﻿WEBVTT

1
00:00:00.000 --> 00:00:10.000

2
00:00:25.966 --> 00:00:28.392
ก็

3
00:00:28.844 --> 00:00:30.497
อันนี้จะเป็นเนื้อหา

4
00:00:30.565 --> 00:00:30.798

5
00:00:30.695 --> 00:00:31.761

6
00:00:31.715 --> 00:00:34.684
หลังจากปิดเทอมบทที่ 6 นะคะ

7
00:00:34.664 --> 00:00:35.614
เกี่ยวข้องกับ

8
00:00:35.624 --> 00:00:38.563
การจัดการที่อยู่ของเครือข่ายแล้วก็

9
00:00:38.574 --> 00:00:39.987
Firewall นะคะ

10
00:00:39.985 --> 00:00:40.406

11
00:00:40.368 --> 00:00:40.662

12
00:00:40.943 --> 00:00:42.014

13
00:00:42.424 --> 00:00:43.050

14
00:00:43.067 --> 00:00:46.977
หมายเลข IP Address เนี่ยจะเกี่ยวข้องกับสิ่งที่เรียกว่าแนท

15
00:00:46.903 --> 00:00:48.574
n a t

16
00:00:48.434 --> 00:00:50.031
ก็คือการ

17
00:00:50.044 --> 00:00:53.099
แปลความหมายหรือแปลที่อยู่ของเครือข่ายนั้นๆ

18
00:00:53.055 --> 00:00:57.794
โดยเครือข่ายเนี่ยเราจะใช้หมายเลข IP Address

19
00:00:57.983 --> 00:00:58.622

20
00:00:58.564 --> 00:00:58.947

21
00:00:59.076 --> 00:01:03.500
เป็นสิ่งที่ระบุตำแหน่งของอุปกรณ์ในการรับส่งข้อมูลเช่น

22
00:01:03.745 --> 00:01:08.376
คอมพิวเตอร์ที่นักศึกษาใช้อยู่ตอนนี้แต่ละเครื่องก็จะมีหมายเลข IP Address

23
00:01:08.426 --> 00:01:09.962
ที่ไม่ซ้ำกัน

24
00:01:10.794 --> 00:01:16.191
เพื่อเป็นตัวระบุต้นทางแล้วก็ไปทางว่าเครื่องไหน

25
00:01:17.206 --> 00:01:20.262
ส่งไปหาใครหรือเครื่องไหนจะเป็นผู้รับ

26
00:01:20.213 --> 00:01:21.545
แม่ขายกับ

27
00:01:21.494 --> 00:01:23.020
ทะเบียนบ้านเราอ่ะค่ะ

28
00:01:23.104 --> 00:01:24.706
หมายเลขบ้านเลขที่

29
00:01:25.404 --> 00:01:29.190
ซึ่งปัจจุบันเนี่ยอุปกรณ์มันก็มีเพิ่มขึ้นเยอะมาก

30
00:01:29.303 --> 00:01:30.509

31
00:01:30.594 --> 00:01:33.483
การใช้งานอินเทอร์เน็ตก็มากขึ้นเช่นเดียวกัน

32
00:01:33.416 --> 00:01:36.612
ไม่ได้เพียงแค่ในคอมพิวเตอร์

33
00:01:36.744 --> 00:01:40.653
อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถเชื่อมต่อเครือข่ายได้ก็จะมีหมายเลข

34
00:01:40.657 --> 00:01:41.742
IP Address

35
00:01:42.445 --> 00:01:45.062
โทรศัพท์เราก็มี

36
00:01:45.195 --> 00:01:49.438
เหมือนกับที่ว่าทำไมเวลาเห็นข่าว

37
00:01:49.553 --> 00:01:49.846

38
00:01:50.384 --> 00:01:54.950
ทำไมเขาตามจับได้ว่าใครเป็นคนพูดหมิ่นประมาทใครเป็นคนโพสต์

39
00:01:55.452 --> 00:01:56.793
ข้อมูลที่

40
00:01:56.733 --> 00:02:01.189
ไม่เหมาะสมหรือไม่ถูกต้องบนเครือข่ายทำไมเขาตามจับได้

41
00:02:01.403 --> 00:02:01.679

42
00:02:01.593 --> 00:02:05.208
ทั้งๆที่เราเปลี่ยน Facebook ไปแล้วเราเปลี่ยน

43
00:02:05.313 --> 00:02:08.176
Instagram ไปแล้วเราเปลี่ยนไปตอบไปแล้ว

44
00:02:08.454 --> 00:02:09.261
ทำไม

45
00:02:09.543 --> 00:02:12.484
เขายังตามตัวได้เพราะหมายเลข IP

46
00:02:12.492 --> 00:02:15.524
ของโทรศัพท์ที่เขาเล่นไม่ได้เปลี่ยน

47
00:02:15.884 --> 00:02:18.240
เขาก็ถามตัวเจออยู่แล้วนะคะ

48
00:02:18.822 --> 00:02:23.779
แล้วด้วยเทคโนโลยีการใช้อุปกรณ์เคลื่อนที่ลงคอมพิวเตอร์เนี่ยมัน

49
00:02:23.764 --> 00:02:24.710
เยอะมาก

50
00:02:24.664 --> 00:02:25.208

51
00:02:25.422 --> 00:02:26.756
หมายเลข IP

52
00:02:26.773 --> 00:02:30.638
มันเลยไม่เพียงพอต่อความต้องการใกล้ๆกับ

53
00:02:30.943 --> 00:02:33.102
เลขทะเบียนรถยนต์

54
00:02:33.113 --> 00:02:33.363

55
00:02:33.372 --> 00:02:33.817

56
00:02:33.883 --> 00:02:36.956
แต่ละที่มันก็จะเป็นตัวเลขที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

57
00:02:37.023 --> 00:02:38.554
แล้วก็จะไม่ซ้ำกัน

58
00:02:38.563 --> 00:02:40.228
เมื่อก่อน

59
00:02:40.163 --> 00:02:40.603

60
00:02:40.293 --> 00:02:44.346
ตัวหนังสือที่ใช้ในรถยนต์จะใช้ตัวหนังสือแค่ตัวเดียว

61
00:02:44.332 --> 00:02:44.651

62
00:02:45.033 --> 00:02:48.392
เดี๋ยวนี้มันไม่พอเขาก็เพิ่มตัวอักษรเป็น 2 ตัว

63
00:02:48.304 --> 00:02:48.572

64
00:02:48.492 --> 00:02:50.477
ถ้าจังหวัดไหน

65
00:02:50.605 --> 00:02:51.620
มี

66
00:02:51.754 --> 00:02:53.688
รถจำนวนมากๆเช่นกรุงเทพฯ

67
00:02:53.873 --> 00:02:58.620
แค่ตัวหนังสือ 2 ตัวมันก็ไม่พอเขาก็จะเพิ่มตัวเลขเข้าไปข้างหน้าอีก

68
00:02:58.802 --> 00:03:02.327
นะคะดังนั้นคล้ายๆกับเครือข่ายน่ะค่ะ

69
00:03:02.334 --> 00:03:05.945
พอมันคนใช้งานเยอะมากๆมันก็ต้องมีวิธีการแก้ไข

70
00:03:06.743 --> 00:03:09.697
ทำยังไงนะคะปัญหา

71
00:03:09.632 --> 00:03:10.016

72
00:03:10.082 --> 00:03:11.037
แผนที่

73
00:03:10.981 --> 00:03:13.165
ที่อยู่ของคอมพิวเตอร์ไม่พอ

74
00:03:13.282 --> 00:03:13.552

75
00:03:13.472 --> 00:03:13.737

76
00:03:13.603 --> 00:03:13.835

77
00:03:14.052 --> 00:03:16.807
ทำยังไงให้มันใช้ได้แล้วก็ยังปลอดภัยด้วย

78
00:03:16.813 --> 00:03:17.710
อันนี้คือ

79
00:03:17.701 --> 00:03:18.336

80
00:03:18.863 --> 00:03:21.881
ตั้งคำถามแล้วก็การหากระบวนการแก้ปัญหา

81
00:03:21.994 --> 00:03:26.400
เขาเลยใช้ตัวแนะนำตัวนี้ natee นะคะ

82
00:03:26.222 --> 00:03:27.501
ตัวกัน

83
00:03:27.502 --> 00:03:29.348
ทางออกในการแก้ไขปัญหา

84
00:03:29.681 --> 00:03:30.109

85
00:03:30.133 --> 00:03:31.405

86
00:03:31.341 --> 00:03:31.647

87
00:03:31.602 --> 00:03:35.429
ซึ่งตัวนะเนี่ยมันเป็นมาตรฐานหนึ่งของ

88
00:03:35.642 --> 00:03:35.920

89
00:03:35.772 --> 00:03:40.836
การทำงานด้านเครือข่ายตั้งแต่ปี 1994 และนานมาก

90
00:03:40.822 --> 00:03:42.859
มันก็

91
00:03:42.822 --> 00:03:44.337
สามารถแปลง

92
00:03:44.803 --> 00:03:46.975
IP Address หลายๆตัว

93
00:03:46.981 --> 00:03:47.930

94
00:03:48.512 --> 00:03:50.516
เหมือนเช่นในห้องคอมพิวเตอร์ห้องนี้

95
00:03:50.573 --> 00:03:51.974
มันอาจจะมี IP Address

96
00:03:52.171 --> 00:03:54.406
20 กว่าเครื่องก็จริง

97
00:03:54.341 --> 00:03:56.991
อาจจะเปลี่ยนให้เป็น IPS เดียว

98
00:03:56.902 --> 00:03:57.223

99
00:03:57.491 --> 00:04:00.437
นะคะในการติดต่อกับเครือข่ายอื่นก็ได้

100
00:04:00.692 --> 00:04:00.969

101
00:04:01.331 --> 00:04:02.457

102
00:04:02.542 --> 00:04:06.410
บางทีการเข้ารหัสข้อมูลมัน

103
00:04:06.653 --> 00:04:08.423
เยอะมากๆ

104
00:04:08.631 --> 00:04:11.970
แต่ว่าอาจจะแปลง IP Address ให้เป็นตัวเดียว

105
00:04:12.093 --> 00:04:15.083
เป็นการรับส่งข้อมูลในห้องนี้แล้วก็มีตัวสวิตช์

106
00:04:15.301 --> 00:04:19.693
ตัวนึงในห้องนี้เป็นตัวกระต่ายไปตาม IP Address ย่อยที่

107
00:04:19.781 --> 00:04:21.193
ใช้งานจริงในห้องนี้

108
00:04:21.182 --> 00:04:24.342
นะคะแต่เวลาเราออกใช้งานออกข้างนอกเนี่ย

109
00:04:24.261 --> 00:04:29.484
มันก็จะแปลให้เหลือแค่สีเดียวเพื่อให้ปริมาณ IP ได้ไม่เยอะมาก

110
00:04:29.453 --> 00:04:30.070

111
00:04:30.481 --> 00:04:30.753

112
00:04:31.062 --> 00:04:31.282

113
00:04:31.181 --> 00:04:32.136

114
00:04:32.212 --> 00:04:34.514
หลักการทำงานทั่วไปนะคะ

115
00:04:34.771 --> 00:04:38.188
ในระบบเครือข่ายของทุกที่ภายในองค์กรต่างๆเนี่ย

116
00:04:38.161 --> 00:04:38.564

117
00:04:38.492 --> 00:04:40.028
เครื่อง Server

118
00:04:40.091 --> 00:04:41.232
นะคะ

119
00:04:41.563 --> 00:04:45.129
กำหนด IP Address ภายในองค์กร

120
00:04:45.141 --> 00:04:47.198
เรียกว่า IP Address

121
00:04:47.211 --> 00:04:48.784
ส่วนตัว

122
00:04:48.992 --> 00:04:53.783
ส่วนมากก็จะขึ้นต้นด้วย 192.168 0.1

123
00:04:53.921 --> 00:04:54.249

124
00:04:54.241 --> 00:04:57.069
หรืออาจจะเป็น 10.0 0.1

125
00:04:57.452 --> 00:04:58.324
เป็นต้น

126
00:04:58.411 --> 00:05:00.015
อันเนี้ย

127
00:05:00.071 --> 00:05:02.695
Server ขององค์กรนั้นเป็นคนกำหนด

128
00:05:03.092 --> 00:05:05.781
แต่พ่อไ*******ที่ออกไป

129
00:05:05.841 --> 00:05:08.646
สู่ระบบภายนอกจริงๆจะไม่ใช่เลขพวกนี้

130
00:05:08.981 --> 00:05:12.784
โดยธีรเดชเหล่านี้มันจะ

131
00:05:12.761 --> 00:05:13.835
ไม่สามารถ

132
00:05:13.981 --> 00:05:18.017
นำไปใช้บนระบบอินเทอร์เน็ตได้ถ้าไม่ทำการแปลงสักอ่อน

133
00:05:17.942 --> 00:05:18.576

134
00:05:18.582 --> 00:05:19.469

135
00:05:20.003 --> 00:05:24.473
ก็คือเหมือนถ้าเราไม่ลงทะเบียนหรือเราไม่

136
00:05:25.121 --> 00:05:26.390
ยืนยันตัวตน

137
00:05:26.461 --> 00:05:29.214
การแปลง IP Address ก็ทำไม่ได้

138
00:05:29.291 --> 00:05:33.372
ซึ่งเรียกสิ่งนี้ว่าเป็นการ register IP ก็คือกัน

139
00:05:34.221 --> 00:05:36.809
ยืนยันเดี๋ยวลงทะเบียนไ*******นั่นแหละ

140
00:05:36.721 --> 00:05:37.340

141
00:05:37.621 --> 00:05:37.855

142
00:05:38.381 --> 00:05:40.170
ตัวอย่างเช่น

143
00:05:40.181 --> 00:05:43.957
คอมพิวเตอร์ที่เราใช้ปัจจุบันตอนนี้ในห้องนี้

144
00:05:44.021 --> 00:05:44.282

145
00:05:44.150 --> 00:05:47.207
เป็นเครือข่ายภายในมหาวิทยาลัย

146
00:05:47.481 --> 00:05:52.005
โดย Server มหาวิทยาลัยกำหนดให้ขึ้นต้นด้วย 192.168

147
00:05:52.222 --> 00:05:52.486

148
00:05:52.351 --> 00:05:52.623

149
00:05:53.181 --> 00:05:56.452
ในห้องนี้ก็จะเป็น 192.168 จุด 1.1

150
00:05:56.452 --> 00:05:57.080

151
00:05:57.341 --> 00:05:57.573

152
00:05:57.472 --> 00:05:59.395
ซึ่งเป็น

153
00:05:59.781 --> 00:06:01.406
IP Address ภายใน

154
00:06:01.510 --> 00:06:02.403
องค์กร

155
00:06:02.410 --> 00:06:06.193
แต่ถ้าเราจะใช้อินเทอร์เน็ตภายนอกเช่นเราจะเล่น facebook

156
00:06:06.310 --> 00:06:07.639
นะคะ

157
00:06:07.591 --> 00:06:08.667
YouTube

158
00:06:09.010 --> 00:06:10.804
IP ของเราจะเปลี่ยนไป

159
00:06:10.990 --> 00:06:11.283

160
00:06:11.252 --> 00:06:11.556

161
00:06:11.632 --> 00:06:13.107

162
00:06:13.041 --> 00:06:15.273
โดยไม่ใช้อุปกรณ์ที่เรียกว่า Router

163
00:06:15.221 --> 00:06:15.502

164
00:06:15.921 --> 00:06:17.453
นะคะหรือ Swift

165
00:06:17.461 --> 00:06:22.913
เป็นอุปกรณ์ที่แปลงหมายเลข IP ของเราเพื่อให้สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้

166
00:06:23.421 --> 00:06:24.552

167
00:06:24.763 --> 00:06:27.017
สรุปก็คือไอ้ตัวเล็กเนี่ย

168
00:06:26.939 --> 00:06:28.020
มันจะเปลี่ยน

169
00:06:28.611 --> 00:06:30.597
IP Address แบบภายใน

170
00:06:30.530 --> 00:06:33.100
ให้กลายเป็น IP Address สาธารณะ

171
00:06:33.021 --> 00:06:33.299

172
00:06:33.220 --> 00:06:33.473

173
00:06:33.420 --> 00:06:35.900
เพื่อให้สามารถเข้าใช้งานอินเทอร์เน็ตได้

174
00:06:35.981 --> 00:06:39.177
นะคะซึ่งหมายเลขเหล่านี้จะเป็นแบบสุ่ม

175
00:06:39.369 --> 00:06:41.600
โดยผู้ให้บริการ

176
00:06:41.741 --> 00:06:42.516

177
00:06:42.579 --> 00:06:45.662
มหาลัยเราใช้เน็ตของ

178
00:06:45.841 --> 00:06:46.141

179
00:06:46.801 --> 00:06:48.064

180
00:06:48.209 --> 00:06:51.286
เป็นทีก็จะเป็นคนแปลงหมายเลข IP Address ให้เรา

181
00:06:51.540 --> 00:06:54.619
รวมทั้งการที่เราใช้เน็ตเนี่ย

182
00:06:54.681 --> 00:06:57.266
มันยังช่วยรักษาความปลอดภัยให้กับเครือข่ายเราด้วย

183
00:06:57.302 --> 00:06:57.545

184
00:06:57.559 --> 00:07:02.055
เพราะว่าเน็ตมันจะซ่อน IP Address จริงๆของเราไว้

185
00:07:02.621 --> 00:07:02.914

186
00:07:02.940 --> 00:07:03.762
นะคะ

187
00:07:03.781 --> 00:07:04.056

188
00:07:04.031 --> 00:07:08.793
มันจะถูกแปลงโดยตัวกูให้เบอร์ 37 นะแต่ไ*******ได้จริงเราเนี่ย

189
00:07:08.709 --> 00:07:10.268
บุคคลภายนอกจะไม่รู้

190
00:07:10.181 --> 00:07:11.128
นะคะ

191
00:07:11.140 --> 00:07:11.659

192
00:07:12.170 --> 00:07:12.477

193
00:07:12.360 --> 00:07:17.070
โดยการทำแหนบหลังมี 2 อันนะคะมี static กับ Dynamic

194
00:07:17.039 --> 00:07:17.329

195
00:07:17.170 --> 00:07:17.450

196
00:07:17.360 --> 00:07:17.625

197
00:07:17.811 --> 00:07:18.503

198
00:07:18.511 --> 00:07:18.730

199
00:07:18.639 --> 00:07:19.592
ค**

200
00:07:20.619 --> 00:07:25.328
ไอ้ตัวเล็กเนี่ย static อันแรกก็คือ

201
00:07:25.369 --> 00:07:27.302
เป็นการตั้งค่าแบบคงที่

202
00:07:27.740 --> 00:07:32.285
ก็จะเป็นการแปลงหมายเลข IP Address แบบหนึ่งต่อหนึ่ง

203
00:07:32.609 --> 00:07:33.813
นะคะ

204
00:07:33.822 --> 00:07:35.231
หมายเลขภายใน 1 เครื่อง

205
00:07:35.298 --> 00:07:35.569

206
00:07:35.490 --> 00:07:38.693
ก็จะแปลงเป็น IP Address ของเครือข่ายภายนอก 1 หมายเลข

207
00:07:39.021 --> 00:07:43.551
ซึ่งส่วนมากมันจะทำกับเครื่อง Server ภายในองค์กร

208
00:07:44.139 --> 00:07:45.356

209
00:07:45.350 --> 00:07:46.593
อันนี้จะผ่าน

210
00:07:47.090 --> 00:07:47.389

211
00:07:47.469 --> 00:07:48.541
ภายใน

212
00:07:48.878 --> 00:07:54.501
นะคะเพื่อใช้งานภายนอกไอ้ตัวผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตนะคะ

213
00:07:54.381 --> 00:07:56.054
Server ภายในองค์กร

214
00:07:56.119 --> 00:07:56.499

215
00:07:56.631 --> 00:07:56.948

216
00:07:56.889 --> 00:07:57.774
ซึ่ง

217
00:07:57.850 --> 00:07:58.240

218
00:07:58.230 --> 00:08:00.537
แตกต่างจากตัว Dynamic

219
00:08:00.663 --> 00:08:02.636
มันจะเป็นแบบ

220
00:08:03.289 --> 00:08:03.526

221
00:08:04.260 --> 00:08:05.536

222
00:08:05.729 --> 00:08:11.173
ไม่ได้แบบหนึ่งต่อหนึ่งไม่กินเพราะว่า IP Address ของเครือข่ายภายในเนี่ย

223
00:08:11.300 --> 00:08:12.898
มันจะมีจำนวนเยอะมาก

224
00:08:13.292 --> 00:08:13.535

225
00:08:13.479 --> 00:08:13.719

226
00:08:20.459 --> 00:08:26.095
นะคะมันก็จะสร้าง IP Address ใหม่

227
00:08:26.479 --> 00:08:28.288
เรียงตามหมายเลขไปเรื่อยๆ

228
00:08:28.278 --> 00:08:32.059
ตามลำดับให้เข้าใช้งานก่อนก็ได้หมายเลข IP

229
00:08:32.309 --> 00:08:33.331
ต้นต้น

230
00:08:33.528 --> 00:08:34.022

231
00:08:33.979 --> 00:08:37.092
เป็นการตรวจสอบด้วยว่าใครเข้าใช้งานตอนไหน

232
00:08:37.309 --> 00:08:39.491
นะคะจะไม่ได้แบบ

233
00:08:39.619 --> 00:08:40.755
เฉพาะ

234
00:08:41.019 --> 00:08:45.877
แบบ static คือคุณใช้วันนี้เลขเป็นแบบนี้

235
00:08:45.830 --> 00:08:51.153
คุณใช้วันถัดไปเดี๋ยวก็ยังจะเป็นเลขเดิมแต่แบบไดนามิกไม่ใช่

236
00:08:51.018 --> 00:08:52.681
ใครมาก่อนได้เล่นกันก่อน

237
00:08:53.009 --> 00:08:53.280

238
00:08:53.391 --> 00:08:54.209

239
00:08:54.218 --> 00:08:54.449

240
00:08:54.539 --> 00:08:55.873
ไม่ได้เกี่ยวข้องกับ

241
00:08:55.888 --> 00:08:56.102

242
00:08:56.210 --> 00:08:59.204
pick ตายตัวว่าเลขนี้จะเป็นของใคร

243
00:08:59.218 --> 00:09:00.417
นะคะ

244
00:09:00.689 --> 00:09:01.123

245
00:09:01.588 --> 00:09:02.338

246
00:09:02.358 --> 00:09:02.682

247
00:09:02.619 --> 00:09:05.381
ประโยชน์ที่ได้รับจากการใช้แนทนะคะ

248
00:09:05.878 --> 00:09:09.668
ก็คือเราสามารถเก็บรักษา IP Address

249
00:09:09.598 --> 00:09:09.841

250
00:09:09.920 --> 00:09:14.402
จดทะเบียนไว้ถูกต้องแล้วเก็บไว้นะคะเพื่อใช้เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต

251
00:09:14.338 --> 00:09:14.575

252
00:09:14.459 --> 00:09:19.379
แล้วก็การออกแบบเครือข่ายถ้าเราท้องออกแบบด้วยนะเนี่ย

253
00:09:19.528 --> 00:09:21.087
การบริหารจัดการง่ายๆ

254
00:09:21.638 --> 00:09:24.442
แล้วก็ถ้า

255
00:09:24.388 --> 00:09:26.054
จะติดต่อกันภายใน

256
00:09:26.187 --> 00:09:28.098
องค์กรใช้เครือข่ายเดียวกัน

257
00:09:28.237 --> 00:09:31.768
ถ้าเราใช้แนทมันก็สามารถส่งข้อมูลได้เร็วกว่า

258
00:09:31.888 --> 00:09:35.309
มันจะอ้างอิงหมายเลขของ address ภายในองค์กร

259
00:09:35.418 --> 00:09:36.619

260
00:09:36.758 --> 00:09:38.272
ไม่ต้องการ

261
00:09:38.359 --> 00:09:38.568

262
00:09:39.638 --> 00:09:41.622
อ้างอิงที่อยู่ซ้ำซาก

263
00:09:41.688 --> 00:09:47.270
มีความปลอดภัยเพราะว่าเราจะซ่อน IP Address ของเครื่องขององค์กรของเราไว้

264
00:09:47.137 --> 00:09:47.378

265
00:09:47.389 --> 00:09:51.652
แล้วจะมีหมายเลข IP ในชุดนึงสำหรับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตภายนอก

266
00:09:51.497 --> 00:09:52.117

267
00:09:52.517 --> 00:09:52.824

268
00:09:53.288 --> 00:09:55.448
แต่ข้อเสียก็คือ

269
00:09:55.397 --> 00:09:56.343
ก่อน

270
00:09:56.619 --> 00:09:56.861

271
00:09:56.867 --> 00:09:57.155

272
00:09:57.319 --> 00:09:58.601
ที่ใช้งานด้วยเนี่ย

273
00:09:58.607 --> 00:10:04.782
อุปกรณ์ช่างเฉพาะแล้วก็ทำให้การติดตั้งระบบค่อนข้างยาก

274
00:10:05.259 --> 00:10:06.140

275
00:10:06.098 --> 00:10:07.625
ต้องอาศัยผู้เ****วชาญ

276
00:10:07.577 --> 00:10:11.751
ระดับหนึ่งนะคะบางครั้งถ้าเล่นอินเตอร์เน็ต

277
00:10:11.928 --> 00:10:12.680
นะคะ

278
00:10:12.629 --> 00:10:15.848
มันก็จะเกิดการหน่วงเวลาหรือว่าดีเลย์

279
00:10:15.779 --> 00:10:16.051

280
00:10:17.118 --> 00:10:17.948
เพราะว่า

281
00:10:17.948 --> 00:10:18.312

282
00:10:18.398 --> 00:10:21.765
Address ของคนในองค์กรบางทีมันเปลี่ยนไปเรื่อยๆ

283
00:10:21.657 --> 00:10:21.902

284
00:10:22.048 --> 00:10:26.227
มันก็ทำให้เกิดกาลเวลานักศึกษามาถึงเรียกว่าแรด

285
00:10:26.087 --> 00:10:27.170
ตกบ้าง

286
00:10:27.367 --> 00:10:27.643

287
00:10:27.559 --> 00:10:29.413
บางทีมันไม่ได้เป็นกับ

288
00:10:29.479 --> 00:10:35.535
สมรรถนะของอุปกรณ์ที่คุณใช้บางทีมันเกิดขึ้นจากการที่อินเตอร์เน็ตมีคนใช้เวลา

289
00:10:35.497 --> 00:10:36.375
ใช้

290
00:10:36.778 --> 00:10:37.023

291
00:10:36.978 --> 00:10:39.795
ทำงานร่วมกันในเวลานั้นพร้อมกันหลายๆคน

292
00:10:39.987 --> 00:10:40.384

293
00:10:40.117 --> 00:10:43.274
แล้วไม่มีการสับเปลี่ยน IP Address ขึ้นมา

294
00:10:43.316 --> 00:10:43.537

295
00:10:43.577 --> 00:10:43.931

296
00:10:43.897 --> 00:10:46.771
มันก็เลยทำให้คุณรู้สึกว่าเล่นเกมทำไมมันกระตุก

297
00:10:47.027 --> 00:10:50.182
หรือทำงานหรือว่าดูคลิปวีดีโอทำไมมัน

298
00:10:50.176 --> 00:10:51.131
ขา

299
00:10:51.387 --> 00:10:53.985
อันนี้ก็ส่วนหนึ่งของการที่

300
00:10:53.946 --> 00:10:57.266
มันจะมีการดีเลย์ในการเปลี่ยน IP Address ให้ในองค์กร

