﻿WEBVTT

1
00:00:00.000 --> 00:00:00.607

2
00:00:16.787 --> 00:00:21.894

3
00:00:21.901 --> 00:00:22.299

4
00:00:22.491 --> 00:00:22.777

5
00:00:22.934 --> 00:00:23.317

6
00:00:23.121 --> 00:00:23.406

7
00:00:23.371 --> 00:00:23.606

8
00:00:23.572 --> 00:00:23.862

9
00:00:23.765 --> 00:00:24.135

10
00:00:23.893 --> 00:00:25.495

11
00:00:27.547 --> 00:00:29.053

12
00:00:30.482 --> 00:00:30.777

13
00:00:31.053 --> 00:00:32.582

14
00:00:34.645 --> 00:00:39.925
ได้หนังสือครบทุกคนแล้วใช่ไหมครบทั้ง 2 วิชาแล้วนะคะ

15
00:00:39.844 --> 00:00:40.599

16
00:00:40.796 --> 00:00:41.204

17
00:00:41.182 --> 00:00:41.458

18
00:00:41.693 --> 00:00:43.216

19
00:00:43.806 --> 00:00:44.108

20
00:00:44.383 --> 00:00:44.639

21
00:00:44.575 --> 00:00:45.312

22
00:00:45.282 --> 00:00:46.919

23
00:00:46.886 --> 00:00:47.715

24
00:00:47.643 --> 00:00:48.911

25
00:00:48.993 --> 00:00:49.414

26
00:00:49.256 --> 00:00:49.643

27
00:00:50.724 --> 00:00:50.961

28
00:00:50.855 --> 00:00:52.746

29
00:00:52.774 --> 00:00:53.188

30
00:00:53.354 --> 00:00:53.904

31
00:00:54.242 --> 00:00:54.541

32
00:00:54.887 --> 00:00:55.141

33
00:00:55.461 --> 00:00:55.931

34
00:00:55.914 --> 00:00:56.182

35
00:00:56.167 --> 00:00:56.629

36
00:00:56.421 --> 00:00:56.681

37
00:00:57.063 --> 00:00:57.495

38
00:00:57.908 --> 00:00:58.187

39
00:00:58.354 --> 00:00:58.615

40
00:00:58.864 --> 00:00:59.228

41
00:00:59.765 --> 00:01:00.034

42
00:01:00.085 --> 00:01:01.058

43
00:01:01.167 --> 00:01:02.424

44
00:01:02.385 --> 00:01:02.806

45
00:01:07.448 --> 00:01:07.862

46
00:01:08.022 --> 00:01:08.284

47
00:01:08.286 --> 00:01:08.538

48
00:01:59.846 --> 00:02:00.099

49
00:02:18.742 --> 00:02:19.499

50
00:02:19.710 --> 00:02:20.466

51
00:02:20.730 --> 00:02:21.478

52
00:02:22.911 --> 00:02:23.292

53
00:02:23.104 --> 00:02:23.472

54
00:02:23.361 --> 00:02:23.783

55
00:02:32.711 --> 00:02:32.987

56
00:02:44.691 --> 00:02:44.908

57
00:02:52.700 --> 00:02:52.956

58
00:03:19.220 --> 00:03:19.702

59
00:03:32.541 --> 00:03:32.760

60
00:04:16.752 --> 00:04:18.406

61
00:04:22.062 --> 00:04:22.283

62
00:06:32.036 --> 00:06:34.075

63
00:06:34.682 --> 00:06:35.558

64
00:06:37.935 --> 00:06:38.209

65
00:06:38.198 --> 00:06:38.699

66
00:06:38.579 --> 00:06:38.997

67
00:06:40.685 --> 00:06:45.495
โอเคเดี๋ยวขอสอนของ

68
00:06:45.434 --> 00:06:47.978
ระบบนิดนึงนะคะเพราะว่า

69
00:06:47.996 --> 00:06:53.311
จะได้เห็นภาพไปด้วยพร้อมๆกันเนาะเริ่มต้นตั้งแต่ที่

70
00:06:53.437 --> 00:06:59.121
ตั้งคำถามในตอนแรกก่อนนั่นแหละว่าทำไมอ่ะถึงต้องไปศึกษาของตะวันตก

71
00:06:59.017 --> 00:07:05.807
แล้วค่อยมาศึกษาของไทยก็เลยใช้วิธีการว่าให้เราภาพตามว่าโลกเราอ่ะ

72
00:07:05.674 --> 00:07:10.331
ขึ้นมาคนเกิดขึ้นมาพร้อมกันก็จริงแต่อารยธรรมแล้วก็

73
00:07:10.225 --> 00:07:11.038
ทำ

74
00:07:11.244 --> 00:07:11.696

75
00:07:11.697 --> 00:07:14.552
สมบูรณ์แบบของคนน่ะมันไม่ได้พร้อมกัน

76
00:07:14.517 --> 00:07:17.399
มึงยุโรปหรือตะวันตกเนี่ย

77
00:07:17.599 --> 00:07:18.654
เป็น

78
00:07:18.615 --> 00:07:24.329
เขาเรียกว่าเป็นพื้นที่ที่สามารถสร้างอารยธรรมและความเจริญได้มาก่อนเรา

79
00:07:24.834 --> 00:07:30.079
รวมไปถึงศิลปะวรรณคดีวรรณกรรมด้วยนะคะ

80
00:07:30.077 --> 00:07:36.114
ศิลปะวรรณคดีวรรณกรรมเนี่ยที่ต้องพูดคำว่าศิลปะวรรณคดี

81
00:07:36.033 --> 00:07:42.060
เพราะเรากำลังจะนำมาสู่คำว่าวรรณกรรมวิจารณ์

82
00:07:42.065 --> 00:07:44.735
วรรณคดีวิจารณ์

83
00:07:44.685 --> 00:07:49.948
ซึ่งพอมีศิลปะวรรณคดีวรรณกรรมขึ้นมาแล้วมันก็ต้องมีการวิจารณ์

84
00:07:50.137 --> 00:07:55.725
ร่วมด้วยนะคะมันถึงจะสามารถพัฒนาได้เหมือนอย่างที่สัปดาห์ที่แล้วครูพูดถึง

85
00:07:55.904 --> 00:08:00.707
ความหมายของการวิจารณ์วรรณกรรมว่าการวิจารณ์วรรณกรรมก็เหมือนกับ

86
00:08:00.704 --> 00:08:02.355
อะไรที่ไม่มีปุ๋ยนะ

87
00:08:02.873 --> 00:08:03.316

88
00:08:03.073 --> 00:08:09.500
ไม้ที่ไม่มีปุ๋ยใช่ไหมถ้าไม่มีปุ๋ยก็จะไม่สามารถพัฒนาให้เจริญงอกงามได้

89
00:08:09.416 --> 00:08:13.126
คราวนี้มาดูว่าแล้วตะวันตก

90
00:08:13.134 --> 00:08:16.888
เขามีการวิจารณ์แบบไหน

91
00:08:16.846 --> 00:08:22.957
คนสามารถที่ทำให้เป็นระเบียบวิธีการวิจารณ์ตนเราเอามาใช้

92
00:08:22.876 --> 00:08:28.358
รวมถึงปัจจุบันด้วยที่ครั้งแรกครูพูดถึงคำว่าสตรีนิยม

93
00:08:28.573 --> 00:08:34.817
จำคำว่าสตรีนิยมได้ไหมที่บอกว่าความไม่เท่าเทียมกันของผู้หญิงเนี่ยของผู้หญิงหรือผู้ชายเนี่ยจน

94
00:08:34.653 --> 00:08:39.904
เกิดเป็นสิ่งที่ทำให้สังคมเนี่ยเริ่มตระหนักและ

95
00:08:39.913 --> 00:08:42.059
เริ่มคิดว่าผู้หญิง

96
00:08:42.153 --> 00:08:47.909
ผู้ชายต้องเท่าเทียมกันให้ได้แล้วก็เกิดเป็นคำว่าทฤษฎี

97
00:08:47.852 --> 00:08:49.112
สตรีนิยม

98
00:08:49.192 --> 00:08:56.068
ซึ่งเราเนี่ยประเทศไทยที่อยู่แถบตะวันออกก็เอาทฤษฎีนี้มาใช้ด้วยเช่นกันนะคะ

99
00:08:56.055 --> 00:08:57.188
โดย

100
00:08:57.204 --> 00:09:02.837
ทฤษฎีเหล่านี้เป็นทฤษฎีที่ถูกจัดและเรียบเรียงเอาไว้ใน

101
00:09:02.783 --> 00:09:04.882
ตะวันตกมาก่อนเรา

102
00:09:04.894 --> 00:09:05.141

103
00:09:05.082 --> 00:09:07.105
คราวนี้ดูจุดเริ่มต้น

104
00:09:07.075 --> 00:09:08.783
ของทฤษฎี

105
00:09:08.731 --> 00:09:13.269
ตะวันตกหรือวรรณกรรมวิจารณ์ของตะวันตกนะคะ

106
00:09:13.282 --> 00:09:20.502
จุดเริ่มต้นแรกที่เขาเรียกว่ายุคสมัยแรกของการวิจารณ์วรรณกรรม

107
00:09:21.032 --> 00:09:25.199
คือยุคกรีกและโรมันโบราณ

108
00:09:25.193 --> 00:09:25.473

109
00:09:25.392 --> 00:09:32.367
นักศึกษากรีกและโรมันไม่ได้เกิดขึ้นมาพร้อมกันเหมือนที่ครูบอกว่า

110
00:09:32.371 --> 00:09:39.249
สุโขทัยกับอยุธยาก็ไม่ได้เกิดขึ้นมาพร้อมกันแต่เขาอยู่คนละที่

111
00:09:39.352 --> 00:09:42.632
ความเจริญเนี่ยมันแค่เหมือนกับ

112
00:09:42.636 --> 00:09:44.341
ต่อเนื่องกัน

113
00:09:44.297 --> 00:09:49.540
และมีการใช้แนวคิดความคิดหลายๆอย่างแบบเดียวกัน

114
00:09:49.601 --> 00:09:55.155
เท่านั้นเองนะคะดูประเทศแรกถ้าครูถามว่าชาติแรก

115
00:09:55.051 --> 00:10:00.058
ที่เป็นต้นกำเนิดของการวิจารณ์วรรณกรรมเราต้องตอบว่าชาติ

116
00:09:59.994 --> 00:10:00.610

117
00:10:01.011 --> 00:10:07.298
โอเคไหมแต่ถ้ากูถามว่ายุคแรกของการวิจารณ์วรรณกรรม

118
00:10:07.292 --> 00:10:09.328
ต้องตอบว่ายุคกรีก

119
00:10:09.273 --> 00:10:09.738

120
00:10:09.407 --> 00:10:11.065
และโรมัน

121
00:10:11.261 --> 00:10:17.217
เคนะคะที่ต้องใช้เป็นคำว่ายุคก็เป็นเพราะว่า

122
00:10:17.286 --> 00:10:22.536
ทั้งกรีกและโรมันมีลักษณะของการวิจารณ์วรรณกรรม

123
00:10:22.662 --> 00:10:24.069
แบบเดียวกัน

124
00:10:24.521 --> 00:10:30.417
ซึ่งยุคแรกเนี่ยใช้เรียกอีกชื่อหนึ่งสั้นๆว่ายุคคลาสสิค

125
00:10:30.991 --> 00:10:31.245

126
00:10:31.244 --> 00:10:36.699
ต่อไปนี้ถ้าครูพูดคำว่ายุคคลาสสิกเมื่อไหร่ให้คุณรู้เอาไว้

127
00:10:36.694 --> 00:10:38.289
กรีกและโรมัน

128
00:10:38.231 --> 00:10:43.377
เพราะเป็นยุคเก่าแก่และเป็นยุคแรกของการวิจารณ์วรรณกรรม

129
00:10:43.677 --> 00:10:44.306

130
00:10:44.442 --> 00:10:49.715
ดูวิธีการวิจารณ์วรรณกรรมของเขานะคะมีแนวคิดยังไงบ้าง

131
00:10:49.892 --> 00:10:50.291

132
00:10:50.024 --> 00:10:55.471
แนวคิดการวิจารณ์วรรณกรรมในยุคแรกนี้เขามีความคิด

133
00:10:55.391 --> 00:11:01.037
วรรณคดีเป็นงานสร้างสรรค์ที่เกิดจากการเลียนแบบความจริงธรรมชาติ

134
00:11:01.161 --> 00:11:08.021
เน้นให้เห็นคุณค่าความสำคัญของศิลปะในฐานะเบ้าหลอมที่ช่วยพัฒนาอารมณ์

135
00:11:07.953 --> 00:11:08.842
ของมนุษย์

136
00:11:09.114 --> 00:11:14.427
keyword ที่ต้องขีดเส้นใต้ 1 การเลียนแบบความจริงธรรมชาติ

137
00:11:14.452 --> 00:11:19.921
2 มีคุณค่าช่วยพัฒนาอารมณ์ความเชื่อ

138
00:11:19.870 --> 00:11:20.489
มนุษย์

139
00:11:20.640 --> 00:11:20.910

140
00:11:21.411 --> 00:11:22.931
นี่ก็คือ

141
00:11:23.200 --> 00:11:25.945
แนวคิดแรกของยุคคลาสสิค

142
00:11:26.980 --> 00:11:28.858
คราวนี้

143
00:11:28.843 --> 00:11:34.493
ยุคเนี้ยถึงแม้ว่าเขาจะมีความคิดว่าวรรณคดีวรรณกรรม

144
00:11:34.473 --> 00:11:36.286
เนื่องจากการเลียนแบบ

145
00:11:36.459 --> 00:11:40.786
มีคุณค่าในเชิงสั่งสอนพัฒนาอารมณ์มนุษย์เนี่ย

146
00:11:40.951 --> 00:11:42.075
แปล

147
00:11:42.161 --> 00:11:44.072
ในขณะเดียวกัน

148
00:11:44.209 --> 00:11:49.692
ก็มีอำนาจในการโน้มน้าวชักจูงมนุษย์ไปในทางเสื่อมเสียของรัฐ

149
00:11:49.589 --> 00:11:50.348
ได้

150
00:11:50.301 --> 00:11:50.746

151
00:11:50.810 --> 00:11:51.194

152
00:11:51.509 --> 00:11:57.665
ซึ่งส่งเสริมทั้งความดีส่งเสริมทั้งคุณค่าส่งเสริมทั้งสินค้าทำอันดี

153
00:11:57.600 --> 00:12:02.143
แล้วก็สามารถที่จะโน้มน้าวใจมนุษย์ไปในทางเสื่อมเสียได้

154
00:12:02.281 --> 00:12:02.562

155
00:12:02.731 --> 00:12:03.867
โดย

156
00:12:03.881 --> 00:12:09.789
ให้คุณคิดภาพวาดในอดีตคนรู้การศึกษาไม่ได้เยอะคนรู้หนังสือไม่ได้เยอะ

157
00:12:10.291 --> 00:12:16.077
ฉะนั้นเวลาที่ใครก็ตามที่ได้อ่านหนังสือหนังสือจึงค่อนข้างมี

158
00:12:16.047 --> 00:12:19.458
อิทธิพลกับคนที่ได้อ่านเช่น

159
00:12:19.449 --> 00:12:19.685

160
00:12:19.710 --> 00:12:21.742
หนังสือบอกว่า

161
00:12:21.762 --> 00:12:22.233

162
00:12:22.073 --> 00:12:26.955
รัฐบาลชุดนี้อันนี้คือสมมตินะสมมติหนังสือบอกว่ารัฐบาลชุดนี้

163
00:12:27.271 --> 00:12:33.363
ไม่ดีนะเพราะว่าทำอะไรหลายๆอย่างที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อบ้านเมือง 1 2 3 4 5

164
00:12:33.789 --> 00:12:36.537
คนในยุคนั้นไม่ได้รู้อะไรเยอะ

165
00:12:36.489 --> 00:12:38.845
พอหยิบหนังสือเล่มนี้มาอ่าน

166
00:12:39.370 --> 00:12:43.510
ขนมหนาวใส่ไปได้เลยอ่ะเชื่อได้แบบนี้เป็นต้น

167
00:12:43.409 --> 00:12:46.780
ซึ่งในขณะนั้นมันไม่ได้มีรัฐบาลหรอก

168
00:12:46.800 --> 00:12:51.874
แต่เขามีความเชื่อในเรื่องของการปกครองระบอบพระมหากษัตริย์อยู่และ

169
00:12:52.119 --> 00:12:56.101
ฉะนั้นการใส่แนวความคิดอะไรก็ตาม

170
00:12:56.028 --> 00:12:59.673
ที่เป็นแนวความคิดความเชื่อของคนเข้าไป

171
00:12:59.680 --> 00:12:59.943

172
00:12:59.941 --> 00:13:03.579
มันก็เลยกลายเป็นว่ามีอิทธิพล

173
00:13:03.518 --> 00:13:06.172
กับคนที่ได้อ่านนั้นเอง

174
00:13:06.397 --> 00:13:11.341
โอเคนะคะคราวนี้แนวความคิดความเชื่อของ

175
00:13:11.272 --> 00:13:16.538
วรรณคดีวรรณกรรมในยุคนี้ไม่ได้เป็นจุดเริ่มต้นแบบนี้ซะทีเดียว

