[เสียงดนตรี] (คุณสุภนันท์) สวัสดีครับ ต้อนรับคุณผู้ชมทุกท่านนะครับ เข้าสู่การแถลงข่าว ของศูนย์บริหารสถานการณ์ COVID-19 หรือ ศบค. จากทำเนียบรัฐบาลนะครับ ประจำวันศุกร์ที่ 21 พฤษภาคม 2564 วันนี้มีการประชุมของ ศบค. นะครับ โดยมี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในฐานะของ ผอ. ศบค. นะครับ จะมีประเด็นสำคัญอะไร จากที่ประชุมบ้างนั้นนะครับ ขออนุญาตเรียนเชิญท่าโฆษก ศบค. นะครับ นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน เรียนเชิญครับ (นายแพทย์ทวีศิลป์) กราบ สวัสดีครับ พี่น้องประชาชนครับ วันนี้เป็นการประชุม ศบค. ชุดใหญ่นะครับ ซึ่งท่าน ผอ. ศบค. ท่านนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ในตำแหน่งของผอ. ศบค. นะครับ เป็นประธาน แล้วก็มีการประชุม ทั้งที่อยู่ในที่ทำเนียบรัฐบาลแห่งนี้ แล้วก็ประชุมออนไลน์นะครับ กับผู้บริหารระดับสูง มีข้อสรุปของที่ประชุม ประมาณสัก 5 เรื่องนะครับ ก็คือ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน เรื่องของการเปิดสภา เรื่องการเปิดเทอม เรื่องของรายงานสถานการณ์ที่การติดเชื้อ แล้วก็เรื่องสุดท้าย คือ การแผนการฉีดวัคซีนนะครับ ผมขออนุญาตไปเป็นทีละเรื่อง ใน 5 เรื่องนี้เลยนะครับ เรื่องแรกครับ ก็คือเรื่องของการขยายระยะเวลา การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ในเขตทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร คราวที่ 12 นะครับ ซึ่งก็ในที่ประชุมได้เห็นชอบนะครับ ได้มีการขยายเวลาเกิดขึ้นมานะครับ ให้เป็นการขยายคราวที่ 12 ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน จนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2564 นะครับ ด้วยเหตุผลดั่งที่เราเคยได้พูดไปนะครับ เพื่อการควบคุมโรคโดยเป็นหลักนะครับ เรื่องนี้ เรื่องที่ 2 ครับ ก็คือเรื่องของการขออนุมัติ ในการที่จะได้มีมาตรการด้านสาธารณสุข ในการจัดการประชุมรัฐสภา สมัยสามัญประจำปี ครั้งที่ 1 พุทธศักราช 2564 ซึ่งจะเกิดขึ้นในวันที่ 22 พฤษภาคมนี้ ทางกรุงเทพมหานครได้นำเรื่องมา เข้าที่ประชุมของทาง ศปก.ศบค. นะครับ ซึ่งมีท่านเลขาฯ สมช. เป็นประธาน ก็เข้ากันมาสัก 2-3 ครั้ง นะครับ แล้วได้มีการประชุมย่อยด้วย ก็ได้มีการสรุปนะครับ ว่าท่านเห็นชอบนะครับ ในมาตรการป้องกันโรค ที่ทางในการจัดประชุมรัฐสภา ตามที่เสนอนะครับ แล้วก็ที่สำคัญในนั้น ก็คือให้มีการสวมใส่หน้ากากผ้า หน้ากากอนามัย ตลอดการประชุมนะครับ ยกเว้นไว้ในกรณีที่มีผู้ควบคุมการประชุม จะผ่อนผันให้มีการใช้ในการอภิปรายนะครับ ไม่ให้มีการไม่ใช้ในการอภิปราย ในบางคราวได้นะครับ แต่ว่าอย่างไรก็ตามแต่ ขอให้ใช้ตลอดเวลานะครับ แล้วก็มอบหมายให้ทางกรุงเทพมหานคร สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา เป็นหน่วยงานกำกับและติดตามในการปฏิบัติ ตามมาตรการสาธารณสุขที่กรุงเทพมหานคร ร่วมกันกับกรมควบคุมโรคกำหนด มีรายละเอียดยิบในนั้น เยอะแยะเลยนะครับ ยกตัวอย่างเช่น ก็ต้องห้ามรวมกลุ่ม มีระยะห่างตามที่เราว่ากันนะครับ แล้วก็ผู้ติดตามสำคัญที่สุดก็คือ มีความกังวลกันว่า มีผู้ติดตามจำนวนมากทีเดียว ที่จะเข้ามาในการนำเสนอ โดยเฉพาะเรื่องของการให้ข้อมูล