301
00:10:57.287 --> 00:10:57.912

302
00:10:58.247 --> 00:10:58.560

303
00:10:59.208 --> 00:11:01.198
ต่อมาไฟบ่

304
00:11:01.448 --> 00:11:04.764
เนื้อหาที่จะเรียนไฟวอ 25 ข้อ

305
00:11:04.717 --> 00:11:11.049
เกี่ยวกับการหลักการทำงานใน Application

306
00:11:11.436 --> 00:11:15.337
ของในระดับ Transport layer แล้วก็ระดับ Network layer

307
00:11:15.288 --> 00:11:15.921
นะคะ

308
00:11:16.307 --> 00:11:16.569

309
00:11:16.758 --> 00:11:17.061

310
00:11:17.136 --> 00:11:19.191
ไฟร์วอลล์คืออะไร

311
00:11:19.317 --> 00:11:20.649

312
00:11:20.607 --> 00:11:22.062
ถ้าเรา

313
00:11:22.526 --> 00:11:29.500
เปรียบเทียบ Firewall กับการรักษาความปลอดภัยภายนอกนะคะทางด้านกายภาพของคอมพิวเตอร์ก็จะเหมือนกัน

314
00:11:29.639 --> 00:11:31.368
การที่เราล็อคประตู

315
00:11:31.366 --> 00:11:35.287
แล้วมีคีย์การ์ดมีบัตรผ่านเข้าออก

316
00:11:35.267 --> 00:11:35.537

317
00:11:35.456 --> 00:11:36.877
มียามเฝ้า

318
00:11:36.816 --> 00:11:38.652
ถ้าคุณไม่มีบัตรผ่าน

319
00:11:38.666 --> 00:11:42.137
คุณก็ไม่สามารถเข้าหรือไม่สามารถออกได้

320
00:11:42.376 --> 00:11:45.721
หน้าที่หลักของ Firewall มีอยู่ 2 แบบ

321
00:11:45.846 --> 00:11:48.269
อันแรกก็คือการกรอง

322
00:11:48.276 --> 00:11:50.130
การจราจรทางเครือข่าย

323
00:11:50.256 --> 00:11:51.204
นะคะ

324
00:11:51.287 --> 00:11:51.679

325
00:11:51.607 --> 00:11:52.374
พี่

326
00:11:52.436 --> 00:11:53.523
เข้ามา

327
00:11:53.598 --> 00:11:54.866
ในเครือข่ายภายใน

328
00:11:55.135 --> 00:11:55.760

329
00:11:56.287 --> 00:11:59.741
ซึ่งสิ่งเหล่านี้มันมาจาก

330
00:11:59.678 --> 00:12:01.091
ภายนอกอยู่แล้ว

331
00:12:01.346 --> 00:12:04.782
ถ้าสิ่งที่ภายนอกจะเข้ามาจะต้องผ่าน

332
00:12:04.936 --> 00:12:07.184
รอก่อนคัดกรองก่อน

333
00:12:07.296 --> 00:12:13.072
นะคะหลังจากนั้นก็จะมีการควบคุมการทำงานของคอมพิวเตอร์ไม่ใช่ควบคุมแค่ภายนอก

334
00:12:12.746 --> 00:12:13.956
ไปไหนก็ควบคุม

335
00:12:14.026 --> 00:12:14.310

336
00:12:14.285 --> 00:12:14.613

337
00:12:14.670 --> 00:12:15.300

338
00:12:15.307 --> 00:12:15.713

339
00:12:15.627 --> 00:12:16.441
เช่น

340
00:12:16.457 --> 00:12:16.750

341
00:12:17.096 --> 00:12:20.003
สมมุติว่ามหาลัยเรา

342
00:12:20.566 --> 00:12:22.738
เห็นนักศึกษาเล่นติ๊กต๊อกเยอะ

343
00:12:22.737 --> 00:12:25.881
ถามว่ามหาลัยล็อคได้ไหมไม่ให้ใช้ติ๊กต๊อก

344
00:12:25.746 --> 00:12:26.588
ได้

345
00:12:26.906 --> 00:12:28.545
โดยใช้ไฟวอล

346
00:12:28.826 --> 00:12:29.777

347
00:12:29.856 --> 00:12:33.611
ไม่เล่น Facebook ก็ล็อกไม่เล่น Facebook

348
00:12:33.496 --> 00:12:34.900
ทำได้

349
00:12:34.856 --> 00:12:35.480

350
00:12:35.496 --> 00:12:37.477
เว็บไซต์ไหนไม่เหมาะสม

351
00:12:37.536 --> 00:12:40.353
เราสามารถตั้งค่า Firewall ไม่ให้เขาสามารถ

352
00:12:40.485 --> 00:12:42.195
ออกไปดูได้

353
00:12:42.798 --> 00:12:43.090

354
00:12:43.055 --> 00:12:43.732

355
00:12:43.947 --> 00:12:44.238

356
00:12:44.335 --> 00:12:46.050
ซึ่ง

357
00:12:46.056 --> 00:12:49.470
การลงทุนกับการติดตั้ง Firewall เนี่ย

358
00:12:49.576 --> 00:12:54.472
เราก็ต้องวิเคราะห์ว่ามันสัมพันธ์กับความเสียหายที่

359
00:12:55.095 --> 00:12:58.183
อาจจะเกิดขึ้นจากการโจมตีทางเครือข่ายไหม

360
00:12:58.358 --> 00:13:02.148
นะคะบางคนบอกว่าไม่มีก็ได้ไม่เป็นอะไรหรอก

361
00:13:02.208 --> 00:13:05.769
มันจะมีไฟวอลที่เป็นมาตรฐานที่ติดตั้งมากับ

362
00:13:05.915 --> 00:13:11.079
ระบบปฏิบัติการ Windows อยู่แล้วไม่ต้องติดตั้งเพิ่มเติมก็ได้แต่บางคนก็

363
00:13:11.556 --> 00:13:11.842

364
00:13:12.196 --> 00:13:13.139
พูดว่า

365
00:13:13.925 --> 00:13:16.106
ถ้าไม่มีไฟวอล

366
00:13:16.425 --> 00:13:19.906
ถ้าใครเล่นเกมออนไลน์บางคนเขาจะปิด Firewall ไว้

367
00:13:19.754 --> 00:13:20.142

368
00:13:20.395 --> 00:13:23.710
เพราะว่ามันก็จะมีโปรแกรมส่วนเสริมต่างๆเนี่ย

369
00:13:23.855 --> 00:13:27.955
มันจะใช้งานไม่ได้เพราะว่าไผบ่แม่นจะมองเห็นว่าเป็น

370
00:13:28.015 --> 00:13:29.480
ภัยคุกคามหรือเปล่า

371
00:13:29.426 --> 00:13:30.592
มันจะไม่เข้า

372
00:13:30.706 --> 00:13:31.813
ไม่ใช้งาน

373
00:13:31.804 --> 00:13:34.458
ซึ่งสว

374
00:13:34.296 --> 00:13:34.609

375
00:13:35.196 --> 00:13:35.495

376
00:13:35.325 --> 00:13:36.536
ถ้าสมมุติเราปิด

377
00:13:36.536 --> 00:13:39.227
หรือเราลบออกเราไม่อยากให้มันมี

378
00:13:39.227 --> 00:13:39.534

379
00:13:39.486 --> 00:13:39.702

380
00:13:39.745 --> 00:13:40.019

381
00:13:40.135 --> 00:13:43.215
เขาบอกว่าเหมือนกับเราเปิดประตูบ้านทิ้งไว้

382
00:13:43.904 --> 00:13:44.169

383
00:13:44.356 --> 00:13:45.631
นะคะ

384
00:13:45.638 --> 00:13:47.098
เราไม่มีรั้วบ้าน

385
00:13:47.555 --> 00:13:51.552
บางคนบอกว่ามีรั้วขโมยมันก็เข้าได้อยู่ดี

386
00:13:51.465 --> 00:13:52.284

387
00:13:53.135 --> 00:13:56.650
ฉันเบื่อกับการมีไฟวอถามว่าบางทีถ้า

388
00:13:56.858 --> 00:13:57.148

389
00:13:57.045 --> 00:13:59.219
เป็นคนที่มีความสามารถสูงในการ

390
00:13:59.286 --> 00:14:02.019
บุกรุกเครือข่ายเนี่ยเขาทำได้ไหมทำได้

391
00:14:01.906 --> 00:14:02.285

392
00:14:02.294 --> 00:14:02.559

393
00:14:02.414 --> 00:14:05.169
แต่มันจะคุ้มเวลาให้เขาทำได้ช้าลง

394
00:14:05.244 --> 00:14:05.798

395
00:14:06.335 --> 00:14:08.902
เราอาจจะรู้ตัวแล้วก็ป้องกันได้เร็วขึ้น

396
00:14:09.085 --> 00:14:11.647
นี่ก็ดีกว่าไม่มี

397
00:14:11.835 --> 00:14:12.106

398
00:14:12.485 --> 00:14:12.735

399
00:14:12.675 --> 00:14:18.485
หรือบางคนบอกว่า Firewall Windows มีแล้วก็เหมือนมีกุญแจล็อคบ้าน 1 ชั้น

400
00:14:18.495 --> 00:14:19.053

401
00:14:19.135 --> 00:14:23.478
บางคนบอกว่าอยากให้ปลอดภัยมากกว่านั้นก็เหมือนเราคล้องกุญแจเพิ่มอีก

402
00:14:23.495 --> 00:14:24.774
ก็แล้วแต่

403
00:14:24.714 --> 00:14:26.512
การลงทุน

404
00:14:26.505 --> 00:14:30.563
นะคะหรือการให้ความสำคัญกับ Firewall ขององค์กรนั้นๆ

405
00:14:30.614 --> 00:14:30.995

406
00:14:31.575 --> 00:14:32.774

407
00:14:32.725 --> 00:14:35.995
โดยการตั้งค่ารูปแบบการเชื่อมต่อของ Firewall

408
00:14:35.859 --> 00:14:36.077

409
00:14:36.057 --> 00:14:39.789
เป็นปราการด่านแรกนะคะเหมือนรั้วบ้านเรานี่แหละ

410
00:14:39.774 --> 00:14:42.139
ไม่ว่าจะเข้าหรือออก

411
00:14:42.394 --> 00:14:45.951
ถ้าเป็นจากภายนอกก็จะเป็นทางอินเตอร์เน็ต

412
00:14:45.854 --> 00:14:51.068
นะคะเครือข่ายสำนักงานต่างๆหรือด้วยตัวคอมพิวเตอร์เอง

413
00:14:51.175 --> 00:14:53.658
ใครวะเนี่ยเป็นเหมือน

414
00:14:53.735 --> 00:14:55.010
ยามเฝ้าประตู

415
00:14:55.275 --> 00:14:55.892

416
00:14:56.174 --> 00:14:58.210
5

417
00:14:58.416 --> 00:15:00.646
โดยทั่วไปแล้วถ้าเรามีการเปิด

418
00:15:00.584 --> 00:15:02.697
การใช้งาน Firewall

419
00:15:02.834 --> 00:15:03.910

420
00:15:03.854 --> 00:15:07.695
พี่มีมาตรฐานเพียงพอในการรักษาความปลอดภัย

421
00:15:07.895 --> 00:15:08.188

422
00:15:08.335 --> 00:15:10.129
ถ้าเป็นข้อมูลที่

423
00:15:10.141 --> 00:15:12.822
ไม่มีปัญหาอะไรเป็นข้อมูลที่ปลอดภัย

424
00:15:12.954 --> 00:15:16.984
มันก็จะอนุญาตให้สามารถทำการสื่อสารแลกเปลี่ยนข้อมูลกันได้

425
00:15:16.984 --> 00:15:18.581
แต่ถ้า

426
00:15:18.594 --> 00:15:19.686
ข้อมูลนั้น

427
00:15:19.744 --> 00:15:19.979

428
00:15:20.326 --> 00:15:21.141

429
00:15:21.153 --> 00:15:23.183
ไฟวอมันคัดกรองแล้วว่า

430
00:15:23.264 --> 00:15:28.104
มันไม่มั่นใจว่าข้อมูลที่ส่งมาหรือโปรแกรมที่กำลังจะพยายาม

431
00:15:28.076 --> 00:15:29.299
เปิดขึ้นมา

432
00:15:29.293 --> 00:15:29.729

433
00:15:29.733 --> 00:15:30.616

434
00:15:30.635 --> 00:15:36.792
ไม่น่าเชื่อถือมันก็จะสั่งปิดกั้นแล้วก็หยุดกระบวนการนั้นๆทันที

435
00:15:37.554 --> 00:15:38.304

436
00:15:38.575 --> 00:15:40.761
นี่คือความสามารถเข้าๆของ

437
00:15:40.814 --> 00:15:41.830

438
00:15:42.164 --> 00:15:42.465

439
00:15:42.615 --> 00:15:43.308

440
00:15:43.323 --> 00:15:47.889
ต่อมาเป็นโปรโตคอล tcp IP นะคะหรือว่าเป็นข้อตกลง

441
00:15:47.867 --> 00:15:49.966
ในการเชื่อมต่อละกัน

442
00:15:49.979 --> 00:15:51.275

443
00:15:52.294 --> 00:15:55.346
ตัวละครพีพีเนี่ยนะคะ

444
00:15:55.495 --> 00:15:56.956
มันจะใช้งานร่วมกับ

445
00:15:57.213 --> 00:16:02.001
ไฟร์วอลล์ Firewall เนี่ยจะใช้ข้อมูลจาก Package

446
00:16:02.475 --> 00:16:03.407
ข้อมูล

447
00:16:03.494 --> 00:16:08.767
แล้วพิจารณาว่าจะข้อมูลต่างๆเนี่ยเวลาเขาส่งมาทางเครือข่าย

