| 0 | 13 | | | | 0 | 0 | 0 | 0 | 0.00 |
| 1 | 14 | | | | 0 | 0 | 0 | 0 | 0.00 |
| 2 | 12 | [เสียงดนตรี] | [เสียงดนตรี] | [เสียงดนตรี] | 0 | 0 | 0 | 12 | 100.00 |
| 3 | 44 | | | | 0 | 0 | 0 | 0 | 0.00 |
| 4 | 13 | | | | 0 | 0 | 0 | 0 | 0.00 |
| 5 | 14 | | | | 0 | 0 | 0 | 0 | 0.00 |
| 6 | 12 | | | | 0 | 0 | 0 | 0 | 0.00 |
| 7 | 44 | (คุณครูปาณิก)สวัสดีค่ะยินดีต้อนรับนักเรียนทุกคน | (คุณครูปาณิก)สวัสดีค่ะยินดีต้อนรับนักเรียนทุกคน | (คุณครูปาณิก)สวัสดีค่ะยินดีต้อนรับนักเรียนทุกคน | 0 | 0 | 0 | 47 | 100.00 |
| 8 | 13 | เข้าสู่หัวข้อที่2.2เรื่องการรักษา | เข้าสู่หัวข้อที่2.2เรื่องการรักษา | เข้าสู่หัวข้อที่2.2เรื่องการรักษา | 0 | 0 | 0 | 33 | 100.00 |
| 9 | 14 | ดุลยภาพของกรด-เบสของเลือดและหัวข้อที่2.3 | ดุลยภาพของกรด-เบสของเลือดและหัวข้อที่2.3 | ดุลยภาพของกรด-เบสของเลือดและหัวข้อที่2.3 | 0 | 0 | 0 | 40 | 100.00 |
| 10 | 12 | เรื่องการรักษาดุลยภาพของอุณหภูมิ | เรื่องการรักษาดุลยภาพของอุณหภูมิ | เรื่องการรักษาดุลยภาพของอุณหภูมิ | 0 | 0 | 0 | 32 | 100.00 |
| 11 | 44 | ภายในร่างกายโดยครูปาณิกเวียงชัยเป็นผู้ให้ความรู้ค่ะ | ภายในร่างกายโดยครูปาณิกเวียงชัยเป็นผู็ให้ความรู้ค่ะ | ภายในร่างกายโดยครูปาณิกเวียงชัยเป็นผู-็(-้)ให้ความรู้ค่ะ | 0 | 0 | 1 | 51 | 98.04 |
| 12 | 13 | 2หัวข้อนี้นะคะเป็น2หัวข้อย่อย | 2หัวข้อนี้นะคะเป็น2หัวข้อย่อย | 2หัวข้อนี้นะคะเป็น2หัวข้อย่อย | 0 | 0 | 0 | 29 | 100.00 |
| 13 | 14 | จากทั้งหมด4หัวข้อในบทที่2เรื่องการ | จากทั้งหมด4หัวข้อในบทที่ | จากทั้งหมด4หัวข้อในบทที-่2เรื-่องการ | 0 | 10 | 0 | 34 | 70.59 |
| 14 | 12 | รักษาดุลยภาพของร่างกายมนุษย์ | รักษาดุลยภาพของร่างกายมนุษย์ | รักษาดุลยภาพของร่างกายมนุษย์ | 0 | 0 | 0 | 28 | 100.00 |
| 15 | 44 | หัวข้อที่2.2และ2.3นี่นะคะ | หัวข้อที่2.2และ2.3นี่นะคะ | หัวข้อที่2.2และ2.3นี่นะคะ | 0 | 0 | 0 | 25 | 100.00 |
| 16 | 13 | มีจุดประสงค์การเรียนรู้ด้วยกันทั้งหมด3หัวข้อ | มีจุดประสงค์การเรียนรู้ด้วยทั้งหมด3หัวข้อ | มีจุดประสงค์การเรียนรู้ด้วยกันทั้งหมด3หัวข้อ | 0 | 3 | 0 | 44 | 93.18 |
| 17 | 14 | ดังรูปค่ะนักเรียนพร้อมแล้วหรือยังคะ | ดังรูปค่ะนักเรียนพร้อมแล้วหรือยังคะ | ดังรูปค่ะนักเรียนพร้อมแล้วหรือยังคะ | 0 | 0 | 0 | 35 | 100.00 |
| 18 | 12 | ถ้าพร้อมแล้วเรามาเริ่มเรียนกันเลยค่ะก่อนที่เรา | ถ้าพร้อมแล้วเรามาเริ่มเรียนกันเลยค่ะก่อน | ถ้าพร้อมแล้วเรามาเริ่มเรียนกันเลยค่ะก่อนที่เรา | 0 | 6 | 0 | 46 | 86.96 |
| 19 | 44 | จะเริ่มเนื้อหาใน2.2และ2.3นะคะครูอยากจะให้นักเรียนมา | จะเริ่มเนื้อหาใน2.2และ2.3กันนะคะเรามา | จะเริ่มเนื้อหาใน2.2และ2.3กันะน(ค)ะครูอยากจะให้นักเร-ียา(น)มา | 2 | 16 | 2 | 51 | 60.78 |
