(เจ้าหน้าที่) สวัสดีครับ ฝั่งล่ามได้ยินเสียงชัดเจนไหมครับ โอเคครับ ขอบคุณครับ (อาจารย์ปิยนุช) Check โอเคค่ะ เดี๋ยววันนี้เราจะปิดคอร์สแล้ว ดีใจไหม ไม่ทันแล้วใช่ไหม โอเค วันนี้เราเรียน 2 บทนะ แต่บทหนึ่งนี่ค่อนข้างที่จะเข้มข้นมากนะคะ แล้วก็เดี๋ยวจะมีงานทั้ง 2 บทนะคะ ซึ่งเป็นงานที่จะเป็นกิจกรรมทำในห้องนี่แหละนะคะ ฉะนั้น ใครพลาดวันนี้ ก็คือน่าเสียดายเหมือนกันนะคะ Check Check เดี๋ยวเราจะมาเริ่มการประเมินสื่อ แล้วก็อีกบทหนึ่งจะพูดถึงจริยธรรมนะคะ เดี๋ยวบทนี้ครูจะมีงาน ที่หลังจากเรียนเสร็จจะมีงาน 1 ชิ้น ซึ่งจะเป็นการคำนวณ ซึ่งค่อนข้าง ถ้าไม่เข้าใจตั้งแต่ต้นจะทำไม่ได้เลย เพราะว่าวันนี้จะให้ 10 คะแนนไปเลยนะ ไม่หารเลยนะ ฉะนั้น มันจะเกี่ยวข้องกันไปเรื่อย ๆ ถ้าใครหลุดนิดหนึ่งน่ะค่ะ ทำไม่ได้แน่ ๆ นะคะ ฉะนั้น ซึ่งอันนี้ บทนี้ครูออกเองนะคะ แล้วก็ข้อสอบแต่ละบทนี่ ข้อสอบแจ้งไปแล้วนะ มี 80 ข้อนะ ตั้งแต่บทที่ 1 ถึงบทสุดท้ายนี่ เฉลี่ยน่าจะประมาณ 8-9 ข้ออย่างนี้นะคะ 10 ข้อ ฉะนั้นนี่ จนเป็น 80 ข้อ ฉะนั้น บทนี้มันจะต้องเข้าใจไปเรื่อย ๆ น่ะ มันถึงจะทำข้อสอบนั้นได้นะคะ ทั้ง 8-9 ข้อนี่ ก็จะเชื่อมโยงไปถึงกันไปหมดเลยนะคะ บทนี้นะ ถ้าใครทำได้คือทำได้เลย แต่ถ้าใครไม่ได้ก็คือ 8-9 ข้อนั้น คะแนนหายไปเลยนะคะ โอเค ทีนี้ค่ะ ทำไม ถามว่าทำไมคุณครูถึงต้องประเมินสื่อการสอน หลังจากที่เราเรียนถึงเทคโนโลยี นวัตกรรมคืออะไร ออกแบบไอเดียคืออะไรนะคะ จนมาได้นวัตกรรม ทีนี้พอเราได้นวัตกรรมมาแล้วน่ะ เราจะรู้ได้อย่างไรว่านวัตกรรมของเราน่ะ มันดีหรือไม่ดี เราก็จะต้องประเมินสื่อ ฉะนั้น ครูนึกได้แล้ว ว่าสัปดาห์ที่แล้วเราเหลืออีกเรื่องหนึ่ง โอเค อย่างนั้นขอกลับไปสัปดาห์ที่แล้วนิดหนึ่ง มันเกี่ยวข้องกันพอดีนะคะ ที่ครูจะต่ออีกนิดหนึ่ง แต่กลัวพวกเราไม่ได้กินข้าวกัน อย่างนั้นอีกนิดหนึ่งได้อยู่ มันเกี่ยวข้องกันพอดี ทีนี้สัปดาห์ที่แล้วติดของรางวัลกลุ่ม “Dream Room” นะคะ มารับรางวัลนะคะ โอเค มารับเลยลูก อันนี้ครูหายไปไหน อ๋อ อยู่นี่ [เสียงหัวเราะ] เหมือนหาแว่นตาน่ะ ยินดีด้วยค่ะ ครับ ไปแบ่งกันนะ ครับผม [เสียงหัวเราะ] โอเค หลังจากที่สัปดาห์ที่แล้ว เราก็ได้ปัญหาใช่ไหมคะ ได้ปัญหามาแล้ว แล้วเราก็ได้กำหนดนวัตกรรมนะคะ ซึ่งห้องนี้นวัตกรรมเจ๋ง ๆ ทั้งนั้นเลยนะคะ กำหนดนวัตกรรมมาได้แล้ว ทีนี้ค่ะ มันยังไม่เพียงพอสำหรับการเป็นนวัตกรรมค่ะ แค่กำหนดมา ถ้าจะให้ไฮไซหรูหรานะ นวัตกรรมที่เราสร้างมานี่ ควรใส่หลักทฤษฎีเข้าไปค่ะ มันจะทำให้นวัตกรรมของคุณน่ะ มันน่าเชื่อถือ และเหมาะสมกับผู้เรียนที่จะใช้นั้น ๆ มากขึ้นนะคะ กำหนดนวัตกรรม เพิ่มทฤษฎีเข้าไปหน่อยนะคะ แล้วจากนั้น มาออกแบบและพัฒนานวัตกรรมนะคะ ซึ่งประเมินสื่อจะอยู่ในขั้นนี้ด้วยนะคะ ก่อนออกแบบนวัตกรรมนะคะ เราก็จะต้องไป Review ก่อนนะ ไปศึกษาเอกสารน่ะค่ะ ว่าวิธีการทำสื่อนั้นน่ะ หรือนวัตกรรมนั้นน่ะ มันทำอย่างไร อยู่ดี ๆ เราทำไม่ได้หรอก เราก็ต้องไปศึกษา ไปค้นหา ไปดูใน YouTube ไปดูในหนังสือ ว่ามันมีวิธีการทำอย่างไรนะคะ จากนั้นค่ะ คุณครูหนีไม่พ้นค่ะ เอามาคู่... แล้วมาเขียนแผนการสอน เพื่อที่จะเอาสื่อนั้นน่ะ มาใช้ในการเรียนการสอน หนีไม่พ้นค่ะ ต้องเขียนแผนการสอนนะคะ จากนั้นเราก็ลงมือผลิตสื่อนวัตกรรม ของเรานั่นแหละนะคะ ทีนี้เราได้สื่อมาแล้วนะ ผลิตมาแล้ว รู้วิธีการจากขั้นนี้แล้ว รู้วิธีการว่าสร้างสื่ออย่างไร เขียนแผนประกอบว่าจะเอาสื่อไปใช้อย่างไร จากนั้นก็ผลิต ทีนี้เราได้สื่อมาแล้ว เราว่าเราสามารถเอาสื่อไปใช้ในการเรียนการสอนเลยได้ไหม ยังไม่ได้นะคะ ยังไม่ได้ ถ้าทีนี้ย้ำอีกครั้งหนึ่ง การที่มันจะเป็นนวัตกรรมจำได้ไหม นวัตกรรมจะต้องน่าเชื่อถือ ผ่านการทดลอง พิสูจน์ทดลอง ฉะนั้นขั้นนี้ ได้สื่อมาแล้ว มันยังไม่ได้ไปทดลองอะไรเลย มันยังไม่ได้ผลที่น่าเชื่อถือมาเลย มันแค่เป็นสื่อ ฉะนั้นค่ะ สิ่งที่ครูพบเวลาไปนิเทศโรงเรียน ทำไมสื่อที่คุณครูเอามาโชว์น่ะ มันถึงไม่ไปถึงนวัตกรรม เพราะมันเป็นแค่สื่อไง มันยังไม่มีผลพิสูจน์ มันยังไม่มีผลทดลอง ว่าสื่อหรือนวัตกรรมที่คุณอ้างนี่ มันพิสูจน์ทดลองได้ ว่ามันได้ผลจริง ๆ คีย์เวิร์ดสำคัญของนวัตกรรม นวัตกรรมนั้นต้องมีการพิสูจน์ทดลองว่ามันได้ผลจริง ๆ ด้วยนะคะ ไม่ใช่ทุกอย่างบนโลกนี้ จะเป็นนวัตกรรมได้นะคะ นี่ค่ะ ฉะนั้น ผลิตสื่อเฉย ๆ ไม่ใช่นวัตกรรม คุณจะต้องมีกระบวนการอีกขั้นหนึ่ง คือ เอาสื่อนั้น ไปให้ผู้เชี่ยวชาญนะคะ ไปให้ผู้เชี่ยวชาญดูค่ะ ว่าสื่อเราน่ะ มันเหมาะสมกับผู้เรียนไหม สีเหมาะสมไหม ฟอนต์เหมาะสมไหม ลิงก์ต่าง ๆ เข้าสะดวกไหม ผู้ทรงฯ เขาก็จะช่วยดู เราคิดว่าใครที่จะสามารถช่วยดูเราได้ ผู้ทรงฯ น่ะค่ะ ใครที่จะมีความรู้ดูเรื่องสื่อได้ มีคนตอบ ผอ. มา คนที่... ทีนี้ค่ะ เราคิดว่า ผอ. จะรู้ สมมติครูอยากสร้างแอปพลิเคชัน เราว่า ผอ. สร้างรู้ว่าการสร้างแอปพลิเคชันที่ถูกต้องไหม อย่าเพิ่งด่วนสรุป ถ้า ผอ. คนนั้น… ถ้า ผอ. คนนั้นจบเทคโนโลยี จบคอมพิวเตอร์ ผอ. คนนั้นตรวจได้ไหม ตรวจได้ แต่ถ้า ผอ. คนนั้น จบพลศึกษา ไม่ได้ว่าเขาไม่ได้เก่งนะ แต่เขาเชี่ยวชาญด้านพละฯ นะ ฉะนั้น ผอ. ที่จบพละฯ สามารถรู้เรื่องแอปพลิเคชันได้ไหมคะ ไม่ ๆ ไม่ได้ เป็นไปได้ยากนะคะ ฉะนั้น เวลาที่เราเอาให้ผู้เชี่ยวชาญดู จะต้องมีความรู้ในเรื่องนั้น ๆ ถ้าคุณผลิตสื่อเทคโนโลยีดิจิทัลพวกนี้ คุณก็ต้องให้อาจารย์ทางด้านคอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีช่วยดู ทีนี้อาจารย์ทางด้านคอมพิวเตอร์ หรือเทคโนโลยีน่ะค่ะ เขามีความรู้ทางด้านการศึกษาพิเศษไหม เขามีความรู้ด้านภาษามือไหม ก็ไม่มีอีกอยู่ดี ฉะนั้น ใครจะต้อง... อีกคนหนึ่ง ที่จะต้องช่วยดูค่ะ อาจารย์ที่มีความรู้ในเรื่องนั้น ๆ ถ้าคุณทำสื่อภาษาไทย อาจารย์คอมพิวเตอร์ไม่รู้หรอก คำตาย คำเป็นน่ะ เราไม่รู้หรอก ก็ต้องอาจารย์ด้านภาษาไทย ครูด้านภาษาไทยที่มีความเชี่ยวชาญ ด้านเคมี ฟิสิกส์ ชีวะ ที่เชี่ยวชาญในด้านนั้น ๆ นะคะ ฉะนั้น ก็จะต้องประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญ 2 บุคคลด้วยกันนะคะ คือคนที่มีความรู้ด้านสื่อ คนที่มีความรู้ด้านการผลิตสื่อดิจิทัล หรือสื่ออะไรต่าง ๆ เทคโนโลยีต่าง ๆ และผู้เชี่ยวชาญในความรู้นั้น ๆ นะคะ โอเคนะ ทีนี้ค่ะ ไปให้ผู้เชี่ยวชาญไปดูแล้ว เราก็แก้ไขข้อมูลปรับปรุง แต่ว่าเอาไปใช้ได้หรือยัง ก็ยังอีกอยู่ดีนะ บอกแล้วนวัตกรรมน่ะ กว่าจะมาเป็นที่ยอมรับได้ค่ะ มันต้องผ่านหลายขั้นตอนนะคะ ก็ยังอยู่ดีนะ ปรับปรุงแก้ไขมาแล้ว ตรงนี้ได้แค่คนประเมิน ยังไม่ได้ผลมาค่ะ ยังไม่ได้ผลมา ว่านวัตกรรม ใช้แล้วมันได้ผลอย่างไร ต้องผ่านขั้นนี้ก่อนค่ะ คือ เอาไปทดลองค่ะ เอาไปทดลอง เอาสื่อไปทดลองใช้จริง ๆ ก็จะได้ผลออกมา นี่ค่ะ ฉะนั้น การจะเป็นนวัตกรรมได้ จะต้องมีการพิสูจน์ทดลองค่ะ ได้ผลออกมา ถึงจะเป็นนวัตกรรมได้นะคะ จากนั้นได้ผลมาแล้ว ผลดีเยี่ยมเลย ถึงเอาไปทดลองใช้ได้นะคะ ฉะนั้นค่ะ สิ่งที่คุณครู เวลาครูไปนิเทศ จะตกม้าตายตรงนี้ จะถึงแค่ตรงนี้ ที่ Claim ว่านวัตกรรมน่ะค่ะ มันไม่ถึงนะคะ ฉะนั้น คุณมีน่ะ ก็จริง แต่คุณต้องบอกคนที่ประเมินคุณให้ได้ ว่าเอ๊ย คุณได้ตัวนี้มันมาอย่างไร แค่คุณตอบไปเหล่านี้ คุณก็ผ่านการประเมินแล้วนะคะ ฉะนั้น หลายคนน่ะ อาจจะไปซื้อสื่อนู้นนี่นั่นมา รู้แหละ แต่ขอคุณบอกกระบวนการให้ได้นะคะ ประมาณนี้ ฉะนั้น ฉะนั้นนะคะ การจะทำนวัตกรรมก็จะต้องอาศัยองค์ประกอบเหล่านี้นะคะ ทีนี้ ในขั้นของนวัตกรรมตรงนี้ค่ะ อันอื่น ครูเป็นเสริมให้เฉย ๆ นะ ในขั้นของนวัตกรรมตรงนี้ ขั้นทดสอบประสิทธิภาพ มันจะเกี่ยวข้องกับที่เราจะเรียนวันนี้นะคะ โอเค ทีนี้ค่ะ หลายทีนะ ทำไมวันนี้พูดติดคำว่า "ทีนี้" จัง ก่อนอื่นนะคะ พอเราได้นวัตกรรมมาแล้ว เราก็จะต้องเอามาประเมิน ว่านวัตกรรมนั้นน่ะค่ะ หรือสื่อนั้นน่ะค่ะ มันดีหรือไม่ได้นะคะ มันสามารถทำให้ผู้เรียนเรียนรู้ได้ดีขึ้นไหมนะคะ ก่อนอื่นค่ะ ต้องมารู้จัก 2 คำนี้ก่อนนะคะ การวัดกับการประเมิน อันนี้หลายคนก็ชอบพลาด แล้วเมื่อพลาดน่ะ มันอายเขา มันเป็นเรื่องแบบ เบสิกมาเลยน่ะ แต่ก็ยังพลาดนะคะ ก็ยังแบบเป็นครูแล้วก็ยังพลาดเรื่องนี้ค่อนข้างเยอะอยู่เหมือนกัน การวัดและการประเมินเกี่ยวข้องกันค่ะ แตกต่างกันนะคะ แตกต่างกันนะคะ การวัดคืออะไร “การวัด” คือ การที่เรากำหนดค่า ให้มันเชิงปริมาณหรือตัวเลขค่ะ เชิงปริมาณคือเชิงตัวเลขนี่แหละนะคะ ให้กับสิ่งที่เราต้องการวัด ส่วนการประเมิน คือ การตีค่า หรือตีความหมายนะคะ กับผลของการวัด ได้ผลวัดมาแล้วเอามาตีค่า ตัดสินคุณค่ามัน เรียก “การประเมิน” ยกตัวอย่าง เช่น ครูต้องการที่จะวัดส่วนสูง ได้ค่าตัวเลขออกมา เป็น 157 อันนี้เป็นการวัดหรือประเมิน ได้ค่าตัวเลขออกมา เป็นการวัด ทีนี้ค่ะ ตัวเลข 157 น่ะ มันเป็นตัวเลขนะ แล้วมันอย่างไร มันนี่ พอเป็นตัวเลขน่ะมันจะ… เอ้า แล้วมันอย่างไร คือตัวเลขน่ะ ฉะนั้น ตัวเลข 157 น่ะค่ะ เราอยากรู้ว่า 157 นี่ สูง เตี้ย ปานกลาง พอบอกว่า สูง เตี้ย ปานกลาง แล้วพอเราเอาไปเทียบกับเกณฑ์ ปรากฎว่า 157 อยู่ในเกณฑ์ปานกลาง อันนี้เรียกการวัดหรือการประเมิน เรียกการประเมิน ฉะนั้น พอเอามาเทียบกับเกณฑ์ แล้ว 157 มันถูกตัดสิน มันถูกตีค่า ว่ามันอยู่ในระดับปานกลาง เห็นคีย์เวิร์ดคำนี้ไหมคะ ตีค่าตัดสินว่าอีตัวเลขนี่ อีตัวเลขจากการวัด คือ 157 นี่ มันถูกตีค่าตัดสินว่า เอ๊ย ตัวเลขนี้ มันคือระดับปานกลาง ฉะนั้น พอระดับปานกลาง มันคือการตีค่า มันคือการตัดสิน ฉะนั้น ระดับปานกลางถึงเป็นการประเมิน โอเคนะ หรือครูไม่ต้องวัดก็ได้นะ หรือครูอยากชั่งน้ำหนัก ชั่งน้ำหนักได้ น้ำหนักมา 65 65 เป็นตัวเลข เป็นการวัดเก่งมาก เป็นการวัด ได้ตัวเลขมาเฉย ๆ เป็นการวัด ทีนี้ตัวเลข 65 เอ๊ย แล้วมันอย่างไร เราก็ต้องไปเทียบกับเกณฑ์ แล้วตีค่าตัดสินว่า 65 ค่อนข้างอ้วน ค่อนข้างอ้วน เกือบอ้วนนะคะ อะไรนะ พอ ๆ กันนะคะ [เสียงหัวเราะ] สะเทือนใจเหมือนกันเวลายกตัวอย่างนะคะ ตีค่าตัดสินใช่ไหมคะ ก็จะเป็นการประเมิน โอเค ได้นะ นะคะ ไปต่อนะ อันนี้ต้องเข้าใจนะ เพราะว่ามันเกี่ยวข้องกันนะคะ โต๊ะตัวนี้สูง 120 เป็นการวัดหรือการประเมิน ทำไมรู้น่ะ ดูตรงไหน ได้แค่ตัวเลข ยังไม่ได้ตัดสินอะไรมันเลย ได้แค่ตัวเลขมา มันคือการวัด ได้แค่ตัวเลขมา คือการวัด นุ่นสอบวิชาเทคโนโลยีการศึกษา ได้ 50 คะแนน วัดหรือประเมิน วัดหรือประเมิน วัด เพราะว่าได้แค่คะแนนมา คือการวัด ใช่หรือเปล่า เราได้คะแนนมาน่ะ เรายังไม่ได้ตัดสินอะไรเด็กเลย เด็กก็ทำข้อสอบมาปกติ เด็กก็ทำข้อสอบมา ได้คะแนนมา มัน... เรายังไม่ได้ตัดสินคะแนนตรงนี้เลยนะคะ ฉะนั้น 50 คะแนนเป็นการวัดนะคะ เป็นการวัด เจ๋งสอบวิชาเทคโนโลยีการศึกษาได้เกรด A เป็นการวัดหรือการประเมิน ประเมินเพราะว่า ได้เกรด A มาจากอะไร A ได้... การที่จะมาเป็น A ได้ เขาต้องได้อะไรมา เขาต้องได้คะแนนมา และคะแนนเขาต้องถึงเกรด A ฉะนั้น เกรด A มันถูกตัดสิน มาจากคะแนนที่เขาได้ 80 ขึ้นไปใช่ไหมคะ ฉะนั้น เกรด A คือ การประเมินนะคะ ได้นะ เจโน่ แล้วเจโน่สอบวิชาคณิตได้เกรด 4 เป็นการวัดหรือการประเมิน แต่มันเป็นตัวเลขนะ นะคะ แปลว่าเราเข้าใจนะคะ การที่มันจะได้เกรด 4 การที่เขาจะได้เกรด เขาถูกตัดสินมาจากคะแนน เขาถูกตัดสินมาจากคะแนน เหมือน A เมื่อกี้แหละ แต่อย่าไปโดนเขาหลอกนะ ว่าแบบ เอ๊ย เป็นตัวเลขน่ะ จะต้องเป็นการวัดเสมอ เราต้องดูตัวเลขนั้น ว่ามันมีที่มาอย่างไรนะคะ ถ้าแค่คะแนนมันได้คะแนนแล้วจบ แต่เกรด 4 น่ะ มันเป็นผลมาจากคะแนนของเขาถึง แล้วถูกตัดสินว่าเขาได้เกรด 4 ฉะนั้นได้เกรด 4 ก่อนจะได้เกรด 4 ต้องมี… ต้องมีคะแนน คือ ผลจากการวัด ฉะนั้นครูถึงบอกมันเกี่ยวข้องกันไง ฉะนั้น ถ้าคุณประเมินน่ะ โดยที่ไม่มีผลการวัดมันประเมินไม่ได้นะ ฉะนั้น คุณต้องมีผลจากการวัด แล้วประเมิน แต่สมมติว่าคุณมีแค่คะแนน มันก็ไม่สิ้นสุดอยู่ดี นึกออกไหม อ้าว 50 คะแนนแล้วอย่างไร ฉันได้ 50 คะแนน ตกลงฉันผ่านหรือไม่ผ่าน ฉันดีหรือไม่ดี ก็จะต้องไปประเมินตัดสินอีกอยู่ดี ฉะนั้น มันถึงเกี่ยวข้องกัน การวัดกับการประเมินเราต้องใช้ให้ถูกนะคะ อันนี้ล่ะ สื่อ CAI อยู่ในคุณภาพระดับดีมาก ทำไมถึงว่าประเมิน อยู่ในระดับดีมาก มันถูกตัดสินใช่ไหมคะ สื่อ CAI ว่ามันถูกตัดสิน ว่ามันอยู่ในระดับดีมาก ฉะนั้น ถ้าเมื่อใดก็ตาม ที่สิ่งใดสิ่งหนึ่งถูกตัดสินน่ะ มันคือการประเมิน ถูกตัดสินนี่ ให้มันเป็นการประเมินเลย แต่ถ้าแค่ค่าตัวเลขออกมา ให้มันเป็นการวัด แต่ต้องดูตัวเลขนั้นดี ๆ นะ ว่ามันหมายถึงอะไรนะคะ อย่าเพิ่งวู่วาม เวลาเห็นข้อสอบ ก็ไม่ใช่เห็นตัวเลขแล้วจะไปกาวัดอย่างเดียว ก็ต้องอ่านให้ดี ๆ ด้วยนะนะคะ ได้นะ เมื่อกี้มีประมาณ 2-3 ข้อแล้วนะคะ [เสียงหัวเราะ] กว่าจะครบ 8-9 ข้อ นะคะ การประเมินสื่อการสอนเลยหมายถึงค่ะ การเอาข้อมูล หรือผลจากการวัดนี่แหละนะคะ มาตัดสินคุณค่า ว่าสื่อนั้นน่ะนะคะ สามารถทำหน้าที่ได้ตรงวัตถุประสงค์หรือเปล่า สมมติเราอยากให้สื่อ... สัปดาห์ที่แล้ว เราอยากให้สื่อ ผู้เรียนสามารถที่จะอะไรล่ะ พูดภาษามือได้ ใช่ไหมคะ แล้วสื่อนั้นน่ะ สามารถทำให้เด็กนี่ สามารถทำภาษามือได้จริง ๆ หรือเปล่า นี่ค่ะ คือการตัดสินว่าสื่อนั้นทำหน้าที่นั้นได้ดีหรือเปล่านะคะ มันก็จะต้องมีผลจากการวัดมา แล้วเราถึงประเมินตัดสินได้ ว่าสื่อนั้นน่ะ มันทำได้จริงไหม ถึงจะเป็นนวัตกรรมได้นะคะ ทีนี้ค่ะ ลักษณะของการประเมินนะคะ เขาก็จะประเมินด้วย 2 ลักษณะนะคะ ประเมินก่อนการนำไปใช้นะคะ กับประเมินประสิทธิภาพหลังนำไปใช้นะคะ ก่อนนำไปใช้นะคะ คุณครูสามารถประเมินก่อนได้นะ ว่าสื่อนี่ ที่เรามีอยู่นี่ มันยังเป็นสื่อการสอนได้ไหมนะคะ PowerPoint คลิปวิดีโอต่าง ๆ ใบงานต่าง ๆ มันยังสามารถใช้การเรียนการสอนได้ไหม แต่ละครั้งที่คุณครูสอนน่ะค่ะ อย่างเวลาที่ครูสอนนี่ ครูก็จะดูแล้วว่า เอ๊ย ครั้งนี้ มันสามารถใช้ได้ไหม ปกติอีกในบทจริยธรรมนี่ ครูจะให้เด็กแรลลี่นี่แหละ ถ้าแยก… ถ้าแยกแต่ละคาบน่ะนะ แต่วันนี้เราเรียน 2 คาบ ครูก็จะเปลี่ยน เราเหลือเวลาแค่นี้มันไม่ทันน่ะ เราก็จะต้องเปลี่ยนเป็นวิธีการอื่นอย่างนี้ ฉะนั้น คุณครูสามารถประเมินสื่อ ว่าที่มันมีอยู่แล้วน่ะ มันยังสามารถใช้ได้ในครั้งนั้น ๆ ไหมนะคะ ถ้ามันใช่ไม่ได้ ทำอย่างไร ก็ปรับปรุง ถ้ามันมีอยู่แล้วก็ปรับปรุง อย่าง PowerPoint น่ะ บางครั้งมันก็ต้องปรับปรุง เพราะว่าเนื้อหามันต้องอัปเดต หรือคลิปนั้นน่ะ มันใช้ไม่ได้แล้ว เราก็ปรับปรุงนะคะ จากนั้น ก็ถ้ามันปรับปรุงไม่ได้ ก็ค่อยประเมินและพัฒนาสื่อใหม่นะคะ อย่างนี้เป็นต้น นี่ค่ะ ประเมิน ถ้าดีเหมาะสมก็ใช้ได้เลย ทีนี้คุณครูลองประเมินดูสื่อก่อนคร่าว ๆ แล้วถ้าไม่ดี ไม่เหมาะสม คุณครูก็ค่อยปรับปรุงแล้วค่อยเอาไปใช้ แต่ถ้าปรับปรุงแล้ว มันไม่เหมาะสมน่ะ คือมันปรับปรุงไม่ได้แล้ว คุณครูก็ค่อยเลือกสื่อใหม่นะคะ บทนี้ครูจะติดว่าคุณครูหน่อยนะ เพราะปกติครูจะอบรมให้คุณครู ถ้าครูที่เขาจะทำผลงานอย่างนี้ คศ. 2 คศ. 3 นี่ เขาจะต้องประเมินสื่อ เพระสื่อเขาต้องได้ค่าประสิทธิภาพออกมาถึงจะน่าเชื่อถือนะคะ ทีนี้ค่ะ ในการประเมินประสิทธิภาพนะคะ ในการประเมินประสิทธิภาพสื่อนี่นะคะ แบบหลังจากที่เรียนมาแล้วนะคะ เขาประเมินด้วย เขาสามารประเมินได้หลายวิธีนะคะ วิธีแรก คุณครูผู้สอนเป็นคนประเมินสื่อได้ค่ะ หลังจากที่ครูเอาสื่อมาใช้กับเด็กไปแล้วนี่ ดูว่าสื่อนี่ มัน… เด็กเรียนแล้วสนุกสนานไหม มีปฏิสัมพันธ์ดีไหม ผู้เรียนแล้ว เข้าใจไหม ครูสังเกตได้ แต่ถามว่าได้รับการยอมรับไหม ไม่แนะนำนะคะ ไม่ได้รับการยอมรับ คุณครูประเมินสื่อด้วยตัวเอง ไม่ได้รับการยอมรับ เพราะอะไร คนเรามักเข้าข้างตัวเองค่ะ ว่าสื่อของฉันดี ทำไม คนเรามันเข้าข้างตัวเองอยู่แล้วค่ะ โดย Make Sense ของมนุษย์ แล้วจะไม่ค่อยเห็นข้อผิดพลาดของตัวเอง ฉะนั้น ประเมินด้วยครูผู้สอนเองไม่พอ ถ้าถามว่า Level นะ ประเมิน… ผู้สอนประเมินด้วยสื่อตัวเอง คือ ครูผู้ช่วย ครูผู้ช่วยทำแค่นี้ได้ เพราะว่าครูผู้ช่วยเขาคาดหวังแค่คุณสอนได้และมีประสบการณ์ ครูผู้ช่วยนี่ ได้ แต่ถ้าคุณจะทำ คศ.1 คศ.2 คศ.3… คศ.2 คศ.3 นี่ ไม่ได้นะคะ ไม่เพียงพอนะคะ ฉะนั้น ถ้าจะเริ่ม คศ.2 นะคะ ครูชำนาญการขึ้นมาหน่อย ครูปกตินี่นะคะ ที่ไม่คำว่า “ครูผู้ช่วย” แล้วนี่ ครูเฉย ๆ นี่ ประเมินโดยผู้เชี่ยวชาญนะคะ ประเมินโดยผู้เชี่ยวชาญ เราพูดไปแล้ว ประเมินด้วยผู้เชี่ยวชาญ ก็จะต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญที่มีความสามารถที่จะดูสื่อได้ ก็คือครูคอมฯ อาจารย์ทางด้านคอมพิวเตอร์ อาจารย์ทางด้านเทคโนโลยีนะคะ และผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้เนื้อหาในด้านนั้น ๆ นะคะ อย่างครูสอน ป.โท อย่างนี้ ครู… นักศึกษาครูสอนภาษาจีนอย่างนี้ ครูสามารถช่วยเขาดูสื่อได้ แต่ครูไม่รู้ภาษาจีนเลย ฉะนั้น คนที่จะช่วยดูเนื้อหาที่ถูกต้อง ก็จะเป็นคนที่มีความรู้ด้านภาษาจีน อย่างนี้เป็นต้นนะคะ เราสามารถทำประเมินโดยให้แบบประเมิน หรือสัมภาษณ์ก็ได้ เอาสื่อไปให้เขาประเมิน หรือไปสัมภาษณ์เขาก็ได้นะคะ ว่าสื่อเราต้องมีข้อผิดพลาด แก้ไขตรงไหนนะคะ หรืออีกวิธีหนึ่ง ประเมินโดยคณะกรรมการนะคะ ส่วนใหญ่อันนี้จะเป็นพวกจัดซื้อจัดจ้าง พวกเทคโนโลยีน่ะค่ะ ที่ทันสมัยนะคะ ทีนี้ค่ะ และสามารถประเมินโดยผู้เรียนได้ อยากให้เราสังเกตตรงนี้ค่ะ 3 อันนี้ สังเกตไหม ว่าไม่ใช่คนที่ใช้สื่อจริง ๆ นะ คนที่เป็นคนที่ใช้สื่อจริง ๆ คือใครคะ ผู้เรียน เราสร้างสื่อมาให้ผู้เรียนใช้ แต่ 3 ข้างบนนี่ เป็นคนที่มีความรู้ และคิดว่าสื่อนั้นน่าจะดีกับเด็ก คิดว่ามันน่าจะดีนะ สีนี้เด็กน่าจะชอบนะ ตัวการ์ตูนอย่างนี้ เด็กน่าจะชอบ แต่เขาก็มีความรู้ด้านทฤษฎีอยู่แล้วนะคะ แต่เขาไม่ใช่คนที่ใช้จริง ๆ น่ะค่ะ ฉะนั้น ผลที่มันจะได้มาจริง ๆ ว่าคนที่ใช้น่ะ มันใช้แล้วรู้สึกอย่างไร ใช้แล้วได้ผลไหม ใช้แล้วเรียนดีขึ้นไหม คือคนนี้ค่ะ ประเมินโดยผู้เรียน ฉะนั้น Level สูงสุด ของการประเมินสื่อ ต้องให้ผู้เรียนทดลองใช้ค่ะ จะได้ผลออกมาเป็นประสิทธิภาพ ได้ค่าออกมาเลยนะคะ อันนี้ Level 1 ประเมินโดยครู ให้ระดับประมาณครูผู้ช่วย ประเมินโดยผู้เชี่ยวชาญ คศ. 2 คศ. 2 คือครูชำนาญการ ส่วนประเมินประสิทธิภาพ ส่วนประเมินประสิทธิภาพ ถ้าคุณจะทำชำนาญการ เชี่ยวชาญอย่างนี้ ต้องประเมินประสิทธิภาพ ฉะนั้น มันเป็นเลเวลสูงสุด ที่ทำให้เห็นว่าผลมันเป็นอย่างไรนะคะ จะได้รับการยอมรับที่สุด ถ้าทำแค่นี้ จะชอบมีคำถามว่า อ้าว แล้วผลมันเป็นอย่างไร มันก็ตอบไม่ได้ เพราะมันยังไม่ได้เอาไปทดลองนึกออกไหมคะ แต่อย่างน้อยมันก็ดีแหละ ดีกว่าที่เราประเมินว่าสื่อของเราดีนะคะ อย่างน้อยมันให้คนอื่นบอกน่ะ ว่าสื่อเรามันดีอย่างไรนะคะ ให้คนอื่นบอกนะคะ แต่คนอื่น ไม่ใช่ใครก็ได้นะ ต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญนะคะ เราต้องเอาเครดิตเขานี่ มา Support งานเรานะคะ เพราะเขาเป็นผู้เชี่ยวชาญนะคะ ทีนี้ค่ะ แต่ถ้าจะให้ดี ก็จะต้องให้ผู้เรียนประเมินนี่แหละนะคะ ฉะนั้น เวลาที่เขาทำจริง ๆ เขาจะทำอันนี้ด้วย และทำอันนี้ด้วย ถ้าทำแบบตำแหน่งสูง ๆ น่ะนะ คศ.3 คศ.4 อย่างนี้น่ะนะ หรือ Level ระดับ ป.โท เหมือนกัน ป.โท ก็จะทำประมาณนี้ ป.เอก ก็จะต้องทำทั้ง 2 อัน ถึงจะเทียบเท่าสถานะ ป.เอก ได้ อย่างนี้เป็นต้น ฉะนั้น ความน่าชื่อถือของสื่อ กระบวนการมีผลต่อความน่าเชื่อถือของนวัตกรรมนั้น ๆ นะคะ ทีนี้ค่ะ เดี๋ยววันนี้เราจะมาพูดถึงประเมินประสิทธิภาพสื่อนะคะ ประเมินประสิทธิภาพสื่อ เมื่อกี้ครูเกริ่นไปเฉย ๆ นะคะ อันนี้คือของจริงค่ะ ซึ่งมันจะเกี่ยวข้องกับใบงาน ทีนี้ค่ะ ครูขออย่างนี้ได้ไหม ไม่เกิน 15-20 นาที เราต้องมีสมาธินะ ถ้าเราหลุดนิดเดียวน่ะ มันจะไม่ได้เลย เพราะมันจะเกี่ยวข้องกันไปเรื่อย ๆ ถ้าหลุดอันใดอันหนึ่ง มันจะบ่ได้เลยนะพี่เอื้อง [เสียงหัวเราะ] พี่เอื้องรู้ดี [เสียงหัวเราะ] มันจะหลุดไปเลยนะคะ มันจะทำไม่ได้เลย มันจะไปต่อไม่ได้เลยนะคะ ถ้าคุณหลุดตัวใดตัวหนึ่งนะนะคะ ไม่เกิน 10-15 นาทีนะคะ ถ้าอย่างมากก็ 20 นาที ทำได้แน่นอนนะคะ สอนมา 10 กว่าปีแล้วนี่นะคะ บทนี้ ถ้าใครตั้งใจน่ะ ถึงแม้ว่าเกลียดคณิตศาสตร์แค่ไหน ก็ทำได้นะคะ โอเคนะ มันจะมีเรื่องการคำนวณด้วยนะนะคะ ฉะนั้น ต้องตั้งใจนะถึงทำได้นะคะ แต่ถ้าใครทำได้ ก็คือทำได้เลย ถ้าทำไม่ได้แล้ว มันก็ยากน่ะ แต่ถ้ารู้จุดนี่มันจะง่ายนะคะ ครูเริ่มนะ ในการหาประสิทธิภาพสื่อนะคะ เราจะต้องเอาคะแนน เราต้องได้คะแนนนะ เราต้องได้การวัดน่ะค่ะ เราต้องได้การวัดก่อน เราถึงไปประเมินได้ ฉะนั้น เราจะต้องวัดผู้เรียนนะคะ เราจะต้องวัดผู้เรียนจาก 2 พฤติกรรม โดยให้ผู้เรียนทำพฤติกรรมเหล่านี้ เพื่อที่จะเอาคะแนนมาค่ะ คือ พฤติกรรมต่อเนื่อง และพฤติกรรมขั้นสุดท้ายนะคะ ต่อไปนี้ ครูจะแทนพฤติกรรมต่อเนื่องว่า E1 พฤติกรรมขั้นสุดท่าย ว่า E2 E1 พฤติกรรมต่อเนื่อง เอาคะแนนมาจากการที่เราให้ผู้เรียน สามารถทำอะไรได้ทุกครั้ง ทุกคาบ ทำอะไรได้ทุกบท เราสามารถให้ผู้เรียนทำเรื่อย ๆ ทำอะไรได้บ้างคะ ที่จะเอาคะแนนมาจากเขานี่ แบบฝึกหัด เก่งมาก แบบฝึกหัดหลังเรียนก็ได้ แบบฝึกหัดหลังเรียน แบบฝึกหัดหลังเรียน ทำอะไรได้อีก ได้คะแนนมาทำอย่างไร สอบ สอบก็ได้ ให้มันสอบมันทุกบทนี่แหละนะ ขออภัย ให้มันสอบทุกบทนี่แหละนะคะ ให้สอบทุกบทนี่แหละ ทำอะไรอีก แบบฝึกหัดก็ให้ทำไปเรื่อย ๆ ทำอะไรได้อีก ใบงานก็ได้ ใบงาน ชิ้นงาน กิจกรรม งานกลุ่ม งานกลุ่ม กิจกรรม ก็ได้คะแนนมาเหมือนกัน แต่ให้ทำบทที่ 1 ทุก ๆ บท ตั้งแต่บทที่ 1 ยันบทสุดท้าย ให้ทำทุก ๆ บทนะคะ ให้ทำทุก ๆ บท จนบทสุดท้าย ให้ทำทุก ๆ บท เห็นไหมคะ ผู้เรียนเกิดพฤติกรรมต่อเนื่อง ทำต่อเนื่องทุก ๆ บท จะได้คะแนนมาทุก ๆ บท ส่วน E2 ให้ทำครั้งแรก ให้ทำบทแรกยันบทสุดท้าย และทำครั้งเดียว สิ่งที่เราสามารถเอาคะแนนมาจากผู้เรียนเราได้ครั้งเดียวเลย คือ การสอบปลายภาค คือ การสอบปลายภาค ก็สอบผู้เรียนตั้งแต่บท 1 ยันบทสุดท้าย คือออกข้อสอบน่ะค่ะ ตั้งแต่บท 1 ยันบทสุดท้ายนะคะ อันนี้เราเรียกว่า "คะแนนพฤติกรรมขั้นสุดท้าย" หรือ E2 นะ เอาคะแนน ออกข้อสอบ ก็ออกข้อสอบบทแรกยันบทสุดท้ายนะ E2 คำถามค่ะ สอบกลางภาค เป็น E1 หรือ E2 สอบกลางภาค เป็น E1 หรือ E2 [เสียงหัวเราะ] ดูโจทย์ใหม่ ครูบอกดี ๆ นะ พฤติกรรมต่อเนื่อง ครูบอกว่าอย่างไรคะ ต้องทำทุก ๆ บท ทีนี้กลางภาคน่ะ บทท้าย ๆ เราได้ทำไหม ยังไม่ได้ทำ แล้วตกลงเป็น... ทีนี้ E2 ครูบอกว่าอย่างไร E2 ครูบอกว่าต้องสอบบทแรกถึงบทสุดท้าย ฉะนั้น กลางภาคเป็น E อะไรคะ ENO [เสียงหัวเราะ] ถูกต้อง ถูกต้อง ไม่เป็นสัก E ค่ะ E0 ไม่มี แต่มันไม่เป็นสัก E เราไม่สามารถเอาคะแนนกลางภาคมาหาประสิทธิภาพได้ ทุกคนทำหน้า แต่หนูสอบกลางภาคนะอาจารย์ หนูเพิ่งสอบไปเองนี่ เดือนที่แล้วเอง ครูก็เคยให้เด็กสอบกลางภาคค่ะ ครูเข้าใจ ครูก็เคยทำ แต่เราอย่าหลงประเด็น สอบกลางภาค ณ ตอนนั้น คุณครูเขาจัดการเรียนการสอนปกติ เขาไม่ได้หาประสิทธิภาพ นึกออกไหมคะ เขาจัดการเรียนการสอนปกติ เขาไม่ได้จะมาหานวัตกรรมหรือประสิทธิภาพของนวัตกรรม แต่เมื่อใดก็ตาม ที่คุณครูจะหาประสิทธิภาพสื่อ คุณครูต้องทำกระบวนการแบบนี้ คุณครูจะไม่มีสอบกลางภาค ถ้าครูคนไหนสอบกลางภาค ทำ... แปลว่าการทำประสิทธิภาพขั้นตอนผิดค่ะ เดี๋ยวจะบอกว่าทำไมนะคะ ฉะนั้น กลางภาค ไม่สามารถหาประสิทธิภาพได้นะคะ ฉะนั้น คุณครูสามารถจัดการเรียนการสอนได้อย่างไร คุณครูไม่จำเป็นต้องสอบกลางภาคนะ คุณครูไม่จำเป็นต้องสอบกลางภาคนะ ถ้าคุณครูมีเหตุผลน่ะค่ะ ว่าฉันกำลังหาประสิทธิภาพสื่อนะคะ ต้องแยกให้ออกนะ อันนั้นเขาจัดการเรียนการสอนปกติ เขามีสอบกลางภาคปกติ แต่เมื่อใดก็ตาม ที่คุณกำลังจะหาประสิทธิภาพสื่อ คุณต้องไม่มีสอบกลางภาค คุณต้องเก็บคะแนนเด็กแบบนี้ ทุก ๆ บทนะคะ เพื่อให้ได้ E1 มา และคุณต้องสอบรวบยอด เพื่อให้ได้ E2 มา ทีนี้ทำไม ถึงไม่เอาสอบกลางภาคนะคะ อยากให้สังเกต E1 เวลาที่เราได้คะแนนมาน่ะ เวลาที่เราได้คะแนนมาค่ะ เราว่า E1 กับ E2 อันไหนจะได้คะแนนสูงกว่ากัน ได้คะแนนเยอะกว่ากัน เรียนเสร็จทีละบทแล้วสอบ หรือเรียนเสร็จครั้งหนึ่งแล้วสอบปลายภาคเลย เราว่าอันไหน คิดดี ๆ ก่อน เวลาเรียนเสร็จแล้วสอบ กับเรียนเสร็จครั้งเดียว เรียนเสร็จตั้งแต่ต้นเทอมยันท้ายเทอม แล้วมาสอบน่ะ เราว่าบท… เราว่า E ไหนจะได้คะแนนเยอะ E1 เรียนเสร็จแล้วสอบมันยังจำได้ ใช่ไหมคะ เรียนเสร็จแล้วสอบมันจำได้ แน่นอน E1 มันย่อมคะแนนเยอะกว่า E2 อยู่แล้ว ทีนี้พอเวลากลางภาคน่ะ มันไม่พอไง ระยะเวลามันไม่ยาวนานพอไง ทีนี้ E... ทีนี้ค่ะ E1 น่ะ คะแนนมันสูงกว่า E2 อยู่แล้วนะ ทีนี้ค่ะ ถ้า… ทฤษฎีนี้เขาบอกว่า ถ้าสื่อคุณเจ๋งจริง ๆ หรือวิธีการสอนนั้น ๆ เจ๋งจริง ๆ ที่จะมาหาประสิทธิภาพนี่ ต้องทำให้ E2 นี่ คะแนนใกล้เคียงกับ E1 ให้ได้ คะแนนจะไม่โดดกัน ฉะนั้น สื่อคุณต้องเจ๋งจริง ๆ มันถึงหา... มันถึงค่าประสิทธิภาพออกมาไง ว่ามันเจ๋งจริงนะ เฮ้ย สื่อฉันเจ๋งจริงนะ มันถึงทำให้ค่านี่มันไปใกล้เคียงกับ E1 ให้ได้ E2 ค่าถึงจะไปใกล้เคียงให้ได้ ฉะนั้น กลางภาคน่ะ มันเรียนไป 2-3 บทน่ะ นะคะ 3-4 บทอย่างนี้ มันยังไม่ถึงขั้นระยะห่างที่จะทำให้เห็นถึงความแตกต่างจริง ๆ น่ะค่ะ เด็กยังจำได้อยู่เลย สอบกลางภาคอยู่เลย แปลว่ามันก็ปกตินี่ มันไม่ได้ทำให้ผลพิสูจน์ทดลองมันดีขึ้นเท่าไรนี่ มันก็การเรียนการสอนปกตินี่ ฉะนั้น นวัตกรรมน่ะ มันต้องมาทำให้การเรียนการสอนมันดีขึ้น ฉะนั้น เขาถึงไม่เอากลางภาคมาใช้ ฉะนั้น เขาถึงจะต้องพยายามที่จะทำให้เห็นว่า เฮ้ย แม้ว่าเรียนอย่างไรน่ะ แม้ว่าแบบระยะเวลามันห่างไปแล้วน่ะ ผู้เรียนยังทำคะแนนน่ะ ได้ใกล้เคียงกับ E1 อยู่เลยนะคะ นะ ฉะนั้น E1 ได้มาจากคะแนนแบบฝึกหัด ให้ทำทุก ๆ บท คะแนนใบงาน คะแนนชิ้นงานอย่างนี้นะคะ ทีนี้อย่างวิชา เอ้า อาจารย์หนูไปสอนวิชาแบบอยู่ดี ๆ ได้ไปสอนพละน่ะ มันไม่มีแบบให้ทำทุก ๆ บทน่ะ ทำอย่างไรล่ะ หรือได้ทำสอนวิชาคอมพิวเตอร์น่ะค่ะ หรือวิชาคหกรรม หรือวิชาช่างไม้แกะสลักอย่างนี้ ทำอย่างไรดีน่ะ ไม่มีสอบกลางภาคน่ะ ไม่มีสอบปลายภาคน่ะ ก็ให้เด็กทำโปรเจกต์ไงนะคะ ฉะนั้น วิชาพวกปฏิบัติ E1 เราก็ให้ทำชิ้นงาน ครูก็สอนวิชาปฏิบัติ สอนกราฟิกนะ ครูก็ให้เด็กทำชิ้นงานทุก ๆ ครั้ง ให้เด็กทำชิ้นงานนะคะ ส่วนคะแนนสอบ Final คะแนนรวมทุกบท ครูก็เป็นชิ้นงานใหญ่ ๆ ที่เขาจะต้องใช้ความรู้ตั้งแต่บทแรก ยันบทสุดท้าย เพื่อมาทำชิ้นงาน เราก็สามารถวัดผลผู้เรียนได้ เป็น E2 นะคะ ฉะนั้น E1, E2 ใช้ได้ทั้งทฤษฎีและปฏิบัติ ส่วนใหญ่ คุณครูจะกังวลว่าฉันสอนวิชาปฏิบัติ แล้วมันทำไม่ได้น่ะ นะคะ จริง ๆ ทำได้ทั้ง 2 ลักษณะเลย วิชามันจะมีวิชาทฤษฎีกับปฏิบัตินะ ฉะนั้นนี่ เวลาที่ไปตรวจงานนี่ คุณครูก็จะใช้ทฤษฎีน่ะ วิชาที่แบบเป็นทฤษฎีน่ะค่ะ แต่คุณครูหลายคนก็จะแบบ ทั้งที่ฉันสอบปฏิบัติ ก็ไปเลี่ยงเอาที่มันเป็นทฤษฎีนะ แต่จริง ๆ ปฏิบัติ คุณก็ทำได้เหมือนกันนะคะ ต่อค่ะ มันจะเกี่ยวข้องกับวิชาที่คุณสอนนะคะ ถ้าเป็นพวกทักษะด้านปฏิบัตินะคะ จะต้องตั้งค่านะคะ เกณฑ์ในการหาประสิทธิภาพ 75/75 นะคะ ส่วนพวกความรู้ความจำนะคะ ตั้งสูงหน่อยได้ 80/80 85/85 90/90 ตัวเลขพวกนี้คือค่าเฉลี่ยของคะแนนทั้งห้องนะคะ คะแนนทั้งห้องต้องเฉลี่ยได้ 75 ถึงผ่านเกณฑ์ คะแนนทั้งห้องต้องเฉลี่ยได้ 80 ถึงผ่านเกณฑ์นะคะ ทีนี้ตัวเลข ทำไมตัวเลขไม่เท่ากัน ทำไมปฏิบัติต้องให้ 75 ทำไมพวกความรู้ความจำน่ะ ให้สูงจัง 80/80 85/85 นี่นะคะ ทีนี้ค่ะ มันจะเกี่ยวข้องกัน E1 เราต้องหาตั้งแต่ครั้งแรกใช่ไหมคะ ตั้งแต่บทแรก ฉะนั้น พวกวิชาปฏิบัติน่ะค่ะ อย่างเช่นร้อยมาลัย วาดรูป เราว่าวาดรูปนี่ ร้อยมาลัยอย่างนี้ หรือเดาะบอลอย่างนี้ ครั้งแรกเราทำได้ดีไหม ครั้งแรกมันทำไม่ดีหรอก แต่เราเก็บคะแนนเด็กตั้งแต่ครั้งแรกน่ะค่ะ นึกออกไหม กว่าที่เขาจะดีน่ะ ก็ประมาณครั้งที่ 3 ที่ น่ะค่ะ ฉะนั้น คะแนนแรก ๆ น่ะ มันจะไม่ดี ฉะนั้น ปฏิบัติ คะแนนเลยน้อยกว่าความรู้ความจำ ส่วนความรู้ความจำน่ะค่ะ อย่างเช่น ครูถามว่านวัตกรรมหมายถึงอะไร ครั้งแรกคุณตอบสื่อใหม่ ใช่ไหมคะ ครั้งที่ 2 สื่อใหม่มันเป็นสิ่งที่ถูกต้องน่ะ ครั้งที่ 2 คุณก็ตอบสื่อใหม่ มันไม่จำเป็นต้องรอว่า เอ๊ย มันจะดีขึ้นไปเรื่อย ๆ คือ ความรู้ความจำน่ะ ตอบกี่ครั้งน่ะ มันก็ได้คะแนนเท่านั้นแหละนะคะ ฉะนั้น ต้องเลือกให้ถูกด้วยนะ ว่าวิชาคุณน่ะ มันเป็นเกณฑ์อะไรนะคะ เหมาะสมอย่างไรนะคะ ทีนี้ค่ะ ยังไม่หมด บอกแล้ว ฮึบอีกนิดหนึ่งนะคะ ขั้นตอนในการหาประสิทธิภาพนะคะ จะมี 3 ขั้นตอนด้วยกันนะคะ ทดสอบรายบุคคล เอาเด็กมา 3 คน เก่ง กลาง อ่อน จากนั้นก็แก้ไขปรับปรุงนะคะ ทดลองกลุ่มเล็กนะคะ 6-12 คน เก่ง กลาง อ่อน อีกเหมือนกันนะคะ จากนั้นก็เอามาแก้ไขปรับปรุงนะคะ แล้วก็ไปทดลองภาคสนาม คือ 20 คนขึ้นไป พอ 20 คนน่ะ มันเป็นคละแน่นอนนึกออกไหม มันก็เก่ง กลาง อ่อนนี่แหละ แต่เขาใช้คำว่า "คละ" นะคะ คำถาม ทำไมต้องเอาเด็กเก่ง กลาง อ่อนน่ะ ทำไมต้องเลือกเก่ง กลาง อ่อน ทำไมคุณครูไม่เอาแต่เด็กเก่ง คุณครูชอบเอาเด็กเก่งมานี่ ทำไมทฤษฎีบอกให้เอาแต่ เก่ง กลาง อ่อน ทำไมทฤษฎีบอกให้เอาทั้งเด็กเก่ง เด็กเรียนปานกลาง และเด็กเรียนอ่อน คิดว่าเพราะอะไร ทำไมไม่เอามาแต่เด็กเก่งเลยล่ะ คิดว่าเพราะอะไร เฉลยแล้วกันนะวันนี้เรามีเวลาน้อย เก่ง กลาง อ่อน เพราะว่าถ้าคุณเลือกมาแต่เด็กเก่งน่ะ เด็กที่เรียนอ่อนน่ะ เขาจะใช้สื่อนั้นลำบาก นักศึกษาครูเคยไปทดลอง นางก็ไม่ค่อยเชื่อหรอกนักศึกษานี่ แต่ดีนะ ครูชอบนะ ที่ไม่เชื่อแล้วไปพิสูจน์ทดลองนี่นะคะ เขาทำคลิปนะคะ ทำคลิปแล้วเอาไปทดลองกับเด็กนะคะ ปรากฏว่าเด็กเก่งน่ะ มันดูแป๊บเดียวมันก็จำได้ นึกออกไหม ด้วยความเขาเก่งน่ะ ดูแป๊บเดียวเข้าใจ แต่เด็กอ่อนจำไม่ได้ครับ เมื่อกี้ดูอะไร คือมันเป็นเรื่องปกติมากเลยนะ จำไม่ได้น่ะ เมื่อกี้น่ะ ดูไม่ทัน ฉะนั้นสิ่งที่คุณครูหรือผู้ทำนวัตกรรมนี่ ก็จะต้อง เฮ้ย คลิปมันยาวไป ก็จะต้องทำให้มันสั้นลงนะคะ หรือมันมีปุ่มที่ช่วยหยุดให้ผู้เรียนได้หยุดตรงนี้หน่อยนะคะ เพราะเขาไม่ทัน แต่ถ้าเราถามแต่เด็กอ่อน โอ๊ย เด็กอ่อนก็จะว่าอยากให้มันแบบอธิบายเยอะ ๆ หรือหยุด ๆ หยุดเยอะ ๆ หน่อย เด็กเก่งก็จะรู้สึกมันน่าเบื่อจัง สื่อนี้มันเยิ่นเย้อจัง ฉะนั้น เราจะต้องเอา 2 ความคิดเห็นนี้ค่ะ เด็กปานกลางไม่ค่อยเท่าไรหรอก เด็กปานกลางไม่ค่อยมีปัญหาในการสร้างสื่อ ก็จะอีกนิดหนึ่งเขาก็จะเข้าใจได้แหละนะคะ อย่างนั้นส่วนใหญ่นี่จะมีปัญหาเด็กเก่งกับเด็กอ่อนที่เราจะต้องเอาความคิดเห็น หรือเวลาที่เขาเรียนแล้วเขาเข้าใจมากน้อยแค่ไหนน่ะ มาปรับปรุงสื่อนะคะ มาปรับปรุงสื่อน่ะ ฉะนั้น พอเราได้ความคิดเห็นจากเก่งกลางอ่อนนี่ มันจะทำให้สื่อนั้นน่ะ ใช้ได้อย่างหลากหลาย ไม่ใช่ใช้ได้แค่เฉพาะเด็กเก่งหรือเด็กอ่อน คือเด็กทั่ว ๆ ไปก็สามารถใช้ได้ เก่งกลางอ่อนคือเป็นการคละน่ะ ทั้งห้องนี่สามารถใช้ด้วยกันได้หมดเลยนะคะ ทีนี้ค่ะ อีนี้ครูขอกลับไปตรงนี้นะคะ อันนี้ เวลาที่ตั้งเกณฑ์ เราก็ตั้งดูดี ๆ นะ 90/90 อย่างนี้ เราว่าค่าเฉลี่ยทั้งห้องน่ะ 90/90 ถ้าเรียนเป็นห้องคละทั่วไปน่ะ มันเป็นไปได้ไหมที่เด็กจะทำได้ 90/90 โคตรยากเลย มีถ้าเป็นโรงเรียนของคุณเป็นห้อง Gifted ก็พอว่านึกออกไหม หรืออะไรนะ เตรียมอุดมฯ อย่างนี้ ที่เด็กเก่ง ๆ มาก ๆ มหิดลวิทยานุสรณ์อย่างนี้ ยังมีโอกาส 90/90 ทีนี้มันมีครั้งหนึ่งค่ะ อันนี้จากประสบการณ์ที่เคยตรวจนะ คุณครูชอบตั้งเกณฑ์ให้สูง ๆ 90/90ไปเลย ทีนี้ค่ะ คุณครูดันอยู่โรงเรียน… โรงเรียนปกติ ที่มันเป็นห้องคละ ที่มันเป็นห้องคละ โจทย์ของคุณครู ประชากร กลุ่มตัวอย่างของครูดันเป็นห้องคละ แต่คุณครูตั้ง 90/90 ทีนี้ ส่งผลงานมา กรรมการก็ตรวจครูก็เป็นหนึ่งในคณะกรรมการ ทีนี้เฮ้ย คุณครู เด็กคุณครูเป็นห้องคละ แต่คุณครู… คุณครูสามา สื่อได้ 90/90 อุ๊ย สื่อมันเจ๋งขนาดนั้นเลยเหรอ นะคะ ทีนี้ค่ะ เมื่อก่อนมันก็ให้รอบแก้ตัวนะ คือให้… ให้คนส่งผลงานนี่ มา… มาชี้แจงน่ะ เวลาที่กรรมการมีข้อสงสัยน่ะค่ะ ทีนี้ค่ะ เราก็เรียกคุณครูมานะคะ กรรมการก็นั่งโต๊ะเลย เรียกคุณครูมา คุณครู คุณครูช่วยบอกหน่อย คุณครูทำอย่างไรน่ะ สื่อคุณครูถึงได้ 90/90 อุ๊ย มันคะแนนสูงมากเลยนะ ที่ทำให้ผู้เรียนนี่ ทั้งเก่ง กลาง อ่อนนี่ คะแนนเฉลี่ยทั้งห้องได้ 90 แน่ะนะคะ คุณครูก็ ตอบอย่างไรดีหนอ คิด… เวลาคิดไว้นิดนึง คุณครูเลยตอบมาว่า หนูก็เอาแต่เด็กเก่งมาค่ะ เอาแต่เด็กเก่งมาค่ะอาจารย์ มันก็เลยได้คะแนนสูงหน่อย คำถาม เขาผิดตรงไหนของขั้นตอนหาประสิทธิภาพ เขาผิด… เขาผิดตรงไหน จริง ๆ การหาประสิทธิภาพต้อง… ต้องคละ คือ เก่ง กลาง อ่อน แต่คุณครูเลือกแต่เด็กเก่งมา ผิดขั้นตอนค่ะ ผิดจรรยาบรรณด้วยค่ะ เลือกแต่เด็กเก่งมา มันผิดจรรยาบรรณอยู่แล้ว แล้วที่เหลือคุณทิ้งเขาเหรออย่างนี้นะคะ ฉะนั้นนะคะ มันผิดนะคะ ฉะนั้นคุณครูอย่าไปดูตัวเลขนี้ 90 ถามว่าทำได้ไหม ทำได้ แต่ห้องคุณครูต้องเป็น Gifted นะ นึกออกไหม บริบทคุณครูต้องเหมาะสมนะ นะคะ ห้องคุณครูมีแต่เด็กเก่งนะ คุณครูตั้ง 90/90 ไปเลยนะคะ แต่ถ้าครูสื่อคุณเจ๋งจริง ๆ คุณก็ทำได้นะ นะคะ แต่คุณต้องบอกกระบวนการให้ถูก ไม่ใช่คุณเลือกมาแต่เด็กเก่ง อันนี้ไม่ได้นะคะ ไม่ใช่ว่าคุณเลือกมาแต่เด็กเก่งนะคะ ฉะนั้น การหาประสิทธิภาพ ต้องเก่ง กลาง อ่อนนะ ต้องเลือกเด็กเก่ง เด็กกลาง เด็กอ่อนมาทดลอง ทดลองใช้สื่อนั้น ถึงจะทำให้สื่อสามารถใช้ได้ทั้งหมด ยังไม่จบนะ อีกนิดหนึ่ง ทีนี้ค่ะ รู้ขั้นตอนกระบวนการแล้วนะคะ เราจะมาคำนวณหาประสิทธิภาพกันนะคะ E1 แทนค่านะคะ E1 แทนค่าด้วยกระบวนการ คือ เอาคะแนนมาจากพวกแบบฝึกหัดใช่ไหมคะ หรือใบงาน ชิ้นงานต่าง ๆ ทุก ๆ บทนะคะ x มาจากคะแนนรวมของแบบฝึกหัดนะคะ a คะแนนเต็มของแบบฝึกหัดทุกชิ้น n คือจำนวนผู้เรียนนะคะ อันนี้คือหา E1 นะ ทีนี้หา E2 เปลี่ยนแค่จาก… เปลี่ยนแค่จากหาใบงาน เป็นหาผลสัมฤทธิ์แค่นั้นเลยนะคะ เปลี่ยนแค่นั้นนอกจาก…. นอก… นอกนั้นเหมือนเดิมนะคะ ทีนี้ค่ะ เดี๋ยวครูจะพาทำหาร้อยละง่าย ๆ นะคะ หาร้อยละง่าย ๆ บอกเลยในห้องสอบ มีตารางแบบนี้แน่นอนนะคะ มีตารางแบบนี้แน่นอนในการคำนวณนะคะ ทุกคนทำได้ ครูสอนเอกมวลศาสตร์ สหกรรมมาเขาก็ทำได้ ฉะนั้นทำได้ทุกสาขาแน่นะคะ ขอแค่ตั้งใจนะคะ มาช่วยกันนะ ทีนี้ก่อนอื่น ก่อนที่เราจะหา เราต้องรู้ก่อนว่าฉันจะไปเอาคะแนนมาจากตรงไหน ถ้าเขาให้คุณหาคะแนน E1 คุณต้องเอาจากช่องไหนคะ เอาช่องไหนคะ เอามาจากช่องนี้ คือ คะแนนแบบฝึกหัด ทีนี้เรามาหาค่า E1 ก่อนนะคะ มาหาค่า E1 ก่อนนะคะ เดี๋ยวช่วยกันนะ ใช้เครื่องคิดเลขได้เลยนะคะ ใช้เครื่องคิดเลขได้เลยนะคะ E1 นะคะ หา E1 คือเอาจากช่องนี้นะคะ เราเอาคะแนนค่ะ เอาคะแนนนี่นะคะ ของทุก ๆ คนนี่มาบวกกัน ไหนบวกซิ ใช้เครื่องคิดเลขได้เลย ได้เท่าไรนะ ได้ 169 จากนั้นมาหารด้วย… ทำทันไหม จากนั้นมาหารด้วย n คือ5นะคะ มาหารด้วย n คือ 5 ได้เท่าไร ได้เท่าไรนะคะ 3…. 3.8 ได้เท่ากันนะ จากนั้นได้ 3.8 แล้วก็เอามาหาร คะแนนเต็ม คือ คะแนนเต็ม คือ 40 เอามาหาร 40 ได้เท่าไรคะ ได้เท่าไรนะ เอาถึงหารไอ้… หาร 40 ได้เท่าไรนะ ได้เท่าไรทำไมมันดูยากจัง ได้เท่าไรบอกครู บอกครูเดี๋ยวครูช่วยดู ได้ 0.845 ใช่ไหมคะ ได้ 0.845 จากนั้น มาทำให้มันเป็นร้อยละ ก็ x 100 เข้าไป ได้ 84.5 อันนี้คือหา E1 ได้ 84.5 คะแนนเฉลี่ยของทั้งหมดน่ะ 5 คนนี้ ได้ 84.5 หา E1 ได้แล้ว ทีนี้ เดี๋ยวให้หา E2 ค่ะ ให้หา E2 ได้เท่าไรนะ เท่าไรนะ ได้ 85 นะคะ ได้เหมือนกันไหม โอเค ได้ 85 นะคะ ได้ 85 นะคะ ได้ไหม ทีนี้เดี๋ยวเราต้องทำนะ ถ้าใครไม่ได้ตรงนี้ ยกมือเลยค่ะ ครูจะได้อธิบายเพิ่มเติมให้ ไม่ได้คือทำคะแนนไม่ได้นะ อันนี้มัน 10 คะแนนนะ อันนี้สิทธิ์ของคุณเองนะ ตรงนี้ใครไม่ได้ อยากให้ครูอธิบายซ้ำยกมือได้เลย ทำได้นะ อย่างนั้นครูไปต่อนะ นะคะ ทีนี้ค่ะ หลังจากเราได้มาแล้ว อันนี้แค่การวัดนะ เราได้คะแนนมาแล้ว เราได้ 84.5/85 ได้ E1 เป็น 84.5 ได้ E2 เป็น 85 นะ จากนั้นค่ะ ยังไม่จบ เราจะต้องเอาผลจากการวัดไปตัดสินคุณค่า ว่ามันดีอย่างไร โดยการไปเทียบกับเกณฑ์นะคะ ก่อนอื่นเราต้องตั้งเกณฑ์ก่อน ถ้าวิชาปฏิบัติ 75/75 วิชาความรู้ความจำ 80/80 85/85 90/90 สมมติครูตั้งเกณฑ์ที่ 85/85 ครูตั้งเกณฑ์ที่อยากให้… อยากให้สื่อของครูนี่ มีประสิทธิภาพที่ 85/85 ฉะนั้น ครูก็จะต้องมาเทียบกับเกณฑ์เหล่านี้นะคะ ครูก็ต้องมาเทียบกับเกณฑ์เหล่านี้นะคะ ตัวเลขเมื่อกี้ ไม่มีปากกาเลย ตัวเลขเมื่อกี้ เราได้เท่าไรนะ 84.5 กับ 85 พอมาเทียบกับเกณฑ์ สูงกว่า เท่าเกณฑ์ หรือต่ำกว่าเกณฑ์ สูงกว่า เท่าเกณฑ์ หรือต่ำกว่าเกณฑ์ เกณฑ์มันคือ 85/85 ถ้าสูงกว่าเกณฑ์ มันจะต้องสูงกว่า 85 + 2.5 ฉะนั้นมันจะต้องสูงกว่า 87.5 ถูกไหมคะ แต่สิ่งที่เราได้มาคือเท่าไร 84.5 กับ 85 นะคะ ถ้าเท่าเกณฑ์ มันจะได้เท่ากับหรือไม่เกิน 2.5 นะคะ ส่วนต่ำกว่าเกณฑ์ ต่ำกว่าเกณฑ์ 84 เมื่อกี้มันได้เท่าไรนะ ครูขออีกรอบ ครูไม่มีปากกา 84.5 กับ 85 แล้วเราตั้งเกณฑ์ที่เท่าไรนะ เมื่อกี้เราตั้งเกณฑ์ที่เท่าไรนะ 85 กับ 85 