[เสียงดนตรี] (คุณสุภนันท์) สวัสดีครับ ต้อนรับชมทุกท่านนะครับ เข้าสู่การแถลงข่าว ของศูนย์บริหารสถานการณ์ COVID-19 หรือ ศบค. จากทำเนียบรัฐบาล ประจำวันศุกร์ที่ 2 กรกฎาคม 2564 นะครับ วันนี้หลายท่านอาจจะได้เห็นตัวเลข การรายงานยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่ ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา อาจจะตั้งข้อสังเกตครับ ว่าทำไมระยะนี้ เรื่องของตัวเลข อาจจะเห็นเป็น New Height เป็นรายวันนะครับ สำหรับในรายละเอียด ภาพรวมสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เรื่องของการระบาดของ COVID-19 รวมถึงมาตรการต่าง ๆ ของทาง ศบค. เป็นอย่างไร เรียนเชิญ แพทย์หญิงอภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษก ศบค. นำเรียนในรายละเอียดนะครับ เรียนเชิญครับ (แพทย์หญิงอภิสมัย) กราบสวัสดีพี่น้องประชาชน และสื่อมวลชนนะคะ กลับมาติดตามรายงานสถานการณ์ การแพร่ระบาด ซึ่งจะนำข้อมูลสรุปการประชุม ของ ศบค. ชุดเล็กนะคะ รวมทั้งที่ประชุม EOC กระทรวงสาธารณสุข ของเช้าวันนี้มานำเรียนทุกท่านนะคะ ไปเริ่มกันที่ สถานการณ์การติดเชื้อทั่วโลกนะคะ ตอนนี้ยอดอยู่ที่ 183,000,000 คนนะคะ และมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นของวันนี้ รายงาน 8,297 ราย อันนี้คือยอดของทั่วโลกนะคะ ตัวเปอร์เซ็นต์ ยังเป็น 2.1 เปอร์เซ็นต์ ที่จะเรียนเสนอเน้นย้ำในวันนี้นะคะ ก็คือตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่ ซึ่งหลายประเทศจะเริ่มมีการฉีดวัคซีน ได้ครอบคลุมประชากรค่อนข้างสูงนะคะ ยกตัวอย่างเช่น ประเทศอังกฤษนะคะ UK วันนี้รายงานผู้ติดเชื้อรายใหม่ 27,989 ราย แต่ให้ดูตัวเลขสีแดงข้างหลังนะคะ รวมทั้งมีวงเล็บ อันนั้นคืออัตราผู้เสียชีวิต ที่รายงานวันนี้นะคะ คือ 22 คน จะสะท้อนให้เห็นตามแสดงกราฟ ในสไลด์ถัดไปนี่นะคะ ก็จะเห็นได้ชัดค่ะ ว่าประเทศอังกฤษนี่นะคะ ซึ่งประชากรมีการฉีดวัคซีนครอบคลุม ไปเกิน 50 เปอร์เซ็นต์นะคะ แล้วก็มีอัตราการติดเชื้อ ยังคงสูงอย่างต่อเนื่อง เมื่อวานก็ 20,000 กว่า วันนี้ 27,000 กว่านะคะ นั่นหมายความว่าการติดเชื้อ ยังอาจจะยังสูงอยู่ แต่ตัวเลขที่น่าสนใจ ก็คืออัตราตายต่ำนะคะ เช่นเดียวกันกับอิสราเอลนะคะ ซึ่งประชากร 2 ใน 3 ถือได้ว่าฉีดวัคซีนเข็ม 1 ครอบคลุมจำนวนประชากรของอิสราเอล และถ้านับคนที่ฉีดครบ 2 เข็มนะคะ เป็น 50 เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ยังมีการระบาดของการติดเชื้อนี่นะคะ ตกประมาณ 300 ต่อวันนะคะ ทั้ง ๆ ที่ครึ่งหนึ่งของผู้ที่ติดเชื้อนี่นะคะ ก็มีรายงานว่าได้รับการฉีดวัคซีน Pfizer ครบ 2 เข็มแล้วนะคะ ก็ยังสามารถที่จะเป็นผู้ที่ติดเชื้อได้ ก็คงต้องเน้นย้ำค่ะ ว่าแม้จะได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว ครบ 2 เข็มแล้ว ก็ยังต้องมีการระมัดระวัง มาตรการส่วนตัวอย่างเข้มงวดค่ะ มาดูสถานการณ์รอบบ้านของเรานะคะ จะเห็นว่าตัวเลขมาเลเซียยังสูงนะคะ 6,988 ราย เมียนมาเพิ่มเป็น 2,070 นะคะ จากเดิมอยู่ที่ 1,500 นะคะ แล้วก็กัมพูชา วันนี้รายงาน 999 ราย มีรายงานยอดผู้เสียชีวิต 26 รายด้วยนะคะ ก็ยังคงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะมีชายแดนติดกับบ้านเรา แล้วก็ยังเห็นการรายงานผู้ลักลอบ ข้ามแนวชายแดนอยู่อย่างต่อเนื่องนะคะ รายงานสรุปผลการฉีดวัคซีนของบ้านเรา เมื่อวานนี้นะคะ มีผู้ได้รับการฉีดวัคซีน เพิ่มไปอีก 299,485 โดสนะคะ ทำให้ยอดรวมถึง 28 กุมภาพันธ์ อยู่ที่ 10,227,183 โดส ทั้งนี้นี่นะคะ ต้องเรียนให้ทราบว่า ยังไม่ได้มีการรวมตัวเลข ของผู้ได้รับการฉีดวัคซีน Sinopharm ก็คงต้องขอความร่วมมือ ศูนย์ที่ฉีดข้อมูล Sinopharm นะคะ ซึ่งกระจายอยู่ทั้ง กทม. และต่างจังหวัดด้วย ขอความกรุณาให้ท่านลงข้อมูลนะคะ ไปที่ Moph IC เพื่อที่จะนำมาเป็นยอดรวมของประเทศด้วยนะคะ ถ้าจำแนกผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนนี่นะคะ นอกจากกลุ่ม กทม. และปริมณฑล ที่เป็นพื้นที่ระบาดหลักแล้วนี่นะคะ จังหวัดอื่น ๆ ที่ได้รับวัคซีน ที่เห็นชัดนะคะ ก็จะเป็นภูเก็ต ตอนนี้ประชากรที่ได้รับวัคซีนเข็ม 1 นะคะ คือ 70.25 เปอร์เซ็นต์ของภูเก็ต เข็ม 2 ที่ภูเก็ต ก็ฉีดไปแล้ว 307,163 รายนะคะ คิดเป็น 56.04 เปอร์เซ็นต์ รองลงมานะคะ ก็จะเป็นสมุยค่ะ ตอนนี้ฉีดไปแล้ว 59.32 เปอร์เซ็นต์ ของจำนวนประชากรนะคะ คิดเป็นเข็ม 1 74,285 โดส แล้วก็มีเข็ม 2 อีก 52,789 คงเห็นตัวเลขของสมุย ขยับขึ้นอย่างเร็วในช่วงนี้นะคะ เพราะว่าก็จะมีมาตรการสมุยโมเดล ที่จะมีการต้อนรับนักท่องเที่ยวเช่นกัน กับ Phuket Sandbox นะคะ จำนวนผู้ที่ได้รับวัคซีน มาดูรายละเอียด ที่ขออนุญาตเน้นย้ำทุกวันนะคะ ก็คือเราจะมุ่งเน้นไปที่ กลุ่มผู้ที่อายุเกิน 60 ปี ยอดของ 1 กรกฎาคมนะคะ ตอนนี้มีผู้สูงอายุได้รับวัคซีนเข็ม 1 คิดเป็น 11.2 เปอร์เซ็นต์ 7 โรคหลัก ฉีดวัคซีนเข็ม 1 ไปแล้ว 13.4 เปอร์เซ็นต์ อย่างที่เน้นย้ำนะคะ ว่าเราจะพยายามเน้นให้กลุ่มผู้ป่วยสูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัว 7 โรคหลัก ได้ระดมการฉีดวัคซีน ในช่วงเดือนกรกฎาคมนี้นะคะ ก็ขอเน้นย้ำ ให้กับทุก ๆ สถานที่ฉีดวัคซีนด้วยค่ะ ยอดการรายงานผู้ติดเชื้อวันนี้ ถือได้ว่าเป็นอีกวันหนึ่งที่ตัวเลขสูงทีเดียวนะคะ 6,087 ราย และมีรายงานผู้เสียชีวิตวันนี้ค่ะ เป็นตัวเลข 61 คนนะคะ ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตสะสมของบ้านเรา ตอนนี้ 2,047 คนค่ะ และผู้ที่หายป่วยกลับบ้านวันนี้ กล่องสีเขียวนะคะ รายงาน 3,638 ราย มีผู้ที่ยังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลนะคะ 26,025 ราย ในโรงพยาบาลสนาม 28,415 รายค่ะ เป็นผู้ที่มีอาการหนัก ปอดอักเสบนะคะ 2,002 ราย และใช้เครื่องช่วยหายใจ 579 รายค่ะ มาดูรายละเอียด ผู้ที่รายงานเสียชีวิตในวันนี้นะคะ ตัวเลขใหญ่ยังคงที่ กทม. ค่ะ 28 ราย แล้วก็มีรายงานสรุปตัวเลขนะคะ ว่าจำนวนผู้ที่เสียชีวิตนี่นะคะ ในส่วนของผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปนี่ คิดเป็นเปอร์เซ็นต์มากถึง 70 เปอร์เซ็นต์ และจำนวนนี้นะคะ ก็จะมีกลุ่มที่มีโรคประจำตัวหลัก ก็คือความดันโลหิตสูง เบาหวาน และไขมันในเลือดสูงนะคะ ตรงนี้นี่นะคะ มีการทำรายละเอียด ในแง่ของบุคลากรทางการแพทย์ ที่มีรายงานเสียชีวิตด้วยนะคะ ซึ่งตรงนี้นี่ มีทั้งแพทย์, ทันตแพทย์, พนักงานโรงพยาบาล, เจ้าหน้าที่ศูนย์บริการสาธารณสุขนะคะ ตรงนี้ถือได้ว่าเป็นการสูญเสีย บุคลากรทางการแพทย์ อย่างที่เน้นย้ำเสมอค่ะว่า หากท่านไปรับบริการในโรงพยาบาล ขอความกรุณาอย่าปกปิดข้อมูลค่ะ เพราะว่าบุคลากรทางการแพทย์ ก็ถือได้ว่าเป็นผู้ที่มีความเสี่ยงในการติดเชื้อนะคะ แล้วก็จากตัวเลขสรุป ของกรมควบคุมโรคนี่นะคะ คร่าว ๆ ในจำนวนผู้ที่ป่วย 100 ราย เราจะพบว่า 5 ราย หรือคิดเป็น 5 เปอร์เซ็นต์นี่นะคะ จะมีรายงานปอดติดเชื้อเป็นอาการหนัก และในจำนวน 5 รายนี้ค่ะ ประมาณเกือบครึ่ง ก็คือ 2 คนใน 5 คน จะต้องมีความจำเป็นในการใช้เครื่องช่วยหายใจ และในจำนวน ของผู้ที่ได้ใช้เครื่องช่วยหายใจนี่นะคะ ใน 10 คน จะมีตัวเลขอยู่ที่ ประมาณ 1-2 คน จะเสียชีวิตนะคะ ตรงนี้ก็เป็นตัวเลขที่ ทำให้ทางกระทรวงสาธารณสุขเอง ก็จำเป็นต้องวางแผนมาตรการ ในการจัดการเตียงค่ะ ตอนนี้หลายท่านก็จะเห็นมาตรการ การเพิ่มศักยภาพเตียง โดยเฉพาะเน้นย้ำไป ที่ระดับเหลือง ระดับแดงนะคะ เพราะว่าเราพบว่าในจำนวนนี้นี่ กลุ่มที่เป็นผู้ป่วย หากเป็นผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มี 7 โรคหลัก ก็จะมีความเสี่ยงในการป่วยหนัก แล้วก็อาจจะมีอัตราการเสียชีวิตค่อนข้างสูง จึงต้องเน้นย้ำใน 2 มาตรการหลักนะคะ ก็คือการเพิ่มเตียง และรวมไปถึงการระดมฉีดวัคซีน ในกลุ่มที่ถือได้ว่า เป็นผู้มีความเสี่ยงสูงตรงนี้นะคะ ก็จะเป็นนโยบายสำคัญ สำหรับเดือนกรกฎาคมค่ะ มาดูรายงานผู้ที่เดินทางจากต่างประเทศ วันนี้รายงาน 11 รายนะคะ แล้วก็ยังคงมีผู้ที่ลักลอบเดินทาง มาจากเมียนมา 1 รายนะคะ เข้ามาทางแม่สอดนะคะ แล้วก็กัมพูชา วันนี้เดินทางเข้ามา 