448
00:16:08.883 --> 00:16:13.169
เขาจะแพ็คมาเป็นก้อนคล้ายๆกับหอพัสดุมาให้เรา

449
00:16:13.233 --> 00:16:14.892
เขาเรียกว่า Package

450
00:16:14.893 --> 00:16:15.595

451
00:16:15.673 --> 00:16:20.269
ก่อนที่จะใช้ข้อมูลเขาจะพิจารณาว่ากล่องที่คุ้มข้อมูลนะเนี่ย

452
00:16:20.213 --> 00:16:23.325
มันน่าเชื่อถือไหมจะอนุญาตให้ผ่านหรือเปล่า

453
00:16:24.254 --> 00:16:27.972
การควบคุมการเข้าถึง Firewall เนี่ยมันเลยทำได้หลายระดับ

454
00:16:28.094 --> 00:16:29.175
หลายรูปแบบ

455
00:16:29.185 --> 00:16:32.965
ขึ้นอยู่กับชนิดแล้วก็เทคนิคที่เอามาใช้นะคะ

456
00:16:32.773 --> 00:16:33.336

457
00:16:33.293 --> 00:16:37.318
จะให้กำหนดว่าให้มันมีการให้บริการอะไรได้บ้าง

458
00:16:38.284 --> 00:16:40.397
ให้สามารถใช้อินเทอร์เน็ต

459
00:16:41.044 --> 00:16:47.138
ที่ไหนได้บ้างหรือข้อมูลจากตรงไหนที่จะอนุญาตให้สามารถเชื่อมต่อกับเราได้

460
00:16:47.185 --> 00:16:47.623

461
00:16:47.504 --> 00:16:48.196

462
00:16:48.414 --> 00:16:48.910

463
00:16:48.853 --> 00:16:49.492

464
00:16:50.013 --> 00:16:51.797
ไอ้ตัวที่ CP เนี่ย

465
00:16:52.125 --> 00:16:57.398
มันเป็นข้อตกลงหรือเป็นทางคอมพิวเตอร์บทละครนะคะ

466
00:16:57.824 --> 00:17:00.632
ข้อตกลงในการสื่อสารภายในเครือข่าย

467
00:17:00.774 --> 00:17:01.900
ส่วนบุคคล

468
00:17:01.983 --> 00:17:03.188
นะคะ

469
00:17:03.774 --> 00:17:04.930
ตัวอินเทอร์เน็ต

470
00:17:04.874 --> 00:17:09.551
คือใช้ในภายในองค์กรก็ตัวเ***ทราเน็ตก็คือใช้ระหว่างองค์กร

471
00:17:09.354 --> 00:17:09.606

472
00:17:09.673 --> 00:17:09.963

473
00:17:10.054 --> 00:17:12.115
ถ้าติดต่อกับภายนอกก็ใช้อินเทอร์เน็ต

474
00:17:12.234 --> 00:17:12.848

475
00:17:13.132 --> 00:17:13.366

476
00:17:13.843 --> 00:17:18.742
โดย tcp IP เนี่ยมันจะมีอยู่ 4 ชั้นนะคะสีเบเยอร์

477
00:17:18.642 --> 00:17:23.704
Application layer Transport layer Network layer แล้วก็ Network Interface

478
00:17:23.702 --> 00:17:23.969

479
00:17:23.964 --> 00:17:26.867
นี่คือสิ่งที่ 4 tcp ทำงานร่วมกัน

480
00:17:27.164 --> 00:17:28.100
สีเบเยอร์

481
00:17:28.184 --> 00:17:28.756

482
00:17:29.214 --> 00:17:29.528

483
00:17:31.264 --> 00:17:37.026
มันจะมีตัวละครที่เกี่ยวข้องอีกเช่น OSI model หรือ OSI layer

484
00:17:37.344 --> 00:17:43.314
ก็จะมีอยู่ 7 layer เมื่อกี้ที่พี่มีสีเบเยอร์ 5 OSI 7 layer

485
00:17:43.431 --> 00:17:44.376

486
00:17:44.452 --> 00:17:47.304
เบอร์โทรไอ้เนี่ยมันก็จะ

487
00:17:47.211 --> 00:17:48.923
อธิบายถึง

488
00:17:49.012 --> 00:17:49.822
แนวคิด

489
00:17:49.902 --> 00:17:54.152
คุณสมบัติพิเศษมาตรฐานการทำงานของการสื่อสาร

490
00:17:54.205 --> 00:17:57.244
แบ่งการทำงานอินเทอร์เน็ตเป็นชั้นๆ

491
00:17:57.333 --> 00:17:57.616

492
00:17:57.912 --> 00:17:58.198

493
00:17:58.871 --> 00:18:00.737
ออกแบบมาเนี่ยก็จะ

494
00:18:00.732 --> 00:18:06.114
มาตรฐานปัจจุบันก็ยังใช้อยู่นะคะเป็นมาตรฐานในการพัฒนาเครือข่ายการสื่อสารข้อมูล

495
00:18:06.562 --> 00:18:07.252

496
00:18:07.451 --> 00:18:08.528
ซึ่ง

497
00:18:08.673 --> 00:18:13.214
บรรจุไปด้วย 7 ชั้นหรือ 7 layer เนี่ยก็จะมีหน้าที่การทำงานแตกต่างกันไป

498
00:18:13.483 --> 00:18:13.713

499
00:18:14.121 --> 00:18:19.997
อันนี้เป็นการเปรียบเทียบระหว่าง tcp IP ที่มี 4 ชั้นก็จะมี 7

500
00:18:19.822 --> 00:18:20.521
ฉัน

501
00:18:20.532 --> 00:18:21.845
นะคะ

502
00:18:21.812 --> 00:18:27.085
โดย tcp เนี่ยมีแนวคิดพื้นฐานที่แตกต่างจาก OSI

503
00:18:27.573 --> 00:18:28.455
คือ

504
00:18:28.532 --> 00:18:31.453
มันไม่มีพื้นฐานการสื่อสารในการสนทนา

505
00:18:31.543 --> 00:18:34.673
นะคะมันจะใช้เครือข่ายสากลแทน

506
00:18:34.742 --> 00:18:35.234

507
00:18:35.262 --> 00:18:38.780
ที่ทำหน้าที่ในการเคลื่อนย้ายกำหนดเส้นทาง

508
00:18:38.852 --> 00:18:39.084

509
00:18:39.173 --> 00:18:41.602
ให้กับข้อมูล

510
00:18:41.661 --> 00:18:43.828
เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว

511
00:18:43.912 --> 00:18:44.723

512
00:18:44.872 --> 00:18:50.199
ระหว่าง 4 ชั้น 7 ชั้นของทั้งสองโมเดลจะเห็นว่ามีบางฉัน

513
00:18:50.442 --> 00:18:53.386
ที่เราสามารถกำหนดคุณสมบัติได้ใกล้เคียงกัน

514
00:18:53.712 --> 00:18:54.030

515
00:18:54.413 --> 00:18:57.552
แต่บางท่านก็ไม่ได้ใกล้เคียงกันเลยก็มี

516
00:18:57.742 --> 00:19:00.307
บางชันก็ไม่สัมพันธ์กันเลย

517
00:19:00.311 --> 00:19:00.600

518
00:19:00.692 --> 00:19:00.919

519
00:19:01.083 --> 00:19:05.435
ก็อยู่ที่ว่าการทำงานของเรามันเหมาะสมกับการทำงานแบบไหน

520
00:19:05.564 --> 00:19:05.845

521
00:19:05.751 --> 00:19:08.957
ต้องการความละเอียดหรือว่าต้องการความรวดเร็วในการสื่อสาร

522
00:19:08.891 --> 00:19:09.131

523
00:19:09.091 --> 00:19:13.481
แล้วแต่นโยบายขององค์กรนั้นๆที่เขาจะเลือกใช้โมเดลไหน

524
00:19:13.571 --> 00:19:14.134

525
00:19:14.461 --> 00:19:14.746

526
00:19:15.552 --> 00:19:20.699
ซึ่งการรับส่งข้อมูลใน tcp IP เนี่ยมันจะเป็น

527
00:19:21.321 --> 00:19:24.721
เครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่มีการส่งแบบเฉพาะเจาะจง

528
00:19:24.850 --> 00:19:30.046
นะคะมันจะมีการกำหนดชุดของขั้นตอนการทำงาน

529
00:19:30.352 --> 00:19:32.068
แล้วก็กฎระเบียบที่

530
00:19:32.281 --> 00:19:34.142
ต้องทำการตกลงกันไว้แต่แรก

531
00:19:34.261 --> 00:19:36.822
คอมพิวเตอร์

532
00:19:36.762 --> 00:19:39.635
พี่จะส่งข้อมูลระหว่างกันจะต้องใช้

533
00:19:40.091 --> 00:19:44.399
ข้อตกลงเดียวกันหรือว่าใช้โปรโตคอลเดียวกันใช้ระเบียบเดียวกัน

534
00:19:44.512 --> 00:19:47.834
จะต้องมีการกำหนดเฮดเดอร์ Header ก็คือ

535
00:19:47.772 --> 00:19:49.669
ก่อนที่เราจะส่งข้อมูลไปเนี่ย

536
00:19:49.571 --> 00:19:52.339
อย่างที่อาจารย์บอกเขาจะแพ็คให้เป็นเหมือนพัสดุ

537
00:19:52.582 --> 00:19:53.738
กูจะต้องแปะ

538
00:19:53.730 --> 00:19:54.044

539
00:19:53.990 --> 00:19:54.237

540
00:19:54.570 --> 00:19:54.975

541
00:19:54.891 --> 00:19:57.067
หัวข้อหรือแปะ

542
00:19:57.332 --> 00:19:57.642

543
00:19:57.900 --> 00:20:00.250
รายละเอียดในการส่งทุกครั้ง

544
00:20:01.552 --> 00:20:03.067

545
00:20:03.091 --> 00:20:08.635
ส่งให้ใครครั้งที่ 1 เขาก็จะแปะข้อมูลว่าเขาได้รับแล้วครั้งที่ 2 ก็จะไปอันที่ 2

546
00:20:08.530 --> 00:20:08.832

547
00:20:08.791 --> 00:20:10.786
ครั้งที่ 3 ก็จะแปะที่ 3

548
00:20:10.974 --> 00:20:11.273

549
00:20:11.480 --> 00:20:11.766

550
00:20:11.673 --> 00:20:12.769
ใกล้ๆกับ

551
00:20:13.010 --> 00:20:16.250
ถ้าพูดง่ายเห็นภาพคือการส่งหนังสือราชการ

552
00:20:16.222 --> 00:20:16.740

553
00:20:16.800 --> 00:20:17.072

554
00:20:17.050 --> 00:20:18.764
ใครเป็นคนรับคนแรกเซน

555
00:20:18.721 --> 00:20:22.883
ใครเป็นคนรักคนที่สองเซ็นให้เป็นคนอ่านคนที่ 3 เส้น

556
00:20:22.951 --> 00:20:24.083
ไปเรื่อยๆ

557
00:20:24.290 --> 00:20:25.956
ทุกคนต้องเซ็น

558
00:20:25.891 --> 00:20:27.492
อ่านแล้วก็ต้องเซ็นรับทราบ

559
00:20:27.691 --> 00:20:28.831
อันนี้เป็นต้น

560
00:20:28.901 --> 00:20:29.522

561
00:20:29.811 --> 00:20:31.461

562
00:20:31.410 --> 00:20:34.282
โดยกระบวนการสื่อสารหลักนะคะ

563
00:20:34.610 --> 00:20:37.745
ก็จะอนุญาตให้ Package หรือพัสดุ

564
00:20:37.940 --> 00:20:38.762

565
00:20:39.670 --> 00:20:42.997
ผ่านการคัดกรองแล้วผ่านไปได้

566
00:20:43.062 --> 00:20:48.243
ซึ่งส่วนใหญ่จะพิจารณาในส่วนของ Header ในระยะที่ 3

567
00:20:48.570 --> 00:20:49.207

568
00:20:49.410 --> 00:20:49.785

569
00:20:51.200 --> 00:20:51.518

570
00:20:51.711 --> 00:20:51.968

571
00:20:51.841 --> 00:20:55.113
ละครต่อมาหรือข้อตกลงต่อมาในระดับ Application

572
00:20:55.691 --> 00:20:55.997

573
00:20:56.009 --> 00:20:58.059
นะคะก็จะเป็นชั้นบนสุด

574
00:20:58.050 --> 00:20:59.666
เป็นฉันขี้

575
00:20:59.781 --> 00:21:03.618
ปุ้ยไงคือมันเป็นส่วนของการทำงานหน้าจอ

576
00:21:03.760 --> 00:21:04.839
Interface

577
00:21:04.780 --> 00:21:08.431
เราสามารถมองเห็นข้อมูลได้มองเห็นการสั่งงานได้

578
00:21:08.620 --> 00:21:09.255

579
00:21:09.903 --> 00:21:15.226
โปรโตคอลที่ใช้งานบ่อยๆก็จะเป็นพวก domain name Server dns นะคะ

580
00:21:15.480 --> 00:21:16.817
http

581
00:21:17.010 --> 00:21:17.290

582
00:21:17.270 --> 00:21:18.727
https

583
00:21:18.880 --> 00:21:19.515

584
00:21:19.450 --> 00:21:22.128
smtp pop3 imap

585
00:21:22.080 --> 00:21:22.831
นะคะ

586
00:21:22.783 --> 00:21:23.081

587
00:21:23.039 --> 00:21:30.390
snmp เนี่ยพรุ่งนี้จะเกี่ยวข้องกับการส่ง email ftp ก็คือ file transfer protocal เนี่ยจะเป็นเกี่ยวกับ

