Accuracy : 78.20%
Insertion : 254
Deletion : 1421
Substitution : 109
Correction : 6654
Reference tokens : 8184
Hypothesis tokens : 7017
[เสียงดนตรี](คุณครูปุณยาพร)สวัสดีค่ะสำหรับคลิปนี้นะคะเป็นคลิปการสอนในหัวข้อที่4.2ยีนกับการควบคุมลักษณะทางพันธุกรรมให้ความรู้โดยครูปุณยาพรค่ะโดยที่หัวข้อนี้นะคะอยู่ภายใต้บทที่4เรื่องพันธุกรรมและวิวัฒนาการซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ชีวภาพระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่4ค่ะจุดประสงค์นะคะก็คือเพื่อให้นักเรียนสามารถที่จะอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างยีนการสังเคราะห์โปรตีนและลักษณะทางพันธุกรรมค่ะก่อนอื่นนะคะนักเรียนจำได้ไหมคะเกี่ยวกับโรคธาลัสซีเมียที่ได้เรียนมาในคลิปในหัวข้อที่แล้วนะคะธาลัสซีเมียคืออะไรธาลั(คุณครูปุณยาพร)(ส)ซีเมียคือโรคทางพันธุกรรมชนิดหนึ่งนะคะโดยเป็นโรคโลหิตจางแบบเรื้อรังนะคะซึ่งคนไทยนี่มีผู้ที่เป็นโรคนี้เป็นจำนวนมากนะคะและมีผู้ที่เป็นพาหะของโรคนี้โดยไม่แสดงอาการจำนวนมากยิ่งกว่าขึ้นไปอีกย่างนั-้(-่)นก็แปลว่าโรคธาลัสซีเมียนี่ความจริงมีอยู่ใกล้ตัวคนไทยเรามากๆเลยนะคะซึ่งจากที่นักเรียนได้เรียนมาในคลิปที่แล้วนะคะโรคธาลัสซีเมียนี่ถูกควบคุมโดยยีนส์นะคะโดยมีแอลลีลTใหญ่เป็นแอลลีนที่ควบคุมลักษณะไม่เป็นโรคและแอลลีลtTเล็กที่ควบคุมลักษณะเป็นโรคนั่นทำให้ผู้ที่มีแอลลีลTใ(T)ดหญ่2แอลลีลด-ังในรูปนะคะจะไม่เป็นโรคส่วนผู้ที่มีแอลลีลtแ(t)อลลีลจะเป็นโรคในขณะที่ผู้ที่มีแอลลีลtและแอลลใหญ่(-ีลT)อย่างละ1แอลลีลนะคะจะไม่เป็นโรคแต-่ว-่าเป็นพาหะคราวนี้ก็คำถามก็คือแอลลีลใด-ังเป(ก)ล่าวเหล่านี้นี่มันทำให้เกิดโรคหรือไม่เกิดโรคได้อย่างไรเดี๋ยวว(อ)-ันนี้นะคะเราจะได้มาเรียนกันในหัวข้อนี้ค่ะเรามาลองทวนกันอีกนิดหนึ่งนะคะว่าแอลลีลคืออะไรแอลลีลนะคะก็คือรูปแบบของยีนโดยที่ยีนน-ี่จะควบคุมลักษณะทางพันธุกรรมผ่านการสังเคราะห์โปรตีนแล้วการควบคุมนั้นน-ี่มัจะ(น)เกิดขึ้นได้อย่างไรนะคะยีนเป็นช่วงหนึ่งของสายDNAนะคะที่จะควบคุมหรือกคว(-ำ)หบคุ(นด)มลักษณะของโปรตีนที่สังเคราะห์ได้ซึ่งโปรตีนนั้นนี่ก็จะไปส่งผลให้เกิดลักษณะทางพันธุกรรมต่างๆขึ้นอยู่กับชนิดแล้วก็หน้าที่ของโปรตีนนั้นตรงนี้อาจจะยังไม่เห็นภาพนะคะเดี๋ยวเรามาลองดูในส่วนของลักษณะเผือกเป็นตัวอย่างก่อนนะคะที่นักเรียนเคยได-่ะ(-้)เรียนมาแล้วว่ายีนนี่ควบคุมการเกิดหรือการมีหรือไม่มีลักษณะเผือกได้อยล(-่)าน-ิ(ง)ไรค่น(ะ)ค่ะซึ่งลักษณะเผือกนะคะเกิดจากการที่ขาดโดยเมลานินนะค-่ะซ(โ)ด-ึ-่(ย)งเมลานินนะคะเป็นสารสีชนิดหนึ่งที่อยู่บริเวณผิวหนังผมแล-้(ะ)วก็ม่านตาค่ะโดยในตัวอย่างนี้นะคะลักษณะเผือกนี-่อถูกควบคุมโดยยีนซึ่งมี2แอลลีลโดยแอลลีลATใหญ่นะคะจะสังเคราะห์โปรตีนที่ทำหน้าที่ในกระบวนการสั-่งเพ(ค)ราะห์เมลานินได้ค่ะแต่ว่ายีนที่มีแอลลีลaนะคะจะสังเคราะห์ได้โปรตีนที่มีลักษณฟ(ะ)เปล-ี่ยนแปล-็กนะ(ง)ไคะ(ป)ทำให้ไม่สามารถทำหน้าที่ได้ค่ะอย่างในสไลด์ที่นักเรียนเห็นอยู่ตอนนี้นะคะโปรตีนที่ทำงานได้นี่คุณครูแทนด้วยก้อนโปรตีนสีแดงนะคะส่วนโปรตีนที่ทำงานไม่ได้คุณครูแทนด้วยก้อนโปรตีนสีเหลืองค่ะคราวนี้แล้วย-ื(-ี)นที่มีแอลลีลAและแอลลีลaนี่เขาควบคุมการมีหรือไม่มีลักษณะเผือกได้อย่างไรนะคะเดี๋ยวเรามาลองดูไปพร้อมๆกันค่ะในผู้ที่มีแอลลีลAใ(A)นหญ่2แอลลีลนะคะเขาก็จะสามารถสังเคราะห์โปรตีนที่ทำงานได้ซึ่งโปรตีนที่ทำงานได-้นี-้นี่ก็จะไปทำหน้าที่ในกระบวนการสังเคราะห์เมลานินนะคะทำให้ผู้ที่มีแอไ(ล)ลีลแบบนหมละ(-ี้)นี่มีเมลานินแหละทำให้ไม่มีลักษณะเผือกในขณะที่ผู้ที่มีลักษณะเฉพาะแอลลีลaaนะคะจะสังเคราะห์โปรตีนออกมาเป็นโปรตีนที่ทำงานไม่ได้นะคะซึ่งทำให้ในกระบวนการสังเคราะห์เมลานินน-ี่ไม่มีเมลานินเกิดขึ้นนะคะและทำให้มีลักษณะเผือกค่ะเราทราบการควบคุมลักษณะทางพันธุกรรมของผู้ที่มีเฉพาะแอลลีลAใหญ่แล-้วกะ(-็)ผู้ที่มีเฉพาะแอลลีลaเ(แ)ล-้-็ก(ว)นะคะคำถามก็คือแล้วผู้ที่มีแอลลีลทั้ง2รูปแบบก็คือมีทั้งแอลลีลAแล้วก็แอลละเ(-ี)ลaน-็ก(-ี่)เขาจะมีการควบคุมลักษณะทางพันธุกรรมออกมาเป็นอย่างไรนะคะเดี๋ยวตรงนี้คุณครูจะให้เวลาคิดประมาณ10วินาทีนะคะเรามาลองมาคิดเล่นๆกันแล้วเดี๋ยวเราค่อยมาดูคำตอบพร้อมกันค่ะเริ่มเลยนะคะ{([)เสียงดนตรี](คุณครูปุณยาพร)ค่ะอันนี้น่าจะพอตอบกันได้แล้วนะคะอย่างนั้นเรามาลองดูคำตอบพร้อมๆกันเลยค่ะค่ะบุคควัน(ล)นี้เป็นพาหะนะคะมีทั้งแอลลีลAใหญ่และแอลลีลเ(a)ล็กค่ะโดยการมีแอลลีลaนะคะทำให้เขามีการสร้างโปรตีนที่ทำงานไม่ได้แต่ในขณะเดียวกันบุคคลนี้มีแอลลีลAaใหญ่อยู่ด้วยค่ะทำให้มีการสร้างโปรตีนที่ทำงานได้ด้วยจึงทำให้มีการสังเคราะห์เมลานินเกิดขึ้นและทำให้บุคคลนี้ไม่มีลักษณะเผือกค่ะตรงจุดนี้นะคะนักเรียนอาจจะสังเกตถึงความแตกต่างระหว่างแอลลีลเด่นกและ(-ับ)แอลลีลด้อยที่นักเรียนได้เคยเรียนมาแล้วนะคะจะเห็นได้ว่าการมีแอลลีลAใหญ่เพียงแค่1แอลลีลนี่ก็ทำให้สามารถที่จะแสดงลักษณะออกมาได้แอลลีลAใหญ่จึงจ-ัะ(ด)เป็นแอลลีลเด่นค่ะในทางกลับกันนะคะถึงแม้ว่าจะมีแอลลีลaอยู่ก็ตามแต่กลับไม่มีการแสดงออกของลักษณะนั้นดังนั้นนะคะแอลลีลaจึงจ-ั-ำ(ด)เป็นแอลลีลยีนด้อยค่ะจากที่นักเรียนได้เรียนมานะคะนักเรียนพอที่จะสรุปความเชื่อมโยงกับแผนผังที่ครูให-้ไว-้ตั้งแต่ต้นคาบได้ไหมคะแผนผังด้านล่างนี้นะคะว่ายีนน-ี่ควบคุมลักษณขนาด(ะ)ทางพันธุกรรมได้อย่างไรนะคะโดยครูอยากให้นักเรียนเชื่อมโยงระหว่างแอลลีลAแอลล-ีลaกับการมีหรือไม่ม-ีล-ักษณะเผือA(ก)ที-่เพิ-่งเรียนมาเมื่อสักครู-่สำหรับตอนนี้เริ่มได้เลยค่ะ[เสียงดนตรี](คุณครูปุณยาพร)ค่ะได้เวลาแล้วนะคะเรามาดูคำตอบกันเลยดีกว่าว่าคำตอบของเราเป็นอย่างไรกันบ้างค่ะจากรูปนี้นะคะจง(ะ)อธิบายการที่ยีนควบคุมลักษณะทางพันธุกรรมของการมีหรือไม่มีลักษณะผิวเผือกได้เรามาลองดูกันค่อยๆดูกันไปทีละขั้นอีกครั้งหนึ่งนะคะยีนทำหน้าที่กำหนดลักษณะของโปรตีนยีนยีนที่ควบคุมลักษณะเผือกนะคะมีแอลลีลใ(A)หญ่ซึ่งจะกำหนดลักษณะได้เป็นโปรตีนที่ทำงานได้และแอลลีลaซึ่งจะกำหนดลักษณะได้เป็นโปรตีนที่ทำงานไม่ได้นะคะต่อมานะคะโปรตีนนั้นก็จะส่งผลให้เกิดลักษณะทางพันธุกรรมนะคะสำหรับลักษณะเผื-่อกก็คือการมีโปรตีนที่ทำงานได้หรือทำงานไม่ได้นี่ทำให้สามารถสังเคราะห์เมลานินได้หรือสังเคราะห3(-์)ไม่ได้นะคะซึ่งการมีหรือไม่มีเว(ม)ลาน-ี้(-ิน)นี-่(-้)เองซึ(ที)-่งเป็นลักษณะทางพันธุกรรมของเรานั-้(-่)นก็คือการมีหรือไม่มีลักษณะเผือกนั่นเองค่ะค่ะจากตัวอย่างข้างต้นนะคะก็จะเห็นได้ว่ายีนน-ี่ควบคุมการแสดงออกของลักษณะทางพันธุกรรมผ่านการสังเคราะห์โปรตีนแล-้ะ(ว)คราวนี้ยีนน-ี่กำหนดลักษณะของโปรตีนได้อย่างไรนะคะคำตอบนะคะก็คือลำดับนิวคลีโอไทด์ของยีนมีผลต่อโปรตีนที่สังเคราะห์ได้ค่ะอันนี้นักเรียนอาจจะบอกนะคะว่าครูคร(ะ)-ับคำตอบแค่นี้ไม่ช่วยอะไรเลยค่ะลำดับนิวคลีโอไทด์คืออะไรคะใครที่ลืมไปแล้วนะคะหรือว่าอาจจะรู้สึกว่าเอ๊ะเหมือนไม่เคยได้เรียนมาก่อนเลยไม่เป็นอะไรค่ะเดี๋ยวคุณครูช(ท)วนให้ฟังอีกครั้งหนึ่งนะคะย้อนกลับไปตั้งแต่ว่ายีนคือช่วงหนึ่งของสารDNAแล-้ะ(ว)DNAคืออะไรDNAนะคะหรือชื่อเต็มdeoxyribonuclกซีไรโบนิวคล-ี(e)icaโอไท(c)iด-์(d)นะคะเป็นสารพันธุกรรมซท-ี(-ึ)-่งประกอบด้วยนิวคลีโอไทด์ค่ะอย่างในรูปตรงนี้นะคะโครงสร้างในกรอบนี้คือ1นิวคลีโอไทด์ค่ะโดยนิวคลีโอไทด์นี่จะมาเรียงต่อกันนะคะเป็นสายพร้อมพอลินิวคลีโอไทด์จำนวน2สายค่ะอันนี้ค-ือสายหนึ-่งนะคะส่วนอันนี้ก็คือพอลินิวคลีโอไทด์อีกใส-่สายหนึ่งค่1(ะ)พอลินิวคลีโอไทด์สอ-ีก(าย)คู่นี้นะคะจะพันกันเป็นโครงสร้างเกต(ล)-ียง(ว)คู-่แต-่ละนิวคลีโอไทด์นี่จะประกอบไปด้วยน้ำตาลหมู่ฟอสเฟตและไนโตรเจ-ีนัสเบสค่ะว(อ)-ันนี้เดี๋ยวครูจะลองขยายในส่วนขต-ัว(อง)ในตัวน-ิวคลีโอไทด์ขึ้นมาให้ใหญ่หน่อยนะคะเรให(า)จะได-้เห็นชัดๆกันซึ่งตัวนิวคลีโอไทด์ที่มาต่อกันนม-ี-้นะคะก(ม)-ี-่(4)ชนิดตามชนิดของไนโตรเจ-ีนัสเบสค่ะได้แก่อะด-ี(-ิ)นีนหรือAใค(ไท)รมีงานหรือท(T)-ีไซโทซีนหรือCและกวาน-ี-ิล(น)หรือจ(G)-ีนค่ะโดยนิวคลีโอไทด์ที่มีเบสa(A)นะคะจะจ-ับก-ับนิวคลีโอไทด์ที่มีเบสTค่ะส่วนนิวคลีโอไทด์ที่มีเบสg(G)นะคะรู(จะ)-้จัก(บ)กับนิวคลีโอไทด์ที่มีเบสCค่ะคราวนี้นะคะเราได้รค-ิ(-ู)-้จักDNAวท้ายที่มีเบสกันแล้วกลับมาที่ย-ีนและแอลล-ีลของเรากันดีกว่าค่ะกลับมาที่รูปนี้อีกครั้งหนึ่งนะคะยีนน-ี่เป็นส(ช)-่วน(ง)หนึ่งของสายDNAนะคะที่มีลำดับนิวคลีโอไทด์ซึ่งกำหนดลักษณะของโปรตีนที่สังเคราะห์ขึ้นดังนั้นถ้าหากว่าลำดับของนิวคลีโอไทด์ที่เปลี่ยนแปลงไปนี่ก็อาจจะส่งผลให้ได้โปรตีนที่เปลี่ยนแปลงไปด้วยนะคะบนสายDNAยาวๆของเรานี่ม-ีย-ีนอยู่ด้วยกันหลายยีนค่ะโดยยีนต่างชนิดกันก็จะมีลำดับนิวคลีโอไทด์ที่ตถ(-่)าม(ง)กันได้โปรตีนออกมาต่างชนิดกันและส่งผลให้เก-ิ-็จ(ด)ะลักษณะทางพันธุกรรมต่างๆนะคะอย่างตัวอย่างที่เราเรียนมานะคะยีนธาลัสซีเมียกับย-ีนลักษณะเผือกนะคะก็จะเป็นย-ื(-ี)นคนละย-ื(-ี)นกันมN(-ี)ลำดับนิวคลีโอไทด์ต่างกันและได้เป็นโปรตีนต่างชนิดกันนะคะซึ่งก็ส่งผลให้เกิดลักษณะทางพันธุกรรมคนละอย่างคราวนี้นะคะเรามาลองดูท-ี่ย-ีนหนึ-่งย-ื(-ี)นกันบ้างค่ะในกรณีของยีนเดียวกันนะคะต่าแอลล(ง)-ีลรูปแบบการ(-ัน)ก็จะมีลำดับนิวคลีโอไทด์ที่3รูปแบ(ต)บกต่างกัร(น)ทำให้มีความแตกต่างของโปรตีนที่สังเคราะห์ได้นะคะซึ่งก็จะส่งผลให้เกิดเป็นจ(ฟ)-ีโนไทป์ที่แตกต่างกันไปด้วยตัวอย่างนะคะก็เช่นแอลลีลTใหญ่และแอลลีลtนะคะในกรณีตัวอย่างของโรคธาลัสซีเมียค่ะจากในรูปนะคะจก-็(ะ)เห็นว่าแอลลีลTกับแอลลีลtนี่มีลำดับนิวคลีโอไทด์ที่แตกต่างกันนะคะซึ่งก็จะส่งผลให้สังเคราะห์ออกมาเป็นโปรตีนที่มีลักษณะแตกต่างกันและส่งผลต่อลักษณะการเป็นหรือไม่เป็นโรคธาลัสซีเมียนั่นเองค่ะข(ค)-่า(ะ)วจากที่นักเรียนเรียนมาทั้งหมดนะคะก็น่าที่จะพอเห็นภาพแล้วว-่าย-ีนน-ี-่มันเกี่ยวข้องกับการควบคุมลักษณะทางพันธุกรรมได้อย่างไรนะคะตรงจุดนี้นะคะอยากจะให้นักเรียนลองตอบคำถามเพื่อที่จะตรวจสอบความเข้าใจของตัวเองนะคะโดยให้เขียนแผนผังแสดงความสัมพันธ์ระหว่างยีนโปรตีนและลักษณะทางพันธุกรรมในกรณีของบุคคลที่มีเลือดหมู่ABค่ะน่าจะไม่ยากนะคะสำหรับนักเรียนที่ส(ต)อบได้นี่แสดงว่าเข้าไป(ใจ)แล้วแต่ถ้าหากว่าใครยังตอบไม่ได้ก็ไม่เป็นอะไรนะคะอาจจะลองย้อนกลับไปดูคลิปนี้อีกครั้งหนึ่งเพื่อที่จะทำความเข้าใจหรือว่าอาจจะสืบค้นเพิ่มเติมนะคะแล้วก็ลองคุยกับเพื่อนดูว่าแต่ละคนน-ี่มีความเข้าใจตรงกันหรือแตกต่างกันอย่างไรบ้างนะคะ[เสียงดนตรี](คุณครูปุณยาพร)จากที่เราได้เรียนมานะคะคราวนี้เดี๋ยวเรามาลองสรุปเนื้อหาในบทเรียนกันค่ะการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมเกิดผ่านยีนซึ่งเป็นส(ช)-่วน(ง)หนึ่งของสายDNAนะคะที่อยู่บนโครโมโซมโดยลำดับนิวคลีโอไทด์ของยีนกำหนดลักษณะของโปรตีนที่สังเคราะห์ขึ้นแอลลีลรูปแบบต่างกันจะมีลำดับนิวคลีโอไทด์ต่างกันแจ(ล)ะทำให้ได้โปรตีนที่มีสมบัติต่างกันค่ะจบลงไปแล้วนะคะกับการศึกษาในหัวข้อยีนกับการควบคุมลักษณะทางพันธุกรรมโดยหัวข้อที่นักเรียนจะได้ศึกษาต่อไปก็คือการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมค่ะสำหรับตอนนี้สวัสดีค่ะ[เสียงดนตรี]
More information
- compare(ans and test) :
- ans: file reference
- test: file test
- export datetime : 2024-03-28 17:08:28
- exported from : Accuracy Worker
- version :registry.rtt.in.th/spinsoft-transcription/backend_accuracy_worker:main-42d874d90e320e04ce26da7eb329f0d888006afc
- lib :character
- your normalize config
-IsFilter :true
-ToLower :false
-ToArabicNumber :true
-WordToNumber :false
-OrderAndSimilar :true
-ListRemove :
- alignment method :Hirschberg
- score weight :{"Match":5,"Mismatch":-1,"PartialMatch":2,"GapPenalty":-1}