(อาจารย์ธิดารัตน์) ตัวมาตรฐาน IEEE 802.3 อินเทอร์เน็ตของเรานะคะ สำหรับสัปดาห์นี้ก็จะมาเรียนเพิ่มเติมต่อจากสัปดาห์ก่อนนั้นนะคะ ก็จะเป็นตัวมาตรฐาน 802.4 และ IEEE 802.5 นะคะ ก็จะเป็นของ Token Bus แล้วก็ Token Ring นะคะ 2 ตัวนี้ เดี๋ยวเราก็จะมาดูรายละเอียดของตัวเครือข่ายนะคะ ของทั้ง 2 ตัวนี้ ว่ามีคุณสมบัตินะคะ อะไรบ้างนั่นเองนะคะ เนื้อหาที่จะเรียนก็จะมีพวกพื้นฐานแล้วก็ความเป็นมาของตัวมาตรฐานทั้ง 2 ตัวนะคะ การทำงานนะคะ แล้วก็หน้าที่นะคะ ในกรณีที่เราจะส่งข้อมูลนะคะ ในสายสื่อสารนะคะ ในตัวเครือข่ายของตัวระบบของเรานั่นเองนะคะ ว่าแต่ละตัวเขาจะทำหน้าที่อะไรบ้างนั่นเองนะคะ มาดูตัวเริ่มต้นก่อนนะคะ ก่อนที่เราจะมาพูดถึงตัวมาตรฐาน IEEE 802.4 แล้วก็ 802.5 นะคะ ตัวมาตรฐานที่เรียนไปสัปดาห์ก่อนก็จะเป็นตัวมาตรฐาน 802.3 นะคะ อย่างที่บอกไปว่าเป็นตัวเริ่มต้นที่เริ่มมีการใช้งานกันมานั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นของหน่วยงานหรือสำนักงานนะคะ แต่ตัวนี้ก็ใช้มานะคะ เริ่มแรกแล้วก็อาจจะประสบปัญหาเกี่ยวกับกรณีที่เราส่งข้อมูลหรือว่าต้องการสื่อสารข้อมูลระหว่างกัน เกิดปัญหาเกี่ยวกับตัวระยะเวลานะคะ ในการส่งข้อมูลนั่นเองว่าเราจะสามารถส่งข้อมูลได้เมื่อไหร่ เพื่อไม่ให้เกิดสัญญาณซ้อนทับหรือว่าชนกันนั่นเองนะคะ ดังนั้น กรณีที่เราต้องรอช่วงเวลาที่สามารถที่จะส่งข้อมูลในนั้นก็จะเกิดการรอที่ค่อนข้างใช้เวลามากขึ้น อันนี้ก็เลยเป็นปัญหาตัวหนึ่งที่พบในตัวอินเทอร์เน็ตของเรานะคะ ซึ่งไม่ได้มีการกำหนดนะคะ ความสำคัญของการส่งข้อมูลของเรานั่นเองทำให้ไม่สามารถจัดลำดับของข้อมูลว่าตัวไหนมีความสำคัญมากที่สุดนะคะ ตัวไหนมีความสำคัญรองลงมาทำให้ไม่สามารถใช้การส่งข้อมูลในรูปแบบ Real-time นั่นเองนะคะ ดังนั้น ตัวนี้ก็เลยเป็นปัญหานะคะ แล้วก็ได้ถูกพัฒนา แล้วก็มาสู่ตัวมาตรฐานอีก 2 ตัวของเราก็คือตัวมาตรฐาน IEEE 802.4 แล้วก็ตัวมาตรฐาน IEEE 802.5 ของเรานะคะ ตัวมาตรฐาน 802.4 ก็เป็นเครือข่ายที่ผู้ส่งที่ต้องการส่งข้อมูลไปยังปลายทางนี่ สามารถที่จะส่งข้อมูลนะคะ หมุนเวียนกัน โดยที่จะสามารถคำนวณระยะเวลานะคะ ที่จะสามารถส่งข้อมูลได้นะคะ ไว้ล่วงหน้า ยกตัวอย่างเช่น กรณีถ้าเรามีตัวเครื่อง หรือว่าจำนวนสถานีอยู่ในตัวระบบนี่ จำนวน n เครื่องนะคะ แต่ละสถานีก็จะใช้เวลาในการส่งข้อมูลครั้งละ กำหนดเป็น T ก็จะเป็น T วินาที เวลาที่สามารถนะคะ จะส่งข้อมูลได้ก็จะเป็นจำนวนเครื่องคูณด้วยการส่งข้อมูลแต่ละครั้ง ก็จะเป็น MT วินาทีนั่นเองนะคะ ดังนั้น สำหรับพวกโรงงานหรือว่าหน่วยงาน ก็จะมีการใช้งานที่ตรงกับตัวระบบเครือข่ายนะคะ ในรูปแบบวงแหวน ก็คือสามารถที่จะกำหนดระยะเวลาที่จะส่งข้อมูลได้นะคะ แต่เนื่องจากรูปแบบการเชื่อมต่อทางกายภาพนะคะ ตัวระบบนี้มีการเชื่อมต่อที่แต่ละเครื่องนะคะ ในตัวเครือข่ายนี้ทำการเชื่อมต่อกัน ดังนั้น กรณีที่เกิดปัญหาตัวสายสื่อสารหรือว่าสายเคเบิลนี่ เกิดขาดขึ้นนะคะ มันจะส่งผลให้ทั้งระบบของตัวเครือข่ายของเรานี่ ไม่สามารถที่จะใช้งานได้นั่นเองนะคะ ดังนั้น การเดินสายเคเบิลในรูปแบบวงแหวนจึงไม่ค่อยเหมาะนะคะ กับลักษณะรูปแบบที่ใช้ในตัวโรงงาน ดังนั้น ก็ถูกพัฒนาขึ้นมาแล้วนะคะ ให้เป็นตัวมาตรฐาน 802.4 ที่แก้ปัญหาตรงนี้นะคะ ก็คือสามารถเอาตัวคุณสมบัติที่ดีของตัวมาตรฐาน 802.3 แล้วก็พัฒนาขึ้นนะคะ เป็นตัวมาตรฐาน 802.4 นะคะ ก็คือรวมความสามารถในการคำนวณระยะเวลานะคะ ในการรอนะคะ ก็คือสามารถกำหนดระยะเวลาที่เราจะสามารถส่งข้อมูลไปได้นะคะ ในการเชื่อมในรูปแบบวงแหวนของเรานั่นเองนะคะ ถัดมา ตัวมาตรฐานอีกตัวหนึ่ง ก็จะเป็นตัวมาตรฐาน IEE 802.5 นะคะ อันนี้ก็จะเป็นรูปแบบวงแหวนเช่นเดียวกัน ที่ได้รับพัฒนาขึ้นมาในระบบเครือข่ายนะคะ ทั้งในเฉพาะบริเวณ แล้วก็รูปแบบเครือข่ายระบบกว้างนะคะ ก็จะมีการเชื่อมต่อแบบจุดต่อจุด แล้วก็เรียงลำดับเป็นวงกลม สายก็จะเป็นสายที่ แต่ละรูปแบบที่เราได้ศึกษาไปก็จะเป็นสายคู่ตีเกลียว สายโคแอกเชียล แล้วก็สายใยแก้วนั่นเองนะคะ สามารถใช้งานได้นะคะ ทั้งรูปแบบดิจิทัลแล้วก็แอนะล็อกนะคะ ตัวนี้บริษัท IBM ก็จะเลือกเอาตัวระบบเครือข่ายนะคะ นำมาใช้งานนะคะ ในหน่วยงานของเขา เป็นเครือข่ายเฉพาะนะคะ ส่วนตัวองค์กร IEEE นี่ ก็ได้ออกมาตรฐานมารองรับนะคะ เกี่ยวกับตัวมาตรฐาน 802.5 นะคะ ว่าเป็นตัวระบบเครือข่ายวงแหวนนะคะ ที่สามารถกำหนดระยะเวลานะคะ หรือความยาวของการส่งสัญญาณได้นั่นเองนะคะ อันนี้ก็จะเป็นคุณลักษณะของตัวมาตรฐาน 802.5 นะคะ คราวนี้เรามาดูองค์ประกอบ กรณีที่เราต้องการจะส่งข้อมูลนะคะ ภายในตัวระบบเครือข่ายของเรา จากเครื่องคอมพิวเตอร์ 1 เครื่อง ไปยังปลายทางเครื่องคอมพิวเตอร์อีกหนึ่งเครื่องนั่นเองนะคะ จากรูปนี่ เราจะมาดูว่า กรณีที่เราจะส่งข้อมูลตรงนี้ที่เป็น Data นี่ ไปยังปลายทาง เราจะมีข้อมูลอะไร เพื่อทำให้ส่งข้อมูลให้ถูกต้อง แล้วก็ผู้รับหรือว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ปลายทางนี่สามารถรับข้อมูลได้ มันจะมีตัวประกอบอะไรบ้าง เราก็จะมาดูตามรูปตัวนี้นะคะ ว่ารูปภาพของตัวเฟรม ของตัวมาตรฐาน IEEE 802.4 นี่ เขามีองค์ประกอบออกอะไรบ้างนะคะ เริ่มต้นนะคะ ด้านหน้าสุดเลยนะคะ ตัว Preamble นะคะ ก็จะมีลักษณะข้อมูลนะคะ ไว้สำหรับให้ผู้รับนะคะ รับข้อมูลแล้วก็เทียบสัญญาณของนาฬิกา ก็คือ ผู้รับกับผู้ส่งนี่ สามารถที่จะส่งข้อมูลในช่วงเวลาที่ตรงกันนั่นเองนะคะ ถัดมาตัว SD ตรงนี้นะคะ อันที่ 2 แล้วก็ตัวท้ายเป็น ED ก็จะเป็นตัว Start delimiter นะคะ แล้วก็ End delimiter นั่นเองนะคะ ตัวนี้ก็ใช้สำหรับเหมือนระบุจุดเริ่มต้นแล้วก็จุดสิ้นสุดนะคะ ของตัวเฟรมที่เราจะทำการส่งข้อมูลของเรานั่นเองนะคะ ว่าทั้งหมดนี้เป็นข้อมูลที่เราจะทำการส่งไปยังปลายทางนั่นเองนะคะ ว่ามันมีข้อมูลความยาวในข้อมูลในรูปแบบนี้นะคะ เพื่อกรณีที่เราส่งข้อมูลไปยังปลายทางแล้ว อาจจะมีข้อมูลนะคะ ของตัวอื่นนี่ เข้ามาเพิ่มเราจะได้รู้ว่าตอนนี้นี่ส่งมาจากไหน แล้วก็จบ ข้อมูลอยู่ที่ความยาวของตัวข้อมูลที่เท่าไรนั่นเอง ถัดมานะคะ ตัว FC ตัวนี้นะคะ ลำดับที่ 3 ของเรานะคะ หรือว่า Frame control ตัวนี้ก็ทำการแยกระหว่างเฟรมข้อมูลนะคะ เพราะว่าจะได้ทำให้ผู้รับนี่ ทราบได้ว่าข้อมูลที่ส่งเข้ามานี่ ในตัวระบบนี่ ช่วงเวลา แล้วก็ช่วงของข้อมูลอยู่ตรงนี้นะคะ ที่จะเป็นข้อมูลต้นทางส่งไปยังปลายทางนั่นเองนะคะ ในกรณีที่เราส่งข้อมูลนะคะ จากสถานีที่มีที่อยู่ หรือว่า Address เราลงไปนะคะ เขาก็จะสามารถกำหนดข้อมูลนะคะ เป็นรูปแบบดิจิทัลนะคะ ตามค่าตรงนี้นะคะ ถัดมา ตัว Source Address นะคะ ของเราแล้วก็ Destination Address ก็จะอยู่ลำดับที่ 4 แล้วก็ตัวที่ 5 ตรงนี้ที่อยู่ติดกันนั่นเอง ตัวนี้ก็เหมือนกรณีที่เราต้องการส่งข้อมูลจากต้นทางไปยังปลายทาง ก็ต้องมีที่อยู่ของผู้ส่งหรือว่าที่อยู่ของผู้รับ ก็เหมือนเราส่งจดหมายหรือว่าส่งอีเมลไปถึงใครนะคะ ก็ต้องระบุตัวตน ว่าเราคือใคร แล้วเราจะส่งข้อมูลไปที่ไหนนั่นเองนะคะ ตัวนี้ก็จะมีตัว IEEE นะคะ เป็นตัวกำหนด รับผิดชอบเกี่ยวกับกรณีที่เราจะเขียน หรือว่ากำหนดนะคะ ให้รูปแบบที่เครือข่ายอื่น ๆ นะคะ ที่อยู่ในสากลนี่สามารถที่จะเข้าใจนะคะ เกี่ยวกับตัว Address ตรงนี้ได้นั่นเอง ถัดมาก็จะเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ก็คือตัวข้อมูลของเราที่เราจะส่งข้อมูลไปในตัวระบบนั่นเอง ว่าข้อมูลของเรามีข้อมูลอะไรบ้าง และมีความยาวอยู่ที่ความยาวเท่าไรนะคะ โดยสามารถส่งนะคะ ข้อมูลได้ตั้งแต่ 0 ถึง 8,182 ไบต์นั่นเอง ก็คือแล้วแต่ระยะความยาวของตัวข้อมูลที่เราจะส่งนั่นเอง เมื่อกี้เราถึงตัว Data แล้ว ต่อไปก็จะเป็น Checksum ตัวสุดท้ายของเรานะคะ อันนี้ก็จะเป็นการช่วยเช็กความถูกต้องของข้อมูลนะคะ ว่าปลายทางนี่ รับข้อมูลครบหรือเปล่า หรือว่าเกิดการผิดพลาดในการนำส่งข้อมูลไหม จะได้ตรวจสอบได้นั่นเองนะคะ ข้อมูลครบหรือไม่ครบ มีการตกหล่นไหมนะคะ จะทำให้การสื่อสารระหว่างต้นทางนี่ จะได้ตรงกันนั่นเองนะคะ อันนี้ก็จะเป็นหลัก ๆ ของตัวมาตรฐานของตัวองค์ประกอบ ในกรณีที่เราต้องการส่งข้อมูลนะคะ ในตัวเครือข่ายของเรานั่นเอง ของ 802.4 คราวนี้เรามาดูในรูปแบบของตัวมาตรฐาน 802.5 บ้าง ว่ามีองค์ประกอบอะไรบ้าง ในรูปแบบกรณีที่เราต้องการส่งข้อมูลจากรูปภาพนี่ เราจะสังเกตได้ว่าจะมีลักษณะคล้าย ๆ กันถูกไหมคะ กับตัวมาตรฐาน IEEE 802.4 ของเรานั่นเองนะคะ จะมีเพิ่มเข้ามานะคะ ในตัวข้อ A แล้วก็ตัวข้อ B เดี๋ยวเราจะมาทำความรู้จักกันว่า 2 ตัวนี้ เขามีคุณลักษณะหรือว่าสมบัติอะไรบ้างนั่นเอง เริ่มจากตัวรูปแรกนะคะ ตัว (a) ที่เขียนว่า Token ตัวนี้นะคะ ก็จะทำการเดินทางนะคะ ก็คือวิ่งอยู่ในตัวระบบเครือข่ายของเรา จนกระทั่งมีเครื่องคอมพิวเตอร์ หรือว่าต้นทางนี่ต้องการจะส่งข้อมูลไปยังปลายทางก็จะทำการแจ้งหรือว่าเข้าไปนะคะ จับ Token ตัวนี้นะคะ โดยการเปลี่ยนข้อมูลตัว Access Control นั่นเอง ตัว AC ของเราตัวนี้นี่ จากตัวที่มีค่านะคะ จาก 0 เป็น 1 เพื่อจะทำให้กลับมาเป็นตัวหัวในการส่งข้อมูลของเรา ก็คือไอ้ตัวนี้ Token นี่ จะทำการวิ่งวนอยู่ในตัวระบบเครือข่ายของเรา จนกระทั่งนี่ เมื่อมีต้นทางที่ต้องการส่งข้อมูลก็จะทำการเปลี่ยนข้อมูลของตัว Token นี่ ให้มันเป็นเฟรมที่สามารถส่งข้อมูลไปยังปลายทางได้ โดยก็จะมีข้อมูลรายละเอียดคล้ายกับตัวมาตรฐาน 802.4 ที่เรากล่าวมาแล้วนั่นเองนะคะ อย่างที่บอกไปก็จะมีตัว Start delimiter กับ End delimiter มิเตอร์ ก็คือตัว SD แล้วก็ตัว ED ลักษณะเหมือนกับตัวมาตรฐาน 802.4 เช่นเดียวกันนะคะ เพื่อจะได้บอกว่า อันนี้เราเป็นเฟรมนะคะ ที่เริ่มต้นแล้วก็สิ้นสุดของตัวเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องนั้นที่ทำการจัดส่งมายังปลายทาง ก็คือ ระบุจุดสิ้นสุด แล้วก็จุดเริ่มต้นของเฟรมจากเครื่องส่งไปยังเครื่องรับนั่นเองนะคะ ว่ามีความยาวประมาณเท่าไร ถัดมา มาดูตัว AC ของเรานะคะ ตัวนี้ก็จะมีรายละเอียดที่เพิ่มมากยิ่งขึ้นนะคะ โดยจะแบ่งออกเป็น 4 ส่วนหลัก ๆ นะคะ โดย Priority ตามชื่อ ตามความหมายของภาษาอังกฤษก็คือจะบอกถึงลำดับความสำคัญนั่นเอง ว่าเฟรมหรือว่าข้อมูลที่เราส่งนี่ ตัวนี้นี่มีความสำคัญอยู่ที่ระดับไหนนะคะ ถัดมา Token ก็จะบอกว่าเป็น Token หรือเปล่า หรือว่าเป็นเฟรมข้อมูล จะได้แยกได้ออกว่ามีข้อมูลไหม หรือว่าเป็น Token ที่ใช้วิ่งวนอยู่แค่ในตัวระบบ ของเรา ถัดมา Monitor ก็ใช้กรณีที่การส่งข้อมูลของเรานี่ มันหายไปในตัวระบบเครือข่ายของเรานะคะ ก็จะมีตัว Monitor นี่ มากำหนดเวลานะคะ เพื่อไม่ให้ตัวข้อมูลนี่ เกิดการสูญหาย แล้วก็องค์ประกอบที่ 4 ของตัว Access Control คือตัว Research นะคะ ก็ใช้นะคะ กรณีที่เราต้องการจะส่งข้อมูลเมื่อตัว Token ที่ว่าง แล้วเราพร้อมที่จะส่งข้อมูลก็จะจับจองตัว Token นี้ เพื่อจะได้ส่งข้อมูลไปยังปลายทางนั่นเอง ถัดมาตัว FC หรือว่าตัว Frame Control นะคะ ก็จะเป็นการระบุนะคะ สิ่งที่อยู่ในส่วนของข้อมูลนะคะ ว่าจะเป็นรูปแบบคำสั่งหรือแบบข้อมูลนั่นเอง ก็สามารถที่จะกำหนดได้นั่นเองนะคะ แล้วก็ตัว Source address แล้วก็ Destination address ก็อันนี้จะเป็นรูปแบบเดียวกันก็คือว่าเราต้องมี ที่อยู่ในการส่งข้อมูลนั่นเอง ว่าเราจะส่งไปถึงใครแล้วส่งมาจากไหน ก็เหมือนที่อยู่บ้านของเรา ในกรณีที่เราส่งจดหมายหากันนั่นเอง จะมีต้นทางแล้วก็ปลายทาง แล้วก็ตัวองค์กร IEEE นี่ก็จะมารองรับ เพื่อจะให้ปลายทาง กรณีที่อยู่ในตัวเครือข่ายที่แตกต่างกันจะได้รับข้อมูลได้อย่างถูกต้องนั่นเองนะคะ มาดูตัว Data ก็คือตัวข้อมูลที่เราต้องการส่งนะคะ เราก็จะเห็นว่าอยู่ที่ความยาวได้ถึง 4,500 ไบต์นั่นเองนะคะ Checksum ก็เช่นเดียวกัน ในกรณีที่เราส่งข้อมูลนะคะ เพื่อจะต้องการตรวจสอบว่าข้อมูลที่ได้รับครบไหม หรือว่าเกิดการผิดพลาดในการส่งระหว่างทางนั่นเอง เกิดการสูญหายหรือว่าการหายไปให้ตัวระบบเครือข่ายนะคะ ตัวนี้ก็จะเป็นการตรวจสอบนะคะ ช่วยให้ทราบนะคะ ว่าข้อมูลที่เราส่งไปนี่ เกิดสูญหายระหว่างตอนไหนนี่เอง ถัดมา ตัว Frame Status นะคะ ตัวนี้ ก็จะทำการควบคุมการส่งข้อมูล เพื่อบอกสถานะนั่นเองนะคะ ว่าข้อมูลของเรานี่ไปยังผู้รับหรือเปล่า หรือว่าจะรับข้อมูลหรือว่าไม่รับข้อมูล โดยตัว Frame status ของเราก็จะมีการบอกค่าอยู่ 2 ค่า ก็จะเป็นค่า A กับค่า C นั่นเองนะคะ กรณีแรก 500 ก็คือตัวปลายทางที่เราจะส่งไปนี่ ไม่ได้อยู่ในตัวระบบเครือข่ายของเรา อาจจะใส่ที่อยู่ Address ที่ไม่ถูกต้อง แน่นอน เหมือนว่าเราจะส่งข้อมูลแล้วปลายทางเราส่งไปไม่ถึง หรือว่าที่อยู่ไม่ถูกต้อง เหมือนเราส่งจดหมายไปแล้วไปรษณีย์ก็ไม่สามารถที่จะส่งสินค้าหรือว่าข้อมูลไปยังปลายทางได้ ก็จะมี Status บอกว่าอยู่ที่ 00 นะ ก็คือไม่ได้อยู่ในตัวระบบเครือข่ายของเรา หรือในกรณีที่มีค่าเป็น 10 ก็คือ เรามีที่อยู่ปลายทางถูกต้องนะคะ แต่ว่าตัวปลายทางนี่ไม่สามารถที่จะรับข้อมูลได้ ตัว Status ตัวนี้ก็จะบอกค่าออกเป็นอยู่ที่ 10 นั่นเองนะคะ และกรณีสุดท้าย กรณีที่มีค่า AC เป็น 11 ก็จะบอกถึงว่าปลายทางรับข้อมูลจากต้นทางเรียบร้อยแล้วนั่นเองนะคะ อันนี้ก็จะเป็นลักษณะการบอก Status นะคะ เพื่อจะได้ทราบกันว่าส่งไปถึงไหม ไม่ถึงกรณีไหน ปลายทางไม่มีที่อยู่หรือว่าปลายทางไม่มีพื้นที่ในการเก็บข้อมูล หรือส่งถึงผู้รับเรียบร้อยแล้วนั่นเองนะคะ ถัดมา ตัว Token Frame ของเรานะคะ ตัวนี้ก็จะประกอบไปด้วย 3 ส่วนประกอบของเรานะคะ ก็จะมี SD AC ED นะคะ ก็จะเป็นลักษณะการกำหนดว่าตัวนี้เป็นเฟรมของข้อมูล หรือว่าเป็นช่วงของตัวข้อมูลที่ส่งมาจากตัวเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องไหน แล้วก็ไปสิ้นสุดที่ไหนนั่นเองนะคะ ส่วน Abort Frame นะคะ ก็ต้องการส่งกรณีที่ข้อมูลที่เราส่งไป อาจจะเกิดการส่งข้อมูลที่ผิดพลาด ก็สามารถที่จะยกเลิกการส่งข้อมูลในตัวระบบเครือข่ายของเราได้ โดยการส่งตัว Abort Frame เข้าไปนะคะ ว่าจะเริ่มที่ Start delimiter แล้วก็จบที่ตรงไหนนั่นเองนะคะ จะยกเลิกตัวไหนนะคะ ตัวระบบเครือข่ายเขาจะได้เข้าใจว่าเฟรมที่เราส่งไปก่อนหน้านี้นี่ อาจจะส่งผิดหรือว่าข้อมูลไม่ครบถ้วน ก็จะทำการยกเลิกได้นั่นเองนะคะ ถัดมาเราจะมาดูลักษณะทางกายภาพบ้างในกรณีที่เราต้องการเชื่อมต่อนะคะ ในรูปแบบของตัว เครือข่ายทั้ง 2 อัน ก็คือในรูปแบบของตัว Token Bus แล้วก็ Token Ring นั่นเอง เดี๋ยวเรามาศึกษาตัวแรกก่อนนะคะ ในรูปแบบของตัว Token Bus ทางกายภาพ ก็คือการเชื่อมต่ออุปกรณ์นั่นเองนะคะ ตัว Token Bus ของเราก็จะมีการเชื่อมต่อตามรูปเลยนะคะ เป็นเส้นตรงนะคะ ตัวสถานีหรือว่าตัวเครื่องคอมพิวเตอร์ของเรานี่ก็จะทำการเชื่อมต่อเป็นจุด ๆ ก็คือตามตัว Connector ต่าง ๆ ที่ทำการเชื่อมเข้าสู่ตัวสายตัวโคแอกเชียลเคเบิลตัวนี้ของเรานั่นเอง กรณีที่เริ่มต้นการทำงานนะคะ สามารถส่งข้อมูล โดยจะกำหนดการทำงานกรณีที่สถานีนั้น คือ มีหมายเลขสูงสุดของในตัววงเครือข่ายที่เราจะทำการส่งข้อมูลนั่นเองนะคะ ก็อย่างยกตัวอย่างที่ 20 ตัวนี้ก็จะทำการรับ Token นะคะ แล้วก็ส่งข้อมูลไปยังสถานีข้างเคียงของเราก็จะทำการส่งข้อมูลนั่นเองนะคะ นี่ก็จะเป็นรูปแบบของตัว Token Bus ก็จะเห็นว่าเป็นสายตรง ๆ แล้วก็มีการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ทั้งหมดภายในตัวเครือข่ายของเรานั่นเองนะคะ แล้วก็มีลำดับนะคะ ในการส่งข้อมูลก็คือหมายเลขสูงสุดของตัววงโคจร หรือว่าตัววงเครือข่ายของเรานี่สามารถส่งข้อมูลออกไปได้เป็นลำดับแรกนั่นเองนะคะ ถัดมา มาดูรูปแบบการเชื่อมต่อ ของตัว Token Ring ของเราตัวนี้นะคะ ตามชื่อ Ring ก็จะเป็นรูปแบบของวงแหวน ก็จะมีการเชื่อมต่อที่มันเป็นวงแหวน ก็คือเป็นเหมือนระบบเหมือนคล้าย ๆ ระบบปิดนั่นเองนะคะ แล้วก็จะมีการเชื่อมต่อแบบจุดต่อจุด มีอุปกรณ์นะคะ ที่ใช้ในการเชื่อมต่อระหว่างตัวเครื่องคอมพิวเตอร์ หรือว่า Station ของเรานี่เข้ากับตัวสายในการเชื่อมต่อของเราที่เป็นสายเมนนะคะ ในการส่งข้อมูลระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ของเรานะคะ อุปกรณ์นะคะ ที่ใช้ต่อในรูปแบบ 802.5 ของเรา หรือว่า Token Ring ของเราก็จะเป็นอุปกรณ์ที่เรียกว่า Multistation Access Unit นั่นอง หรือว่า MAU นะคะ ก็จะเป็นลักษณะการเชื่อมต่ออุปกรณ์คอมพิวเตอร์แล้วก็ผ่านด้วยตัวเอง MAU ตัวนี้ แล้วเชื่อมไปยังสาย Connection ต่าง ๆ ในตัวระบบของเรานะคะ คราวนี้เราจะมาดูรูปแบบทางโครงสร้างที่มันเป็นอุปกรณ์ที่ใช้เชื่อมต่อในตัวระบบของเรา โดยเริ่มจากตัวแรกของเรานะคะ ก็คือตัว FDDI นะคะ ก็ F ก็ย่อมาจากตัว Fiber ก็คือเป็นอุปกรณ์ที่ใช้สายเชื่อมต่อในรูปแบบ Fiber Optic ของเรานะคะ เป็นระบบเครือข่ายนะคะ ใช้ในรูปแบบ Token Ring เมื่อกี้ของเรานะคะ ที่มีการเชื่อมต่อเป็นวงปิดนั่นเอง โดยผ่านมาตรฐานของ ANSI แล้วก็ ITU ของเรานะคะ จากรูปนะคะ จากรูปของเรานะคะ เราก็จะทราบ ให้เห็นการเปรียบเทียบของตัวโครงสร้าง 2 อันนะคะ ในตัวโครงสร้างของตัว OSI ของเรา OSI Model 7 Layers นะคะ ที่น่าจะเป็นประมาณเกือบสัปดาห์ที่ 2 ที่เราเรียนมานะคะ ว่ามันมีชั้น Layer อะไรบ้าง มาเปรียบเทียบกับตัว FDDI ที่เป็น Fiber Optic ที่เราเชื่อมต่อในตัว Token Ring ของเรานะคะ จากรูปจะเห็นว่าในชั้นของตัว Physical ก็คือตัวเชื่อมต่ออุปกรณ์ของ OSI นี่ จะเทียบเท่าได้กับชั้นของตัว FDDI 2 ชั้น ก็จะมีชั้นของ Physical medium dependent แล้วก็ Physical นะคะ 2 อันตัวนี้ ลักษณะก็จะมีชื่อคล้าย ๆ กันเลย Physical ของตัว OSI แล้วก็ Physical ทั้ง 2 อัน ของตัว FDDI นั่นเองนะคะ ถัดมาในตัว Layer ที่ 2 นะคะ ก็ของตัว OSI ก็จะเป็น Data Link นะคะ ก็จะไปเชื่อมต่อนะคะ กับตัว Media Access Control นะคะ หรือว่าตัว MAC ของเราแล้วก็ตัว LLC Logical Link Control นั่นเองนะคะ นี่ก็จะเป็นการเปรียบเทียบลักษณะของ Layer นะคะ จะได้มองภาพได้ง่ายยิ่งขึ้นนั่นเองนะคะ ถัดมา เราจะมาดูการเชื่อมต่อ ในรูปแบบโครงสร้างของตัวสายอุปกรณ์ ถ้าเราต้องการเชื่อมต่อของเครือข่ายของ FDD ที่ใช้ในรูปแบบของตัว Fiber Optic นี่ เขาจะมีวงในการเชื่อมต่ออย่างไรนะคะ จะเห็นจากรูปนะคะ ที่นำมาประกอบนี่จะเห็นว่ามันจะมีวงกลม 2 วง เป็นเส้นทึบกับเป็นรูปแบบของเส้นประ พูดง่าย ๆ ตัว FDDI ก็จะมี 2 วงเครือขายใน 1 ระบบ ตัวนี้เอาไว้ทำอะไร ไว้ใช้แก้ปัญหา กรณีที่ตัวเครือข่ายของเรา หรือว่าเส้นสื่อสารในตัวระบบของเรานี่ไม่สามารถทำงานได้หรือเกิด… อาจจะเกิดจะแตก จะหัก จะเปราะนะคะ แน่นอน เมื่อมันเกิดสายสื่อสารของเราเกิดมีปัญหา มันก็ส่งข้อมูลระหว่างกันไม่ได้ ดังนั้น มันก็เลยมีสายสำรองเกิดขึ้นมา โดยสายหลักของเรานี้จะเรียกว่า Primary Ring นะคะ ก็คือใช้ในการส่งสื่อสารข้อมูลทั่วไปปกติ ส่วนเส้นที่ 2 ที่เป็นเส้นประของเรานี่ จะเรียกว่า Secondary ring หรือว่าเป็นตัวสายที่ไว้สำรองกรณีที่สายแรกหรือว่าสายหลักของเรานี่เกิดมีปัญหา พูดง่าย ๆ คือเอาไว้ Backup ตัวสายตัวนี้ ดังนั้น สายสื่อสารของเรานี่ หรือว่าในการส่งข้อมูลของเรา ถ้าสายแรกขาดไปนะคะ สายเมนหลักของเราขาดไป แน่นอนเรายังสามารถส่งข้อมูลได้ เพราะว่าเรามีสายสำรองอีกสายหนึ่งนั่นเอง ก็คือตัว Secondary ring ของเราขึ้นมานั่นเองนะคะ นี่ก็จะช่วยแก้ปัญหา กรณีที่สายเกิดมีปัญหานะคะ วันนี้ก็จะเป็นคร่าว ๆ ก็คือจะมี 2 ตัวมาตรฐานนะ จำได้แล้ว ก็จะมีตัวมาฐาน IEEE 802.4 ถูกไหมคะ ที่เราเรียนมาว่า คุณสมบัติของเรา 802.4 นี่เกิดมาจากได้อะไร ก็คือมีพัฒนามาจากตัวมาตรฐาน 802.3 นะ นะคะ ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาข้อจำกัด พวกระยะเวลาในการส่งข้อมูลที่มันรอนานเหลือเกิน ตัวนี้ก็สามารถที่จะมาช่วยให้สามารถกำหนดระยะเวลาในการส่งข้อมูล เพื่อไม่ให้เกิดการชนกันของข้อมูลหรือรอระยะเวลาในการส่งข้อมูลที่มันมากเกินไปนั่นเองนะคะ แล้วก็ 802.5 ก็พัฒนาขึ้นมา เรื่อยขึ้นมาให้มันดียิ่งขึ้นนั่นเองนะคะ แล้วก็เราก็จะมาดูตัวรูปภาพที่ประกอบ ส่วนประกอบที่เราในการส่งข้อมูลของตัวมาตรฐานทั้ง 2 ตัว ว่ามันมีลักษณะอะไรที่มันเพิ่มเติมหรือว่าแตกต่างกัน แล้วก็เมื่อกี้ที่เราพูดไปก็จะเป็นตัวโครงสร้างนั่นเองถูกไหมคะ ที่เราใช้ในการส่งข้อมูลในตัวมาตรฐานของเรา ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบของ Token Bus ซึ่งมีสายสื่อสารที่ต่อกันในรูปแบบของเส้นตรง ส่วนอีกตัวหนึ่ง ถัดมานะคะ 802.5 ของเรานะคะ ก็จะเป็นรูปแบบของ Token Ring ของเรานะคะ ว่ามีรูปแบบการเชื่อมต่อของอุปกรณ์เป็นรูปแบบวงกลม หรือว่าเป็นวงปิดของเรานั่นเอง มันก็จะแตกต่างกัน ในตัวโครงสร้างแล้วระดับหนึ่งนะคะ แล้วก็จะมีอุปกรณ์ที่ใช้ในการเชื่อมต่อนะคะ ของตัว Token Ring แล้วก็รูปแบบในการเชื่อมต่อกรณีที่เป็นอุปกรณ์เกี่ยวกับตัวสาย Fiber Optic นะคะ แล้วก็เปรียบเทียบกับตัว OSI Layer ของเรานะคะ ว่ามีหน้าตาแบบไหน มีการทำงานแบบไหน มีการสายสื่อสารแบบไหน ในการเชื่อมต่อระบบเครือข่ายของเรานะคะ ก็จะมีทั้งสายหลักสายรองนะคะ อันนี้ก็จะทำให้เราทราบถึงคุณสมบัติของมาตรฐานอีก 2 ตัวเพิ่มมากขึ้นจากครั้งก่อนที่เราพูดถึงมาตรฐาน 802.3 อันนี้ก็จะมาทราบถึงตัว Token Bus แล้วก็ Token Ring ของเราก็คือจะเป็นมาตรฐาน 802.4 แล้วก็มาตฐาน 802.5 นั่นเองนะคะ วันนี้ก็จะอธิบายตัวเนื้อหา 2 ตัวนี้ แล้วก็จะให้เข้าใจมากยิ่งขึ้นก็จะมีคำถามท้ายบทเหมือนเดิมนะคะ เพื่อเป็นการทบทวนที่อาจารย์นำเสนอไปเมื่อกี้นี่ สามารถที่จะเข้าใจถึงหลักการนะคะ ของรูปแบบโครงสร้าง หรือว่าการเชื่อมต่อนะคะ ของอุปกรณ์นั่นเอง ว่ามีอะไรบ้างนะคะ ตัวท้ายบทของเราก็จะมีทั้งหมด 5 ข้อ อย่างที่บอกไป ของเรามี 2 มาตรฐานวันนี้ ก็คือ มาตรฐาน 802.4 แล้วก็มาตรฐาน 802.5 แล้วก็อธิบายหลักการการทำงานต่าง ๆ มานั่นเองนะคะ ตัวนี้มีอันไหนสงสัยไหมคะ เกี่ยวกับตัวมาตรฐานทั้ง 2 ตัว หรือมีคำศัพท์ตรงไหนที่ยังงงอยู่หรือเปล่า เพราะว่าเนื่องจากตัวสื่อสารนี่ มันก็จะมีตัวย่อในการใช้เป็นภาษาทับศัพท์นี่ค่อนข้างเยอะนิดหนึ่งนะคะ เราอาจจะต้องไปทบทวนเพิ่มเติมหรือว่าถ้าสงสัยตรงไหนก็ถามได้นะคะ มีอันไหนสงสัยเพิ่มเติมไหมคะ สำหรับตัว 2 มาตรฐานตัวนี้ มีไหม มีไหมมีคำถามตัวไหนไหมคะ งง ๆ ไหม ก็อันนี้ก็น่าจะมีรูปประกอบก็น่าจะพอใจจะเข้าใจนะ เกี่ยวกับโครงสร้าง สงสัยอันไหนก็ถามได้นะ เพราะว่าวันนี้ก็สไลด์ก็จะไม่ค่อยเยอะเท่าไร เขียน เขียนดีกว่าจะได้จำ หรือว่าอย่างไรหรือว่าอยากส่งเป็นรูปแบบออนไลน์ ให้ด้วยก็ได้ค่ะ ได้ทั้ง 2 แบบเลย อ๋อ โอเคได้ อย่างนั้นเดี๋ยวอาจารย์ก็จะเปิด Classroom ให้นะ ก็แต่ละข้อมันก็จะได้ถ้าเป็นรูปแบบออนไลน์ก็อยากให้สรุปนะ เป็นคำพูดของเรามา เพราะมันจะได้ไม่เหมือนกันนะว่าเราแบบเข้าใจแบบไหนนะคะ ของแต่ละหัวข้อ 5 ข้อนั่นเอง มีคำถามไหม ถ้าไม่มีก็เดี๋ยวทำท้ายบทกันเลย เราจะได้ส่งในคาบนะ ใครสงสัยตรงไหนจะได้ถามอาจารย์เลย แล้วก็จะได้ส่ง เดี๋ยวจะทำ Classroom ไว้ให้นะคะ โอเคไหม โอเคนะ โอเค อย่างนั้นก็เดี๋ยวให้พี่ล่ามแค่นี้ก่อนก็ได้นะ หรือว่าต้องรอไหม หรือว่าแจ้งได้เลย โอเค ก็สำหรับคาบนี้ก็เดี๋ยวนะคะ เดี๋ยวจะให้น้องนักศึกษาเขาทำท้ายบทเรียนต่อนะคะ อย่างนั้นก็เดี๋ยวก็ขอบคุณเกี่ยวกับล่ามออนไลน์ด้วยนะคะ เดี๋ยวค่อยเจอกันสัปดาห์หน้า ๆ นะคะ ขอบคุณนะคะ ขอบคุณค่ะ เดี๋ยวอาจารยทำ Classroom ให้แล้วกันนะคะ เราจะได้ส่งกันง่าย ๆ นั่นเอง ไม่เอาแบบเหมือนกันทั้งหมด 5 ข้อเหมือนกันทุกคน ไม่เอานะ เดี๋ยวครูจะเข้าไปดูนะว่าแบบสรุปเป็นเนื้อหามาให้หรือเปล่า เข้า Calssroom ก่อน [สิ้นสุดการถอดความ]