(อาจารย์) เรียนตามนี้เลย แต่งงานพลอยที่ส่งมาน่ะ ทำได้ดีนะ พลอยไหม มา เดี๋ยวครูมี… ตอน 5 โมง โอเค เดี๋ยววันนี้เราจะเรียนเรื่องการสื่อความหมายนะคะ เดี๋ยวหลังจากที่เรียนเสร็จนี่ ครูจะมีงานให้ทำ 1 ชิ้นนะคะ เกิดอะไรขึ้น มา การสื่อความหมายนะคะ ลืมเกริ่นก่อน ทำไม รีบไง พอรีบ… มา ต้องมีสติ แล้วเป็นประชุมสำคัญด้วย มา ทำไมเราต้องมาเรียนเรื่องสื่อความหมาย รู้ไหม ทำไมคุณครูต้องเรียนเรื่องสื่อความหมายด้วยล่ะ สื่อความหมายหรือสื่อ... สื่อสาร หรือการสื่อสารนี่ ทำไมเราต้องมาเรียนเรื่องนี้ด้วย เพื่อที่จะให้... ปกติถ้าเวลาเราสื่อสารน่ะ เราก็อยากให้เขาคุยกับเรารู้เรื่อง สื่อสารกับเรารู้เรื่อง และสำคัญเลย อย่างไรเราเป็นครู เราต้องสื่อสารผู้เรียนใช่ไหมคะ เราเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ไหม คุณครูสั่งงานไม่รู้เรื่องเลย เคยใช่ไหม พยักหน้า ในมุมของเรา เราก็มองว่าคุณครูทำงานไม่รู้เรื่อง แต่เดี๋ยวตอนเราไปเป็นครูน่ะ เราก็จะมองว่าอย่างไรคะ ทำไมนักเรียนนักศึกษาฟังฉันไม่รู้เรื่องเลย เดี๋ยววันนี้เราจะมาดูค่ะ ว่าทำไมถึงมีเหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้น จริง เชื่อไหม ครูสอนมาเป็น 10 กว่าปีนี่ ครูก็ยังเจอเหตุการณ์อย่างนี้อยู่ แต่ก็ลดน้อยลงนะ ถ้าเราใช้หลักการสื่อสารน่ะค่ะ มันก็จะผิดพลาดน้อยลง หรือ… หรือมันทำให้ผู้เรียนเข้าใจได้ง่ายขึ้นนะคะ ถ้าเรารู้หลักการสื่อสารนะคะ เดี๋ยววันนี้เราจะมาดูว่าปัจจัยอะไรที่มันทำให้ การสื่อสารต่าง ๆ ของเราน่ะค่ะ ผิดพลาด เราก็จะได้ไปใช้ตอนที่เราเป็นครูนะคะ ก่อนอื่นมารู้จักการสื่อสารก่อนนะคะ การพูดคุยเป็นการสื่อสารนะ แน่นอนนะคะ พูดคุย อันนี้เป็นการสื่อสารไหม เป็นอย่างไรน่ะ มันบอกเราได้ มันบอกความหมายเราได้นะคะ มันก็… ถึงแม้เราไม่พูดน่ะค่ะ เราก็สามารถสื่อสารได้นะคะ สัญลักษณ์ รูปภาพ ข้อความต่าง ๆ นะคะ ข่าวสาร แน่นอนเป็นการสื่อสารนะคะ หรือว่าอันนี้เป็นการสื่อสารไหม เขาสื่อสารว่าอย่างไรคะ ไม่มีคำพูด ไม่มีข้อความอะไร แต่ยังสื่อสารได้เลยนะคะ ความรู้สึก อาการต่าง ๆ ก็ถือว่าเป็นการสื่อสารนะคะ อันนี้สื่อสารว่าไม่ชอบ อันนี้ไม่ชอบมาก ๆ นะคะ คือแบบไม่ชอบมาก ๆ ฉะนั้น การสื่อสาร ก็คือการที่เราน่ะค่ะ ถ่ายทอดเรื่องราวนี่แหละ เรื่องราวข่าวสาร ข้อเท็จจริง ความคิดเห็นของเราก็ได้นะ หรือความรู้สึกของเราก็ได้นะคะ จากเรานี่ค่ะ ผู้ส่งสารไปยังผู้รับสารนี่แหละนะคะ คือการสื่อสารนะคะ ทีนี้เรามาดูองค์ประกอบของการสื่อสาร ครูจะใช้ 2 คำนี้นะ ครูน่ะชอบใช้คำว่าสื่อสาร แต่ว่าในตำรา ในหนังสือที่เราเขียนน่ะ มันใช้สื่อความหมายนะคะ ความหมายเดียวกัน มาดูสิ องค์ประกอบนะคะ อย่างแรกต้องมีคุณคนนี้ค่ะ ขาดคุณคนนี้ไปไม่ได้นะคะ คุณคนนี้เขาถือว่าเป็นจุดเริ่มต้องของการสื่อสาร ขาดไม่ได้เลยนะคะ คือ ผู้ส่งสาร เขาเป็นคนที่นำข่าวสารนะคะ เรื่องราวต่าง ๆ นี่นะคะ ไปยังผู้รับนะคะ ไปยังผู้รับนะคะ เขาบอกว่าใช้วิธีการ 2 วิธีการนี้นะ เวลาที่เราสื่อสารนะคะ ถ้าวัจนก็คือการพูด การเขียนใช่ไหมคะ วัจนนี่นะคะ อวัจน คือ ภาษากาย คือ สัญลักษณ์ รูปภาพต่าง ๆ ที่ไม่ได้ใช้ข้อความหรือการเขียนนี่นะคะ เขาบอกว่าควรใช้ 2 อย่างนี้นะ ถึงจะทำให้การสื่อสาร สื่อสารได้ดีขึ้น ถ้าสมมติว่าเราใช้วัจนเฉย ๆ น่ะ วัจนคือมันเป็นการพูดเฉย ๆ มันไม่ได้ใช้สีหน้า Acting นึกออกไหมคะ ฉะนั้น อันนี้คุณครู คุณครูหลายคนก็ละเลยสิ่งนี้นะ หมายถึง ว่าใช้แต่ใช้แต่การพูดน่ะค่ะ โดยที่ไม่มีน้ำเสียงน่ะ เคยเจอคุณครูที่สอนโมโนโทนไหม ครูเคยเจอ ตอนบ่ายนี่ หลับนะคะ ฉะนั้น น้ำเสียงต่าง ๆ เวลาที่เราพูดน่ะค่ะ ก็มีผลต่อการรับรู้เหมือนกัน ท่าทางอะไรอย่างนี้นะคะ ก็จะช่วยส่งเสริมให้การสื่อสารมันดีขึ้นนะคะ เร็วไปบอกนะ เนื้อหาสารนะคะ ก็คือเรื่องราวที่เราส่งออกไปนี่แหละนะคะ ความรู้ ความคิด ประสบการณ์ สัญลักษณ์ต่าง ๆ นะคะ และพอมีเนื้อหา เราก็ต้องมีช่องทางนะคะ ช่องทางตัวกลางที่จะส่งไปยังผู้เรียนนะคะ ในตอนนี้ครูใช้ช่องทางอะไรบ้างคะ ที่ส่งไปหาผู้เรียน ไมค์ ใช้เสียง อะไรอีก ก็ต้องมองเห็น PowerPoint ครูใช้ช่องทางในการสื่อสาร คือ PowerPoint ด้วยนะคะ แต่บางวิชาก็อาจจะมีการสัมผัส มีการดมกลิ่นอะไรพวกนี้ ลิ้มรสอะไรอย่างนี้นะคะ เข้าไปนะคะ แต่วิชาที่ไม่มี วิชานี้ใช้ 2 อย่าง ก็คือมีเสียงให้ได้ยินแล้วก็มองเห็นนะคะ การรับสาร ผู้รับสารนะคะ Receiver นะคะ บุคคล ลืม... มาถึงนะคะ มาถึงผู้รับสารหรือ Receiver นะคะ คนนี้เป็นคนที่ต้องรับเรื่องราวของผู้ส่งสารนะคะ นอกจากจะรับเฉย ๆ นะ เขายังต้องทำหน้าที่แปลความหมายด้วยนะคะ แปลความหมายด้วยนะคะ จากนั้นพอเขาแปลความหมายเสร็จ เขาก็ส่งผลย้อนกลับกลับมานะคะ ทีนี้ในการเรียนการสอนค่ะ เรากลับมาหน่อย การเรียนการสอนนี่นะคะ ผู้ส่งสารคือใคร แน่นอนค่ะ ครูค่ะ โดยส่วนใหญ่เป็นครูนะ ผู้ส่งสารนะคะ เนื้อหาล่ะ เนื้อหาล่ะ อันนี้ ๆ [เสียงหัวเราะ] เนื้อหา ก็คือความรู้ ที่เราจะส่งไปหาผู้เรียนใช่ไหมคะ ช่องทาง สื่อต่าง ๆ ใช่ไหมคะ สื่อต่าง ๆ เป็นช่องทางนะคะ ผู้รับสาร นักเรียนนะคะ นักเรียนนะคะ และนักเรียนป้อนกลับ ก็คือตอบกลับมาได้ คือ นักเรียนต้องแปลความหมายของครูให้ได้นะคะ สัปดาห์ก่อน ๆ นะ เราพูดถึงจำลองการศึกษา แบบจำลอง Assure Model น่ะ งานที่ครูให้ทำนี่แหละ ครูบอกว่าถ้าคุณครูน่ะค่ะ คุณครูใช้แบบจำลองน่ะมันจะทำให้การเรียนของของคุณครูน่ะ มีประสิทธิภาพมากขึ้น และเหมือนกันค่ะ ถ้าคุณครูนี่ถ้าคุณ คุณ ๆ นี่ ใช้แบบจำลองในการสื่อสารนี่ มันก็จะทำให้การสื่อสารของคุณครูน่ะค่ะ มีประสิทธิภาพเหมือนกัน ที่นิยมใช้เลยนะนะคะ ก็คือเบอร์โลนี่แหละ เขาเป็นเจ้าพ่อการสื่อสารเลย เบอร์โลบอกว่าถ้าคุณครูใช้ SMCR แล้วก็ปัจจัยข้างล่างนี่ คุณครูคำนึงถึงปัจจัยที่มันเป็นติ่ง ๆ ย่อย ๆ ออกมานี่ มันจะทำให้การสื่อสารมีประสิทธิภาพ ในสไลด์นี้ อะไรเหมือนกันคะ องค์ประกอบอะไรเหมือนกัน SMCR มองเห็นไหม อะไรเหมือนกัน SMCR เห็นไหม S กับ R เหมือนกัน S กับ R เหมือนกันเลย ทำไม S กับ R ต้องเหมือนกัน S มาจากผู้ส่งสาร R มาจากผู้รับสาร ทำไม S กับ R ต้องมีเหมือนกัน ทำไมเบอร์โลบอกว่าเฮ้ย… ส่งสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ สงสัยไหม สงสัยด้วยเหรอ เพราะว่าถ้า S กับ R มีเหมือนกันน่ะค่ะ เขาจะสื่อสารได้รู้เรื่อง สมมติว่า S น่ะเป็นชาวต่างชาติ S เป็นชาวญี่ปุ่น แล้วมาถามทางครู ครูเป็น… ครูเป็นผู้รับสาร ครูไม่รู้ภาษาญี่ปุ่นเลย แล้วครูจะสื่อสารกับ S ได้อย่างไร ใช่ไหมคะ มันก็ลำบาก หรือมันก็… มันยากติดต่อการสื่อสารค่ะ ฉะนั้น เบอร์โลถึงบอกว่า S กับ R ควรมีเหมือน ๆ กันนะคะ ภาษาในการสื่อสารควรมีเหมือนกันนะคะ ภาษาที่ใช้พูดควรมีเหมือนกัน จะสื่อสารได้ง่าย การที่เราเป็นคนไทยน่ะ เราใช้ภาษาเดียวกันนะ มันเลยทำให้เราสื่อสารได้ง่ายขึ้นนะคะ หรือบางครั้งถ้าเราไปพูดภาษาอื่นน่ะ ที่มัน… เราไม่เข้าใจน่ะ มันก็ทำให้เราสื่อสารได้ อาจจะเกิดความผิดพลาดได้ง่ายขึ้นนะคะ เจตคติ เจตคติก็ควรมีเหมือนกัน ระดับความรู้ก็ควรมีเหมือน ๆ กัน คล้าย ๆ กับเท่า ๆ กัน จะทำให้สื่อสารได้ง่าย ประสบการณ์ ถ้า S กับ R มีประสบการณ์ในเรื่องนั้น ๆ เหมือนกัน ก็ทำให้สื่อสารได้ง่าย ระดับสังคม ระดับสังคม เศรษฐกิจอะไรอย่างนี้ ถ้ามีเหมือนกันจะทำให้สื่อสารได้ง่าย ต่อมา สารนะคะ สารก็เป็นเนื้อหา ข้อความ สัญลักษณ์นะคะ คำพูด รูปภาพก็ได้ พวกนี้ล้วนเป็น Message เป็นสารที่จะส่งไปยังผู้รับสารนะคะ แล้วส่งผ่านอะไร ก็ต้องมีช่องทางในการส่งนะคะ ช่องทางที่ปกติมนุษย์รับรู้ได้นี่ ก็จะมี 5 ช่องทางด้วยกัน ดู ฟัง นะคะ ลิ้มรส ดมกลิ่น แล้วก็สัมผัสนะคะ เราว่าอันไหนเยอะสุด รับประสาทสัมผัสทั้ง 5 นี่ ดู ฟัง ลิ้มรส ดมกลิ่น สัมผัส คิดว่าอะไรมากที่สุด ดูค่ะ เก่งมาก ดู บางตำราให้ถึง 90 นะ นะคะ 83-90 ถือว่าเลยแบบ.. คือถ้าคุณให้ผู้เรียนมองภาพต่าง ๆ หรือมองข้อความต่าง ๆ นี่ ผู้เรียนจะรับรู้ได้ถึง 83-90 เปอร์เซ็นต์ อีกมาหน่อย อันดับที่ดีขึ้นมาหน่อย ก็คือฟัง ฟังนี่ได้ถึง 10 เปอร์เซ็นต์ อย่างอื่น ๆ นิดเดียวเองนะคะ ฉะนั้นเวลาที่คุณครูจะทำสื่อ หรือจะอยากให้การสื่อสารได้ดีค่ะ คุณก็ต้องพูดใช่ไหมคะ พูด 10 เปอร์เซ็นต์ ถ้ามีภาพ มีข้อความ มีอะไรที่ทำให้ผู้เรียนมองเห็นน่ะ มันจะทำให้เขาสื่อสารได้ดีขึ้นนะคะ ต่อ และนอกจากนั้นนะคะ ปัจจัยที่หลัก ๆ ที่ทำให้การสื่อสารนี่ มันมีประสิทธิภาพ ก็คือทักษะในการสื่อสารนี่แหละนะคะ เรียบร้อยค่ะ รู้สึก... ทักษะในการสื่อสารนะคะ มา มาต่อนะคะ ทักษะในการสื่อสารนะคะ ต้องมีทั้งผู้ฟังและผู้พูดด้วยนะนะคะ ก็คือผู้ส่งสารกับผู้รับสารด้วยนะคะ ผู้ส่งสารก็ต้องมีทักษะในการสื่อสาร พูดชัดถ้อยชัดคำ จังหวะต่าง ๆ นะคะ ส่วนผู้รับสารก็ต้องมีทักษะในการจับประเด็น จับใจความสำคัญต่าง ๆ ทัศนคตินะคะ ทัศนคตินะคะ ทัศนคติที่จะทำให้การสื่อสารสื่อสารได้ง่ายคือทัศนคติทั้ง 2 อย่าง ทั้งผู้ส่งสารและผู้รับสารนี่ ควรมีเหมือน ๆ กัน ก็คือทัศนคติที่บวกต่อกัน ถ้าสมมติเราไปคุยกับคนที่เราไม่ชอบน่ะค่ะ เราก็ไม่อยากสื่อสารกับเขาหรอก หรือเราคนที่เป็นผู้รับสาร พอคนที่เราไม่ชอบน่ะ มาบอกเราหรือมาสั่งการมาให้เราทำอะไรน่ะ เราก็ไม่อยากทำหรอก ฉะนั้น ถ้าทัศนคติบวกต่อกันน่ะค่ะ มันจะทำให้เราสื่อสารได้ง่ายขึ้น ที่เบอร์โลเขาบอกน่ะค่ะ แต่ก็เป็นจริงนะ นะคะ แต่ถ้าสมมติว่า เฮ้ย ไปเจอคนที่ทัศนคติไม่ดีต่อผู้… ผู้ส่งสารน่ะค่ะ เรื่องที่จะส่งสารน่ะ เราว่าใครต้องเป็นคนปรับ ระหว่างผู้ส่งสารกับผู้รับสาร พอมันมีทัศนคติที่ไม่ดีต่อกันน่ะ เราว่าใครต้องเป็นคนปรับ ผู้ส่งสารค่ะ ผู้ส่งสาร จุดเริ่มต้นของสารไง ฉะนั้น พอผู้ส่งสารรู้ว่าฉันจะต้องไปคุยกับคนที่ฉันไม่ชอบหน้าเลย แน่นอน เขาจะต้องไม่ฟังเรา เขาจะต้องไม่เชื่อเรา ฉะนั้น เราจะต้องหาวิธีการในการสื่อสารที่มันมากขึ้นนะคะ ผู้รับสารรอแปลความหมายอย่างเดียว ผู้รับสารนี่สบาย ผู้ส่งสารนี่ยากนะ ต้องพยายามอธิบายมากขึ้น เพราะว่ารู้ว่า เอ๊ย เขาไม่ค่อยฟังเรา หรือเขาไม่มีทัศนคติที่ดีต่อเรานะคะ ระดับความรู้อันนี้ก็สำคัญนะคะ คุณครูหลายคนจะชอบโดนแบบยิ่งเรียนไปสูง ๆ นะ จะยิ่งโดนว่าแบบ เอ๊ย พูดไม่รู้เรื่องนะคะ อันนั้นคือไม่ใช่ว่าเขาไม่เก่งนะ แต่เขาไม่รู้วิธีการที่จะลดระดับความรู้ของเขานะคะ ฉะนั้น ระดับความรู้ก็มีผล อย่างเช่น ครูยกตัวอย่างหมอ-คนไข้ หมอ-คนไข้ นี่เป็นเคสที่เจอบ่อยที่ด้วยความหมอเขาเก่งมาก นึกออกไหม เขาเก่งน่ะ แล้วคนไข้ก็ไม่ได้เรียนสูงเหมือนเขา แต่ทีนี้ ถ้าคุณหมอน่ะ พูดแต่ศัพท์แพทย์น่ะ พูดศัพท์แพทย์ อาการของคนไข้เป็นนั่นเป็นนี่ แต่เป็นศัพท์แพทย์หมดเลยค่ะ คนไข้จะรู้เรื่องไหม ก็ไม่รู้เรื่องนะคะ ฉะนั้น คนที่ควรปรับเป็นใคร หมอ หมอ ก็คือผู้ส่งสารใช่ไหมคะ ฉะนั้น อย่างที่บอกน่ะค่ะ ถ้านึกอะไรไม่ออก ผู้ส่งสารนี่แหละ เป็นคนที่ คือถ้ามันมีการสื่อสารผิดพลาดน่ะ ให้เรากลับไปดูที่ผู้ส่งสารเลย เพราะผู้ส่งสารนี่ ทำหน้าที่เป็นผู้ส่งสารได้ดีแค่ไหนนะคะ ทีนี้หมอ หมอถ้ารู้หลักการสื่อสาร หมอก็จะต้องลดระดับความรู้ พูดให้… ไม่ใช่ ลด… พูดให้คนไข้น่ะ เข้าใจได้ง่ายขึ้นนะคะ พูดให้คนเข้าใจได้ง่ายขึ้นนะคะ หนักหนาสาหัส ระดับสังคมวัฒนธรรม ระดับสังคมวัฒนธรรมก็มีผลต่อการสื่อสารเหมือนกันนะ ระดับสังคมนะคะ ระดับสังคมวัฒนธรรมก็มีผลต่อการสื่อสาร อย่างเช่น คุณยายคนนี้นะคะ คุณยายคนนี้เป็นชาวเปรู เขากำลังแลบลิ้น เราว่าเขากำลังสื่อสารอะไรกับเรา ถ้าในชาวเปรูนี่ การแลบลิ้นนี่ แปลว่าสวัสดีนะคะ แต่ถ้ามา เรามาสวัสดีที่ไทยเป็นอย่างไรคะ เดินไปแล้วแบบเจออธิการบดีแล้วแลบลิ้นใส่อธิการบดี ไม่ได้นะ ไม่ได้นะ นี่ค่ะ วัฒนธรรมสังคมก็มีผลต่อการสื่อสารนะคะ การสื่อสารทางเดียว หรือเส้นตรงนี่นะคะ เป็นการสื่อสารสมัยก่อน สมัยก่อนเราใช้ทีวี วิทยุอย่างนี้ เป็นสื่อในการสื่อสาร มันก็จะสื่อสารได้ทางตรง ไม่สามารถโต้ตอบกับเราได้นะคะ ส่วนสื่อใหม่ ๆ สื่อใหม่ ๆ จะสามารถสื่อสารได้ 2 ทางนะคะ คือ การพูดคุยโทรศัพท์ การแชตเห็นไหมคะ เดี๋ยวนี้ พวกสื่อโซเชียลน่ะค่ะ สื่อโซเชียลต่าง ๆ น่ะ ก็จะสื่อสารได้ 2 ทาง คือ โต้ตอบกลับไปมาได้นะคะ มาถึงประเภทนะคะ ประเภทของการสื่อสารนะคะ ก็จะมีการสื่อสารภายใน แล้วก็ระหว่างบุคคลนะคะ สื่อสารระหว่างบุคคล คือ เราน่ะ สื่อสารกับตัวเองนี่แหละนะคะ คือ เราสื่อสารกับตัวเองนี่แหละนะคะ เราเป็นผู้ส่งสารแล้วก็ผู้รับสารในขณะเดียวกันเลยนะคะ ตอนนี้หลายคนก็กำลังคิดอะไรอยู่ ตอนเที่ยงจะกินอะไรดีนะ ตอนเย็น บางคนอาจจะคิดไปถึงตอนเย็นเลยก็ได้นะคะ อันนี้เรากำลังสื่อสารกับตัวเองนี่แหละ ใช้ค่อนข้างเยอะด้วยนะ มนุษย์น่ะ ใช้สื่อสารนี่ ค่อนข้างเยอะ เราคิดกับตัวเองบ่อย ๆ เหมือนกันนะคะ มาถึงสื่อสารระหว่างบุคคลนะคะ ก็คือสื่อสารตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปนะคะ สื่่อสารตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปนะคะ ก็จะมีระดับกลุ่มกับระดับมวลชนนะคะ ระดับกลุ่มกับมวลชนต่างกันอย่างไร อะไรนะ มันเยอะใช่ไหม มันดูเยอะใช่ไหม มวลชนมันดูเยอะใช่ไหม ก็มีส่วนนะ วิธีดู ดูอย่างนี้ค่ะ ระดับกลุ่ม ระดับกลุ่มเราจะดูที่ว่าผู้ส่งสารกับผู้รับสารอยู่ที่เดียวกันหรือเปล่านะคะ ตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป ผู้ส่งสารกับผู้รับสารอยู่ที่เดียวกันหรือเปล่า เราเรียกระดับกลุ่ม อย่างเช่นตอนนี้ ผู้ส่งสารกับผู้รับสารอยู่ที่เดียวกัน ห้องนี้ ห้องเรียนเป็น… เป็นกลุ่ม ส่วนมวลชน มวลชนที่พูดก็มีผลนะ ว่ามันเยอะ มวลชนที่มันเยอะเพราะว่าอะไร ผู้ส่งสารกับผู้รับสารอยู่คนละที่ ยกตัวอย่าง เช่น ทีวี ถ่ายทอดทีวีใช่ไหมคะ ถ่ายทอดทีวี ผู้ส่งสารอยู่ไหนคะ นู่นอยู่กรุงเทพฯ ใช่ไหมคะ ช่อง 3 อะไรอย่างนี้ก็อยู่กรุงเทพฯ แล้วเขาส่งสารมายังผู้รับสารที่กระจายออกไปตามจังหวัดต่าง ๆ นี่ค่ะ เราเรียกมวลชน ผู้ส่งสารกับผู้รับสารอยู่คนละที่ ที่มันเยอะกว่า เพราะว่ามันกระจายไปได้ที่ต่าง ๆ ไงคะ มันไม่จำเป็นต้องอยู่แค่ห้องนี้ มันกระจายไปได้ที่ต่าง ๆ นะคะ หรือหนังสือพิมพ์ก็อยู่กรุงเทพฯ เขาก็กระจายไปยังที่ต่าง ๆ จังหวัดต่าง ๆ หนองคาย อุบลฯ เชียงราย เชียงใหม่อย่างนี้นะคะ คำถาม ฉันดูหมอลำผ่าน Live มวลชน เพราะว่า ผู้ส่งสารกับผู้รับสารอยู่คนละที่ ฉะนั้น พอเป็นมวลชนน่ะค่ะ ผู้ส่งสารผู้รับสารจะอยู่คนละที่นะคะ แยกออกนะ ชอบออกข้อสอบนะคะ มาถึงปัจจัยนะคะ ปัจจัยที่ทำให้การสื่อความหมายมีประสิทธิภาพ หรือการสื่อสารมีประสิทธิภาพนะคะ กี่โมงแล้ว ทักษะในการสื่อสารนะคะ ฟัง พูด อ่าน เขียน อันนี้ก็ต้องชัดเจน พูด ให้ชัดถ้อยชัดคำ ฟัง สามารถจับประเด็นได้นะคะ อ่าน น้ำเสียงก็ต้องชัดถ้อยชัดคำนะคะ เขียนข้อความให้ถูกนะคะ การเข้ารหัส ถอดรหัสนะคะ เข้ารหัส คือ การที่เราน่ะ สามารถที่จะบอกข้อความ หรือถ่ายทอดเรื่องราวนะคะ โดยการเข้ารหัสนะคะ ส่วนถอดรหัส ก็คือแปลความหมายออกมาให้ได้นะคะ การคิดการใช้เหตุผลนะคะ ก็มีผลต่อการสื่อสารนะคะ ต้องบอกว่ามีผลมากนะ เพราะว่า เวลาที่ผู้ส่งสารส่งสารมาหาเราน่ะค่ะ ผู้ส่งสาร อาจจะไม่ได้พูดความจริงทุกอย่างก็ได้นะ บนโลกนี้น่ะค่ะ หรือแม้กระทั่งโลกอินเทอร์เน็ตนะคะ ไม่ใช่เขาจะสื่อสารความจริงทุกอย่างนะ เราจะเจอ Fake News เยอะนะคะ ในอินเทอร์เน็ตหรืออะไรต่าง ๆ หรือแม้กระทั่งผู้ส่งสารปกติน่ะค่ะ เขาอาจจะไม่ได้พูดความจริงก็ได้ ฉะนั้น เราต้องใช้ทักษะในการคิด และใช้เหตุผลด้วยนะคะ เครื่องมือสื่อสาร อันนี้ก็จำเป็นในยุคนี้เลย ถ้าเราไม่ใช้เครื่องมือสื่อสาร ก็ติดต่อกับผู้เรียนลำบากเหมือนกันนะคะ สุดท้าย ทักษะการใช้อารมณ์นะคะ อันนี้ก็มีผลต่อการสื่อสารเหมือนกันนะค่ะ คุณครูจะเจอบ่อยนะคะ อันนี้ ครูนี่ก็ได้ถือว่าเป็น… เป็นคนที่… ที่ควบคุมอารมณ์ได้ดีนะ แต่ก็ยังเจอนะ เห็นไหม อย่างเมื่อสักครู่นี้ถ้าเจออะไรที่แบบ เอ้ย วันนี้มันจะไม่ใช่… คุณครูไม่ใช่ว่าจะต้องไม่ดุผู้เรียนนะ นะคะ อันนี้ไม่เห็นด้วยนะ นะคะ ไม่ใช่ดุอย่างนั้น คือ เราพูดด้วยเหตุผล แต่เราไม่ได้ใช้อารมณ์ เราไม่ได้ใช้อารมณ์คุยกับเขาน่ะค่ะ เราใช้ด้วยน้ำเสียงที่เรามีเหตุผลกับเขาอย่างนี้นะคะ เราจะเจอคุณครูบ่อย ตอนที่คลิป ตอนช่วง COVID น่ะ เจอคลิปโดนคุณครูใช้อารมณ์กับผู้เรียนเยอะมากนะคะ ในเวลาที่สื่อสารกับผู้เรียนอย่างนี้นะคะ อันนี้ก็ต้องเป็นทักษะที่คุณครูจะต้องฝึกไว้นะคะ หรืออีกอันหนึ่งที่ครูเจอนะ อารมณ์นี่รวมถึงไม่ใช่ดุ ไม่ใช่ดุนะ อารมณ์อ่อนไหวเหมือนกันนะ ถ้าเจอกับนักศึกษาฝึกสอนนี่ ล่าสุด นักศึกษาครูเพิ่งเจอ ก็คือเด็กไม่ตั้งใจเรียนแบบนี้แหละ เดินเข้าไม่ฟังอย่างนี้ เรานี่จะไปเจอหนักกว่าครูอีกนะ ตอนที่เราฝึกสอนน่ะ เด็กก็จะทำพฤติกรรมแบบนี้กับเราแหละ เราทำอย่างไรทีนี้ น้ำตาเริ่มคลอแล้ว คือมัน เจ็บปวดใจน่ะ เออ นักศึกษาฝึกสอนน่ะนะคะ ก็สอนไปก็ร้องไห้ไปอย่างนี้นะคะ อันนี้ก็เหมือนกันนะ อารมณ์อ่อนไหวน่ะ นะคะ กับเหตุการณ์อย่างนี้ ก็ไม่ดีนะนะคะ ไม่ดีสำหรับ… สำหรับการที่เรา ครูมันเป็นเหมือน. เหมือนผู้นำนักเรียนเหมือนกันน่ะ นึกออกไหม ถ้าเราเกิดอ่อนไหวทางด้านอารมณ์ หรือบางครั้ง คุณครูพอเป็นครูผู้ฝึกสอนนี่ จะมีอารมณ์อ่อนไหว อารมณ์อ่อนไหวค่อนข้างเยอะ เวลาที่เจอพฤติกรรมผู้เรียนที่เกเรอะไรอย่างนี้ สำหรับครูฝึกสอนนะ เด็กเคสครูก็เจอ ก็คือร้องไห้ไม่อยากไปสอนนู่นนี่นั่น แต่ก็ต้องพยายามปลอบใจเขาแหละว่าเจอนู่นนี่นั่นนะคะ แต่เขาก็ต้องทำหน้าที่ให้… ให้เสร็จในเทอมนี้ให้ได้อย่างนี้นะคะ ก็จะเจออารมณ์ ส่วนครูอีกประเภทหนึ่ง พอเชี่ยวชาญไปเยอะ ๆ หรือพออายุมันมากขึ้น อารมณ์ฮอร์โมนต่าง ๆ มันก็มีผลทำให้เป็นอารมณ์ มันจะมี 2 ประเภทนะ ที่แบบอ่อนไหวมาก กับแบบอารมณ์แบบปรี๊ดมากอย่างนี้นะคะ ทั้ง 2 ก็ไม่ดีทั้ง 2 เราควรควบคุมอารมณ์ให้ได้นะคะ อันนี้ครูไปนะ ครูขออภัย พอดีครูเดี๋ยวครูไปติด… ครูจะไปประชุม อันนี้ก็ต้องใช้ทักษะในการเข้ารหัสถอดรหัส เราถึงจะสามารถสื่อสารสิ่งนี้ได้นะคะ อันนี้ล่ะต้องใช้ทักษะอะไร มีคนบอกว่าเจอมนุษย์ต่างดาวกลางวันแสก ๆ เราต้องใช้ทักษะอะไรคะ คิด วิเคราะห์ และใช้เหตุผล ว่ามันเป็นเรื่องจริงไหม ไม่ใช่เดินไปแบบ ฮึ้ย ฉันจะไปขอหวย ไม่ได้นะ นะคะ คิดวิเคราะห์ก่อน คิดวิเคราะห์ก่อนว่าเป็นเรื่องจริง ถ้าสมมติว่าครูสอนกราฟิกนี่ เออ อันนี้ครูดูออกเลย ว่ามันตัดต่อนะ เงาก็ไม่มี ไม่เนียนด้วยนะคะ แต่บางคนน่ะ ไม่ได้คิดวิเคราะห์ก็จะเชื่อไปเลยว่า เฮ้ย มันมีมนุษย์ต่างดาวจริง ๆ นะนะคะ ทัศนคตินะคะ ไม่ว่าจะเป็นต่อตนเอง เรื่องที่จะส่งสาร แล้วก็ผู้รับสารก็มีผลนะคะ ต่อการสื่อสารน่ะค่ะ ต่อตนเองถ้าเราเชื่อว่าเราสื่อสารได้ดี มันก็ทำให้เราสื่อสารได้ดี แต่ถ้าเราขาดความมั่นใจน่ะค่ะ เขิน กลัว กลัวต่าง ๆ นะคะ ก็จะทำให้เรา... การสื่อสารมัน… มันยากมากขึ้นนะคะ พอเรามีทัศนคติต่อตนเองที่ไม่ดีนะคะ ในเรื่องที่จะสื่อสาร ถ้าเราชอบเรื่องไหนเยอะ ๆ เราก็อยากให้พูดคุย ก็ทำให้เราสื่อสารได้ดีขึ้นในเรื่องนั้น ๆ แต่กลับกันนะ ถ้าเราไม่เชื่อเรื่องนั้นน่ะ แต่เราต้องไปสื่อสารน่ะค่ะ มันก็ทำให้เราสื่อสารได้ไม่ดี อย่างครูน่ะ จริง ๆ ครูน่ะ เป็นคนที่ที่ลึก ๆ นะ แต่ชอบมักได้ไปสอนสิ่งนี้ เพราะว่าเรียนมา อีแผนนี่ ครูมีความเชื่อว่าแผนเราไม่ต้องมานั่งเขียนละเอียดขนาดนั้นหรอก หรือไม่ต้องมาตามเกณฑ์หรอก แต่สิ่งที่ทำให้ผู้เรียนเรียนรู้ได้ดีน่ะ ในความเชื่อของครูนะ คือ กิจกรรม ที่ทำให้ผู้เรียนเรียนรู้ได้ดี แต่เราเห็นแบบฟอร์มในประเทศไทยไหม ที่มันมีแบบฟอร์มการเขียนแผนที่แบบลึกละเอียดมา อันนี้ แต่ในสาขาเป็นคนที่โดนเรียนเรื่องนี้มาโดยตรง ก็จะต้องไปถ่ายทอดเรื่องนี้ ซึ่งก็จะมีความ Anti นิดหนึ่ง แต่สิ่งที่ครูถ่ายทอดได้ดี ก็คือพวกเทคโนโลยีอย่างนี้ ครูเชื่อว่าเทคโนโลยีมันมีประสิทธิภาพ ที่ทำให้ผู้เรียนเรียนรู้ได้ดี ก็จะเชื่อในเรื่องนั้นอย่างนี้ ก็ทำให้อยากสื่อสาร หรืออยากพูดมากขึ้นอย่างนี้เป็นต้น ฉะนั้น มันจะมีนะ เวลาที่เราเป็นครูน่ะ เราจะมีเรื่องที่เราไม่เชื่อมัน แต่ก็ต้องสื่อสารออกไปให้ได้… ได้ดีเหมือนกันนะคะ แล้วก็ทัศนคติต่อผู้รับสาร ก็มีผลต่อการสื่อสาร ไม่อยากไปสอนมัน ไม่อยากไปสอนห้องนี้เลย ก็มีนะคะ แต่คนที่ต้องปรับ ก็คือผู้ส่งสาร อย่างไรผู้ส่งสารก็ต้องปรับนี่แหละนะคะ มันยากตรงนี้แหละนะคะ ก็เคยเจอเหมือนกันนะ มีเหมือนกัน ไม่อยากไปสื่อสาร คือในพอเราไปทำงานน่ะ พอเดี๋ยวเราไปทำงานน่ะ เราจะมีแบบไม่ชอบหน้ามันเลยว่ะ ไม่ชอบ อยากสื่อสารกับคนนี้ แต่มันก็ต้องไปสื่อสารเพื่อที่จะให้เขานี่ ทำงานกับเราให้ได้เหมือนกันนะคะ ฉะนั้น บางครั้งเราได้รับหมาย รับผิดชอบให้ทำงานกลุ่มอย่างนี้ เราก็จะต้องไปสื่อสารกับบางคนที่เราทัศนคติไม่ดีต่อเขาอย่างนี้ เราก็จะต้องพยายามนี่แหละ เพราะเรารู้ว่า เอ๊ย