[เสียงดนตรี] (คุณสุภนันท์) สวัสดีครับ คุณผู้ชมครับ ต้อนรับคุณผู้ชมทุกท่านนะครับ เข้าสู่การแถลงข่าว ของศูนย์บริหารสถานการณ์ COVID-19 หรือ ศบค. จากทำเนียบรัฐบาล ประจำวันศุกร์ที่ 4 มิถุนายน 2564 นะครับ หลังจากวันนี้ช่วงเช้าที่ผ่านมานะครับ ถือว่าหลายท่าน อาจจะได้รับทราบข่าวดีกันไปแล้วนะครับ ที่เรามีการรับมอบวัคซีนจาก AstraZeneca ล็อตแรกที่ผลิตในประเทศไทย เพื่อที่จะส่งมอบให้กับพี่น้องประชาชน ผ่านทางด้านของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขนะครับ ซึ่งวันนี้ในรายละเอียดนี่ ก็จะได้มีการพูดคุยกันด้วย กับทางด้านของท่านอธิบดีกรมควบคุมโรคนะครับ นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ นะครับ แต่ว่าเบื้องต้นนะครับ เริ่มต้นกันด้วย การแถลงข่าวสถานการณ์ประจำวัน และประเด็นสำคัญ จาก ศบค. นะครับ โดยผู้ช่วยโฆษก ศบค. แพทย์หญิงอภิสมัย ศรีรังสรรค์ เรียนเชิญครับ (แพทย์หญิงอภิสมัย) กราบสวัสดีพี่น้องประชาชนนะคะ พบกันในวันนี้ กับการรายงานสถานการณ์เช่นเคยนะคะ วันนี้รายงานผู้ติดเชื้อรายใหม่ทั่วโลกนะคะ อยู่ที่ 471,294 ราย มียอดผู้เสียชีวิต 10,296 รายนะคะ เปอร์เซ็นต์ยังอยู่ที่ 2.1 เปอร์เซ็นต์ ทั่วโลกนะคะ มีรายงานผู้ติดเชื้อยืนยัน สะสมไปแล้ว 172 ล้านค่ะ และประเทศไทยนะคะ อยู่ในอันดับที่ 80 แล้วก็ในส่วนของเพื่อนบ้านนะคะ ที่เราเฝ้าระวัง คือ มาเลเซีย วันนี้ค่อนข้างสูงค่ะ ขึ้นไปที่ 8,000 กว่า กัมพูชา 729 นะคะ เวียดนาม 250 และลาวมีรายงาน 3 รายค่ะ ในส่วนของประเทศไทยนะคะ ตัวเลขวันนี้ 2,631 ราย วันนี้ตัวเลขเรือนจำเล็กลงนะคะ อยู่ที่ 189 รายค่ะ มีรายงานผู้เสียชีวิตสำหรับวันนี้นะคะ 31 คน ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตสะสมนะคะ อยู่ที่ 1,083 คนค่ะ และผู้ที่ยังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล และรายงานอาการหนัก 1,182 ราย มี 376 ราย จำเป็นต้องใช้เครื่องช่วยหายใจค่ะ และในจำนวนนี้นะคะ ผู้ที่กลับบ้านรายงานของวันนี้ คือ 2,493 ราย ทำให้ยอดหายป่วยสะสมนะคะ คือ 93,271 รายค่ะ มาดูรายละเอียดของผู้ที่รายงานการเสียชีวิต วันนี้ 31 รายนะคะ จะเห็นว่าตัวเลขใหญ่ ยังอยู่ที่กรุงเทพมหานคร 20 ราย และอายุน้อยที่สุดของวันนี้ คือ 17 ปีนะคะ อายุมากที่สุด 97 ปีค่ะ แล้วก็ระยะเวลานอนที่รักษาพยาบาล อยู่ในโรงพยาบาลรวมทั้งสิ้นสูงสุด คือ 45 วัน สะท้อนให้เห็นถึงอัตราการครองเตียงนะคะ ซึ่งก็ทำให้เห็นว่าบุคลากร ทางด้านการแพทย์ พยาบาล ก็พยายามที่จะรักษาชีวิตท่านเหล่านี้นะคะ นานถึง 45 วัน แต่ว่าในที่สุดก็เสียชีวิตค่ะ จากปัจจัยเสี่ยงท่านจะเห็นนะคะ ว่าผู้ป่วยติดเตียงและโรคปอด ยังมีรายงานอยู่อย่างสม่ำเสมอนะคะ ซึ่งทางกรมควบคุมโรคก็ได้ฝากมานะคะ ว่าหลาย ๆ ครั้ง ผู้สูงอายุที่เป็นผู้ป่วยติดเตียง อยู่ร่วมกับหลาย ๆ วัย หลาย ๆ อายุในบ้านนะคะ ญาติอาจจะไม่ได้สังเกตว่าอาการท่านแย่ลง จากการสังเกตควรจะสังเกตว่าอาจจะมี อาการซึมลง รับประทานอาหารได้น้อยลง หรือมีลักษณะเหนื่อย หายใจลำบากขึ้น ตรงนี้นี่ร่วมกับประวัติว่ามีลูกหลาน ที่เดินเข้า-ออกอยู่ในบ้าน เป็นผู้เดินทางในพื้นที่เสี่ยง หรือทำอาชีพเสี่ยง ก็คงต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษนะคะ เพราะว่าในส่วนของ กทม. วันนี้นะคะ ก็ยังมีรายงานว่ามีการส่งผู้ป่วย เข้าสู่การรักษาในระยะที่มีสีแดง ก็คือมีอาการรุนแรง แล้วก็ในกลุ่มนี้นะคะ เมื่อเข้าถึงในสถานรักษาพยาบาล อาการก็จะค่อนข้างรุนแรง และทำให้เป็นปัจจัยเสี่ยง ในการเสียชีวิตได้ค่ะ ในแง่ของการรายงานผู้ติดเชื้อเดินทาง จากต่างประเทศที่เราเน้นย้ำนะคะ ก็คือผู้ที่เดินทางโดยผิดกฎหมาย มาดูในเรื่องของพม่านะคะ วันนี้มียังมีอยู่อีก 1 รายนะคะ ที่เดินทางผิดกฎหมายผ่านชายแดนแม่สอด รายนี้เป็นผู้หญิง 29 ปี มาทางเรือนะคะ ก็ถูกจับกุมได้ แล้วตอนนี้ก็เข้าสู่ Local Quarantine นะคะ ทางด่านกัมพูชานี่นะคะ มีมาผิดกฎหมายผ่านช่องทางธรรมชาติ มากถึง 11 ราย และในจำนวนนี้ ก็จากการสอบสวนโรคนะคะ ก็ทำงานเป็นนักพนัน หรือ Admin Online นะคะ แล้วก็ในที่ประชุม ศบค. ชุดเล็ก มีการพูดคุยกันนะคะ ว่าขอเน้นย้ำไปยังพื้นที่ รวมทั้งกระทรวงแรงงานให้มีการสอบสวนนะคะ ว่ากลุ่มคนเหล่านี้นี่ อาจจะเข้าไปประเทศกัมพูชา โดยผิดกฎหมายหรือไม่ มีจำนวนเท่าไร มีนายจ้างดูแล ยกตัวอย่าง เช่น เขาเข้าไปทำงาน อยู่ในคาสิโนใด ๆ หรือไม่นะคะ ตรงนี้คงต้องค้นหาข้อมูลตรงนี้ เพราะว่าจะเห็นรายงานตัวเลขมากขึ้น อย่างต่อเนื่องนะคะ เพื่อที่ทางพื้นที่จะได้ทำแผนรองรับกลุ่มนี้ ได้อย่างถูกต้องเหมาะสมนะคะ ก็ฝากพี่น้องประชาชนและสื่อมวลชน ช่วยกันตรวจสอบค่ะ เพราะว่าตรงนี้ ถ้าเกิดว่าเขาผ่านเข้ามาอย่างผิดกฎหมาย และอาจจะมีเชื้อกลายพันธุ์ ก็ทำให้พวกเราทุกคน ไม่มีความปลอดภัยนะคะ วันนี้ตัวเลขลักลอบเข้าเมือง รายงาน 24 ชั่วโมง อยู่ที่ 217 คนนะคะ แล้วก็มาจากทุกทิศทางค่ะ ทั้งในส่วนของเมียนมา, กัมพูชา และทางด่านประเทศลาวด้วยนะคะ มาดูภายในประเทศนะคะ รายงานยอดสูงสุด 10 อันดับ วันนี้ กทม. ยังคงเป็นอันดับ 1 นะคะ รายงาน 824 ราย ในส่วนของจังหวัดอื่น ๆ ซึ่งวันนี้ที่ประชุมนะคะ มีการประชุมผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ โดยท่านรองผู้ว่าราชการ(จังหวัด)... ท่านรองผู้ว่าราชการฯ จากจังหวัดปริมณฑล ก็ได้นำเรียนข้อมูลเข้ามาด้วยนะคะ การรายงานผู้ติดเชื้อของปทุมธานี ยังคงอยู่ที่บริษัทชำแหละไก่นะคะ ซึ่งจากการลง Active Case Finding ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ตัวเลขรายงาน 31 พฤษภาคม คือ 1,626 คน ที่ลงตรวจ Active Case Finding พบ 729 ราย ผลบวกนะคะ ทำให้เฉพาะบริษัทชำแหละไก่ ของลำลูกกา ปทุมธานีนี่นะคะ ได้มีการตรวจสะสมไป 2,073 ราย พบเป็นรายงานผลบวกผู้ติดเชื้อ 854 ราย ปทุมธานียังมีคลัสเตอร์ ของตลาดสี่มุมเมืองนะคะ ซึ่งก็ยังมีรายงานอยู่ทั้งชาวเมียนมา, ชาวกัมพูชา และลาว ตั้งแต่ 7 พฤษภาคม ถึง 2 มิถุนายน ลงตรวจสะสมไปทั้งสิ้น 22,412 รายนะคะ พบผลผู้ติดเชื้อ 1,569 ราย คิดเป็น 7 เปอร์เซ็นต์ สำหรับวันที่ 2 วันเดียว ตรวจเพิ่มไปอีก 346 รายนะคะ ก็ยังคงพบผู้ติดเชื้ออยู่อย่างต่อเนื่องค่ะ และในวันนี้ทางปทุมก็จะยังมีการลงตรวจ ในส่วนของชุมชน, แคมป์คนงาน, ตลาดเคหะ แล้วก็บางกะดีด้วยนะคะ ในส่วนของสมุทรปราการ ก็เป็นอีก 1 จังหวัด ที่เป็นปริมณฑลนะคะ วันนี้ตัวเลขบวกไป 196 ราย มีผู้ที่เดินทางจากนอกพื้นที่ด้วยอีก 6 รายนะคะ ทำให้ยอดรวมเป็น 202 ตรงนี้ที่เน้นย้ำเสมอค่ะ ก็คือว่าคนที่เดินทางจากพื้นที่เสี่ยง ข้ามไปในจังหวัดนะคะ และจังหวัดก็สามารถตรวจจับได้ แต่ก็บวกเป็นตัวเลขอีก 6 ราย ที่มาจากนอกพื้นที่ ในส่วนของสมุทรปราการนะคะ ยังเฝ้าระวังในส่วน ของโรงงานอุตสาหกรรมฟอกหนัง มีการตรวจ Active Case Finding ไป 415 รายนะคะ พบผลบวก 27 ราย ก็คือเป็นพนักงานที่ทำงาน ในโรงงานอุตสาหกรรมฟอกหนัง และวันนี้มีรายงานเพิ่มเติมค่ะ จากโรงงานเฟอร์นิเจอร์ส่งออก มี Active Case Finding ไป 186 ราย พบผลบวก 5 รายนะคะ ก็เป็นคนงานที่พักอาศัยอยู่ในโรงงานนั้น รวมทั้งสมุทรปราการ ยังคงมีการคัดกรองเชิงรุกคอนโด(มิเนียม) ที่จะตรวจให้ครบนะคะ ในสัปดาห์นี้ ก็คงมีตัวเลขมานำเรียน ในสัปดาห์ถัด ๆ ไปด้วยค่ะ ในส่วนของจังหวัดอื่น ๆ ที่ติดตามนะคะ เพชรบุรีก็ยังคงเป็น โรงงานผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งมีการกระจายไปแล้ว 11 จังหวัดนะคะ เช่นเดียวกับส่วนของสมุทรปราการ ที่รายงานเมื่อสักครู่ โรงงานเฟอร์นิเจอร์ส่งออกนะคะ พบว่ามีการเกี่ยวพัน กับโรงงานปลากระป๋องที่บางปูด้วยนะคะ ทุกท่านจะเห็นลักษณะของการเชื่อมโยง ของโรงงาน สถานประกอบการ ที่ทาง ศบค. ก็ได้เรียนเน้นย้ำต่อเนื่อง มาหลายวันนะคะ ไม่ว่าจะเป็นหลากหลายพื้นที่ มีการเชื่อมต่อไปหลายจังหวัด มีโรงงานที่หลากหลายนะคะ ทั้งโรงงานแปรรูปอาหาร, โรงน้ำแข็ง, โรงงานเกี่ยวกับถุงมือ หรืออุปกรณ์ทางการแพทย์ อย่างนี้เป็นต้นนะคะ ทางกรมควบคุมโรค ก็มีความเป็นห่วงในส่วนของโรงงานค่ะ พบว่าจากการสอบสวนโรคนี่นะคะ ในสภาพแวดล้อมที่อยู่ค่อนข้างแออัด คนงานหรือพนักงาน ในสถานประกอบการเหล่านี้นี่ ยังคงมีลักษณะการใช้ชีวิต ที่เป็นการรวมกลุ่ม มีการจัดพื้นที่รับประทานอาหารร่วมกัน มีการใช้แก้วน้ำเดียวกัน คล้าย ๆ กับแคมป์คนงานก่อสร้าง มีการพบเชื้อที่ตู้กดน้ำรวมนะคะ แล้วก็สถานบริการผับบาร์ปิดไปแล้ว แต่คนงานก็สังสรรค์กันเอง ภายในโรงงานหลังเลิกงาน มีประวัติการสูบบุหรี่มวลเดียวกัน ใช้ห้องน้ำร่วมกัน หรือแม้แต่ห้องเปลี่ยนชุดนะคะ ที่มีลักษณะคับแคบก็ล้วนเป็นปัจจัย ที่ทำให้เกิดการแพร่ระบาด ของการติดเชื้อภายในโรงงาน หรือสถานประกอบการนะคะ ที่ประชุม ศบค. ชุดเล็ก วันนี้ก็ได้มีการย้ำเตือนมาตรการนะคะ แล้วก็จะมีหนังสือไปยังจังหวัด โดยไปถึงผู้ว่าราชการจังหวัดนะคะ เน้นย้ำให้แต่ละจังหวัด มีการให้ความสำคัญกับการเฝ้าระวัง การแพร่ระบาดในโรงงาน สถานประกอบการ ขอให้มีการจัดตั้งคณะอนุกรรมการนะคะ ที่มีการบูรณาการร่วมกัน ทั้งในส่วนของกระทรวงแรงงาน, สภาอุตสาหกรรม, มหาดไทย, สำนักสาธารณสุขจังหวัด โดยคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด เพื่อที่จะพยายามที่จะลงสุ่มตรวจนะคะ แล้วถ้าเกิดว่าตรวจพบเชื้อควรจะต้อง มีมาตรการที่จะดูแลแยกกักให้เหมาะสม โดยนโยบายนะคะ ก็คือเน้นย้ำให้โรงงานนั้น ๆ ยังสามารถที่จะประกอบกิจการได้ อาจจะมีการปิดทำความสะอาด 1-2 วัน หรือว่า 3 วัน ตามลักษณะคล้าย ๆ แคมป์คนงานนะคะ แต่ว่ามีการทบทวนมาตรการในการจัดการ ให้เขาสามารถที่จะดูแล เฝ้าระวังการแพร่ระบาดระหว่างบุคคล รวมทั้งไม่ให้มีการแพร่ระบาดไปยังชุมชน แต่ขณะเดียวกันก็มีการนำเสนอ เรื่องของ Good Factory Practice เป็นมาตรการเข้มงวดต่าง ๆ ที่ทางจังหวัดจำเป็นต้องเน้นย้ำ ให้สถานประกอบการ หรือโรงงานเหล่านี้ ร่วมไม้ร่วมมือให้ได้อย่างที่สุดด้วยนะคะ มาดูในส่วนของ กทม. ค่ะ วันนี้จากตัวเลข +824 ราย สำหรับติดเชื้อใหม่นะคะ กทม. รายงานว่าคลัสเตอร์ใหม่ ในวันนี้มี 2 คลัสเตอร์ค่ะ ก็คือแคมป์คนงานเขตจตุจักร และชุมชนเขตสวนหลวง รวมแล้วคลัสเตอร์ที่เฝ้าระวังทั้งหมด คือ 57 คลัสเตอร์ รวมใน 32 เขตนะคะ มี 5 คลัสเตอร์ด้วยกันที่มีสีเขียวนะคะ ก็คือไม่พบผู้ติดเชื้อใน 28 วันที่ผ่านมานะคะ ได้แก่ ป้อมปราบ(ศัตรูพ่าย), ประเวศ, ปทุมวัน, วัฒนา และบางพลัดนะคะ ซึ่งวันนี้ที่ กทม. รายงานเน้นย้ำ จะเป็นชุมชนสะพานหัวช้าง ซอยเพชรบุรี 18 นะคะ ซึ่งทางกองควบคุมโรคติดต่อ รายงานผลการตรวจ 29 พฤษภาคม โดยจุดตรวจที่สยามสแควร์นะคะ ก็มีการตรวจเชิงรุก Active Case Finding ไป 734 ตัวอย่าง ซึ่งในจำนวนนี้มีชาวต่างชาตินะคะ เพราะว่าในชุมชนเล็ก ๆ ตรงนั้น มีหลากหลายเชื้อชาติ พบผู้ป่วยยืนยันแล้ว 54 ราย คิดเป็น 7.35 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถือได้ว่าค่อนข้างสูงนะคะ ตอนนี้ทาง กทม. ก็จึงมีการเฝ้าระวัง ห้างสรรพสินค้าในย่านราชประสงค์, ประตูน้ำ และรวมทั้งชุมชนตรงนั้น ก็จะมีลักษณะเป็นอาคารพาณิชย์, ห้องเช่า, หอพักที่ค่อนข้างอยู่กันอย่างหนาแน่นนะคะ ก็คงจะต้องฝากพี่น้องประชาชน ติดตามรายงานความคืบหน้า ของ กทม. ด้วยนะคะ และอีก 1 ชุมชน ก็คือบางกะปิ มีลักษณะคล้ายกันนะคะ มีการกระจุกตัวของห้างสรรพสินค้านะคะ ก็มีทั้ง The Mall, Makro, มีตลาดนครไทย, ตลาดบางกะปิ, มีการเคหะคลองจั่น ซึ่งพี่น้องประชาชนก็อยู่กัน อย่างหนาแน่นแออัดพอสมควร รวมทั้งมีแคมป์ก่อสร้าง ในส่วนของแคมป์พรพระนคร อันนี้เป็นตัวอย่างให้เห็นนะคะ หลาย ๆ ครั้งนี่ค่ะ ศบค. ประกาศรายงานเป็นพื้นที่ อยากให้ทุกท่านติดตามรายงานรายละเอียด ของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข และรวมทั้ง กทม. ด้วยนะคะ ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่ก็จะมีรายละเอียด ว่าเป็นสถานที่ไหน จุดใดนะคะ อย่างไรก็ตาม ทางกรมควบคุมโรคก็เน้นย้ำค่ะ ว่าเราจำเป็นต้องรณรงค์เรื่องของการเฝ้าระวัง มาตรการส่วนตัว D-M-H-T-T นะคะ สวมหน้ากากตลอดเวลา เว้นระยะห่าง ล้างมือ ไม่ไปอยู่ในสถานที่แออัดคับแคบ กทม. นี่นะคะ เรามีการประกาศ ตั้งแต่ในช่วงต้นเดือนที่ผ่านมาแล้ว ว่าการรวมกลุ่มไม่ควรเกิน 20 คน ดังนั้น ทุก ๆ ที่ ขอให้ท่านถือเป็นพื้นที่เฝ้าระวังทั้งหมดนะคะ เพราะว่าถ้าเกิดว่าเรามีความจำเป็น ต้องไปตลาด ไปในสถานที่ชุมชน ถ้าท่านระมัดระวังมาตรการส่วนบุคคลได้ดี โอกาสติดเชื้อก็จะน้อยลงมากนะคะ แม้ว่าบางครั้งนี่ เราได้ยินประกาศว่ามี... อย่างเช่น การติดเชื้อในส่วนของ HomePro ลาดพร้าว อย่างนี้เป็นต้นนะคะ ซึ่งจริง ๆ แล้วเป็นสาขาเอกมัย-รามอินทรา แต่ว่าตั้งอยู่ในเขตลาดพร้าว อย่างนี้เป็นต้น ที่เน้นย้ำพี่น้องประชาชนเสมอนะคะ ว่าการที่สถานที่ใดสถานที่หนึ่ง มีการประกาศพบผู้ติดเชื้อ ไม่ว่าจะเป็นตลาด, ห้าง, คอนโดมิเนียม, หอพักก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าทุกคนที่อยู่ บนอาคารเดียวกันนั้น จะกลายเป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูงนะคะ ขอให้ท่านไปดูรายละเอียด ในการจำกัดความนิดหนึ่ง หากท่านอยู่ใกล้ผู้ที่มีความเสี่ยงสูง เช่น อาจจะมีอาการของระบบทางเดินหายใจ มีไอ มีจาม มีไข้ อย่างนี้นะคะ โดยที่ท่านไม่สวมหน้ากากอนามัย ไม่ได้เว้นระยะ มีการคลุกคลีกันในสถานที่อับอากาศ เกิน 5 นาที พูดคุยกันนะคะ หรือแม้กระทั่งมีไอจามรดกัน อันนี้ถือได้ว่าท่านมีความเสี่ยงสูง แต่ถ้าเกิดว่าเพียงอาศัยอยู่ในอาคารเดียวกัน หรือได้เดินไปในห้างสรรพสินค้า ร้านนี้ในช่วงเวลาต่างกัน อาจจะไม่ได้ทำให้ท่าน กลายเป็นผู้เสียงสูงก็ได้นะคะ ตรงนี้ต้องทำความเข้าใจ แล้วก็ให้ความร่วมมือกับ กทม. ให้ถูกต้องด้วยนะคะ กทม. ก็รายงานด้วยนะคะ ว่าในกรณีการตรวจคัดกรองเชิงรุก ในเขตลาดพร้าว เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน ขอให้พี่น้องประชาชน ที่ยังไม่ได้ทราบผลตรวจ ซึ่งรออยู่ตอนนี้นี่นะคะ หากท่านไม่ได้รับการยืนยันว่าไม่ติดเชื้อ ขอให้ลดการเดินทาง ไม่ไปสัมผัสผู้สูงอายุ หรือผู้ป่วยที่อยู่ในครอบครัว พยายามที่จะแยกกัก หรือว่าเรียกว่า "กักกันตัวเอง" ในระหว่างรอผลตรวจด้วยนะคะ เพราะว่าในขณะที่รอผล ก็ท่านยังมีความเสี่ยงอยู่ค่ะ ในส่วนของ กทม. วันนี้นะคะ ก็ยังเน้นในการเฝ้าระวังในตลาด ชุมชนและแคมป์คนงานค่ะ ในส่วนของที่ประชุมได้พูดคุยกัน ถึงข้อร้องเรียนของพี่น้องประชาชน ที่สอบถามเข้ามา ในเรื่องของการจัดการวัคซีน เพราะว่าวันที่ 7 มิถุนายนนี้นะคะ ตามประกาศวาระแห่งชาติ พี่น้องประชาชนที่ลงทะเบียนผ่านหมอพร้อม โดยเฉพาะประชาชนที่อายุเกิน 60 ปี มีโรคประจำตัวก็จะได้รับการนัดหมาย ฉีดวัคซีนพร้อมกันทั่วประเทศ ในวันที่ 7 มิถุนายนนี้ อย่างไรก็ตามนี่นะคะ ก็มีคำถามเข้ามาเยอะค่ะ ว่าจะได้ฉีดไหม แล้วก็การที่บางโรงพยาบาลประกาศยกเลิก ในหลาย ๆ พื้นที่นะคะ ไม่ว่าจะเป็นหัวหิน, เชียงใหม่, ลำปาง, กทม. ตรงนี้พี่น้องประชาชน สอบถามเข้ามามากมายค่ะ ทางกระทรวงสาธารณสุขได้เน้นย้ำนะคะ ว่าพี่น้องประชาชนที่ลงทะเบียนผ่านหมอพร้อม ในกลุ่มผู้สูงอายุและโรคประจำตัว และท่านได้รับการยืนยัน ฉีดวัคซีนเรียบร้อยนะคะ จะได้ฉีดวัคซีนตามกำหนดแน่นอนค่ะ ในกรณีที่มีการประกาศยกเลิกนะคะ เดี๋ยวในวันนี้จะมีการชี้แจงในรายละเอียดค่ะ โดยท่านอธิบดีกรมควบคุมโรค จะมาให้รายละเอียดด้วยท่านเองนะคะ โดยวันนี้นะคะ ท่านปลัดกระทรวงสาธารณสุขค่ะ นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ก็จะมีการประชุมทางไกลวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ กับทุกจังหวัดทั่วประเทศนะคะ ในเวลา 15.00 น. ค่ะ เพื่อทำความเข้าใจ เรื่องของการกระจายวัคซีน รวมทั้งองค์กรที่รับไปฉีดวัคซีนแล้ว วันนี้จะได้มีโอกาสซักถามนะคะ ทั้งในแง่ของการกระจาย แล้วก็จำนวน แล้วก็การจัดสรรต่าง ๆ โดยท่านปลัด(กระทรวงสาธารณสุข) ก็เน้นย้ำนะคะ ว่ามีวัคซีนเพียงพอตามแผนแน่นอนค่ะ แล้วจะมีการจัดสรรในส่วนของเดือนมิถุนายน อยู่ที่ 5-6 ล้านโดสนะคะ และจะต้องมีการกระจายให้ทั่วถึง และเป็นธรรม เกิดประโยชน์กับประชาชนสูงสุด โดยหลักการคร่าว ๆ นะคะ ก็คือเป็นไปตามอัตราส่วนประชากรต่อวัคซีน พื้นที่ที่มีการแพร่ระบาดรุนแรงของสถานการณ์ พื้นที่จำเพาะตามนโยบายภาครัฐ อย่างเช่น เพื่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจท่องเที่ยว อย่างนี้เป็นต้นนะคะ และกระทรวงสาธารณสุข ให้การยืนยันมั่นใจนะคะ ว่าการกระจายวัคซีนจะมีการปรับให้สอดคล้อง กับสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่ด้วยค่ะ เพื่อไม่ให้การกระจายวัคซีน การส่องมอบวัคซีนมีการขาดช่วง ทำให้จังหวัดนั้นไม่ได้รับตามแผน อันนี้ยืนยัน โดยท่านปลัดกระทรวงสาธารณสุขนะคะ และก็ในส่วนของ กทม. เองนะคะ วันนี้ทางกรมควบคุมโรคได้ชี้แจงค่ะ ว่ามี 21 หน่วยฉีดวัคซีนของ กทม. ที่ท่านจะได้รับตรงวัคซีน จากกรมควบคุมโรคนะคะ ก็คือขึ้นให้เห็นที่หน้าจอหน้าจอตรงนี้นะคะ ในส่วนของโรงพยาบาลอื่น ๆ ท่านจะได้รับ กระจายวัคซีนผ่านสำนักอนามัย กทม. และในส่วนของมหาวิทยาลัยนะคะ ก็ผ่าน อว. ก็คือกระทรวงอุตสา... ขออภัยค่ะ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย หรือ ทปอ. เพราะฉะนั้น ตรงนี้นี่ ขอให้มั่นใจว่ากรมควบคุมโรค มีการจัดสรรวัคซีน ให้เป็นไปตามแผนที่ทั่วประเทศ และรวมทั้ง กทม. นะคะ จะได้ทำให้พี่น้องประชาชนนี่ได้รับวัคซีน ไม่มีการขาดตกบกพร่องนะคะ โดยในวันนี้ในส่วนของพื้นที่ กทม. ค่ะ สำนักอนามัย กทม. เอง ก็มีการจัดประชุมเตรียมความพร้อม ในการจัดการฉีดวัคซีน ในโรงพยาบาลใน กทม. นะคะ โดยท่านผู้อำนวยการสำนักอนามัยค่ะ แพทย์หญิงป่านฤดี มโนมัยพิบูลย์ และท่านผู้อำนวยการสำนักงาน พัฒนาระบบสาธารณสุข สำนักอนามัย แพทย์หญิงดวงพร ปิณจีเสคิกุล นะคะ ก็จะได้มาชี้แจงแนวทาง ให้บริการฉีดวัคซีนใน กทม. ค่ะ จะมีการตอบคำถามทั้งเรื่องระบบการจอง การกระจายวัคซีน รายละเอียดต่าง ๆ ขอให้ทุกโรงพยาบาลใน กทม. นะคะ ไปถามคำถามค่ะ แล้วก็ซักถาม ซักซ้อมความมั่นใจ เพื่อในวันจันทร์ที่ 7 มิถุนายนนะคะ ทุกโรงพยาบาลใน กทม. ก็จะสามารถให้บริการ พี่น้องประชาชนได้พร้อมเพรียงกันค่ะ ในส่วนของการบริหารจัดการนี่นะคะ หลายท่านอาจจะเคยเห็นประสบการณ์ จากการที่เราจัดการเตียง ตอนแรกยอมรับว่าอาจจะไม่พร้อม อาจจะมีความขลุกขลัก มีอุปสรรค แต่พี่น้องประชาชนก็ได้เห็นความพยายาม ความมุ่งมั่นนะคะ ทุก ๆ กระทรวงเลยไม่เฉพาะสาธารณสุข ก็พยายามที่จะบูรณาการงานร่วมกัน และทำให้ในที่สุดนี่การจัดสรรเตียง ก็เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและราบรื่น เรื่องวัคซีนนี่เรามีการเตรียมความพร้อมมานาน อาจจะยังไม่ตอบโจทย์ อาจจะมีอุปสรรคที่ทำให้พี่น้องประชาชน มีข้อขัดข้องใจมีคำถาม ขอให้เราร่วมมือกัน รับฟังกันนะคะ โดยเฉพาะวันนี้ท่านอธิบดีกรมควบคุมโรค นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ จะมาชี้แจงด้วยตัวท่านเองนะคะ ขอให้รับฟังแล้วก็ท่านช่วยเสนอแนะ ข้อขัดข้องที่ยังคงต้องพัฒนามาได้ค่ะ แต่ว่าอย่างไรก็ตาม เรายังคงต้องพยายาม ที่จะทำงานร่วมกันนะคะ แล้วก็ให้พี่น้องประชาชน ได้การกระจายวัคซีนตามแผนค่ะ ก็ฝากไว้เท่านี้ค่ะ (คุณสุภนันท์) ครับ วันนี้ไม่มีประเด็นคำถาม เพิ่มเติมนะครับ มีอะไรจะฝากทิ้งท้ายถึงพี่น้องประชาชน ที่ติดตามรับฟังการแถลงอยู่ไหมครับ (แพทย์หญิงอภิสมัย) ก็ในส่วนของการกระจายวัคซีน เห็นใจพี่น้องประชาชนจริง ๆ นะคะ แล้วก็ฝากความเห็นใจ ไปยังโรงพยาบาลด้วยค่ะ เพราะว่าโรงพยาบาลหลายแห่งนะคะ ก็เสนอเข้ามาใน ศบค. ว่าเราจะต้องรับมือ วันที่ 7 มิถุนายนนี้นะคะ พี่น้องประชาชนจะมาทั้งจากระบบ "หมอพร้อม" ระบบแอปพลิเคชันของกทม. เอง หรือบางครั้งพี่น้องประชาชนลงทะเบียน ผ่านช่องทางโรงพยาบาลต่าง ๆ ตรงนี้นี่จุดฉีดวัคซีนทั้งโรงพยาบาล, มหาวิทยาลัย หรือสถานบริการต่าง ๆ นะคะ ตอนนี้นี่พยายามอย่างหนักเลยค่ะ ที่จะบริการพี่น้องพี่น้องประชาชน ขอให้พี่น้องประชาชนก็ให้กำลังใจ บุคคลหน้างานเหล่านี้ด้วยนะคะ อะไรก็ตามที่อาจจะเป็นอุปสรรคติดขัด ในวันที่จะเปิดให้บริการฉีดวัคซีนวันแรก ขอให้ถ้อยทีถ้อยอาศัย ค่อย ๆ พูด ค่อย ๆ จากัน แล้วเราจะพัฒนาระบบให้ดีขึ้น ๆ แน่นอนค่ะ อย่างที่ท่านปลัดฯ ได้เน้นย้ำนะคะ ว่าเราจะพยายามทำให้การกระจายวัคซีน ไปที่พี่น้องประชาชนได้อย่างทั่วถึง และเป็นธรรมที่สุดค่ะ ก็ฝากไว้เท่านี้นะคะ สวัสดีค่ะ (คุณสุภนันท์) ครับ ขอบพระคุณนะครับ ผู้ช่วยโฆษก ศบค. นะครับ แพทย์หญิงอภิสมัย ศรีรังสรรค์ นะครับ ก็มาสรุปสถานการณ์ประจำวัน เรื่องของการแพร่ระบาดของ COVID-19 ในประเทศไทย กลุ่มก้อนต่าง ๆ เป็นอย่างไร มีจุดไหนที่จำเป็นต้องมีการเฝ้าระวัง กันอย่างใกล้ชิด รวมถึงมาตรการในการควบคุมนะครับ อย่างที่เกริ่นไปครับ เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมานะครับ มีพิธีรับมอบเรื่องของวัคซีน AstraZeneca ล็อตแรกที่ผลิตในประเทศไทย เพื่อที่จะส่งมอบให้กับพี่น้องประชาชน ในพื้นที่ต่าง ๆ ผ่านทางด้านของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขนะครับ รายละเอียดเป็นอย่างไร วันนี้ขออนุญาตเรียนเชิญนะครับ ท่านอธิบดีกรมควบคุมโรคนะครับ นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ มาพูดคุยในรายละเอียดนะครับ เรียนเชิญครับ (นายแพทย์โอภาส) ครับ ขอบคุณครับ สวัสดีครับ พี่น้องประชาชนครับ วันนี้เป็นวันที่น่ายินดีนะครับ ที่ทางกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้รับมอบวัคซีน จากบริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) (จำกัด) จำนวน 1.8 ล้านโดสนะครับ ซึ่งเป็นวัคซีนที่ผลิตในประเทศไทยนะครับ ได้รับรองคุณภาพมาตรฐาน ระดับสากลนานาชาตินะครับ จากการรับรองของ บริษัท แอสตร้าเซนเนก้าฯ Headquarter นะครับ อย่างไรก็ตามครับ วันนี้มีสิ่งที่อยากจะ มานำเรียนพี่น้องประชาชนนะครับ ในส่วนของกระทรวงสาธารณสุข ก็คือเรื่องของการกระจายวัคซีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป้าหมาย ที่จะมีการฉีดวัคซีน ในวันที่ 7 มิถุนายน ซึ่งถือเป็นหมุดหมายสำคัญของประเทศไทย ในการรับมือกับโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ COVID-19 นะครับ วันนี้ผมคงจะมาพูดถึงเรื่องของการกระจาย แล้วก็แผนการฉีดวัคซีนนะครับ โดยเฉพาะในเดือนมิถุนายน อย่างไรก็ตาม ขออนุญาตทบทวนนิดเดียวนะครับ ว่าเป้าหมายสำคัญ ของการฉีดวัคซีน COVID-19 นะครับ ที่ท่านนายกรัฐมนตรี ท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ให้ไว้ ก็คือว่าคนในแผ่นดินไทยทุกคน ไม่ว่าจะเป็นคนไทย หรือคนต่างชาติที่อยู่ในประเทศไทย ที่สมัครใจจะต้องได้เข้ารับการฉีดวัคซีน โดยไม่คิดมูลค่าทุกคนในปี 2564 แต่ถ้าเกิดเป้าหมายในเรื่องของการฉีดวัคซีน เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันระดับประเทศ เพื่อให้แน่ใจว่าประเทศเราจะปลอดภัย เศรษฐกิจ และก็สังคมชีวิตประชาชน จะไปได้ต่อนะครับ ก็คือจะต้องฉีดได้อย่างน้อย 50 ล้านคน ของพี่น้องประชาชน ซึ่งตรงนี้ต้องช่วยกันนะครับ การจัดการในเรื่องนี้ก็จะประกอบด้วย การจัดหาและก็การกระจายวัคซีน หรือที่เรียกตามศัพท์ง่าย ๆ ก็คือการ Supply หา Supply มา อันที่ 2 ก็คือจะต้อง... เมื่อเรามีวัคซีนแล้ว สิ่งที่จะต้องทำควบคู่กันไป ก็คือความต้องการในการฉีด หรือ Demand จะต้องมีการสมดุลสอดเนื่องกันนะครับ ประการที่ 3 ก็คือจุดฉีดบริการวัคซีนนะครับ ซึ่งขณะนี้มีอยู่ทั่วประเทศ แล้วก็ความสามารถในการฉีดนี่มีสูงนะครับ บางจุดฉีดได้เป็น 10,000 หรือ 10,000 กว่าขึ้นไป แล้วก็ประการสุดท้าย ก็คือเรื่องของระบบข้อมูล ในการติดตามประเมินผลนะครับ ที่ผ่านมาตั้งแต่ช่วง 28 กุมภาพันธ์ ที่เรามีการฉีดวัคซีน COVID-19 เป็นครั้งแรก โดยวัคซีนของ บริษัท ซิโนแวค (ไบ​โอเทค จำกัด) กุมภาพันธ์, มีนาคม, เมษายน, พฤษภาคมนะครับ เราฉีดไปแล้วทั้งสิ้น เมื่อสิ้นเดือนพฤษภาคม 3,644,859 โดส ถ้านับถึงขนาดนี้นี่ ผมเชื่อว่า คงเกิน 4 ล้านโดสแล้ว ถ้าตัดยอดตรง 31 พฤษภาคม ก็ได้ 3 ล้านกว่าโดส จากวัคซีนที่เรากระจายไปตอนนั้น ประมาณ 4 ล้านโดส เพราะฉะนั้น ความต้องการในการฉีดวัคซีน ของพี่น้องประชาชนมีมากนะครับ โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีการระบาดอย่างมาก อย่างที่เราทราบ ก็คือกรุงเทพมหานคร ฉีดไปแล้วประมาณ 1 ล้านโดสนะครับ ก็มีส่วนสำคัญที่ทำให้เราสามารถยับยั้ง แล้วก็ชะลอสถานการณ์การระบาด ของโรค COVID-19 กรุงเทพมหานคร ได้ส่วนหนึ่งนะครับ สำหรับการจัดหาวัคซีน ในปี 2564 นะครับ เป้าหมายที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้ให้ไว้ ก็คือจะต้องจัดหาวัคซีน ให้ได้ 100 ล้านโดสนะครับ แล้วก็ปี 2565 ให้เพิ่มขึ้นไป อีก 50 ล้านโดส เป็น 150 ล้านโดส ทั้งนี้เนื่องจากข้อมูลอาจจะต้องมี วิชาการความรู้ที่เรามีนี่ เราอาจจะต้องจำเป็นจะต้องฉีดวัคซีน เพื่อกระตุ้นอีกเข็มหนึ่งก็ให้เผื่อไว้ รวมทั้งถ้าเกิดมีการเชื้อกลายพันธุ์ จำต้องเป็นต้องหาวัคซีนในรุ่นถัดไป หรือที่เรียกว่า "Generation" ใหม่ ๆ ก็จะมีแผนเตรียมไว้อย่างน้อย 50 ล้านโดส ในปี 2565 ก็ไม่ต้องห่วงนะครับ ไม่ว่างบประมาณปี 2565 เป็นอย่างไร รัฐบาลมีแนวทางที่จะจัดหา งบประมาณมาให้ทางกระทรวงสาธารณสุข จัดหาอย่างแน่นอนนะครับ ไม่ว่าจะเป็นงบเงินกู้ หรืองบกลางต่าง ๆ นะครับ ขณะนี้เรามีการจัดหาตามแผน ของวัคซีน 100 ล้านโดส มีการจัดหาวัคซีนของบริษัท ซิโนแวคฯ ไปแล้ว 6 ล้านโดส แล้วมีการลงนามในสัญญาของ บริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) ฯ ไป 61 ล้านโดส ซึ่งขณะนี้ส่งมาแล้ว 2 ล้านโดสนะครับ เพราะฉะนั้น ถ้าดูตัวเลข 61 กับ 6 ก็จะเป็น 67 ล้านโดส เพราะฉะนั้น ในปี 2564 นี่ เรายังขาดวัคซีนอยู่ 33 ล้านโดส ซึ่งขณะนี้ท่านนายกรัฐมนตรี ได้ให้นโยบายไว้ว่าให้จัดหาเพิ่มเติม ขณะนี้อยู่ในขั้นตอน การลงนามในสัญญาคำสั่งจองวัคซีน กับบริษัท ไฟเซอร์ ((ประเทศไทย) จำกัด) ซึ่งเป็นไปได้ด้วยดี สัปดาห์หน้าคงจะมานำเรียนความก้าวหน้า น่าจะได้มีการลงนามในสัญญา จองวัคซีนในสัปดาห์หน้านะครับ อีกอันหนึ่ง ก็คือเรื่องของวัคซีน ของบริษัท จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน (คอนซูเมอร์ (ประเทศไทย) จำกัด) ก็เช่นเดียวกันนะครับ อยู่ในขั้นตอนการเตรียมทำสัญญา แล้วก็ร่างลงนามในการจองวัคซีน ซึ่ง 2 วัคซีนนี้นี่ คาดว่าจะได้ทั้งหมด 25 ล้านโดส จากนั้น ก็จะมีแผนที่จะจัดหา ซื้อวัคซีน Sinovac อีก 8 ล้านโดสอย่างน้อย เพราะฉะนั้น ถ้าดูตัวเลขแบบนี้ ก็จะครบ 100 ล้านโดสนะครับ เดือนนี้น่าจะมีข่าวดีให้พวกเราทราบ อีกประการหนึ่ง ซึ่งเป็นข่าวดี ก็คือว่าในวัคซีนที่เราใช้ในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นของบริษัท ซิโนแวคฯ หรือของบริษัท แอสตร้าเซนเนก้าฯ ทั้ง 2 ชนิดนี้นะครับ ได้ผ่านการรับรอง จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. รวมทั้งองค์การอนามัยโลก เป็นวัคซีนที่ใช้ได้ในภาวะฉุกเฉิน เหมือนกันทั่วโลกนะครับ รวมทั้งคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ ด้านวิชาการนะครับ ได้ทบทวนความรู้ด้านวิชาการ แล้วก็ระบุว่า