﻿WEBVTT

1
00:00:00.000 --> 00:00:02.010

2
00:00:02.100 --> 00:00:02.355

3
00:00:02.419 --> 00:00:03.328
นัด

4
00:00:03.449 --> 00:00:03.672

5
00:00:03.829 --> 00:00:04.244

6
00:00:04.020 --> 00:00:05.559
กลับมาเรียน

7
00:00:05.941 --> 00:00:07.791
สนองต่อพืช

8
00:00:07.740 --> 00:00:08.813
สิ่งเร้า

9
00:00:09.278 --> 00:00:09.535

10
00:00:09.470 --> 00:00:14.508
จุดประสงค์การเรียนรู้อธิบายการตอบสนองของพืชต่อสิ่งเร้า

11
00:00:14.660 --> 00:00:16.295
ในรูปแบบต่างๆ

12
00:00:16.519 --> 00:00:19.137
ที่มีผลต่อการดำรงชีวิตของพืช

13
00:00:20.101 --> 00:00:20.493

14
00:00:20.549 --> 00:00:22.201
3.3

15
00:00:22.149 --> 00:00:22.587

16
00:00:22.540 --> 00:00:25.161
การตอบสนองของพืชต่อสิ่งเร้า

17
00:00:25.298 --> 00:00:29.058
รูปที่เห็นนี้นะคะก็คือต้นพวงชมพูค่ะ

18
00:00:29.458 --> 00:00:29.734

19
00:00:29.889 --> 00:00:33.484
พวงชมพูเป็นพันธุ์ไม้ชนิดหนึ่งที่นิยมนำมาปลูก

20
00:00:33.418 --> 00:00:36.625
เพื่อให้เลื้อยคลุมไปตามหลังคาและกำแพง

21
00:00:37.198 --> 00:00:37.429

22
00:00:37.449 --> 00:00:37.853

23
00:00:38.089 --> 00:00:42.715
นอกจากพวงชมพูแล้วยังมีพันธุ์ไม้อื่นอีกที่นิยมนำมาใช้แบบนี้นะคะ

24
00:00:43.029 --> 00:00:44.478
อย่างไรก็ตาม

25
00:00:45.722 --> 00:00:48.785
ไม่ใช่พรรณไม้ทุกชนิดจะสามารถนำมาใช้ได้

26
00:00:49.889 --> 00:00:50.386

27
00:00:50.328 --> 00:00:54.685
เพราะเหตุใดพวงชมพูจึงสามารถเลื้อยคลุมหลังคาได้ดังรูปนะคะ

28
00:00:55.130 --> 00:00:58.897
ความรู้เกี่ยวกับการตอบสนองของพืชต่อสิ่งเร้า

29
00:00:59.369 --> 00:01:03.899
ที่เราจะได้ศึกษาต่อไปนี้นะคะสามารถนำมาใช้อธิบายได้ค่ะ

30
00:01:04.679 --> 00:01:05.159

31
00:01:05.189 --> 00:01:06.818
ตอบสนองของพืช

32
00:01:06.729 --> 00:01:10.000
พืชเมื่อได้รับสิ่งเร้านั้นอาจมีได้หลายรูปแบบ

33
00:01:10.768 --> 00:01:11.008

34
00:01:11.150 --> 00:01:14.803
รูปแบบหนึ่งที่เห็นได้ชัดก็คือการเคลื่อนไหว

35
00:01:15.058 --> 00:01:15.510

36
00:01:15.449 --> 00:01:17.157
ซึ่งสามารถแบ่ง

37
00:01:17.299 --> 00:01:20.572
ความสัมพันธ์กับทิศทางของสิ่งเร้าได้เป็น 2 รูป

38
00:01:20.499 --> 00:01:20.925

39
00:01:21.528 --> 00:01:22.219
นะคะ

40
00:01:23.261 --> 00:01:23.551

41
00:01:23.518 --> 00:01:27.667
คือการตอบสนองที่มีทิศทางสัมพันธ์กับทิศทางของสิ่งเร้า

42
00:01:28.890 --> 00:01:32.538
และการตอบสนองที่มีทิศทางไม่สัมพันธ์กับสิ่ง

43
00:01:33.129 --> 00:01:34.764
ทิศทางของสิ่งเร้า

44
00:01:34.849 --> 00:01:40.546
3.3.1 การตอบสนองที่มีทิศทางสัมพันธ์กับทิศทางของสิ่งเร้า

