AgentIDInsertionDeletionSubstitutionTotalAccuracy
14411294352595.06
135534243355387.62
125036156356586.90
44841003159411069.68

select the operators you want to display.




MessageIDAgentIDRef textHype textHTMLTagInsertionDeletionSubstitutionTotalAccuracy
01300000.00
11400000.00
212[เสียงดนตรี][เสียงดนตรี][เสียงดนตรี]00012100.00
34400000.00
41300000.00
51400000.00
61200000.00
744(คุณครูปาณิก)สวัสดีค่ะยินดีต้อนรับนักเรียนทุกคน(คุณครูปาณิก)สวัสดีค่ะยินดีต้อนรับนักเรียนทุกคน(คุณครูปาณิก)สวัสดีค่ะยินดีต้อนรับนักเรียนทุกคน00047100.00
813เข้าสู่หัวข้อที่2.2เรื่องการรักษาเข้าสู่หัวข้อที่2.2เรื่องการรักษาเข้าสู่หัวข้อที่2.2เรื่องการรักษา00033100.00
914ดุลยภาพของกรด-เบสของเลือดและหัวข้อที่2.3ดุลยภาพของกรด-เบสของเลือดและหัวข้อที่2.3ดุลยภาพของกรด-เบสของเลือดและหัวข้อที่2.300040100.00
1012เรื่องการรักษาดุลยภาพของอุณหภูมิเรื่องการรักษาดุลยภาพของอุณหภูมิเรื่องการรักษาดุลยภาพของอุณหภูมิ00032100.00
1144ภายในร่างกายโดยครูปาณิกเวียงชัยเป็นผู้ให้ความรู้ค่ะภายในร่างกายโดยครูปาณิกเวียงชัยเป็นผู็ให้ความรู้ค่ะภายในร่างกายโดยครูปาณิกเวียงชัยเป็นผู-็(-้)ให้ความรู้ค่ะ0015198.04
12132หัวข้อนี้นะคะเป็น2หัวข้อย่อย2หัวข้อนี้นะคะเป็น2หัวข้อย่อย2หัวข้อนี้นะคะเป็น2หัวข้อย่อย00029100.00
1314จากทั้งหมด4หัวข้อในบทที่2เรื่องการจากทั้งหมด4หัวข้อในบทที่จากทั้งหมด4หัวข้อในบทที-่2เรื-่องการ01003470.59
1412รักษาดุลยภาพของร่างกายมนุษย์รักษาดุลยภาพของร่างกายมนุษย์รักษาดุลยภาพของร่างกายมนุษย์00028100.00
1544หัวข้อที่2.2และ2.3นี่นะคะหัวข้อที่2.2และ2.3นี่นะคะหัวข้อที่2.2และ2.3นี่นะคะ00025100.00
1613มีจุดประสงค์การเรียนรู้ด้วยกันทั้งหมด3หัวข้อมีจุดประสงค์การเรียนรู้ด้วยทั้งหมด3หัวข้อมีจุดประสงค์การเรียนรู้ด้วยกันทั้งหมด3หัวข้อ0304493.18
1714ดังรูปค่ะนักเรียนพร้อมแล้วหรือยังคะดังรูปค่ะนักเรียนพร้อมแล้วหรือยังคะดังรูปค่ะนักเรียนพร้อมแล้วหรือยังคะ00035100.00
1812ถ้าพร้อมแล้วเรามาเริ่มเรียนกันเลยค่ะก่อนที่เราถ้าพร้อมแล้วเรามาเริ่มเรียนกันเลยค่ะก่อนถ้าพร้อมแล้วเรามาเริ่มเรียนกันเลยค่ะก่อนที่เรา0604686.96
1944จะเริ่มเนื้อหาใน2.2และ2.3นะคะครูอยากจะให้นักเรียนมาจะเริ่มเนื้อหาใน2.2และ2.3กันนะคะเรามาจะเริ่มเนื้อหาใน2.2และ2.3กัน(ค)ะครูอยากจให้นักเร-ียา(น)มา21625160.78
2013ทบทวนความรู้เก่าของเราในเรื่องการรักษาดุลยภาพทบทวนความรู้เก่าของเราเรื่องการรักษาดุลยภาพทบทวนความรู้เก่าของเราในเรื่องการรักษาดุลยภาพ0204595.56
2114ของน้ำและสารในร่างกายก่อนค่ะไตมนุษย์ของน้ำและสารในร่างกายก่อนค่ะไตมนุษย์ของน้ำและสารในร่างกายก่อนค่ะไตมนุษย์00036100.00
2212ทำหน้าที่รักษาดุลยภาพของน้ำและสารต่างๆทำหน้าที่รักษาดุลยภาพทำหน้าที่รักษาดุลยภาพของน้ำและสารต่างๆ01703855.26
2344รวมทั้งกำจัดของเสียที่มีไนโตรเจนเป็นองค์ประกอบรวมทั้งกำจัดของเสียที่มีไนโตรเจนเป็นองค์รวมทั้งกำจัดของเสียที่มีไนโตรเจนเป็นองค์ประกอบ0604686.96
2413ภายในเนื้อไตประกอบด้วยหน่วยไตซึ่งเป็นหน่วยภายในเนื้อไตประกอบด้วยหน่วยไตซึ่งเป็นหน่วยภายในเนื้อไตประกอบด้วยหน่วยไตซึ่งเป็นหน่วย00042100.00
2514ปฏิบัติงานขนาดเล็กแต่ละหน่วยไตปฏิบัติงานขนาดเล็กแต่ละหน่วยไตปฏิบัติงานขนาดเล็กแต่ละหน่วยไต00030100.00
2612ทำหน้าที่ในการรักษาดุลยภาพของน้ำและสารต่างๆทำหน้าที่ในการรักษาดุลยภาพของน้ำและสารต่างๆทำหน้าที่ในการรักษาดุลยภาพของน้ำและสารต่างๆ00043100.00
2744รวมทั้งกำจัดของเสียโดยมี3ขั้นตอนดังนี้รวมทั้งกำจัดของเสียโดยมี3ขั้นตอนดังนี้รวมทั้งกำจัดของเสียโดยมี3ขั้นตอนดังนี้00038100.00
2813การกรองการดูดกลับและการหลั่งการกรองการดูดกลับและการหลั่งการกรองการดูดกลับและการหลั่ง00028100.00
2914การรักษาดุลยภาพของน้ำการรักษาดุลยภาพของน้ำการรักษาดุลยภาพของน้ำ00021100.00
3012ภายในร่างกายเกิดจากการทำงานร่วมกันของระบบขับถ่ายภายในร่างกายเกิดจากการทำงานร่วมกันของระบบขับถ่ายภายในร่างกายเกิดจากการทำงานร่วมกันของระบบขับถ่าย00048100.00
3144ระบบประสาทระบบหมุนเวียนเลือดระบบประสาทระบบหมุนเวียนเลือดระบบประสาทระบบหมุนเวียนเลือด00028100.00
3213และระบบต่อมไร้ท่อหรือฮอร์โมนและระบบต่อไร่ท่อหรือฮอร์โมนและระบบต่อไร-่(-้)ท่อหรือฮอร์โมน0112892.86
3314การรักษาดุลยภาพของแร่ธาตุในร่างกายการรักษาดุลยภาพแร่ธาตุในร่างกายการรักษาดุลยภาพของแร่ธาตุในร่างกาย0303491.18
3412เช่นการรักษาดุลยภาพของโซเดียมในร่างกายเช่นการรักษาดุลยภาพของโซเดียมภายในร่างกายเช่นการรักษาดุลยภาพของโซเดียมภายในร่างกาย3003892.11
3544มาถึงเนื้อหาที่เราจะเริ่มเรียนกันวันนี้นะคะหัวข้อที่2.2มาถึงเนื้อหาที่เราจะเริ่มเรียนกันในวันนี้กันนะคะใรมาถึงเนื้อหาที่เราจะเริ่มเรียนกันในวันนี้กันนะคะหัวข้อที่2ใร(.2)51025569.09
3613การรักษาดุลยภาพความเป็นกรด-เบสของเลือดการรักาษาดุลยภาพการเป็นกรด-เบสของเลือดการรักษาดุลยภาพก(ว)ร(ม)เป็นกรด-เบสของเลือด1123889.47
3714กรด-เบสสำคัญต่อร่างกายมนุษย์อย่างไรกรด-เบสสำคัญต่อร่างกายของมนุษย์อย่างไรกรด-เบสสำคัญต่อร่างกายของมนุษย์อย่างไร3003591.43
3812ครูอยากให้นักเรียนพิจารณากราฟกราฟนี้นะคะเป็นกราฟครูอยากให้นักเรียนพิจารณากราฟกราฟนี้นะคะครูอยากให้นักเรียนพิจารณากราฟกราฟนี้นะคะเป็นกราฟ0804883.33
3944แสดงการทำงานของเอนไซม์2ชนิดได้แก่แสดงการทำงานของเอนไซม์2ชนิดเป็ฯแสดงการทำงานของเอนไซม์2ชนิดไเป็ฯ(-้แก่)0243381.82
4013เอนไซม์เพปซีนในกระเพาะอาหารและเอนไซม์เอนไซม์เพปซินในกระเพาะอาการและเอนไซม์เพปซ-ิ(-ี)นในกระเพาะอาก(ห)ารและเอนไซม์0723775.68
4114อะไมเลสในน้ำลายค่ะอไมเลสในน้ำลายค่ะไมเลสในน้ำลายค่ะ0101894.44
4212นักเรียนดูกราฟนี้แล้วนักเรียนคิดว่าเอนไซม์นักเรียนดูกราฟนี้แล้วนักเรียนคิดว่าเอนไซม์นักเรียนดูกราฟนี้แล้วนักเรียนคิดว่าเอนไซม์00042100.00
4344เพปซีนและเอนไซม์อะไมเลสทำงานได้ดีที่ค่าphเพปซินและเอนไซม์อะไมเลสเป็นค่าเพปซ-ิ(-ี)นและเอนไซม์อะไมเลสเป็(-ำงา)ได้ดีที่ค่าph01144163.41
4413ประมาณเท่าไรคะประมาณเท่าไรคะประมาณเท่าไรคะ00014100.00
4514เอนไซม์เพปซินนะคะทำงานเอนไซม์เพปซินนะคะทำงานเอนไซม์เพปซินนะคะทำงาน00022100.00
4612ได้ดีที่ค่าphประมาณ2ขณะที่เอนไซม์อะไมเลสได้ดีที่ค่าphประมาณ2และเอนไซม์อะไมเลสได้ดีที่ค่าphประมาณ2แล(ขณ)ที่เอนไซม์อะไมเลส0324087.50
4744ทำงานได้ดีที่ค่าphประมาณ7ทั้งนี้ก็เพราะทำงานได้ดีที่ค่าphทำงานได้ดีที่ค่าphประมาณ7ทั้งนี้ก็เพราะ02103946.15
4813ปฏิกิริยาเคมีต่างๆในร่างกายนี่ถูกควบคุมปฏิกิริยาเคมีต่างๆในร่างกายนี่ถูกควบคุมปฏิกิริยาเคมีต่างๆในร่างกายนี่ถูกควบคุม00039100.00
4914โดยเอนไซม์หลายชนิดซึ่งเอนไซม์บางชนิดโดยเอนไซม์หลายชนิดซึ่งเอนไซม์บางชนิดโดยเอนไซม์หลายชนิดซึ่งเอนไซม์บางชนิด00036100.00
5012นี่ก็ทำงานได้ดีในภาวะเป็นกลางบางชนิดนี่ก็ทำงานได้ดีในภาวะเป็นกลางบางชนิดนี่ก็ทำงานได้ดีในภาวะเป็นกลางบางชนิด00036100.00
5144ก็ทำงานได้ดีในภาวะเป็นกรดดังนั้นหากร่างกายมีการก้ทำงานได้ดีในภาวะเป็นกรดบางภาวะก็-้(-็)ทำงานได้ดีในภาวะเป็นกร-ังนั้นหากรบ(-่)างภ(ก)วะ(มี)-็(ร)01364759.57
5213เสียดุลยภาพของความเป็นกรด-เบสก็จะส่งผลกระทบต่อการทำงานเสียดุลยภาพของการเป็นกรด-เบสเพื่อรักษาดุลยภาพเสียดุลยภาพของก(ว)ร(ม)เป็นกรด-เบสก็เพื(จะส)-่งผลอ(ก)ะทบต่-ั(อ)-ุลยภ(รทำง)พ(น)211125453.70
5314ของเอนไซม์ต่างๆในร่างกายค่ะนักเรียนคิดว่าของเอนไซม์ต่างๆในร่างกายค่ะนักเรียนคิดว่าของเอนไซม์ต่างๆในร่างกายค่ะนักเรียนคิดว่า00041100.00
5412ร่างกายของคนเรานี่มีแนวโน้มที่จะมีภาวะร่างกายของคนเรานี่มีแนวโน้มที่จะมีภาวะร่างกายของคนเรานี่มีแนวโน้มที่จะมีภาวะ00038100.00
5544ความเป็นกรดหรือเบสคะเราลองมาหาคำตอบกันนะคะความเป็นกรด-เบสคะเราลองหาคำตอความเป็นกรดหรื-(อ)เบสคะเราลองมาหาคำตอบกันนะคะ01314266.67
5613กระบวนการเมแทบอลิซึมเช่นการหายใจระดับเซลล์กระบวนการเมแทบอลิซึมเช่นการหายใจระดับเซลล์กระบวนการเมแทบอลิซึมเช่นการหายใจระดับเซลล์00042100.00
5714จะมีแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์เกิดขึ้นซึ่งจะมีแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์เกิดขึ้นซึ่งจะมีแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์เกิดขึ้นซึ่ง00036100.00
5812แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์นี้นะคะก็จะไปรวมตัวกับน้ำในเลือดทำให้ได้เป็นแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์นี้นะคะก็จะไปรวมตัวกับน้ำในเลือดทำให้ได้เป็น04406431.25
5944กรดคาร์บอนิกแล้วเจ้ากรดคาร์บอนิกนี่นะคะก็จะแตกตัวต่อมากรดคาร์บอนิกแล้วเจ้ากรดกรดคาร์บอนิกแล้วเจ้ากรดคาร์บอนิกนี่นะคะก็จะแตกตัวต่อมา03105442.59
6013ทำให้ได้ไฮโดรเจนไอออนทำให้ได้ไฮโดรเจนไอออนทำให้ได้ไฮโดรเจนไอออน00021100.00
611400000.00
6212ดังสมการนะคะดังนั้นความเข้มข้นของไฮโดรเจนเมื่อดังนั้นความเข้มข้นของไฮโดรจนเมื่อดังสมการนะคะดังนั้นความเข้มข้นของไฮโดรจนเมื่อ01304671.74
6344ไฮโดรเจนไอออนในเลือดนะคะมีปริมาณเพิ่มขึ้นไฮโดรเจนไอออนในเลือดนะคะเมื่อความเข้มข้นของไฮโดรเจนไอออนในเลือดนะคะ-ื่อคว(-ีปริม)ม(ณ)ข้(-ิ่)มข-ึ-้นของ4284165.85
6413จึงทำให้ความเข้มข้นของไฮโดรเจนไอออนในเลือดนี่เพิ่มขึ้นจึงทำให้ความเข้มข้นของไฮโดรเจนไออนจึงทำให้ความเข้มข้นของไฮโดรเจนไออนในเลืดนี่เพิ่มขึ้02005462.96
6514หรืออาจกล่าวได้ว่าเลือดมีภาวะเป็นกรดมากขึ้นหรืออาจกล่าวได้ว่าเลือดมีภาวะเป็นกรดมากขึ้นหรืออาจกล่าวได้ว่าเลือดมีภาวะเป็นกรดมากขึ้น00043100.00
6612แต่ถ้าเลือดมีปริมาณไฮโดรเจนไอออนลดลงแต่ถ้าเลือดมีปริมาณไฮโดรเจนไอออนลดลงแต่ถ้าเลือดมีปริมาณไฮโดรเจนไอออนลดลง00036100.00
6744หรือความเข้มข้นของไฮโดรเจนไอออนลดลงหรือความเข้มข้นของไฮโดรเจนไอออนลดลงหรือหรือความเข้มข้นของไฮโดรเจนไอออนลดลงหรือ4003588.57
6813เลือดก็จะมีภาวะเป็นเบสมากขึ้นกว่าปกติค่ะเลือดก็จะมีภาวะเป็นเบสเพิ่มขึ้นมากกว่าปกติเลือดก็จะมีภาวะเป็นเบสเพิ่ากขึ้นมากกว่าปกติค่ะ7504070.00
6914แล้วนักเรียนก็ทราบดีอยู่แล้วใช่ไหมคะว่าแล้วนักเรียนอยู่แล้วใช่ไหมคะว่าแล้วนักเรียนก็ทราบดีอยู่แล้วใช่ไหมคะว่า0803979.49
7012ร่างกายของคนเรานี่มีเลือดไหลเวียนอยู่ทั่วร่างกายร่างกายของคนเรานี่มีเลือดไหลเวียนอยู่ทั่วร่างกายร่างกายของคนเรานี่มีเลือดไหลเวียนอยู่ทั่วร่างกาย00048100.00
7144เพื่อนำสารอาหารและแก๊สออกซิเจนไปหล่อเลี้ยงแต่ละเซลล์ทั่วร่างกายเพื่อนำสารอาหารและแก๊สออกซิเจนไปหล่อเลี้ยงเพื่อนำสารอาหารและแก๊สออกซิเจนไปหล่อเลี้ยงแต่ละเซลล์ทั่วร่ากาย02106366.67
7213การที่เลือดของเรามีความเข้มข้นของไฮโดรเจนไอออนการที่เลือดของเรามีความเข้มข้มของไฮโดรเจนไอออการที่เลือดของเรามีความเข้มข้ม(น)ของไฮโดรเจนไอออ0114695.65
7314เปลี่ยนแปลงไปจากปกติก็จะส่งผลต่อการทำงานของเปลี่ยนแปลงไปจากปกติก็จะส่งผลต่อการทำงานของเปลี่ยนแปลงไปจากปกติก็จะส่งผลต่อการทำงานของ00043100.00
7412เซลล์ต่างๆโดยเฉพาะเอนไซม์ในร่างกายแต่ละที่เซลล์ต่างๆโดยเฉพาะเอนไซม์เซลล์ต่างๆโดยเฉพาะเอนไซม์ในร่างกายแต่ละที่01704259.52
7544ที่จะทำให้อัตราการทำงานเปลี่ยนแปลงไปจากปกติที่จะทำให้อัตราการทำงานเปลี่ยนแปลงไปจากปกติที่จะทำให้อัตราการทำงานเปลี่ยนแปลงไปจากปกติ00043100.00
7613หรือไม่สามารถทำงานได้เหมือนเดิมอีกต่อไปค่ะแล้วนักเรียนหรือไม่สามารถทำงานได้เหมือนเดิมอีกต่อไปค่ะแล้วนักเรียนหรือไม่สามารถทำงานได้เหมือนเดิมอีกต่อไปค่ะแล้วนักเรียน00054100.00
7714ทราบไหมคะว่าร่างกายของคนเรานี่สามารถรักษาดุลยภาพทราบไหมคะว่าร่างกายของคนเรานี่สามารถรักษาดุลยภาพทราบไหมคะว่าร่างกายของคนเรานี่สามารถรักษาดุลยภาพ00048100.00
7812ของความเป็นกรด-เบสของเลือดได้อย่างไรของความเป็นกรด-เบสของความเป็นเลือดได้อย่างไรของความเป็นกรด-เบสของความเป็นเลือดได้อย่างไร8003677.78
7944วันนี้นะคะครูก็จะมาสอนการรักษาดุลยภาพวันนี้นะคะครูก้ได้มาสอนการทำงานของดุลยภาพวันนี้นะคะครูก-้ได้(-็จะ)มาสอนกาทำง(-ักษ)นของดุลยภาพ5163767.57
8013โดยการทำงานของปอดนักเรียนจำได้ไหมคะโดยการทำงานของปอดนักเรียนจำได้ไหมคะโดยการทำงานของปอดนักเรียนจำได้ไหมคะ00035100.00
8114การแลกเปลี่ยนแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์กับแก๊สการแลกเปลี่ยนแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์กับแก๊สการแลกเปลี่ยนแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์กับแก๊ส00040100.00
8212ออกซิเจนเกิดขึ้นที่บริเวณใดของปอดออกซิเจนเกิดขึ้นที่บริเวณใดของปอดออกซิเจนเกิดขึ้นที่บริเวณใดของปอด00033100.00
8344เฉลยนะคะเกิดขึ้นที่บริเวณถุงลมปอดนั่นเองค่ะเฉลยนะคะเกิดที่บริเวณถุงลมปอดนั่นเองค่ะเฉลยนะคะเกิดขึ้นที่บริเวณถุงลมปอดนั่นเองค่ะ0404390.70
8413แล้วการหายใจช่วยแล้วการหายใจช่วยแล้วการหายใจช่วย00016100.00
8514ในการรักษาดุยภาพของกรด-เบสในเลือดได้อย่างไรคะในการรักษาดุลยภาพของกรด-เบสในเลือดได้อย่างไรคะในการรักษาดุยภาพของกรด-เบสในเลือดได้อย่างไรคะ1004597.78
8612เรามาลองศึกษากันนะคะเรามาลองศึกษากันนะคะเรามาลองศึกษากันนะคะ00020100.00
8744ร่างกายของเรานี่นะคะรักษาดุลยภาพความเป็นกรด-เบสของเลือดร่างกายของเรานี่นะคะรักษาดุลยภาพร่างกายของเรานี่นะคะรักษาดุลยภาพความเป็นกรด-เบสของเลือด02305558.18
8813โดยความเข้มข้นของไฮโดรเจนไอออนที่เพิ่มขึ้นโดยความเข้มข้นของไฮโดรเจนไอออนที่เพิ่มขึ้นโดยความเข้มข้นของไฮโดรเจนไอออนที่เพิ่มขึ้น00042100.00
8914หรือลดลงกว่าปกตินี่จะไปกระตุ้นศูนย์ควบคุมการหรือลดลงกว่าปกตินี่จะไปกระตุ้นศูนย์ควบคุมการหรือลดลงกว่าปกตินี่จะไปกระตุ้นศูนย์ควบคุมการ00044100.00
9012หายใจที่สมองนะคะทำให้เปลี่ยนแปลงหายใจที่สมองนะคะทำให้เปลี่ยนแปลงหายใจที่สมองนะคะทำให้เปลี่ยนแปลง00032100.00
9144อัตราการหายใจของเราโดยถ้าความเข้มข้นของอัตราการหายใจของเราโดยถ้าอัตราการหายใจของเราโดยถ้าควมเข้มข้นของ01403964.10
9213ไฮโดรเจนไอออนในเลือดของเรามากกว่าปกติสมองไฮโดรเจนไอออนในเลือดของเรามากกว่าปกติสมองของเรานะคะไฮโดรเจนไอออนในเลือดของเรามากกว่าปกติสมองของเรานะคะ10004175.61
9314ก็จะไปสั่งให้เรานี่นะคะเพิ่มอัตราการหายใจขึ้นก็จะไปสั่งให้เรานะคะเพิ่มอัตราการหายใจขึ้นก็จะไปสั่งให้เรานี่นะคะเพิ่มอัตราการหายใจขึ้น0304593.33
9412แต่ถ้าความเข้มข้นของไฮโดรเจนไอออนแต่ถ้าความเข้มข้นของไฮโดรเจนไอออนแต่ถ้าความเข้มข้นของไฮโดรเจนไอออน00033100.00
9544ในเลือดของเราน้อยกว่าปกติสมองก็จะไปสั่งให้เราในเลือดของเราน้อยกว่าปกติสมองก็จะสั่งให้เราในเลือดของเราน้อยกว่าปกติสมองก็จะไปสั่งให้เรา0204595.56
9613ลดอัตราการหายใจการที่อัตราการหายใจของเราลดอัตราการหายใจการที่อัตราการหายใจลดอัตราการหายใจการที่อัตราการหายใจของเรา0604085.00
9714เพิ่มขึ้นหรือลดลงจากปกตินี่เพิ่มขึ้นหรือลดลงจากปกตินี่เพิ่มขึ้นหรือลดลงจากปกตินี่00027100.00
9812ส่งผลต่อความเข้มข้นของไฮโดรเจนไอออนในเลือดอย่างไรเรามาดูกันนะคะส่งผลต่อความเข้มข้นของไฮโดรเจนไอออนในเลือดอย่างไรส่งผลต่อความเข้มข้นของไฮโดรเจนไอออนในเลือดอย่างไรเามาดูกันนะคะ01406377.78
9944ก็คือถ้าเรามีอัตราการหายใจเพิ่มขึ้นคาร์บอนไดออกไซด์นะคะก็จะก็คือถ้าเรามีอัตราการหายใจเพิ่มขึ้นดังนั้นร่างกายก็คือถ้าเรามีอัตราการหายใจเพิ่มขึ้นคาร์บอออ-ังนั้(กไซด์)-่าง(ะคะ)-็าย(จะ)111105962.71
