Accuracy : 86.69%
Insertion : 90
Deletion : 726
Substitution : 144
Correction : 6340
Reference tokens : 7210
Hypothesis tokens : 6574

[เสียงดนตรี](ดร.อรสา)สวัสดีค่ะนักเรียนในตอนที่2การลำเลียงสารเข้าและออกจากเซลล์นะคะในตอนที่2นี้คุณครูก็มีความคาดหวังอีกเช่นเคยค่ะว่าเมื่อนักเรียนเรียบ(น)จบแล้วนี่นักเรียนจะสามารถอธิบายและเปรียบเทียบการลำเลียงสารเข้าและออกจากเซลล์โดยการแพร่แบบธรรมดาออสโมซิสการแพร่ป(แ)บบฟาซิลิเทตแอกทีฟทรานสปอร์ตเอนโดไซโทซิสและเอกโท(ซ)ไซโททีฟ(ซิส)ได้นะคะจากตอนที่แล้วนะคะนักเรียนได้ทราบแล้วว่าเยื่อหุ้มเซลล์น่ะทำหน้าที่อะไรจากการศึกษากิจกรรมสมบัติการเป็นเยื่อเลือกผ่านของเยื่อหุ้มเซลล์สำหรับในตอนนี้นะคะคุณครูก็มีคำถามชวนคิดค่ะว่ากลไกการลำร(ล)-ียงสารเข้าและออกจากเซลล์เป็นอย่างไรกลไกการลำเลียงสารเข้าและออกจากเซลล์นะคะมีดังนี้1.การแพร่แบบธรรมดา2.ออสโมซิส3.การแพร่แบบฟาซิลิเทต4.แอฟ(ก)-ิ(-ี)ฟทรานสปอร์ตและข้อสุดท้ายนะคะการลำเลียงสารโดยการสร้างพท(เว)สิเค-ิลการแพร่แบบธรรมดานะคะคุณครูมีคลิปAnimationให้นักเรียนศึกษาค่ะ[Animationการแพร่แบบธรรมดา](ดร.อรสา)จากแอนิเมชัน(Animation)นะคะนักเรียนจะพบว่าวิตามินอ(A)สามารถละลายได้ดีในลิพ-ิ-ิจึงลำเลียงผ่านชั้นลิพิดของเยื่อหุ้มเซลล์ได-้หรือแม-้กระทั่งสีNนิวทัลเรด(eutralRed)นะคะที่นักเรียนได้ดูวีดิทัศน์กิจกรรมไปแล้วในตอนที่1ก็สามารถลำเลียงผ่านชั้นลิพิดได้ด้วยและมีทิศทางการลำเลียงจากบริเวณที่มีก(ว)รลำเลียง(ม)เข้มข้นของสารสูงไปยังบริเวณที่มีความเข้มข้นของสารต่ำนอกจากนี้นะคะสารขนาดเล็กบางชนิดเช่นแก๊สออกซิเจนที(ซึ)-่ไม่ละลายในลิพิดแต่มีขนาดเล็กพอและไม่มีประจุก็สามารถแทรกผ่านระหว่างโมเลกุลของฟอสโฟร(ล)-ิพิดได้ค่ะออสโมซ-ี(-ิ)สนะคะค-่ะก่อนที่เราจะไปเข้าใจหลักการนะคะว่าออสโมซิสเป็นอย่างไรคุณครูอยากให้นักเรียนได้ศึกษาการทดลองนี้นะคะจากภาพเมื่อเริ่มการทดลองสารละลายล(ซ)-ูโคทางด้านซ้ายของเยื่อหุ้ม(ลือก)ผ่านจะมีความเข้มข้นน้อยกว่าทางด้านขวาน้ำจึงเคลื่อนที่สุทธิจากหลอดด้านซ้ายผ่นเ-ื่อเลือกผ่านไปยังหลอดด้านขวาแต่ซูโคสไม่สามารถผ่านได้เมื่อสิ้นสุดการทดลองนะคะระดับของก(ส)ารละลายในด้านซ้ายของหลอดจะต่ำลงในขณะที่ระดับของสารละลายในด้านขวาจะสูงขึ้นจนในที่สุดความเข้มข้นของซูโคสทั้งสอ2(ง)ด้านจะใกล้เคียงกันน้ำยังคงออสโมซิสผ่านเยื่อเลือกผ่านได้แต่อัตราสุทธิเป็น0จากภาพสามารถสรุปได้ว่าโมเลกุลของน้ำสามารถแพร่ผ่านเยื่อเลือกผ่านการแพร่ของน้