| 20 | 13 | ทบทวนความรู้เก่าของเราในเรื่องการรักษาดุลยภาพ | ทบทวนความรู้เก่าของเราเรื่องการรักษาดุลยภาพ | ทบทวนความรู้เก่าของเราในเรื่องการรักษาดุลยภาพ | 0 | 2 | 0 | 45 | 95.56 |
| 21 | 14 | ของน้ำและสารในร่างกายก่อนค่ะไตมนุษย์ | ของน้ำและสารในร่างกายก่อนค่ะไตมนุษย์ | ของน้ำและสารในร่างกายก่อนค่ะไตมนุษย์ | 0 | 0 | 0 | 36 | 100.00 |
| 22 | 12 | ทำหน้าที่รักษาดุลยภาพของน้ำและสารต่างๆ | ทำหน้าที่รักษาดุลยภาพ | ทำหน้าที่รักษาดุลยภาพของน้ำและสารต่างๆ | 0 | 17 | 0 | 38 | 55.26 |
| 23 | 44 | รวมทั้งกำจัดของเสียที่มีไนโตรเจนเป็นองค์ประกอบ | รวมทั้งกำจัดของเสียที่มีไนโตรเจนเป็นองค์ | รวมทั้งกำจัดของเสียที่มีไนโตรเจนเป็นองค์ประกอบ | 0 | 6 | 0 | 46 | 86.96 |
| 24 | 13 | ภายในเนื้อไตประกอบด้วยหน่วยไตซึ่งเป็นหน่วย | ภายในเนื้อไตประกอบด้วยหน่วยไตซึ่งเป็นหน่วย | ภายในเนื้อไตประกอบด้วยหน่วยไตซึ่งเป็นหน่วย | 0 | 0 | 0 | 42 | 100.00 |
| 25 | 14 | ปฏิบัติงานขนาดเล็กแต่ละหน่วยไต | ปฏิบัติงานขนาดเล็กแต่ละหน่วยไต | ปฏิบัติงานขนาดเล็กแต่ละหน่วยไต | 0 | 0 | 0 | 30 | 100.00 |
| 26 | 12 | ทำหน้าที่ในการรักษาดุลยภาพของน้ำและสารต่างๆ | ทำหน้าที่ในการรักษาดุลยภาพของน้ำและสารต่างๆ | ทำหน้าที่ในการรักษาดุลยภาพของน้ำและสารต่างๆ | 0 | 0 | 0 | 43 | 100.00 |
| 27 | 44 | รวมทั้งกำจัดของเสียโดยมี3ขั้นตอนดังนี้ | รวมทั้งกำจัดของเสียโดยมี3ขั้นตอนดังนี้ | รวมทั้งกำจัดของเสียโดยมี3ขั้นตอนดังนี้ | 0 | 0 | 0 | 38 | 100.00 |
| 28 | 13 | การกรองการดูดกลับและการหลั่ง | การกรองการดูดกลับและการหลั่ง | การกรองการดูดกลับและการหลั่ง | 0 | 0 | 0 | 28 | 100.00 |
| 29 | 14 | การรักษาดุลยภาพของน้ำ | การรักษาดุลยภาพของน้ำ | การรักษาดุลยภาพของน้ำ | 0 | 0 | 0 | 21 | 100.00 |
| 30 | 12 | ภายในร่างกายเกิดจากการทำงานร่วมกันของระบบขับถ่าย | ภายในร่างกายเกิดจากการทำงานร่วมกันของระบบขับถ่าย | ภายในร่างกายเกิดจากการทำงานร่วมกันของระบบขับถ่าย | 0 | 0 | 0 | 48 | 100.00 |
| 31 | 44 | ระบบประสาทระบบหมุนเวียนเลือด | ระบบประสาทระบบหมุนเวียนเลือด | ระบบประสาทระบบหมุนเวียนเลือด | 0 | 0 | 0 | 28 | 100.00 |
| 32 | 13 | และระบบต่อมไร้ท่อหรือฮอร์โมน | และระบบต่อไร่ท่อหรือฮอร์โมน | และระบบต่อมไร-่(-้)ท่อหรือฮอร์โมน | 0 | 1 | 1 | 28 | 92.86 |
| 33 | 14 | การรักษาดุลยภาพของแร่ธาตุในร่างกาย | การรักษาดุลยภาพแร่ธาตุในร่างกาย | การรักษาดุลยภาพของแร่ธาตุในร่างกาย | 0 | 3 | 0 | 34 | 91.18 |
| 34 | 12 | เช่นการรักษาดุลยภาพของโซเดียมในร่างกาย | เช่นการรักษาดุลยภาพของโซเดียมภายในร่างกาย | เช่นการรักษาดุลยภาพของโซเดียมภายในร่างกาย | 3 | 0 | 0 | 38 | 92.11 |
