(อาจารย์) สวัสดีค่ะ สวัสดีค่ะ คุณครูล่ามนะคะ สวัสดีด้วยนะคะ พอดีเดี๋ยวเด็ก ๆ น่ะค่ะ กําลังเตรียมสไลด์ที่จะนําเสนอน่ะค่ะ สักครู่นะคะ ค่ะ ขอบคุณค่ะ รอสักครู่ค่ะ (นักศึกษาหญิง 1) เรียนอาจารย์ประจําวิชาที่เคารพและสวัสดีเพื่อน ๆ ทุกคนค่ะ วันนี้กลุ่ม 6 จะมานําเสนอบท… บทที่ 6 ค่ะ เรื่อง เด็กที่มีความบกพร่องทางด้านสติปัญญา และเด็กที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ค่ะ สมาชิกในกลุ่ม 1. นางสาวพุทธชาติ อยู่เย็น 2. นางสาวรัตนพร บุญเพ็ญ 3. นางสาวอังคณา กรุงกลางดอน และดิฉัน นางสาวศรินทิพย์ บูรณะ ค่ะ บทที่ 6 เด็กที่มีความบกพร่องทางด้านสติปัญญาและเด็กที่มีความบกพร่องทางด้านการเรียนรู้ค่ะ เด็กที่มีความบกพร่องทางด้านสติปัญญา ความหมายของเด็กที่มีความบกพร่องทางด้านสติปัญญา การทําหน้าที่ด้านสติปัญญาที่ต่ํากว่าเกณฑ์เฉลี่ยอย่างเห็นได้ชัดค่ะ มีลักษณะที่สภาพของหน้าที่ในแต่ละขั้นตอนการพัฒนาที่นําไปสู่ระดับสติปัญญาโดยรวม เช่น การรับรู้ การเข้าใจ การเคลื่อนไหว และการเข้าร่วมสังคมค่ะ 1. ลักษณะความบกพร่องทางด้านสติปัญญา เป็นผู้ที่มีความ บกพร่องทางด้านสติปัญญา มีลักษณะดังนี้ค่ะ 1. ระดับเชาว์… ขออภัยค่ะ ระดับเชาว์ปัญญาต่ํากว่าเกณฑ์ปกติ 70-75 2. ระดับการปรับตัว บกพร่องน้อยกว่า 2 ด้านค่ะ 3. ความบกพร่องเกิดขึ้นก่อนอายุ 18 ปี 2. เกณฑ์ความบกพร่องของพัฒนาการทางด้านปัญญา การวิจัยตามเกณฑ์ DSM5 ความบกพร่องทางด้านสติปัญญา ด้านแนวคิด สังคม และการปฏิบัติ ต้องเป็นไปตามเกณฑ์ 3 ประการดังนี้ค่ะ 1. ข้อบกพร่องในหน้าที่ทางปัญญา เช่น การให้เหตุผล การแก้ปัญหา การวางแผน การคิดเชิงนามธรรม การตัดสินใจ การเรียนรู้ เชิงวิชาการ และการเรียนรู้จากประสบการณ์ค่ะ 2. ข้อบกพร่องในการทํางานในการปรับตัว ซึ่งส่งผลให้เกิดความล้มเหลวในการปฏิบัติตามมาตรฐาน 3. เริ่มมีการขาดสมดุลทางปัญญา และการปรับตัวในช่วงระยะเวลาของการพัฒนาทางด้านสติปัญญาค่ะ สรุปได้ว่า ภาวะแรกที่มีการพัฒนาไม่เต็มที่ หรือหยุดชะงัก ทําให้เกิดข้อจํากัดด้านความสามารถทางด้านสติปัญญา มีระดับเชาว์ปัญญาต่ํากว่าเกณฑ์ ปกติทุกด้าน ปกติ… ขออภัยค่ะ ปรากฏว่ามีข้อจํากัดด้านทักษะการปรับตัว วุฒิภาวะการเรียนรู้ การดําเนินชีวิตในสภาพแวดล้อมของสังคม ทั้งนี้ จะต้องเกิดขึ้นก่อนเมื่ออายุครบ 18 ปีค่ะ (นักศึกษาหญิง 2) 2. นะคะ สาเหตุของเด็กที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา ภาวะดาวน์ซินโดรมเป็นภาวะโครโมโซมผิดปกติ เป็นโรคพันธุกรรมที่เกิดจากโครโมโซมคู่มี 21 เกินมา ภาวะ… ภาวะสมองบวมน้ํา (Hydrocephalus) นะคะ เป็นภาวะสมองพองคั่งน้ำ… คั่งน้ํา เกิดจากการมีน้ําหรือไขมันมากเกินไป หากรักษาไม่ทันนะคะ จะทําให้เสียชีวิตได้ค่ะ 3. นะคะ ลักษณะของเด็กที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา เด็กที่มีพัฒนาการล่าช้า