Accuracy : 91.31%
Insertion : 519
Deletion : 958
Substitution : 308
Correction : 19283
Reference tokens : 20549
Hypothesis tokens : 20110
(ดร.เกวลี)วันนี้ไม่มีงานในห้องจะให้ไปทำรายงานเลยทำรายงานด(ส)-ิไม่ใช่ส่งเดือมล(น)นี้แหละล่นำ(าม)ได้ยินไหมคะโอเคโอเคค่ะอย่างน-ั้นเดี๋ยววันนี้เริ่มเลยนะคะวันนี้ก็มันก็ยังเป็นเนื้อหาส่วนหนึ่งของบทที่5อยู่นะคะที่เกี่ยวข้องกับการเข้ารหัสข้อมูลหรือว่าเราจะเรียกอย่างหนึ่งคือการเข้ารหัสลับจริงๆแล้วเนี่ยเราสามารถประยุกต์ใช้การเข้ารหัสลับเนี่ยบางทีเราอาจจะไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเราก็เป็นผู้ใช้งานคนหนึ-่งของเทคโนโลยีต่างๆในการเข้ารหัสนะคะตั้งแต่การยืนยันตัวตนในการส่งข้อความต่างๆนะคะเหมือนเวลาถ้านักศึกษาใช้googleนะแล้วถ้าเราไปล็อกอินเครื่องอื่นมันจะมีอีเมลหรือว่าแจ้งเตือนในโทรศัพท์เราว่าให้(ช่)คุณหรือเปล่าเป็นคนloginเครื่องม(น)-ั-้นไหมส่งมาที่โทรศัพท์ของเราเพื่อเป็นการยืนยันอีกอย่างหนึ-่งว่าเราเป็นคนเข้าใช้งานคอมพิวเตอร์เครื่องนั้นจริงๆอาจจะเป็นการยืนยันด้วยเขาเรียกว่าอะไรอ่ะไบโอแมทริกซ์ไม่ว่าลายนิ้วมือสแกนหน้าสแกนม่านตาหรือการใส่รหัสแล้วมันก็จะมีอีกอัลกเ(อ)ร-ิทึ-ื่อง(มห)นึ-่งที่เรียกว่าเขตร้อนนะคะอันนี้ก็เป็นอีกอันหนึ-่งพ(ท)-ี่มีความมั่นคงปลอดภัยเพิ่มมากขึ้นรวมถึงการที่รักษาความปลอดภัยในการส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์หรือว่าการส่งอีเมลนะคะที่เราใช้กันในปัจจุบันจะมีpพ-ีจ(gp)-ีพีแล้วก็m(s)imeนะคะ2ตัวซึ่งเนื้อหาวันนี้ก็จะมีประมาณนี้นะคะการประยุกต์ใช้การเข้ารหัสลับเนี่ยมันไม่ได้มีแค่การส่งข้อความในการส่งอีเมลการใช้งานอินเทอร์เน็ตของเราในการดูเว็บไซต์เนี่ยถ้านักศึกษาสังเกตเวลาเราเล่นเว็บไซต์เนี่ยล(ตร)งชื่อของเว็บไซต์ที่เราเข้าไปดูเนี่ยมันจะมีรูปกุญแจสีเขียวเว็บไซต์พื้นสีแดงถ้าสมมุติเราใช้googlechromeนะคะถ้าตัวไหนขึ้นสีเขียวก็แสดงว่าเว็บไซต์นั้นมีการเข้ารหัสเพื่อป้องกันการดจะ(-ั)กล(จ)-ับขโมยข้อมูลของเรารวมถึงการเรียกว่าอะไรอ(ล)-่ะการสั่งงานระยะไกลนะคะก็คือบางทีเราอยู่บ้านแต่เราอยากเข้าไปดูserverที่เราดูแลอยู่ก็สามารถทำได้นะคะรวมถึงการสร้างเครือข่ายส่วนตัวนะคะให้เหมือนกับว่าเรากำลังนั่งทำงานอยู่ในบริเวณนั้นๆเช่นเราอยู่บ้านแต่เราใช้เทคโนโลยีที่เรียกว่า"vpn"ตัวนี้จำลองให้เราเหมือนกับว่าเรายังนั่งทำงานอยู่ในมหาวิทยาลัยเพราะว่าข้อมูลบางอย่างมันไม่สามารถเข้าดูจากเครือข่ายอินเตอร์เน็ตภายนอกได้ต้องใช้อินเทอร์เน็ตภายในองค์กรเท่านั้นนะคะอันนี้ก็เป็นอีกเทคโนโลยีหนึ่งที่มีใช้งานในปัจจุบันซึ่งการพิสูจน์ตัวตนนะคะหรือว่า"authenticationเ(")นี่ยก็เป็นการยืนยันว่าคนคนนั้นๆหรือสิ่งนั้นๆเนี่ยเป็นของจริงไม่ใช่การลอกเลียนแบบไม่ใช่การปลอมแปลงขึ้นมาการพิสูจน์ตัวตนในรูปแบบดิจิทัลเนี่ยตั้งแต่การloginเข้าสู่ระบบไม่ว่าจะเป็นsocialmediaต่างๆระบบคอมพิวเตอร์ใดๆก็ตามผู้สศ(-ื)-่-ึกษ(อส)าเ(ร)นี่ยหรือผู้ที่ทำงานเนี่ยอาจจะเป็นมนุษย์ก็ได้เป็นuserนะคะหรือเป็นตัวคอมพิวเตอร์เองหรืออาจจะเป็นโปรแกรมก็ได้นะคะเป็นการพอย่างท-ี(-ิ)สูจน-่สุด(-์)เช่นบางพลีเปิดใช้งานบางอย่างเนี่ยเขาก็จะถามว่าโปรแกรมนี้คุณรู้จักจริงไหมใช้งานมาจริงๆหรือเปล่าเพื่อพิสูจน์ได้ว่ามันไม่ใช่โปรแกรมหลอกว่าเป็นโปรแกรมดักจับข้อมูลรวมถึงถ้าเราเคยใช้งานเว็บไซต์บางเว็บไซต์เวลาเรากรอกข้อมูลไปมันจะมีรูปขึ้นมาประมาณ9รูป10รูปถามว่าให้อธิบายว่าอันไหนคือรูปไฟแดงอันไหนคือไฟเขียวมันจะเป็นอีกการทดสอบหนึ่งว่าเราเป็นคนเราเป็นมนุษย์เราไม่ใช่หุ่นยนต์เราสามารถตอบคำถามได้ไม่ว่าคำถามมันจะเปลี่ยนแปลงเป็นอะไรก็สามารถตอบได้อะไรก็ว่าไปนะคะหรือการเข้ารหัสข้อมูลหรวิธี(-ือ)เข้ารหัสเอกสารเราจะเรียกว่าเป็นกระบวนการรับรองเอกสารก็เป็นกระบวนการที่ทำให้คนที่เขาต้องการรับส่งข้อมูลด้วยเนี่ยให้ทำการพิสูจน์ได้ว่าเอกสารในข่าวสารน-ัะเ(-้น)นี่ยที่เขารับไปจากเราหรือจากเร(ข)าที่จะเข้าที่ส่งมาให้เราเนี่ยเอกสารที่มีความถูกต้องนะคะโดยจุดประสงค-์จะมีอยพ(-ู)-่2ข้อก็คือให้รับรองว่าข้อความหรือเนื้อความเอกสารฉบับนะเน-ี่ยเป็นข้อความเดิมไม่มีการถูกเปลี่ยนแปลงในระหว่างการส่งแล้วก็รับรองว่าสิ่งที่ส่งมาหาเราเนี่ยมาจากต้นทางที่ถูกต้องจริงๆนะคะเช่นถ้าเป็นการส่งอีเมลก็จะต้องรับรองว่าอีเมลฉบับนั้นเนี่ยส่งมาจากคนนั้นที่ระบุชื่อมาจริงๆเนื้อความในจดหมายหรือข้อความในเอกสารน-ั้นะเ(ๆ)นี่ถย(-ู)ก-ูเขียนทั้งหมดโดยผู้ส่งเองอย่างถูกต้องนะคะอาจจะมีการรับรองเอกสารนะคะว่าเป็นเอกสารที่ส่งตามกำหนดไม่ได้มีการล่าช้าไม่มีเอกสถาน(ร)ที่เกิดการส่งซ้ำนะคะคือบางทีมันอาจจะถูกโจมตีว่าทำduplicatดูเขต(e)เอกสารขึ้นมาในการทำเอกสารขึ้นมาทำให้เราสับสนว่าฉบับไหนเป็นฉบับจริงก็จะมีกลไกในการป้องกันปัญหาเหล่านี้ที่จะเกิดขึ้นด้วยบางคนก็จะใช้การเข้ารหัสลับซึ่งวิธีการรับรองเอกสารที่ง่ายที่สุดก็คือการเข้ารหัสเอกสารถ้าง-่-ั-้น(าย)ที่สุดก็จะเป็นการเข้ารหัสแบบคีย์เดียวนะคะท(ค)-ีย-่(-์)เดียวนี่แหละโดยสมมติว่าผู้รับและผู้ส่งมีกุญแจร่วมกัน1ดอกนะคะเมื่อเราต้องการจะส่งเอกสารเร(ก็)าจะต้องเป็นผู้รับที่มีกุญแจดอกน-ัะเ(-้น)นี่ยสามารถถอดรหัสเอกสารได้นะคะโดยที่การเข้ารหัสเนี่ยมันก็ถือว่าเป็นการรับรองเอกสารอีกวิท(ธ)-ีหนึ่งนะคะสามารถตรวจสอบความผิดพลาดได้แล้วก็มีกำหนดหมายเลขลำดับกระบวนการทำงานก็ทำให้แน่ใจว่าเอกสารไม่มีความผิดพลาดเราก็ไม่มีการทำซ้ำแล้วก็จะมีtimesทำแ(t)aฟ-้ม(mp)ก็คือการลงเวลาวันที่ส่งลักษณะจนความละเอียดถึงวินาทีเลยตรวจสอบเวลาที่รับเวลาที่ส่งเอกสารถ้าสมม-ุติว่าเราไม่มีกุญแจหรือเราเป็นโจรที่ดักจับข้อมูลไปแล้วเอกสารฉบับนั้นเขาได้เข้ารหัสแล้วมันจะเป็นตัวหนังสือแบบนี้ที่เราไม่สามารถอ่านได้จะต้องใช้กุญแจในการถอดรหัสเท่านั้นถึงจะแก้ไขหรืออ่านเอกสารที่เขาส่งมาได้นะคะอันนี้คือเขาบอกเลยว่าเขาเป็นข้อมูลลับจะต้องมีkท-ี่(ey)หรือกุญแจในการถอดความประมาทเท่านั้นถึงจะสามารถอ่านข้อมูลได้เป็นต้นนะคะแล้วก็การรับรองเอกสารบางทีเราก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเข้ารหัสนะคะอย่างเอกสารบางอย่างอย่างเป็นเอกสารที่เปิดเผยอยู่แล้วเช่นเอกพลง(สาร)สัญญาประกาศหรือว่ากฎระเบียบต่างๆเนี่ยเพราะว่าถ้าเราเข้าเข้ารหัสทุกๆเอกสารเนี่ยมันเสียเวลามันก็จะมีเวลาในการประมวลผลใช้เวลาเหล่านี้เกินความจำเป็นถ้าเป็นเอกสารที่เราสามารถเปิดเผยได้ก็ไม่ควรเข้ารหัสนะคะเพราะการเข้ารหัสมันไม่ได้หมายความว่าเอกสารฉบับน-ัะเ(-่น)นี่ยจะเป็นฉบับที่สมบูรณ์อย่างนี้เป็นเอกสารในการทำสัญญาใดๆนะคะถ้ามันไม่มีข้อมูลที่ลับมากก็ไม่ต้องเข้ารหัสนะหา(คะ)เช่นการนัดหมายต่างๆนะคะยกเว้นว่าเป็นข้อมูลที่เป็นข้อมูลที่ไม่สามารถเปิดเผยได้เช่นข้อมูลทางการแพทย์อาจจะต้องมีการเข้ารหัสเพราะว่ามันเป็นเรื่องสิทธิส่วนบุคคลนะคะประวัติการรักษาอะไรพรุ(วก)-่งนี้ก็ยังจำเป็นต้องเข้ารหัสหแบบ(าก)ว่าเป็นการกรอกใบจองรถยนต์การจองคิวเข้าร้านอาหารการจองคิวสินค้าหรือการสั่งสินค้าหรืออะพ(ไ)รพ-ุ-่ง(วก)นี้ก็ไม่ต้องเข้ารหัสก็ได้นะคะอันแรกเป็นเทคโนโลยีที่เราใช้ในการเข้ารหัสข้อความนะคะเราจะเรียกว่าmacm-a-s4(c)เป็นการเข้ารหัสข้อมูลเพื่อใช้พิสูจน์ความคงสภาพของข้อมูลโดยใช้ข้อความมีขนาดยาวเท่าไหร-่ก็ได้มันจะคำนวณโดยทางคณิตศาสตร์ออกมาเป็นค่าmacนะคx(ะ)การที่จะถอดรหัสหราย(-ือ)การพิสูจน์ทราบข้อมูลก็จะต้องมีกุญแจรับเช่นเดียวกันจะมีการเข้ารหัสด้วยค่าhแ(a)sฮช(h)ซึ่งเรียนเมื่อสัปดาห์ก่อนเพื่จะ(อ)สร้างเป็นข้อความที่ถูกเข้ารหัสหลังจากนั้นเราจะเอาส่วนของmacเนี่ยไปเชื่อมเข้ากับข้อความที่เราต้องการจะส่งกระบวนการสร้างmน-ัก(ac)เนี่ยในการรับรองเอกสารนะคะจะต้องสามารถตรวจสอบได้โดยใช้ฟังก์ชันทางคณิตศาสตร์แล้วก็กุญแจร(ล)-ับโดยไอ้ค่าmax(c)เนี่ยมันจะติดไปกับข้อความที่เราต้องการจะส่งด้วยเมื่อผู้รับได้รับเอกสารแล้วก็ค่าmax(c)ที่ได้นะคะจะมีการใช้ฟังก์ชั-่นทางคณิตศาสตร์ที่เป็นรหัสลับตัวเดียวกันในการถอดรหัสนะคะเช่นส่งจากabbเราอาจจะเรียกว่าเป็นรหัสลับav(b)ก็ได้ก็ถ้าเป็นการสร้างรหัสลกุฏิ(-ับ)ขึ้นมาแต่รหัสแต่ละรหัสลับจะใช้เฉพาะเอกสารคู่ใดคู่หนึ่งเท่านั้นถ้าคุณจะส่งเอกสารฉบับใหม่คุณก็ต้องสข(ร)-้างค่ๆแม(า)m-็กซ(ac)-์ใหม่แล้วก็แปะไปกับเอกสารชิ้นใหม่จะไม่ใช้อันเดิมเพราะว่าจะเป็นการสร้างฟังก์ชันทางคณิตศาสตร์อันใหม่ไปเรื่อยๆทุกๆข้อความโดยเอกสารที่เราได้รับมานะคะเมื่อผ่านฟังก์ชันทางคณิตศาสตร์แล้วการคำนวณค่าmax(c)ก็จะได้ค่าที่ค่าเท่ากันแต่กระบวนการคิดเนี่ยระหว่างทางเราไม่รู้ว่าเขาใส่รหัสอะไรแต่มันจะต้องถอดรหัสได้เหมือนกันนะคะโดยการเปรียบเทียบเนี่ยมันก็จะไปเทียบกับค่าแ(m)acม็ก(ท)ก-ี-้(-่)แนบเอกสารวม(-่)าเป็นค่าเดียวกันไหมถ้าเป็นค่าเดียวกันก็สามารถอนุมานหรือว่าตั้งสมมติฐานได้ว่าข้อความที่ได้รับมาหรือที่ส่งไปเนี่ยข้อความเดียวกันถ้5(า)มีการเปลี่ยนแปลงเนื้อหาคถ-้(-่)าแม็(mac)กมันก็จะเปลี่ยนปลายทางต้นทางจะไม่เท่ากันเพราะว่าถ้ามีการเปลี่ยนข้อความค่าmax(c)ก็จะเปลี่ยนด้วยนะคะแล-้ะ(ว)มันก็จะไม่สามารถสร้างค่าmแพ็(ac)คเหมือนเดิมได้ไม่รู้เหมือนกันอันนี้มันเลยเป็นการรับรองเอกสารได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องเข้ารหัสข้อมูลนะคะแต่ถ้าใช้ร่วมกับการกำหนดลำดับการทำงานการใช้timestaทำ(mp)ก็คือการปั๊มเวลาลงไปด้วยเนี่ยวิธีการนี้ก็จะยิ่งก(ป)ลว-่า(อด)ภัยกับการใช้งานขึ้นมากขึ้นไปอีกนะคะการใส่รหัสpaพาส(s)sworเวิร-์(d)ดอันนี้ทุกคนใช้อยู่แล้วนะคะทั้งคอมพิวเตอร์ทั้งโทรศัพท์มือถือซึ่งการใช้รหัสเนี่ยก็เป็นการป้องกันอย่างน้อยที่สุดนะคะแล้วก็เป็นการพิสูจน์ทราบตัวตนว่าคนที่ต้องการจะเข้าใช้งานคอมพิวเตอร์หรือต้องใช้งานระบบหรือต้องใ(ก)ช้งาน(ร)ใช้งานโทรศัพท์มือถือเครื่องนี้เป็นใครหรืออย่างน้อยก็จะต้องเป็นคนที่รู้รหัสผ่านนะคะโดยทั่วไปแล้วรหัสผ่านเราจะไม่เก็บไว้ในรูปแบบข้อความธรรมดาแต่จะถูกเข้ารหัสไว้ด้วยalgorithmมึ(บา)งอย่างเพื่อไม่ให้มันถูกขโมยไปได้อย่างง่ายๆเช่นบางคนก็จะมีวิธีการคิดรหัสผ่านไม่เหมือนกันบางคนคิดแบบง่ายๆเอาตัวเองที่คิดว่าจะจำได้บางคนก็อาจจะเป็นรหัสผ่านที่มีความหมายกับตัวเขาแถมเข้ากับalgorithmเข้าไปอีกยิ่งยากเข้าไปอีกนะคะการแลกเปลี่ยนรหัสผ่านบนเครือข่ายเนี่ยปกติแล้วมันจะต้องมีการเข้ารหัสก่อนเพื่อป้องกันการถูกดักจับระหว่างทางนะคะมันก็เลยมีpotocalปตท(ห)นึ-่งนะคะที่เรียกว่าเขตร้อนนะคะเป็นตัวละครสำหรับการพิสูจน์ทราบตัวตนก่อนที่จะมีการสื่อสารบนเครือข่ายระหว่างกันโดยใช้การเข้ารหัสแบบกุญแจลับออกแบบและพัฒนาโดยmitนะคะได้ตัวkerท-ี(b)e-่เป็(ros)น-ีล้อเสีย(-่)มันก็เป็นมาตรฐานสำหรับการยืนยันตัวตนบนเครือข่ายว่าใครเป็นคนใช้งานคอมฯเครื่องนี้จะมีเวลาในการทำการยืนยันตัวตนนะคะการไปใช้งานในระบบเริ่มกี่โมงออกกี่โมงนะคะโดยหลักการของkea(r)bnd(e)roi(s)dก็คือผู้ใช้งานจะต้องไปขอตั๋วก่อนขอticketมาจากเซิร์ฟเวอร์แล้วก็เอาตั-๋วนั้นน่ะหรือ17ตั-๋วนะเนี่ยไปโชว์ให้กับเครื่องไปทางที่จะloginเพื่อเข้าไปใช้งานได้ก็คือเหมือน...ก่อนที่เราจะขึ้นรถโดยสารเราก็ต้องซื้อตั๋วอารมณ์นั้นเลยนะคะโดยสถาปัตยกรรมของkเข(e)rberตร้อน(o)sเสียงจะเป็นแบบclientserverนะคะทุกๆhostทีคน(-่)อยู่บนเครือข่ายจะต้องมีการสร้างครับของตัวเองนะคมีคีย์centerหรือศูนย์กลางในการสร้างกุญแจลับหรืออาจจะเป็นserverที่ทำหน้าที่จัดการก็เก็บkeyขอด-ี(ง)ทุกโค-้ดนขอ(ห)งเครืออาจจะเป็นserverที่ทำหน้าที่จัดการก็เก็บทุข่ายเอาไ(ก)คว-้(น)ไอ้หน้าที่ของพรีเซ็นเตอร์เนี่ยมันจะมีตั้งแต่การพิสูจน์ทราบตัวตนแล้วก็การแจกจ่ายตั-๋วนั-้(-่)นเองนะคะมี2หน้าที่ตัวkerberosมันประกอบไปด้วยเปรียบเทียบได้กับเหมือนสุนัข3หัวนะคะเพราะว่าprotocวตอนเ(a)lนี้ยจะประกอบไปด้วย3ส่วนคือส่วนclientส่วนเซิร์ฟเวอร์แล้วก็ส่วนของพรีเซนเตอร์3หัวคล้ายกับในหนังจริงแล้วมันอาจจะได้inspiredมาจากหนังก-็ได้นะคะโดยสถาปัตยกรรมของkfcจะต้องมีส่วนเซิร์ฟเวอร์เพื่อเอาไว้ในการยืนยันตัวเองแล้วก็จะต้องมีพ(k)eyรีเ(c)enteซนเตอ(r)กร-์(-็)เป็นตัวที่ไว้คอยยืนยันตัวตนแล้วก็แจกจ่ายตั๋วหลักการทำงานคือเราต้องร้องขอตั๋วไปก่อนแล้วก็keycenterก็เอาตั๋วกลับคืนมาให้เรานะคะพอได้ตั๋วมาแล้วต้องขอตั๋วสำหรับการที่เราจะต้องทำงานอะไรเช่นเราอยากใช้ฐานข้อมูลมันก็จะได้ตั๋วของกันให้ฐานข้อมูลมานะคะถ้าอยากใช-้เคร-ื่องเธอ(se)ว่าอีกก็ต้องขอตัวสำหรับการใช้เครื่องserverไอ้ตัวเขียวcenterก็จะแจกตัวใหม่มาให้เพื่อเป็นก-ัน(าร)ยืนยันว่าเราเป็นคนที่ต้องการใช้งานจริงๆนะคะหลักการทำงานอย่างนี้ส่งไปส่งกลับส่งไปส่งกลับตลอดการรักษาความปลอดภัยของจดหมายอิเล็กทรอนิกส์หรืออีเมลนะคะการรับส่งอีเมลเนี่ยปกติแล้วเวลาเราส่งข้อมูลบางอย่างผ่านอีเมลเนี่ยเราก็จะมีการเข้ารหัสข้อมูลนะคะในอดีตแล้วเนี่ยถ้าเราต้องการจะปกปิดข้อความในอีเมลก็จะเป็นหน้าที่ของuserเองหรือผู้ใช้งานเองที่ต้องหาทางปกปิดข้อมูลเหล่านั้นนะคะซึ่งปัจจุบันผู้ให้บริการนะคะก็มีบริการเข้ารหัสโดยอัตโนมัติอยู่แล้วนะคะซึ่งprotตัวล(o)cะคร(ol)ที่นิยมใช้ในการเข้ารหัสอีเมล์มี2ตัวpพ-ีจ(gp)-ีพีแล้วก็f(p)mifme(i)2ตัวนี้นะค-่ะไอ้ตัวแรกpgpมันย่อมาจากprettygoodprivacyนะคะก็คือความเป็นส่วนตัวข(ท)-ี-้(-่)ค่อนข้างดีนะคะเป็นวิธีการที่นิยมมากสำหรับการเข้ารหัสอีเมลให้มีเป็นแบบเป็นควผล(าม)ลัพ(บ)ธ์นะคะวิธีการที่ใช้ทหารก็จะเป็นแบบใช้กุญแจสาธารณะโดยที่clientเครื่องขยายหรือว่าเครื่องลูกข่ายเนี่ยจะต้องเก็บกุญแจลัซะ(บ)น-ีะห(-่ไ)วย(-้)เองนะคะซ-ื(-ึ)-่-้อ(ง)กุญแจสาธารณะเนี่ยเป็นที่รู้จักโดยทั่วไปแล้วก็เชื่อถือได้เช่นถ้าผู้หญิงคนหนึ-่งต้องการจะส่งกุญแจสาธารณะไปให้เพื่อนนะคะเขาก็จะถามเพื่อนผ่านทางอีเมลว่ามีกุญแจสาธารณะไหมนะคะหรือบางทีถ้าเป็นกุญแจสาฐ(ธ)ารน(ณ)ะทั่วไปก็สามารถดาวน์โหลดได้จากเซิร์ฟเวอร์หรือว่าสิ่งที่เขาแปะลิงค(ก)-์ไว้ล่วงหน้าอยู่แล้วนะคะอันนี้คือจะไม่ค่อยไม่ค่อยซีเรียสมากนะคะในการส่งข้อมูลโดยตัวpgพีจ(p)-ีพีเนี่ยมันก็ถือได้ว่าเป็นการเข้ารหัสข้อมูลแบบผสมนะคะโต-ัว(ดย)ที่จะใช้ทำกุญแจร(ล)-ับแล้วก็กุญแจสาธารณะแปล(ต่)คอมพิวเตอร์ยุคแรกๆมันมีความสามารถไม่เพียงพอต่อการเข้ารหัสด้วยกุญแจสาธารณะอย่างเดียวนะคะมันเลยใช้กุญแจร(ล)-ับในการเข้ารหัสข้อความแล้วก็ใช้กุญแจสาธารณะการถอดรหัสอีกทีหนep1(-ึ่ง)นะคะแต่ปัจจุบันเนี่ยมันก็ใช้แค่กุญแจสาธารณะในการเข้ารหัสข้อความโดยตรงเลยก็ได้ก็ส่วนมากนะคะก็ถ้ามันไม่ได้เป็นข้อมูลทางธุรกิจที่ซีเรียสมากๆพ(น)-ี-่จ-ีพี(pgp)ก็เพียงพอต่อการเข้ารหัสอยู่แล้วนะคะโดยpgpเนี่ยสถาปัตยกรรมของมันก็คือมันจะรวมเอาคุณสมบัติที่ดีที่สุดบางอย่างของกุญแจสาธารณะนะคะมาผสมกับกุญแจที่เป็นkค-ีย(ey)-์ลัด(บ)นะคะถ้าเข้ารหัสด้วยข้อความธรรมดานะคะก่อนอื่นเลยมันจะต้องบีบอัดข้อความก่อนให้ข้อมูลมันเล็กลงมันจะประหยัดเวลาในการส่งนะคะแล้วก็ถ้ายิ่งเล็กมันก็สามารถควบคุมความปลอดภัยได้ง่ายๆ(ห)ลบา(-ั)งจากบีบอัดข้อมูลแล้วนะคะก็จะสร้างกุญแจเขาเรียกว่า"กุญแจชั่วคราว"แล้วกันเป็นคีย์ลัด(บ)ที่แบบใช้ครั้งเดียวโดยกุญแจน่าจะเป็นการสุ่มตัวเลขทางคณิตศาสตร์นะคะอาจจะเป็นการสุ่มการเคลื่อนไหวของเมาส์หรือจักสุ่มจากการกดแป้นพิมพ์โดยกุญแจชั่วคราวนี้เนี่ยจะทำงานได้อย่างปลอดภัยเพราะว่ามันมีการเข้ารหัสที่ค่อนข้างรวดเร็วนะคะผลลนร-ัพธก(-์)ก็คือข้อความที่ถูกเข้ารหัสแล้วนะคะก็จะมีกุญแจในการเข้ารหัสรวมถึงใช้กุญแจสาฐ(ธ)ารน(ณ)ะของผู้รับเป็นตัวถอดรหัสนะคะก็กุญแจตัวนี้บางครั้งเราจะส่งไปพร้อมกับข้อความที่เราเข้ารหัสไว้แล้วด้วยนะคะอีกprotค(o)cร-ั้ง(olห)นึ-่งนะคะนะคะก็มาตรฐานการเข้ารหัสแบบใช้กุญแจสาธารณะแต่เพิ่มลายเซ็นดิจิทัลเข้าไปด้วยนะคะฟังก์ชันการทำงานเนี่ยมันประยุกต์ใช้กับโปรแกรมที่ใช้งานอีเมลอย่างเช่นmicrosoftoutlookได้ก็ถ้าการทำงานในองค์กรธุรกิจเนี่ยเขาจะไม่ค่อยใช้เว็บไซต์ในการอ่านอีเหม-ี(ล)ยวเท่าไหร-่เขาจะใช้โปรแกรมเลยเพราะว่าบางทีอีเมลเข้ามาจำนวนปริมาณมากพื้นที่ในการจัดเก็บอีเมลถ้าเป็นออนไลน์เนี่ยมันน้อยนะคะเขาก็เลยมาประยุกต์ใช้กับโปรแกรมที่สามารถเปิดผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์ได้ด้วยนะคะการทำงานนะคะก็จำเป็นจะต้องมีการสร้างkข-ี่(ey)แล้วก็ขอใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์นะคะจากcaหรือว่าองค์กรที่ให้บริการด้านใบรับรองนะคะโดยองค์กรนี้เนี่ยอาจจะตั้งserverเองหรือร้องขอจากที(ca)-่อื่นที่ให้บริการบนอินเทอร์เน็ตก็ได้เช่นบริษัทบริษัทนะคะการเข้ารหัสอีเมล์เนี่ย(ผ)ก-ู-้ส่งจำเป็นจะต้องมีcaของผู้รับด้วยก็คือใบขล็อคเลขคณิตของผู้รับด้วยตรวจพื้นฐานแล้วการพิสูจน์ทราบตัวตนเราจะขอแค่emailaddressนะคะโดยใบรับรองacasiaการรับรองหรือข้อมูลอื่นๆไว้สำหรับการอ้างอิงแต่ข้อเสียคือถ้าใครมีชื่ออีเมลของเราทั้งชื่อท-ัา(-้)งอีเมลเขาอาจจะเอาข้อมูลของเราแบบนี้ไปเพื่อจุดประสงค์อื่นก็ได้ถามว่าปลอดภัยไหมปลอดภัยแต่ถ้าเขามีข้อมูลแล้วครบมันก็จะเริ่มไม่ค่อยปลอดภัยเท่าไหร-่นะคะแต่มันก็ทำให้เราไม่เสียเวลาต่อมาความปลอดภัยของเว็บไซต์นะคะโดยปกติการสื่อสารของwww.หรือว่าwebsizeเนี่ยนะคะเขาจะใช้โปรโตคอลhttpค(p)orอร-์(t)ดที่ใช้คือเบอร์80มันจะเป็นการสื่อสารระหว่างserverกับclientคือเครื่องแม่ข่ายหรือลูกข่ายโดยปกติแล้วโ(p)roปรโ(t)oตคอล(col)httpเนี่ยเขาจะไม่มีการเข้ารหัสข้อมูลเพราะฉะนั้นถ้าใครต้องการจะดักจับข้อมูลก็สามารถทำได้ถ้าเป(ว)-็น(บ)ไซตฟแ(-์)น-ั้นซ์ป้องกันความปลอดภัยได้ไม่ดีพอมันเลยมีพัฒนาการของผู้ปกครองที่ชื่อว่าhttpเพิ่มคำว่าsecureคือความปลอดภัยขึ้นมาหลักการคือเขาก็จะสร้างกฎของhttpให้มีความสามารถในการเข้าแล้วก็ถอดรหัสในตัวเองได้เองนะคะโดยใช้เทคนิคการเข้ารหัสของrsaมีการเข้ารหัสแบบใช้กุญแจสาธารณะแต่ว่าไอ้ตัวs-htc(t)pเนี่ยก็ไม่เป็นที่นิยมเท่าที่ควรนะคะมาเลยพัฒนาตัวใหม่ขึ้นมาเป็นhttpsนะคะเพิ่มเทคโนโลยีsslขึ้นมานะคะเป็นการเข้ารหัสแบบclientกับserverกับbrowserเมื่อกี้เป็นใครaddserverคราวนี้เป็นserverกับbrowserใช้portหมายเลข443แทนport80นะคะตอนแรกเข้ารหัสนะคะ4040bitต่อเขานิยมใช้เป็น2048bitเพราะว่าไม่ได้ใช้เวลาในการถอดรหัสนานเทข-้(-่)าตัวเดิมนะคะไอ้ตัวsslคืออะไรนะคะเป็นการพิสูจน์ตัวตนระหว่างwebserverกับตัวคู่ใช้ผู้ขอใช้บริการนะคะเริ่มต้นก็จะมีการตกลงกันก่อนว่าจะใช้อะไรอัลกอร-ิท-ี(-ึ)-่มอาล(ะ)ไ-ัย(ร)ใช้คีย์อะไรในการเข้ารหัสแล้วก็กันการสื่อสารจะเริ่มต้นด้วยการมีการส่งของการเข้ารหัสด้วยกุญแจชั่วคราวซึ่งส่วนใหญ่webserverกับwebbrowserจะรองรับตัวละครนี้อยู่แล้วถ้าสังเกตเหมือนที่อาจารย์บอกก็คือก่อนชื่อเว็บไซต์มันจะมีพวงกุญแจสีเขียวแล้วก็ตัวhttpsมันก็จะเป็นสีเขียวนั่นคือแสดงว่าเว็บไซต์นี้มีการป้องกันการอะไรล่ะการเจาะระบบหรือการดักจับข้อมูลนะคะหลาใน(ยๆ)เว็บมีเว็บที่หลักๆส่วนใหญ่ใช้เทคโนโลยีนี้นะคะโดยการทำงานsslน-ี่ของอินเทอร์เน็ตจะทำงานอยู่ในชั้นtransportlayerนะคะเป็นการพัฒนาต่อมา3sslปกติให้รองรับdigitalsignatureหรือว่าลายเซ็นดิจิทัลเพิ่มขึ้นมาด้วยการทำงานของsslนะคะเทียบกับตัวhttpปกติที่ไม่มีการเข้ารหัสป้องกันข้อมูลถ้าการส่งข้อมูลปกติไม่กล้าส่งข้อมูลเขาจะรู้เลยว่าuserชื่ออะไรpasswordอะไรแต่ถ้ามีวิธีการรับส่งข้อมูลด้วยsslชื่อผู้ใช้งานกับรหัสจะถูกเข้ารหัสให้ไม่สามารถอ่านได้แล้วก็จะมีการบอกสถานะว่าการล(l)og-็อกอ(in)-ินน-ี้ใช้ตั้งแต่เวลากี่โมงก็คือมีกุญแจชั่วคราวในการกำหนดด้วยว่าการเข้าระบบครั้งนี้เริ่มต้นตั้งแต่ตอนไหนมีtท(i)mest-ำแสตม(a)mป-์(p)ด้วยนะคะการสั่งใช้งานระยะไกลหรือการถ่ายโอนไฟล์นะคะส่งข้อมูลใดๆก็ตามผ่านเครือข่ายการรีโมทloginนะาฬิ(คะ)การremoteเข้าใช้ระบบเนี่ยจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้การเข้ารหัสข้อมูลเพื่อต้องการหาแอบดูข้อมูลหรือการดักจับข้อมูลprotoตัวละ(c)oคร(l)ที่ใช้ในการremoteloginหรือว่าการเข้าสู่ระบบและย(ก)ารใช้ไ(ง)าก-่(น)ทั่วไปเขาจะใช้เร็วเน-็ตนะคะเพื่อเข้ารหัสการสื่อสารอาจจะมีprotโปรโต(o)cคอล(ol)ที่ใช้ในการดาวน์โหลดงานทั้งดาวน์โหลดไฟล์อัพ(ป)โหลดไฟล์เราจะเรียกว่าftpหรือว่าfiletransferprotocolโดยปกติและs(f)tpเนี่ยมันจะไม่มีการเข้ารหัสเขาก็เลยพัฒนาบนคอเรียกว่าhttpsดีขึ้นมาเพิ่มคำว่ารซีเคียวริตี้ราคาให้มันมีการเข้ารหัสข้อมูลเครื่องมีความปลอดภัยเพิ่มมากขึ้นซึ่งตัวที่เข้ารหัสเพื่อความปลอดภัยนะคะก็คือsshก็เป็นรูปแบบของการเข้ารหัสการremoteloginแล้วก็การส่งการถ่ายโอนข้อมูลที่นิยมมากที่สุดนะคะเป็นการรับส่งข้อมูลระหว่างเครื่องแม่ข่ายกับลูกข่ายหลักการก็คือเครื่องลูกข่ายจะเชื่อมไปยังเครื่องแม่ข่ายนะคะแล้วก็สร้างกุญแจสาธารณะสำหรับการเชื่อมต่อนะคะโดยโปรแกรมที่นิยมใช้ก็จะมีโปรแกรมไปหลายๆโปรแกรมที่นิยมใช้งานกันที่เห็นเยอะๆก็จะเป็นputtฟุตต-ี(y)-้กับopenssนะคะหน้าตาของโปรแกรมฟ(p)utty-ุตบอลเป็นโปรแกรมสำหรับremoรีโมท(te)หรือว่าการสั่งงานระยะไกลนะคะแต่เวลาใช้งานเราจะไม่สามารถบังคับเราได้เขาจะทำงานด้วยกันใช้คำสั่งที่เรียกว่าcommandlineก็คือพิมพ์คำสั่งทีละบรรทัดเพราะว่าโปรแกรมค(ย)-ืนน-ี้เนี่ยจะทำงานอยู่บนserverที่ชื่อว่าlinuxซึ่งเป็นopensourceโปรแกรค-่(ม)นี้เนี่ยก็มีใครมานั่งแต่ปี1997ปัจจุบันก็ยังมีใช้นะคะก็เอาไว้สำหรับการเชื่อมต่อหรือว่าการสั่งงานระยะไกลจากคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งไปอีกเครื่องหนึ่งนะคะก็การทำงานก็คือต้องพิมพ์คำสั่งหรือส่งคำสั่งไปที่เครื่องเครื่องแม่ข่ายเครื่องserverก่อนก็ถ้าเราทำงานที่บ้านโปรแกรมนี้ก็จะจำลองให้เราเหมือนกับว่าเรานั่งทำงานอยู่หน้าเครื่องserverเลยนะคะข้อความจริงๆแล้วมันก็อาจจะไม่สวยงามแต่มันก็เปลี่ยนสีฟ-ั(อ)นต์ได้เปลี่ยนขนาดเปลี่ยนสีพื้นหลังได้ตามใจชอบแต่แค่เราใช้เมาส์บังคับไม่ได้แค่นั้นเองต้องพิมพ์คำสั่งทีละบรรทัดในการสั่งงานการทำงานของsshนีd(-่)มันทแร(-ำ)งงานในลักษณะของclientserverนะคะมี2ส่วนก็ในส่วนของserverเดี๋ยวก็จะมีการติดตั้งโปรแกรมนะคะเสียงส่วนใหญ่เครื่องแม่ขายเนี่ยระบบปฏิบัติการบางทีเขาจะไม่ใช้windowsเขาจะใช้เป็นlinuxเพราะว่ามันเป็นโปรแกรมฟรีนะคะแล้วก็ถ้าคนที่ไม่ค่อยชำนาญก็จะไม่ค่อยถนัดในการใช้งานด้วยนะคะโดยตัวsshn(น)-ีet(-่)จะติดตั้งเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้งานร่วมกันกับบริการอื่นๆเช่นบริการwebserverดาวน์โหลดไฟล์พรุ(วก)-่งนี้ก็เพื่อความปลอดภัยระหว่างการน(ร)-ับและส่งข้อมูลนะคะรวมถึงเป็นการตั้งแต่อัพ(ป)โหลดข้อมูลจะ(น)ถึงดาวน์โหลดข้อมูลมีตัวsฆhตัวนี้นะคะในการป้องกันความปลอดภัยเพิ่มขึ้นด้วยการป้องกันความปลอดภัยของเครือข่ายนะคะในระดับที่ต่ำลงมาเมื่อกี้มันฉันapplicationlayerคราวนี้จะเป็นชั้นnetworklayerกว-่(-็)าจะต้องเป็นprotค(o)cนขอ(ol)ที่ทำงานในระดับชั้นของเครือข่ายซึ่งpต(r)otoc-ัวละคร(ol)ในการรักษาความปลอดภัยของเครือข่ายว่าจะเป็นvpnproด-ู(t)oละคร(col)ย่อยที่ยกลงมาก็คือเป็นipsex(c)vpnvirtualprivatenetworkก็เป็นเครือข่ายส่วนบุคคลเสมือนเราจะสร้างเพื่อการแชร์linkต่างๆหรือการจำลองสถานที่เช่นการใช้งานอินเทอร์เน็ตนะคะผู้ใช้งานสามารถแชร์ข้อมูลผ่านเครือข่ายที่เข้ารหัสไว้นะคะให้เหมือนกับว่าเป็นการสื่อสารกันแค่ภายในเครือข่ายส่วนบุคคลเท่านั้นข้อดีคือถ้าคนอยู่นอกองค์กรหรือนอกเครือข่ายที่คุณสร้างไว้เนี่ยเขาจะเข้ามาภายในเครือข่ายที่คุณสร้างไว้ไม่ได้เพราะฉะนั้นมันก็ถือว่าเป็นการเชื่อมต่อเครือข่ายภายในองค์กรได้ค่อนข้างปลอดภัยนะคะกว(-็)จ-ัด(ะ)เส(ห)ม-ื-็ด(อน)มีเกาะป้องกันหรือท่อป้องกันสื่อสารอีกชั้นหน-ึ่งซ-ึ่งi(v)pm(n)ก็มี3ประเภทนะคะตามลักษณะการใช้งานเช่นการเชื่อมต่อผู้ใช้ระยะไกลสำหรับพนักงานที่ต้องเดินทางบ่อยที่จำเป็นที่จะต้องเข้าถึงข้อมูลที่ข้อมูลเฉพาะภายในองค์กรเท่านั้นก็สามารถเชื่อมต่อได้กล-ับเป็นการเชื่อมต่อเครือข่ายย่อยขององค์กรเช่นการเชื่อมต่อสาขาต่างๆขององค์กรเช่นสาขาธนาคารตามต่างจังหวัดต่างอำเภอเข้ากับสำนักงานใหญ่หรือเป็นการเชื่อมต่อระหว่างองค์กรที่จำเป็นจะต้องมีการส่งข้อมูลระหว่างกันเล(ช)-่นจากธนาคารหนึ-่งไปอีกธนาคารหนึ่งเป็นต้นนะคะการทำงานของvpnเนี่ยก็เส้นทางการทำงานคล้ายๆกับเครือข่ายที่ให้บริการทั่วไปของเครือข่ายสาธารณะก็เรื่องความปลอดภัยความเป็นส่วนตัวก็จะต้องเป็นสิ่งที่ให้ความสำคัญตั้งแต่มีการเข้ารหัสข้อมูลก่อนส่งข้อมูลเพื