| 35 | 44 | มาถึงเนื้อหาที่เราจะเริ่มเรียนกันวันนี้นะคะหัวข้อที่2.2 | มาถึงเนื้อหาที่เราจะเริ่มเรียนกันในวันนี้กันนะคะใร | มาถึงเนื้อหาที่เราจะเริ่มเรียนกันในวันนี้กันนะคะหัวข้อที่2ใร(.2) | 5 | 10 | 2 | 55 | 69.09 |
| 36 | 13 | การรักษาดุลยภาพความเป็นกรด-เบสของเลือด | การรักาษาดุลยภาพการเป็นกรด-เบสของเลือด | การรักาษาดุลยภาพคก(ว)าร(ม)เป็นกรด-เบสของเลือด | 1 | 1 | 2 | 38 | 89.47 |
| 37 | 14 | กรด-เบสสำคัญต่อร่างกายมนุษย์อย่างไร | กรด-เบสสำคัญต่อร่างกายของมนุษย์อย่างไร | กรด-เบสสำคัญต่อร่างกายของมนุษย์อย่างไร | 3 | 0 | 0 | 35 | 91.43 |
| 38 | 12 | ครูอยากให้นักเรียนพิจารณากราฟกราฟนี้นะคะเป็นกราฟ | ครูอยากให้นักเรียนพิจารณากราฟกราฟนี้นะคะ | ครูอยากให้นักเรียนพิจารณากราฟกราฟนี้นะคะเป็นกราฟ | 0 | 8 | 0 | 48 | 83.33 |
| 39 | 44 | แสดงการทำงานของเอนไซม์2ชนิดได้แก่ | แสดงการทำงานของเอนไซม์2ชนิดเป็ฯ | แสดงการทำงานของเอนไซม์2ชนิดไดเป็ฯ(-้แก่) | 0 | 2 | 4 | 33 | 81.82 |
| 40 | 13 | เอนไซม์เพปซีนในกระเพาะอาหารและเอนไซม์ | เอนไซม์เพปซินในกระเพาะอาการและ | เอนไซม์เพปซ-ิ(-ี)นในกระเพาะอาก(ห)ารและเอนไซม์ | 0 | 7 | 2 | 37 | 75.68 |
| 41 | 14 | อะไมเลสในน้ำลายค่ะ | อไมเลสในน้ำลายค่ะ | อะไมเลสในน้ำลายค่ะ | 0 | 1 | 0 | 18 | 94.44 |
| 42 | 12 | นักเรียนดูกราฟนี้แล้วนักเรียนคิดว่าเอนไซม์ | นักเรียนดูกราฟนี้แล้วนักเรียนคิดว่าเอนไซม์ | นักเรียนดูกราฟนี้แล้วนักเรียนคิดว่าเอนไซม์ | 0 | 0 | 0 | 42 | 100.00 |
| 43 | 44 | เพปซีนและเอนไซม์อะไมเลสทำงานได้ดีที่ค่าph | เพปซินและเอนไซม์อะไมเลสเป็นค่า | เพปซ-ิ(-ี)นและเอนไซม์อะไมเลสทเป็(-ำงา)นได้ดีที่ค่าph | 0 | 11 | 4 | 41 | 63.41 |
| 44 | 13 | ประมาณเท่าไรคะ | ประมาณเท่าไรคะ | ประมาณเท่าไรคะ | 0 | 0 | 0 | 14 | 100.00 |
| 45 | 14 | เอนไซม์เพปซินนะคะทำงาน | เอนไซม์เพปซินนะคะทำงาน | เอนไซม์เพปซินนะคะทำงาน | 0 | 0 | 0 | 22 | 100.00 |
| 46 | 12 | ได้ดีที่ค่าphประมาณ2ขณะที่เอนไซม์อะไมเลส | ได้ดีที่ค่าphประมาณ2และเอนไซม์อะไมเลส | ได้ดีที่ค่าphประมาณ2แล(ขณ)ะที่เอนไซม์อะไมเลส | 0 | 3 | 2 | 40 | 87.50 |
| 47 | 44 | ทำงานได้ดีที่ค่าphประมาณ7ทั้งนี้ก็เพราะ | ทำงานได้ดีที่ค่าph | ทำงานได้ดีที่ค่าphประมาณ7ทั้งนี้ก็เพราะ | 0 | 21 | 0 | 39 | 46.15 |
| 48 | 13 | ปฏิกิริยาเคมีต่างๆในร่างกายนี่ถูกควบคุม | ปฏิกิริยาเคมีต่างๆในร่างกายนี่ถูกควบคุม | ปฏิกิริยาเคมีต่างๆในร่างกายนี่ถูกควบคุม | 0 | 0 | 0 | 39 | 100.00 |
| 49 | 14 | โดยเอนไซม์หลายชนิดซึ่งเอนไซม์บางชนิด | โดยเอนไซม์หลายชนิดซึ่งเอนไซม์บางชนิด | โดยเอนไซม์หลายชนิดซึ่งเอนไซม์บางชนิด | 0 | 0 | 0 | 36 | 100.00 |
