Accuracy : 92.69%
Insertion : 236
Deletion : 1108
Substitution : 192
Correction : 19710
Reference tokens : 21010
Hypothesis tokens : 20138
(ดร.เกวลี)ก็อันนี้จะเป็นเนื้อหานะคะหลังจากMidtermเป็นบทที่6นะคะจะเกี่ยวข้องกับการจัดการที่อยู่ของเครือข่ายแล้วก็FirewallนะคะหมายเลขIPAddressนี่จะเกี่ยวข้องกับสิ่งที่เรียกว่า"NAT"นะคะN-A-Tนี่ก็คือการแปลงความหมายหรือแปลงที่อยู่ของเครือข่ายนั้นๆโดยเครือข่ายนี่เราจะใช้หมายเลขIPAddressนะคะเป็นสิ่งที่ระบุตำแหน่งของอุปกรณ์ในการรับส่งข้อมูลเช่นคอมพิวเตอร์ที่นักศึกษาใช้อยู่ตอนนี้แต่ละเครื่องก็จะมีหมายเลขIPAddressที่ไม่ซ้ำกันนะคะเพื่อเป็นตัวระบุต้นทางแล้วก็ปลายทางว่าเครื่องไหนส่งไปหาใครหรือเครื่องไหนจะเป็นผู้รับคล้ายๆกับทะเบียนบ้านเราน่ะค่ะหมายเลขบ้านเลขที่ซึ่งปัจจุบันนี่อุปกรณ์มันก็มีเพิ่มขึ้นเยอะมากนะคะการใช้งานอินเทอร์เน็ตก็มากขึ้นเช่นเดียวกันไม่ได้มีเพียงแค่ในคอมพิวเตอร์อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถเชื่อมต่อเครือข่ายได้ก็จะมีหมายเลขIPAddressเช่นเดียวกันโทรศัพท์เราก็มีนะคะเหมือนกับที่ว่าทำไมเวลาเห็นข่าวทำไมเขาตามจับได้ว่าใครเป็นคนโพสต์หมิ่นประมาทใครเป็นคนโพสต์ข้อมูลที่ไม่เหมาะสมหรือไม่ถูกต้องบนเครือข่ายทำไมเขาตามจับได้ทั้งๆที่เราเปลี่ยนFacebookไปแล้วเราเปลี่ยนInstagramไปแล้วเราเปลี่ยนTikTokไปแล้วทำไมเขายังตามตัวได้เพราะหมายเลขIPของโทรศัพท์ที่เขาเล่นมันไม่ได้เปลี่ยนเขาก็ถามตัวเจออยู่แล้วนะคะแล้วด้วยเทคโนโลยีการใช้อุปกรณ์เคลื่อนที่รวมถึงคอมพิวเตอร์นี่มันมีเยอะมากหมายเลขIPมันเลยไม่เพียงพอต่อความต้องการคล้ายๆกับเลขทะเบียนรถยนต์แต่ละที่มันก็จะเป็นตัวเลขที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆแล้วก็จะไม่ซ้ำกันเมื่อก่อนตัวหนังสือที่ใช้ในรถยนต์จะใช้ตัวหนังสือแค่ตัวเดียวเดี๋ยวนี้มันไม่พอเขาก็เพิ่มตัวอักษรเป็น2ตัวถ้าจังหวัดไหนมีรถจำนวนมากๆเช่นกรุงเทพฯแค่ตัวหนังสือ2ตัวมันก็ไม่พอเขาก็จะเพิ่มตัวเลขเข้าไปข้างหน้าอีกนะคะดังนั้นคล้ายๆกับเครือข่ายนี่แหละค่ะพอมันคนใช้งานเยอะมากๆมันก็ต้องมีวิธีการแก้ไขทำอย่างไรนะคะปัญหาการที่ที่อยู่ของคอมพิวเตอร์ไม่พอทำอย่างไรให้มันใช้ได้แล้วก็ยังปลอดภัยด้วยอันนี้คือการตั้งคำถามแล้วก็การหากระบวนการแก้ปัญหานะคะเขาเลยใช้ตัวแนะ(NAT)นำตัวนี้N-A-Tนี่นะคะเป็นตัวการทางออกในการแก้ไขปัญหาซึ่งตัวNATนี่มันเป็นมาตรฐานหนึ่งของการทำงานด้านเครือข่ายตั้งแต่ปี1994แล้วนานมากนะคะมันก็สามารถแปลงIPAddressหลายๆตัวนะคะเหมือนเช่นในห้องคอมพิวเตอร์ห้องนี้มันอาจจะมีIPAddress20กว่าเครื่องก็จริงแต่อาจจะเปลี่ยนให้เป็นIPAddessเดียวนะคะในการติดต่อกับเครือข่ายอื่นก็ได้นะคะอย่างเช่นด(ถ)-้ามันจำเป็นนี่บางทีการเข้ารหัสข้อมูลมันเยอะมากๆแต่ว่าอาจจะแปลงIPAddressให้เป็นตัวเดียวเป็นการรับส่งข้อมูลในห้องนี้แล้วก็มีตัวSwitchอีกตัวหนึ่งในห้องนี้เป็นตัวกระจายไปตามIPAddressย่อยที่ใช้งานจริงในห้องนี้นะคะแต่เวลาเราออกใช้งานออกข้างนอกนี่มันก็จะแปลงให้เหลือแค่IPAddressเดียวเพื่อให้ปริมาณIPAddressนPได(-ั)-้นไม่เยอะมากนะคะหลักการทำงานทั่วไปนะคะในระบบเครือข่ายของทุกที่ภายในองค์กรต่างๆนี่เขาก็มีเครื่องServerนะคะเครื่องServerนี้จะกำหนดIPAddressภายในองค์กรนะคะเรียกว่า"IPAddressแบบ"ส่วนตัว"นะคะส่วนมากก็จะขึ้นต้นด้วย192.168.0.1หรืออาจจะเป็น10.0.0.1เป็นต้นนะคะอันนี้เป็นServerขององค์กรนั้นๆเป็นคนกำหนดแต