176
00:13:16.721 --> 00:13:20.451
มันผ่านความคิดมันผ่านการกลั่นกรอง

177
00:13:20.372 --> 00:13:23.589
จากนักปราชญ์หลายๆคนแล้วนะคะ

178
00:13:23.509 --> 00:13:28.704
แต่เราจะมาเริ่มต้นรู้จักนักปราชญ์คนแรกของกรีก

179
00:13:28.700 --> 00:13:35.645
ที่เป็นที่รู้จักแล้วก็เป็นที่เขาเรียกว่าอะไรเป็นที่กล่าวถึงว่าใครที่

180
00:13:35.486 --> 00:13:37.911
พูดถึงวรรณคดีวรรณกรรมเนี่ย

181
00:13:38.049 --> 00:13:42.469
ต้องพูดถึงคนนี้ก่อนเพราะเป็นคนแรกในยุคนั้น

182
00:13:42.467 --> 00:13:45.932
คนแรกคนนี้ก็คือ Hello

183
00:13:45.986 --> 00:13:51.769
นักศึกษาทำท่าตามเพสโตเลยก็คือเอามือชี้นิ้วขึ้นข้างบน

184
00:13:51.697 --> 00:13:53.522
ปลายนิ้วชี้ขึ้นข้างบน

185
00:13:53.747 --> 00:13:58.982
ท่านี้ไม่ได้เป็นภาพแบบเท่ๆแบบถ่ายรูปแบบ Number One ของคณิตศาสตร์

186
00:13:58.868 --> 00:14:04.564
แต่อันนี้เป็นค่าที่แถวต้นเนี่ยสะท้อนให้เห็นความคิด

187
00:14:04.507 --> 00:14:07.566
ความเชื่อของคนในยุคนั้นว่า

188
00:14:07.648 --> 00:14:13.357
ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นมาบนโลกมนุษย์เกิดขึ้นมาจากข้างบนก็คือ

189
00:14:13.420 --> 00:14:14.424
พระเจ้า

190
00:14:14.506 --> 00:14:18.532
เราอ่ะปฏิเสธไม่ได้ว่าคนในยุคอดีต

191
00:14:18.469 --> 00:14:23.993
เขาต้องหาจุดความเชื่อซึ่งศาสนายังไม่ได้มาถึงแน่นอนไม่ใช่ว่าเกิด

192
00:14:23.918 --> 00:14:29.899
มาเป็นมนุษย์แล้วมีศาสนาเลยไม่ใช่แต่คนเกิดขึ้นมาแล้วคนต้องหาละ

193
00:14:29.748 --> 00:14:31.676
ความเชื่ออะไรสักอย่างนึง

194
00:14:31.666 --> 00:14:38.142
โดยเฉพาะในยุคแรกชาวกรีกชาวยุโรปชาวตะวันตกในเทพเจ้า

195
00:14:38.343 --> 00:14:42.757
ให้ทายเราเนี่ยแถบตะวันออกแถบชนชาติเราเชื่อถืออะไร

196
00:14:43.196 --> 00:14:44.276
นับถืออะไร

197
00:14:45.711 --> 00:14:52.788
ภูตผีนักศึกษาก่อนที่เราจะมีศาสนาพุทธเรานับถือผีมาก่อนฉะนั้น

198
00:14:52.806 --> 00:14:58.817
บางคนที่บอกว่าโอ๊ยมันเป็นเรื่องงมงายนี่โน่นนั่นคุณบรรพบุรุษของคุณน่ะ

199
00:14:58.897 --> 00:15:06.259
เคยนับถือสิ่งนี้มาก่อนดังนั้นจึงไม่ต้องสงสัยว่าทำไมอ่ะทำไมความเชื่อนี้มันยังคงอยู่อยู่

200
00:15:06.136 --> 00:15:11.727
สมัยมันเปลี่ยนไปขนาดนี้ทำไมความเชื่อนี้มันยังคงอยู่ก็เป็นเพราะว่าในอดีต

201
00:15:11.835 --> 00:15:17.749
ก่อนที่จะมีศาสนาพุทธศาสนาคริสต์หรืออะไรก็ตามเนี่ยเรานับถือผีมาก่อน

202
00:15:17.918 --> 00:15:18.878
เหมือนกัน

203
00:15:19.147 --> 00:15:22.979
ตะวันตกเขาก็มีการนับถือเทพเจ้า

204
00:15:23.109 --> 00:15:28.513
ในก่อนที่จะมีศาสนาคริสต์เหมือนกันนะคะคราวนี้เธอก็บอกว่าทุกอย่าง

205
00:15:28.366 --> 00:15:30.684
มาจากเทพเจ้าดังนั้น

206
00:15:30.665 --> 00:15:34.719
วรรณคดีและวรรณกรรมที่เพลโต้พูดถึงก็บอกว่า

207
00:15:34.710 --> 00:15:38.103
พระเจ้าเป็นผู้สร้างเช่นเดียวกันนะคะ

208
00:15:38.167 --> 00:15:39.689
เดี๋ยวโทรบอกว่า

209
00:15:39.639 --> 00:15:44.957
วรรณคดีก็เหมือนกันมันทุกสิ่งทุกอย่างมันก็รวมถึงวรรณคดีวรรณกรรมด้วย

210
00:15:45.146 --> 00:15:46.434
ดังนั้น

211
00:15:46.556 --> 00:15:49.812
ในเมื่อเทพเจ้าเป็นผู้สร้าง

212
00:15:49.755 --> 00:15:49.966

213
00:15:49.950 --> 00:15:59.117
วรรณคดีก็เลยมีอำนาจในการชักจูงมนุษย์ไปในทางเสื่อมเสียหรืออันตรายต่อความมั่นคงของรัฐได้

214
00:15:59.434 --> 00:16:03.161
และสิ่งที่พลอยโต้ให้ไว้อีกข้อนึงก็คือ

215
00:16:03.147 --> 00:16:08.550
วรรณคดีไม่สามารถสอนมนุษย์ได้ใช้ท่านี้ได้เลยเพราะ toshi ข้างบน

216
00:16:08.728 --> 00:16:10.764
ไม่สามารถส่งได้

217
00:16:10.909 --> 00:16:17.085
โอเคนะคะนี่คือแนวคิดของเพลโตวรรณคดีไม่สามารถสอนได้ต่อไป

218
00:16:18.014 --> 00:16:22.301
คนที่มีความสำคัญอีกคนหนึ่ง

219
00:16:22.307 --> 00:16:30.863
ก็คืออริสโตเติลนักศึกษา 15 ว่าในขณะที่เพลโต้กำลังยืนสอนอยู่เหมือนครูกำลังยืนสอนนั่งซ้ายอยู่เนี่ย

220
00:16:31.144 --> 00:16:36.324
อริสโตเติลก็เป็นหนึ่งในนักเรียนที่กำลังนั่งเรียนกับโตอยู่

221
00:16:36.397 --> 00:16:39.351
อริสโตเติลเนี่ยคิดต่างกับ

222
00:16:39.536 --> 00:16:46.643
เกียวโตคือเป็นนักเรียนแหละเขาเป็นครูแหละแต่มีความเห็นต่างซึ่งจริงๆแล้วไม่ใช่ความ

223
00:16:46.515 --> 00:16:51.396
นะคะความเห็นต่างบางครั้งอาจจะถูกก็ได้เพราะอะไร

224
00:16:51.384 --> 00:16:54.136
เพราะความเห็นต่างของอริสโตเติลเนี่ย

225
00:16:54.147 --> 00:17:00.281
เป็นที่มาที่ทำให้คนรู้จักอริสโตเติลและทฤษฎีของอริสโตเติล

226
00:17:00.164 --> 00:17:05.298
ก็เป็นที่น่าเชื่อถือและยอมรับมากกว่าเพียงโต

227
00:17:05.935 --> 00:17:11.453
อริสโตเติลถ้าของอริสโตเติลคือถ้านี้คือเอามือแบบข้างล่าง

228
00:17:11.305 --> 00:17:12.460
มีแล้วก็เหมือนกับ

229
00:17:13.037 --> 00:17:19.004
ให้มันแบบทั่วถึงคนแบบนี้ซึ่งการชี้แบบนี้อลิสโตเติลกำลังจะบอกว่า

230
00:17:19.384 --> 00:17:23.413
ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นเกิดจากมนุษย์

231
00:17:23.673 --> 00:17:26.614
เกิดจากการเลียนแบบของมนุษย์

232
00:17:26.746 --> 00:17:28.206
ไม่ใช่พระเจ้า

233
00:17:28.347 --> 00:17:28.770

234
00:17:28.544 --> 00:17:35.583
ฉะนั้นความคิดเห็นอลิสโตเติลขัดแย้งกับโต้แล้วนะคะแล้วความคิดเห็นของอลิซ

235
00:17:35.466 --> 00:17:41.124
ก็ยังบอกอีกว่าในเมื่อทุกสิ่งทุกอย่างเกิดจากการเลียนแบบ

236
00:17:41.103 --> 00:17:42.049
ของมนุษย์

237
00:17:42.063 --> 00:17:42.549

238
00:17:42.503 --> 00:17:43.834
ดังนั้น

239
00:17:43.783 --> 00:17:47.441
จึงเป็นสิ่งที่มีคุณค่าต่อมนุษย์

240
00:17:47.485 --> 00:17:47.790

241
00:17:47.708 --> 00:17:51.733
สามารถเอาไปใช้ในการสั่งสอนได้

242
00:17:51.664 --> 00:17:57.899
และการเรียนแบบน่ะต้องเป็นการเรียนแบบที่ดีด้วยถึงจะมีความสำคัญ

243
00:17:57.757 --> 00:18:00.059
ขอรูปแบบกวีนิพนธ์

244
00:18:00.706 --> 00:18:01.663
เช่น

245
00:18:01.593 --> 00:18:07.465
สิ่งที่เขาจะเขียนขึ้นมาได้มันต้องผ่านสิ่งที่มนุษย์เคยเห็น

246
00:18:07.367 --> 00:18:07.985

247
00:18:08.192 --> 00:18:08.427

248
00:18:08.385 --> 00:18:14.667
เช่นรูปแบบคำประพันธ์คำประพันธ์เนาะเวลาที่เราอ่ะจะบรรยายได้ว่า

249
00:18:14.793 --> 00:18:17.009
นางคนนี้สวยยังไง

250
00:18:17.167 --> 00:18:22.611
บางครั้งมันก็ต้องผ่านการเคยเห็นหรือการเรียนแบบมนุษย์มาก่อน

251
00:18:23.063 --> 00:18:27.217
หรือแม้กระทั่งในขณะที่เขาแต่งเนี่ย

252
00:18:27.232 --> 00:18:29.918
เรามีรูปแบบคำประพันธ์เนาะ

253
00:18:29.912 --> 00:18:35.879
รูปแบบคำประพันธ์ที่ถูกต้องนั่นก็คือต้องแต่งเหมือนกับอันแรกๆที่เคย

254
00:18:35.811 --> 00:18:36.820
สั่งมา

255
00:18:36.833 --> 00:18:43.214
นี่ก็คือให้เห็นคุณค่าและรูปแบบของคำประพันธ์ด้วยนะคะฉะนั้น

256
00:18:43.173 --> 00:18:43.525

257
00:18:43.436 --> 00:18:45.729
วรรณคดีวรรณกรรม

258
00:18:45.805 --> 00:18:47.194
ในยุคกรีก

259
00:18:47.212 --> 00:18:50.651
ที่มาจากแนวความคิดของอริสโตเติล

260
00:18:50.662 --> 00:18:53.183
จึงมีข้อสรุปว่า 1

261
00:18:53.363 --> 00:18:55.911
เกิดขึ้นจากการเลียนแบบมนุษย์

262
00:18:56.941 --> 00:19:02.739
เขียนขึ้นมาได้ก็มานุชเป็นคนเขียนนะไม่ใช่เทพเจ้าเขียนนั่นแสดงว่ามัน

263
00:19:02.652 --> 00:19:04.182
ก็ต้องเคยเห็นมาก่อน

264
00:19:04.314 --> 00:19:05.958
2

265
00:19:06.045 --> 00:19:10.903
การเรียนแบบที่ดีต้องสามารถเอาไปใช้ในการสั่งสอนได้

266
00:19:10.918 --> 00:19:11.673
เช่น

267
00:19:11.745 --> 00:19:14.947
ถ้าเนื้อหาบอกว่าคนเนี้ย

268
00:19:14.943 --> 00:19:16.861
มีพฤติกรรมแบบนี้

269
00:19:17.324 --> 00:19:20.513
ผลของพฤติกรรมก็ต้องเป็นแบบนี้

270
00:19:20.580 --> 00:19:26.577
แสดงว่าเอาไปใช้สอนได้คนที่อ่านก็จะได้รู้ว่าฉันไม่ควรทำแบบ

271
00:19:26.480 --> 00:19:29.040
นี้เพราะเดี๋ยวฉันจะเจออะไรแบบนี้

272
00:19:29.361 --> 00:19:35.450
ต้นนะคะรวมถึงรูปแบบคำประพันธ์ที่ในยุคแรก

273
00:19:35.771 --> 00:19:37.414
รูปแบบคำประพันธ์

274
00:19:37.372 --> 00:19:40.821
ก็จะเน้นไปในเชิงคุณค่าทางอารมณ์

275
00:19:40.771 --> 00:19:41.246

276
00:19:41.092 --> 00:19:45.297
โดยเฉพาะเรื่องราวที่เป็นแบบโศกนาฏกรรม

277
00:19:45.765 --> 00:19:51.598
วรรณคดีวรรณกรรมในกรีกยุคแรกจะเป็นโศกนาฏกรรมจ๋านะคะและใคร

278
00:19:51.465 --> 00:19:55.046
ไม่ออกว่าส่งนาฏกรรมมันต้องเป็นแบบไหนให้นึกถึง

279
00:19:55.061 --> 00:19:56.631
Romeo and Juliet

280
00:19:56.712 --> 00:20:00.988
พระเอกและนางเอกต้องตายตอนจบแบบนี้เป็นต้น

281
00:20:01.201 --> 00:20:06.674
นี่ก็คือแนวโศกนาฏกรรมนะคะดังนั้นวรรณคดีวรรณกรรมยุคนี้

282
00:20:06.580 --> 00:20:10.169
อะไรแต่เน้นคุณค่าไปในเชิงนั้นดังนั้น

283
00:20:10.176 --> 00:20:13.762
สองคนนี้แถวโต้กับอริสโตเติล

284
00:20:13.700 --> 00:20:13.949

285
00:20:13.891 --> 00:20:20.440
ถ้าที่ครูเอามาให้ดู 2 คนไม่ใช่แบบท่าถ่ายรูปเท่ๆแต่เป็นท่าที่แสดงให้เห็น

286
00:20:20.289 --> 00:20:25.956
ว่าทฤษฎีสองคนนี้ไม่เหมือนกันนะคนนึงชี้ข้างบนจะมีความเชื่อในเรื่องเพศ

287
00:20:25.811 --> 00:20:29.753
คนนึงสิข้างล่างทั่วไปก็คือเหมือนกับว่า

288
00:20:29.702 --> 00:20:33.536
ทุกสิ่งทุกอย่างสามารถที่จะเกิดขึ้นได้จากมนุษย์

289
00:20:33.490 --> 00:20:34.175

290
00:20:34.770 --> 00:20:35.231

291
00:20:35.663 --> 00:20:35.869

292
00:20:35.789 --> 00:20:38.284
กลับไปคราวนี้

293
00:20:38.301 --> 00:20:39.376

294
00:20:39.381 --> 00:20:44.627
เริ่มเสื่อมอำนาจอาณาจักรที่มาแทนที่ก็คืออาณาจักร

295
00:20:44.634 --> 00:20:49.954
โรมันนี้แหละที่ครูบอกว่าเขาไม่ได้เกิดขึ้นมาพร้อมกันซะทีเดียว

296
00:20:49.891 --> 00:20:55.185
มาก่อนเพราะเกรดเริ่มเสื่อมอำนาจโรมันเริ่มเข้ามาแทนที่

297
00:20:55.272 --> 00:21:01.035
คู่ขนานกันเหมือนกับเราอ่ะสุโขทัยเริ่มเสื่อมอำนาจอยุธยาก็เริ่มรุ่งเรือง

298
00:21:00.971 --> 00:21:06.225
มาแต่แนวความคิดยังเป็นแบบเดิมยังเป็นแบบแนวเดิมนั่นเองนะคะ

299
00:21:06.540 --> 00:21:07.626
ยุคนี้

300
00:21:07.631 --> 00:21:13.089
จะเป็นลักษณะความคิดความเชื่อตามแบบกรีกแทบจะทุกอย่างเลย

301
00:21:13.718 --> 00:21:14.658

302
00:21:14.738 --> 00:21:20.845
นักปราชญ์คนสำคัญเมื่อกี้ที่พูดถึงไปมีแค่สองคนที่เด่นๆเลยคือชื่ออะไรกับอะไรนะคะ