588
00:21:30.210 --> 00:21:32.373
การส่งข้อมูลที่เป็นไฟล์

589
00:21:32.710 --> 00:21:33.732
ระหว่างกัน

590
00:21:34.250 --> 00:21:34.525

591
00:21:34.569 --> 00:21:35.257

592
00:21:35.661 --> 00:21:38.473
bns

593
00:21:38.930 --> 00:21:43.212
โดเมนเนมทำหน้าที่คล้ายๆกับสมุดโทรศัพท์

594
00:21:43.410 --> 00:21:43.789

595
00:21:43.991 --> 00:21:44.221

596
00:21:44.250 --> 00:21:47.829
ถ้าเราต้องการจะสื่อสารกับคอมพิวเตอร์ในเครื่องอื่นในเครือข่าย

597
00:21:48.019 --> 00:21:50.786
เราก็ต้องไปสอบถามไอ้พี

598
00:21:50.841 --> 00:21:51.723
นะคะ

599
00:21:51.679 --> 00:21:52.491
ที่

600
00:21:52.640 --> 00:21:54.369
domain name Server ก่อน

601
00:21:55.200 --> 00:21:58.010
ถ้ามันไม่มีข้อมูล

602
00:21:58.080 --> 00:21:58.837

603
00:21:58.850 --> 00:21:59.150

604
00:21:59.810 --> 00:22:01.029
หาให้ไม่ได้

605
00:22:01.478 --> 00:22:03.965
ไม่ได้จดไว้

606
00:22:03.909 --> 00:22:07.641
ก็จะต้องค้นหาข้อมูลอาจจะลองของที่ Server อื่นก็ได้

607
00:22:07.750 --> 00:22:12.623
ฉันอยากส่งข้อมูลไปบริษัทนั้น IP Address คืออะไร

608
00:22:12.560 --> 00:22:13.855
เวลาคอมพิวเตอร์

609
00:22:14.220 --> 00:22:17.493
ส่งข้อมูลหากันเขาจะไม่ดูว่าชื่อเว็บอะไร

610
00:22:17.370 --> 00:22:17.988

611
00:22:18.011 --> 00:22:22.645
มันจะเอา IP Address ของเว็บนั้นๆลิงก์ไปที่เครื่อง Server ที่เก็บข้อมูลอยู่

612
00:22:22.679 --> 00:22:23.032

613
00:22:23.130 --> 00:22:23.676

614
00:22:24.211 --> 00:22:25.487
เหมือนเขาอยาก

615
00:22:25.569 --> 00:22:27.399
ดูข้อมูล

616
00:22:27.419 --> 00:22:29.008
ราชภัฏสกลนคร

617
00:22:29.210 --> 00:22:29.442

618
00:22:29.529 --> 00:22:29.968

619
00:22:30.491 --> 00:22:35.557
คอมพิวเตอร์มันไม่ได้หาเจอคำว่ามหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร dot ac.th ไม่ใช่

620
00:22:35.490 --> 00:22:38.639
มันจะต้องไปดูว่าเว็บไซต์ของมหาลัยเราเนี่ย

621
00:22:38.890 --> 00:22:40.824
คือ IP Address อะไร

622
00:22:41.070 --> 00:22:41.351

623
00:22:41.329 --> 00:22:41.561

624
00:22:41.522 --> 00:22:41.783

625
00:22:41.771 --> 00:22:47.157
แล้วมันถึงจะเข้าไปดูข้อมูลใน Server ที่ IPS นั้นชี้ทางไป

626
00:22:47.279 --> 00:22:47.969

627
00:22:48.559 --> 00:22:49.073

628
00:22:49.079 --> 00:22:49.363

629
00:22:49.330 --> 00:22:49.587

630
00:22:49.909 --> 00:22:52.006
ประมาณเป็น http

631
00:22:52.209 --> 00:22:54.950
มันจะเป็นการรบส่งข้อมูลและส่งไฟล์

632
00:22:55.158 --> 00:22:56.305
Gmail

633
00:22:56.440 --> 00:22:56.914

634
00:22:57.139 --> 00:22:59.823
ก็คือภาษาที่เราใช้เขียนเว็บนั่นแหละ

635
00:22:59.839 --> 00:23:06.000
ซึ่งตัว http เนี่ยมันก็ทำงานแบบ client Server เครื่องแม่ข่ายกับเครื่องลูกข่าย

636
00:23:06.179 --> 00:23:09.285
มี Host ทำงานที่เรียกว่า

637
00:23:09.319 --> 00:23:12.693
คือแม่ขาย Server นะคะเป็น web Server

638
00:23:12.648 --> 00:23:16.184
ให้บริการในส่วนของการให้ข้อมูลให้บริการข้อมูลเว็บ

639
00:23:17.011 --> 00:23:19.344
ส่วนเครื่องลูกข่าย

640
00:23:19.249 --> 00:23:19.548

641
00:23:19.368 --> 00:23:19.858

642
00:23:19.689 --> 00:23:24.576
จะเป็นโปรแกรมพวก Web Browser Google Chrome internet explorer

643
00:23:24.499 --> 00:23:25.012

644
00:23:25.329 --> 00:23:27.398
จะเป็นตัวที่ร้องขอ

645
00:23:27.572 --> 00:23:28.644
ให้

646
00:23:29.748 --> 00:23:31.163
เครื่อง Server

647
00:23:31.228 --> 00:23:34.239
แสดงข้อมูล html นานๆ

648
00:23:34.489 --> 00:23:35.593
ให้เราดูหน่อย

649
00:23:35.899 --> 00:23:40.952
เราร้องขออะไรไป Server ก็จะส่งข้อมูลนั้นกลับมาแสดงผลให้เรา

650
00:23:40.838 --> 00:23:41.119

651
00:23:41.609 --> 00:23:41.847

652
00:23:42.309 --> 00:23:42.597

653
00:23:42.438 --> 00:23:42.707

654
00:23:42.688 --> 00:23:48.717
ซึ่งเป็น https นะคะก็คือเพิ่มความปลอดภัยอันนี้เราเคยพูดแล้ว

655
00:23:48.398 --> 00:23:50.495
นะคะว่าเป็นการเข้ารหัส

656
00:23:51.019 --> 00:23:51.250

657
00:23:51.280 --> 00:23:51.546

658
00:23:51.920 --> 00:23:55.249
ข้อมูลเพิ่มขึ้นระหว่าง Server กับ Browser

659
00:23:55.188 --> 00:23:59.795
ให้ใช้งานได้ปลอดภัยมากยิ่งขึ้นจาก http ธรรมดานั่นเอง

660
00:23:59.861 --> 00:24:00.627

661
00:24:01.209 --> 00:24:01.584

662
00:24:02.099 --> 00:24:02.486

663
00:24:02.610 --> 00:24:02.911

664
00:24:02.878 --> 00:24:08.151
ประมาณเป็น smtp ก็จะเป็นเกี่ยวกับการส่งรับส่งอีเมล

665
00:24:07.998 --> 00:24:12.943
ไอ้ตัว smtp เนี่ยก็จะทำหน้าที่ส่งอีเมลจากเซิร์ฟเวอร์

666
00:24:12.929 --> 00:24:13.946
ของผู้ส่ง

667
00:24:14.019 --> 00:24:14.341

668
00:24:14.409 --> 00:24:15.899
ไปยังเซิร์ฟเวอร์ของผู้รับ

669
00:24:15.878 --> 00:24:16.190

670
00:24:16.258 --> 00:24:18.690
นะคะส่วนมากจะเป็นเกี่ยวกับ

671
00:24:18.889 --> 00:24:20.492
Server Gmail

672
00:24:20.619 --> 00:24:24.787
ระหว่างองค์กรหรือภายในองค์กรเขาจะนิยมใช้ตัวแบบนี้

673
00:24:24.848 --> 00:24:25.534
นะคะ

674
00:24:25.809 --> 00:24:26.188

675
00:24:26.378 --> 00:24:29.597
ต่อมาเป็นป๊อปนะคะ

676
00:24:29.587 --> 00:24:31.963
ก็จะเป็นข้อตกลงในการ

677
00:24:32.019 --> 00:24:34.521
ใช้อีเมลในส่วนของเครื่องลูกข่าย

678
00:24:34.578 --> 00:24:38.617
เช่นถ้าบางบริษัทตอนนี้ก็ยังใช้

679
00:24:38.688 --> 00:24:38.958

680
00:24:38.807 --> 00:24:39.049

681
00:24:39.068 --> 00:24:42.208
โปรแกรม Microsoft Outlook ในการดูข้อมูลอีเมล

682
00:24:42.779 --> 00:24:43.657

683
00:24:43.810 --> 00:24:45.299
มาเก็บไว้ที่ Server

684
00:24:46.439 --> 00:24:51.577
เก็บไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์ได้เลยไม่จำเป็นจะต้องเปิดผ่านเว็บทุกครั้งแค่คุณเปิด

685
00:24:51.878 --> 00:24:55.860
โปรแกรมนี้ขึ้นมาคุณก็สามารถอ่านอีเมลได้

686
00:24:55.978 --> 00:25:00.647
แม้จะไม่มีอินเทอร์เน็ตมันก็ยังดึงข้อมูลมาเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์เราแล้ว

687
00:25:00.528 --> 00:25:02.565
ก็สามารถดูตอนไหนก็ได้

688
00:25:03.157 --> 00:25:03.531

689
00:25:03.798 --> 00:25:05.694
ประมาณเป็น imap

690
00:25:05.648 --> 00:25:05.926

691
00:25:05.848 --> 00:25:08.910
ก็จะเป็นข้อตกลงในการ

692
00:25:08.928 --> 00:25:09.949
จัดการ

693
00:25:10.269 --> 00:25:11.724
ข้อความ

694
00:25:11.677 --> 00:25:13.084

695
00:25:19.238 --> 00:25:23.592
เช่นสร้างโฟลเดอร์จัดเก็บอีเมลได้

696
00:25:24.098 --> 00:25:28.305
แสดงรายละเอียดว่าอีเมลนั้นได้ถูกเปิดอ่านแล้วหรือยังเช่นการทำงานของ

697
00:25:28.208 --> 00:25:28.503

698
00:25:28.530 --> 00:25:29.574
Gmail

699
00:25:29.548 --> 00:25:29.856

700
00:25:30.129 --> 00:25:33.097
อีเมลของ Google น่ะค่ะตอนนี้ก็

701
00:25:33.010 --> 00:25:33.271

702
00:25:33.137 --> 00:25:35.135
คุณก็สามารถสร้างโฟลเดอร์ได้

703
00:25:35.127 --> 00:25:35.500

704
00:25:35.511 --> 00:25:36.448

705
00:25:36.787 --> 00:25:38.637
บางอันเรายัง

706
00:25:38.577 --> 00:25:38.787

707
00:25:39.287 --> 00:25:41.513
เราอ่านแล้วเราไม่สนใจ

708
00:25:41.528 --> 00:25:44.288
เราอาจจะทำเป็นเครื่องหมายว่าอ่านแล้ว

709
00:25:44.797 --> 00:25:47.735
จริงๆไม่ได้กดอ่านก็ได้อะไรเงี้ยนะคะ

710
00:25:47.928 --> 00:25:48.327

711
00:25:48.767 --> 00:25:49.264

712
00:25:49.339 --> 00:25:49.634

713
00:25:49.478 --> 00:25:49.740

714
00:25:49.927 --> 00:25:52.875
อันนี้เป็นสถาปัตยกรรมของกัน

715
00:25:52.808 --> 00:25:53.429

716
00:25:53.377 --> 00:25:53.635

717
00:25:53.637 --> 00:25:54.948
ส่ง

718
00:25:55.428 --> 00:26:00.297
email นะคะก็ทำงานร่วมกันทั้ง smtp แล้วก็ Pop

719
00:26:00.296 --> 00:26:05.204
รวมถึงไอ้แหม่มทั้ง 3 ส่วนนี้สามารถทำงานร่วมกันได้นะคะเพราะว่า

720
00:26:05.168 --> 00:26:07.863
Server ในปัจจุบันเนี่ยมันให้บริการ

721
00:26:08.048 --> 00:26:08.343

722
00:26:08.437 --> 00:26:11.956
ครอบคลุมไม่ว่าคุณจะใช้บริการอีเมลชนิดไหน

723
00:26:12.017 --> 00:26:12.322

724
00:26:12.407 --> 00:26:15.868
Server ก็สามารถจัดการรับส่งข้อมูล

725
00:26:15.998 --> 00:26:17.535
อีเมลให้คุณได้

726
00:26:17.467 --> 00:26:24.713
ไอ้หนูแก่นเมื่อก่อนไม่ต้องระบุเลยว่าคุณจะใช้อุปกรณ์อะไรในการรับส่งอีเมลนี้ไม่ต้องนะคะคุณสามารถใช้

727
00:26:24.768 --> 00:26:26.460
ละครเลย

728
00:26:27.268 --> 00:26:27.576

729
00:26:28.867 --> 00:26:29.566

730
00:26:30.087 --> 00:26:35.341
นะคะก็จะเป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูล

731
00:26:35.277 --> 00:26:37.671
ในการจัดการเครือข่ายของอุปกรณ์ต่างๆ

732
00:26:37.647 --> 00:26:43.007
ช่วยให้ผู้ดูแลระบบเนี่ยสามารถจัดการระบบเครือข่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

733
00:26:43.157 --> 00:26:45.064
แล้วก็สามารถ

734
00:26:45.587 --> 00:26:48.740
ติดตามวิเคราะห์ปัญหาที่เกิดขึ้นภายในระบบได้ด้วย

735
00:26:48.726 --> 00:26:51.309
นะคะมันจะมีการส่ง

736
00:26:52.377 --> 00:26:55.403
ข้อมูลส่งแจ้งเตือนอะไรกลับมา

737
00:26:55.327 --> 00:26:56.976
นะคะ

738
00:26:56.926 --> 00:26:58.345
ตอบมาเป็น

739
00:26:58.526 --> 00:27:03.974
ftp นะคะมันจะใช้สำหรับการถ่ายโอนไฟล์ระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ 2

