[เสียงดนตรี] (คุณปวีณา) สวัสดีค่ะ ต้อนรับคุณผู้ชมเข้าสู่ การแถลงข่าว ศูนย์บริหารสถานการณ์ COVID-19 จากที่ทำเนียบรัฐบาลนะคะ ประจำวันที่ 18 มิถุนายน 2564 ค่ะ วันนี้เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา มีการประชุม ศบค. ชุดใหญ่นะคะ ที่นายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นประธานการประชุม หลายคนรอติดตามผลการประชุม เรื่องของการผ่อนคลายกิจการ กิจกรรม รวมถึงการพัฒนาพื้นที่ต่าง ๆ โดยเฉพาะเรื่องของการท่องเที่ยว เพื่อเตรียมความพร้อม การเปิด Phuket Sandbox และเรื่องของการเปิดพื้นที่การท่องเที่ยว ใน 120 วันข้างหน้า ติดตามรายละเอียดต่าง ๆ นะคะ จากทางนายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. เรียนเชิญคุณหมอค่ะ (นายแพทย์ทวีศิลป์) สวัสดีครับ พี่น้องประชาชนที่เคารพรักทุกท่านครับ ครับ วันนี้ผมได้รับมอบหมาย จากท่าน ผอ.ศบค. นะครับ ได้มานำข้อสรุปของที่ประชุม ศบค. ชุดใหญ่ ซึ่งจะมีมาตรการสำคัญ ๆ ที่จะประกาศใช้ ในวันจันทร์ที่ 21 มิถุนายนนี้นะครับ เรื่องหลาย ๆ เรื่อง ก็มีการใช้เวลาในการพูดคุยกัน แล้วก็นำไปสู่การมีข้อสรุป และทิศทางที่สำคัญ ผมขออนุญาตสรุป มีสักประมาณ 6 เรื่องนะครับ เรื่องที่ 1 ก่อนครับ เป็นการสรุปสถานการณ์ในการระบาดนะครับ ซึ่งเราก็ได้รับทราบกันเป็นรายวัน วันนี้คงจะได้ออกไปทางโซเชียลมีเดียไปแล้ว ผมขออนุญาตสรุปสั้น ๆ และเร็ว ๆ ด้วยสไลด์แผ่นที่คุ้นเคยกันนะครับ 3,058 ราย สำหรับวันนี้นะครับ รวมยอดสะสมในระลอกนี้ 181,919 นะครับ แล้วก็ 210,000 กว่าคน ในเป็น... สะสมตั้งแต่ปีที่แล้วมานะครับ วันนี้หายป่วยมากกว่านะครับ คือ 4,094 รายนะครับ เสียชีวิตยังคงอยู่ที่ 2 หลักอยู่นะครับ คือ 22 คนนะครับ รวมยอดรวมสะสม 1,483 สำหรับระลอกนี้นะครับ ยังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 32,000 กว่านะครับ แล้วก็มีอาการหนัก ดูเหมือนจะมาขึ้นมาสักนิดหนึ่ง 1,360 แล้วก็ใส่เครื่องช่วยหายใจอยู่ที่ 378 การฉีดวัคซีน ฉีดไปแล้ว 7,200,000 กว่าโดสนะครับ เข็มที่ 1 ประมาณ 5,200,000 ไปแล้วนะครับ เข็มที่ 2 อยู่ที่ 1,900,000 อันนี้เป็นตัวเลขที่เราน่าจะรู้สึกดีขึ้นมานะครับ เพราะว่าจำนวนเข้าไปถึง ประมาณ 5,000,000 กว่าคนแล้วนะครับ ที่ได้รับการฉีดวัคซีนนะครับ มาดูประเด็นที่ 2 นะครับ ก็คือเรื่องของการ มาตรการการผ่อนคลายนะครับ ในเรื่องของการแบ่งโซนพื้นที่ต่าง ๆ นะครับ ทั่วราชอาณาจักร อันนี้ก็สืบเนื่องจากการติดตามสภาวการณ์ ของการระบาดของ COVID-19 มานะครับ ก็มีพื้นที่ที่เราสามารถที่จะบอกได้ ว่ามีการระบาดมากนะครับ ก็คือเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ตอนนี้มีจำนวนอยู่ 4 จังหวัดนะครับ คือ กรุงเทพมหานคร, นนทบุรี, ปุทมธานี, สมุทรปราการนะครับ ก็จังหวัดสมุทรสาครก็ปรับลงไปนะครับ ก็คือตอนนี้เหลืออยู่แค่ 4 จังหวัดนะครับ ส่วนของพื้นที่ควบคุมสูงสุด จะเป็น 11 จังหวัดครับ มี ฉะเชิงเทรา, ชลบุรี, ตรัง, นครปฐม, ปัตตานี, เพชรบุรี, สงขลา, สมุทรสาคร, สระบุรี, ยะลา และนราธิวาส อันนี้คือพื้นที่ที่เป็นสีแดงธรรมดานะครับ แล้วลงมานะครับ อีก 9 จังหวัด เป็นพื้นที่ควบคุมครับ คือ จันทบุรี, นครศรีธรรมราช, ประจวบคีรีขันธ์, พระนครศรีอยุธยา, ระนอง, ระยอง, ราชบุรี, สระแก้ว และสมุทรสงคราม ส่วนที่เหลืออีก 53 จังหวัด เป็นพื้นที่สีเหลือง คือ เฝ้าระวังสูงนะครับ ขออนุญาตได้รับทราบกันตามนี้นะครับ คราวนี้พอมีการแบ่งพื้นที่ตรงนี้ ก็ปรับเรื่องของมาตรการ เพื่อผ่อนคลายลงไปด้วยนะครับ ก็รับฟังหลายด้าน ทั้งในเชิงของผู้ประกอบการนะครับ เชิงของภาคประชาชนที่จะต้องมีการทำงาน ในเป็นกะ เป็นช่วงเวลาต่าง ๆ นะครับ ซึ่งต้องสอดคล้องกันกับความเป็นอยู่ และวิถีของประชาชน ตอนนี้พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดนะครับ ช่องแรกนี่ซ้ายมือ จะเหมือนกันหมดเลยนะครับ ใส่หน้ากากผ้า หน้ากากอนามัยทั้งหลาย เวลาออกนอกเคหสถาน อันนี้ยังคงเดิมไว้นะครับ ส่วนที่จะมีความแตกต่าง คือ เรื่องของการจัดกิจกรรม พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดนี่ ให้ได้ประมาณ 50 คนนะครับ ในการจัดกิจกรรม พื้นที่ควบคุมสูงสุด คือ สีแดงธรรมดานี่นะครับ อยู่ที่ 100 คน ส่วนพื้นที่ควบคุม ได้ประมาณ 150 คนนะครับ แล้วก็พื้นที่เฝ้าระวังสูงก็จะอยู่ที่ 200 คน ก็จะปรับกันไปนะครับ ตารางนี้จะอ่านไปทางขวางดีกว่านะครับ เอาพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 50 คน แต่พอร้านอาหารให้เปิดได้ ไม่เกิน 23.00 น. ครับ แล้วก็ส่วนร้านอาหาร ที่มีเครื่องปรับอากาศนี่นะครับ เนื่องจากว่า ทางกระทรวงสาธารณสุขเป็นห่วง เพราะในพื้นที่ของการปรับอากาศ การระบายอากาศไม่ดีนะครับ แต่ก็ให้เปิดได้ครับ แต่ขอให้เว้นระยะห่าง นั่งได้ไม่เกิน 50 เปอร์เซ็นต์นะครับ อันนี้คือส่วนที่ทางด้านพื้นที่ควบคุมสูงสุด อีกจุดหนึ่ง ก็คือเรื่องของการศูนย์การค้านะครับ ก็ให้เปิดได้ไม่เกิน 21.00 น. นะครับ แล้วก็สถานที่กลางแจ้งนะครับ สถานศึกษาก่อน อันนี้ห้ามใช้สถานศึกษานะครับ ก็ใช้ออนไลน์อะไรไปนะครับ ส่วนของสถานที่เล่นกีฬาหรือกลางแจ้ง อันนี้ยกเว้นสถานที่เล่นกีฬากลางแจ้ง อันนี้เปิดได้แล้วนะครับ หรือที่อากาศถ่ายเทได้ดี แต่ถ้าพื้นที่ปิดนี่ ให้ปิดไปนะครับ แล้วก็เปิดได้ไม่เกิน 21.00 น. นะครับ การแข่งขันต้องไม่มีผู้ชม ส่วนพื้นที่ควบคุมสูงสุด คือ สีแดงนะครับ อันนี้ 100 คน กล่าวไปแล้วนะครับ ร้านอาหารเปิดได้ถึง 23.00 น. เลยนะครับ แล้วก็แต่ยังงดสุรา อันนี้งดหมดเลยครับ สุรา ดื่มสุราในร้านนี่ไม่ได้ทั้งนั้นนะครับ แล้วก็ส่วนของการห้างสรรพสินค้า เปิดได้ตามปกติ งดกิจกรรมการส่งเสริมการขายนะครับ ใช้อาคารเรียนได้ครับ แต่ต้องขออนุญาตก่อนนะครับ จากทางคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด แล้วก็ส่วนของสถานที่เล่นกีฬา อันนี้เล่นได้นะครับ เปิดได้ แต่ไม่เกิน 21.00 น. แล้วก็แข่งขันได้ แต่ต้องจำกัดผู้ชม ส่วนพื้นที่ควบคุมนะครับ อันนี้จัดกิจกรรม มีคนได้ประมาณ 150 คนครับ แล้วก็บริโภคร้านอาหารได้ อันนี้ไม่บอกเวลา ก็คือเปิดได้ตามปกตินะครับ ส่วนเรื่องของอาคารเรียนนะครับ ก็ใช้อาคารเรียนได้นะครับ แต่ว่าให้มี... กิจกรรมที่ต้องพยายามดู เรื่องของการรวมตัวกันของคน กิจกรรมรวมคนจำนวนมาก ต้องมีตามมาตรการที่กำหนดนะครับ แล้วส่วนในเรื่องของสถานที่แข่งกีฬา อันนี้ก็ให้ได้นะครับ เปิดได้ทุกประเภท จัดการแข่งขันได้ โดยจำกัดจำนวนผู้ชมนะครับ ส่วนกรณีของพื้นที่เฝ้าระวังสูงนะครับ ก็จะเป็นสีเหลืองนะครับ จริง ๆ แล้ว ตรงนี้มีแค่สีเหลืองนะครับ ตอนนี้ยังไม่ได้ปล่อยให้มีสีเขียว สีเหลือง ก็คือคนรวมกันได้ ประมาณสัก 200 คนนะครับ อันนี้ แล้วก็ส่วนร้านอาหารเปิดได้ตามปกตินะครับ อันนี้ทำได้เหมือนเดิมนะครับ แล้วก็เรื่องห้างสรรพสินค้า เหมือนเดิมนะครับ แล้วก็เล่นกีฬาเหมือนเดิม เพราะฉะนั้น สีเหลืองนี่ ก็จะค่อนข้างมีถึงประมาณ 53 จังหวัด ท่านใช้ชีวิตได้ คล้าย ๆ แบบเดิมแล้วนะครับ อันนี้ก็ขออนุญาตได้กล่าวนำไปนะครับ เพราะฉะนั้น ตรงนี้ นี่คือสิ่งที่ทาง ศบค. ท่าน ผอ.ศบค. เห็นชอบ และอนุมัติให้มีการทำด้านนี้ จะเริ่มในวันที่ 21 มิถุนายน ก็คือเป็นหลัง 00.00 น. ของวันอาทิตย์น่ะนะครับ ก็เท่ากับเช้าวันจันทร์นะครับ ก็คือสามารถดำเนินการได้ เดี๋ยวจะมีข้อกำหนดที่จะประกาศออกมา ในราชกิจจานุเบกษานะครับ ขอให้ทุกท่านได้ติดตามตรงนั้น อีกทีหนึ่งนะครับ นี่คือเรื่องที่ 1 นะครับ เรื่องที่ 2 ก็คือเป็นเรื่องของการขอพิจารณาแผน ในการให้บริการวัคซีน COVID-19 นะครับ ตรงนี้ทางท่านปลัดกระทรวงสาธารณสุขนะครับ ก็ได้นำเสนอเรื่องของการ มี 2 เรื่องครับ 1. คือ จัดสรรวัคซีนนะครับ ให้แต่ละจังหวัดในเดือนกรกฎาคมนี้นะครับ ว่าจะต้องมีอะไรอย่างไรบ้าง กับเรื่องที่ 2 ก็คือเรื่องการจัดหานะครับ "จัดสรร" กับ "จัดหา" จัดสรรก่อนเป็นอย่างไรครับ ก็มาดูในเดือนกรกฎาคม จะได้มีวัคซีนเข้ามา ประมาณสัก 10,000,000 โดสครับ เพราะฉะนั้น ก็ขออนุมัติในที่ประชุม ว่าจะใช้เกณฑ์ในการจัดสรรนะครับ ก็คือให้ผู้ที่จองวัคซีนล่วงหน้า ในระบบหมอพร้อม ซึ่งเป็นผู้สูงอายุ แล้วก็กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรังให้ได้ก่อนนะครับ พิจารณาให้กรุงเทพมหานคร ได้รับการจัดสรรวัคซีน อย่างน้อย 5,000,000 โดส ภายในเดือนกรกฎาคมนี้นะครับ แล้วก็พิจารณาให้ภูเก็ตได้รับวัคซีนเข็มที่ 2 อย่างน้อยร้อยละ 70 ภายในเดือนกรกฎาคม 2564 นี้นะครับ เพราะฉะนั้น ตรงนี้ก็จะเห็นนะครับ ว่าสีเหลือง, ส้ม, แดงนี่ครับ ตรงนี้ครับ ก็เหลืองเข้มนี่นะครับ ก็จะมีบอกว่า เน้นในจังหวัด ที่มีการแพร่ระบาดของ COVID-19 ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด สีแดงเข้มนี่นะครับ กรุงเทพมหานคร, สมุทรปราการ, นนทบุรี, ปทุมธานี มี 4 จังหวัดนี้ ให้ได้ก่อน แล้วก็มาบวกอีก 1 คือ ภูเก็ตนะครับ ซึ่งตามนโยบายท่านนายกรัฐมนตรี ในฐานะ ผอ.ศบค. ก็จะให้ได้เป็นจังหวัดนำร่อง ในการที่จะเปิดพื้นที่ เพื่อที่การส่งเสริมการท่องเที่ยวนะครับ อันที่ 2 ครับ ก็เป็นจังหวัดที่มีการติดชายแดนนะครับ อีก 23 จังหวัด หรือพื้นที่ควบคุมสูงสุด และมีความเร่งด่วนในการเตรียมความพร้อม รองรับสถานการณ์ภายหลังการระบาด มีเชียงราย, เชียงใหม่, ตาก, หนองคาย, สระแก้ว, ระนอง, นราธิวาส, ยะลา, ปัตตานี, สงขลา, ตรัง, ประจวบคีรีขันธ์, เพชรบุรี, นครปฐม, พระนครศรีอยุธยา, ฉะเชิงเทรา, ชลบุรี, ระยอง, จันทบุรี, บุรีรัมย์, สุราษฎร์ธานีนะครับ ที่อำเภอเกาะสมุย แล้วก็พังงา และกระบี่นะครับ กลุ่มนี้ 23 จังหวัด ก็จะได้ลดหลั่นลงมา ที่เหลือของประเทศไทย รวม 49 จังหวัด ก็จะได้อีกในระดับหนึ่ง มาดูกันครับ ในรายละเอียด อันนี้เป็นเกณฑ์การจัดสรรนะครับ ก็จะแบ่งว่าจะมีสักร้อยละ 30 นี่ ก็จะให้ในกลุ่ม 5 จังหวัดที่ว่านี้นะครับ แล้วก็ ก็คือบวกท่องเที่ยวด้วย 4 จังหวัดสีแดงเข้ม บวกท่องเที่ยวนี่นะครับ ก็จะใช้ 30 เปอร์เซ็นต์ ก็คือมีประมาณ 2.5 ล้านโดส 600,000 โดส ที่ปทุม(ธานี), นนทบุรี แล้วก็สมุทรปราการ และภูเก็ต อีก 200,000 โดสนะครับ ส่วนกลุ่มที่ 2 นะครับ จำนวน 23 จังหวัด อันนี้จะมีร้อยละ 25 หรือประมาณ 2.5 ล้านโดส ก็จะกระจายไปอยู่ที่ 23 จังหวัด ส่วนที่เหลืออีก 49 จังหวัด ก็จะได้ประมาณ 35 เปอร์เซ็นต์ หรือ 3.5 ล้านโดสนะครับ ก็เฉลี่ยจังหวัดละประมาณ 70,000 โดส อันนี้ก็เป็นข้อมูลที่ได้เสนอเข้ามานะครับ ส่วนกันไว้นะครับ ฉีดในส่วนกลาง องค์กรภาครัฐ สำรองส่วนกลางเพื่อตอบโต้ภาวะการระบาด ที่อาจจะเกิดขึ้นนะครับ ในช่วงที่เราคาดไม่ถึงนี่นะครับ ก็กันไว้ 10 เปอร์เซ็นต์ คือ 1,000,000 โดส อันนี้ก็นำเรียนว่า ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับการส่งมอบ จัดสรรวัคซีนของทางบริษัทผู้ผลิตนะครับ แล้วก็เปลี่ยนแปลงได้ตามสถานการณ์ ซึ่งอันนี้ตามหลักการ ก็ทางที่ประชุมเห็นชอบนะครับ ส่วนเรื่องย่อยของเรื่องนี้ เรื่องที่ 2 เรื่องย่อยของตรงนี้ ก็คือการจัดหาวัคซีน จากเดิมที่เราคุ้นเคยกัน ก็คือจะบอกว่า 100 ล้านโดสน่าจะเพียงพอ แต่ตอนนี้อาจจะไม่ใช่นะครับ อาจจะต้องมีการเผื่อไว้ เพราะฉะนั้น ก็จะขอจัดสรรเป็น 150 ล้านโดส ภายในปี 2565 นะครับ ซึ่งจะต้องครอบคลุม และเพิ่มกลุ่มเป้าหมายให้ไปให้มากขึ้น เพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันของโรค หรือกรณีอื่นใด ที่ต้องมีการใช้วัคซีนเพิ่มเติมขึ้นมา เพราะฉะนั้น ก็เป็นเพดานที่จะต้องขยับขึ้นไป จาก 100 ล้านโดส เป็น 150 ล้านโดสนะครับ ขณะนี้มีการจัดหาหรือดำเนินการเจรจา จองวัคซีนไว้แล้ว 105.5 ล้านโดสนะครับ ซึ่งมีรายละเอียด อย่างที่ตามเอกสารตรงนี้นะครับ ผมขออนุญาตไปเร็ว ๆ นะครับ อย่างนั้นจะต้องเตรียมหา งบประมาณเพิ่มขึ้นนะครับ เพื่อจัดหาเข้ามาอีก เพราะฉะนั้น จะเป็นวัคซีน Sinovac อีก 28,000,000 โดส แล้วก็วัคซีน COVID อื่น ๆ อีก 22,000,000 โดส อันนี้ก็จะรวมเป็นอีก 50,000,000 ล้านโดส อันนี้ก็คงจะได้ไว้ศึกษาก่อน ดูทิศทางข้างหน้านะครับ ประสิทธิภาพของวัคซีนนะครับ หรือสถานการณ์ของเชื้อกลายพันธุ์ ก็จะได้วางทิศทางในการที่จะ ท่านผู้ชมคงได้รับทราบนะครับ บางทีต้องมีเข็ม 3 นะครับ หรือเข็ม 1 กับเข็ม 2 ที่ต้องสลับกัน ซึ่งตอนนี้ทางนักวิจัยกำลังคิดหา วิถีทางในการที่จะสู้กับเชื้อไวรัส COVID-19 สายพันธุ์ใหม่ ๆ สายพันธุ์ที่มีการกลายพันธุ์กันอยู่ตรงนี้ เพราะฉะนั้น ตอนนี้เพื่อความมั่นคง ก็จะต้องขยายเพดานออกไปให้ได้มากขึ้นนะครับ นี่คือสิ่งที่ทางที่ประชุมได้อนุมัติ เป็น 150,000,000 โดส เพราะฉะนั้น ทั้งเกณฑ์ในการจัดสรร แล้วก็ข้อในการจัดหา ก็ได้รับการพิจารณาไปนะครับ เรื่องที่ 3 ครับ เรื่องของการดำเนินการ ในการจัดการสถานที่กักกัน ซึ่งทางราชการกำหนดนะครับ อันนี้จะเริ่มต้นวันที่ 1 กรกฎาคม พูดง่าย ๆ กลุ่ม Q ทั้งหลายนะครับ โดยเฉพาะ SQ ซึ่งเราดำเนินการมาปีกว่า ๆ ก็พบว่ามีการใช้บริการด้านนี้เพิ่มมากขึ้น ๆ แล้วมีหลายราย ที่เป็นประชาชนคนไทยนีนี่ล่ะครับ เดินทางไปต่างประเทศ แล้วก็กลับมาขอใช้สิทธิ์นี้ เดินทางไปต่างประเทศ แล้วก็กลับมาขอใช้สิทธิ์นี้ มีการใช้ค่าใช้จ่ายด้านพวกนี้จำนวนมากทีเดียว เพราะฉะนั้น เพื่อตอนนี้ กลับไปสู่ New Normal ภาระค่าใช้จ่ายนี้ สำหรับคนที่จะกลับมาในประเทศไทย เราปรับขึ้นมาว่า จะต้องเป็นในลักษณะ ที่เรียกว่า เป็น "AQ" คือ Alternative Quarantine สำหรับคนที่มีสัญชาติไทย และไม่มีสัญชาติไทย เข้ารับการกักตัวในสถานที่กักกันทางเลือก สรุปง่าย ๆ คือ เราจะลดในเรื่องของ SQ SQ ยังมีอยู่ แต่ว่าอาจจะต้องไปใช้ ในกรณีของกลุ่มเปราะบาง กรณีของคนข้าราชการที่กลับมา อะไรก็แล้วแต่นะครับ แต่ว่าคนปกติทั่วไปทั้งหลายนี่นะครับ เป็นคนไทยหรือต่างชาติที่เข้ามา ต้องใช้ AQ นะครับ แต่อย่างไรก็ตามแต่ สำหรับคนไทย เรื่องค่า Swab ค่าตรวจหาเชื้อ อันนี้เราภาครัฐจะช่วยลดค่าใช้จ่ายให้ ก็ค่าโรงแรม ค่าที่พัก อันนั้นก็ต้อง ท่านต้องจ่ายนะครับ ส่วนอีกแบบหนึ่งครับ คือ แบบของ OQ หรือ Organizational Quarantine นะครับ ตรงนี้จะใช้รองรับใน 2 กรณีครับ กรณีแรงงานไทย กลับมาจากการทำงานที่ต่างประเทศ อันนี้เขาไปทำงานต่างประเทศ ไปหารายได้เข้ามา จำได้ไหมครับ ที่ไปขอไปฟินแลนด์ ขอไปสวีเดน ในฤดูที่เขามีการใช้แรงงาน ในการไปเอาผลผลิตของทางเกษตรเอามานี่ คนไทยไปใช้แรงงานอย่างนั้นนะครับ คราวนี้กลับมานี่ ก็ทางกระทรวงแรงงาน จะต้องมีการกำหนดพื้นที่นะครับ แล้วก็กำหนดระยะเวลา หรือแม้กระทั่งในการที่จะเข้าไปดูแล โดยที่จะต้องประสานกับทางภาคของผู้ใช้แรงงาน แล้วก็ภาคของเอกชนนะครับ ในการทำตรงนี้ขึ้นมา โดยกระทรวงแรงงาน ต้องเป็นผู้ดูแล กำหนดด้วย อีกกลุ่มหนึ่งครับ กลุ่มสัญชาติไทย ที่ประสบปัญหาตกทุกข์ได้ยาก อยู่ในต่างประเทศ และประสงค์จะเดินทางกลับมา เป็นกลุ่มเปราะบางพูดง่าย ๆ นะครับ ว่าต้องเดินทางเข้ามาตรงนี้ ไม่มีกำลังในการจ่ายตรงนี้ ภาครัฐก็ต้องจัดให้ จัดหา OQ ตัวนี้ให้นะครับ ส่วนกรณีของทางบกนะครับ ก็คือขอบประเทศทางชายแดนทั้งหลาย อันนี้ยังมี SQ อยู่นะครับ เป็นโรงแรม อาจจะเป็นโรงแรมระดับที่... ไม่ได้หลาย ๆ ดาวอย่างนี้นะครับ ซึ่งสามารถที่จะรองรับได้ แล้วคนที่เป็นระดับพื้นที่ ก็มีกำลังค่าใช้จ่ายที่จะพออยู่ได้อยู่ไหว อันนี้ก็ให้ใช้เป็น State Quarantine ได้ ซึ่งภาระค่าใช้จ่ายตรงนี้ ภาครัฐก็ยังเป็นผู้รับผิดชอบอยู่นะครับ เราต้องทำเพื่อที่จะควบคุมโรค เพราะฉะนั้น ตรงนี้ยอมให้มีได้บ้าง แต่เฉพาะทางบกเท่านั้นนะครับ เฉพาะทางบก ทางอากาศกับทางน้ำ ทางน้ำใช้เหมือนกับทางอากาศเลยนะครับ เดินเข้ามาทางอากาศอย่างไรก็ใช้... ทางน้ำเข้ามาทางเรืออย่างไร ใช้เหมือนทางอากาศครับผม แล้วก็ที่ประชุมก็ได้มีข้อสรุป ของประเภทของสถานที่กักกันนะครับ AQ, SQ, OQ ทั้งหลายนี่นะครับ ผมขออนุญาตแขวนเอาไว้อยู่ใน Facebook