303
00:21:22.563 --> 00:21:23.771
ใครกับใครนะ

304
00:21:23.839 --> 00:21:24.131

305
00:21:24.161 --> 00:21:24.538

306
00:21:24.538 --> 00:21:30.263
เกียวโตกับอริสโตเติลเพลโตกับอริสโตเติล

307
00:21:30.821 --> 00:21:34.913
อาณาจักรโรมันขึ้นมาอาณาจักรโรมันเนี่ย

308
00:21:35.048 --> 00:21:39.409
หยิบแนวคิดของอริสโตเติลมาต่อเนื่องเลย

309
00:21:39.340 --> 00:21:39.719

310
00:21:39.658 --> 00:21:44.721
โดยที่ไม่ได้มีข้อกังขาใดๆทั้งสิ้นนะคะ

311
00:21:44.661 --> 00:21:50.293
และอีกอย่างนึงนอกจากจะหยิบแนวคิดของอริสโตเติลต่อเนื่องมาแล้วเนี่ย

312
00:21:50.489 --> 00:21:53.912
ก็มีนักปราชญ์คนสำคัญหลายคน

313
00:21:53.819 --> 00:21:59.381
ที่ใช้แนวคิดนี้มาใช้ในการสร้างสรรค์วรรณคดีวรรณกรรมด้วย

314
00:21:59.708 --> 00:22:02.013
โดยเฉพาะ Forest

315
00:22:02.017 --> 00:22:03.686
ลองจีนัส

316
00:22:04.393 --> 00:22:11.837
hoarseness เนี่ยเป็นนักปราชญ์ในยุคโรมันเกิดในอาณาจักรโรมันเนาะลืมไปว่าเรียกรวม

317
00:22:11.760 --> 00:22:12.179

318
00:22:11.949 --> 00:22:12.170

319
00:22:12.137 --> 00:22:12.353

320
00:22:12.463 --> 00:22:15.471
เดียวกันนะคะแต่ว่าอาณาจักรโรมัน

321
00:22:15.410 --> 00:22:20.939
hoarseness บอกว่าเห็นด้วยกับทฤษฎีของอริสโตเติลทุกอย่าง

322
00:22:21.177 --> 00:22:26.360
แล้วก็เห็นด้วยว่าวรรณคดีมีคุณค่าในเชิงสั่งสอน

323
00:22:26.558 --> 00:22:29.175
แล้วก็มีความบันเทิงควบคู่ไปด้วย

324
00:22:29.697 --> 00:22:35.414
เช่นสั่งสอนก็เช่นทำดีได้ดีทำชั่วได้ชั่วอะไรพวกนี้นะคะ

325
00:22:35.271 --> 00:22:36.240

326
00:22:36.170 --> 00:22:36.410

327
00:22:36.356 --> 00:22:41.607
เพิ่มเติมตรงที่ว่าวรรณคดีเนี่ยต้องเต็มไปด้วยอารมณ์

328
00:22:41.676 --> 00:22:42.813
เขื่อนใจ

329
00:22:43.087 --> 00:22:46.786
ให้มีพลังต่อการสร้างอารมณ์ความรู้สึก

330
00:22:46.738 --> 00:22:47.747
อ่าน

331
00:22:48.018 --> 00:22:48.965
เช่น

332
00:22:48.907 --> 00:22:51.276
อ่านไปแล้วอิ่ม

333
00:22:51.216 --> 00:22:54.872
ครูอ่านแล้วต้องอินนี่ก็คือ

334
00:22:54.738 --> 00:23:01.706
ลองสินะที่พูดถึงอาวรรณคดีที่อยู่ในยุคนี้นะคะซึ่งลองจินะเนี่ย

335
00:23:02.046 --> 00:23:11.434
ไหนบอกว่าวรรณคดีที่ดีต้องเต็มไปด้วยอารมณ์สะเทือนใจเนี่ยก็จะมีพูดถึง 5 ข้อข้อแรกก็คือการใช้ภาษาแบบ

336
00:23:11.396 --> 00:23:12.931
ประมาณประมาณ

337
00:23:13.189 --> 00:23:17.766
คือการใช้คำเปรียบเทียบนั่นแหละร้องไห้เป็นสายเลือด

338
00:23:17.739 --> 00:23:18.161

339
00:23:18.189 --> 00:23:19.333
2

340
00:23:19.276 --> 00:23:22.745
การเลือกเฟ้นใช้ถ้อยคำที่สูงส่ง

341
00:23:22.806 --> 00:23:25.033
ใช้ถ้อยคำให้มัน

342
00:23:24.976 --> 00:23:27.979
กินให้มันรู้สึกซาบซึ้ง

343
00:23:27.986 --> 00:23:28.413

344
00:23:28.495 --> 00:23:32.880
3 จัดระเบียบถ้อยคำให้ได้จังหวะจะโคน

345
00:23:32.986 --> 00:23:33.235

346
00:23:33.176 --> 00:23:38.583
ให้มันมีความไพเราะนั้นเองนะคะสิอารมณ์สะเทือนใจต้องเกิดจากแรงบันดาล

347
00:23:38.629 --> 00:23:39.938
ไปของกวี

348
00:23:39.905 --> 00:23:40.284

349
00:23:40.229 --> 00:23:45.775
ก็มีส่วนสำคัญในการสร้างเหมือนกันแล้วก็สุดท้ายความสามารถของกวี

350
00:23:45.536 --> 00:23:47.477
การโน้มน้าวใจผู้อ่าน

351
00:23:47.405 --> 00:23:53.585
ทั้ง 5 ข้อเนี้ยเอามาหลอมรวมกันก็คือได้เป็นก้อนที่ครู

352
00:23:53.415 --> 00:23:55.143
พูดถึงเมื่อกี้ว่า

353
00:23:55.165 --> 00:24:01.491
วรรณคดีที่ดีต้องสามารถทำให้เกิดอารมณ์สะเทือนใจกับผู้อ่านได้

354
00:24:01.692 --> 00:24:05.141
เราก็มีพลังต่อการสร้างอารมณ์ความรู้สึก

355
00:24:05.089 --> 00:24:08.081
นั่นเองนะคะฉะนั้น

356
00:24:08.415 --> 00:24:13.670
สรุปวรรณคดีวรรณกรรมวิจารณ์ในยุคแรก

357
00:24:13.669 --> 00:24:17.073
ก็คือกรีกและโรมันเนี่ยหนึ่งเลย

358
00:24:16.994 --> 00:24:20.215
คะแนนที่รูปแบบวรรณคดีเป็นหลัก

359
00:24:21.167 --> 00:24:22.071
เช่น

360
00:24:22.127 --> 00:24:27.365
แต่งให้ถูกต้องตามฉันทลักษณ์โศกนาฏกรรมก็ต้องเป็นโศกนาฏกรรม

361
00:24:27.698 --> 00:24:28.977
2

362
00:24:28.914 --> 00:24:31.399
เน้นอารมณ์ความรู้สึก

363
00:24:31.535 --> 00:24:32.556

364
00:24:32.814 --> 00:24:33.018

365
00:24:33.015 --> 00:24:37.149
เมื่อคืนมีพลังในการสร้างอารมณ์ให้ผู้อ่านเกิดอารมณ์อิ่ม

366
00:24:37.057 --> 00:24:38.961
แล้วก็ 3

367
00:24:39.485 --> 00:24:46.232
สามารถที่จะทำให้ผู้อ่านเนี่ยโน้มน้าวใจแบบเหมือนกับมีคุณค่าในเชิง

368
00:24:46.214 --> 00:24:47.492
สั่งสอนนะคะ

369
00:24:47.745 --> 00:24:52.321
3 สามารถเอาไปใช้ในการสั่งสอน

370
00:24:52.364 --> 00:24:54.857
กูอ่านหรือมนุษย์ได้

371
00:24:54.986 --> 00:24:59.405
อันนี้ก็คือยุคแรกของการวิจารณ์วรรณกรรมนะคะ

372
00:24:59.466 --> 00:24:59.847

373
00:24:59.856 --> 00:25:01.186
ต่อไป

374
00:25:01.335 --> 00:25:02.848
ยุคที่ 2

375
00:25:03.185 --> 00:25:03.558

376
00:25:03.504 --> 00:25:08.738
ยุคที่ 2 เรียกว่าการวิจารณ์วรรณกรรมสมัยกลาง

377
00:25:09.598 --> 00:25:13.054
นักศึกษาดูภาพแล้วนักศึกษาคิดถึงอะไร

378
00:25:12.983 --> 00:25:13.997
จากภาพ

379
00:25:16.314 --> 00:25:17.840
ถึงอะไร

380
00:25:17.855 --> 00:25:18.158

381
00:25:18.625 --> 00:25:22.915
เพิ่งผ่านพ้นไปเมื่อเดือนธันวาคมถึงอะไรคะ

382
00:25:23.103 --> 00:25:23.390

383
00:25:23.684 --> 00:25:27.457
คริสต์มาสคริสต์มาสก็คือเป็นเกี่ยวกับ

384
00:25:27.784 --> 00:25:29.246
พระเยซู

385
00:25:29.254 --> 00:25:34.337
โอเคไหมคริสต์มาสเกี่ยวกับพระเยซูพระเยซูก็คือเกี่ยวกับศาสนา

386
00:25:34.324 --> 00:25:42.085
ฉะนั้นจากภาพยุคสมัยกลางของการวิจารณ์วรรณกรรมเป็นยุคสมัยที่

387
00:25:42.137 --> 00:25:43.653
ศาสนาคริสต์

388
00:25:43.673 --> 00:25:43.967

389
00:25:43.863 --> 00:25:46.607
เริ่มเข้ามามีอิทธิพล

390
00:25:46.553 --> 00:25:48.131
สังคม

391
00:25:48.094 --> 00:25:53.537
เนี่ยคือยุคที่เริ่มมีศาสนาแล้วนะคะยุคแรกยังไม่ถึงขั้นว่ามี

392
00:25:53.473 --> 00:25:54.552
สถานะ

393
00:25:54.568 --> 00:25:58.794
แต่พอยุคสมัยกลางศาสนาคริสต์เริ่มแผนและ

394
00:25:58.854 --> 00:26:02.513
เขาเริ่มเผยแผ่ศาสนาแล้วนะคะข้าวเนี้ย

395
00:26:02.575 --> 00:26:04.162
ธรรมชาติของมนุษย์

396
00:26:04.425 --> 00:26:06.972
อะไรก็ตามที่มาใหม่

397
00:26:06.933 --> 00:26:07.218

398
00:26:07.123 --> 00:26:09.535
เราจะคลั่งไคล้เสมอ

399
00:26:09.613 --> 00:26:09.867

400
00:26:09.812 --> 00:26:15.358
นั่งภายในที่นี้ก็คือเหมือนกับว่าว่ะว้าวแล้วรู้สึกว่าอันนี้น่าสน

401
00:26:15.194 --> 00:26:20.858
หายแล้วอยากติดตามหนึ่งในนั้นที่ว้าวในสังคมก็คือศาสนาคริสต์

402
00:26:20.762 --> 00:26:21.686
ที่เริ่ม

403
00:26:21.657 --> 00:26:22.104

404
00:26:22.043 --> 00:26:23.514
แถเข้ามา

405
00:26:23.455 --> 00:26:24.719
โดย

406
00:26:24.733 --> 00:26:29.066
ภาษาสนาคริสต์เข้ามาปุ๊บจากทีแรกคนเหมือนกับ

407
00:26:29.285 --> 00:26:33.057
ไปในเรื่องของการสร้างสรรค์วรรณคดีวรรณกรรม

408
00:26:33.002 --> 00:26:35.231
คนก็เหมือนกับหยุด

409
00:26:35.172 --> 00:26:40.605
สร้างสรรค์วรรณคดีวรรณกรรมแล้วมาแล้วหันมาสนใจในด้านซ้าย

410
00:26:40.491 --> 00:26:46.518
แทนนะคะหยุดในที่นี้ครูไม่ได้แปลว่าเขายกเลิกการสร้างสรรค์วรรณกรรมนะ

411
00:26:46.703 --> 00:26:47.671
ยุคนี้

412
00:26:47.673 --> 00:26:49.905
เขาจะใช้เป็นคำว่า Dark

413
00:26:49.912 --> 00:26:50.666

414
00:26:50.932 --> 00:26:56.324
ที่แปลว่ายุคมืดของการสร้างสรรค์วรรณคดีวรรณกรรม

415
00:26:56.575 --> 00:27:02.603
รวมไปถึงการวิจารณ์วรรณกรรมด้วยยุคมืดจะใช้เป็นคำว่าดับไฟคือดับไฟเอาไว้

416
00:27:02.531 --> 00:27:04.509
ไม่ได้แปลว่า

417
00:27:04.525 --> 00:27:04.721

418
00:27:04.652 --> 00:27:10.450
ถอดสายอะไรออกทั้งหมดแค่ดับไฟกูใช้คำนี้น้องยุคมืด Dark

419
00:27:10.532 --> 00:27:15.977
เพราะว่าอะไรเพราะว่าวรรณคดีวรรณกรรมหลายๆอย่างถูกลดบทบาทลง

420
00:27:16.304 --> 00:27:19.187
บุญออกัสตินและนักบุญ

421
00:27:19.311 --> 00:27:19.562

422
00:27:19.503 --> 00:27:19.748

423
00:27:19.762 --> 00:27:20.004

424
00:27:20.153 --> 00:27:23.485
แม่นะคะที่เขากำลังเผยแผ่ศาสนาเนี่ย

425
00:27:23.483 --> 00:27:28.763
เขาก็เหมือนกับว่าอยากให้คนให้ความสำคัญกับศาสนาเต็มที่

426
00:27:28.672 --> 00:27:29.745
ก็เลย

427
00:27:29.693 --> 00:27:33.408
ต่อต้านการใช้ศิลธรรมในกวีนิพนธ์

428
00:27:33.533 --> 00:27:40.842
คือจะเอามารวมกันไม่ได้นะศาสนาก็คือศาสนาวรรณคดีก็คือวรรณคดีควรจะเอามารวมกันไม่ได้ฉะนั้น

429
00:27:40.901 --> 00:27:45.586
ถ้าคุณเนี่ยสนใจศาสนาคุณก็ต้องเคร่งในเรื่องของศาสนา

430
00:27:45.773 --> 00:27:49.102
นี่ก็คือสิ่งที่เกิดขึ้นในสังคมขณะนั้น

431
00:27:49.230 --> 00:27:54.552
วรรณคดีวรรณกรรมถูกลดบทบาทลงแนวคิดใหม่ไม่ได้โดนสร้าง

432
00:27:54.742 --> 00:27:55.436

433
00:27:55.451 --> 00:27:58.964
ฉะนั้นถ้าแนวคิดใหม่ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาใหม่

434
00:27:59.031 --> 00:28:04.283
แสดงว่ายุคสมัยกลางยังเอาความเชื่อของใครมาใช้อยู่

435
00:28:04.222 --> 00:28:04.767

436
00:28:04.932 --> 00:28:06.780
ของกรีกเนี่ยของใคร

437
00:28:08.513 --> 00:28:11.273
ความเชื่อของกรีกคือของใครเอามาใช้อยู่

438
00:28:11.334 --> 00:28:11.609

439
00:28:11.533 --> 00:28:11.796

440
00:28:11.783 --> 00:28:12.067

441
00:28:12.040 --> 00:28:12.469

442
00:28:12.489 --> 00:28:12.721

443
00:28:13.384 --> 00:28:14.602
ใครเอา

444
00:28:14.920 --> 00:28:15.195

445
00:28:15.171 --> 00:28:15.437

446
00:28:15.489 --> 00:28:17.301
เอาเพลงเมื่อกี้

447
00:28:17.220 --> 00:28:17.490

448
00:28:18.700 --> 00:28:19.468

449
00:28:20.171 --> 00:28:21.119

450
00:28:21.714 --> 00:28:23.647
อันนี้คือ

451
00:28:23.691 --> 00:28:24.839
ถามว่า

452
00:28:24.913 --> 00:28:26.637
คนที่ 1

453
00:28:26.711 --> 00:28:27.126

454
00:28:27.091 --> 00:28:27.323

455
00:28:27.670 --> 00:28:29.835
ออโต้หรืออริสโตเติล

456
00:28:31.831 --> 00:28:32.517

457
00:28:32.470 --> 00:28:34.431
หนองคาย

458
00:28:35.042 --> 00:28:35.425

459
00:28:35.493 --> 00:28:38.948
ข้อสอบแล้ว 1 นะคะ

460
00:28:38.941 --> 00:28:39.214

461
00:28:39.452 --> 00:28:39.831

462
00:28:40.414 --> 00:28:40.843

463
00:28:40.930 --> 00:28:42.269

464
00:28:43.559 --> 00:28:45.421
ใครตอบโต้ยกมือ

465
00:28:46.182 --> 00:28:46.444

466
00:28:46.372 --> 00:28:50.018
ยกมือยกมือใครตอบโต้ OK

467
00:28:50.159 --> 00:28:53.870
มีคนตอบโต้ให้ตอบอริสโตเติลยกมือ

468
00:28:54.132 --> 00:28:59.318
อริสโตเติลโอเคค่ะอริสโตเติลถูกต้อง

469
00:28:59.325 --> 00:29:00.400
นะคะ

470
00:29:00.339 --> 00:29:05.063
ยุคนี้ยังเอาแนวคิดของอริสโตเติล

471
00:29:05.089 --> 00:29:07.575
เข้ามาเพราะอะไร

472
00:29:07.771 --> 00:29:13.851
ให้นักศึกษาคิดภาพแบบนี้เลยแล้วโตเนี่ยถูกลบไปแล้วจากแนวคิดของเด็ก

473
00:29:13.470 --> 00:29:16.863
คือพอมีอริสโตเติลสร้างแนวคิดใหม่ปุ๊บ

474
00:29:16.811 --> 00:29:22.916
คนก็เลยเชื่ออริสโตเติลมากกว่า Photo แล้วดังนั้นก็เลยจะถูก

475
00:29:23.530 --> 00:29:29.029
พูดถึงในมุมของคนแรกที่คิดมากกว่าแต่คนที่

476
00:29:29.100 --> 00:29:34.573
เป็นผู้นำจนถึงปัจจุบันใช้คำว่าปัจจุบันได้เลยปัจจุบันเราเรียนภาษาไทย

477
00:29:34.739 --> 00:29:39.979
เราก็จะได้ยินคำว่าอริสโตเติลอริสโตเติลอยู่เรื่อยๆนะคะเพราะว่า

478
00:29:39.869 --> 00:29:46.219
ค่อนข้างมีอิทธิพลทางด้านวรรณคดีวรรณกรรมของเราเนาะยุคนี้

479
00:29:46.782 --> 00:29:47.607

480
00:29:47.559 --> 00:29:52.413
ยังไม่ได้สร้างอะไรใหม่ๆก็ยังเป็นของอริสโตเติลเหมือนเดิม

481
00:29:52.360 --> 00:29:55.040
แต่พอช่วงปลายสมัยกลาง

482
00:29:54.981 --> 00:29:55.370

483
00:29:55.301 --> 00:29:59.470
ศาสนาคริสต์เนี่ยมันเริ่มถึงจุดอิ่มตัว

484
00:29:59.412 --> 00:30:05.741
เป็นธรรมชาติของมนุษย์นั่นแหละค่ะถ้าอะไรเริ่มอิ่มตัวปุ๊บเราก็จะเริ่ม

485
00:30:05.618 --> 00:30:10.218
กลับไปสู่อดีตมากขึ้นก็คือเริ่มโหยหาอดีต

486
00:30:10.547 --> 00:30:12.202
เช่น

487
00:30:12.291 --> 00:30:16.646
เราอ่ะเอาความเป็นมนุษย์วัยรุ่นของเราในขณะนี้

488
00:30:16.828 --> 00:30:22.980
เคยมีแฟนคนนึงแล้วพอแบบเลิกกันไปปุ๊บมีแฟนใหม่โอ๊ยแรกๆเนี่ย

489
00:30:22.728 --> 00:30:24.435
ดีมากรักมาก

490
00:30:24.899 --> 00:30:30.307
หอพักหลังๆเริ่มออกลายแล้วเริ่มถึงจุดอิ่มตัวก็เริ่มรู้สึกว่า

491
00:30:30.609 --> 00:30:31.160

492
00:30:31.117 --> 00:30:38.199
คนเก่าว่ะเมื่อก่อนเขายังเปิดขวดน้ำให้ฉันเลยเพลงนี้ใช่ไหมอันนี้ก็คือการโหยหา

493
00:30:38.039 --> 00:30:43.288
จากการที่เราเริ่มอิ่มตัวกับสิ่งปัจจุบันเหมือนกัน

494
00:30:43.799 --> 00:30:49.435
ในยุคสมัยกลางพ. ศสนามคริสต์คนเริ่มอิ่มตัวและคน

495
00:30:49.310 --> 00:30:53.788
เริ่มกลับมาสนใจการสร้างสรรค์วรรณคดีวรรณกรรม

496
00:30:53.728 --> 00:30:59.176
อีกครั้งหนึ่งโดยในช่วงศตวรรษที่ 15 คือช่วงปลายสมัย

497
00:30:59.108 --> 00:31:05.468
อันนี้คือยังอยู่สมัยกลางนะคะแต่เป็นช่วงปลายมีดังเต้กับบล็อก Casio เนี่ย

498
00:31:06.089 --> 00:31:10.712
พี่เป็นผู้พยายามนำกฎวรรณคดีของกรีก

499
00:31:10.770 --> 00:31:15.369
กลับมาใช้ใหม่ด้วยการสร้างสรรค์วรรณคดีวรรณกรรม

500
00:31:15.319 --> 00:31:21.345
โดยนำรูปแบบคำประพันธ์แบบเดิมมาใช้แนวความคิด

501
00:31:21.468 --> 00:31:24.218
แบบเดิมมาใช้อีกครั้งหนึ่ง

502
00:31:24.158 --> 00:31:24.415

503
00:31:24.350 --> 00:31:29.758
จากพิธีแรกเป็นยุคมืดดับไปไว้บล็อค Casio ก็พยายามร่วม

504
00:31:29.667 --> 00:31:34.933
รวมกฎศีลธรรมสมัยกลางเข้ากับวรรณคดีคลาสสิค

505
00:31:35.248 --> 00:31:41.912
ฉากที่ทีแรกนักบุญต่างๆพยายามต่อต้านกฎศีลธรรมกับวรรณคดีว่าใช้ด้วยกัน

506
00:31:41.708 --> 00:31:42.493
ไม่ได้

507
00:31:42.417 --> 00:31:44.957
พอถึงปลายสมัยกลาง

508
00:31:44.977 --> 00:31:51.113
Blog Casio ก็พยายามเอามารวบรวมอีกครั้งหนึ่งนะคะเนี่ยให้เห็นภาพว่า

509
00:31:51.577 --> 00:31:57.726
คณะศึกษาขีดเส้นกราฟถ้ากำลังขีดเส้นอยู่ให้ขีดเส้นมาจากทีแรกคลาสสิค

510
00:31:57.656 --> 00:31:59.265
เขตลาดยาว

511
00:31:59.275 --> 00:32:04.337
แล้วพอมาถึงยุคสมัยกลางฉีดกราฟให้มันตกลงมา

512
00:32:04.256 --> 00:32:06.377
แล้วก็เขียน 2 อาทิตย์แรก

513
00:32:06.436 --> 00:32:12.219
เขียนเลข 1 นะยุคแรกเพราะมันตกลงมาปุ๊บเขียนเลข 2 นะคะแล้วคราวนี้

514
00:32:12.206 --> 00:32:15.345
มันกำลังจะเข้าไปสู่ยุคสมัยที่ 3

515
00:32:15.412 --> 00:32:20.788
ยุคที่ 3 ให้ลากกราฟขึ้นมาแบบสูงได้เลยแล้วก็เขียนเลข 3

516
00:32:20.785 --> 00:32:25.212
ราคายกที่ 3 เนี่ยสูงขึ้นมาเพราะอะไร

517
00:32:25.209 --> 00:32:26.541
ยุคนี้

518
00:32:26.616 --> 00:32:30.000
ถูกเรียกว่ายุคนีโอคลาสสิก

519
00:32:29.945 --> 00:32:30.221

520
00:32:30.208 --> 00:32:30.508

521
00:32:30.776 --> 00:32:36.042
คือก่อนที่จะไปรู้ความหมายว่ามีโอ Classic แปลว่าฟื้นฟู

522
00:32:35.967 --> 00:32:41.471
คือยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาการเนี่ยมันรู้ความหมายก่อนว่ายุคนี้

523
00:32:41.356 --> 00:32:42.442
คลาสสิค

524
00:32:42.376 --> 00:32:45.063
มันคือ 2 คำเอามารวมกัน

525
00:32:45.125 --> 00:32:45.388

526
00:32:45.325 --> 00:32:47.298
นั่นก็คือคำว่า

527
00:32:47.436 --> 00:32:48.648
มีโอ

528
00:32:48.656 --> 00:32:50.375
คำว่าคลาสสิค

529
00:32:50.768 --> 00:32:53.703
Neo แปลว่าอะไรคะ

530
00:32:53.966 --> 00:32:55.452
ใครพอเดาได้

531
00:32:56.477 --> 00:32:56.732

532
00:32:56.856 --> 00:32:58.390
Neo

533
00:32:58.648 --> 00:33:03.206
เหมือนกับคำว่านิวความหมายเหมือนกับคำว่า new แปลว่าใหม่

534
00:33:03.258 --> 00:33:07.575
Neo เหมือนความหมายก็คือคำว่านิว

535
00:33:07.493 --> 00:33:07.893

536
00:33:07.805 --> 00:33:09.205
แปลว่าใหม่

537
00:33:09.154 --> 00:33:10.947
คลาสสิคก็คือ

538
00:33:11.077 --> 00:33:13.650
ยุคเก่ายุคคลาสสิคคือยุคอะไร

539
00:33:14.476 --> 00:33:14.737

540
00:33:14.609 --> 00:33:16.514
กรีกและโรมันโบราณ

541
00:33:16.775 --> 00:33:22.864
ยุคคลาสสิคยุคกรีกและโรมันโบราณชนะต่อไปนี้ถ้าครูพูดคำว่าคลาส

542
00:33:22.807 --> 00:33:26.501
เฉยๆจะหมายความว่ากรีกและโรมันโบราณ

543
00:33:26.445 --> 00:33:31.824
แต่ถ้าครูพูดถึงนีโอคลาสสิคแสดงว่าเป็นยุคที่ 3 แล้วไม่ใช่ยุคแรก

544
00:33:31.764 --> 00:33:34.133
ยุคนีโอคลาสสิค

545
00:33:34.140 --> 00:33:39.656
เป็นยุคที่ถูกเรียกว่าเป็นยุคแห่งการฟื้นฟูศิลปวิทยา

546
00:33:39.585 --> 00:33:40.149

547
00:33:40.095 --> 00:33:44.456
แทบจะทุกประเภทถ้าใครที่เคยดูแวร์ซาย

548
00:33:44.448 --> 00:33:46.514
แวร์ซายก็คือเขาพูดถึง

549
00:33:46.504 --> 00:33:51.910
รูปพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ใช่ไหมที่แบบมีการสร้างพระราชวังแวร์ซาย

550
00:33:51.815 --> 00:33:52.953
หรือว่า

551
00:33:52.904 --> 00:33:58.433
การสร้างสถาปัตยกรรมประติมากรรมหลากหลายประเภทในยุคนี้จะเห็น

552
00:33:58.354 --> 00:33:58.974

553
00:33:59.055 --> 00:34:01.474
มีการนำศิลปะต่างๆ

554
00:34:01.754 --> 00:34:07.392
มาสร้างสรรค์เยอะมากยุคนี้นะคะเป็นยุคที่ศิลปะ

555
00:34:07.325 --> 00:34:09.422
แขนงเจริญถึงจุด

556
00:34:09.363 --> 00:34:10.638
สูงสุด

557
00:34:10.843 --> 00:34:16.397
แปลคำว่าเจริญถุงจุดสูงสุดเนี่ยไม่ได้แปลว่าเขาคิดใหม่ทั้งหมด

558
00:34:16.605 --> 00:34:17.488
เพราะ

559
00:34:17.823 --> 00:34:22.653
มันมีคำว่าคลาสสิคอยู่ในชื่อยุคด้วยนั่นหมายถึง

560
00:34:22.693 --> 00:34:25.572
การที่เขาเอาของเก่า

561
00:34:25.516 --> 00:34:29.095
กลับมาใช้ใหม่แล้วให้ไฉไลกว่าเดิม

562
00:34:29.233 --> 00:34:29.519

563
00:34:29.423 --> 00:34:34.705
คืออันนี้ภาษาปากเลยเอาของเก่ากลับมาใช้ใหม่แล้วให้ไฉไลกว่าเดิม

564
00:34:34.616 --> 00:34:38.967
ไฉไลกว่าเดิมคืออะไรยกนี้เป็นยุคที่

565
00:34:38.964 --> 00:34:40.751
ธรรมะดียังไง

566
00:34:40.954 --> 00:34:43.446
ยุคนี้ให้ดีกว่าไปเลย

567
00:34:43.467 --> 00:34:43.881

568
00:34:43.845 --> 00:34:44.840
โดย

569
00:34:44.803 --> 00:34:50.096
ศิลปะขอโทษนักปราชญ์ในยุคนี้จะเรียกตัวเองว่านะ

570
00:34:50.113 --> 00:34:51.713
มนุษยนิยม

571
00:34:51.783 --> 00:34:52.062

572
00:34:52.106 --> 00:34:54.665
นักมนุษยนิยมก็คือ

573
00:34:54.607 --> 00:34:58.901
เป็นคนที่ศึกษาเรื่องราวทุกอย่างเกี่ยวกับความเป็นมนุษย์

574
00:34:59.344 --> 00:35:02.921
ดังนั้นเขาก็เลยจะค่อนข้างมีความรู้

575
00:35:02.862 --> 00:35:04.394
ที่เกี่ยวกับมนุษย์

576
00:35:04.335 --> 00:35:05.597
แทบจะทุกเรื่อง

577
00:35:05.805 --> 00:35:06.238

578
00:35:06.260 --> 00:35:06.496

579
00:35:06.573 --> 00:35:12.635
ต่อมามีการค้นพบงานวรรณคดีวรรณกรรมสมัยกรีกและโรมันแล้วก็เอา

580
00:35:12.533 --> 00:35:15.025
นักศึกษาใหม่อย่างจริงจัง

581
00:35:15.353 --> 00:35:15.606

582
00:35:15.552 --> 00:35:17.611
จริงจังถึงขั้นไหน

583
00:35:18.305 --> 00:35:21.083
จริงจังถึงขั้นที่ว่า

584
00:35:21.123 --> 00:35:26.445
กฎเกณฑ์อื่นที่เกิดขึ้นมาใหม่หลังจากกรีกและโรมัน

585
00:35:26.695 --> 00:35:28.290
เป็นสิ่งที่ผิดหมด

586
00:35:28.483 --> 00:35:28.928

587
00:35:28.683 --> 00:35:28.957

588
00:35:28.872 --> 00:35:32.042
งั้นแสดงว่าถ้ากรีกและโรมันทำมาแบบไหน

589
00:35:32.013 --> 00:35:32.452

590
00:35:32.402 --> 00:35:35.463
บทกวีเขียนยังไง

591
00:35:35.475 --> 00:35:40.354
ยุคนี้ก็ต้องเขียนแบบนั้นเรียนแบบให้มันดีให้มันเป๊ะ

592
00:35:40.474 --> 00:35:40.827

593
00:35:41.362 --> 00:35:46.998
นักวิจารณ์อิตาลียืนยันว่าวรรณคดีรูปแบบวรรณคดีคือ

594
00:35:46.932 --> 00:35:49.646
แบบของปรัชญาและการเรียนแบบชีวิต

595
00:35:49.953 --> 00:35:52.634
ความคิดของใครคะการเลียนแบบ

596
00:35:52.833 --> 00:35:53.086

597
00:35:53.537 --> 00:35:54.937
ของใคร

598
00:35:54.885 --> 00:35:55.162

599
00:35:55.203 --> 00:36:00.530
อริสโตเติลชื่อของเขาจะถูก

600
00:36:00.585 --> 00:36:07.051
พูดถึงก็แทบทุกยุคทุกสมัยเลยนะคะแล้วนักวิจารณ์ฝรั่งเศสปฏิเสธแบบแผน

601
00:36:07.056 --> 00:36:13.139
องค์กรที่แต่งมายุคสมัยกลางขึ้นตอนยุคสมัยกลางที่มีการดับไฟอ่ะถ้าใคร

602
00:36:13.012 --> 00:36:14.509
อะไรขึ้นมาใหม่โป๊

603
00:36:14.681 --> 00:36:16.271
ถือว่าผิดหมด

604
00:36:16.473 --> 00:36:21.241
ไม่โอเคไม่เอาถ้าจะให้ถูกให้มันเพราะก็ต้องเป็น

605
00:36:21.352 --> 00:36:24.297
แบบอริสโตเติลเท่านั้นนะคะ

606
00:36:24.411 --> 00:36:31.963
เรื่องนักคิดคนสำคัญก็จะมีนิโคลัสบัวโล่ที่มีการสร้างสรรค์วรรณคดีวรรณกรรม

607
00:36:32.232 --> 00:36:34.927
แนวที่เกี่ยวข้องแนวแบบ

608
00:36:34.854 --> 00:36:36.110
คล้ายๆ

609
00:36:36.131 --> 00:36:39.477
ของยุคกรีกและโรมันนะคะเช่นแนว

610
00:36:39.471 --> 00:36:42.439
Romeo and Juliet

611
00:36:42.352 --> 00:36:43.674
ขอเป็น

612
00:36:43.633 --> 00:36:44.059

613
00:36:43.823 --> 00:36:47.788
ที่เน้นคุณค่าทางอารมณ์สะเทือนใจประมาณนี้นะคะ

614
00:36:48.183 --> 00:36:51.860
ปีนี้สรุปยุคสมัยนีโอคลาสสิค

615
00:36:52.721 --> 00:36:56.567
ยึดมั่นในขนบกรีกและโรมันอย่างเคร่งครัดดูสิ

616
00:36:56.701 --> 00:37:02.212
ว่าแบบขนาดไหนนะคะ 29 อีต้องปฏิบัติตามกฎ

617
00:37:02.401 --> 00:37:03.932
วรรณคดีคลาสสิค

618
00:37:04.130 --> 00:37:04.749

619
00:37:04.711 --> 00:37:06.039
อันไหนพี่

620
00:37:06.121 --> 00:37:10.741
ขึ้นมาแล้วมันไม่เหมือนของวันนี้ Classic ปฏิเสธหมดเลยนะคะ

