[เสียงดนตรี] [เสียงวีดิทัศน์] (ศาสตราจารย์ แพทย์หญิงกุลกัญญา) วัคซีนที่ได้รับการขึ้นทะเบียนทุกชนิดนะคะ จะต้องมีประสิทธิภาพดี ทุกชนิดที่ใช้ในโลกนี้ ป้องกันอาการป่วยรุนแรง และเสียชีวิตได้ 100 เปอร์เซ็นต์นะคะ แต่การป้องกันอาการป่วย แบบอาการปานกลางหรืออาการเบา จะมีความแตกต่างกันบ้าง วัคซีนทุกชนิดที่ได้รับการขึ้นทะเบียน จะต้องมีความปลอดภัยสูงนะคะ แต่แน่นอนค่ะ ว่าจะต้องมีอาการข้างเคียงเกิดขึ้นได้บ้าง ส่วนใหญ่จะเป็นอาการเบา ๆ แต่บางคนนี่ ถ้าร่างกายหรือสภาวะจิตใจไม่พร้อม อาจจะตอบสนองต่อวัคซีน ทำให้เกิดอาการข้างเคียงรุนแรง มากกว่าปกติได้นะคะ บางครั้งวัคซีนอาจทำให้เกิดอาการแพ้ได้นะคะ แต่ก็น้อยมาก เช่น 1 ใน 100,000 รายเป็นต้นนะคะ ซึ่งเราจำเป็นต้องเฝ้าดูอาการหลังฉีด ถ้ามีอาการแพ้เราก็รีบดูแลรักษา ให้ยาแก้แพ้ทันที โรค COVID-19 ยังจะอยู่กับเราอีกนาน หรือตลอดไปนะคะ วิธีการเดียวที่จะจัดการกับเจ้าโรคนี้ ให้เปลี่ยนจากโรครุนแรง กลายเป็นโรคหวัดธรรมดา ก็คือการที่เราจะต้องสร้างเสริมภูมิคุ้มกัน ให้เราสามารถต่อต้านความรุนแรงของโรคได้ ถ้าหากว่าเรา คนในชุมชนของเรา และคนทั่วประเทศไทย ฉีดวัคซีนแล้วมีภูมิต้านทานแล้วนี่ เมื่อเราติดเชื้อจากโรค COVID-19 เราจะเป็นเหมือนไข้หวัดธรรมดา หรือไม่มีอาการเลยนะคะ แน่นอนฉีดวัคซีนดีกว่าไม่ฉีดค่ะ เพราะว่าอาการข้างเคียงของวัคซีน ถ้าจะมีก็น้อยมาก หรือบางคนจะมีอาการแรงบ้าง ก็เป็นชั่วคราวนะคะ วัคซีนมีความปลอดภัยค่ะ การรีบฉีดวัคซีน จะทำให้เรากลับมีชีวิตเป็นปกติเร็วที่สุดนะคะ การรีบฉีดวัคซีน รีบฉีดให้เร็ว ดีกว่ามารอฉีดวัคซีนที่เราต้องการ เพราะถึงวันนั้น เราอาจจะเป็นโรคไปเสียก่อนแล้ว ไม่คุ้มกันเลยค่ะ (คุณสุภนันท์) สวัสดีครับ ต้อนรับคุณผู้ชมทุกท่านนะครับ เข้าสู่การแถลงข่าว จากศูนย์บริหารสถานการณ์ COVID-19 หรือ ศบค. จากทำเนียบรัฐบาล ประจำวันพุธที่ 5 พฤษภาคม 2564 นะครับ ที่จบไปเมื่อสักครู่นะครับ ตอนต้นนะครับ เป็นเทปนะครับ ในการสัมภาษณ์ทางด้านของ ศาสตราจารย์ แพทย์หญิงกุลกัญญา โชคไพบูลย์กิจ นะครับ ผู้อำนวยการของศูนย์วิจัยคลินิก คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล นะครับ ก็น่าจะเป็นอีกข้อมูลหนึ่งนะครับ ที่สำหรับใครที่ยังลังเลอยู่นะครับ ว่าตกลงแล้วจะฉีดหรือไม่ฉีดดี แพทย์หลายท่านออกมายืนยันตรงกันครับ ว่าการฉีดนั้นมีความปลอดภัยมากกว่า ยิ่งเราฉีดมากเท่าไร เรายิ่งมีโอกาสที่จะกลับมาใช้ชีวิตกันตามปกติ กิจการกิจกรรมต่าง ๆ กลับมาเดินหน้าทางด้านเศรษฐกิจ กันได้ไวมากขึ้นนะครับ ซึ่งวันนี้ 14.00 น. รายการพิเศษของทำเนียบรัฐบาล ก็จะเชิญท่านอาจารย์กุลกัญญา มาร่วมพูดคุยกันแบบเต็ม ๆ คุณผู้ชมก็สามารถติดตามกันได้นะครับ สำหรับวันนี้การแถลงข่าว ในช่วง 11.30 น. นะครับ เริ่มต้นกันด้วยเรื่องของสถานการณ์ประจำวัน รวมทั้งประเด็นสำคัญจาก ศบค. นะครับ เรียนเชิญแพทย์หญิงอภิสมัย ศรีรังสรรค์ ครับ ผู้ช่วยโฆษก ศบค. เรียนเชิญครับ (แพทย์หญิงอภิสมัย) กราบสวัสดีพี่น้องประชาชนทุกท่านนะคะ กลับมาพบกับการรายงานสถานการณ์ COVID ประจำ 5 พฤษภาคม 2564 นะคะ ตัวเลขผู้ติดเชื้อรายวันในวันนี้ หลายท่านได้ติดตาม ก็จะเห็นตัวเลข 2,112 รายนะคะ ซึ่งในจำนวนนี้ค่ะ เป็นผู้ที่พบจากโรงพยาบาล 1,555 ราย เป็นการคัดกรองเชิงรุกในชุมชน 152 รายนะคะ แล้วก็มีผู้ที่เดินทางจากต่างประเทศ 5 รายค่ะ ในจำนวนนี้ในกล่องสีดำนะคะ แสดงตัวเลขผู้ที่เสียชีวิตนะคะ วันนี้มีรายงานตัวเลขที่ 15 คนค่ะ ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตสะสมอยู่ที่ 318 คนนะคะ คิดเป็น 0.42 เปอร์เซ็นต์ค่ะ ในส่วนของการรายงานสถานการณ์ ระลอกเมษายนของประเทศไทยนะคะ ตอนนี้มีผู้ที่ยืนยันเป็นผู้ป่วยสะสมค่ะ 46,037 รายนะคะ แล้วก็ในจำนวนนี้นะคะ อยากให้ท่านเห็นกล่องสีเขียว ๆ 16,300 ขออภัยค่ะ 16,934 ราย นี่คือกลุ่มที่หายป่วยนะคะ แล้วก็สามารถที่จะกลับบ้านได้ โดยรายละเอียดที่กรมควบคุมโรค รายงานในวันนี้ด้วยนะคะ ก็คือใน 16,000 กว่ารายนี้ เป็นกรุงเทพมหานครนะคะ 800 ขออภัยค่ะ ในส่วนของวันนี้ 1,886 ราย ที่หายป่วยกลับบ้าน เป็น กทม. ถึง 836 รายนะคะ ที่กลับบ้านทำให้เตียง กทม. ว่างลง 574 เตียง กลับบ้านจากโรงพยาบาลสนาม อีก 262 เตียงนะคะ ก็จะเป็นในอีก 1 วันค่ะ ที่จำนวนผู้หายป่วยได้รับการกลับบ้านนี่นะคะ เพิ่มขึ้นสูงที่สุดนะคะ 1,886 ราย ในกล่องสีฟ้าด้านล่าง ที่จะให้ทุกท่านสังเกตนะคะ ก็คือกลุ่มที่ยังคงรับการรักษาอยู่ในโรงพยาบาล วันนี้รายงานตัวเลขที่ 30,222 รายค่ะ ในจำนวนนี้นะคะ มีอาการหนัก ก็คือมีปอดติดเชื้อ 1,042 ราย และมีการใช้เครื่องช่วยหายใจ 343 รายนะคะ ซึ่งก็กระจายอยู่ในหลาย ๆ จังหวัดด้วยค่ะ ในกรณีผู้เสียชีวิต ที่มีรายงาน 15 ท่านในวันนี้นะคะ มีทั้งจาก กทม. 4 รายค่ะ นนทบุรี, สุโขทัย 2 ราย ปทุมธานี, ระยอง, ยะลา, อยุธยา, ประจวบคีรีขันธ์, นครพนม และนครปฐมจังหวัดละ 1 รายนะคะ ก็ขอแสดงความเสียใจ กับครอบครัวเป็นอย่างยิ่งนะคะ ในส่วนของรายละเอียดผู้ที่เสียชีวิต ทั้ง 15 ท่านในวันนี้นะคะ มีอายุ 50-86 ปีค่ะ แล้วก็สิ่งที่กรมควบคุมโรค นำมาเรียนเสนอในวันนี้นะคะ ก็คือมี 1 รายที่ในวันที่ท่านเสียชีวิต มาที่โรงพยาบาล โดยไม่ได้ทราบว่าเป็นผู้ป่วยนะคะ แต่ว่าคณะแพทย์ที่ดูแล ให้การดูแลช่วยเหลือแล้ว แล้วก็สงสัยว่าอาจจะเป็นการติดเชื้อ COVID-19 ซึ่งผลก็ออกมาเป็นบวก แล้วก็เสียชีวิตในวันเดียวกัน โดยมากนะคะ จะมี 5 ราย ที่วันที่ทราบผลติดเชื้อจนถึงเสียชีวิตนั้น ใช้เวลา 1-6 วัน แล้วก็มี 9 รายค่ะ ที่ 7-14 วัน หลังจากทราบผลที่ติดเชื้อก็เสียชีวิตนะคะ แล้วก็มีนานที่สุด 25 วันค่ะ คือ หลังจากทราบผลติดเชื้อ แล้วเข้ารับการรักษานะคะ ก็มีความพยายามช่วยเหลือ 25 วัน ก็มีการเสียชีวิตในที่สุดนะคะ สำหรับระลอกเมษายนรวม ๆ แล้วนะคะ ตัวเลขทั้งประเทศอยู่ที่ 46,037 รายนะคะ ถ้าทุกท่านสังเกตแผนภูมิแท่ง อันนี้จะเห็นว่าทางสีน้ำเงินนะคะ ที่เป็นแท่ง ๆ ก็จะยังมีขึ้น ๆ ลง ๆ สีเหลืองเป็นการแสดง ของการคัดกรองเชิงรุกนะคะ ที่เราพยายามที่จะระบายสี ให้เห็นสถานการณ์ เป็นในลักษณะแนวโน้มด้วยนะคะ กราฟที่ทุกท่านคุ้นเคย จะเป็นเส้นกราฟสีแดงในสไลด์นี้นะคะ ก็คือจะเห็นภาพว่าในช่วงที่ผ่านมา เข้าสู้พฤษภาคมนี่นะคะ ตัวเลขยังเป็นลักษณะ ทั้งขึ้น ๆ บ้าง ลง ๆ บ้างนะคะ ก็อย่างที่เราเรียนย้ำว่าพี่น้องประชาชน ยังต้องพยายามนะคะ แล้วก็ช่วยกันดึงเส้นกราฟลงให้ได้นะคะ เพื่อที่เราจะสงวนเตียงไว้ให้กับผู้ป่วย ที่จำเป็นต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วนนะคะ สไลด์ถัดไปจะแสดงให้เห็น กลุ่มที่แยกตามปัจจัยเสี่ยง แยกตามพื้นที่นะคะ สีส้ม คือ กรุงเทพมหานคร วันนี้ยอดรวมอยู่ที่ 789 789 นะคะ เป็นตัวเลขของ กทม. ปริมณฑลรวมแล้วอยู่ที่ 587 นะคะ จังหวัดอื่น ๆ ที่เหลือรวมกันอยู่ที่ 731 ท่านจะเห็นว่าตัวเลข กทม. และปริมณฑล ก็จะเป็นตัวเลขที่ยังใหญ่อยู่นะคะ แล้วก็รวมแล้วนี่ กทม. และปริมณฑลจะอยู่ที่ 1,314 ราย ที่เป็นรายงานผู้ติดเชื้อใหม่ สำหรับวันนี้นะคะ ไปดูแยกรายละเอียดรายจังหวัด สไลด์นี้แสดงให้ท่านเห็นยอดรวม ถ้าไปดูขวามือสุด ขวามือของท่านนะคะ ที่เป็นตัวเลขสีแดง นั่นจะเป็นยอดสะสม และก็หมายเลข 1-15 นี้ เรียงให้เห็นจังหวัดที่มียอดสะสมสูงสุด ตั้งแต่อันดับ 1-15 ในหน้าแรกนี้นะคะ ก็จะเห็นว่า กทม. ยังมีจำนวนสะสมสูงสุด และก็บวกวันนี้วันเดียว 789 นะคะ 789 ราย เชียงใหม่ แม้ว่าตัวเลขวันนี้ หรือรวมทั้งสัปดาห์ ที่ท่านจะเริ่มเห็นเป็น 40, 41 อย่างนี้นะคะ แต่พอมารวมตัวเลขสะสมทั้งหมด เชียงใหม่ก็เลยยังคงสูงอยู่ ยังเป็นอันดับ 2 โคราชเองนี่นะคะ ก็วันนี้รายงานอยู่เป็นอันดับที่ 12 ของจำนวนผู้ติดเชื้อสะสมของระลอกเมษายนค่ะ ซึ่งในส่วนนี้นี่นะคะ ทางนครราชสีมาเอง ตอนนี้ก็จะเห็นประกาศ ขอความร่วมมือประชาชน งดออกจากบ้าน ในช่วง 23.00-04.00 น. นะคะ แล้วก็ได้จากภาพข่าวพี่น้องประชาชนคงเห็น ว่ามีการที่แจ้งจับสามีภรรยา ที่ปกปิดข้อมูล COVID อย่างนี้เป็นต้น เราจะเริ่มเห็นภาพแบบนี้ เพราะว่าอย่างที่เรียนนะคะ ว่าส่วนหนึ่งนี่เราพยายามขอความร่วมมือ และพี่น้องประชาชนจำนวนมาก ก็พยายามร่วมมือนะคะ ทำตามมาตรการของแต่ละจังหวัดอย่างเข้มข้น แต่ก็จะเริ่มมีเห็นภาพเหมือนกันค่ะ กับการฝ่าฝืนมาตรการ แล้วก็ต้องมีการดำเนินการทางกฎหมายค่ะ หน้าสุดท้ายอยากให้ท่านเห็นตัวเลขนิดหนึ่ง จะเป็นตัวเลขของจังหวัด ที่มียอดสะสมท้ายสุดนี่นะคะ อยู่ที่อันดับ 61-77 กลุ่มนี้จะเป็นสตูล, อุทัยธานี, บึงกาฬ, มุกดาหาร, หนองบัวลําภู, แม่ฮ่องสอน, อำนาจเจริญ ก็ท่านไปดูได้ที่ Facebook ศบค. นะคะ จังหวัดเหล่านี้นี่ยอดรวมขวาสุด ที่ทุกท่านเห็นตัวเลขสีแดงสีขาวนี่นะคะ ก็จะเป็นตัวเลขที่อยู่ที่ 2 หลัก คือ ตัวเลขยอดรวมทั้งหมดของจังหวัด ก็ยังเป็นตัวเลขที่สะท้อนให้เห็น ว่าสถานการณ์ อยู่ในภาวะที่ควบคุมได้ค่อนข้างดีนะคะ ไปที่อีกสไลด์หนึ่ง ที่จะสะท้อนให้เห็นชัดเจน ว่าในส่วนของตัวเลขใหญ่ ที่รายงานรายวันตอนนี้ จะเป็นกรุงเทพนมหาและปริมณฑล อย่างเช่น สไลด์นี้นะคะ ท่านจะเห็นว่ากรุงเทพมหานครตัวเลขที่ 789 พอบวกกับปริมณฑล 2 ตัวเลขนี้กลายเป็น 1,314 นะคะ และก้อนใหญ่ ๆ ของปริมณฑล ที่ตัวเลขยังคงสูงอยู่ 3 อันดับนี้ ก็คือ สมุทรปราการ, นนทบุรี และปทุมธานี ซึ่งวันนี้ ศบค. ก็มีการพูดคุยกันนะคะ ในส่วนของสมุทรปราการ เพราะว่าก่อนหน้านี้นี่ มีรายงานพื้นที่ที่เป็นโรงงาน และต่อมาก็จะมีบริษัทไปรษณีย์ไทยนะคะ สาขาพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการเอง ตอนนี้ทางสาธารณสุขพระประแดงเอง ก็ลงพื้นที่ มีการนำรถเคลื่อนที่ตรวจหาเชื้อนะคะ ก็คัดกรองบุคลากรของไปรษณีย์ไทย อยากสะท้อนในท่านเห็นภาพว่าพื้นที่ ก็พยายามทำงานกันอย่างหนักหน่วงนะคะ เพื่อที่จะค้นหา ผู้สัมผัสเสี่ยงสูง สัมผัสเสี่ยงต่ำ และเพื่อจะนำมาจัดการให้เกิดการคัดแยก และให้เข้าสู่กระบวนการรักษาอย่างเหมาะสม เพื่อลดจำนวนผู้ติดเชื้อรายวัน ให้เร็วที่สุดนะคะ ถ้าไปดูสรุปรวม 10 จังหวัดตอนนี้นะคะ ก็ขึ้นให้เห็นตรงนี้ค่ะ กรุงเทพมหานคร นนทบุรียัง 249 นะคะ สมุทรปราการ 226 ชลบุรี 110 สุราษฎร์ธานี 65 รายนะคะ สมุทรสาคร 51 ปทุมธานี 50 เชียงใหม่ 40 สงขลา 36 นครศรีธรรมราช 32 และปัตตานีวันนี้ ขึ้นมาเป็นอันดับ 10 นะคะ 32 รายเช่นกันค่ะ และก็ในส่วนของอีก 1 รายงาน ที่ ศบค. ชุดเล็กได้พิจารณากันวันนี้นะคะ เป็นการรายงาน จากสำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพ ระหว่างประเทศ นะคะ ก็เป็นเรื่องของพฤติกรรมป้องกันตนเอง ของพี่น้องประชาชน อันนี้เป็นการรายงานของ อสม. นะคะ เก็บตัวเลขในช่วง 15 เมษายน ถึง 30 เมษายนนะคะ จะเห็นว่าเส้นกราฟหลาย ๆ สี แสดงพฤติกรรมของพี่น้องประชาชน ที่กรอกแบบสำรวจนี้นะคะ ดูเรื่องของการ์ดของคนไทย ที่ถ้าทุกดูย้อนไปดูตั้งแต่เริ่มต้น เทียบกับช่วงเวลานี่นะคะ มีช่วงหนึ่งที่พฤติกรรม DMHTT ของเรานี่ลดลงนะคะ จากนั้นพอตัวเลขลดลงเป็นกราฟที่ดิ่งสุด ๆ ตอนนั้นเป็นช่วงเดือนมีนาคม พอ 16-31 มีนาคม กราฟแสดงพฤติกรรมทุกสีเข้มข้นขึ้น กราฟสูงขึ้นนะคะ อันบนที่สุดนะคะ 93.3 เปอร์เซ็นต์ พบว่ามีความร่วมไม้ร่วมมือ ในการสวมหน้ากากอนามัย ตอนนี้นี่อยู่ที่ตัวเลข 93.3 เปอร์เซ็นต์นะคะ ก็ทุกรายงานจะตรงกัน เกือบ 100 เปอร์เซ็นต์นะคะ พี่น้องประชาชนใส่ใจสวมใส่หน้าอนามัย หน้ากากผ้าตลอดเวลานะคะ อันดับที่ 2 เป็นเรื่องของการล้างมือนะคะ ก็เป็นตัวเลขที่สูงขึ้น อยู่ที่ 82.3 เปอร์เซ็นต์ค่ะ อันดับที่ 3 นี่นะคะ เป็นเรื่องของการรับประทานอาหาร โดยใช้ช้อนกลาง ใช้ช้อนส่วนตัว อันดับที่ 4 เป็นเรื่องของ Distancing คือ การเว้นระยะห่างระหว่างบุคคล และอันสุดท้ายนะคะ ก็คือไม่มีพฤติกรรมเอามือมาจับบริเวณใบหน้า รวมทั้งสุดท้ายนะคะ ก็แสดงภาพรวม ของพฤติกรรมป้องกันตนเองของประชาชน อยากให้ทุกท่านเห็นภาพ ว่าทุกพฤติกรรมคะแนนดีขึ้น แล้วก็ใกล้ 100 เปอร์เซ็นต์นะคะ ก็อยากจะเรียนทุกท่านให้รักษามาตรการเหล่านี้ ร่วมด้วยช่วยกันนะคะ เราก็จะสามารถช่วยกัน ลดจำนวนผู้ติดเชื้อรายวันได้ค่ะ การประชุม ศบค. ชุดเล็กวันนี้ มีเรื่องราวที่สำคัญอย่างยิ่งนะคะ สืบเนื่องมาจากการประชุมบ่ายเมื่อวานนี้ค่ะ โดยท่านพลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช. นะคะ ในฐานะ ผอ.สปก.ศบค. หรือ ศบค. ชุดเล็กนี่นะคะ ได้มีการทำรายละเอียดคำสั่ง เสนอนายกรัฐมนตรีลงนาม ตั้งแต่เมื่อวานนี้นะคะ มีการเสนอการแต่งตั้ง ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ COVID-19 ในพื้นที่ กทม. และปริมณฑล เพื่อเป็นการบูรณาการการทำงานนะคะ ซึ่งในศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ COVID-19 กทม. ปริมณฑลนี้ ท่านพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรักฐมนตรี ในฐานะ ผอ. ศบค. จะเป็นผู้อำนวยการศูนย์ฯ นะคะ อยากจะเรียนเสนอรายละเอียด ของการจัดตั้งศูนย์ควบคุมนี้นะคะ มีการทำงานแบ่งออกเป็น 5 ฝ่ายด้วยกัน 5 ฝ่ายนี้ จะเป็นการทำงานร่วมกันนะคะ ได้แก่ อันดับแรก คือ ฝ่ายอำนวยการ 2. ฝ่ายปฏิบัติการการตรวจเชิงรุกนะคะ 3. ฝ่ายบริหารจัดการผู้ติดเชื้อ และกลุ่มเสี่ยง 4. ฝ่ายบริหารจัดการพื้นที่ และ 5. ฝ่ายบริหารจัดการการฉีดวัคซีน และทั้งหมดนี้นะคะ จะมีผู้อำนวยการทุกเขต 50 เขตนะคะ เป็นผู้อำนวยการศูนย์ควบคุม การแพร่ระบาด COVID-19 ในระดับเขต ซึ่งก็จะทำงานร่วมกับคณะกรรมการศูนย์ฯ รวมทั้งแต่ละเขตจะมีการทำงานประสานกัน ส่งต่อกันทั้งข้อมูล รายงานทรัพยากร การจัดการบริหารเตียง การดูแลผู้ติดเชื้อ ผู้เสี่ยงสูง หรือรวมไปถึงแผนการกระจายวัคซีน จะเห็นภาพนะคะ ว่าใน 50 เขต จะมีการทำงานประสานสอดคล้องต่อเนื่อง และก็ทำให้การทำงานนั้นมีประสิทธิภาพ แล้วก็สามารถแก้ไขสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที ในส่วนของการทำงานของ 50 เขตนี้ จากสิ่งที่พี่น้องประชาชนจะเห็น การรายงานผู้ติดเชื้อช่วงที่ผ่านมานะคะ ในเขตคลองเตย ในเขตปทุมวัน ก็อยากจะเรียนให้ทราบว่า การแต่งตั้งเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อวานนี้ มีท่านรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี ลงนามแล้วนะคะ แต่ว่าจริง ๆ แล้วนี่ ในแง่ของการปฏิบัติงาน ได้มีการ Activate ศูนย์ฯ เหล่านี้มีการทำงานเริ่มไปแล้ว ยกตัวอย่างเช่นนะคะ ในวันนี้ ในส่วนของ กทม. ก็ได้มีการรายงานการแพร่ระบาด ในส่วนของเขตปทุมวันค่ะ โดยท่านผู้อำนวยการเขตปทุมวัน ก็ได้นำเรียนข้อมูลรายละเอียด ด้วยตัวท่านเองนะคะ ในวันนี้ ในส่วนของปทุมวันนี่นะคะ จะมีการสอดคล้อง กับการที่ กทม. มีการทำคัดกรองเชิงรุกในชุมชน ที่เป็นลักษณะที่อยู่ประจำต่อเนื่องอยู่แล้ว ให้ท่านเห็นตัวเลขนิดหนึ่งนะคะ จาก 5 เมษายน ถึง 4 พฤษภาคม ก็จะมีการตรวจคัดกรองเชิงรุก ที่เรียกได้ว่า เป็น "Active Case Finding" นี่นะคะ ยอดรวม ๆ อยู่ที่ประมาณ 30,000 ราย มีการพบผู้ติดเชื้อ 1,586 ราย คิดเป็น 3.97 เปอร์เซ็นต์นะคะ ซึ่งในส่วนนี้นะคะ ก็จะเป็นการลงพื้นที่ทั้งพื้นที่ที่เป็นทั้งตลาด ชุมชน สถานบันเทิงนี่ มีการตรวจไปเป็นหมื่นรายนะคะ โรงงาน สถานประกอบการ และรวมทั้งตลาด และชุมชน ตัวเลขเหล่านี้นี่ ทำให้ กทม. เห็นภาพ ของการบริหารจัดการค่ะ ในส่วนของปทุมวัน ที่ท่านได้รับการรายงานก่อนหน้านี้นะคะ ทางท่าน ผอ. สรุปว่า ชุมชนของแขวงลุมพินี แขวงปทุมวัน เขตปทุมวันนี่นะคะ ก็จะมีพื้นที่อยู่ที่ 5.66 ตารางเมตร มีชุมชนอาศัยค่อนข้างหนาแน่น อยู่ทั้งหมด เป็น 6 ชุมชน บวกอีก 1 เคหะชุมชนนะคะ ในการลงพื้นที่ตรวจ ตอนนี้นี่นะคะ ตัวเลขสรุป การรายงานในที่ประชุม ศบค. ชุดเล็กวันนี้ พบผู้ติดเชื้อรวมทั้งหมด 162 ราย ซึ่งทั้ง 162 รายนี้ ได้รับการดูแล เข้ากระบวนการรักษา ในส่วนของโรงพยาบาล การจัดการโรงพยาบาลสนามต่าง ๆ แยกตามอาการ ทั้ง 100 เปอร์เซ็นต์ คือ 162 รายนี้เข้ารับการรักษาทั้งหมดแล้วนะคะ และพบว่าอีก 304 คน อยู่ในเกณฑ์เป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูง แม้ผลการตรวจเป็นลบ ในเบื้องต้น การตรวจนี่นะคะ พบว่าผลตรวจเป็นลบ แต่จากประวัติสอบสวนโรค ถือได้ว่าเป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูง ตอนนี้นี่ ทางเขตปทุมวัน ได้ให้พี่น้องประชาชน 304 คนนี้กักตัวอยู่ที่บ้าน ต้องทำความเข้าใจนิดหนึ่งค่ะ ว่าอันนี้ไม่ใช่การทำ Home Quarantine นะคะ แต่ว่า ด้วยความที่เขาเป็น ยังไม่ได้เป็นผู้ป่วย แต่ว่ามีประวัติเสี่ยงสูง เป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูง ทางสำนักอนามัย ก็มีการจัดสรรให้แยกกักอยู่ที่บ้าน เพื่อรอดูอาการ และก็จะไม่ได้ไปเป็นการโอกาสเสี่ยง ที่จะติดเชื้อกับผู้อื่น ในส่วนของการดูแลพี่น้องประชาชน ที่จะต้องรอกักอยู่ที่บ้านนี่นะคะ ทางสำนักอนามัยก็จัดแจงถุงยังชีพ แล้วก็ได้รับความร่วมมือ จากทั้งภาคประชาสังคมนะคะ แล้วก็หน่วยงานทุกหน่วยงานเลย เข้าไปให้ความช่วยเหลือนะคะ การพักคอย การส่งต่อนี่นี่นะคะ อยู่ในแผนของศูนย์ฯ ที่จะจัดขึ้นใน 50 เขตนี้ โดยในส่วนหนึ่งนี่นะคะ เมื่อมีการคัดกรองเชิงรุก พบว่ามีผู้ติดเชื้อ เมื่อมีผู้ติดเชื้อ ทางศูนย์เอราวัณ และศูนย์สนับสนุน การเคลื่อนย้ายผู้ติดเชื้อ โดย ศปม. นะคะ ก็คือศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ด้านความมั่นคง ก็จะเป็นผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบค่ะ เข้าไปคัดแยกว่าอยู่ในกลุ่มไหน เป็นสีเขียว