ของศูนย์ข้อมูล COVID นะครับ ก็จะเป็นการอธิบายการปรับใหม่นะครับ ซึ่งมีรายละเอียดพอสมควรทีเดียว คงไม่ใช้เวลาในการแถลงตรงนี้ ชี้แจงทั้งหมด ขอให้ท่านได้ศึกษาจากเอกสารไปนะครับ เริ่มวันที่ 1 กรกฎาคม ครับ นี่คือสิ่งที่ได้อนุมัติ ได้รับการอนุมัติจากที่ประชุม ต่อไปครับ เรื่องที่ 4 ครับ เป็นเรื่องของการผ่อนคลาย สำหรับการถ่ายทำภาพยนตร์ และรายการโทรทัศน์ หลาย ๆ คนคงเห็นนะครับ บางช่องทีวีอาจจะไม่มีรายการใหม่ ๆ ใช้รีรันของเก่ามานะครับ อุตสาหกรรมการผลิตภาพยนตร์ หรือทางด้านการถ่ายทำโทรทัศน์ ก็มีคนจำนวนมาก ที่เป็นห่วงโซ่การทำงานทางด้านนั้น ก็ได้รับผลกระทบพอสมควร สถานการณ์อย่างนี้นะครับ ก็เกิดเหตุขึ้นมาจาก การมีการติดเชื้อในกลุ่มของคนที่... อยู่ในวงการทางด้านบันเทิง อะไรทั้งหลายนี่นะครับ ก็ทำให้ต้องป่วย ต้องเจ็บ ต้องเสียชีวิตกัน แต่อย่างไรก็ตามแต่ ณ ตอนนี้ บทเรียนที่สำคัญก็ได้ผ่านไป พวกเราก็มีความรู้กันมากขึ้น ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก็ขออนุญาตเข้ามานะครับ เพื่อที่จะถ่ายทำโทรทัศน์ ละคร ภาพยนตร์ และวีดิทัศน์นะครับ ภายใต้พระราชกำหนดตรงนี้ ขออะไรมาบ้างครับ สิ่งที่ทางคณะกรรมการได้มีข้อเสนอ เพื่อพิจารณาอยู่ 3 ข้อใหญ่ ๆ นะครับ 1. คือ ถ่ายทำได้นะครับ แต่คนต้องรวมกันไม่เกิน 50 คนนะครับ ต้องพิจารณาเรื่องของความหนาแน่น ของพื้นที่ด้วยนะครับ อย่างน้อย 4 ตารางเมตรต่อคน อันนี้ต้องดูพื้นที่ 2. เรื่องของสวมหน้ากากครับ มีคนหลายท่านนะครับ เห็นพิธีกร แม้กระทั่งผมเอง ก็ยังต้องใส่หน้ากากตรงนี้เวลาออกรายการ แต่ทั้ง ๆ ที่ความเป็นจริงแล้ว มีระยะห่างได้นะครับ แล้วก็ทำต่าง ๆ ได้ เพราะฉะนั้น ตรงนี้ไม่จำเป็น ต้องมีหน้ากากในบางสถานการณ์ มีอะไรบ้างครับ รายการละคร โดยเฉพาะนักแสดงที่เข้าฉากนะครับ จะไปใส่หน้ากาก ก็ไม่เห็นหน้าตา อันนี้ก็แสดงละครก็จะลำบากนะครับ 2. คือ ประกวดร้องเพลงนะครับ โดยเฉพาะ ผู้ที่เข้าร่วมประกวด ที่มีพื้นที่จัดไว้เฉพาะ 3. คือ รายการเกมโชว์ สำหรับผู้รวมรายการคราวละ 1 คน แล้วก็ที่สำคัญผู้ประกาศข่าวนะครับ จะต้องใช้จัดให้มีฉากกั้น และเว้นระยะห่างอย่างน้อย 2 เมตร หรือตามความเหมาะสม แล้วอันที่ 3 คือ มีแนวปฏิบัติ การถ่ายรายการโทรทัศน์ ละคร ภาพยนตร์ และวีดิทัศน์ ซึ่งมีเอกสารประกอบนี่ ผมขออนุญาตได้เหมือนกันครับ แขวนไว้อยู่ใน Facebook นะครับ ของศูนย์ข้อมูล COVID เพราะว่ามีแนวปฏิบัติ ทั้งช่วงเวลาก่อนเข้าทำรายการ ระหว่างการทำรายการนะครับ ช่วงระหว่างการถ่ายทำรายการ หลาย ๆ อย่างพักการถ่ายทำ หลังการถ่ายทำ อีกหลายแผ่นเลยนะครับ ผมขออนุญาต ให้ผู้ที่เกี่ยวโยงเกี่ยวข้องนะครับ ไม่ว่าจะเป็นสถานีโทรทัศน์ หรือผู้ผลิตรายการทั้งหลายได้ศึกษา แล้วก็ขอความกรุณาท่าน ให้ความร่วมมือตรงนี้ด้วยนะครับ เราจะได้มีตัวอย่างที่ดีนะครับ แล้วก็ผู้คนของท่านเอง ก็สามารถที่จะทำงานโดยที่ไม่ต้องติดเชื้อ เหมือนอย่างที่วันนี้ เมื่อวัน 2 วันนี้ก็ได้มีข่าวนะครับ ว่าสถานีโทรทัศน์แห่งหนึ่งก็ติดเชื้อไป แต่ว่าอย่างไรก็ตามแต่นะครับ ก็เป็นเรื่องที่เราสามารถป้องกันได้ ก็ฝากช่วยกันด้วยนะครับ เรื่องที่ 5 ครับ เป็นเรื่องของการปรับระยะเวลา ของการกักตัวสำหรับลูกเรือ ของบริษัท การบินไทย จํากัด (มหาชน) ตรงนี้ก็ขอเสนอเข้ามาในที่ประชุม ศบค. เพราะว่าเขาต้องรับภาระค่าใช้จ่าย ในเรื่องคนของเขานะครับ พอขึ้นเครื่องบิน บินไปอาจจะบินสั้น ๆ แล้วก็ต้องกลับมา ต้องกักตัว ต้องใช้ค่าใช้จ่ายในการกักตัวต่าง ๆ ซึ่งภาวะเศรษฐกิจที่มีอยู่ในปัจจุบันนี้ ก็เป็นเรื่องที่สร้างความลำบากนะครับ กับหลาย ๆ ฝ่าย รวมถึงเจ้าหน้าที่ที่เขาจะต้องบินด้วย แล้วขณะเดียวกันตอนนี้โจทย์ก็เปลี่ยนไป คือ การมีวัคซีนขึ้นมานะครับ เพราะฉะนั้น พอมีวัคซีนขึ้นมาแล้วนี่ พนักงานหรือลูกเรือ หรือแม้กระทั่งผู้ที่เป็นกัปตัน ก็ได้รับวัคซีนอย่างนี้นะครับ มีข้อเสนอเพื่อพิจารณา ปรับวิธีการกักตัว