วัคซีนทั้ง 2 ชนิดนี้ในประเทศไทย สามารถฉีดหรือว่าให้ได้ ในประชาชนตั้งแต่อายุ 18 ปีขึ้นไป ไม่จำกัดอายุแล้วนะครับ เพราะฉะนั้น แปลว่า วัคซีนที่เรามีนี่ สามารถฉีดให้กับพี่น้องประชาชนคนไทย ที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปี ขึ้นไป จนถึงอายุเกิน 60 ขึ้นไปได้ทั้ง 2 ชนิดนะครับ ไม่ได้มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ อันนี้ก็ทำให้เราสามารถบริหารจัดการ เรื่องวัคซีนได้ง่ายขึ้นนะครับ สำหรับการกระจายวัคซีน ก็คงขออนุญาตนำเรียนว่าตอนนี้การกระจายวัคซีน ไวรัส COVID-19 นี่ยังเป็นการใช้ ในภาวะฉุกเฉินทั่วโลกเหมือนกันนะครับ ที่เรียกว่า "Emergency Use" นะครับ เพราะฉะนั้น เนื่องจากเป็นภาวะฉุกเฉิน ที่เราทราบว่ามีการระบาด ระดับโลก ระดับใหญ่ทั่วโลก เพราะฉะนั้น การที่จะมีวัคซีนเยอะ ๆ รอไว้แล้วเข้าไปซื้อนี่ก็คงไม่ทันการ เพราะฉะนั้น กระบวนการ ก็คือมีการผลิตครบก็จะมีการส่งมอบ มีการรับ แล้วก็มีการกระจายไปทันที ฉะนั้น แผนก็จะมีการเคลื่อนไป เรื่อย ๆ ทุกสัปดาห์ เพราะฉะนั้น แผนที่วางไว้ ในเดือนมิถุนายนนะครับ ทางกระทรวงสาธารณสุข โดยท่านรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ก็ให้แนวไว้ว่าก็พยายามจะกระจายให้ต่อเนื่อง อย่างน้อยเป็นทุกสัปดาห์ เมื่อไรก็ตามที่มีวัคซีนที่ผลิตในประเทศไทย ของ AstraZeneca มาได้นะครับ ทุกสัปดาห์ก็ให้มีการทบทวน แล้วก็ดูว่าผลิตได้เท่าไร แล้วก็มีการกระจายอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มีการฉีดเป็นไปอย่างต่อเนื่อง หรือที่เรียกว่า "Rolling" นะครับ ผมยกตัวอย่าง อย่างเช่น เดือนมิถุนายน ที่เราจะมีการฉีดวัคซีนตามแผนหลักนะครับ คือ ถ้าทบทวนกันดูดี ๆ นี่ จะเห็นว่าแผนการฉีดวัคซีนของเรานี่ กำหนดเอาไว้ในแผนหลักจะเป็นเดือนมิถุนายน แต่ช่วงเดือนมีนาคม, เมษายน, พฤษภาคม เรามีเหตุการณ์การระบาด จึงมีการจัดหาวัคซีนมาฉีดเพิ่มเติมนะครับ ขณะนี้มีการกระจายวัคซีน ที่เราได้รับในสัปดาห์นี้นะครับ วันนี้วันศุกร์นะครับ จากบริษัท แอสตร้าเซนเนก้าฯ แล้วนี่ ที่ได้รับเมื่อเช้ามา ที่กระทรวงสาธารณสุข 1.8 ล้านโดส รวมกับ 200,000 แรก เฉพาะฉะนั้น เรามีวัคซีน ของ AstraZeneca นี่ อยู่ 2 ล้านโดส ซึ่งได้ดำเนินการจัดระบบการส่งนะครับ 200,000 แรกนี่ส่งไปแล้ว ก็จะเห็นมีตามข่าวนะครับ ว่าแต่ละจังหวัดได้ 3,600 บ้างอะไรบ้าง เกิดความสงสัยนะครับ ว่าตกลงได้แค่นี้จริงหรือนะครับ ก็คงเรียนว่า ตอนที่เรามี 200,000 เราก็ส่งให้แต่ละจังหวัดประมาณ 3,600 เพราะฉะนั้น ตอนนี้เรามีอีก 1,800,000 เพราะฉะนั้น ก็จะมีการส่งไปที่จังหวัดต่าง ๆ ไปยังกลุ่มเป้าหมายนี่เพิ่มเติมมากขึ้น เดี๋ยวผมจะลงรายละเอียดต่อไปนะครับ ประการที่ 2 เราก็จะมีวัคซีน ของบริษัท Sinovac อีกประมาณ 1.5 ล้านโดส เพราะฉะนั้น ขณะนี้ เรามีวัคซีนอยู่ในมือแล้วที่เราจะฉีด ตั้งแต่วันที่ 7 มิถุนายน เป็นต้นไปนี่ ทั้งหมด 3,540,000 โดส แล้วก็จะมีการกระจายไปจังหวัดต่าง ๆ นะครับ ส่วนสัปดาห์ถัดไปนะครับ หลังจาก 2 สัปดาห์แรก ที่เรามีวัคซีนวัคซีน 3,540,000 โดสแล้ว เราก็จะมีวัคซีนในสัปดาห์ที่ 3 อีกประมาณอย่างน้อง 840,000 โดส แล้วก็สัปดาห์ที่ 4 อีก 2,580,000 โดส อันนี้เป็นตัวเลขจากการที่เรามีการตกลง กับทางบริษัทไปเบื้องต้น อาจจะมีการเพิ่มหรือลด อันนี้แล้วแต่กำลังผลิตตอนนั้น รวมทั้งวัคซีนที่เราจัดหามาได้ เพราะฉะนั้น ในภาพรวม ของเดือนมิถุนายนนะครับ ก็จะมีวัคซีนมากกว่า 6 ล้านโดส ทั้งนี้ก็เป็นไปตามแผนที่ทาง ศบค. ร่วมกับกระทรวงสาธารสุขได้วางระบบไว้ ก็จะเห็นว่า ถ้าเรามียอด 6 ล้านโดส ในเดือนมิถุนายน กับยอดที่เราฉีด เมื่อก่อนพฤษภาคม 4 ล้านโดส เพราะฉะนั้น ปลายปี... ปลายเดือนนี้เราก็คาดว่าจะฉีดให้กับ พี่น้องประชาชนได้ประมาณ 10 ล้านโดสนะครับ ก็คิดว่าเป็นตัวเลขที่ค่อนข้างดีพอสมควร ทำให้เราสามารถควบคุมสถานการณ์ การระบาดในขณะนี้ได้ไม่มากก็น้อยนะครับ แต่ถ้าจะคิดถึงว่า แล้ววัคซีนที่เราบอกว่า มีในเดือนมิถุนายนนี่ 6 ล้านโดส เราจะมีการกระจายไปจังหวัดต่าง ๆ อย่างไร ก็ขออนุญาตนำเรียนว่า อันที่ 1 ที่ท่านนายกรัฐมนตรี และก็ ศบค. กับกระทรวงสาธารณสุข ได้ตกลงในหลักการกันไว้ ก็คือ 1 แต่ละจังหวัดจะต้องมีวัคซีน ทั้ง AstraZeneca และ Sinovac เพื่อบริการพี่น้องประชาชนเฉลี่ยเป็นพื้นฐาน ตามจำนวนประชากรในจังหวัดนั้น ๆ รวมถึงประชากรแฝงด้วย อันนี้ถ้าพูดตามศัพท์ง่าย ๆ ก็เรียกว่าหารเฉลี่ยตามจำนวนประชากร ไปเป็นพื้นฐานก่อน อันที่ 1 อันที่ 2 จังหวัดที่มีการระบาด อย่างรุนแรงหรือมาก อย่างเช่นของกรุงเทพมหานคร, ปริมณฑล หรือเพชรบุรี ก็จะมีการจัดวัคซีนเสริมเติมเข้าไปนะครับ ยกตัวอย่าง อย่างกรุงเทพมหานคร จะเห็นตัวอย่างชัดนะครับ ที่ผ่านมาเราฉีดไปแล้ว 1 ล้านโดส แล้วก็ตามแผน ก็คือในเดือนมิถุนายน จะฉีดให้ได้อย่างน้อย 2.5 ล้านโดส เดี๋ยวผมจะบอกตัวเลขว่าเป็นอย่างไรนะครับ รวมทั้งจังหวัดนนทบุรี, ปทุมธานี และสมุทรปราการ ซึ่งเป็นปริมณฑล อีกจังหวัดหนึ่ง ที่มีการส่งวัคซีนเพิ่มเติมขึ้นไป ก็คือเพชรบุรีนะครับ อย่างไรก็ตามครับ สถานการณ์การระบาดของโรคนี่ ค่อนข้างรวดเร็ว แผนที่เราวางไว้สัปดาห์นี้ แต่พอสัปดาห์หน้า จังหวัดที่มีการระบาดเพิ่มเติมขึ้นไป ก็จำเป็นจะต้องจัดหาวัคซีน เพื่อไปควบคุมสถานการณ์การระบาด ในจังหวัดนั้น ๆ อันนี้จะเป็นแผนเพิ่มเติมเข้าไป รวมทั้งบางกลุ่มเป้าหมายที่มีการระบาด