10013ถูกขับออกจากปอดเร็วขึ้นดังนั้นความเข้มข้นถูกขับออกจากปอดเร็วขึ้นดังนั้นการเพิ่มขึ้นถูกขับออกจากปอดเร็วขึ้นดังนั้นก(ว)ร(ม)-ิ่(ข้)มข-ึ-้น2144182.93
10114ของไฮโดรเจนไอออนในเลือดนี่ก็จะลดลงนั่นเองค่ะของไฮโดรเจนไอออนในเลือดนี่ก็จะลดลงนั่นเองค่ะของไฮโดรเจนไอออนในเลือดนี่ก็จะลดลงนั่นเองค่ะ00044100.00
10212แต่ถ้าเรานี่ลดอัตราการหายใจลดลงกว่าปกติแต่ถ้าเรานี่ลดอัตราการหายใจลดลงกว่าปกติแต่ถ้าเรานี่ลดอัตราการหายใจลดลงกว่าปกติ00039100.00
10344นี่นะคะคาร์บอนไดออกไซด์ในเลือดนี่ก็จะสะสมนี่นะคะคาร์บอนได้ออกไซด์ในเลือดนี่นะคะคาร์บอนได-้ออกไซด์ในเลือดนี่ก็จะสะสม11104170.73
10413เพิ่มมากขึ้นความเข้มข้นของไฮโดรเจนไอออนในเลือดนี่เพิ่มมากขึ้นความเข้มข้นของไฮโดรเจนไอออนเพิ่มมากขึ้นความเข้มข้นของไฮโดรเจนไออนในเลื-ี่01004979.59
10514ก็จะเพิ่มขึ้นค่ะซึ่งจากกลไกทั้งสองนี่นะคะก็จะทำให้ก็จะเพิ่มขึ้นค่ะซึ่งจากกลไกทั้ง2นี้นะคะก็จะทำให้ก็จะเพิ่มขึ้นค่ะซึ่งจากกลไกทั้งสอ2(ง)นี-้(-่)นะคะก็จะทำให้0225092.00
10612เรานี่สามารถรักษาดุลยภาพของความเป็นกรด-เบสของเลือดได้ค่ะเรานี่สามารถรักษาดุลยภาพของความเป็นกรด-เบสในเลือดได้ค่ะเรานี่สามารถรักษาดุลยภาพของความเป็นกรด-เบสใน(อง)เลือดได้ค่ะ0125694.64
10744กลไกต่อมาในการรักษาดุลยภาพความเป็นกรด-เบสของเลือดนะคะกลไกต่อมาในการรักษาดุลยภาพกลไกต่อมาในการรักษาดุลยภาพความเป็นกรด-เบสของเลือดนะคะ02705349.06
10813ก็คือการทำงานของไตนั่นเองค่ะกลไกการทำงานของไตมี3ขั้นตอนก็คือการทำงานของไตนั่นเองค่ะกลไกการทำงานของไตมี3ขั้นตอนก็คือการทำงานของไตนั่นเองค่ะกลไกการทำงานของไตมี3ขั้นตอน00055100.00
10914คือการกรองการดูดกลับและการหลั่งคือการกรองการดูดกลับและการหลั่งคือการกรองการดูดกลับและการหลั่ง00031100.00
11012ซึ่งโดยปกติแล้วนะคะไตของเรานี่ซึ่งโดยปกติแล้วนะคะไตของเรานี่ซึ่งโดยปกติแล้วนะคะไตของเรานี่00030100.00
11144จะมีการหลั่งไฮโดรเจนไอออนเป็นปกติอยู่แล้วจะมีการหลั่งไฮโดรเจนไอออนเป็นปกติอยู่จะมีการหลั่งไฮโดรเจนไอออนเป็นปกติอยู่แล้ว0404190.24
11213แต่ถ้าเลือดของเรานะคะมีความเข้มข้นของไฮโดรเจนไอออนนี่มากกว่าปกติแต่ถ้าเลือดของเรานะคะมีความเข้มข้นของไฮโดรเจนไอออนแต่ถ้าเลือดของเรานะคะมีความเข้มข้นของไฮโดรเจนไอออ-ี่มากกว่าปกติ01406478.12
11314ไตของเรานะคะก็จะทำการหลั่งสารที่มีไฮโดรเจนไอออนไตของเรานะคะก็จะทำการหลั่งสารที่มีไฮโดรเจนไอออนไตของเรานะคะก็จะทำการหลั่งสารที่มีไฮโดรเจนไอออน00047100.00
11412ออกไปโดยการทำงานของเซลล์ที่ผนังท่อหน่วยไตออกไปโดยการทำงานของเซลล์ที่ผนังท่อหน่วยไตออกไปโดยการทำงานของเซลล์ที่ผนังท่อหน่วยไต00041100.00
11544ค่ะเซลล์ที่ผนังท่อหน่วยไตนี่นะคะก็จะหลั่งไฮโดรเจนไอออนแอมโมเนียมไอออนค่ะเซลล์ที่ผนังท่อหน่วยไตนี่นะคะเซลล์ที่ผนังของค่ะเซลล์ที่ผนังท่อหน่วยไตนี่นะคะก็เซล(จะห)-์ท-ี(-ั)-่งไฮโดรเจนไอออนแอมโมผ(เ)-ียม-ังข(ไออ)ง(น)22496949.28
11613จากเลือดเข้าสู่ท่อหน่วยไตจากเลือดเข้าสู่ท่อหน่วยไตจากเลือดเข้าสู่ท่อหน่วยไต00025100.00
11714ขณะเดียวกันเซลล์ที่ผนังของท่อหน่วยไตนี่นะคะขณะเดียวกันเซลล์ที่ผนังของหน่วยไตนี่นะคะขณะเดียวกันเซลล์ที่ผนังของท่อหน่วยไตนี่นะคะ0304393.02
11812ก็จะมีการดูดกลับไฮโดรเจนคาร์บอเนตไอออนและก็จะมีการดูดกลับไฮโดรเจนก็จะมีการดูดกลับไฮโดรเจนคาร์บอเนตไอออและ01704158.54
11944โซเดียมไอออนเข้าสู่หลอดเลือดค่ะดังนั้นเลือดของเราจึงยังคงรักษาโซเดียมไอออนเข้าสู่หน่วยไตค่ะมาสู่โซเดียมไอออนเข้าสู่หลอน่วยไต(ดเลือด)ค่ะดังนั้นเลือดของเม(ร)จึงยังคงรัสู่(กษา)028106238.71
12013ดุลยภาพความเป็นกรด-เบสของเลือดไว้ได้นั่นเองค่ะมาถึงคำถามดุลยภาพความเป็นกรด-เบสได้นั่นเองค่ะเรามาดุลยภาพความเป็นกรด-เบสของเลือดไว้ได้นั่นเองค่ะมาถึงคเร(-ำถ)าม11725664.29
12114ตรวจสอบความเข้าใจนะคะถ้าเลือดมีภาวะเป็นเบสตรวจสอบความเข้าใจนะคะถ้าเลือดมีภาวะเป็นเบสตรวจสอบความเข้าใจนะคะถ้าเลือดมีภาวะเป็นเบส00042100.00
12212ท่อหน่วยไตจะมีการหลั่งและดูดกลับสารต่างๆอย่างไรคะท่อหน่วยไตจะมีการหลั่งและดูดกลับสารอย่างไรคะท่อหน่วยไตจะมีการหลั่งและดูดกลับสารต่างๆอย่างไรคะ0504989.80
12344เพื่อรักษาดุลยภาพความเป็นกรด-เบสของเลือดให้อยู่ในภาวะปกติเพื่อรักาษความเป็นกรด-เบสเพื่อรักษาดุลยภาพนเพื่อรักษาดุลยภษ(พ)ความเป็นกรด-เบสของพ(ล)-ื-่รักษาให-ุล(-้อ)-ู่ในภาวะปกพน(ติ)62065743.86
12413ครูให้เวลาคิด10วินาทีนะคะเริ่มค่ะครูให้เวลาคิด10วินาทีนะคะเริ่มค่ะครูให้เวลาคิด10วินาทีนะคะเริ่มค่ะ00033100.00
12514[เสียงดนตรี][เสียงดนตรี][เสียงดนตรี]00012100.00
1261200000.00
12744(คุณครูปาณิก)หมดเวลาค่ะ(คุณครูปาณิก)หมดเวลาค่ะ(คุณครูปาณิก)หมดเวลาค่ะ00023100.00
12813นักเรียนตอบได้ไหมคะเราลองมาดูคำตอบกันนะคะว่าจะตรงกับนักเรียนตอบได้ไหมคะเราลองมาดูคำตอบกันนะคะว่าจะตรงกับนักเรียนตอบได้ไหมคะเราลองมาดูคำตอบกันนะคะว่าจะตรงกับ00052100.00
12914ที่นักเรียนคิดไว้ไหมคำตอบนะคะที่นักเรียนคิดไว้ไหมคำตอบนะคะที่นักเรียนคิดไว้ไหมคำตอบนะคะ00029100.00
13012เซลล์ที่ผนังท่อหน่วยไตก็จะลดการหลั่งไฮโดรเจนไอออนเซลล์ที่ผนังท่อหน่วยไตก็จะลดการผลิตไฮโดรเจนไอออนเซลล์ที่ผนังท่อหน่วยไตก็จะลดการผ(ห)-ั-ิต(-่ง)ไฮโดรเจนไอออน0134991.84
13144เพื่อให้ความเข้มข้นของไฮโดรเจนไอออนในเลือดเพิ่มขึ้นเพื่อมห้ความเข้มข้นของไฮโดรเจนไอออนเพื่อม(ใ)ห้ความเข้มข้นของไฮโดรเจนไออนในเลืดเพิ่มขึ้01615166.67
13213และขณะเดียวกันก็จะมีการหลั่งไฮโดรเจนคาร์บอเนตไอออนและขณะเดียวกันมีการหลั่งไฮโดรเจนคาร์และขณะเดียวกันก็จะมีการหลั่งไฮโดรเจนคาร์บอเนตไอออน01405072.00
13314เข้าสู่ของเหลวที่ท่อหน่วยไตเพื่อเข้าสู่ของเหลวที่ท่อหน่วยไตเพื่อเข้าสู่ของเหลวที่ท่อหน่วยไตเพื่อ00032100.00
13412ขับออกนอกร่างกายพร้อมกับปัสสาวะทำให้ความเป็นกรด-เบสขับออกนอกร่างกายพร้อมกับปัสสาวะเพื่อลดความกรด-เบสขับออกนอกร่างกายพร้อมกับปัสสาวะเพ-ื่อลด(ทำให้)ความเป็นกรด-เบส2455178.43
13544ของเลือดกลับเข้าสู่ภาวะสมดุลค่ะนักเรียนของเลือดกลับเข้าสู่ภาวะสมดุลค่ะของเลือดกลับเข้าสู่ภาวะสมดุลค่ะนักเรียน0803979.49
13613ตอบถูกเหมือนกันไหมคะเอาล่ะค่ะจากที่นักเรียนตอบถูกเหมือนกันไหมคะเอาล่ะค่ะจากที่นักเรียนตอบถูกเหมือนกันไหมคะเอาล่ะค่ะจากที่นักเรียน00043100.00
13714ได้เรียนรู้ความสำคัญของไตแล้วนะคะไตของมนุษย์นี่ได้เรียนรู้ความสำคัญของไตแล้วนะคะไตของมนุษย์นี่ได้เรียนรู้ความสำคัญของไตแล้วนะคะไตของมนุษย์นี่00047100.00
13812ทำหน้าที่สำคัญในการรักษาดุลยภาพของน้ำทำหน้าที่สำคัญในการรักษาดุลยภาพสำคัญของน้ำทำหน้าที่สำคัญในการรักษาดุลยภาพสำคัญของน้ำ5003786.49
13944และสารต่างๆในร่างกายรวมทั้งกำจัดของเสียที่มีไนโตรเจนเป็นองค์ประกอบและสารต่างๆในร่างกายรวมทั้งกำจัดของเสียต่างๆในร่างกายและสารต่างๆในร่างกายรวมทั้งกำจัดของเสียต(-ี)-่งๆใ(มีไ)โตเจนเป็-่า(นอ)ค์ประาย(อบ)11486665.15
14013ทีนี้ถ้าไตทีนี้ถ้าไตทีนี้ถ้าไต00010100.00
14114ของคนเราไม่สามารถทำงานได้หรือมีความผิดปกติของคนเราไม่สามารถทำงานได้หรือมีความผิดปกติของคนเราไม่สามารถทำงานได้หรือมีความผิดปกติ00042100.00
14212ก็จะเกิดผลเสียต่อการทำงานของร่างกายก็จะเกิดผลเสียต่อการทำงานของร่างกายก็จะเกิดผลเสียต่อการทำงานของร่างกาย00035100.00
14344ในส่วนอื่นๆด้วยเช่นเดียวกันทั้งนี้นะคะในอื่นๆด้วยเช่นเดียวกันทั้งนี้นะคะนส่วนอื่นๆด้วยเช่นเดียวกันทั้งนี้นะคะ0403889.47
14413โดยทั่วไปผู้ป่วยที่เป็นโรคเกี่ยวกับการทำงานของไตนี่โดยทั่วไปผู้ป่วยที่เป็นโรคเกี่ยวกับการทำงานของไตนี่โดยทั่วไปผู้ป่วยที่เป็นโรคเกี่ยวกับการทำงานของไตนี่00051100.00
14514ส่วนใหญ่แล้วจะมีอาการก็คือส่วนใหญ่แล้วจะมีอาการคือส่วนใหญ่แล้วจะมีอาการก็คือ0202692.31
14612ร่างกายจะบวมน้ำเพราะว่าน้ำนี่ร่างกายจะบวมน้ำเพราะว่าน้ำนี่ร่างกายจะบวมน้ำเพราะว่าน้ำนี่00029100.00
14744เข้าไปสะสมอยู่ในระหว่างเซลล์เป็นจำนวนมากดังภาพนี้นะคะเข้าไปสะสมอยู่ในระหว่างเซลล์เป็นจำนวนมากเข้าไปสะสมอยู่ในระหว่างเซลล์เป็นจำนวนมากดังภาพนี้นะคะ01305375.47
14813วิธีสังเกตง่ายๆนะคะวิธีสังเกตง่ายๆนะคะวิธีสังเกตง่ายๆนะคะ00019100.00
14914ก็คือลองเอานิ้วมือนะคะจิ้มไปที่บริเวณผิวหนังก็คือลองเอานิ้วมือนะคะจิ้มไปที่บริเวณผิวหนังก็คือลองเอานิ้วมือนะคะจิ้มไปที่บริเวณผิวหนัง00044100.00
15012ออกแรงกดเล็กน้อยนักเรียนจะเห็นว่าพอออกแรงกดเล็กน้อยนักเรียนจะเห็นว่าเมื่อออกแรงกดเล็กน้อยนักเรียนจะเห็นว่าเมื-่(พ)3013588.57
15144นักเรียนดึงนิ้วมือออกนี่ผิวหนังก็จะเด้งขึ้นมากลับเป็นปกติทันทีนักเรียนดึงนิ้วมือออกนี่จะเห็นได้ว่านิ้วมือนักเรียนดึงนิ้วมือออกนี่ผิวหนังก็จะเห็นได(ด้งขึ)-้ว่(นม)กลับเป็ปกต-ิ-้วมือ(ทันที)019126250.00
15213แต่ถ้าในผู้ป่วยที่เป็นโรคไตที่มีอาการบวมน้ำนี่แต่ถ้าในผู้ป่วยที่เป็นโรคไตอาการบวมน้ำนี่แต่ถ้าในผู้ป่วยที่เป็นโรคไตที่มีอาการบวมน้ำนี่0504689.13
15314พอนักเรียนดึงนิ้วมือออกมาแล้วนี่ผิวหนังจะใช้ระยะเวลาพอนักเรียนดึงนิ้วมือออกมาแล้วนี่ผิวหนังจะใช้ระยะพอนักเรียนดึงนิ้วมือออกมาแล้วนี่ผิวหนังจะใช้ระยะเวลา0405292.31
15412หนึ่งในการที่จะเด้งขึ้นมาอยู่ในภาวะปกติค่ะหนึ่งในการที่จะเด้งขึ้นมาอยู่ในภาวะปกติค่ะหนึ่งในการที่จะเด้งขึ้นมาอยู่ในภาวะปกติค่ะ00042100.00
15544ทีนี้เรามาดูตัวอย่างโรคไตและโรคที่เกี่ยวกับทางเดินปัสสาวะทีนี้เรามาดูตัวอย่างโรคไตทีนี้เรามาดูตัวอย่างโรคไตและโรคที่เกี่ยวกับทางเดินปัสสาวะ03205743.86
15613ที่ส่งผลต่อการทำงานของไตนะคะตัวอย่างโรคไตที่ส่งผลต่อการทำงานของไตนะคะตัวอย่างโรคไตที่ส่งผลต่อการทำงานของไตนะคะตัวอย่างโรคไต00041100.00
15714ที่พบเช่น1.โรคไตวายโดยโรคไตวายนี้ที่พบเช่น1.โรคไตวายโดยโรคไตวายนี้จะที่พบเช่น1.โรคไตวายโดยโรคไตวายนี้จะ2003393.94
15812แบ่งได้เป็น2แบบก็คือไตวายเฉียบพลันและแบ่งได้เป็น2แบบก็คือไตวายเฉียบพลันและแบ่งได้เป็น2แบบก็คือไตวายเฉียบพลันและ00037100.00
15944ไตวายเรื้อรังไตวายเฉียบพลันนี่นะคะไตวายเรื้อรังไดวานเฉียบพลันนี่นะคะไตวายเรื้อรังได(ต)วาน(ย)เฉียบพลันนี่นะคะ0023494.12
16013ถ้าเราสามารถรักษาได้ทันท่วงทีนี่ไตก็ยังจะคงสามารถถ้าเราสามารถรักษาได้ทันท่วงทีนี่ได้ก็ถ้าเราสามารถรักษาได้ทันท่วงทีนี่ไ-้(ต)ก็ยังจะคงสามารถ11314969.39
16114กลับมาทำงานได้เต็มประสิทธิภาพดังเดิมแต่ถ้าป่วยกลับมาทำงานได้เต็มประสิทธิภาพดังเดิมแต่ถ้าป่วยกลับมาทำงานได้เต็มประสิทธิภาพดังเดิมแต่ถ้าป่วย00046100.00
16212เป็นโรคไตวายเรื้อรังแล้วนี่ไตจะไม่สามารถกลับเป็นโรคไตวายเรื้อรังแล้วนี่ไตจะไม่สามารถกลับเป็นโรคไตวายเรื้อรังแล้วนี่ไตจะไม่สามารถกลับ00044100.00
16344มาทำงานได้เต็มประสิทธิภาพได้ดังเดิมนะคะต้องรักษาประคองอาการมาทำงานได้เต็มประสิทธิภาพได้ดังเดิมนะคะต้อดูแลมาทำงานได้เต็มประสิทธิภาพได้ดังเดิมนะคะต้องรักษาประคองดูแล(าการ)01345971.19
16413ต่อไปเรื่อยๆตัวอย่างโรคไตพบอันที่2ก็คือต่อไปเรื่อยๆตัวอย่างโรคไตที่พบอันที่2ก็คือต่อไปเรื่อยๆตัวอย่างโรคไตที่พบอันที่2ก็คือ3003992.31
16514โรคนิ่วในไตโดยนิ่วในไตโรคนิ่วในไตโดยนิ่วในไตโรคนิ่วในไตโดยนิ่วในไต00022100.00
16612นี่นะคะมีลักษณะเป็นก้อนแข็งเป็นสารประกอบออกซาเลตนี่นะคะมีลักษณะเป็นก้อนแข็งเป็นสารประกอบออกซาเลตนี่นะคะมีลักษณะเป็นก้อนแข็งเป็นสารประกอบออกซาเลต00048100.00
16744ซึ่งถ้าเกิดมีนิ่วในไตก็จะทำให้ไตนี่ซึ่งถ้าเกิดมีนิ่วในไตก็จะสามารไม่ทำงานได้อย่างซึ่งถ้าเกิดมีนิ่วในไตก็จะสามารไม่ทำงาน(ให้)-้อย(ตนี)-่าง11063551.43
16813ไม่สามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพและถ้านิ่วในไตนี่ไม่สามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพแล้วถ้านิ่วในไตนี่ไม่สามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพแล-้ว(ะ)ถ้านิ่วในไตนี่1014995.92
16914ไปอุดตันที่บริเวณท่อปัสสาวะเวลาไปอุดตันที่บริเวณท่อปัสสาวะพอเวลาไปอุดตันที่บริเวณท่อปัสสาวะพอเวลา2003193.55
17012ขับถ่ายนี่ก็จะเกิดอาการแสบร้อนบริเวณท่อปัสสาวะขับถ่ายนี่ก็จะเกิดอาการแสบร้อนบริเวณท่อปัสสาวะขับถ่ายนี่ก็จะเกิดอาการแสบร้อนบริเวณท่อปัสสาวะ00046100.00
17144และบางครั้งก็อาจทำให้ท่อปัสสาวะนี่เกิดการอักเสบได้และบางครั้งก็อาจทำให้เกิดท่อปัสสและบางครั้งก็อาจทำให้ท่อปัสสาวะนี่เกิดท่(าร)-ักเบไดส(-้)11935054.00
17213ทีนี้เราลองมาดูตัวอย่างโรคทางเดินปัสสาวะที่ทีนี้เราลองมาดูตัวอย่างโรคทางเดินปัสสาวะที่ทีนี้เราลองมาดูตัวอย่างโรคทางเดินปัสสาวะที่00043100.00
17314พบได้บ่อยนะคะเช่น1.กระเพาะพบได้บ่อยนะคะเช่น1.กระเพาะพบได้บ่อยนะคะเช่น1.กระเพาะ00026100.00
17412ปัสสาวะอักเสบโรคนี้นะคะจะพบได้บ่อยในเพศหญิงมากกว่าปัสสาวะอักเสบโรคนี้นะคะจะพบได้บ่อยในเพศหญิงมากกว่าปัสสาวะอักเสบโรคนี้นะคะจะพบได้บ่อยในเพศหญิงมากกว่า00050100.00
17544เพศชายเพราะว่าเพศหญิงนี่มีท่อปัสสาวะที่สั้นเพศชายเพราะว่าเพศหญิงนี่มีท่อปัสสาวะที่สั้นเพศชายเพราะว่าเพศหญิงนี่มีท่อปัสสาวะที่สั้น00043100.00
17613และรูเปิดใกล้ทวารหนักดังนั้นพวกเชื้อโรคและรูเปิดใกล้ทวารหนักดังนั้นและรูเปิดใกล้ทวารหนักดังนั้นพวกเชื้อโรค01103971.79
17714ต่างๆเช่นอีโคไลก็จะต่างๆเช่นอีโคไรก็จะต่างๆเช่นอีโคไร(ล)ก็จะ0011994.74
17812เข้าสู่ท่อปัสสาวะได้ง่ายมาถึงตัวอย่างโรคที่เข้าสู่ท่อปัสสาวะได้ง่ายมาถึงตัวอย่างโรคเข้าสู่ท่อปัสสาวะได้ง่ายมาถึงตัวอย่างโรคที่0304393.02
17944เกี่ยวกับทางเดินปัสสาวะอันที่2นะคะก็คือโรคท่อปัสสาวะอักเสบเกี่ยวกับทางเดินปัสสาวะนะคะเกี่ยวกับทางเดินปัสสาวะอันที่2ะคก็คือโรท่อปัสสาวอักเสบ03105846.55
18013โดยโรคนี้นะคะเกิดจากการติดเชื้อที่บริเวณโดยโรคนี้นะคะเกิดจากการติดเชื้อที่บริเวณโดยโรคนี้นะคะเกิดจากการติดเชื้อที่บริเวณ00040100.00
18114ท่อปัสสาวะซึ่งส่วนใหญ่พบได้จากการมีเพศสัมพันธ์หรือท่อปัสสาวะซึ่งส่วนใหญ่พบได้จากการมีเพศสัมพันธ์หรือท่อปัสสาวะซึ่งส่วนใหญ่พบได้จากการมีเพศสัมพันธ์หรือ00050100.00
18212ไม่ได้เกิดจากการมีเพศสัมพันธ์นั่นก็คือติดเชื้ออีโคไลบางครั้งไม่ได้เกิดจากการมีเพศสัมพันธ์ก็คือติดเชื้อจากโรคอีโคไลไม่ได้เกิดจากการมีเพศสัมพันธ์นั่นก็คือติดเชื้อจากโรคอีโคไลบางครั้ง61206070.00
18344อาจพบได้จากการที่ท่อปัสสาวะนี่ถูกกระทบกระเทือนอาจพบได้จากการที่ท่อปัสสาวะนี่ถูกการกระทบกระเทืออาจพบได้จากการที่ท่อปัสสาวะนี่ถูารกระทบกระเทือ3104691.30
18413จากการสวนถ่ายทางท่อปัสสาวะจากการสวนปปถ่ายจากการสวนปปถ่ายทางท่อปัสสาวะ21302642.31
18514ในผู้ป่วยติดเตียงหรือผู้ป่วยที่ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ในผู้ป่วยติดเตียงหรือผู้ป่วยที่ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ในผู้ป่วยติดเตียงหรือผู้ป่วยที่ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้00053100.00
18612โดยทั่วไปแล้วนี่การดูแลและรักษาโรคไตนี่โดยทั่วไปแล้วนี่การดูแลรักษาโรคไตนี่โดยทั่วไปแล้วนี่การดูแลแลรักษาโรคไตนี่0303992.31
18744ถ้าป่วยหนักๆนี่นะคะก็จะต้องมีการฟอกเลือดนะคะถ้าป่วยหนักๆนี่นะคะก็จะมีการฟอกเลือดถ้าป่วยหนักๆนี่นะคะก็จะต้องมีการฟอกเลือดนะคะ0804481.82
18813ดังภาพนะคะภาพก.ค่ะการฟอกเลือดโดยดังภาพนะคะภาพก.นะคะการฟอกเลือดโดยดังภาพนะคะภาพก.นะ-่ะการฟอกเลือดโดย2103290.62
18914ใช้เครื่องไตเทียมหรืออีกวิธีหนึ่งในรักษาโรคไตใช้เครื่องไตเทียมหรืออีกวิธีหนึ่งในการรักษาโรคไตใช้เครื่องไตเทียมหรืออีกวิธีหนึ่งในการรักษาโรคไต3004593.33
19012นะคะก็คือการปลูกถ่ายไตค่ะโดยการนะคะก็คือการปลูกถ่ายไตค่ะโดยการนะคะก็คือการปลูกถ่ายไตค่ะโดยการ00031100.00
19144ปลูกถ่ายไตนะคะจะต้องใช้ไตของผู้ใกล้ชิดทางสายเลือดเพื่อป้องกันปลูกถ่ายไตนะคะจะต้องใช้ไตโดยสายเลือดเพื่อปลูกถ่ายไตนะคะจะต้องใช้ไตของผู้ใกล้ชโ(-ิ)ทาย(ง)สายเลือดเพื่อป้งกัน02026163.93
19213ไม่ให้เกิดการต่อต้านเนื้อเยื่อโดยไม่ให้เกิดการต่อต้านเนื้อเยื่อโดยไม่ให้เกิดการต่อต้านเนื้อเยื่อโดย00033100.00
19314การทำงานของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายค่ะทีนี้เรามาดูการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายค่ะทีนี้มาดูการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายค่ะทีนี้เรามาดู0305194.12
19412วิธีการป้องกันการเกิดโรคไตกันบ้างนะคะก็คือง่ายๆเลยอันดับแรกวิธีการป้องกันการเกิดโรคไตกันบ้างนะคะวิธีง่ายๆเลยวิธีการป้องกันการเกิดโรคไตกันบ้างนะคะวิธี(-็คือ)ง่ายๆเลยอันดับแรก01045976.27
19544ก็คือลดการรับประทานอาหารที่ค่อนข้างก็คือลดการรับประทานที่ค่อนข้างก็คือลดการรับประทานอาหารที่ค่อนข้าง0503585.71
19613เค็มจัดหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีส่วนประกอบเค็มจัดหลีกเลี่ยงการรับประทานอาการที่มีส่วนผสเค็มจัดหลีกเลี่ยงการรับประทานอาก(ห)ารที่มีส่วนประกผส(อบ)0434985.71
19714ออกซาเลตดื่มน้ำสะอาดและเพียงพอออกซาเลตดื่มน้ำสะอาดและเพียงพอออกซาเลตดื่มน้ำสะอาดและเพียงพอ00030100.00
19812ในแต่ละวันไม่กลั้นปัสสาวะในแต่ละวันไม่กลั้นปัสสาวะในแต่ละวันไม่กลั้นปัสสาวะ00025100.00
19944มาถึงคำถามชวนคิดกันบ้างนะคะนักเรียนคิดว่ามาถึงคำถามชวนคิดกันบ้างนะคะนักเรียนคิดว่ามาถึงคำถามชวนคิดกันบ้างนะคะนักเรียนคิดว่า00041100.00
20013ถ้าไตไม่สามารถทำงานได้จะมีผลถ้าไตไม่สามารถทำงานได้จะมีผลถ้าไตไม่สามารถทำงานได้จะมีผล00028100.00
20114อย่างไรต่อร่างกายคะครูให้เวลา10วินาทีนะคะอย่างไรต่อร่างกายคะครูให้เวลา10วินาทีนะคะอย่างไรต่อร่างกายคะครูให้เวลา10วินาทีนะคะ00041100.00
20212เริ่มค่ะ[เสียงดนตรี]เริ่มค่ะ[เสียงดนตรี]เริ่มค่ะ[เสียงดนตรี]00020100.00
2034400000.00
20413(คุณครูปาณิก)(คุณครูปาณิก)0130130.00
20514หมดเวลาค่ะนักเรียนนึกออกไหมคะหมดเวลาค่ะนักเรียนนึกออกไหมคะหมดเวลาค่ะนักเรียนนึกออกไหมคะ00029100.00
20612ถ้าหากไตไม่สามารถทำงานได้นะคะถ้าหากไตไม่สามารถทำงานได้นะคะถ้าหากไตไม่สามารถทำงานได้นะคะ00029100.00
20744ของเสียต่างๆโดยเฉพาะสารที่มีไนโตรเจนเป็นองค์ประกอบของเสียต่างๆโดยเฉพาะสารที่มีไนโตรเจนเป็นสารของเสียต่างๆโดยเฉพาะสารที่มีไนโตรเจนเป็นองคสา(-์ป)ะกอบ0725082.00
20813น้ำและสารอื่นๆนี่ที่เกินความต้องการน้ำและสารอื่นๆนี่ที่เกินความต้องการน้ำและสารอื่นๆนี่ที่เกินความต้องการ00035100.00
20914ของร่างกายรวมทั้งไอออนต่างๆเช่นไฮโดรเจนไอออนของร่างกายรวมทั้งไอออนต่างๆเช่นไฮโดรเจนไอออนของร่างกายรวมทั้งไอออนต่างๆเช่นไฮโดรเจนไอออน00044100.00
21012แอมโมเนียมไอออนจะสะสมอยู่ในเลือดแอมโมเนียมไอออนจะสะสมอยู่ในเลือดแอมโมเนียมไอออนจะสะสมอยู่ในเลือด00032100.00
21144จนเป็นอันตรายต่อเซลล์และยังทำให้ร่างกายนี่ไม่สามารถจนเป็นอันตรายต่อเซลล์และการจนเป็นอันตรายต่อเซลล์และยังทำให้ร่างายนี่ไม่สามาร02405152.94
21213รักษาดุลยภาพของน้ำและสารต่างๆได้ส่งผลรักษาดุลยภาพของน้ำและสารต่างๆของร่างกายได้รักษาดุลยภาพของน้ำและสารต่างๆของร(ได้ส)-่กายได้(ผล)5063770.27
21314ให้สุขภาพอ่อนแอและอาจทำให้ให้สุขภาพอ่อนแอและอาจทำให้ให้สุขภาพอ่อนแอและอาจทำให้00026100.00
21412เสียชีวิตได้ค่ะมาถึงหัวข้อเสียชีวิตได้ค่ะมาถึงหัวข้อเสียชีวิตได้ค่ะมาถึงหัวข้อ00026100.00
21544ถัดมานะคะเรื่องการรักษาดุลยภาพของอุณหภูมิภายในร่างกายค่ะหัวข้อที่ถัดมานะคะเรื่องการรักษาดุลยภาพของน้ำและสารต่างๆถัดมานะคะเรื่องการรักษาดุลยภาพของอุน้ำและส(ณหภูมิภ)ยใน-่างกายค่ะหัวข้อทีๆ(-่)11986556.92
216132.3นักเรียนลองดูกราฟ2.3นักเรียนลองดูกราฟ2.3นักเรียนลองดูกราฟ00020100.00
21714กราฟนี้นะคะกราฟนี้นะคะเป็นกราฟแสดงการทำงานของกราฟนี้นะคะเป็นกราฟที่แสดงการทำงานของกราฟนี้นะคะกราฟนี้นะคะเป็นกราฟที่แสดงการทำงานของ31104568.89
21812เอนไซม์อะไมเลสที่อุณหภูมิต่างๆกันเอนไซม์อะไมเลสที่อุณหภูมิแตกต่างกันเอนไซม์อะไมเลสที่อุณหภูมิแตกต่างกัน3103387.88
21944จากที่นักเรียนเคยทราบแล้วใช่ไหมคะว่าการทำงานของเอนไซม์นี่จากที่นักเรียนเคยทราบแล้วใช่ไหมคะว่าจากที่นักเรียนเคยทราบแล้วใช่ไหมคะว่าการทำงนของเอนไซม์นี่02105763.16
22013มีปัจจัยต่างๆที่ส่งผลต่ออัตราการทำงานมีปัจจัยต่างๆที่ส่งผลการทำงานมีปัจจัยต่างๆที่ส่งผลต่ออัตราการทำงาน0803778.38
22114ของเอนไซม์ซึ่งนักเรียนได้ทราบมาแล้วว่าค่าความของเอนไซม์ซึ่งนักเรียนได้ทราบมาแล้วว่าค่าความของเอนไซม์ซึ่งนักเรียนได้ทราบมาแล้วว่าค่าความ00045100.00
22212เป็นกรด-เบสของเลือดนี่ก็มีผลต่อการทำงานของเอนไซม์เป็นกรด-เบสของเลือดนี่ก็มีผลต่อเอนไซม์เป็นกรด-เบสของเลือดนี่ก็มีผลต่อการทำงานขเอนไซม์01104977.55
22344ปัจจัยต่อมาก็คืออุณหภูมิค่ะจากกราฟนี้นะคะปัจจัยต่อมาก็คืออุณหภูมิค่ะปัจจัยต่อมาก็คืออุณหภูมิค่ะจากกราฟนี้นะค01404165.85
22413นักเรียนคิดว่าการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิมีผลต่อการทำงานนักเรียนคิดว่าการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิมีผลต่อกนักเรียนคิดว่าการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิมีผลต่อการทำงาน0705186.27
22514ของเอนไซม์อะไมเลสหรือไม่อย่างไรแล้วเอนไซม์อะไมเลสนี่ของเอนไซม์อะไมเลสหรือไม่อย่างไรและเอนไซม์อะไมเลสนี่ของเอนไซม์อะไมเลสหรือไม่อย่างไรแล-้ะ(ว)เอนไซม์อะไมเลสนี่0115296.15
22612สามารถเร่งปฏิกิริยาเคมีในร่างกายมนุษย์สามารถเร่งปฏิกิริยาในมนุษย์สามารถเร่งปฏิกิริยาเคมีในร่างกายมนุษย์01103871.05
22744ได้หรือไม่เพราะเหตุใดได้หรือไม่เพราะเหตุใดได้หรือไม่เพราะเหตุใด00021100.00
22813นักเรียนลองดูนะคะจากกราฟนี้นะคะนักเรียนจะเห็นว่านักเรียนลองดูนะคะจากกราฟนี้นะคะนักเรียนลองดูนะคะจากกราฟนี้นะคะนักเรียนจเห็นว่า01704864.58
22914ที่จุดสูงสุดนะคะอัตราการทำงานของเอนไซม์อะไมเลสนี่ที่จุดสูงสุดนะคะอัตราการทำงานของเอนไซม์อะไมเลสนี่ที่จุดสูงสุดนะคะอัตราการทำงานของเอนไซม์อะไมเลสนี่00049100.00
23012จะอยู่ในช่วงอุณหภูมิประมาณ36-37องศาเซลเซียสจะอยู่ในช่วงประมาณอุณหภูมิจะอยู่ในช่วงอุณหภูมิประมาณ36-37งศาเ-ุณหภูมิ(ซลเซียส)01774344.19
23144อุณหภูมิช่วงนี้นะคะเป็นอุณหภูมิปกติอุณหภูมิช่วงนี้นะคะเป็นอุณหภูมิปกติอุณหภูมิช่วงนี้นะคะเป็นอุณหภูมิปกติ00035100.00
23213ของร่างกายมนุษย์ค่ะดังนั้นเอนไซม์อะไมเลสนี่นะคะของร่างกายมนุษย์ค่ะดังนั้นเอนไซม์อะไมเลสนะคะของร่างกายมนุษย์ค่ะดังนั้นเอนไซม์อะไมเลสนี่นะคะ0304793.62
23314จึงยังคงสามารถทำงานได้ที่อุณหภูมิที่ประมาณ36-37จึงยังคงสามารถทำงานได้ที่อุณหภูมิ37จึงยังคงสามารถทำงานได้ที่อุณหภูมิที่ประมาณ36-3701204774.47
23412องศาเซลเซียสแล้วนักเรียนคิดไหมคะองศาเซลเซียสและนักเรียนคิดไหมคะองศาเซลเซียสแล-้ะ(ว)นักเรียนคิดไหมคะ0113293.75
23544ถ้าร่างกายไม่สามารถรักษาดุลยภาพของอุณหภูมิภายในร่างกายถ้าร่างกายไม่สามารถรักษาดุลยภาพของอุณหภูมิของร่างถ้าร่างกายไม่สามารถรักษาดุลยภาพของอุณหภูมิภาของ(ยใน)ร่างกาย0535485.19
23613ไว้ได้จะเกิดอะไรขึ้นร่างกายไว้ได้จะเกิดอะไรขึ้นร่างกายไว้ได้จะเกิดอะไรขึ้นร่างกาย00027100.00
23714สามารถรักษาดุลยภาพของอุณหภูมิให้อยู่สามารถรักษาดุลยภาพของอุณหภูมิให้อยู่สามารถรักษาดุลยภาพของอุณหภูมิให้อยู่00036100.00