เราจะต้องไปสื่อสารกับเขาให้เขาคล้อยตามเรา ให้เขาเชื่อในเรื่องราวที่เราจะสื่อสารนะคะ สุดท้ายก็ผู้ส่งสารนี่แหละนะคะ ความรู้นะคะ ความรู้ในเรื่องที่จะสื่อสาร กระบวนการ เครื่องมือต่าง ๆ ก็ต้องมีความรู้นะคะ สถานภาพทางสังคมและวัฒนธรรม ก็มีผลต่อการสื่อสารนะ โดยเฉพาะคนไทย ตำแหน่ง ศักดินา ความน่าเชื่อถือ ถ้าเรามีตำแหน่งสูง ๆ น่ะค่ะ คนจะเชื่อเราง่าย พระ หมออย่างนี้ พระ หมอ คุณครูอย่างนี้ เป็นศักดินาที่คนเชื่อถือได้ง่าย จะเห็นว่าหลายคนชอบปลอมเป็นพระ เป็นครู ปลอมเป็นทหารอะไรอย่างนี้ เพราะว่าพวกตำแหน่งศักดินานี่ พอเวลาที่ไปพูดน่ะ คนมันเชื่อง่ายไงนะคะ มันเชื่อง่ายนะคะ ครูก็เคยเจอนะเหตุการณ์ไอ้นี่ เรื่องตำแหน่งศักดินา ตอนมาทำงานแรก ๆ น่ะ ด้วยความอายุ อายุน้อย ๆ นะ น่าจะประมาณ 27 ปี ตอนที่มาทำงานแรก ๆ นี่ แล้วก็ได้ไปสอนคุณครู คศ. 3 คศ. 4 ซึ่งเขาอายุประมาณ 40-50 ปี เดี๋ยวเราจะเจอเหมือนกัน เพราะเดี๋ยวเราจะไปฝึกสอนผู้เรียน ถ้ามัธยมน่ะ วัยเราไม่ได้ต่างจากเขา เราจะไปเจอเหตุการณ์แบบนี้ สีหน้าแบบเป็น มึงเป็นใครน่ะ มาสอน อายุแค่นี้ เออ ก็ไม่ได้ต่างกันมากอะไรอย่างนี้นะคะ เราจะ… เขาจะมีความไม่เชื่อเราอยู่แล้ว ด้วยเขาไม่ได้ผิดนะ ต้องบอกก่อนนะ เขาจะเป็น… มันเป็นไปโดยอัตโนมัติน่ะ ว่าเอ๊ยอายุแค่นี้ ทำไมมาสอนฉัน นึกออกไหม ไม่ได้มีประสบการณ์อะไรเลย มาสอนฉันได้อย่างไร ฉันอยากได้ครูมืออาชีพ ฉันอยากได้ครูที่เก่งกว่านี้ มันก็ไม่ได้เป็นความผิดของผู้รับสารนะ แต่คนที่เขาต้องปรับ ก็คือผู้ส่งสาร ถามว่า… ถามว่ามันช่วยอะไรได้ไหม มันไม่ได้ช่วยหรอก สิ่งที่ไปช่วย คือ เราต้องพยายามสื่อสารให้ดีแหละ แต่ข้อดีของที่เรารู้หลักการสื่อสาร ก็คือด้วยความที่ ครูย้อนกลับไปเล่าว่า ครูน่ะ จบใหม่แล้วครูได้ไปอบรมให้ครูคศ. 3 คศ. 4 ซึ่งเขาจะมีความไม่เชื่อ ไม่เชื่อถือเราอยู่แล้ว ด้วยความที่เราเด็กใช่ไหมคะ แต่สิ่งที่ครูเตรียมไป ก็คือครูเตรียมใจ อันดับแรก เตรียมใจว่าจะต้องเจอเหตุการณ์เหล่านี้ เพราะเรียนมาแล้ว ครูเคยสอนมาแล้วว่า เฮ้ย เวลาที่เราไปสื่อสารน่ะ มันจะมีตำแหน่งศักดินาความน่าเชื่อถือที่เขาจะรับสารเราได้ง่ายนะคะ ก็คือเต็มใจแหละ คือไม่ให้ช็อกกับเหตุการณ์นะคะ ซึ่งมันก็เป็นจริงเหมือน ๆ ที่หลักการที่เราศึกษาเลย เราจะเจอคนที่ไม่เชื่อเรา ฉะนั้น เราก็ต้องเตรียมตัวให้มากขึ้น เตรียมตัวให้ดี แล้วเขา… เขาถามมาอะไร เราก็สามารถทำได้ แล้วสุดท้ายเดี๋ยวเขาจะฟังเราเองค่ะ ฉะนั้น นักศึกษาฝึกสอนต้องใจเย็น ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาจะเชื่อเราน่ะ ฉะนั้นเราต้องพิสูจน์ให้เขาเห็นว่า เอ๊ย เราสอนได้นะ ไม่อย่างนั้นเราจะไปเจอเหตุการณ์แบบนี้นักศึกษาครูเจอแบบเจอบ่อยเหมือนกัน… ครูพี่เลี้ยงมา คือ นักเรียนฟัง นักเรียนตั้งใจเลย อันนั้นเพราะอะไร ตำแหน่งศักดินาไง เพราะว่า… เอ๊ย ครูฝึกสอนคนนี้ สอนได้นะ สอนเก่ง สอนเก่งกว่าครูอีก มีนะ สอนเก่งกว่าครูพี่เลี้ยงก็มีนะคะ ฉะนั้น แน่นอน กลับไปที่ผู้ส่งสารอีกเหมือนกันว่าจะทำให้เขาเชื่อถือได้แค่ไหน ถ้าเกิดปัญหานี้เราก็ปรับตัวของเรานี่แหละนะคะ ปรับตัวด้วย ปรับใจด้วยนะคะ ปัจจัยในการสื่อสาร อันนี้เราพูดถึงคุณภาพนะคะ ไม่ว่าจะเป็นสัญลักษณ์ เสียง เครื่องฉาย เครื่องเสียงต่าง ๆ นะคะ หรือภาพดิจิทัลนี่ ต้องมีคุณภาพนะคะ ต้องมีคุณภาพนะคะ อย่างเช่น 2 ภาพนี้ ฝั่งนี้มองเห็นจริง ๆ ฝั่งนี้มองเห็นชัด ส่วนฝั่งนี้เบลอแทบจะอ่านไม่ออกเลยนะคะ ฉะนั้น คุณภาพก็มีผลนะ หรือพวกสีอย่างนี้ เคย… ไม่รู้ว่าเราเคยเจอเหตุการณ์นี้ไหม ที่คุณครูพรินต์ข้อสอบมา มันใส่โรเนียวนะ รู้จักโรเนียวไหม คล้าย ๆ ถ่ายเอกสารนี่แหละ แต่จะเป็นขาวดำล้วน จะประหยัดกว่านะคะ ก็โรเนียวข้อสอบใช่ไหม แต่ถามว่าภาพนี้สีอะไร แต่เป็นสีดำหมดนะนึกออกไหม อันนี้ก็มีผลต่อการสื่อสารเหมือนกันนะคะ ฉะนั้น คุณครูต้องดูให้ดีว่า เอ๊ย เวลาที่เราส่งออกสารออกไปนี่ คุณภาพความชัดเจน มันมีแค่ไหน ข้อความนี้ มันถูกต้องแค่ไหนนะคะ ใกล้หมดแล้ว อีกนิดหนึ่ง อีกนิดหนึ่ง แล้วเดี๋ยวจะมีงานให้ทำ 1 ชิ้นนะคะ เวลา พื้นที่ในการนำเสนอก็มีผลนะคะ เวลานะคะ เวลาที่เราได้มอบหมายให้สื่อสารนะคะ 10 นาที 20 นาที มีผลต่อการสื่อสาร ถ้า 10 นาที เราก็สามารถอธิบายได้น้อยน่ะนะคะ แต่ถ้าเวลามันมากขึ้น เราก็สามารถใช้ให้มันมากขึ้น อย่างเช่นชั่วโมง ถ้าเทียบครู ครูสอน ก็คือชั่วโมงนี่แหละ ชั่วโมง 1 ชั่วโมงกับ 2 ชั่วโมงนี่ เวลาในการถ่ายทอดมันก็มีผลต่อการสื่อสารนะคะ 1 ชั่วโมงมันก็ต้องรีบพูด รีบสอน นึกออกไหม แต่ 2 ชั่วโมง ชิล ยิ่งเวลาอย่างครูน่ะ 4 ชั่วโมงชิลเลย สอนอย่างไรก็ได้ไม่ต้องรีบเลยนะคะ ยิ่งอาชีวะนะ อาชีวะนี่แบบ ครูเคยไปนิเทศน่ะ คลาสตั้งแต่ 2 โมงน่ะ ยันบ่ายโมงน่ะ เออ เขานับกันอย่างนั้นเลยนะนะคะ คือแบบวิชาปฏิบัติ เขาปฏิบัติแบบยาว ๆ น่ะนะคะ ฉะนั้น เวลาก็มีผลต่อการสื่อสารนะคะ อันนี้สาร ปัจจัยสาร เราสามารถถ่ายทอดวิธีอื่น ๆ ได้นะ บุคคลต้องการพูดคุย วัตถุต่าง ๆ นะคะ สื่อสิ่งพิมพ์ สื่อมัลติมีเดียอะไรพวกนี้ สามารถสื่อสารแทนการพูดได้หมดเลย ไม่จำเป็นต้องพูดอย่างเดียวนะคะ มาถึงอุปสรรคแล้วนะคะ อุปสรรค หมดแล้ว