Accuracy : 85.17%
Insertion : 690
Deletion : 1924
Substitution : 551
Correction : 18869
Reference tokens : 21344
Hypothesis tokens : 20110
(ดร.เกวลี)วันนี้ไม่มีงานในห้องแจะ(ต่)ให้ไปทำรายงานเลยทำรายงานเด-ิ(-๊)ไม่ใช่ส่งในเ(ว)-ัมล(น)นี้ได๊แหล-่ะนำ(าม)ได้ยินไหมคะโอเคโอเคค่ะอย่างน-ั้นเดี๋ยววันนี้เริ่มเลยนะคะวันนี้ก็มันก็ยังเป็นเนื้อหาส่วนหนึ่งของบทที่5อยู่นะคะที่เกี่ยวข้องกับการเข้ารหัสข้อมูลหรือว่าเราจะเรียกอีกอย่างหนึ่งคือการเข้ารหัสลับนะคะก็จริงๆแล้วเนี่ยเราสามารถประยุกต์ใช้การเข้ารหัสลับเนี่ยบางทีเราอาจจะไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเราก็เป็นผู้ใช้งานคนหนึ-่งของเทคโนโลยีต่างๆในการเข้ารหัสนะคะตั้งแต่การยืนยันตัวตนในการส่งข้อความต่างๆนะคะเหมือนเวลาถ้านักศึกษาใช้Googleนะแล้วถ้าเราไปล็อกอินเครื่องอื่นมันจะมีอีเมลหรือว่าแจ้งเตือนในโทรศัพท์เราว่าใชห-้(-่)คุณหรือเปล่าเป็นคนล็อกอินLogin(ใน)เครื่องม(น)-ั-้นไหมนะคะส่งมาที่โทรศัพท์ของเราเพื่อเป็นการยืนยันอีกอย่างหนึ-่งว่าเราเป็นคนเข้าใช้งานคอมพิวเตอร์เครื่องนั้นจริงๆอาจจะเป็นการยืนยันด้วยเขาเรียกว่าอะไรอ(น)-่ะไ(B)ioMatrixไบโอแมทริกซ์ไม่ว่าลายนิ้วมือนะคะสแกนหน้าสแกนม่านตาหรือการใส่รหัสแล้วมันก็จะมีอีกAlgoriเร-ื(t)h-่อง(mห)นึ-่งที่เรียกว่าKเ(e)rberขตร้อน(os)นะคะอันนี้ก็จะเป็นอีกอันหนึ-่งพ(ท)-ี่มีความมั่นคงปลอดภัยเพิ่มมากขึ้นรวมถึงการที่รักษาความปลอดภัยในการส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์หรือว่าการส่งอีเมลนะคะที่เราใช้กันในปัจจุบันจะมีPพ-ีจ(GP)-ีพีแล้วก็S/MIMmime(E)นะคะ2ตัวซึ่งเนื้อหาวันนี้ก็จะมีประมาณนี้นะคะการประยุกต์ใช้การเข้ารหัสลับเนี่ยมันไม่ได้มีแค่การส่งข้อความหรใน(-ือ)การส่งอีเมลการใช้งานอินเทอร์เน็ตของเราในการดูเว็บไซต์เนี่ยถ้านักศึกษาสังเกตเวลาเราเล่นเว็บไซต์เนี่ยล(ตร)งชื่อของเว็บไซต์ที่เราเข้าไปดูเนี่ยมันจะมีรูปกุญแจสีเขียวๆบางเว็บไซต์ขพ-ื(-ึ)-้นสีแดงอันนี้ถ้าสมม-ุติเราใช้GoogleChromeนะคะถ้าตัวไหนขึ้นสีเขียวมันก็แสดงว่าเว็บไซต์นั้นมีการเข้ารหัสเพื่อป้องกันการจะ(ดั)กล(จ)-ับขโมยข้อมูลของเรานะคะรวมถึงการเรียกว่าอะไรอ(ล)-่ะการสั่งงานระยะไกลนะคะก็คือบางทีเราอยู่บ้านแต่เราอยากเข้าไปดูServerที่เราดูแลอยู่ก็สามารถทำได้นะคะรวมถึงการสร้างเครือข่ายส่วนตัวนะคะให้เหมือนกับว่าเรากำลังนั่งทำงานอยู่ในบริเวณนั้นๆเช่นเราอยู่บ้านแต่เราใช้เทคโนโลยีที่เรียกว่า"Vvpn(PN")ตัวนี้จำลองให้เราเหมือนกับว่าเรายังนั่งทำงานอยู่ในมหาวิทยาลัยเพราะว่าข้อมูลบางอย่างมันไม่สามารถเข้าดูจากเครือข่ายอินเต(ท)อร์เน็ตภายนอกได้ต้องใช้อินเทอร์เน็ตภายในองค์กรเท่านั้นนะคะอันนี้ก็เป็นอีกเทคโนโลยีหนึ่งที่มีใช้งานในปัจจุบันซึ่งการพิสูจน์ตัวตนนะคะหรือว่าa(A)uthenticationเนี่ยก็เป็นการยืนยันว่าคนค(ๆ)นน-ั้นหรือสิ่งนั้นๆเนี่ยเป็นของจริงไม่ใช่การลอกเลียนแบบไม่ใช่การปลอมแปลงขึ้นมานะคะการพิสูจน์ตัวตนในรูปแบบดิจิทัลเนี่ยตั้งแต่การล็อกอlogin(-ิน)เข้าสู่ระบบไม่ว่าจะเป็นSocialMediaต่างๆนะคะระบบคอมพิวเตอร์ใดๆก็ตามผู้สืศ-ึ(-่)อกษ(ส)าเ(ร)นี่ยหรือผู้ที่ทำงานเนี่ยอาจจะเป็นมนุษย์ก็ได้เป็นUserนะคะหรือเป็นตัวคอมพิวเตอร์เองหรืออาจจะเป็นโปรแกรมก็ได้นะคะเป็นการพอย่างท-ี(-ิ)-่ส-ูจ-ุด(น์)เช่นบางพ(ท)ล-ีเราเปิดใช้งานบางอย่างเนี่ยเขาก็จะถามเราว่าโปรแกรมนี้คุณรู้จักจริงไหมจะใช้งานม-ัา(น)จริงๆหรือเปล่านะคะเพื่อพิสูจน์ได้ว่ามันไม่ใช่โปรแกรมหลอกหรือว่าเป็นโปรแกรมดักจับข้อมูลรวมถึงถ้าเราเคยใช้งานเว็บไซต์บางเว็บไซต์เวลาเรากรอกข้อมูลไปมันจะมีรูปขึ้นมาประมาณ9รูป10รูปถามว่าให้อธิบายว่าอันไหนคือรูปไฟแดงอันไหนคือไฟเขียวมันจะเป็นอีกการทดสอบหนึ่งว่าเราเป็นคนเราเป็นมนุษย์เราไม่ใช่หุ่นยนต์เราสามารถตอบคำถามได้นะคะไม่ว่าคำถามมันจะเปลี่ยนแปลงเป็นอะไรก็สามารถตอบได้อะไรก็ว่าไปนะคะหรือการเข้ารหัสข้อมูลว(ห)ร-ิธี(-ือ)เข้ารหัสเอกสารเราจะเรียกว่าเป็นกระบวนการรับรองเอกสารนะคะก็เป็นกระบวนการที่ทำให้คนที่เข(ร)าต้องการรับส่งข้อมูลด้วยเนี่ยให้ทำการพิสูจน์ได้ว่าเอกสารหรใน(-ือ)ข่าวสารน-ัะเ(-้น)นี-่(-้)ยที่เขารับไปจากเราหรือจากเราที่…จาะ(ก)เข-้าที่ส่งมาให้เราเนี่เป็ย(น)เอกสารที่มีความถูกต้องนะคะโดยจุดประสงค-์จะมีอยพ(-ู)-่2ข้อก็คือให้รับรองว่าข้อความหรือเนื้อความในเอกสารฉบับน-ัะเ(-้น)นี-่(-้)ยเป็นข้อความเดิมไม่มีการถูกเปลี่ยนแปลงใดน(ๆ)ระหว่างการส่งแล้วก็รับรองว่าสิ่งที่ส่งมาหาเราเนี่ยมาจากต้นทางที่ถูกต้องจริงๆนะคะเช่นถ้าเป็นการส่งอีเมลก็จะต้องรับรองว่าอีเมลฉบับนั้นเนี่ยส่งมาจากคนนั้นที่ระบุชื่อมาจริงๆนะคะเนื้อความในจดหมายหรือข้อความในเอกสารน-ั้นะเ(ๆ)นี่ถย(-ู)ก-ูเขียนทั้งหมดโดยผู้ส่งเองอย่างถูกต้องนะคะอาจจะมีการรับรองเอกสารนะคะว่าเป็นเอกสารที่ส่งตามกำหนดไม่ได้มีการล่าช้าไม่มี…ไม่มีเอกสถาน(ร)ที่เกิดการส่งซ้ำนะคะก็คือบางทีมันอาจจะถูกโจมตีว่าทำDupliด-ู(c)aเขต(te)เอกสารขึ้นมาหรใน(-ือ)การท-ำซ้-ำเอกสารขึ้นมาทำให้เราสับสนว่าฉบับไหนเป็นฉบับจริงนะคะก็จะมีกลไกในการป้องกันปัญหาเหล่านี้ที่จะเกิดขึ้นด้วยบางคนก็จะใช้การเข้ารหัสลับนะคะซึ่งวิธีการรับรองเอกสารที่ง่ายที่สุดก็คือการเข้ารหัสเอกสารถ้าง-่า-ั้น(ย)ที่สุดก็จะเป็นการเข้ารหัสแบบคีย์เดียวนะคะท(ค)-ีย-่(-์)เดี-่ยวนี่แหละโดยสมมติว่าผู้รับและผู้ส่งมีกุญแจร่วมกัน1ดอกนะคะเมื่อเราต้องการจะส่งเอกสารเร(ก็)าจะต้องเป็นผู้รับที่มีกุญแจดอกน-ั้ะเ(น)นี่ยสามารถถอดรหัสเอกสารได้นะคะโดยที่การเข้ารหัสเนี่ยมันก็ถือว่าเป็นการรับรองเอกสารอีกวิท(ธ)-ีหนึ่งนะคะสามารถตรวจสอบความผิดพลาดได้แล้วก็มีการกำหนดหมายเลขลำดับกระบวนการทำงานก็ทำให้แน่ใจว่าเอกสารไม่มีความผิดพลาดแลเรา(-้ว)ก็ไม่มีการทำซ้ำนะคะแล้วก็จะมีTimท(e)stam-ำแฟ้ม(p)ก็คือการลงเวลาวันที่ที่ส่งลักษณะจนความละเอียดจนถึงวินาทีเลยนะคะตรวจสอบเวลาที่รับเวลาที่ส-่งซึ-่งเอกสารถ้าสมม-ุติว่าเราไม่มีกุญแจนะคะหรือเราเป็นโจรที่ดักจับข้อมูลไปแล้วเอกสารฉบับนั้นเขาได้เข้ารหัสแล้วมันจะเป็นตัวหนังสือแบบนี้ที่เราไม่สามารถอ่านได้จะต้องใช้กุญแจในการถอดรหัสเท่านั้นถึงจะแก้ไขหรืออ่านเอกสารที่เขาส่งมาได้นะคะอันนี้ก็คือเขาก็บอกเลยว่าเขาเป็นข้อมูลลับนะคะจะต้องมีท(ค)-ีย-่(-์)หรือกุญแจในการถอดความประ(ออก)มาทเท่านั้นถึงจะสามารถอ่านข้อมูลได้เป็นต้นนะคะแล้วก็การรับรองเอกสารบางทีเราก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเข้ารหัสนะคะอย่างเอกสารบางอย่างนี่เป็นเอกสารที่เปิดเผยอยู่แล้วเช่นเอกพ(ส)าลง(ร)สัญญาประกาศหรือว่ากฎระเบียบต่างๆเนี่ยเพราะว่าถ้าเราเข้าเข้ารหัสทุกๆเอกสารเนี่ยมันเสียเวลานะคะมันก็จะมีเวลาในการประมวลผลใช้เวลาเหล่านี้เกินความจำเป็นนะคะถ้าเป็นเอกสารที่เราสามารถเปิดเผยได้ก็ไม่ควรเข้ารหัสนะคะเพราะการเข้ารหัสมันไม่ได้หมายความว่าเอกสารฉบับน-ัะเ(-้น)นี่ยจะเป็นฉบับที่สมบูรณ์อย่างนี้เป็นเอกสารในการทำสัญญาใดๆนะคะถ้ามันไม่มีข้อมูลที่ล-้-ับ(-ำ)มากก็ไม่ต้องเข้ารหัสนะหา(คะ)เช่นการนัดหมายต่างๆนะคะยกเว้นว่าเป็นข้อมูลที่เป็นข้อมูลที่ไม่สามารถเปิดเผยได้เช่นข้อมูลทางการแพทย์ก็อาจจะต้องมีการเข้ารหัสเพราะว่ามันเป็นเรื่องสิทธิส่วนบุคคลนะคะประวัติการรักษาอะไรพรุ(วก)-่งนี้ก็ยังจำเป็นต้องเข้ารหัสแต่สมมตบบ(-ิ)ว่าเป็นการกรอกใบจองรถยนต์นะคะการจองคิวเข้าร้านอาหารการจองคิวสินค้าหรือการสั่งสินค้าอะหรือพ(ไ)รพ-ุ-่ง(วก)นี้ก็ไม่ต้องเข้ารหัสก็ได้นะคะอันแรกเป็นเทคโนโลยีที่เราใช้ในการเข้ารหัสข้อความนะคะเราจะเรียกว่าMACM-A-CนะคMS4(ะ)เป็นการเข้ารหัสข้อมูลเพื่อใช้พิสูจน์ความคงสภาพของข้อมูลโดยใช้กุญแจรับนะคะข้อความมีขนาดยาวเท่าไหร-่ก็ได้มันจะคำนวณโดยทางคณิตศาสตร์ออกมาเป็นค่าMACนะax(คะ)การที่จะถอดรหัสหร-ืาย(อ)การพิสูจน์ทราบข้อมูลก็จะต้องมีกุญแจรับเช่นเดียวกันนะคะจะมีการเข้ารหัสด้วยค่าHแฮช(ash)ซึ่งเรียนเมื่อสัปดาห์ก่อนๆนะจ(ค)ะเพื่อสร้างเป็นข้อความที่ถูกเข้ารหัสนะคะหลังจากนั้นเราจะเอาส่วนของMac(AC)เนี่ยไปเชื่อมเข้ากับข้อความที่เราต้องการจะส่งนะคะกระบวนการสร้างนัก(MAC)เนี่ยในการรับรองเอกสารนะคะจะต้องสามารถตรวจสอบได้โดยใช้ฟังก์ชันทางคณิตศาสตร์แล้วก็กุญแจรับโดยไอ้ค่าMax(AC)เนี่ยมันจะติดไปกับข้อความที่เราต้องการจะส่งด้วยนะคะเมื่อผู้รับได้รับเอกสารแล้วก็ค่าMAax(C)ที่ได้นะคะก็จะมีการใช้ฟังก์ชั-่นทางคณิตศาสตร์ที่เป็นรหัสลับตัวเดียวกันในการถอดรหัสนะคะเช่นส่งจากAabb(ไปB)เราอาจจะเรียกว่าเป็นรหัสลับAV(B)ก็ได้นะคะก็ถ้าเป็นการสร้างแบก(บ)นี-ุฏ-ิ(-้)ขึ้นมาแต่ละรหัส…แต่ละรหัสลับจะใช้เฉพาะเอกสารคู่ใดคู่หนึ่งเท่านั้นถ้าคุณจะส่งเอกสารฉบับใหม่คุณก็ต้องสข(ร)-้างค่ๆแม(า)M-็กซ(AC)-์ใหม่แล้วก็แปะไปกับเอกสารชิ้นใหม่จะไม่ใช้อันเดิมนะคะเพราะว่า(มัน)จะเป็นการสร้างฟังก์ชันทางคณิตศาสตร์อันใหม่ไปเรื่อยๆทุกๆข้อความนะคะโดยเอกสารที่เราได้รับมานะคะเมื่อผ่านฟังก์ชันทางคณิตศาสตร์แล้วการคำนวณค่าMAax(C)ก็จะได้ค่าที่ค่าเท่ากันแต่กระบวนการคิดเนี่ยระหว่างทางนี่เราไม่รู้ว่าเขาใส่รหัสอะไรแต่มันจะต้องถอดรหัสได้เหมือนกันนะคะโดยการเปรียบเทียบเนี-่(-้)ยมันก็จะไปเทียบกับค่าแ(M)ACทีม็กกี-้(-่)แนบกับเอกสารวม(-่)าเป็นค่าเดียวกันไหมถ้าเป็นค่าเดียวกันก็สามารถอนุมานหรือว่าตั้งสมม-ุติฐานได้เลยว่าข้อความที่ได้รับมาหรือที่ส่งไปเนี่เป็ย(น)ข้อความเดียวกันถ้5(า)มีการเปลี่ยนแปลงเนื้อหาค่าMAถ้าแม-็(C)กมันก็จะเปลี่ยนปลายทางต้นทางจะไม่เท่ากันเพราะว่าถ้ามีการเปลี่ยนข้อความค่าMax(AC)ก็จะเปลี่ยนด้วยนะคะและมันก็จะไม่สามารถสร้างค่าแพ็(MAC)คเหมือนเดิมได้นะไม-่(ค)ะด้วยรู้เ(ก)รหมือ(ะบว)นก-ัน(าร)อันน-ี้มันเลยเป็นการรับรองเอกสารได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องเข้ารหัสข้อมูลนะคะแต่ถ้าใช้ร่วมกับการกำหนดลำดับการทำงานการใช้Timestaทำ(mp)ก็คือการปั๊มเวลาลงไปด้วยเนี่ยวิธีการนี้ก็จะยิ่งก(ป)ลอว่า(ด)ภัยกับการใช้งานขึ้นมากขึ้นไปอีกนะคะการใส่รหัสPพา(a)ssworสเวิร-์(d)ดอันนี้ทุกคนใช้อยู่แล้วนะคะทั้งคอมพิวเตอร์ทั้งโทรศัพท์มือถือซึ่งการใช้รหัสเนี่ยก็เป็นการป้องกันอย่างน้อยที่สุดนะคะแล้วก็เป็นการพิสูจน์ทราบตัวตนว่าคนที่ต้องการจะเข้าใช้งานคอมพิวเตอร์หรือต้องการใช้งานระบบหรือต้องใช้งานใช้งานโทรศัพท์มือถือเครื่องนี้เป็นใครหรืออย่างน้อยก็จะต้องเป็นคนที่รู้รหัสผ่านนะคะโดยทั่วไปแล้วรหัสผ่านเราจะไม่เก็บไว้ในรูปแบบข้อความธรรมดานะคะแต่จะถูกเข้ารหัสไว้ด้วยa(A)lgorithmมึ(บา)งอย่างเพื่อไม่ให้มันถูกขโมยไปได้อย่างง่ายๆเช่นบางคนก็จะมีวิธีการคิดรหัสผ่านไม่เหมือนกันบางคนคิดแบบง่ายๆเอาตัวเองที่คิดว่าจะจำได้บางคนก็อาจจะเป็นรหัสผ่านที่มีความหมายกับตัวเขาแถมเข้ากับa(A)lgorithmเข้าไปอีกยิ่งยากเข้าไปอีกนะคะการแลกเปลี่ยนรหัสผ่านบนเครือข่ายเนี่ยปกติแล้วมันจะต้องมีการเข้ารหัสก่อนนะคะเพื่อป้องกันการถูกดักจับระหว่างทางนะคะมันก็เลยมีโปรโตคอลท(ห)นึ-่งนะคะที่เรียกว่า"Kerberoาเขตร้อน(s")นะคะเป็นโปรโต-ัว(คอ)ละครสำหรับการพิสูจน์ทราบตัวตนนะคะก่อนที่จะมีการสื่อสารบนเครือข่ายระหว่างกันโดยใช้การเข้ารหัสแบบกุญแจลับออกแบบและพัฒนาโดยMITนะคะกไ(-็)ด้วยตัวKerberที่เป็(os)นล้อเส-ีย(-่)มันก็เป็นมาตรฐานสำหรับการยืนยันตัวตนบนเครือข่ายว่าใครเป็นคนใช้งานคอมฯเครื่องนี้จะมีเวลาในการทำการยืนยันตัวตนนะคะการไปใช้งานในระบบเริ่มกี่โมงออกกี่โมงนะคะโดยหลักการของKerbAnd(e)rosนid(-ี่)ก็คือผู้ใช้งานจะต้องไปขอตั๋วก่อนขอTicketนะคะมาจากServเซิร-์ฟ(er)เวอร์แล้วก็เอาตั-๋วนั้นน่ะหรือTicke17ต(tน)-ัว(-้)นะเนี่ยไปโชว์ให้กับเครื่องไปลายทางที่จะล็อLo(ก)อgin(-ิน)เพื่อเข้าไปใช้งานได้ก็คือเหมือนก่อนที่เราจะขึ้นรถโดยสารเราก็ต้องซื้อตั๋วอารมณ์นั้นเลยนะคะโดยสถาปัตยกรรมของKerberoเข(s)ตร้อนเส-ีย(-่)งจะเป็นแบบc(C)lientServerนะคะทุกๆHostทีคน(-่)อยู่บนเครือข่ายจะต้องมีการสร้างค-ีย์ร(ล)-ับของตัวเองนม-ี(ะ)คะม-ีKย์(ey)Centerหรือศูนย์กลางในการสร้างกุญแจลับหรืออาจจะเป็นServerที่ทำหน้าที่จัดการแล้วก็เก็บด(ค)-ีย์ทุกๆHoคน(st)ของเครือข่ายเอาไว้นะคะไอ้หน้าที่ของKeyCeพรีเซ-็(n)tนเต(er)อร์เนี่ยมันจะมีตั้งแต่การพิสูจน์ทราบตัวตนแล้วก็การแจกจ่ายตั-๋วนั-้(-่)นเองนะคะมี2หน้าท-ี่โดยKerberosน-ี่มันประกอบไปด้วยเปรียบเทียบได้กับเหมือนสุนัข3หัวนะคะเพราะว-่าโปรโตคอน(ล)เนี้ยจะประกอบไปด้วย3ส่วนก็คือส่วนc(C)lientส่วนเ(S)erverซิร์ฟเวอร์แล้วก็ส่วนของKeพร-ี(y)Centeเซนเตอ(r)ร์3หัวคล้ายๆกับในหนังจริงๆแล้วมันอาจจะได้i(I)nspiredมาจากหนังก-็ได้นะคะโดยสถาปัตยกรรมของKerberosนFC(-ี่)จะต้องมีส่วนServเซิร-์ฟ(er)เวอร์เพื่อเอาไว้ในการยืนยันตัวเองนะคะแล้วก็จะต้องมีKeyCenterกพรีเซนเตอร-์(-็)เป็นตัวที่ไว้คอยยืนยันตัวตนแล้วก็แจกจ่ายตั๋วหลักการทำงานก็คือเราต้องร้องขอตั๋วไปก่อนแล้วก็ไอ้ตัวKeyCenterก็จะเอาตั๋วกลับคืนมาให้เรานะคะพอได้ตั๋วมาแล้วก็ต้องขอตั๋วสำหรับการที่เราจะต้องทำงานอะไรเช่นเราอยากใช้ฐานข้อมูลมันก็จะได้ตั๋วของกา-ัน(ร)ให(ช)-้ฐานข้อมูลมานะคะถ้าอยากใช-้เคร-ื่องServเธอว-่า(er)อีกก็ต้องขอตั-๋วสำหรับการใช้เครื่องServerไอ้ตัวKเขี(ey)ยวCenterก็จะแจกตั-๋วอันใหม่มาให้เพื่อเป็นกา-ัน(ร)ยืนยันว่าเราเป็นคนที่ต้องการใช้งานจริงๆนะคะหลักการทำงานก็จะเป็นอย่างนี้ส่งไปส่งกลับส่งไปส่งกลับตลอดนะคะการรักษาความปลอดภัยของจดหมายอิเล็กทรอนิกส์หรือว่าอีเมลน่ะนะคะการรับส่งอีเมลเนี่ยปกติแล้วเวลาเราส่งข้อมูลบางอย่างผ่านอีเมลเนี่ยเราก็จะไม่มีการเข้ารหัสข้อมูลนะคะในอดีตแล้วเนี่ยถ้าเราต้องการจะปกปิดข้อความในอีเมลก็จะเป็นหน้าที่ของUserเองหรือผู้ใช้งานเองที่ต้องหาทางปกปิดข้อมูลเหล่านั้นนะคะซึ่งปัจจุบันผู้ให้บริการนะคะก็มีบริการเข้ารหัสโดยอัตโนมัติอยู่แล้วนะคะซึ่งโปรโต-ัว(คอ)ละครที่นิยมใช้ในการเข้ารหัสอีเมลก็จ-์(ะ)มี2ตัวนะคะPพีจีพี(GP)แล้วก็S/fm(M)Iime(ME)2ตัวนี้นะค-่ะไอ้ตัวแรกPGPมันย่อมาจากPrettyGoodp(P)rivacyนะคะก็คือความเป็นส่วนตัวข(ท)-ี-้(-่)ค่อนข้างดีนะคะเป็นวิธีการที่นิยมมากสำหรับการเข้ารหัสอีเมลให้มีเป็นแบบเป็นควผล(าม)ลัพ(บ)ธ์นะคะวิธีการที่ใช้เทห(ข้)ารหัสก็จะเป็นแบบใช้กุญแจสาธารณะโดยที่เครื่องClieขยาย(nt)หรือว่าเครื่องลูกข่ายเนี่ยจะต้องเก็บกุญแจสาธซะน(ารณ)ะห(ไ)วย(-้)เองนะคะซ-ึ-ื-้อ(-่ง)กุญแจสาธารณะเนี่กย(-็)เป็นที่รู้จักโดยทั่วไปแล้วก็เชื่อถือได้นะคะเช่นถ้าผู้หญิงคนหนึ-่งต้องการจะส่งกุญแจสาธารณะไปให้เพื่อนนะคะเขาก็จะถามเพื่อนผ่านทางอีเมลว่ามีกุญแจสาธารณะไหมนะคะหรือบางทีถ้าเป็นกุญแจสาฐ(ธ)ารน(ณ)ะทั่วไปก็สามารถดาวน์โหลดได้จากSเซ(e)rver-ิร์ฟเวอร์หรือว่าสิ่งที่เขาแปะลิงค(ก)-์ไว้ล่วงหน้าอยู่แล้วนะคะอันนี้คือจะไม่ค่อยไม่ค่อยซีเรียสมากนะคะในการส่งข้อมูลโดยตัวพ(P)GP-ีจีพีเนี่ยมันก็ถือได้ว่าเป็นการเข้ารหัสข้อมูลแบบผสมนะคะตัว(โดย)ที่จะใช้ท-ั้-ำ(ง)กุญแจร(ล)-ับแล้วก็กุญแจสาธารณะแปล(ต่)คอมพิวเตอร์ยุคแรกแรๆ(ก)มันมีความสามารถไม่เพียงพอต่อการเข้ารหัสด้วยกุญแจสาธารณะอย่างเดียวนะคะมันเลยใช้กุญแจร(ล)-ับในการเข้ารหัสข้อความแล้วก็ใช้กุญแจสาธารณะในการถอดรหัสอีกทีหนึ่Ep1(ง)นะคะแต่ปัจจุบันเนี่ยมันก็ใช้แค่กุญแจสาธารณะในการเข้ารหัสข้อความโดยตรงเลยก็ได้นะคะก็ส่วนมากนะคะก็ถ้ามันไม่ได้เป็นข้อมูลทางธุรกิจที่ซีเรียสมากๆพ(น)-ี-่จ-ีพี(PGP)ก็เพียงพอต่อการเข้ารหัสอยู่แล้วนะคะโดยPGPเนี่ยสถาปัตยกรรมของมันก็คือมันจะรวมเอาคุณสมบัติที่ดีที่สุดบางอย่างของกุญแจสาธารณะนะคะมาผสมกับกุญแจที่เป็นคีย์ลัด(บ)นะคะถ้าเข้ารหัสด้วยข้อความธรรมดานะคะก่อนอื่นเลยมันจะต้องบีบอัดข้อความก่อนให้ข้อมูลมันเล็กลงมันจะประหยัดเวลาในการส่งนะคะแล้วก็ถ้ายิ่งเล็กมันก็สามารถควบคุมความปลอดภัยได้ง่ายหๆบา(ลั)งจากบีบอัดข้อมูลแล้วนะคะก็จะสร้างกุญแจเขาเรียกว่ากุญแจชั่วคราวแล้วกันเป็นคีย์ลัด(บ)ที่แบบใช้ครั้งเดียวโดยกุญแจน-ี-่าจะเป็นการสุ่มตัวเลขทางคณิตศาสตร์นะคะอาจจะเป็นการสุ่มการเคลื่อนไหวของเมาส์หรือจ-ั(า)กสุ่มจากการกดแป้นพิมพ์โดยกุญแจชั่วคราวนี้เนี่ยจะทำงานได้อย่างปลอดภัยเพราะว่ามันมีการเข้ารหัสที่ค่อนข้างรวดเร็วนะคะผนร(ลล)-ัพธก(-์)ก็คือข้อความที่ถูกเข้ารหัสแล้วนะคะก็จะมีกุญแจในการเข้ารหัสรวมถึงใช้กุญแจสาฐ(ธ)ารน(ณ)ะของผู้รับเป็นตัวถอดรหัสนะคะก็กุญแจตัวนี้บางครั้งเราอาจจะส่งไปพร้อมกับข้อความที่เราเข้ารหัสไว้แล้วด้วยนะคะอีกโค(ป)รโตค-ั้ง(อลห)นึ-่งนะคะS/MIMEนะคะก-็เป-็นมาตรฐานการเข้ารหัสแบบใช้กุญแจสาธารณะแต่เพิ่มลายเซ็นดิจิทัลเข้าไปด้วยนะคะฟังก์ชันการทำงานเนี่ยมันประยุกต์ใช้กับโปรแกรมที่ใช้งานอีเมลอย่างเช่นMicrosoftOutloo(c)kได้นะคะก็ถ้าการทำงานในองค์กรธุรกิจเนี่ยเขาจะไม่ค่อยใช้เว็บไซต์ในการอ่านอีเหม-ี(ล)ยวเท่าไหร-่เขาจะใช้เป็นโปรแกรมเลยเพราะว่าบางทีอีเมลเข้ามาจำนวนปริมาณมากพื้นที่ในการจัดเก็บอีเมลถ้าเป็นออนไลน์เนี่ยมันน้อยนะคะเขาก็เลยมาประยุกต์ใช้กับโปรแกรมที่สามารถเปิดผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์ได้ด้วยนะคะการทำงานนะคะก็จำเป็นจะต้องมีการสร้างข(ค)-ีย-่(-์)แล้วก็ขอใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์นะคะจากCAหรือว่าองค์กรที่ให้บริการด้านใบรับรองนะคะโดยองค์กรนี้เนี่ยอาจจะตั้งServerเองหรือร้องขอจากCท-ี(A)-่อื่นที่ให้บริการบนอินเทอร์เน็ตก็ได้เช่นบริษัทVeriทบร-ิ(S)iษ-ัท(gn)นะคะการเข้ารหัสอีเมล-์เนี่ย(ผ)ก-ู-้ส่งจำเป็นจะต้องมีCAของผู้รับด้วยก็คือใบรับรอล-็(ง)อค(-ิ)เล็กทรลขคณ(อน)-ิกสต(-์)ของผู้รับด้วยนะคะตรวจ(โดย)พื้นฐานแล้วการพิสูจน์ทราบตัวตนน-ี่เราจะขอแค่e(E)maila(A)ddressนะคะโดยใบรับรองนี่หรือCAนี่อาจจะปacasia(ระ)กาศใร(บ)รับรองหรือข้อมูลอื่นๆไว้นะคะสำหรับการอ้างอิงแต่ข้อเสียก็คือถ้าใครมีชื่ออีเมลของเราทั้งชื่อท-ัา(-้)งอีเมลเขาอาจจะเอาข้อมูลของเราตแบบ(-ัว)นี้ไปเพื่อจุดประสงค์อื่นก็ได้ถามว่าปลอดภัยไหมปลอดภัยแต่ถ้าเขามีข้อมูลแล้(เรา)วครบมันก็จะเริ่มไม่ค่อยปลอดภัยเท่าไหร-่นะคะแต่มันก็ทำให้เราไม่เสียเวลาต่อมาความปลอดภัยของเว็บไซต์นะคะโดยปกติการสื่อสารของWWWww(น)-ี่หรือว่าw.websizeเว็บไซต์นี่ยนะคะเขาจะใช้โปรโตคอลHht(T)Ttpค(Pพ)อร์ด(ต)ที่ใช้คือเบอร์80มันจะเป็นการสื่อสารระหว่างServerกับc(C)lientก็คือเครื่องแม่ข่ายกับเห(ค)รื-่องลูกข่ายนะคะโดยปกติแล้วโปรโตคอลHht(T)Ttp(P)เนี่ยเขาจะไม่มีการเข้ารหัสข้อมูลเพราะฉะนั้นถ้าใครต้องการจะดักจับข้อมูลนี่ก็สามารถทำได้นะคะถ้าเป(ว)-็น(บ)ไซฟแ(ต์)น-ั้นซ์ป้องกันความปลอดภัยได้ไม่ดีพอมันเลยมีพัฒนาการของผ(โ)-ู้ปรโก(ต)ครอง(ล)ที่ชื่อว่าS-HTThttp(P)เพิ่มคำว่า"s(S)ecure"ก็คือความปลอดภัยขึ้นมานะคะหลักการคือเขาก็จะสร้างโปรโตก(ค)ฎของ(ล)Hhttp(TTP)ให้มีความสามารถในการเข้าแล้วก็ถอดรหัสในตัวเองได้เองนะคะโดยใช้เทคนิคการเข้ารหัสของRSr(A)มsa(-ี)การเข้ารหัสแบบที่ใช้กุญแจสาธารณะแต่ว่าไอ้ตัวS-HTTscpเ(P)นี่ยก็ไม่เป็นที่นิยมเท่าที่ควรนะคะม-ัา(น)เลยพัฒนาตัวใหม่ขึ้นมาเป็นh(H)TTttpน(PS)ะคะเพิ่มเทคโนโลยีSSssl(L)ขึ้นมานะคะเป็นการเข้ารหัสแบบc(C)lientกับเอ้ยไม่ใช่สิServerกับBrowserเมื่อกี้เป็นCใค(l)iรAdd(ent)Serverคราวนี้เป็นClS(i)erver(nt)กับSB(e)ro(v)wserใช้พอpo(ร)-์rt(ต)หมายเลข443แทนพอร์port(ต)80นะคะตอนแรกเข้ารหัสนะคะ4040bitต่อมB(า)เขานิยมใช้เป็น2048B(b)itเพราะว่าไม่ได้ใช้เวลาในการถอดรหัสนานเทข-้(-่)าตัวเดิมนะคะไอ้ตัวs(S)Ssl(L)คืออะไรนะคะเป็นการพิสูจน์ตัวตนระหว่างw(W)ebServerกับตัวค(ผ)-ู-่(-้)ใช้ผู้ขอใช้บริการนะคะเริ่มต้นก็จะมีการตกลงกันก่อนว่าจะใช้Algorithmอะไรที่มาลัยใช้คีย์อะไรในการเข้ารหัสแล้วก็การพิสูจน์ต-ัวตนนะคะการสื่อสารจะเริ่มต้นโด-้วยการมีการส่งของการเข้ารหัสด้วยกุญแจชั่วคราวซึ่งส่วนใหญ่w(W)ebServerกับWebBrowserจะรองรับตัวละครนี้อยู่แล้วถ้าสังเกตนะคะเหมือนที่อาจารย์บอกก็คือตรงก่อนชื่อเว็บไซต์มันจะมีตพ(-ั)วงกุญแจสีเขียวแล้วก็ตัวHTTPhttps(S)มันก็จะเป็นสีเขียวนั่นคือแสดงว่าเว็บไซต์นี้มีการป้องกันการอะไรล่ะการเจาะระบบหรือการดักจับข้อมูลนะคะหลาใน(ยๆ)เว็บมีนะคะเว็บที่เว็บหลักๆส่วนใหญ่ใช้เทคโนโลยีนี้นะคะโดยการทำงานของSอ-ิ(S)Lนเทอร์เน-็ต(-ี่)จะทำงานอยู่ในชั้นTransportl(L)ayerนะคะก็เป็นการพัฒนาต่อมาจาก3(S)SLปกติให้รองรับDigitals(S)ignatureหรือว่าลายเซ็นดิจิทัลเพิ่มขึ้นมาด้วยการทำงานของSssl(SL)นะคะเทียบกับตัวHhttp(TTP)ปกติที่ไม่มีการเข้ารหัสป้องกันข้อมูลถ้าการส่งข้อมูลปกติเปไม่(-็น)กล้ารส่งข้อมูลเขาก็จะรู้เลยว่าUserชื่ออะไรPasswordอะไรแต่ถ้ามีวิธีการรับส่งข้อมูลด้วยSSssl(L)ชื่อผู้ใช้งานกับรหัสจะถูกเข้ารหัสให้ไม่สามารถอ่านได้แล้วก็จะมีการบอกสถานะว่าการล็อกอินนี้ใช้ตั้งแต่เวลากี่โมงก็คือมีกุญแจชั่วคราวในการกำหนดด้วยว่าการเข้าระบบครั้งนี้เริ่มต้นตั้งแต่ตอนไหนม-ีTime-ีทำแส(s)tตมป์(amp)ด้วยนะคะการสั่งใช้งานระยะไกลหรือการถ่ายโอนไฟล์นะคะหรือการส่งข้อมูลใดๆก็ตามผ่านเครือข่ายนะคะการRemoteรีโมทl(L)oginน(ห)ราฬิ(-ือ)การRemoteเข-้าใช้ระบบเนี-้ในระยะไกลน-่ย(ะ)คะจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้การเข้ารหัสข้อมูลเพื่อต(ป)-้องกันการหาแอบดูข้อมูลหรือการดักจับข้อมูลต(น)-ัวละคะโปรโตคอลที่ใช้ในการRemotel(L)oginหรือว่าการเข้าสู่ระบบแ(ร)ละยา(ะ)ไก-่(ล)ทั่วไปนี่เขาจะใช้เ(T)ELNEร็วเน(T)-็ตนะคะเพื่อเข้ารหัสการสื่อสารอาจจะมีโปรโตคอลที่ใช้ในการดาวน์โหลดง(ก)าน(ร)ทั้งดาวน์โหลดไฟล์อัพ(ป)โหลดไฟล์เราจะเรียกว่าftp(FTP)หรือว่าf(F)ileTransferp(P)rotocolนะคะโดยปกติแล-้วะst(F)Tpเ(P)นี่ยมันจะไม่มีการเข้ารหัสเขาก็เลยพัฒนาโปรโบน(ต)คอลเรียกว่าSht(F)Ttp(P)sดีขึ้นมาเพื่อให้เพิ่มคำว่าSecurซีเคีย(i)tyน่วริต-ี(ะ)-้ราค-่า(ะ)ให้มันมีการเข้ารหัสข้อมูลเค(พ)ร-ื่องมีความปลอดภัยเพิ่มมากขึ้นซึ่งตัวที่เข้ารหัสเพื่อความปลอดภัยนะคะก็คือHSS(H)ก็เป็นรูปแบบของการเข้ารหัสการRemotel(L)oginแล้วก็การส่งการถ่ายโอนข้อมูลที่นิยมมากที่สุดนะคะเป็นการรับส่งข้อมูลระหว่างเครื่องแม่ข่ายกับเครื่องลูกข่ายหลักการก็คือเครื่องลูกข่ายจะเชื่อมไปยังเครื่องแม่ข่ายนะคะแล้วก็สร้างกุญแจสาธารณะสำหรับการเชื่อมต่อนะคะโดยโปรแกรมที่นิยมใช้ก็จะมีโปรแกรมไปหลายๆโปรแกรมที่นิยมใช้งานกันที่เห็นเยอะๆก็จะเป็นPuttฟุตต-ี(y)-้กับOpenSSHนะคะหน้าตาของโปรแกรมPuttyนฟุตบ(ะ)คอล(ะ)เป็นโปรแกรมสำหรับRร(e)m-ีโมท(ote)หรือว่าการสั่งงานระยะไกลนะคะแต่เวลาใช้งานเราจะไม่สามารถบังคับเร(ม)าส์ได้เขาจะทำงานโด-้วยก-ัน(าร)ใช้คำสั่งที่เรียกว่าCommandLiINE(ne)ก็คือพิมพ์คำสั่งทีละบรรทัดนะคะเพราะว่าโปรแกรมตค-ืน(-ัว)นี้เนี-่(-้)ยจะทำงานอยู่บนServerที่ชื่อว่าLinuxซึ่งเป็นo(O)pensourceนะคะโปรแกรค-่(ม)นี้เนี่ยก็มีใชคร(-้)มาน(ต)-ั-่(-้)งแต่ปี1997ปัจจุบันก็ยังมีใช้นะคะก็เอาไว้สำหรับการเชื่อมต่อหรือว่าการสั่งงานระยะไกลจากคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งไปอีกเครื่องหนึ่งนะคะก็การทำงานก็คือต้องพิมพ์คำสั่งหรือส่งคำสั่งไปที่เครื่อง…เครื่องแม่ข-่ายเครื่องServerก่อนก็ถ้าเราทำงานที่บ้านโปรแกรมนี้ก็จะจำลองให้เราเหมือนกับว่าเรานั่งทำงานอยู่หน้าเครื่องServerเลยนะคะข้อความจริงๆแล้วมันก็อาจจะไม่สวยงามแต่มันก็เปลี่ยนสีฟ-ั(อ)นต์ได้เปลี่ยนขนาดเปลี่ยนสีพื้นหลังได้ตามใจชอบแต่แค่เราใช้เมาส์บังคับไม่ได้แค่นั้นเองนะคะต้องพิมพ์คำสั่งทีละบรรทัดในการสั่งงานการทำงานของSSHนssd(-ี่)มันทแร(-ำ)งงานในลักษณะของc(C)lientServerนะคะมี2ส่วนก็ในส่วนของServerเ(น)ด-ี-๋(-่)ยวก็จะมีการติดตั้งโปรแกรมนะคะซึเส-ี(-่)ยงส่วนใหญ่เครื่องแม่ข-่ายเนี่ยระบบปฏิบัติการบางที-่เขาจะไม่ใช้Windowsเขาจะใช้เป็นLinuxเพราะว่ามันเป็นโปรแกรมฟรีนะคะแล้วก็ถ้าคนที่ไม่ค่อยชำนาญก็จะไม่ค่อยถนัดในการใช้งานด้วยนะคะโดยตัวSSHนีssnet(-่)จะติดตั้งเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้งานร่วมกันกับบริการอื่นๆเช่นบริการw(W)ebServerบริด(ก)ารอวน์(-ัป)โหลดไฟล์พร(สิ)-ุ-่งพวกนี้ก็เพื่อความปลอดภัยระหว่างการน(ร)-ับและส่งข้อมูลนะคะรวมถึงเป็นการตั้งแต่อัพ(ป)โหลดข้อมูลจะ(น)ถึงดาวน์โหลดข้อมูลก็มีตัวSSHตัวนี้นะคะในการป้องกันความปลอดภัยเพิ่มขึ้นด้วยการป้องกันความปลอดภัยของเครือข่ายนะคะในระดับที่ต่ำลงมาเมื่อกี้เมั(ป็)นฉ(ช)-ั-้นApplicationl(L)ayerคราวนี้จะเป็นชั้นNetworkl(L)ayerว่(ก็)าจะต้องเป็นโปรโตคนขอลที่ทำงานในระดับชั้นของเครือข่ายนะคะโปรซึ-่(โ)งตค-ัวละคร(อ)ลในการรักษาความปลอดภัยของเครือข่ายกว-่(-็)าจะเป็นVPNโปรโตคvpnดูละคร(อล)ย่อยที่นิยก(ม)ลงมาก็คือเป็นIPsecนะคะVPNหรือxv(ว)-่pn(า)VirtualPrivateNetworkก็เป็นเครือข่ายส่วนบุคคลเสมือนเราอาจจะสร้างเพื่อการแชร์ลิงกLink(-์)ต่างๆหรือการจำลองสถานที่เช่นการใช้งานอินเทอร์เน็ตนะคะผู้ใช้งานสามารถแชร์ข้อมูลผ่านเครือข่ายที่เข้ารหัสไว้นะคะให้เหมือนกับว่าเป็นการสื่อสารกันแค่ภายในเครือข่ายส่วนบุคคลเท่านั้นข้อดีคือถ้าคนอยู่นอกองค์กรหรือนอกเครือข่ายที่คุณสร้างไว้เนี่ยเขาจะเข้ามาภายในเครือข่ายที่คุณสร้างไว้ไม่ได้เพราะฉะนั้นมันก็ถือว่าเป็นการเชื่อมต่อเครือข่ายภายในองค์กรได้ค่อนข้างปลอดภัยนะคะก็จว(ะ)-ัดเส(ห)ม-ื-็ด(อน)มีเกราะป้องกันหรือท่อป้องกันการสื่อสารอีกชั้นหน-ึ่งซ-ึ่งI(V)PNมัM(น)ก็มีอยู่3ประเภทนะคะตามลักษณะการใช้งานเช่นการเชื่อมต่อผู้ใช้ระยะไกลสำหรับพนักงานที่ต้องเดินทางบ่อยๆแต่จำเป็นที่จะต้องเข้าถึงข้อมูลที่เป็นข้อมูลเฉพาะภายในองค์กรเท่านั้นก็สามารถเชื่อมต่อได้กล-ับเป็นการเชื่อมต่อเครือข่ายย่อยขององค์กรเช่นการเชื่อมต่อสาขาต่างๆขององค์กรนะคะเช่นสาขาธนาคารตามต่างจังหวัดตามต่างอำเภอเข้ากับสำนักงานใหญ่หรือเป็นการเชื่อมต่อระหว่างองค์กรที่จำเป็นจะต้องมีการส่งข้อมูลระหว่างกันเล(ช)-่นจากธนาคารหนึ-่งไปอีกธนาคารหนึ่งเป็นต้นนะคะการทำงานของVvpn(PN)เนี่ยก็มีเส้นทางการทำงานคล้ายๆกับเครือข่ายที่ให้บริการทั่วไปคข(-ื)องเครือข่ายสาธารณะนะคะก็เรื่องความปลอดภัยความเป็นส่วนตัวก็จะต้องเป็นสิ่งที่ให้ความสำคัญนะคะตั้งแต่มีการเข้ารหัสข้อมูลก่อนส่งข้อมูลเพื่อความปลอดภัยนะคะข้อมูลแล้วก็การส่งข้อมูลจะส่งผ่านเขาเรียกส(ว)-่า"อุโมงค์ข้อมูล"นะคะมันจะสร้างครอบไว-้จะสร-้างตั้งแต่จุดต้นทางไปจนถึงปลายทางนะคะไม่อนุญาตให้บุคคลอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูลเข้าหรือมาอ่านข้อมูลที่เราสร้างไว้ได้นะคะก็จะมีแค่คนที่อยู่ปลายทางเท่านั้นที่สามารถเอาข้อมูลไปถอดรหัสแล้วก็นำข้อมูลไปใช้ได้ซึ่งเ(โ)ปรโ-็นล(ต)ะคอร(ล)ที่ใช้สร้างVv(P)Nก็ยpnต้อ(-ั)งมีอยู่5โปรโตคอลซึ่งอย่างที่บอกโปรโตค-ัว(อ)ละครที่นิยมมากที่สุดก็คือIip(P)secนะคะตัวสีแดงซึ่งอยู่ทำงานอยู่ในชั้นNetworkl(L)ayerไ(I)Psอ้พิ(ec)เศษเนี่ยเป็นโปรโตคอน(ล)ที่รักษาความปลอดภัยของข้อมูลเหมาะสมที่สุดสำหรับการสร้างเครือข่ายเสมือนนะคะสามารถรับรองความปลอดภัยของข้อมูลได้ความลับของข้อมูลได้รักษาความคงสภาพของข้อมูลได-้แล-้วก็สามารถพิสูจน์ตัวตนของผู้ส่งได้เSano(ช่น)okเดียวกันนะขา(คะ)เป็นโปรโตคนขอลที่ค่อนข้างเหมาะสมสำหรับการทำงานกับเครือข่ายAlgoเคย(r)iข-ึ้น(thm)ที่IRPseC(c)ใช้เนี่ยมันก็น(ม)-ี-่แหละ(า)คอยAlgoritเต-ิม(hm)นะคะตั้งแต่สำหรับการแลกเปลี่ยนกุญแจชั่วคราวอ(ผ)-่านเครือข่ายสาธารณะนะคะตั้งแต่Algoritขึ-้น(hm)สำหรับการเข้ารหัสข้อมูลแล้วก็ยืนยันตัวตนด้วยแล้วก็อ(A)lgoriอกไปคร(t)h-ึ-่(m)งที่ใช้ในการตรวจสอบความคงสภาพแล้วก็Algorข้อเข่าเท(i)t-ียม(hm)สำหรับการตรวจสอบเจ้าของของกุญแจสาธารณะนั้นๆนะคะอันนี-้ก็จ-่(ะ)เป็นหลักการทำงานนะคะก็การทำงานของการป้องกันความปลอดภัยหส(ล)ายๆเอาเคยซื้อหรือแทบจะทุกๆAlก(g)orit-็เริ-่ม(hm)จะเป็นการร้องขอข้อมูลแล้วก็มีการส่งข้อมูลกล-ับคืนห(ม)านะคะว่าเป็นการยืนยันตัวตนว่าสิ่งที่เราส-่งสั(ไป)ยหรือสิ่งที่เราร้องขอเนี่ยไม่มีการถูกดต(-ั)ก-่างๆ(จับ)ระหว่างทางนะคะแล้วก็สามารถยืนยันตัวตนได้ซึเล-ิก(-่ง)งานวันนี้นะคะจะให้นักศึกษาทำเป็นรายงานวันที่ผิดนะเดี๋ยวแป๊บหนึ-่งนะคะวันที่ผิดในรูปแบบรายงานก็จะให้นักศึกษาไปทำรายงานค้นหาเพิ่มเติมนะคะเกี่ยวกับโปรโตค-ัว(อ)ละครที่ใช้ในการสร้างvpn(VPN)ซึ่งโปรโต-ัว(คอ)ละครที่อาจารย์จะให้โค้ช(น)เนี่ยมีอยู่5โปรโตคอลนะคะให้ทำในรูปแบบรายงานราได-้(ย)งานนะคะ10คะแนนสิ่งที่ต้องส่งอาจารย์คือรูปเล่มที่เป็นไฟล์ดิจิตอ(ทั)ลส่งเข้าในGoogleClassroomแล้วก็เอาไฟล์นั้นไปป(พ)ริ-้นต์เป็นรูปเล่มรายงานส่งอาจารย์ด้วยนะคะส่ง2อันเน-ื้อหาเดียวกันส่งในc(C)lassroomด้วยป(พ)ริ-้นต์ส่งอาจารย์ด้วยนะคะวันนี้วันที่9ให้ส่งภายในเดี๋ยวนะคะ2สัปดาห์แล้วกันส่งภายในวันที่23มกราคมนะคะก็คืออีก2สัปดาห์ให้เวลาทำ2สัปดาห์หรือใครจะทำเลยก็ได้แต่ต้องเสร็จนะอาจจะเร-ิ-ีบ(-่ม)ทำตั้งแต่วันนี้ก็ได้ให้ได้สัก1หรือ2โปรโตคอน(ล)ก็ได้นะคะจะได้ไม่เยอะให้บอกด้วยว่าข้อมูลที่เอามาเอามาจากไหนนะคะเอาข้อมูลมาจากเว็บไซต์อะไรหร-ือหนังสืออะไรบอกอาจารย์ด้วยนะคะวันนี้ก็น่าจะได้สัก1หรือ2ผ(โ)-ู้ปรโก(ต)ครอง(ล)เดี๋ยวอาจารฉ-ัน(ย์)จะเดินดูด้วยว่าหาข้อมูลได้หรือเปล-่านะคะอย-่างน-ั้นเดี๋ยวเริ่มหาข้อมูลกันเลยนะคะเดี๋ยวให้เริ่มทำงานก-่(-ั)อนเลยค่ะเดี๋ยว…เดี๋ยวพักทำงานในห้องเรียนก่อนค่ะเสร็จแล้วทำเป็นรายงานไ(เ)ด-๊-้(ะ)ไม่ใช่Cกอล์(opy)ฟนิดเดียวเด-ิ(-๊)รายงานใ(เ)ด-๊ะไม่ใช่กลุ่มรายงานเด๊ะหนู[สิ้นสุดการถอดความ-่ใช-่(])
More information
- compare(ans and test) :
- ans: file reference
- test: file test
- export datetime : 2024-01-10 00:14:54
- exported from : Accuracy Worker
- version :develop
- lib :character
- your normalize config
-IsFilter :true
-ToLower :false
-ToArabicNumber :true
-WordToNumber :false
-OrderAndSimilar :true
-ListRemove :
- alignment method :Hirschberg
- score weight :{"Match":5,"Mismatch":-1,"PartialMatch":2,"GapPenalty":-1}