กรณีของการพิจารณางบประมาณ อะไรทั้งหลาย จะมีผู้ติดตามจำนวนมาก เพราะฉะนั้น ตรงนี้ก็มีการกำหนด รวมถึง คิดกันไปถึงขนาด มีคนที่มีคนรถเข้ามานะครับ คนรถนะครับ คนที่มารับส่งอะไรทั้งหลายนี่ แล้วก็เขาอาจจะมีการรวมกลุ่มกัน ไปทานอาหารอะไรทั้งหลาย เป็นข้อห่วงใยที่เกิดขึ้นนะครับ จากชุดย่อยก็ได้นำเสนอขึ้นมานะครับ อีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญ ก็คือก็การได้วัคซีนนะครับ ที่จะจัดให้กับทางกลุ่ม ของผู้ที่ทำงานอยู่ในรัฐสภานะครับ ก็มอบหมายให้กระทรวงสาธารณสุข จัดสรรวัคซีนจำนวน 2,000 โดสนะครับ ให้มีการฉีดในช่วงก่อนที่จะมีการประชุม หรือระหว่างการเริ่มเปิดประชุมนะครับ 21-25 พฤษภาคม ก็มอบให้กระทรวงสาธารณสุขไปจัดการนะครับ เพิ่มเติมขึ้นมานะครับ มาตรการต่าง ๆ ผมขออนุญาตได้นำขึ้น Facebook นะครับ ถ้าใครท่านผู้สื่อข่าวต้องการ ที่จะได้เจาะในบางประเด็น เพื่อลดเวลาในการแถลงข่าว ในเรื่องสำคัญ ๆ ตรงนี้แทนนะครับ ก็ขอท่านได้ติดตามใน Facebook ของศูนย์ข้อมูล COVID-19 ต่อไปนะครับ อีกประเด็นหนึ่งครับ เรื่องที่ 3 ก็คือมาตรการ เรื่องของการเปิดเทอม ที่เราเคยได้แจ้งไว้ ว่ามีการประชุม ศปก.ศบค. นะครับ ก็ได้อนุมัติให้มีการทางโรงเรียน ได้ขอเลื่อนในการเปิดเทอมไป อันนี้เอาเลื่อนก่อนนะครับ เลื่อนไป แล้วแต่ว่าขณะเดียวกัน ก็บางจังหวัด เนื่องจากการแบ่งสีใหม่นี่ มีการห้ามใช้อาคารสถานที่นะครับ เพื่อจัดการเรียนการสอน เพราะฉะนั้น ตรงนี้ก็ยังคงเดิมนะครับ 4 จังหวัด กรุงเทพมหานคร, นนทบุรี, ปทุมธานี, สมุทรปราการ แต่ใน 17 จังหวัดที่ควบคุมสูงสุด อันนี้ให้ใช้อาคารได้นะครับ แต่ว่าต้องผ่านความเห็นชอบ ของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด ก็ให้ทางโรงเรียนนี่ได้ทำเรื่องขึ้นไปนะครับ ขณะเดียวกันพื้นที่ควบคุม 56 จังหวัด ก็ให้ใช้อาคารสถานที่ได้นะครับ ในการเรียนการสอนได้ ในการที่จะมีการรวมกลุ่มคนจำนวนมาก แต่ต้องมีมาตรการที่กำหนด แล้วก็มีข้อเสนอ ที่ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ท่านกรุณานำเสนอเองนะครับ ก็จะเห็นถึงการวางแผนนะครับ มาตรการแนวปฏิบัติของสถานศึกษา เพื่อดำเนินการเปิดภาคเรียนที่ 1 ประจำปีการศึกษา 2564 ก็จะเห็นนะครับ ว่าเปิดเรียน 14 มิถุนายนนี่ ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดนี่ มีทั้ง On Air, On Demand, Online, On Hand นะครับ ขออนุญาตยังเป็นภาษาอังกฤษอยู่ แต่ว่าโดยศัพท์นี้ก็คงจะใช้กันบ่อย ๆ น่าจะพอที่จะเข้าใจ ก็คือการสื่อ เรียนโดยการใช้สื่อ ที่เป็นอิเล็กทรอนิกส์ ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสารทางไกลนะครับ หรือทางคอมพิวเตอร์ทั้งหลายนี่นะครับ ในพื้นที่ที่ควบคุม 4 จังหวัด ควบคุมสูงสุดและควบคุมเข้มงวด ประทานโทษครับ พื้นที่ควบคุมสูงสุด และเข้มงวด 4 จังหวัดนี้ ไม่อนุญาตให้จัดการเรียนการสอนนะครับ ในรูปแบบของ On Site ตามมติของ ศบค. เพราะฉะนั้น ก็ไปใช้ On Air, Online ต่าง ๆ แทนนะครับ ส่วนพื้นที่ควบคุมสูงสุด 17 จังหวัด อันนี้ก็ให้มีการผสมรวมกันได้นะครับ ก็คือจัดการเรียนการสอนให้เหมาะสม ตามความเหมาะสม รวมถึง 56 จังหวัดด้วยนะครับ อันนี้ก็นำเรียนว่า