740
00:27:03.847 --> 00:27:04.434

741
00:27:04.746 --> 00:27:05.691
ขึ้นไป

742
00:27:05.896 --> 00:27:06.185

743
00:27:06.347 --> 00:27:06.600

744
00:27:06.535 --> 00:27:09.817
จะต้องมีการกรอก username Password เพื่อยืนยันตัวตน

745
00:27:09.927 --> 00:27:14.096
เพราะว่ามันจะเป็นการส่งข้อมูล

746
00:27:14.358 --> 00:27:14.586

747
00:27:14.677 --> 00:27:15.759
หากัน

748
00:27:15.958 --> 00:27:16.264

749
00:27:16.658 --> 00:27:18.138
ช่างโดยตรง

750
00:27:18.447 --> 00:27:18.652

751
00:27:18.766 --> 00:27:19.033

752
00:27:19.027 --> 00:27:19.788
นะคะ

753
00:27:19.736 --> 00:27:20.695

754
00:27:20.766 --> 00:27:22.272
ถ้าเป็นเมื่อก่อนเนี่ย

755
00:27:22.425 --> 00:27:24.400
เวลาเรา

756
00:27:24.346 --> 00:27:29.457
อัพโหลดข้อมูลจริงๆแล้วเวลาทำเว็บไซต์คุณก็ต้องติดตั้งโปรแกรมที่สามารถ

757
00:27:29.856 --> 00:27:32.165
ใช้งาน ftp ตัวนี้ได้

758
00:27:32.168 --> 00:27:32.419

759
00:27:32.287 --> 00:27:32.708

760
00:27:32.807 --> 00:27:33.422

761
00:27:33.447 --> 00:27:33.689

762
00:27:33.886 --> 00:27:38.729
เช่นเราจำข้อมูลขึ้นไปบนเว็บไซต์เมื่อก่อนนะตอนนี้ตอนนี้เครื่องมือเราใช้เยอะมาก

763
00:27:38.567 --> 00:27:41.925
ใช้เครื่องมือสำเร็จรูปก็เยอะแต่เมื่อก่อนมันไม่ใช่

764
00:27:41.706 --> 00:27:42.520
มันจะต้อง

765
00:27:42.476 --> 00:27:44.860
มีการเชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์โดยตรง

766
00:27:44.853 --> 00:27:48.217
เพื่อนำการอัพโหลดข้อมูลขึ้นไปหรือดึงข้อมูลออกมา

767
00:27:48.498 --> 00:27:51.994
เราก็ใช้ตัว ftp นี่แหละเป็นตัวกลางในการ

768
00:27:52.986 --> 00:27:55.486
อัพโหลดหรือดาวน์โหลดข้อมูลนะคะ

769
00:27:55.805 --> 00:27:56.053

770
00:27:56.766 --> 00:28:01.068
ประมาณเป็นระดับชั้น Transport layer

771
00:28:01.127 --> 00:28:02.254
นะคะ

772
00:28:02.277 --> 00:28:02.510

773
00:28:02.656 --> 00:28:07.463
มีการเชื่อมต่อแบบโพสตอบกูเสร็จก็คืองานแต่งงาน

774
00:28:07.326 --> 00:28:10.372
มีการใช้พอร์ตใช้ socket

775
00:28:10.927 --> 00:28:16.235
ซึ่งในตัว Transport layer เนี่ยจะมีตัวละครหลักที่ใช้งานอยู่ 2 ตัวคือ tcp

776
00:28:16.167 --> 00:28:17.185
utp

777
00:28:17.266 --> 00:28:17.899
นะคะ

778
00:28:18.036 --> 00:28:18.273

779
00:28:18.356 --> 00:28:18.664

780
00:28:18.546 --> 00:28:19.615

781
00:28:19.636 --> 00:28:24.060
ตัวที่ๆเนี่ยเมื่อกี้มันเป็น tcp ใช่ไหมคะมันจะคนละอันกันนะ

782
00:28:23.927 --> 00:28:25.422
อันนี้บัญชีเฉยๆ

783
00:28:25.406 --> 00:28:26.150

784
00:28:26.167 --> 00:28:27.828
จะเป็นการเชื่อมต่อแบบ

785
00:28:28.536 --> 00:28:34.500
ส่งข้อมูลที่เชื่อถือได้มีการรับประกันข้อมูลว่าถึงปลายทางแน่นอน

786
00:28:35.776 --> 00:28:37.893
ถ้าข้อมูลที่มีขนาดใหญ่มากๆ

787
00:28:37.885 --> 00:28:40.972
เขาจะแบ่ง Package หรือแบ่งกล่อง

788
00:28:40.966 --> 00:28:42.254
เป็นกล่องใหญ่ๆ

789
00:28:43.787 --> 00:28:44.921
แต่ตัว

790
00:28:45.005 --> 00:28:50.599
tcp เนี่ยจะเป็นคนที่คอยทำหน้าที่ควบคุมว่าคุณย่อยเป็น 3 กล่อง

791
00:28:51.086 --> 00:28:55.975
พี่จะเป็นคนควบคุมว่า 3 กล่องนี้จะต้องถูกส่งไปให้ถึงผู้รับ

792
00:28:56.406 --> 00:28:57.216
เหมือนกัน

793
00:28:57.807 --> 00:29:04.067
แล้วพอถึงปลายทางมันจะมีตัวที่ CP นะคะคอยรวม 3 กล่องใหญ่ให้กลายเป็นกล่องเดียว

794
00:29:03.895 --> 00:29:04.812
เปิด LINE

795
00:29:04.795 --> 00:29:07.483
เปิดข้อมูลอ่านได้หรือเปิดข้อมูลดูได้

796
00:29:07.615 --> 00:29:08.126

797
00:29:08.255 --> 00:29:08.476

798
00:29:08.967 --> 00:29:09.202

799
00:29:09.926 --> 00:29:15.260
ซึ่งการสร้างการทำงานของตัว tcp เนี่ยเขาจะเรียกว่า

800
00:29:15.495 --> 00:29:16.835
ทีวี aconatic

801
00:29:16.716 --> 00:29:17.671

802
00:29:17.675 --> 00:29:19.535
ส่งไปส่งกลับ

803
00:29:19.916 --> 00:29:21.240
3 ขั้นตอน

804
00:29:21.254 --> 00:29:21.812

805
00:29:21.836 --> 00:29:23.681
อันแรก

806
00:29:23.696 --> 00:29:29.010
ถ้าเราจะส่งข้อมูลเราจะต้องส่งข้อความไปบอกก่อนว่าเราต้องการจะส่งข้อมูลนะ

807
00:29:30.286 --> 00:29:33.480
ปลายทางได้รับคำตอบกลับมาพร้อมกับรหัส

808
00:29:33.755 --> 00:29:35.607
ที่จะใช้รับหรือส่งข้อมูล

809
00:29:35.545 --> 00:29:35.967

810
00:29:36.054 --> 00:29:36.988

811
00:29:37.204 --> 00:29:40.016
เขาส่งกลับมาต้นทางก็จะแพคเกจ

812
00:29:40.094 --> 00:29:40.339

813
00:29:40.415 --> 00:29:43.433
ที่เรามีที่ต้องการจะส่งใส่รหัส

814
00:29:43.365 --> 00:29:44.635
อยู่ไสเฮ็ดเด้อ

815
00:29:44.646 --> 00:29:46.625
ที่เขาส่งกลับมาให้เรา

816
00:29:46.755 --> 00:29:47.011

817
00:29:46.945 --> 00:29:47.166

818
00:29:47.594 --> 00:29:49.137
เพื่อเป็นการยืนยันว่า

819
00:29:49.386 --> 00:29:50.208
เต่า

820
00:29:50.287 --> 00:29:52.786
เป็นคนที่ต้องการจะสื่อสารกับเขาจริงๆ

821
00:29:52.775 --> 00:29:53.659

822
00:29:54.055 --> 00:29:55.010
5

823
00:29:55.087 --> 00:29:57.147
ทำให้ครบ 3 ข้อนี้

824
00:29:57.074 --> 00:30:00.464
ก็จะเริ่มกระบวนการรับส่งข้อมูลจริงเกิดขึ้น

825
00:30:00.465 --> 00:30:01.091

826
00:30:01.295 --> 00:30:02.043

827
00:30:02.705 --> 00:30:06.105
ลักษณะการทำงานจะเป็นวันนี้ร้องขอไปก่อน

828
00:30:06.044 --> 00:30:08.681
ขอร้องขอไปปุ๊บเขาจะส่ง

829
00:30:08.796 --> 00:30:14.067
รหัสกลับมาเพราะส่งรหัสกลับมาก็แปะไปที่ Package แล้วก็ส่งกลับไป

830
00:30:14.434 --> 00:30:17.936
ทำแบบนี้นะคะในกระบวนการรับส่งจะมี 3 ขั้นตอน

831
00:30:18.014 --> 00:30:18.263

832
00:30:18.276 --> 00:30:18.579

833
00:30:18.525 --> 00:30:20.377
เรียกว่า TV Hand Shake

834
00:30:20.395 --> 00:30:21.085
นะคะ

835
00:30:21.677 --> 00:30:21.965

836
00:30:22.055 --> 00:30:22.289

837
00:30:22.564 --> 00:30:23.061

838
00:30:23.015 --> 00:30:25.508
โตมา udt

839
00:30:25.704 --> 00:30:28.204
อันนี้จะตรงข้ามกับ

840
00:30:28.204 --> 00:30:29.552
tcp

841
00:30:29.874 --> 00:30:30.924

842
00:30:31.535 --> 00:30:33.392
จะเป็นการส่งที่รวดเร็ว

843
00:30:33.964 --> 00:30:36.670
ทำได้เร็วกว่าไม่ต้องรอไม่ต้องร้องขอ

844
00:30:36.924 --> 00:30:38.471
ส่งเลย

845
00:30:38.524 --> 00:30:39.931
แต่เชื่อถือไม่ได้

846
00:30:40.564 --> 00:30:44.157
ไม่รู้ว่าเขาจะได้รับไหมไม่รู้เขาจะตอบกลับหรือเปล่า

847
00:30:44.474 --> 00:30:45.108

848
00:30:45.885 --> 00:30:47.601
ข้อดีคือมันส่งได้เร็ว

849
00:30:47.614 --> 00:30:53.381
ส่วนมากเขาจะเหมาะกับการที่เป็นข้อมูลแบบบอร์ดแคชก็คือส่งไปเลยใครได้รับก็อ่าน

850
00:30:53.325 --> 00:30:54.647
ก็ไม่เป็นไร

851
00:30:54.665 --> 00:30:54.900

852
00:30:55.115 --> 00:30:56.766
เหมือนกันกระจายข่าว

853
00:30:56.775 --> 00:30:56.993

854
00:30:57.284 --> 00:30:57.991

855
00:30:57.995 --> 00:30:58.238

856
00:30:58.447 --> 00:30:58.739

857
00:30:58.564 --> 00:30:59.590

858
00:30:59.593 --> 00:31:01.980
ใครเนี่ยไม่หลับไม่รู้

859
00:31:01.904 --> 00:31:03.966
นะคะคุณไปก่อน

860
00:31:04.334 --> 00:31:06.202
ไม่มีการการันตีว่า

861
00:31:06.764 --> 00:31:08.236
การสื่อสารนี้จะ

862
00:31:08.174 --> 00:31:10.218
มีคนตอบรับไหมไม่สน

863
00:31:10.164 --> 00:31:10.809
นะคะ

864
00:31:10.804 --> 00:31:12.330

865
00:31:12.535 --> 00:31:14.399
ตัวที่ตีเนี่ย

866
00:31:14.394 --> 00:31:18.469
มันเลยมีความน่าเชื่อถือมากกว่าเลยนิยมใช้บนอินเตอร์เน็ตมากกว่า

867
00:31:18.494 --> 00:31:18.792

868
00:31:18.624 --> 00:31:19.075

869
00:31:19.904 --> 00:31:21.663
กลับอยู่ดีๆเนี่ย

870
00:31:22.274 --> 00:31:25.923
ทำงานก็ทำงานเสร็จเหมือนกันแต่ไม่รู้ว่า

871
00:31:25.863 --> 00:31:26.766
ถูกไหม

872
00:31:26.955 --> 00:31:27.200

873
00:31:27.405 --> 00:31:28.928
ผิดหรือเปล่าไม่สน

874
00:31:29.063 --> 00:31:29.322

875
00:31:29.255 --> 00:31:29.779

876
00:31:30.344 --> 00:31:34.735
ข้อมูลที่ส่งไปแค่ให้มั่นใจว่ามันไม่ได้เสียหายไปนะ

877
00:31:34.703 --> 00:31:37.029
ขอข้อมูลไม่เสียหายอะไรก็ส่งไปเลย

878
00:31:37.583 --> 00:31:37.834

879
00:31:38.093 --> 00:31:42.130
ไม่สนว่าจะมีอะไรตกหล่นหายไประหว่างทางหรือเปล่า

880
00:31:42.324 --> 00:31:43.008

881
00:31:43.353 --> 00:31:47.323
ข้อผิดพลาดอะไรเยอะกว่าแต่มันส่งได้เร็วกว่าข้อดีมีแค่นี้

882
00:31:47.324 --> 00:31:48.071

883
00:31:48.533 --> 00:31:48.824

884
00:31:48.793 --> 00:31:49.086

885
00:31:49.364 --> 00:31:53.025
ต่อมาเป็นการสื่อสารในระดับ Network

886
00:31:53.023 --> 00:31:55.507
นะคะก็จะมี

887
00:31:55.644 --> 00:31:58.616
การศึกษาหลักก็คือไอพีและก็ไอซีเอ็มพี

888
00:31:58.603 --> 00:32:02.230
ไอ้พี่ก็เกี่ยวข้องกับการรับส่งให้เกดอยู่แล้ว

889
00:32:02.124 --> 00:32:08.273
icmp เนี่ยก็ใช้วิเคราะห์แล้วก็บริหารจัดการเครือข่ายอันนี้จะอยู่ในชั้นเดียวกัน