เมื่อได้รับวัคซีนครบตามกำหนดแล้ว อย่างน้อย 14 วัน ของทีมที่เป็นลูกเรือต่าง ๆ เหล่านี้นะครับ ก็มี 2 กรณี กรณีแรก ก็คือว่าไม่ได้ลงจากเครื่องบิน หรือลงไปก็ไม่เกิน 12 ชั่วโมงนะครับ แล้วก็สวมชุด PPE หรือชุดป้องกันส่วนบุคคลอยู่ อันนี้จากเดิมต้องเข้ากักกัน ต้องดูแลนะครับ ในเรื่องของการ... เหมือนกับเป็นเข้าคิวนะครับ เป็น Home Quarantine ตอนนี้เขาบอกว่าให้แค่คุมไว้สังเกตพอนะครับ แล้วก็สามารถที่จะคุมไว้สังเกต ในที่พำนักของผู้เดินทางนะครับ แล้วก็ให้มีการแจ้ง ถ้ามีอาการให้รีบแจ้งพนักงาน ภายใต้กำกับของสายการบินได้นะครับ ส่วนที่ 2 ถ้าลงเครื่อง... ประทานโทษครับ ประเด็นที่ 2 กรณีที่ 2 คือ ไม่ได้ลงเครื่องบิน หรือลงจากเครื่องบิน ไม่เกิน 12 ชั่วโมงนะครับ และผู้ควบคุมยานพาหนะนั้น ไม่ได้สวมชุด PPE นะครับ ตรงนี้สวมกับไม่สวมนี่ ตรงนี้ที่แตกต่างกันตรงนี้นะครับ ตรงนี้ต้องเข้ารับการกักกัน แล้วก็ใช้เป็น Home Quarantine แทนที่จะต้องเข้าไปตามโรงแรม เป็นนู่นนี่นั่นนะครับ ที่เป็น Alternative Quarantine ซึ่งต้องมีค่าใช้จ่าย ตอนนี้ใช้เป็น Home Quarantine ได้ อันนี้ก็จะลดค่าใช้จ่ายสำหรับทาง... ฝ่ายของทางบริษัท การบินไทย (จำกัด (มหาชน)) ไปนะครับ ที่สำคัญ ก็คือต้องได้วัคซีนนะครับ มาครบกำหนดแล้วอย่างน้อย 14 วัน ตามที่พาดหัวข้างบนนี่นะครับ ครับผม นี่คืออีกเรื่องหนึ่งที่รับการอนุมัติไป ส่วนเรื่องสุดท้าย เรื่องที่ 6 ครับ คือ การเปิดพื้นที่นำร่อง รับการท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต และจังหวัดสุราษฎร์ธานี เกาะสมุย, เกาะพะงัน, เกาะเต่า เน้นหนักอันแรก ก็คือเรื่องของภูเก็ตครับ เพราะว่าจะมีความพร้อมมากกว่า โดยหลักการเรื่องนี้ท่าน ผอ.ศบค. ก็เน้นย้ำนะครับ ว่าเป็นเรื่องที่ท่านให้นโยบาย เชิงของทิศทางของประเทศไทย จะเปิดพื้นนะครับ เปิดประเทศ ซึ่งต้องนำร่องกันเป็นพื้นที่ ค่อย ๆ เปิดแล้วก็มีการเรียนรู้กันไป ทุกส่วนภาคส่วน ต้องมีความพร้อมนะครับ แล้วก็ที่สำคัญต้องจัดสมดุล การป้องกันคนไทยในการติดเชื้อ กับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ของประเทศไทยนะครับ 2 เรื่องนี้ต้องมีทั้ง 2 มุมมอง แล้วก็มีการนำชุดข้อมูลเข้ามา ทางท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬานะครับ ได้มอบให้ทาง ผอ.ททท. นะครับ เป็นผู้นำเสนอ ก็มีหลักการนะครับ การนำการเปิดพื้นที่นำร่องท่องเที่ยวนะครับ ก็พื้นที่ภูเก็ต แล้วก็สุราษฎร์ธานี ก็พูดถึงตั้งแต่ก่อนเดินทางนะครับ เมื่อเดินทางมาถึง เมื่อพำนักนะครับ แล้วก็ก่อนเดินทางออกไปนะครับ ที่สำคัญ ก็คือว่ากลุ่มคนที่เราจะรับมานี่ ต้องเป็นประเทศที่ทางกระทรวงสาธารณสุข กำหนดว่าเสี่ยงต่ำหรือเสี่ยงปานกลางนะครับ แล้วก็ต้องได้รับวัคซีนมา ซึ่งกำหนดเอาไว้ว่าเป็นวัคซีนที่... 1. คือ กระทรวงสาธารณสุข โดยทาง อย. นะครับ สำนักงานอาหารและยา ง่าย ๆ นะครับ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยานะครับ ซึ่งก็จะเป็นส่วนที่กำหนดไว้นะครับ ซึ่งตอนนี้มีอยู่ 5 ตัวครับ คือ AstraZeneca, Sinovac, Sinopharm, Moderna และก็ johnson and johnson นะครับ ตอนนี้ก็ยังบอกว่าเอ๊ะ ถ้าอย่างอื่น ๆ อยากเข้ามาด้วยล่ะ อย่าง Pfizer นี่ซึ่งกำลังรองรับอยู่นี่ ถ้า WHO รองรับด้วย ก็เอาตรงนี้ด้วยนะครับ ซึ่งตอนนี้ เดี๋ยวคงจะได้มีการลงในรายละเอียด เพราะฉะนั้น ต้องได้มาก่อน อย่างน้อย 2 เข็มนะครับ แล้วก็หรือตามประเภทของวัคซีน อย่างน้อย 14 วัน ถึงจะเอาเข้ามาในประเทศไทยนะครับ ซึ่งตรงนี้ก็พอมาลงแล้วนี่ ก็ต้องอยู่ในที่พักนะครับ ซึ่งถ้าภูเก็ตนี่ต้องอยู่ 14 วัน ประทานโทษครับ ในนี้เขียนว่า 14 คืนนะครับ และต้อง... ถ้าอยู่น้อยกว่านี่ ต้องเป็นการเป็นการกลับ ออกนอกราชอาณาจักรเท่านั้นนะครับ ในสไลด์ผมไม่แน่ใจว่ามีการ... เขียนว่าเป็นกับประเทศต้นทาง จริง ๆ แล้วไม่ต้องต้นทางนะครับ อาจจะจากที่ประเทศไทยเรา ถ้าอยู่ 3 วัน แล้วมีภารกิจจะบินกลับบ้าน ก็ โอ.