สีเหลือง สีแดง แล้วก็จัดการนำผู้ป่วยเหล่านี้ เข้าสู่กระบวนการรักษาที่เหมาะสม รวมทั้งศูนย์เอราวัณเอง ก็จะรับผิดชอบในเรื่องของการจัดการรถ ที่จะนำส่งผู้ป่วยสู่สถานพยาบาล ที่เหมาะสมด้วยนะคะ ทีนี้ นั่นคือกลุ่มผู้ป่วยติดเชื้อ แต่ถ้าสมมติว่าเขายังไม่ได้ติดเชื้อ แต่มีประวัติเป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูง ตอนนี้นะคะ ก็มีทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ทั้งชุมชน และภาคประชาสังคม NGO ต่าง ๆ นะคะ ก็เข้าไปช่วยเหลือ จัดตั้งการดูแลในพี่น้องประชาชนกลุ่มนี้ค่ะ ในส่วนของการจัดการที่สำคัญนี่นะคะ ก็จะมีการจัดสถานที่พักคอย คือ สถานที่พักคอยนี้นี่ ในส่วนของปทุมวันจะมีการจัดตั้งในพื้นที่โรงเรียน แล้วก็จะมีการพยายามที่จะดูแล ให้พี่น้องประชาชนกลุ่มนี้นี่นะคะ สามารถที่จะรอคอยการจัดส่ง ไปยังสถานที่ที่เหมาะสม ถ้าเขาไม่ได้เป็นผู้ติดเชื้อ ก็แยกให้ไปอยู่ตรงนี้ จนกว่าที่จะพ้น 14 วัน ก็จะไม่เป็นอันตรายนะคะ แต่ถ้าเป็นผู้ติดเชื้อ ก็จะส่งแยกไปรักษาตามอาการ อย่างนี้เป็นต้นนะคะ ในส่วนของ กทม. นะคะ วันนี้ได้พูดถึงด้วยว่า ในวันนี้นะคะ จะมีการลงพื้นที่ตรวจคัดกรองเชิงรุกเพิ่มเติม ในส่วนของชุมชนพัฒนาบ่อนไก่ เคหะบ่อนไก่นะคะ และในวันที่ 5-10 พฤษภาคม จะยังมีการลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง วันละอย่างน้อย 2,000 คน ต่อวัน อันนี้คือในส่วนชุมชน และจะลงตรวจคัดกรองเชิงรุก ในสถานประกอบการอีก 1,000 นะคะ รวม ๆ แล้ว ในส่วนของชุมชนบ่อนไก่ หรือว่าเขตปทุมวันนี่นะคะ จะมีการตรวจคัดกรองเชิงรุก อยู่ที่ประมาณ 3,000 กว่ารายต่อวันค่ะ อันนี้ให้เห็นภาพแค่ 1 เขตเท่านั้นนะคะ ที่ศูนย์บริหารสถานการณ์ฯ นี้ มีการเริ่มปฏิบัติหน้าที่ มีการทำงานเรียบร้อยแล้วนะคะ แล้วก็ในส่วนของเขตอื่น ๆ ก็มีการทำงานคู่ขนานไปด้วยค่ะ ยกตัวอย่างเช่น ในส่วนของคลองเตยนะคะ ที่มีรายงานพี่น้องประชาชนไปก่อนหน้านี้ ตอนนี้นี่ ในส่วนของคลองเตยก็จะมีการลงพื้นที่นะคะ เพื่อที่จะคัดกรองเชิงรุก อยากให้พี่น้องประชาชนติดตามสถานที่ด้วยนะคะ ในส่วนของการฉีดวัคซีนเอง ก็จะมีรายงาน เป็นการทำงาน 2 ส่วนคู่ขนานกันไป ไม่ว่าจะเป็นการคัดกรองเชิงรุก เพื่อค้นหาผู้ติดเชื้อ พบรายงานผู้ติดเชื้อ ผู้สัมผัสเสี่ยงสูง กทม. โดยเขตนะคะ ก็จะมีกระบวนการที่จะช่วยเหลือ ดูแลพี่น้องประชาชนกลุ่มนี้ให้ปลอดภัย แล้วก็ไม่มีการแพร่เชื้อไปยังบุคคลใกล้ชิด กับอีกส่วนหนึ่ง เป็นอีก 1 คณะทำงานนะคะ ก็คือในส่วนของฝ่ายจัด... กระจายวัคซีนลงพื้นที่เสี่ยง ตรงนี้ก็จะเป็นการทำงานคู่ขนานไปค่ะ ในส่วนของวัคซีนนี่นะคะ ทาง กทม. ก็จะมีการพูดคุยกัน ในสัปดาห์นี้ด้วยค่ะ ถึงเรื่องของการกระจายการฉีดวัคซีน ไปยังพี่น้องประชาชนกลุ่มเสี่ยงใน กทม. รวมถึงความพร้อมในการบริหารจัดการ เพราะว่าในส่วนของ กทม. 50 เขต มีพี่น้องประชาชนรวม ๆ แล้วนะคะ อยู่ที่อย่างน้อย ๆ ก็ 7,000,000 เพราะฉะนั้น มีการพูดคุยว่า การระดมฉีดวัคซีนทั่ว 50 เขตใน กทม. ตัวเลขน่าจะอยู่ที่ประมาณ 60,000 รายต่อวัน เป็นอย่างน้อย ตรงนี้ ในสัปดาห์นี้จะมีการคุยพูดกัน ในรายละเอียดของการบริหารจัดการวัคซีน ใน กทม. ด้วยนะคะ ในส่วนของศูนย์ควบคุม การแพร่ระบาด COVID-19 ในการที่เพิ่งจะมีการแต่งตั้งนี้นี่นะคะ ท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้มีการแต่งตั้งคณะที่ปรึกษา ด้านการสาธารณสุขด้วยนะคะ ซึ่งนำโดยท่านศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณ นายแพทย์ปิยะสกล สกลสัตยาทร ศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณ นายแพทย์อุดม คชินทร ศาสตราจารย์ ดร. นายแพทย์ประสิทธิ์ วัฒนาภา รวมทั้งในคณะกรรมการที่ปรึกษานี้นะคะ ก็จะมีท่านคณบดี ในหลาย ๆ หน่วยงาน หลายองค์กร เป็นคณะผู้บริหารในแต่ละองค์กร ที่จะเข้ามาช่วยกัน ทำให้ตัวเลขของสถานการณ์ กทม. และปริมณฑล สามารถที่จะลดลงได้อย่างเร็ววันนะคะ ในเบื้องต้น ท่านนากยกรัฐมนตรีก็ได้ลงนามแต่งตั้ง ทั้งคณะกรรมการ แล้วก็คณะที่ปรึกษาเรียบร้อยแล้วนะคะ ในส่วนของการทำงานของ กทม. วันนี้ กทม. ก็ฝากมาด้วยนะคะว่า พี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ ขอให้ติดตามภาพรวมอย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นการลงพื้นที่ตรวจ Swab หรือฉีดวัคซีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งลงไปในพื้นที่เสี่ยง ถ้าท่านยังอยู่ในเขต ที่ยังไม่พบรายงานผู้ติดเชื้อจำนวนมาก ตอนนี้แต่ละเขตมีการตั้งคณะกรรมการ ที่ดูแลในเรื่องของการระบาดอย่างครบวงจรนะคะ ซึ่งตรงนี้นี่ จะมีการตั้งคณะกรรมการ 5 ฝ่าย อย่างที่เรียนให้ทราบ ในกรณีที่ยังไม่มีการเกิดการติดเชื้อ เป็น Cluster ใหญ่ ๆ ในพื้นที่ของท่าน กทม. ก็มีการเตรียมความพร้อมในทุกเขต แล้วก็มีการรับรายงานร่วมกัน เพราะฉะนั้น เมื่อเกิด Cluster ในพื้นที่ของท่าน กทม. โดยคณะกรรมการชุดนี้ ก็จะสามารถ Activate นะคะ ทำให้เกิดการประสานงาน ทำงานลงพื้นที่ได้อย่างทันท่วงทีค่ะ และรวมไปถึง ทางท่านรองปลัด กทม. ในวันนี้นะคะ ก็ได้เอ่ยถึงการทำงานของคลองเตย และปทุมวันที่ผ่านมา ก็ต้องขออนุญาตขอบคุณทีมอาสาสมัครนะคะ ทราบว่าในส่วนหนึ่ง ก็จะมีทีมที่มาจาก LINE Official นะคะ LINE Official Account "Thai Med Volunteer" โดยนำโดยท่านนายแพทย์ก้องเกียรติ เกษเพ็ชร์ แล้วก็พี่ ๆ น้อง ๆ ซึ่งในจำนวนนั้นนี่นะคะ ทราบว่าท่านก็เป็นบุคลากรทางการแพทย์ ที่มีที่มาหลากหลายเลยนะคะ แพทย์, พยาบาล, ทันตแพทย์, นักกายภาพบำบัด, เภสัชกร, นักจิตวิทยา ก็มีนะคะ เทคนิคการแพทย์ นักรังสีเทคนิค อย่างนี้เป็นต้น คือ บุคลากรทางการแพทย์กลุ่มนี้ ก็มาจากหลาย ๆ หน่วยงาน มีศักยภาพที่แตกต่าง ก็ระดมกันเข้ามานะคะ เป็นอาสาสมัครที่เข้ามาช่วยงาน กทม. ทางท่านรองปลัด กทม. วันนี้ก็ฝากขอบคุณทุกท่าน แล้วก็อยากเห็นความร่วมไม้ร่วมมือ แบบนี้นะคะ เข้ามาระดมช่วยกัน สำหรับกรุงเทพฯ และปริมณฑล เราก็จะเห็นสถานการณ์ ที่ค่อย ๆ คลี่คลายได้ในที่สุดค่ะ ก็คงฝากไว้เท่านี้ค่ะ (คุณสุภนันท์) ครับ วันนี้มีคำถามจากพี่น้องสื่อมวลชนนะครับ จากทางช่อง 9 MCOT นะครับ สอบถามถึงกรณีที่มีการเปิดเผยข้อมูล ว่าพบเชื้อ COVID สายพันธุ์จากบราซิล ในประเทศไทยแล้วนะครับ ตกลงข้อเท็จจริงเรื่องนี้เป็นอย่างไรครับ (แพทย์หญิงอภิสมัย) ก็ขอเรียนให้ทราบนะคะ ว่าตอนนี้นี่ การที่มีบุคคลที่เดินทางเข้าประเทศไทย ก็จะได้รับการจัดสรร ให้อยู่ในสถานกักกันที่รัฐจัดให้ ทั้ง State Quarantine, Alternative State Quarantine ในส่วนของการจัดการนี่นะคะ นอกจากจะมีการตรวจหาเชื้อ COVID แล้ว ตอนนี้ทางกระทรวงสาธารณสุขเพิ่มมาตรการ ก็คือตรวจ Variation หรือตรวจสายพันธุ์ด้วยนะคะ ว่านอกจากเป็นสายพันธุ์อังกฤษแล้ว มีสายพันธุ์อื่นหรือไม่ ตอนนี้สายพันธุ์บราซิล มีการเริ่มพบรายงานในสถานกักกันค่ะ แต่ในเบื้องต้นนี่นะคะ ไม่มีมีรายงานที่พบในส่วนของชุมชน