| 50 | 12 | นี่ก็ทำงานได้ดีในภาวะเป็นกลางบางชนิด | นี่ก็ทำงานได้ดีในภาวะเป็นกลางบางชนิด | นี่ก็ทำงานได้ดีในภาวะเป็นกลางบางชนิด | 0 | 0 | 0 | 36 | 100.00 |
| 51 | 44 | ก็ทำงานได้ดีในภาวะเป็นกรดดังนั้นหากร่างกายมีการ | ก้ทำงานได้ดีในภาวะเป็นกรดบางภาวะก็ | ก-้(-็)ทำงานได้ดีในภาวะเป็นกรดด-ังนั้นหากรบ(-่)างภ(ก)ายวะ(มี)กา-็(ร) | 0 | 13 | 6 | 47 | 59.57 |
| 52 | 13 | เสียดุลยภาพของความเป็นกรด-เบสก็จะส่งผลกระทบต่อการทำงาน | เสียดุลยภาพของการเป็นกรด-เบสเพื่อรักษาดุลยภาพ | เสียดุลยภาพของคก(ว)าร(ม)เป็นกรด-เบสก็เพื(จะส)-่งผลอ(ก)ระทบต่-ั(อ)กษาด-ุลยภ(รทำง)าพ(น) | 2 | 11 | 12 | 54 | 53.70 |
| 53 | 14 | ของเอนไซม์ต่างๆในร่างกายค่ะนักเรียนคิดว่า | ของเอนไซม์ต่างๆในร่างกายค่ะนักเรียนคิดว่า | ของเอนไซม์ต่างๆในร่างกายค่ะนักเรียนคิดว่า | 0 | 0 | 0 | 41 | 100.00 |
| 54 | 12 | ร่างกายของคนเรานี่มีแนวโน้มที่จะมีภาวะ | ร่างกายของคนเรานี่มีแนวโน้มที่จะมีภาวะ | ร่างกายของคนเรานี่มีแนวโน้มที่จะมีภาวะ | 0 | 0 | 0 | 38 | 100.00 |
| 55 | 44 | ความเป็นกรดหรือเบสคะเราลองมาหาคำตอบกันนะคะ | ความเป็นกรด-เบสคะเราลองหาคำตอ | ความเป็นกรดหรื-(อ)เบสคะเราลองมาหาคำตอบกันนะคะ | 0 | 13 | 1 | 42 | 66.67 |
| 56 | 13 | กระบวนการเมแทบอลิซึมเช่นการหายใจระดับเซลล์ | กระบวนการเมแทบอลิซึมเช่นการหายใจระดับเซลล์ | กระบวนการเมแทบอลิซึมเช่นการหายใจระดับเซลล์ | 0 | 0 | 0 | 42 | 100.00 |
| 57 | 14 | จะมีแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์เกิดขึ้นซึ่ง | จะมีแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์เกิดขึ้นซึ่ง | จะมีแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์เกิดขึ้นซึ่ง | 0 | 0 | 0 | 36 | 100.00 |
| 58 | 12 | แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์นี้นะคะก็จะไปรวมตัวกับน้ำในเลือดทำให้ได้เป็น | แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ | แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์นี้นะคะก็จะไปรวมตัวกับน้ำในเลือดทำให้ได้เป็น | 0 | 44 | 0 | 64 | 31.25 |
| 59 | 44 | กรดคาร์บอนิกแล้วเจ้ากรดคาร์บอนิกนี่นะคะก็จะแตกตัวต่อมา | กรดคาร์บอนิกแล้วเจ้ากรด | กรดคาร์บอนิกแล้วเจ้ากรดคาร์บอนิกนี่นะคะก็จะแตกตัวต่อมา | 0 | 31 | 0 | 54 | 42.59 |
| 60 | 13 | ทำให้ได้ไฮโดรเจนไอออน | ทำให้ได้ไฮโดรเจนไอออน | ทำให้ได้ไฮโดรเจนไอออน | 0 | 0 | 0 | 21 | 100.00 |
| 61 | 14 | | | | 0 | 0 | 0 | 0 | 0.00 |
| 62 | 12 | ดังสมการนะคะดังนั้นความเข้มข้นของไฮโดรเจนเมื่อ | ดังนั้นความเข้มข้นของไฮโดรจนเมื่อ | ดังสมการนะคะดังนั้นความเข้มข้นของไฮโดรเจนเมื่อ | 0 | 13 | 0 | 46 | 71.74 |