เค. ไม่เป็นไร ตรงนี้ไม่ต้อง 14 วัน หรือจะอยู่ 7 วันนะครับ แล้วจะต้องบินต่อไปเที่ยวประเทศอื่น อันนี้ไม่เป็นไรนะครับ แต่ถ้าจะต้องบินไปจากภูเก็ตไปสมุย ต้องอยู่ 14 วันก่อนนะครับ ตรงนี้เพื่อที่จะได้ว่า มั่นใจว่าไม่ได้ติดอะไร อย่างไรนะครับ ณ ตรงนี้ ซึ่งต้องที่เลือกเป็นเกาะตรงนี้ เพราะว่าเป็นพื้นที่ที่เป็นพื้นที่สามารถ ที่จะควบคุมได้ดูแลได้นะครับ นี่ก็ท่าน ผอ.ศบค. ก็เน้นย้ำตรงนี้ขึ้นมา ส่วนที่อื่น ๆ นี่นะครับ ก็ตามเอกสารไปนะครับ แล้วก็ต้องมีการตรวจหาเชื้อนะครับ 2-3 ครั้งนะครับ ก่อนออกเดินทางนะครับ แล้วก็มาอยู่กับเราก็ตรวจอีก 2 ครั้ง เพื่อความมั่นใจ อันนี้ทางกระทรวงสาธารณสุข จะเป็นผู้ที่ดูแลออกกำหนด ข้อกำหนดออกมาในรายละเอียดนะครับ ส่วนหลักการการเปิดพื้นที่นำร่อง ของการรับนักท่องเที่ยว ในจังหวัดภูเก็ต และก็สุราษฎร์ธานีที่จะเกิดขึ้นนี้ ทางกระทรวงสาธารณสุขมีข้อห่วงใย จะต้องมีมาตรการกำกับ เข้าไปอีก 3 ข้อครับ 1. คือ ต้องมีการจัดตั้งศูนย์บริหารจัดการ เรื่องของสถานการณ์ COVID-19 เพราะว่าจะต้องมีการติดตาม การดูเรื่องของข้อมูล การติดเชื้ออะไรก็แล้วแต่นะครับ เรื่องของการดูแลทั้งทรัพยากรด้วยนะครับ ตรงนี้จะต้องทั้งฝ่ายของสาธารณสุข ฝ่ายท่องเที่ยว แล้วก็ความเห็นของประชาสังคม อะไรก็แล้วแต่ ต้องมีศูนย์บริหารสถานการณ์ตรงนี้ขึ้นมา อันที่ 2 คือ การเตรียมความพร้อมของประชาชน ต้องมีการจัดเวทีความคิดของประชาชน แสดงความคิดเห็นนะครับ ของประชาชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนะครับ แล้วก็มีแผนการสื่อสารนะครับ ซึ่งอันนี้ถ้าสอดคล้องกันทั้งจังหวัด ก็จะเป็นเรื่องที่ดีนะครับ จะได้เป็นการที่นำเสนอขึ้นมานะครับ ก็ท่านรองนายกรัฐมนตรีนะครับ ได้มีการพูดคุยเรื่องนี้ว่า ถ้าให้ดีนี่เป็น Button up ก็คือ หมายถึงว่า จากทางจังหวัดประชุมปรึกษากันคุยกัน ทั้งภาคประชาชน ผู้ประกอบการ ภาครัฐ เกิดการทำงาน แล้วก็มองในทุก ๆ มุม เพื่อที่จะเปิดจังหวัดของแต่ละจังหวัดนี่ ก็จะทำให้เรื่องนี้มีความเห็นมาตั้งแต่ตั้งต้น เกิดความยอมรับนะครับ แล้วทาง ศบค. เราเป็นผู้อนุมัติ แล้วก็ให้เขาทำไป ก็จะแทนที่จะไปสั่งการ เป็นการร่วมไม้ร่วมมือกัน ของทุกภาคส่วนจากในพื้นที่ อันนี้จะดีมาก ๆ นะครับ แต่อย่างไรก็ตามแต่ครับ ก็อีกอันหนึ่ง ก็คือเรื่องของการเตรียมความพร้อม มาตรการการเฝ้าระวัง ระหว่างการติดตามนี้ ต้องมีตลอดนะครับ พอมีเปิดได้ มีปิดได้ครับ นี่คือสิ่งที่ก็จะต้องพูดกัน เตรียมความพร้อมทรัพยากร ด้านแพทย์ สาธารณสุข กำลังคนกำกับติดตาม ทรัพยากรอื่น ๆ ให้เต็มที่ แต่ขวามือครับ นี่ครับ มีพิจารณากันว่า ถ้าเกิดอะไรล่ะ แล้วจะต้องมีการปิด ตรงนี้บอกว่าถ้าติดเชื้อรายใหม่ มากกว่า 90 รายต่อสัปดาห์ ลักษณะการกระจายโรคในจังหวัด ทั้ง 3 อำเภอ มากกว่า 6 ตำบลนะครับ แล้วก็มีการระบาดเกินกว่า 3 คลัสเตอร์ หรือมีการระบาดในวงกว้าง หรือหาสาเหตุของความเชื่อมโยงไม่ได้นะครับ หรือความพร้อมในการรองรับผู้ป่วยนะครับ อัตราการครองเตียงมีมาก ตั้งแต่ร้อยละ 80 ขึ้นไปนะครับ อันนี้ก็แสดงว่าสถานการณ์ ไม่ค่อยจะดีนะครับ แล้วก็เป็นการระบาดในวงกว้างควบคุมไม่ได้ อันนี้ก็ต้องมีการ... มาตรการก็ต้องปรับลดกิจกรรมลง Sealed Route ก็คือทำให้เกิดการ... เขาเรียกอะไรครับ เป็นระบบปิดนะครับ แล้วก็ที่สุด ก็คือทบทวน หรือยุติ Sandbox ที่ภูเก็ตนี้ ถ้ามีการที่ระบาดกันไว้ แล้วไม่ตรงตามที่ว่าไว้ เน้นย้ำวันนี้ยังอยู่ที่ภูเก็ตอยู่นะครับ สมุย เกาะพะงัน และเกาะเต่า ก็คงจะเป็นสเต็ปถัดไป ในที่ประชุมก็ได้เห็นชอบหลักการ การเปิดพื้นที่นำร่องรับนักท่องเที่ยวนะครับ ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านก็กล่าวว่าจะไปติดตาม สักประมาณวันที่ 1 กรกฎาคม นะครับ ในช่วงตอนต้นนี้ ก็อยากให้ทางผู้รับผิดชอบทั้งจังหวัด แล้วก็กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬานะครับ ได้เข้าไปเตรียมความพร้อมต่าง ๆ อย่างนั้น ถ้าทุกอย่าง เป็นไปตามมาตรการตามที่เสนอในวันนี้ วันที่ 1 กรกฎาคม ท่าน ผอ.