Accuracy : 23.27%
Insertion : 664
Deletion : 14663
Substitution : 358
Correction : 5421
Reference tokens : 20442
Hypothesis tokens : 6443

[เสียงดนตรี](คุณครูธีรพัฒน์)สวัสดีครับนักเรียนวันนี้มาพบกับผมคุณครูธ-ีรพัฒน์อ-ีกค-ั้ภ(ง)นะครับในคลิปการสอนหัวข้อเรื่องระบบภูมิคุ้มกันตอนที่2นะครับในเรื่องนี้นี่นะครับจะอยู่ในหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ชีวภาพนะครับในหัวข้อที่2.4เรื่องระบบภูมิคุ้มกันนะครับแล้วก็อยู่ในหัวข้อย่อยที-่2.4.2กลไกการต่อต้านหรือทำลายสิ-่งแปลกปลอมแบบจำเพาะนะครับจุดประสงค์การเรียนรู้ของเรื่องนี้นะครับเมื่อเรียนจบแล้วนี่คุณครูคาดหวังวนะค(-่)านักเรียนจะสามาถอธิบายแล้วก็เขียนแผนผังเกี่ยวก-ับกลไกการต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปลอมแบบจำเพาะได้ครับก่อนที่จะเรียนในหัวน(ข)-้อต่อไปนี้นะครับครูจะมีข้อความที่นักเรียนเคยเห็นกันไปแล้วแหละในคลิป...ระบบภูมิคุ้มกันตอนที่1นะครับเดี๋ยวครูจะให้เวลานักรียนลองอ่านแล้วก็สื่อสารกันดูจากนั้นจะมีคำถามให้นักเรียนลองช่วยกันคิดนะครับพร้ลี-่(อ)มสำหรับคำถามกันหรือยังเดี๋ยวลองไปดูกันเลยนะครับคำถามแรกก็คือกลไกการต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลปลอมแบบจำเพาะนี่คืออะไ-็(ร)รั-ื(บ)-ันนี้เป็นคำถามแรกนะคำถามที่2ก็คือในเมื่อร่างกายของเรานี่มีกลไกการต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปลอมแบบไม่จำเพาะในรบบคุ้มกันอยู่แล้วเหตุใดจึงยังต้องมีกลไกการต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปลอมแบบจำเพาะอีกกลไกหนึ่งท(ด)-้วยนะครับอันนี้เป็นคำถามที่ให้นักเรียนลองช่วยกันคิดดูนะถ-ำล(-้)าย-ังคิดคำตอบไม่ได้นะครับเดี๋ยวเราลองมาหาคำตอบก-ันผ่านห-ัวข้อนี้ะครับคือหัวข้อกลไกการต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปลอมแบบจำเพาะนครับโดยหลักการที่สำคัญของกลไกนี้มีอยู่ด้วยกัน2อันก็คืออันแรกก็คือจะเป็นการต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปอมที่อยู่ในเนื้อเยื่อของร่างกายเราแล้วนย(ะ)ครับอันที่2ก็คือกลไกนี้จะเกี่ยวข้องกับการทำงานของเซลล์เม็ดเลืดขาวกลุ่มลิมโฟไซต์นะครับนักเรียนยัจำกลุ่มลิมโฟไซต์เซลล์เม็ดเลือดขาวกลุ่มลิมโฟไซต์ที่ครูเคยสอนเมื่อตอนที่แล้ได้ไหมครับถ้าลืมไปแล้วเดี๋ยวเราลองมาทบทวนจากคามขึ(รู)-้เพิ่น(ม)เติมที่ครูเคยให้ไว้แล้วนะครับจุดเน้นก็คือเจ้าลิมโฟไซต์นี่จะเป็นเซลล์เม็ดเลือดขาวที่สามารถตอบสนองแล้วก็ทำลายสิ่งแปลกปลอมได้อย่างจำเพาะนะครับแล้วก็เกี่ยวข้องกับแอนติบอดีห(ด)-้ยน-้แล(ะ)ครับซึ่งเดี๋ยวเราจะได-้เรียนต่อไปนะครับเดี๋ยวเรามาทำความรู้จักกัน(บ)เซลล์กลุ่มเซลล์เม็ดเลือดขาวกลุ่มลิไซต์กันต่อนะครับเซลล์เม็ดเลือดขวกลุ่มลิมก(ฟ)ไซต์นี-่จะแบ-่งได้เป็น2ชนิดด้วยกันชนิดแรก-ิดแรกเรี-ึ(ย)กว่า"เซลล์บี"หรือBlymphocyteนะครับชนิดที่2นีเซลล์บ(-่)เร-ียกว่า"เซลล์ที"หพ(ร)-ือTlymphocyteนะครับและเจ้าเซลล์ทช(-ี)และเซลล์บีนี่จะทำงานเกี่ยวข้องกับแอนติเจนและก็แอนติบอดีนะครับมีศัพท์ใหม่ขึ้นมาอีก2คำแล้วนะคือคำว่า"แอนติเจน"กับ"แอนติบอดี"นักเรียนพอจะรู้จัก2คำนี้ไหมครับถ้ายังไม่ง(ร)-ู้ก(จ)-ักเท(ด)-ี-๋ยว-่ม(เร)ข(ล)องไปค(ท)-ำ-่นะไ-่รู้จ-ักก-ับ2คำนี้เพิ่มมาขึ้นนะครับลองดูรูปที่คุณครูให้มาพิจารณาตอ(กั)นนี้นะคร-ับน-ักเรียนพอจะอกได้ไหมครับว-่าแอนติบอดีกับแอนติ-่า(เ)จนนี่มีความสัมพันธ์กันอย่างไรนะครับให้เวลาลองคิดสักแป๊บหนึ่งนะครับนักเรียนบางคนอาจจะตอบได้แบบตรงไปตรงมานะซึ่งจากร-ูปนี฿(-่)จะเห็นว่าตัวแอนติบอดีนี่ครับมันสามารถจับกับแอนติป(จ)-็นได้นะครับแล-้(ะ)ก็มีบริเวณที่สามารถจับกับแอนติเจนอยู่บริเวณปลายของแอนติบอดีนะครับการจับกันของแอนติเจนกับแอนติบอดีนี่จะเป็นการต(จ)-ัด(บ)กันแบบจำเพาะนะครับเรามาดน(-ู)-้อมูลเพิ่มเติมกันอีกสักนิดหนึองแอนติเจ(-่ง)ะครับห(ข)-้อมูลเพิ่มเติมนี่จะอธิบายว่าแนติเจนนีง(-่)เป็นโมเลกุลของสารห-ือสิ่งแปลกปลอมต่างๆนะครับอาจจะเป็นเชื้อโรคเช-่นไวรัสแบคทีเรียหรื-่นไ(อ)ส่วนประกอบของเชื้อโรคนะครับรวมทั้งสว(า)พิ-ั(ษ)ต่างๆที่เชื้อโรคสร้างขึ้นหรืออาจจะเป็นสารพิษที่เป็นสิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่ร่างกายเราเมื่อเข้าสู่ร่างกายเราแล้วนี่จส(ะ)ไปกระตุ้นภูมิคุ้มกันในร่างกายเรานะครับให้เกิดกลไกการต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปลอมแบบจำเพาะขึ้ะครับซึ่งกลไกการต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปลอมแบบจำเพาะนี่จเกิดจากการที่ร่างกายนี่สร้างแอนติบอดีออกมานะครับและแร่า(อ)นติบอดีเองนี่ก็สามารถที่จะไปจัดกับแอนติเจนได้อย่างจำเพาะนะครับจากข้อมูลที่ได้เรียนผ่านมาเมื่อกี้ครูก็มีคำถามที่ให้นักเรียนลองช่วยกันคิดต่อเนื่องนะครับก่อนที่จะเข้าไปเรียนในเรื่องเกี่ยวกับลิมโฟไซต์ต่อไปนะครับคำถามแรกก็คือการสร้างแอนติบอดีนี่เกี่ยวข้องกับเซลล์บีและเซลล์ทีอย่างไรนะครับคำถามต่อมาก็คือว่าเหตุใดจึงสร้างแอนติบอดีออกมาเพื่อจับกับแอนติเจนและนำไปทำลายต่อไปเท่านั้นนะครับหน้าที่ของแอนติบอดีมีหน้าที่เดียวคือจับกับแอนติเจนนะครับเหตุใดจึงสร้างออกมาแล้วมีหน้าที่เพียงแค่นั้นนะครับนักงกายข้อมูลที่ได้เรียนลองผ(ช)-่วยกันคิดดา(-ู)ะครับเม(ร)าก็อาจจะยังไม่ไมี(ด้)คำถ(ต)อบามก(ต)-่อนท(น)-ี-้หรอกแต่ว-่าเดี๋ยวเราจะเรียนข้า(ต่อ)ไปแล้วนักเรียนจะเ-ำถ(ข้)ใจแ(า)ยิ่งขึ้นนะครับเราไปดูกันว่าเมื่อมีแอนติเและนำไปทำลายต่อไป(จ)นนี่เข้ามาภายในเนื้อเยื่อในร่างกายเราแล้วนี่จะเกิดการกระตุ้นหรือเกิดการทำงานของเซลล์อย่างไรบ้างนะครับอันแรกเลยคือทั้งเซลล์บีและเซลล์ทีนี่จะเข้าไปจับกับแอนติเจนได้อย่างจำเพาะนะครับเซลล์บีนี่จะถูกกระตุ้นนะครับให้แบ่งเซลล์และพัฒนาไปเป็นเซลล์ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นนะครับเรียกว่า"เซลล์พลาสมา"เซลล์พลาสมานี่ก็จะมีบทบาทสำคัญแล้วเพราะว่าจะเป็นเซลล์ที่ทำหน้าที่สร้างและหลั่งแอนติบอดีนะครับให้เข้ามาอยู่ในร่างกายเราเพื่อจับกับแอนติเจนแล้วก็นำไปทำลายต่อไปนะครับในขณะเดียวกันนะครับแอนติเจนที่เข้ามาในเนื้อเยื่อร่างกายเราได้แล้วนี่ก็จะกระตุ้นเซลล์ทีนะครับให้แบ่งเซลล์และเพิ่มจำนวนเช่นกันนะครับโดยเซลล์ทีที่กระตุ้นนี่จะมีหลักๆอยู่ด้วยกัน2อันก็คือเซลล์ทีที่ทำลายเซลล์แปลกปลอมนะครับหรือเซลล์ที่ติดเชื้อไวรัสนะครับหรือภาษาอังกฤษเราเรียกว่า"cytotoxicTcell"นะครับและอีกชนิดหนึ่งก็คือเซลล์ทีผู้ช่วยนะครับหรือhelperTcellนะคเข้ามาภายในเนื้อเยื่อร่างกายเราแล้วนี่จะเกิดการทำงานใน-ับซึ่งเจ้าตัวcytoto-่างกา(x)icTcelยท(lน)-ี่ก็จะทำหน้าที-่ตามชื-่แ(ข)งมันะครับส่วนเซลล์ทีผู้ช่วติเจนท(ย)นี่ก็จะมีบทบาทสำคัญในการกระตุ้นลิมโฟไซต์ชนิดต่างๆนะครับซึ่งจะม-ี-่ข(ป)-็นตั-้ามาใน(ว)ร(-ี)-่มีบทบง(ท)สำคัญมากในระบบภูมิคกายให้ภา(-ุ)-้าอ(มก)-ันขอกฤษเรานะเ(ค)-ับ-ีย(นอ)จากนี้นี่ว่าไซโตท็อก(เ)ลล์-ิกท(บ)-ีและเซลล์ทีรวจ(บาง)ส่วน-ู(-ี)-่ครั-้ช-่(บ)ก็จะพัฒนาไว(ป)ป็เซลล์ท-ี่เรียกระตุ้นต-่า"เซๆ(ล)-์ความจำ"นะครับหรือmemorycellนะคร-ักษณะ(บ)ซึ่งmemorycellนี่จะมีการจดจำที่จำเพาะต่อแอนติเจนนั้นๆนะครับทำไมถึงต้องมีการจดจำนะครับก็คือเพราะว่าเมื่อมีแอนติเจนชนิดดิเข้โ(า)ล(น)-ี-่เจ้าเซลล์เมมโมรีนี่ท(ค)รับจะเป็น-ำไมถึง-้องจำเ-ัวมื(ที)-่สนองต่อแอนติเจนได้อย่างรวดเร็วนะครับแล้วองต่อ(ก)-็กระตุ้นให้เซลล์บีนะครับสร้างแอนติอดีออกมาเพื่อเข้าไปจับกับแอนติเจนได้อย่างรวดมื่อร็วเช่นกันครับจา-ี-้(-่)ข้อมูลเมื่อกี้นะครับเดี๋ยวเรางมาสรุปเ-็นรูปภาพกันเ-ื่อจะอาจจะได้เข้าใจมากยิ่งด(ข)-ึ-้นนะครับสิ่งแรกเลยเพ(ม)-ื่อมีแอนติเจ-ี่เข้ามาในเ-ื้อเยื่อของร่างกายเราแล้วนี-้(-่)นะครับก็จะไปกระตุ้นการทำงานของเซลล์บีเซลล์ทีผู้ช่วยแล้วก็เซลล์ทีที่ทำลายเซลล์แปลกปลอมหรือเซลล์ที่ติดเชื้อไวรัสนะครับกระตุ้นแล้วเกิดอะไรขึ้นเซลลานข(-์)บีนี่ครับจะเมื่ถูกกระตุ้นแล้งช่ยทำลายจะเพิ่มจำนวนหรือเปลี่ยนไปเป็นเซลล์พลาสมานะครับแล้วก็ส่วนหนึ่งก็จะเปลี่ยป(น)เป็นเซลล์ความจำะครับเซลล์พลาสมานี่จะทำหน้าที่สร้างแล้วก็หลั่งแอนติบอดีออกมาแอนติบอดีนี่จะไปจับกับแอนติเจนนะครับซึ่งก็คือสิ่งแปลกปลอมเมื่อกี้ที่เข้ามาในเนื้อเยื่อของร่างกายเรานะครับแล้วก็นำไปทำลายต่อนะครับโดยเซลล์กลุ่มฟาโกไซต์นั่นเองนะครับในขณะที่เซลล์ทีผู้ช่วยนี่ก็จะกระตุ้นให้เกิดการเพิ่มจำนวนหรือเปลี่ยนไปเป็นตัวเซลล์ทีผู้ช่วยเองในปริมาณที่มากขึ้นนะครับแล้วก็ส่วนหนึ่งก็จะเปลี่ยนไปเป็นเซลล์ความจำนะครับโดยเซลล์ทีผู้ช่วยนี่จะทำหน้าที่กระตุ้นเซลล์บีอื่นๆนะครับหรือเซลล์ทีที่ทำลายเซลล์แปลกปลอมหรือเซลล์ที่ติดเชื้อไวรัสนี่ให้เกิดการทำงานแล้วก็แบ่งเซลล์แล้วก็เพิ่มจำนวนต่อไปนะครับในขณะที่เซลล์ทีที่ร้างแล้วก็นำไปทำลายเซลล์แปลกป-่(ล)ค(ห)-ับ(-ือ)เซลล์ที-่ติดเช-ู(-ื)-้ช่(อไ)รัสนะครับกยนี่ตำรว(-็)ะถูกกระตุ-้นให้เพิ่มจำนวนหรือแบ่งเซลล์ด้วยเช่นกันก็จะกลายเป็นเซลล์ควา-้น(ม)ใ(-ำ)รื-้(อ)เพิ่มจำนวนเป็นเซลล์ชนิดเดิมก็คือเซลล์ทีที่ทำลายเซลล์แปลกปลอมหรือเซลล์ที่ติดเชื้อน(ไ)รัสะครับก็จะทำหน้าที่ของเขาก็ะ(ค)-ือเข้าไปทำลายเซลล์แปลกปลอมหรือเซลล์ที่ติดเชื้อไวรัสอยู่นั่นเองนะครับอันนี้เป็นหน้าที่ของเซลล์ทีที่ทำลายเซลล์แปลกปลอมนะครับรูปนี้นะครับจะเป็นรูปสรุปกลไกการต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปลอมแบบจน(-ำ)ง(า)ะที่ะ(ค)-ุณคร-ั(-ู)อกวจะ(-่า)เป็นกลไกหรือตสรุปคร-ู(-่)อต้านสิ่งแปลกปลอมแบบจำเพาะนี่ก็เนื่องจากว่าเซลล์ลิมโฟไซต์นี่นะครับไม่ว่าจะเป็นเซลล์บีเซลล์ทีผู้ช่วยหรือเซลล์ทีที่ทำลายเซลล์แปลกปลอมนี่ครับสามารถจับกับแอนติเจนที่เข้าสู่ร่างกายของเรานี่ได้อย่างจำเพาะนะครับและเซลล์บีที่พัฒนาไปเป็นเซลล์พลาสมานี่ก็ยังสามารถที่จะสร้างแล้วก็หลั่งแอนติบอดีที่สามารถจับกักว่าเป็ติซ(จ)นได้ลล์ทีผู-้(อ)ย่างจำเพาช่วยแลเซลล์ด้วยเช่นกันครับจึงเป็นที่มาที่ไปของชื่อกลไกนี้นะครับจากที่เรียนมาทั้งหมดนี่เราลองมาตรวจสอบความเข้าใจกันดูนะครับโดยตรวจสอจากคำถามที่ว่าถ้าเซลล์ทีผู้ช่วยถูกทำลาหรือไม่สามารถทำงานได้จะมีผลต่ออย่างไรตา(-่)อร่างกายครับนักเรียนลองไปคิดดูนะแล้วเดีทำงานได(-๋)ยวเราลองมาหาคำตอบกันตอนท-้ายนะครับหลังจากที่เราได้ตรวจสอบทำความเข้าใจกันมาแล้วนะครับครูจะมีข้อความให-้นักเรียนอ่านครับแเ(ล)-้วเดี๋ยวเราจะมีคำถามใหช(-้)นักเรียนงมาช-่วยกา(-ั)คิดนะครับข้อความก็คือหลักๆก็คือปัจจุบั-ี่ลก(รค)มันพัฒนามากขึ้นนะครับการคมนาคมขส่งต่างๆก็สะดวา(ก)มากขึ้นทำให-้บางครั-้งนี่เราสามารถพบโรคที่เคยอยู่ในเฉพาะบางประเทใ(ศ)-ี่แพร่ระบาดไปสู่ประเทศต่างๆนะครับอย่างตัวอย่างเช่นโรคเม-ิ(อ)ร์สนะครับหรือการแพร่ระบาดของโรคอุบัติใหม่ที่ยังไม่เคยมีใครได้รับเชื้อเหล่านี้มาก่อนนะครับอย่างเช่นCOVID-1ไ(9)ที่มีการแพร่ระบาไปทั่วโลกอยู่ในปัจจุบันนี-้นะครับทุกคนนี่มีความเสี่ยงที่จะติดโรคเหล่านี้ได้แต่กลุ่มเสี่ยงที่เกิดขึ้นที่อาจจะเกิดอันตรายจากด(โ)รคเหล่านี้ได้นี่ง่ายกว่าคนปกติก็อย่นะคร-ับ(าง)เช่นเด็กเล็กผู้สูงอาย-ุหรือผู้ที่มีระบบภูมิค-ุ-้มกันอ่อนแอนะครับคำถามที่ครูจะให้ลองช่วยกันคิดก็คือว่าเราจะมีวิธีการในการลดความเสี่ยงขโรคที(หล)-่านี้จะเก-ิ(ไ)ขึ-้อย่างไรได้บ้างนะครับลองช่วยกันคิดสักแป๊บหนึ่ครับเรามาดูคำตอบกันคำตอบก็คือแน่นเราต้องทำการศึกษาแล-้วกะ(-็)ทำความเข้าใจเกี่ยวกับโรคต่างๆเหล่านี้นะครับเพื่อให้ทราบวิธีการป้องกันตนเองจากเชื้อโรคนะครับแต่ปัจโรค(จ)-ุว(บ)-ันที่เราทำกันอยู-่ก็อย่างเช-่นการรักษาสุขลักษณะนะครับการกินร้อนการล้างมือบ่อยๆการใส่หน้ากากอนามัยนะครับรวมทั้งการทำSociald(D)istancingที่เราทำกันอยู่ทุกวันนี้ด้วยนะครับนอกจากนี้แล้วอีกวิธีการหนึ่งที่ช่วยลดความเสี่ยงจากอันตรายของโรคต่างๆได้ก็คือการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันนั่นเองนะครับยลดควาเสี่ย-ีคำถามให้ลอคิดเพิ่มเรามาดูกันคำถามก็คือการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายนี่ทำได้อย่างไรบ้างครับครูจะมีรูปตัวอย่างการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้นักเรียนลองช่วยกันดูนะครับ2รูปรูปแด้(รก)ก็จะเป็นการที่ทารกนี-่ดื-่ย(ม)กิ-้ำมจากแ-่นะครับแล้วก็รู-้(ป)ที่2นี่จะเป็นการรูปของการฉีดวัคซีนนะครับคำถามที่ให้นักเรียนลองช่วยกันคิดก็คือว่าการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทั้ง2รูปนี้เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไรเดี๋ยวเรามาดูคำตอบกันนะครับการที่ทารกนี่ดื่มกินน้ำนมของแม่นี-่-้(เ)ป็นการที่ทารกนี่จะได้รับต(ก)ารภู-่า(ม)-ิคุ้มกัง(น)จากแม่ไปโดยตรงนะครัก(บ)เราจะเรียกการเสต(ร)-ิตั(สร)-้ภูมิคุ้มกันแบบนี้ว่า"ภูมิคุ้มกันแบบรับม"นะครับทารกนี่จะได้รับแอนติบอดีจากแม่ไปโดยตรงนะครับส่วนการฉีดวัคซีนนะครับเป็นการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันที่ร่างกายของเท(น)-ี่จะต้องค่อยๆพัฒนาภูมิคุ้มกันขึ้นมาเองนะครับเราจะเรียกภูมิคุ้มกันแบบนี้ว่า"ภูมิคุ้มกันแบบก่อเอง"นะครับซึ่งการสร้างภูมิคุ้มกันทั้ง2แบบนี-้ว-่อาศัยหลักกซึ่(รขอ)กลไกการต่อต้านหรือทำลายสิ่งปลอมแบบจำร้(เพ)ะนโ(ะ)คร-ับนง(-ั)า(เ)-ียนอธิบายได้ไหมว่าภูมิคุ้มกันทั้ง2แบบนี่อาศัยหลักการอย่างไรนะครับของกลไกการต่อไ(ต)-้านหรือทำลายสิ่งปลอมแบบจำเพาะเดี๋ยวเาลเพ-ี(อ)งมาดูกันครับบางคนอาจจะ-ังตอบคำถามนี้ไม่ได้หรอกนะข(เ)ดี๋ยวครูมด(-ี)ความร-ู-้เพิ่มเติมให้นะครับเราไปดูกันว่าความรู้เพิ่มเติมนั้ะ(น)-ืออะไรนครับความรู้เพิ่มเติมอันนั้นก็คือสถานเสาวภานะครับที่สภากาชาดไทยนี่จะเป็นแหล่งผลิตเซรุ่มแหล่งใหญ่ที่สุดของประเทศไทยเลยนะครับเซรุ่มคืออะไรเซรุ่มนี่เตรียมได้จากเลือดม้านะครับโดยการฉีดแอนติเจนนะครับแอนติเจนที่ว่าก็อาจจะเป็นตัวพิษงูหรือเปล่งผลิตเซรุ่มรูปเนี่ย(-็)นเชื้อของโรคต่างๆเช่นเชื้อของพิษสุนัขบ้านะครับเพื่อกระตุ้นให้ม้านี่สร้างแอนติบอดีออกมาหลังจากนั้นนี่เขาจะเจาะเลือดม้าแล้วก็เก็บตัวอย่างเลือดม้าไปแล้วก็ไปแยกส่วนที่เป็ะค(เซ)-ุ-ับเพื-่มออกมาซึ่งส่วนที่เป็นเซะต-ุ-่-้(ม)-ีห้ห(-่จะ)า(-ี)อนติบอ-ีทีกส(-่เ)าต-้า(อ)ต(า)แล้ก็เอาไปใช้ฉีดให้กับคจ(น)ที่ต้องการใเป-็น(ช้)เซรุ่มนะห(ค)-ับคำถามก็คือว่าเซรุ่มนี่เป็นการเสริมสร้างภู-ือว่า(ม)-ิคุ้มกันแบบใดนะครับแล้วก็อีกคำถามหนึ่งก็คือว่าการผลิตเซรุ่มอาศัยหลักการของแอนติเจนและแอนติบอดีอย่างไรนักเรียนตอบคำถามเหล่านี้ได้หรือยังครับถ้ายังไม่ได้เดี๋ยวเราลองไปดูกันต่อนะครับจากข้อมูลตรงนี้นะครับจะเห็นว่าเซรุ่มหรือบางครั้งเราก็เรียกว่า"ซีรัม"นี่ครับเขียนภาษาอังกฤษเหมือนกันเลยมันคือคำเดียวกันแต่ว่าเราพูดคนละแบบนะครับนี่สกัดได้จากเลือดสัตว์ก็อย่างตัวอย่างที่บอกเมื่อกี้อย่างเช่นเลือดของม้านะครับการได้รับเซรุ่มเข้าไปนี่ทำให้ร่างกายนี่ได้รับแอนติบอดีที่จำเพาะต่อแอนติเจนนั้นโดยตรงนะครับแอนติบอดีที่ได้รับเข้าไปนี่สามารถไปจับกับแอนติเจนที่อยู่ในร่างกายของเราได้ทันทีนะครับตัวแอนติบอดีที่ได้รับเข้าไปนี่อาจจะอยู่ในร่างกายได้ไม่นานนักนะครับบางรายอาจจะอยู่ได้เป็นสัปดาห์หรือเป็นเดือนนะครับอันนี้ขึ้นอยู่กับปริมาณของแแล้วก็การผลิตเซรุ่มาศัยหลักการเซรุ่มนติบอดี-ี-ำใ(-่)ห้ร่างกายเราได้รับสาม(เข้)รถปนม(-ั)-่นานน(เอง)ครับนักเรียนยังจำรูปที-่ทารกดื่มกินน้ำนมแม-่ได้ใถ(ช)-่ไหมครับกย(ร)ที่ทารกดื่มกิ-้ำนมแม-่นี่ก็เป็นภูมิคุ้มกันกลับมาเช่นกันนะครับแ-่ก็เป-็(ต)-่จริงๆแล้วโดยทั่วไปแล้วนี่ก่อที่จะคลอดนี่ทารกจะได้รับแอนติบอดีตั้งแต่อยู่ในครร-้(ภ)-์ของแม่ผ่านทารกนะครับโดยในตอนที่อยู่ในครรภ์ของแม่นี่ระบบภูมิคุ้มกันของทารกยังทำงานได้ไม่สมบูรณ์นะครับฉะนั้นถ้าแม่นี่มีภูมิคุ้มกันต่อโคใดต-ั-้งบ(แ)-่ก่อนที-่จะตั้งคร-่แผนภาพก(ร)ภ์นี่เมื่อตั้งครรภ์แล้วนี่ลูกก็จะได้รับภูมิคุ้มกันต่อโรคนั้-ูก็(นๆ)ากแม่ะไ(มา)ด้วยนะครับแต่ภูมิคุ้มกันเหล่านี้จะอยู่ได้ชั่วคราวประมาแค่2-3เดือนหลังจากคลดเท่านั้นนะครับการดื่มน้ำนมแม่-ี่จะเป็นการส่งผ-่านนะครับแอนติบอดีจากแม่มาสู่ลูกนะครับซึ่งจะพบม-่นantibodyมกหลังจากข(ท)-ี-่-้ว(ม)-ิธ-ีการคลอดลูกใหม่ๆนี่จะพบแอนตลูก(-ิ)บอดีในน้ำนมในน้ำนมแม่เป็นจำนวนมากครับแลก(-้)าะ(ก็)การให้น้ำนมกับลูกในช่วงแรกคลอดนี่เป็นสิ่งจำเป็นมากนะครับเพราะว่าจะช่วยในเรื่องของระบบภูมิคุ้มกันซึ่งเราควรจะให้น้ำนมกับลูกนี่จนกว่าลูกจะพ-ัฒนาระบบภูมิคุ้มก-ัฒ(ข)องตนเองได้ก็คือในช่วงประมาณ2-3เดือนแรกหลังคลอดนี่ครับเป็นสิ่งที่จำเป็กครับหลังจากงจาฃ(ก)ที่เราได้รู้จั-ันมาแล้วนะครับว่าภูมิคุ้มกันแบบรับมา-ี่มีอะไรบ้ะครับแล้วก็อาศัยหลักการของแอนติเจนแอนติบอดีอย่างไรนะครับทีนี้ครูมีข้อความเพิ่มเติมให-้นะครับเราลองมาดูกันแล-้วก็ลองช่วยกันคิดจากคำถามที่ปรากฏอยู่นะครับว่าปกติแล้วนี่คนที่ป่วยเป็นโรคบางชนิดนะครับเช่นโรคคางทูมโรคอีสุกอีใสแล้วก็หายป่วยด้วยโรคเหล่านี้แล้วนี่เมื่อได้รับเชื-้อที่ก่อให-้เกิดโรคคางทูมอีสุก-ีใสตัวเดิมเข้ามานี่เราก็อาจจะไม่ป่วยด้วยโรคนี้เลยนะครับหรือบางคนอาจจะป่วแล้วก็มีอาการที่ไม่รุนแรงมากนักนะครับเหตุใดจึงเป็นเช่นนั้นครับมาช่วยกัคิดสิะครับถ้ายังไม่คิดถ้ายังคิดคำตอบไม่ได้หรือย-ั-้งคิดไม่ออกะครับเดี๋ยวเราลองค่อยๆมาศึกษากันไปแล้วกันนะครับนี่มีข้อมูลนะคก(ร)-ันไ(บเ)-็นการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันนะครับการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันอย่างนี้เป็ค(า)-ับ(ง)การใเรามีข(ห)-้วัคซีนในเด็กไทยปกตินะครับเพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายของเด็กไทยตั้งแต่แรอม-ู(ก)เกิล(ด)นะครับอันนี้เป็นตารางที่ปรับมาจากตารางการให้วัคซีนในเด็กไทยนะครับโดยสมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทยพ.ศ.2563นะครับก็จากตารางที่เห็นหลังครูนี่มันก็ค่อนข้างยุ่งยากซับซ้อนนะครับก็เราก็จะมาปรับเป็นตารางให้ง่ายขึ้นแล้วก็เดี๋ยวเราลองดูรายละเอียดกัตารางเห-็(น)ะคร-่า(-ับ)จากข้อมูลนี่จะเห็นว่าในช่วงที่เด็กอายุแรกเกิดถึงแรกเกิดนี่จะไ-้-ึ(ร)-ับวัคซีนป้องกันวัณโรคนะครับแล้วก็วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบีนะครับหลัจากนั้นนี่เมื่ออายุได้ประมาณ2เดือนนะครับก็จะได้รับวัคซีนป้องกันโรคคอตีบ-บาดทะยัก-ไอกรนป้อง(แ)ล้วก็ได้รับวัคซีนบร-ั(-ิ)โภคเพิ่มะครับช่วงอายุประมาณ6เดือนถึง2ป-ีก็จะได้รับวัคซ-ีนป้องกันไข้หวัดใหญ่นะครับแล้วก็ช่วงอายุประมาณ9เดือนถึง1ปีนี่ก็จะได้รับได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคหัดหัดเยอมันางทูมรวมทั้งวัคซีนป้องกันโรคไข้สมองอักเสบเจอีด้วยนะครัG(บ)หลังจากนั้นนี่ตั้งแต่อายุประมาณ18เดือนถึง6ป-ีนี่ก็จะได้รับวัคซ-ีนชนิดเดิมนะครับกระตุ้นมาเพิ่มขึ้นนะครับเป็น2ครั้ง3ครั้งก็แล้วแต่นะครับหลังจากนั้นนี่เมื่ออายุได้ปรทำ(ะม)สัก11-12ปีนะครับในนักเรียนเพศหญิงที-่อยู-่ชั้นประมาณป.5นี่ก็จะได้รับวัคซีนที่ป้องกันมะเร็งปากมดลูกนะครับจาเชื้อHPVซึ่งเป็นไวรัสชนิดหนึ่งนะครับครับแล้วก็ในช่วงอายุเดียวกัต่างๆ(น)ของทั้งเด็กผู้หญิงและเด็กผู้ชายนี่จะได้รับการกระตุ้นด้วยวัคซ-ีนคอต-ีบแล้วก็บาดทะยักซ้ำนะครับแล้วก็หลังจากนั้นนี่ก็ต้องมีการฉีดวัคซีนคอตีบแล้วก็บาดทะนป(ยั)ต(น)-ี่ซ้-ิ(-ำ)ทุกๆ10ปีนะครับเพื่อเป็นการกระตุ้นให้ร่างกายได้รับภูมิคุ้มกันครับจากข้อมูลที่ได้มาทั้งหมดเมื่อกี้เป็นที่เป็นตารางวัส(ค)-ิ-่ง(-ีน)ที่จำเป็นสำหรับที่ให้กับเด็กทุกคนนี่ะครับคำถามที่คุณจะถาม-็คือว่รให้วัคซี-ี่เป็นการเสริมสร้างภูมง(-ิ)-ุ้-์(ม)-ัร(น)แบบใดนะครับอันนี้เป็นคำถามแรกคำามที่ตามมาอีกอันหนึ่งก็ค-ือว่าการให้วัคซีนอาศัยหลักการของแอนติเจนและแอนติบอดีอย่างไรนะครับเราลองช่วยคิดแล้วก็ลองตอบคำถามกันเจ(ดู)ะครับนักเรียนอาจจะเคยมีประสบการณ์ที่ทุกคนแหละต้องมีประสบการณ์ที่เคยฉีดวัคซีนกันมาก่อนใช่ไหมครับก็บางคนอาา(จ)จะเจ็บแขนบางคอาจจะเป็นไข้นะครับการได้รับวัคซีนส(น)-ี่ก็เป็นการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันรูปแบบห-ึ่งที่เรียกว่า"ภูมิคุ้มกันแบบก่อเอง"นะครับก่อนที่เราจะมาศึ-ันฉ(ษาก)-ันว่ามันเป็นภูมิคุ้มกันแบบก่อเองย่าไรนี่เรามาทำความรู้จักกับวัคซีนกันก่อนดีไหมครับวัคซ-ีนนี่จะม-ีองค์ประกอบที่อาจจะเป็นส่วนประกอบของเชื้อโรคนะครับหรือบางชนิดอาจจะมีองค์ประกอบที่เป็นเชื้อลล์(โรค)ที่ตายแล้วหรือบางชนิดจะเป็นเชื้อโรคที่ทำให้อ่อนกำลังลงนะครับหรือบางชนิดอาจจะเป็นสารพิษของเชื้อโรคที่ทำให้หมดสภาพควา-็(ม)เป็นพิษแล้วะครับงค์ปร-ี(ะ)อบเแ(ห)-่านี-้จะนว(-ำ)มาใช้ในการผลิตเป็นวัคซีนที่ฉีดเข้าไปในร่างกายของเรานะคร-ัคซีนการที่ร่างกายได้รับวัคซีนเข้าไปนี่จะช่วยป้องกันโรคที่อาทำใหะ(-้)เกิดอันตรายกับร่างกายของเราได้นะครับเช่นวัคซีนป้องกันโรร(ป)ลิโอวัคซีนป้องกันโรคบาดทะยักหรือวัคซีนท-ับ(-ี)-่ช่วยป้องกันโรคที่สามารถติดต่อด้(าก)คนไปสู่คนอื่นๆได้นะครับตัวอย่างเช่นวัคซีนป้องกันโรคหัดหัดเยอรมันหรือไข้หวัดใหญ่เป็นต้นนะครับโดยเจ้า-ัง(ว)วัคซีนที่อ(บ)อกมาว่ามีองค-ุ(-์)ระกอบต่างๆเหล่านั้นนกรณ์(-ี่)จะทำหน้าที่เป็นแอนติเจะครับที่เมื่อเข้าไปในร่างกายแล้วนี่จะกระตุ้นภูมิคุ้มกัน-่า(ขอ)งร่างกายให้เกิดการตอบสนองระบบภูมิคุ้มกันที่ถูกกระตุ้นด้วยวัคซี-ี่จะมีการเตรียมพร้อมที่จะตอบสนองต่อเชื้อโรคต่างๆได้อย่างรวดเร็ง(ว)นะครับเช่นเดียวกับการที่ได้รับเชื้อโรคเป(ข)-้ามาย(น)ร่างกายของเรานะครับของเกาย(ม)-ื่อร่างกายได้รับวัคซีนที่เมื่อกี้บอกว่าทำหน้าที่เป็นแอนติเจนแล้วนี่ครับระบบภูมิคุ้มกัจะตอบสนอง-้วยการสร้างแอนติบอดีขึ้นมานะครับหรือไปกระตุ้นเซลล์ทีที่จำเพาะต่อเชื้อโรคนั้นๆนะครับให้แบ่งเซลล์แล้วก็เพิ่มจำนวนนะครับเพื่อกำจัดเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมต่อไปนะครับแรสร้างขึ้นมากระตุ้นเซล-์นอกจากนี้จะกร-ุ(ะ)ตุ้นให้มีการสร้างที่เซลล์ความจำที่จำเพาะต่อเชื้อโรคนั้นๆเตรียมไว้ด้วยนะครับและเพ(ม)-ื่อได้รับเชืล(-้)-์บี(โรค)ชนิดเดียวกับที่เราเคยให-้วัคซีนเข้าไปเข-้ามานี่นะครับระบบภูมิคุ้มกันจะสามารถกระตุ้นเซลล์บีให้สร้างแอนติบอดีไร(ด)-้อย่างรวดเร็วหรือกระตุ้นเซลล์ทีที-่จำเพาะต่อเชื้อโรคนั้นๆให้สาม-ื่อ(า)รถทำลายหรือต่อต้านเชื้อโรคของสิ่งเหล่านั้นได้อย่างรวดเร็วขึ้นด้ยเช่นกันครับเราก็ได้เรียนรู้เกี่ยวกับการเสริมสร้างภูมิคร(-ุ)-้มกันที่เป็นภูมิคุ้มกันแบบรับมาแล้วก็ภูมิคุ้มกันแบบก่อเองกันมาแล้วครับเด-ี-๋น(เ)-ู้คุณลองมาดูข้อความที่ครูให้ตรงนี้นะครับแห(ล)-้วเดี๋ยวจะมีคำถามให้ช่วยกันลองคิดนะครับข้อคร(ว)ามนี้ก็ค-ือว่าตั้งแต่เราเกิดมานี่เราได-้รับภูมิคุ้มกันแบบรับมาตั้งแต่อยู่ในครรภ์ข-้รับ(อ)งแม่นะและก็ได้รับภูมิคุ้มกันผ่น(า)นน้ำนมแม่มาด้วยนะครับและนอกจากนี้เราก็เ(ย)-ั-่(ง)ได้รับการฉีดวัคซีนนะครับตั้งแต่แรกเกิดมาเรื่อยๆวัคซ-ี(เ)ป็ระยะเพื่อให้ร่างกายนี่สร้างแล้วก็พัฒย(น)าภูมิคุ้มกันนะครับเพื่อช่วยป้องกันไม่ให-้ร่างกายของเรานี่ได้รับอันตรายจากเชื้อโรคต่างๆที่จะเข-้ามาในแต่ละวันนะครับคำถามก็คือว่านักเรียนจำได้ไหมว่า-ักค(-ี)ได้รับวัคซีนป้องกันโรคอะไรกันมาบ้างแล้วครับลองช่วยกันคิด(นึก)ดูกับเพื่อนๆนะตั้งแต่เราเกิดมาเลยแรกเกิดอาจจะยังจำไม่ได้นะครับจนถึงตอนนี้เราได้รับวัคซีนอะไรกันมาแล้วบ้างนะครัเพื่อนตอนนี-้(บ)นักเรียนอาจจะยังจำกันไม่ได้หร-ือกว่านักเรียนได้รับวัซีนรูจำ(อะ)รกม(-ั)นไปบ้างนะครับครูมีต-่ได-้(-ั)-่วยเป็า(น)ตารางเดิมแหละครับคือตารางวัคซีสิ่ง(น)ที่จำเป็นที่ต้องให้กับเด็กไทยทุกคนนะครับจากตารางนี้ครูก็จะมีคำถามให้นักเรียนลองไปช่วยกันคิดนะครับคำต(ถ)มแกก็คือว่เพราะเหตุใดจึงต้องได้รับวัคซีนชนิดเดียวกันด(ซ)-้-ำเป็นระยะๆนะครับอย่างเช่นวัคซีนโปลิโอ-ี่จะต้องได้รับถึง3ครั้งนะครับในช่วงวัยแรกๆของช่วงอายุแรกเกิดถึง12ปีครับคำถามที่2ก็ค-3ป-ี(-ื)อว่านอกจากวัคซสิ-่ง(-ีน)ที่จำเป็นต้องให้แก่ป(ด)-็นอีกแล้วนักเรียนคิดว่ายังมีวัคซีนชนิดใดอีกบ้างที่เด็กหรือแม้กระทั่งคนที่โตแล้วเป็นวัยผู้ใหญ่นี่ควรได้รับเพิ่มเติมครับอันนี้เผู้ใหญ(ป)-็นคำถามที่ให้ลองไปคิดแล้วก็นักเรียนอาจจะสามารถสืบค้นหาคำตอบได้นะครับจากแหล-่งข้มูลต่างๆนะครับโดยเฉพาะทางผ่านทางอินเทอร์เน็ตนี่ครูคิดว่านักเรียนน่าจะสืบค้นหาข้อ-ันน-ี(ม)-ูลกันได-้เป็นอย่างดีนะครับและลองไปช่วยกันคิดหาคำตอบดูนะครับจากที่ที่เรียนมาทั้งหมดนี่นะครับเราลองมาตรวจสอบความเข-่(-้)ใจใย(น)เรื่องของการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันกันดูนะครับโดยงก-ู(จ)ะมี2คำถามให้นักเรียนลองถามตัวเองเพื่อจะดูว่าเข้าใจกับเรื่องที่เรียนมามากน้อยแค่ตั้งปลุกเข้าใจ(ไ)หนนะครับคำถามแรกก็ร(ค)-ือว่าเพระเหตุใดเมื่อถูกยุงกัดจึงต้องจดจำลักษณะของยุที่กั-ู(ด)-ี่กัดเรานี่แหละครับ-ี-่(ห)รือกัดคนอื่นนะครับคำถามที่ส(2)องก็คือว่าการให้วัคซีนและการให้เซรุ่มมีผลต่อร่างกายเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไรลองตอบคำถาม2คำถามดูนะครับถ้ายังตบไมย(-่)ได้ก็แสดงว่าเราอาจจะต้องกลับไปทบทวนเรื่องการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันอีกครั้งหนึ-่แต่ถ้าตอบคำถามด้ถูกต้องแล้วก็แสดงว่าเราเข้าใจเรื่องนี้ดีแล้วค-ับและหลังจากที่ลองตรวจสอบความเข้าใจกันดูแล้วนี-่เราลองมาดูกันว-่าบทเรียนที่เราเรียนผ่านมาทั้งหมดนี้นะครับตั้งแต่เรื่องของกลไกการต่อต้านหรือทำลายสิ่งปลอมแบบจำเพาะทั้งหมดนี่เราสามารถสรุปมาเป็นเนื้อหาอย่างไรได้บ้างอันนี้คือเนื้อหาที่ครูสรุปมาให้-่า(น)ะครับอันแรกเลยก็คือว่าตัวกลไกการต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปลอมแบบจำเพาะนี่นะครับจะเกี่ยวข้องก-ับเซ-ุ่(ล์)เม็ดเลือก(ด)ขาวนะครับกลุ่มลิมโฟไซต-์ซึ่งก็ได้แก่เซลล์บีเซลล-์ทีนะครับซึ่งจะมีความจำเพาะต่อสิ่งแปลกปลอมหรือที่เราเรียกว่า"แอนติเจน"นั่นเองนะครับเมื่อแอนติเจนนี่เข้าไปในเนืาะ(-้อ)ม(ย)-ื่อได้ล้วเอนติเ(ซ)ลล์บีจะถูกกระตุจ(-้)เข(ให)-้พัฒนาไปเป็นเซลล์ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นเรียกวาไปใน(-่)า"เซลล์พลาสมา"ทำหน้าที่ในการสร้างแอนติบอดีซึ่งจับกับแอนติเจ-ี้ได้อย่างจำเพาะแล้วก็จะถูกนำไปทำลายต่อไปนะครับส่วนเซลล์ทีก็จะถูกกระตุ้ะครับให้ทำหน้าที-่ตามแต่แล้วแต-่ชนิดของเซลล์นั้นๆนะครับก็คือเซลล์ทีที่ทำลายเซ-ิ่ง(ลล์)แปลกปลอมหรือและ(ว่า)เซลล์ทีที่เป็นผู-ั(-้)ช่วยนั่นเองนะครับในขณะเดียวกันเซลล์บีและเซลล์ไปหาดูก-ั(ท)-ีบางส่วน-ี่ก็จะพัฒนาไปเป็นเซลล์ที่เรียกว่า"เซลล์ความจำ"นะครับมีความจำเพาะกับแอนติเจนนั้นนะครับซึ่งเมื่อร่างกายได้รับแอนติเจนเดิมนี่กลับเข้ามาใหม่ร่างกายจะมีการตอบสนองแล้วก็สร้าน(ง)ล(อ)ล์(ติ)อด-ีหรือกระตุ้นใน(ห)-้เซลล์ทีบ(น)-ี-่ทำงานได้อย่างรวดเร็วยิ่งขด(-ึ)-้นกว่าเ-ิมครั-ี(บ)ส่วนเรื่องของการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันนี่ะครับก็จะสรุปได้ดังนี้ครับก-้(-็)คือว่าภูมิคุ้มกันแบวยนะค(บ)รับมานี่เป็นกา-ับแอนติบอดีที่มีความจำเพาะและทำลายเชื้อโรคหรือสิ่งปลกปลอมนั้นได้ทันต่(ที)อาจจะไม่ได้อยู่ในร่างกายเราได้นานนะครับอาจจะอยู่เป็นส(ช)-่วงระยะเวลาสั้นๆนะครับเปว(-็)หลัสัปดห์ห-ือเป็นหลักเดือนนะส(ค)-ับส่-้าง(วน)ภูท(ม)-ิคุ้มกันแบบก่อเองนี่เป็นการที่ร่างกายได้รับเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมนะครับอาจจะเป็นใน-ูปแบบของวัคซีนนะรับและกระตุ้นให้ร่างกายเรานี่สร้างแอนติบอดีหรือกระตุ้นเซลล์ทีที่จำเพาะต่อเชื้อโรคนั้นๆนี่มาต่อต้านหรือทำลายสิ่เซลล์แอนติแปลกปลอมนะครับในขณะอ(เ)ดียวกันก็เกิดจะกระตุ้นใหที-่(-้)เกิดการสร้างเซลล์ความจำทั้งเซลล์บีและเซลล์ทีขึ้นนะครับทั้งหมดนี่ทำขึ้นเพื่อเตรียมพร้อมในการที่หากมีเชื้อโรคชนิดเดิ-ี่(มเ)ข้ามานี-่ร-่างกายก็จะสามารถตอบสนองได้อย่างรวดเร็วและในขณะเดียวกันภูมิคุ้มกันบบกล(-่)อเองนี่ก็จอยู่คงทนอยู่ในร่างกายของเราได้นานครับในตอนต่อไปนี-่น-้(ะ)ครับเราก็จะยังอยู่กับเรื่องระบบภูมิคุ้มกันซึ่งเป็นตอนที่3นะครับในตอนที่3นี่จะเป็นเนื้อหาเกี่ยวกั-ี(บ)-่ถ้าระบบภูมิคุ้มกันของเรานี่เกิดควมผิดปกติเกิดขึ้นจะเกิดอะไรขึ้นบ้างกับร่างกยขอเรานะครับเราค่อยมาติดตามกันในตอนที่3ะครับสำหรับวันนี้สวัสด-ีครับ[เสียงดนตรี]

More information
- compare(ans and test) :
- ans: file reference
- test: file test
- export datetime : 2024-03-28 17:16:41
- exported from : Accuracy Worker
- version :registry.rtt.in.th/spinsoft-transcription/backend_accuracy_worker:main-42d874d90e320e04ce26da7eb329f0d888006afc
- lib :character
- your normalize config
-IsFilter :true
-ToLower :false
-ToArabicNumber :true
-WordToNumber :false
-OrderAndSimilar :true
-ListRemove :
- alignment method :Hirschberg
- score weight :{"Match":5,"Mismatch":-1,"PartialMatch":2,"GapPenalty":-1}