่อความปลอดภัยนะคะข้อมูลแล้วก็การส่งข้อมูลจะส่งผ่านส่งข้อมูลนะคะมันสร้างครอบไว-้สร-้างตั้งแต่จุดต้นทางไปถึงปลายทางไม่อนุญาตให้บุคคลอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูลเข้าหรือมาข้อมูลที่เราสร้างไว้ได้นะคะก็จะมีแค่คนที่อยู่ปลายทางเท่านั้นที่สามารถเอาข้อมูลไปถอดรหัสแล้วก็นำข้อมูลไปใช้ได้ซึ่งpเป(r)otoc-็นละคร(ol)ที่ใช้สร้างvpnต้องมีอยู่5โ(p)roปรโ(t)oตคอล(col)ซึ่งอย่างที่บอกprotoตัวละ(c)oคร(l)ที่นิยมมากที่สุดคือipsecนะคะตัวสีแดงซึ่งอยู่ทำงานอยู่ชั้นnetworklayerไอ้พ(i)psec-ิเศษเนี่ยเป็นคนที่รักษาความปลอดภัยของข้อมูลเหมาะสมที่สุดสำหรับการสร้างเครือข่ายเสมือนสามารถรับรองความปลอดภัยของข้อมูลได้ความลับของข้อมูลได้รักษาความคงสภาพของข้อมูลได้สามารถพิสูจน์ตัวตนของผู้ส่งได้เsa(ช)-่นเดnookเ(-ี)ยวกัขา(น)เป็นprotoคน(c)oขอ(l)ที่ค่อนข้างเหมาะสมสำหรับการทำงานกับเครือข่ายอัลกอริทยเคย(-ึม)ขึ้นที่irpsecใช้เนี่ยมันก็นี่แหละคอยเติมนะคะตั้งแต่สำหรับการแลกเปลี่ยนกุญแจชั่วคราวอ่านเครือข่ายสาธารณะนะคะตั้งแต่ขึ้นสำหรับการเข้ารหัสข้อมูลแล้วก็ยืนยันตัวตนด้วยแล้วก็อ-ัอ(ล)กไ(อ)ปคร-ิท-ึ-่(ม)งที่ใช้ในการตรวจสอบความคงสภาพข้อ-ัลเข(ก)อ-่าเ(ริ)ท-ี(-ึ)ยมสำหรับการตรวจสอบเจ้าของของกุญแจสาธารณะนั้นนะคะนี่เป็นหลักการทำงานนะคะการทำงานของการป้องกันความปลอดภัยสายๆเอาเคยซื้อหรือแทบจะทุกๆก็เริ่มจะเป็นการร้องขอข้อมูลแล้วก็มีการส่งข้อมูลหาว่าเป็นการยืนยันตัวตนว่าสิ่งที่เราสงสัยหรือสิ่งที่เราร้องขอเนี่ยไม่มีการถูกต่างๆระหว่างทางแล้วก็สามารถยืนยันตัวตนได้ซึเล-ิก(-่ง)งานวันนี้นะคะจะให้นักศึกษาทำเป็นรายงานวันที่ผิดนะเดี๋ยวแป๊บหนึ-่งนะคะวันที่ผิดรูปแบบรายงานก็จะให้นักศึกษาไปทำรายงานค้นหาเพิ่มเติมเกี่ยวกับprต-ั(o)tocoวละคร(l)ที่ใช้ในการสร้างvpnซึ่งpต(r)otoc-ัวละคร(ol)ที่อาจารย์จะให้โค(ใช)-้ชเนี่ยมีอยู่5โปรโตคอลให้ทำในรูปแบบรายงานได้งานนะคะ10คะแนนสิ่งที่ต้องส่งอาจารย์คือรูปเล่มที่เป็นไฟล์ดิจิตอ(ทั)ลส่งเข้าในgoogleclassroomแล้วก็เอาไฟล์นั้นไปป(พ)ริ-้นต์เป็นรูปเล่มรายงานส่งอาจารย์ด้วยส่ง2อันอันเดียวกันส่งในclassroomด้วยป(พ)ร-ิ้นส่งอาจารย์ด้วยวันนี้วันที่9ให้ส่งภายในเดี๋ยวนะคะ2สัปดาห์แล้วกันส่งภายในวันที่23มกราคมนะคะก็คืออีก2สัปดาห์ให้เวลาทำ2สัปดาห์หรือใครจะทำเลยก็ได้แต่ต้องเสร็จนะอาจจะเร-ิ-ีบ(-่ม)ทำตั้งแต่วันนี้ก็ได้ให้ได้สัก1หรือ2protocoคน(l)ก็ได้นะคะจะได้ไม่เยอะให้บอกด้วยว่าข้อมูลที่เอามาเอามาจากไหนนะคะข้อมูลมาจากเว็บไซต์อะไรหร-ือหนังสืออะไรบอกอาจารย์ด้วยนะคะวันนี้ก็น่าจะได้สัก1หรือ2protผู้ปก(o)cครอ(ol)งเดี๋ยวอาจารฉ-ัน(ย์)จะเดินดูด้วยว่าหาข้อมูลได้หรือเปล-่าอย-่างน-ั้นเดี๋ยวเริ่มหาข้อมูลกันเลยนะคะเดี๋ยวทำงานก่อนเลยค่ะเดี๋ยว...เดี๋ยวพักทำงานในห้องเรียนก่อนค่ะเสร็จแล้วทำเป็นรายงานได้ไม่ใช่coกอล์(py)ฟนิดเดียวดิรายงานใดไม่ใช-่กลุม-่
More information
- compare(ans and test) :
- ans: file reference
- test: file test
- export datetime : 2024-01-10 00:14:29
- exported from : Accuracy Worker
- version :develop
- lib :character
- your normalize config
-IsFilter :true
-ToLower :true
-ToArabicNumber :true
-WordToNumber :true
-OrderAndSimilar :true
-ListRemove :
- alignment method :Hirschberg
- score weight :{"Match":5,"Mismatch":-1,"PartialMatch":2,"GapPenalty":-1}