Accuracy : 89.07%
Insertion : 540
Deletion : 1847
Substitution : 452
Correction : 23670
Reference tokens : 25969
Hypothesis tokens : 24662
(เจ้าหน้าที่)ทดสอบสวัสดีครับฝั่งลร(-่)าบ(ม)ได้ยินไหมครับฝั่งล่ามได้ยทำงา(-ิ)นที่ไหน(ม)ครับเงียบอีกแล้วทดสอบครับฝั่งลร(-่)าบ(ม)ได้ยินไหมครับโอเok(ค)ครับ(อาจารย์)โอok(เค)ค่ะพร้อมหัวหน้าห้องไปเข้าห้องน-้ำใช่ไหมคะเม-้-ำ(-ื)-่อกี้รอนานไปหน่อยพอถึงเวลาไปเข้าห้องน้ำเลยโอเคค่ะเดี๋ยววันนี้เราจะเป็นทฤษฎีมาร์กซิสต์นะคะซึ่งมาร์กซิสต์เนี่ยเราเคยได้ยินไปแล้วตอนที่เราเรียนสตรีนิยมเพราะว่ามันจะมีสตรีนิยมแลน(-้)วมาร์กซิสต์จำได้เนาะจำไแม(ด้)-่ใช่ไหมคะโอเคนะคะทีนี้วันนี้จะมาเป็นแมาร์กซิสต์แบบของเขาเต็มตัวนะคะเราจะได้รู้ว่าอ๋อทฤษฎีนี้ใครเป็นคนเริ่มต้นนะคะแต่ก่อนอื่นเดี๋ยวแ(ใ)น-่ระหว่างที่รอเพื่อนไปเข้าห้องน้ำขอแป(จ)-้งสัปดาห์หน้าของเราก่อนนะคะเมืตะ(-่อ)กี้ก็ได้แจต่(-้ง)เบื้องต้นไปแล้วแต่ว่าให้รับทราบโดยทั่วกันน-้(ะ)องว่าเดี๋ยวสัปดาห์หน้าวันพุธเรียนตามปกติคือวิชาพัฒนาการวรรณคดีไทยนั่นก็คือเพื่อนจะนำเสนอเล่นเกมกลุ่มแรก3เกมส่วนวันศุกร์ครูติดภารกิจตรวจo(O)-Nnet(ET)ที่มหาวิทยาลัยเรานี่แหละมหาวิทยาลัยเราเป็นเจ้าภาพนะคะแล้วครูก็รับหน้าที่นี้ด้วยแล้วก็พวกเราก็ติดภารกิจเช่นเดียวกันนั่นก็คือไปค่ายฉะนั้นก็เลยขอชดเชยคาบวันศุกร์เป็นวันจันทร์ที่4ก็คือสัปดาห์หน้าวันจันทร์บ่ายเราจะเรียนวิชาวรรณกรรมกับการวิจารณ์อย่างสร้างสรรค์ส่วนวันศุกร์พวกเราก็ไปทำหน้าที่ของตัวเองครูก็ทำหน้าที่ของครูเหมือนกันนะคะฉะนั้นก็เป็นไปตามนี้แต่ว่าวันพุธเรียนตามปกติก็คือพัฒนาการวรรณคดีไทยนะคะโอเคที-่นี้มาที่ทฤษฎีมาร์กซิสต์นะคะก่อนอื่นเนี่ยครูต้องเท้าวความก่อนว่าทฤษฎีที่เกิดขึ้นกับการวิจารณ์วรรณกรรมส่วนใหญ่ไม่ใช่ทฤคด(ษฎ)-ีที่เริ่มต้นแล้วเอามาใช้กับการวิจารณ์วรรณกรรมเลยเสียทีเดียวเพราะมักจะเกิดขึ้นจากการศึกษาสภาพสังคมมาก่อนแล้วค่อยเอาสิ่งนั้นหรือทฤษฎีนั้นมาใช้ในการศึกษาวรรณกรรมเหตุผลก็เพราะว่าวรรณกรรมน่ะมันก็จะเป็นเหมือนเครื่องมือในการสะท้อนสังผ(ค)มได้เวลาที่ผู้เขียนเขียนออกมาโดยเฉพาะทุกวันนี้ส่วนใหญ่จะไม่ใช่วรรณกรรมพ(ท)-ี่อ่านแล้วเพลิดเพลินอย่างเดียวแต่ว่ามักจะแฝงอะไรเข้าไปข้างในไม่ว่าจะเป็นการเสียดสีสังคมการสะท้อนสังคมดังนั้นทฤษฎีที่เคยใช้กับสังคมจึงถูกนำมาใช้กับวรรณกรรมด้วยอย่างเช่นสัปดาห์ที่แล้วของเราเรียนสตรีนิยมมันก็เกิดจากพ(ท)-ี่สังคมผู้หญิงกับผู้ชายไม่เท่าเทียมกันแล้วทีนี้ก็เกิดการเรียกร้องความเท่าเทียมกันของผู้หญิงก็เลยเกิดเป็นทฤษฎีสตรีนิยมขึ้นมาเพื่อให้ผู้หญิงเนี่ยเพื่อให้เห็นว่าผู้หญิงเนี่ยถูกกดขี่ข่มเหงด้วยวิธีไหนบ้างแล้วก็สุดท้ายก็จะต้องทำให้ผู้หญิงกับผู้ชายเนี่ยเท่าเทียมกันให้ได้นะคะมาร์กซิสต์ก็เหมือนกันมาจากการศึกษาโครงสร้างของสังคมซึ่งทฤษฎีนี้สืบเนื่องมาจากแนวคิดสัจจนิยมสัจจนิยมครูเคยพูดให้ฟังแล้วว่า"สัจจ"แปลว่าความจริงสัจจนิยมก็คือแนวความคิดที่เกิดจากความเป็นจริงมีอยู่ในธรรมชาติหรือช่วงแนวคิดนี้เกิดขึ้นมานั่นก็คือศตวรรษที่10(9)เจ้าที่ครูเคยสอนว่าพัฒนาการของตะวันตกพ(ท)-ี่จะมีตั้งแต่ยุคกรีกโรมันมาจนถึงศตวรรษที่109ที่บอกว่าศตวรรษที่19เป็นต้นมาแนวคิดจะเน้นแนวความจริงนั่นแหละก็คือมาจากแนวคิดนี้นะคะแนวคิดในช่วงศตวรรษนี้ของเราสั(ศต)กวร-ัน(รษ)ที่เท่าไหร-่แล้วคะศตวรรษจะไ(ท)-ีด-้(-่)เท่าไหร-่20โอเk(ค)นะเพราะว่าศตวรรษเขาถือ..เขานับจากอะไรคร-ิสต์ศักราชนะคะคริสต์ศักราชก็คือคริสต์ศักราช200024อันนี้ก็คือไ(เ)ป-็นศตวรรษที่20นะคะที-่นี้ด้วยความที่ว่าเมื่อกี้แหละที่คก(ร)-ูบอกว่างานเขียนอ(น)-่ะมันสามารถเป็นเครื่องมือในการปฏิวัตด(-ิ)สังคมได้ไม่ว่าจะเป็นทั้งเสียดสีแล้วก็สะท้อนก็เลยทำให้เกิดแนวคิดนี้ขึ้นมานะคะซึ่งแนวคิดนี้แตกต่างจากแนวคิดอื่นตรงที่ว่าแนวคิดนี้จะเน้นความจริงเป็นหลักความจริงที่ว่าเนี่ยต้องอ้างอิงกับวิทยาศาสตร์วิทยาศาสตร์ไม่ได้หมายถึงแค่การทดลองแต่หมายถึงสิ่งที่สามารถพิสูจน์ได้ถ้าคุณบอกว่าเกิดขึ้นจริงคุณต้องพิสูจน์ได้ว่าเกิดขึ้นจริงอย่างไรนี่คือแนวคิดทางวิทยาศาสตร์แล้วก็ต้องเริ่มต้นจากการพิจารณาสภาพสังคมก่อนเป็นอันดับแรกนี่คือแนวคิดแบบมาร์กซิสต์นะคะสังเกตว่าไม่ว่าจะมาร์กซิสต์หรือสตรีนิยมเนี่กย(-็)มักจะเป็นแนวคิดแบบเน้นสัจจนิยมเหมือนกันนะคะที-่น-ี-ิ(-้)มาร์กซิสต์ใครเป็นคนคิดใครเป็นคนวางรากฐานชื่อของเขาก็ตามนี้เลย"มาร-์กซ-์ค(")จริงๆ"ซิสต์"ที่เติมเข้ามาเนี่ยมันจะหมายถึงทฤษฎีหรือแนวคิดนะคะเป็นภาษาอังกฤษนะฉะนั้นพอเรามาออกเสียงทับศัพท์เป็นมาร์กซิสต์จริงๆแล้วมันต้องแปลว่าเป็น"ทฤษฎีแนวคิดของมาร-์กซ-์ค(")โดยคนที่แต่งขึ้นหรือว่าคนที่คิดแนวคิดนี้ขึ้นมาคนแรกก็คือคาร์ลมาร์CloudMark(กซ์)ก็คือชื่อของเขานั่นแหละแล้วเขาก็ใช้ชื่อนี้เป็นชื่อทฤษฎีด้วยนะคะคาร์ลมาร์กคะHowMuchเ(ซ์)นี่ยมีการศึกษาระบบการเมืองการปกครองเศรษฐกิจและวัฒนธรรมเข้าด้วยกันพ-่อเขามีการศึกษาสิ่งเหล่านี้เสร็จแล้วเนี่ยจริงๆแล้วคนเราอ(น)-่ะถ้าจะเก่งเฉยๆแต่ขาดผู้สนับสนุนเนี่ยมันก็จะทำให้ความคิดมันไม่ได้ไปไหนแบบเต็มที่นะคะมันอาจจะไปได้แหละถ้าคนที่เขามีความพร้อมแต่เผอิญมาร์ค(ก)เนี่ยเขาเก่งเขาสามารถคิดได้แต่ผู้ที่สนับสนุนแนวคิดเขาจนเป็นที่รู้จักได้นั่นก็คือเพื่อนของเขาชื่อเฟรดเดริกแองเอpa(ก)ลสtel(-์)ดังนั้นพอเราเรียนทฤษฎีมาร์กซค(-์)เราก็เลยจะต้องรู้จักทั้งชื่อมาร์กซค(-์)แล้วก็ชื่อของเฟรดเดอริค(ก)แองเก-ิลส์ในฐานะของผู้สนับสนุนแนวคิดนี้นะคะคราวนี้มาร์กซค(-์)มีการศึกษาสังคมแล้วก็แบ่งโครงสร้างของสังคมออกเป็นสn2(อง)โครงสร้างเดี๋ยวนักศึกษาจะมาลองตอบคำถามครูนะว่าตัวเองอ(น)-่ะที่อยู่ในสังคมในขณะนี้ตัวเองน่าจะอยู่ในโครงสร้างของสังคมส่วนไหนนะคะตัดคำว่า"ชนชั้นสูง""ชนชั้นกลาง"แล้วก็"ชนชั้นล่าง"ออกไปจากสารบบเก-่อาะ(น)เพราะว่าถ้าเราอ(น)-่ะเอาคำว่า"ชนชั้นสูง""ชนชั้นกลาง"กับ"ชนชั้นล่าง"เข้ามาในสารระบบเราก็จะนึกถึงสังคมแบบเก่าของไทยถูกไหมพ(ถ)-้ระสง(าชน)ฆ์ชั้นสูงก็จะเป็นพวกท่านขุนมูลนายทั้งหลายอะไรอย่างนี้อันนี้ไม่ใช่น-่ะตัดออกไปก่อนนะคะโครงสร้างของสังคมที่มาร์กซค(-์)ศึกษาบอกว่า1.โครงสร้างส่วนล่างคือระบบเศรษฐกิจอันประกอบด้วยการผลิตและความสัมพันธ์ทางการผลิตส่วนโครงสร้างส่วนบนก็คือประกอบด้วยการเมืองการปกครองระบบความคิดและค่านิยมความเชื่อดังนั้นจากโครงสร้างส่วนล่างกับโครงสร้างส่วนบนจึงเกิดเป็นส(2)องชนชั้นด้วยกันนั่นก็คือชนชั้นปกครองกับชนชั้นแรงงานชนชั้นปกครองคือผู้ที่ผูกขาดของเครื่องมือการผลิตทั้งหมดเช่นบุคคลที่มีอำนาจทางการเงินทั้งหลายเจ้าของกิจการทั้งหลายหรือนักการเมืองที่มีอำนาจทางการปกครองทั้งหลายนี่คือชนชั้นปกครองส่วนชนชั้นผู้ใช้แรงงานก็คือเหล่าลูกจ้างทั้งหลายหรือคนที่ต้องทำงานเพื่อให้ได้เงินเดือนในแต่ละเดือนเพราะมีนายจ้างเป็นผู้ให้เงินเดือนคำถามบ้านใครมีกิจการส่วนตัวบ้างคะในห้องนี้เปิดร้านขายของชำคิดว่าเราน่าจะอยู่ในชนชั้นไหนของสังคมได้หน-้(-่)าตา(จะ)ผู้ใช้แรงงานไม่ใช่เราอยู่ชนชั้นปกครองนะคะน-ักศางส(-ึกษ)าวรู้ไหมถึงอยู่ชนชั้นปกครองไม่ได้เป็นลูกจ้างใครอ(น)-่ะก็คือเป็นเจ้าของของตัวเองนี่คือชนชั้นปกครองในขณะเดียวกันเอ๊าไปเป็นข้าราชการครูเรียนจบออกไปเนี่ยไปเป็นข้าราชการครูแน่นอนเนี่ยอยู่ในชนชั้นไหนของระบบมาร์กซิสต์ผู้ใช้แรงงานโอเคไหมในที่นี้เขาไม่ได้ดูถูกเรานะคะนักศึกษาแต่เขากำลังมองในภาพของระบบเศรษฐกิจและทุนนิยมซึ่งแน่นอนแหละถ้าเรามองแบบชนชั้นทั่วไปเราก็จะบอกว่าเฮ้(อ๊)ยคด(ร)-ูเป็นชนชั้นกลางนะไม่ใช่ชนชั้นแบบล่างนะแต่ในที่นี้เขาไม่ได้บอกว่าเป็นชนชั้นล่างแต่เขาหมายถึงชนชั้นที่เอาเศรษฐกิจและการปกครองมาเป็นตัววัดดังนั้นถ้าคุณน่ะเป็นเจ้าของกิจการของตัวเองค-ุวร(ณ)เป็นเจ้านายตัวเองคุณก็จะต้องอยู่ในชนชั้นปกคล(ร)องเพราะว่าคุณมีอำนาจส่วนถ้าเกิดว่าคุณเนี่ยอ-ันยังต้องทำงานเพื่อให้ได้ค่าจ้างเพื่อให้ได้อะไรต่างๆสั(จา)กเจ้านายอยู่เนี่ยคุณก็จะอยู่ในชนชั้นแต(ร)-่งงานแต่ด้วยความที่ว่าในอดีตเขาไม่ได้เอาข้าราชการเข้าไปเกี่ยวข้องนะคะที่เขาใช้ระบบนี้เพราะว่าสังคมเราช่วงหนึ-่งอุตสาหกรรมเริ่มเข้ามาม-ีบทบาทแทนเกษตรกรรมมันก็เลยทำให้คนเนี่ยต้องออกไปใช้แรงงานมากยิ่งขึ้นมันก็เลยเกิดกลายเป็นชนชั้นปกครองกับชนชั้นแรงงานที่เกิดจากระบบอุตสาหกรรมนั่นเองดังนั้นเมื่อกี้ที่คก(ร)-ูถามไปว่าแล้วข้าราชการเนี-่(-้)ยควรจะอยู่ในระบบไหนโอเคแหละความเป็นจริงจต-ัด(าก)ตามระบบมาร์กซิสต์เราอาจจะอยู่ในชนชั้นผู้ใช้แรงงานแต่ว่าเราไม่ต้องแบบรู้สึกแย่ว่าเฮ้ยทำไมฉันถึงได้เป็นแค่นี้ล่ะนะคะเพราะว่าเขาส่วนใหญ่เขาจะเอาไปเกี่ยวข้องกับระบบอุตสาหกรรมแล้วก็ระบบเศรษฐกิจนะคะข้าราชการอาจจะเป็นอีกส่วนหนึ่งก็ได้นะคะคเช(ร)-้าวนี้จากชนชั้นปกครองกับชนชั้นผู้ใช้แรงงานเนี่ยมันก็เลยทำให้เกิดคำว่า"เอารัดเอาเปรียบ"กล-ับ"ถูกเอารัดเอาเปรียบ"ยกตัวอย่างแบบง่ายๆเราเห็นตึกใหญ่ๆสวยๆมีกรรมกรแล้วก็มีเจ้าของตึกผู้ที่ลงทุนผู้ที่เป็นนายทุนทุกอย่างเวลาที่เขาชมว่าโอ้โหตึกสวยขนาดนี้เขาชมเจ้าของตึกหรือว่าเขาชมกรล-ั(ร)บมกา(ร)อะไรนะคะชมเจ้าของตึกเขาไม่ได้มาชมหรอกว่าใครเป็นคนสร้างโอOK(เค)ไหมถึงแม้ว่ากรรมกรนั่นแหละเป็นผู้ที่มีส่วนหลักในการที่ทำให-้ตึกนี-้ทั้งสวยแล้วก็ได้มาขนาดนี้ก็เลยกลายเป็นว่าโอ้โหกรรมกรทำงานดีแค่ไหนก็ตามแต่กรรมกรรวยไหมคะก็ไม่ได้รวยแต่คนที่รวยก็คือเป็นนายทุนหรือเจ้าของตึกมันก็เลยทำให้ม-๊าร์กซเ(-์)นี่ยเริ่มสังเกตสิ่งเนี้ยโอ-้(-๊)ยคนทำแรงงานเนี่ยทำให้ตายก็ไม่รวยสักทีแต่คนรวยเนี่ยกลับไ(เ)ป-็ใ(น)นายทพ-ู(-ุ)นเจ้าของรวยเอ-๊ารวยเอารวยเอาเลยกลายเป็นสิ่งนี้แหละที่มาร์กซ์นคแต(-ี)-่มองว่าไอ้ชนชั้นปกครองน่าจะเป็นผู้เอารัดเอาเปรียบในขณะที่ชนชั้นผู้ใช้แรงงานจะเป็นผู้ถูกเอารัดเอาเปรียบนะคะบพ(ท)-ี-่น-ี-ิ(-้)จากสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นมันก็เลยทำให้เกิดการสำนึกและแปลกแยกทางชนชั้นข้อแรกเลยคุณค่าของมนุษย์ถูกลดทอนลงให้เหลือเพียงแค่สินค้าผลกำไรการแบ่งแยกงานทำให้ผู้ผลิตถูกลดค่าลงเป็นเพียงองค์กรเล็กๆหรือเครื่องจักรถ้(ค่)าส(จ)ร-้างที่ส(ช)นใช้แรงงานได้รับเป็นเพียงส่วนน้อยคิดภาพไม่ออกคิดถึงคนสร้างตึกกรรมกรที่ครูพูดเลยอันนี้ก็คือครบทั้ง3ข้อเลยอย่างเช่นถูกลดค่าคนให้เหลือเป็นเพียงองค์ประกอบเล็กๆหรือเครื่องจักรก็เพราะว่าเขาไม่ได้เห็นคุณค่าของกรรมกรพ(ท)-ี่สร้างตึกเลยอ(น)-่ะเขากลับมองว่าโอ-้โหนายทุนเนี่ยเก่งจริงๆเลยพ(ท)-ี่สามารถลงทุนแล้วทำให้ได้ตึกสูงและใหญ่ขนาดนี้เป็นต้นนะคะมันก็เลยทำให้ชนชั้นแรงงานทั้งหลายเนี่ยเริ่มสำนึกว่าตัวเองถูกเอารัดเอาเปรียบแล้วก็เริ่มที่จะคิดต่อต้านขึ้นมานะคะนักศึกษาจริงๆแล้วควร-ูจะมีหนังให้ดูอีกเรื่องหนึ-่งเหมือนกันแต่ว่าเราดูคา(-ั)งค-ุกใ(ไ)บแล-้ะ(ว)อย่างน้อยก็ก็(พอ)เห็นภาพเหมือนกันนะคะข้(คั)างค-ุ-ู-่(ไ)ใบเนี-่(-้)ยเป็นแถบเอเชียที่เราเห็นเราจะเห็นลักษณะที่มันใกล้เคียงกับสังคมไทยนิดหนึ-่งเพราะเป็นเอเชียเหมือนกันแต่อาจจะแตกต่างกันตรงที่ว่าเขาอาจจะ…ถึงแม้ว่าทุกอย่างเขาจะพัฒนาแค่ไหนแต่ระบบความคิดของเขายังคงเป็นอนุรักษ์นิยมอยู่นักศึกษาพอที่จะเห็นภาพชนชั้นปกครองกับชนชั้นแรงงานที่เกิดขึ้นในคล-ังค-ุร-ู(ไ)ใบไหมคะใครอยู่ในชนชั้นปกครองบ้างอำนาจอะไรนะคะราฮ-ี(-ิ)มอุ๊ยมหน-้(ร)าฮห*(-ิ)หมอ๋อที่เป็นพี่[เสียงหัวเราะ]โอเคคืนพี-่(อ)…คือจำผิดคิดว่าคนที่มาทำร้ายคร-ั-้งคุไบโอเคอะไราฮิมห(ร)น้าห*(ฮิ)ม-ึงเนี่ยจริงๆแล้วไม่ได้มีอำนาจทางการเมืองใดๆเลยแค่มีอะไรคะมีเงินก็กลายเป็นมาเฟียแล้วก็มีอำนาจได้นี่ก็คือ1แล-้ะ(ว)2.นายกน(ฯ)ายกเขาอาจจะไม่ได้บอกว่านายกฯมีอำนาจทางการเงินถูกไหมแต่ที่แน่ๆนายกฯมีอำนาจทางการปกครองมันก็เลยกลายเป็นว่าคุณอ(ด)ย-ูคังคุ-่ข้างๆเ(ไบ)นี่ยค-ุวร(ณ)จะเห็นภาพเลยว่าเฮ้ยนายค(ท)-ุณ(น)เนี่ยคนที่มีอำนาจเนี่ยเงินเนี่ยคือที่สุดหรือถ้าตัดเรื่องเงินไปอำนาจอีกอย่างหนึ-่งที่เป็นที่สุดก็คือการป(…)รับการปกครองนั่นเองนะคะฉพ(ะ)นัก(-้)งานท(ค)-ังค-่ว(-ุ)ไป(บ)ควร(-ุณ)จะเห็นภาพที-่น-ี้ท-ี่คถ(ร)-ูกขึ้นรูปภาพนี้เพราะว่าอ่านเทอมที่แล้วครูจะให้ดูหนังเรื่องนี้เนาะหนังเรื่องนี้จะอธิบายคร่าวๆก่อนว่านายทุนกับลูกจ้างลูกจ้างถูกกดขี่ข่มเหงอย-่-ั(า)งไง(ร)บ้างนะคะผู้ชายคนแรกที่เป็นนายทุนเนี่ยเขาเป็นเหมือนกับผู้จัดการบริษัทแล้วเขามีนโยบายมาว่าอยากที่จะเอาพนักงานออกเพราะว่าเพื่อนลดรายจ่ายของบริษัทเพราะยิ่งถ้าเกิดว่าอายุมากขึ้นอย่างรูปลูกจ้างคนนี้คือเขาอายุมากแล้วใช่ไหมคนที่มีอายุมากขึ้นทำงานบริษัทหรือทำงานอะไรก็ตามที่เป็นเอกชนเขาก็จะไม-ี-่ถ(ฐ)าม(น)เงินเดือนสูงขึ้นฉะนั้นบริษัทก็เลจ-้า(ยอ)พระยากที่จะจัดการกับคนที่ไม-่ถ(-ีฐ)าม(น)เงินเดือนเนี่ยให้ออกเสียแต่วิธีการจัดการของเขาอันนี้เป็นสังคมอเมริกานะคะไม่ใช่เอเชียแล้วนะวิธีการจัดการของเขาก็คืออ้าวไหนเธอลองไปเขียนรายงานมาดูซ(ส)-ิว่าเธอน่ะทำอะไรที่เป็นคุณงามความดีให้กับบริษัทบ้างแล้วถ้าเกิดว่าเธอเขียนดีฉันจะจ้างเธอต่อแต่ถ้าเขียนไม่ดีไม่ถูกใจฉันก็จะให้เธอออกนะเพราะว่าเป็นนโยบายที่ต้องลดรายจ่ายของบริษัทไปนะคะเช้(คร)าวนี้ผู้ชายคนนี้ทีแรกเขาก็คิดแบบนั้นแหละนักศึกษาคิดว่าจะเขียนรายงานแต่คราวนี้เขานึกขึ้นมาได้ว่าเฮ้ยการกระทำแบบนี้มันก็คือการกระทำแบบกดขี่เค(ข)-้าทางอ้อมแล้วก็ไม่ยุติธรรมสำหรับการที่เขาเป็นลูกจ้างแล้วทำงานมีรายได้ให้แก-ั-่(บ)บริษัทมาเป็นสิบ10-(ๆ)20ปีเนี่ยเค(ข)-้าก็เลยใช้วิธีการต่อต้านด้วยการบอกว่าถ้าผมจะออกผมต้องได้เงินเดือนพ(ท)-ี่เอ-้อก(ย…)เงินที่เป็นค่าชดเชยก็คือเงินเดือน1ปีของผมบางคนบอกว่าเฮ้(อ๊)ย1ปีไหน-ี่เยอะนะเพราะว่าบางทีอ(น)-่ะบางบริษัทที่ได้โบนัสแค่2เดือน3เดือนน-ี่ก็เยอะแล้วแต่อันนี้ไม่ใช่โบนัสแต่นี่ต้องเป็นเงินเดือนตลอด1ปีของเขาก็คือ12เดือนเขาต้องได้เงินก้อนนี้นะคะก็เลยเกิดเป็นการต่อสู้ของชนชั้นแรงงานเกิดขึ้นนะคะถ้าเกิดว่าเราดูหนังเรื่องนี้เราจะเห็นภาพว่าสังคมปัจจุบันเนี่ยไม่ต้องเอาไปพูดถึงกรรมกรหรอกแค่บริษัทที่แต่งตัวหรูเนี่ยแต่งตัวดีกว่ากรรมกรตั้งเยอะก็ยังถูกกดขี่ข่มเหงในเรื่องของในายทุนกับลูกจ้างเลยนะคะก็เลยทำให้เราเห็นว่าสังคมเนี่ยมันเริ่มเป็นแบบนี้มาตั้งแต่ในช่วงอุตสาหกรรมเข้ามามีบทบาทกับสังคมมีใครเห็นลักษณะนี้ในนวนิยายหรือในหนังอะไรเรื่องไหนบ้างไหมคะที่ถูกกดขี่นายจ้างกับลูกจ้างหรือแม้กระทั่งนักศึกษาสิ่งที่ครูพูดไปแล้วแต่ว่าอาจจะลืมเน้นย้ำก็คือการลดทอนความเป็นมนุษย์เห็นคุณค่าของเงินมากกว่าคุณค่าของคนจำสตรีนิยมแนวมาร์กซิสต์ได้ไหมที่ครูยกตัวอย่างว่าเนี่ยพ่อติดหนี้แล้วก็เลยเอาลูกสาวไปใช้หนี้แทนอย่างเ(น)ง-ี้ยอันนี้ก็คือการลดคุณค่าของคนโดยให้คุณค่าของเงินมากกว่านั-้(-่)นเองนะคะแต่เผอิญว่าพ(ท)-ี่ยกตัวอย่างไปก็คือจะเป็นการที่ผู้หญิงถูกกดขี่ข่มเหงนะแต่ว่าถูกกดขี่ข่มเหงแนวมาร์กซิสต์ก็คือนี่แหละค่ะก็คือการให้คุณค่าของเงินนั-้(-่)นเองทีนี้การวิจารณ์วรรณกรรมมาร์กซิสต์ในประเทศไทยส่วนใหญ่จะมีการตรวจสอบทัศนคติของผู้เขียนก่อนว่ามีแนวคิดสอดคลข(-้)องหรือขัดแย้งกับอุดมการณ์สังคมนิยมอย-่-ั(า)งไง(ร)เวลาเราอ่านเราก็จะรู้ว่าน้ำเสียงของผู้แต่งเนี่ยเขากำลังพูดถึงสังคมอย-่-ั(า)งไง(ร)บ้างนะคะแล้วก็จะให้ความสำคัญกับเนื้อหามากกว่ารูปแบบคำว่าเนื้อหามากกว่ารูปแบบก็คือคุณอาจจะเขียนตามรูปแบบถูกหรือไม่ถูกก็แล้วแต่แต่เขาจะเตอ(น้)นอ่านที่ว่าเนื้อหาคุณต้องการจะสื่ออะไรคำว่า"รูปแบบ"ถ้าจะยกตัวอย่างก็อย่างเช่นถ้าเป็นกลอนก็ต้องถูกต้องตามฉันทลักษณ์ประมาณนี้นะคะแต่ถ้าเป็นร้อยแก้วก็อาจจะมีรูปแบบเฉพาะในแต่ละแบบนั-้(-่)นเองมีการเพ่งเล็งบทบาทของนักเรียนคอยชี้แนะสนับสนุนให้นักเรียนหันมาสร้างวรรณกรรมแนวประชาชนนั่นก็คือเน้นแนวที่เป็นแนวความจริงอ(น)-่ะสามารถใช้ได้จริงนะคะใช้ได้จริงก็คืออ่านแล้วมันคิดวิเคราะห์ได้มันเอาไปใช้ประโยชน์ต่อได้นั่นเองนะคะหลักในการวิจารณ์ในแนวคิดนี้นั่นก็คือคุณต้องวิเคราะห์เนื้อหาร่วมกับสภาพสังคมเป็นหลักแล้วก็พิจารณาหาความเชื่อมโยงระหว่างวรรณกรรมกับสังคมแบบกลับไปกลับมาให้ได้อย่างเช่นคุณอ่านแล้วคุณต้องดูที(สิ)-่ว่ามันตรงกับสังคมในด้านใดไหมแล้วพอสังคมในด้านนี้มีก็ลองกลับไปดูอีกรอบว่ามันสอดคล้องกับเนื้อหาจริงหรือไม่นะคะแล้วก็พิจารณาถึงอิทธิพลของวรรณกรรมนั้นว่ามีกับผลกระทบต่อจิตใจกับคนในสังคมหรือไม่นะคะที-่นี้เดี๋ยวครูจะให้ลองอ่านเรื่องสั้นแบบสั้นๆเลยก็คือ"ซิ่นไหมผืนเก่า"ที่ครูส่งเข้าไปในกลุ่มนะคะเดี๋ยวจะให้ลองอ่านดูแล้วจะมาลองช่วยกันวิเคราะห์ดูว่าเอ๊ะเรื่องนี้จริงๆมันเป็นเรื่องสั้นที่ธรรมด-๊าธรรมดาแต่คก(ร)-ูอยากรู้ว่าเราอ(น)-่ะพอเห็นอะไรที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับสังคมหรือมีอะไรที่สามารถพูดถึงมาร์กซิสต์ระบบมาร์กซิสต์ในเรื่องนี้ได้บ้างไหมนะคะเดี๋ยวลองอ่านสัก10นาทีละกันมี…จริงๆมันมีแค่2แผ่นนะคะมีแค่2แผ่นแต่ว่าให้อ่าน10นาทีเพราะว่าอยากให้อ่านแล้วก็คิดวิเคราะห์ตามด้วยอุ๊ย10นาทีเยก็(อะ)ไป5นาทีแล-้ะ(ว)กันเนาะอ่านแป๊บเดียวอ่าน5นาทีนะคะสิ่งแรกเดี๋ยวเราจะมาลองพิจารณาแบบภาพรวมก่อนว่า1.ตัวละครมีกี่ตัวพิจารณาก่อนภาพรวม2.ฉากที่เกิดขึ้นมีที่ไหนบ้าง3.เหตุการณ์ที่น่าสนใจคืออะไร4.เจอมาt(ร)-์กซิสhermage(ต์)ที่อยู่ในนี้หรือไม่1.ตัวละครกี่ตัวดูคร่าวๆ2.ฉากมีที่ไหนบ้าง3.เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่น่าสนใจมีอะไรแล้วก็4.มีเรื่องราวอะไรที่สามารถสอดคล้องกับมาร์กซิสต์หรือไม่เดี๋ยวลองอ่านดูก่อนนะคะจบหรือยังได้คำตอบหรือยังคะยม-ึ(-ั)งอ่านอยู่ใช่ไหมโอเคพอแล้วนะคะคาดว่าน่าจะเส(ก)-ือก(บ)ครบทุกคนแล้วคราวนี้เดี๋ยวจากะพ(ท)-ี่อ่านครูขออธิบายเรื่องนี้ให้ฟังแบบภาพรวมก่อนเนาะเรื่องนี้ชื่อเรื่องคือ"ซิ่นไหมผืนเก่า"แปล(ต่)ว่าเป็นเรื่องที่ไม่ได้เกิดขึ้นในประเทศไทยนะคะเป็นประ…เป็นเรื่องที่ได้รับรางวัลซีไรต์ของประเทศลาวซีไรต์ไม่ได้มีแค่ประเทศไทยประเทศเดียวนะคะมีหลายประเทศในเอเชียเดี๋ยวเราก็จะได้รู้ว่าเออไอ-้ที่เราได้ซีไรต์เนี่ยของเ(ล)ราวเขาก็มีซีไรต์เหมือนกันซึ่ง"ซิ่นไหมผืนเก่า"ก็เป็นหนึ่งในเรื่องสั้นที่เคยได้รับรางวัลย(ซ)-ีไราฟ(ต์)ของลาวนะคะนั่นแสดงว่าต้องมีอะไรที่มันโดดเด่นแล้วก็น่าสนใจแน่ๆถึงเนื้อหาม-ันจะส-ั-้นแค่2หน้ากระดาษแต่คก(ร)-ูเชื่อว่ามันมีอะไรที่มากกว่า2หน้ากระดาษนะคะอันดับแรกคำถามที่บอกว่าตัวละครในเรื่องมีทั้งหมดท(ก)-ี่ตัวลองตอบก่อนค่ะมีกี่ตัวหา34เฮ้ยตกลง3หรือ45โหเดี๋ยวมี3,4,5คือเพื่อนหันข(ค)วับเลยเอ-้าถ้าอย่างน-ั้นคือตัวที่1ที่ว่าคือใครคะแม่2.เปี๊ยกลูกชายใช่ไหม3.นเมื่อวา(ล)นลูกสาว4.พ่อค้าแล้วคนที่5ล่ะคะกลุ่มชาวบ้านอ๋อของเราเอากลุ่มชาวบ้านด้วยโอเคทีนี้คก(ร)-ูจะบอกวิธีการที่เราอ(น)-่ะจะเอาไปใช้ตอนที่วิจารณ์นวนิยายนะคะถ้าเกิดว่าคนที่อาจจะไม่เด่นในเรื่องเท่าไหร-่เราสามารถตัดไปได้เหมือนกับตอนที่ครั้งที-่แล้วครูบอกว-่าเอ๊ยถ้าเดินผ่านแล้วแวะซื้อผลไม้กับแม่ค้าแต่แม่ค้าเขาไม่ได้มีความสำคัญอะไรกับพระเอกก็ไม่ต้องใส่เข้าไปก็ได้นะคะฉะนั้นตรอน(ง)นี้ตัดได้ถ้าเราเห็นก็ไม่เป็นไรก็ตัดได้นะคะฉะนั้นตัวละครที่พูดถึงเมื่อกี้หลักๆก็น่าจะมีทั้งหมด4ตัวโอเคนะคราวนี้ตัวละครใดน่าจะเป็นตัวละคp(ร)เorn(อก)ตัวละครใดน่าจะเป็นตัวละครรองและตัวละครใดน่าจะเป็นตัวละส่วน(คร)ประกอบคะจาก4ตัวทุกคนต้องมีบทบาทหมดใครเป็นเอกให้แม่ถูกต้องนะคะตัวละครเอกน่าจะเป็นแม่แค่ตัวเดียวด้วยโอเคนะคะใครเป็นตัวละครรองนวลโอเคใครเปมี(-็น)ตัวละครประกอบพ่อค้ากับเปี๊ยกได้วยไหมถ้าเปี๊ยกกับพ่อค้าใครสำคัญกว่าในเรื่องมีเปี๊ยกมีใครให้พ่อค้าไหมคะมีท-ัา(-้)งพ่อค้ามีทั้งเปี๊ยกครูมองว่าพ่อค้าสำคัญกว่าเปี-่(-๊)เซียะ(ก)ดังนั้นถ้าเกิดว่าเราอ(น)-่ะจะเรียงลำดับตอนที่เราจะวิจารณ์วรรณกรรมที่เป็นตัวละครนะคะอันนี้คือเราจะเรียน(ง)สัปดาห์หน้าอีกทีหนึ-่งแต่ว่าอันนี้แค่ๆให้รู้ไว้ก่อนคร่าวๆถ้าเราจะเรียงลำดับเราจะเรียงจากแม่แล้วก็มานอน(วล)แล้วก็มาพ่อค้าแล้วก็ค่อยมาเปี๊ยกโอเคนยักษ-์(ะ)เพราะว่าคนที่บอกว่าพ่อค้าน่าจะมาก่อนเปี๊ยกน-ี่เพราะว่าพ่อค้ามีอิทธิพลที่ทำให้ตัวละครเอกเก-ิดความรู้สึกนึกคิดอะไรบางอย่างโอเคไหมฉะนั้นพ่อค้าก็เลยสำคัญกว่าถ้าบางคนจะบอกว่าเม(ป)-ี-๊ยกก็สำคัญนะเพราะเม(ป)-ี-๊ยกเป็นคนเรียกแม่ให้ไปซื้อผ้าก็สำคัญแหละแต่สำคัญแบบรองจากพ่อค้าอีกทีหนึ-่งเพราะว่าคนที่มีอิทธิพลกับความรู้สึกของแม่มากกว่าก็น่าจะเป็นพ่อค้านะคะนี่ก็คือวิธีการเรียงลำดับนะคราวนี้เมื่อกี้ถามตัวละครต่อไปฉากในเรื่องมีที่ไหนบ้างคะ1.บ้าน2.2.ตรงที่ซื้อของใช่ไหมเหมือนในนั้นเขาเขียนว่าจะเป็นท้ายหมู่บ้านหรือเปล-่ะ(า)ใช่ไหมคะเอออันนั้นเราก็เขียนเป็นฉากได้นะคะว่า1.คือบ้าน2.ท้ายหมู่บ้านซึ่งฉากในที่นี้อาจจะพูดถึงบรรยากาศก็ได้โดยฉากเป็นได้ทั้งสถานที่เป็นได้ทั้งบรรยากาศถ้าเราอ(น)-่ะจะอธิบายแยกว่าฉากที่เป็นสถานที่จะมีอยู่แค่2ที่ก็คือบ้านกล-ับทข(-้)ายหมู่บ้านอันนั้นเป็นฉากสถานที่ส่วนฉากที่เป็นบรรยากาศก็อาจจะเป็น1.ฉากที่แม่คุยกับนวลก่อนนวด(ล)คุยกับแม่พูดผิดมั(นะ)นวลคุยกับแม่ก่อนในตอนแรกใช่ไหมค-่ะแล้วก็ฉากที่ส(2)องก็คือฉากพ(ท)-ี่แม่ไปซื้อของกับพ่อค้าที่ท้ายหมู่บ้านแล้วก็ฉากที่3ฉากที่นวลเอาผ้ามาให้แม่อันนี้เป็นฉากที่เป็นบรรยากาศฉะนั้นเวลาที่เราอ(น)-่ะจะแยกหรืออธิบายก็ลองพิจารณาว่าคุณอธิบายเป็นฉากบรรยากาศหรือว่าฉจะ(าก)เป็นสถานที่นะคะแต่ก็ได้ทั้งส(2)องเหมือนกันคราวนี้3.เหตุการณ์สำคัญในเรื่องเหตุการณ์สำคัญในเรื่องนักศึกษาคิดว่ามีเหตุการณ์สำคัญอะไรบ้างเหตุการณ์สำคัญในเรื่องน่าจะมีเหตุการณ์สำคัญอะไรบ้างอะไรนะคะนวลไปซื้อผ้าซิ่นผืนเก่าของแม่อันนี้ก็สำคัญห(1).มนึ่งม(-ี)อ-ีกไหมคะสำคัญในเรื่องแม่ก็ซื้อผ้าซิ่นผืนใหม่ก็เป็นเหตุการณ์สำคัญ2.แล้วก็เหตุการณ์สำคัญที่3คือแม่มาเห็นว่าผ้าซิ่นผืนใหม่ของนวลก็คือผืนเก่าของตัวเองโอok(เค)นะคะฉะนั้นเหตุการณ์ที่สำคั2(ญ)น่าจะมีหลักๆ3เหตุการณ์ในเรื่องนี้ฉะนั้นฝ(จ)ากที่เราอ(น)-่ะประมวลแบบคร่าวๆคือประเมินพูดผิดประเมินคร-่าถ้(วๆ)าว่าง(จ)ปากตัวละครเป็นแบบนี้เหตุการณ์เป็นแบบนี้ฉากเป็นแบบนี้นักศึกษาคิดว่าในเรื่องนี้มีอะไรที่เกี่ยวกับมาร์กซิสต์บ้างไหมคะคก(ร)-ูขอเริ่มต้นจาก1.