(อาจารย์) สวัสดีค่ะ ได้ยินนะคะ โอเคค่ะ โทรทัศน์ Power Bank เครื่องช่วยฟัง CPU Notebook มันซ้ำกันนะ Notebook เช็ก ๆ มัน... กล้องวงจรปิด ที่พิมพ์มานี่มันใจไหม [เสียงหัวเราะ] เดี๋ยวจะยังไม่เฉลยนะคะ เดี๋ยวเราเรียนวันนี้ เราจะรู้แล้วว่าการดูเทคโนโลยีสารสนเทศน่ะ มันดูอย่างไร มันมีหลักการอย่างไรนะคะ เดี๋ยวพอเราเรียนไปเราจะรู้เองแหละ ว่าที่เราตอบมานี่ ถูกหรือผิดนะคะ และเดี๋ยววันนี้ครูจะมีกิจกรรมนะคะ อันหนึ่ง 10 คะแนนนะคะ อันหนึ่ง 10 คะแนน ซึ่งก็จะเกี่ยวกับที่เดี๋ยวครูสอนไปแล้ว เราจะต้องวิเคราะห์ให้ได้ว่าอันไหนมันคือเทคโนโลยีสารสนเทศ แล้วนำไปใช้งานอย่างไรได้ด้วยนะคะ โอเค ก่อนอื่น ก่อนที่จะไปรู้จักเทคโนโลยีสารสนเทศได้นี่ ต้องรู้จัก 2 คำนี้ค่ะ เพราะเราต้องใช้ 2 อย่างนี้ ในการที่ทำให้มันเป็นเทคโนโลยีสารสนเทศนะคะ คำแรก Data นะคะ Data คือ ข้อมูลน่ะ ข้อเท็จจริงที่มันเกิด ขึ้นข้อมูลต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ที่มันอยู่ในคอมพิวเตอร์ที่มันเก็บไว้ในส่วนต่าง ๆ นี่แหละ เรารวบรวมไว้ อันนี้เราเรียกว่า "Data" หรือ "ข้อมูล" ส่วนสารสนเทศเป็นข้อมูลเหมือนกัน แต่เป็นข้อมูลที่มีการ... มีกระบวนการ แล้วพอมันมีกระบวนการเกิดขึ้นน่ะ มันช่วยให้เกิดการตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ฉะนั้น ข้อมูลที่จากสารสนเทศน่ะ เขาจะชอบมากกว่า ข้อมูลจากสารสนเทศน่ะ มันช่วยให้เกิดการตัดสินใจได้นะคะ ฉะนั้น 2 อันนี้แตกต่างกัน ก็คือ อันแรกเป็นข้อมูลที่มันเกิดขึ้นจริงนี่แหละ อะไรก็ตามที่มันเป็น Fact น่ะ ที่มันเกิดขึ้นบนโลกนี้ แล้วเรารวบรวมไว้น่ะค่ะ ส่วนสารสนเทศ เราจะมีการเอาข้อมูลมาผ่านกระบวนการ แล้วมันจะเป็นประโยชน์ตัดสินใจมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น ครูมีรายชื่อนักศึกษา รายชื่อนักศึกษาเป็นอะไรคะ เป็นข้อมูล เก่งมาก เป็นข้อมูล รายชื่อนักศึกษาแล้วอย่างไรล่ะ นึกออกไหม มันไม่ได้เป็นประโยชน์อะไรกับครู ครูเห็นรายชื่อนักศึกษา แล้วมันไม่ได้ช่วยให้ครูตัดสินใจอะไรได้ขึ้น พอเขาเอารายชื่อนักศึกษา ซึ่งเป็นข้อมูลน่ะค่ะ มาแยกประเภท มาแยกเป็นชายหญิง เอ๊ย ครูเริ่มรู้แล้วว่ารายชื่อช่วงชั้นปีนี้ ผู้หญิง ผู้ชาย น้อย-มากต่างกัน เริ่มแล้ว เริ่มตัดสินใจได้แล้วว่าฉันจะใช้วิธีการสอนอย่างไร หรือในโรงเรียน ก็จะเริ่มแล้วว่าเอ๊ยเราจะต้องอุปกรณ์หรือเครื่องมืออะไรที่มันแตกต่างกัน หรือแยกประเภทอีก แยกเป็นนักเรียนปกติ นักเรียนพิเศษอย่างนี้ค่ะ มันก็จะเป็นประโยชน์ตัดสินใจมากขึ้น เห็นไหมคะ ฉะนั้น พอมันเป็นเทคโนโลยีสารสนเทศน่ะค่ะ มันก็จะช่วยให้เกิดประโยชน์ตัดสินใจมากขึ้น เดี๋ยวเราลองมาดูว่า เอ๊ย เราจะทำข้อมูลต่าง ๆ ให้มันเป็นสารสนเทศได้อย่างไรนะคะ ยกตัวอย่างเช่น คะแนนสอบ คะแนนสอบเป็นอะไรคะ ข้อมูล มันเป็นคะแนนเฉย ๆ มันเกิดขึ้นจริงไง เด็กสอบมาแล้วก็ได้คะแนนใช่ไหมคะ ทีนี้เราจะทำให้มันเป็นสารสนเทศได้ เราก็จะต้องตัดเกรด ฉะนั้น เกรดเป็นกระบวนการ พอมันมีกระบวนการเข้ามาน่ะค่ะ มันจะช่วยให้เกิดเป็นสารสนเทศได้ ตัดเกรดก็จัดกลุ่มจำแนกประเภทเรียงลำดับต่าง ๆ นะคะ ได้ออกมาเป็น เกรด ฉะนั้น เกรดเป็นอะไร เกรดเป็นสารสนเทศนะคะ เกรดเป็นสารสนเทศ พอมันผ่านกระบวนการนี่ สิ่งที่เราได้มามันก็จะเป็นสารสนเทศ ได้นะ รายชื่อต่าง ๆ นะคะ รายชื่อต่าง ๆ นี่เป็นข้อมูลนะคะ มันเกิดขึ้นจริงมันเป็นข้อเท็จจริงที่มันเกิดขึ้นนี่ แล้วเรารวบรวมไว้ อันนี้เรียกข้อมูล พอเราเอาข้อมูลมาแบ่งประเภท มาเรียงลำดับ มาจัดกลุ่ม มาแบ่งเปอร์เซ็นต์ อันนี้เรียกสารสนเทศนะคะ ในนี้มีทั้งข้อมูล มีทั้งสารสนเทศ อันไหนเป็นข้อมูล หาข้อมูลก่อน ชื่อ ๆ ๆ ชื่อ รายชื่อต่าง ๆ อันไหนอีกคะ อันไหนเป็นข้อมูล คะแนน คะแนนเฉย ๆ เป็นข้อมูลส่วน เกรดเป็นสารสนเทศนะคะ ไม่ยากนะ แยกออกนะ ประมาณ 2 ข้อแล้วเมื่อกี้นะคะ ถ้าแยกออกได้ก็ได้คะแนนแล้วนะคะ ทีนี้ค่ะ พอเรามีข้อมูลน่ะ เมื่อก่อนมันไม่ลำบากหรอก คือมันมีข้อมูล เขาก็จะเก็บไว้ในหนังสือ แต่ทีนี้ค่ะ ประชากรมนุษย์เริ่มเยอะขึ้นเรื่อย ๆ หรือข้อมูลมันเริ่มขึ้นเรื่อย ๆ นึกออกไหม ข้อมูลแต่ละปีมันก็เพิ่มขึ้น เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เฮ้ย เก็บในหนังสือมันไม่พอน่ะ เก็บในหนังสือมัน... มันหาย มันอาจจะเน่าเปื่อย มันนู่นนี่นั่น เอ๊ย เราจะทำอย่างไรให้มันคงอยู่ และให้มันกระจายไปได้เรื่อย ๆ หนังสือมันก็กระจายได้ระดับหนึ่งใช่ไหม แต่เราจะทำอย่างไรให้หนังสือเราแพร่หลาย เราจะทำอย่างไรให้ข้อมูลเราแพร่หลายนะคะ ต้องอาศัยเทคโนโลยีสารสนเทศข้อมูลสารสนเทศนะคะ ทีนี้เมื่อกี้เราได้ข้อมูลสารสนเทศมาแล้ว ทีนี้ วิธีจะดูว่ามันเป็นเทคโนโลยีสารสนเทศ จะต้องครบ 3 องค์ประกอบนี้นะ อันนี้จะเกี่ยวข้องกับงานที่ครูให้ทำด้วยนะ จะต้องครบ 3 องค์ประกอบนี้นะคะ อันดับแรก คุณต้องมีการประมวลผล สิ่ง... เครื่องมือสิ่งต่าง ๆ ที่คุณใช้ เรียกว่า "เทคโนโลยีสารสนเทศ" นี่ ต้องมีการประมวลผลได้ ประมวลผลได้คืออะไร คือการที่เราป้อนคำสั่ง หรือทำอะไรกับมัน แล้วมันตอบสนองเรา อย่างเช่น เราพิมพ์ข้อความ พิมพ์ข้อความไปในโปรแกรม Word ใช่ไหมคะ พิมพ์ข้อความไปแล้ว สมมติว่าพิมพ์สวัสดีเช้าวันจันทร์ แล้วคอมพิวเตอร์มันตอบสนองเราว่า เอ๊ย มันทำตามคำสั่งเราได้ อันนี้เรียกประมวลผลได้นะ จัดเก็บได้ เทคโนโลยีสารสนเทศของคุณสามารถจัดเก็บได้ไหม ไม่ หลายคนที่ตอบใช่ไหม เริ่มรู้ตัวแล้วใช่ไหม ว่าที่ฉันตอบนี่ เฮ้ย มันจะเก็บได้ไหมนะคะ เผยแพร่เครือข่ายโทรคมนาคม เทคโนโลยีสารสนเทศที่คุณเลือกมา จะแต่ต้องเผยแพร่ผ่านโทรคมนาคมด้วยนะ ไม่ใช่ส่งจดหมายธรรมดานะ ต้องผ่านเครือข่ายโทรคมนาคม โทรคมนาคม อย่างเช่น ดาวเทียม ส่งโดยที่เราไม่ต้องไปน่ะ อันนี้เรียกโทรคมนาคม LAN สาย LAN ต่าง ๆ พวกนี้ WiFi อะไรอย่างนี้นะคะ เครือข่ายโทรคมนาคม ฉะนั้น ต้องครบ 3 อย่างนี้นะ ต้องครบ 3 อย่างนี้นะ อย่างนั้นขออนุญาต ที่เพื่อนตอบมา หลายคนเริ่มรู้ตัวแล้วแหละนะคะ เครื่องพรินต์ เครื่องพรินต์ประมวลผลได้ไหม ได้นะ จัดเก็บได้ไหม มันดันไม่ได้ข้อนี้ ไม่ค่อยมีใครทำเครื่องพรินต์ที่มันจัดเก็บได้หรอก เพราะเครื่องพรินต์มันพรินต์เลยเรื่อย ๆ ไง มันเป็นหมื่นพันอย่างนี้ แต่สิ่งที่มันเก็บข้อมูลคือในคอมพิวเตอร์ แยกก่อนออกนะ เครื่องพรินต์เฉพาะของมันน่ะเก็บไม่ได้ ไม่เป็นไร เดี๋ยวมีรอบแก้ตัว คนที่ตอบผิดไม่เป็นไร เดี๋ยวมีรอบแก้ตัวนะคะ ผลิตสื่อนี่ไม่น่า... ไม่น่าใช่ Notebook Notebook Notebook ประมวลได้ไหม พิมพ์คำสั่งไปที่ไหน มันทำตามคำสั่งเราหมดเลย เราเอาเมาส์ไปคลิกที่โปรแกรมไหนได้หมด จัดเก็บได้ไหม ได้ มีที่จัดเก็บฮาร์ดดิสก์ เราเก็บข้อมูลต่าง ๆ ใน Nookbook ได้ เผยแพร่ได้ไหม ได้ ส่งข้อมูลหาเพื่อนผ่าน Notebook