890
00:32:08.403 --> 00:32:08.951

891
00:32:09.684 --> 00:32:09.914

892
00:32:09.873 --> 00:32:10.190

893
00:32:11.084 --> 00:32:15.070
ดู IP internet ปตทนะคะข้อตกลงในการ

894
00:32:15.004 --> 00:32:15.298

895
00:32:15.323 --> 00:32:16.931
การที่อยู่บนอินเทอร์เน็ต

896
00:32:17.044 --> 00:32:19.092
ก็จะเป็นทั้ง

897
00:32:19.163 --> 00:32:20.296
รับส่ง

898
00:32:20.373 --> 00:32:25.301
แพ็คเกจต่างๆค้นหาเส้นทางในการสื่อสารนะคะ

899
00:32:25.312 --> 00:32:28.443
อันนี้ก็จะเป็นการให้บริการแบบ Connection rate

900
00:32:29.282 --> 00:32:30.685
เมื่อคืนไม่สน

901
00:32:30.623 --> 00:32:32.582
จะถึงไหมไม่ถึงไม่รู้

902
00:32:32.554 --> 00:32:37.370
นะคะเป็นหน้าที่ของคนอื่นที่ต้องรับผิดชอบไปฉันมีหน้าที่ส่ง

903
00:32:37.413 --> 00:32:37.774

904
00:32:38.244 --> 00:32:41.429
คุณค่อยมาเช็คเอาท์ฉันส่งถูกไหมอะไรอย่างนี้นะคะ

905
00:32:41.323 --> 00:32:42.458

906
00:32:42.804 --> 00:32:44.915
ดังนั้นการแก้ปัญหาก็คือ

907
00:32:45.682 --> 00:32:47.962
เขาเลยให้ทำงานร่วมกับ PC เลย

908
00:32:47.863 --> 00:32:48.165

909
00:32:48.052 --> 00:32:48.352

910
00:32:48.883 --> 00:32:52.403
เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลถึงแน่นอน

911
00:32:53.113 --> 00:32:53.612

912
00:32:53.682 --> 00:32:57.277
ไอ้พีมันก็เลยเหมือนแบบเป็นการส่งจดหมายแบบธรรมดา

913
00:32:57.473 --> 00:32:59.907
ไม่รู้ถึงตอนไหนอ่ะส่งไปเลย

914
00:33:00.163 --> 00:33:01.710
ความเร็วส่งไปแล้ว

915
00:33:01.763 --> 00:33:06.502
ไม่สนแล้วเขาจะรับตอนไหนไม่รู้นะคะพี่ๆก็เลยมาช่วย

916
00:33:06.504 --> 00:33:09.514
เอาจากจดหมายธรรมดาเพิ่มลงทะเบียนให้นิดนึง

917
00:33:09.512 --> 00:33:09.921

918
00:33:09.645 --> 00:33:09.924

919
00:33:09.835 --> 00:33:10.117

920
00:33:10.084 --> 00:33:12.530
เพื่อการันตีว่าถึงแน่นอน

921
00:33:12.784 --> 00:33:17.095
นะคะอุปกรณ์ที่ใช้ในการกำหนดเส้นทางเราจะเรียกว่า Router

922
00:33:17.073 --> 00:33:17.824

923
00:33:18.353 --> 00:33:18.662

924
00:33:19.373 --> 00:33:19.625

925
00:33:19.822 --> 00:33:23.326
ตัวไอซี MP เนี่ยมันก็จะเป็นตัวที่

926
00:33:23.163 --> 00:33:25.140
คอยรายงานข้อผิดพลาด

927
00:33:25.653 --> 00:33:27.883
ที่เกิดขึ้นระหว่างการ

928
00:33:28.083 --> 00:33:29.104
ส่ง

929
00:33:29.053 --> 00:33:31.106
ข้อมูลที่เป็น Package ต่างๆ

930
00:33:31.045 --> 00:33:33.587
นะคะก็คือ

931
00:33:33.533 --> 00:33:34.451
มันจับ

932
00:33:34.752 --> 00:33:37.437
แจ้งข้อผิดพลาดของเครือข่าย

933
00:33:37.444 --> 00:33:38.448
นะคะ

934
00:33:38.726 --> 00:33:39.621
แจ้ง

935
00:33:39.623 --> 00:33:42.848
ถ้ามีการใช้งานเครือข่ายเป็นปริมาณมากๆ

936
00:33:42.882 --> 00:33:44.355
ผิดปกติ

937
00:33:44.743 --> 00:33:50.008
นะคะเป็นตัวที่ช่วยค้นหาข้อผิดพลาดเช่นการเชื่อมต่อตัวนี้

938
00:33:51.082 --> 00:33:54.715
มันเชื่อมต่อกันได้หรือเปล่าโดยใช้คำสั่ง Ping

939
00:33:55.062 --> 00:33:56.836
นะคะเช่น

940
00:33:56.793 --> 00:33:59.210
ยิงไปหาคนนั้นสิเขา

941
00:33:59.734 --> 00:34:03.277
จะได้รับข้อมูลเราหรือเปล่าเขาออนไลน์อยู่ไหม

942
00:34:03.322 --> 00:34:07.125
รวมถึงการแจ้งการหมดเวลา

943
00:34:07.042 --> 00:34:07.341

944
00:34:07.232 --> 00:34:07.500

945
00:34:07.421 --> 00:34:08.304

946
00:34:08.251 --> 00:34:11.020
ว่าในการสื่อสารครั้งนี้เขากำหนดเวลาไว้เท่าไหร่

947
00:34:11.014 --> 00:34:11.304

948
00:34:11.592 --> 00:34:12.926
เกินเวลาหรือยัง

949
00:34:13.064 --> 00:34:13.762

950
00:34:14.213 --> 00:34:14.454

951
00:34:15.302 --> 00:34:15.572

952
00:34:15.681 --> 00:34:15.909

953
00:34:15.943 --> 00:34:16.391

954
00:34:16.263 --> 00:34:18.009

955
00:34:18.200 --> 00:34:22.857
โดยข้อตกลงในการเชื่อมต่อเครือข่ายเนี่ยมันก็จะมีวิธีการแล้วก็

956
00:34:22.732 --> 00:34:23.022

957
00:34:23.052 --> 00:34:26.707
การทำงานบนลิงค์ต่างๆนะคะ

958
00:34:26.643 --> 00:34:31.922
การเชื่อมต่อเครือข่ายเนี่ยเราจะมองคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่องอุปกรณ์แต่ละอันเนี่ยเรียกว่าโหนด

959
00:34:32.281 --> 00:34:33.877
กลอนเป็นก้อน

960
00:34:33.812 --> 00:34:37.428
นะคะโดย

961
00:34:38.042 --> 00:34:39.579
ประกอบด้วยทั้ง

962
00:34:39.522 --> 00:34:42.292
ethernet แล้วก็ตัวอัพเน็ต

963
00:34:42.402 --> 00:34:43.160
นะคะ

964
00:34:43.242 --> 00:34:44.965
หน้าที่หลัก

965
00:34:45.031 --> 00:34:49.307
ก็จะเป็นการสื่อสารในแต่ละโหนดหรือแต่ละจุดที่กำหนดไว้

966
00:34:49.250 --> 00:34:51.569
ให้เป็นไปตามเส้นทางที่เรากำหนด

967
00:34:51.633 --> 00:34:52.280

968
00:34:52.201 --> 00:34:52.492

969
00:34:52.402 --> 00:34:56.132
ผู้รับก็ทำงานในทางกลับกันก็คือรอรับข้อมูล

970
00:34:56.491 --> 00:35:01.589
แล้วก็ส่งไปกับโปรแกรมให้ฉันในการแปลงข้อมูลชั้นสูงขึ้นไป

971
00:35:01.881 --> 00:35:02.102

972
00:35:02.392 --> 00:35:03.859
ที่ใช้ทำงานร่วมกัน

973
00:35:03.993 --> 00:35:09.469
ก็จะมีการรับส่งข้อมูลแบบนี้จากชั้นล่างสุดก็ค่อยๆส่งขึ้นไปชั้นบนสุด

974
00:35:09.632 --> 00:35:10.261

975
00:35:10.521 --> 00:35:10.847

976
00:35:11.742 --> 00:35:14.616
อินเทอร์เน็ตคืออะไร

977
00:35:14.562 --> 00:35:17.723
เป็นที่เครือข่ายหลักของ

978
00:35:17.760 --> 00:35:20.202
เทคนิคกรุงเทพนะคะ

979
00:35:20.131 --> 00:35:22.688
แล้วก็เป็นเครือข่ายที่

980
00:35:22.761 --> 00:35:25.909
ใช้ภายในองค์กรหรือในท้องถิ่นมากที่สุด

981
00:35:25.903 --> 00:35:26.126

982
00:35:26.031 --> 00:35:28.170
ทั้งที่นี่ไม่ใช่บ้านหนูนะ

983
00:35:28.080 --> 00:35:30.182
มันจะหมายถึงโลโก้

984
00:35:30.891 --> 00:35:31.718

985
00:35:31.802 --> 00:35:33.735
อาหารก็คือ

986
00:35:34.291 --> 00:35:36.789
การใช้งานเครือข่ายภายในองค์กรนั่นแหละ

987
00:35:36.721 --> 00:35:37.350
นะคะ

988
00:35:37.300 --> 00:35:38.241

989
00:35:38.584 --> 00:35:41.213
หรือว่าที่เราใช้กันตอนนี้ก็คือ

990
00:35:41.282 --> 00:35:41.688

991
00:35:41.471 --> 00:35:44.086
Nan Local area Network

992
00:35:44.282 --> 00:35:44.535

993
00:35:44.601 --> 00:35:44.830

994
00:35:45.564 --> 00:35:46.442

995
00:35:47.231 --> 00:35:50.043
มีการรับส่งแบบ

996
00:35:50.440 --> 00:35:52.681
succeed

997
00:35:52.742 --> 00:35:57.835
ก็คือเป็นการตรวจสอบการขับข้างของการสื่อสารข้อมูลแบบคอขวด

998
00:35:57.743 --> 00:35:58.040

999
00:35:59.851 --> 00:36:00.161

1000
00:36:00.242 --> 00:36:04.455
ข้อมูลเหมือนถนนน่ะค่ะวิ่งมา 8 เลนอยู่ดีๆเหลือ 2 เลน

1001
00:36:04.401 --> 00:36:04.638

1002
00:36:04.530 --> 00:36:04.842

1003
00:36:04.923 --> 00:36:05.189

1004
00:36:05.171 --> 00:36:10.705
รถมันก็ต้องมาออกกันตรงปากขวดจะขายก็แล้วแต่นะแต่ขวดขวดข้างล่างมันกว้าง

1005
00:36:10.741 --> 00:36:12.215
ปากขวดมันแคบ

1006
00:36:12.402 --> 00:36:14.758
ขอน้ำจริงๆแล้วๆ

1007
00:36:14.910 --> 00:36:20.323
ออกไม่เร็วเหมือนแก้วน้ำแก้วน้ำปากกับครูแก้วมันเท่ากัน

1008
00:36:20.161 --> 00:36:21.841
น้ำไหลออกหมดพร้อมกัน

1009
00:36:21.891 --> 00:36:22.717

1010
00:36:22.721 --> 00:36:24.152
ไอ้ตัวอินเทอร์เน็ตเนี่ย

1011
00:36:24.520 --> 00:36:29.976
มันจะมีตัวที่ช่วยจัดการก็คือถ้าสมมุติว่าปริมาณคนใช้งานมากๆสักพัก

1012
00:36:29.901 --> 00:36:34.012
โดนบีบให้เหลือ 2 เลนมันจะแก้ไขปัญหานั้นยังไง

1013
00:36:34.064 --> 00:36:34.690
นะคะ

1014
00:36:35.150 --> 00:36:35.460

1015
00:36:36.620 --> 00:36:40.647
ตอบมาตัวอาบนะคะ

1016
00:36:40.662 --> 00:36:44.436
หรือเป็นวิธีการที่ใช้ในการค้นหา Mac address

1017
00:36:44.820 --> 00:36:46.769
Mac address จะเป็น

1018
00:36:46.943 --> 00:36:47.702

1019
00:36:48.731 --> 00:36:50.134
หมายเลข 1

1020
00:36:50.200 --> 00:36:51.404
นะคะ

1021
00:36:51.611 --> 00:36:54.112
แก้ไขบัตรประชาชนของเครื่อง

1022
00:36:54.560 --> 00:36:56.667
ก็จะ

1023
00:36:56.679 --> 00:36:58.193
ไม่มีการเปลี่ยนแปลง

1024
00:36:58.922 --> 00:36:59.193

1025
00:36:59.110 --> 00:37:02.562
จะเป็นตัวเลขที่แต่ละเครื่องไม่เหมือนกัน

1026
00:37:02.760 --> 00:37:03.797

1027
00:37:03.853 --> 00:37:04.243

1028
00:37:04.361 --> 00:37:08.477
เป็นอีกตัวนึงที่ไว้ในการยืนยันว่าต้นทางปลายทาง

1029
00:37:08.521 --> 00:37:09.338

1030
00:37:09.359 --> 00:37:09.641

1031
00:37:09.870 --> 00:37:12.952
เป็นคนที่เราต้องการส่งข้อมูลจริงไหม

1032
00:37:12.880 --> 00:37:15.874
ร้องขอ IP Address แล้วตัวคับเนี่ย

1033
00:37:16.082 --> 00:37:16.402

1034
00:37:16.282 --> 00:37:19.127
ร้องขอ Mac address มาเพื่อ

1035
00:37:19.040 --> 00:37:20.879
ระบุตัวตนอีกครั้งหนึ่งเหมือนกัน

1036
00:37:20.831 --> 00:37:21.447

1037
00:37:21.721 --> 00:37:22.109

1038
00:37:22.170 --> 00:37:22.414

1039
00:37:22.300 --> 00:37:23.396

1040
00:37:23.900 --> 00:37:29.232
วันนี้เลยมีงานให้ทำนะคะจะให้หาข้อมูลเพิ่มเติมวันนี้