่พอIPAdressที่ออกไปสู่ระบบภายนอกจริงๆจะไม่ใช่เลขพวกนี้นะคะโดยIPAddressเหล่านี้นี่มันจะไม่สามารถนำไปใช้บนระบบอินเทอร์เน็ตได้ถ้าไม่ทำการแปลงเสียก่อนนะคะก็คือเหมือนถ้าเราไม่ลงทะเบียนหรือเราไม่ยืนยันตัวตนการแปลงIPAddressก็จะทำไม่ได้นะคะซึ่งเราเรียกสิ่งนี้ว่าเป็นการ"RegisterIP"ก็คือก-ัน(าร)ยืนยันหรเด-ี๋(-ือ)ยวลงทะเบียนIPAddressนั่นแหละตัวอย่างเช่นคอมพิวเตอร์ที่เราใช้ปัจจุบันตอนนี้ในห้องนี้เป็นเครือข่ายภายในมหาวิทยาลัยโดยServerมหาวิทยาลัยกำหนดให้ขึ้นต้นด้วย192.168ในห้องนี้ก็จะเป็น192.168.1.28นะคะซึ่งเป็นIPAddressภายในองค์กรแต่ถ้าเราจะใช้อินเทอร์เน็ตภายนอกเช่นเราจะเล่นFacebookนะคะดูYouTubeIPของเราจะเปลี่ยนไปนะคะโดยมันจไม่ใ(ะ)มช-้(-ี)อุปกรณ์ที่เรียกว่า"Router"นะคะหรือ"Switch"เป็นอุปกรณ์ที่แปลงหมายเลขIPของเราเพื่อให้สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้นะคะโดยสรุปก็คือไอ้ตัวNATนี่มันจะเปลี่ยนIPAddressแบบภายในให้กลายเป็นIPAddressสาธารณะเพื่อให้สามารถเข้าใช้งานอินเทอร์เน็ตได้นะคะซึ่งหมายเลขเหล่านี้จะเป็นแบบสุ่มโดยผู้ให้บริการอินเทอร-์เน็ตอย่างเช่นมหาวิทยาลัยเราใช้เน็ตของNTNTก็จะเป็นคนแปลงหมายเลขIPAddressให้เรานะคะรวมทั้งการที่เราใช้NATนี่มันยังช่วยรักษาความปลอดภัยให้กับเครือข่ายเราด้วยนะคะเพราะว่าNATนี่มันจะซ่อนIPAddressจริงๆของเราไว้นะคะมันจะถูกแปลงโดยตัวผู้ให้บริการอินเทอรเน-็ด(ต)นะแต่IPAddrได้(ess)จริงๆเราเนี่ยบุคคลภายนอกจะไม่รู้นะคะโดยการทำNATหลักง(ๆ)มี2อันนะคะมีs(S)taticกับDynamicด้วยไอ้ตัวNAเล-็(T)กนี่s(S)taticอันแรกก็คือเป็นการตั้งค่าแบบคงที่นะคะก็จะเป็นการแปลงหมายเลขIPAddressแบบ1ต่อ1นะคะหมายเลขภายใน1เครื่องก็จะแปลงเป็นIPAddressของเครือข่ายภายนอกอีก1หมายเลขนะคะซึ่งส่วนมากมันจะทำกับเครื่องServerภายในองค์กรนะคะอันนี้จะผ่านภายในนะคะเพื่อใช้งานภายนอกเมื่อ…ไม่ได้ผ่านไอ้ตัวผู้ให้บริการอินเต(ท)อร์เน็ตนะคะมันจะใช้Serverภายในองค์กรซึ่งแตกต่างจากตัวDynamicนะคะมันจะเป็นแบบRandomนะคะไม่ได้แบบห(1)นึ่งต่อ1หนึ่งแบบเมื่อก-ี้น-ี-้แล-้วเพราะว่าIPAddressของเครือข่ายภายในนี่มันจะมีจำนวนเยอะมาก…ใช้งานนะคะมันก็จะสร้างIPAddressใหม่เรียงตามหมายเลขไปเรื่อยๆตามลำดับใครเข้าใช้งานก่อนก็ได้หมายเลขIPต้นๆมันก็จะเป็นการตรวจสอบด้วยว่าใครเข้าใช้งานตอนไหนนะคะจะไม่ได้แบบยึดเฉพาะนะคะแบบStaticคือคุณใช้วันนี้เลขเป็นแบบนี้คุณใช้วันถัดไปเดี๋ยวก็ยังจะเป็นเลขเดิมแต่แบบDynamicไม่ใช่ใครมาก่อนได้เลขก(น)-ั-้นก่อนนะคะไม่ได้เกี่ยวข้องกับFixตายตัวว่าเลขนี้จะเป็นของใครนะคะประโยชน์ที่ได้รับจากการใช้NATนะคะก็คือเราสามารถเก็บรักษาIPAddressที่จดทะเบียนไว้ถูกต้องแล้วเก็บไว้นะคะเพื่อใช้เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตแล้วก็การออกแบบเครือข่ายถ้าเราออกแบบด้วยNATนี่มันบริหารจัดการได้ง่ายนะคะแล้วก็ถ้าจะติดต่อกันภายในองค์กรใช้เครือข่ายเดียวกันถ้าเราใช้NATมันก็สามารถส่งข้อมูลได้เร็วกว่าเพราะว่ามันจะอ้างอิงหมายเลขของAddressภายในองค์กรนะคะไม่ต้องการอ้างอิงที่อยู่ซ้ำซากนะคะมีความปลอดภัยเพราะว่าเราจะซ่อนIPAddressขององค์กรของเราไว้นะคะแล้วจะมีหมายเลขIPAddressอีใน(ก)ชุดหนึ่งสำหรับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตภายนอกนะคะแต่ข้อเสียก็คืออุปกรณ์ที่ใช้งานด้วยนี่เป็นอุปกรณ์ช(ค)-่อนข้างเฉพาะแล้วก็ทำให้การติดตั้งระบบค่อนข้างยากนะคะต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญระดับหนึ่งนะคะบางครั้งถ้าเล่นอินเต(ท)อร์เน็ตนะคะมันก็อาจจะเกิดการหน่วงเวลาหรือว่าDelayเพราะว่าAddressของคนภายในองค์กรบางทีมันเปลี่ยนไปเรื่อยๆมันก็ทำให้เกิดการ...เวลานักศึกษามาถึงเรียกว่า"Lag"กระตุกบ้างบางทีมันไม่ได้เป็นกับสมรรถนะของอุปกรณ์ที่คุณใช้บางทีมันเกิดขึ้นจากการที่อินเต(ท)อร์เน็ตมีคนใช้เวลา…ใช้ทำงานร่วมกันในเวลานั้นพร้อมกันหลายๆคนแล้วไม-ั-่(น)มีการสับเปลี่ยนIPAddressขึ้นมามันก็เลยทำให้คุณรู้สึกว่าเล่นเกมทำไมมันกระตุกหรือทำงานหรือว่าดูคลิปวิดีโอทำไมมันช้าอันนี้ก็ส่วนหนึ่งของการที่มันจะมีการDelayในการเปลี่ยนIPAddressภายในองค์กรนะคะต่อมาFirewallเนื้อหาที่จะเรียนFirewallนี้มีอยู่5ข้อนะคะก็จะเป็v(น)เกี่ยวกับการหลักการทำงานโปรโตคอลTCP/IPนะคะโปรโตคอน(ล)ในระดับApplicationโปรโตข(ค)อง(ล)ในระดับTransportl(L)ayerแล้วก็ระดับNetworkl(L)ayerนะคะFirewallคืออะไรนะคะถ้าเราเปรียบเทียบFirewallกับการรักษาความปลอดภัยภายนอกนะคะทางด้านกายภาพFirewallของคอมพิวเตอร์ก็จะเหมือนกันการที่เราล็อกประตูแล้วมีคีย์การ์ดมีบัตรผ่านเข้า-ออกมียามเฝ้าถ้าคุณไม่มีบัตรผ่านคุณก็ไม่สามารถเข้าหรือไม่สามารถออกได้นะคะหน้าที่หลักของFirewallมีอยู่2แบบอันแรกก็คือการกรองการจราจรทางเครือข่ายนะคะที่เข้ามาในเครือข่ายภายในนะคะซึ่งสิ่งเหล่านี้มันมาจากภายนอกอยู่แล้วถ้าสิ่งที่ภายนอกจะเข้ามาจะต้องผ่านตัวFirewallก่อนคัดกรองก่อนนะคะหลังจากนั้นก็จะมีการควบคุมการทำงานของคอมพิวเตอร์ไม่ใช่ควบคุมแค่ภายนอกภายในก็ควบคุมนะคะเช่นสมม-ุติว่ามหาวิทยาลัยเราเห็นนักศึกษาเล่นTikTokเยอะถามว่ามหาวิทยาลัยล็อกได้ไหมไม่ให้ใช้Tiต(k)Tokล-ิ๊กต-๊(-็)อกได้โดยใช้Firไ(e)waฟวอล(ll)ไม่ให้เล่นFacebookก็ล็อกไม่ให้เล่นFacebookทำได้นะคะเว็บไซต์ไหนไม่เหมาะสมเราสามารถตั้งค่าFirewallไม่ให้เขาสามารถออกไปดูได้นะคะซึ่งการลงทุนกับการติดตั้งFirewallนี่เราก็ต้องวิเคราะห์ว่ามันสัมพันธ์กับความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นจากการโจมตีทางเครือข่ายไหมนะคะบางคนบอกว่าไม่มีก็ได้ไม่เป็นอะไรหรอกมันจะมีFirewallที่เป็นมาตรฐานที่ติดตั้งมากับระบบปฏิบัติการWindowsอยู่แล้วไม่ต้องติดตั้งเพิ่มเติมก็ได้แต่บางคนก็พูดว่าถ้าไม่มีFirewallถ้าใครเล่นเกมออนไลน์นี่บางคนเขาจะปิดFirewallไว้นะคะเพราะว่ามันก็จะมีโปรแกรมส่วนเสริมต่างๆนี่มันจะใช้งานไม่ได้เพราะว่าFirewallมันอาจจะมองเห็นว่าเป็นภัยคุกคามหรือเปล่ามันจะไม่ให้เข้าหรือไม่ให้ใช้งานนะคะซึ่งFirewallนี่ถ้าสมมุติเราปิดหรือเราลบออกเราไม่อยากให้มันมีเขาบอกว่าเหมือนกับเราเปิดประตูบ้านทิ้งไว้นะคะหรือเราไม่มีรั้วบ้านบางคนบอกว่ามีรั้วขโมยมันก็เข้าได้อยู่ดีแต่เช่นเดียวกับการมีFirewallถามว่าบางทีถ้าเป็นคนที่มีความสามารถสูงในการบุกรุกเครือข่ายนี่เขาทำได้ไหมทำได้แต่มันจะถ่วงเวลาให้เขาทำได้ช้าลงเราก็อาจจะรู้ตัวแล้วก็ป้องกันได้เร็วขึ้นนะคะมีก็ดีกว่าไม่มีนะคะหรือบางคนบอกว่าFirewallในWindowsมีแล้วก็เหมือนมีกุญแจล็อกบ้าน1ชั้นบางคนบอกว่าอยากให้ปลอดภัยมากกว่านั้นก็เหมือนเราคล้องกุญแจเพิ่มไปอีกก็แล้วแต่การลงทุนนะคะหรือการให้ความสำคัญกับFirewallขององค์กรนั้นๆโดยการตั้งค่ารูปแบบการเชื่อมต่อของFirewallนี่ก็เป็นปราการด่านแรกนะคะเหมือนรั้วบ้านเรานี่แหละนะคะไม่ว่าจะเข้าหรือออกนะคะถ้าเป็นจากภายนอกก็จะเป็นทางอินเต(ท)อร์เน็ตนะคะเครือข่ายสำนักงานต่างๆหรือด้วยตัวคอมพิวเตอร์เองนะคะFirewallนี่เป็นเหมือนยามเฝ้าประตูนะคะถ้าโดยทั่วไปแล้วถ้าเรามีการเปิดการใช้งานFirewallนะคะที่มีมาตรฐานเพียงพอในการรักษาความปลอดภัยถ้าเป็นข้อมูลที่ไม่มีปัญหาหรือเป็นข้อมูลที่ปลอดภัยมันก็จะอนุญาตให้สามารถทำการสื่อสารแลกเปลี่ยนข้อมูลกันได้แต่ถ้าข้อมูลนั้นFirewallมันคัดกรองแล้วว่ามันไม่มั่นใจว่าข้อมูลที่ส่งมาหรือโปรแกรมที่กำลังจะพยายามเปิดขึ้นมามันไม่น่าเชื่อถือมันก็จะสั่งปิดกั้นแล้วก็หยุดกระบวนการนั้นๆทันทีนะคะอันนี้คือความสามารถคร่าวๆของFirewallต่อมาเป็นP(โ)ปรโตrotoc(ค)อol(ล)TCP/IPนะคะหรือว่าเป็นข้อตกลงในการเชื่อมต่อแล้วกันนะคะตัวโปรโตคอลTCP/IProเนี่ยนะคะมันจะใช้งานร่วมกับFirewallเไฟ(พ)รา-์(ะ)ว-่อล(า)ล์Firewallนี่จะใช้ข้อมูลจากPackageข้อมูลนะจาก(ค)ะPackageแล้วพิจารณาว่าจะข้อมูลต่างๆนี่เวลาเขาส่งมาทางเครือข่ายเขาจะแพ็กมาเป็นก้อนคล้ายๆกับห-่อพัสดุมาให้เรานะคะเขาเลยเรียกว่า"Package"ก่อนที่จะใช้ข้อมูลนี่เขาจะพิจารณาว่ากล่องที่ค(ห)-ุ้มข้อมูลอันนี้น-ี-ั(-่)มันน่าเชื่อถือไหมจะอนุญาตให้ผ่านหรือเปล่าการควบคุมการเข้าถึงFirewallนี่มันเลยทำได้หลายระดับหลายรูปแบบขึ้นอยู่กับชนิดแล้วก็เทคโนโลยีที่เอามาใช้นะคะจะให้กำหนดว่าให้มันมีการให้บริการอะไรได้บ้างให้สามารถใช้อินเทอร์เน็ตจากที่ไหนได้บ้างหรือข้อมูลจากตรงไหนที่จะอนุญาตให้สามารถเชื่อมต่อกับเราได้นะคะไอ้ตัวที่TCP/IPPนี่มันเป็นข้อตกลงหรือเป็นทางคอมพิวเตอร์เรียกว่าโปรโProto(ต)คcol(อล)นะคะข้อตกลงในการสื่อสารภายในเครือข่ายส่วนบุคคลนะคะตัวIntrอินท(a)nราเน(etก)-็ตคือใช้งใ(า)นภายในองค์กรก็ตัวเ(E)xtraอ็กทร(n)eาเ(t)น็ตก็คือใช้ระหว่างองค์กรถ้าติดต่อกับภายนอกก็ใช้อินเทอรา(-์)เน็ตนะคะโดยTCP/IPนี่มันจะมีอยู่4ชั้นนะคะ4LayersมีApplicationl(L)ayer,Transportl(L)ayer,Networkl(L)ayerแล้วก็NetworkInterfaceอันนี-่(-้)คือสิ่งที่4TCP/IPทำงานร่วมกัน4Layerนะคะมันก็จะมีP(โ)ปรrot(โ)ตocol(คอล)ที่เกี่ยวข้องอีกเช่นOSIm(M)odelหรือOSIl(L)ayerอีกนะคะก็จะมีอยู่7l(L)ayerเมื่อกี้TCP/IPมี4l(L)ayerถ้5(า)OSIนี่มี7l(L)ayerนะคะโดยตัวOSIนี่มันก็จะอธิบายถึงแนวคิดนะคะคุณสมบัติพิเศษมาตรฐานการทำงานของการสื่อสารนะคะแบ่งการทำงานอินเทอร์เน็ตเป็นชั้นๆออกแบบมานี่ก็จะเป็นมาตรฐานปัจจุบันก็ยังใช้อยู่นะคะเป็นมาตรฐานในการพัฒนาเครือข่ายการสื่อสารข้อมูลนะคะซึ่งบรรจุไปด้วย7ชั้นหรือ7l(L)ayerนี่ก็จะมีหน้าที่การทำงานแตกต่างกันไปอันนี้เป็นการเปรียบเทียบระหว่างTCP/IPที่มี4ชั้นกับOSIก็จะมี7ชั้นนะคะโดยTCP/IPนี่มีแนวคิดพื้นฐานที่แตกต่างจากOSIคือมันไม่ได้มีพื้นฐานการสื่อสารในการสนทนานะคะมันจะใช้เครือข่ายสากลแทนที่ทำหน้าที่ในการเคลื่อนย้ายกำหนดเส้นทางให้กับข้อมูลเมื่อเปรียบเทียบกันแล้วนะคะระหว่าง4ชั้นกับ7ชั้นของทั้ง2โมเดลจะเห็นว่ามีบางชั้นที่เราสามารถกำหนดคุณสมบัติได้ใกล้เคียงกันแต่บางชั้นก็ไม่ได้ใกล้เคียงกันเลยก็มีนะคะบางชั้นก็ไม่สัมพันธ์กันเลยก็อยู่ที่ว่าการทำงานของเรามันเหมาะสมกับการทำงานแบบไหนต้องการความละเอียดหรือว่าต้องการความรวดเร็วในการสื่อสารก็แล้วแต่นโยบายขององค์กรนั้นๆที่เขาจะเลือกใช้โมเดลไหนนะคะซึ่งการรับส่งข้อมูลในTCP/IPนี่มันจะเป็นเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่มีการส่งแบบเฉพาะเจาะจงนะคะมันจะมีการกำหนดชุดของขั้นตอนการทำงานแล้วก็กฎระเบียบที่ต้องทำการตกลงกันไว้ตั้งแต่แรกนะคะคอมพิวเตอร์ที่จะส่งข้อมูลระหว่างกันจะต้องใช้ข้อตกลงเดียวกันหรือว่าใช้P(โ)ปรโตคrotocol(อล)เดียวกันใช้ระเบียบเดียวกันจะต้องมีการกำหนดHeadeHeaderก็คือก่อนที่เราจะส่งข้อมูลไปนี่อย่างที่อาจารย์บอกเขาจะแพ็กให้เป็นเหมือนพัสด-ุค-ุณจะต้องแปะหัวข้อหรือแปะรายละเอียดในการส่งทุกครั้งนะคะส่งให้ใครครั้งที่1เขาก็จะแปะข้อมูลว่าเขาได้รับแล้วครั้งที่2ก็จะแปะอันที่2ครั้งที่3ก็จะแปะที่3คล้ายๆกับถ้าพูดง่ายๆให้เห็นภาพคือการส่งหนังสือราชการใครเป็นคนรับคนแรกเซ็นใครเป็นคนรับคนที่2เซ็นให้เป็นคนอ่านคนที่3เซ็นเซ็นไปเรื่อยๆนะคะทุกคนต้องเซ็นอ่านแล้วก็ต้องเซ็นรับทราบอย่-ัน(าง)นี้เป็นต้นโดยกระบวนการสื่อสารหลักนะคะก็จะอนุญาตให้Packageหรือพัสดุที่ผ่านการคัดกรองแล้วผ่านไปได้นะคะซึ่งส่วนใหญ่จะพิจารณาในส่วนของHeaderในLayerที่3นะคะP(โ)ปรโตrotocol(คอล)ต่อมาหรือข้อตกลงต่อมาในระดับApplicationนะคะก็จะเป็นชั้นบนสุดเป็นชั้นที่พูดง่ายๆก็คือมันเป็นส่วนของการทำงานหน้าจอหรือInterfaceเราสามารถมองเห็นข้อมูลได้มองเห็นการสั่งงานได้นะคะโปรProt(โ)ตocol(คอล)ที่ใช้งานบ่อยๆก็จะเป็นพวกd(D)omainn(N)ameServerDNSนะคะHTTP,HTTะhttphtt(P)Sps(,)SMTP,POP,Iimap(MAP)นะคะSsn(N)Mmp(P)นี่พวกนี้จะเกี่ยวข้องกับการส่งอีเมลแต่งemailf(F)Ttp(P)ก็คือf(F)ilet(T)ransferp(P)rotocalนี่จะเป็นเกี่ยวกับการส่งข้อมูลที่เป็นไฟล์ระหว่างกันนะคะDNSนะคะเป็นโดเมนเนมทำหน้าที่คล้ายๆกับสมุดโทรศัพท์ถ้าเราต้องการจะสื่อสารกับคอมพิวเตอร์ในเครื่องอื่นในเครือข่ายเราก็ต้องไปสอบถามIPนะคะที่Domainn(N)ameServerก่อนนะคะถ้ามันไม่มีข้อมูลหาให้ไม่ได้นะคะไม่ได้จดไว้ก็จะต้องค้นหาข้อมูลโดยอาจจะลองข้อไปที่Serverอื่นก็ได้นะคะเช่นอยากส่งข้อมูลไปบริษัทนั้นIPAddressคืออะไรเวลาคอมพิวเตอร์ส่งข้อมูลหากันเขาจะไม่ดูว่าชื่อwwwอะไรมันจะเอาIPAddressของเว็บนั้นๆลิงก์ไปที่เครื่องServerที่เก็บข้อมูลอยู่นะคะเหมือนเขาอยากดูข้อมูลราชภัฏสกลนครคอมพิวเตอร์มันไม่ได้หาเจอคำว่า"มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร.ac.th"ไม่ใช่มันจะต้องไปดูว่าเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยเรานี่คือIPAddressอะไรแล้วมันถึงจะเข้าไปดูข้อมูลในServerที่IPAddressนั้นๆชี้ทางไปนะคะต่อมาไป(เ)ป็นHTTPมั(ก็)นจะเป็นการร-ับ-ส่งข้อมูลหรือรับและ(-)ส่งไฟล์HTMLนะคะก็คือภาษาที่เราใช้เขียนเว็บนั่นแหละนะคะซึ่งตัวHTML(TP)นี่มันก็ทำงานแบบc(C)lientServerเครื่องแม่ข่ายกับเครื่องลูกข่ายมีHostทำงานที่เรียกว่า"เครื่องแม่ข-่าย"Serverนะคะเป็นw(W)ebServerก็ให้บริการในส่วนของการให้ข้อมูลให้บริการข้อมูลเว็บนะคะส่วนเครื่องลูกข่ายก็จะเป็นโปรแกรมพวกWebBrowser,GoogleChrome,InternetExplorerจะเป็นตัวที่ร้องขอให้เครื่องServerนะคะแสดงข้อมูลHTMLนั้นๆให้เราดูหน่อยนะคะเราร้องขออะไรไปServerก็จะส่งข้อมูลนั้นกลับมาแสดงผลให้เรากับอีกอันหซ(น)-ึ่งเป็นHht(T)Ttps(PS)นะคะอีกอันก-็คือเพิ่มความปลอดภัยนะคะอันนี้อาจเ(า)รยา(-์)เคยพูดแล้วนะคะว่าเป็นการเข้ารหัสข้อมูลเพิ่มขึ้นระหว่างServerกับBrowserนะคะให้ใช้งานได้ปลอดภัยมากยิ่งขึ้นจากHTTPธรรมดานั่นเองนะคะตประ(-่อ)มาณเป็นSMTPก็จะเป็นเกี่ยวกับการส่งรับ-ส่งอีเมลนะคะไอ้ตัวSMTPนี่ก็จะทำหน้าที่ส่งอีเมลจากServerของผู้ส่งไปยังServerของผู้รับนะคะส่วนมากจะเป็นเกี่ยวกับServerอีเมE-mai(ล)lระหว่างองค์กรหรือภายในองค์กรเขาจะนิยมใช้ตัวแบบนี้นะคะต่อมาเป็นPOPนะคะก็จะเป็นข้อตกลงในการใช้อีเมลในส่วนของเครื่องลูกข่ายนะคะเช่นถ้าบางบริษัทตอนนี้ก็ยังใช้โปรแกรมMicrosoftOutlookในการดูข้อมูลอีเมลนะคะมาเก็บไว้ที่Serverเก็บไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์ได้เลยไม่จำเป็นจะต้องเปิดผ่านเว็บทุกครั้งแค่คุณเปิดโปรแกรมนี้ขึ้นมาคุณก็สามารถอ่านอีเมลได้แม้จะไม่มีอินเทอร์เน็ตมันก็ยัง...