัง… เรายังเจริญเติบโตอยู่ลูก แม้กระทั่งครูขวัญกำลังแก่แล้วอย่างนี้ ก็ต้องการ Growth Hormone อยู่ มันพร่องไปเรื่อย ๆ ถ้าเรายิ่งนอนดึกไปเรื่อย ๆ เรื่อย ๆ Growth Hormone เราจะไม่เจริญเติบโตเลยค่ะ แล้วท้ายสุดเราก็ต้องไปฉีด Growth Hormone ให้บำรุง Growth Hormone เพราะมันจะส่งผลไปตอนที่เราแก่เฒ่าลงไปเรื่อย ๆ สิ่งที่สำคัญเลยลูก พยายามปรับตัว มันเป็นนาฬิกาชีวิตของเราเหมือนกันนะ เรื่องการหลับการนอน มันตับ ไต ไส้ พุง ช่วงนี้กำลังพักอะไรอย่างนี้ค่ะ มันก็จะส่งผลน่ะ ถ้าเราอยากจะอายุยืนยาวนาน โดยไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ สิ่งนี้ก็สำคัญเรื่องการนอน 4 ทุ่ม 4 ทุ่มครึ่ง อย่าเกินจากนี้ค่ะ นะ ฮอร์โมนต่าง ๆ มันก็จะทำงานได้ดีนะ เหมือนกัน เด็กก็เหมือนกันนะ นะคะ ไม่อย่างนั้นเด็กจะนอนกลางวันกันน นะ เป็นช่วงที่สมองเจริญเติบโต โอเค อย่าง อายุสมอง อายุสมอง อายุสมองนี่เห็นไหม บางคนสมองเสื่อมแล้วหรือเปล่าอะไรอย่างนี้ อายุสมองนะ ก็เกี่ยวข้องกับความสามารถทางสมองนะคะ ที่ต้องใช้ความคิดนะคะ อันนี้ก็เกี่ยวข้องด้วยเ ก็ง่าย ๆ นะ ถ้าแก่… แก่ลงไป สมองก็เริ่มเสื่อมนะ เซลล์มันเสื่อมน่ะค่ะ เซลล์ก็เสื่อม ยิ่งคิดมาก ๆ นะ เป็นคนคิดมาก ๆ ไม่ปล่อยวาง สมองก็ทำงานอยู่ตลอดเวลา มันก็ส่งผลให้สมองเราเสื่อมไปตามกาลเวลาได้เหมือนกัน หนูเคยได้ยินใช่ไหมคะ ว่าคนแก่ที่เป็นโรคอัลไซเมอร์เห็นไหมคะ อายุสมองเขาก็จะเสื่อมลงไปเรื่อย ๆ ด้วยเหมือนกัน เพราะฉะนั้น การดูแลของเรา อาหารก็สำคัญ อารมณ์ก็สำคัญ สิ่งแวดล้อมที่อยู่ดีงาม มันก็สำคัญ สิ่งเหล่านี้เป็นองค์ประกอบหมดเลยนะคะ ดูแลตั้งแต่ตอนนี้ ตอนนี้หนูอาจจะยังไม่รู้สึกอะไรหรอก ฉันยังปกติดีอยู่นี่หน่า แต่วันหนึ่งที่อายุเท่าขวัญแล้วอาจจะรู้สึกเลย เออว่ะ ถึงเวลามันเสื่อมไปหมดเลย ตาก็เสื่อม จอประสาทตาก็เริ่มมา อะไรคะ หูตาฝ้าฟาง สายตาก็ยาวขึ้น มองใกล้ก็ไม่เห็นอีกแล้วอะไรอย่างนี้ 2 ปีก็ต้องไปเปลี่ยนเลนส์อีกแล้วอะไรอย่างนี้ มันส่งผลหมดเลยนะลูก นะ ไม่ว่าจะเป็นสายตา สมอง กระดูกก็เริ่มก๊อบแก๊บ ๆ แล้วอะไรอย่างนี้ เข่าเขิ่วเดินขึ้นมาเมื่อกี้เริ่มหอบแล้ว ลิฟต์เต็ม เห็นไหมคะว่าถ้าเราดูแลตั้งแต่ตอนนี้ ที่เขาบอกว่ากินอาหาร หนูคุยอะไรลูก แม่อยากคุยด้วยจังเรื่องเลย หนูคุยอะไรกันคะ อะไรเหรอ ทำอะไรกันเหรอ แกล้งคืออะไรล่ะ อ๋อ อย่างนั้นเดี๋ยวหนูตั้งใจฟังแม่พูดก่อนดีไหมลูก ดีนะ อันนี้เราปิดก่อนดีไหมคะ โอเค ปิดก่อนนะลูกนะ เขาให้กู้อยู่ใช่ไหม กยศ. น่ะ ปิดก่อน ยังได้เรียนอยู่ลูก มานะ อายุสมองก็เกี่ยวข้องนะ เรื่องการความจำนะ พออายุมากทุกอย่างก็จะเสื่อม เซลล์มันก็เริ่มเสื่อมนะ มันอยู่ที่การดูแลตั้งแต่วัยเด็กของเราด้วยเหมือนกันนะ แล้วสิ่งที่สำคัญถ้าเป็นเด็กพิเศษ ถ้าเป็นเด็กพิเศษ เด็กบกพร่องทางสติปัญญาอาหารนมอะไรก็เกี่ยวข้องกับเด็กด้วยเหมือนกัน ก็ต้องมีการบำรุงสมองให้กับเด็กอะไรประมาณนี้นะคะ โอเคไหม พี่ล่ามค่ะ พูดกับพี่ล่ามใช่ไหมคะ คุณครูล่ามใช่ไหมคะ อ๋อ คุณครูล่ามขา เดี๋ยวช่วงนี้เด็กกำลังเบรกน่ะค่ะ แล้วก็เดี๋ยวพี่น่าจะเป็นเนื้อหาน่ะค่ะ ที่เป็นคำศัพท์ เดี๋ยวพี่ล่ามกับครูล่ามตุ๊กตาก็ได้ค่ะ โอเคไหมคะ ประมาณนี้ค่ะ เดี๋ยวรบกวนประมาณเท่านี้ก็ได้ค่ะ อันนี้ก็จะเป็นคำศัพท์น่ะค่ะ เดี๋ยวจะมีครูตุ๊กตาที่อยู่ด้วยกันน่ะค่ะ เดี๋ยวจะช่วยล่ามให้ค่ะ เพราะเด็กช่วงนี้สนใจหน้าจอคอมฯ นะคะ ค่ะ โอเคนะคะ ขอบพระคุณนะคะ ขอบคุณค่ะ ขอบคุณค่ะ เด็ก ๆ ไปเบรกกันลูก ไป ขอบคุณค่ะ โอเคค่ะ หมดแล้วค่ะ ขอบคุณนะคะ ค่ะ ขอบคุณค่ะ สวัสดีค่ะ [สิ้นสุดการถอดความ]