23812ที่ค่าๆหนึ่งไว้ได้ตลอดเวลาทำได้อย่างไรที่ค่าค่าหนึ่งไว้ได้ตลอดเวลาทำได้อย่างไรที่ค่าค่า(ๆ)หนึ่งไว้ได้ตลอดเวลาทำได้อย่างไร2013892.11
23944เราจะมาเรียนรู้ไปด้วยกันค่ะเราจะมาเรียนรู้ไปด้วยกันค่ะเราจะมาเรียนรู้ไปด้วยกันค่ะ00027100.00
24013กลไกการรักษาดุลยภาพของอุณหภูมิภายในกลไกการรักษาดุลยภาพของอุณหภูมิในกลไกการรักษาดุลยภาพของอุณหภูมิภายใน0303591.43
24114ร่างกายนะคะเริ่มจากร่างกายนี่มีสมองส่วนไฮโพทาลามัสซึ่งเป็นศูนย์ร่างกายนี่มีสมองส่วนไฮโพทาลามัสซึ่งร่างกายนะคะเริ่มจากร่างกายนี่มีสมองส่วนไฮโพทาลามัสซึ่งเป็นศูนย์02806355.56
24212ควบคุมอุณหภูมิภายในร่างกายให้คงที่ควบคุมอุณหภูมิภายในร่างกายให้คงที่ควบคุมอุณหภูมิภายในร่างกายให้คงที่00034100.00
24344ซึ่งสมองส่วนนี้นะคะจะไปสั่งการให้เกิดซึ่งสมองส่วนนี้นะคะจะไปสั่งการให้ซึ่งสมองส่วนนี้นะคะจะไปสั่งการให้เกิด0403789.19
24413การทำงานร่วมกันของอวัยวะหรือโครงสร้างที่เกี่ยวข้องได้แก่การทำงานร่วมกันของอวัยวะหรือโครงสร้างการทำงานร่วมกันของอวัยวะหรือโครงสร้างที่เกี่ยวข้อได้แก่01905666.07
24514หลอดเลือดที่ผิวหนังผิวหนังหลอดเลือดที่ผิวหนังผิวหนังหลอดเลือดที่ผิวหนังผิวหนัง00026100.00
24612และเส้นขนที่ผิวหนังและกล้ามและเส้นขนที่ผิวหนังและกล้ามและเส้นขนที่ผิวหนังและกล้าม00027100.00
24744เนื้อโครงร่างค่ะเราลองมาดูกลไกการทำงานกันเนื้อโครงร่างค่ะเรามาดูการเนื้อโครงร่างค่ะเราลองมาดูกลไกการทำงานกัน01504163.41
24813นะคะกลไกทำงานแรกนะคะนะคะกลไกการทำงานแรกนะคะนะคะกลไารทำงานแรกนะคะ3002085.00
24914ถ้าสิ่งแวดล้อมภายนอกมีอุณหภูมิสูงขึ้นหรือถ้าสิ่งแวดล้อมภายนอกมีอุณหภูมิสูงขึ้นหรือถ้าสิ่งแวดล้อมภายนอกมีอุณหภูมิสูงขึ้นหรือ00041100.00
25012ข้างนอกนี่อากาศร้อนอุณหภูมิข้างนอกนี่อากาศร้อนอุณหภูมิข้างนอกนี่อากาศร้อนอุณหภูมิ00027100.00
25144ที่สูงขึ้นนี่นะคะก็จะไปส่งสัญญาณไปที่ที่สูงขึ้นนี่นะคะก็จะไป...ส่งผลการทำงานไปที่ที่สูงขึ้นนี่นะคะก็จะไป...ส่งผลการทำง(สัญญ)น(ณ)ไปที่7053767.57
25213สมองส่วนไฮโพทาลามัสสมองส่วนนี้นะคะก็จะไปทำให้สมองส่วนไฮโพทาลามัสสมองส่วนนี้นะคะจะทำให้สมองส่วนไฮโพทาลามัสสมองส่วนนี้นะคะก็จะไปทำให้0404591.11
25314อัตราเมแทบอลิซึมภายในร่างกายนี่ลดต่ำลงอัตราเมแทบอลิซึมในร่างกายนี่ลดต่ำลงอัตราเมแทบอลิซึมภายในร่างกายนี่ลดต่ำลง0303892.11
25412ดังนั้นจึงเกิดความร้อนลดลงค่ะอีกดังนั้นจึงเกิดความร้อนลดลงค่ะอีกดังนั้นจึงเกิดความร้อนลดลงค่ะอีก00032100.00
25544ทั้งยังไปทำให้หลอดเลือดผิวหนังนี่เกิดการขยายตัวทั้งยังไปทำให้หลอดเลือดผิวหนังนี่ทั้งยังไปทำให้หลอดเลือดผิวหนังนี่เกิดการขยายตัว01404770.21
25613ซึ่งทำให้มีปริมาณเลือดนี่มาไหลเวียนที่บริเวณซึ่งทำให้มีปริมาณเลือดมาไหลเวียนที่บริเวณซึ่งทำให้มีปริมาณเลือดนี่มาไหลเวียนที่บริเวณ0304493.18
25714ผิวหนังมากขึ้นซึ่งเป็นการระบายความร้อนอีกทางหนึ่งผิวหนังมากขึ้นซึ่งเป็นการระบายความร้อนอีกทางหนึ่งผิวหนังมากขึ้นซึ่งเป็นการระบายความร้อนอีกทางหนึ่ง00049100.00
25812สมองส่วนนี้ก็ยังไปทำให้เส้นขนนี่เกิดสมองส่วนนี้ก็ยังไปทำให้เส้นขนเกิดสมองส่วนนี้ก็ยังไปทำให้เส้นข-ี่เกิด0303691.67
25944การเอนราบจึงทำให้มีการระบายความร้อนออกไปได้ง่ายการเอนราบจึงทำให้มีการระบายความร้อนออกไปได้ง่ายการเอนราบจึงทำให้มีการระบายความร้อนออกไปได้ง่าย00047100.00
26013และสุดท้ายนะคะเหงื่อค่ะและสุดท้ายนะคะเหงื่อค่ะและสุดท้ายนะคะเหงื่อค่ะ00023100.00
26114สมองส่วนนี้ไปทำให้ต่อมเหงื่อนี่มีการสร้างเหงื่อสมองส่วนนี้ไปทำให้ต่อมเหงื่อนี่มีการสร้างเหงื่อสมองส่วนนี้ไปทำให้ต่อมเหงื่อนี่มีการสร้างเหงื่อ00047100.00
26212เพิ่มมากขึ้นดังนั้นเหงื่อที่ออกมานี่นะคะเมื่อมีการเพิ่มมากขึ้นดังนั้นเหงื่อที่เพิ่มออกมานี่นะคะจะเพิ่มมากขึ้นดังนั้นเหงื่อที-่เพิ-่ออกมานี่นะคะเมื่อมีกจะ(าร)5825070.00
26344ระเหยก็จะเป็นการพาความร้อนออกไปจากร่างกายเราด้วยค่ะระเหยก็จะเป็นการพาความร้อนออกไปด้วยค่ะระเหยก็จะเป็นการพาความร้อนออกไปจากร่างกายเราด้วยค่ะ01305174.51
26413ทีนี้เรามาลองดูกลไกการรักษาดุลยภาพอุณหภูมิทีนี้เรามาลองดูกลไกการรักษาดุลยภาพทีนี้เรามาลองดูกลไกการรักษาดุลยภาพอุณหภูมิ0804280.95
26514ภายในร่างกายเมื่ออากาศข้างนอกหนาวนะคะอากาศที่หนาวลงนี้ภายในร่างกายเมื่ออากาศข้างนอกหนาวนะคะอากาศที่หนาวลงภายในร่างกายเมื่ออากาศข้างนอกหนาวนะคะอากาศที่หนาวลงนี้0305494.44
26612นี่นะคะก็จะไปกระตุ้นสมองส่วนไฮโพทาลามัสให้นี่นะคะก็จะไปกระตุ้นสมองส่วนไฮโพทาลามัสนี่นะคะก็จะไปกระตุ้นสมองส่วนไฮโพทาลามัสให้0304292.86
26744ไปสั่งการทำงานของอวัยวะหรือโครงสร้างต่างๆให้ทำงานร่วมกันดังนี้ไปสั่งการทำงานของโครไปสั่งการทำงานของอวัยวะหรือโครงสร้างต่างๆให้ทำงาน-่วมกันดังนี้04206232.26
26813คือเพิ่มอัตราเมแทบอลิซึมให้สูงขึ้นคือเพิ่มอัตราเมแทบอลิซึมที่สูคือเพิ่มอัตราเมแทบอลิซึมที่(ให้)สูงขึ้น0533476.47
26914ความร้อนที่ได้จึงเพิ่มมากขึ้นหลอดเลือดความร้อนที่ได้จึงเพิ่มมากขึ้นหลอดเลือดความร้อนที่ได้จึงเพิ่มมากขึ้นหลอดเลือด00038100.00
27012ที่ผิวหนังมีการหดตัวความร้อนจึงไม่สามารถที่ผิวหนังมีการหดตัวความร้อนจึงไม่สามารถที่ผิวหนังมีการหดตัวความร้อนจึงไม่สามารถ00040100.00
27144ออกไปนอกร่างกายได้แล้วก็ไปทำให้เส้นขนออกไปนอกร่างกายได้แล้วก็ไปทำให้เส้นขนเกิดการลุออกไปนอกร่างกายได้แล้วก็ไปทำให้เส้นขนเกิดการลุ9003775.68
27213นี่นะคะตั้งชันหรือที่เราเรียกกันว่า"ขนลุก"นี่ล่ะค่ะนี่นะคะตั้งชันหรือที่เราเรียกว่า"ขนลุก"นั่นแหละค่ะนี่นะคะตั้งชันหรือที่เราเรีย-ันว่า"ขนลุก"น-ั(-ี)-่นแห-่ะค่ะ3415184.31
27314ความร้อนจึงไม่สามารถออกไปได้อีกทั้งความร้อนจึงไม่สามารถออกไปได้อีกทั้งยังความร้อนจึงไม่สามารถออกไปได้อีกทั้งยั3003591.43
27412ไปทำให้ต่อมเหงื่อนี่นะคะลดการไปทำให้ต่อมเหงื่อนี่ค่ะลดการไปทำให้ต่อมเหงื่อนี่นะ-่ะลดการ1202989.66
27544สร้างเหงื่อออกมาและสุดท้ายสร้างเหงื่อออกมาและสุดท้ายสร้างเหงื่อออกมาและสุดท้าย00026100.00
27613ถ้าข้างนอกมีอากาศหนาวมากนี่ก็จะทำให้บริเวณแขนขาถ้าข้างนอกมีอากาศหนาวมากนี้ก็ทำให้บริเวณแขนขถ้าข้างนอกมีอากาศหนาวมากนี-้(-่)ก็จะทำให้บริเวณแขนข0314791.49
27714มีอาการสั่นซึ่งการสั่นนี่นะคะมีอาการสั่นซึ่งการสั่นนี่นะคะมีอาการสั่นซึ่งการสั่นนี่นะคะ00029100.00
27812เป็นการทำงานของกล้ามเนื้อโครงร่างทำให้เพิ่มเป็นการทำงานของกล้ามเนื้อโครงร่างซึ่งเพิ่มเป็นการทำงานของกล้ามเนื้อโครงร่างซึ่ง(-ำให้)เพิ่ม0144388.37
27944อัตราเมแทบอลิซึมสูงขึ้นอีกทางหนึ่งความร้อนที่ได้อัตราเมแทบอลิซึมอีกคราวหนึ่งอัตราเมแทบอลิซึมสูงขึ้นอีกร(ท)ว(ง)หนึ่งความร้อนที่ได้12124850.00
28013จึงเพิ่มมากขึ้นดังนั้นกระบวนการต่างๆนี่นะคะจึงเพิ่มมากขึ้นดังนั้นกระบวนการต่างๆนี่นะคะจึงเพิ่มมากขึ้นดังนั้นกระบวนการต่างๆนี่นะคะ00043100.00
28114จึงทำให้ร่างกายนี่มีอุณหภูมิกลับเข้าสู่ภาวะสมดุลจึงทำให้ร่างกายนี่มีอุณหภูมิกลับเข้าสู่ภาวะสมดุลจึงทำให้ร่างกายนี่มีอุณหภูมิกลับเข้าสู่ภาวะสมดุล00048100.00
28212หรือกลับเข้าสู่ดุลยภาพตามเดิมอีกครั้งหรือกลับเข้าสู่ดุลยภาพตามเดิมหรือกลับเข้าสู่ดุลยภาพตามเดิมอีกครั้ง0803778.38
28344ค่ะเรามาลองตรวจสอบความเข้าใจกันนะคะค่ะเรามาลองตรวจสอบความเข้าใจกันนะคะการที่ค่ะเรามาลองตรวจสอบความเข้าใจกันนะคะการที่6003582.86
28413เหงื่อช่วยในการระบายความร้อนได้อย่างไรเหงื่อช่วยในการระบายความร้อนได้อย่างๆเหงื่อช่วยในการระบายความร้อนได้อย่างๆ(ร)0113894.74
28514การที่ร่างกายสั่นช่วยรักษาอุณหภูมิของร่างกายการที่ร่างกายสั่นช่วยรักษาอุณหภูมิของร่างกายการที่ร่างกายสั่นช่วยรักษาอุณหภูมิของร่างกาย00044100.00
28612ได้อย่างไรเพราะเหตุใดเมื่อได้อย่างไรเพราะเหตุใดเมื่อได้อย่างไรเพราะเหตุใดเมื่อ00026100.00
28744ออกกำลังกายอย่างหนักจะมีอาการหน้าแดงเหงื่อออกมากขึ้นหายใจแรงออกกำลังกายอย่างหนักจะมีอาการหน้าแดงและออกกำลังกายอย่างหนักจะมีอาการหน้าแดงเห-ื่อออกมากขึ้นหายใจละ(รง)02126061.67
28813และถี่ขึ้นครูให้เวลา10วินาทีนะคะและถี่ขึ้นครูให้เวลา10วินาทีค่ะและถี่ขึ้นครูให้เวลา10วินาทีนะ-่1203290.62
28914เริ่มค่ะ[เสียงดนตรี]เริ่มค่ะ[เสียงดนตรี]เริ่มค่ะ[เสียงดนตรี]00020100.00
2901200000.00
29144(คุณครูปาณิก)(คุณครูปาณิก)0130130.00
29213หมดเวลาค่ะเราลองมาดูหมดเวลาค่ะเราลองมาดูหมดเวลาค่ะเราลองมาดู00020100.00
29314คำตอบกันนะคะข้อแรกนะคะเหงื่อคำตอบกันนะคะข้อแรกนะคะเหงื่อคำตอบกันนะคะข้อแรกนะคะเหงื่อ00028100.00
29412ช่วยในการระบายความร้อนได้อย่างไรการที่ผิวหนังขับเหงื่อออกมาช่วยในการระบายความร้อนได้อย่างไรการที่เหงื่อช่วยในการระบายความร้อนได้อย่างไรการที่ผิวหนังขับเหงื่ออกมา01505974.58
29544นะคะจะทำให้เกิดการระเหยขึ้นจึงเป็นการระบายความร้อนที่บริเวณผิวหนังนะคะจะทำให้เกิดการระบายมากขึ้นนะคะจะทำให้เกิดการระเหยขึ้นจึงเป็นการระบายม(ว)ขึ(มร)-้อนที่บริเวณผิวห-ัง13736637.88
29613ออกไปด้วยยิ่งร่างกายขับเหงื่อออกมามากเท่าใดออกไปด้วยยิ่งร่างกายขับเหงื่อออกมามากเท่าใดออกไปด้วยยิ่งร่างกายขับเหงื่อออกมามากเท่าใด00043100.00
29714ก็จะยิ่งช่วยลดอุณหภูมิภายในร่างกายลงได้มากขึ้นแต่ทั้งนี้ก็จะช่วยยิ่งลดอุณหภูมิภายในร่างกายลงได้มากขึ้นก็จะยิ่งช่ว-ิ่งลดอุณหภูมิภายในร่างกายลงได้มากขึ-้นแต่ทั-้-ี้41405667.86
29812นะคะก็ขึ้นอยู่กับความชื้นของอากาศณขณะนั้นด้วยนะคะก็ขึ้นอยู่กับความชื้นของอากาศณขณะนั้นด้วยนะคะก็ขึ้นอยู่กับความชื้นของอากาศณขณะนั้นด้วย00045100.00
29944เพราะว่าถ้าอากาศชื้นมากเหงื่อของคนเราก็จะระเหยออกไปได้น้อยเพระาว่าถ้าอากาศชื้นมากเหงื่อก็จะระเหยออกไปเพรว่าถ้าอากาศชื้นมากเหงื่อขงคนเราก็จะระเหยออกไปได้น้อย11605870.69
30013แต่ถ้าอากาศมีความชื้นน้อยเหงื่อก็จะระเหยแต่อากาศมีความชื้นน้อยเหงื่อก็จะระเหยแต่ถ้าอากาศมีความชื้นน้อยเหงื่อก็จะระเหย0304092.50
30114ออกไปได้มากค่ะ2.การที่ร่างกายสั่นออกไปได้มากค่ะ2.การที่ร่างกายสั่นออกไปได้มากค่ะ2.การที่ร่างกายสั่น00033100.00
30212ก็เป็นการช่วยรักษาอุณหภูมิในร่างกายโดยการสั่นก็เป็นการช่วยรักษาอุณหภูมิในร่างกายโดยการสั่นก็เป็นการช่วยรักษาอุณหภูมิในร่างกายโดยการสั่น00045100.00
30344นี่เป็นการทำงานของกล้ามเนื้อโครงร่างนะคะซึ่งการสั่นนี่นี่เป็นการทำงานของโครงร่างนะคะการสั่นนี่นี่เป็นการทำงานของกล้ามเนื้อโครงร่างนะคะซึ่งการสั่นนี่01405474.07
30413ทำให้เกิดความร้อนขึ้นอาการสั่นนี้นะคะจะพบได้บ่อยทำให้เกิดความร้อนขึ้นอาการสั่นนี่นะคะจะพบได้บ่อยทำให้เกิดความร้อนขึ้นอาการสั่นนี-่(-้)นะคะจะพบได้บ่อย0014897.92
30514เมื่ออยู่ในบริเวณที่มีอุณหภูมิต่ำมากๆนะคะเมื่ออยู่ในบริเวณที่มีอุณหภูมิต่ำมากๆนะคะเมื่ออยู่ในบริเวณที่มีอุณหภูมิต่ำมากๆนะคะ00041100.00
30612และสุดท้ายนะคะเหตุใดเมื่อออกกำลังกายอย่างหนักและสุดท้ายนะคะเหตุใดเมื่อออกกำลังกายอย่างหนักและสุดท้ายนะคะเหตุใดเมื่อออกกำลังกายอย่างหนัก00045100.00
30744จึงมีอาการหน้าแดงเหงื่อออกมากหรือว่ามีการหายใจแรงจึงมีอาการหน้าแดงเหงื่อออกมากจึงมีอาการหน้าแดงเหงื่อออกมากหรือว่มีารหายใจแรง02004959.18
30813และถี่ขึ้นเมื่อออกกำลังกายอย่างหนักใช่ไหมคะและถี่ขึ้นเมื่อออกกำลังกายอย่างหนักใช่ไหมคะและถี่ขึ้นเมื่อออกกำลังกายอย่างหนักใช่ไหมคะ00043100.00
30914เซลล์ในร่างกายของเรานี่ต้องใช้พลังงานอย่างมากจึงเซลล์ในร่างกายของเรานี่ต้องใช้พลังงานอย่างมากจึงเซลล์ในร่างกายของเรานี่ต้องใช้พลังงานอย่างมากจึง00048100.00
31012เกิดกระบวนการเมแทบอลิซึมขึ้นทำให้เกิดความเกิดกระบวนการเมตาบอลิซึมขึ้นจึงทำให้เกิดความเกิดกระบวนการเมตา(แท)บอลิซึมขึ้นจึงทำให้เกิดความ3024187.80
31144ร้อนในร่างกายมากกว่าปกติศูนย์ควบคุมอุณหภูมิที่สมองร้อนในร่างกายมากกว่าปกติเมื่อร้อนในร่างกายมากกว่าปกติศูนย์ควบคุมอุณหภเ(-ู)-ิท-ื(-ี)-่สม02125054.00
31213ส่วนไฮโพทาลามัสก็จะส่งสัญญาณไปกระตุ้นให้หลอดเลือดที่ผิวหนังส่วนไฮโพทาลามัสก็จะส่งสัญญาณไปกระตุ้นให้ผิวหนังส่วนไฮโพทาลามัสก็จะส่งสัญญาณไปกระตุ้นให้หลอดเลือดที่ผิวหนัง01205979.66
31314ขยายตัวเลือดจึงหมุนเวียนได้เร็วขึ้นทำให้มีอาการขยายตัวเลือดจึงหมุนเวียนได้เร็วขึ้นทำให้มีอาการขยายตัวเลือดจึงหมุนเวียนได้เร็วขึ้นทำให้มีอาการ00047100.00
31412หน้าแดงขณะเดียวกันต่อมเหงื่อก็จะมีการหน้าแดงขณะเดียวกันต่อมเหงื่อก็จะมีการหน้าแดงขณะเดียวกันต่อมเหงื่อก็จะมีการ00037100.00
31544ขับเหงือกเพิ่มขึ้นเพื่อเป็นการระบายความร้อนขับเหงื่อเพิ่มขึ้นเพื่อเป็นการระบายความร้อนขับเหงื-่เพิ่มขึ้นเพื่อเป็นการระบายความร้อน1104395.35
31613และกระบวนการเมแทบอลิซึมนี่นะคะก็ทำให้เกิดและกระบวนการเมแทบอลิซึมลิซึมนี่นะคะและกระบวนการเมแทบอลิซึมลิซึมนี่นะคะก็ทำให้เกิด51104160.98
31714แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ในเลือดเพิ่มมากขึ้นใช่ไหมคะจำได้ไหมคะแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ในเลือดมากขึ้นใช่ไหมคะแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ในเลือดเพิ่มมากขึ้นใช่ไหมคะจำได้ไหมคะ01505773.68
31812เมื่อแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ที่จะเพิ่มมากขึ้นจึงทำให้ความเข้มข้นเมื่อแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์เพิ่มมากขึ้นก็ทำให้เมื่อแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ที่จะเพิ่มมากขึ้นก็(-ึง)ทำให-้ความเข้มข-้01726168.85
31944ของไฮโดรเจนไอออนในเลือดนี่สูงขึ้นไปด้วยดังนั้นร่างกายจึงต้องของไฮโดรเจนไอออนนี่เพิ่มขึ้นสูงไปเรื่อยและของไฮโดรเจนไอออนใเลือดนี่เพ-ิ่ม(สูง)ขึ้นไปด้วยสู(ดั)ไปเ(-ั้น)-ื-่างกอ(า)จึงตและ(-้อง)321126040.00
32013ขับแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์นี้ออกไปโดยการขับแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์นี้ออกไปโดนการขับแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์นี้ออกไปโดน(ย)การ0013797.30
32114หายใจที่แรงและถี่ขึ้นเพื่อนำแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ออกหายใจที่แรงและถี่ขึ้นเพื่อนำแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ออกหายใจที่แรงและถี่ขึ้นเพื่อนำแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ออก00051100.00
32212จากร่างกายให้เร็วที่สุดนั่นเองค่ะนักเรียนตอบถูกไหมคะจากร่างกายให้เร็วที่สุดนั่นเองค่ะนักเรียนตอบถูกไหมคะจากร่างกายให้เร็วที่สุดนั่นเองค่ะนักเรียนตอบถูกไหมคะ00052100.00
32344มาถึงสรุปเนื้อหาภายในบทเรียนหัวข้อ2.2มาถึงสรุปเนื้อหาบทเรียนภายในมาถึงสรุปเนื้อหาภยในบทเรียนหัวขภายใน(-้อ2.2)0953762.16
32413การรักษาดุลยภาพของกรด-เบสของเลือดการรักษาดุลยภาพการรักษาดุลยภาพของกรด-เบสของเลือด01803345.45
32514ความเป็นกรด-เบสของเลือดขึ้นอยู่กับความเข้มข้นของไฮโดรเจนไอออนความเป็นกรด-เบสของเลือดขึ้นอยู่กับความเข้มข้นของไฮโดรเจนไอออนความเป็นกรด-เบสของเลือดขึ้นอยู่กับความเข้มข้นของไฮโดรเจนไอออน00061100.00
32612การรักษาดุลยภาพของกรด-เบสของเลือดในร่างกายในระดับการรักษากรด-เบสและดุลยภาพของร่างกายการรักษาดุลยภพของกรด-เบสละดุ(ของเ)ยภาพข(-ื)ดใง(น)ร่างกายในระดับ51964938.78
32744ชั้นนี้มี2กลไกคือ1.ชั้นนี้มี2กลไกคือ1.ชั้นนี้มี2กลไกคือ1.00019100.00