เหมือนดึงข้อมูลมาเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์เราแล้วนะคะก็สามารถดูตอนไหนก็ได้ต่อมาเป็นIMAPนะคะก็จะเป็นข้อตกลงในการจัดการกล่องข้อความนะคะจัด...เข้ามาเช่นสร้างโฟลเดอร์จัดเก็บอีเมลได้แสดงรายละเอียดว่าอีเมลนั้นได้ถูกเปิดอ่านแล้วหรือยังเช่นการทำงานของGmailเป็นอีเมลของGoogleนะคะตอนนี้ก็คุณก็สามารถสร้างโฟลเดอร์ได้นะคะบางอันเรายัง...เราอ่านแล้วเราไม่สนใจเราอาจจะทำเป็นเครื่องหมายว่าอ่านแล้วแต่จริงๆเราไม่ได้กดอ่านก็ได้อะไรอย่างนี้นะคะอันนี้เป็นสถาปัตยกรรมของการส่งอีE-m(เ)มai(ล)lนะคะก็ทำงานร่วมกันทั้งSMTPแล้วก็POPรวมถึงIMAPทั้ง3ส่วนนี้สามารถทำงานร่วมกันได้นะคะเพราะว่าServerในปัจจุบันนี่มันให้บริการครอบคลุมไม่ว่าคุณจะใช้บริการอีเมลชนิดไหนนะคะServerก็สามารถจัดการรับ-ส่งข้อมูลอีเมลให้คุณได้เช่นเดียวกันเมื่อก่อนไม(นี)-่ต้องระบุเลยว่าคุณจะใช้อ(โ)-ุปกรโณ์(ตค)อะ(ล)ไหร(น)ในการรับ-ส่งอีเมลเดี๋ยวนี้ไม่ต้องนะคะคุณสามารถใช-้ร่วมกันทั-้ง3โปรโตละคอร(ล)เลยSNMPนะคะก็จะเป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลในการจัดการเครือข่ายระหวขอ(-่า)งอุปกรณ์ต่างๆนะคะช่วยให้ผู้ดูแลระบบนี่สามารถจัดการระบบเครือข่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้วก็สามารถติดตามวิเคราะห์ปัญหาที่เกิดขึ้นภายในระบบได้ด้วยนะคะมันก็จะมีการส่งข้อมูลส่งแจ้งเตือนอะไรกลับมานะคะต่อมาเป็นFTPนะคะมันจะใช้สำหรับการถ่ายโอนไฟล์ระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์2ขึ้นไปจะต้องมีการกรอกUsernamePasswordเพื่อยืนยันตัวตนนะคะเพราะว่ามันจะเป็นการส่งข้อมูลหากันค่อนข้างโดยตรงนะคะถ้าเป็นเมื่อก่อนนี่เวลาเราอัปโหลดข้อมูลจริงๆแล้วเวลาทำเว็บไซต์คุณก็ต้องติดตั้งโปรแกรมที่สามารถใช้งานFTPตัวนี้ได้นะคะเช่นเราจะเอาข้อมูลขึ้นไปบนเว็บไซต์เมื่อก่อนนะตอนนี้เครื่องมือเราใช้เยอะมากแล้วใช้เครื่องมือสำเร็จรูปก็เยอะแต่เมื่อก่อนมันไม่ใช่มันจะต้องมีการเชื่อมต่อกับServerโดยตรงเพื่อน(ท)-ำการอัปโหลดข้อมูลขึ้นไปหรือดึงข้อมูลออกมานะคะเราก็ใช้ตัวFTPนี่แหละเป็นตัวกลางในการอัปโหลดหรือดาวน์โหลดข้อมูลนะคะต่อมาเป็นระดับชั้นTransportl(L)ayerนะคะก็มีการเชื่อมต่อแบบProcessต่อProcessก็คืองานต่องานนะคะมีการใช้Poพอร์(rt)ตใช้Socketซึ่งในตัวTransportl(L)ayerนี่จะมีโปรโตค-ัว(อ)ละครหลักที่ใช้งานอยู่2ตัวก็คือTCPกับU/IPTC(D)PนะคะตัวTCPนี่เมื่อกี้มันเป็นTCP/IPใช่ไหมคะมันจะคนละอันกันนะคอ(ร)า-ัน(ว)นี้เป็นบัญ(T)Cช-ี(P)เฉยๆมันจะเป็นการเชื่อมต่อแบบส่งข้อมูลที่เชื่อถือได้มีการรับประกันข้อมูลว่าถึงปลายทางแน่นอนถ้าข้อมูลที่มีขนาดใหญ่มากๆเขาจะแบ่งPackageหรือแบ่งกล่องเป็นกล่องย่อยๆแต่ตัวTCPนี่จะเป็นคนที่คอยทำหน้าที่ควบคุมว่าสมมติคุณย่อยเป็น3กล่องตัวTCPจะเป็นคนควบคุมว่า3กล่องนี้จะต้องถูกส่งไปให้ถึงผู้รับเหมือนกันแล้วพอถึงปลายทางมันจะมีตัวที่TCPน-ีะ(-่)คะคอยรวม3กล่องนี้ให้กลายเป็นกล่องเดียวเพื่อให้เปิดข้อมูลอ่านได้หรือเปิดข้อมูลดูได้นะคะซึ่งการสร้างการทำงานของตัวTCPนี่เขาจะเรียกว่า"Three-WayHandshake"ก็คือเป็