621
00:37:10.729 --> 00:37:15.973
3 วรรณคดีเปรียบเสมือนกระจกเงาส่องให้เห็นธรรมชาติซึ่ง

622
00:37:15.979 --> 00:37:16.202

623
00:37:16.110 --> 00:37:18.023
สร้างโดยฝีมือมนุษย์

624
00:37:18.481 --> 00:37:23.962
นักศึกษากระจกเงา 2 ให้เห็นธรรมชาติซึ่งถูกสร้างโดยฝีมือแม่

625
00:37:23.861 --> 00:37:29.440
ถ้าจะพูดเป็นภาษาปากก็คือเกิดขึ้นจากการเลียนแบบมนุษย์นั่นแหละนะคะ

626
00:37:29.369 --> 00:37:33.679
การเลี้ยงแบบเป็นการเรียนแบบเสร็จปุ๊บก็นึกถึงคำของ

627
00:37:33.661 --> 00:37:35.899
อริสโตเติลขึ้นมาทันที

628
00:37:35.840 --> 00:37:37.635
อะไรที่พูดขึ้นมาปุ๊บ

629
00:37:37.570 --> 00:37:40.673
มันคือคำของอริสโตเติลทั้งนั้นเลยนะคะ

630
00:37:40.899 --> 00:37:46.291
แล้วเนื้อหาหรือเสน่ห์ของเรื่องเนี่ยขึ้นอยู่กับการ

631
00:37:46.164 --> 00:37:50.238
แสดงออกอย่างใหม่และแสดงให้เห็นถึงความฉลาดของมนุษย์

632
00:37:50.381 --> 00:37:55.364
ราคานี้ก็คือแนวความคิดในยุคนีโอคลาสสิค

633
00:37:55.892 --> 00:37:56.128

634
00:37:56.341 --> 00:38:02.032
นักศึกษากราฟเมื่อกี้มันพุ่งขึ้นสูงใช่ไหมที่เป็นอยู่

635
00:38:01.849 --> 00:38:06.498
นีโอคลาสสิคคราวนี้ก็ให้เห็นธรรมชาติของมนุษย์

636
00:38:06.526 --> 00:38:12.118
อีกเหมือนเดิมนั่นก็คือธรรมชาติของมนุษย์ถ้าอะไรก็ตามถ้ามันถึงจุดสูง

637
00:38:12.039 --> 00:38:17.512
แล้วอ่ะมันก็ต้องดรอปลงทุกอย่างไปทุกครั้งไป

638
00:38:17.803 --> 00:38:23.153
อันนี้คือธรรมชาติของมนุษย์จริงๆนะคะวรรณคดีวิจารณ์ก็แสดงให้เห็นอย่าง

639
00:38:23.050 --> 00:38:26.779
ถึงความเป็นธรรมชาติของมนุษย์เหมือนกันเพราะอะไร

640
00:38:26.769 --> 00:38:29.267
เพราะยุคนีโอคลาสสิคเนี่ย

641
00:38:29.399 --> 00:38:33.613
เคร่งครัดมากเคร่งมากจนถึงขั้นที่ว่า

642
00:38:33.561 --> 00:38:38.863
อะไรก็ตามที่แต่งขึ้นมาใหม่ในยุคนั้นผิดหมดใช่ไหมพอมาถึงยุค

643
00:38:38.749 --> 00:38:41.699
ที่ 4 ก็คือยุคโรแมนติก

644
00:38:41.892 --> 00:38:42.178

645
00:38:42.209 --> 00:38:46.189
ยุคนี้กราฟจะตกลงมาอีกรอบนึง

646
00:38:46.629 --> 00:38:47.757
เหตุผล

647
00:38:47.718 --> 00:38:50.336
ถ้ามันเคร่งเกินไป

648
00:38:50.351 --> 00:38:55.921
คนก็จะรู้สึกว่ามันไม่น่าสนใจและมันตึงเกิน

649
00:38:55.920 --> 00:38:59.768
มันพัฒนาต่อไม่ได้นะคะแล้วอีกอย่าง

650
00:38:59.759 --> 00:39:03.986
ความหมายของคำว่าโรแมนติกภูษาอธิบายก่อนว่า

651
00:39:03.990 --> 00:39:05.724
ถ้าเปรียบเทียบกับเราอ่ะ

652
00:39:05.719 --> 00:39:11.572
ถ้าเกิดว่ามีผู้ชายสักคนนึงโอ้โหโรแมนติกมากเลยวันเกิด

653
00:39:11.482 --> 00:39:12.883
ฉันเขา

654
00:39:12.888 --> 00:39:18.518
แต่งห้องแล้วก็จุดเทียนแล้วก็สร้างบรรยากาศให้มันดูสวยงาม

655
00:39:18.468 --> 00:39:20.898
ทำให้ฉันรู้สึกดีมากเลย

656
00:39:20.837 --> 00:39:22.951
นักศึกษารู้เอาไว้เลยว่า

657
00:39:22.888 --> 00:39:23.351

658
00:39:23.017 --> 00:39:24.618
เขาไม่ได้ทำแบบนี้ทุกวัน

659
00:39:24.617 --> 00:39:30.260
โอเคไหมมันเป็นแค่เฉพาะพิเศษเท่านั้นมันเป็นเฉพาะพิเศษเนี่ยนั่นแสดงว่า

660
00:39:30.129 --> 00:39:33.389
มันไม่ใช่ธรรมชาติมันไม่ใช่ความจริงแท้

661
00:39:33.592 --> 00:39:39.031
ความจริงแท้ของมนุษย์ไม่ได้เป็นแบบนั้นทุกวันแน่นอนดังนั้นคำว่า Romance

662
00:39:38.907 --> 00:39:41.255
หรือยุคโรแมนติกเนี่ย

663
00:39:41.470 --> 00:39:47.115
ก็แปลว่าเป็นยุคที่มนุษย์พยายามหาอะไรที่ไม่ใช่ความ

664
00:39:47.039 --> 00:39:48.385
แผลนั้นเอง

665
00:39:48.452 --> 00:39:48.746

666
00:39:48.577 --> 00:39:49.323

667
00:39:49.351 --> 00:39:53.578
มาดูว่าเหตุผลที่เกิดยุคโรแมนติกคืออะไรบ้างนะคะ

668
00:39:53.700 --> 00:39:57.812
เหตุผลที่เกิดยุคโรแมนติกอันดับแรกที่ครูพูดไปนั่นแหละ

669
00:39:57.799 --> 00:39:58.836
ก็คือ

670
00:39:58.830 --> 00:40:00.751
มันตึงเกินไป

671
00:40:00.747 --> 00:40:05.296
เขาก็รู้สึกว่ามันเคร่งแล้วมันจะไม่สามารถพัฒนาต่อได้

672
00:40:05.561 --> 00:40:06.887
เขาก็เลยเหมือนกลับ

673
00:40:06.962 --> 00:40:07.587
หยุด

674
00:40:07.729 --> 00:40:09.400
พอและเหนื่อย

675
00:40:09.266 --> 00:40:10.032

676
00:40:10.417 --> 00:40:15.679
และอีกอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นในสังคมยุคนั้นก็คือมีการเลิกระบบ

677
00:40:15.609 --> 00:40:16.871
ศักดินา

678
00:40:16.826 --> 00:40:22.495
ก็คือการเลิกทาสนั้นเมื่อก่อนสังคมคนยุโรปจะมีแค่ชนชั้น

679
00:40:22.396 --> 00:40:24.450
หนูกับชนชั้นล่าง

680
00:40:24.446 --> 00:40:24.862

681
00:40:24.768 --> 00:40:29.210
ชนชั้นสูงก็คือพวกเจ้านายไปเลยชนชั้นล่างก็คือพวกทาส

682
00:40:29.127 --> 00:40:31.761
คนที่มีความคิดได้

683
00:40:31.821 --> 00:40:35.195
สามารถคิดได้มีแค่ชั้นสูงเท่านั้น

684
00:40:35.207 --> 00:40:38.253
ส่วนชนชั้นล่างที่เป็นชั้นธาตุ

685
00:40:38.357 --> 00:40:39.488
คิดไม่ได้

686
00:40:39.756 --> 00:40:45.007
ไม่ใช่เขาคิดไม่ได้จริงๆนะน้องสาแต่เขาคิดไม่ได้เพราะว่าสังคม

687
00:40:45.023 --> 00:40:46.674
ไม่เปิดโอกาสให้เขาคิด

688
00:40:46.879 --> 00:40:52.216
ใครที่แบบมันมีขนาดนั้นจริงๆหรอคุณถ้าเคยดูพรม

689
00:40:52.128 --> 00:40:54.990
พรหมลิขิต

690
00:40:54.947 --> 00:40:56.400
เมื่อกี้เลย

691
00:40:56.479 --> 00:41:01.913
อึ่งอึ่งที่เป็นผ้าใช่ไหมที่กูใช้คำว่าอีเพราะว่า

692
00:41:01.795 --> 00:41:06.516
ระบบของคนในสังคมในขณะนั้นนอกเขาเรียกเขาว่าอีซึงๆเงี้ย

693
00:41:06.476 --> 00:41:08.592
เนี่ยพูดกับนางเอก

694
00:41:08.716 --> 00:41:08.971

695
00:41:08.916 --> 00:41:13.088
นางเอกก็ถามว่าอ้าวทำไมล่ะทำไมถึงไม่คิดทำไมถึงไม่รู้

696
00:41:13.517 --> 00:41:15.361
ถึงก็ตอบได้แค่ว่า

697
00:41:15.696 --> 00:41:18.265
ไม่จำเป็นต้องรู้ก็ไม่จำเป็นต้องคิด

698
00:41:18.325 --> 00:41:23.741
อื่นเป็นแค่ภาพอันนี้คุณไม่ต้องไปนึกถึงยุโรปเลยไม่ต้องไปนึกถึงเขา

699
00:41:23.636 --> 00:41:29.256
ตะวันตกเลยของไทยอ่ะก็เป็นของไทยก็มีให้เห็นฉะนั้นระบบชนชั้น

700
00:41:29.217 --> 00:41:34.490
มันไม่เปิดโอกาสให้คนชั้นล่างมีโอกาสได้คิดมีโอกาสได้เปิด

701
00:41:34.476 --> 00:41:36.843
โลกนะคะคราวเนี้ย

702
00:41:37.155 --> 00:41:41.609
พอมาถึงยุคที่มีการยกเลิกระบบศักดินาปุ๊บ

703
00:41:41.519 --> 00:41:41.945

704
00:41:41.907 --> 00:41:47.798
ชนชั้นล่างเริ่มค่อยๆหายไปเกิดเป็นชนชั้นกลาง

705
00:41:47.796 --> 00:41:54.358
ขึ้นนั่นก็คือคนเริ่มมีสิทธิเสรีภาพในการคิดในการเห็นอะไร

706
00:41:54.265 --> 00:41:57.723
เลยกลายเป็นว่ามนุษย์เนี่ย

707
00:41:58.437 --> 00:41:58.858

708
00:41:58.815 --> 00:42:00.215
จากเดิม

709
00:42:00.226 --> 00:42:02.191
ที่ถูกครอบไว้

710
00:42:02.145 --> 00:42:02.385

711
00:42:02.465 --> 00:42:05.405
เลขกลายเป็นหลุดออกจากกรอบแบบ

712
00:42:05.677 --> 00:42:11.038
หลุดไปเลยนะคะพูดคำว่าหลุดไปเลยนะยุคนี้เป็นยุคที่มนุษย์เนี่ย

713
00:42:10.985 --> 00:42:16.327
ทางยึดมั่นในปัจเจกชนนิยมปัจเจกชนนิยมก็คือให้คุณค่าของตัวเอง

714
00:42:16.555 --> 00:42:20.004
ฉันคิดอะไรอยู่ฉันสามารถคิดอะไรได้

715
00:42:19.954 --> 00:42:21.025
ฉันก็จะคิด

716
00:42:21.615 --> 00:42:26.898
มีความหมายซึ่งจะตีความยังไงก็ได้ฉันเห็นไม้ฉันจะตีความเป็นมา

717
00:42:26.935 --> 00:42:27.686

718
00:42:27.635 --> 00:42:31.419
อย่างนี้เป็นต้นวรรณคดีวรรณกรรมเหมือนกัน

719
00:42:31.485 --> 00:42:33.848
ถูกพาเขียนมาแบบนี้

720
00:42:33.856 --> 00:42:39.109
ฉันไม่จำเป็นต้องเขียนแบบเดิมก็ได้นี่ทำไมฉันต้องไปเคร่งครัดกับรูปแบบของ

721
00:42:39.235 --> 00:42:40.581
หาสิกล้วยอ่ะ

722
00:42:40.584 --> 00:42:45.768
จะเขียนแบบอื่นก็ย่อมได้สิเพราะมันเป็นความคิดของฉันมันเป็นสิทธิ์ของฉัน

723
00:42:45.705 --> 00:42:51.142
นึกถึงอดีตที่นานแสนนานดินแดนที่อยู่ไกลแสนไกลก็คือ

724
00:42:51.087 --> 00:42:54.475
โหยหาอะไรที่มันเป็นไปไม่ได้อ่ะ

725
00:42:54.874 --> 00:42:57.285
จินตนาการมีอิสระ

726
00:42:57.304 --> 00:43:00.552
แสดงออกอย่างประหลาดและผิดธรรมชาติ

727
00:43:00.694 --> 00:43:00.927

728
00:43:00.954 --> 00:43:02.287
ถ้าคิดไม่ออก

729
00:43:02.674 --> 00:43:06.268
วรรณคดีวรรณกรรมแนวโรแมนติกของไทย

730
00:43:06.204 --> 00:43:06.587

731
00:43:06.523 --> 00:43:09.985
เอาแบบที่เด่นเลยพระอภัยมณี

732
00:43:10.047 --> 00:43:10.984

733
00:43:11.003 --> 00:43:12.728
คิดออกไหมคะ

734
00:43:12.873 --> 00:43:16.952
อันนี้ชัดมากนะคะชัดมากยังไงเอา

735
00:43:17.035 --> 00:43:20.567
มีคนมีนางเงือกมีนางยักษ์

736
00:43:20.494 --> 00:43:26.033
คนธรรมดาสามารถไปมีอะไรกับนางเงือกกับนางยักษ์ก็ได้ลูกออกมาก็เป็นคน

737
00:43:26.574 --> 00:43:31.471
ที่มีพละกำลังเฉยแต่ว่ายน้ำเก่งเหมือนนางเงือกเอาอะไรอย่างเงี้ย

738
00:43:31.314 --> 00:43:36.501
หิวว่ะคิดอะไรที่มันดูนอกกรอบที่มันหลุดกรอบไปเลย

739
00:43:36.385 --> 00:43:39.191
วรรณคดีไทยในอดีตส่วนใหญ่

740
00:43:39.393 --> 00:43:44.925
มีแต่แนวโรแมนติกนะคะนักศึกษาแนวโรแมนติกนี่ไม่ใช่ว่าอุ้ยพระเอกกับนางเอก

741
00:43:44.647 --> 00:43:46.697
คลองคู่กันชวด

742
00:43:46.634 --> 00:43:49.273
นิจนิรันดร์อะไรเงี้ยอันนั้น

743
00:43:49.123 --> 00:43:53.630
วัดไทยก็มีส่วนแต่ไม่ใช่คำว่าโรแมนติกที่แท้จริง

744
00:43:53.674 --> 00:43:57.617
โรแมนติกที่แท้จริงก็คือมันเหนือธรรมชาติในจินตนาการ

745
00:43:57.585 --> 00:43:57.806

746
00:43:57.834 --> 00:44:03.435
คิดไม่ออกอีกรอบเอาปลาบู่ทองนี่แหละกูว่ามันเว้าสุดแล้วนะคะในยุคนั้นนะคะ

747
00:44:03.283 --> 00:44:05.804
อย่างปลาบู่ทองอย่างนี้

748
00:44:05.977 --> 00:44:06.200

749
00:44:06.103 --> 00:44:11.178
แม่ทีแรกก็อยู่ด้วยกันแบบมันก็ดูเป็นธรรมชาติของมนุษย์ดีนี่แหละ

750
00:44:11.032 --> 00:44:15.256
แต่พ่อแม่ตายปุ๊บไปเกิดเป็นปลาบู่

751
00:44:15.263 --> 00:44:20.998
พ่อไปเกิดเป็นปลาบู่เอ้าพูดได้เฉยเพราะพูดได้เฉยเสร็จปุ๊บนางร้ายเห็นว่า