| 63 | 44 | ไฮโดรเจนไอออนในเลือดนะคะมีปริมาณเพิ่มขึ้น | ไฮโดรเจนไอออนในเลือดนะคะเมื่อความเข้มข้นของ | ไฮโดรเจนไอออนในเลือดนะคะเม-ื่อคว(-ีปริม)าม(ณ)เพข้(-ิ่)มข-ึ-้นของ | 4 | 2 | 8 | 41 | 65.85 |
| 64 | 13 | จึงทำให้ความเข้มข้นของไฮโดรเจนไอออนในเลือดนี่เพิ่มขึ้น | จึงทำให้ความเข้มข้นของไฮโดรเจนไออน | จึงทำให้ความเข้มข้นของไฮโดรเจนไอออนในเลือดนี่เพิ่มขึ้น | 0 | 20 | 0 | 54 | 62.96 |
| 65 | 14 | หรืออาจกล่าวได้ว่าเลือดมีภาวะเป็นกรดมากขึ้น | หรืออาจกล่าวได้ว่าเลือดมีภาวะเป็นกรดมากขึ้น | หรืออาจกล่าวได้ว่าเลือดมีภาวะเป็นกรดมากขึ้น | 0 | 0 | 0 | 43 | 100.00 |
| 66 | 12 | แต่ถ้าเลือดมีปริมาณไฮโดรเจนไอออนลดลง | แต่ถ้าเลือดมีปริมาณไฮโดรเจนไอออนลดลง | แต่ถ้าเลือดมีปริมาณไฮโดรเจนไอออนลดลง | 0 | 0 | 0 | 36 | 100.00 |
| 67 | 44 | หรือความเข้มข้นของไฮโดรเจนไอออนลดลง | หรือความเข้มข้นของไฮโดรเจนไอออนลดลงหรือ | หรือความเข้มข้นของไฮโดรเจนไอออนลดลงหรือ | 4 | 0 | 0 | 35 | 88.57 |
| 68 | 13 | เลือดก็จะมีภาวะเป็นเบสมากขึ้นกว่าปกติค่ะ | เลือดก็จะมีภาวะเป็นเบสเพิ่มขึ้นมากกว่าปกติ | เลือดก็จะมีภาวะเป็นเบสเพิ่มากขึ้นมากกว่าปกติค่ะ | 7 | 5 | 0 | 40 | 70.00 |
| 69 | 14 | แล้วนักเรียนก็ทราบดีอยู่แล้วใช่ไหมคะว่า | แล้วนักเรียนอยู่แล้วใช่ไหมคะว่า | แล้วนักเรียนก็ทราบดีอยู่แล้วใช่ไหมคะว่า | 0 | 8 | 0 | 39 | 79.49 |
| 70 | 12 | ร่างกายของคนเรานี่มีเลือดไหลเวียนอยู่ทั่วร่างกาย | ร่างกายของคนเรานี่มีเลือดไหลเวียนอยู่ทั่วร่างกาย | ร่างกายของคนเรานี่มีเลือดไหลเวียนอยู่ทั่วร่างกาย | 0 | 0 | 0 | 48 | 100.00 |
| 71 | 44 | เพื่อนำสารอาหารและแก๊สออกซิเจนไปหล่อเลี้ยงแต่ละเซลล์ทั่วร่างกาย | เพื่อนำสารอาหารและแก๊สออกซิเจนไปหล่อเลี้ยง | เพื่อนำสารอาหารและแก๊สออกซิเจนไปหล่อเลี้ยงแต่ละเซลล์ทั่วร่างกาย | 0 | 21 | 0 | 63 | 66.67 |
| 72 | 13 | การที่เลือดของเรามีความเข้มข้นของไฮโดรเจนไอออน | การที่เลือดของเรามีความเข้มข้มของไฮโดรเจนไอออ | การที่เลือดของเรามีความเข้มข้ม(น)ของไฮโดรเจนไอออน | 0 | 1 | 1 | 46 | 95.65 |
| 73 | 14 | เปลี่ยนแปลงไปจากปกติก็จะส่งผลต่อการทำงานของ | เปลี่ยนแปลงไปจากปกติก็จะส่งผลต่อการทำงานของ | เปลี่ยนแปลงไปจากปกติก็จะส่งผลต่อการทำงานของ | 0 | 0 | 0 | 43 | 100.00 |
| 74 | 12 | เซลล์ต่างๆโดยเฉพาะเอนไซม์ในร่างกายแต่ละที่ | เซลล์ต่างๆโดยเฉพาะเอนไซม์ | เซลล์ต่างๆโดยเฉพาะเอนไซม์ในร่างกายแต่ละที่ | 0 | 17 | 0 | 42 | 59.52 |
| 75 | 44 | ที่จะทำให้อัตราการทำงานเปลี่ยนแปลงไปจากปกติ | ที่จะทำให้อัตราการทำงานเปลี่ยนแปลงไปจากปกติ | ที่จะทำให้อัตราการทำงานเปลี่ยนแปลงไปจากปกติ | 0 | 0 | 0 | 43 | 100.00 |
| 76 | 13 | หรือไม่สามารถทำงานได้เหมือนเดิมอีกต่อไปค่ะแล้วนักเรียน | หรือไม่สามารถทำงานได้เหมือนเดิมอีกต่อไปค่ะแล้วนักเรียน | หรือไม่สามารถทำงานได้เหมือนเดิมอีกต่อไปค่ะแล้วนักเรียน | 0 | 0 | 0 | 54 | 100.00 |
| 77 | 14 | ทราบไหมคะว่าร่างกายของคนเรานี่สามารถรักษาดุลยภาพ | ทราบไหมคะว่าร่างกายของคนเรานี่สามารถรักษาดุลยภาพ | ทราบไหมคะว่าร่างกายของคนเรานี่สามารถรักษาดุลยภาพ | 0 | 0 | 0 | 48 | 100.00 |
| 78 | 12 | ของความเป็นกรด-เบสของเลือดได้อย่างไร | ของความเป็นกรด-เบสของความเป็นเลือดได้อย่างไร | ของความเป็นกรด-เบสของความเป็นเลือดได้อย่างไร | 8 | 0 | 0 | 36 | 77.78 |
| 79 | 44 | วันนี้นะคะครูก็จะมาสอนการรักษาดุลยภาพ | วันนี้นะคะครูก้ได้มาสอนการทำงานของดุลยภาพ | วันนี้นะคะครูก-้ได้(-็จะ)มาสอนการรทำง(-ักษ)านของดุลยภาพ | 5 | 1 | 6 | 37 | 67.57 |
| 80 | 13 | โดยการทำงานของปอดนักเรียนจำได้ไหมคะ | โดยการทำงานของปอดนักเรียนจำได้ไหมคะ | โดยการทำงานของปอดนักเรียนจำได้ไหมคะ | 0 | 0 | 0 | 35 | 100.00 |
| 81 | 14 | การแลกเปลี่ยนแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์กับแก๊ส | การแลกเปลี่ยนแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์กับแก๊ส | การแลกเปลี่ยนแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์กับแก๊ส | 0 | 0 | 0 | 40 | 100.00 |
| 82 | 12 | ออกซิเจนเกิดขึ้นที่บริเวณใดของปอด | ออกซิเจนเกิดขึ้นที่บริเวณใดของปอด | ออกซิเจนเกิดขึ้นที่บริเวณใดของปอด | 0 | 0 | 0 | 33 | 100.00 |
| 83 | 44 | เฉลยนะคะเกิดขึ้นที่บริเวณถุงลมปอดนั่นเองค่ะ | เฉลยนะคะเกิดที่บริเวณถุงลมปอดนั่นเองค่ะ | เฉลยนะคะเกิดขึ้นที่บริเวณถุงลมปอดนั่นเองค่ะ | 0 | 4 | 0 | 43 | 90.70 |
| 84 | 13 | แล้วการหายใจช่วย | แล้วการหายใจช่วย | แล้วการหายใจช่วย | 0 | 0 | 0 | 16 | 100.00 |
| 85 | 14 | ในการรักษาดุยภาพของกรด-เบสในเลือดได้อย่างไรคะ | ในการรักษาดุลยภาพของกรด-เบสในเลือดได้อย่างไรคะ | ในการรักษาดุลยภาพของกรด-เบสในเลือดได้อย่างไรคะ | 1 | 0 | 0 | 45 | 97.78 |
| 86 | 12 | เรามาลองศึกษากันนะคะ | เรามาลองศึกษากันนะคะ | เรามาลองศึกษากันนะคะ | 0 | 0 | 0 | 20 | 100.00 |
| 87 | 44 | ร่างกายของเรานี่นะคะรักษาดุลยภาพความเป็นกรด-เบสของเลือด | ร่างกายของเรานี่นะคะรักษาดุลยภาพ | ร่างกายของเรานี่นะคะรักษาดุลยภาพความเป็นกรด-เบสของเลือด | 0 | 23 | 0 | 55 | 58.18 |
| 88 | 13 | โดยความเข้มข้นของไฮโดรเจนไอออนที่เพิ่มขึ้น | โดยความเข้มข้นของไฮโดรเจนไอออนที่เพิ่มขึ้น | โดยความเข้มข้นของไฮโดรเจนไอออนที่เพิ่มขึ้น | 0 | 0 | 0 | 42 | 100.00 |