32813การทำงานของปอดถ้าความเข้มข้นของการทำงานของปอดถ้าความเข้มข้นของการทำงานของปอดถ้าความเข้มข้นของ00031100.00
32914ไฮโดรเจนไอออนในเลือดเพิ่มขึ้นกว่าปกติหรือเลือดไฮโดรเจนไอออนในเลือดเพิ่มขึ้นกว่าปกติหรือเลือดไฮโดรเจนไอออนในเลือดเพิ่มขึ้นกว่าปกติหรือเลือด00046100.00
33012มีภาวะเป็นกรดสมองส่วนควบคุมการหายใจจะสั่งการมีภาวะเป็นกรดสมองส่วนควบคุมการหายใจจะบังคับมีภาวะเป็นกรดสมองส่วนควบคุมการหายใจจะบ(ส)-ั-่คับ(การ)0144488.64
33144ให้ร่างกายเพิ่มอัตราการหายใจแต่ความเข้มข้นของไฮโดรเจนให้ร่างกายเพิ่มอัตราการหายใจถ้าส่วนของให้ร่างกายเพิ่มอัตราการหายใจถ้าส(แต)-่ามเข้มข้นของไฮโดรเจน21725360.38
33213ในเลือดลดลงกว่าปกติหรือเลือดมีภาวะในเลือดลดลงกว่าปกติหรือเลือดมีภาวะในเลือดลดลงกว่าปกติหรือเลือดมีภาวะ00034100.00
33314เป็นเบสสมองส่วนควบคุมการหายใจจะสั่งการเป็นเบสสมองส่วนควบคุมการหายใจจะสั่งการเป็นเบสสมองส่วนควบคุมการหายใจจะสั่งการ00038100.00
33412ให้ร่างกายลดอัตราการหายใจกลไกที่2ให้ร่างกายลดอัตราการหายใจกลไกที่2ให้ร่างกายลดอัตราการหายใจกลไกที่200033100.00
33544นะคะการทำงานของไตค่ะถ้าความเข้มข้นนะคะการทำงานของไตค่ะถ้าความเข้มข้นนะคะการทำงานของไตค่ะถ้าความเข้มข้น00034100.00
33613ของไฮโดรเจนไอออนในเลือดเพิ่มขึ้นกว่าปกติหรือเลือดของไฮโดรเจนไอออนในเลือดของไฮโดรเจนไอออนในเลือดเพิ่มขึ้กว่าปกติหรือเลือด02604946.94
33714มีภาวะเป็นกรดเซลล์ผนังท่อหน่วยไตจะหลั่งมีภาวะเป็นกรดเซลล์ผนังท่อหน่วยไตจะหลั่งมีภาวะเป็นกรดเซลล์ผนังท่อหน่วยไตจะหลั่ง00039100.00
33812ไฮโดรเจนไอออนไอโมเนียมไอออนเข้าสู่ของเหลวในท่อไฮโดรเจนไอออนแอมโมเนียมไอออนไฮโดรเจนไอออนแ(ไ)โมเนียมไออนเข้าสู่ขงเหลวใท่อ11914654.35
33944หน่วยไตและขับออกไปพร้อมปัสสาวะหน่วยไตและขับออกไปในท่อปัสสาวะหน่วยไตและขับออกไปนท่(พร้)ปัสสาวะ1133083.33
34013ขณะเดียวกันก็มีการดูดกลับไฮโดรเจนคาร์บอเนตไอออนขณะเดียวกันก็มีการดูดกลับไฮโดรเจนคาร์บอเนตไอออนขณะเดียวกันก็มีการดูดกลับไฮโดรเจนคาร์บอเนตไอออน00047100.00
34114โซเดียมไอออนเข้าสู่หลอดเลือดแต่ถ้าความเข้มข้นโซเดียมไอออนเข้าสู่หลอดเลือดแต่ถ้าความเข้มข้นโซเดียมไอออนเข้าสู่หลอดเลือดแต่ถ้าความเข้มข้น00045100.00
34212ของไฮโดรเจนไอออนในเลือดลดลงกว่าปกติหรือเลือดมีภาวะของไฮโดรเจนคาร์บอเนตไอออนของไฮโดรเจนไอออนใเลือดลดลงกวค(-่)ปกติห-์บ(-ื)อเตไ(ลื)ดมีภออน(าวะ)22775028.00
34344เป็นเบสเซลล์ผนังท่อหน่วยไตจะลดการหลั่งไฮโดรเจนไอออนเป็นเบสเซลล์ในผนังท่อหน่วยไตเป็นเบสเซลล์ในผนังท่อหน่วยไตจะลดการหลั่งไฮโดรเจนไอออน22505147.06
34413และหลั่งไฮโดรเจนคาร์บอเนตไอออนเข้าสู่ของและหลั่งไฮโดรเจนคาร์บอเนตไอออนและหลั่งไฮโดรเจนคาร์บอเนตไอออนเข้าสู่ของ01004075.00
34514เหลวในท่อหน่วยไตและขับออกไปพร้อมปัสสาวะของเหลวในท่อหน่วยไตและขับออกไปพร้อมปัสสาวะของเหลวในท่อหน่วยไตและขับออกไปพร้อมปัสสาวะ3003992.31
34612สำหรับสรุปเนื้อหาภายในบทเรียนหัวข้อที่2.3เรื่องการสำหรับสรุปเนื้อหายภายในบทเรียนบทที่2.3การสำหรับสรุปเนื้อหาภายในบทเรียนหัวขบท(-้อ)ที่2.3เรื่องการ11025074.00
34744รักษาดุลยภาพของอุณหภูมิภายในร่างกายการรักษาดุลยภาพอุณหภูมิรักษาดุลยภาพของอุณหภูมิในร่างกายและการรักรักษาดุลยภาพของอุณหภูมิภายในร่างกายและการรักษาดุลยภาพอุณหภูมิ32005860.34
34813ภายในร่างกายนี่เป็นการทำงานร่วมกันของหลอดเลือดที่ผิวหนังภายในร่างกายนี่เป็นการทำงานร่วมกันของหลอดเลือดที่ผิวหนังภายในร่างกายนี่เป็นการทำงานร่วมกันของหลอดเลือดที่ผิวหนัง00056100.00
34914และเส้นขนในผิวหนังกล้ามเนื้อโครงร่างและเส้นขนในผิวหนังกล้ามเนื้อโครงร่างและเส้นขนในผิวหนังกล้ามเนื้อโครงร่าง00036100.00
35012โดยมีสมองส่วนไฮโพทาลามัสทำหน้าที่ควบคุมโดยมีสมองส่วนไฮโพทาลามัสควบคุมโดยมีสมองส่วนไฮโพทาลามัสทำหน้าที่ควบคุม0903976.92
35144อุณหภูมิให้คงที่ในภาวะต่างๆดังนี้เมื่ออุณหภูมิอุณหภูมิให้คงที่ในภาวะต่างๆดังนี้ซึ่งอุณหภูมิให้คงที่ในภาวะต่างๆดังนี้ซึ(มื)-่ออุณหภูมง(-ิ)0934673.91
35213ภายในร่างกายของเราสูงขึ้นสมองส่วนไฮโพทาลามัสภายในร่างกายของเราสูงขึ้นสมองส่วนไฮโพทาลามัสภายในร่างกายของเราสูงขึ้นสมองส่วนไฮโพทาลามัส00044100.00
35314จะไปสั่งการให้ร่างกายลดอัตราเมแทบอลิซึมลงจะไปสั่งการให้ร่างกายลดอัตราเมแทบอลิซึมลงจะไปสั่งการให้ร่างกายลดอัตราเมแทบอลิซึมลง00041100.00
35412หลอดเลือดที่บริเวณผิวหนังมีการขยายหลอดเลือดที่บริเวณผิวหนังมีการขยายหลอดเลือดที่บริเวณผิวหนังมีการขยาย00034100.00
35544ตัวต่อมเหงื่อเพิ่มการสร้างเหงื่อตัวต่อมเหงื่อเพิ่มการสร้างเหงื่อตัวต่อมเหงื่อเพิ่มการสร้างเหงื่อ00032100.00
35613เส้นขนเอนราบเพื่อเพิ่มการระบายความร้อนเส้นขนเอนราบเพื่อเพิ่มการระบายความร้อนเส้นขนเอนราบเพื่อเพิ่มการระบายความร้อน00038100.00
35714แต่ถ้าอุณหภูมิภายในร่างกายต่ำกว่าปกติสมองแต่ถ้าอุณหภูมิภายในร่างกายต่ำกว่าปกติสมองแต่ถ้าอุณหภูมิภายในร่างกายต่ำกว่าปกติสมอง00041100.00
35812ส่วนไฮโพทาลามัสจะสั่งให้ร่างกายเพิ่มส่วนไฮโพทาลามัสจะสั่งให้ร่างกายเพิ่มส่วนไฮโพทาลามัสจะสั่งให้ร่างกายเพิ่ม00036100.00
35944อัตราเมแทบอลิซึมหลอดเลือดที่บริเวณผิวหนังหดตัวอัตราเมแทบอลิซึมหลอดเลือดที่บริเวณผิวหนังอัตราเมแทบอลิซึมหลอดเลือดที่บริเวณผิวหนังหดตัว0504689.13
36013ต่อมเหงื่อนี่นะคะลดการสร้างเหงื่อออกมาต่อมเหงื่อนี่ค่ะลดการสร้างเหงื่อออกมาต่อมเหงื่อนี่นะ-่ะลดการสร้างเหงื่อออกมา1203892.11
36114แต่ถ้าอุณหภูมิภายในร่างกายลดต่ำลงมากๆก็จะมีอาการสั่นแต่ถ้าอุณหภูมิในร่างกายลดต่ำลงมากๆก็จะมีอาการสั่นแต่ถ้าอุณหภูมิภายในร่างกายลดต่ำลงมากๆก็จะมีอาการสั่น0305294.23
36212เข้ามาด้วยนะคะซึ่งการสั่นนี้เป็นการทำงานของเข้ามาด้วยนะคะซึ่งการสั่นนี้เป็นการทำงานของเข้ามาด้วยนะคะซึ่งการสั่นนี้เป็นการทำงานของ00043100.00
36344กล้ามเนื้อโครงร่างทำให้เพิ่มอัตราเมแทบอลิซึมในร่างกายของเรากล้ามเนื้อโครงร่างทำให้กล้ามเนื้อโครงร่างทำให้เพิ่มอัตราเมแทบอลิซึมในร่างกายของเรา03605938.98
36413ให้สูงขึ้นความร้อนที่ได้จึงมากขึ้นให้สูงขึ้นความร้อนที่ได้จึงเพิ่มมากขึ้นให้สูงขึ้นความร้อนที่ได้จึงเพิ่มมากขึ้น5003485.29
36514ร่างกายจึงกลับเข้าสู่ภาวะสมดุลอีกครั้งค่ะร่างกายจึงกลับเข้าสู่ภาวะสมดุลอีกครั้งหนึ่งค่ะร่างกายจึงกลับเข้าสู่ภาวะสมดุลอีกครั้งหนึ่งค่ะ5004187.80
36612สำหรับครั้งต่อไปนะคะจะเป็นหัวข้อที่สำหรับครั้งต่อไปนะคะจะเป็นหัวข้อที่สำหรับครั้งต่อไปนะคะจะเป็นหัวข้อที่00035100.00
367442.4เรื่องระบบภูมิคุ้มกันสำหรับวันนี้2.4เรื่องระบบภูมิคุ้มกันสำหรับวันนี้2.4เรื่องระบบภูมิคุ้มกันสำหรับวันนี้00036100.00
36813ครูปาณิกขอไปก่อนนะคะสวัสดีค่ะครูปาณิกขอไปก่อนนะคะสวัสดีค่ะครูปาณิกขอไปก่อนนะคะสวัสดีค่ะ00029100.00
36914[เสียงดนตรี][เสียงดนตรี]120000.00
3701200000.00
37144[เสียงดนตรี][เสียงดนตรี][เสียงดนตรี]00012100.00
3721300000.00
3731400000.00
3744400000.00
3751400000.00
3764400000.00
3771300000.00
3784400000.00
3791300000.00
3814400000.00
More information
- compare(ans and test) :
- ans: file reference
- test: file test
- export datetime : 2024-03-29 14:56:51
- exported from : Accuracy Worker
- version :registry.rtt.in.th/spinsoft-transcription/backend_accuracy_worker:main-42d874d90e320e04ce26da7eb329f0d888006afc
- lib :character
- your normalize config
-IsFilter :true
-ToLower :false
-ToArabicNumber :true
-WordToNumber :false
-OrderAndSimilar :true
-ListRemove :
- alignment method :NeedlemanWunsch
- score weight :{"Match":2,"Mismatch":-1,"PartialMatch":1,"GapPenalty":-1}