ศบค. ในฐานะนายกรัฐมนตรี ก็คงได้ไปเยี่ยมชม แล้วก็ไปเป็นการ Kick Off ในการที่จะมีเปิด Phuket Sandbox ที่นั่นนะครับ ก็ขอทุกคนได้ร่วมด้วยช่วยกัน ทำให้สิ่งต่าง ๆ ที่เราคิด แล้วก็เดินไปสู่การเปิดประเทศของเรา ตามนโยบายท่านนายกรัฐมนตรี ก็จะเกิดขึ้นได้ครับผม (คุณปวีณา) ค่ะ วันนี้ไม่มีประเด็นคำถามเพิ่มเติมค่ะ คุณหมอมีประเด็นทิ้งท้ายถึงคุณผู้ชม ที่ติดตามการแถลงข่าวไหมคะ (นายแพทย์ทวีศิลป์) ครับ ก็เป็นก้าวหนึ่งนะครับ ถึงแม้เราจะได้รับทราบว่า เอ๊ะหลายคนคงสงสัย ติดเชื้อกันเป็นพันอย่างนี้ ทำไมถึงยังเปิดประเทศ ทำไมถึงต้องไม่กังวลใจ จริง ๆ แล้ว อย่างที่ว่านะครับ ไม่ใช่ประเทศเรา ประเทศเดียวที่มีการติดเชื้อ แล้วเราก็ติดเชื้อในอันดับที่ 78 นะครับ ของวันนี้ ประเทศอื่น ๆ ที่ติดเชื้อสูง ๆ กว่าเรา เขาก็มีการขยับ แล้วก็นำไปสู่การใช้ชีวิตวิถีใหม่ หรือ New Normal กันแล้ว เพราะฉะนั้น เราจะอยู่กับตรงนี้นะครับ แล้วทำให้การเรียนรู้ของเรา เกิดประโยชน์มากที่สุด ก็คือต้องกลับไปมีชีวิตที่เป็นแบบเดิม แต่ทุกคนต้องมีส่วนร่วม ในการที่จะป้องกันโรค แล้วก็ลดการสูญเสียให้ได้มากที่สุด ที่ท่านนายกรัฐมนตรี ในฐานะ ผอ.ศบค. บอกว่ามีความเสี่ยง ซึ่งเราต้องร่วมด้วยช่วยกัน นี่คือสิ่งที่ท่านกำหนดทิศทาง เป้าหมายไว้ข้างหน้า หน้าที่ของพวกเราทุก ๆ คนนะครับ เสียงตอบรับในช่วงที่ผ่านมาว่าดีมาก ๆ ทุกคนเห็นแสงสว่าง ถ้าจะพูดว่า "แสงสว่างปลายอุโมงค์" ทั้งหลายนี่ทุกคนต้องร่วมด้วยช่วยกัน ในทุก ๆ กลไกของสังคม เพื่อให้กลไกต่าง ๆ เหล่านี้นะครับ เป็นฟันเฟืองแล้วหมุนไปด้วยกัน แล้วนำไปสู่ทิศทางที่จะเป็นเครื่องยนต์ ก็ทิศทางไปข้างหน้าในการที่จะนำไปสู่ การขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทย เพราะฉะนั้น ถ้าเรารู้ในความรับผิดชอบของเรา ว่าเราเกิดอะไรขึ้น เราทำอะไรได้ขึ้น เพื่อให้ประเทศชาติเราเดินขับเคลื่อนไปได้ ขอทุกท่านได้ร่วมด้วยช่วยกัน เพื่อไปถึงเป้าหมายที่ดีร่วมกัน กราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูงครับ (คุณปวีณา) กราบขอบพระคุณค่ะ นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. นะคะ เน้นย้ำคุณผู้ชมอีกครั้งหนึ่งนะคะ สำหรับเรื่องของการผ่อนคลายกิจการ กิจกรรม เรื่องของการเปลี่ยนสีพื้นที่จังหวัดต่าง ๆ จะเริ่มมีผลตั้งแต่ วันที่ 21 มิถุนายน เป็นต้นไปนะคะ ซึ่งคุณผู้ชมสามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ ที่เพจ Facebook ศูนย์ข้อมูล COVID-19 นะคะ เพื่อที่จะไปดูว่าแต่ละกิจการ กิจกรรม การผ่อนคลายต่าง ๆ มีรายละเอียดอย่างไร เพื่อให้การปฏิบัติของพวกเราทุกคนนั้น ถูกต้องและก็เกิดความชัดเจนด้วยค่ะ ลำดับต่อไปค่ะ ขออนุญาตเรียนเชิญ ทางท่านณัฐภาณุ นพคุณ รองอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ สรุปประเด็นวันนี้ในภาคภาษาอังกฤษค่ะ (คุณณัฐภาณุ) สวัสดีครับ [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาต่างประเทศ] สวัสดีครับ (คุณปวีณา) กราบขอบพระคุณค่ะ ท่านณัฐภาณุ นพคุณ รองอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศค่ะ สำหรับการสนทนาวันนี้ค่ะ ต้องบอกคุณผู้ชมว่า หลังจากที่เมื่อสักครู่นี่เราได้คุยกันไปนะคะ สำหรับเรื่องของการผ่อนคลายมาตรการ เพื่อเตรียมเปิดประเทศในช่วง 120 วัน มาตรการดังกล่าวนี่ ภาครัฐไม่สามารถขับเคลื่อนได้เพียงลำพังนะคะ ภาคเอกชนถือว่า เป็นส่วนสำคัญและเป็นส่วนหลัก ที่จะมาช่วยขับเคลื่อน ให้โอกาสครั้งนี้นี่จะเป็นจริงได้ และที่สำคัญจะมาช่วยเหลืออย่างไร แล้วมุมมองในส่วนของภาคเอกชนมองมาตรการ การประกาศเปิดประเทศครั้งนี้อย่างไร เดี๋ยวช่วงหน้ากลับมาพูดคุยกันนะคะ กับทางประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยค่ะ [เสียงดนตรี]