ได้ ฉะนั้น Notebook เป็นนะคะ iPad อะไรต่าง ๆ นี่ ฉะนั้น ต่อไปนี้ถ้าเรานึกถึงเทคโนโลยีสารสนเทศ จะมี 3 องค์ประกอบนี้นะ ต้องครบด้วยนะ ถ้าไม่ครบ มันจะไม่ใช่เทคโนโลยีสารสนเทศ มันเป็นเทคโนโลยีนะ เราต้องแยกให้ออกก่อน สิ่งที่คุณตอบมา เอ๊ย เครื่องพรินต์เป็นเทคโนโลยี แต่เครื่องพรินต์ไม่ใช่เทคโนโลยีสารสนเทศนะฉะนั้น เทคโนโลยีสารสนเทศต้อง 3 อย่างนี้นะคะ อะไรอีกล่ะ รวมถึงไม่ใช่แค่อุปกรณ์นะ รวมถึงโปรแกรม Application นั้นด้วยนะ จะต้องครบ 3 องค์ประกอบนี้นะ ยกตัวอย่างขอยก Kahoot! แล้วกันทุกคนน่าจะเคยเล่น Kahoot! Kahoot! อย่างเช่น Kahoot! ทำตามคำสั่งได้ไหม เด็กเลือกข้อคำถาม โปรแกรมมันก็ทำตามคำสั่งเด็กใช่ไหมคะ ฉันเลือกอันนี้โปรแกรมก็เข้าใจ ประมวลผลได้ Kahoot! จัดเก็บข้อมูลได้ไหม เด็กตอบคำถามมา แล้วสามารถจัดเก็บได้ไหม จัดเก็บได้ เผยแพร่ได้ไหม แชร์ข้อมูลได้ไหม ว่าฉันตอบเท่าไร ก็ได้อีกเหมือนกัน ฉะนั้น เทคโนโลยีสารสนเทศยังรวมถึงโปรแกรม แต่ที่ครูสังเกต ทุกคนจะไม่ได้นึกถึงโปรแกรม ทุกคนจะนึกถึงเป็นอุปกรณ์ใช่ไหมคะ ฉะนั้น เพราะว่าอะไร เดี๋ยวที่จะให้ทำน่ะ มันจะเกี่ยวข้องด้วย ฉะนั้นรวมถึงโปรแกรมด้วยนะ โปรแกรมอะไรใหม่ ๆ อะไรอย่างนี้ แต่โปรแกรมนั้นต้องครบ 3 อย่างนี้นะ ฉะนั้น เทคโนโลยีสารสนเทศ ก็คือการประยุกต์ใช้อุปกรณ์ เครื่องมือที่เรารวบรวมไว้นี่แหละ การรวบรวม จัดเก็บ ประมวลผลนะคะ ไปจนถึงจะต้องผ่านเครือข่ายโทรคมนาคมนะ ครูเน้นที่ว่าโทรคมนาคม อีตัวนี้ค่ะ เป็นตัวที่แยกเทคโนโลยีสารสนเทศออกจากเทคโนโลยีทั่วไป เทคโนโลยีทั่วไปบางอย่าง ไม่สามารถผ่านโทรคมนาคมได้ อีเครื่องพรินต์ ยกตัวอย่าง เครื่องพรินต์อย่างนี้ แต่เทคโนโลยีสารสนเทศ มันเจ๋งตรง เอ๊ย ฉันไม่ต้องไปไหนน่ะ ไม่ใช่ยกตัวอย่าง ไม่ใช่เครื่องพรินต์ บางอย่างน่ะ เครื่องคิดเลขอย่างนี้เป็นเทคโนโลยี แต่ส่งผ่านไม่ได้อย่างนี้นะคะ อีตัวเทคโนโลยี… อีตัวโทรคมนาคมนี่ เป็นตัวที่แบ่งแยกเทคโนโลยี เนื่องจากอะไร อีตัวนี้มันมาช่วยให้แบบมนุษย์สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น แบบมากกว่าเดิมน่ะ แบบมาก ๆ น่ะ นึกออกไหม ถ้าเมื่อก่อน เวลาที่เราจะใเช็กเกรดน่ะ เราต้องทำอย่างไร สมัยครูกับพี่เอ้ เราต้องทำอย่างไรคะ เวลาที่เราจะดูเกรด เราต้องไปที่โรงเรียน เราต้องเดินทางไปโรงเรียน หรือเราจะตรวจผล Entrance เราก็ต้องเดินทางไปที่ ม. แต่พวกคุณทำอย่างไรคะ เปิดคอมพิวเตอร์เช็กเลย ฉะนั้น นี่ค่ะ ตัวนี้มันมาช่วยให้มนุษย์สะดวกสบายมากขึ้นแบบมาก ๆ น่ะ เราไม่ต้องเดินทางไปไหน หรือเราจะเรียนหนังสือ เมื่อก่อนสมัยครูน่ะ เป็นไปไม่ได้เลยนะ แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย ที่ผู้เรียนนั่งเรียนอยู่ที่บ้านน่ะ สมัยครูมันทำไม่ได้นึกออกไหม ย้อนกลับไป 20 ปีน่ะ เราไม่มีโอกาสที่จะเรียนผ่านอยู่ที่บ้านได้เลย เราต้องเดินทางมาที่โรงเรียนเท่านั้น เราต้องมาเจอครูเท่านั้น ถึงจะเรียนได้ แต่ปัจจุบันเป็นอย่างไรคะ ครูไม่สะดวกหรือติดภารกิจ หรือเกิดโรคระบาดอย่างนี้ เราก็สามารถเรียนที่บ้านได้ ผ่านนี่แหละ เทคโนโลยีสารสนเทศนี่แหละ ฉะนั้น อีตัวเทคโนโลยีสารสนเทศน่ะ ถือว่าเป็นตัวหนึ่งที่แบบเปลี่ยนโลกเหมือนกันนะ เป็นตัวหนึ่งที่แบบเปลี่ยนชีวิตมนุษยชาติเหมือนกันนะคะ การที่คุณมีเครือข่ายนี้นะคะ ส่วนเทคโนโลยีสารสนเทศ เราจะเอามาใช้เพื่อการเรียนนี่ค่ะ มันใช้ได้ทั้งในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัยก็ได้นะ ตัวนี้ก็เป็นตัวหนึ่งที่เปลี่ยนโลกอีกเหมือนกันนะคะ เมื่อก่อน ย้อนไปที่อดีตน่ะค่ะ เวลาที่เราจะเรียนหนังสือ แน่นอน ไปหาพระ พอมาอีกนิดหนึ่งก็อยู่ในระบบ แต่ปัจจุบันน่ะ เราอยากเรียนเรื่องอะไรน่ะ เราสามารถค้นหาในอินเทอร์เน็ต เราอยากเรียนเรื่องทำอาหาร เราอยากปลูกผักโน่นนี่นั่นนะคะ เราสามารถใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ สามารถค้นหาข้อมูลที่เราอยากรู้ได้เลยนะคะ ฉะนั้น มันเลยทำให้ ความรู้เราน่ะ แพร่หลาย และต่อเนื่อง เราไม่จำเป็นต้องหยุดอยู่แค่มหาวิทยาลัยน่ะ เราสามารถเรียนเรื่องที่เราอยากเรียนต่อเนื่องไปได้เรื่อย ๆ และเรียนรู้ได้ตลอดชีวิต ไม่จำเป็นต้องแค่อยู่ในมหาวิทยาลัย แต่เราสามารถเรียนรู้ผ่านอินเทอร์เน็ตต่าง ๆ ได้ไปจนเราตลอดชีวิตนะคะ อันนี้ดอกจันไว้หน่อยหน้านี้ส่วนมากจะออกข้อสอบครูผู้ช่วยนะคะ เทคโนโลยีสารสนเทศมันช่วยได้ทั้งในระบบ นอกระบบ ศึกษาได้ตามอัธยาศัย คือได้ระบบการศึกษาต้องอาศัยเทคโนโลยีสารสนเทศทั้งนั้นน่ะนะคะ มันช่วยได้หมดเลยนะคะ ไปจนถึงคุณแก่ จนถึงคุณตายน่ะ ตลอดชีวิตนะคะ เราสามารถใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ได้หมดเลยนะคะ ทีนี้เรามาดูบทบาทบ้างนะคะ อันนี้ก็เกี่ยวข้องกับงานที่จะให้ทำนะคะ เมื่อกี้ เราเลือกเทคโนโลยีสารสนเทศได้แล้ว ได้แล้วนะ จัดเก็บ ประมวลผล เผยแพร่ ดูว่ามันเลือก มันครบ 3 อย่างนี้ มันคือเทคโนโลยีสารสนเทศ ทีนี้ เราจะเอาเทคโนโลยีสารสนเทศ… เทคโนโลยีสารสนเทศน่ะ มันมีบทบาทอะไรต่อการเรียนรู้บ้างนะคะ บทบาทแรก เทคโนโลยีสารสนเทศมาช่วยในการเรียนรู้ มันมาช่วยให้การเรียนรู้ให้การเรียนรู้ดีขึ้น มีประสิทธิภาพมากขึ้นนะคะ อย่างเช่น สื่อต่าง ๆ Application นี่แหละ CAI Application ต่าง ๆ นี่ มันมาช่วยให้การเรียนรู้เราดีขึ้น หรือค้นหาข้อมูลใน Search engine เด็ก ๆ รู้จัก Search engine ไหม เด็ก ๆ เคยใช้ เวลาที่ครูสั่งงานแล้วนึกไม่ออก คุณนึกถึงอะไร อะไรนะ นึกถึงเพื่อนไม่ได้ เป็นอุปกรณ์ เวลาที่ครูให้ไป… ให้ไปหาข้อมูลประวัติศาสตร์เทคโนโลยี คุณจะทำอย่างไร เข้า Google Google คือ Search engine ค่ะ มีข้อสอบครูผู้ช่วยปีหนึ่งถามง่ายมาก แต่มัน 10 กว่าปีที่แล้วนะ เออ ถามแค่นี้ ข้อใดคือ Search engine ได้ไปแล้ว ถ้าคุณรู้ แต่ว่ายุคคุณไม่มีแล้วนะ ยุคเมื่อ 10 ปีที่แล้ว Search engine นะคะ ก็คือเว็บที่ไว้ค้นหาข้อมูลต่าง ๆ ไม่แค่ Google นะ Yahoo ก็บริการ Sanook อย่างนี้ อะไรที่มันรวบรวมคลังข้อมูลไว้น่ะค่ะ เราเรียก “Search engine” นะคะ YouTube พวกนี้ก็ช่วยเรื่องการเรียนด้วยเหมือนกันนะคะ ช่วยในเรื่องการเรียนแล้ว อีกอันหนึ่งที่คุณครูจำเป็นจะต้องใช้ค่ะ อีเมื่อกี้คุณครูต้องใช้ อีอันนี้ก็จำเป็นอีกเหมือนกัน เทคโนโลยีมาช่วยสนับสนุนในเรื่องการเรียนการสอน อีอันสนับสนุนน่ะ มันไม่ได้ช่วยให้ผู้เรียนเก่งขึ้นหรอก แต่มันมาช่วยให้สะดวกสบายมากขึ้น ทั้งครูผู้สอนทั้งนักเรียนนะ อย่างอีดูเกรดผ่านระบบ ม. ของเรานี่ค่ะ อันนั้นก็เป็นตัวหนึ่งที่สนับสนุน ดูตารางเรียน ก็ไปดูที่นั่น เมื่อก่อนเวลาตารางเรียนนี่ ต้องมานั่งจดน่ะ นะพี่เอ้ ชีวิตลำบากนะ ยังทันยุคที่มันลำบากน่ะ เออ ครูว่าครูเป็น Gen ที่อยู่ระหว่างชีวิตลำบากกับชีวิตสบายก็เลยมาเล่าให้พวกเราฟังได้อย่างนี้นะคะ หรือดูเกรดอย่างที่บอกน่ะค่ะ ก็สะดวกสบายทั้งครูและผู้สอน เราไม่ต้องมา... ผู้เรียนก็ไม่ต้องมาที่ ม. เราก็ดูเกรดได้เลยนะคะ หรือรวมถึงอันนี้ คุณไปนึกถึงระบบของ DSI ที่ของทางการศึกษาพิเศษทำน่ะค่ะ เขาก็จะมีข้อมูลนักศึกษาให้หมดเลยว่านักศึกษาเป็นอย่างไร ก็ส่งมาให้ครู ครูก็ดูได้ ว่าข้อมูลเป็นอย่างไร อันนี้ก็ช่วยให้ครูออกแบบการเรียนการสอนได้ง่ายขึ้นนะคะ อันที่ 3 ตัวนี้ก็เป็นตัวที่มาเปลี่ยนชีวิตครู ชีวิตครูกับนักเรียนเหมือนกันนะ ย้อนกลับไปอีก เมื่อก่อนการติดต่อสื่อสารระหว่างครูกับผู้เรียนน่ะ อย่างเช่น ถ้าเราจะลา ลาป่วยอย่างนี้ ฉันป่วยน่ะ เราคิดว่าเมื่อก่อนต้องทำอย่างไร สมัยครูน่ะ ใช่ ต้องเขียนจดหมายให้พ่อแม่เซ็นด้วยนะ พ่อแม่เซ็นด้วย แล้วต้องทำอย่างไร ไปไม่ได้น่ะ พ่อแม่ต้องทำอย่างไรอีก ต้องฝากเพื่อนอีก ชีวิตลำบากไหม ฉะนั้นแบบพอรู้ว่าป่วย เวลาที่เราป่วยเราจะ... คือ ก่อนที่เราจะมาเรียน เราจะตื่นประมาณตี 5 นะ แล้วก็ เฮ้ย ฉันป่วย พ่อแม่ฉันก็ต้องรีบเขียนจดหมาย แล้วก็เซ็นอย่างนี้ใช่ไหมคะ ก็ต้องไปฝากข้างบ้านอย่างนี้ค่ะ ฉะนั้น แต่ปัจจุบัน พอเรามีเทคโนโลยีสารสนเทศ เรามี LINE เรามี LINE คุณครู LINE ห้อง เราทำอย่างไร พิมพ์ข้อความ ส่งมาบอก แค่นี้ค่ะ ฉะนั้นมันติดต่อสื่อสารง่ายขึ้น หรือเราไม่เข้าใจอะไร เราอยากให้คุณครูช่วยตรวจงานให้ เราก็ส่งข้อมูลมาให้คุณครูได้เลย แต่เมื่อก่อนอย่างครูน่ะ ครู ของครูยังอยู่ในยุคที่มันติดต่อลำบากนะคะ ครูก็ต้อง… อย่างครูน่ะ ครูเรียน ป. เอกใช่หรือเปล่า ครูก็ต้องนั่งรถจากโคราชไปประมาณ 4 ชั่วโมง ครูเรียนลาดกระบัง 4-5 ชั่วโมง รถติดด้วยซ้ำ 6 ชั่วโมง รถติด เพื่อไปหา Advisor เพื่อไปหาที่ปรึกษาครูน่ะค่ะ ที่ปรึกษาครูตรวจงานครู 15 นาที 15 นาทีน่ะคุณ กับการเดินทางของครู 6 ชั่วโมงน่ะ แล้วไปกลับอีกเท่าไรอย่างนี้ ฉะนั้นน่ะ พอเรามีเทคโนโลยีสารสนเทศน่ะค่ะ อันนี้ดีขึ้นนะ เมื่อก่อนมาเรียน ครูเรียนประมาณ 10 กว่าปีมาแล้วนะ แต่ปัจจุบันน่ะค่ะ อิจฉาเด็กสมัยนี้ เขาทำอย่างไรรู้ไหมคะ เขาเปิด Zoom คุยกับที่ปรึกษา โคตรอิจฉาเลย อยากดึงปากมันมากเลย อิจฉาไง เพราะว่าเราลำบากน่ะ อย่างน้องครูน่ะ มันคุยกับ… มันคุยกับที่ปรึกษาแบบ เฮ้ย ทำไมชีวิตมันง่ายจัง ฉะนั้นนี่ค่ะ ครูถึงบอกเทคโนโลยีสารสนเทศน่ะ มันมาช่วยให้มนุษย์สะดวกสบายมากขึ้น มาก ๆ แบบมากกว่าปกติน่ะ นึกออกไหม คือเทคโนโลยีน่ะก็ดีในระดับหนึ่ง แต่พอเป็นเทคโนโลยีสารสนเทศนี่ มันแบบช่วยให้เราแบบไม่ต้องเดินทาง ไม่ต้องเสียเวลาต่าง ๆ มากมายนะคะ นะ ฉะนั้น หลัก ๆ บทบาทก็จะมี 3 บทบาทด้วยกัน ฉะนั้น หลังจากที่เราเลือกสารสนเทศได้แล้ว เราต้องมาบอกว่าบทบาทเทคโนโลยีสารสนเทศนั้น มันมี… เราต้องบอกให้ได้ ว่าเทคโนโลยีสารสนเทศที่เราเลือกมานั้น มันมีบทบาทอะไร บางเทคโนโลยีสารสนเทศ อาจจะมีหลายบทบาท อย่างเช่น e-Learning e-Learning ที่พวกเราเรียนน่ะค่ะ e-Learning แน่นอน ช่วยในเรื่องการเรียน e-Learning บางครั้งช่วยในเรื่องติดต่อสื่อสารก็ได้ e-Learning ถ้าคุณทำถึงแบบประเมินผล แจ้งเกรดอย่างนี้ เฮ้ย ไปถึงสนับสนุนนะคะ แต่บางตัวก็ไม่ถึงนะคะ บางตัวก็ไม่ถึงนะคะ โอเค อันนี้ก็เป็นตัวอย่างของเว็บไซต์ ช่วยในเรื่องการเรียนรู้นะคะ YouTube ช่วยในเรื่องการเรียนรู้ อีนี่คุ้น ๆ ไหม แต่หน้ามันเปลี่ยนแล้วล่ะ สนับสนุนนะ บอกเกรด บอกตารางเรียน บอกข้อมูลผู้เรียนต่าง ๆ นี่ ก็มาสนับสนุนนะคะ อันนี้ก็มาช่วยติดต่อสื่อสาร อีเมล LINE แต่เด็ก ๆ ไม่ค่อยอีเมลแล้วแหละ แต่ถ้าเราไปเรียนระดับสูงขึ้น อย่างเช่น ป. โท อย่างนี้ค่ะ ป. โท ป. เอก นี่ จะไม่ค่อยติดต่อครูผ่าน LINE เท่าไร จะต้องทางก๊ารทางการอย่างนี้นะคะ แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับยุคเราแหละนะคะ แต่ยุคครูก็ยังต้องใช้อยู่นะ ใช้อีเมลเพื่อที่จะติดต่อ เพราะว่า LINE ในบางครั้งน่ะค่ะ การที่เราเป็นระดับ ป. โท ป. เอก นี่ มันจะบันทึกข้อมูลด้วย บางครั้งที่ผู้เรียนเสียผลประโยชน์ อย่างเช่น มันเคยมีคดีเหมือนกันนะ อีเทคโนโลยีสารสนเทศนี่แหละ ช่วยให้นักศึกษาคนนั้นน่ะ ฟ้องที่ปรึกษาได้ ที่ปรึกษาไม่ตรวจงานให้เด็ก แต่เด็กส่งงานไปแล้ว แล้วทีนี้ปรากฏว่าเด็กโดนรีไทร์ เพราะว่าสอบจบไม่ทันกำหนด ป. โท มันจะมีกำหนดนะ มันจะมีกำหนดที่จะทำให้เขา… เขารีไทร์น่ะค่ะ ปรากฏว่า Advisor ไม่ตรวจ แต่เด็กเอาไปฟ้องว่า เฮ้ย ที่ฉันไม่จบน่ะ เพราะว่าที่ปรึกษาฉันน่ะ ไม่ตรวจงานให้นะ นะคะ กลายเป็นเขาชนะไปเลย ก็ได้เรียนแล้วก็ได้คืนชดใช้ค่าเสียหายอย่างนี้นะคะ ฉะนั้น เทคโนโลยีสารสนเทศก็จะมาช่วยให้ติดต่อสื่อสารได้ง่ายนะคะ มาถึง บทบาทไปแล้ว ทีนี้มาถึงเป็นคุณครู พอฉันเป็นคุณครู ฉันอยากจะใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ฉันจะใช้อย่างไร ฉันจะเอาไปจัดการกับการเรียนรู้ได้อย่างไรนะคะ ทีนี้ เริ่มมาถึงตัวเราแล้วนะเริ่มมาถึงบทบาทของเราแล้วนะคะ เมื่อกี้เป็นบทบาทของเทคโนโลยีสารสนเทศ แต่ตอนนี้เป็นหน้าที่ของแล้ว ว่าครูจะจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศได้อย่างไรบ้างนะคะ บทบาทแรกนะคะ หนีไม่พ้นคุณครู คุณครูต้องออกแบบการเรียนการสอน ก็คือเขียนแผนนั่นแหละ แต่แผนคุณครูต้องเหมาะสมด้วยนะ เหมาะสมกับการใช้นะคะ ที่เราเลือก Assure Model ไปนี่แหละนะคะ คล้าย ๆ กันเลยนะคะ เหมาะสมกับการเรียนรู้ เทคโนโลยีสารสนเทศที่เราเลือกมา เหมาะสมกับวิชาหรือเปล่า เหมาะสมกับผู้เรียนหรือเปล่านะคะ เหมาะสมกับผูเรียนหรือเปล่า อย่างเช่น ครู เวลาที่ครูไปตรวจ ตรวจสื่ออย่างนี้ แล้วดูสื่อประกอบกับแผนน่ะค่ะ อย่างเช่น วิชาพละ วิชาพละ ผู้เรียนจะต้องปฏิบัติได้นะ แต่สื่อของเขาน่ะค่ะ ตอนที่ทดสอบน่ะจะชอบมีปัญหาวิชาพละนี่ ทดสอบดันไปถาม ก. ข. ค. อย่างนี้ มันก็วัดไม่ได้จริง ๆ ว่าตกลงเด็กเดาะบอลได้จริงไหม นึกออกไหม ฉะนั้น กิจกรรมหรือวิธีการที่คุณจะให้กับผู้เรียนน่ะค่ะ คุณก็จะต้องออกแบบให้มันเหมาะสมกับที่จะวัดจริง ๆ นี่ ส่วนมากที่เป็นปัญหาของคุณครูนะ คือ การวัด วัดไม่ตรงกับสิ่งที่วัตถุประสงค์ของเราอย่างนี้นะคะ หรือเด็ก คุณได้ผู้เรียนเป็นระดับประถมต้น ประถมต้น ป. 1 ป. 2 ยังอ่านหนังสือไม่ออกนะ แต่คุณไปใช้เว็บไซต์ที่มันแบบ อุ๊ย อ่านหนังสือยากลำบากทั้งนั้นน่ะค่ะ ฉะนั้น ก็ไม่เหมาะสมอีกอยู่ดีนะคะ ฉะนั้น ต้องดูให้ดีว่าระดับชั้นคุณเป็นอย่างไรนะคะ ออกแบบการสอนให้เหมาะกับวิชา เหมาะกับผู้เรียน อันดับที่ 2 ก็คือจัดการสารสนเทศได้ โลกใบนี้ มันมีสารสนเทศเยอะแยะมากมาย แต่ครูที่เจ๋ง คือ ครูที่สามารถเอาเทคโนโลยีสารสนเทศน่ะ มาใช้ในการจัดการเรียนรู้ได้ เราเห็นคลิป เราเห็นข้อมูลพวกนี้ เราสามารถที่จะมองเห็น ว่าเฮ้ย มันมาเป็นตัวอย่างเด็กได้ นี่ค่ะ คุณครูต้องมีสามารถจัดการสารสนเทศได้ แต่ครูที่เหนือครู ครูที่มืออาชีพจริง ๆ น่ะค่ะ จะต้องเป็นคนที่สามารถออกแบบแหล่งเรียนรู้ของตัวเองได้ อันนี้เราคาดหวัง อันนี้ครูผู้ช่วย ระดับครูผู้ช่วย คือ ครูทั่วไป จะต้อง เฮ้ย เลือกสรรเทคโนโลยีมาได้ เลือกสรร เห็นเทคโนโลยีสารสนเทศที่มีอยู่ใน YouTube ที่มีอยู่ใน Google ต่าง ๆ เอามาจัดการเรียนการสอนได้ อันนี้ครูทั่วไป แต่ถ้าครูมืออาชีพ คศ. 3 คศ. 4 ต้องทำเอง ต้องทำสื่อที่เหมาะกับผู้เรียนให้ได้นะคะ ฉะนั้น ก็คาดหวังจากเด็ก ๆ นะคะ ว่าต้องสามารถทำอันนี้ได้นะคะ เดี๋ยวเทอมนี้เราจะให้พวกคุณทำสื่อที่จัดการในวิชาของคุณได้ด้วยนะคะ นอกจากนั้นค่ะ เขียนแผนเสร็จ เฮ้ย เลือกเทคโนโลยีสารสนเทศ จัดการเทคโนโลยีสารสนเทศเสร็จ เอาไปใช้ได้เลยไหม เอาไปใช้ได้ แต่ต้องดูสภาพแวดล้อมด้วย ว่าสภาพแวดล้อมที่คุณเอาไปใช้เหมาะสมไหม อย่างเช่น ถ้าคุณจะใช้ Kahoot! มันต้องมีอะไรบ้าง เด็กต้องมีโทรศัพท์ เฮ้ย โรงเรียนที่ฉันไปสอน เด็กมีโทรศัพท์ไหม ฉะนั้น Kahoot! ไม่ใช่เหมาะสมกับทุกโรงเรียนนึกออกไหมคะ ต้องดูสภาพบริบทโรงเรียนนั้นด้วยนะคะ ว่าเขามี... อย่างแรกคุณจะเล่น Kahoot! ได้ต้องมีโทรศัพท์น่ะ ต้องมีอะไรอีกอินเทอร์เน็ตอีก โรงเรียนคุณมีอินเทอร์เน็ตเร็วพอมากแค่ไหนไหม อย่างนี้เป็นต้น เพราะว่าอะไร เทคโนโลยีสารสนเทศน่ะ มันเป็นตัวที่ที่บ่งบอกความเท่าเทียม ความเหลื่อมล้ำที่ได้ชัดอันหนึ่งนะนะคะ ไม่ว่าจะเป็นแค่ตัวนักเรียน แค่ตัวระดับบุคคล ไปจนถึงโรงเรียนน่ะ เพราะว่า... เพราะว่ามันมีผลต่อจิตใจ อย่างเช่น ฉันไม่มีเหมือนเพื่อนน่ะ แค่นี้ เด็กก็รู้สึกแล้ว ไม่มีอุปกรณ์เหมือนเพื่อนน่ะ ครูนี่ สอนเทคโนโลยีนี่ ครูรู้เลยว่าเด็กที่ไม่มีกับเด็กที่มีน่ะ มัน ความรู้สึกมันต่างกันนะ เรียนก็ไม่ทันเพื่อน ตอนช่วงออนไลน์นี่ งานวิจัยออกมาเยอะแยะเลยว่าแบบเด็กเครียด เพราะว่าไม่มีอุปกรณ์เหมือนเพื่อน ส่วนคนที่มีก็มีนั่นแหละ แต่คนไม่มีมันก็ไม่มีน่ะนะคะ ฉะนั้นมันเป็นตัวที่ทำให้ผู้เรียนรู้สึก... ไม่เท่าเทียมน่ะ รู้สึกเป็นอันดับแรกน่ะ หรือถ้าสมมติว่าอินเทอร์เน็ตเรา... อินเทอร์เน็ตใช้ไม่ได้ ใน ม. นี่ แค่ใน ม. นี่ เรารู้สึกอย่างไรคะ อินเทอร์เน็ตใช้ไม่ได้ หรืออินเทอร์เน็ตช้า ความรู้สึกเราเป็นอย่างไร เซ็ง ไม่ทันใจ เริ่มรู้สึกแล้ว ฉะนั้น พวกเทคโนโลยีสารสนเทศน่ะ พอมันไม่ได้ดั่งใจน่ะ มันจะมีความรู้สึกเกิดขึ้นน่ะ อันดับแรกไม่พอใจ ขุ่นเคืองใจ ฉะนั้น คุณครูต้องดูให้ดี ครูเคยเมื่อประมาณ น่าจะประมาณ 7-8 ปีที่แล้ว ที่ Kahoot! มาใหม่ ๆ น่ะค่ะ ยกตัวอย่าง Kahoot! บ่อย ๆ หน่อยนะ เพราะมันเป็น Basic นะ Kahoot! มาใหม่ ๆ ครูก็อยากให้เด็กครูเรียนนะ ต้องย้อนกลับไป 7-8 ปีที่แล้วนะ รุ่นพี่เรา 7-8 ปีที่แล้ว มือถือ มี แต่ไม่ใช่ทุกคนจะมีมือถือเป็นสมาร์ตโฟนนึกออกไหม ไม่ใช่ทุกคน อินเทอร์เน็ต ม. เราเป็นอย่างไรคะ 7-8 ปีที่แล้ว ตอนนั้น จะติด ๆ ดับ ๆ จะเสถียรก็ไม่เสถียร แต่ครูไปใช้ Kahoot! เด็กก็ไม่พร้อม ปรากฏว่าเด็กที่มีน่ะ ก็สนุกสนานเฮ่ ๆ ๆ นึกออกไหม แต่เด็กไม่มีน่ะ นั่งเงียบ นั่งจ๋อย ยังจำสายตาเด็ก ๆ ได้อยู่เลย ฉะนั้นน่ะค่ะ เราจะใช้อะไร เราต้องดูสภาพแวดล้อม ดูบริบทของ ณ สถานการณ์นั้น ๆ ณ ห้องนั้น ๆ ณ โรงเรียนนั้น ๆ ว่าพร้อมมากแค่ไหนนะคะ ฉะนั้น พอมันมีเทคโนโลยีสารสนเทศที่มันสะดวกสบายน่ะ คุณครูเปลี่ยนบทบาทค่ะ บทบาทจากเป็นคนสอน ก็กลายเป็นผู้อำนวยความสะดวก คือ คุณครูน่ะ เตรียมสื่อมาให้หมดนะ สื่อ e-Learning เว็บไซต์ต่าง ๆ ค่ะ จากนั้น คุณครูก็ให้ผู้เรียนเรียนรู้ด้วยตัวเอง แล้วมาแนะนำนะคะ อันนี้ต้องบอกว่า ตามทฤษฎีเมืองนอกนะ ด้วยความที่สื่อเขาพร้อมน่ะ แล้วก็ผู้เรียนเขาถูกฝึกมาเรียนรู้ด้วยตัวเองน่ะ อันนี้ทฤษฎีเมืองนอก แต่ว่าเมืองไทยก็เข้า… ก็เริ่มมาแล้ว ถ้าเด็กคนไหนที่พร้อมเรียนด้วยตัวเอง แล้วพร้อมที่จะเรียนรู้ คุณครูก็คอยให้คำแนะนำคอยอย่างนี้นะคะ แต่จากที่ดูสื่อมาในเมืองไทย ก็ยังไม่ได้พร้อมที่จะใช้อันนี้มากแหละ แต่ก็มีนะ มีระดับ มีอย่างเตรียมอุดมอย่างนี้ บางห้องนี่ ไม่อยากให้คุณครูสอนเลยน่ะ อยากเรียนด้วยตัวเอง อยากแบบฝึกด้วยตัวเองอย่างนี้ เขาก็… เขาก็เปิดโอกาสให้ผู้เรียนเรียนรู้ด้วยตัวเองนะ แต่อีกสักประมาณ 5 ด้วยเทคโนโลยีมันไปเร็ว… มันไปไกลนะ ถ้า 5 ปีข้างหน้าอาจจะ อันนี้อาจจะเป็นแพร่หลายก็ได้นะคะ ที่ทำให้ครูผลิตสื่อเฉย ๆ คุณครูสร้างสื่อไว้ แล้วให้ผู้เรียนไปเรียนรู้ด้วยตัวเอง แต่พอเด็กมีปัญหา หรือไม่เข้าใจตรงไหน ก็ค่อยกลับมาถามคุณครูอย่างนี้ค่ะ ต่างประเทศก็มีแล้วนะคะ พวกแบบประเทศโลกที่ 1 น่ะ เยอรมันอะไรอย่างนี้ อย่างเพื่อนครูอย่างนี้ จะมาหาที่ปรึกษาเฉพาะตอนที่เขามีปัญหา ดังนั้น ที่ปรึกษาต้องคอยสแตนบายว่าแบบจะนัดพบเจอเมื่อไหร่อย่างนี้ แต่เขาจะไปเรียนรู้ด้วยตัวเองก่อน แล้วเขาก็จะมาพบเองอย่างนี้ค่ะ แทบจะแบบ เจอน้อยมากน่ะ อย่างเช่น เขาจบ เรียน ป. เอก ประมาณ 3 ปีนะ เจอที่ปรึกษาอยู่ประมาณ 3 ครั้งน่ะ แต่ครูน่ะ เจอที่ปรึกษาทุกสัปดาห์ ต้องไปหา คือด้วยความความ Culture เมืองไทยน่ะ แบบเด็กไม่มาเจอ มันก็แบบไม่ค่อยเท่าไร แต่… แต่มันก็ต่างกันนะ แต่ของเขาก็มีความรับผิดชอบมากกว่านะ อย่างนี้นะคะ นะ ฉะนั้น บทบาทของครูนะคะ เดี๋ยวหมดอันนี้เดี๋ยวครูจะให้ทำกิจกรรมแล้วนะคะ อีกนิดหนึ่ง อันนี้ เมื่อกี้เป็นคุณครูแล้ว ทีนี้คุณครู พอคุณครู เฮ้ย เทคโนโลยีสารสนเทศมันเจ๋งว่ะ จากที่เราเรียน ๆ มานะ เฮ้ย มันดี มันทำให้ชีวิตสะดวกสบาย ช่วยในเรื่องการเรียนก็ได้ ช่วยสนับสนุนฉันก็ได้ ติดต่อสื่อสารก็ได้ เฮ้ย มันดีน่ะ ทีนี้ จะเอามาใช้ในโรงเรียนอย่างไร สมมติว่าเราได้เป็น ผอ. เฮ้ย มันดีนะ การที่เด็กมีเว็บไซต์ หรือ ผอ. ไปเจอเว็บ ไปเจอ Application เจ๋ง ๆ แล้วอยากให้คุณครูทำ อยากให้คุณครูเอาไปสร้างให้เด็ก เราว่าจะเกิดอะไรขึ้น ถ้า ผอ. สั่ง คุณครู คุณครูสาขาการศึกษาพิเศษไปทำ Application เจ๋ง ๆ ไปให้ผู้เรียนสอน เราว่าจะเกิดอะไรขึ้น ในโรงเรียนโรงเรียนหนึ่ง เราว่าจะเกิดอะไรขึ้น ต้องบอกว่าโรงเรียนนั้นจะมีคุณครูจบใหม่ประมาณ 2 คน คุณครูจบใหม่ ประมาณอายุ 20 ปีกว่า มีคุณครูวัยผู้ใหญ่ประมาณ 45 ปี ถึง... 45-50 ปี ประมาณ 5-6 คน มีวัยใกล้เกษียณอีกประมาณ 2-3 คน เราว่า ผอ. จะให้ทำ Application จะเกิดอะไรขึ้น แล้วโรงเรียนจะมี Gen อยู่ 3 Gen นี้แหละนะคะ เราว่าเกิดอะไรขึ้น คุณครูจะมีบางคนจะต่อต้าน แน่นอนคุณครูวัยใกล้เกษียณ เขาไม่ได้เก่งเทคโนโลยี อย่างแรก โอ๊ย ใหญ่เฮ็ดบ่เป็นดอก มาคำนี้ แม่… แม่เฮ็ดบ่เป็นดอก เขาทำไม่เป็นหรอก นึกออกไหม เขาก็จะปฏิเสธ อย่างแรกเขาจะปฏิเสธเลย ไม่ทำ ไม่เอา สิ่งที่เราจะไปเจอ เดี๋ยวหลายคนจะไปเป็น ผอ. ศูนย์การศึกษาพิเศษอย่างนี้ เราจะเจอ 3 Gen นี้แหละ Gen 45-50 ปี ก็จะประมาณแบบ เฮ้ย ก็อยากทำแหละ แต่ขอเวลาหน่อยนะ นึกออกไหม ส่วนวัยใกล้เกษียณจะปฏิเสธ จะเกษียณแล้ว ไม่ทำหรอก จะเกษียณแล้ว ส่วนวัยที่จบมาใหม่ ๆ ครูประมาณ 24-25 ปี ตอบรับทันที ทำได้ สบายมาก ฉะนั้น สิ่งที่เราจะเอามาใช้ในหน่วยงานน่ะ อีที่ผ่านมา เป็นเรื่อง Basic มากเลยนะ แต่อีนี่จะเอามาใช้ในหน่วยงานนี่โคตรยากเลย เพราะว่าหน่วยงานหนึ่ง... มันประกอบ เริ่มเสียงดังแล้วนะ ถึงไหนแล้วล่ะ เอามาใช้ในหน่วยงาน มันลำบาก เพราะว่าหน่วยงาน หน่วยงานประกอบด้วยหลาย ๆ คน มันเลยทำให้ลำบากไง ร้อยพ่อพันแม่น่ะ ไม่รู้คนนั้นจะรู้สึกอย่างไร จะให้ใช้อย่างไรนะคะ ฉะนั้น ยาก แต่มีวิธีค่ะ แต่มีวิธีนะคะ วิธีแรกเขาเรียกว่า "ด้านทางเทคนิค" ด้านนี้คือจะให้ความสำคัญ เทคโนโลยีใหม่หมด ทันสมัยหมด ไม่ต้องไปสนอะไร เปลี่ยนใหม่ทั้งนั้น เราว่าดีไหม ชอบใช่ไหม ข้อดีก็มี ข้อดีคือเราจะได้เทคโนโลยีที่ทันสมัย อย่างเช่น ผอ. แบบได้รู้แอปพลิเคชันมาใหม่ หรือได้เวอร์ชันอะไรใหม่ ๆ Word ใหม่ Windows ใหม่มาเรื่อย ๆ เปลี่ยน เปลี่ยนใหม่หมดเลย ข้อดี คือ ได้ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย แต่ข้อเสียคืออะไรรู้ไหมคะ งบประมาณนะ เปลี่ยนแต่ละครั้ง เปลี่ยนคอมพิวเตอร์แต่ละครั้งงบประมาณเยอะนะ นะคะ และอาจจะโดนต่อต้าน นึกออกไหม ความเคยชินของมนุษย์น่ะ ต้องนึกถึง… ต้องไม่นึกถึงเรานะ ต้องนึกถึงคนอื่นด้วยนะ เวลาที่เราจะเอาไปใช้น่ะค่ะ เราต้องนึกถึงว่า เฮ้ย อาจารย์วัยใกล้เกษียณน่ะ แน่นอน เขาไม่อยากเปลี่ยนหรอก นึกออกไหม เขาทำจนชินมาแล้ วน่ะ เขาไม่อยากเปลี่ยนหรอกนะคะ ฉะนั้น เทคนิคนี้ ดีไหมคะ หลายคนเริ่ม... อย่างนั้นมาดูอีกเทคนิคหนึ่ง เขาเรียกว่า “ด้านพฤติกรรม” เทคนิคด้านพฤติกรรมค่ะ ด้านพฤติกรรมนี่ อุ๊ย ครูรัก ผอ. คนนี้มาก ผอ. แบบ เรา… ให้คุณครูทำอันนี้ค่ะ ผอ. จะให้ครูทำเว็บไซต์ แล้วคุณครูบอกว่าปกติทำไม่เป็นน่ะ ไม่อยากทำเลยน่ะ ผอ. ก็เออไม่เป็นไร เดี๋ยวค่อยทำนะคะ พร้อมก่อนค่อยทำนะคะ ประมาณนี้ รอพฤติกรรมให้คนในโรงเรียนพร้อมก่อน อันนี้ดีไหม อันนี้ก็ดี ตกลงเธอจะเอาอะไรกันแน่ อันนี้ก็มีข้อดีค่ะ ข้อดี คือ บุคลากรในโรงเรียนจะยอมรับ แบบ… ไม่แบบเปลี่ยนเขาทันทีน่ะ เขาจะยอมรับนะคะ แต่ข้อเสียคืออะไรรู้ไหมคะ ข้อเสียคือเทคโนโลยีจะไปช้า โรงเรียนอื่น หูย เขาเล่นเกม เขา Multiverse เขาไปถึงไหนแล้ว เขามีเว็บไซต์แล้ว โรงเรียนฉันยังไม่มีเลย อันนี้ครูเห็นชัดเลยนะ เพราะว่าครูสอนปี 1 ใช่ไหมคะ ครูจะ… เด็กบางคน เฮ้ย เปิดคอมพิวเตอร์ รู้เรื่อง Application ทักษะเทคโนโลยีสารสนเทศมีหมด เด็กบางคนหาปุ่มยังไม่เจอเลย เด็กบางคนเครื่องมือต่าง ๆ ยังใช้ไม่เป็นเลย อีตัวนี้ มาจากที่ ผอ. ใช้พฤติกรรมนี้แหละ ไม่ยอมเปลี่ยน กลัวแต่คุณครูโกรธ กลัวแต่คุณครูไม่รัก ไม่อยากหักหาญน้ำใจ ดีไหมคะ เอาอันไหนดีคะ เทคนิคหรือพฤติกรรม เทคนิคครูเกลียด ถ้าเทคนิค ผอ. เปลี่ยน ครูเกลียดแต่ดีกับผู้เรียน แต่พฤติกรรมครูรัก แต่ตกไปอยู่ที่ผู้เรียนไม่ได้เอาอันไหนดี [เสียงหัวเราะ] ถ้าพวกเราน่ะ แน่นอนตอบเทคนิค แต่ถ้าไปถามครูวัยใกล้เกษียณหรือ 50 ปี คุณว่าเขาตอบอะไร ด้านพฤติกรรม ฉะนั้น เราไม่จำเป็นต้องแยก 2 อันนี้ เอ๊ย เราเอามันมาผสมผสานได้นะ นะคะ ฉะนั้น ดอกจันไปค่ะ เทคนิคเวลาที่เราเอาไปใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในโรงเรียน หรือในองค์กรที่มีหลาย Generation นะ อันนี้ต้องเขียนโน้ตเพิ่มด้วย ที่มีหลาย Generation ไม่ใช่ทุกคนจะพร้อมด้านเทคนิค แต่ทุกคนยังต้องรอพฤติกรรมด้วย รอฉันพร้อมด้วย ฉะนั้น หน่วยงานที่มีหลาย Gen เราต้อง… เราต้องใช้ 2 เทคนิคนี้นะคะ เราต้องใช้ 2 เทคนิคนี้ คือ เอาเทคนิค พฤติกรรม ผอ. ก็อาจจะไปแจ้ง นี่ ผมได้เว็บไซต์ใหม่มา อยากให้คุณครูไปอบรมให้พร้อม แล้วเทอมหน้า คุณครูเปลี่ยนไปใช้เทคโนโลยีตัวนี้นะ อย่างนี้เป็นต้นนะคะ แต่ถ้าองค์กรไหนที่คุณพร้อม เอาเลย ถ้าเด็ก อย่างเช่น พวกแบบ อะไรดีล่ะ NECTEC อย่างนี้ เขาเป็นแบบ… เขาเป็นองค์กรคอมอยู่แล้วนะ หรือ Microsoft อะไรอย่างนี้ เขาเป็นองค์กรที่ทันสมัยอยู่แล้วน่ะค่ะ เขาก็พร้อมเปลี่ยนอยู่แล้วนะคะ แต่อันนี้ ถ้าองค์กรคุณมี… มีวัยที่ไม่ได้พร้อมเทคโนโลยีมาก ๆ คุณก็อาจจะใช้เทคนิคนี้ แต่ถ้ามีหลาย Gen อยู่ด้วย ส่วนมากองค์กรมักจะมีหลาย Gen แบบนี้แหละนะคะ คุณก็ใช้เทคนิค 2 อย่างนี้ผสมกันนะคะ โอเคนะ สุดท้ายแล้ว อันนี้นะคะ สิ่งที่เวลาที่เราจะใช้เทคโนโลยีสารสนเทศได้ดีน่ะค่ะ เราต้องอาศัย 3 องค์ประกอบนี้ องค์ประกอบแรก คน องค์ประกอบที่ 2 เทคโนโลยี และการจัดการที่ดี ต้อง 3 อย่างนี้ต้องไปด้วยกันนะ 3 อย่างนี้ต้องไปด้วยกันนะคะ คน ถ้าคนเจ๋งมาก คนสามารถออกแบบแอนิเมชันทำอะไรต่าง ๆ ได้ เก่งคอมพิวเตอร์ เก่งเทคโนโลยีมาก แต่ในองค์กรนั้น ดันให้เทคโนโลยีเขาที่เป็น Windows 98 อย่างนี้ เป็นแบบคอมฯ ที่แบบช้ามาก เน็ตก็ไม่มีให้เขา ถามว่าเขาจะพัฒนาเครื่องมือ เขาจะพัฒนาองค์กรได้ไหม ก็ยาก นึกออกไหม ไม่ว่าจะเก่งแค่ไหน แต่คุณไม่มีอุปกรณ์น่ะ มันก็ยาก เหมือนนักรบไร้กระบี่น่ะ มันยาก มันยากต่อการทำงานของเขาน่ะ ฉะนั้น มันถึงต้องไปด้วยกัน เฉกเช่นเดียวกัน เทคโนโลยี องค์กรนั้นเทคโนโลยีเจ๋งมาก ครูเคยไปองค์กร ครูเคยไปตรวจ… ตรวจรับพัสดุที่หนึ่ง หน่วยงานเขาเป็นหน่วยงานทำจดหมายเฉย ๆ น่ะ ซึ่งใช้แค่ Word น่ะ แต่คอมพิวเตอร์ของหน่วยองค์กรเขา เป็นอย่างไรรู้ไหมคะ เป็น MAC น่ะ ซึ่ง MAC น่ะ มันไปใช้กับ Macbook น่ะค่ะ พวก MAC น่ะ เครื่องมันจะ… สเปกมันจะสูงน่ะ มันเป็นสเปกที่ไว้ทำ Animation ทำ… ทำตัดต่ออะไรพวกนี้ แต่หน่วยงานนั้นใช้แค่ Word น่ะ ถามว่าคุ้มค่าไหม ใช้ประสิทธิภาพเทคโนโลยีพอไหม คนในองค์กรไม่ได้ใช้ความคุ้มค่าของคอมพิวเตอร์นั้นเลย อันนี้ก็ไม่มีประสิทธิภาพ ฉะนั้น 3 อย่างนี้เลยต้องไปด้วยกัน การจัดการก็เหมือนกัน ถ้าคุณไม่มีระบบจัดการที่ดี Error คอมฯ Error บ่อย Application นั้น Error บ่อย คนก็ไม่อยากใช้ Application นั้นนะคะ ฉะนั้น มันถึงต้องไปด้วยกันนะคะ 3 อย่างนี้องค์กร คน เทคโนโลยีก็ต้องเจ๋งไปด้วย ส่วนการจัดการก็ต้องมีการจัดการที่ดี ถึงจะทำให้เทคโนโลยีสารสนเทศนี่ มีประสิทธิภาพนะคะ ดอกจันไป ชอบออกข้อสอบ เดี๋ยวครูจะให้เรานะคะ เดี๋ยวจับคู่หรือว่าเป็น 2-3 คนนะคะ ช่วยกัน ช่วยกันทำงานนี้นะคะ โดยเดี๋ยวครูจะมีใบงานให้นะคะ ให้เรานี่ เลือกเทคโนโลยีสารสนเทศมา 1 อย่างนะคะ เทคโนโลยีสารสนเทศที่เลือกมาคืออะไร ต้องเลือกให้ได้นะ ต้องดูอย่างไรคะ เทคโนโลยีสารสนเทศ จัดเก็บได้ ประมวลผลได้ อะไรอีก เผยแพร่ได้นะคะ 3 อย่างนี้นะ ให้คุณเลือกมานะคะ แล้วต้องบอกบทบาทให้ได้ด้วยว่าเทคโนโลยีสารสนเทศที่คุณเลือกมานี่ มีบทบาทอะไรนะคะ จากนั้น เอาเทคโนโลยีสารสนเทศนี้ไปใช้เมื่อไหร่นะคะ จะใช้ในห้องเรียน นอกห้องเรียน หรือใช้ได้ตามอัธยาศัย ก็ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีสารสนเทศที่คุณเลือกมานะคะ Why ทำไมถึงเลือกเทคโนโลยีสารสนเทศตัวนี้ อันนี้ส่วนมากบอกข้อดี ข้อดีว่ามันเจ๋งอย่างไรคุณถึงเลือกมาไง ถ้ามันไม่เจ๋งคุณก็ไม่เลือกมาหรอก หรือมันเหมาะสมกับวิชา มันเหมาะสมกับผู้เรียนอย่างไร อันนี้ก็เป็นความดีของเทคโนโลยีตัวนี้ค่ะ เป็นประโยชน์ของมันนี่แหละนะคะ สุดท้าย How ให้บอกว่าเทคโนโลยีสารสนเทศที่เลือกมานี่ เอาไปใช้ในการจัดการเรียนรู้ได้อย่างไรนะคะ บอกพอสังเขปนะ อยากให้เป็นข้อ ๆ เป็น Bullet เป็นข้อ ๆ ให้เห็นว่าใช้ เอ๊ย ใช้ 1 2 3 อย่างไรนะคะ ซึ่งอันนี้หลายคนชอบพลาด ซึ่ง How นี่ จะต้องไปเกี่ยวข้องกับ What กับ When นึกออกไหม เอามาใช้ต้องไปเกี่ยวข้องด้วยนะ เฮ้ย คุณจะเอามาใช้ คุณบอกว่าคุณใช้ตามอัธยาศัย คุณก็จะต้องมาเขียน How ให้มันได้ตามอัธยาศัย คุณจะใช้ในโรง… คุณจะเอาเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในห้อง HOW ก็ต้องเป็นการเรียนรู้ที่อยู่ในห้อง นึกออกไหม บรรยากาศในห้อง บริบทในห้อง และต้องสอดคล้องกับเทคโนโลยีที่เลือกมาด้วยนะ ต้องเลือกให้ครบนะ บทบาทก็ต้องให้ครบกับเทคโนโลยีสารสนเทศ ฉะนั้น What When Why How มันจะเกี่ยวข้องกันหมดเลยนะคะ มันจะเกี่ยวข้องกันหมดเลยนะคะ มีข้อสงสัยไหมคะ ถ้าไม่สงสัยก็มารับใบงานได้เลยนะคะ ครูให้ ลองดู 20 นาทีก่อนนะ ถ้า 20 นาทีพอก็ถ้าไม่พอก็เดี๋ยวค่อยขยายเวลาอีกที ได้ ขอให้มันครบ 3 อย่างนี่ แอปฯ ต้องดูด้วยนะ ว่าแอปฯ นั้นครบ 3 แอปหรือเปล่า อันนี้ 10 คะแนนนะคะ ช่วยกัน 2-3 นะ 2-3 คนนะคะ เอาเพื่อนไปด้วย อย่าลืมนะ เทคโนโลยีสารสนเทศดูอย่างไร บทบาท พอเราเลือกมาเสร็จ เอ๊ย มันครอบคลุมบทบาทไหม เทคโนโลยีสารสนเทศบางอัน สามารถเป็นได้หลายบทบาท ทำได้หลายบทบาทนะคะ ดูนะ แต่ห้ามเอาเหมือนตัวอย่างนะ [เสียงหัวเราะ] ดูตัวอย่างจะได้ทำได้ง่ายขึ้น ยกตัวอย่างเช่น อันนี้เขาเลือก e-Learning นะคะ เลือก e-Learning บทบาท e-Learning มันทำได้หลายบทบาทนะ e-Learning ช่วยในเรื่องการเรียนรู้และ e-Learning เขายังเอามาเป็นเครื่องมือติดต่อสื่อสารได้ด้วยนะคะ บทบาทนี่ บทบาทที่มันมี 3 บทบาทนี่ค่ะ เขียนแค่นี้เองนะคะ When ใช้เมื่อไหร่ ด้วยความที่ e-Learning น่ะ มันสามารถใช้ได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่จำเป็นต้องอยู่ในห้องเรียน เขาก็เลยบอกว่าใช้ได้ทุกที่ทุกเวลา จะใช้ในห้องเรียน นอกห้องเรียนก็ได้ ผู้เรียนสามารถทบทวนได้ตลอดนะ Why ด้วยสื่อ e-Learningเป็นสื่อการสอนที่ทันสมัย แทนครูได้ มอบหมายงานก็ได้ แบบฝึกหัดก็ได้ ใส่ภาพข้อความได้หมด อันนี้มันเป็นบอก… บอกคุณสมบัติข้อดีของสื่อนั้น ๆ น่ะค่ะ How นี่ค่ะ How จะต้องครบด้วยนะ จะต้องครบบทบาทด้วยนะ ให้ผู้เรียนศึกษาผ่าน e-Learning นะ ผู้เรียนเรียน e-Learning เสร็จ แล้วให้ทำแบบฝึกหัดทบทวน แล้วถ้าไม่เข้าใจก็ส่งแชตถามคุณครูได้ e-Learning สามารถทำได้ แล้วก็ค่อยให้วัดความรู้ทีหลัง ฉะนั้น How นี่ จะต้องไปสอดคล้องกับบทบาทด้วยนะ บทบาทคุณให้มันถึงขนาดไหน เห็นไหมคะ ต้องครบด้วยนะ ฉะนั้น เลือก… เลือกให้ถูก เลือกเทคโนโลยีสารสนเทศมาให้ถูก บอกบทบาทว่าใช้บทบาทอะไรบ้าง และสอดคล้องไปจนถึง How นะ ต้องครอบคลุมนะ ฉะนั้น สิ่งที่ครูคาดหวังจากกิจกรรมนี้ ก็คือคุณต้องเลือกเทคโนโลยีสารสนเทศให้ถูกนะ วิธีการดูบอกไปแล้ว และบทบาทมันสามารถใช้บทบาทอะไรได้บ้าง คุณครูก็ต้องรู้ และคุณครูต้อง How มันให้ได้อย่างไรด้วยนะคะ ว่าเอาไปใช้อย่างไร ให้ครอบคลุมกับบทบาทของมันนะคะ ลุยเลย คือมันเกี่ยวข้องกันนะ ฉะนั้นถ้าใครเลือกเทคโนโลยีสารสนเทศที่มัน Basic คุณจะต้องเขียน How ให้มันเจ๋ง ๆ นะ นะคะถึงจะได้คะแนนดีนะคะ ฉะนั้น How จะต้องแบบว้าว ๆ น่ะ ถ้าเลือกเทคโนโลยีสารสนเทศที่พื้นฐานนะ มันเกี่ยวข้องกันนะคะ เดี๋ยวจะมีคะแนนนำเสนอด้วยนะ ฉะนั้น เราต้องเตรียมความพร้อมในการนำเสนอด้วยนะคะ และคนที่ไม่ได้นำเสนอต้องตอบคำถามครูให้ได้ด้วยนะคะ ดังนั้น ทุกคนต้องมีส่วนร่วมนะ ต้องรู้ด้วยนะว่าที่ตัวเองเลือกมานี่ เป็นอย่างไร ทุกคนต้องตอบให้ได้ด้วยนะคะ ตอนนี้เหลือกลุ่มไหนยังไม่เสร็จคะ ยกมือค่ะ ครูจะได้รอ โอเค แต่ถึงอันไหนแล้ว ถึง How แล้วใช่ไหม อย่างนั้นเดี๋ยวครูให้อีก 5 นาทีนะคะ ที่เหลือเตรียมนำเสนอนะคะ มีคะแนนนำเสนอ แล้วสมาชิกในกลุ่มนี่ ก็ต้องตอบคำถามให้ได้ด้วย อย่างนั้นเดี๋ยวเราจะเริ่มนำเสนอ 11.05 น. นะ เดี๋ยวจะเริ่มนำเสนอ เริ่มจาก… จากข้างหลังมานะคะ 1. ข้างหลังยกมือเลย ข้างหลังสุดน่ะค่ะ นั่นแหละ จากนั้นนะ แล้วก็มา 2. 3. เรื่อยมา เรื่อย ๆ นะคะ เรื่อยมาเรื่อย ๆ นะคะ เชิญค่ะ เดี๋ยวมีคะแนนนำเสนอนะ แล้วก็จะถามคำถามด้วยเชิญเลย เดี๋ยวแจ้งรหัสสมาชิกพอนะคะ ครูจะได้ให้คะแนนได้ … อ๋อ ๆ โอเค (นักศึกษาชาย 1) สวัสดีครับผมมาจากกลุ่มสุดท้ายครับ มาจากกลุ่มแรกครับ ครับผม นายนันทิพัฒน์ เพาะปลูก นะครับ ครับ ผมรหัส 126 นะครับ 3 ตัวท้ายได้ไหมครับ (นักศึกษาชาย 2) สวัสดีครับ ผมรหัส 128 ครับ (นักศึกษาชาย 3) สวัสดีครับ ผมรหัส 123 ครับ (นักศึกษาชาย 1) ครับ เทคโนโลยีสารสนเทศที่ผมเลือกมานะครับ ก็คือ Classroom ครับ (อาจารย์) เปลี่ยนแล้วเหรอ (นักศึกษาชาย 1) เปลี่ยนแล้วครับ มันกว้างไปครับ Classroom นะครับ บทบาทที่... บทบาทที่ช่วยในการเรียนรู้นะครับ ช่วยในการจัดการเรียนรู้ครับผม ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศนี้ได้เมื่อไหร่นะครับ ใช้ได้ทุกเวลา ทุกสถานที่นะครับ เมื่อผู้เรียนต้องการติดตามงาน คะแนน เกรด แล้วก็ทบทวนใบความรู้ต่าง ๆ ครับ ทำไมถึงเลือกใช้เทคโนโลยีสารสนเทศนี้นะครับ เหตุผลที่เลือก เพราะว่าเป็น Application ที่สามารถจัดการชั้นเรียน งาน และเกรดทางออนไลน์ได้โดยไม่ต้องใช้กระดาษ สามารถเพิ่มสื่อการสอนในงาน เช่น วิดีโอ YouTube แบบสำรวจ และ Google Form ได้ครับ มีการนำเทคโนโลยีสารสนเทศไปใช้ในการจัดการเรียนรู้ได้อย่างไรนะครับ 1. ให้ผู้เรียนศึกษาใบความรู้ที่ทิ้งไว้ใน Classroom รวมถึงสื่อการสอนวิดีโอและ YouTube 2. ให้ผู้เรียนทำแบบฝึกหัดที่ทิ้งไว้ใน Classroom เพื่อวัดความรู้ และ 3. หากผู้เรียนไม่เข้าใจสามารถพูดคุยโต้ตอบได้ในสตรีมของชั้นเรียนครับผม ครับ กลุ่มแรกขอจบการนำเสนอเพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณครับ [เสียงปรบมือ] (อาจารย์) นำเสนอได้ดีเลยนะ 126 ใช่ไหม เออ ๆ นำเสนอได้ดีนะ สำหรับปี 1 นะ 138 ครูลืมบอก คนอื่นต้องฟังเพื่อนด้วยนะ ถ้าครูได้ยินเสียงจากใครที่ไม่ฟังเพื่อน ครูหักคะแนนทั้งกลุ่มนะ ฟังเพื่อนด้วยนะคะ 138 138 ใครคะ 28 เกือบแล้ว 128 นะคะ 128 ทำไมถึงเชื่อว่า