อย่างเช่น ที่เรือนจำ อย่างนี้เราก็จำเป็นจะต้องจัดหาวัคซีน เพื่อไปเสริม เพื่อควบคุมโรคให้ได้ดียิ่งขึ้น อันนี้คือประการที่ 2 นะครับ ประการที่ 3 ก็คือจังหวัดที่เป็นกลุ่มเป้าหมายพิเศษ อย่างเช่น จังหวัดท่องเที่ยว ตัวอย่างที่เห็น ก็คือภูเก็ตนะครับ ที่มีการส่งวัคซีนไปฉีดค่อนข้างเยอะ ถ้าเทียบอัตราส่วนประชากร จะเห็นว่าจังหวัดภูเก็ต เป็นจังหวัดที่มีพี่น้องประชาชน ฉีดวัคซีนมากที่สุดในประเทศไทย ขณะนี้ตัวเลขเกิน ถึง 50 เปอร์เซ็นต์แล้ว เพื่อให้รองรับที่ภูเก็ตจะเปิดประเทศ เปิดจังหวัด รองรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติให้ได้ อันนี้ก็จะเป็นแผนพิเศษ รวมทั้งบางกลุ่มที่เป็นกลุ่มแรงงาน ที่จะมีการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ เพราะเรามีการระบาดในโรงงายหลายแห่ง อย่างนี้เป็นต้นนะครับ รวมทั้งชายแดนเศรษฐกิจ ตรงนี้ก็จะใส่วัคซีนเสริมเติมเข้าไปนะครับ ยกตัวอย่าง อย่างเช่น จังหวัดชลบุรี, ระยอง แล้วก็จังหวัดชายแดน เช่น จังหวัดตาก อย่างนี้เป็นต้นนะครับ อีกประการหนึ่งนะครับ เพื่อให้การขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยเฉพาะกลุ่มแรงงานผู้ประกันตนนะครับ สามารถประกอบกิจกรรมขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้ ก็จะมีการมอบให้สำนักงานประกันสังคม จัดสรรวัคซีนในเดือนมิถุนายน ประมาณ 1 ล้านโดส ไปฉีดให้กับผู้ประกันตน อย่างนี้เป็นต้น รวมทั้งผู้ที่ขึ้นทะเบียนจอง ในการฉีดวัคซีนในระบบ "หมอพร้อม" หลาย ๆ ท่านสงสัย จองแล้วเลื่อนหรือเปล่า ก็คงยืนยันอีกครั้งหนึ่งนะครับ เมื่อเช้าท่านปลัดกระทรวงสาธารณสุข ท่านเกียรติภูมิ วงศ์รจิต ได้ยืนยันไปครั้งหนึ่งแล้วนะครับ ท่านที่จองการฉีดวัคซีน ของ "หมอพร้อม" นะครับ โดยเฉพาะวันที่ 7 หรือ 8 หรือ 9 มิถุนายน ท่านได้ฉีดแน่นอนนะครับ ไม่มีการเลื่อนนะครับ ก็ขอยืนยันอีกครั้งหนึ่งนะครับ ก็ขอให้ไปติดต่อที่โรงพยาบาลใกล้บ้านท่าน ที่ท่านจองไว้นะครับ อีกประการหนึ่งนะครับ สำหรับกรุงเทพมหานคร เรามียอดจัดสรรให้กับทางกรุงเทพมหานครนี่ ไปประมาณ 1 ล้านโดส แต่อย่างไรก็ตามครับ เนื่องจากมีการจัดสรรกลุ่มต่าง ๆ ไปเพิ่มเติม ยกตัวอย่างอย่างเช่น สำนักงานประกันสังคมได้โควตา ในการฉีดเดือนมิถุนายนไป 1 ล้านโดส เพราะฉะนั้น 2 อันนี้ เขาก็จะไปฉีดในพื้นที่กรุงเทพมหานครก่อน ก็จะเป็นวัคซีนรวม 2 ล้านโดส นอกจากนี้เรายังมีกลุ่มหนึ่ง ก็คือกลุ่มมหาวิทยาลัยต่าง ๆ นะครับ ในที่ประชุมอธิการบดี ก็ยังมีการจัดสรรวัคซีนไปอีก 500,000 โดส เพราะฉะนั้น ถ้ารวมแค่ 3 ยอดนี้ ก็จะรวมเป็น 2,500,000 โดส ก็ให้แน่ใจว่ากรุงเทพมหานคร ที่มีการระบาดมาก ๆ จะได้รับการจัดสรรวัคซีนที่เพียงพอ ในการควบคุมการระบาดนะครับ อันนี้คือแผนการกระจาย ซึ่งมีการกระจายไปตั้งแต่วันที่ 2 มิถุนายน ที่เรารับวัคซีน เป็นต้นไปนะครับ อีกประการหนึ่งนะครับ ก็คือจุดฉีดวัคซีนนะครับ การฉีดวัคซีนจะต้องอยู่ภายใต้การกำกับ ของแพทย์และสถานพยาบาลเท่านั้นนะครับ ซึ่งมีทั้งโรงพยาบาล ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และก็มีจุดฉีดอย่างที่เราเห็นหลาย ๆ ที่ จุดฉีดนอกโรงพยาบาล อย่างเช่น ห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ หรือแม้แต่สถานีกลางบางซื่อ จุดฉีดเหล่านี้จะเป็นจุดฉีดที่ต้องอยู่ภายใต้ การกำกับของแพทย์และสถานพยาบาลนะครับ ภายใต้มาตรการที่กำหนด ไม่ว่าจะเป็นการคัดกรองประวัติ การลงนามยินยอม การฉีดวัคซีน การสังเกตอาการ รวมทั้งระบบติดตาม ภายหลังฉีดวัคซีน 30 วัน อันนี้เป็นไปตามมาตรฐานที่ทางกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขกำหนดนะครับ ขณะนี้เรามีจุดฉีดอยู่ในต่างจังหวัด ทั้งหมด 993 จุด ซึ่งพร้อมจะให้บริการในวันที่ 7 มิถุนายนนะครับ ส่วนกรุงเทพมหานคร ขณะนี้ได้แจ้งจุดมาอย่างน้อย 25 จุดนะครับ และสำนักงานประกันสังคม ก็ได้แจ้งจุดในการบริการ อย่างน้อย 25 จุด เช่นเดียวกันนะครับ อีกจุดหนึ่ง ก็คือทางมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า เจ้าคุณทหารลาดกระบัง, มหาวิทยาลัยมหิดล, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี, มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี สมุทรปราการ, ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์, มหาวิทยาลัยรังสิต, มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ก็จะเป็นกลุ่ม 11 แห่ง นะครับ มหาวิทยาลัยใหญ่ ๆ ที่จะมีโควตา ในการฉีดวัคซีนนี่ประมาณ 500,000 สำหรับบุคลากรในตนเองรวมถึง อาจจะเพิ่มเติมในประชาชนที่อยู่รอบ ๆ นะครับ เขามี 11 มหาวิทยาลัย แต่จุดฉีดอาจจะมีเยอะกว่านี้นะครับ กำลังทบทวนจุดฉีดกันอยู่นะครับ นอกจากนี้จุดฉีด ยังมีจุดฉีดกลางอีกประมาณ 10 แห่ง ยกตัวอย่าง อย่างเช่น สถานีกลางบางซื่อนะครับ สถาบันราชานุกูล ซึ่งเขาจะเป็นจุดที่ฉีดสำหรับเด็กพิเศษ แล้วก็ผู้ที่ด้อยโอกาสหรือผู้พิการนะครับ ศูนย์การแพทย์บางรัก ซึ่งเขาจะเป็นจุดฉีดสำหรับชาวต่างชาติ คณะทูตานุทูตต่าง ๆ อย่างนี้เป็นต้น ซึ่งทั้งหมดจะมีอยู่ 10 แห่ง ซึ่งจะได้มีการประกาศออกไป แต่อย่างไรก็ตามครับ แต่ละจุดฉีดสามารถปรับเปลี่ยนได้ ตามความเหมาะสมนะครับ ในบางจังหวัดที่มีการฉีดวัคซีนได้มาก ๆ ก็อาจจะมีการเพิ่มจุด หรือบางจังหวัดที่มีจุดฉีดเพียงพอ ก็อาจจะมีการลดจุดฉีดลงนะครับ ก็ขอให้ติดตามรายละเอียดในจังหวัดนั้น