752
00:44:20.774 --> 00:44:22.688
สบู่นะเป็นแม่แทนที่จะตก

753
00:44:22.563 --> 00:44:26.695
กลับเอาปลาบู่มากินซะเลยเนี้ยมันก็ดูแบบ

754
00:44:26.604 --> 00:44:29.778
แท็กธรรมชาติแล้วใช่ไหมพ่อกินเสร็จปุ๊บ

755
00:44:30.123 --> 00:44:35.412
นางเอกเห็นว่าแม่ตัวเองถูกกินก็เลยเอาเกล็ดปลาของแม่เนี่ย

756
00:44:35.516 --> 00:44:37.234
ไปใส่ต้นมะเขือ

757
00:44:37.302 --> 00:44:41.321
ต้นมะเขือก็กลายเป็นวิญญาณแม่อีกซะงั้นมันดูแบบ

758
00:44:41.346 --> 00:44:48.110
อะไรวะอีหยังวะไปหมดสำหรับเราในยุคนี้แต่จริงๆมันก็คือเป็นวรรณคดีวรรณกรรม

759
00:44:47.996 --> 00:44:53.338
แนวโรแมนติกนี่แหละก็คือมันเหนือความจริงมันเหนือธรรมชาติซึ่ง

760
00:44:53.574 --> 00:44:58.903
มันสืบเนื่องมาจากยุคที่คนน่ะถูกกดขี่เกินไปไงพอมันหลุด

761
00:44:58.893 --> 00:45:00.937
มาแล้วมันก็เลยกลายเป็นว่า

762
00:45:00.874 --> 00:45:05.355
ทุกสิ่งทุกอย่างฉันสามารถสร้างได้ด้วยจินตนาการของฉัน

763
00:45:05.291 --> 00:45:05.694

764
00:45:05.482 --> 00:45:10.316
หรืออีกเรื่องนึงที่เมื่อกี้ยกตัวอย่างวรรณคดีไทยเนาะ

765
00:45:10.233 --> 00:45:10.502

766
00:45:10.422 --> 00:45:12.917
จะมีวรรณกรรมไทยสมัยใหม่

767
00:45:12.911 --> 00:45:13.193

768
00:45:13.111 --> 00:45:16.250
อวตารถึงจะเป็นยุคสมัยใหม่นะ

769
00:45:16.253 --> 00:45:22.482
แต่ก็เป็นเนื้อหาที่เกี่ยวกับความเป็นยุคโรแมนติกก็คือเป็นวรรณคดีรวม

770
00:45:22.341 --> 00:45:25.061
แบบนี้นั่นเองนะคะก็คือจะบอกว่า

771
00:45:24.966 --> 00:45:25.205

772
00:45:25.283 --> 00:45:26.161
เป็น

773
00:45:26.115 --> 00:45:31.768
ความคิดเหนือโลกเหนือจินตนาการของมนุษย์จริงๆที่แบบว่าคน

774
00:45:31.821 --> 00:45:37.138
มีโลกคู่ขนานที่สามารถแบบอยู่ร่วมกันได้เป็นต้นนะคะ

775
00:45:37.262 --> 00:45:37.709

776
00:45:38.151 --> 00:45:42.989
นี่ก็คือวรรณคดียุคโรแมนติกนะคะ

777
00:45:42.902 --> 00:45:47.768
คราวนี้ยุคสุดท้ายของการวิจารณ์วรรณคดี

778
00:45:47.711 --> 00:45:54.732
นักศึกษาพอมันตกลงมาใช่ไหมที่แบบเป็นยุคที่ 4 เนาะด้วยความที่ว่ามนุษย์เราอ่ะ

779
00:45:54.623 --> 00:45:55.950
ออกนอกโลก

780
00:45:55.912 --> 00:45:56.726

781
00:45:56.871 --> 00:45:57.182

782
00:45:57.122 --> 00:46:03.298
มันก็ต้องมีคนเรียกกลับเข้ามามาสู่ความจริงเหอะแต่ทีแรกถูกบังคับเกิน

783
00:46:03.141 --> 00:46:09.441
ก็เลยหลุดกรอบพระกรอบปุ๊บก็ต้องมีคนดึงเข้ามาซึ่งการดึงเข้ามา

784
00:46:09.291 --> 00:46:12.325
หรือจะเป็นการวิจารณ์ในศตวรรษที่ 20

785
00:46:12.314 --> 00:46:15.758
จนถึงปัจจุบันนะคะ

786
00:46:15.700 --> 00:46:20.551
การวิจารณ์ในศตวรรษที่ 19 จนถึงปัจจุบันกราฟจะขึ้นมาและ

787
00:46:20.512 --> 00:46:24.210
พี่ตกลงมาจะขึ้นมาแล้วก็ขีดลากยาว

788
00:46:24.601 --> 00:46:24.847

789
00:46:25.371 --> 00:46:27.669
การวิจารณ์ในยุคนี้

790
00:46:27.871 --> 00:46:33.448
จะเป็นการวิจารณ์ที่ต่อต้านลัทธิโรแมนติกต่อต้านลัทธิโรแมนติกก็คือ

791
00:46:33.760 --> 00:46:35.290
การต่อต้าน

792
00:46:35.361 --> 00:46:40.613
ความเหนือจริงทั้งปวงคือให้กลับมาสู่โลกแห่งความจริง

793
00:46:41.071 --> 00:46:41.325

794
00:46:41.261 --> 00:46:44.905
โดยใช้หลักอยู่ 2 หลัก

795
00:46:44.854 --> 00:46:48.186
รากแรกก็คือหลักสัจนิยม

796
00:46:48.110 --> 00:46:48.413

797
00:46:48.433 --> 00:46:53.407
หลักที่สองก็คือธรรมชาตินิยมนะคะในกรอบครูพิมพ์

798
00:46:53.371 --> 00:46:57.876
ธรรมชาติต้องอยู่ข้างล่างนะคะครูพิมพ์ผิดกันนิดนึงอ่ะ

799
00:46:57.590 --> 00:47:04.648
นิดผิดนะคะเดี๋ยวน้องสาวแบบปรับเองเนาะอันแรกคือสัจนิยมอันที่สองก็คือธรรมชาตินิยม

800
00:47:04.770 --> 00:47:05.055

801
00:47:04.963 --> 00:47:05.343

802
00:47:05.220 --> 00:47:08.539
ตัสสะแปลว่าความจริง

803
00:47:08.550 --> 00:47:12.647
ธรรมชาติก็คือต้องไม่เหนือธรรมชาติ

804
00:47:12.711 --> 00:47:17.780
คือต้องเป็นไปตามธรรมชาติเช่นถ้าเป็นมนุษย์ก็ต้องมีเกิด

805
00:47:17.779 --> 00:47:18.727
แต่เจ็บ

806
00:47:18.741 --> 00:47:21.230
ตายแล้วก็จบไปแค่นั้น

807
00:47:21.229 --> 00:47:24.620
ไม่ใช่ว่าตายแล้วไปเกิดเป็นปลาบู่

808
00:47:24.690 --> 00:47:25.128

809
00:47:24.950 --> 00:47:30.462
สบู่ตายแล้วเกร็ดไปเกิดเป็นต้นมะเขืออันนี้ไม่ใช่นะคะฉะนั้น

810
00:47:30.460 --> 00:47:31.910
เมื่อกี้

811
00:47:31.871 --> 00:47:33.756
ไปที่เหนือธรรมชาติเนี่ย

812
00:47:33.670 --> 00:47:38.979
ถูกดึงกลับมาในยุคศตวรรษที่ 19 นะคะนั่นก็คือ

813
00:47:38.909 --> 00:47:39.289

814
00:47:39.301 --> 00:47:43.431
ใกล้เคียงกับยุคเราและตั้งแต่ยุคศตวรรษที่ 19 มาจนถึงเราเนี่ย

815
00:47:43.469 --> 00:47:48.154
การวิจารณ์จะเป็นแนวปัจจุบันเป็นแนวความจริงแล้วนะคะ

816
00:47:48.141 --> 00:47:48.376

817
00:47:48.332 --> 00:47:48.592

818
00:47:48.519 --> 00:47:52.230
มาดูว่าสัจจะความจริงน่ะมีหลักอะไรบ้าง

819
00:47:52.689 --> 00:47:54.312
หลักแห่งความจริง

820
00:47:54.230 --> 00:47:57.237
1 และมีความเป็นวิทยาศาสตร์

821
00:47:57.230 --> 00:48:03.359
ต้องพิสูจน์ได้พระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออกพิสูจน์ได้ผู้หญิงคนนี้

822
00:48:03.318 --> 00:48:08.602
ทำชั่วเขาก็ต้องได้รับผลของการกระทำผู้หญิงคนนี้ทำดีเขา

823
00:48:08.510 --> 00:48:10.360
รับผลของการกระทำ

824
00:48:10.308 --> 00:48:12.361
นี่คือพิสูจน์ดา

825
00:48:12.479 --> 00:48:12.769

826
00:48:12.930 --> 00:48:18.264
2 มีเหตุมีผลมีความสมจริงมีเหตุมีผลมีความสุข

827
00:48:18.189 --> 00:48:20.222
อย่างเช่น

828
00:48:20.750 --> 00:48:24.164
ที่ครูพูดถึงการวิจารณ์ที่

829
00:48:24.151 --> 00:48:26.310
อะไรนะพูดถึงนาคี 2

830
00:48:26.959 --> 00:48:31.021
สัปดาห์ที่แล้วพอจำได้ไหมคะที่บอกว่าเออ

831
00:48:31.131 --> 00:48:31.335

832
00:48:31.388 --> 00:48:34.509
เขากลัวพญานาคแต่เขาเอา

833
00:48:34.519 --> 00:48:39.841
เสื้อสีแดงมาแขวนไว้หน้าบ้านอันนี้มันสมจริงไหมมันสมเหตุสมผลไหม

834
00:48:40.480 --> 00:48:46.070
ไม่ใช่ใช่ไหมเพราะว่าบ้าหรอพญานาคกับเสื้อสีแดงมันเกี่ยวอะไรกันอันนั้นผิด

835
00:48:45.789 --> 00:48:50.644
ไม่นะคะพูดถึงผีแม่ม่ายมีข่าวผีแม่ม่ายนะรู้ยัง

836
00:48:50.860 --> 00:48:52.836
พอกูพูดถึงสไปรท์แล้วปุ๊บ

837
00:48:52.779 --> 00:48:53.860
ขอนแก่น

838
00:48:53.991 --> 00:48:58.297
ที่ขอนแก่นนะคะผีแม่ม่ายอาละวาดว่างั้นนะคะ

839
00:48:58.229 --> 00:49:00.010
มีใครดูข่าวเหมือนครูไหม

840
00:49:00.528 --> 00:49:00.756

841
00:49:01.428 --> 00:49:03.349
ใครเป็นคนขอนแก่นไหมคะ

842
00:49:03.347 --> 00:49:03.584

843
00:49:03.670 --> 00:49:04.626
มีไหม

844
00:49:05.207 --> 00:49:10.973
กูนี่แหละมีคู่แต่เป็นคนขอนแก่นแต่ว่าเขาบอกว่าอยู่อำเภออะไรนี่แหละนักศึกษาบอกว่าผีหรือไม่

845
00:49:10.707 --> 00:49:11.215

846
00:49:11.227 --> 00:49:12.101
อะไรนะ

847
00:49:12.188 --> 00:49:12.426

848
00:49:12.388 --> 00:49:17.712
มีคนตาย 10 คนแล้วอ่ะสั้นแล้วคราวนี้คนในหมู่บ้านฝัน

849
00:49:17.757 --> 00:49:20.267
เขาจะเอาคนสองคน

850
00:49:20.267 --> 00:49:20.586

851
00:49:20.518 --> 00:49:26.548
เขาก็เลยแบบกลัวว่าเออคือตอนนี้ 10 คนแล้วเหลืออีก 2 คนเลยผู้ชายก็ทาน

852
00:49:26.467 --> 00:49:31.920
สีแดงคือกลับไปสู่ยุคอดีตจริงจังอ่ะคือที่เราพูดเหมือนหัวเราะขำ

853
00:49:31.860 --> 00:49:35.214
หมู่บ้านเขาจริงจังเนี่ยเออผู้ชายก็แบบทานเลย

854
00:49:34.986 --> 00:49:37.443
สีแดงผู้หญิงเอ้ยไม่ใช่อะไรนะ

855
00:49:37.367 --> 00:49:38.821
ที่หน้าบ้านก็มี

856
00:49:38.968 --> 00:49:39.212

857
00:49:39.227 --> 00:49:44.606
เสื้อสีแดงแขวนเร่งอ่ะแบบสมบูรณ์เลยตามยุคอดีตที่เราเคยได้ยินมา

858
00:49:44.989 --> 00:49:47.291
มาใช้ในปัจจุบันและนักศึกษา

859
00:49:47.227 --> 00:49:52.573
กลับมาอีกแล้วนะคะอันนี้ก็คือความสมเหตุสมผลที่บอกว่า

860
00:49:52.870 --> 00:49:53.950
หนังเรื่องอ่ะ

861
00:49:53.956 --> 00:49:56.035
ยกตัวอย่างไปเนี่ย

862
00:49:56.069 --> 00:49:57.207
พญานาค

863
00:49:57.158 --> 00:49:59.597
คือโง่เนาะคือคือแบบ

864
00:49:59.527 --> 00:50:04.970
แต่เขาเอาเสื้อสีแดงมาเอาไว้ในฉากมันก็ไม่ใช่แล้วนะคะ

865
00:50:04.786 --> 00:50:07.722
แล้วก็ให้ความสำคัญกับชีวประวัติผู้เขียน

866
00:50:08.107 --> 00:50:12.538
ให้ความสำคัญกับชีวประวัติผู้เขียนก็อย่างเช่นที่บอกว่า

867
00:50:12.598 --> 00:50:15.851
เราอ่านเรื่องที่รักสัปดาห์ที่แล้ว

868
00:50:16.307 --> 00:50:18.860
ที่รักพี่บอกว่า

869
00:50:18.817 --> 00:50:24.605
เรื่องนี้มันเป็นเรื่องของผู้แต่งชื่อว่าซาการียาอมตยาที่เป็นคน

870
00:50:24.577 --> 00:50:26.952
ในจังหวัด 3 ชายแดนภาคใต้

871
00:50:26.887 --> 00:50:32.289
โดยพอเราอ่านเสร็จปุ๊บเราจะรู้ว่าสิ่งที่เขาต้องการที่สุดก็คือเสรีภาพ

872
00:50:32.266 --> 00:50:33.486
สันติภาพ

873
00:50:33.739 --> 00:50:34.868
ความสงบสุข

874
00:50:34.895 --> 00:50:40.668
มันเกิดขึ้นกับสังคมของเขานั่นเองนะคะแล้วก็วรรณคดีที่ดีควรเป็นเรื่องเกี่ยว

875
00:50:40.587 --> 00:50:44.739
มนุษย์และสามารถยกระดับจิตใจมนุษย์ให้สูงขึ้นได้

876
00:50:44.695 --> 00:50:49.808
นี่คือวรรณคดีวรรณกรรมและการวิจารณ์ในยุคปัจจุบัน

877
00:50:49.948 --> 00:50:53.582
ที่ต้องอาศัยความเป็นจริงเป็นหลักเช่น

878
00:50:53.857 --> 00:50:59.312
คุณจะวิจารณ์เรื่องใดก็ตามคุณต้องวิจารณ์แล้วให้มันเกิดประโยชน์

879
00:50:59.305 --> 00:51:01.022
กับผู้อ่านด้วย

880
00:51:01.030 --> 00:51:01.506

881
00:51:01.288 --> 00:51:04.476
คุณต้องวิจารณ์ไปในเชิงความจริง

882
00:51:04.747 --> 00:51:09.670
คุณต้องวิจารณ์ให้มันสามารถแสดงมุมมองหรือทัศนคติ

883
00:51:09.615 --> 00:51:11.066
ของคุณได้ด้วย

884
00:51:11.345 --> 00:51:11.555

885
00:51:11.595 --> 00:51:13.065
อย่างเช่น

886
00:51:13.266 --> 00:51:14.973
คุณอ่าน

887
00:51:14.936 --> 00:51:16.706
หนังผีเอ้ย

888
00:51:16.857 --> 00:51:22.353
นวนิยายผีสมมุติคนอ่านนวนิยายผีเวลาคุณวิจารณ์

889
00:51:22.617 --> 00:51:25.975
คุณก็ควรวิจารณ์ให้มันเป็นไปในเชิงความจริง

890
00:51:25.945 --> 00:51:26.335

891
00:51:26.396 --> 00:51:30.626
อ้าวแล้วมันจะเป็นความจริงได้ไงในเมื่อมันเป็นนวนิยายผีอาจารย์

892
00:51:30.556 --> 00:51:30.795

893
00:51:30.876 --> 00:51:36.199
คุณก็ลองหาเหตุผลทางวิทยาศาสตร์หรือหาคนที่เขา

894
00:51:36.137 --> 00:51:38.193
เคยหายข้ออ้างอิงเอาไว้

895
00:51:38.118 --> 00:51:38.366

896
00:51:38.250 --> 00:51:44.353
มาเขียนไว้ในการวิจารณ์คุณด้วยมันจะได้สร้างความน่าเชื่อถือเป็นต้นนะคะอันนี้คือ