ำจะเกิดจากบริเวณที่มีความเข้มข้นของสารละลายต่ำผ่านเยื่อเลือกผ่านไปยังบริเวณที่มีความเข้มข้นของสารละลายสูงตัวอย่างการนำหลักการออสโมซิสมาใช้นะคะเช่นการเก็บรักษาพืชผักไม่ให้เหี่ยวโดยการแช่น้ำการถนอมอาหารในน้ำเกลือหรือน้ำตาลที่มีความเข้มข้นสูงการแพร่แบบฟาซิลิเทตนะคะคุณครูก็มีAnimationมาให้นักเรียนได้ศึกษาเช่นเดียวกันค่ะ[Animationการแพร่แบบฟาซิลิสียง(ทต]()นต(.อ)-ี](า))จากแผนภาพพบว่ากลูโคสไม่สามารถผ่านชั้นลิพิดได้จึงต้องลำเลียงผ่านโปรทาง(ตีน)ลำเลียงและมีทิศทางการลำเลียงจากบริเวณที่มีความเข้มข้นของสารสูงไปยังบริเวณที่มีความเข้มข้นของสารต่ำตัวอย่างการลำเลียง(แพร่)แบบฟาซิลิเทตนะคะเช่นการลำเลียงกลูโคสเข้าสู่เซลล์เม็ดเลือดแดงค่ะต่อมานะคะแอกทีฟทรานสปอร์ตนักเรียนชมแอนิเมชัน(Animation)นี้เลยนะคะ[Animationแอเส(กท)-ียงด(ทรา)สปอร์](ดร.อ-ี](า))จากAnimationแอกทีฟทรานสปอร์ตจะพบว่าไฮโดรเจนไอออนจะสามารถลำเลียงผ่านโปรตีนลำเลียงจาา(บ)-ิเวณควลำ(าม)ข้ลียง(มข้น)ของสารต่ำไปยังบริเวณความเข้มข้นของสารสูงโดยใช้พลังงานจากATPสำหรับตัวอย่างการลำเลียงสารแบบแอกทีฟทรานสปอร์ตนะคะเช่นการหลั-่งไฮโดรเจนไอออนจากเซลล์บุผิวของกระเพาะอาหารเข้าสู่กระเพาะอาหารค่ะจากที่นักเรียนได้เรียนผ่านมาแล้วนะคะจะพบว่าการแพร่แบบฟอ(า)ซิลิเทตกับ(และ)แอกทีฟทรานสปอร์ตนั้นเกี่ยวข้องกับโปรตีนลำเลียงคุณครูก็มีคำถามที่ให้(ชวน)นักเรียนคิดนะคะว่าแล้วโปรตีนใสารลำเลียงในเยื่อหุ้มเซลล์มีความจำเพาะกับชนิดของสารที่ลำเลียงและมีประโยชน์ต่อเซลล์อย่างไรคุณครูมีเวลาให้นักเรียนคิดช่วยครูตอบคำถามนี้นะคะประมาณ10วินาท-ี[เส-ียงนาฬิกานับถอยหลัง](ดร.อรสา)ค่ะนักเรียนตอบกันได้ไหมคะคำตอบก็คือว่าทำให้เซลล์สามารถควบคุมชนิดและปริมาณสารที่เข้าออกได้อย่างเป็นระบบนั่นเองค่ะสุดท้ายนะคะเป็นการลำเลียงสารโดยการสร้างเวสิเคิลเนื่องจากว่าสารที่มีขนาดใหญ่จะไม่สามารถลำเลียงเข้าหรือออกจากเซลล์ได้ดังนั้นเซลล์จึงต้องสร้างถ-ึ(-ุ)งหรือเวสิเคิลรือ(จาก)เยื่อหุ้มเซลล์เพื่อล้อมรอบสารที่ต้องการลำเลียงซึ่งการลำเลียงสารโดยการสร้างเวสิเคิลนั้นแบ่งออกเป็นเอกโซไซโทซิค(ส)และเอนโดไซโทซิสสำหรับเอกโซไซโทซิสนะคะก็เป็นการลำเลียงสารโดยการสร้างเวสิเคิลจากภาพนะคะเป็นภาพเวสิเคิลที่มีเอนไซม์อย-ุ(-ู)-่ภายในเคลื่อมาสู่ผิวเซลล์แล-้ว(ะ)ก็ที่เยื่อหุ้มเวสิเคิลนะคะก็จเชื่อมรวมกับเยื-้(-่)อหุ้มเซลล์ทำให้เกิดการหลั่งเอนไซม์จากเซลล์บุผิวของกระเพาะอาหารเข้าสู่กระเพาะอาหารนะคะถัดมานะคะเป็นการลำเลียงสารโดยการใช(สร)-้างเวสิเคิลแบบเอนโดไซโทซิสซึ่งแบ่งออกเป็น1.