เป็นเด็กปกติในวัยเดียวกัน ส่งผลให้มีความจํากัดในการปรับตัวที่สามารถดํารงชีวิตในชุมชนและสังคมได้ค่ะ บกพร่องทางสติปัญญานะคะ มีไว้ 3 ระดับค่ะ 1. ระดับที่เรียนได้ เด็กนะคะ จะมีพัฒนาการด้านการฟังและการพูด เรียนเขียนล่าช้าค่ะ 2. นะคะ ระดับที่ฝึกได้ ทางสติปัญญา ระดับปานกลางค่ะ มีความก้าวหน้าในการเรียนรู้ จํากัดเฉพาะทักษะพื้นฐานที่จําเป็นค่ะ 3. ระดับที่ไม่สามารถเรียนได้หรือฝึกได้ เป็นเด็กที่มีความบกพร่องขั้นรุนแรงค่ะ 4. ระดับของเด็กที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา สมาคมภาวะปกป้องนะคะ ทางสติปัญญาและการพัฒนา ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้แบ่งประเภทของภาวะความบกพร่องทางสติปัญญาแบ่งได้ 4 ระดับ ดังนี้ค่ะ 5. แนวทางในการช่วยเหลือเด็กที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา การดูแลช่วยเหลือเด็กที่มีความบกพร่อง คือพ่อแม่ ครู และผู้ช่วยที่เป็นปัจจัยสําคัญที่มีอิทธิพลต่อการเจริญเติบโตของเด็กค่ะ (นักศึกษาหญิง 3) ต่อไปก็จะเป็นหัวข้อของเด็กที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้นะคะ ซึ่งความหมายของเด็กที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ ชื่อตรงในภาษาอังกฤษว่า Learning Disability ใช้ชื่อย่อว่า LD ค่ะ คือเด็กจะแสดงความสามารถที่ไม่ค่อยถนัดออกมา ไม่ว่าจะเป็นทางด้านการอ่าน การเขียน หรือคณิตศาสตร์ค่ะ เราจะเห็นได้ว่านะคะ ปัญหาส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้น เกิดจากการรับรู้ วิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อมูลค่ะ ค่ะ ต่อมาก็จะเป็นสาเหตุของความบกพร่องทางการเรียนรู้นะคะ ค่ะ จากการศึกษานะคะ สาเหตุของความบกพร่องทางการเรียนรู้ มีสาเหตุที่ไม่ค่อยแน่ชัดค่ะ แต่มีสาเหตุที่คิดว่าเป็นไปได้อยู่ 3 ประการค่ะ ก็คือ 1. ทางด้านร่างกายและชีววิทยา 2. ทางด้านพันธุกรรม 3. ทางด้านสิ่งแวดล้อมค่ะ ซึ่งทางด้านร่างกายและชีววิทยานะคะ จะเกิดกับตัวเด็กโดยเฉพาะค่ะ เนื่องจากว่าสมองได้รับบาดเจ็บค่ะ สาเหตุหลักที่สมองได้รับบาดเจ็บอาจจะเกิดจากช่วงระหว่างคลอด หลังคลอด หรือก่อนคลอดค่ะ การบาดเจ็บนี้ทําให้ระบบประสาทส่วนกลางไม่สามารถทํางานได้อย่างเต็มที่ค่ะ และข้อ 2 ค่ะ องค์ประกอบทางพันธุกรรมนะคะ คือ จากการวิจัยพบว่าแนวโน้มของเด็กที่มีความด้อยความสามารถทางการเรียนรู้ มักจะเกิดขึ้นกับคนในครอบครัวเดียวกันค่ะ และ 3. ทางสิ่งแวดล้อมค่ะ เด็กที่อยู่ในสภาพแวดล้อมที่เสียเปรียบ มีแนวโน้มว่า จะมีความได้ความสามารถทางการเรียนรู้มากกว่า แต่ก็ยังมีข้อสงสัยกันว่า เด็กอาจจะได้รับการเรียนการสอนที่ไม่เหมาะสม ซึ่งผลทางการวิจัยพบว่าเด็กร้อยละ 90 เปอร์เซ็นต์ เด็กร้อยละ 90 เปอร์เซ็นต์ที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ มักจะได้รับการเรียนการสอนที่ไม่ถูกต้องค่ะ และต่อมาหัวข้อที่ 3 ก็จะเป็นลักษณะความบกพร่องของเด็ก ค่ะ ตามหลักวินิจฉัย DSM5 ของแพทย์อเมริกันนะคะ คือเด็กจะมีความยากลําบากในการเรียนรู้ค่ะ โดยเด็กที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้นะคะ ก็จะมีความบกพร่องทางด้านใดด้านหนึ่งค่ะ ก็จะมีทั้งด้านการอ่าน ซึ่งเด็กจะอ่านตัวหนังสือไม่ได้เลย หรืออ่านไม่ออก ก็คือจะจดจําพยัญชนะไม่ได้ วรรณยุกต์ไม่ได้ แต่ถ้าเราสอนเด็กด้วยการพูดหรืออ่านให้ฟัง เด็กก็จะจดจําได้ดีค่ะ และอันที่ 2 ก็จะเป็นทางด้านการเขียนค่ะ คือเด็กจะเขียนตัวหนังสือไม่ได้เลย สับสนหัวเข้าหัวออกเช่น พ พาน เป็น ผ ผึ้ง ด เด็ก เป็น ค ควายค่ะ และ 3 ความบกพร่องทางด้านคณิตศาสตร์ค่ะ คือเด็กจะมีความไม่เข้าใจในตัวเลข ในการบวกลบคูณหาร แล้วก็ไม่สามารถแปลงโจทย์ทางคณิตศาสตร์ได้ค่ะ (นักศึกษาหญิง 4) ต่อไปหัวข้อที่ 4 นะคะ การจัดกิจกรรมพัฒนาเด็กที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ค่ะ ก็จะมี 7 ข้อ… 8 ข้อดังนี้ค่ะ 1. ความสม่ําเสมอในการใช้ระเบียบของห้องที่ครูตั้งขึ้น 2. การเตรียมการ 3. ลดสิ่งที่รบกวนเท่าที่จะทําได้ 4. เริ่มจากสิ่งที่ง่ายไปหายาก 5. คําสั่งของแต่ละขั้นตอนควรง่าย สั้น และชัดเจน ข้อ 6 ถ้าเด็กมีปัญหาเฉพาะเรื่อง ควรตรวจสอบว่า เขามีทักษะพื้นฐานเกี่ยวกับเรื่องนั้นหรือยัง ข้อ 7 เด็กแต่ละคนมีวิธีการเรียนรู้ของตนเอง ว่าคุณครูสามารถรู้ถึงวิธีการเรียนรู้ของแต่ละคนก็จะจัดกิจกรรมให้เหมาะสม ข้อ 8 ใช้ในการสอน 1 เรื่องควรจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่หลากหลาย ต่อไปหัวข้อที่ 5 นะคะ แนวทางการช่วยเหลือเด็กที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ค่ะ ก็จะมีทั้งหมด 3 ข้อดังนี้ค่ะ 1. การช่วยเหลือครอบครัว 2. การช่วยเหลือด้านจิตใจ และ 3. การช่วยเหลือด้านการเรียนค่ะ (นักศึกษาหญิง 1) แล้วมีอีก 1 อัน และมีอีก 1 อันนะคะ การใช้สื่ออุปกรณ์ สิ่งอํานวยประโยชน์และสื่อการสอนค่ะ ต่อไปจะเป็นคําถามนะคะ 1. ระดับภาวะความบกพร่องทางสติปัญญาปานกลาง มีระดับสติปัญญาไอคิวเท่าไรค่ะ เชิญค่ะกุ๊กไก่ ค่ะถูกค่ะ ข้อ 2 นะคะ ในทางการศึกษาจะแบ่งลักษณะของเด็กที่มีความบกพร่องทางสติปัญญาไว้อยู่เท่าไรค่ะ ไว้อยู่ 3 หัวข้อค่ะคืออะไรบ้าง ปอนด์เชิญค่ะ ไม่ถูกค่ะ ถูกค่ะ ขอบคุณค่ะ ต่อไปข้อที่ 3 นะคะ ภาวะดาวน์ซินโดรมคืออะไรค่ะ อาร์มค่ะ ถูกต้องค่ะ ขอบคุณค่ะ ข้อที่ 4 นะคะ สาเหตุของความบกพร่องทางการเรียนรู้มีอะไรบ้างค่ะ ใช่ค่ะ ถูกค่ะ ขอบคุณค่ะ 5. นะคะ การช่วยเหลือเด็กที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้สามารถทําได้อย่างไรค่ะ การช่วยเหลือเด็กค่ะ จันทร์เจ้าค่ะ ค่ะ ถูกต้องค่ะ ขอบคุณค่ะ ค่ะ ขอจบการนําเสนอเพียงเท่านี้นะคะ ขอบคุณค่ะ [เสียงปรบมือ] (นักศึกษาหญิง 5) สวัสดีค่ะ จากกลุ่ม 5 นะคะ สมองกับการเรียนรู้ สมาชิกกลุ่มก็มีนางสาวชลิตา คําวศรี นะคะ รหัส 106 นางสาววิมลณัฐ สินใหม่ รหัส 116 ค่ะ แล้วก็นางสาวบุญญานุช เหมลา รหัส 111 ค่ะ สมองนะคะ สักครู่นะคะ ค่ะ สมองนะคะ เป็นอวัยวะที่สําคัญที่สุดของมนุษย์ เป็นส่วนกลางของระบบประสาท สมองเริ่มก่อตัวตั้งแต่อายุ 2 สัปดาห์ในครรภ์ และมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จนถึงหลังคลอด ในการทํางานของสมอง มีการจัดระบบที่ซับซ้อน มีประสิทธิภาพสูง สามารถเปลี่ยนแปลงหรือว่ายืดหยุ่น ซึ่งสมองมีการพัฒนาโครงสร้างและหน้าที่ตามอายุ ซึ่งมีการค้นพบว่า สมองจะพัฒนาสมบูรณ์ในอายุหลังวัย 20 ปี และยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่องค่ะ ความรู้เกี่ยวกับสมองเด็กนะคะ ช่วงแรกเกิดจนถึง 6 ปี จะมีเซลล์สมองจํานวนมหาศาล ซึ่งเด็กที่มีอายุมากกว่า 3 ปีขึ้นไป จะมีขนาดมากถึงร้อยละ 75 ของผู้ใหญ่ค่ะ และภายใน 5 ปีหลังจากนั้นนะคะ สมองจะมีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว ซึ่งการพัฒนาของสมองในช่วงนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับการเจริญเติบโตของร่างกายแล้วนะคะ พัฒนาของสมองจะพัฒนาไปอย่างรวดเร็วมากกว่าร่างกาย ทําให้ช่วงแรกเกิดจนถึง 6 ปี เป็นช่วง สมองมีการเจริญเติบโตเร็วที่สุดค่ะ โดยจะมีศักยภาพของสมอง การสร้างไมอิลิน สมอง และคลื่นสมองค่ะ ศักยภาพของสมองนะคะ ปัจจัยที่ได้รับขนาดตั้งครรภ์มีผลต่อการเจริญเติบโตของสมองค่ะ คุณแม่ต้องมีอารมณ์ดี ได้รับสารอาหารครบ 5 หมู่ โดยเฉพาะธาตุเหล็ก ไอโอดีน โปรตีนเป็นต้นค่ะ ได้ฟังเพลงที่ชอบ และไม่ควรได้รับสารพิษ อย่างเช่น บุหรี่ หรือว่าเหล้าค่ะ จะเห็นได้ว่า องค์ประกอบเหล่านี้นะคะ ส่งผลต่อการเจริญเติบโตของสมอง โดยโครงสร้างของสมอง แบ่งออกเป็น 3 ส่วนค่ะ สมองก้านนะคะ คือส่วนที่เชื่อมต่อสมองกับไขสันหลัง เป็นส่วนครอบ… ที่ควบคุมการหายใจเป็นที่อยู่ของประสาท สมองส่วนนี้นะคะ เกี่ยวกับการเคลื่อนไหวกล้ามเนื้อใบหน้าและลิ้นค่ะ สมองน้อยนะคะ อยู่ตรงท้ายทอยต่อจากพอนส์ ทําหน้าที่ควบคุมการทํางานของกล้ามเนื้อ ให้มีการเคลื่อนไหวที่สมดุลนะคะ อย่างเช่น การเดิน การนั่ง การอ่านหนังสือค่ะ สมองใหญ่นะคะ จะ… จะแบ่งออกเป็นพู โดยแบ่งเป็น 4 ส่วนค่ะ ก็คือพูหน้า เป็นส่วนด้านบนสุดของสมองใหญ่ ที่ตั้งของเขตที่เรียกว่าบริเวณความสัมพันธ์ พูหลังนะคะ อยู่ทางด้านหลัง ด้านบนของสมองใหญ่ บริเวณความรู้สึกทางกายค่ะ พูท้ายทอย อยู่ด้านหลังสุด ตรงท้ายทอยนะคะ เป็นที่ตั้งเขตบริเวณที่เรียกการมองเห็นค่ะ ส่วนพูข้างนะคะ อยู่ด้านข้าง ตรงขมับหลังหูทั้ง 2 ข้าง เป็นที่ตั้งที่เรียกว่าการรับฟังค่ะ การสร้างไมอิลินนะคะ ไมอิลินเกิดขึ้นหลังคลอด โดยเริ่มที่สมองส่วนล่าง ค่อยต่อไปที่สมองส่วนหน้า แล้วแต่ละช่วงอายุส่วนใด เจริญเติบโตก่อน ก็จะ… ก็จะเกิดการทํางานของสมองส่วนนั้น และส่วนใหญ่จะเจริญเต็มที่ในช่วงวัยรุ่นค่ะ ซึ่งช่วยให้เด็กวัยรุ่นสามารถคิดในการวางแผน การแก้ปัญหา การตัดสินใจ สังเคราะห์ สรุป วิเคราะห์ และประเมินสิ่งต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้นค่ะ สมองซีกซ้ายนะคะ หรือนักวิทยาศาสตร์ที่เรียกว่า “สมองแห่งเหตุผล” ทําหน้าที่ควบคุมการหาเหตุผล การเก็บความจําในรูปแบบของภาษา ด้วยเหตุนี้นะคะ ผู้ที่สมัครสมอง… ผู้ที่ถนัดสมองซีกซ้าย เป็นผู้ที่ชอบเหตุผล ชอบเรียนรู้ขั้นตอนอย่างละเอียด สมองซีกขวาค่ะ หรือที่นักวิทยาศาสตร์เรียกว่า “สมองแห่งสหัชญา” จะทําหน้าที่เกี่ยวกับความคิด สร้างสรรค์ การจินตนาการ การสังเคราะห์ การสนับสนุนในด้านดนตรีศิลปะนะคะ สามารถหามิติต่าง ๆ ในการใช้ประโยชน์ของรูปแบบรูปทรงเลขาคณิตค่ะ ระหว่างสมองทั้ง 2 ซีกนะคะ จะเห็นได้ว่าเด็กที่อยู่ในทารกจนถึง 2 ขวบจะสามารถพัฒนาสมองซีกขวาได้ดี เพราะสมองซีกขวานี่ จะเปิดเป็นซีกที่มีอิทธิพลในช่วงวัยเด็ก ส่วนสมองซีกซ้ายนะคะ จะเริ่มมีอิทธิพลเมื่อมีอายุ 3 ขวบขึ้นไป ซึ่งการเรียนรู้เกี่ยวกับสมองซีกซ้ายนั้น จะต้องมีสมาธิและมีความพยายามมากกว่าสมองซีกขวาค่ะ สมองเด็กนะคะ สมองของเด็กในช่วง 2-3 สัปดาห์แรกหลังจากการปฏิสนธิ สมองจะถูกสร้างขึ้นโดยแผ่นประสาท จะก่อตัวขึ้นก่อนจากนั้น ประสาทก็จะก่อตัวขึ้น สมองของเด็กจะมีขนาดปริมาณ 1 ใน 4 ของขนาดสมองผู้ใหญ่ค่ะ และจะมีขนาดใหญ่ขึ้น 2 เท่า ภายในสิ้นปีแรกในช่วง 3 ขวบแรกค่ะ (นักศึกษาหญิง 6) คลื่นสมอง มนุษย์สามารถควบคุมคลื่นสมองและสารที่หลั่งจากสมองได้ หากมีการฝึกฝนทางจิตใจให้ควบคุมสภาวะอารมณ์ พื้นฐานความเข้าใจสมองและกลไกการทํางานที่เกี่ยวข้องกัน จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ทําให้เราเรียนรู้โลกภายในตนเอง มองเห็นประโยชน์ของการจัดการกับอารมณ์ ความสามารถในการเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ทําให้ภาวะของคลื่นสมองที่เหมาะสม จะช่วยเปิดพื้นที่การเรียนรู้ในสมองของเรา ส่งผลต่อความคิดสร้างสรรค์ ความสามารถในการเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ภาวะของคลื่นสมอง คลื่นสมองเป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าได้มาจากการส่งสัญญาณเคมีทางชีวภาพในร่างกายมนุษย์ด้วยเครื่อง Electroencephalography ทําให้พบว่าเราสามารถอ่านผลของคลื่นสมองตามลํา… ระดับความถี่ได้เป็น 4 กลุ่ม 1. คลื่นเบต้า มีความถี่ประมาณ 14-30 รอบต่อวินาที เป็นคลื่นสมองที่เร็วที่สุด เกิดขึ้นในขณะที่สมองอยู่ในภาวะของการทํางานและควบคุมจิตใจใต้สํานึก ในขณะทํากิจกรรมต่าง ๆ หากมีเรื่องที่วุ่นวายใจทําให้ความถี่คลื่นช่วงนี้อาจสูงถึง 40 รอบต่อวินาที 2. คลื่นแอลฟา มีคลื่นความถี่ประมาณ 9-13 รอบต่อวินาที อยู่ในสภาวะที่จิตสมดุลสบาย ๆ หรือเป็นช่วงที่ร่างกายได้รับการพักผ่อน คลื่นเธต้า มีคลื่นความถี่ประมาณ 4-8 รอบต่อวินาที