897
00:51:44.205 --> 00:51:49.583
ยกตัวอย่างเฉยๆนะคะธรรมชาติของมนุษย์

898
00:51:50.616 --> 00:51:56.186
ธรรมชาตินิยมที่บอกว่านอกจากจะมีความจริงเป็นหลักแล้วเนี่ยก็ต้อง

899
00:51:56.185 --> 00:52:01.566
ธรรมชาตินิยมด้วยเพราะมนุษย์เนี่ยมีแรงขับ

900
00:52:01.757 --> 00:52:03.167
2 แรง

901
00:52:03.615 --> 00:52:03.880

902
00:52:04.064 --> 00:52:09.477
มนุษย์มีแรงกำหนดหรือแรงขับเนี่ยอยู่ 2 แรงนั่นก็คือกรรมพันธุ์

903
00:52:09.385 --> 00:52:12.389
สิ่งแวดล้อมนะคะยกตัวอย่าง

904
00:52:12.336 --> 00:52:13.220
เรา

905
00:52:13.226 --> 00:52:16.030
เกิดมาหน้าตาแบบเนี้ย

906
00:52:16.304 --> 00:52:18.868
เพราะกรรมพันธุ์สิ่งแวดล้อมคะ

907
00:52:19.374 --> 00:52:21.235
เราเกิดมาหน้าตาแบบนี้

908
00:52:21.425 --> 00:52:21.679

909
00:52:21.554 --> 00:52:27.665
เพราะกรรมพันธุ์พ่อเป็นแบบนี้แม่เป็นแบบนี้อาจจะไม่ได้เหมือนพ่อแม่ซะทีเดียว

910
00:52:27.505 --> 00:52:33.899
อาจจะเหมือนญาติพี่น้องก็เป็นเพราะกรรมพันธุ์เชื้อสายจมูกหูตาปากอะไรก็ว่าไป

911
00:52:33.785 --> 00:52:34.157

912
00:52:34.174 --> 00:52:37.193
แต่นิสัยของเราที่เกิดขึ้น

913
00:52:37.444 --> 00:52:39.618
เป็นกรรมพันธุ์หรือสิ่งแวดล้อม

914
00:52:40.065 --> 00:52:45.907
สิ่งแวดล้อมโอเคไหมบางคนเขาก็เลยจะบอกว่าเอ้าพอก็แม่ขึ้น

915
00:52:45.777 --> 00:52:51.562
ขายดีอยู่ทำไมลูกถึงนิสัยแบบนี้มันไม่เกี่ยวกับพ่อแม่ไม่เกี่ยวกับ

916
00:52:51.406 --> 00:52:57.290
แต่มันเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมในการเลี้ยงดูเขานะคะฉะนั้นคนเรา

917
00:52:57.236 --> 00:52:57.803

918
00:52:57.814 --> 00:53:04.732
จะเกิดขึ้นจาก 2 แรงบางคนบอกว่าอาจารย์ขาแต่หน้าหนูที่สวยทุกวันนี้เพราะสิ่งแวดล้อมนะคะเพราะว่า

919
00:53:04.864 --> 00:53:10.628
เห็นเขาทำสบู่ไปทำจมูกมาอันนี้มันก็มันก็ยังอยู่ใน 2 อย่างนี้ไง

920
00:53:10.435 --> 00:53:12.027
โอเคไหมคือ

921
00:53:12.294 --> 00:53:17.709
หน้าตอนเกิดเป็นกรรมพันธุ์หน้าตอนโตอาจจะเป็นสิ่งแวดล้อมอันนี้ก็แล้วแต่แต่มันก็ยังอยู่

922
00:53:17.604 --> 00:53:18.045

923
00:53:18.183 --> 00:53:20.697
ข้อกำหนดอยู่ 2 แรงนี้นะคะ

924
00:53:21.065 --> 00:53:26.418
เหมือนกันกับงานเขียนเขาบอกว่างานเขียนหรืองานวิจารณ์

925
00:53:26.383 --> 00:53:31.673
เกิดจากกรรมพันธุ์และสิ่งแวดล้อมได้เหมือนกันเช่นสิ่งที่คุณเขียน

926
00:53:31.703 --> 00:53:36.456
กำลังเขียนควรใช้มือเขียนอยู่เนี่ยมันอาจจะเป็นการสร้างกรรมพันธุ์

927
00:53:36.443 --> 00:53:36.733

928
00:53:36.633 --> 00:53:37.045

929
00:53:36.957 --> 00:53:37.849

930
00:53:37.783 --> 00:53:43.110
อะไรก็ตามที่ทำให้คุณได้เขียนขึ้นมาไม่ว่าจะเป็นประสบการณ์

931
00:53:43.305 --> 00:53:45.265
ความรู้ความคิด

932
00:53:45.472 --> 00:53:51.191
นั่นคือสิ่งแวดล้อมที่สร้างงานชิ้นนี้ขึ้นมานะคะ

933
00:53:51.185 --> 00:53:57.018
รวมถึงเวลาที่คุณวิจารณ์ด้วยเช่นกันบางครั้งคุณวิจารณ์เอา

934
00:53:56.873 --> 00:54:01.911
กำมะพันก็คืออาจจะเป็นความรู้สึกที่คุณน่ะคิดว่ามันดีหรือไม่ดี

935
00:54:01.874 --> 00:54:04.744
แต่สิ่งแวดล้อมมันอาจจะเป็น

936
00:54:04.944 --> 00:54:06.143
เหตุผล

937
00:54:06.164 --> 00:54:11.688
อื่นที่คุณเอามาใช้ประกอบในการวิจารณ์ด้วยก็ได้นะคะ

938
00:54:11.423 --> 00:54:11.923

939
00:54:11.863 --> 00:54:16.154
การวิจารณ์วรรณกรรมทั้ง 5 ยุคนะคะ

940
00:54:16.544 --> 00:54:17.684
คราวนี้

941
00:54:17.953 --> 00:54:22.558
ทำเป็นรูปกราฟตามครูทำมือเป็นรูปกราฟ

942
00:54:22.693 --> 00:54:28.331
ตอนแรกจะคิดเป็นเส้นตรงยาวมาอันนี้คือเขียนเลข 1 เนาะ

943
00:54:28.337 --> 00:54:31.345
แล้วก็ 2 ยุคที่ 2 คือยุค

944
00:54:31.731 --> 00:54:33.967
สมัยกลางผิดขึ้นหรือลง

945
00:54:35.253 --> 00:54:37.131
ทำไมกล้าขึ้นหรือลง

946
00:54:37.942 --> 00:54:38.234

947
00:54:38.191 --> 00:54:43.580
มีคนขึ้นมีคนลงทั้งขึ้นทั้งลงสรุปสมัยกลาง

948
00:54:43.702 --> 00:54:45.425
ยุคมืดขึ้นไม่ลง

949
00:54:46.583 --> 00:54:49.543
ลงลงก่อนลงก่อนก็คือ

950
00:54:49.541 --> 00:54:55.791
การวิจารณ์วรรณกรรมก็คือเหมือนกับถูกลดบทบาทลงนะคะแล้วก็อยู่ที่ 3 Neo Classic

951
00:54:56.782 --> 00:55:02.478
ขึ้นขึ้นแบบพุ่งปรี๊ดเลยพุ่งปรี๊ดทีแรกที่ขีดมาด้วยนะคะซื้อให้

952
00:55:02.411 --> 00:55:04.069
ให้ระดับคือสูงกว่า

953
00:55:04.078 --> 00:55:05.578
ตรงที่เส้นแรกเลย

954
00:55:05.811 --> 00:55:11.506
ยุคที่ 3 ปุ๊บเขียนเลข 3 ไว้ยกที่ 3 อันเคร่งครัดมากก็คือยุคนีโอคลาสสิค

955
00:55:11.381 --> 00:55:12.996
อะไรตกลงมาเป็นยุค

956
00:55:13.303 --> 00:55:14.342
โรแมนติก

957
00:55:14.332 --> 00:55:19.655
ตกลงมายุคโรแมนติกตกลงมาเสร็จแล้วมันแบบเหนือความจริง

958
00:55:19.581 --> 00:55:25.606
มันเกินธรรมชาติก็เลยกลับมาสู่ยุคศตวรรษที่ 19 ถึงปัจจุบันก็คือขี่

959
00:55:25.473 --> 00:55:26.683
ลาดยาว

960
00:55:26.752 --> 00:55:32.325
เคนะคะชนะการวิจารณ์วรรณกรรมของเราจะเป็นตึกๆแล้วก็หลับยาว

961
00:55:32.142 --> 00:55:37.424
เหมือนแบบระบบหายใจและระบบหัวใจของเรานี่แหละนะคะ

962
00:55:37.464 --> 00:55:42.675
คำถามช่วยกันตอบเพื่อที่จะทวนนะคะเดี๋ยวเราจะได้

963
00:55:42.643 --> 00:55:45.723
เดี๋ยวสัปดาห์หน้าจะทำอะไรกันดีนะคะ

964
00:55:45.595 --> 00:55:45.849

965
00:55:45.858 --> 00:55:46.974
คำถาม

966
00:55:47.380 --> 00:55:47.631

967
00:55:48.150 --> 00:55:48.978
ยุค

968
00:55:48.984 --> 00:55:50.001
คลาสสิค

969
00:55:50.011 --> 00:55:51.477
ประยุกต์อะไรคะ

970
00:55:51.420 --> 00:55:51.713

971
00:55:52.061 --> 00:55:52.519

972
00:55:52.500 --> 00:55:53.976
ปีกและโรมัน

973
00:55:53.980 --> 00:55:57.408
เคนะยุคคลาสสิกยุคกรีกและโรมัน

974
00:55:57.762 --> 00:55:59.991
ยุคที่

975
00:55:59.999 --> 00:56:04.354
คนมีความคิดเหนือโลกเหนือจินตนาการคือยุค

976
00:56:05.380 --> 00:56:06.385
โรแมนติก

977
00:56:06.604 --> 00:56:11.961
ยุคที่ทุกอย่างต้องเป็นความจริงต้องมีเหตุผลต้องสามารถพิสูจน์ได้

978
00:56:13.520 --> 00:56:18.777
ศตวรรษที่ 19 ถึงปัจจุบันศาสนาคริสต์เริ่มเข้ามามีบท

979
00:56:18.709 --> 00:56:20.105
สังคม

980
00:56:21.590 --> 00:56:21.969

981
00:56:21.913 --> 00:56:22.138

982
00:56:22.039 --> 00:56:24.555
ศาสนาคริสต์เริ่มเข้ามามีบทบาทกับสังคม

983
00:56:25.499 --> 00:56:30.857
แนวคลาสสิคผิดค่ะสมัยกลางยุคที่พยายาม

984
00:56:31.780 --> 00:56:36.832
ต่อต้านแนวความคิดคนอื่นแนวความคิดของกรีกและโรมันต้องถูกเท่านั้น

985
00:56:38.570 --> 00:56:40.543
นีโอคลาสสิค

986
00:56:40.680 --> 00:56:41.289

987
00:56:41.261 --> 00:56:45.642
ยุคที่ระบบศักดินาก็คือพวกเลิกทาสทั้งหลายเนี่ย

988
00:56:45.621 --> 00:56:46.573
หายไป

989
00:56:47.540 --> 00:56:48.224
ยก

990
00:56:50.099 --> 00:56:50.580

991
00:56:50.541 --> 00:56:52.076
โรแมนติก

992
00:56:52.152 --> 00:56:57.402
OK ยุคสมัยไหนที่ให้ความสำคัญกับ

993
00:56:57.402 --> 00:56:59.373
รูปแบบคำประพันธ์

994
00:56:59.652 --> 00:56:59.926

995
00:57:03.939 --> 00:57:08.321
ยุคนีโอคลาสสิคด้วยแล้วก็ยก

996
00:57:08.619 --> 00:57:14.300
คลาสสิคด้วยก็คือทั้งสองยุคเลยก็คือให้ความสำคัญกับรูปแบบคำประพันธ์

997
00:57:14.318 --> 00:57:19.439
ยุคไหนที่วิจารณ์วรรณกรรมที่อาจจะมีการนำเอาชีวประวัติ

998
00:57:19.629 --> 00:57:22.180
เขียนมาร่วมวิจารณ์ตัวก็ได้

999
00:57:23.600 --> 00:57:23.832

1000
00:57:24.699 --> 00:57:25.049

1001
00:57:26.229 --> 00:57:26.508

1002
00:57:26.741 --> 00:57:26.961

1003
00:57:26.998 --> 00:57:30.220
เอาชีวประวัติของผู้เขียนมาร่วมวิจารณ์ด้วยก็ได้

1004
00:57:30.841 --> 00:57:31.648
นายก

1005
00:57:34.109 --> 00:57:34.344

1006
00:57:35.008 --> 00:57:36.100
ยังไงคะ

1007
00:57:36.421 --> 00:57:36.661

1008
00:57:37.571 --> 00:57:38.508
อะไรนะ

1009
00:57:39.100 --> 00:57:40.964
มันจะได้ยินแว๊บๆ

1010
00:57:41.421 --> 00:57:41.670

1011
00:57:42.252 --> 00:57:42.529

1012
00:57:42.439 --> 00:57:43.955
ศตวรรษที่

1013
00:57:44.038 --> 00:57:44.322

1014
00:57:44.228 --> 00:57:49.836
19 ราคายุคศตวรรษที่ 19 ถึงปัจจุบันก็คือเอาเป็นแนวความจริง

1015
00:57:49.808 --> 00:57:52.515
เป็นหลักนั่นเองก็เลยจะเน้นว่า

1016
00:57:52.431 --> 00:57:57.676
เราก็จะศึกษาทั้งแนวความจริงด้วยบางครั้งอาจจะมีการเอาชีวประวัติของ

1017
00:57:57.689 --> 00:58:03.341
ผู้เขียนมาใช้ในการวิจารณ์วรรณกรรมด้วยก็ได้นะคะบทเนี้ย

1018
00:58:03.638 --> 00:58:04.655
ข้อสอบ

1019
00:58:04.660 --> 00:58:10.101
เป็นแนวความจำแบบที่ครูถามนั่นแหละเพราะว่ายังไม่ได้เริ่มต้น

1020
00:58:10.048 --> 00:58:15.352
การวิเคราะห์แต่จะให้นักศึกษาจำให้ได้ก่อนว่ายุคสมัยแต่ละยุคเนี่ย

1021
00:58:15.240 --> 00:58:18.896
มีลักษณะการวิจารณ์ยังไงแล้วมีอะไรที่เกิด

1022
00:58:18.817 --> 00:58:21.591
ขึ้นบ้างมีความสำคัญยังไงเกิดขึ้น

1023
00:58:21.578 --> 00:58:24.525
บ้างนะคะคราวนี้

1024
00:58:24.847 --> 00:58:30.308
สัปดาห์หน้าที่บอกว่าเดี๋ยวจะเป็นการนำเสนอแบบ

1025
00:58:30.358 --> 00:58:31.889
นะคะ

1026
00:58:31.827 --> 00:58:38.212
สัปดาห์หน้าของเรามี 2 งานเลยเนาะทางพัฒนาการวรรณคดีไทยพัฒนาการวรรณคดีไทยก็คือ

1027
00:58:38.367 --> 00:58:40.938
แค่ไปอ่านศึกษามาแค่เรื่องเดียว

1028
00:58:40.799 --> 00:58:45.533
ทั้ง 6 คนเนี่ยไปอ่านมาเรื่องเดียวแล้วก็มาพูดให้เพื่อนฟังเฉยๆโอเคไหมเอาแบบ

1029
00:58:45.599 --> 00:58:45.834

1030
00:58:45.730 --> 00:58:46.768
การสร้างแบบ

1031
00:58:46.758 --> 00:58:47.785
ไม่ต้อง

1032
00:58:47.906 --> 00:58:53.260
อะไรมากมายแค่คุยแค่กูอยากให้นักศึกษาเหมือนกับว่าศึกษาว่า

1033
00:58:53.216 --> 00:58:59.361
ในยุคสุโขทัยมันมีวรรณคดีที่น่าสนใจนะแล้วไม่ต้องหาภาพรวมมันเป็นยังไงบ้าง

1034
00:58:59.309 --> 00:59:02.016
นะคะตรงเนี้ย

1035
00:59:02.059 --> 00:59:05.532
ไม่ต้องทำ PowerPoint ไม่ต้องทำอะไรแค่ไปอ่านมา

1036
00:59:05.658 --> 00:59:12.012
อ่านหนังสือมาแล้วก็พูดให้ฟังเฉยๆแต่คราวนี้งานวิชาวรรณกรรมวิจารณ์

1037
00:59:13.338 --> 00:59:15.773
บทต่อไปจะเป็นบท

1038
00:59:16.289 --> 00:59:16.548

1039
00:59:17.437 --> 00:59:21.725
ประวัติการวิจารณ์วรรณกรรมในประเทศไทยนะคะ

1040
00:59:21.926 --> 00:59:24.275
จะให้นักศึกษา

1041
00:59:24.356 --> 00:59:24.563

1042
00:59:24.617 --> 00:59:25.424
แบ่ง

1043
00:59:25.377 --> 00:59:30.754
เหมือนเดิมครูจะให้นักศึกษาทำงานกลุ่มเป็นส่วน

1044
00:59:30.698 --> 00:59:36.654
จะได้ลดภาระงานแต่บางคนบอกว่างานกลุ่มก็เป็นภาระหนูนี่แหละค่ะ

