[เสียงดนตรี] (คุณปวีณา) สวัสดีค่ะ ต้อนรับคุณผู้ชมเข้าสู่การแถลงข่าว จากศูนย์บริหารสถานการณ์ COVID-19 จากที่ทำเนียบรัฐบาลนะคะ วันนี้วันที่ 9 มิถุนายน 2564 ค่ะ การแถลงข่าววันนี้นะคะ นอกจากเรื่องของสถานการณ์ การระบาดของ COVID-19 แล้ว เรื่องของมาตรการควบคุม ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ก็เป็นเรื่องที่ที่ประชุมตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา ได้มีการติดตามอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ค่ะ วันนี้เรายังได้รับเกียรติ จากผู้แทนของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขนะคะ ที่จะมาแถลงสรุปภาพรวมการฉีดวัคซีนค่ะ ลำดับแรก ขออนุญาตเรียนเชิญ ทางแพทย์หญิงอภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษก ศบค. แถลงรายละเอียดในวันนี้ เรียนเชิญคุณหมอค่ะ (แพทย์หญิงอภิสมัย) กราบสวัสดี พี่น้องประชาชนและสื่อมวลชนทุกท่านนะคะ กลับมาพบกับการรายงานสถานการณ์นะคะ แล้วก็สิ่งที่ทุกคนติดตามอย่างใกล้ชิด ตลอดสัปดาห์นี้นะคะ คงเป็นเรื่องของการรายงานการฉีดวัคซีน ที่เริ่มไปตั้งแต่วันจันทร์ที่ 6 มิถุนายน ที่ผ่านมานะคะ ซึ่งโดยรวมแล้วนะคะ จากวันจันทร์ วันอังคารก็ยังคงเป็นไปตามแผนนะคะ มีการกระจายจุดฉีดวัคซีนทั่วประเทศค่ะ และสิ่งสำคัญที่จะสรุป ให้พี่น้องประชาชนรับทราบทุกวัน ก็คือจำนวนการฉีดนะคะ ซึ่งรายงานการฉีดของเมื่อวานนี้นะคะ ทั้งวัน บวกไป 472,128 โดสนะคะ ซึ่งถ้ารวมจากวันจันทร์ที่ 6 ที่ 7 มาแล้วนี่นะคะ ก็จะทำให้ยอดขึ้นไปถึง 888,975 โดส ถ้านับย้อนไปตั้งแต่ 28 กุมภาพันธ์นะคะ ที่เริ่มการฉีดวัคซีนของประเทศเรา พี่น้องประชาชนก็มีการฉีดวัคซีนไปแล้ว 5,107,069 โดสนะคะ ซึ่งจำนวนนี้จะเป็นการฉีด ของรายงานตัวเลขเมื่อวานนะคะ เป็นเข็มที่ 1 428,459 โดส และเป็นการฉีดวัคซีนเข็ม 2 43,669 โดส ก็โดยรวม ๆ นะคะ อย่างที่พี่น้องประชาชนคงให้ความสำคัญ ติดตามข่าว การรายงาน มีทั้งเสียงแสดงความชื่นชมนะคะ กับการจัดการวัคซีนที่แต่ละจุด หน้างานก็ทำงานกันอย่างมุ่งมั่นนะคะ แล้วก็ให้บริการด้วยความปลอดภัย แต่ในขณะเดียวกันก็มีข้อเสนอแนะ เรื่องของการจัดการ เรื่องที่ต้องปรับปรุงแก้ไข พัฒนาให้ระบบดีขึ้น อันนี้ก็ต้องขอบคุณทุก ๆ เสียงนะคะ ถือได้ว่า เราเห็นความสนใจ ของพี่น้องประชาชนที่สนใจในการฉีดวัคซีน แล้วก็ร่วมไม้ร่วมมือ กับหน่วยที่ให้บริการอย่างยิ่งนะคะ แต่อย่างไรก็ตามนะคะ สถานการณ์การแพร่ระบาด ยังต้องติดตามกันด้วยนะคะ แล้วก็ในวันนี้นี่ มีรายงานยอดผู้ติดเชื้อทั่วโลกนะคะ บวกไปอีก 300,000 กว่าราย รวมแล้วนะคะ ยอดผู้ติดเชื้อสะสม ยืนยันทั่วโลก 174,738,762 นะคะ แล้วก็ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 80 ประเทศเพื่อนบ้านะคะ ก็เป็นตัวเลขที่เรารายงานพี่น้องประชาชน สม่ำเสมอนะคะ เพื่อที่จะได้เห็นทิศทางของการพยายาม ที่จะควบคุมการการแพร่ระบาด แล้วก็แต่ละประเทศก็จะมีรายงาน ที่เรามาเรียนนำเสนอนะคะ อาจจะไม่ได้ลงรายละเอียดในแต่ละวัน แต่จะขึ้นตัวเลขให้เห็นใน Facebook ของ ศบค. ด้วยนะคะ รายงานสถานการณ์ของวันนี้นะคะ ตัวเลขผู้ติดเชื้อสะสมรายใหม่ 2,680 ราย ซึ่งตรงนี้ตัวเลขของเรือนจำจะเล็กลง อยู่ที่ 280 รายนะคะ แล้วก็ในจำนวนนี้มีผู้เสียชีวิต รายงาน 35 คนค่ะ ทำให้ยอดเสียชีวิตสะสม ตอนนี้อยู่ที่ 1,238 คนนะคะ คิดเป็น 0.79 เปอร์เซ็นต์ค่ะ กล่องสีเขียวนะคะ รายงานผู้ติดเชื้อหายป่วย ที่ได้รับอนุญาตกลับบ้าน วันนี้ตัวเลขค่อนข้างเยอะนะคะ 4,253 ราย และมีผู้ที่ยังรักษาอยู่ในโรงพยาบาล 47,644 รายค่ะ ในจำนวนนี้มีอาการหนัก 1,286 ราย ใช้เครื่องช่วยหายใจ 355 รายนะคะ การรายงานในส่วนของตัวเลขรวมจะเห็นว่า ถ้าบวก กทม. กับปริมณฑลนะคะ ยังคงเป็นตัวเลขที่ค่อนข้างสูงค่ะ ถ้าเทียบกับจังหวัดอื่น ๆ ที่เหลือนี่นะคะ อีก 77... ขออภัยค่ะ 71 จังหวัด ตัวเลขรวมผู้ติดเชื้อรายงานวันนี้ 546 ราย แต่ว่าตัวเลขใหญ่จะอยู่ที่กรุงเทพมหานคร และรวมทั้งปริมณฑล 5 จังหวัดนะคะ ในส่วนของรายงานผู้เสียชีวิตวันนี้นะคะ ก็เป็นตัวเลขใหญ่อยู่ที่กรุงเทพมหานคร มีรายงาน 26 ราย นนทบุรี, เพชรบุรี, สมุทรปราการ จังหวัดละ 2 รายค่ะ และจังหวัดละ 1 รายนะคะ ฉะเชิงเทรา, ปทุมธานี และอำนาจเจริญ มีรายงานด้วยนะคะ อายุของผู้ที่เสียชีวิตน้อยที่สุด อยู่ที่ 42 ปีนะคะ แล้วก็มีอายุสูงสุดวันนี้ 89 