ยังยืนยันนะคะ ว่าเป็นการพบเฉพาะในสถานกักกัน ที่เขายังได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม ในตอนนี้ค่ะ (คุณสุภนันท์) ครับ สำหรับวันนี้ไม่มีประเด็นคำถามเพิ่มเติม คุณหมอเบิร์ดมีอะไรจะฝากทิ้งท้ายไหมครับ (แพทย์หญิงอภิสมัย) ก็ทางท่าน ผอ. ศบค. ชุดเล็ก ฝากความเป็นห่วงมานะคะ ทราบว่าทุกท่านที่ต่อสู้กันมานาน แล้วก็พยายามอย่างที่สุดที่จะช่วยกันลดการติดเชื้อ ลดการเสียชีวิต หลายท่านอาจจะรู้สึกเหนื่อยล้า แต่ยังต้องร่วมมือกันต่อค่ะ ถ้าเรารวมใจไทยต้านภัย COVID ช่วยกันในทุก ๆ คน ทุกพื้นที่นะคะ เราจะเห็นยอดผู้ติดเชื้อลดลง ยอดผู้เสียชีวิตกลับเป็น 0 เราจะทำไม่ได้ ถ้าไม่ได้รับความร่วมมือจากทุกท่านนะคะ ก็ขอฝากไว้เท่านี้นะคะ สวัสดีค่ะ (คุณสุภนันท์) ครับ ขอบคุณนะครับ ท่านผู้ช่วยโฆษก ศบค. นะครับ แพทย์หญิงอภิสมัย ศรีรังสรรค์ นะครับ มานำเรียน ในส่วนของสถานการณ์ประจำวันนะครับ แล้วก็วิเคราะห์จากภาพของข้อมูลที่ออกมา จะสามารถฉายให้เห็นเรื่องของสถานการณ์ การระบาดในประเทศไทยได้อย่างไรนะครับ รวมถึงมาตรการต่าง ๆ ที่ออกมา ที่จะควบคุมการแพร่ระบาด โดยเฉพาะในพื้นที่ ของทางกรุงเทพมหานครนะครับ สำหรับวันนี้ ความคืบหน้าการจองคิว สำหรับการรับวัคซีน AstraZeneca 16,000,000 โดส เพื่อ 16,000,000 คน ตัวเลขเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา มีการจองผ่านแพลตฟอร์ม "หมอพร้อม" นี่ 1,000,000 ทะลุ 1,000,000 ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะครับ นอกจากนี้ยังมีการจอง ผ่านทางโรงพยาบาล รพ.สต. แล้วก็ทางอาสาสมัครอีก เกินกว่าหลักแสนแล้วนะครับ อย่างไรก็ตาม ยังคงเปิด สำหรับการจองรับวัคซีนอย่างต่อเนื่องนะครับ ลำดับต่อไปจะเป็นการแถลงข่าว ในภาคภาษาอังกฤษนะครับ เรียนเชิญท่านณัฐภาณุ นพคุณ รองอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เรียนเชิญครับ (คุณณัฐภาณุ) สวัสดีครับ [ภาษาต่างประเทศ] สวัสดีครับ (คุณสุภนันท์) ครับ ขอบคุณนะครับ ท่านณัฐภาณุ นพคุณ นะครับ รองอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศนะครับ และทั้งหมด คือ การแถลงข่าวในช่วง 11.30 น. วันนี้ แต่ว่าอยากจะฝากคุณผู้ชมครับ สำหรับ 14.00 น. วันนี้ ใครที่ยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่องของวัคซีนนะครับ ทำไมถึงต้องฉีด กลุ่มผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัวทำไมถึงต้องฉีดก่อน การฉีดวัคซีน COVID-19 ในประเทศไทย มีความปลอดภัยแค่ไหน ใครอยากรู้นะครับ 14.00 น. วันนี้ รายการพิเศษ จากทำเนียบรัฐบาล "NBT รวมใจ สู้ภัย COVID-19 @ทำเนียบรัฐบาล" จะมีคำตอบให้คุณอย่างแน่นอนนะครับ กลับมาพบกันอีกครั้ง 14.00 น. นะครับ สำหรับช่วงนี้ ผม สุภนันท์ ฤทธิ์มนตรี พร้อมทีมงานลาไปก่อนครับ สวัสดีครับ [เสียงดนตรี] (ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์) สิ่งที่จากนี้เป็นต้นไป ผมขอความกรุณาจริง ๆ คนไทยทุกคน เราต้องช่วยกันแล้ว วัคซีนเป็นหนึ่งในเครื่องมือตัวหนึ่ง ที่จะทำให้เราปลอดภัย การฉีดวัคซีนไม่ใช่เพื่อตัวท่านเองอย่างเดียว เพื่อคนที่ท่านรัก เพราะท่านจะได้ไม่แพร่เชื้อให้คนเหล่านั้น ถ้าเราฉีดกันได้เยอะพอ และทันเวลา เรากำลังจะช่วยประเทศ เพราะ COVID-19 มันจะอยู่ไม่ได้ ถ้าคนในประเทศไทยมีภูมิคุ้มกันเยอะขึ้นระดับหนึ่ง ขอให้ช่วยกันอีกครั้งหนึ่งนะครับ ผมขอกันจริง ๆ ผมขอร้องกันจริง ๆ เลยล่ะ [เสียงดนตรี]