ฟาโกไซโทซิส2.พิโนไซโทซิส3.การนำสารเข้าส-ุ(-ู)-่เซลล์โดยอาศัยตัวรับซึ่งเดี๋ยวเรามาดูกันนะคะว่าแต่ละแบบเป็นอย่างไรภาพก.เป็นฟาโกไซโทซิสนะคะเป็นการลำเลียงสารขนาก(ด)ใหญ่ที่ไม่ละลายน้ำโดยส่วนของเยื่อหุ้มเซลล์ยื่นไปโอบล้อมสารไว้แล้วสร้างเป็นถุงล้อมรอบรอบก่อนนำเข้าสู่เซลล์ตัวอย่างเช่นนะคะการนำสิ่งแปลกปลอมเพื่อเข้าสู่เซลล์เม็ดเลือดขาวกลุ่มอ(า)โกซโท-ิสเพื่อทำลายนะคะภาพข.ค่ะเป็นพิโนไซโทซิสเป็นการลำเลียงสารรู-ำ(ป)ของเหลวโดยการสร้างเวสิเคิลส่วนของเยื่อหุ้มเซล-์จะคอดเว้าเกิดเป็นเวสิเคิลล้อมรอบตัวอย่างเช่นการนำของเหลวนอกเซลล์กลับเข้าสู่เซลล์และภาพสุดท้ายนะคะภาพคอ(.)เป็นตัว(การ)นำสารเข้าสู่เซลล์โดยอาศัยตัวรับสารจะจ-ับก-ับตัวรับจำเพาะบนผิวนอกของตัวเยื่อหุ้มเซลล์และเกิดเป็นเวสิเคิลนำเข้าสู่เซลล์ตัวอย่างเช่นการนำฮอร์โมนบางชนิดเข้าสู่เซลล-์อันนี้นักเรียนก็จะได้เห็นความแตกต่างนะคะของการลำเลียงสารโดยการสร้างเวสิเคิลโดย(แบบ)เอนโดไซโทซิสแบบต่างๆจากที่นักเรียนได้เรียนกลไล(ก)การลำเลียงสารเข้าและออกจาเซลล์แล้วครูก็อยากให้นักเรียนลองตอบคำถามนี้ดูนะคะการแพร่แบบธรรมดาการแพร่แบบฟาซิลิเทตและแอกทีฟรานสปอร์ตที่เกิดขึ้นในเซลล์มีความเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไรคุณครูจะมีเวลาให้นักเรียนคิดประมาณ10วินาทีนะคะ[เสียงนาฬิกานับถอยหลัง](ดร.อรสา)ค่ะนักเรียนตอบกันได้ไหมคะลองมาตรวจคำตอบดูนะคะว่าจะเหมือนที่คุณครูตอบไว้หรือเปล่านะคะคำตอบก็คือว่าในประเด็นเรื่องกลไกการลำเลียงก็จะพบว่าการแพร่แบบฟอ(า)ซิลิเทตและแบบแอกทีฟทรานสปอร์ตนะคะมีกลไกการลำเลียงโดยใช้โปรตีนลำเลียงส่วนทิศทางการลำเลียงนะคะก็จะพบว่าการแพร่แบบธรรมดาแล-้ว(ะ)ก็การแพร่แบบฟาซิลิเทตนั้นมีทิศทางการลำเลียงจากบริเวณที่มีความเข้มข้นของสารสูงไปยังบริเวณที่มีความเข้มข้นของสารต่ำส่วนพลัานจากATPนะคะก็จะพบว่าแอกทีฟทรานสปอร์ตเท่านั้นนะคะที่ต้องใช้พลังงานจากATPเป็นอย่างไรค-่ะถูกกันกี่ข้อคะนักเรียนจากตอนที่1นักเรียนยังจำได้ไห-ั้ยคะว่าครูได้ตั้งคำถามชง(ว)นคิดให้นักเรียนไว้นะคะว่าเพราะเหตุใดสารดังกล่าวจึงคงอยู่ในหลอดเลือดและไม่ลำเลียงเข้าสู่เซลล์ผนังหลอดเลือดครูคิดว่าจความรู้จากที่นักเรียนได้เ-ีรียนไปแล้วนักเรียนค-ิด(ง)ตอบคำถามเหล่านี้ได้แล้วค่ะว่าเพราะเหตุใดสารนี้จึงยังคงอยู่ในหลอดเลือดคำตอบนี้ก็คือว่าเพรจ(า)ว่าสารนี้ไม่ละลายในลิพิดและมีขนาดใหญ่จึงไม่สามารถลำเลียงผ่านชั้นลิพิดได้นอกจากนี้ที่เยื่อห-ุ-้มเซลล์ของหลอดเลือดไม่มีโปรตีนจำเพาะที่สามาจะ(รถ)ลำเลียงสารนี้ได้สารนี้ก็เลยยังคงอยู่ในหลอดเลือดนะคะภายหลังการฉีดแล้วในส่วนสุดท้ายค่ะนักเรียนสำหรับหัวข้อการลำเอ(ล)-ียงสารเข้าและออกจากเซลล์ด้(ใน)ตอนที่2นะคะสามารถที่จะสรุปเนื้อหาได-้ทั-้งหมด3ข้อนะคะข้อที่1เซลล์(สาร)มีการลำเลียงสารที่เข้าและออกจากเซลล์โดยมีการควบคุมชนิดและปริมาณสารที-่ผ-่านเข้าออกข้อ2เยื่อหุ้มเซลล์ทำหน้าที่เป็นเยื่อเลือกผ่านในการลำเลียงสารและข้อ3นะคะสมบัติของก(ส)ารสมบัติของโครงสร้างเยื่อหุ้มเซลล์มีความสัมพันธ์กับการวิธีการลำเลียงสารนะคะอันนี้ก็คือสรุปเนื้อหาที่นักเรียนที่...ได้เรียนจากตอนนี้ไปนะคะนอกจากนี้นะคะคุณครูยังมีวีดิทัศน์เรื่องการลำเลียงสารโดยการสร้างเวสิเค-ิลซึ่งนักเรียนสามารถที่จะไปศึกษาวีดิทัศน์นี้เพิ่มเติมได้นะคะในเว็บไซต์S(www.s)cimath.orgนะคะโดยมีURLที่คุณครูขึ้นไว้บนหน้าจอนี้นะคะหรือว่านักเรียนอาจจะไปศึกษาได้จากการScan(สแกน)QRCodeประจำบทที่1ในหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ชีวภาพก็ได้เช่นเดียวกันค่ะก่อนจบท้ายนี้นะคะคุณครูก็อยากจะเตือนนักเรียนอีกครั้งหนึ่งนะคะว่าเมื่อนักเรียนกลับเข้าไปสู่ชั้นเรียนแล้วนักเรียน-้อง(ควร)ป(-้)ทดลองกิจกรรมเรื่องสมบัติการเป็นเยื่อเลือกผ่านการเป็น(ของ)เยื่อหุ้มเซลล์ที่นักเรียนได้ศึกษาไปแล้วในตอนที่1ด้วยนะคะอย่าลืมนะคะเพราะว่าถ้านักเรียนเพียงได้ยินนักเรียนก็จะลืมแต่ถ้านักเรียนได้ดูเหมือนกับที่นักเรียนกำได้(ลัง)ดูวีดิทัศน์นี้อยู่นะคะนักเรียนก็อาพอจำได้แต่ถ้านักเรียนได้ลงมือทดลองกิจกรรมด้วยแล้วครูมั่นใจเลยค่ะว่านักเรียนจะมีความเข้าใจขึ้นแล-้ะ(ว)ก็จะเป็นความรู้ที่คงทนและยาวนานติดตามหัวข้ออื่นๆในตอนต่อไปได้นะคะสวัสดีค่ะ[เสียงดนตรี]

More information
- compare(ans and test) :
- ans: file reference
- test: file test
- export datetime : 2024-03-28 17:04:59
- exported from : Accuracy Worker
- version :registry.rtt.in.th/spinsoft-transcription/backend_accuracy_worker:main-42d874d90e320e04ce26da7eb329f0d888006afc
- lib :character
- your normalize config
-IsFilter :true
-ToLower :false
-ToArabicNumber :true
-WordToNumber :false
-OrderAndSimilar :true
-ListRemove :
- alignment method :NeedlemanWunsch
- score weight :{"Match":2,"Mismatch":-1,"PartialMatch":1,"GapPenalty":-1}