ก็เป็นเรื่องของผู้บริหาร ของพื้นที่นะครับ ก็จะได้มีการนั้น แต่ว่าโรงเรียนก็จะต้องมีการประเมินความพร้อม ใน Thai Stop COVID ซึ่งเป็นแบบประเมินตนเอง เพื่อให้โรงเรียนต่าง ๆ มั่นใจต่อผู้ปกครองและนักเรียนนะครับ ว่าจะดูแลสุขอนามัยนะครับ ในส่วนบุคคลและส่วนภาพรวมได้นะครับ แล้วก็หลังจากที่ประเมิน แล้วก็ให้โรงเรียนขอความเห็นชอบ ต่อคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัด เพื่อเปิดเรียน On Site ขึ้นมานะครับ นี้คือสิ่งที่ทางกระทรวงศึกษาฯ ได้ขออนุมัติ หลักการในการดำเนินการนะครับ ครับ ก็ไปเรื่องถัดไปนะครับ การรายงานสถานการณ์ COVID-19 เรื่องนี้ทางปลัดกระทรวงสาธารณสุขนะครับ ก็ได้นำเสนอชุดข้อมูล ซึ่งขออนุญาตไปเร็ว ๆ วันนี้ผมคงไม่ได้รายงานในเชิงลึก อย่างที่เคยนะครับ หวังว่าทุกท่านคงไปหาได้ในตามที่จะเป็น Facebook ที่ Official ของเรานะครับ ผู้ป่วยใหม่วันนี้นะครับ 3,481 นะครับ เป็นการติดเชื้อภายในประเทศนี่ 2,518 ติดเชื้อมาจากต่างประเทศ 12 แล้วก็ในเรือนจำรายงานมาคือ 951 นะครับ ทำให้ผู้ป่วยยอดยืนยันสะสม ในระลอกนี้ 94,203 แล้วก็ยืนยันสะมตั้งแต่ปีที่แล้ว ก็ 123,000 กว่า หายป่วยวันนี้นะครับ 2,868 แล้วก็มียอดเสียชีวิตเพิ่ม 32 คนนะครับ มีการรักษาอยู่ในโรงพยาบาลตอนนี้ ในโรงพยาบาลเหลืออยู่ 17,000 เศษ ๆ นะครับ ในโรงพยาบาลสนาม 24,000 นะครับ แล้วรวมแล้วนอนอยู่ในโรงพยาบาล 42,000 นะครับ การได้รับวัคซีนวันนี้ สำหรับเข็มแรกนี้ ประมาณ 1,726,431 นะครับ เข็มที่ 2 ก็ประมาณ 900,000 กว่านะครับ ในกรณีตรงนี้ก็มีการลงเจาะลึก ในชุดข้อมูลของทางกรุงเทพมหานครนะครับ ก็พบว่ามีการมีผู้ติดเชื้อสะสม ต่อ 1,000 ประชากรนี่ ก็ทำเป็นแผนที่ขึ้นมา ก็นำเรียนท่านนายกรัฐมนตรี ในฐาน ผอ.ศบค. นะครับ ได้รับทราบก็ล่าสุดของข้อมูล ถึงวันที่ 20 พฤษภาคม นะครับ ก็มีการระบาดอยู่ในใจกลางกรุงเทพฯ ได้แก่ คลองเตย, ราชเทวี, ปทุมวัน, บางรัก, ป้อมปราบฯ, หลักสี่, ดินแดง นะครับ ซึ่งตรงนี้ที่พักคนงานก่อสร้างหลักสี่ ที่พักคนงานก่อสร้างที่ดอนเมือง, คลองเตย นะครับ ชุมชนแออัดแถวคลองเตย แล้วก็ดินแดง ตลาดห้วยขวาง, บางรัก ที่ตลาดพลอย บางรัก, บางกะปิ แออัดที่ตลาดบางกะปิ นะครับ ก็ในที่ประชุมท่านนายกรัฐมนตรี ก็ได้รับทราบรายงาน ว่า ณ ตอนนี้นะครับ ก็ชุดข้อมูลของ กทม. ที่เข้ามานี่ ก็มีหลากหลายแล้วก็ได้รับทราบนะครับ ว่าตอนนี้มีการตรวจพบ ผู้ที่ติดเชื้ออยู่จำนวนมาก อยู่ที่ทางแคมป์คนงานที่ทางหลักสี่นะครับ แล้วก็มีคนงาน 15 ราย ที่ตอนนี้รับทราบว่า ได้ตรวจพบว่ามีผลของการเจอเชื้อสายพันธุ์อินเดีย หรือ B1.617.2 นะครับ 15 รายนะครับ ซึ่งตอนนี้ก็อยู่ในการดูแล ของทางโรงพยาบาลอย่างดีนะครับ แล้วก็มีการส่งทีมสอบสวนโรคลงไป เพื่อที่จะดูแล ในเรื่องของการควบคุม ป้องกันการติดเชื้อต่อไปนะครับ ซึ่งก็กราบเรียนว่า เรื่องของสายพันธุ์อินเดีย ก็เป็นเรื่องที่ทำให้เกิดการแพร่ระบาดขึ้นมา ได้จำนวนมาก ๆ นะครับ แล้วก็ขณะเดียวกัน ตอนนี้ก็มีการรายงาน อยู่ในหลายประเทศนะครับ ของเราเองก็เริ่มมีเข้ามา ซึ่งตอนนี้ในการเจาะลงข้อมูลรายละเอียด เดี๋ยวทางท่านปลัดกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุขนะครับ หรืออธิบดีกรมควมคุมโรค จะได้ให้ข่าวเชิงลึกต่อไปนะครับ วันนี้ผมขออนุญาตได้นำเรียน ว่าสถานการณ์ต่าง ๆ นี้ นายกฯ ท่านรับทราบ แล้วก็กำชับ ให้กับทางกระทรวงสาธารณสุข ได้ทำการหน้าที่อย่างเต็มที่นะครับ ในเรื่องนี้นะครับ เกี่ยวข้องกับทางกรุงเทพมหานครนะครับ ท่านก็ได้เสริมเติมต่อในเรื่องนี้ และก็เป็นข้อพิจารณา ข้อมติของทางท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ ว่าเนื่องจากสถานการณ์ของกรุงเทพมหานครนี่ เป็นการเฉพาะ เป็นพื้นที่ที่มีความซับซ้อน เพราะฉะนั้นท่านได้มอบให้ ทางศูนย์บริหารสถานการณ์ แก้ไขสถานการณ์ COVID-19 ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมถึงการแต่งตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจ เพื่อบูรณาการ และแต่งตั้งคณะที่ปรึกษาด้านสาธารณสุข ในศูนย์ COVID-19 นี้ ให้ได้ร่วมมือกันทำงานกับทางทุกภาคส่วน ทั้งกรุงเทพมหานคร กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขนะครับ ให้ร่วมมือกัน ให้มีการจุดเน้นนะครับ ดังต่อไปนี้ครับ 1. คือ ให้มีการตรวจสภาวะสุขอนามัย ของค่ายที่พักคนงาน ที่ยังไม่มีการติดเชื้อ ให้มีการควบคุมไม่ให้มีการเดินทางข้ามเขต ระหว่างค่ายที่พักคนงาน 2. คือ การจัดระเบียบตลาดนัด ร้านค้าในชุมชน 3. ให้ดูแลเรื่องของสุขอนามัย ของผู้ประกอบการร้านอาหาร รวมถึงพนักงานส่งอาหารตามบ้าน 4. คือ การจัดระเบียบการเดินทาง ของระบบขนส่งสาธารณะทุกประเภท และ 5. ให้เน้นย้ำเรื่องของมาตรการ Work From Home ซึ่งต้องกำกับติดตามว่าทุกหน่วยงาน ได้ปฏิบัติตามอย่างจริงจังหรือไม่นะครับ นี่คือสิ่งที่ท่านเน้นย้ำมานะครับ แล้วก็โดยเฉพาะเรื่องของการไล่ตามเชื้อนะครับ ติดเชื้อ แล้วเราก็มารายงานกันอย่างนี้ ทุกวัน ๆ อย่างนี้นะครับ ท่านบอกว่าส่วนนี้นี่ ต้องมีมาตรการการป้องกัน และควบคุมอย่างจริงจัง ก็ขอให้กระทรวงสาธารณสุข เช่น กรมอนามัย, หน่วยงานความมั่นคง ลงมาเสริมการปฏิบัติการในการกำกับ ตรวจตราอย่างเต็มที่ เพื่อหยุดยั้งการแพร่ระบาดนะครับ ในอีกเรื่องหนึ่งครับ ท่านก็ยังได้ยกถึงเรื่องของมาตรการ ที่เป็นบทเรียนของทางประเทศจีน ซึ่งเขาประสบความสำเร็จในการดำเนินการ เผชิญหน้ากับ COVID ที่อู่ฮั่นนะครับ ได้สรุปในการยุทธศาสตร์มีอยู่ 4 ข้อ ที่แบ่งตามสภาพความเสี่ยง และสภาพปัญหาของพื้นที่นะครับ 1. คือ พื้นที่ที่ยังไม่มีการระบาด ต้องใช้การป้องกันอย่างเข้มงวด และดูแลเป็นพิเศษ ไม่ให้มีการนำเชื้อเข้ามาในพื้นที่ 2. พื้นที่ที่มี... เริ่มมีผู้ป่วย ให้ใช้มาตรการการค้นหา ควบคุมการระบาดในพื้นที่ ป้องกันไม่ให้แพร่เชื้อต่อไป 3. พื้นที่ที่มีการระบาดเป็นกลุ่ม อันนี้ต้องควบคุมการแพร่โรคให้ได้มากที่สุด และป้องกันการแพร่ไปยังที่อื่น โดยให้การรักษาผู้ป่วยอย่างดีที่สุด อันนี้พื้นที่ที่ 3 พื้นที่ที่ 4 คือ พื้นที่ที่มีการระบาดอย่างมาก อันนี้ก็ให้ใช้ยุทธศาสตร์ ของการดูแลผู้ป่วยเป็นหลัก และควบคุมการแพร่เชื้อ ควบคุมการเดินทางให้อยู่ที่บ้านเป็นหลักนะครับ ซึ่งเรื่องนี้ไทยเราเอง ก็ได้ใช้มาในหลาย ๆ ประเด็น ในหลายเรื่องนะครับ ก็มาเรียนรู้เรื่องนี้กัน ไทยเราก็เคยประสบความสำเร็จ ในการรับมือกันมาก่อนนะครับ ในระลอกที่ผ่านมา ทั้ง 2 ระลอกอย่างดีนะครับ เพราะฉะนั้น ขอให้ใช้ข้อมูลต่าง ๆ นี้ บูรณาการกัน แล้วก็นำข้อมูลต่าง ๆ มาช่วยกันใช้ ช่วยกันทำ ทั้งในเชิงของการจัดการเตียง อุปกรณ์เวชภัณฑ์นะครับ แล้วก็ให้ ศปก.