เปรียบเสมือนช่วงความคิดสร้างสรรค์ที่อยู่ในจิตใจส่วนลึกของเรา จึงเป็นคลื่นสมองที่สะท้อนการทํางานของจิตใต้สํานึก คลื่นเดลต้ามีคลื่นความถี่ประมาณ 1-3 รอบต่อวินาที เป็นคลื่นสมองช้าที่สุด ร่างกายจะเกิดความผ่อนคลายสูงมาก เป็นช่วงที่ร่างกายได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ อาจจะหลับลึก ๆ โดยที่ไม่ฝัน พัฒนาการสมองและระบบประสาทของเด็ก ในระยะการตั้งครรภ์ เป็นระยะที่มีการสร้างโครงสร้างพื้นฐานของสมองหลังปฏิสนธิ DNA จะกําหนดการสร้างโปรตีน เพื่อไปพัฒนาระบบประสาท สัปดาห์ที่ 1 หลังปฏิสนธิ หลอดประสาท มีการแบ่งสมองเป็น 3 ส่วน คือสมองส่วนหน้า สมองส่วนกลาง สมองส่วนหลัง สัปดาห์ที่ 6 สมองส่วนความคิดเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว มีความจําเป็นต่อการพัฒนา การเติบโตของกล้ามเนื้อ สัปดาห์ที่ 8 ตรวจพบแขนงเดนไดรท์ เป็นจุดเชื่อมสัญญาณกับเซลล์อื่น ๆ สัปดาห์ที่10 ทารกในครรภ์ จะเริ่มเคลื่อนไหว เห็นจากการตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้น สัปดาห์ที่ 19 การเคลื่อนไหวของทารกคือ อัตราการเต้นของหัวใจ สัปดาห์ที่ 20 อวัยวะรูปหอยโข่งในช่องหูมีการเจริญเติบโตอย่างเต็มที่ สัปดาห์ที่ 24 เปลือกตาจะเปิดทารก… ทารกจะเปิดเปลือกตาในครรภ์ มีการตอบสนอง จะเกิดขึ้นเมื่อมีเสียงดัง สัปดาห์ที่ 27 ลูกตาดํามีการตอบสนองต่อแสง การตอบสนองนี้จะควบคุมปริมาณแสงที่เข้า… เข้าสู่เยื่อเรตินาไปตลอดชีวิตของเด็ก นับตั้งแต่ปฏิสนธิจนถึงสัปดาห์ที่ 27 พัฒนาการสมองและระบบประสาทของทารกยังพัฒนาเติบโตได้ไม่เต็มที่ พฤติกรรมของทารกจะเปลี่ยนไปตามวุฒิภาวะ และความสามารถในการทํางานของสมองที่ค่อย ๆ เพิ่มขึ้นตามลําดับ ส่วนต่าง ๆ ของสมองจะเจริญเติบโต การมองเห็นและการได้ยิน สร้างขึ้นที่เปลือกสมองส่วนท้ายทอยและข้างกกหู ระหว่างอายุครรภ์ 7-8 เดือน สูงสุดอาจจะช่วงอายุ 1-7 เดือน การรับรู้ภาษาและการพูดสร้างขึ้นที่เปลือกสมองด้านข้างเหนือกกหู ระหว่างอายุครรภ์ 8 เดือน มีถึง 6-7 ปี สูงสุดช่วงอายุ 15-24 เดือน การทำหน้าที่ใช้สติปัญญาระดับสูง การคิดไตร่ตรองและการตัดสินใจ สร้างขึ้นที่เปลือกสมองส่วนหน้าผาก และข้างขมับ ระหว่างอายุ 2-3 เดือน ถึงอายุ 15 ปี สูงสุดอายุ 1-7 ปี จะเห็นได้ว่าพัฒนาการสมอง และระบบประสาทของเด็ก มีพัฒนาการและเจริญเติบโตตั้งแต่อยู่ในครรภ์ จนกระทั่งหลังคลอดก็ยังคงมีการเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง ปัจจัยที่มีผลต่อการพัฒนาการของสมอง ปัจจัยทางพันธุกรรมมีอิทธิพล… มีอิทธิพลหลักต่อพัฒนาการของสมอง เช่น ยีนทำหน้าที่ควบคุมกระบวนการต่าง ๆ การสร้างใยประสาทนำเข้าและการสร้างไมอิลิน ปัจจัยทางสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะภาวะทุพโภชนาการ เนื่องจากส่งผลให้มีการสร้างเซลล์ประสาท และเซลล์เกลียน้อยลง และหลังคลอดขัดขวางของเซลล์ประสาทการสร้างไมอิลินและพัฒนาการรู้คิด ดังนั้น โภชนาการที่ดีจึงมีผลต่อสมอง การส่งเสริมพัฒนาการสมองและการเรียนรู้ สมองเป็นอวัยวะที่รับรู้และสั่งการให้บุคคลมีความคิดและการกระทำที่ไม่สิ้นสุด การเสริมสร้างความรู้และประสบการณ์ที่เหมาะสมกับวัย ดังนั้น ควรทำความเข้าใจ เพื่อให้สามารถส่งเสริมสมองให้เรียนรู้ได้อย่างถูกต้องเหมาะสม ซึ่งสมองคนเราเริ่มทำงาน ตั้งแต่อยู่ในครรภ์ เพื่อดำรงชีวิตให้อยู่รอด สมองจะเจริญเติบโตและเกิดการเรียนรู้จากการที่เซลล์ประสาทใหญ่ประสาทขึ้น เมื่อได้รับประสบการณ์และสิ่งแวดล้อมใหม่ ๆ ผ่านประสาทสัมผัส การลงมือทำและประสบการณ์การเรียนรู้จะเกิดขึ้นตลอดโดยเฉพาะ 6 ขวบแรก ที่เป็นโอกาสทองของการพัฒนาสมอง เพราะเป็นช่วงที่สมองกำลังเติบโต และต้องการการเรียนรู้ทุก ๆ ทาง การสร้างความผูกพันและไว้วางใจให้เกิดขึ้นในใจเด็ก จะทำให้เด็กรู้สึกปลอดภัย ไม่มีความกังวล ส่งผลให้เด็กมีสภาวะที่พร้อมต่อการพัฒนาทักษะเสมอ การดูแลสุขภาพทางร่างกายสมองของเด็กให้แข็งแรง จะช่วยสร้างความแข็งแรงทางกายภาพให้กับสมอง การสร้างสภาวะแวดล้อมที่เหมาะสม สภาพแวดล้อมที่น่าอยู่ น่าเป็นระเบียบ การให้ประสบการณ์การเรียนรู้ที่หลากหลาย ให้เด็กได้ลงมือทำ สร้างประสบการณ์ตรง สร้างการเรียนรู้ทักษะทางสังคม จะได้เรียนรู้ทางอารมณ์ตนเอง และได้สร้างปฏิสัมพันธ์ทางสังคมกับผู้อื่น สร้างความสนุก คือการให้การบริการจัดการอารมณ์ตนเอง จะส่งผลต่อสภาพแวดล้อมที่มีต่อเด็ก เข้าใจสาเหตุของพฤติกรรมที่เกิดขึ้น เพื่อจะได้มีแนวทางในการส่งเสริมพัฒนาช่วยเหลือ การสังเกตที่ละเอียดละออ คือการสังเกตสิ่งที่เด็กพยายามสื่อสาร จะทำให้สามารถรับรู้เข้าใจอารมณ์เด็กได้ (นักศึกษาหญิง 7) ค่ะ ก็คำถามท้ายบทนะคะ จะได้คะแนนอยู่เฉย ๆ ก็ไม่เร้าใจ เรามีลูกอมมาแจกด้วยค่ะ พร้อมไหมคะ พร้อมไหม คำถามแรกนะคะ สมองจะพัฒนาอย่างสมบูรณ์หลังช่วงวัยใด เอามือจับ... เพื่อนค่ะ จับหูมันเก่าแล้ว 3 2 ยังจ้า ยัง ๆ เอามือจับเพื่อน 1 2 3 ส้มโอ น้องส้มโอตอบค่ะ ถูกต้องค่ะ [เสียงหัวเราะ] เดี๋ยวเราให้ลูกอมนะ ต่อไปข้อที่ 2 นะคะ พร้อมหรือยังคะ โครงสร้างของสมองแบ่งออกเป็นกี่ส่วนมีอะไรบ้าง 1 2 3 น้องน็อตค่ะ ตอบอะไรนะคะ มีอะไรบ้างคะ ถูกไหมคะพี่ ไม่ถูกค่ะ อย่าเพิ่ง อย่าเพิ่ง จับก่อน จับก่อน 1 2 ยังเลย ยังไม่ 3 เลย มือลงค่ะ มือลงค่ะ 1 2 3 ปอนด์ขึ้นก่อน ขี้โกงน่ะ ลองตอบค่ะ เป็นคำตอบที่ถูกต้องค่ะ กลุ่มไหนจ๊ะ เอาลูกอมเด้อ โยนเด้อ ต่อไปค่ะ คำถามที่ 3 นะคะ เราสามารถอ่านค่าผลของการวัดคลื่นสมองตามลำดับความถี่ได้กี่กลุ่ม มีอะไรบ้าง หาเจอหรือยังจ๊ะ เอามือลงก่อนจ้า ขี้โกงนะจ๊ะนั่นน่ะ 3 เอาไปแล้ว ขอกลุ่มที่ยังไม่ได้บ้าง 1 2 3 เอากลุ่มที่ยังไม่ได้ด้วยสิ น็อตตอบก่อน น็อตลองตอบก่อน น็อตยังไม่ได้ ครับ 4 กลุ่ม มีอะไรบ้างครับ อ่านไปเลย อ่านไปเลย