Classroom เป็นเทคโนโลยีสารสนเทศ 123 หันมา 123 มัน... มันอะไร มันรวบรวมไว้อย่างไรล่ะ นี่ โอเคค่ะ แปลว่ารู้จริง เชิญค่ะ ทำได้ดีเลยกลุ่มนี้ กลุ่มถัดมาค่ะ ให้เพื่อนเลื่อนดีกว่า เดี๋ยวกลุ่มนี้ อยากให้ใครนำเสนอเป็นคนถัดไป โอเค เชิญมา (นักศึกษาชาย 4) ผมรหัส 122 ครับผม (นักศึกษาหญิง 1) ค่ะ รหัส 105 ค่ะ (นักศึกษาหญิง 2) 107 ค่ะ (นักศึกษาชาย) ส่วนในข้อ What นะครับผม ผมเลือกโปรแกรม Nearpod นะครับผม บทบาทช่วยกระบวนการในการเรียนรู้น่าสนใจและมีประสิทธิภาพ ทำให้ผู้เรียนเข้าใจได้ง่ายขึ้นครับผม ข้อ 2 When ใช้เมื่อในการเรียนการสอน หรือเมื่อมีเวลาว่างครับผม Why ทำไมถึงเลือกการใช้ Application นี้ เป็น Application ที่ใช้ได้หลากหลาย มีความสร้างสรรค์ทำให้ผู้เรียนเข้าใจได้ง่ายขึ้น ผู้สอนสามารถรับรู้ได้เมื่อผู้เรียนไม่ส่งงาน และรับรู้ได้คะแนนในการสอบได้ พร้อมวิเคราะห์ข้อมูลอัตโนมัติ How สามารถสร้างเกมได้ สร้างการบ้านได้ ทำให้ผู้เรียนนำไปใช้ในการเรียนนอกเวลาได้ สามารถทำแบบฝึกหัดต่าง ๆ ได้ สามารถสร้างเกมได้ แบบเป็นสไลด์ครับผม สามารถนำไปใช้ในการออกแบบได้ครับผม (อาจารย์) อันนี้ How (นักศึกษาชาย 4) ครับผม (อาจารย์) ยังไม่ใช่ จริง ๆ ตั้งแต่บทบาทเลยน่ะค่ะ บทบาท ยังบอก… ยังบอกไม่… ไม่ได้ถูกนะ ว่า เอ๊ย อันนี้มันเป็นบทบาท บทบาทมี 3 บทบาท คุณต้องบอกให้ได้ว่า Nearpod น่ะ เป็นบทบาทไหน บทบาทช่วยในเรื่องการเรียนรู้ไหม Nearpod สามารถ… ปัญหาไหม (นักศึกษาชาย 4) มีครับผม (อาจารย์) แต่คุณไม่บอกไง คุณไปบอกอะไรล่ะ เออ (นักศึกษาชาย 4) อ๋อ บอกว่าช่วย (อาจารย์) ช่วยเรียนรู้ไหม ช่วยสนับสนุนไหม บอกเกรด บอก คะแนนผู้เรียนได้ไหม นี่สนับสนุน และ/หรือ Nearpod สามารถติดต่อสื่อสารได้ไหม (นักศึกษาชาย 4 ) ติดต่อได้ครับผม (อาจารย์) ติดต่อสื่อสารได้ด้วยเหรอ (นักศึกษาชาย 4) ได้ครับผม (อาจารย์) ได้อย่างไรล่ะ (นักศึกษาชาย 4) ติดต่อหาผู้สอนเลยครับผม นักเรียนก็สามารถติดต่อได้ในการ Login ครับผม (อาจารย์) แต่มันสามารถแชตคุยกับผู้เรียนได้เหรอ (นักศึกษาชาย 4) สามารถทำได้ครับผม (อาจารย์) Nearpod นะ (นักศึกษาชาย 4) ใช่ครับ (อาจารย์) โอเค ถ้าทำได้อย่างนั้นก็ ทีนี้บทบาท ไปถึงทีนี้คุณก็ต้องไปเขียน How ให้มันสอดคล้องกับบทบาทครับ (นักศึกษาชาย 4) โอเคครับ (อาจารย์) อย่างนั้นน่ะ อีเมื่อกี้ มันเป็นการบอกคุณสมบัติสามารถทำต่าง ๆ ได้ แต่ครูอยากให้เราน่ะ บอกว่ามันเอาไปใช้ในการเรียนได้อย่างไรนะ ไปปรับใหม่อีกครั้งหนึ่ง (นักศึกษาชาย 4) โอเคครับ (อาจารย์) แล้วเอามาส่งครู (นักศึกษาหญิง 2) ของหนู 109 ค่ะ แล้วก็ 111 ค่ะ แล้วก็ 103 (อาจารย์) ใคร 103 111… (นักศึกษาหญิง 2) เทคโนโลยีสารสนเทศที่เลือกมา คือ Notebook นะคะ บทบาทช่วยในการเรียนรู้ เป็นเครื่องมือสื่อสารระหว่างครูผู้สอนกับนักเรียน ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศนี้ได้เมื่อไหร่ ใช้ได้ทุกที่ทุกเวลาที่เราสะดวกค่ะ ทำไมเลือกใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ใช้แทนการเรียนการสอนได้ นักเรียนสามารถใช้เรียนออนไลน์หรือทบทวนเนื้อหา และพูดคุยกับเพื่อนได้ค่ะ ใช้ทำงานและบันทึกข้อมูล มีการนำเทคโนโลยีสารสนเทศไปใช้จัดการเรียนรู้อย่างไร 1. ใช้เรียนออนไลน์ 2. ใช้จัดเก็บข้อมูล 3. ใช้สื่อสารกับเพื่อนผ่าน LINE หรือ Facebook หรือเมล 4. ใช้ทำงานและสั่งพรินต์งานและเอกสารผ่าน Notebook ได้ ใช้ดูสื่อการเรียนรู้การสอนได้ 6. หรือสืบค้นหาข้อมูลได้ค่ะ (นักศึกษาชาย 5) ฮัลโหล ๆ (อาจารย์) สวัสดีครับ (นักศึกษาชาย 5) สวัสดีครับ แล้วอย่างไรต่อ แนะนำก่อน (นักศึกษาหญิง 3) กลุ่ม 4 ใช่ไหม สวัสดีค่ะ พวกเราเป็นตัวแทนของกลุ่ม 4 ค่ะ รหัสนักศึกษาของดิฉันนะคะ 118 ค่ะ คนนี้ 102 ค่ะ 118 คนนี้ 102 ค่ะ และคนนี้ 127 ค่ะ (อาจารย์) 118 102 127) (นักศึกษาหญิง 3) ค่ะ ค่ะ เทคโนโลยีสารสนเทศที่กลุ่มเราเลือกมานะคะ คือ Microsoft PowerPoint ค่ะ บทบาทนะคะ แบบสามารถทำสไลด์ได้อย่างง่ายแล้วสวยงาม สามารถนำไปใช้ในการนำเสนองาน สามารถแชร์ข้อมูลให้เพื่อนร่วมงานได้ค่ะ ได้หลายช่องทางด้วย ทำ... ใช้ได้เมื่อไหร่นะคะ ก็ใช้ได้ทุกที่ทุกเวลาค่ะ ทำไมถึงนำเทคโนโลยี... เลือกเทคโนโลยีนี้นะคะ เพราะสามารถจัดเก็บข้อมูลได้ แล้วก็แบบนำเสนอสะดวกค่ะ มีการนำเทคโนโลยีนี้มาใช้อย่างไรนะคะ ก็นำมาจัดทำสไลด์ในการสอน หรือว่าทำงานเพื่อส่งอาจารย์อย่างนี้นะคะ เพราะว่ามันเก็บข้อมูลได้ค่ะ แล้วก็สามารถแบบ… เขาเรียกว่าอะไรล่ะ สามารถทำ... เราสามารถย้อนกลับมาอ่านใหม่ได้ เมื่อแบบใกล้จะสอบอะไรแบบนี้ค่ะ หรือว่าถ้าไม่เข้าใจก็กลับไปทบทวนค่ะ ค่ะ พูดไม่รู้เรื่องขอโทษนะคะ [เสียงหัวเราะ] (อาจารย์) รู้เรื่องอยู่นะ แต่ว่า How ยังไม่ถูกน่ะ เพราะข้อนี้ How นี่ อย่างที่บอกคือ เราต้องนึกถึงว่าเอาไปใช้ในการจัดการเรียนการสอน ไม่ใช่ประโยชน์ นำไปใช้น่ะ อันนั้นน่ะเราบอกประโยชน์ เราอาจจะใช้… เราอาจจะทำ… เริ่มเสียงดังแล้วนะ ต้องฟังเพื่อนนำเสนอด้วยนะคะ หักคะแนนทั้งกลุ่มนะ ยัง ยังไม่หยุด ยังไม่หยุด (นักศึกษาหญิง 4) สวัสดีค่ะ รหัสสมาชิกนะคะ 101 ค่ะ คนที่ 2 106 คนที่ 3 116 ค่ะ (อาจารย์) 101 106 116 (นักศึกษาหญิง 4) เทคโนโลยีสารสนเทศที่เลือกมานะคะ คือ Kahoot! ค่ะ บทบาทนะคะ ช่วยการเรียนรู้ เครื่องมือช่วยในการประเมินผล และแบบทดสอบหลังเรียน-ก่อนเรียนค่ะ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศนี้ได้เมื่อไร ช่วยการเรียนรู้ แล้วก็เครื่องมือในการประเมินผล และแบบทดสอบหลังเรียน-ก่อนเรียนค่ะ ก่อนเรียน-หลังเรียน (อาจารย์) ช่วยในการเรียนรู้น่ะใช่ แต่ให้เปลี่ยนอันนั้นเป็นสนับสนุนนะ แบบฝึกหัดก็คือการสนับสนุนใช่ไหมคะ เออ ต่อไป (นักศึกษาหญิง 4) เทคโนโลยีสารสนเทศนี้ได้เมื่อไหร่นะคะ คือ ได้ทุกที่ทุกเวลาค่ะ ในห้องเรียนหรือเรียนออนไลน์ก็ได้ค่ะ ทำไมถึงเลือกใช้เทคโนโลยีสารสนเทศนี้นะคะ เป็นโปรแกรมการเรียนรู้ และเป็นสื่อที่ทันสมัย ซึ่งสามารถตอบคำถามบนอุปกรณ์ของตนเองได้ค่ะ เช่น คอมพิวเตอร์ มือถือ หรือ iPad ค่ะ การนำเทคโนโลยีสารสนเทศไปจัดการเรียนรู้ 1. ให้ผู้เรียนประเมินผลโดยการตอบคำถาม การอภิปราย หรือการสำรวจความคิดเห็นค่ะ 2. ให้ผู้เรียนทำแบบทดสอบการเรียนรู้ 3. สร้างบรรยากาศในห้องเรียนรู้ให้มีสีสันมากขึ้น 4. ประเมินตนเองว่ามีความเข้าใจเกี่ยวกับเนื้อหามากน้อยเพียงใดค่ะ (อาจารย์) 106 ทำไม Kahoot! ถึงเป็นเทคโนโลยีสารสนเทศ (นักศึกษาหญิง 5) เพราะว่า (อาจารย์) เลือกมาถูกแล้วนะ แต่ต้องบอกให้ได้ว่า เอ๊ย ทำไม (นักศึกษาหญิง 5) เหมือนว่า (อาจารย์) ทำไมถึงเป็นเทคโนโลยีสารสนเทศ ดูอย่างไร ทำไมคุณถึงเลือกตัวนี้มา (นักศึกษาหญิง 5) อ๋อ เหมือนแบบว่า มันสามารถนำมาปรับใช้ในห้องเรียนได้ โดยแบบว่าอาจจะมีครูเป็นคนตั้งคำถาม แล้วให้นักเรียนเป็นคนตอบอย่างนี้ค่ะ (อาจารย์) ไม่ คืออันอื่นน่ะ ครูเอามาใช้ก็ได้ ครูเอา… ถ้าครูเอาไปใช้เป็นสื่อการสอนก็ได้ แต่ทำไม Kahoot! ถึงเป็นเทคโนโลยีสารสนเทศ ถ้าตอบเมื่อกี้ เอ๊ย อะไรก็ได้ … ช่วยเพื่อนค่ะ เอ้ย ไม่ใช่ 116 (นักศึกษาหญิง 6) เพราะว่าเป็นโปรแกรมการเรียนรู้ แล้วก็สามารถประเมินผลได้ค่ะ (อาจารย์) โปรแกรมอื่นก็… ได้ มันไม่ใช่เทคโนโลยีสารสนเทศ ทำไมคุณไม่เลือกล่ะ ทำไม Kahoot! ถึงเป็นเทคโนโลยีสารสนเทศ ทำไม Kahoot! ถึงเป็นเทคโนโลยีสารสนเทศ แตกต่างจากเทคโนโลยีตัวอื่นอย่างไร ช่วยมาก ๆ แล้วนะนี่ อีกนิดหนึ่งอาจารย์จะลุกมาตอบให้แล้วนะนี่ [เสียงหัวเราะ] ทำไม (นักศึกษาหญิง 6) เพราะสามารถประมวลผล รับมา เผยแพร่ (อาจารย์) ให้… ให้เครื่องมือช่วยเพื่อนได้ ไปถามเพื่อนมาคนหนึ่งได้ ที่คิดว่าตอบคุณได้ (นักศึกษาหญิง 6) เพราะว่าจัดเก็บ ประเมินผล และเผยแพร่ได้ค่ะ (อาจารย์) เออ มันครบ 3 อย่างนี้ใช่ไหม (นักศึกษาหญิง 6) ค่ะ (อาจารย์) ถ้าขาดอันใดอันหนึ่งมันไม่ใช่เทคโนโลยีสารสนเทศนะคะ โอเคค่ะ เชิญค่ะ (นักศึกษาหญิง 6) ขอบคุณค่ะ (อาจารย์) เสียงเบานิดหนึ่งนะ นำเสนอก็เกือบดีนิดหนึ่ง ถ้าเสียงดังกว่านี้นิดหนึ่ง แต่ไม่เป็นไรดีอยู่ ๆ ๆ เลือกใครดีคะ เขาก็อุตส่าห์ช่วยแก แกก็ไม่เลือกเขานะ (นักศึกษาหญิง 7) … อยู่ตรงกลาง สวัสดีค่ะ พวกเรากลุ่ม... น่าจะรองสุดท้ายค่ะ มีสมาชิก 110 ค่ะ (อาจารย์) 110 (นักศึกษาหญิง 7) แล้วก็เพื่อนคนกลางนะคะ 115 ค่ะ (อาจารย์) 115 (นักศึกษาหญิง 7) คนสุดท้าย 119 ค่ะ (อาจารย์) 199 (นักศึกษาหญิง 7) What นะคะ ZOOM ค่ะ มีบทบาท คือ ช่วยเรื่องการเรียนรู้ สามารถสื่อสารระหว่างผู้สอนและผู้เรียนได้ค่ะ When ค่ะ ใช้ได้ทุกที่ สามารถเรียนรู้ ผู้เรียนสามารถทบทวนความรู้ได้ตลอดเวลาค่ะ ต่อไป (นักศึกษาหญิง 8) ต่อไป Why นะคะ ทำให้ผู้เรียนสามารถสะดวกสบายในการเรียนค่ะ แล้วก็ไม่ต้องเดินทางไกลมาเรียนด้วยค่ะ และก็ส่วนข้อ 2 นะคะ ทำให้ผู้สอนแชร์สื่อสไลด์ ผู้เรียนเข้าใจได้ง่ายค่ะ แล้วก็ผู้เรียนก็สามารถสอบถามข้อมูลจากครูผู้สอนได้ด้วยค่ะ (นักศึกษาหญิง 8) How นะคะ สามารถเรียนรู้ได้ผ่านทางคอมพิวเตอร์ iPad โทรศัพท์ได้ค่ะ ภายใน ZOOM สามารถเห็นหน้าได้ค่ะ ผู้สอนแชร์สไลด์ประกอบการเรียนการสอน ผู้เรียนเกิดข้อสงสัยสามารถเปิดไมค์สอบถามได้ทันที หรือช่องข้อความค่ะ ผู้สอนสามารถส่งลิงก์ให้ผู้เรียนทำแบบทดสอบได้ค่ะ (นักศึกษาหญิง 6) เพราะว่า... สามารถจัดเก็บ ประเมินผลได้ค่ะ แล้วก็เผยแพร่ได้ค่ะ (อาจารย์) แล้วมีอะไรอีกนะ (นักศึกษาหญิง 6) จัดเก็บ ประมวลผล แล้วก็เผยแพร่ค่ะ (อาจารย์) ต้องมี 3 อย่างนี้นะ (นักศึกษาหญิง 6) ค่ะ (อาจารย์) ถึงเป็นเทคโนโลยีสารสนเทศ ฉะนั้น ZOOM มีครบไหมคะ (นักศึกษาหญิง 6) ครบค่ะ (อาจารย์) ครบเลย ฉะนั้นเลือก ZOOM ถูก 119 119 ครูสงสัยตรง When น่ะ ที่เราบอกว่ามัน… มันทบทวนความรู้ได้ตลอดเวลา ทำอย่างไร ทำอย่างไร ZOOM ถึงได้ทบทวนความรู้อยู่ตลอดเวลา (นักศึกษาหญิง 8) ในกรณีที่ผู้สอนบันทึกค่ะ (อาจารย์) แสดงว่ารู้จริง ผู้สอนบันทึกวิดีโอไว้ใช่ไหมคะ… ผู้สอนบันทึกไว้ มันก็เลยทำให้ผู้เรียนเอาคลิปไปเรียนได้ตลอดเวลา นำเสนอได้ดีนะ (นักศึกษาหญิง 8) มาค่ะ กลุ่มสุดท้ายนะคะ (อาจารย์) ไม่ เดี๋ยว ๆ คนที่แก้ตัวเดี๋ยวค่อยส่งมาให้ เดี๋ยวครูตรวจให้อีกทีหนึ่ง (นักศึกษาหญิง 9) เปิดแล้ว เปิดแล้ว เออ พูดเลย (นักศึกษาหญิง 10) สวัสดีค่ะ วันนี้กลุ่มของพวกเราจะมานำเสนอการเรียน การนำเทคโนโลยีสารสน… (อาจารย์) เริ่มเสียงดังแล้วนะ หลายรอบ (นักศึกษาหญิง 10) สวัสดีค่ะ วันนี้กลุ่มของพวกเราจะมานำเสนอเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการเรียนรู้นะคะ รหัสนักศึกษานะคะ 114 ค่ะ (อาจารย์) 114 (นักศึกษาหญิง 9) 120 120 ค่ะ (อาจารย์) 120 (นักศึกษาหญิง 9) และหนู 117 ค่ะ (อาจารย์) 117 (นักศึกษาหญิง 9) ค่ะ Why นะคะ Application ที่เลือกใช้เป็น Canva ค่ะ บทบาทใช้ในการเรียนรู้ เราสามารถใช้ในห้องเรียนได้ค่ะ การจัดเก็บข้อมูลนะคะ เราสามารถกลับมาดูได้ค่ะ เผยแพร่ข้อมูลนะคะ เราสามารถเผยแพร่ให้กับเพื่อน ๆ ดูได้เลยค่ะ When นะคะ ใช้ได้ทั้งในคาบเรียนและนอกคาบเรียนค่ะ ผู้เรียนสามารถเปิดดูได้ และทบทวนได้ตลอดเวลาตามความเหมาะสมค่ะ คือ เราสามารถเปิดดูได้ตลอดค่ะ Why นะคะ สามารถออกแบบจัดเนื้อหารูปภาพข้อความได้ตามที่เราต้องการค่ะ มีความสะดวกสบายในการออกแบบการเรียนรู้ค่ะ คือ เราสามารถออกแบบได้ค่ะ Application นี้ (นักศึกษาหญิง 8) How นะคะ 1. เป็นสื่อในการเรียนจัดการเรียนการสอน 2. สามารถจัดเก็บข้อมูลได้ค่ะ 3. สามารถเปิดทบทวนเนื้อหาดูได้ค่ะ 4. สามารถนำเสนอและเผยแพร่ได้ทุกเมื่อค่ะ และ 5. นะคะ นอกจากที่เราจะสามารถออกแบบได้แล้ว เรายังทำเป็น Portfolio ได้ค่ะ เป็น Wallpaper โทรศัพท์ก็ได้ค่ะ แล้วก็เป็นโลโก้ได้ค่ะ (อาจารย์) เหมือนเพื่อนเลย บทบาทเราบอกไว้ว่าอย่างไรนะ (นักศึกษาหญิง 8) ใช้ในการเรียนรู้ค่ะ จัดเก็บข้อมูล แล้วก็เผยแพร่ได้ค่ะ (อาจารย์) บทบาทนี่ ใช้ในการเรียนรู้ ใช่ แต่ว่าอีเผยแพร่มันเป็นคุณสมบัติของ… บทบาทมี 3 บทบาท คือช่วยในเรื่องการเรียนรู้ สนับสนุน หรือเป็นเครื่องมือติดต่อสื่อสารนะ ทีนี้ How น่ะยังไม่ใช่น่ะ How น่ะ ครูอยากให้เราเขียนว่าเอาไปใช้ในการเรียนอย่างไร อันนี้ก็ยังเป็นคุณสมบัติอยู่นะ แต่เลือกเทคโนโลยีสารสนเทศมาถูกนะ ฉะนั้น ไปปรับ How ให้หน่อยว่า เอ๊ย 1. 2. 3. ในการเอามาใช้ในการเรียนน่ะ ว่าใช้อย่างไรน่ะ มันเป็นการ… เอาไปใช้อย่างไรน่ะ How น่ะ คืออย่างเช่น… กลุ่มไหนที่ยังไม่ผ่าน ก็เดี๋ยวครูจะให้เวลาทำนะคะ ให้เวลาทบทวนนะคะ จะรอ โอ๊ย ตายแล้ว จะรอถึงเที่ยงแล้วกันนะคะ ส่วนกลุ่มไหนที่ผ่านแล้วก็เชิญได้นะคะ ส่งค่ะ ส่งค่ะ เชิญได้เลยนะคะ กลุ่มไหนที่ผ่านแล้วเชิญได้เลย ยังไม่ผ่าน ไม่ให้ออก เดี๋ยว ฉันจะไม่ให้กินข้าวนี่แหละ ยัง อันนี้ยัง (นักศึกษาหญิง) เอ้าอาจารย์ให้ไปแก้แค่ (นักศึกษาชาย) อาจารย์ให้ไปแก้แค่ (นักศึกษาชาย นักศึกษาหญิง) How (อาจารย์) พอมันมาอ่านแล้วมันไม่ใช่ (นักศึกษาชาย) [เสียงร้อง] (อาจารย์) [เสียงหัวเราะ] ไหน เรียงคิวก่อน ต่อคิว ต่อคิวถ้าอยากไปกินข้าวต่อคิวก่อน (นักศึกษาหญิง) พูดเหมือนเด็กอนุบาล [เสียงหัวเราะ] (อาจารย์) อันนี้กินข้าวแน่ (นักศึกษาหญิง) Eat น่ะ Eat ข้าวแล้วน่ะ (อาจารย์) อันนี้ได้ แต่ไปแก้อันนี้ เมื่อกี้มันไม่เห็น ที่มันมี 3 อย่างบทบาท ฉะนั้นบทบาทของเราคือช่วยในเรื่องการเรียนรู้ (นักศึกษาหญิง) อาจารย์ อาจารย์ อาจารย์ อาจารย์ไม่ปิดไมค์เหรอคะ (อาจารย์) อุ๊ย ขอโทษค่ะ สวัสดีค่ะ ได้ยินไหมคะ ค่ะ ขอบคุณค่ะ วันนี้เรียบร้อยแล้วค่ะ [สิ้นสุดการถอดความ]