ศบค. บูรณาการความร่วมมือ และเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วน รวมถึงภาคเอกชนด้วยนะครับ มามีส่วนที่เข้ามาร่วมกันบริหารจัดการ ให้ดีที่สุดนะครับ แล้วที่ข้ออีกข้อหนึ่งที่ท่านนายกรัฐมนตรี ในฐานะ ผอ. ศบค. ได้กล่าวเป็นห่วงที่สุด ก็คือจำนวนผู้เสียชีวิตครับ ที่เกิดขึ้นรายวันนี่มีจำนวนสูงขึ้น ท่านก็แจ้งว่าแม้แต่รายเดียวก็เป็นความสูญเสีย ที่ท่านไม่อยากให้เกิดขึ้นนะครับ เพราะฉะนั้น ก็ขอให้ทางฝ่ายการแพทย์ ทั้งของกรุงเทพมหานคร กรมการแพทย์นะครับ ของกระทรวงสาธารณสุข คณะแพทยศาสตร์ของมหาวิทยาลัยทุกแห่งนะครับ รวมถึงแพทย์ของทางโรงพยาบาลเอกชน ได้ร่วมมือกันในการวางยุทธศาสตร์ ในการดูแลรักษาผู้ป่วยให้ได้อย่างดีที่สุดนะครับ มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางวิชาการให้ได้นะครับ ทรัพยากรร่วมกันด้วยนะครับ ที่ไหนขาด ที่อะไรทั้งหลายนี่ ก็เอามาช่วยแชร์กัน ช่วยใช้กันนะครับ แล้วก็โดยเฉพาะทางด้านแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ยาเวชภัณฑ์ และขอให้ติดตามความก้าวหน้า โดยเฉพาะเรื่องของการวิจัยยา เราก็มียาในพื้นที่ของเรา ไม่ว่าจะเป็นยา ที่เป็นของภูมิปัญญาไทย ๆ ด้วยนะครับ นอกเหนือจากเรื่องของวัคซีน ให้ได้มาใช้กันในนี้ด้วยนะครับ ครับผม อันนี้ก็เป็นสาระสำคัญของเรื่องนี้นะครับ คงยังต้องรายงาน เดี๋ยวผมคงเอามารายงานเพิ่มเติม ส่วนเรื่องสุดท้ายนะครับ ก็คือเรื่องของแผนวัคซีนครับ มีการพูดคุย ใช้เวลากันค่อนข้างมากกับเรื่องนี้นะครับ แผนการให้บริการของวัคซีน ซึ่งนำเสนอ โดยท่านปลัดกระทรวงสาธารณสุขนะครับ ซึ่งก็ได้นำเสนอชุดเป็นแผนขึ้นมานี่นะครับ โดยสรุปนะครับ ก็จะมีการ... ท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้มีสรุปนะครับ ว่าจะ... แผนสำคัญเป็นเรื่องของที่รัฐบาล ได้ประกาศให้เป็นวาระแห่งชาตินะครับ จะมีการฉีดพร้อมกันนะครับ ในช่วงเริ่มต้น เป็น D-Day คือ 7 มิถุนายน นะครับ มี 3 ช่องทางครับ ที่เป็นแผนที่จะกระจายวัคซีนนะครับ 1. คือ ผ่านของระบบหมอพร้อมนะครับ โดยเฉพาะที่เราได้ทำกันมา ที่เราคุ้นเคยกันนะครับ อาจจะมีข้อจำกัดอะไรบ้าง อย่างไรก็ตามแต่นะครับ ที่เราใช้ตรงนั้นขึ้นมา ก็คือเป็นผู้สูงอายุนะครับ แล้วก็เป็นผู้ที่มีโรคประจำตัว 7 กลุ่มเสี่ยงนะครับ แต่อย่างไรก็ตามแต่ เดี๋ยวต่ำกว่านั้นนะครับ ก็จะ... ก็จะต่ำกว่า 60 ปี ก็จะเริ่มเปิดตั้งแต่ 31 พฤษภาคม ได้นะครับ อันนี้ก็นำเรียนว่าเป็นช่องทางเดิม ที่มีอยู่แล้วนะครับ แต่ว่าเราก็จะเปิดช่องท่านอื่น ๆ ขึ้นมานะครับตรงนี้ วิธีที่ 2 คือ การลงทะเบียน ณ จุดบริการ หรือ On-site Registration นะครับ ซึ่งอันนี้จะเป็นการเสริม จากช่องทางของระบบหมอพร้อมนะครับ เราคงเคยได้ยินเรื่องของการไปจองร้านอาหาร อย่างที่ว่านะครับ ถ้าเราจองได้เราก็ไป เราก็มีที่นั่ง แต่ถ้าไม่จองก็ต้องไปยืนอยู่หน้าร้าน อันนี้แล้วก็รอบัตรคิวนะครับ ซึ่งถ้ามีโต๊ะเราก็ได้เข้าไป อันนี้เหมือนกันนะครับ ก็หลายท่านคงได้อธิบายมาแล้วนะครับ แล้วก็ถ้าหากมีวัคซีนเพียงพอ ก็จะได้รับฉีดในวันนั้นเลย แต่ถ้าไม่ได้ก็จะมีการวางคิวไว้ให้ ในวันถัด ๆ ไปนะครับ ช่องทางที่ 3 ครับ คือ การกระจายวัคซีนให้กลุ่มเฉพาะนะครับ เช่น ในกลุ่มของที่เราเคยได้รับทราบมา บุคลากรทางการแพทย์นี่เราก็ให้ไปแล้วนะครับ จะต้องให้จนกระทั่งครบนะครับ ประชาชนกลุ่มเสี่ยงต่าง ๆ กลุ่มที่มีความจำเป็นนะครับ กลุ่มที่มีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจ และการดำเนินชีวิตของประชาชน เพื่อให้เศรษฐกิจไทยนี่เดินหน้าต่อไปได้ ในทั้งนี้ก็ต้องหากมีกลุ่มบุคคล หรือสมาคมใดที่มีเหตุผลความจำเป็นเร่งด่วน สามารถยื่นเรื่องให้กระทรวงสาธารณสุข พิจารณาจัดสรรวัคซีน และจัดเตรียมสถานที่ฉีดให้ได้ต่อไป เพราะฉะนั้น 3 ช่องทางนี้ ต่อไปจะเป็น 3 ช่องทางหลักนะครับ แล้วก็จะใช้ในการที่จะเป็นช่องทาง กระจายวัคซีนนะครับ นำเรียนให้ทราบ ท่านนายกรัฐมนตรี ยังรับทราบถึงระยะในการที่จะฉีด... ให้การลงทะเบียนแล้วก็ฉีดวัคซีนนะครับ ในระยะที่ 1 ซึ่งก็เป็นระยะถึงปัจจุบันนี้ ถึงวันที่ 6 มิถุนายน นี้นะครับ ตอนนี้ก็ได้มีการทดสอบระบบ ทดสอบระบบการลงทะเบียน การฉีดนะครับ แล้วก็ให้โควตาไปทยอยฉีดให้กับกลุ่มเป้าหมาย ที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด ตามโควตาวัคซีน ที่แต่ละหน่วยงานกระทรวงได้รับนะครับ ก็มีการทำแผนต่าง ๆ เกิดขึ้นในช่วงตอนนี้นะครับ เป็นการเตรียมความพร้อมเพื่อการลงทะเบียน และทดสอบระบบนะครับ วันที่ 7 มิถุนายน ซึ่งเป็นระยะที่ 2 เป็นระยะที่เริ่มทำเต็มที่ แล้วก็จะมีวัคซีนเข้ามาอยู่ในประเทศไทย จำนวนมากขึ้น ก็คือเดือนหน้านี่นะครับ อันนี้เริ่มการฉีดวัคซีนทั้งระบบ เป็นวาระแห่งชาติ มีกลุ่มไหนบ้างครับ บุคลากรทางการแพทย์ที่ยังไม่ได้รับ เจ้าหน้าที่ด่านหน้า ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป อันนี้ก็กลุ่มเดิมนะครับ ผู้มีประจำตัวเรื้อรัง ตัวแทนนักกีฬาที่จะไปต่างประเทศ นักเรียน นักศึกษาไปต่างประเทศ กลุ่มวัยทำงานที่มีสิทธิประกันสังคม ประชาชนคนทั่วไป และมีอีกหลาย ๆ กลุ่มนะครับ ถ้าท่านไม่ได้มีชื่อตกหล่นอยู่ในนี้ ไม่ต้องกังวลนะครับ ท่านนายกบอกว่า "ไม่มีการทอดทิ้งใครไว้ข้างหลัง" ถ้า... ตรงนี้เป็นเพียงย่อ ๆ เข้ามา เพราะพื้นที่ไม่เพียงพอ เพราะฉะนั้น โดยสรุปแล้วทุกกลุ่ม ในช่วงตั้งแต่วันที่ 7 มิถุนายน เป็นต้นไป จะได้รับแน่นอนนะครับ แต่ว่าอย่างไรก็ตามแต่ ก็ขึ้นอยู่กับระบบของการเข้าไปจอง แล้วก็เข้าไปฉีด เราไม่ต้องการการไปแออัด ในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง และขณะเดียวกันก็จะมีการกระจายไปนะครับ มีระบบหมอพร้อม ซึ่งวางไว้อยู่ตรงกลางนี่ มีความสำคัญ คือ เขาจะเป็นตัวที่จะวางแผน ในการจด... เขาเรียกอะไร เก็บข้อมูลเรื่องของการฉีดนะครับ และอันที่ 2 คือ ติดตามผลของการฉีดนั้น ว่ามีผลข้างเคียงไหม รวมถึงไปออกใบรับรองในการฉีด เพราะฉะนั้น หมอพร้อมยังเป็นระบบแกนกลางอยู่ข้างในนะครับ ส่วนระบบอื่น ๆ นะครับ ที่เราเคยได้ยินนะครับ กรุงเทพฯ... ประทานโทษครับ ของภูเก็ตก็จะมีระบบของภูเก็ตโมเดล ที่เขาจะเป็นแอป(พลิเคชัน) ของโมเดลของภูเก็ต นนทบุรีก็มีของตัวเอง กรุงเทพมหานครก็จะมีของตัวเองมา