8 ราย พบมีการเดินทางผิดกฎหมาย 1 รายค่ะ เป็นเพศหญิงอายุ 76 ปีนะคะ แล้วก็เข้ามาทางจันทบุรี คนอื่น ๆ นะคะ ก็มีเข้ามาทางสระแก้ว, อรัญประเทศ และจันทบุรีด้วยนะคะ ตรงนี้ก็ยังคงต้องเน้นย้ำ เฝ้าระวังอยู่อย่างต่อเนื่อง ถ้าไปดูภาพรวมของทั้งประเทศนะคะ การรายงานผู้ติดเชื้อ ทางสไลด์นี้กราฟแท่ง จะเห็นการแสดงตัวเลขที่ชัดเจนนะคะ ในส่วนของสีเขียวเป็นการรายงานกลุ่มจังหวัด ที่ไม่พบรายงานผู้ติดเชื้อ ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ตอนนี้ตัวเลขเล็กลงนะคะ เหลืออยู่ 3 จังหวัด ก็ได้แก่ พังงา, ลำพูน และแม่ฮ่องสอนนะคะ ส่วนใหญ่นี่ จํานวนผู้ติดเชื้อ จะอยู่ในกลุ่มที่เป็นตัวเลขสีส้มนี่นะคะ ก็จะเป็นตัวที่เป็นจังหวัด ที่มีรายงานผู้ติดเชื้อเกิน 20 ราย ส่วนสีฟ้า ก็คือมีรายงาน 1-10 ราย ถ้าไปดูทิศทางของการแยกแต่ละจังหวัด สีเขียวนี่นะคะ จะเป็นการรายงานของต่างจังหวัด 71 จังหวัด สีน้ำเงิน สีฟ้านี่นะคะ เป็นตัวเลขของปริมณฑล สีแดง คือ กรุงเทพมหานคร ถ้าดูตัวเลขคร่าว ๆ นี่นะคะ จะเห็นว่า กทม. นี่ จำนวนผู้ติดเชื้อรายวัน จะอยู่ที่ประมาณ 39 เปอร์เซ็นต์ ปริมณฑลอยู่ที่ 25 เปอร์เซ็นต์ รวม ๆ กทม. ปริมณฑล 2 กลุ่มนี้นะคะ อยู่ที่ 64 เปอร์เซ็นต์นะคะ ถือได้ว่าสูงทีเดียว ถ้าเทียบกับ 71 จังหวัดค่ะ ในส่วนของกลุ่มที่มีการรายงานกระรอกใหม่ ของเมษายนนี้นะคะ จะเห็นว่ามีความเชื่อมโยง กับการเดินทางของพี่น้องประชาชน จาก กทม. และปริมณฑล ซึ่งได้เน้นย้ำมาตลอดสัปดาห์นี้นะคะ จะเห็นว่ามีพี่น้องประชาชน จากกรุงเทพ(มหานคร), นนทบุรี, ปทุมธานี, นครปฐม, สมุทรสาคร และสมุทรปราการ กลุ่มที่เป็นพื้นที่สีแดงเข้ม มีการเดินทางข้ามพื้นที่ ทำให้เกิดกรณีที่จังหวัด ที่อาจจะไม่ได้มีการรายงานผู้ติดเชื้อมานาน หรือว่าผู้ติดเชื้อรายงานตัวเลขต่ำ ๆ เกิดมีจำนวนมากขึ้นนะคะ ตอนนี้ก็มีการกระจาย ไปที่จังหวัดทางภาคเหนือ 5 จังหวัดค่ะ ภาคอีสาน 15 จังหวัด ภาคกลาง และตะวันออกอีก 8 จังหวัด และภาคใต้ 6 จังหวัด รวม ๆ แล้วนี่นะคะ มีการเดินทางข้ามพื้นที่ ทำให้เกิดการติดเชื้อ แพร่กระจายไป 34 จังหวัดด้วยกัน นี่คือยอดของประมาณ 2 สัปดาห์ ที่ผ่านมานะคะ ถ้ารวม 10 อันดับ ของจังหวัดที่มีรายงานผู้ติดเชื้อ ก็จะเป็น กทม. อันดับ 1 นะคะ 2,267 ราย ซึ่งตรงนี้นี่ มีทั้งส่วนที่เป็นการเดินทาง มารับบริการในโรงพยาบาล และรวมทั้งยอดการคัดกรองเชิงรุก ในชุมชนนะคะ ซึ่งต้องเรียนย้ำว่า กทม. ยังคงเฝ้าระวังคลัสเตอร์ ที่มีการรายงานก่อนหน้านี้ และติดตามอย่างต่อเนื่อง แต่ละวันก็จะมีรายงานยอดผู้ติดเชื้อ ที่เกิดจากการคัดกรองเชิงรุกในชุมชน วันนี้ตัวเลข กทม. คัดกรองเชิงรุก สูงอยู่ที่ประมาณ 1,000 นะคะ ก็จะยังคงเห็นตัวเลขที่สูงอย่างต่อเนื่อง ในระยะนี้ด้วยค่ะ โดยภาพรวมนี่นะคะ กทม. วันนี้รายงาน 113 คลัสเตอร์ เป็นคลัสเตอร์กลุ่มสีเขียวที่ไม่พบรายงาน ผู้ป่วยใหม่ 28 วันแล้วนี่ 27 แห่ง คลัสเตอร์สีเหลืองซึ่งไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อ ต่อเนื่องกัน 14 วัน มีทั้งหมด 17 แห่ง และมีรายงานคลัสเตอร์ใหม่ วันนี้ 2 แห่งนะคะ เป็นคลองเตย ซึ่งเป็นแคมป์ก่อสร้าง ซอยสุขุมวิท 50 รายงาน 43 ราย กับหนองแขมนะคะ เป็นโรงงาน มีการรายงานผู้ติดเชื้อแล้ว 70 ราย จากการคัดกรองพนักงาน 1,300 คนนะคะ คิดเป็น 5.38 เปอร์เซ็นต์ ตรงนี้ก็สะท้อนให้เห็นภาพนะคะ ว่านอกจากการบริหารจัดการเตียง กทม.ก็ยังคงเน้นย้ำในเรื่องของการค้นหาเชื้อ คัดกรองเชิงรุกในชุมชนอย่างต่อเนื่องด้วยนะคะ จากตัวเลขของ กทม. วันนี้ ที่มีผู้ติดเชื้อรายงาน 2,267 คนนี่นะคะ ในที่ประชุม ศบค. ชุดเล็ก รวมทั้ง EOC ของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งก็มีผู้เชี่ยวชาญ อาจารย์แพทย์หลาย ๆ สาขานี่นะคะ ก็มีความเป็นห่วงค่ะ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อจำนวนผู้ติดเชื้อมีจำนวนมาก เทียบกับจำนวนผู้ป่วยกลับบ้านนะคะ ก็คือเตียงที่ได้คืนมาจากการที่คนกลับบ้านนั้น มีสัดส่วนที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน โดยเฉพาะนะคะ ท่าน ผอ.ศบค. ท่านนายกรัฐมนตรีก็มีความเป็นห่วง โดยเฉพาะกรณีที่ผู้ป่วย ต้องใช้เวลารอเตียงที่บ้านนะคะ และอาจจะทำให้เกิดภาวะที่รุนแรง ทรุดลงนะคะ ได้มีการสั่งการให้ทุกพื้นที่นะคะ ในส่วนของผู้ที่เกี่ยวข้องค่ะ ทั้ง ศบค., กระทรวงสาธารณสุข, กทม. ให้มีการหารือการจัดการ เรื่องการจัดการผู้ป่วยนี้อย่างเร่งด่วน เพื่อเพิ่มศักยภาพการจัดการเตียงที่มีจำกัด ในทุกเขตของกรุงเทพมหานครนะคะ โดยในสัปดาห์นี้ค่ะ ก็จะมี 2 มาตรการสำคัญ ที่ที่ประชุมพูดถึงนะคะ ก็จะเป็นการแยกกักกันในชุมชน หรือเรียกว่า เป็น "Community Isolation" นะคะ ก็จะมีการจัดเตรียมสถานที่แยกกักในชุมชน ระหว่างที่พี่น้องประชาชนทราบผล ว่าเป็นผู้ติดเชื้อแล้ว และอยู่ระหว่างการรอจัดสรรเตียงนะคะ โดย กทม. จะเร่งรัด จัดการให้เร็วที่สุดนะคะ ให้มี Community Isolation 14.30 น. วันนี้ค่ะ ท่านผู้ว่า(ราชการจังหวัด) กรุงเทพมหานคร ก็จะเป็นประธานนะคะ ดำเนินการประชุมหารือ โดยทางกรมการแพทย์เอง ก็จะนำเสนอแนวทางการปฏิบัตินะคะ แล้วก็จะมีข้อรายละเอียด ทั้งในส่วนของมาตรการที่ผู้ป่วยจำเป็นจะต้อง มีมาตรการดูแลตนเองที่ชุมชนอย่างไร ให้ปลอดภัย ทั้งในแง่ของการประเมินตนเอง สังเกตอาการเปลี่ยนแปลง ที่จากสีเขียวเป็นสีเหลือง อย่างนี้เป็นต้นนะคะ รวมทั้งมาตรการ รายละเอียดที่จะทำอย่างไร ให้การกักกันอยู่ในชุมชนนั้น ไม่นำไปสู่การแพร่ระบาด ไปยังบุคคลอื่นที่ใกล้ชิดนะคะ แล้วก็จะมีการทบทวน ในเรื่องของการจัดการระบบการดูแลผู้ป่วย ในสถานแยกกักในชุมชนเหล่านี้ด้วยนะคะ โดยที่ประชุม EOC นะคะ ท่านปลัดกระทรวงสาธารณสุข ก็ยังได้เอ่ยถึงศักยภาพในการเพิ่มเตียงค่ะ โดยจะมีการเพิ่มทั้งเขียว, เหลือง, แดงนะคะ ซึ่งในส่วนของโรงพยาบาลบุษราคัม ก็จะสามารถเปิดดำเนินการได้ทันที อย่างที่หลายท่านเห็นภาพข่าวเมื่อวานนะคะ ก็ทางกระทรวงสาธารณสุข ก็เรียกได้ว่าเป็นการปฐมนิเทศแพทย์นะคะ ที่ผ่านการอบรมผู้เเชี่ยวชาญสาขาต่าง ๆ นะคะ รวมทั้งสิ้น 144 คน ซึ่งก็จะเข้ามาช่วยเสริมกำลัง ดูแลสถานการณ์ใน กทม. นะคะ ซึ่งกลุ่มคุณหมอเหล่านี้นี่ ก็ถือได้ว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญอายุรแพทย์ทั่วไป อายุรแพทย์โรคปอด, โรคติดเชื้อ และ ICU หรือเรียกได้ว่า เป็น "แพทย์เวชบําบัดวิกฤต" นะคะ ตรงนี้นี่ทางกระทรวงสาธารณสุข ก็รายงานว่า คุณหมอเหล่านี้นี่ก็เสียสละนะคะ แล้วก็ขอบคุณอย่างยิ่งเลยที่จะเข้ามาช่วยกัน ดูแลสถานการณ์ กทม. ในตอนนี้ ในช่วงวัน 2 วันนี้นะคะ ก็จะประจำที่โรงพยาบาลต่าง ๆ ในทันทีค่ะ ทั้งวชิร(พยาบาล), รามา(ธิบดี), ธรรมศาสตร์, พลังแผ่นดิน รวมทั้งบุษราคัมนะคะ แล้วก็จะมีอีกส่วนหนึ่งที่ประจำอยู่ในต้นสังกัด ที่เป็นเขตสุขภาพต่าง ๆ ด้วยนะคะ ในส่วนของการให้บริการวัคซีนค่ะ วันนี้ กทม. ยังรายงานด้วยนะคะ ว่าอีกหนึ่งบริการที่พยายามเร่งระดมบุคลากร ในการฉีดวัคซีนในกลุ่มเสี่ยงตอนนี้นะคะ ได้แก่ กลุ่มผู้สูงอายุ และกลุ่มผู้มีโรคหลัก หรืออาจจะมีความพิการ โดย กทม. นะคะ มีบริการให้การฉีดวัคซีนผู้สูงอายุ ซึ่งท่านไม่สามารถเดินทางมายังศูนย์ฉีดวัคซีน เป็นผู้ที่ติดบ้านติดเตียงนะคะ รวมทั้งผู้มีภาวะพึ่งพิงหรือผู้พิการ ตรงนี้นี่นะคะ กทม. ได้สำรวจใน Nursing Home หรือสถานดูแลผู้สูงอายุ 140 แห่ง และรวมทั้งผู้สูงอายุที่อยู่ติดบ้าน ในพื้นที่ 50 เขตของ กทม. ในส่วนของ Nursing Home นี่นะคะ เป้าหมายมี 4,615 คนค่ะ เป็นผู้สูงอายุ 2,846 คน เป็นผู้ดูแลผู้สูงอายุด้วยนะคะ อีก 1,769 คน ในส่วนที่อยู่ที่บ้านนะคะ ก็มีอีก 1,776 คน เป็นผู้สูงอายุ 1,470 คน และผู้ดูแลอีก 306 คนนะคะ ก็จะมีการดำเนินการ ให้แล้วเสร็จภายในเร็ววันนะคะ อย่างที่เรียนให้ทราบว่ากลุ่มผู้สูงอายุนี่ ถือได้ว่ามีความเสี่ยงสูง ซึ่งทางสมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารีนะคะ ก็ได้พระราชทานวัคซีน Sinopharm อีก 6,400 โดส ให้กับกรุงเทพมหานคร เพื่อที่จะระดมฉีดในกลุ่มผู้สูงอายุ โดยเฉพาะกลุ่มที่ติดบ้านติดเตียง ที่ถือเป็นกลุ่มเสี่ยงสูงนี้ด้วยนะคะ โดยที่ประชุม EOC กระทรวงสาธารณสุข ที่มีคณะอาจารย์แพทย์ผู้ใหญ่หลาย ๆ ท่านนะคะ ก็ได้มีการพูดคุยหารือกันในเช้าวันนี้ด้วยนะคะ ระบุว่าในตอนนี้นี่กลุ่มผู้ที่เสียชีวิต ที่เห็นรายงานเป็นตัวเลขค่อนข้างสูง ในสัปดาห์นี้นะคะ ก็จะเป็นผู้ที่ได้รับการติดเชื้อมา เมื่อ 2 สัปดาห์ที่แล้ว ก็จะค่อย ๆ เห็นท่านมีอาการแย่ลง และเสียชีวิตในช่วงสัปดาห์นี้ แต่อย่างไรก็ตามนี่นะคะ หากเราได้มีการระดมฉีดวัคซีน ก็จะถือได้ว่า จะมีการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับผู้ที่ฉีด ทั้งในส่วนของผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีโรคประจำตัว ซึ่งกลุ่มนี้นี่เมื่อได้รับการฉีดวัคซีน ก็จะช่วยลดอัตราการป่วยหนัก รวมทั้งอัตราการเสียชีวิตนะคะ เมื่อเราเริ่มฉีดวัคซีนกัน ประมาณ 7 มิถุนายนนะคะ ก็อาจจะต้องรอผลอีก ประมาณอย่างน้อย ๆ 1-2 เดือนค่ะ จึงจะเห็นว่าหลังฉีดวัคซีนจะมีภูมิคุ้มกัน โดยเฉพาะหลังฉีด 2 สัปดาห์ครบแล้วนี่นะคะ ก็จะทำให้ภาพรวมของประเทศ มีแนวโน้มที่เป็นไปได้ว่าอัตราป่วยหนัก หรืออัตราตายก็จะลดลง อย่างที่เราได้รายงานในตอนต้น ในส่วนของประเทศอังกฤษ หรือหลายประเทศด้วยนะคะ คือ ตอนนี้นี่การแพร่ระบาดนะคะ ทางกรมวิท(ยาศาสตร์การแพทย์) ก็รายงานว่าเริ่มเห็นสายพันธุ์ Delta เข้ามาแพร่ระบาดในบ้านเรา ซึ่งสายพันธุ์นี้นี่มีรายงานการแพร่ระบาด ครั้งแรกที่ประเทศอินเดีย โดยหลักการนี่นะคะ ที่มีรายงาน ก็คือจะเป็นสายพันธุ์ที่ติดกันได้ง่าย มีการแพร่ระบาดรวดเร็ว แต่การเกิดความรุนแรงนี่ จะมุ่งเน้นไปยังกลุ่มเสี่ยง ที่ถือได้ว่าเป็นผู้ที่สูงอายุหรือผู้ที่มีโรคหลักนะคะ เพราะฉะนั้น จึงนำสู่การเกิดข้อสรุปในที่ประชุมค่ะว่า เมื่อเราได้รับวัคซีนมากขึ้น มีการกระจายที่เพียงพอ ก็ขอให้เน้นย้ำไปที่กลุ่มเสี่ยง กลุ่มเปราะบาง ซึ่งได้แก่ ผู้สูงอายุ รวมทั้งผู้ที่มีโรคประจำตัว ก็หวังว่านะคะ เราจะเห็นภาพเหมือนประเทศอังกฤษ ที่ถึงแม้ฉีดวัคซีน มีรายงานผู้ติดเชื้อค่อนข้างสูงอยู่ แต่ว่าอัตราการเจ็บป่วยในระดับรุนแรง หรืออัตราการเสียชีวิตก็ลดลงอย่างชัดเจนนะคะ อันนี้ก็เป็นความเห็นของที่ประชุม EOC ด้วยค่ะ ในส่วนของการรายงานคลัสเตอร์อื่น ๆ นะคะ สำหรับวันนี้นี่จะมีอีกหลายคลัสเตอร์ ที่รายงานเข้ามาในส่วนของต่างจังหวัดนะคะ ขออนุญาตไปเฉพาะในส่วนของคลัสเตอร์ใหม่ ที่สมุทรปราการนะคะ ก็มีรายงานโรงงานเฟอร์นิเจอร์ นนทบุรีนะคะ เป็นตลาดเทศบาลปากเกร็ด และตลาดพิชัยนะคะ แล้วก็มีสมุทรสาครค่ะ รายงานคลัสเตอร์ใหม่ เป็นบริษัทผลิตภัณฑ์พลาสติกและโรงงานลูกชิ้น แล้วก็ในส่วนของจังหวัดอื่น ๆ ที่รายงานเข้ามานี่นะคะ มีสุราษฎร์ธานี รายงานคลัสเตอร์ใหม่ เป็นแคมป์ก่อสร้างที่พุนพิน แล้วก็ที่ศูนย์พัฒนาเด็กสีชมพูนะคะ จังหวัดขอนแก่น ตรงนี้นี่ก็คงจะต้องเน้นย้ำไปยังทุกจังหวัดนะคะ นอกจากจะต้องเฝ้าระวัง ในเรื่องของคนที่เดินทางข้ามพื้นที่ ตามแนวชายแดนอย่างผิดกฎหมาย การดูแลคลัสเตอร์ใหญ่ ๆ ไม่ว่าจะเป็นแคมป์คนงาน, โรงงาน, ตลาด, ชุมชนนะคะ ก็ขอให้มีมาตรการที่เข้มงวด ในช่วง 15 วันจากนี้นะคะ เพราะว่าเรากำลังเข้มงวดมาตรการ เพื่อคาดหวังว่าตัวเลขยอดผู้ติดเชื้อจะลดลง เพื่อให้ระบบสาธารณสุขที่มีอยู่ของประเทศ ก็จะสามารถรองรับการดูแลผู้ติดเชื้อ ได้อย่างมีประสิทธิภาพค่ะ ก็วันนี้คงฝากไว้เท่านี้ค่ะ (คุณสุภนันท์) ครับ วันนี้ไม่ได้มีประเด็นคำถามเพิ่มเติมเข้ามานะครับ คุณหมอมีอะไรจะฝากทิ้งท้ายไหมครับ (แพทย์หญิงอภิสมัย) ก็คงต้องเน้นย้ำ ไปที่บุคลากรสาธารณสุขค่ะ ก็ขอขอบคุณทุกท่านจริง ๆ ทราบว่าท่านทำงานอย่างหนัก และเหนื่อยมายาวนาน แล้วก็คงจะทำไม่ได้ถ้าท่านไม่ได้มีความเสียสละ แล้วก็มีความห่วงใยพี่น้องประชาชน เป็นแรงผลักดันสำคัญนะคะ ก็ต้องขอบคุณจริง ๆ ค่ะ แล้วก็อยากให้กำลังใจ ให้ทุกท่านดูแลสุขภาพของตัวท่านเองด้วยนะคะ สำหรับวันนี้สวัสดีค่ะ (คุณสุภนันท์) ครับ ขอบคุณนะครับ ท่านผู้ช่วยโฆษก ศบค. นะครับ แพทย์หญิงอภิสมัย ศรีรังสรรค์ นะครับ มานำเรียนในรายละเอียดนะครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสถานการณ์ การระบาดเป็นกลุ่มก้อนในพื้นที่ต่าง ๆ นะครับ ซึ่งเราก็จะเห็นผ่านตัวเลขการรายงานประจำวัน ที่หลายคนอาจจะตั้งข้อสังเกตครับ ว่าทำไมการระบาดในบ้านเรานี่ ถึงมีลักษณะของตัวเลขรายงานที่ New High หรือว่ามีจำนวนเพิ่มขึ้นนะครับ เป็นจำนวนสูงสุดใหม่เป็นรายวันนะครับ ส่วนหนึ่งนะครับ ก็เนื่องจากว่าเรื่องของสายพันธุ์ ที่มีการเปลี่ยนแปลงไป อย่างไรก็ตาม สายพันธุ์ดังกล่าวนี่ มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์นะครับ ว่าทำให้กลุ่มก้อนของกลุ่มเปราะบาง โดยเฉพาะผู้สูงอายุนั้นอาจมีอาการรุนแรง หลังจากที่ได้รับเชื้อเข้าไปแล้วนะครับ ที่นี้มาดูกันหน่อยครับ ว่าความคืบหน้าเรื่องของการเดินหน้าฉีดวัคซีน ที่ตัวเลขรายงานไปแล้ว กว่า 10 ล้านโดสในประเทศไทย มีอาการข้างเคียง อาการไม่พึงประสงค์เกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชน คนที่ได้รับวัคซีนไปแล้วอย่างไรกันบ้างนะครับ เรียนเชิญ ท่านนายแพทย์เฉวตสรร นามวาท นะครับ ผู้อำนวยการกองควบคุมโรค และภัยสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เรียนเชิญครับ (นายแพทย์เฉวตสรร) ครับ ครับ กราบสวัสดีครับ พี่น้องประชาชนที่เคารพรักทุกท่านครับ ผมก็ขอนำเสนอผลการเฝ้าระวัง เหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ ภายหลังการฉีดวัคซีน COVID-19 นะครับ ซึ่งต้องเรียนว่า เราจะมารายงานสัปดาห์ละครั้งนะครับ ให้เห็นความปลอดภัย ให้เห็นความใส่ใจ ความห่วงกังวลนะครับ ว่าเวลาที่เรามีวัคซีนชนิดใหม่ ๆ เข้ามา โดยเฉพาะที่ใช้ในสภาวะฉุกเฉินนี่ ระบบเหล่านี้นี่ ต้องมีความเข้มแข็งเป็นอย่างมากนะครับ ครับ ขอไปที่ภาพฉายเลยครับ จำนวนการฉีดวัคซีนนะครับ ผมขอทวนย้ำอีกครั้งหนึ่งนะครับ ตัวเลขถึงตอนเย็นของเมื่อวานนี้นะครับ วันที่ 1 กรกฎาคม 18.00 น. นะครับ เราฉีดวัคซีนสะสมไปทั้งสิ้น 10,227,183 โดสนะครับ ก็เป็นตัวเลขที่เรามีความก้าวหน้าโดยลำดับ แล้วก็เราก็มีแผนที่จะฉีดให้ต่อเนื่อง ให้ครอบคลุมในระดับที่จะเกิดภูมิคุ้มกันหมู่นะครับ ในจำนวนนี้นะครับ แยกเป็นเข็มที่ 1 7.3 ล้านนะครับ แล้วก็เข็มที่ 2 2.8 ล้านนะครับ ภาพต่อไปเลยครับ ถ้าเราแยกชนิดของวัคซีนนะครับ ก็จะเห็นว่าจำนวนสูงที่สุดนี่คือ Sinovac นะครับ แต่ต้องเรียนอย่างนี้ครับ ว่า AstraZeneca เป็นวัคซีนหลัก ที่เราวางแผนล่วงหน้ามายาวนานนะครับ จนทำให้เรา... วันนี้เรามีโรงงานที่สามารถผลิตวัคซีน ด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าอย่างมากนี้นะครับ ภายในประเทศไทยของเรานะครับ แต่ว่าในช่วงที่เกิดการระบาดในระลอก เมื่อเดือนธันวาคม 2563 นะครับ ก็เป็นช่วงที่ทางภาครัฐ พยายามจะหาวัคซีนตัวที่จะมาเสริมนะครับ เพราะว่าในรอบเวลาที่ AstraZeneca จะสามารถผลิตและก็ใช้ฉีดตอนเริ่มต้น ก็ประมาณมิถุนายนนะครับ Sinovac ได้เข้ามา แล้วก็ได้เริ่มฉีดเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์นะครับ มาถึงตอนนี้นะครับ แยกเป็น Sinovac นี่ 6.4 ล้านโดสนะครับ ในขณะที่ AstraZeneca นี่ ก็แบ่งส่วนจำนวนไม่เยอะนักนะครับ ประมาณหลักแสนนะครับ ฉีดไปเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์เช่นกันนะครับ แต่ว่าในล็อตของจำนวนที่ฉีดเยอะ ๆ ก็เพิ่งจะมาฉีดกัน ในตอนเดือนมิถุนายนนี้เองนะครับ ภายในเวลาการฉีดเต็มที่ เพียงแค่เดือนเดียวนี่นะครับ ของ AstraZeneca ฉีดไป 3.76 ล้านโดสนะครับ แล้วก็ Sinopharm ก็เป็นวัคซีนทางเลือกนะครับ ที่เราทราบกันดีนะครับ ที่ได้เข้ามาในเดือนมิถุนายนเช่นกัน ก็ 57,830 โดสนะครับ ภาพต่อไปครับ ครับ ตรงนี้เป็นสรุปนะครับ ที่คณะผู้เชี่ยวชาญนะครับ ที่จะประเมินเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ หลังการฉีดวัคซีน COVID-19 นะครับ เป็นตัวเลขรวมจากตั้งแต่ 28 กุมภาพันธ์ ถึง 27 มิถุนายนนะครับ ซึ่งในวันที่ 27 มิถุนายน ยอดของการฉีดวัคซีนสะสมนั้น อยู่ที่ 9.1 ล้านโดสนะครับ มีจำนวนผู้มีอาการไม่พึงประสงค์นะครับ ที่ภาษาอังกฤษใช้คำว่า "Serious" นะครับ ก็คือมีความร้ายแรงในระดับที่เข้าเกณฑ์นะครับ จำนวน 1,148 รายนะครับ คณะผู้เชี่ยวชาญนะครับ ได้พิจารณาแล้วเสร็จนะครับ 354 ราย และก็อยู่ระหว่างติดตามข้อมูล อีก 794 รายนะครับ และก็ผมมาแสดงเป็นตัวอักษรใหญ่ ๆ ตรงกลางนี่นะครับ ใน 354 รายนี้นะครับ เป็นคนที่เกี่ยวข้องกับวัคซีนนี่ 67 รายนะครับ ซึ่งคำว่า "เกี่ยวกับวัคซีน" 67 รายนี่ ไม่มีรายใดที่เสียชีวิตเลยนะครับ ในกลุ่มที่มีอาการแพ้รุนแรงนะครับ ที่เกิดขึ้นอย่างที่เราเรียนนะครับ ว่าอาการแพ้รุนแรงนี่มักจะเกิดขึ้นในเวลาสั้น ๆ หลังการฉีดนี่ 21 รายนะครับ แล้วก็แพ้แต่ไม่รุนแรง ก็อีกประมาณ 20 กว่ารายเช่นกันนะครับ ซึ่งตรงนี้นี่ก็ต้องเรียนว่า เรามีระบบที่ดูแล แล้วก็ทำให้ทุกคนปลอดภัยนะครับ ไม่มีการเสียชีวิตเกิดขึ้นนะครับ นอกจากนี้ยังมีรายงานครับ ในโรคที่เป็นลักษณะวัคซีนกระตุ้น ทำให้เกล็ดเลือดต่ำ แล้วก็เกิดลิ่มเลือดนะครับ ซึ่งตรงนี้ในทางวิชาการนี่วัคซีน AstraZeneca ก็จะมีการเฝ้าระวังโรคนี้เป็นพิเศษนะครับ ซึ่งเรามีรายงานแล้ว 1 ราย ซึ่งก็เข้าไปดูแลรักษาที่โรงพยาบาลศิริราชนะครับ ซึ่งก็สามารถให้การรักษาได้ หายเป็นปกติดีนะครับ กลับบ้านเรียบร้อยนะครับ ส่วนคนที่มีอาการไม่พึงประสงค์ร้ายแรง ที่เกี่ยวกับการฉีดวัคซีนนะครับ ซึ่งก็ได้แก่เป็นเรื่องของอาการวิตกกังวลนะครับ และก็อาจจะมีอาการทางกายที่ทำให้ ปรากฏอาการต่าง ๆ แต่เมื่อตรวจโดยละเอียดแล้ว ก็จะไม่มีสาเหตุที่เป็นตัวโรคทางร่างกายนะครับ แล้วก็หายได้เองครับ อันนี้คือ 210 รายนะครับ ส่วนคราวนี้ มีเหตุการณ์ร่วมที่ไม่เกี่ยวกับวัคซีนนะครับ ตรงก้อนใหญ่ ๆ ที่ 3 นี่นะครับ เป็นการเจ็บป่วยที่รักษาหายนะครับ 27 รายนะครับ มีเสียชีวิต 43 ราย ต้องย้ำนะครับ ว่าเหตุการณ์ร่วมตรงนี้ไม่ได้เกี่ยวกับวัคซีนครับ และก็มีส่วนที่ยังไม่สามารถสรุปได้ ว่าเกี่ยวกับวัคซีนนะครับ อยู่ 7 รายนะครับ ซึ่งก็เป็นส่วนที่จะต้องมีการเก็บข้อมูลรวบรวม และก็มีการศึกษาเปรียบเทียบนะครับ ก็ยังยืนยันครับ ว่าวัคซีนที่ฉีดมีความปลอดภัยสูงนะครับ ภาพต่อไปครับ ครับ ภาพนี้อยากจะมาย้ำกับพี่น้องประชาชนครับ ว่าการประเมินความปลอดภัยของวัคซีนนะครับ ไม่ว่าจะเป็นวัคซีน COVID-19 หรือวัคซีนอื่นใดนะครับ มันเริ่มมาตั้งแต่ในช่วงของการวิจัยแล้วนะครับ โดยที่ในช่วงที่มีการวิจัยนะครับ จะมีการเปรียบเทียบระหว่างกลุ่มที่ได้รับวัคซีน และก็กลุ่มที่ได้รับสารเลียนแบบคล้ายวัคซีน หรือบางครั้ง เราก็ใช้คำว่า "วัคซีนหลอก" นะครับ ซึ่งเวลาที่ฉีดนี่นะครับ ในกระบวนการวิจัย ที่จะทำให้ไม่มีความลำเอียงนะครับ ก็จะต้องมีการปกปิดไว้ก่อน คนที่ถูกฉีดไม่รู้ว่าตัวเองฉีดด้วยวัคซีน หรือว่าฉีดด้วยวัคซีนหลอกนะครับ และก็มาดูว่าหลังฉีดแล้ว มีอาการปวด, บวม, แดง, ร้อน, ไข้, อ่อนเพลียอะไรหรือเปล่านะครับ ซึ่งปรากฏว่า เมื่อเปรียบเทียบมา วัคซีนทุกตัวที่ผ่านมาถึงการใช้งานนี้ ต้องเรียกว่า "ความปลอดภัยสูงมาก" อันตรายที่จะถึงขั้นชีวิตนั้นมีน้อยมากนะครับ เพราะฉะนั้น นี่ก็ไม่แปลกใจนะครับ เวลาที่วัคซีนใช้งานในประเทศต่าง ๆ แล้วนะครับ กรณีที่เกิดเหตุรุนแรงถึงเสียชีวิต ก็มักจะเป็นในเรื่องของ การที่เป็นเหตุร่วมนะครับ ในภาพต่อไปครับ หลังจากที่ระยะการฉีดวัคซีนการวิจัยผ่านไป เมื่อมีการเอามาใช้ฉีดประชาชน ในวงกว้างนะครับ อย่างกรณีของวัคซีน COVID-19 นี้นะครับ เป็นการฉีดให้ประชาชน ที่ถือว่าอยู่ในภาวะฉุกเฉิน ได้รับอนุญาตจากประเทศต่าง ๆ นะครับ ให้ฉีดนะครับ ประชาชนที่ฉีดวัคซีนนี่ เกิดเหตุการณ์รุนแรง อาการเจ็บป่วยอะไรหลังการฉีดแล้วนี่ ก็จะต้องมีการเปรียบเทียบนะครับ ว่าข้อมูลการเกิดโรคเหล่านั้น การเกิดสาเหตุการเสียชีวิตเหล่านั้น เมื่อช่วงที่ยังไม่มีการฉีดวัคซีนนี่ เป็นอย่างไรนะครับ ซึ่งในข้อมูลปัจจุบันนี้ ที่ผู้เชี่ยวชาญได้ติดตามอยู่นะครับ ก็เป็นข้อมูลที่ยืนยันว่า อัตราการเสียชีวิตนะครับ ยังไม่ได้สูงไปกว่าที่เราเจอในเหตุการณ์ ที่เป็นข้อมูลพื้นฐานในประชาชนคนไทย ที่เคยเจอมาแต่ในอดีตนะครับ ต้องเรียนนะครับ ว่าวัคซีนที่เราฉีดอยู่นี้นะครับ วัตถุประสงค์หลัก ก็คือในเรื่องของการป้องกันการเสียชีวิต แล้วก็ป้องกันการป่วยหนัก ป่วย... แล้วต้องนอน ICU นะครับ ข้อมูลนี้ยืนยันชัดเจนนะครับ จากที่ท่านผู้ช่วยโฆษก ศบค. ได้กล่าวถึงนะครับ ว่าของประเทศอังกฤษมีการฉีดวัคซีน ครอบคลุมในวงกว้างมาก ๆ แล้วนี่ ตอนนี้ถึงจะมีการติดเชื้อในสายพันธุ์ใหม่ สายพันธุ์ Delta นะครับ และก็ทำให้จำนวนการติดเชื้อใหม่ สูงขึ้นไปถึงวันละเกือบ 30,000 ราย แต่จำนวนผู้เสียชีวิต ยังต่ำอยู่ในระดับหลักสิบนะครับ และก็ในข้อมูลก่อนหน้านี้นะครับ ทางประเทศสหรัฐอเมริกาเอง ก็ได้พูดถึงว่าการระบาดในสายพันธุ์ ใน Varian ตัวใหม่ ๆ จำนวนอาจจะสูงอาจจะเยอะ เหมือน ๆ กับระลอกก่อนหน้านี้นะครับ แต่ผลกระทบแตกต่างไป จากเดิมอย่างสิ้นเชิงนะครับ ของอังกฤษนะครับ จะมีในผู้ติดเชื้อ เพียงแค่ประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นนะครับ ที่มีความจำเป็นต้องนอนในโรงพยาบาลนะครับ และในคนที่นอนโรงพยาบาลนี่ เขาพบว่า มีเพียงแค่ 8 เปอร์เซ็นต์ครับ เป็นคนที่ฉีดวัคซีนอยู่ 2 โดสนะครับ ส่วนคนอื่น ๆ ก็จะมีทั้งคนที่ไม่ฉีดวัคซีนนะครับ แล้วก็กลุ่มอื่น ๆ นะครับ เพราะฉะนั้น ต้องเรียนว่า วัคซีน COVID นี่มีความปลอดภัย และก็มีประสิทธิภาพในการป้องกันการตาย ป้องกันการป่วยรุนแรงนะครับ สำหรับประเทศไทยนะครับ ต้องเรียนว่า ถ้าเราเรียนรู้จากประสบการณ์ ของประเทศต่าง ๆ แล้วนี่นะครับ ที่ฉีดวัคซีนไปในวงกว้างนะครับ การฉีดวัคซีนขึ้นมา ครอบคลุมได้สูงประมาณหนึ่งนะครับ อย่างประมาณในระดับของ 25 เปอร์เซ็นต์นี่ ก็จะเป็นในระดับที่อาจจะเห็น เรื่องของการลดการเสียชีวิตนะครับ แต่ถ้าฉีดครอบคลุมไปถึง 50 เปอร์เซ็นต์นะครับ อาจจะลดการป่วยหนักหรือจำนวนการติดเชื้อ ก็จะเห็นลดลงได้ชัดเจนนะครับ ต้องขอเรียนนะครับ พี่น้องประชาชนครับ ท่านใดที่มีญาติพี่น้องที่เป็นผู้สูงอายุ มีโรคประจำตัวนะครับ การได้ฉีดวัคซีน ก็จะช่วยป้องกันการเสียชีวิตได้เป็นอย่างดี ตอนนี้มีการเปิดให้ผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัว ที่อาจจะลงทะเบียนไม่สำเร็จนะครับ สามารถที่จะ Walk in ไปยังจุดต่าง ๆ เพื่อขอรับบริการได้นะครับ ก็ขอจบการรายงานประจำวันนี้ครับ ขอบคุณครับ (คุณสุภนันท์) ครับ ขอบคุณนะครับ นายแพทย์เฉวตสรร นามวาท นะครับ ผู้อำนวยการกองควบคุมโรค และภัยสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรคนะครับ นี่เป็นข้อมูลทางการแพทย์ ข้อมูลในเชิงวิทยาศาสตร์นะครับ ที่นำมาระบุนะครับ จะได้คลายความกังวลใจครับ ว่าวัคซีนที่นำมาใช้ในประเทศไทยนั้น มีความปลอดภัย และสามารถป้องกันการเสียชีวิต ป้องกันการป่วยรุนแรงได้นะครับ เพราะฉะนั้น ตอนนี้มีการเปิดนะครับ สำหรับผู้สูงอายุ อายุ 75 ปีขึ้นไป สามารถไป On-site Registration นะครับ ได้ที่สถานีกลางบางซื่อนะครับ แล้วก็สำหรับอายุ 65 ปีขึ้นไป ก็สามารถลงทะเบียนได้ตามช่องทางต่าง ๆ เพื่อให้กลุ่มผู้สูงอายุ ซึ่งถือว่าเมื่อไหร่ก็ตาม ถ้าได้รับเชื้อแล้วอาจมีอาการรุนแรงนั้น ได้รับวัคซีนให้เร็วที่สุด ลดอาการป่วยรุนแรง และลดตัวเลขการเสียชีวิตในประเทศไทย ลงให้ได้นะครับ ลำดับต่อไป จะเป็นการแถลงข่าวในภาคภาษาอังกฤษนะครับ เรียนเชิญท่านผู้อำนวยการ กองประมวลและวิเคราะห์ข่าว กรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ คุณเพ็ญโสม เลิศสิทธิชัย เรียนเชิญครับ (คุณเพ็ญโสม) สวัสดีค่ะ [ภาษาต่างประเทศ] ขอบคุณค่ะ สวัสดีค่ะ (คุณสุภนันท์) ครับ ขอบคุณนะครับ ท่านผู้อำนวยการกองประมวลและวิเคราะห์ข่าว กรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศนะครับ ผอ. เพ็ญโสม เลิศสิทธิชัย นะครับ คุณผู้ชมครับ เดี๋ยวช่วงนี้พักกันก่อนครู่หนึ่ง ช่วงหน้ามาติดตามกันต่อ กับ "NBT รวมใจ สู้ภัย COVID-19 @ทำเนียบรัฐบาล" ครับ [เสียงดนตรี]