1045
00:59:36.536 --> 00:59:42.125
ก็ขึ้นอยู่กับการบริหารงานของเรานะคะถือว่าครูช่วยได้แค่นี้นะคะ

1046
00:59:42.097 --> 00:59:44.989
ผู้ช่วยแล้วนะคะ

1047
00:59:44.987 --> 00:59:46.727
แบ่งกลุ่มดาว

1048
00:59:46.845 --> 00:59:47.338

1049
00:59:47.295 --> 00:59:47.522

1050
00:59:48.187 --> 00:59:48.461

1051
00:59:49.146 --> 00:59:49.427

1052
00:59:49.407 --> 00:59:49.640

1053
00:59:50.616 --> 00:59:54.394
กลุ่มละ 4 คน 3 กลุ่ม

1054
00:59:54.790 --> 00:59:55.218

1055
00:59:55.425 --> 00:59:57.335
4 คน 3 กลุ่ม

1056
00:59:57.345 --> 01:00:02.870
ครั้งที่แล้ว 2 กลุ่มเนาะ 6 คนเข้านี้ 4 คน 3 กลุ่ม

1057
01:00:03.496 --> 01:00:08.626
กูก็เป็นห่วงเพื่อนคนที่เขาไม่ค่อยมาแต่เขาจะทำอะไรช่วยเราไหมล่ะ

1058
01:00:08.569 --> 01:00:08.967

1059
01:00:09.017 --> 01:00:09.238

1060
01:00:09.398 --> 01:00:09.667

1061
01:00:09.847 --> 01:00:10.113

1062
01:00:10.099 --> 01:00:13.068
ปกติเขาทำไรช่วยเพื่อนไหมคะ

1063
01:00:13.105 --> 01:00:16.893
ที่หายไปก็ไม่ใช่ไหมคะ

1064
01:00:16.825 --> 01:00:18.082

1065
01:00:18.106 --> 01:00:18.339

1066
01:00:18.297 --> 01:00:23.124
สงสารเขานะคะคือหมายถึงเราเนี่ยค่ะ

1067
01:00:23.232 --> 01:00:23.788

1068
01:00:23.805 --> 01:00:25.365
พี่นิ

1069
01:00:25.929 --> 01:00:30.087
4 คน 3 กลุ่มนะคะกลุ่มแรก

1070
01:00:30.146 --> 01:00:32.060
ไปศึกษา

1071
01:00:32.007 --> 01:00:36.732
ประวัติการวิจารณ์วรรณกรรมในประเทศไทยยุคสุโขทัย

1072
01:00:36.936 --> 01:00:40.000
อยุธยาแล้วก็ธนบุรี

1073
01:00:40.456 --> 01:00:40.705

1074
01:00:42.007 --> 01:00:46.087
สุโขทัยอยุธยาธนบุรี

1075
01:00:47.445 --> 01:00:51.947
กลุ่มที่ 1 เดี๋ยวค่อยไปจับฉลากกันอีกทีนึงค่อยว่ากัน

1076
01:00:53.152 --> 01:00:53.717

1077
01:00:53.655 --> 01:00:55.582
กลุ่มที่ 2

1078
01:00:55.516 --> 01:00:56.128

1079
01:00:56.605 --> 01:01:01.915
รัชกาลที่ 1 รัชกาลที่ 2 รัชกาลที่ 3

1080
01:01:03.848 --> 01:01:09.254
องค์ที่ 2 รัชกาลที่ 1 รัชกาลที่ 2 รัชกาลที่ 3

1081
01:01:10.828 --> 01:01:13.007
กลุ่มที่ 3

1082
01:01:13.065 --> 01:01:13.343

1083
01:01:13.254 --> 01:01:17.796
รัชกาลที่ 4 รัชกาลที่ 5 รัชกาลที่ 6

1084
01:01:17.934 --> 01:01:23.835
เนื้อหาของเราจะต่อเนื่องการบทที่ 3 กับบทที่ 4 นะคะเพราะว่า

1085
01:01:23.841 --> 01:01:29.149
ที่ 3 กับบทที่ 4 จะต่อเนื่องกันก็คือประวัติการวิจารณ์วรรณกรรมในประเทศไทยทั้งหมด

1086
01:01:29.144 --> 01:01:29.397

1087
01:01:29.338 --> 01:01:30.126

1088
01:01:31.975 --> 01:01:37.264
ที่เหลือครูจะบรรยายให้นะคะเอาแค่ 3 คู่

1089
01:01:37.287 --> 01:01:41.577
คราวนี้เนื้อหาที่ต้องทำ

1090
01:01:41.644 --> 01:01:43.280
แต่ละกลุ่ม

1091
01:01:43.245 --> 01:01:46.503
ถึงครูจะพูดเยอะก็จริงโห

1092
01:01:46.773 --> 01:01:52.168
ทุ่มนึงตั้ง 3 รัชกาลไหนอาจารย์มันดูเยอะไปไหมถ้าเปิดเน็ต

1093
01:01:52.084 --> 01:01:53.757
หรือหาไม่เยอะเลย

1094
01:01:54.254 --> 01:01:58.679
แต่สิ่งที่กูอยากจะให้เราออกมาพูดให้เพื่อนฟังก็คือ

1095
01:01:58.691 --> 01:01:59.115

1096
01:01:59.064 --> 01:02:02.388
ให้ออกมาพูดว่าแต่ละยุคสมัยเนี่ย

1097
01:02:02.333 --> 01:02:04.690
เกี่ยวกับวรรณคดีวรรณกรรม

1098
01:02:04.894 --> 01:02:06.996
เป็นอย่างไรบ้าง

1099
01:02:07.905 --> 01:02:10.897
และมีการวิจารณ์วรรณกรรม

1100
01:02:10.857 --> 01:02:13.915
หรือหลักฐานการวิจารณ์วรรณกรรม

1101
01:02:14.184 --> 01:02:15.963
เป็นอย่างไร

1102
01:02:16.613 --> 01:02:21.812
ลักษณะของการวิจารณ์วรรณกรรมในยุคที่คุณมานำเสนอเนี่ย

1103
01:02:22.137 --> 01:02:23.641
เป็นอย่างไร

1104
01:02:24.814 --> 01:02:25.232

1105
01:02:25.262 --> 01:02:26.621
ตัวอย่าง

1106
01:02:26.614 --> 01:02:27.036

1107
01:02:27.123 --> 01:02:28.149
ยก

1108
01:02:28.216 --> 01:02:33.808
พี่หนึ่งเนี่ยพี่ครูให้ของกลุ่มที่ 1 นะสุโขทัย

1109
01:02:33.723 --> 01:02:35.491
อาญาธนบุรีเนี่ย

1110
01:02:35.772 --> 01:02:41.243
สุโขทัยจะเหมือนกับไม่ค่อยมีการวิจารณ์วรรณกรรมเท่าไหร่เพราะเป็นยุคแห่ง

1111
01:02:41.023 --> 01:02:43.007
การสร้างใช่ไหม

1112
01:02:42.944 --> 01:02:45.245
แต่พอมาถึงอยุธยา

1113
01:02:45.773 --> 01:02:51.010
การวิจารณ์วรรณกรรมอย่างครูสอนเอาไว้แล้วว่าการวิจารณ์วรรณกรรมต้องมี 3 วิ

1114
01:02:51.275 --> 01:02:53.332
แรกก็คือมีการวิเคราะห์

1115
01:02:53.333 --> 01:02:57.663
มีที่สองก็คือมีการวิจารณ์และวิธีที่ 3 คือการวิพากษ์

1116
01:02:57.682 --> 01:02:59.135
ฉะนั้น

1117
01:02:59.093 --> 01:03:04.604
มีลักษณะหรือเหตุการณ์อะไรบ้างไหมที่เกิดขึ้นในแต่ละยุค

1118
01:03:05.173 --> 01:03:08.392
ที่มันใช้ 3 วิ

1119
01:03:08.893 --> 01:03:09.857
ซึ่ง

1120
01:03:10.173 --> 01:03:10.374

1121
01:03:10.372 --> 01:03:10.661

1122
01:03:10.753 --> 01:03:12.780
ถ้ามียุคไหน

1123
01:03:12.735 --> 01:03:15.279
พี่ใช้ลักษณะ

1124
01:03:15.361 --> 01:03:21.492
การวิจารณ์ทั้ง 3 วิแสดงว่านี่อาจจะเป็นหลักฐานการวิจารณ์วรรณกรรม

1125
01:03:21.383 --> 01:03:23.882
นานๆก็ได้นะคะ

1126
01:03:24.071 --> 01:03:24.317

1127
01:03:24.265 --> 01:03:25.215
เช่น

1128
01:03:26.452 --> 01:03:31.812
การประชุมนักปราชญ์เพื่อที่จะแต่งหนังสือเล่มใดเล่มหนึ่ง

1129
01:03:32.272 --> 01:03:37.613
การประชุมเนี่ยเรียกคนมานั่งรวมกันแล้วก็มานั่งดูซิว่าเราจะ

1130
01:03:37.593 --> 01:03:42.885
แต่งยังไงพอคุยกันเสร็จว่าจะแต่งยังไงเสร็จแล้วก็โอเค

1131
01:03:42.911 --> 01:03:44.049
มาแต่ง

1132
01:03:44.003 --> 01:03:45.201
เขียนเอาไว้

1133
01:03:45.151 --> 01:03:50.773
หนังสือเล่มหนึ่งและกันนักศึกษาคิดว่าใช้ 3วิไหมที่ครูพูดไปเมื่อกี้

1134
01:03:53.291 --> 01:03:55.465
ใช่ไหมใช้การวิเคราะห์ไหม

1135
01:03:56.234 --> 01:03:58.084
คุยกันว่าจะแต่งยังไงเนี่ย

1136
01:03:58.221 --> 01:04:02.144
รายการวิเคราะห์มาใช้ในการวิจารณ์ไหม

1137
01:04:02.834 --> 01:04:07.335
คนนึงอ่ะเธอว่าไงเธอว่าไงเธอว่าไงใช้การวิจารณ์ไหม

1138
01:04:07.251 --> 01:04:10.582
ใช่แล้วถ้าบอกว่าโอเคงั้น

1139
01:04:10.840 --> 01:04:12.112
โอเคนะเอา

1140
01:04:12.121 --> 01:04:15.127
3 คนนี้นะมีคนแต่งหลายคนเอาคนนี้

1141
01:04:15.131 --> 01:04:20.362
โอเคงั้นเขียนตามคนนี้นะเอาว่ามาสิเอาแล้วก็เขียนไปใช่การวิพากษ์ไหม

1142
01:04:20.898 --> 01:04:24.554
ใช่ฉะนั้นลักษณะของเหตุการณ์แบบนี้ก็ถือว่าเป็น

1143
01:04:24.556 --> 01:04:30.291
การวิจารณ์วรรณกรรมเหมือนกันดังนั้นคุณก็ลองดูว่าในแต่ละยุคสมัย

1144
01:04:30.180 --> 01:04:33.908
ได้รับมอบหมายไปมีการวิจารณ์วรรณกรรมไหม

1145
01:04:33.842 --> 01:04:39.113
จะได้เอามาพูดให้เพื่อนฟังก็ถือว่าเราจะได้วิเคราะห์ว่าในแต่ละยุค

1146
01:04:39.222 --> 01:04:45.098
การวิจารณ์วรรณกรรมแตกต่างกันยังไงบ้างนะคะนี่ก็คือเอาแค่

1147
01:04:45.171 --> 01:04:46.221
9:00 น

1148
01:04:46.521 --> 01:04:47.415
3

1149
01:04:48.452 --> 01:04:48.681

1150
01:04:48.640 --> 01:04:49.061

1151
01:04:49.021 --> 01:04:53.896
ก็แค่คำว่า 3 คิวก็ได้ 3 กลุ่มถึงรัชกาลที่ 6

1152
01:04:53.760 --> 01:04:57.548
ก็แล้วกันนะคะ 3 กลุ่มก็คือสุโขทัยถึงรัชกาลที่ 6

1153
01:04:57.483 --> 01:05:03.712
ที่เหลือเดี๋ยวกูจะบรรยายเพิ่มเติมเองแล้วก็ไม่ต้องกลัวว่าอาจารย์ของหนูหามา

1154
01:05:03.570 --> 01:05:06.305
ได้แค่นิดเดียวแล้วเพื่อนจะได้ความรู้อะไรครูจะ

1155
01:05:06.130 --> 01:05:07.836
เติมให้แล้วนะคะ

1156
01:05:08.243 --> 01:05:14.146
แต่ที่แน่ๆทำพ้อยอะไรมาให้เพื่อนเห็นภาพประกอบด้วยเพราะว่า

1157
01:05:14.200 --> 01:05:19.634
เราจะไม่ใช่แค่เหล้าเหมือนกับพัฒนาการเนาะพัฒนาการเค้าให้มาเล่าเรื่องเฉย

1158
01:05:19.523 --> 01:05:19.875

1159
01:05:19.900 --> 01:05:20.307

1160
01:05:20.232 --> 01:05:21.904
ต้องทำให้ก็ได้

1161
01:05:21.822 --> 01:05:28.789
แต่ว่าวรรณกรรมวิจารณ์ให้ทำพลอยด้วยนะคะพัฒนาการวรรณคดีไทย 5 คะแนน

1162
01:05:29.322 --> 01:05:33.184
อันนี้ 10 คะแนนนะคะอันนี้ 10 คะแนน

1163
01:05:33.159 --> 01:05:33.403

1164
01:05:33.352 --> 01:05:33.551

1165
01:05:33.539 --> 01:05:33.987

1166
01:05:34.252 --> 01:05:34.794

1167
01:05:34.951 --> 01:05:40.527
ต้องแยกแบบนี้เพราะว่าเราเจอกัน 2 ครั้ง 2 วิชานะคะ

1168
01:05:41.039 --> 01:05:43.449
มีใครมีคำถาม

1169
01:05:43.470 --> 01:05:44.482
อะไรไหมคะ

1170
01:05:45.081 --> 01:05:45.342

1171
01:05:46.489 --> 01:05:46.897

1172
01:05:46.681 --> 01:05:46.950

1173
01:05:46.817 --> 01:05:47.049

1174
01:05:47.771 --> 01:05:49.419
มีคำถามไหม

1175
01:05:49.430 --> 01:05:54.742
เนื้อหานอกจากในหนังสือนักศึกษาสามารถหา

1176
01:05:54.750 --> 01:05:55.771
เพิ่มเติม

1177
01:05:55.899 --> 01:06:01.360
จากที่อื่นด้วยนะเพราะว่าอย่างเช่นพื้นฐานแต่ละยุคสมัย

1178
01:06:01.349 --> 01:06:07.757
บางทีอ่ะหนังสืออาจจะไม่เห็นภาพเราก็อาจจะไปดูเพิ่มเติมว่าในช่วงสมัย

1179
01:06:07.690 --> 01:06:13.573
บรรยากาศบ้านเมืองเป็นยังไงอย่างน้อยเรียนพัฒนาการมาและรู้และว่าพัฒนาการ

1180
01:06:13.839 --> 01:06:15.241
ในสมัยสุโขทัย

1181
01:06:15.247 --> 01:06:18.059
เป็นยังไงเป็นการสร้างสรรค์พอดีเลย

1182
01:06:18.070 --> 01:06:18.273

1183
01:06:18.200 --> 01:06:19.850
เดี๋ยวสัปดาห์หน้าเรียน

1184
01:06:19.989 --> 01:06:26.282
อยุธยาคนที่ได้กลุ่มแรกก็จะได้แบบพูดสุโขทัยกับอยุธยาได้แล้วนะคะ 1

1185
01:06:26.209 --> 01:06:29.672
อันนี้คือได้เปรียบเพื่อนเลยกลุ่มแรกนะคะ

1186
01:06:29.732 --> 01:06:31.325
สละเอานะจ๊ะ

1187
01:06:31.388 --> 01:06:31.660

1188
01:06:31.650 --> 01:06:33.161
OK

1189
01:06:33.448 --> 01:06:36.763
ถ้าไม่มีคำถามไม่มีเนาะ

1190
01:06:37.348 --> 01:06:43.054
โอเคถ้าไม่มีคำถามแล้วอาทิตย์หน้าเจอกันค่ะเจอพัฒนาการปอ

1191
01:06:43.049 --> 01:06:44.771
หัวหน้าเชิญค่ะ

1192
01:06:45.097 --> 01:06:45.397

1193
01:06:45.810 --> 01:06:46.284

1194
01:06:46.189 --> 01:06:46.869

1195
01:06:46.827 --> 01:06:47.973

1196
01:06:47.917 --> 01:06:48.180

1197
01:06:48.242 --> 01:06:48.801

1198
01:06:48.881 --> 01:06:49.335

1199
01:06:49.130 --> 01:06:49.591

1200
01:06:50.359 --> 01:06:52.845
ออนไลน์

1201
01:06:53.490 --> 01:06:54.225

1202
01:06:54.257 --> 01:06:54.882

1203
01:08:08.449 --> 01:08:08.861