1041
00:37:29.540 --> 00:37:30.682
ทำเป็น

1042
00:37:30.880 --> 00:37:31.130

1043
00:37:31.200 --> 00:37:34.141
ท้ายบทเนาะทำวันนี้ก็น่าจะเสร็จ

1044
00:37:34.149 --> 00:37:34.577

1045
00:37:34.529 --> 00:37:34.831

1046
00:37:34.800 --> 00:37:35.091

1047
00:37:35.050 --> 00:37:37.610
ลองหาข้อมูลเพิ่มว่าไอ้ตัว

1048
00:37:37.999 --> 00:37:40.591
static แนทกับ Dynamic แนทเนี่ย

1049
00:37:40.490 --> 00:37:40.720

1050
00:37:41.131 --> 00:37:44.095
ไม่มีการทำงานยังไงบ้างนะคะ

1051
00:37:44.022 --> 00:37:46.856
แล้วไอ้ตัวที่ตีกับ OSI model เนี่ย

1052
00:37:47.410 --> 00:37:48.679
ข้อดีข้อเสีย

1053
00:37:49.400 --> 00:37:49.622

1054
00:37:49.590 --> 00:37:53.247
เป็นยังไงนะคะ smcp

1055
00:37:53.440 --> 00:37:56.642
อธิบายไปแล้วมันคืออะไรทำงานยังไง

1056
00:37:56.570 --> 00:37:56.786

1057
00:37:57.151 --> 00:38:00.754
stp ลองหาดูสิว่านอกจากส่ง

1058
00:38:01.189 --> 00:38:02.507
รับส่งข้อมูล

1059
00:38:02.469 --> 00:38:04.909
ระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์แล้วมีอย่างอื่นอีกไหม

1060
00:38:04.900 --> 00:38:05.150

1061
00:38:05.030 --> 00:38:05.717

1062
00:38:05.730 --> 00:38:06.355

1063
00:38:06.949 --> 00:38:07.644

1064
00:38:07.719 --> 00:38:09.776
CTX

1065
00:38:11.690 --> 00:38:11.925

1066
00:38:12.009 --> 00:38:12.530

1067
00:38:12.460 --> 00:38:12.684

1068
00:38:12.650 --> 00:38:15.019
พูดยังไงไม่เข้าใจ

1069
00:38:14.890 --> 00:38:17.989
ไม่มีคนอื่นที่ไฟล์เป็นรูปภาพไม่เข้าใจมากกว่านี้หรือเปล่า

1070
00:38:17.911 --> 00:38:19.441
ลองหาดู

1071
00:38:19.569 --> 00:38:20.841
นะคะ

1072
00:38:21.040 --> 00:38:24.371
ทำในห้องน่าจะเสร็จเดี๋ยวทำส่งใน classroom เหมือนเดิม

1073
00:38:24.829 --> 00:38:25.093

1074
00:38:25.080 --> 00:38:26.434
ก็ทำใน Word

1075
00:38:26.358 --> 00:38:27.106

1076
00:38:27.069 --> 00:38:29.294
ก็เอา 5 ข้อนี้แหละ

1077
00:38:29.498 --> 00:38:32.032
เริ่มทำเลยเดี๋ยวอาจารย์เดินดูด้วย

1078
00:38:32.000 --> 00:38:32.753

1079
00:38:33.478 --> 00:38:33.847

1080
00:38:34.558 --> 00:38:34.829

1081
00:38:35.459 --> 00:38:37.869

1082
00:38:38.209 --> 00:38:39.026

1083
00:38:38.978 --> 00:38:39.741

1084
00:38:39.679 --> 00:38:39.993

1085
00:38:40.589 --> 00:38:40.890

1086
00:38:41.160 --> 00:38:41.441

1087
00:38:41.420 --> 00:38:41.672

1088
00:38:41.679 --> 00:38:42.190

1089
00:38:42.189 --> 00:38:42.500

1090
00:38:42.508 --> 00:38:44.620

1091
00:38:44.750 --> 00:38:44.963

1092
00:38:45.069 --> 00:38:47.181

1093
00:38:47.369 --> 00:38:47.799

1094
00:38:47.760 --> 00:38:48.843

1095
00:38:49.430 --> 00:38:50.114

1096
00:38:50.520 --> 00:38:54.532

1097
00:38:54.740 --> 00:38:55.487

1098
00:38:58.269 --> 00:38:58.832

1099
00:38:58.839 --> 00:38:59.119

1100
00:38:59.038 --> 00:38:59.265

1101
00:38:59.289 --> 00:38:59.544

1102
00:38:59.999 --> 00:39:00.312

1103
00:39:02.679 --> 00:39:02.923

1104
00:39:03.711 --> 00:39:03.950

1105
00:39:04.029 --> 00:39:07.107

1106
00:39:18.190 --> 00:39:18.621

1107
00:39:18.640 --> 00:39:18.953

1108
00:39:19.209 --> 00:39:19.589

1109
00:39:19.719 --> 00:39:20.047

1110
00:39:19.979 --> 00:39:20.359

1111
00:39:40.230 --> 00:39:40.504

1112
00:40:11.171 --> 00:40:11.443

1113
00:40:32.688 --> 00:40:32.946

1114
00:40:49.348 --> 00:40:49.568

1115
00:40:50.368 --> 00:40:50.611

1116
00:40:50.628 --> 00:40:50.858

1117
00:41:38.229 --> 00:41:38.466

1118
00:41:46.999 --> 00:41:47.291

1119
00:41:47.447 --> 00:41:47.741

1120
00:41:52.197 --> 00:41:52.408

1121
00:42:20.698 --> 00:42:21.002

1122
00:42:26.017 --> 00:42:26.333

1123
00:42:31.208 --> 00:42:31.437

1124
00:42:36.647 --> 00:42:36.943

1125
00:42:41.908 --> 00:42:42.270

1126
00:42:47.157 --> 00:42:47.412

1127
00:42:52.408 --> 00:42:52.656

1128
00:42:57.598 --> 00:42:57.924

1129
00:43:02.857 --> 00:43:03.321

1130
00:43:08.167 --> 00:43:08.438

1131
00:43:13.488 --> 00:43:13.739

1132
00:43:14.517 --> 00:43:14.776

1133
00:43:18.866 --> 00:43:19.146

1134
00:43:24.188 --> 00:43:24.455

1135
00:43:29.437 --> 00:43:29.730

1136
00:43:34.757 --> 00:43:35.024

1137
00:43:39.948 --> 00:43:40.190

1138
00:43:44.557 --> 00:43:44.781

1139
00:43:45.197 --> 00:43:45.514

1140
00:43:50.517 --> 00:43:50.807

1141
00:43:55.767 --> 00:43:56.071

1142
00:44:01.028 --> 00:44:01.317

1143
00:44:06.277 --> 00:44:06.571

1144
00:44:11.527 --> 00:44:11.807

1145
00:44:16.657 --> 00:44:16.961

1146
00:44:21.906 --> 00:44:22.215

1147
00:44:27.226 --> 00:44:27.515

1148
00:44:32.479 --> 00:44:32.719

1149
00:44:37.730 --> 00:44:38.051

1150
00:44:42.987 --> 00:44:43.301

1151
00:44:48.167 --> 00:44:48.454

1152
00:44:53.427 --> 00:44:53.708

1153
00:44:58.557 --> 00:44:58.853

1154
00:45:03.227 --> 00:45:03.516

1155
00:45:03.866 --> 00:45:04.098

1156
00:45:09.122 --> 00:45:09.367

1157
00:45:14.247 --> 00:45:14.530

1158
00:45:19.498 --> 00:45:19.752

1159
00:45:24.757 --> 00:45:25.043

1160
00:45:29.428 --> 00:45:29.660

1161
00:45:30.067 --> 00:45:30.382

1162
00:45:35.257 --> 00:45:35.520

1163
00:45:40.516 --> 00:45:40.827

1164
00:45:45.639 --> 00:45:45.869

1165
00:45:50.889 --> 00:45:51.194

1166
00:45:56.019 --> 00:45:56.248

1167
00:45:56.277 --> 00:45:56.526

1168
00:46:01.196 --> 00:46:01.464

1169
00:46:06.327 --> 00:46:06.580

1170
00:46:11.586 --> 00:46:11.897

1171
00:46:16.707 --> 00:46:17.009

1172
00:46:22.027 --> 00:46:22.316

1173
00:46:27.335 --> 00:46:27.578

1174
00:46:32.526 --> 00:46:32.847

1175
00:46:37.916 --> 00:46:38.214

1176
00:46:43.036 --> 00:46:43.410

1177
00:46:48.418 --> 00:46:48.719

1178
00:46:53.736 --> 00:46:54.035

1179
00:46:58.857 --> 00:46:59.159

1180
00:47:04.115 --> 00:47:04.424

1181
00:47:09.435 --> 00:47:09.740

1182
00:47:14.747 --> 00:47:15.172

1183
00:47:19.876 --> 00:47:20.245

1184
00:47:25.126 --> 00:47:25.434

1185
00:47:30.314 --> 00:47:30.620

1186
00:47:30.565 --> 00:47:31.062

1187
00:47:35.435 --> 00:47:35.824

1188
00:47:40.685 --> 00:47:40.968

1189
00:47:45.875 --> 00:47:46.173

1190
00:47:51.005 --> 00:47:51.330

1191
00:47:56.316 --> 00:47:56.803

1192
00:48:01.515 --> 00:48:01.767

1193
00:48:06.708 --> 00:48:07.022

1194
00:48:11.956 --> 00:48:12.412

1195
00:48:17.076 --> 00:48:17.381

1196
00:48:22.394 --> 00:48:22.695

1197
00:48:22.525 --> 00:48:22.956

1198
00:48:27.517 --> 00:48:27.806

1199
00:48:32.134 --> 00:48:32.368

1200
00:48:32.775 --> 00:48:33.085

1201
00:48:37.897 --> 00:48:38.295

1202
00:48:42.516 --> 00:48:42.959

1203
00:48:43.154 --> 00:48:43.674

1204
00:48:48.277 --> 00:48:48.524

1205
00:48:53.525 --> 00:48:53.827

1206
00:48:58.657 --> 00:48:58.916

1207
00:48:58.844 --> 00:48:59.119

1208
00:49:03.915 --> 00:49:04.224

1209
00:49:09.155 --> 00:49:09.641

1210
00:49:11.594 --> 00:49:11.816

1211
00:49:14.416 --> 00:49:14.696

1212
00:49:19.724 --> 00:49:20.135

1213
00:49:25.175 --> 00:49:25.417

1214
00:49:30.495 --> 00:49:30.814

1215
00:49:35.806 --> 00:49:36.102

1216
00:49:40.934 --> 00:49:41.238

1217
00:49:45.556 --> 00:49:45.855

1218
00:49:46.195 --> 00:49:46.431

1219
00:49:51.375 --> 00:49:51.616

1220
00:49:56.636 --> 00:49:56.941

1221
00:50:01.754 --> 00:50:01.995

1222
00:50:07.005 --> 00:50:07.311

1223
00:50:11.684 --> 00:50:12.138

1224
00:50:12.324 --> 00:50:12.567

1225
00:50:17.454 --> 00:50:17.729

1226
00:50:22.704 --> 00:50:23.041

1227
00:50:27.894 --> 00:50:28.139

1228
00:50:33.205 --> 00:50:33.520

1229
00:50:38.464 --> 00:50:38.955

1230
00:50:43.787 --> 00:50:44.049

1231
00:50:48.965 --> 00:50:49.223

1232
00:50:54.155 --> 00:50:54.631

1233
00:50:59.414 --> 00:50:59.859

1234
00:50:59.733 --> 00:50:59.998

1235
00:51:04.596 --> 00:51:05.049

1236
00:51:09.725 --> 00:51:10.107

1237
00:51:15.043 --> 00:51:15.280

1238
00:51:20.234 --> 00:51:20.713

1239
00:51:24.973 --> 00:51:25.379

1240
00:51:25.613 --> 00:51:25.894

1241
00:51:30.674 --> 00:51:30.977

1242
00:51:36.054 --> 00:51:36.328

1243
00:51:36.243 --> 00:51:36.506

1244
00:51:41.315 --> 00:51:41.765

1245
00:51:46.494 --> 00:51:46.735

1246
00:51:51.813 --> 00:51:52.190

1247
00:51:56.944 --> 00:51:57.252

1248
00:52:02.193 --> 00:52:02.627

1249
00:52:02.383 --> 00:52:02.639

1250
00:52:07.314 --> 00:52:07.601

1251
00:52:12.574 --> 00:52:12.819

1252
00:52:17.693 --> 00:52:17.965

1253
00:52:22.954 --> 00:52:23.246

1254
00:52:28.134 --> 00:52:28.454

1255
00:52:32.872 --> 00:52:33.125

1256
00:52:33.515 --> 00:52:33.781

1257
00:52:38.645 --> 00:52:39.092

1258
00:52:44.083 --> 00:52:44.402

1259
00:52:49.404 --> 00:52:49.840

1260
00:52:54.534 --> 00:52:54.831

1261
00:52:59.844 --> 00:53:00.110

1262
00:53:00.032 --> 00:53:00.283

1263
00:53:05.233 --> 00:53:05.739

1264
00:53:10.353 --> 00:53:10.673

1265
00:53:15.034 --> 00:53:15.301

1266
00:53:15.673 --> 00:53:15.984

1267
00:53:20.922 --> 00:53:21.308