เลยเห็นชนชั้นของสังคมที่อยู่ในเรื่องนี้บ้างไหมคะเห็นชนชั้นของสังคมที่อยู่ในเรื่องนี้บ้างไหมคะเห็นในายทุนไหมคะในเรื่องนี้นายทุนคือใครพ่อค้านายทุนที่อยู่ในโครงสร้างส่วนค(บ)นของสังคมเมื่อกี้เน-ี้(-่ะ)ยเอ(จ)อการเอารัด(ฐ)เอาเปรียบคนไหมคะเจอถูกไหมซึ่งไอ้เมื่อกี้นั่นแหละก็คือแม่ถูกไหมคะฉะนั้นเอาแบบง่ายๆเลยแค่ว-ั(ร)รณกรรมนนี้ทำแบบง่ายๆเรื่องสั้นๆบางทีอาจจะเหมือนไม่มีอะไรในเรื่องเลยแต่เราก็ตื่(เจอ)นแล้ว1ที่เกี่ยวกับมาร์กซิสต์ที่มันสามารถเชื่อมโยงไปได้พ(ท)-ี่บอกว่าระบบนายทุนสามารถเอาเปรียบคนได้นะเพราะอะไรถึงบอกว่าอย่างนั้นเขาซื้อของจากแม่ในราคาที่ผ(ถ)-ู-้(ก)เพราะเขารู้อยู่แล้วว่าของชิ้นนี้ถ้าเขาเอาไปขายต่อมันได้แพงกว่าอยู่แล้วรู้ทั้งรู้อ(น)-่ะเพราะอะไรถึงเป็นแบบนั้นก็เราอ่านไปจนถึงตอนจบไงพ(ท)-ี่นวลก็ซื้อผ้าถุงของแม่นั่นแหละกลับคืนมาแถมราคาต่างกั-ำ(น)มากด้วยแม่ขายในราคาเท่าไหร-่คะนี่แม่ขายไปราคาเท่าไหร-่400กี-่(บ)ซึ่งแกยังรู้สึกภูมิใจด้วยเพราะว่าแกกะจะเอาไปแลกใช่ไหมก็เป็นเหมือนบ้านเรานี่แหละนักศึกษาที่เขาจะแบบแร(ล)กอ(ก)-ัน(บ)แร(ล)กขใช้(าย)กับขายใ(เ)คร(ย)ก็ได-้ยินบ่โอเคถ-้าเคยได้ยินนะคะมันก็จะเป็นแบบนั้นแหละเขาก็จะพูดประมาณว่าเออแม่(ลก)ก็ได้ขายก็ได้แต่แม่เนี่ยภูมิใจตรงที่ว่าแม่ไม่ได้แค่อย(แล)ากได้อย่างเดียวนะเขายังเอาเงินคืนมาให้แม่ด้วยอีกตั้ง400กีบแหน-่(ะ)แต่ในขณะเดียวกันนวลซื้อมาให้แม่ห(ใ)น-่อยราคาเท่าไหรค-่ะ10(4),000กีบซึ่งราคาแบบโอ้โหแม่ช็อกขึ้(คือ)นให(น)-้เรื่องมันจบด้วยที่ว่าแม่พูดอะไรไม่ออกถูกไหมคะแต่ผู้อ่านก็สามารถที่จะประเมินได้เองว่าโหแม่คงเสียใจมากว่าฉันเอาของในราคาขนาดนี้ไปขายแค่ในราคา400กีบแล้วกลายเป็นว่าลูกสาวฉันเนี่ยต้องซื้อกลับคืนมาอีกประมาณนี้นะคะนี่ก็เลยกลายเป็นว่ามันดูเหมือนจะไม่มีมาร์กซิสต์นะแต่ว่าไอ้นี่ไงไอ้ระบบเศรษฐกิจและทุนนิยมนมา(-่ะ)มันก็กดขี่ค-ุน(ณ)ได้ด้วยวิธีการใดวิธีการหนึ31(-่ง)นะคะเรื่องที่ครูเอามาให้อ่านมันเป็นแค่เรื่องสั้นๆแค่แบบอาจจะเป็นแค่ส่วนน้อยของมาร์กซิสต์แต่อย่างน้อยคก(ร)-ูเชื่อว่าถ้าเป็นเรื่องที่มันยาวขึ้นหรือแม้กระทั่งเรื่องที่นักศึกษาอ่านนวนิยายก็อาจจะมีก็ได้อย่าเพิ่งละเลยมันไปนะคะที-่น-ิไ(-ี้)ปไหนๆก็พูดถึงเรื่องสั้นเรื่องนี้ที่เป็นของเ(ล)ราวแล้วมันก็จะมีเรื่องที่ครูอยากให้นักศึกษาสังเกตเพิ่มเติมเวลาอ่านอะไรก็ตามอย่ามองแค่ผิวเผินๆเพราะว่าในเรื่องเนี่ยมันอาจจะเป็นแค่ภาพของแม่ที่ขายผ้าซิ่นในราคาถูกแล้วก็ได้ผ้าซิ่นเก่ากลับมาในราคาแพงมันอาจจะดูเหม-ื-ั(อ)นแค่นั้นแต่จริงๆแล้วเรื่องเนี้ยเขากำลังสะท้อนภาพสังคมลาวอยู่นะคะนักศึกษาเขากำลังจะบอกว่าสังคมชนบทของเล(ร)าว(น)อ-่ะการศึกษาถ้ายังเข้าไม่ถึงคนก็จะถูกเอารัดเอาเปรียบง่ายๆนี่คือเขากำลังจะบอกถ้านักศึกษาฟังแบบนี้ปุ๊ก(บ)มันเหมือนสังคมไทยไหมคลข(-้)ายไหมคลส(-้)ายอยู่นะที่คก(ร)-ูเอาเรื่องนี้มาหรือแม้กระทั่งนักเขียนไทยชอบเอาเรื่องนี้มาวิจารณ์ก็เพราะว่าเขากำลังเปรียบเทียบกับสังคมไทยอยู่ว่าจริงๆแล้วอ(น)-่ะถึงแม้ว่าไทยอ(น)-่ะจะเจริญกว่าเล(ร)าวไปเยอะแต่สภาพสังคมชนบทบางอย่างก็ยังคล้ายกันอยู่อย่างเช่นคนที่มีการศึกษาอาจจะเป็นกลุ่มชนกลุ่มน้อยของสังคมชนบทก็ได้ที่อาจจะเลี่ยงการถูกเอารัดเอาเปรียบได้แหละแต่มันก็เป็นแค่ชนกลุ่มน้อยของชนบทเท่านั้นแต่ส่วนใหญ่คนส่วนใหญ่ที่ไม่ได้รับการศึกษาก็ยังคงถูกเอารัดเอาเปรียบอยู่ถึงแม้ว่าสังคมจะเจริญก้าวหน้าไปแค่ไหนก็ตามนะคะแล้วก็อีกอย่างหนึ-่งเขาต้องการจะสื่อด้วยว่าสังคมลาวอ่ะในชนบทไม่ค่อยให้ความสำคัญกับสิ่งที่ตัวเองมีอย่างเช่นผ้าถุงนี่แหละผ้าถุงที่ในตอนท้ายเนี่ยแม่เข้าใจว่ามันเก่าแล้วเนี-่(-้)ยแต่ว่าในระดับอีกระดับหนึ-่งเขากลับมอา(ง)ว่าอันนี้เป็นสิ่งที่มีคุณค่าที่ควรที่จะรักษาอนุรักษ์ไว้ที่เป็นวัฒนธรรมของเ(ล)ราวได้นะคะนี่ก็คือเหมือนกับเรื่องนี้มันไม่ใช่แค่เรื่องสั้นที่ธรรมด-๊าธรรมดาแต่จริงๆมันยังแฝงภาพสะท้อนสังคมอยู่ซึ่งมันก็เป็นแนวสัจจนิยมที่บอกว-่าเป็นงานเขียนที่เน้นความจริงที่เป็นแนวสะท้อนหรือเสียดสีสังคมเป็นหลักนั่นเองนะคะอันนี้ก็คือจะเป็นมาร์กซิสต์ที่ต่อจากสัปดาห์ที่แล้วก็คือสตรีนิยมนะคะคราวนี้อีกเนื้อหาของทฤษฎีหนึ่งก็คือPracticalCriticแพรคติคอลปริซึม(ism)นะคะที่ใ(ถ)ห-้าอยูกด(-่)ในสไลด์อันนี้จะเป็นทฤษฎีแรกที่ครูเอาขึ้นไว้ให้แต่ว่าคราวนี้Practicalequ(Cr)iseticiu(s)mเนี่เดี๋ยวแป๊บหนึ่งนะคะทฤษฎีนี้จะเป็นทฤษฎีที่แตกต่างจากทั้ง2ทฤษฎีเมื่อกี้ที่กล่าวมาเพราะว่าทฤษฎีนี้จะมุ่งให้วิเคราะห์ตัวบทวรรณกรรมเป็นหลักโดยจะให้มีการวิเคราะห์อย่างละเอียดไม่ว่าจะเป็น…เดี๋ยวสักครู่นะคะไม่ว่าจะเป็นลักษณะของวรรณกรรมพ(ท)-ี่ผู้อ่านหรือผู้วิจารณ์เนี่ยต้องเริ่มจากการเล่าเรื่องย่อให้ได้จับใจความมุ่งหมายของการแต่งให้ได้ปรัชญาและแนวคิดนิยมในการแต่งหรือว่าข้อคิดนี่แหล-่ะค่ะถ้าเราจะพูดให้เข้าใจง่ายเนาะข้อคิดหรือว่าแนวนิยมในการแต่งของเขาเนี่ยเป็นแนวไหนนะคะรูปแบบเนื้อเรื่องตัวละครบทสนทนาแล้วก็สถานที่ถ้าสังเกตมันจะเป็นสิ่งที่ครูเริ่มถามนักศึกษาเมื่อกี้ว่าตัวละครเป็นอย-่-ั(า)งไง(ร)ฉากเป็นอย-่-ั(า)งไง(ร)หรือแม้กระทั่งเหตุการณ์เป็นอย-่-ั(า)งไง(ร)บ้างนะคะแล้วครูก็เลร(-่)าว่าเอออ-ันนี้มันสะท้อนแนวคิดอย-่-ั(า)งไง(ร)บ้างนี่ก็คือเป็นสิ่งที่การวิจารณ์แบบPracticap(l)Cac(r)iticve(i)smเหมือน-ี่เขาจะใช้การวิจารณ์ตามแบบรูปแบบหรือโครงสร้างของตัวบทวรรณกรรมเป็นหลักนะคะก(ผ)-ู-้คิดแนวคิดนี้ก็คือIไอ(.)A.Ric-้เอริช(h)arาร-์ด(ds)นะคะเดี๋ยวดูลักษณะนิดหนึ-่งเนาะโดยIi(.)A.Richaริชาร-์ดเ(rds)นี่ยเขาจะพยายามให้ผู้ที่วิจารณ์นี่ศึกษาแล้วก็วิเคราะห์โดยละเอียดให้เป็นไปตามหลักข(ษ)ณะของภาวะวิสัยภาวะวิสัยเนี่ยจะต่างจากๆ(")อัต"รา(")ภาวะ(")จะแปลว่าความเกิดความเป็นความมี"น(ว)-ิสัย"คือความสามารถฉะนั้น"ภาวะวิสัย"ก็คือจะเป็นไปตามรูปแบบความจริงเป็นหลักเอ-้าเนื้อหามันเป็นอย-่-ั(า)งไง(ร)มันก็ต้องเป็นแบบนั้นส่วนอัตวิสัยจะเป็นลักษณะของตัวตนของผู้เขียนหรือผู้วิจารณ์นะคะนี่ก็เลยจะบอกว่าลักษณะของการวิจารณ์แบบPt(r)acticalP(C)riticismเนี่ยจะไปตรงกับเรื่องราวในสัปดาห์หน้าที่ครูจะสอนนั่นก็คือการวิจารณ์เรื่องอ(ส)-ั-้นด(ก)-ับนวนิยายที่จะเป็นแบบหัวข้อรูปแบบที่เป็นโครงสร้างของเรื่องสั้นกับนวนิยายเลยนะคะคก(ร)-ูก็เลยจะยังไม่ได้ลงลึกมากเพราะเดี๋ยวสัปดาห์หน้าจะได้ทั้งแนวการในการวิเคราะห์แนวทางในการวิเคราะห์แล้วก็ให้ลองอ่านเรื่องสั้นอีกครนช(-ั)-้างด้วยแต่คราวนี้จะเป็นเรื่องสั้นที่ยาวขึ้นมากว่านี้อีกหน่อยนะคะเมื่อกี้เป็นเรื่องสั้นแบบฉบับย่อให้เราเห็นภาพจริงๆแต่คราวนี้จะเป็นเรื่องสั้นที่ยาวขึ้นมาหน่อยนะคะจบในเรื่องของการวิจารณ์ตามแนวทฤษฎีของเราซึ่งทฤษฎีที่เราจะต้องแน่นให้ได้นั่นก็คือมาร-ั(-์)กซิสต์กับสตรีนิยมที่ครูใช้เวลา2คาบ2สัปดาห์เลยแต่ว่าทฤษฎีPracticalCriticisprecede(m)ครูจะไปย้ำอีกรอบหนึ-่งในสัปดาห์หน้าตอนที่เราเรียนการวิจารณ์เรื่องสั้นกับนวนิยายนะคะเพราะว่าจะเป็นลักษณะของการวิจารณ์ตามโครงสร้างแล้วก็รูปแบบของวรรณคดีวรรณกรรมนะคะแตไป(-่)ก่อนอื่นเมื่อกี้ลืมถามข้อหนึ-่งซิ่นไหมผืนเก่ามีบทสนทนาไหมคะเมื่อกี้ที่ให้อา(-่)หาร(น)ซใช(-ิ)-่นไหมผืนเก่ถึงจะ(า)มีบทสนทนาไหมในตัวบทมีใช่ไหมคะบทสนทนามีความสมจริงไหมสมจริงสมจริงเพราะอะไรไหนลองอธิบายดูสิว่าถ้าเขียนออกมาก็(จะ)เขียนเป็นอย-่-ั(า)งไรสง(ม)จริงเพราะอะไรมันเป็นคำพูดที่เป็นบทสนทนาที่เหมือนใช้ในชีวิตประจำวันทั่วไประหว่างแม่กับลูกหรือระหว่างบุคคลทั่วไปที่เป็นพ่อค้ากับลูกค้าใช่ไหมคะอันนี้คือการอธิบายเห(ร)ล้าบางทีแบบมี-้จะอธิบายอย-่-ั(า)งไง(ร)ให้มันดูลึกล-ับ(-้ำ)ไม่ต้องลึกลท(-้)-ำขนาดนั้นก็ถ้ามันสมจริงก็เออมันสมจริงไงเพราะมันเป็นบทสนทนาที่เหมาะสมระหว่างแม่กับลูกที่ใช้ในชีวิตประจำวันแค่นั้นก็เรียกว่าการอธิบายแล้วเหมือนกับถ้าคุณเนี่ยจะอธิบายบทสนทนาของบุพเพสันนิวาสนักศึกษาคิดว่าสมจริงไหมทุกคนต้องเคยดูบุพเพฯ1หนึ่งแหละเไม่(คย)ดูใช่ไหมบทสนทนาของบุพเพสันนิวาสเมื่อก่อนการะเกดแม่นายการะเกดเรียกผินกับแย้มว่าอะไรคะ"อีผิน""อีแย้ม"เหตุผลก็เป็นเพราะว่าในยุคสมัยกรุงศรีอยุธยาเขามีคำเรียกลุงป้าน้าอาไหมเขาไม่ได้ใช้แบบนั้นเขาก็คือจะใช้เรียกแบบชนชั้นเลยอย่างเช่นชนชั้นสูงน-ี่เขาเรียกกันเขาก็จะเรียกคุณพี่ออเจ้าอะไรก็ว่าไปแต่ถ้าชนชั้นล่างที่เป็นระบบแบบระดับภ(ท)าพ(ส)เมื่อไหร่ก็ตามเขาจะไม่มีหรอกค่ะพี่โอเOK(ค)ไหมเพราะธ(ท)าต(ส)-ุคืออ(ส)รรถกถานะคือต่ำกว่าอยู่แล-้ะ(ว)เขาก็จะเรียกถึงจะแก่กว่าแค่ไหนเขาก็จะเรียะได-้(ก)เท่านั้นฉะนั้นการะเกดเรียกอีผินอีแย้มถูกต้องไหมคะตามหลักบทสนทนาถูกแล้วใช่ไหมแต่คราวนี้เกศสุรางค์ข้ามภพมาแล้วเกศสุรางค์มาอยู่ในร่างการะเกดเกศสุรางค์เป็นผู้หญิงที่อยู่ในยุคปัจจุบันแล้วก็ไปเห็นผินกับแย้มแล้วก็เรียกผิด(น)กับแย-้มว่า"พี่ผิน""พี่แย้ม"บทสนทนาสมจริงไหมคะสมจริงไหมสมจริงเหมือนกันนะคะน-ักศ-้องส(-ึกษ)าวที่สมจริงเพราะอะไรก็สมจริงสิก็ถึงแม้ว่าจะอยู่ในร่างเดียวกันแต่อีกคนหนึ-่งวิญญาณเข-้าเกิดในยุคสมัยปัจจุบันซึ่งปัจจุบันมีระบบช(ท)าต(ส)-ิไหมไม่มีใครก็ต-่าง(ม)ที่แก่กว่าพ่อเรียกป้าเรียกลุงใครก็ตามที่ดูจะแก่กว่าตัวเองนิดหนึ-่งเรียก"พี่"หรือใครก็ตามที่ดูเด็กกว่าเรียก"น้อง"ฉช(ะ)น-ั้ะ(น)มันเป็นระบบปัจจุบันที่เราอาจ(น่ะ)จะไม่สามารถเรียกใครก็ตามว่า"อี"ได้นะคะนักศึกษาอันนี้โอเคแหละเราอาจจะเรียกได้แบบในระบบเพื่อนแต่ว่ามันจะใช้ได้จริงในชีวิตประจำวันได้ขนาดนั้นไหม-้ก็ไม่ถูกไหมคะฉะนั้นการที่คุณเกศสุรางค์มาอยู่ในร่างของแม่นายการะเกดแล้วเรียก"พี่ผินพี่แย้ม"มันก็ทำให้บทสนทนาดูสมจริงขึ้นว่าแสดงว่าความนึกคิดความรู้สึกของเขายังเป็นคนในยุคปัจจุบันอยู่ก็เลยเรียกคนอื่นว่า"พี-่"นั-่นเองคุณก็อธิบายได้หรือแม้กระทั่งง(ก)าน(ร)ที่ใช้คำว่า"ออเจ้า"กับ"คุณพี่"คุณก็อธิบายต่อได้อีกว่านี่มีความสมจริงเพราะว่าในอดีตมีคำเรียกที่ใช้กับบุคคลที่มีอายุน้อยกว่าว่าเป็น"ออเจ้า"เรียกกับบุคคลที่มีอายุมากกว่าเรียก"คุณพี่"ก็ว่างไปประมาณนี้นะคะอันนี้ก็คือยกตัวอย่างคร่าวๆไว้ก่อนเดี๋ยวจะไปลงลึกเร-ือ(ก็)คือสัปดาห์หน้าของเรานะคะโอOK(เค)สัปดาห์หน้านักศึกษาครูเพิ่งเจอตารางของตัวเองคก(ร)-ูท(จ)-ำตารางของตัวเองผิดนะคะเป็น…คือวันจันทร์ครูชนครล(-ู)ขอโทษนะคะก็เลยจะขอเป็นพุธเช้าแทนนะคะได้อยู่นะเพน(ร)าะว่าพุผู-้(ธ)เช้าว่างอยู่นะคะขอโทษด้วยก็เลยเอาเป็นเปลี่ยนจากวันจันทร์บ่ายเป็นวันพุธเช้านะคะฉะนั้นพุธเช้าขอสอนชดเชยวันศุกร์นะคะเดี๋ยวเรามีเวลาหาห้อง2วันโอเคนะอาจจะเริ่มสัก09โมงครึ:30น(-่ง)ก็ได้เผื่อแบบเอ๊ยชดเล(ช)ยขอเวลาหน่อยได้ไหมนะคะ9โมงครึ5:(-่ง)30นะคะวันพุธเช้า9โมงค9:(ร)-ึ่30น(ง)ส่วนพุธบ่ายเบาๆสบายแค่นำเสนอเฉยๆก็เลยขอเป็นเวลาเดิมนะคะบ่ายโะ13:(ม)งโอเค00นดีค่ะมีใครมีคำถามอะไรไหมคะพี่ล่ามพอมีคิวมีใครมีคกู(-ิว)ว่างไหมนี่อ๋อว่างเช้าด้วยอย-ู่ใช่ไหมคะโอเคค่ะขอบคุณค่ะโอเคค่ะมีท(พ)-ี่น(ล)-ั-่าง(ม)อยู่พอดีนะคะถ้าอย่างง(น)-ั้นของเข(ร)าก็จะเป็นพุธเช้า9:30นเข(ก)-้าโมงครึ่งแล้วก็บ่ายเวลาเดิมค่ะใช่ค่ะแค่กลุ่มแรกใช่จริงๆถ้ากลุ่มแรกถ้าครูสอนเสร็จประมาณ11โมงเพรา:00นก(ะ)ว่าเริ่ม09โมงครึ่:(ง)30นเ(ะ)น-ัาะ(บ)ไปชั่วโมงครึ่งเป็นเท่าไหร-่11:(โ)ม00(ง)นพอดีถ้า11โ:00(มง)นจะต่อเลยไหมล่ะPresะพี่เล่น(ent)เกมนานไหมลูกประเมินงานของตัวเองเอาต่อแบบเช้าให้มันเสร็จเลยไหมล่ะครูว่าเช้าเลทดีกว่าบ่ายwireless(เลท)ถ้าเกิดว่าจะต่อเลยก็คือเอาเป็นแบบเรียนเช้าภ(ค)าพ(บ)เดียวแต่ว่าคือครูอ(น)-่ะสอนถึง11โม:00(ง)นใช่ไหมล่ะแล้วเราก็นำเสนอเกมจนถึงเที่ยงหรือว่าเที่ยงนิดๆก็ว่าไปแต่บ่ายนเอา(-่ะ)ว่างอะไเล(รอ)ย-่เ(า)งน-ี้ยเอาแบบนั้นไหมจะเป็น2วิชาควบเลยบส(-่)ายจะไม่(ด้)ว่างไหมกินข้าวเช้ามาด้วยเพราะว่าครูเริ่มให้09โมงครึ่งฉ:30นฉ-ั(ะ)นน-ั้นมีเวลาอยู่โอเคนะโอเคค่ะถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวฝากบอกท(พ)-ี่ลร(-่)าบมด้วา(ย)นะคะว่(ก็)าจะเป็นเช้าทีเดียวเลยโฉี่(อเค)ควบค่ะถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวเจอกันสัปดาห์หน้าวันพุธนะคะยาวเลยหัวหน้าลบข้อความเดิมออกแล้วก็พิมพ์ใหม่ด้วยนะลูกเดี๋ยวจำผิดเอ๊ยคก(ร)-ูยังไม่ได้เช็คชื่ออ(น)-่ะแป๊บหนึ-่งนะขาดแค่ส(2)องคนแหละนะเอ้ยลา…ลาแค่2(ส)คนโอเ(ง)คนถ้าอย่างน-ั้นตามนี้เลยโอเคไม่เป็นไรคหา(-่ะ)หัวหน้าเชิญค่ะ[สิ้่นสุดการถอดความ]
More information
- compare(ans and test) :
- ans: file reference
- test: file test
- export datetime : 2024-03-01 17:59:17
- exported from : Accuracy Worker
- version :v1.3.3
- lib :character
- your normalize config
-IsFilter :true
-ToLower :false
-ToArabicNumber :true
-WordToNumber :false
-OrderAndSimilar :true
-ListRemove :
- alignment method :Hirschberg
- score weight :{"Match":5,"Mismatch":-1,"PartialMatch":2,"GapPenalty":-1}