| 89 | 14 | หรือลดลงกว่าปกตินี่จะไปกระตุ้นศูนย์ควบคุมการ | หรือลดลงกว่าปกตินี่จะไปกระตุ้นศูนย์ควบคุมการ | หรือลดลงกว่าปกตินี่จะไปกระตุ้นศูนย์ควบคุมการ | 0 | 0 | 0 | 44 | 100.00 |
| 90 | 12 | หายใจที่สมองนะคะทำให้เปลี่ยนแปลง | หายใจที่สมองนะคะทำให้เปลี่ยนแปลง | หายใจที่สมองนะคะทำให้เปลี่ยนแปลง | 0 | 0 | 0 | 32 | 100.00 |
| 91 | 44 | อัตราการหายใจของเราโดยถ้าความเข้มข้นของ | อัตราการหายใจของเราโดยถ้า | อัตราการหายใจของเราโดยถ้าความเข้มข้นของ | 0 | 14 | 0 | 39 | 64.10 |
| 92 | 13 | ไฮโดรเจนไอออนในเลือดของเรามากกว่าปกติสมอง | ไฮโดรเจนไอออนในเลือดของเรามากกว่าปกติสมองของเรานะคะ | ไฮโดรเจนไอออนในเลือดของเรามากกว่าปกติสมองของเรานะคะ | 10 | 0 | 0 | 41 | 75.61 |
| 93 | 14 | ก็จะไปสั่งให้เรานี่นะคะเพิ่มอัตราการหายใจขึ้น | ก็จะไปสั่งให้เรานะคะเพิ่มอัตราการหายใจขึ้น | ก็จะไปสั่งให้เรานี่นะคะเพิ่มอัตราการหายใจขึ้น | 0 | 3 | 0 | 45 | 93.33 |
| 94 | 12 | แต่ถ้าความเข้มข้นของไฮโดรเจนไอออน | แต่ถ้าความเข้มข้นของไฮโดรเจนไอออน | แต่ถ้าความเข้มข้นของไฮโดรเจนไอออน | 0 | 0 | 0 | 33 | 100.00 |
| 95 | 44 | ในเลือดของเราน้อยกว่าปกติสมองก็จะไปสั่งให้เรา | ในเลือดของเราน้อยกว่าปกติสมองก็จะสั่งให้เรา | ในเลือดของเราน้อยกว่าปกติสมองก็จะไปสั่งให้เรา | 0 | 2 | 0 | 45 | 95.56 |
| 96 | 13 | ลดอัตราการหายใจการที่อัตราการหายใจของเรา | ลดอัตราการหายใจการที่อัตราการหายใจ | ลดอัตราการหายใจการที่อัตราการหายใจของเรา | 0 | 6 | 0 | 40 | 85.00 |
| 97 | 14 | เพิ่มขึ้นหรือลดลงจากปกตินี่ | เพิ่มขึ้นหรือลดลงจากปกตินี่ | เพิ่มขึ้นหรือลดลงจากปกตินี่ | 0 | 0 | 0 | 27 | 100.00 |
| 98 | 12 | ส่งผลต่อความเข้มข้นของไฮโดรเจนไอออนในเลือดอย่างไรเรามาดูกันนะคะ | ส่งผลต่อความเข้มข้นของไฮโดรเจนไอออนในเลือดอย่างไร | ส่งผลต่อความเข้มข้นของไฮโดรเจนไอออนในเลือดอย่างไรเรามาดูกันนะคะ | 0 | 14 | 0 | 63 | 77.78 |
| 99 | 44 | ก็คือถ้าเรามีอัตราการหายใจเพิ่มขึ้นคาร์บอนไดออกไซด์นะคะก็จะ | ก็คือถ้าเรามีอัตราการหายใจเพิ่มขึ้นดังนั้นร่างกาย | ก็คือถ้าเรามีอัตราการหายใจเพิ่มขึ้นคาร์บอนไดออ-ังนั้(กไซด์)นร-่าง(ะคะ)ก-็าย(จะ) | 1 | 11 | 10 | 59 | 62.71 |
| 100 | 13 | ถูกขับออกจากปอดเร็วขึ้นดังนั้นความเข้มข้น | ถูกขับออกจากปอดเร็วขึ้นดังนั้นการเพิ่มขึ้น | ถูกขับออกจากปอดเร็วขึ้นดังนั้นคก(ว)าร(ม)เพ-ิ่(ข้)มข-ึ-้น | 2 | 1 | 4 | 41 | 82.93 |
| 101 | 14 | ของไฮโดรเจนไอออนในเลือดนี่ก็จะลดลงนั่นเองค่ะ | ของไฮโดรเจนไอออนในเลือดนี่ก็จะลดลงนั่นเองค่ะ | ของไฮโดรเจนไอออนในเลือดนี่ก็จะลดลงนั่นเองค่ะ | 0 | 0 | 0 | 44 | 100.00 |
| 102 | 12 | แต่ถ้าเรานี่ลดอัตราการหายใจลดลงกว่าปกติ | แต่ถ้าเรานี่ลดอัตราการหายใจลดลงกว่าปกติ | แต่ถ้าเรานี่ลดอัตราการหายใจลดลงกว่าปกติ | 0 | 0 | 0 | 39 | 100.00 |