ซึ่งจะเป็นกรอบด้านบน ด้านหน้า แล้วก็ทั้งหมดนี่ก็จะต้องมาลงอยู่ที่หมอพร้อม เพื่อให้เป็นฐานข้อมูล ที่จะติดตามอาการผลข้างเคียง และการออกใบ Certificate เพราะฉะนั้น ตรงนี้จะมีคนช่วยกันอยู่เรียงรายอยู่แถวหน้า ที่จะเกี่ยวข้องกับพี่น้องประชาชน ที่อยู่ใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชนนี่ ไม่ว่าจะเป็นจังหวัด ไม่ว่าจะเป็นมหาวิทยาลัยที่จะเข้ามาร่วมกันฉีด หรือเอกชนจะเข้ามาร่วมกันฉีดนี่นะครับ จะมี... เขาเรียกอะไร แอปพลิเคชัน หรือจะมีการลงทะเบียน ณ หน้างาน อะไรก็แล้วแต่นะครับ เพราะฉะนั้น จุดฉีดก็จะมาช่วยกัน เสริมเติมจากระบบตรงกลาง คือ หมอพร้อม ก็ต้องขออนุญาตกราบเรียนนะครับ ว่านี่คือสิ่งที่ท่านนายกรัฐมนตรี ในฐานะ ผอ. ศบค. รับทราบจากที่ประชุม สร้างความมั่นใจ ว่าเราจะดำเนินการไปได้ด้วยดีนะครับ ในเรื่องที่เป็นระบบบริหารจัดการ นี่ผมก็พูดไปตรงนี้แล้วนะครับ ก็ 3 กล่องที่เป็นสีแดง ๆ กับสีฟ้า... ประทานโทษ สีเหลืองนะครับ กรอบสีแดง 2 กล่องกลาง กับสีเหลืองนะครับ คือมีหน้าที่... แอปฯ ของหมอพร้อมนี่ มีหน้าที่อยู่ 2 กล่องตรงกลาง คือ ฉีดวัคซีน จุดรับบริการฉีดวัคซีน และก็ติดตามผลนี่นะครับ 2 ข้อมูลชุดใหญ่ อยู่ตรงกลางนี่ จะลงไปที่หมอพร้อม แต่ขณะเดียวกัน หมอพร้อมก็จะมีช่องทางให้ลงทะเบียนบ้าง แต่อย่างที่บอกว่าตรงนั้นเป็นคอขวด เพราะฉะนั้น ตรงนี้จะเปิดให้กลุ่มเป้าหมายทั้งหลายนี่ ได้ช่วยกันมาลงในกล่องสี ที่เป็นสีน้ำเงินนั่นนะครับ ที่จะมีมากมายก่ายกองนะครับ ตอนนี้ทั้งภาคเอกชนอะไรก็แล้วแต่ ตอนนี้เนื่องจากคน 50,000,000 คน 70 เปอร์เซ็นต์ของประเทศ อยู่ในกรอบสีฟ้าตรงนั้น จะต้องได้รับการฉีด เพราะฉะนั้น ก็จะลงมาอยู่ที่ตรงนี้ที่เดียวนะครับ แต่ว่าผ่านหลายประตู พูดง่าย ๆ มีประตูช่องทางเข้าอีกมากมาย ซึ่งเราจะต้องทำให้เกิดการลงทะเบียน เพื่อรับวัคซีนให้ได้ นี่คือสิ่งที่เป็นข้อสรุปจากที่ประชุมครับผม ขออนุญาตได้สรุปข้อมูลสำคัญเพียงแค่นี้ก่อนครับ (คุณสุภนันท์) ครับ สำหรับวันนี้ ไม่ได้มีประเด็นคำถามเพิ่มเติมนะครับ คุณหมอมีอะไรจะฝากทิ้งท้ายเพิ่มเติม สำหรับวาระสำคัญวันนี้ไหมครับ (นายแพทย์ทวีศิลป์) นำเรียนว่า เดี๋ยวการนำเสนอเรื่องของชุดข้อมูล ก็มีเรื่องของความสำคัญ การสื่อสารเรื่องนี้ให้กับพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะวัคซีนจะเป็นวาระแห่งชาตินะครับ ทาง ศบค. นะครับ ทีมงานที่เกี่ยวข้องกับทางโฆษกฯ ก็จะได้รับมอบหมาย ก็คงจะปรับวิธีการนำเสนอ รูปแบบของการนำเสนอ ให้กับพี่น้องประชาชนให้กระชับยิ่งขึ้นนะครับ นำเรื่องข้อเสนอ จากการมีข้อสรุปในที่ประชุมนะครับ จากเดิมนี่ เราเคยใช้ช่วงเวลามาก ๆ ในการอธิบายเรื่องโรคเพื่อให้คนเข้าใจ ตอนนี้ผมเข้าใจว่าหลาย ๆ ท่าน คงจะมีชุดข้อมูลที่จะได้รับทราบตรงนี้พอสมควร เราก็จะมาใช้เวลามากขึ้น ในการนำเสนอชุดข้อมูลในเชิงบริหารจัดการ เพื่อขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชน แล้วก็ทั้งเจ้าหน้าที่ภาครัฐ ภาคเอกชน แล้วก็ภาคประชาชน 3 แกนหลักสำคัญ ซึ่งมีส่วนสำคัญมาก ๆ ในการขับเคลื่อนงานต่าง ๆ ในการแก้ไขบริหารสถานการณ์ COVID-19 นะครับ ก็ขอความร่วมมือทุกท่านด้วยนะครับ วันนี้ขอกราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูงครับ (คุณสุภนันท์) ครับ ขอบคุณนะครับ ท่านโฆษก ศบค. นะครับ นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน นะครับ เชื่อว่าประเด็นที่หลายคนรอคอยที่จะรับฟัง และก็รอคอยว่าเมื่อไรจะถึงเรา ก็คือเรื่องของวัคซีนนะครับ อย่างที่คุณหมอย้ำครับ 7 มิถุนายน นะครับ จะเป็นวาระแห่งชาติ สำหรับการเดินหน้าฉีดวัคซีนพร้อม ๆ กัน 3 ช่องทางหลัก ๆ นะครับ ไม่ว่าจะเป็นช่องทางของหมอพร้อม การลงทะเบียน ณ จุดบริการ หรือว่า On-site Registration นะครับ แล้วก็ 3. นะครับ การกระจายวัคซีนให้กับกลุ่มเฉพาะ ที่จะมีการจัดสรรให้กับแต่ละกลุ่ม ที่มีการทำเรื่องขอเข้ามา ในการจัดสรรผ่านช่องทางต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นคณะกรรมการโรคติดต่อของจังหวัด หรือว่าของกรุงเทพมหานคร หรือว่าทางกระทรวงสาธารณสุขนะครับ ลำดับต่อไปจะเป็นการสรุป การแถลงข่าวในภาคภาษาอังกฤษนะครับ ขอเรียนเชิญ ท่านณัฐภาณุ นพคุณ นะครับ รองอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เรียนเชิญครับ (คุณณัฐภาณุ) [ภาษาต่างประเทศ] สวัสดีครับ (คุณสุภนันท์) ครับ ขอบคุณนะครับ ท่านณัฐภานุ นพคุณ นะครับ รองอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศนะครับ คุณผู้ชมครับ เดี๋ยวช่วงนี้เราพักกันก่อนครู่หนึ่งนะครับ ช่วงหน้ามาพูดคุยกับแขกรับเชิญของเรา ที่เชิญมาร่วมพูดคุยกันในวันนี้ นายแพทย์จเด็จ ธรรมธัชอารี นะครับ เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ สปสช. ตกลงคนไทยถ้าป่วยเป็น COVID รักษาฟรีจริงหรือไม่ ทำไมถึงมีประเด็น ค่อนข้างออกมาในโลกออนไลน์เป็นจำนวนมาก และเป็นระยะ ๆ นะครับ ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ช่วงหน้ามาพูดคุยกันครับ [เสียงดนตรี] (คุณเรวิญานันท์) เบญขอเป็นกำลังใจ ให้กับทีมแพทย์ พยาบาล และก็เจ้าหน้าที่ทุกคนนะคะ ที่ทำงานกันอย่างหนัก เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วย COVID-19 ค่ะ และก็อยากขอความร่วมมือจากคนไทยทุกคนนะคะ ช่วยกันระมัดระวัง ป้อนกันตนเอง แล้วก็ปฏิบัติตามมาตรการอย่างเคร่งครัด เพื่อหยุดการระบาดของโรค COVID-19 ค่ะ [เสียงดนตรี] [วิดีโอเพลงพลัง][เสียงดนตรี] [เสียงนักร้องนำ] (คุณแพท) พรุ่งนี้วันนี้เธออาจเหนื่อย อาจจะท้อใจ กับเรื่องราวที่ไม่มีใครอยากให้เกิด แต่ให้รู้ว่ามีคุณค่า ซึ้งใจมากมายกับหน้าที่ของเธอ กับความทุกข์ที่ไม่มีใครอยากพบเจอ กลับมีเธอมาช่วยทำให้มีหวัง อยากจะขอให้เพลงนี้เป็นพลังใจ อาจเหนื่อยนักแต่อย่าท้อสู้ให้ไหว สู้ด้วยใจและศรัทธาอย่างมั่นคง พวกเราขอส่งเพลงนี้เป็นกำลังใจ ในสักวันเรื่องร้ายมันจะผ่านไป จับมือไว้ เราร่วมใจให้เป็นพลัง [เสียงดนตรี] อยากจะขอให้เพลงนี้เป็นพลังใจ อาจเหนื่อยนักแต่อย่าท้อสู้ให้ไหว สู้ด้วยใจและศรัทธาอย่างมั่นคง พวกเราขอส่งเพลงนี้เป็นกำลังใจ ในสักวันเรื่องร้ายมันจะผ่านไป ไม่เป็นไรเธอยังมีฉัน อยากจะขอให้เพลงนี้เป็นพลังใจ อาจเหนื่อยนักแต่อย่าท้อสู้ให้ไหว สู้ด้วยใจและศรัทธาอย่างมั่นคง พวกเราขอส่งเพลงนี้เป็นกำลังใจ ในสักวันเรื่องร้ายมันจะผ่านไป จับมือไว้ เราร่วมใจให้เป็นพลัง [เสียงดนตรี]