ๆ ผ่านทางคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด หรือคณะกรรมการโรคติดต่อ กรุงเทพมหานครนะครับ จะเห็นว่าแผนกระจายกับแผนฉีด จุดฉีดนี่ก็จะสอดคล้องกันนะครับ ตรงส่วนกลางสาธารณสุขกับ ศบค. ก็จะติดตามผลการฉีดเป็นรายวัน แล้วก็ปรับเปลี่ยนสถานการณ์ ปรับเปลี่ยนตัวเลข ปรับเปลี่ยนยอด ปรับเปลี่ยนจุดฉีดให้สอดคล้อง กับความต้องการของพี่น้องประชาชนนะครับ ทั้งนี้ทุกอย่างจะสังเกตเห็นว่า ยังเป็นไปตามแผนที่ ศบค. และก็กระทรวงสาธารณสุขกำหนดนะครับ จังหวัดแต่ละจังหวัด ก็จะมียอดเป้าหมายในการฉีด ส่วนการบริหารจัดการก็จะเป็นภาระหน้าที่ ของท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ในฐานะประธานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด ที่จะนำแผนในภาคนโยบายไปสู่การปฏิบัติ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ของพื้นที่ เพื่อให้แน่ใจว่าพี่น้องประชาชน จะได้รับการฉีดวัคซีน COVID-19 เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดนะครับ ก็ขอยืนยันครับ วันที่ 7 มิถุนายน วัคซีนมีพร้อม จุดฉีดมีพร้อม ก็ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนไปรับวัคซีน ตามที่กำหนดครับ ขอบพระคุณครับ (คุณสุภนันท์) ขออนุญาตท่านนิดหนึ่งนะครับ มีคำถามเพิ่มเติมเข้ามา ว่าอย่างในจุดฉีดบางจุดฉีด โรงพยาบาลบางโรงพยาบาลเอง อาจจะยังไม่มีความเข้าใจ หรือว่าอาจจะยังไม่รับทราบข้อมูล เท่ากับส่วนกลางตรงนี้ หลังจากได้รับวัคซีนล็อตนี้มาแล้ว จะมีการทำความเข้าใจกับแต่ละจังหวัด หรือว่าแต่ละโรงพยาบาลอย่างไร เพิ่มเติมไหมครับ (นายแพทย์โอภาส) ครับ วันนี้ก็จะมีการสื่อสาร กับทางแต่ละจังหวัดให้ทราบนะครับ ถึงยอดเป้าหมาย และก็วิธีการขบวนการนะครับ โดยเฉพาะวัคซีนจะมีการทยอยส่งให้ เป็นรายสัปดาห์นะครับ หรือเป็นรายวันในบางจุดนะครับ ก็ขอให้พี่น้องประชาชนได้ติดตามข้อมูลข่าวสาร จากทางคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด หรือคณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานคร เพราะว่าจุดฉีดมีหลายจุด บางจุดอาจจะสื่อไม่ถึงกัน โดยเฉพาะจุดฉีดที่เป็นภาคเอกชนนะครับ ที่ตอนแรกเขาอาจจะวางจุดไว้ตรงนั้น แต่พอดูภาพรวมแล้วว่าจุดฉีดมีมากพอแล้ว ก็อาจจะหยุดจุดฉีดบางจุดไป เพื่อไม่ให้เพื่อการบริหารจัดการได้ง่ายขึ้น เพราะฉะนั้น จุดฉีดบางจุด ถ้ามีมากเกินไปก็อาจจะลดจุดฉีดได้ ก็ขอให้ติดตามข้อมูล จากคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด ในจังหวัดนั้น ๆ ครับ ขอบพระคุณครับ (คุณสุภนันท์) ขออนุญาตเพิ่มเติมอีก 1 คำถามครับ คำถามสุดท้ายแล้ว ตอนนี้อย่างที่ท่านบอกสักครู่ ว่าทุกจังหวัดจะได้รับวัคซีนไป 2 ยี่ห้อ ทั้ง AstraZeneca ทั้ง Sinovac นะครับ แล้วประชาชนจะรู้ก่อนใช่ไหมครับ ว่าเขาจะได้รับยี่ห้ออะไร หรือว่าจะมีหลักเกณฑ์อะไรในการพิจารณา ว่าคนไหนจะได้รับวัคซีนตัวไหนครับ (นายแพทย์โอภาส) ขณะนี้ในเชิงวิชาการนะครับ แล้วก็เชิงการจัดการ คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ ด้านวิชาการได้ระบุแล้วล่ะครับ ว่าวัคซีน 2 ชนิดนี้ สามารถฉีด ในประชาชนอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป จนถึงผู้สูงอายุได้เหมือน ๆ กัน เพราะฉะนั้น การตัดสินใจการฉีดวัคซีนนี่ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ทางการแพทย์ และสาธารณสุขเป็นหลักนะครับ ถ้าสังเกตดูแต่ละจุดนี่ จะมีคุณหมอที่เขาเป็นผู้ดูแล การฉีดวัคซีนในจุดนั้น ๆ นะครับ หากมีข้อสงสัยก็จะให้ทางแพทย์ผู้ดูแลเป็นการฉีด เป็นผู้วินิจฉัยว่าจะฉีดวัคซีนตัวไหนนะครับ ทั้งนี้ขอให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ทางการแพทย์ และสาธารณสุขเป็นหลักครับผม (คุณสุภนันท์) ครับ อันนี้ไม่มีประเด็น คำถามเพิ่มเติมนะครับ ขอบคุณนะครับ ท่านครับ ครับ ขอบคุณนะครับ ท่านนายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ นะครับ ท่านอธิบดีกรมควบคุมโรคนะครับ ก็เรียกว่ามาคลายข้อสงสัย สำหรับพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศ ที่ตั้งตารอวันที่ 7 มิถุนายน ที่เราจะเริ่มฉีดวัคซีนพร้อมกัน ทั่วประเทศนะครับ ใครที่ลงทะเบียนเอาไว้ แจ้งความประสงค์ไว้แล้ว โดยเฉพาะผ่านทางแพลตฟอร์ม ของ "หมอพร้อม" นะครับ ยืนยันครับ ว่าทุกท่านจะได้รับการฉีด ตามที่นัดกันไว้นะครับ แล้วก็วัคซีนทุกอย่างก็เป็นไปตามแผน อย่างน้อย ๆ มิถุนายน 6 ล้านโดส ในประเทศไทยมีอย่างแน่นอนนะครับ ลำดับต่อไปนะครับ จะเป็นการแถลงข่าวในภาคภาษาอังกฤษ เพื่อสื่อสารทำความเข้าใจกับชาวต่างชาตินะครับ เรียนเชิญ ท่านณัฐภาณุ นพคุณ รองอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เรียนเชิญครับ (คุณณัฐภาณุ) สวัสดีครับ [ภาษาอังกฤษ] [ภาษาอังกฤษ] สวัสดีครับ (คุณสุภนันท์) ครับ ขอบคุณนะครับ ท่านณัฐภานุ นพคุณ นะครับ รองอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ นะครับ คุณผู้ชมครับ เดี๋ยวเราพักกันสักครู่หนึ่ง ช่วงหน้ามาพูดคุยกับ ท่านนายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัยนะครับ ถึงมาตรการควบคุมการแพร่ระบาด โดยเฉพาะในกลุ่มก้อนของสถานประกอบการ ที่เป็นลักษณะของแรงงาน ซึ่งถือว่ามีความสำคัญในมิติ ทางด้านเศรษฐกิจอย่างมาก รวมทั้งคลัสเตอร์อื่น ๆ นะครับ ช่วงนี้พักกันครู่เดียวครับ [เสียงดนตรี] [เสียงวิดีทัศน์] [เสียงดนตรี]