45
00:01:42.160 --> 00:01:44.383
การตอบสนองที่มีทิศทาง

46
00:01:45.039 --> 00:01:49.258
สัมพันธ์กับทิศทางของสิ่งเร้าโดยทั่วไปก็คือการเคลื่อนไหว

47
00:01:49.528 --> 00:01:49.934

48
00:01:49.849 --> 00:01:52.387
ที่เกิดขึ้นจากการเจริญเติบโตของพืช

49
00:01:52.658 --> 00:01:53.081

50
00:01:53.618 --> 00:01:57.107
โดยอาจจะมีทิศทางที่เข้าหาหรือออกจากสิ่งเร้าก็ได้

51
00:01:58.559 --> 00:01:58.793

52
00:01:58.688 --> 00:02:04.554
นักเรียนคิดว่าพืชที่เห็นในรูปนี้มีทิศทางที่เข้าหาหรือว่าออกจากสิ่งเร้า

53
00:02:05.350 --> 00:02:07.062
และสิ่งเหล่านั้นคืออะไร

54
00:02:07.329 --> 00:02:07.581

55
00:02:07.588 --> 00:02:09.913
ครูจะให้นักเรียนคิดแป๊บนึงค่ะ

56
00:02:11.761 --> 00:02:14.185
เรามาดูรูปที่ 1 นะคะ

57
00:02:14.509 --> 00:02:14.890

58
00:02:15.278 --> 00:02:19.309
นี่ก็คือปลายยอดพืชเจริญในทิศทางเข้าหาแสงค่ะ

59
00:02:19.379 --> 00:02:19.650

60
00:02:20.087 --> 00:02:23.653
มันก็คือสำหรับพืชนี้แล้วสิ่งเร้าก็คือแสงค่ะ

61
00:02:23.729 --> 00:02:24.174

62
00:02:23.988 --> 00:02:24.431

63
00:02:24.178 --> 00:02:26.315
และถ้าสังเกตยอดพืชนะคะ

64
00:02:26.288 --> 00:02:29.498
ก็จะเห็นว่ามีความโค้งไปทางด้านขวาค่ะ

65
00:02:29.628 --> 00:02:29.928

66
00:02:29.948 --> 00:02:34.387
งั้นก็แปลว่าแสงที่เป็นสิ่งเร้าจะต้องอยู่ทางด้านขวามือนี้นะคะ

67
00:02:34.939 --> 00:02:36.929
ส่วนรูปที่ 2

68
00:02:37.959 --> 00:02:38.318

69
00:02:38.338 --> 00:02:38.531

70
00:02:38.598 --> 00:02:41.092
ปลายรากพืชเจริญในทิศทาง

71
00:02:41.479 --> 00:02:43.588
เกี่ยวกับแรงโน้มถ่วงของโลก

72
00:02:43.649 --> 00:02:43.904

73
00:02:43.779 --> 00:02:45.882
ส่วนยอดพืชเจริญในทิศทาง

74
00:02:45.898 --> 00:02:48.197
ตรงกันข้ามกับแรงโน้มถ่วงของโลก

75
00:02:48.649 --> 00:02:49.164

76
00:02:49.418 --> 00:02:52.481
สำหรับต้นไม้ต้นนี้นะคะก็คือต้นเทียนค่ะ

77
00:02:52.759 --> 00:02:53.194

78
00:02:53.079 --> 00:02:57.105
สิ่งเร้าสำหรับต้นเทียนนี้ก็คือแรงโน้มถ่วงของโลกนะคะ

79
00:02:57.239 --> 00:02:57.608

80
00:02:57.619 --> 00:02:58.055

81
00:02:58.068 --> 00:02:58.946

82
00:02:58.899 --> 00:03:01.194

83
00:03:01.468 --> 00:03:05.877
ซึ่งก็เป็นไปในทิศทางเดียวกับแรงโน้มถ่วงของโลก

84
00:03:06.009 --> 00:03:09.821
ส่วนยอดพืชตรงนี้ค่ะก็เจริญขึ้นไปทางด้านบนนะคะ

85
00:03:09.728 --> 00:03:09.939

86
00:03:09.930 --> 00:03:13.504
เป็นทิศทางที่ตรงข้ามกับแรงโน้มถ่วงของโลกค่ะ

87
00:03:14.729 --> 00:03:19.793
เรามาดูรูปที่ 3 กันค่ะนี่ก็คือการเลื้อยพันหลักของต้นพืช

88
00:03:19.728 --> 00:03:20.032

89
00:03:19.979 --> 00:03:23.619
ซึ่งเป็นการตอบสนองต่อการสัมผัสที่เข้าหาสิ่งเร้าค่ะ

90
00:03:24.398 --> 00:03:24.605

91
00:03:24.780 --> 00:03:25.145

92
00:03:25.239 --> 00:03:30.086
สำหรับพืชต้นนี้แล้วนะคะสิ่งเร้าก็คือหลักที่ปักอยู่ตรงกลางนี้ค่ะ

93
00:03:31.889 --> 00:03:33.672
3.3.2

94
00:03:33.689 --> 00:03:38.046
การตอบสนองที่มีทิศทางไม่สัมพันธ์กับทิศทางของสิ่งเร้า

95
00:03:38.369 --> 00:03:38.639

96
00:03:38.558 --> 00:03:38.833

97
00:03:39.518 --> 00:03:39.890

98
00:03:39.838 --> 00:03:44.052
การตอบสนองที่มีทิศทางไม่สัมพันธ์ของสิ่งเร้านะคะ

99
00:03:44.009 --> 00:03:45.652
เป็นการเคลื่อนไหวของพืช

100
00:03:45.728 --> 00:03:45.955

101
00:03:46.119 --> 00:03:49.710
ซึ่งมักเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของปริมาณน้ำภายในเซลล์

102
00:03:50.089 --> 00:03:50.585

103
00:03:50.538 --> 00:03:52.898
อาจทำให้เซลล์เกิดการขยายตัว

104
00:03:52.969 --> 00:03:54.034
ชั่วคราว

105
00:03:54.058 --> 00:03:54.323

106
00:03:54.318 --> 00:03:54.997
เช่น

107
00:03:55.598 --> 00:03:59.119
การหุบของใบของต้นจามจุรีในเวลากลางคืนค่ะ

108
00:03:59.508 --> 00:03:59.725

109
00:03:59.888 --> 00:04:00.109

110
00:04:00.278 --> 00:04:05.369
เมื่อเราดูจากรูปนะคะรูปแรกจะเห็นว่าเป็นการกางใบในเวลากลางวันค่ะ

111
00:04:05.268 --> 00:04:05.545

112
00:04:05.588 --> 00:04:09.210
ส่วนอีกรูปหนึ่งนะคะเป็นการหุบใบในเวลาพลบค่ำค่ะ

113
00:04:10.781 --> 00:04:11.051

114
00:04:11.233 --> 00:04:11.430

115
00:04:11.418 --> 00:04:16.095
นอกจากนี้แล้วการหุบของใบไมยราบเมื่อถูกสัมผัส

116
00:04:16.039 --> 00:04:21.282
เป็นการตอบสนองที่มีทิศทางไม่สัมพันธ์กับทิศทางของสิ่งเร้าเช่นเดียวกันค่ะ

117
00:04:21.669 --> 00:04:23.898
เดี๋ยวเรามาดูวีดีโอคลิปกันนะคะ

118
00:04:28.458 --> 00:04:33.020
เมื่อมีนิ้วใบสัมผัสใบของไมยราบนะคะ

119
00:04:33.269 --> 00:04:33.702

120
00:04:34.419 --> 00:04:36.295
ก็มีการอบรมค่ะ

121
00:04:37.939 --> 00:04:38.192

122
00:04:38.128 --> 00:04:38.552

123
00:04:38.580 --> 00:04:43.190
แล้วก็การหุบและการบานของดอกบัวที่ตอบสนองต่อแสงนะคะ

124
00:04:44.729 --> 00:04:50.097
นี่ก็เป็นดอกบัวที่ตอนกลางวันแล้วก็ตอนกลางคืนที่มีความแตก

125
00:04:49.990 --> 00:04:50.883
ต่างกันค่ะ

126
00:04:52.739 --> 00:04:57.945
มีอาชีพหลายอาชีพนะคะที่ต้องใช้ความรู้เกี่ยวกับพืชค่ะอย่างเช่น

127
00:04:58.890 --> 00:04:59.515

128
00:04:59.598 --> 00:05:00.860
ปรุงพันธุ์พืช

129
00:05:00.938 --> 00:05:01.204

130
00:05:01.709 --> 00:05:07.843
ซึ่งจะปรับปรุงและพัฒนาพันธุ์พืชให้มีลักษณะที่ตามที่ต้องการเช่นปลูกได้ง่าย

131
00:05:08.248 --> 00:05:09.955
ให้ผลผลิตสูง

132
00:05:09.909 --> 00:05:11.499
รสชาติดีขึ้น

133
00:05:11.449 --> 00:05:13.689
ทนต่อโรคและแมลงต่างๆ

134
00:05:14.140 --> 00:05:18.618
อย่างรูปที่เห็นนี้นะคะเป็นสตรอเบอรี่พันธุ์พระราชทาน 80 ค่ะ

135
00:05:18.809 --> 00:05:19.214

136
00:05:19.008 --> 00:05:22.428
ไร่สตอเบอรี่ที่เห็นทางด้านซ้ายนี้นะคะ

137
00:05:22.338 --> 00:05:25.608
เป็นไร่สตรอเบอรี่ที่อยู่ดอยอ่างขางค่ะ

138
00:05:26.048 --> 00:05:26.319

139
00:05:26.181 --> 00:05:26.568

140
00:05:26.439 --> 00:05:30.678
นอกจากนี้แล้วสตรอเบอรี่พันธุ์นี้ยังนิยมปลูกที่อื่นอีกด้วยค่ะ

141
00:05:32.398 --> 00:05:32.674

142
00:05:32.529 --> 00:05:32.784

143
00:05:32.718 --> 00:05:37.192
แล้วก็ยังมีพืชชนิดอื่นๆนะคะอย่างเช่นข้าวค่ะ

144
00:05:37.849 --> 00:05:40.957
นี่คือข้าวพันธุ์กข73 นะคะ

145
00:05:41.238 --> 00:05:47.006
ซึ่งผ่านการปรับปรุงและพัฒนาเพื่อให้ทนทานต่อดินเค็มแล้วก็ต้านทานโรค

146
00:05:47.014 --> 00:05:47.700
ใช่ค่ะ

147
00:05:49.048 --> 00:05:53.276
แล้วก็ยังมีการปรับปรุงพันธุ์มะเขือเทศและก็ชมพู่นะคะ

148
00:05:53.288 --> 00:05:53.722

149
00:05:53.409 --> 00:05:53.686

150
00:05:53.670 --> 00:05:57.173
เพื่อที่จะให้เป็นที่พึงพอใจของผู้บริโภค

151
00:05:57.192 --> 00:05:57.479

152
00:05:57.448 --> 00:06:00.563
แล้วก็สามารถขายได้เพิ่มมากขึ้นในท้องตลาดค่ะ

153
00:06:01.418 --> 00:06:01.795

154
00:06:02.888 --> 00:06:04.217
เกษตรกร

155
00:06:04.938 --> 00:06:05.303

156
00:06:05.258 --> 00:06:11.739
เกษตรกรจะปลูกพืชให้เจริญเติบโตได้ดีเพิ่มผลผลิตและจัดการผลผลิตให้ได้ตามความต้องการของ

157
00:06:11.668 --> 00:06:12.473
ตลาดค่ะ

158
00:06:13.138 --> 00:06:15.169
จากรูปที่เห็นนี้นะคะ

159
00:06:15.128 --> 00:06:17.443
นี้คือแปลงเบญจมาศค่ะ

160
00:06:17.368 --> 00:06:18.508
จะเห็นว่า

161
00:06:18.849 --> 00:06:20.489
หลอดไฟอยู่ด้วยนะคะ

162
00:06:21.408 --> 00:06:21.638

163
00:06:21.658 --> 00:06:27.480
เรื่องการใช้หลอดไฟนี้ค่ะจะช่วยควบคุมความสูงของลำต้นเบญจมาศแล้วก็การออก

164
00:06:27.369 --> 00:06:28.525
บอกได้ด้วยค่ะ

165
00:06:31.208 --> 00:06:31.426

166
00:06:31.398 --> 00:06:31.648

167
00:06:31.528 --> 00:06:31.757

168
00:06:31.718 --> 00:06:36.803
เพื่อให้ได้ผลผลิตที่เป็นที่ต้องการของตลาดแล้วก็ทนต่อโรคนะคะ

169
00:06:37.549 --> 00:06:42.754
เกษตรกรก็มีการทำมะเขือเทศเสียบยอดบนตอมะเขือค่ะ

170
00:06:42.739 --> 00:06:45.748
โดยที่สุดยอดนะคะก็จะเป็นมะเขือเทศค่ะ

171
00:06:45.688 --> 00:06:46.051

172
00:06:46.068 --> 00:06:51.878
ส่วนต้นตอนะคะก็จะใช้มะเขือซึ่งมีความทนโรคแล้วก็ทนแมลงมากกว่านะคะ

