Accuracy : 87.15%
Insertion : 207
Deletion : 926
Substitution : 121
Correction : 8713
Reference tokens : 9760
Hypothesis tokens : 9041
[เสียงดนตรี](คุณครูปุณยาพร)สวัสดีค่ะสำหรับคลิปนี้นะคะเป็นคลิปการสอนในหัวข้อที่4.3การเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมให้ความรู้โดยครูบ(ป)-ุญญ(ณย)าพรค่ะโดยที่หัวข้อนี้นะคะอยู่ภายใต้บทที่4เรื่องพันธุกรรมและวิวัฒนาการซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ชีวภาพระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่4ค่ะจุดประสงค์นะคะก็คือเพื่อให้นักเรียนสามารถที่จะอธิบายและยกตัวอย่างมิวเทชันและผลของมิวเทชันต่อการแสดงลักษณะแส(ทา)ดงพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิตและยกตัวอย่างการนำมิวเน(ท)ชั-่นไปใช้ประโยชน์ค่ะนักเรียนน่าจะเคยได้ยินประโยชน์เกี่ยวกับเรื่องของการรณรงค์นะคะให้หลีกเก(ล)-ี่ยงและป้องกันอันตรายจว(า)ก-ับแสงแดดนะคะโดยอาจจะเป็นการแนะนำนะคะให้ลดการอยู่กลางแจ้งหรือว่าให้ใช้ครีมกันแดดนะคะนักเรียนคิดว่าเพราะอะไรถึงได้มีการรณรงค์เหลแบบ(-่า)นี้เกิดขึ้นคะค่ะคำตอบนะคะก็คือเนื่องจากรังสีอัลตราไวโอเลตหรือรังสียูวีในแสงแดดนะคะจะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งผิวหนังซึ่งนักเรียนน-ีจะ(-่)สามารถที่จะใช้ความรู้ในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมนะคะมาอธิบายในกรณีนี้ได้ค่ะค่ะกลับมาที่รูปนี้กันอีกครั้งหน-ึ่งนะคะลองดูที่ย(ห)-ีน-ึ่1(ง)ยีนกันนักเรียนคิดว่าทำไมยีนหน-ึ่1(ง)ยีนนี่ถึงได้มีแอลลีน(ล)ได้มากกว่า1แอลลีลค-่ะคำตอบก็คือเพราะว่าDNAนี่เป็นสารพันธุกรรมในสิ่งมีชีวิตซึ่งสามารถเปลี่ยนแปลงได้จหล(า)-ักการเกิดมิวเทชันค่ะโดยนิวคลีโอไทด์ในบางตำแหน่งนะคะของยีนน-ี่อาจจะเปลี่ยนแปลงไปจัดเป็นมิวเทชันในระดับยีนค่ะซึ่งมิวเทชันที่เกิดขึ้นน-ี่ก็อาจจะก่อให้เกิดห(แ)รือลลีลที่แตกต่างกันออกไปนะคะและทำให้เกิดลักษณะทางพันธุกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปหรือเป็นโรคได้ค่ะดังในกรณีตัวอย่างนะคะของมิวเทชันในยีนที่ก่อให้เกิดในโรลก(ค)ธาลัสซีเมียค่ะซึ่งเป็นมิวเทชันของนิวคลีโอไทด์เอ(พ)-ียก(ง)1ตำแหน่งดังที่เห็นในรูปนะคะว(ม)-ิธ-ีการเปลี่ยนจากคู่เบสไทมีน,อะดีนีนในแอลลีbetagenใ(ล)Tเป็นคู่เบสไซน(โ)ทซ-ีน,กวานิ-่(น)ในแอลลีลหญ-่(t)แต่ว่าการเปลี่ยนแปลงของนิวคลีโอไทด์เพียงแค่1คู่นี้นะคะทำให้ได้โปรตีนที่ทำหน้าที่ไม่ได้ตามปกติจนทำให้กลายเป็นลักษณะของโรคธาลัสซีเมียได้ค่ะค่ะนอกจากมิวเทชันจะเกิดขึ้นได้ในระดับด(ย)-ีนแล้วนะคะยังสามารถที่จะเกิดขึ้นในระดับโครโมโซมได้ด้วยเช่นเดียวกันค่ะสำหรับน(ม)-ิวเทชั-่นขอ(ใน)งระดับของโครโมโซมนะคะสามารถเกิดได้ทั้งในส(ด)ร-้าง(น)ของโครงสร้างโครโมโซมและในด้านจำนวนโครโมโซมค่ะซึ่งทั้งหมดนี้นะคะอาจส่งผลให้เกิดคก(ว)าร(ม)ผิดปกติทางพันธุกรรจ-ำ(ม)ได้เดี๋ยวเราลองมาดูตัวอย่างกันนะคะตัวอย่างมิวเทชันในการในด้านของโครงสร้างโครโมโซมนะคะซึ่งตัวอย่างของชิ้นส่วนของโครโมโซมนี่ม-ีการขาดหายไปทำให้บ-ั(า)งแอลลีลหายไปจึงไม่สามารถที่จะกำหนดลักษณะของโปรตีนได้ตามปกตินะคะอย-่าก(ง)ในรูปนี่เป็นตัวอย่างของกลุ่มอาการคว(ร)-ิธ(ด)-ีบ-ูชานะคะซึ่งเกิดจากการที่ชิ้นส่วนของโครโมโซมคู่ที่5ขาดหายไปค่ะส่งผลให้มีลักษณะศีรษะเล็กลักษณะหน-่(-้)าเปลี่ยนนะคะแล-้วกะ(-็)มีเสียงเล็กแหลมเป็นต้นค่ะตอ(-่)อกมานะคร(ะ)-ับเป็นตัวอย่างของมิวเทชันในระดับ...ในด้านของจำนวนโครโมโซมนะคะโดยโครโมโซมนี่อาจจะเกินมาทั้งโครโมโซมหรือหายไปทั้งโครโมโซมนะคะอย่างในรูปตอนนี้นะคะเป็นตัวอย่างของกลุ่มอาการดาวน์ฯนะคะหรือที่เราคุ้นหูว่าดาวน์ซินโดรมนะคะเกิดจากการที่มีโครโมโซมคู่ที่21เกินมาทั้งโครโมโซมค่ะซึ่งส่งผลให้มีรูปร่างเตี้ยนะคะมีลักษณะหน้าเปลี่ยนแล้วก็มีนิ้วมือนิ้วเท้าสั้นเป็นต้นค่ะเดี๋ยวเรามาลองดูกันอีกสักหนึ่1(ง)ตัวอย่างนะคะอันนี้เป็นตัวอย่างของกลุ่มอาการเทอร์เนอร์นะคะเกิดจากการที่โครโมโซมเพศหายไป1โครโมโซมเหลือแค่โครโมโซมXเพียx(ง)1โครโมโซมค่ะส่งผลให้มีลักษณะรูปร่างเตี้ยลักษณะหน้าเปลี่ยนมีแผ-่ง(น)ที่คอมือและเท้าบวมน้ำและมักจะเป็นหมันค่ะค่ะพ(ท)-ี่เรียนมานี่ดูเหมือนว่าจะมีแต่การเกิดมิวเทชันที่ทำให้เกิดโรคทั้งนั้นเลยนะคะคราวนี้คำถามก็คือมิวเทชันนท-ำใ(-ี่)ห้ก่อให้เกิดผลเสียเสมอไปหรือไม่นะค-่ะอันนี้นะคะอยากจะให้นักเรียนลองคิดหาคำตอบดูนะคะแล้วก็ร(ล)องให้เหตุผลด้วยว่าเพราะอะไรนักเรียนถึงไม่(ด้)คิดแบบนั้นนะคะโดยที่เดี๋ยวคุณครูจะให้เวนักเร-ีย(ลา)นประมาณ10วินาทีนะคะให้นักเรียนลองคิดดูพร้อมๆกันนะคะเริ่มได้เลยค่ะหเสียงดนตรีหมดเวลาแล้วนะคะคำตอบก็คือไม่เสมอไปนะคะเนื่องจากว่ามิวเทชันน-ี่อาจจะก่อให้เกิดผลดีผลเสียหรือไม่ส่งผลใดๆต่อสิ่งมีชีวิตเลยก็ได้ค่ะขึ้นอยู่กับว่าสมบัติของโปรตีนที่สังเคราะห์ได้นี่เปลี่ยนแปลงไปหรือไม่อย่างไรค่ะนักเรียนอาจจะสงสัยนะคะว่าไม่ส่งผลนี่มาได้อย่างไรนะคะพูดอย่างเดียวเดี๋ยวอาจจะไม่เห็นภาพนะคะเดี๋ยวเราลองมาดูตัวอย่างจากการเกิดมิวเทชันที่เกี่ยวข้องกับการเก(มี)-ิดลักษณะเผจา(-ือ)กกันเลยดีกว่าค่ะแอลลีลAนะคะAmwayใหญ่อาจจะเก-ำห-ิ(น)ดออกมาเปใ(-็)นลักษณะโปรตีนที่ทำงานได้ตามปกตินะคะทำให้มีกระบวนการสังเคราะห์เมลานินเกิดขึ้นและไม่มีลักษณะเผือกค่ะแต่ถ้าหากว่ามิวเทชันที่เกิดขึ้นนะคะทำให้ไดม-ี(-้)โปรตีนที่เปลี่ยนแปลงไปแต่ยังสามารถทำต(ง)าม(น)ได้ตามปกติอยู่นะคะก็จคง(ะ)ทำให้ยังคงมีการสังเคราะห์เมลานินเกิดขึ้นและทำให้ไม่มีลักษณะเผือกค่ะในกรณีที่มิวเทชันที่เกิดขึ้นนะคะทำให้โปรตีนน-ี่เปลี่ยนแปลงไปและทำงานไม่ได้นะคะจะทำให้ไม่มีการสังเคราะห์เมลานินและทำให้มีลักษณะเผือกค่ะหรือถ้าหากว่ามิวเทชันที่เกิดขึ้นนะคะทำให้ไม่มีการสร้างโปรตีนหรือสังเคราะห์โปรตีนเกิดขึ้นเลยนะคะก็จะส่งผลให้ไม่มีการสังเคราะห์เมลานินและทำให้ไม-่ม-ีลักษณะเผือกค่ะจะเห็นได้ว่านะคะจากการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมหรือมิวเทชันน-ี่ไม่ได้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงลักษณะทางพันธุกรรมเสมอไปนะคะขึ้นอยู่กับว่าการเกิดมิวเทชันนั้นนี่จะส่งผลกับโปรตีนที่สังเคราะห์ได้หรือไม่นะคะแล้วถ้ามันส่งผลนี่มันส่งผลอย่างไรค่ะซึ่งผลที่เกิดขึ-้นนั-้นนะคะอาจจะเปก-ิด(-็น)ได้ทั้งผลดีหแ(ร)-ืละ(อ)ผลเสียก็ได้ค่ะที่ผ่านมาเราเห็นกันแต่ตัวอย่างผลเสียใช่ไหมคะเช่นการเกิดโรคธาลัสซีเมียนะคราวนี้เดี๋ยวเรามาดู(รอ)กันดูดีกว่าว่าตัวอย่างที่เป็นผลด-ีน-ี-่มันมีอะไรบ้างค่ะในบางกรณีนะคะมิวเทชันอาจทำให้การอยู่รอดของสิ่งมีชีวิตดีขึ้นนะคะตัวอย่างเช่นมิวเทชันที่ทำให้ไม่มีการสังเคราะห์แอนติเจนดัฟฟี-่นะคะบนผิวของเซลล์เม็ดเลือดแดงซึ่งส่งผลให้มีความต้านทานต่อการติดเชื้อมาลาเรียค่ะนอกจากนี้นะคะมิวเทชั-่นยังเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดความหลากหลายทางพันธุกรรมนะคะทั้งความแตกต่างของลำดับนิวคลีโอไทด์นะคะและความแตกต่างในลักษณะที่ปรากฏค่ะซึ่งความหลากหลายใ(ท)นความ(ง)พันธุกรรมนี้นะคะมีความสำคัญอย่างมากเลยต่อการเกิดวิวัฒนาการค่ะซึ่งเดี๋ยวนักเรียนนะค-่ะจะได้ศึกษาต่อไปในหัวข้อที่4.5ค่ะคราวนี้นะคะคุณครูก็อยากจะให้นักเรียนน-ี่ลองสืบค้นตัวอย่างเพิ่มเติมนะคะทั้งในกรณีของมิวเทชันที่ทำให้เกิดโรคมิวเทชันที่ก่อให้เกิดผลดีกต-่อ(-ับ)สิ่งมีชีวิตแล้วก็กรณีของมิวเทชันที่ไม่ส่งผลใดๆกต-่อ(-ับ)สิ่งมีชีวิตนะคะอันนี้เพื่อที่นักเรียนจะได้เห็นตัวอย่างที่หลากหลายในกรณีที่แตกต่างกันค่ะคราวนี้นะคะเรามาเรียนกันมาตั้งเยอะแล้วนะแล้วเราสามารถเอาความรู้ที่เราเต้อ(พิ่)งเรียนมานี่มาใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อ(กับ)ตัวเราเองได้อย่างไรนะคะก่อนอื่นต้องบอกก-่อนว่ามิวเทชั-่(น)น-ี่สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาและเกิดขึ้นได้ในทุกเซลล์นะคะโดยมิวเทชันที่เกิดขึ้นในเซลล์สืบพันธุ์นี่จะสามารถที่จะถ่ายทอดไปยต-่อ(-ัง)รุ่นต่อๆไปได้นะคะแต่อย่างไรก็ตามน(ม)-ิวเทชั-่นที่เกิดขึ้นกับตัวเองในเซลล์ร่างกายของเรานี่ไม่สามารถที่จะถ่ายทอดไปยังรุ่นถัดไปได้นะคะแต่ว่าไม-ั-่(น)สามารถที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยน...ทำให้เกิดลักษณะที่เปลี่ยนแปลงไปหรือว่าทำให้เกิดการเป็นโรคขึ้นมาได้ค่ะตัวอย่างก็เช-่-ิญ(น)นะคะกรณีของมะเร็งหลายๆชนิดค่ะซึ่งมิวเทชันนะคะสามารถเกิดขึ้นได้เองตามธรรมชาติโดยที่อาจจะมีปัจจัยบางอย่างนะคะที่ทำให้เกิดมิวเทชันในอภ(-ั)ตาษ(ร)าที่สูงขึ้นได้นะคะเส้(ช่)นรังสีอัลตราไวโอเลต,รังสีเอกซ์,รังสีแกรมมา,ภ(ท)ารย(-์)ในควันบุหรี่นะคะโดยที่ในกรณีที่รังสีหรือสารเคมีดังกล่าวเหล่านี้นะคะก่อให้เกิดมิวเทชันที่ทำให้เซลล์นี่เพิ่มจำนวนโดยที่ร่างกายไม่สามารถควบคุมได้นะคะก็อาจจะส่งผลให้เกิดโรคมะเร็งขึ้นได้ค่ะในกรณีของมะเร็งผิวหนังนะคะการได้รับรังสีอัลตราไวโอเลตในแสงแดดนะคะจะเป็นการเพิ่มโอกาสการเกิดมิวเทชันในเซลล์ผิวหนังดังนั้นนะคะการหลีกเลี่ยงการออกไปกลางแจ้งหรือการใช้ครีมกันแดดนี่ก็อาจจะช่วยลดโอกาสในการเกิดมิวเทชันดังกล่าวนะคะแล้วก็ลดโอกาสในการเกิดโรคมะเร็งผิวหนังได้ค่ะเดี๋ยวมาลองมาดูอีกสักตัวอย่างหนึ-่งนะคะการสูบบุหรี่นะคะเป็นการเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งในปอดค่ะเพราะว่าทอผ้าร์และฟอร์มา(-ั)ลดีไฮด์ในควันบุหรี่นะคะจะเพิ่มโอกาสในการเกิดมิวเทชันในเซลล์ปอดดังนั้นการไม่สูบบุหรี่หรือการหลีกเลี่ยงการสูด(บ)ดมควันบุหรี่นะคะก็จะช่วยลดโอกาสในการเกิดโรคมะเร็งปอดได้เช่นเดียวกันค่ะนอกจากการรักษาสุขภาพแล้วนะคะมนุษย์นี่ก็มีการนำความรู้ในเรื่องเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมนะคะมาประยุกต์ใช้ประโยชน์ในด้านอื่นๆอีกด้วยนักเรียนลองคิดดูนะคะเพราะว-่าน-่าจะเคยได้ยินหรือเคยได้รับรู้ข้อมูลเกี่ยวกับการนำความรู้เรื่องนี้มาใช้ประโยชน์จากข่าวหรือจากแหล่งอื่นๆบ้างนะคะสำหรับตอนนี้นะคะเดี๋ยวครูยอง...ลจะ(อง)ยกตัวอย่างบางตัวอย่างให้ดูค่ะตัวอย่างการประยุกต์ใช้หลังจากการเกิดมิวเทชันนะคะเพื่อชักนำให้ได้สิ่งมีชีวิตที่มีลักษณะตามที่ต้องการนะคะโดยอันนี้จะเป็นตัวอย่างเกี่ยวกับเรื่องของการใช้รังสีนะคะเช่นการฉายรังสีแกรมมาให้กับเนื้อเยื่อจากหน่อหรือเหง้าของพุทธรักษาเพื่อชักนำให้เกิดมิวเทชันของเอนไซม์ในกระบวนการทั(สร)-้างสา3(ร)สีนะคะที่ทำให้สีดอกเปลี่ยนไปค่ะแล้วก็คัดเลือกต้นที่มีดอกสีใหม่นะคะทำให้ได้พุทธรักษาที่มีลักษณะใหม่ที่มีสีต่างๆเพิ่มมากขึ้นค่ะอีกตัวอย่างหนึ่งนะคะคือการใช้รังสีนะคะเพื่อสร้างดอกทิวลิปที่มีสีดอกที่หลากหลายค่ะนอกจากการใช้รังสีแล้วนะคะก็อาจจะมีการใช้ในส่วนของการใช้สารเคมีนะคะเพื่อที่จะยับยั้งการแยกของโครโมโซมในระหว่างการแบ่งเซลล์เพื่อสร้างพืชที่มีจำนวนชุดห(ข)รืองโครโมโซมเพิ่มขึ้นนะคะอาจจะเป็นเพื่อเพิ่มขนาดของดอกหรือผลนะคะหรือเพื่อเพิ่มปริมาณผกา(ล)-ิรส(ต)-ื่อสารที่ต้องการนะคะหรือเพื่อทำให้ได้ต้นพืชที่ไร้เมล็ดค่ะอันนี้นะคะนักเรียนอาจจะลองไปสืบค้นเพิ่มเติมดูนะคะว่าตัวอย่างเช(ที)-่คุณครน(-ู)ยกนี่มีหน้าต-ัวอย่างเป็นอย่างไรกันบ้างนะคะนอกจากการใช้ความรู้เกี่ยวกับมิวเทชั-่นนะคะเพื่อการรักษาสุขภาพและการชักนำเพื่อให้ได้สิ่งมีชีวิตทีตา(-่)ม-ีลักษณะตามที่ต้องการแล้วนะคะมนุษย์ยังมีการนำความรู้เกี่ยวกับพันธุศาสตร์และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องนะคะมาประยุกต์ใช้ในด้านอื่นๆอีกหลายด้านซึ่งเดี๋ยวเราจะได้เรียนในหัวข้อต่อไปนะคะซึ่งก็คือหัวข้อที่4.4ค่ะค่ะจากที่นักเรียนเรียนมาทั้งหมดนะคะเดี๋ยวเรามาลองตอบคำถามเพื่อที่จะตรวจสอบความเข้าใจของนักเรียนก-ัาร(น)ดูดีกว่านะคะลองดูสิว่าข้อความต่อไปนี้นี่นักเรียนคิดว่าเป็นข้อความที่ถูกต้องหรือว่าผิดนะคะข้อแรกนะคะมิวเทชันจะส่งผลเสียต่อสิ่งมีชีวิตถ้ามิวเทชันนั้นทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของโปรตีนนักเรียนคิดว่าถูกหรือผิดคะเฉลยเลยนะคะคำตอบที่ถูกก็คือผิดค่ะเราเรียนกันมาเมื่อครู่แล้วนะว่าการเกิดมิวเทชันน-ี่มันอาจจะทำให้เกิดผลดีหรือผลเสียต่อสิ่งมีชีวิตนั้นก็ได้ใช่ไหมคะมาที่คำถามข้อที่2นะคะถ้าชายคนหนึ่งสูบบุหรี่จัดและสารในบุหรี่ส่งผลให้เกิดมิวเทชันในเซลล์ปอดและทำให้เกิดมะเร็งปอดเมื่อชายคนดังกล่าวนะคะมีลูกจะสามารถถ่ายทอดมิวเทชันดังกล่าวไปให้ลูกได้นักเรียนคิดว่าถูกหรือผิดคะคำตอบนะคะผิดค่ะเพราะว่าอะไรคะเพราะว่ามิวเทชันอันนี้เกิดในเซลล์ปรอท(ด)ใช่ไหมคะแต่ว่ามิวเทชันที่จะส่งต่อไปยังลูกได้นี่จะต้องเป็นมิวเทชันที่เกิดในเซลล์ส-ื-ุ(บ)พ-ันร(ธ)-ุรณ(-์)ค่ะจากที่เราได้เรียนมานะคะคราวนี้เดี๋ยวเรามาลองสรุปเนื้อหาในบทเรียนกันค่ะการเปลี่ยนแปลงของลำดับของนิวคลีโอไทด์จัดเป็นมิวเทชั-่นซึ่งอาจเกิดในระดับยีนหรือในระดับโครโมโซมมโอ(-ิว)เคฉ(ทช)-ันนะคะอาจก่อให้เกิดผลเสียผลดีหรือไม่ส่งผลใดๆต่อสิ่งมีชีวิตได้ค่ะขึ้นอยู่กับว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวนั้นส่งผลให้โปรตีนที่สังเคราะห์คลื(ขึ้)-่นเปลี่ยนแปลงหรือไม่ไ(แ)ลด-้(ะ)อย่างไรค่ะโดยมนุษย์นะคะได้มีการประยุกต์ใช้หลักการของการเกิดมิวเทชันในการชักนำให้ได้สิ่งมีชีวิตที่มีลักษณะที่แตกต่างจากเดิมโดยการใช้รังสีและสารเคมีค่ะจบลงไปแล้วนะคะกับหัวข้อการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมโดยหัวข้อที่นักเรียนจะได้ศึกษาต่อไปก็คือเทคโนโลยีทางดีเอ็นเอค่ะสำหรับตอนนี้สวัสดีค่ะ[เสียงดนตรี]
More information
- compare(ans and test) :
- ans: file reference
- test: file test
- export datetime : 2024-03-28 17:08:34
- exported from : Accuracy Worker
- version :registry.rtt.in.th/spinsoft-transcription/backend_accuracy_worker:main-42d874d90e320e04ce26da7eb329f0d888006afc
- lib :character
- your normalize config
-IsFilter :true
-ToLower :false
-ToArabicNumber :true
-WordToNumber :false
-OrderAndSimilar :true
-ListRemove :
- alignment method :Hirschberg
- score weight :{"Match":5,"Mismatch":-1,"PartialMatch":2,"GapPenalty":-1}