ฉะนั้นถ้ามีตัวเลขตัวใดหนึ่ง ตัวเลขตัว… ตัวเลขใดหนึ่งที่มันต่ำกว่า มันก็จะต่ำกว่า นึกออกไหมคะ ถ้าตัวเลขใดต่ำกว่านะ ฉะนั้นนะคะ เราก็จะมาเทียบที่ 2.5 ตัวเลข 2.5 สำคัญนะคะ ขออภัย มันต้องเขียนน่ะ เดี๋ยวหาอะไรเขียนก่อน ไม่มีเลย ไม่เป็นไร ใช้อันนี้ได้ เกณฑ์ตั้ง… เอา 80/80 ดีกว่า จะได้เข้าใจง่าย ๆ เดี๋ยวมันจะซับซ้อนไป 80/80 ทีนี้เอามาเทียบกับอย่างนี้เลย เห็นไหม อันนี้เห็นนะ ข้างหลังเห็นนะ โอเค มาเทียบอย่างนี้เลยดีกว่า E1 E2 ได้ 84.5 กับ 85 เราตั้งเกณฑ์ไว้ที่ 80/80 พอเทียบกับเกณฑ์ค่ะ เป็นอย่างไรคะ สูงกว่าเกณฑ์เพราะ… เก่งมาก สูงกว่าเกณฑ์ค่ะ สูงกว่าเกณฑ์ เพราะเอา 80 ใช่ไหม เอา 80 มาบวก 2.5 เปอร์เซ็นต์ บวกเปอร์เซ็นต์ไปเลยนะ 2.5 ก็จะได้เป็น 82.5 แป๊บหนึ่งลูก 82.5 ใช่ไหม ทีนี้พอ… พอเราเทียบกับเกณฑ์ เฮ้ย มันสูงกว่าเกณฑ์นี่ มันสูงกว่านี่ เพราะว่ามันได้ตั้ง 84/85 84.5 ต่อ 85 ทีนี้ขอเปลี่ยนนะ ขอเปลี่ยนเป็น เกณฑ์ 80/80 อยู่นะ ถ้าเป็น 81 82 อันนี้จะเป็นเท่าไรคะ จะได้เท่าเกณฑ์เพราะ มันไม่เกิน 82.5 ยังเกณฑ์ที่ 80/80 อยู่นะ ถ้าตัวเลข… อย่างนี้ล่ะ อย่างนี้ล่ะ ถ้ามีตัวเลขใดนะ ตัวเลขหนึ่งที่มันต่ำนะ มันต่ำกว่าเกณฑ์อยู่แล้ว ถึงแม้อีกตัวเลขหนึ่งจะเป็น 80 มันก็ต่ำ เพราะมันมีตัวเลขหนึ่งต่ำ ส่วนถ้ามีตัวเลขใดตัวเลขหนึ่งสูงนะ เราก็ให้สูงนะ เช่น… เฉกเช่นเดียวกันถ้าตัวเลขไหนถึงน่ะ ถ้าสมมติว่าตัวเลขใดตัวเลขหนึ่งมันถึงสูงกว่าเกณฑ์ก็ให้มันสูง แต่ถ้าตัวเลขใดตัวเลขหนึ่งนี่นะคะ มันต่ำก็ให้ต่ำ แต่จริง ๆ น่ะ มันไม่ค่อยห่างกันหรอก ถ้าคุณ… ถ้าคุณออกข้อสอบหรือใบงานที่มันตรงกับจุดประสงค์จริง ๆ เพราะมันคือจุดประสงค์เดียวกันนะคะ มันจะไม่ห่างกันนะคะ ถ้าตัวเลขห่างกันมาก ๆ ก็ผิดปกติ แปลว่าใบงานอาจจะง่ายไป แล้วข้อสอบยากเกิน หรือถ้าตัวเลขมันแบบ… มันห่างกันมากน่ะค่ะ มันทำให้รู้ว่า เอ๊ย วัตถุประสงค์น่ะ มันวัดได้ไม่เหมือนกันนะ นะคะ มันตัวเลขน่ะ มันก็บอกอยู่ดีนะคะ ฉะนั้นตัวเลข E1 กับ E2 ไม่ควรห่างกันมากนะคะ ไม่ควรห่างเกิน 2.5 นะคะ ถ้าห่างมาก ๆ ก็ผิดปกติอีกอยู่ดีนะคะ ฉะนั้นไม่ใช่ว่าแบบ อุ๊ย E1 ต้องโดด E2 ต้องต่ำมากอย่างนี้นะคะ เพราะว่าเรียนมา แต่ไม่ใช่นะคะ ต้องห่าง ๆ ต้องไม่ห่างกันมากนะคะ ได้นะ หมดแล้ว หมดแล้ว อีกนิดหนึ่ง โอเค นะ ฉะนั้นเกณฑ์นี้คุณต้องรู้นะคะ เกณฑ์ต้องรู้นะ นะคะ โอเค มาช่วยกันหน่อยค่ะ อันนี้เฉลยไปแล้วนะ เท่าเกณฑ์ เอ้ย โทษที สูงกว่าเกณฑ์นะคะ สูงกว่าเกณฑ์ อันนี้ล่ะ 80/80 เท่าเกณฑ์นะคะ เท่าเกณฑ์นะ เพราะว่า + 2.5 แล้ว มันไม่เกินนะคะ มันไม่เกินนะคะ มันไม่เกิน เอา 80 ไป + 2.5 แล้วมันไม่เกิน 82.5 ก็แปลว่าเท่าเกณฑ์นะคะ อันนี้ล่ะ เกณฑ์ 80/80 มันได้ 78 77 นะคะ ต่ำกว่าเกณฑ์ แต่ยังยอมรับประสิทธิภาพได้อย่าลืมคำนี้ด้วยนะ นะคะ เพราะว่าเอา 80 มา - 2.5 ซึ่งมันไม่ต่ำกว่า ซึ่งมันไม่ต่ำกว่า แต่ถ้าเป็นตัวเลขนี้ล่ะ แล้วถ้าเป็นตัวเลขนี้ล่ะ โทษทีครูผิดอันนี้ ครูผิดอันนี้ แล้วถ้าเป็นอันนี้ล่ะ [เสียงหัวเราะ] ต่ำกว่าเกณฑ์รับไม่ได้ [เสียงหัวเราะ] เกณฑ์มันต้องไอนี่น่ะ มันต้องได้ 77.5 ถึงต่ำกว่าเกณฑ์แต่ยังยอมรับได้ แต่ดู มันมีตัวเลขหนึ่งที่มันได้ 76 น่ะ มันเรียกว่าอะไรนะ มัน… มันยอมรับไม่ได้ มันเรียกว่าสื่อไม่มีประสิทธิภาพนะคะ สื่อไม่มีประสิทธิภาพนะคะ ฉะนั้น ถ้าเป็นแบบนี้นะ ตัวเลขแบบนี่ ถ้า Advisee… Advisor ที่ปรึกษาน่ะค่ะ หรือ… หรือคนที่เขาตรวจเขาก็จะแนะนำว่า ไปทำทดลองอีกครั้งหนึ่งไหมนะคะ ถ้าในไทยนะ นะคะ เพราะว่าพอมันต่ำนี่ ในไทยไม่ค่อยได้รับการยอมรับเท่าไร แต่ถ้าต่างประเทศน่ะ เขา… เขาเขียนไปเลยนะว่า มันอาจจะเป็นเพราะอย่างนี้ ๆ เขาก็เขียนสาเหตุไปเลย แต่ในไทยไม่ค่อย… ไม่ค่อยมี… มีที่เขียนว่าต่ำเท่าไรนะคะ เราไม่ค่อย… เห็น… เห็นตัวเลขนี้แล้วเรากลัวกันนะคะ ฉะนั้นส่วนใหญ่ก็จะเท่าเกณฑ์ สูงกว่าเกณฑ์ไรอย่างนี้นะคะ ฉะนั้น ถ้าต่ำนี่ เราก็เอา 2.5 มาลบนะ นะคะ ถ้าต่ำเราก็เอา 2.5 มาลบนะคะ โอเค แล้วอันนี้ล่ะ เทียบกับเกณฑ์ได้เท่าไร เท่าเกณฑ์ เพราะว่าเกณฑ์มันคือ 75 นะคะ ดูดี ๆ ไม่ใช่ทุกอย่างจะ 80/80 นะ เราต้องดูดี ๆ ฉะนั้นยึดหลักนะคะ ตัวเลข 2.5 นี่แหละ ถ้าสูง ก็บวก 2.5 นะคะ ถ้าไม่เกิน 2.5 ก็เท่าเกณฑ์ แต่ถ้าต่ำก็เอา 2.5 ไปทำไง ไปลบนะคะ โอเคนะ ทีนี้มีคำถามไหมคะ มีคำถามไหม ถามไหม ก่อนที่ครูจะให้ทำใบงาน ถามไหม ถ้าทำใบงานแล้วไม่มีสิทธิ์ถามนะ อันไหน ต่ำกว่าเกณฑ์ใช่ไหมคะ อันนี้ถ้าต่ำกว่าเกณฑ์ ก็คือจะต้องเอา… เอาเกณฑ์ที่เราตั้งน่ะค่ะ มาลบนะคะ อย่างเช่นครูตั้งเกณฑ์ไว้ 80 ฉะนั้น ครูตั้งเกณฑ์ไว้ 80 เวลาถ้ามันต่ำกว่าเกณฑ์ ครูก็จะต้องเอามา - 2.5 ถ้า… ถ้าสื่อของคุณ ถ้าสื่อของคุณนี่จะต้องไม่ต่ำกว่า 77.5 ถึงจะยังยอมรับประสิทธิภาพได้ ถ้าต่ำกว่านั้น ไม่มีประสิทธิภาพแล้ว สมมติคุณทำสื่อได้ เกณฑ์คุณตั้งไว้ 80/80 ปรากฏว่าสื่อของคุณได้ 78 E1 คือ 78 E2 คือ 77.5 แปลว่าอะไรคะ เกณฑ์มันคือ 80/80 แต่คุณดันได้ 78 กับ 77.5 แปลว่าอะไรคะ ต่ำกว่าเกณฑ์แต่ยังยอมรับประสิทธิภาพได้ เพราะพอลบแล้ว มันไม่ต่ำกว่า มันไม่ต่ำกว่า 77.5 มันยังยอมรับประสิทธิภาพได้ แต่ถ้าตัวเลขของคุณคือ 75 กับ 74 อันนี้คือ ไม่มีประสิทธิภาพ โอเคนะ มีอีกไหมคะ แกก็มาหาฉันสิ เกณฑ์… ทีนี้พอมาเทียบกับเกณฑ์ค่ะ ทีนี้พอมาเทียบกับเกณฑ์มันได้เท่าไร พอมาเทียบกับ โอ๊ย ขอโทษค่ะ ขอโทษค่ะ เกณฑ์เราคือ 80/80 ช่วยเพื่อนด้วยนะ เกณฑ์เราคือ 80/80 แต่เพื่อน สมมติว่าเพื่อนได้ 82 กับ 80 อ่านเกณฑ์ได้เท่าไร นี่เกณฑ์ดูตรงนั้น ได้เท่าเกณฑ์เพราะว่า มันไม่เกิน 82.5เห็นไหมคะ มันได้แค่ 82 มันไม่เกิน อีกตัวเลขหนึ่งมันได้ 80 มันก็คือเท่าเกณฑ์ ถ้า 80 ถึง 82.5 คือเท่า… คือเท่าเกณฑ์ แต่ถ้าตัวเลขที่มันสูงกว่า สมมติตัวเลขของคุณได้ 80… 84 ดู เปลี่ยน… เปลี่ยน E1 เป็น 84 E1 คือ สมมติ E1 คือ 84 ส่วน E2 คือ 85 ทีนี้อ่านเกณฑ์ดู สูงกว่าเกณฑ์เพราะว่า มันมากกว่า 82 โอเคนะ ส่วนลบก็แค่ลบ ส่วน… ส่วนถ้าสมมติว่าต่ำกว่า ก็คือเอามาลบ ลบก็เหมือนกัน คือ มันต้องไม่ต่ำกว่า 77 อย่างนี้ค่ะ 77 ฉะนั้นตัวเลขนี้สูงกว่าอยู่แล้ว โอเคไหม เกณฑ์อย่างไรนะคะ เกณฑ์มันเท่ากัน เทียบเกณฑ์ที่เท่ากันใช่ไหมคะ เท่ากันก็คือเกณฑ์คุณตั้งไว้ที่ 80 80 ก็คือมันต้อง 80 ถึง 82.5 นึกออกไหมคะ อันนี้คือเท่าเกณฑ์ ฉะนั้น ถ้ามันสูงกว่าเกณฑ์มันคือต้องสูงกว่า 82.5 โอเค มีอีกไหมก่อนจะทำข้อสอบนะ ถามได้ก่อนทำ ไม่เคลียร์ตรงไหนถามได้เลย แต่เมื่อใดก็ตามที่ทำ ห้ามคุยกันและห้ามถาม มีอีกไหม 10 คะแนนเพียว ๆ นะ พร้อมนะ อันนี้คือ… อันนี้คือคะแนน 10 คะแนนนะคะ ครูให้เราสามารถดูอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ได้หมด แต่ห้ามคุยกันกับเพื่อน ห้ามมคุยกันนะ นะคะ ห้ามคุยกันกับเพื่อนนะคะ มีเวลาให้ 15 นาทีนะคะ ใครที่ได้กระดาษไม่คุยกันแล้วนะคะ ใครคุยกันครูริบกระดาษเลยนะคะ ครูให้เราใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ได้หมดนะคะ แต่ห้ามคุยกัน ใครที่คุยกันนะคะ 10 คะแนนขอริบคืนเลยนะคะ 2 นาทีสุดท้าย อย่าลืมเขียนชื่อนะคะ หมดเวลาค่ะ ส่งได้แล้วค่ะ จริง ๆ ครูให้เวลาบวกอีก 5 นาทีนะ ไปเลย ห้องนี้ใช้เวลา 20 นาทีนะ 10 9 อ๋อ ขอบคุณครับ ขอบคุณครับ 8 7 6 เอ้า 5 วางเลยค่ะ 4 เสร็จแล้วนั่งที่ เสร็จแล้วนั่งที่ มีใครยังไม่ส่งอีกไหม หลังจากนี้ปิดรับนะ โอเค คุณคิดดู ถ้าในห้องสอบน่ะ ข้อนี้มันไม่ควรทำไง ดังนั้นต้องฝึกไว้นะคะ เดี๋ยวมาเฉลยกัน มาเฉลยกัน ข้อแรกน่าจะได้หมดนะ หวังว่านะ ขั้นตอนการหาประสิทธิภาพสื่อการเรียนการสอนมีกี่ขั้นค่ะ 3 ขั้นมีอะไรบ้าง รายบุคคล กลุ่มเล็ก และภาคสนาม และใครเขียนเก่ง กลาง อ่อนด้วยนะคะ มีนะ ถูกไหม ส่วน… เอ้าจริงเหรอ ไปเอาอันไหน ฉันว่ามันเขียนชัดอยู่นะ ใน PowerPoint ก็เขียนชัดนะ ใช่ไหมใน PowerPoint ใช่เลยนะคะ ทีนี้ค่ะ ข้อนี้ 3 คะแนนข้อ 1 3 คะแนน ข้อ 2 7 คะแนนข้อ 2 7 คะแนนนะ นะคะ เพราะมันยากกว่าไงนะคะ มาดู มาดู ข้อ 2 E1 หาได้เท่าไรคะ E1 หาได้ 77 ส่วน E2 หาได้ 75 ถูกไหม เริ่มมีเค้า เริ่มมีเค้า และครูยังถามอีกว่า ตั้งเกณฑ์การหาประสิทธิภาพให้เหมาะสม ตั้งเกณฑ์ให้เหมาะสม ทีนี้เหมาะสมดูอย่างไร ดูตรงไหน เหมาะสมดูตรงคะแนนปฏิบัติ ครูเขียนไว้ว่าคะแนนปฏิบัติ ฉะนั้น เกณฑ์ในการตั้งคะแนนปฏิบัติให้เหมาะสมคือ 75/75 มี มีหลายคนถูก แต่มีหลายคน เอ้ย 75/75 มีหลายคนถูก แต่มีหลายคนแบบคำนวณมาถูก แต่ข้อนี้ดันตั้งผิด ฉะนั้น มันมีผลต่อการแปลความหมายต่อนึกออกไหม พอถ้าคุณตั้งเกณฑ์เหมาะสมถูก คุณก็จะได้คะแนนต่อไปนะคะ ฉะนั้นไม่ต้องเสียใจไป ผิดในนี้ ดีกว่าไปผิดในห้องสอบนะ ผิดในห้องสอบคือมันเป็นปลายภาคแล้วไง ผิดในนี้ยังมีคะแนน เฮ้ย โน่นนี่นั่นมาช่วยอยู่นะคะ ทีนี้ค่ะ ต่อนะ ตั้งเกณฑ์ที่เหมาะสม เพราะว่าเขาเขียนไว้ว่าคะแนนปฏิบัตินะคะ ขั้น เกณฑ์ที่เหมาะสมคือ 75 ต่อ 75 ฉะนั้นแปลความหมายได้ว่า แปลความหมายต้องแปลความหมายให้ถูกด้วยนะ แปลความหมายได้ คือ เท่าเกณฑ์ เพราะเอา 75 มา + 2.5 แล้ว 77/75 มันไม่เกินนะคะ มันไม่… มันไม่สูงเกินไป ฉะนั้นมันเลยเท่าเกณฑ์มีใครถูกหมดไหมคะ ถูกหมดเอาไปเลย 10 คะแนน เก่งมาก ส่วนที่เหลือก็ถ้าถูกอันหนึ่งก็มีอย่างนี้นะคะ บวกลบคะแนนกันไป แต่อย่างน้อยข้อ 1 มันควรถูกนะ ข้อ 1 นี่เอาเขียนมาให้นะ แต่คนที่ผิดก็ไม่… ไม่เป็นไรนะคะ อยากรู้มากเลยมันไปผิดตรงไหน หืม PowerPoint เขียนชัดมาก [เสียงหัวเราะ] PowerPoint เขียนตามตัวเลยนะคะ นะคะ พอได้อยู่เพราะว่าเห็นห้องนี้อย่างน้อยมีคำนวณนี่ก็โอเค แล้วปกติ ทุกคนจะเทกับการคำนวณนะคะ เป็นเรื่องปกตินะคะ อย่าเทนะ บทนี้ ถ้าได้คือได้เห็นไหมคะ ถ้าได้มันจะเกี่ยวข้องกันไปเรื่อย ๆ แล้วคุณจะได้ 8-9 คะแนนเต็มไปเลยน่ะ คือคำนวณน่ะ มัน… มันไม่ต้องวิเคราะห์ไอ้… มัน… มันเป็นการคิดไง มันเป็นการที่ได้ผลออกมาชัด ๆ ฉะนั้นมันไม่ต้องไปคิดวิเคราะห์อะไรเพิ่มเติมน่ะ นะคะ ทีนี้ครูขอต่ออีก… เดี๋ยวให้เราจับคู่กับเพื่อนแล้วมารับใบงาน จับคู่กับเพื่อนแล้วมารับใบงานนะคะ จับคู่ 2 คนมารับใบงาน 1 คน ส่งตัวแทนมารับใบงานหนึ่งคน หยิบเลยลูก จับคู่นะคะ ครับ 3 คนเยอะไป ทำคนเดียวก็ได้ มัน… มันสามารถทำคนเดียวได้ ทำคนเดียวได้ แต่…แต่คู่ก่อน ให้จับคู่ก่อน พอไหม เอาคู่ก่อน คู่ คู่กันดีกว่า คู่กันดีกว่า พอไหม จริงเหรอ กระดาษ เอา… เอาไปแล้วใช่ไหม คน… คนเดียวก็ ส่วนคนเดียวก็เปรี้ยวได้ ครบนะ ครู… ครูพรินต์มาเผื่อ โอเค เขียนชื่อ เขียนชื่อให้เรียบร้อย เกินหรอ นี่ พวกนี้ชอบเอาไปเกินแล้วก็มาว่าไม่… ไม่พอ ใช่ ฉันว่าฉันพรินต์เผื่อทุกครั้ง [เสียงหัวเราะ] แป๊บหนึ่งน่ะ เดี๋ยวครูเอาลิงก์ตัวอย่างก่อน เขียนชื่อก่อนนะ โอเค ทีนี้ค่ะ เดี๋ยวครูขออธิบายก่อน เดี๋ยวจะให้เล่นเกมนะคะเดี๋ยวจะให้เล่นเกมนะคะ คนที่เร็วสุด 5 คู่แรกจะได้รับคะแนนพิเศษไป 5 คะแนนนะ สมมติ วันนี้คุณทำ… คุณทำโจทย์เมื่อกี้ไม่ได้ คุณก็ต้องพยายามชนะเกมนี้ให้ได้นะคะ คุณจะได้คะแนนโบนัส 5 คะแนนนะคะ สำหรับ 5 คู่แรกนะ นะคะ เดี๋ยวครูจะส่งลิงก์เกมให้นะคะ ในนี้จะมีใบความรู้ที่มาเฉลย เฉลยใบงานนะคะ ในนี้จะมีความรู้ที่ซ่อนอยู่นะคะ ในนี้จะมีความรู้ที่ซ่อนอยู่ มันจะเป็นจุด ๆ อยู่ตามมุมนะคะ คุณต้องหาให้เจอ มันจะมีจุด ๆ อยู่ตามมุม คุณจะต้องคลิกหาให้เจอ ตามหาความรู้ให้เจอ มันจะมีทั้งจุดที่หลอก และจุดที่เป็นความรู้ ฉะนั้น ช่วยกัน คู่กัน หรือคนเดียวมันก็อาจจะเร็วได้ คนเดียวเคยชนะด้วยเหมือนกันนะคะ จุด ๆ หาให้เจอนะคะ จุด ๆ หาให้เจอในนี้จะมีความรู้ที่สามารถมาตอบโจทย์เหล่านี้นะคะ มาตอบโจทย์เหล่านี้ให้ได้ ในนี้จะมีความรู้นะคะ โอเคนะ เคลียร์นะ เดี๋ยวครูส่งลิงก์ให้นะคะ ไป ส่งไปแล้วนะ ส่งไปในลิงก์แล้วนะคะ สามารถเปิด… เราสามารถขยายได้นะ ตรง… ตรงนี้ค่ะมันจะเขียนว่า ThingLink แล้วเราไปคลิกขยายได้นะคะ เอียงบาง… บางรุ่นมันเอียงได้นะคะ เอียงได้ แต่บางรุ่นก็ไม่ได้นะ บางรุ่นขยายแบบเอียงให้เห็นชัดได้เลย หาจุด ๆ ๆ ให้เจอ มันจะมีจุด ๆ ๆ มันจะมีทั้งตัวหลอกและของจริงนะคะ ฉะนั้น ช่วยกันหาให้เจอนะคะ มีคำตอบแน่นอนนะคะ ช่วยกัน ภารกิจที่… ภารกิจพิเศษที่เจอ เราเขียน… เราเขียน Social Media ที่เราใช้ ที่เราใช้… ใช้ทำภารกิจนั้นนะคะ เขียนแค่บอกว่าใช้ Social Media ไหนนะคะ เดี๋ยวครูหาเจอเองนะคะ มีคนเจอภารกิจพิเศษแล้วนะ เจอด้วยเหรอ ฉันอุตส่าห์หาซ่อนแบบ… ใช้… ใช้ Social ไหนก็ได้นะคะ ประกาศรายชื่อที่ได้โบนัส 5 คะแนนนะคะ ได้แก่ รัตนาภรณ์ ปุณญานุช กัญญาณัฐ บุปผาโล ตุลยา เหล่านี้ไปช่วยเพื่อนที่ยังไม่เสร็จนะ ภาณิพัฒน์ จุฑามาศ ตอบถูกหมดเลย แล้วก็ อ่านว่าอะไรฮึ มันจะไม่ได้คะแนนเพราะอ่านชื่อไม่ถูกนี่แหละ กฤษฎา ชูใส รหัสอะไรน่ะ กับอีกคนหนึ่งน่ะ ครูอ่านไม่ออกเลยน่ะ ณัฐพงษ์ รหัสอะไรคะ 123 นะ โอเค แล้วก็ชลิตา วิมลณัฐ นะคะ ช่วยเพื่อนที่ยังไม่เสร็จเลย อีก 5 คนได้โบนัสไป 5 คะแนน ไป เราจะได้รีบไปกินข้าว เดี๋ยวครูมาเฉลย แล้วก็อธิบายนิดหนึ่ง จะได้… จะได้เสร็จเร็ว ๆ เดี๋ยว ไม่ ให้ โพสต์อะไร อ่าน… อ่านในภารกิจ มันมีข้อความให้โพสต์อยู่น่ะ เหลือใครไม่เสร็จ ช่วยเพื่อนเลยช่วยเพื่อนเลย เดี๋ยวเราจะได้รีบไปกินข้าวกัน เหลือ… เหลือใครอีกคะ ฮะ มา มาช่วยเพื่อนหน่อย มาช่วยเพื่อนหน่อย เหลือ… เหลือใครอีก เหลือข้างหน้ามาช่วยเพื่อนหน่อย จะได้… จะได้ เสร็จเร็ว ๆ จะได้รีบไปกินข้าว แก้แล้วใช่ไหม ที่ครูบอกให้ไปแก้ใช่ไหม โอเคจ้ะ เดี๋ยวขออธิบายนิดหนึ่งนะคะ นั่งก่อน นั่งก่อน เราสอบปลายภาคนะคะ วัน… วันเขา… เขาบอกหรือยัง มีใครเข้าไปหรือยัง ยังใช่ไหม เดี๋ยวเข้าไปเช็กแล้วกัน ล่าสุดครูเข้าไปเช็กใน… ในระบบครูยังไม่ขึ้นนะคะ แต่ส่งข้อสอบไปแล้วแหละนะคะ สอบออนไลน์นะคะ สอบออนไลน์เป็น… เป็น e-Testing ของมหาวิทยาลัย เราสอบที่ไหนก็ได้นะคะ แล้วเดี๋ยว วันก่อนหนึ่งล่วงหน้าหนึ่งวันเดี๋ยวครูส่งลิงก์ให้นะคะ อย่างนั้นเดี๋ยวขออนุญาตเฉลยนะ น่าจะ… น่าจะเสร็จหมดแล้วแหละ อันนี้อยากให้คะแนนเก็บได้เต็ม ๆ นะคะ โอเค จริยธรรมและกฎหมาย หลังจากที่เราสร้างสื่อผลิตอะไรต่าง ๆ แล้วน่ะค่ะ มันเป็นสิ่งที่เป็นไอเดีย เป็นความคิดของเรานะคะ ฉะนั้นนะคะ เราจะต้องรู้สิทธิ์ประโยชน์ในการใช้สิ่งนั้น หรือบางครั้งเราอาจจะเผลอด้วยความเทคโนโลยีมัน… มันทันสมัยน่ะ เราอาจจะเผลอไปทำผิดกฎหมายโดยที่เราไม่รู้ตัวก็ได้นะคะ ฉะนั้นในบทนี้ เราก็จะพูดถึงเรื่องของลิขสิทธิ์ซะส่วนใหญ่ เพราะมันอาจจะเผลอไป… ไปทำผิดกฎหมายได้ แล้วก็เรื่องของ พรบ. คอมพิวเตอร์นะคะ ที่จะเน้น ๆ นะคะ ข้อแรก บอกความหมายของลิขสิทธิ์ น่าจะถูกกันหมดนะ ลิขสิทธิ์คือ สิทธิ์แต่เพียงผู้เดียวที่ พรบ. น่ะค่ะ กฎหมายนี่ คุ้มครองในสิ่งที่เราคิด เราสร้างสรรค์ขึ้นมา ถูกไหมข้อนี้ ถูกหมดนะ นะคะ ฉะนั้นเวลาที่เราคิดอะไรขึ้นมาค่ะ มันสามารถเป็นลิขสิทธิ์หรือเราจะถูกคุ้มครอง กฎหมายคุ้มครองเราได้นะคะ ข้อ 2 ค่ะ ข่าวถูกคุ้มครองตาม พรบ. หรือไม่ และข่าวแบบใดถึงจะสามารถถูกคุ้มครอง เฉลยคือ ข่าวนี่ มันไม่ได้รับการคุ้มครองนะ ข่าวเฉย ๆ น่ะ คุณมันต้อง Make Sense นะ คือ ข่าวมันเกิดขึ้นอยู่ได้ประจำน่ะ อยู่ดี ๆ วันดีคืนดี เมื่อเช้าอุบัติเหตุเกิดหน้ามหาวิทยาลัย มันไปคุ้มครองได้ไหม มันไม่ได้ไง นึกออกไหม วันดีคืนดีมันเกิดนู่นนี่นั่น ภัยพิบัติอะไรทุก ๆ วันนะคะ กฎหมายไม่สามารถตามไปคุ้มครองได้นะ นะคะ มันก็จะเป็นคุ้มครองไปอีกแบบหนึ่ง แต่ พรบ. พรบ. ลิขสิทธิ์น่ะ มันไม่สามารถไปคุ้มครองได้นะคะ ฉะนั้น ต้องใช้กฎหมายอื่นนะคะ ทีนี้ แล้วข่าวแบบไหนน่ะ ถึงได้รับความคุ้มครอง ข่าวที่ใช้ความคิด ความคิดของมนุษย์น่ะค่ะ พวกลิขสิทธิ์น่ะ พรบ. ลิขสิทธิ์ มันเป็นคุ้มครองความคิดของมนุษย์ค่ะ ส่วนใหญ่มันจะเป็นความคิดของ… ไอเดียของมนุษย์นี่นะคะ ฉะนั้นข่าว เมื่อมีการเอาข่าวมาวิเคราะห์ เริ่ม… มนุษย์เริ่มใช้ความคิดแล้ว เอาข่าวมาวิเคราะห์บทความต่าง ๆ อย่างเช่น อุบัติเหตุ มหาวิทยาลัยเกิดขึ้นบ่อย ๆ เขาก็ เอ๊ย มาคิดวิเคราะห์ว่ามันเป็นเพราะอะไร เป็นเพราะการไม่เคารพกฎ การนู่นนี่นั่นอย่างนี้นะคะ เขาก็เกิดการคิดวิเคราะห์ และเขียนเป็นบทความขึ้นมา หรือเขียนวิเคราะห์ขึ้นมาอย่างนี้ อันนั้นน่ะ ได้รับการคุ้มครองนะคะ ข้อ 3 ให้ยกตัวอย่างลิขสิทธิ์มา 3 อย่างอันนี้ส่วนใหญ่ตอบถูกนะคะ เราสังเกตไหม งานวรรณกรรมก็เป็นความคิด งานออกแบบท่ารำ ความคิด ศิลปกรรม วาดภาพ ภาพยนตร์อะไรต่าง ๆ น่ะมันเป็นไอเดีย ความคิดของมนุษย์ทั้งนั้นเลยนะคะ ฉะนั้น ก็จะได้ลิขสิทธิ์คุ้มครองนะคะ ข้อ 4 ข้อ 4 หลายคนตอบผิดแล้วให้ไปแก้นะคะ อาจจะอ่านไม่ครบนะคะ การเผยแพร่ข้อมูลการดื่มน้ำปัสสาวะ ดื่มน้ำปัสสาวะแล้วสุขภาพดี เคยเจอไหม เคยมีคนส่ง LINE มาให้ไหมหรือ LINE อะไรนะ รักษามะเร็ง อะไรน่ะ มะเร็งกินมะม่วง เอ้ย กิน… ไม่ใช่กินมะม่วง กินมะนาวอะไรอย่างนี้นะคะ เป็นการทำผิดกฎหมายหรือไม่ เขาแค่แชร์น่ะ เขาแค่แชร์ ผิดกฎหมายไหมคะ ถึงแม้แค่แชร์ก็ผิดกฎหมาย เพราะอะไร กฎหมายของคอมพิวเตอร์น่ะ อีนี่มันมาหลัง ๆ ค่ะ พรบ. คอมพิวเตอร์นี่ มันมาช่วงประมาณ 2560 นี่แหละนะคะ ช่วงนั้น Social Media บูม นึกออกไหม Social Media แล้วมันสามารถส่งเผยแพร่ข้อมูลต่าง ๆ ไปได้… ไปได้เยอะน่ะค่ะ ไป… มันเผยแพร่โดยที่เราไม่รู้น่ะ ว่าใครจะเป็นคนได้รับข้อมูลเหล่านี้บ้าง ฉะนั้น คนนี้ไม่ได้เป็นคนสร้าง… สร้างข้อมูลก็จริง แต่เป็นคนที่แชร์ ก็ต้องได้รับผิดทางกฎหมายเหมือนกัน ถ้าบุคคลที่ 3 เกิดมีปัญหาขึ้นมา อยากฟ้องร้องเรา ก็เขาก็จะใช้กฎหมายนี้ค่ะ มาฟ้องร้องเรา ถ้าเขาเกิดเป็นอะไรขึ้นมาจากสิ่งที่เขาเห็นข้อมูลจากสิ่งที่คุณแชร์นะคะ ฉะนั้นคนที่แชร์ก็ผิดนะ ไม่ใช่ว่า อุ๊ย ฉันแค่แชร์ผิดด้วยหรอ ผิด เพราะคุณไม่ได้ คุณไม่ได้ตรวจสอบข้อมูล คุณก็ต้องรับผลการกระทำด้วยเหมือนกันนะคะ ฉะนั้น แค่แชร์ก็ผิดกฎหมายนะ สิ่งไหนที่ไม่ได้รับการตรวจสอบ ถ้าบุคคลที่ 3 เกิดมีปัญหาขึ้นมา คุณรับผิดเต็ม ๆ นะคะ เพราะ Social Media หรือพวกคอมพิวเตอร์น่ะ มันแชร์ไปได้เร็วไงคะ เขาก็เลยมีกฎหมายนี้มาคุ้มครองบุคคลที่ไม่รู้อีเหน่คือบุคคลที่ 3 นี่แหละนะคะ ข้อ 5 นะคะ พรบ. ข้อมูลข่าวสารนะคะ ข้อมูลข่าวสารทางราชการนี่ กฎหมายบอกว่าต้องเปิดเผย แต่มีบางอย่างที่ไม่ต้องเปิดเผย อย่างเช่น พวกการแพทย์อย่างนี้ค่ะ พวกข้อมูลการแพทย์ เพราะมันมีผลต่อการรักษานะ แต่ว่าข้อมูลราชการต่าง ๆ น่ะค่ะ ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะขอดูนะ เกรดเฉลี่ยหรืออะไรอย่างนี้ ทุกคนมีสิทธิ์ขอดูหมดเลยนะคะ คุณครูจะปิดบังไม่ได้นะคะ หรือว่าอะไรข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างอะไรพวกนี้ ทุกคนมีสิทธิ์ มีสิทธิ์รับรู้หมดเลย อะไรต่าง ๆ นี่ ข้อมูลซื้อพวกนี้ มันเป็นอย่างไร ราชการต้อง… ต้องมีให้ ถ้าประชาชนอยากรู้ว่า เอ๊ย อันนี้มันเงินภาษีเขาไง คุณ… คุณซื้อมาอย่างไร แพงแค่ไหน ราชการต้อง… ต้องเปิดเผย แต่มีข้อมูลที่ราชการไม่เปิดเผยก็ได้ ก็คือ พวกนี้ค่ะ อะไรที่มันรุกล้ำสิทธิส่วนบุคคลอย่างนี้นะคะ หมดแล้ว มีคำถาม อ้อ ยังไม่หมด ยังไม่หมด ขออีกนิดหนึ่ง อัน… อันนี้ไม่เกี่ยว ทีนี้ค่ะ Concept ในการดูจริยธรรมนะคะ ส่วนตัวนี่ อินเรื่องจริยธรรม คือไม่… ไม่เชื่อในเรื่องคนดีน่ะค่ะ คนดีมันขึ้นอยู่กับบุคคลนั้นน่ะค่ะ อย่างเช่น ครูดีกับพี่เอื้องใช่ไหมคะ แต่ครูอาจจะไม่ดีกับคนอื่นก็ได้ อย่างนี้นะคะ ครูก็ไม่ใช่คนดีสำหรับเขา แต่ครูอาจจะเป็นคนดีกับพี่เอื้อง อย่างนี้น่ะ อุ๊ย อาจารย์ดีจังเลยอะไรอย่างนี้ แต่… แต่บางครั้งครูก็อาจจะไม่ดี ฉะนั้นคนดีมันไว้ไม่ได้ แต่จริยธรรมน่ะ มันวัดได้ไง ถ้าคนคนนั้น ซื่อสัตย์สุจริต มันดูได้นะ ว่าเขาซื่อสัตย์สุจริต ถ้าคนคนนั้นเขารับผิดชอบ และเขาไม่สร้างความเดือดร้อน อันนี้ เรียก “จริยธรรม” นะคะ ฉะนั้นถึง… ถึงพยายามบอกคุณครูไง คุณครู จะเป็นครูน่ะ มันต้องมีจริยธรรมไงคะ ซื่อสัตย์ ความรับผิดชอบ ไม่สร้างความเดือดร้อนให้คนอื่น นี่แหละ ขอแค่นี้แหละ คุณมีจริยธรรมแล้วนะคะ ฉะนั้น การที่มีจริยธรรมมันจะส่งผลต่อการใช้เทคโนโลยีนะคะ การใช้เทคโนโลยีนะคะ ความเป็นส่วนตัวนะคะ ต้องไม่ละเมิดสิทธิ์ใคร เห็นไหมคะ เป็นจริยธรรมที่ไม่ละเมิดสิทธิ์ใคร ความถูกต้อง อันนี้ก็เป็นความรับผิดชอบ ต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองได้รับข้อมูลข่าวสารมาว่าสิ่งนั้นน่ะ มันมีความน่าเชื่อถือหรือเปล่านะคะ ความเป็นเจ้าของ ว่าฉันมีสิทธิ์ของฉันและไม่ละเมิดสิทธิของใคร และสุดท้ายค่ะ ส่วนใหญ่ คุณครูที่จบใหม่น่ะ จะมีอีกหน้าที่หนึ่งคือ รวบรวมข้อมูลของนักเรียน ซึ่งถ้าคุณนี่ ไม่รักษาความลับของข้อมูลนักเรียนน่ะ นะคะ ข้อมูลรายได้ ข้อมูลอะไรของเขาน่ะค่ะ แล้วคุณน่ะเอาไปเรียกร้อง ไปเรียกร้องกับพ่อแม่เขาอย่างนี้ หรือไป… ไปทำอะไร หรือไปขายข้อมูลอย่างนี้นะคะ คุณก็ถือไม่มีจริยธรรม ฉะนั้นสิ่งเหล่านี้มันเลย มันเลยเป็นสิ่งที่เราต้องมีในการที่จะใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศต่าง ๆ นะคะ หมดแล้วสำหรับบทนี้มีคำถามไหมคะ ไม่มีแล้ว หิวข้าวแล้ว ขออวยพรนิดหนึ่งได้ไหม ประมาณ 2 นาทีนะคะ ก็ถ้า… รออวยพรใช่ไหมคะ ก็สำหรับวิชานี้หวังว่าจะเป็นประโยชน์ที่จะสามารถให้เราไปสอบให้ผ่าน ไปสอบไปจนถึงครูผู้ช่วยนะ บทนี้มี… ก่อนครูผู้ช่วย ก็คือ สอบใบประกอบวิชาชีพให้ผ่านรอบเดียวไปเลยนะคะ ผ่านวิชานี้รอบเดียวไปเลยนะคะ แล้วสอบครูผู้ช่วยให้ผ่านในรอบแรกนะคะ หรือใครที่ไม่เป็นครูก็ขอให้ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานอื่น ๆ นะคะ ก็เป็นกำลังใจให้เสมอนะคะ ในรายวิชานี้ถ้าครูเผลอพูดจาให้กระทบกระเทือนจิตใจไม่ได้มีเจตนาไม่ดีเลยนะคะ มีแต่ความปรารถนาดีนะคะ ก็ขอให้ทุกคนเจริญก้าวหน้าทุก ๆ อย่าง สมหวังในทุก ๆ อย่างที่มุ่งหวังนะคะ การเรียน ความรักนะคะ ขอให้สมหวังนะคะ เจอแต่สิ่งดี ๆ ในชีวิตค่ะ ขอบคุณนะคะ ค่ะ ขอบคุณพี่ บ๊ายบายค่ะ ขอบคุณนะคะ วันนี้เทอม… จบในเทอมนี้แล้วค่ะ ขอบคุณค่ะ [เสียงหัวเราะ] อะไรนะคะ ค่ะ ขอบคุณล่ามภาษามือด้วยนะคะ ขอบคุณคนสำคัญด้วย คือพี่เอื้อง แล้วก็พี่เอ้นะคะ ขอบคุณค่ะ [สิ้นสุดการถอดความ]