173
00:06:52.479 --> 00:06:53.050

174
00:06:52.990 --> 00:06:55.686
เพื่อนำมาเสียบยอดกันแล้วนะคะ

175
00:06:55.808 --> 00:06:56.053

176
00:06:56.319 --> 00:07:01.164
มาต้นไม้ต้นนี้เจริญเติบโตขึ้นค่ะก็จะให้ผลผลิตเป็นมะเขือเทศนะคะ

177
00:07:01.188 --> 00:07:03.594
ส่วนต้นตอก็เป็นมะเขือ

178
00:07:03.618 --> 00:07:05.454
ที่ทนโรคทนแมลง

179
00:07:05.408 --> 00:07:10.670
แล้วก็ทำให้พืชต้นนี้เจริญเติบโตได้ดีและให้ผลผลิตเป็นที่ต้องการของท้องตลาด

180
00:07:10.607 --> 00:07:10.981

181
00:07:12.458 --> 00:07:14.493
นักภูมิศาสตร์สถาปัตย์

182
00:07:14.580 --> 00:07:14.844

183
00:07:14.767 --> 00:07:17.015
จะเลือกชนิดพันธุ์พืชที่เหมาะสม

184
00:07:18.289 --> 00:07:22.634
ในการนำไปปลูกตกแต่งสถานที่ให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมค่ะ

185
00:07:23.489 --> 00:07:23.721

186
00:07:23.608 --> 00:07:24.163

187
00:07:24.378 --> 00:07:24.633

188
00:07:24.568 --> 00:07:24.811

189
00:07:24.828 --> 00:07:25.061

190
00:07:24.958 --> 00:07:28.370
ส่วนอาชีพรุกขกรนะคะจะจัดการดูแล

191
00:07:28.289 --> 00:07:28.501

192
00:07:28.728 --> 00:07:28.965

193
00:07:29.120 --> 00:07:32.571
และรักษาสภาพความสมบูรณ์ของต้นไม้ในเขตเมือง

194
00:07:33.988 --> 00:07:36.668
ซึ่งรวมถึงการคัดเลือกพันธุ์ไม้

195
00:07:36.679 --> 00:07:39.094
แต่งกิ่งซึ่งอยู่ในพื้นที่จำกัด

196
00:07:39.309 --> 00:07:39.665

197
00:07:39.820 --> 00:07:43.393
พื้นที่ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายได้

198
00:07:43.409 --> 00:07:45.012
ใกล้แนวสายไฟฟ้า

199
00:07:46.088 --> 00:07:51.033
หลังจากเรียนทหารเสร็จแล้วนะคะเราก็มาถึงช่วงสรุปเนื้อหาภายในบทเรียนค่ะ

200
00:07:51.028 --> 00:07:51.527

201
00:07:51.478 --> 00:07:55.698
การตอบสนองของพืชมีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของพืช

202
00:07:55.838 --> 00:07:58.189
โดยที่พืชตอบสนองต่อสิ่งเร้า

203
00:07:58.398 --> 00:08:00.896
ในรูปแบบการเคลื่อนไหวได้นะคะ

204
00:08:00.958 --> 00:08:03.451
อาจแบ่งได้เป็น 2 รูปแบบค่ะ

205
00:08:03.718 --> 00:08:08.125
คือการตอบสนองที่มีทิศทางสัมพันธ์กับสิ่งที่เรานะคะ

206
00:08:08.199 --> 00:08:09.402
อย่างเช่น

207
00:08:09.348 --> 00:08:09.620

208
00:08:09.668 --> 00:08:14.596
ยอดพืชเบนเข้าหาแสงนะคะหรือว่ารากพืชเจริญไปในทิศทางเดียวกับ

209
00:08:14.858 --> 00:08:16.568
แรงโน้มถ่วงของโลกนะคะ

210
00:08:17.418 --> 00:08:22.670
ส่วนอีกรูปแบบหนึ่งนะคะก็คือการตอบสนองที่มีทิศทางไม่สัมพันธ์กับสิ่งเร้าค่ะ

211
00:08:23.449 --> 00:08:27.487
เช่นการหุบแล้วก็การกลางใบของใบจามจุรีนะคะ

212
00:08:28.179 --> 00:08:32.421
หรือว่าการผูกกันการกลางใบของใบไมยราบค่ะ

213
00:08:32.288 --> 00:08:36.509
สำหรับคลิปนี้นะคะขอจบการสอนเพียงเท่านี้ก่อนนะคะ

214
00:08:36.447 --> 00:08:39.409
แล้วพบกันใหม่ในคลิปถัดไปสวัสดีค่ะ

215
00:08:39.907 --> 00:08:41.106
เสียงดนตรี

216
00:08:41.698 --> 00:08:42.064