อันนี้ก็หมดแล้ว อุปสรรค นอกจากปัจจัยมีผลต่อการสื่อสารแล้ว อุปสรรคก็ทำให้การสื่อสารของเราผิดพลาดได้เหมือนกันนะคะ อุปสรรคแรก อุปสรรคภายนอกค่ะ อันนี้ ทำให้ชีวิตเราลำบากขึ้น ถ้ามันมีอุปสรรคเหล่านี้นะคะ สภาพอากาศเสียงดัง เวลาที่สอนไปน่ะ ยิ่งสอนอาคาร 9 นี่ มันไม่ได้แบบเป็นห้องปิดอย่างนี้ ถ้าครูสอนประมาณตอนบ่าย 3 โมงนะ เคยมีคลาสบ่าย 3 โมง เป็นอย่างไรคะ เด็ก ๆ ก็กลับบ้าน ได้ยินเสียงมอเตอร์ไซค์ ก็แบบอยากกลับกับเขา หรือว่าบางครั้งมันมีเครื่องบินผ่านอะไรอย่างนี้ ก็เป็นอุปสรรคต่อการสื่อสารได้เหมือนกันนะคะ ภาษาก็เป็นอุปสรรค เราไม่สามารถสื่อสารได้ทุกภาษานะคะ ก็เป็นอุปสรรค ทำให้เราสื่อสารได้ยากขึ้นนะคะ คุณภาพ เทคนิค อุปกรณ์พวกนี้ค่ะ อุปกรณ์... แล้วมันไม่ได้ยินก็ทำให้สื่อสารลำบากเหมือนกันนะคะ อุปสรรคภายใน เมื่อกี้ คนอื่นทำให้เป็นอุปสรรคใช่ไหม ทีนี้ ตัวของผู้ส่งสารนี่ หรือผู้รับสารนี่ เป็นอุปสรรคของเขาเองนะคะ ระดับสติปัญญานะคะ ระดับสติปัญญานะคะ ผู้เรียนบางคน พูด 1 ครั้ง เข้าใจ ผู้เรียนบางคนก็ต้องการหลาย ๆ ครั้งนะคะ ระดับสติปัญญาในการสื่อสาร ในการรับรู้นะคะ ความผิดปกติทางร่างกายเขานะคะ ก็มีผลต่อการสื่อสารเหมือนกันนะคะ ความเหนื่อยล้านะคะ ความเหนื่อยล้าก็มีผลนะคะ ตอนนี้ ตอนนี้วันจันทร์ที่วันจันทร์ปกติมันไม่ควรเหนื่อยล้านะ นะคะ แต่ก็มีบางคนที่เหนื่อยล้า เพราะว่าไป Hang Out โน่นนี่นั่นมาไงนะคะ ความเหนื่อยล้าก็มีผลที่เราไม่อยากจะเทรน แต่ทีนี้ เวลาที่เราไปเป็นครูน่ะค่ะ ความเหนื่อยล้ามันส่งผลกับอีเวลาสอนด้วยนะ อย่างเช่น ถ้าครู ถ้าคุณครูได้สอนในวันศุกร์ คาบบ่ายนี่ เป็นอะไรที่วิกฤตสำหรับคุณครูนะคะ คุณครูจะไม่ค่อยอยากสอนวันศุกร์บ่าย เพราะอะไร ผู้เรียนก็เหนื่อยล้า ผู้สอนก็เหนื่อยล้า เพราะสอนเขาเหนื่อยล้าเป็นนะคุณ เขาพูดมาตั้งแต่จันทร์ถึงศุกร์นึกออกไหม วันศุกร์นี่ จะเป็นอะไรที่แบบทรมานกับคุณครู ทั้งผู้เรียนด้วย ผู้เรียนก็เหนื่อยล้า ฉะนั้น วิชา... วิชา ถ้าสมมติว่าถ้า ถ้าสมมติครูเคยไปพูดเหมือนกันนะ ถ้าเป็นวิชาพูดแบบบรรยายน่ะ อย่าให้ไปสอนวันศุกร์เลย มันไม่ไหว ฉะนั้น วันศุกร์น่ะ วันศุกร์บ่ายมันควรปฏิบัติ หรืออะไรที่มันแบบไม่ง่วงอย่างนี้นะคะ ความเหนื่อยล้าก็มีผลต่อการสื่อสาร ความสนใจนะคะ ก็มีผล ความสนใจมีผลต่อตัวผู้พูดด้วยนะ ถ้าสมมติว่าเปลี่ยนครูเป็นดาราหรือไอดอลที่เราชอบนี่ แน่นอนว่าด้านหน้านี่เต็ม หรือแบบทุกคนตั้งใจดู ตั้งใจฟังนะคะ เรื่องที่เราสนใจ ก็มีผลต่อการสื่อสารนะ ฉันสนใจเรื่องนี้ เรื่องหมาเรื่องแมวหรือเรื่องอะไรที่เราสนใจน่ะค่ะ มันก็มีผลต่อการสื่อสาร แต่มันเป็นเวรกรรมของคุณครูค่ะ เรามาเป็นครูแล้ว มันมักจะมีกรรม ด้วยความเนื้อหา เนื้อหาการเรียนน่ะ มันเป้นสิ่งที่มันไม่น่าสนใจน่ะ นึกออกไหม มัน… มันไม่ได้น่าสนใจเหมือนซีรีส์น่ะ มันไม่น่าสนใจเหมือนเวลาที่เราดูซีรีส์ ดูหนังอะไรต่าง ๆ น่ะค่ะ แต่พอมันเป็นอย่างนี้ คุณครูก็จะต้องพยายามทำให้มันน่าสนใจมากขึ้นนั่นแหละนะคะ หมดแล้ว อันนี้เราคุยไปแล้วแหละ ผู้ส่งสารในการเรียน ใครคะ ครูนะคะ ครู ครูส่งเนื้อหาความรู้ใช่ไหมคะ ความรู้ผ่านอะไร ผ่านช่องทางสื่อต่าง ๆ นะคะ พอสื่อต่าง ๆ ไปยังผู้เรียนนะคะ พอผู้เรียนเข้าใจก็มี Feedback กลับมานะคะ ก็ประมาณนี้ในการสื่อสาร ครูจะมีคลิปวิดีโอนะคะ ครูจะมีคลิปวิดีโอให้ 3 คลิป ซึ่งเราจะต้องวิเคราะห์นะคะ เราจะต้องวิเคราะห์ ว่าคลิปวิดีโอที่ครูให้ดูนี่ มันเป็นการสื่อสาร มันสื่อสารผิดพลาดเพราะอะไร เพราะปัจจัยอะไร สาเหตุอะไร อุปสรรคอะไร ที่ทำให้การสื่อสารนั้นผิดพลาดนะคะ อย่าตอบมั่วเด้อ ให้ตอบที่อยู่ในที่สอนมานะนะคะ อันนี้ 10 คะแนน ด้วยกัน ครูถึงบอกไงถ้าเราขาดเรียนน่ะ คะแนนเราน่ะ คะแนนเก็บเราค่อนข้างเยอะไงคะ ในวิชานี้ ฉะนั้น ขาดเรียน 1 ครั้งน่ะ 10 คะแนนหายน่ะ เกรดมันก็ตกไปเลยนะ เราจะมี 3 คลิปนะ เป็นคลิปสื่อสารที่ผิดพลาดนะคะ การสื่อสารที่ผิดพลาด ที่เราพอเจอนี่แหละนะคะ เขียนชื่อ รหัส ให้เรียบร้อยนะคะ สามารถใช้เครื่องมือได้ แต่ห้ามคุยกันนะคะ ใครคุยกันครูริบกระดาษทันทีนะคะ ครูริบกระดาทันทีเพราะว่าในห้องสอบหรือในชีวิตการทำงานน่ะ เพื่อนไม่ได้ไปช่วยคุณนะ คุณต้องช่วยเหลือตัวเองให้ได้นะคะ เดี๋ยวดูคลิป เดี๋ยว ๆ เดี๋ยวขอเช็กหน่อยนะคะ ว่าพอเปิดคลิปวิดีโอน่ะค่ะ เสียงจะไปถึงไหม โอเคนะ โอเคเดี๋ยวขอลองเปิดนะคะ นี่ค่ะ เอ๊ะ เหมือนเสียงมันเสียงไม่ไป เสียงไปไหมคะ เขาได้ยิน แต่เราไม่ได้ยิน เสียงคลิปออกไหมคะ เดี๋ยวนะคะ นี่ค่ะ ออกไหมคะ เสียงคลิปออกไหมคะ ระหว่างนี้ให้โอกาสทบทวนนะคะ สิ่งที่สอนมาทั้งหมด ซึ่งมันจะสามารถให้เราเอามาตอบในคลิปต่าง ๆ ที่ครูจะให้เราทำให้ได้นะคะ Assure Model ส่งหรือยัง ส่งไปแล้วใช่ไหม เอามาให้ดูได้นะ ยังเหลือเวลาอยู่นะคะ ถ้ามีใครส่งไปแล้ว จะบอกว่าให้พลอยทำได้ดีนะ เอามาดูตัวอย่างพลอยได้เลย ทำได้ดีเลยนะคะ พลอยไหม ทราย เออทราย ชอบเรียกว่าทราย ไม่ ที่ ๆ… [เสียงคลิปวิดีโอ] ก็ย่อ ลายมือ… กูก็อุตส่าห์มองผ่าน แล้วมึงยิ่ง… ทุกวัน ๆ ถามจริง ๆ เห็นสภาพตัวเองแล้ว คิดว่าจริง ๆ สมควรได้เกรดเท่าไร เทอมที่แล้วน่ะ มึงควรได้ถึงขนาดนั้นเหรอ คณิตศาสตร์ แล้วดูสิ่งที่มึงตอบแทนกูมาดิ๊… [เสียงดนตรี] (ผู้สื่อข่าว) จากที่อาจารย์ท่านนี้เขาพูดแล้วรู้สึกอย่างไรครับ (คุณแม่) ก็รู้สึกไม่ดีน่ะค่ะ เพราะว่าเราส่งลูกไปเรียนหนังสือ ก็หวังว่าจะให้ลูกเป็นคนดี (ผู้สื่อข่าว) ครับ (คุณแม่) แต่มาเจอแบบคุณครูสอนแบบนี้ก็อึ้งเหมือนกันนะคะ ได้ยินแต่ลูกเล่าให้ฟัง (ผู้สื่อข่าว) ครับ (คุณแม่) แต่ไม่เคยได้ยินกับหู ให้ท่าน ผอ. ดูนิดหนึ่ง (ผู้สื่อข่าว) ครับ โกรธไหม โกรธคุณครูอาจารย์ท่านนี้ไหม (คุณแม่) โกรธค่ะ (ผู้สื่อข่าว) โกรธมากเลยใช่ไหมครับ (คุณแม่) โกรธค่ะ แม่อยู่บ้านแม่ยังไม่เคยด่าลูกขนาดนี้เลยค่ะ (ผู้สื่อข่าว) ก็เห็นว่า… เห็นว่ามีการมาข่มขู่เรื่อง พรบ. คอมพิวเตอร์นี่จริงไหมครับ (คุณแม่) ก็เขาเอาแคปฯ มาโพสต์ในไลน์กลุ่มผู้ปกครองน่ะค่ะ (ผู้สื่อข่าว) ครับ [เสียงดนตรี] (อาจารย์) ไปคิดดูนะ ถ้าไม่มีสมอง ก็ใช้หัวแม่ตีนคิดก็ได้ สมควรเป็นเด็ก ม. 6 หรือเปล่าน่ะ ความรู้… เสียเวลาเปลืองแบตเตอรี่กูด้วย สอนคนอย่างพวกมึงน่ะ สอนคนอย่างพวกมึงน่ะ แต่เทอมนี้กูบอกเลย กูมีเวลา กูจะลากให้มึงติด 0 อยู่อย่างนี้แหละ กูทนมามากแล้ว ทำตัวอย่างนี้ ทำงานอย่างนี้ เรียนสภาพทำตัวเองอย่างนี้ มึงสมควรได้เกรดอะไร ไปคิดดูนะ ถ้าไม่มีสมอง ก็ใช้หัวแม่ตีนคิดก็ได้ ไอ้พวกไม่เรียนไปเลยก็ *** Level หนึ่ง ไอ้พวกที่เข้าแต่ไม่เรียน ก็ *** Level หนึ่ง เดี๋ยวมึงก็คิดว่า นี่ อุตส่าห์เข้าเรียนแล้ว ก็ยังมาบ่นนั่นบ่นนี่ มึงคิดว่ามึงเข้าเรียนแล้วมึงมีบุญคุณกับกูเหรอวะ พวกมึงนี่โคตรจะคิดเห็นแก่ตัวหน้าด้านเอาแต่ผลประโยชน์สุด ๆ หน้าที่ตัวเอง มึงยังไม่ทำเลย สมควรเป็นเด็ก ม. 6 หรือเปล่าน่ะ ไปคิดดูนะ ถ้าไม่มีสมองก็ใช้หัวแม่ตีนคิดก็ได้ ไปคิดดูนะ ถ้าไม่มีสมองก็ใช้หัวแม่ตีนคิดก็ได้ สมควรเป็นเด็ก ม. 6 หรือเปล่าน่ะ ความรู้ *** มั่ง เสียเวลาเปลืองแบตเตอรี่กูด้วย สอนคนอย่างพวกมึงน่ะ สอนคนอย่างพวกมึงน่ะ แต่เทอมนี้กูบอกเลย กูมี (อาจารย์) โอเคขอบคุณค่ะ พี่อ๊อฟ คลิปแรกนะคะ เป็นเรื่องของการสื่อสาร ให้เราฟังนะคะ ดู แล้วก็วิเคราะห์ ว่าเพราะอะไร เขาถึง… สื่อสารถึงไม่มีประสิทธิภาพ เป็นเพราะอะไร ใครนะคะ เกิดจากปัจจัยอะไร สาเหตุอะไร ที่ทำให้การสื่อสารครั้งนั้นไม่มีประสิทธิภาพนะคะ เริ่มใหม่นะ แล้วเดี๋ยวครูจะมีเวลาให้ 5 นาทีนะคะ ในการพิมพ์ ในการเขียนวิเคราะห์นะคะ [เสียงคลิปวิดีโอ] (อาจารย์) ไปคิดดูนะ ถ้าไม่มีสมอง ก็ใช้หัวแม่ตีนคิดก็ได้ สมควรเป็นเด็ก ม. 6 หรือเปล่าน่ะ ความรู้ *** มั่ง เสียเวลาเปลืองแบตเตอรี่กูด้วย สอนคนอย่างพวกมึงน่ะ สอนคนอย่างพวกมึงน่ะ แต่เทอมนี้กูบอกเลย กูมีเวลา กูจะลากให้มึงติด 0 อยู่อย่างนี้แหละทนมามากแล้ว ทำตัวอย่างนี้ ทำงานอย่างนี้ เรียนสภาพทำตัวเองแบบนี้ มึงสมควรได้เกรดอะไร ไปคิดดูนะ ถ้าไม่มีสมอง ก็ใช้หัวแม่ตีนคิดก็ได้ ไอ้พวกที่ไม่เข้าเรียนไปเลยก็ *** Level หนึ่ง ไอ้พวกที่เข้าแต่ไม่เรียน ก็ *** Level หนึ่ง เดี๋ยวมึงก็คิดว่า นี่ อุตส่าห์เข้าเรียนแล้ว ก็ยังจะมาบ่นนั่นบ่นนี่ มึงคิดว่ามึงเข้าเรียนแล้วมึงมีบุญคุณกับกูเหรอวะ พวกมึงที่โคตรจะคิดเห็นแก่ตัวหน้าด้านเอาแต่ผลประโยชน์สุด ๆ หน้าที่ตัวเองมึงยังไม่ทำเลย สมควรเป็นเด็ก ม. 6 หรือเปล่าน่ะ ความรู้ *** ทำพอร์ตหลอก ๆ ไปหลอกมหาวิทยาลัยเขา ไม่คิดสภาพบ้างเหรอว่าไปเรียนจริง ๆ แล้วมีปัญญาจะเรียนจนจบ เสียงเวลาเปลืองแบตเตอรี่กูด้วย สอนคนอย่างพวกมึงน่ะ (อาจารย์) ประมาณนี้นะคะ มีเวลาให้ 5 นาทีนะคะ ในการเขียน เพราะอะไร ใคร เป็นคนที่ทำให้การสื่อสารครั้งนี้ไม่มีประสิทธิภาพนะคะ เกิดจากปัจจัยอะไรนะคะ ที่ทำให้เขาสื่อสารนี่ ไม่มีประสิทธิภาพ ไปต่อนะ คลิปที่ 2 นะคะ [เสียงคลิปวิดีโอ] [เสียงดนตรี] (นักเรียนชาย 1) โอ้โหย หิวน่ะ (นักเรียนชาย 2) เฮ้ย หิวอย่างนี้ต้องไปกินอะไรวะ (นักเรียนชาย 1) เบอร์เกอร์สิ (นักเรียนหญิง) เฮ้ยเบอร์เกอร์อะไร (คุณครู) เอ้า ๆ (นักเรียนชาย 2) นักเรียนทุกคนทำความเคารพ (นักเรียน) สวัสดีครับ/สวัสดีค่ะ (คุณครู) สวัสดีครับ ครูรีบ ๆ ๆ (นักเรียนหญิง) นี่ค่ะ (คุณครู) โอ๊ย ขอบคุณมากลูก เอาไปเลยจิตพิสัย 10 (นักเรียนชาย 2) โอ้โหย ทำดีเอาหน้า (คุณครู) มา ๆ (นักเรียนชาย 1) เอ้า อะไรของแก (นักเรียนชาย 1) เออ เป็นอะไร เป็นอะไร (นักเรียนชาย 2) ก็คลิปไง คืนครูไปสิ ทำอย่างกับไม่เคยเห็น คุณครูเพ็ญศรีคะ (คุณครู) คะ (นักเรียนหญิง) คุณครูทำคลิปหลุดน่ะค่ะ (คุณครู) อย่าบอกใครนะ ครูขอร้องเถอะ ตายแล้ว เอ่อ… พวกเธอได้ยินอะไรไหมอะ (นักเรียนชาย 2) ครูทำคลิปหลุดครับ (นักเรียนชาย 1) ใช่ครับ (คุณครู) เฮ้อ นี่ รู้ทั้งห้องเลยเหรอ (นักเรียนชาย 1) ครูครับ ครูจะแปลกใจทำไมครับ (คุณครู) ไม่ต้องแปลกใจได้อย่างไร มันเป็นเรื่องใหญ่น่ะ (นักเรียนชาย 1) เรื่องธรรมชาติครับครู (คุณครู) มันทำ… ตบปากเลย ตกปากตามคลิปที่เธอดู ดูไปกี่คลิป [เสียงตบปาก 6 ครั้ง] (คุณครู) 6 คลิป [เสียงหัวเราะ] (คุณครู) อย่าบอกใครนะ แล้วก็อย่าแชร์ ครูขอร้องเหอะ เรื่องแบบนี้มันเป็นเรื่องแบบคอขาดบาดตาย ถ้าพ่อแม่ครูรู้นะ มันต้องเป็นเรื่องใหญ่แน่เลยน่ะ ที่สำคัญกว่านั้นนะ หุบปากเลย นี่นายดะ (นักเรียนชาย 2) นี่ค่าอะไรครับครู (คุณครู) นายดะ เธอไปพันธุ์ทิพย์ (นักเรียนชาย 2) ครับ (คุณครู) บอกเขาลบเลยนะ บอกเขาลบเลย… เธอน่ะ เธอไปฟอร์จูน (นักเรียนชาย 1) หา (คุณครู) ชั้น 4 ไปถาม เขาเลยว่าใครจะปล่อย นุ่น ไปฟิวเจอร์ ทุกคนต้องเงียบไปก่อนนะ ครูไหว้ล่ะ ครูไหว้เลย (นักเรียนชาย 2) ครูครับ (คุณครู) ครูไหว้เลย (นักเรียนชาย 2) ไปพันธุ์ทิพย์ค่ารถอีก 500 บาทครับผม (คุณครู) เอาไปหมดกระเป๋าครูเลย ครูไหว้ทุกคนเลยนะ ไหว้เลย อย่าแชร์ อย่าไลก์ (นักเรียนชาย 2) เฮ้ย (คุณครู) ขอร้องเหอะ (นักเรียนหญิง) คุณครูคะ คืนคลิปค่ะ (นักเรียนชาย 2) คลิปที่ครูหนีบกระดาษ มันหลุดครับ (นักเรียนชาย 1) มันหลุดน่ะครับ (คุณครู) คลิปครูได้คืนแล้วเนอะ (นักเรียนชาย 1) ใช่ครับ (คุณครู) ตายแล้ว เมื่อกี้เล่นละครเวทีใหญ่มาก (นักเรียนชาย 1) [เสียงหัวเราะ] (นักเรียนชาย 2) เอ๊ย ผมจะไปพันธุ์ทิพย์อยู่ครับครู (คุณครู) ไปหาพ่อหาแม่ใครล่ะ (นักเรียนชาย 1) จะไปฟอร์จูนนะครับครู (คุณครู) เออไม่ต้องไปหรอก เรียนก่อน (นักเรียนหญิง) แล้วฟิวเจอร์ล่ะคะครู (คุณครู) ไม่ต้องไป อยู่ใกล้นิดเดียวไปเมื่อไหร่ก็ได้ (คุณครู) คลิปนี้เหรอ (นักเรียนหญิง) ค่ะ (นักเรียนชาย 2) ครูนึกว่าคลิปอะไรครับ (คุณครู) ครูถ่ายคลิปไว้เยอะ (นักเรียนชาย 1) อ๋อ หมายถึงถ่ายรูป (คุณครู) คลิปนี้ (นักเรียนหญิง) ค่ะ (นักเรียนชาย 1 นักเรียนชาย 2) ใช่ (คุณครู) เฮ่อ (พนักงานหญิง) โอ๊ย มันไม่ใช่พรพรรณ เขาไม่ได้ให้พวกเราเป็นคนกดปุ่ม เขาให้ผู้ชมคลิปน่ะเป็นคนกดปุ่ม (ทุกคน) กดปุ่มข้างบนได้เลย [เสียงดนตรี] (อาจารย์) ใคร เป็นอย่างไร ที่ทำให้การสื่อสารครั้งนี้ไม่มีประสิทธิภาพ จุดเริ่มต้นเกิดจากใครนะคะ แล้วเพราะปัจจัยอะไร ที่ทำให้การสื่อสารครั้งนั้นไม่มีประสิทธิภาพนะคะ มา คลิปสุดท้ายนะคะ เดี๋ยวที่เหลือเดี๋ยวครูจะมีเวลาให้เราทบทวนแต่ละคลิปอีกทีนะ คลิปสุดท้ายนะคะ ดูให้ดีว่าเกิดจากอะไร เพราะอะไร ปัจจัยอะไร หรือมีอุปสรรคไหม ที่ทำให้การสื่อสารเขาผิดพลาดนะคะ [เสียงคลิปวิดีโอ] (คนขายตั๋ว) ซื้อขายเอง ๆ (มัคนายก) สำหรับท่านใดนะ ศาสนิกชนท่านใด ที่ทำบุญนะ (คนขายตั๋ว) เอ้า วัยรุ่นท่านใด เอ้า ชอบแนวแบบนี้มากันเลย (มัคนายก) ก็เป็นงานฝังลูกนิมิตร (คนขายตั๋ว) ใครที่ชอบม้าหมุน (มัคนายก) ลูกนมิตรของเรานี่นะ (คนขายตั๋ว) มาเลย ม้าหมุนของเรา (มัคนายก) ก็มาแปะทองกัน (มัคนายก) จะหมุนติ้ว ๆ ๆ ๆ ๆ (มัคนายก) พอลูกนิมิตรฝังเสร็จปั๊บนะ (คนขายตั๋ว) บอกได้เลย จะหมุนติ้ว ๆ ๆ (มัคนายก) เป็นบุญกุศลนะ (คนขายตั๋ว) สบายเลยนะฮะ ขึ้นไปรอบละ 20 บาท ม้าของเราจะหมุนติ้ว ๆ ๆ (มัคนายก) ติดลูกนิมิตรเสร็จแล้วญาติโยมจะหมุนติ้ว ๆ ๆ เพื่อจะ ไอ้หนูลูก เบา ๆ เสียงหน่อยลูก เบาเสียงนิดหนึ่งลูก (คนขายตั๋ว) ฮัลโหล ๆ ๆ (มัคนายก) กำลังดี (คนขายตั๋ว) ฮัลโหล ๆ ๆ (มัคนายก) คนเราได้ทำบุญแล้ว (คนขายตั๋ว) ฮัลโหล ๆ ๆ (มัคนายก) จะ มี แต่ ความ สุข สุข สุข (คนขายตั๋ว) ฮัลโหล ๆ ๆ (มัคนายก) เพราะเป็นงานปิดทอง (คนขายตั๋ว) ฮัลโหล ๆ ๆ (มัคนายก) ลูกนิมิตร นิมิตร นิมิตร (คนขายตั๋ว) ฮัลโหล 1 2 (มัคนายก) พอทำเสร็จแล้ว (คนขายตั๋ว) ฮัลโหล ๆ (มัคนายก) เดินออกจากโบสถ์ก็ต้องฮัลโหล ๆ ๆ หนู ไอ้หนูบอกว่าปิด Echo ไม่รู้เรื่องลูก (คนขายตั๋ว) ได้ ๆ ๆ เดี๋ยวผมปิดเองพ่อ เงาะโรงเรียนอยู่ทางบ้านผีสิง เงาะโรงเรียนมาทางนี้ (มัคนายก) นอกจากนี้จะมีการถวายสังฆทาน (คนขายตั๋ว) เงาะโรงเรียน 3 โล 10 (มัคนายก) การถวายสังฆทานนี่เราก็มีถัง (คนขายตั๋ว) เงาะ 3 โล 10 (มัคนายก) มีถังให้ท่านได้ซื้อไปถวายให้ (คนขายตั๋ว) เงาะโรงเรียน 3 โล 10 (มัคนายก) ดังนั้น ญาติโยมทั้งหลาย (คนขายตั๋ว) เงาะ 3 โล 10 (มัคนายก) หลวงพ่อ 3 องค์ 10 บาท ซื้อไปนี่ เพราะลูกพ่อวัดนี้นะ พอแกะเปลือกปั๊บ ร่อนพรื้ด ๆ ไอ้บ้า (คนขายตั๋ว) พ่อไม่ไหวนะนี่ (มัคนายก) ไม่ไหวตั้งแต่ ตั้งแต่หลวงพ่อร่อนแล้วนี่ (คนขายตั๋ว) บ้านผีสิงของเราสนุกสนาน เข้าไปบอกได้เลย มีแต่ความตื่นเต้น ความน่ากลัว (มัคนายก) บุญกุศล (คนขายตั๋ว) บ้านผีสิง 20 บาท (มัคนายก) ความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อ (คนขายตั๋ว) หมาหอน [เสียงเลียนเสียงสุนัขหอน] (มัคนายก) ขอเชิญเถอะญาติโยมทั้งหลาย เข้าไปในโบสถ์แล้วจะมีแต่ความสุข (คนขายตั๋ว) 20 บาท หมาหอน [เสียงเลียนเสียงสุนัขหอน] (มัคนายก) ไม่ต้อง 20 บาท ไม่มีเสียงหมาหอนนะโยม มีแต่ความสุข (คนขายตั๋ว) [เสียงเลียนเสียงสุนัขหอน] (มัคนายก) ความเจริญ หลวงพ่อจะนั่ง [เสียงเลียนเสียงสุนัขหอน] [เสียงหัวเราะ] (มัคนายก) หลวงพ่อแก่แล้วก็จะนั่งหาวบ้างนะ เพราะญาติโยมเยอะเหลือเกิน (คนขายตั๋ว) รถไต่ถังมาแล้ว (มัคนายก) หลวงพ่อก็ปีนโบสถ์มา วันละ 3 รอบ หลวงพ่อปีนโบสถ์ [เสียงหัวเราะ] (คนขายตั๋ว) เฮ้ย พี่เท่ง มันไม่ไหวแล้วนี่ (มัคนายก) หา มันไม่ไหวแล้วลูกเอ๊ย (คนขายตั๋ว) เฮ่ พ่อ (มัคนายก) หา (คนขายตั๋ว) ไปหาอะไรทำไป เพื่อนผมอยากให้พ่อไปหา เพื่อนผมมา (อาจารย์) ใครเสร็จแล้วมาส่งได้เลยนะคะ ก็หมดสำหรับวันนี้แล้ว โอเคค่ะขอบคุณนะคะ เสร็จแล้วค่ะ วันนี้ ค่ะ ขอบคุณค่ะ [สิ้นสุดการถอดความ]