โอเคครับ คำตอบที่ถูกต้องค่ะ เย่ น็อตได้ลูกอมแล้ว ต่อไป คำถามที่ 4 นะคะ คำถามรองสุดท้าย คลื่นแอลฟามีคลื่นความถี่ประมาณกี่รอบต่อวินาทีคะ เอามือลงก่อนค่ะ 1 2 1 2 3 ไม่ได้มอง เอาใหม่ เมื่อกี้ไม่เห็นเลย เมื่อกี้ไม่เห็น เมื่อกี้ไม่เห็น เอาใหม่ เอาใหม่ 1 2 3 น้องวิวค่ะ น้องวิว น้องวิวตอบค่ะ มีความถี่ประมาณเท่าไรคะ เป็นคำตอบที่ถูกไหมคะพี่แพรวา ถูกค่ะ เย่ ต่อไปคำถามสุดท้ายแล้วนะคะ คำถามที่ 5 ค่ะ ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพัฒนาการของสมอง มีอะไรบ้าง พร้อมไหมคะ รอบนี้ขอดับเบิลไปเลย 2 ลูก 2 เม็ด ใครจะตอบคะ ถามเฉย ๆ ค่ะ 1 กลุ่มไหนยกแล้วก็เอาได้ 1 พร้อมไหมคะ 1 2 3 ยกหลายคนเกิน อย่างนั้นเอาอย่างนี้แล้วกัน ใครมีสีแดงที่ติดตัว ยกขึ้นมาค่ะ บิวยกแล้วค่ะ บิวค่ะ [เสียงหัวเราะ] เดี๋ยวให้บิวตอบก่อน แล้วก็จะเป็นน้องปายนะคะ บิวตอบค่ะ ถูกต้องค่ะ มารับเลยค่ะ ต่อไปปายต่อนะคะ ตอบเลยค่ะ เก่งมากค่ะ กลุ่ม 5 ขอจบการนำเสนอเพียงเท่านี้นะคะ ขอบคุณค่ะ [เสียงปรบมือ] (อาจารย์) เดี๋ยวจะสรุปนะคะ ตอนนี้อาจารย์ติดประชุมอยู่นะคะ เดี๋ยวผู้ช่วยแทนนะคะ ก็คือว่าจากที่นักศึกษาได้นำเสนอใช่ไหม 2 กลุ่ม กลุ่มที่ 5 กับกลุ่มที่ 6 นะคะ ดูสไลด์แล้วในการทำสไลด์นำนะคะ ขอชื่นชมว่ามีการพัฒนาขึ้น แล้วก็ทำสไลด์การนำเสนอได้ดีมาก ๆ นะคะ เพราะว่าดูจากภาพรวมนะ นั่งสังเกตดูนะคะ แต่ละหัวข้อนะคะ น้อง ๆ จะมีวิธีการน่ะค่ะ เอาภาพหรือเอาต่าง ๆ นะคะ มาประกอบสไลด์ใช่ไหมคะ มันจะทำให้เราเห็นภาพเจนมากขึ้นนะ แล้วก็ดูสวยงาม ตัวหนังสือก็ดูสวยงาม ตัวหนังสือก็โอเคค่ะ พอดีนะคะ ดูแล้วสายตาแล้วก็อ่านง่ายนะคะ ต่อไปด้านบุคลิกการนำเสนอนะ ก็ดีขึ้นนะคะ ดีขึ้นในระดับหนึ่ง แต่ว่าเราเพิ่งอยู่ปี 1 นะ ก็ไม่เป็นไรนะคะ แต่ว่าถ้าสมมติว่าเราขึ้นปี 2 ปี 3 ไปนะคะ เราก็จะได้พัฒนาตัวเองเยอะกว่านี้นะคะ เราก็ฝึกนำเสนอพยายามฝึก อ่านเนื้อหาก่อน ทำความเข้าใจก่อน แล้วทีนี้เราค่อยมานำเสนอ เมื่อเราเข้าใจแล้วใช่ไหมคะ เราก็จะอธิบายให้เพื่อน ๆ เข้าใจใช่ไหมคะ เพื่อน ๆ ก็มันจะดูน่าสนใจ แล้วก็คำถามการมีส่วนร่วมในชั้นเรียนนะคะ ก็ชื่นชมนะ ปี 1 นะ เพื่อน ๆ ก็ให้ความร่วมมือนะคะ สนใจเราก็พยายามช่วยเพื่อนนะคะ ตอบคำถาม แสดงว่าตอนที่เพื่อนนำเสนอ ทุกคนนะคะ ตั้งใจฟังนะคะ เราทุกคนตอบได้นะคะ ทีนี้นะคะ อาจารย์นะคะ บอกว่าตอนนี้นะคะ อาจารย์ติดประชุมนะคะ แล้วอาจารย์ให้ตอนนี้นะคะ ให้ทำแบบฝึกหัดบทที่ 6 รอนะคะ ทำในห้องเรียนนี้ล่ะค่ะ เสร็จแล้วนะคะ ให้ส่งใน Drive ให้ส่งใน Drive เลยนะคะ เดี๋ยวอาจารย์จะมาสรุปนะคะ บทที่ 5 กับบทที่ 6 ให้นะคะ ทำ… ทำตอนนี้เลยนะคะ แบบฝึกหัดบทที่ 6 นะคะ แล้วก็ให้ส่งใน Drive เลยค่ะ ที่เป็นคำถามท้ายบทน่ะค่ะ ค่ะ ในช่วงเช้าก็น่าจะหมดแค่นี้นะคะ ก็ขอขอบพระคุณนะคะ ล่ามภาษามือทางไกลนะคะ ขอบพระคุณมาก ๆ นะคะ [สิ้นสุดการถอดความ]