ปี มีเพศหญิง 24 รายนะคะ ขออภัยค่ะ เพศชาย 24 ราย เพศหญิง 11 ราย แล้วก็จำนวนวันนอนที่อยู่รักษานานที่สุด ก่อนที่ท่านจะเสียชีวิต ก็คือ 40 วันนะคะ แล้วก็ในจำนวนนี้มี 8 ราย ที่เสียชีวิตในช่วง 0-6 วัน หลังจากได้รับการยืนยันว่าเป็นผู้ติดเชื้อ ตรงนี้ขออนุญาตเรียนย้ำนิดหนึ่งนะคะ ว่ามีบางครั้งนะคะ ก็มีสื่อมวลชนตั้งข้อสังเกตว่า มีการตำหนิว่าพี่น้องประชาชน ไม่รีบไปตรวจไปเข้าสู่ระบบการรักษา จนนำไปสู่การเสียชีวิต ตรงนี้ต้องย้ำนะคะ ว่าไม่มีใครตำหนิค่ะ แล้วก็ ศบค. เน้นย้ำเสมอค่ะ ว่าไม่อยากให้สังคมมีอคติ หรือกล่าวโทษผู้ติดเชื้อนะคะ เพราะว่าการที่มีผู้ติดเชื้อ มีผู้เสียชีวิต ทุกคนเสียใจ แล้วก็การกล่าวโทษ การตำหนินั้น ไม่ได้เป็นผลให้สถานการณ์ดีขึ้น ก็คงต้องเรียนย้ำ ในแง่ของการนำเสนอด้วยนะคะ ว่าการนำเสนอที่นำไปสู่ความขัดแย้ง ก็ไม่ได้ทำให้สถานการณ์นั้นดีขึ้นแต่อย่างใดค่ะ การเดินทางมาจากต่างประเทศนะคะ วันนี้มี 11 ราย แล้วก็ที่เน้นย้ำเสมอนะคะ ว่ายังมีผู้ที่ลักลอบเดินทางข้ามพรมแดนธรรมชาติ มีอยู่ 1 รายนะคะ ที่ผ่านมาทางกัมพูชา แล้วก็โดยรวมนะคะ เป็น 5 ราย แต่ว่ารายอื่นเข้ามาอย่างถูกต้องตามกฎหมายค่ะ ก็มีเพียง 1 รายนะคะ ที่เดินทางโดยผิดกฎหมายก็ถูกจับกุมได้ แล้วก็ตรวจพบว่า เป็นผู้ติดเชื้อด้วยค่ะ ไปดูยอดรวมการรายงานผู้ติดเชื้อรายใหม่ ของรายงาน 9 มิถุนายนนะคะ 10 อันดับแรก ก็ยังเป็น กทม. อันดับ 1 นะคะ ตัวเลขอยู่ที่ 1,096 รายค่ะ ในส่วนของที่อื่น ๆ นะคะ รายละเอียดที่ ศบค. ชุดเล็ก วันนี้พูดคุยกัน ที่มีความเป็นห่วง ก็คงจะเป็นสมุทรปราการนะคะ แล้วก็คลัสเตอร์ที่เคยรายงานก่อนหน้านี้ เป็นเรื่องของที่พักอาศัย เป็นคอนโดมิเนียม ก็จะยังมีรายงานเพิ่มเติมนะคะ ที่ชุมชนตลาดเคหะบางพลี มีโรงน้ำแข็ง โรงงานอะลูมิเนียม มีแคมป์ก่อสร้าง แล้วก็ชุมชนวัดราษฎร์โพธิ์ทอง โดยรวม ๆ นี่สมุทรปราการก็มีการแพร่ระบาด ทุก ๆ อำเภอ ทั่วทั้งจังหวัดนะคะ ก็คงต้องเน้นย้ำไปที่พี่น้องประชาชน ทั้งสมุทรปราการ แล้วก็รวมทั้งปริมณฑล จังหวัดใกล้เคียง เพราะว่าอย่างที่เรียนย้ำเสมอนะคะ ว่ามีการเคลื่อนย้าย การเดินทางข้ามพื้นที่ ของพี่น้องประชาชนในพื้นที่เสี่ยง ตอนนี้ก็ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษค่ะ ส่วนของนนทุบรีนะคะ การรายงานยังอยู่ที่ 3 อำเภอหลักนะคะ แล้วก็เป็นแคมป์ก่อสร้าง มีรายงานทั้งชาวไทยและชาวต่างชาตินะคะ ประจวบคีรีขันธ์เป็นการรายงานที่หัวหินนะคะ โรงงานสับปะรดกระป๋อง ซึ่งมีทั้งชาวไทยและชาวเมียนมา ปทุมธานีก็ยังคงอยู่ที่ตลาดสี่มุมเมือง ตัวเลขการรายงาน แต่ละวัน ๆ จะมีการอัปเดตตัวเลขเล็กลงนะคะ แต่ว่าในเมื่อมี ยังมีการรายงานพบผู้ติดเชื้อ ในส่วนของการคัดกรองเชิงรุกตลาดสี่มุมเมือง ก็ต้องนำเรียนให้พี่น้องประชาชน รับทราบข้อมูลนะคะ แล้วก็เพชรบุรียังคงอยู่ที่ โรงงานผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์นะคะ แต่ว่ายอดของเพชรบุรีก็จะเล็กลง แล้วก็ตัวเลขรายใหม่ก็จะเล็กลงด้วยนะคะ ในส่วนของอุยธยานะคะ เป็นบริษัทผลิตอุปกรณ์การแพทย์ ราชบุรีวันนี้นะคะ ที่รายงานเป็นอันดับ 10 เป็นโรงงานบะหมี่บ้านโป่งนะคะ ซึ่งมีรายงานผู้ป่วยรายใหม่ 33 ราย ทำให้ยอดสะสมในคลัสเตอร์เป็น 45 ราย อย่างนี้เป็นต้นนะคะ ก็นำเรียนในรายละเอียด แล้วก็อยากจะเน้นย้ำนะคะ ว่าในส่วนของการรายงาน ศบค. อาจจะใช้พื้นที่ใช้เวลาที่จำกัดนิดหนึ่ง อยากให้พี่น้องประชาชนติดตามรายงาน โดยละเอียดของจังหวัดของท่านเองนะคะ โดยทางผู้ว่าราชการจังหวัด และคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด ก็จะมีสรุปรายงานรวมทั้งรายละเอียดนะคะ ที่อยากให้ทุกท่านเข้าไปศึกษาว่า เมื่อมีการรายงานผู้ติดเชื้อ ไม่ว่าจะเป็นคลัสเตอร์โรงงาน, ตลาด, แคมป์คนงาน, ชุมชนที่ไหนอย่างไร แล้วจังหวัดมีแผนการควบคุมโรค เช่น จะลงตรวจที่ไหน จะมีการเปิดโรงพยาบาลสนาม หรือการจัดการแยกกักผู้ป่วยอย่างไร ขอให้พี่น้องประชาชนใส่ใจ แล้วก็ให้ความร่วมมือกับพื้นที่นะคะ เพื่อที่เราจะช่วยให้สถานการณ์นั้นดีขึ้น ไปพร้อม ๆ กันค่ะ ในส่วน กทม. เองก็เช่นกันนะคะ ก็มี Facebook ของ กทม. ที่จะรายงานอัปเดตสถานการณ์ทุก ๆ วันนะคะ แล้วก็บางครั้งนี่ เห็น กทม. อัปเดตแทบจะทุกชั่วโมงเลย ก็ในช่วงนี้ใส่ใจกันนิดหนึ่งค่ะ โดยสรุปรวมของทั้งประเทศ จะเห็นว่าพื้นที่สีขาว