นการส่งไปส่งกลับ3ขั้นตอนนะคะอันแรกถ้าเราจะส่งข้อมูลเราจะต้องส่งข้อความไปบอกก่อนว่าเราต้องการจะส่งข้อมูลนะพอปลายทางได้รับเขาจะตอบกลับมาพร้อมกับรหัสที่จะใช้รับหรือส่งข้อมูลนะคะพอเขาส่งกลับมาต้นทางก็จะเอาPackageที่เรามีที่ต้องการจะส่งใส่รหัสหรือยู(ใส)-่Headerที่เขาส่งกลับมาให้เราเพื่อเป็นการยืนยันว่าเราเป็นคนที่ต้องการจะสื่อสารกับเขาจริงๆถ้าทำให(ได)-้ครบ3ข้อนี้ก็จะเริ่มกระบวนการรับ-ส่งข้อมูลจริงเกิดขึ้นนะคะลักษณะการทำงานจะเป็นแบบนี้ร้องขอไปก่อนพอขอร้องขอไปป-ุ(-ึ)-๊บเขาจะส่งรหัสกลับมาพอส่งรหัสกลับมาก็แปะไปที่Packageแล้วก็ส่งกลับไปจะจะทำแบบนี้นะคะในกระบวนการรับ-ส่งจะมี3ขั้นตอนเลยเรียกว่า"Three-WayHandshake"นะคะต่อมาUDPอันนี้จะตรงข้ามกับTCPนะคะมันจะเป็นการส่งที่รวดเร็วทำได้เร็วกว่าไม่ต้องรอไม่ต้องร้องขออยากส่งส่งเลยแต่เชื่อถือไม่ได้ไม่รู้ว่าเขาจะได้รับไหมไม่รู้ว่าเขาจะตอบกลับหรือเปล่าข้อดีคือมันส่งได้เร็วส่วนมากเขาจะเหมาะกับการที่เป็นข้อมูลแบบBroบอร(a)dcast-์ดแคชก็คือส่งไปเลยใครได้รับก็อ่านใครไม่อ่านก็ไม่เป็นไรเหมือนก-ัน(าร)กระจายข่าวนะคะพูดให้เร็วใครได้รับไม่ได้รับไม่รู้นะคะพูดไปก่อนซึ่งไม่มีการการันตีว่าการสื่อสารนี้จะมีคนตอบรับไหมไม่สนนะคะตัวทTCPนี่มันเลยมีความน่าเชื่อถือมากกว่าเลยนิยมใช้บนอินเต(ท)อร์เน็ตมากกว่าแต่กับUTPนี่ทำงานก็ทำงานเสร็จเหมือนกันแต่ไม่รู้ว่าถูกไหมผิดหรือเปล่าไม่สนข้อมูลที่ส่งไปแค่ให้มั่นใจว่ามันไม่ได้เสียหายไปนะพอข้อมูลไม่เสียหายอะไรก็ส่งไปเลยไม่สนว่าจะมีอะไรตกหล่นหายไประหว่างทางหรือเปล่านะคะข้อผิดพลาดมันเลอะไร(ย)เยอะกว่าแต่มันส่งได้เร็วกว่าข้อดีมีแค่นี้นะคะต่อมาเป็นการสื่อสารในระดับNetworkนะคะก็จะมีการศึกษาหลักก็คือIPและก็ICMPนะคะIPก็เกี่ยวข้องกับการรับส่งPackageอยู่แล้วนะคะICMPนี่ก็ใช้วิเคราะห์แล้วก็บริหารจัดการเครือข่ายอันนี้จะอยู่ในชั้นเดียวกันนะคะตัวIPหรือว่าi(I)nternetProtocolนะคะข้อตกลงในการจัดการที่อยู่บนอินเทอร์เน็ตก็จะเป็นทั้งรับส่งPackageต่างๆค้นหาเส้นทางในการสื่อสารนะคะอันนี้ก็จะเป็นการให้บริการแบบConnectionr(l)atessกเม(-็ค)-ื-่อไม่สนจะถึงไหมไม่ถึงไม่รู้นะคะเป็นหน้าที่ของคนอื่นที่ต้องรับผิดชอบไปฉันมีหน้าที่ส่งนะคะคุณก็ค่อยมาเช็กเอาว่าฉันส่งถูกไหมอะไรอย่างนี้นะคะดังนั้นการแก้ปัญหาก็คือเขาเลยให้ทำงานร่วมกับTCPเลยเพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลถึงแน่นอนIPมันก็เลยเหมือนแบบเป็นการส่งจดหมายแบบธรรมดาไม่รู้ถึงตอนไหนน่ะส่งไปเลยเน้นความเร็วส่งไปแล้วไม่สนแล้วเขาจะรับตอนไหนไม่รู้นะคะTCPก็เลยมาช่วยเอาจากจดหมายธรรมดาเพิ่มลงทะเบียนให้นิดหนึ่งนะคะเพื่อการันตีว่าถึงแน่นอนนะคะอุปกรณ์ที่ใช้ในการกำหนดเส้นทางเราจะเรียกว่า"Router"นะคะตัวICMPนี่มันก็จะเป็นตัวที่คอยรายงานข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นระหว่างการส่งข้อมูลที่เป็นPackageต่างๆนะคะก็คือมันจับแจ้งข้อผิดพลาดของเครือข่ายนะคะแจ้งถ้ามีการใช้งานเครือข่ายเป็นปริมาณมากๆแบบผิดปกตินะคะเป็นตัวที่ช่วยค้นหาข้อผิดพลาดเช่นการเชื่อมต่อตัวนี้มันเชื่อมต่อกันได้หรือเปล่าโดยใช้คำสั่งว่า"Ping"นะคะเช่นPingไปหาคนนั้นสิเขาจะได้รับข้อมูลเราหรือเปล่าเขาออนไลน์อยู่ไหมนะคะรวมถึงการแจ้งการหมดเวลานะคะว่าในการสื่อสารครั้งนี้เขากำหนดเวลาไว้เท่าไรเกินเวลาหรือยังนะคะโดยข้อตกลงในการเชื่อมต่อเครือข่ายนี่มันก็จะมีวิธีการแล้วก็การทำงานบนลิงก์ต่างๆนะคะการเชื่อมต่อบนเครือข่ายนี่เราจะมองคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่องหรืออุปกรณ์แต่ละอันนี่เรียกว่า"Node"เป็นก้อนเป็นก้อนนะคะโดยโปรโตคอลจะประกอบไปด้วยทั้งEthernetแล้วก็ตัวARPNetนะคะหน้าที่หลักนะคะก็จะเป็นการสื่อสารในแต่ละโหนดหรือแต่ละจุดที่กำหนดไว้ให้เป็นไปตามเส้นทางที่เรากำหนดผู้รับก็จะทำงานในทางกลับกันก็คือรอรับข้อมูลแล้วก็ส่งไปกับโปรแกรม…เอ...(-้ย)ให้ชั้นในการแปลงข้อมูลชั้นสูงขึ้นไปที่ใช้ทำงานร่วมกันนะคะก็จะมีการรับ-ส่งข้อมูลแบบนี้จากชั้นล่างสุดก็ค่อยๆส่งขึ้นไปชั้นบนสุดนะคะEthernetคืออะไรเป็นเทคโนโลยีเครือข่ายหลักของเทคโนโลยีสารสนเท-ิค...(ศ)นะคะแล้วก็เป็นเครือข่ายที่ใช้ภายในองค์กรหรือในท้องถิ่นมากที่สุดท้องถิ่นในที่นี-่(-้)ไม่ใช่บ้านเรานะมันจะหมายถึงLocalNetworkนะคะก็คือการใช้งานเครือข่ายภายในองค์กรนั่นแหละนะคะหรือว่าที่เราใช้ๆกันตอนนี้ก็คือLANLocalAreaNetworkก็มีการรับส่งแบบCSMA/CDก็คือเป็นการตรวจสอบการคับคั่งของการสื่อสารข้อมูลแบบคอขวดเหมือนข้อมูลเหมือนถนนน-ี-่ะค่ะวิ่งมา8เลนอยู่ดีๆเหลือ2เลนรถมันก็ต้องมาออกก-ันตรงปากขวดก(ค)-็แล้ายๆกับเราเทน้ำจวแต่นะแต่(าก)ขวดขวดข้างล่างมันกว้างแต่ปากขวดมันแคบพอน้ำจริงๆแล้วเรา…เราจะเทออกไม่เร็วเหมือนแก้วน้ำแก้วน้ำปากกับตข(-ั)วดแก้วมันเท่ากันเทปึ๊บน้ำไหลออกหมดพร้อมกันแต่ไอ้ตัวEอ-ิ(t)hernนเทอร์(et)เน-็ตน-ี่มันจะมีตัวที่ช่วยจัดการก็คือถ้าสมม-ุติว่าปริมาณคนใช้งานมากๆสักพักโดนบีบให้เหลือ2เลนมันจะแก้ไขปัญหานั้นอย่างไรนะคะต่อมาตัวARPนะคะเป็นโปรโตคอลหรือเป็นP(ว)-ิธrot(-ี)กoco(าร)lที่ใช้ในการค้นหาMACa(A)ddressMaca(A)ddressจะเป็นหมายเลขหนึ่ข1(ง)นะคะแก(คล)-้ายไข(ๆ)บัตรประชาชนของเครื่องนะคะก็จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงจะเป็นตัวเลขที่แต่ละเครื่องไม่เหมือนกันนะคะก็เป็นอีกตัวหนึ่งที่ไว้ในการยืนยันว่าต้นทางปลายทางนะคะเป็นคนที่เราต้องการจะส่งข้อมูลจริงไหมนอกจากร้องขอIPAddressแล้วตัวARPนี่ก็จะร้องขอMacAddressมาเพื่อระบุตัวตนอีกครั้งหนึ่งเหมือนกันนะคะวันนี้เลยมีงานให้ทำนะคะจะให้หาข้อมูลเพิ่มเติมอันนี้ทำเป็นท้ายบทนะทำวันนี้ก็น่าจะเสร็จลองหาข้อมูลเพิ่มว่าไอ้ตัวStaticNATกับDynamic-์ฤเ(NAT)นี่ยไม-ั-่(น)มีการทำงานอย่างไรบ้างนะคะแล้วไอ้ตัวTCP/Iที่ต-ี(P)กับOSIm(M)odelนีเ(-่)ข้อดีข้อเสียมันเป็นอย่างไรนะคะSMCPอาจาsmcp(รย์)อธิบายไปแล้วมันคืออะไรทำงานอย่างไรตัวFTPลองหาดูสิว่านอกจากส่ง...รับ-ส่งข้อมูลระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์แล้วมีประโยชน์อย่างอื่นอีกไหมนะคะTCPThree-WayHandshakeอาจารย์พูดยังไม่เข้าใจมันมีคนอื่นอท-ี(ธ)-ิบาย-่ไฟล์เป็นรูปภาพไดม-่(-้)เข้าใจมากกว่านี้หรือเปล่าลองหาดูนะคะทำในห้องน่าจะเสร็จเดี๋ยวทำส่งในClassroomเหมือนเดิมก็ทำในWordนะคะก็เอา5ข้อนี้แหละก็เริ่มทำเลยเดี๋ยวอาจารย์เดินดูด้วยนะคะ[สิ้นสุดการถอดความ]
More information
- compare(ans and test) :
- ans: file reference
- test: file test
- export datetime : 2024-01-17 23:30:34
- exported from : Accuracy Worker
- version :develop
- lib :character
- your normalize config
-IsFilter :true
-ToLower :false
-ToArabicNumber :true
-WordToNumber :false
-OrderAndSimilar :true
-ListRemove :
- alignment method :Hirschberg
- score weight :{"Match":5,"Mismatch":-1,"PartialMatch":2,"GapPenalty":-1}