จังหวัดที่ไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อเลยนะคะ 24 จังหวัดค่ะ ก็คือเชียงราย, อุบล(ราชธานี), พิษณุโลก, ลำพูน, ลำปาง, พิจิตร, ยโสธร, กาฬสินธุ์, ตราด, น่าน, สุโขทัย, เลย, พะเยา, อุตรดิตถ์, แพร่, ชัยนาท, หนองคาย, พังงา, อำนาจเจริญ, แม่ฮ่องสอน, อุทัยธานี, มุกดาหาร, บึงกาฬ, และสตูลนะคะ อันนี้ตัวเลขรายงานผู้ติดเชื้อเป็น 0 เลยนะคะ ซึ่งในทุก ๆ จังหวัดนะคะ มีการตรวจเฝ้าระวัง มีการสุ่มตรวจในชุมชนที่มีความเสี่ยงนะคะ แล้วก็ 24 จังหวัดนี้ รายงานเป็นตัวเลข 0 นะคะ ก็นำมาเรียนให้พี่น้องประชาชนได้เห็นภาพค่ะ วันนี้นะคะ ในที่ประชุม ศบค. มีเรื่องสำคัญ ที่พี่น้องประชาชนคงติดตามกัน ในตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมานะคะ โดยท่าน ผอ.ศบค. ชุดเล็กค่ะ ท่านพลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์ ได้เรียนในที่ประชุม ทำความเข้าใจ กรณีที่ อปท. สามารถที่จะจัดหาวัคซีนนะคะ ซึ่งหลาย ๆ สื่อมวลชนก็ได้นำเสนอข่าวไปแล้ว คิดว่าเป็นที่สนใจของพี่น้องประชาชนนะคะ ซึ่งตรงนี้นี่นะคะ เป็นประกาศศูนย์บริหารสถานการณ์ การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เรื่อง แนวทางการบริหารจัดการวัคซีน ป้องกันโรค COVID-19 ค่ะ ซึ่งในส่วนของรายละเอียดนี่นะคะ สิ่งสำคัญ ก็ขออนุญาตสรุปเป็นข้อ ๆ ในข้อแรกนี่นะคะ มีการจัดหาวัคซีนที่มีคุณภาพ และต้องมีจำนวนเพียงพอแก่ประชาชน อย่างน้อยให้ครอบคลุม 70 เปอร์เซ็นต์ ของจำนวนประชากรนะคะ ข้อ 2 ก็คือสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา มีหน้าที่ส่งเสริม ประสาน สนับสนุนผู้ผลิตวัคซีนป้องกันโรค และมีการขึ้นทะเบียนให้เป็นไปอย่างคล่องตัว และมีประสิทธิภาพค่ะ ที่สำคัญนะคะ คือ ข้อ 3 กรมควบคุมโรค, องค์การเภสัชกรรม, สถาบันวัคซีนแห่งชาติ, สภากาชาดไทย, ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ หรือหน่วยงานของรัฐ ที่มีหน้าที่และอำนาจในการให้บริการ ทางการแพทย์หรือสาธารณสุขแก่ประชาชน ร่วมมือกันดำเนินการจัดหา สั่ง หรือนำเข้าวัคซีนอย่างเร่งด่วนนะคะ คือ ข้อ 3 นี้ คือ 5 หน่วยงาน ที่จะทำหน้าที่ในการจัดหาวัคซีน นำเข้าวัคซีนนะคะ เข้าสู่ราชอาณาจักร ส่วนข้อ 4 นี่นะคะ เป็นเรื่องของการที่การสนับสนุน ให้ประชาชนเข้าถึงวัคซีนได้มากขึ้น ซึ่งก็มีการพูดถึงทั้งในส่วน ของสถานพยาบาลเอกชนนะคะ แล้วก็มีรายละเอียด ในส่วนของ อปท. ด้วยนะคะ ซึ่งอยากให้ทั้งสื่อมวลชน และประชาชนลองศึกษารายละเอียด โดยรวม ๆ นี่นะคะ ในที่ประชุมได้เน้นย้ำว่า คำถามในเรื่องของ อปท. นะคะ หรือว่าองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น คำว่า "เริ่มซื้อได้" ขอให้ดูในข้อ 3 ค่ะ เพราะว่าหน่วยงานที่จัดหาได้นะคะ จะต้องเป็นการที่ อปท. ซื้อ หรือ อปท. หรือเอกชนก็ตามนะคะ ซื้อจาก 5 หน่วยงานที่กำหนดอยู่ในข้อ 3 ค่ะ ซึ่งในข้อ 3 นี้นี่นะคะ ก็จะมีรายละเอียดอยู่ในราชกิจจานุเบกษา ไม่ได้หมายความว่า อปท. จะนำเข้าวัคซีน เข้ามาในราชอาณาจักร โดย อปท. เองนะคะ อันนี้ก็ต้องทำความเข้าใจนิดหนึ่ง และในรายละเอียดนะคะ ยังระบุว่าต้องเป็นการดำเนินการ ให้เป็นไปตามกฎหมาย และสอดคล้องกับแผน การใช้จ่ายงบประมาณด้วยนะคะ เพราะว่า อปท. เอง ก็มีการใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดินนะคะ ก็ต้องเป็นไป แล้วก็สอดคล้อง กับการดำเนินงานของราชการนะคะ แล้วก็จะมีท่านผู้ว่าราชการจังหวัด และคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด ที่จะช่วยเป็นผู้กำกับดูแลด้วยนะคะ และในส่วนของเอกชนเองนะคะ ก็สามารถที่จะจัดซื้อจาก 5 หน่วยงาน ในข้อ 3 ที่ระบุได้เช่นกันนะคะ แล้วก็ถือได้ว่า เอกชนที่ช่วยมีการจัดซื้อวัคซีน มีการจัดการบริหารวัคซีน ก็ถือได้ว่าเป็นการแบ่งเบาภาระ ที่ภาครัฐจะช่วยกันกระจายวัคซีนสู่พี่น้องประชาชน ให้ได้รวดเร็ว และเพียงพอเป็นไปตามแผนนะคะ ในวันนี้นะคะ กทม. ก็มีรายงานการติดเชื้อนะคะ 70 คลัสเตอร์ที่ดูแลอยู่ใน 35 เขตด้วยกัน และเขตที่ กทม. รายงานเพิ่มเติมในวันนี้ค่ะ ก็คือเป็นดินแดงนะคะ มีรายงาน บริษัท ประยุกต์ สปอร์ต ซัพพลาย (จำกัด) ค่ะ ซึ่งการดำเนินการนี่นะคะ ได้มีการตรวจพนักงาน 120 ราย พบการติดเชื้อ 54 รายที่เป็นผลบวก แล้วก็ได้มีทีมลงสอบสวนโรคลงพื้นที่นะคะ ได้ดำเนินการไปเรียบร้อย มีการปิดบริษัทตั้งแต่ 4-18 มิถุนายน ผู้ป่วยที่พบติดเชื้อนะคะ ก็ได้มีการส่งต่อเข้าสู่กระบวนการรักษา ระหว่างรอการส่งต่อ ก็ได้มีมาตรการแยกกักอย่างเหมาะสมนะคะ แล้วก็ตรงนี้นี่ ถ้ามีรายงานการเปลี่ยนแปลง ก็เดี๋ยว กทม. ก็จะมีรายงานอัปเดตรายวันนะคะ แล้วก็รายละเอียด ของพี่น้องประชาชนที่อยู่ชุมชนใกล้เคียง สามารถเข้าไปติดตาม ใน Facebook ของ กทม. ได้เช่นกันค่ะ สิ่งสำคัญที่จะเกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้นะคะ ที่ ศบค. รายงานอย่างต่อเนื่อง ก็คือมาตรการป้องกันการแพร่ระบาด ในแคมป์ที่พักคนงานก่อสร้างค่ะ อย่างที่เรียนพี่น้องประชาชน ต่อเนื่องมานะคะ ว่าทั่ว กทม. 50 เขต มีแคมป์ก่อสร้าง ที่จดทะเบียนอยู่ทั้งสิ้น 409 แคมป์นะคะ ทั่ว กทม. มีรายงานที่อยู่ในระบบนี้ ประมาณ 62,000 คนนะคะ แล้วก็ที่ผ่านมานี่นะคะ เราได้ทำการเฝ้าระวังโดยคณะกรรมการเขต ผอ. สำนักงานเขตได้ลงพื้นที่เข้าไป ทำความเข้าใจกับเจ้าของแคมป์ ผู้จัดการแคมป์ ก็มีการใช้ระบบ "Bubble and Seal" คือ ถ้ามีการพบการติดเชื้อ เราก็ยังสามารถที่จะให้เขาดำเนินกิจการได้ แต่ขอให้มีการจำกัดวงการติดเชื้อ ไม่ให้แพร่กระจายออกไปยังชุมชน ก็พบว่าแต่ละแคมป์ มีความเข้าใจที่อาจจะไม่ตรงกันค่ะ Bubble and Seal บางแห่งก็มีคนออกไป เดินทางไปยังในชุมชนบ้าง อย่างนี้เป็นต้น ในสัปดาห์ที่ผ่านมา กรมควบคุมโรคก็ได้ออกมาตรการ ที่เป็นรายละเอียดยิบย่อยนะคะ เพื่อให้แต่ละแคมป์สามารถที่จะศึกษา และปฏิบัติได้ตรงกัน ในวันพรุ่งนี้นะคะ ก็จะเป็นวันสำคัญค่ะ ที่ทาง กทม. นะคะ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเลยค่ะ จะมีการลงตรวจนะคะ เพื่อมีการเฝ้าระวังป้องกันโรค โดยทั้งหมดนี่นะคะ จะมีการเฝ้าระวังอย่างเป็นระบบ มีการตรวจในทุกแคมป์ค่ะ โดยผู้รับผิดชอบ ก็คือ สนช. แล้วก็ ศบส. นะคะ ขออภัยค่ะ สนข. และ ศบส. ลงตรวจทุกแคมป์ในพื้นที่ โดยจะเน้นไปในแคมป์ที่มีขนาดผู้ที่ทำงาน เกิน 100 ราย เป็นหลักนะคะ มีการสุ่มตรวจ RT-PCR แห่งละ 75 ราย แล้วก็เน้นย้ำไปด้วยนะคะ ในแคมป์ที่มีแรงงานต่างด้าว หรือว่าแรงงานหมุนเวียนตามฤดูกาล ตรงนี้นี่ การลงตรวจ หมายความว่า ไม่ได้ทำเฉพาะในแคมป์ที่มีรายงานติดเชื้อ อันนี้เป็นการเฝ้าระวังนะคะ แล้วก็จะมีระบบการรายงาน ที่ขึ้นให้ทุกท่านเห็น ศึกษาในรายละเอียดตรงนี้ว่า หากพบผู้ติดเชื้อ มาตรการการดูแลจะต้องเป็นอย่างไร มีการแยกกักหรือว่ากักกันอย่างไร ในกรณีที่ไม่ทำให้คนที่อาศัยอยู่ร่วมกันในแคมป์ ที่ยังไม่ติดเชื้อ จะต้องมีโอกาสเสี่ยง กลายเป็นผู้สัมผัสติดเชื้อไปด้วย อย่างนี้เป็นต้น ตรงนี้อยากให้ทางสื่อมวลชนติดตามค่ะ เพราะว่า มาตรการนี้นี่ เราได้มีการปรับให้มีรายละเอียดมากขึ้น และมีการสอบทวนกับแคมป์คนงานนะคะ ไม่ว่าจะเป็นทั้งผู้จัดการแคมป์ คนดูแลแคมป์ เจ้าของบริษัท ให้ทั้งบริษัทเอง แคมป์คนงานก่อสร้างเอง หรือตัวคนงานนั้นเกิดความเข้าใจ และปฏิบัติให้ถูกต้องตรงกัน จากนี้ก็คงจะต้องมีการเฝ้าระวังด้วย ว่าหลังจากที่นำเสนอมาตรการเข้มข้นอย่างนี้แล้ว มีการไปกำกับติดตาม ให้เขาปฏิบัติตามให้ได้อย่างถูกต้องนะคะ ก็จะมีการนำเสนอเป็นระยะต่อไปค่ะว่า ถ้าเราสามารถควบคุม มาตการเข้มข้นสูงสุดแบบนี้ได้แล้ว การควบคุมการติดเชื้อ ก็น่าจะเป็นไปในทิศทางที่ดี และยอดผู้ติดเชื้อของ กทม. ก็ควรจะลดลงนะคะ ก็อันนี้ฝากพวกเราติดตามกัน อย่างไรก็ตามนะคะ ในที่ประชุมได้หารือกัน ในส่วนของแรงงานต่างด้าว ที่เป็นผู้ที่ทำงานอยู่อย่างผิดกฎหมายค่ะ ตัวเลขคร่าว ๆ ทั้งประเทศ อยู่ที่ประมาณ 200,000 กทม. เฉพาะ กทม. มีอยู่ประมาณ 70,000 และในที่ประชุม ครม. ล่าสุดนะคะ มีการอนุมัติการขยายเวลา ขึ้นทะเบียนแรงงานกลุ่มนี้ค่ะ คือ พยายามให้มีการนำแรงงานเข้าสู่ระบบนะคะ ก็สามารถที่จะพาแรงงานไปตรวจสุขภาพ และนำเข้าสู่ระบบได้ จนถึงเดือนกันยายนของปี 2564 นี้เลยนะคะ อย่างไรก็ตามคงต้องขอความร่วมมือ ไปที่นายจ้าง ผู้ที่จ้างแรงงานเหล่านี้ อาจจะเป็นในส่วนของแคมป์คนงานก่อสร้าง, ร้านอาหาร, โรงงาน หรือจ้างแรงงานเหล่านี้ดูแลผู้สูงอายุอยู่ตามบ้าน ขอให้นำแรงงานเข้าสู่ระบบนะคะ ยืดไปถึงกันยายน อย่างไรก็ขอความร่วมมือด้วยค่ะ เพราะว่า ตรงนี้ในที่ประชุม ศบค. คุยกันว่า ถึงแม้ว่า ในเร็ว ๆ วันนี้ COVID จะหมดไปนะคะ เราก็อาจจะยังต้องเผชิญ กับการแพร่ระบาดโรคอื่น ๆ หรือการเฝ้าระวังควบคุมโรคในแรงงาน ที่เราไม่สามารถตรวจสอบได้ นั่นถือได้ว่าเป็นภัยของประเทศชาตินะคะ ก็คงต้องขอความร่วมมือให้กับผู้ที่เกี่ยวข้อง นายจ้างเข้าสู่ระบบนะคะ โดยในที่ประชุมก็มีการหารือกันนะคะ ว่ากระทรวงแรงงาน โดยกรมการจัดหางานนะคะ ก็จะรับเป็นเจ้าภาพที่จะไปประสาน แล้วก็ติดตามเรื่องนี้ และนำมารายงานต่อไปด้วยนะคะ สิ่งสำคัญ ก็คือการที่เข้าระบบนี่ หมายความว่า แรงงานเหล่านี้ต้องมีนายจ้าง เมื่อมีนายจ้างก็จะมีการขึ้นทะเบียน มีการตรวจสุขภาพนะคะ และนำไปสู่การจัดการสวัสดิการที่เหมาะสม อย่างเช่น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของบ้านพัก สิ่งแวดล้อม การที่จะดูแลสุขภาวะให้เขาอยู่ในประเทศไทย ทำงานอย่างสุขภาพดีแข็งแรงนะคะ ก็จะไม่ทำให้การควบคุมโรคระบาดในอนาคต จะเป็นเรื่องที่ยากเย็นอย่างปัจจุบันนะคะ ในส่วนของการฉีดวัคซีนนี่นะคะ วันนี้นี่จะมีนายแพทย์เฉวตสรร มาให้รายละเอียดเพิ่มเติม และก็เรามีการพูดคุยกันนะคะ ว่าในช่วงที่ผ่านมา กทม. จะมีข้อคำถาม จากพี่น้องประชาชนมากมายค่ะ ไม่เฉพาะเรื่องของการฉีดวัคซีน แต่อาจจะเป็นเรื่องของการเฝ้าควบคุมโรค การที่ กทม. จะลงตรวจที่ไหน จุดเสี่ยงในชุมชน มีการพบผู้ติดเชื้อ ชื่อห้างสรรพสินค้าอะไร อย่างไรนี่ ก็มีการพูดคุยกันในที่ประชุมค่ะ ว่า กทม. จะมีการทบทวนนะคะ เปิดศูนย์ให้บริการตอบข้อซักถาม พี่น้องประชาชนค่ะ เพราะว่าบางทีบางคำถามนี่พี่น้องประชาชน ไม่รู้ว่าจะต้องไปที่จุดไหนอย่างไรนะคะ ถ้า กทม. วันนี้รับเรื่องไปแล้ว เดี๋ยวมีรายละเอียดเพิ่มเติมอย่างไร ก็คงจะนำเรียนให้ทราบกันนะคะ วันนี้ก็คงฝากไว้เท่านี้ค่ะ (คุณปวีณา) ค่ะ วันนี้มีประเด็นคำถามจากสื่อมวลชนนะคะ แน่นอนเมื่อสักครู่ทางคุณหมอเบิร์ดบอกไปแล้ว ว่าจะมีทางคุณหมอเฉวตสรรนี่ มาตอบคำถาม แต่ว่าอยากจะให้ขยายความ เรื่องของการปูพรมฉีดวัคซีนสักหน่อยค่ะ เพราะว่ามี PPTV ที่ถามมานะคะ ว่าการปูพรมฉีดวัคซีน 2 วันที่ผ่านมา เรามีรายงานเรื่องของผลข้างเคียง จากวัคซีนมาก-น้อยขนาดไหน แล้วก็ภาพรวมเป็นอย่างไรค่ะ (แพทย์หญิงอภิสมัย) จากที่เราจะมีการรายงานทุก ๆ วันนะคะ จากนี้ว่าแต่ละวันมีพี่น้องประชาชน ได้รับการฉีดวัคซีนจำนวนเท่าไร ในพื้นที่ไหนอย่างไรนะคะ ตรงนี้นี่สิ่งที่ ศบค. มีความเป็นห่วง และติดตามควบคู่กันไป ก็คืออาการไม่พึงประสงค์จากการฉีดวัคซีน อยากเรียนให้ทุกท่านทราบนิดหนึ่งนะคะว่า โดยระบบนี่ทางกระทรวงสาธารณสุข จะมีการจัดการบริหารข้อมูลนะคะ แล้วก็มีการติดตามหลังการฉีดวัคซีน ไม่เฉพาะการเฝ้าระวัง ในบริเวณที่ฉีดวัคซีน 30 นาที ตามที่พี่น้องประชาชนเข้าใจเท่านั้นนะคะ แต่เมื่อทุกท่านลงทะเบียนไปในระบบ หลังฉีดวัคซีนแล้วนี่ จะมีการติดตามอาการ ติดต่อไปอีก 7 วัน 14 วันนะคะ อย่างไรก็ตามนี่นะคะ ในวันนี้ในที่ประชุม ศบค. ได้พูดคุยกัน ในเรื่องของการติดตามหลังฉีด มีการเฝ้าระวังเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ ภายหลังได้รับการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค ก็คือหลังฉีดวัคซีนจะมีการเฝ้าระวัง ติดตามเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ เรียกว่า "AEFI" นะคะ ก็คือ Adverse Events Following Immunization ซึ่งระบบข้อมูล ก็คือ MOPH-IC เมื่อฉีดวัคซีนแล้ว เราจะมีการลงข้อมูลผู้ได้รับวัคซีน และมีการรายงานอาการไม่พึงประสงค์ ในเบื้องต้นถ้าพี่น้องประชาชนรับวัคซีนแล้ว มีอาการผิดปกติใด ๆ ก็ตาม หรือรู้สึกไม่สบายใจนะคะ ท่านสามารถติดต่อส่งเรื่องให้กับโรงพยาบาล ที่ท่านไปฉีดวัคซีนตรงจุดนั้นนะคะ หรือว่าถ้าเกิดว่าอยู่ในจังหวัด จะไปที่ สสจ., สปสช. ก็ได้นะคะ แต่ละจังหวัดจะมีคณะอนุกรรมการจังหวัดค่ะ ซึ่งในนั้นจะมีคณะกรรมผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งประกอบด้วยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ หลากหลายสาขาวิชาชีพค่ะ ทั้งโลหิตวิทยา ทั้งเรื่องของภูมิคุ้มกัน หมออายุรกรรมต่าง ๆ นี่นะคะ ก็จะมาเป็นคณะกรรมการ หากมีการรายงานเรื่องอาการไม่พึงประสงค์ คณะกรรมการชุดนี้ล่ะค่ะ แต่ละจังหวัดที่มีประจำอยู่นะคะ เขาก็จะทำการสอบสวน แล้วก็ดูว่ามีอันตรายหรือไม่อย่างไร สิ่งสำคัญ อันที่ 1 ก็คือพี่น้องประชาชน ที่อาจจะมีรายงานอาการไม่พึงประสงค์ จะได้รับการดูแลโดยด่วนค่ะ ก็บางท่านอาจจะต้องกลับไปที่โรงพยาบาล เข้ารับการรักษานะคะ กับอันที่ 2 ก็คือจะมีการติดตาม แล้วก็มีเรื่องของการชดเชย การให้ค่าใช้จ่าย ในเรื่องของการดูแลรักษาอีกด้วยนะคะ โดยในรายละเอียดนี่นะคะ ขณะกรรมการแต่ละจังหวัดจะมีการสอบสวนโรค แล้วก็พิจารณาในเรื่องของการชดเชย แยกตามความรุนแรง เป็นรุนแรงเล็กน้อย หรือว่าไปจนถึงกรณีถ้ามีการเสียชีวิต แต่ว่าเน้นย้ำนะคะ ว่าพี่น้องประชาชนจะได้รับการดูแลนะคะ แล้วก็มีระบบประกันที่จะเป็นการชดเชย ให้กับทุกท่านด้วยนะคะ อย่างไรก็ตาม ท่านต้องส่งเรื่องไปที่โรงพยาบาลที่ฉีด แล้วก็ฝากเน้นย้ำไปที่จุดฉีด ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาลหรือจุดอื่น ๆ สิ่งสำคัญนะคะ ก็คือการลงข้อมูลค่ะ ตอนนี้แต่ละจังหวัด บางทีมีระบบลงข้อมูลของตัวเอง บางที่ยังเป็น Manual เอาก็มีนะคะ ถ้าท่านลงข้อมูลไปในระบบ "หมอพร้อม" หรือ MOPH-IC ของกระทรวงสาธารณสุข 1. นี่มันก็จะเป็นเรื่องของการกระจายวัคซีน ตามจำนวนที่ท่านรายงาน ว่าฉีดไปเท่าไรในแต่ละวัน กับอันที่ 2 ก็จะเป็นเรื่องของการติดตาม เฝ้าระวังอาการไม่พึงประสงค์ เพื่อเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน ที่ได้รับวัคซีนด้วย ก็คงเน้นย้ำนะคะ ว่าก็จะมีการได้รับการดูแลเฝ้าระวัง แล้วก็มีการทำให้พี่น้องประชาชนปลอดภัย แล้วก็มั่นใจในการเข้ารับบริการฉีดวัคซีน ก็วันนี้คงขอฝากไว้เท่านี้นะคะ ขอบพระคุณค่ะ (คุณปวีณา) กราบขอบพระคุณค่ะ แพทย์หญิงอภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษก ศบค. นะคะ ท่านก็เน้นย้ำว่าอย่างการฉีดวัคซีนที่เกิดขึ้นนี่ เรามาฉีดทั่วประเทศ ในช่วง 2 วันที่ผ่านมานี่นะคะ ก็ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งเท่านั้น แต่ว่าก่อนหน้านี้การฉีดวัคซีนนี่ เราเริ่มดำเนินการ ตั้งแต่เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มาถึง ณ วันนี้นี่ เราฉีดวัคซีนไปแล้ว ทั้งหมด 5,000,000 กว่าโดสด้วยกันนะคะ ซึ่งเราก็จะเห็นว่ามีการเก็บรวบรวม ข้อมูลต่าง ๆ ไว้ทั้งหมดนะคะ เพื่อที่จะนำมาเป็นการสอบสวนโรค และจ่ายเงินชดเชย นอกจากนี้ยังจะเป็นข้อมูล สำหรับใช้ในอนาคตด้วย กรณีเรื่องของการจัดสรรวัคซีน ให้กับประชาชนในกลุ่มต่าง ๆ และลำดับต่อไปค่ะ มาติดตามเรื่องของรายละเอียดภาพรวม การฉีดวัคซีนทั่วประเทศนะคะ จากทางนายแพทย์เฉวตสรร นามวาท ผู้อำนวยการกองควบคุมโรค และภัยสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เรียนเชิญคุณหมอค่ะ (นายแพทย์เฉวตสรร) กราบเรียนพี่น้องประชาชนนะครับ ที่สนใจติดตามข่าวคราวนะครับ ในวันนี้นะครับ ผมขออนุญาตมานำเรียน ในเรื่องของประเด็นที่อยู่ในความสนใจ ของพี่น้องประชาชนเป็นอย่างมากนะครับ ก็คือนับจากที่เรามีการฉีดวัคซีน ในวงกว้างนะครับ ก็จะทำให้โอกาสที่เจออาการไม่พึงประสงค์ ต่าง ๆ นี่ปรากฏเกิดขึ้น แล้วก็อาจจะมีข่าวคราว ปรากฏในสื่อต่าง ๆ นะครับ ซึ่งต่อไปนี้ก็จะมีการรายงานภาพรวม ประมาณสัปดาห์ละครั้งนะครับ แต่ในวันนี้ผมก็อยากจะขออนุญาต มานำเรียนภาพรวมกว้าง ๆ เอาไว้ก่อนนะครับ ขออนุญาตไปที่สไลด์ครับ เนื่องจากว่าในขณะนี้นะครับ จากที่เรามีการฉีดวัคซีนนะครับ จากที่เรามีการฉีดวัคซีนไปนี่นะครับ จากจุดเริ่มต้น ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ จำนวนวัคซีนที่ได้มีการจัดสรรออกไปนะครับ Sinovac นี่ 4,982,312 โดส AstraZeneca 1,774,180 โดส รวมทั้งสิ้นการจัดสรรวัคซีน 2 ชนิดนะครับ 6,700,000 กว่าโดสครับ สไลด์ถัดไปครับ ตรงนี้เป็นจำนวนการฉีดวัคซีนที่เราแยกมาดู นับจากที่เราฉีดในวงกว้างปูพรมนะครับ วันที่ 7 กับวันที่ 8 นะครับ จะเห็นว่าเราก็แจงจำนวนให้เห็นนะคะ ในส่วนของการฉีด... ตัวเลขสำหรับการฉีดในวันนี้ที่เพิ่มขึ้นมานะครับ 470,000 กว่าโดสนะครับ ซึ่งก็ถ้าหากรวมตัวเลขกับเมื่อวันที่ 7 ที่ผ่านมา 2 วัน ก็ 888,000 กว่าโดสนะครับ ก็จะเห็นว่าตรงนี้ เราฉีดได้เกิน วันละ 400,000 โดส เลยทีเดียวนะครับ ยอดรวมของการฉีดมาตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ ก็คือ 5,107,069 โดสนะครับ ผมย้ำตัวเลขตรงนี้ เพราะว่าตรงนี้จะเป็นประเด็นที่สำคัญ การฉีดในจำนวนที่มาก ๆ นี้นะครับ เราก็จะต้องติดตามในเรื่องความปลอดภัย เราถึงมีระบบที่รายงานอาการไม่พึงประสงค์ หลังการฉีดวัคซีนนะครับ ต้องเรียนว่าคำพูดที่พี่น้องประชาชน หรือว่าสื่อมวลชนใช้แล้วก็เข้าใจกันง่าย ๆ นี่ บางทีก็จะพูดถึงคำว่า "แพ้วัคซีน" บางทีก็ใช้คำว่า "ผลข้างเคียง" นะครับ ซึ่งคำเหล่านี้ในทางวิชาการจะมีการแจกแจง แยกความหมายที่ชัดเจน เพราะว่ามันมีความสำคัญ ต่อการที่จะดูแลพี่น้องประชาชน หลังการฉีดวัคซีนที่แตกต่างกันนะครับ ระบบเฝ้าระวังอาการไม่พึงประสงค์ ต้องเรียนว่า เราทำให้มันมีความไว แม้แต่อาการเล็ก ๆ น้อย ๆ อะไรที่จะสามารถติดตามรายงานมาได้ เราก็จะรวบรวมมาไว้นะครับ แต่ถ้าอาการไม่รุนแรง สามารถหายได้เอง เราก็ไม่จำเป็นต้องไปติดตามดูข้อมูลลึก ๆ แต่ถ้าเข้าข่ายอาการที่รุนแรงหรือเสียชีวิต ก็จำเป็นที่จะต้องมาดูรายละเอียด ว่าสาเหตุของการเสียชีวิต สาเหตุของอาการเหล่านั้นคืออะไรนะครับ และก็ในบางส่วนนะครับ อาการไม่พึงประสงค์ที่รุนแรงนี่นะครับ อาจจะเป็นแค่ปฏิกิริยา เมื่อเป็นปฏิกิริยาของร่างกาย ก็จะมีอีกคำคำหนึ่งที่เราจะใช้กัน ก็คือคำว่า "ผลข้างเคียง" นะครับ ปฏิกิริยาของร่างกาย เวลาที่มีสิ่งแปลกปลอมเข้าไปนะครับ วัคซีนก็เป็นหนึ่งในสิ่งแปลกปลอมที่เราใส่เข้าไป ด้วยวัตถุประสงค์จะเอาไปก่อประโยชน์ ก็คือไปกระตุ้นให้ร่างกายรู้จัก ว่าเวลาที่มีสารกระตุ้นแบบนี้ ซึ่งเราจำลอง หรือว่าเอาสารที่มาจากตัวเชื้อนะครับ ก็ทำให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกัน เวลามีเชื้อโรคมาจริง ๆ นะครับ ภูมิคุ้มกันเหล่านี้ก็เป็นเหมือนทหารป้องกันนะครับ ที่จะเข้าไปต่อสู้เอาชนะ ทำให้ลดการเสียชีวิต ลดการป่วยนะครับ แล้วก็มีในระดับที่ลดการติดเชื้อ ส่งผลไปถึงหยุดการแพร่กระจาย หรือว่าลดการแพร่กระจาย ทำให้การระบาดหยุดไว้ได้นะครับ เพราะฉะนั้น ต้องเรียนนะครับ ว่าในกรณีที่จะเป็นปรากฏในสื่อ ในข่าวต่าง ๆ นี่นะครับ ก็จะเด่นชัดมาก คนสนใจในเรื่องของการเสียชีวิตนะครับ ผมขออนุญาตไปที่สไลด์ถัดไปครับ ในส่วนของการเสียชีวิต ที่รายงานมาถึงตอนนี้นะครับ ก็เรียกว่ามีการรายงานเข้ามาแล้ว 27 ราย จริง ๆ มีตัวเลขที่เพิ่มเติมเข้ามา ในส่วนที่เป็นเมื่อเช้านะครับ ก็เป็น 28 ราย ต้องเรียนว่าไม่ใช่ว่าเป็นผลจากวัคซีนนะครับ ตามหลักการของเรา เมื่อมีเหตุการณ์รุนแรงนะครับ ก็จะต้องมีการหาสาเหตุให้ชัดเจนนะครับ โดยระบบของระบบการเฝ้าระวัง อาการไม่พึงประสงค์นะครับ ในระดับพื้นที่ ก็จะมีการรวบรวมข้อมูลรายงานนะครับ และก็จะรายงานสถานการณ์ว่าเกิดเหตุอะไรบ้าง ในเบื้องต้นได้นะครับ ระดับจังหวัดนะครับ จะมีการจัดตั้งคณะผู้เชี่ยวชาญในระดับเขตนะครับ เพราะเวลาที่เราฉีดวงกว้างมาก ๆ หากมีอาการที่เข้าข่าย ที่ผู้เชี่ยวชาญจะต้องดูสาเหตุ ว่าเป็นอย่างไรนะครับ ดูมีความเชื่อมโยง เกี่ยวข้องกับวัคซีนหรือไม่นะครับ เพราะว่าบางกรณีก็อาจจะเกี่ยวข้อง บางกรณีก็อาจจะไม่เกี่ยวข้อง ก็ต้องให้เวลาในการเก็บข้อมูลตรงนั้นนะครับ เพราะฉะนั้น การจะรู้สาเหตุที่แท้จริงที่ชัดเจนนี่ ต้องเรียนว่า ต้องมีทั้งกระบวนการ ที่ดูในเรื่องของกระบวนการดูแลรักษา การส่งตรวจในโรงพยาบาล หรือว่าการตรวจผ่าชันสูตรหลังเสียชีวิต สิ่งเหล่านี้มีความสำคัญมาก นอกจากดูรูปลักษณ์ภายนอกการผ่าแล้ว ชิ้นเนื้อที่ต้องส่งตรวจเพื่ออธิบายสาเหตุ ก็มีความสำคัญเช่นกันนะครับ เพราะฉะนั้น ตัวอย่างของกรณีที่ปทุมธานีนะครับ ก็จะเห็นว่า มีผู้ที่เสียชีวิตหลังการฉีดวัคซีน แต่เมื่อมีการตรวจชันสูตรแล้ว ก็พบว่ามีการอักเสบของเยื่อหุ้มสมองนะครับ ซึ่งก็เป็นเชื้อสาเหตุคนละเรื่องกันเลยนะครับ กับเรื่องของวัคซีน เพราะฉะนั้น กรณีเหล่านั้นเป็นการเสียชีวิต เป็นอาการไม่พึงประสงค์ที่รุนแรงนะครับ แต่ว่าไม่ได้เกี่ยวข้อง ไม่ได้เป็นสาเหตุที่มาจากวัคซีนนะครับ เพราะฉะนั้น ในส่วนของ 27 ราย ที่มีการรายงานเข้ามานะครับ 12 รายมีการสรุปสาเหตุที่ชัดเจนแล้วนะครับ ว่าทุกรายมีสาเหตุของการเสียชีวิต ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องของวัคซีนนะครับ ก็ขอให้พี่น้องประชาชนนะครับ ได้มั่นใจในความปลอดภัยของวัคซีน และเราก็จะติดตามเรื่องราวเหล่านี้นะครับ มานำเสนอต่อท่านเป็นระยะ ๆ นะครับ เพื่อให้เกิดความมั่นอกมั่นใจ แล้วก็เราก็จะได้ประโยชน์ จากการฉีดวัคซีนในวงกว้างเกิดภูมิคุ้มกันหมู่ แล้วก็ทำให้หยุดการระบาดได้ในที่สุดนะครับ ครับ ในส่วนนี้ผมคงขอนำเสนอในช่วงต้นเท่านี้ มีคำถามประเด็นต่าง ๆ อะไรหรือเปล่าครับ (คุณปวีณา) ค่ะ ขอถามสั้น ๆ นิดหนึ่งค่ะ เชื่อว่าคุณผู้ชมนี่เข้าใจแล้วว่าพอมีการชันสูตร หรือว่าการตวจสอบออกมา กรณีอย่างเช่น เมื่อสักครู่คุณหมอบอกว่า 12 คนนี่ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องของการฉีดวัคซีน แต่อย่างกรณีที่ยกตัวอย่างมา อย่างที่ปทุมธานี เป็นการอักเสบของเยื่อหุ้มสมอง ทีนี้คุณผู้ชมที่อาจจะมีโรคประจำตัว เกี่ยวกับเรื่องของสมองก็ตาม หรือว่ามีโรคประจำตัวอาจจะกังวล เรื่องของการเข้ารับวัคซีนมากขึ้น อย่างนี้กรณีถ้าเป็นผู้ป่วยอยู่แล้ว ควรจะรับวัคซีนตามกำหนดที่นัดเอาไว้หรือเปล่า หรือควรจะทำอย่างไรคะ (นายแพทย์เฉวตสรร) ครับ โดยทั่วไปในโรคภัยไข้เจ็บ ที่เป็นโรคประจำตัวนะครับ โดยรวม ๆ นี่ก็ฉีดได้เกือบทุกโรคเลยนะครับ ถ้าหากท่านในวันที่ฉีดนะครับ มีสุขภาพแข็งแรงดี ไม่ได้มีอาการอ่อนเพลีย ไม่ได้มีอาการกำเริบของโรคนะครับ แต่หลายท่านที่มีความกังวลใจ แล้วก็ได้ติดตามการรักษาอยู่กับทางแพทย์ เป็นประจำอยู่แล้ว ก็อาจจะสามารถขอคำปรึกษาเพิ่มเติมได้นะครับ แต่โดยรวม โดยส่วนใหญ่เกือบทุกกรณีของโรคประจำตัว ถ้าไม่ได้มีอาการที่กล่าวมานะครับ อาการกำเริบควบคุมไม่ได้หรืออะไรนี่นะครับ ก็สามารถฉีดได้โดยที่ไม่ต้องเลื่อนนัดครับ (คุณปวีณา) ค่ะ ยกตัวอย่างอีก 1 เคส เคสที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาค่ะ ที่เป็นผู้หญิงที่หลังจากรับวัคซีนแล้วเสียชีวิตนี่ หลายคนก็จะมีคำถามอย่างนี้ค่ะ อย่างเช่น ปวดหัวเป็นไมเกรน หรือว่าทานยาเข้าไป อยากจะถามแทนประชาชนว่า อย่างกรณีไปรับวัคซีนมาแล้วปวดหัว เป็นไมเกรน ต้องขั้นไหนถึงควรจะไปพบแพทย์ ไม่ควรนิ่งนอนใจ และอาจจะทำให้เกิดผลกระทบต่าง ๆ ที่ใหญ่ตามมาน่ะค่ะ (นายแพทย์เฉวตสรร) ครับ หมายถึงหลังฉีดวัคซีน แล้วก็มีปวดหัว ปวดศีรษะนะครับ ก็ตรงนี้เราใช้การประเมิน ของตัวเองเลยนะครับ โดยปกติแล้ว ถ้าหากเราปวดหัวเล็กน้อยนะครับ อาจจะทานยาพาราเซตามอลแก้ปวด พักผ่อนนิดหน่อยก็ดีขึ้นนะครับ ถ้าหากว่าทานแล้ว พักผ่อนแล้วดูไม่ดีขึ้น หรือว่ามันปวดรุนแรงแต่ต้น ดูจะมีความกังวลว่าอาจจะเป็นมากนะครับ ก็สามารถติดต่อได้เลยครับ โดยไม่ควรที่จะรอครับผม (คุณปวีณา) ค่ะ หมดประเด็นคำถามแล้วค่ะ ขอบพระคุณคุณหมอเป็นอย่างยิ่งค่ะ (นายแพทย์เฉวตสรร) ขอบคุณครับ (คุณปวีณา) ค่ะ กราบขอบพระคุณนะคะ ทางนายแพทย์เฉวตสรร นามวาท นะคะ ก็มาอธิบาย เรื่องของอาการข้างเคียงต่าง ๆ นะคะ ซึ่งก็ให้เรานั้นมีความมั่นใจได้นะคะ ว่าหากเกิดอาการข้างเคียง ก็จะแบ่งเป็นกลุ่มอาการที่มีความรุนแรงไม่มาก ในกลุ่มนี้นี่จะเก็บไว้เป็นข้อมูล ส่วนกลุ่มที่มีอาการค่อนข้างรุนแรง จนไปถึงการเสียชีวิตนั้น ก็จะมีคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นมา เพื่อดูถึงสาเหตุ แล้วก็มาวิเคราะห์เรื่องของผลกระทบ ที่เกิดจากการฉีดวัคซีน แต่ในขณะเดียวกัน เรื่องของการจ่ายเงินชดเชยต่าง ๆ ก็ยังเดินหน้าต่อไปเพื่อให้ประชาชนนั้น เกิดความสบายใจมากที่สุดนะคะ และลำดับต่อไปค่ะ ขออนุญาตเรียนเชิญ ทางท่านณัฐภาณุ นพคุณ รองอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ สรุปประเด็นวันนี้ในภาคภาษาอังกฤษค่ะ (คุณณัฐภาณุ) สวัสดีครับ [ภาษาต่างประเทศ] สวัสดีครับ [เสียงวีดิทัศน์] (คุณปวีณา) ค่ะ ได้ติดตามกันไปแล้วนะคะ นี่คือการแถลงข่าว ของศูนย์บริหารสถานการณ์ COVID-19 จากที่ทำเนียบรัฐบาลนะคะ แต่ว่าช่วงของการสนทนาวันนี้ค่ะ ผู้ที่เป็นผู้ประกันตนนั้นพลาดไม่ได้นะคะ หลายคนได้ยินไปแล้วว่าการฉีดวัคซีน เราอาจจะมีเรื่องของอาการไม่พึงประสงค์ ที่เกิดขึ้นหลังการฉีดวัคซีน แต่ ณ วันนี้ ต้องบอกว่ามีข่าวดีนะคะ เพราะว่าสำนักงานประกันสังคมเอง เขาก็จะมีมาตรการค่ะ ที่จะคุ้มครองคนที่เป็นผู้ประกันตน ตั้งแต่ช่วงของการฉีดวัคซีน หลังการฉีดวัคซีน เรียกว่าดูแลอย่างครอบคลุม รายละเอียดจะเป็นอย่างไรนะคะ เดี๋ยวช่วงหน้ากลับมาพูดคุยกันค่ะ กับทางท่านโฆษกสำนักงานประกันสังคมค่ะ [เสียงดนตรี] (คุณสหรัถ) การระบาดของ COVID ครั้งนี้ หนักหนามากนะครับ ก็อยากจะเชิญชวนพี่น้องชาวไทยทุกคน ป้องกันตัวเองจาก COVID ให้ดีที่สุด วัคซีนที่ดีที่สุด นั่นก็คือตัวเราเองครับ สวมแมสก์ สวมหน้ากากตลอดเวลา รักษาระยะห่างอย่างน้อย 2 เมตร ไม่ออกไปไหน ไม่ออกจากบ้าน ถ้าไม่จำเป็น อย่าไปในที่ชุมชน ที่สุ่มเสี่ยงนะครับ ขณะนี้แพทย์ พยาบาล แล้วก็บุคลากรทางการแพทย์ทุกคน เหนื่อยมากนะครับ เหนื่อยมาเป็นปีแล้วนะครับ เห็นใจพวกเขาด้วย รักษาตัวเองให้ดีที่สุดนะครับ แล้วก็ขออวยพรให้พี่น้องชาวไทยทุกคนนั้น ปลอดภัยจากเชื้อ COVID นะครับ ขอให้ทุกคนโชคดีครับ ขอบคุณครับ [เสียงดนตรี]