| 103 | 44 | นี่นะคะคาร์บอนไดออกไซด์ในเลือดนี่ก็จะสะสม | นี่นะคะคาร์บอนได้ออกไซด์ในเลือด | นี่นะคะคาร์บอนได-้ออกไซด์ในเลือดนี่ก็จะสะสม | 1 | 11 | 0 | 41 | 70.73 |
| 104 | 13 | เพิ่มมากขึ้นความเข้มข้นของไฮโดรเจนไอออนในเลือดนี่ | เพิ่มมากขึ้นความเข้มข้นของไฮโดรเจนไอออน | เพิ่มมากขึ้นความเข้มข้นของไฮโดรเจนไอออนในเลือดน-ี่ | 0 | 10 | 0 | 49 | 79.59 |
| 105 | 14 | ก็จะเพิ่มขึ้นค่ะซึ่งจากกลไกทั้งสองนี่นะคะก็จะทำให้ | ก็จะเพิ่มขึ้นค่ะซึ่งจากกลไกทั้ง2นี้นะคะก็จะทำให้ | ก็จะเพิ่มขึ้นค่ะซึ่งจากกลไกทั้งสอ2(ง)นี-้(-่)นะคะก็จะทำให้ | 0 | 2 | 2 | 50 | 92.00 |
| 106 | 12 | เรานี่สามารถรักษาดุลยภาพของความเป็นกรด-เบสของเลือดได้ค่ะ | เรานี่สามารถรักษาดุลยภาพของความเป็นกรด-เบสในเลือดได้ค่ะ | เรานี่สามารถรักษาดุลยภาพของความเป็นกรด-เบสขใน(อง)เลือดได้ค่ะ | 0 | 1 | 2 | 56 | 94.64 |
| 107 | 44 | กลไกต่อมาในการรักษาดุลยภาพความเป็นกรด-เบสของเลือดนะคะ | กลไกต่อมาในการรักษาดุลยภาพ | กลไกต่อมาในการรักษาดุลยภาพความเป็นกรด-เบสของเลือดนะคะ | 0 | 27 | 0 | 53 | 49.06 |
| 108 | 13 | ก็คือการทำงานของไตนั่นเองค่ะกลไกการทำงานของไตมี3ขั้นตอน | ก็คือการทำงานของไตนั่นเองค่ะกลไกการทำงานของไตมี3ขั้นตอน | ก็คือการทำงานของไตนั่นเองค่ะกลไกการทำงานของไตมี3ขั้นตอน | 0 | 0 | 0 | 55 | 100.00 |
| 109 | 14 | คือการกรองการดูดกลับและการหลั่ง | คือการกรองการดูดกลับและการหลั่ง | คือการกรองการดูดกลับและการหลั่ง | 0 | 0 | 0 | 31 | 100.00 |
| 110 | 12 | ซึ่งโดยปกติแล้วนะคะไตของเรานี่ | ซึ่งโดยปกติแล้วนะคะไตของเรานี่ | ซึ่งโดยปกติแล้วนะคะไตของเรานี่ | 0 | 0 | 0 | 30 | 100.00 |
| 111 | 44 | จะมีการหลั่งไฮโดรเจนไอออนเป็นปกติอยู่แล้ว | จะมีการหลั่งไฮโดรเจนไอออนเป็นปกติอยู่ | จะมีการหลั่งไฮโดรเจนไอออนเป็นปกติอยู่แล้ว | 0 | 4 | 0 | 41 | 90.24 |
| 112 | 13 | แต่ถ้าเลือดของเรานะคะมีความเข้มข้นของไฮโดรเจนไอออนนี่มากกว่าปกติ | แต่ถ้าเลือดของเรานะคะมีความเข้มข้นของไฮโดรเจนไอออน | แต่ถ้าเลือดของเรานะคะมีความเข้มข้นของไฮโดรเจนไอออนน-ี่มากกว่าปกติ | 0 | 14 | 0 | 64 | 78.12 |
| 113 | 14 | ไตของเรานะคะก็จะทำการหลั่งสารที่มีไฮโดรเจนไอออน | ไตของเรานะคะก็จะทำการหลั่งสารที่มีไฮโดรเจนไอออน | ไตของเรานะคะก็จะทำการหลั่งสารที่มีไฮโดรเจนไอออน | 0 | 0 | 0 | 47 | 100.00 |
| 114 | 12 | ออกไปโดยการทำงานของเซลล์ที่ผนังท่อหน่วยไต | ออกไปโดยการทำงานของเซลล์ที่ผนังท่อหน่วยไต | ออกไปโดยการทำงานของเซลล์ที่ผนังท่อหน่วยไต | 0 | 0 | 0 | 41 | 100.00 |
| 115 | 44 | ค่ะเซลล์ที่ผนังท่อหน่วยไตนี่นะคะก็จะหลั่งไฮโดรเจนไอออนแอมโมเนียมไอออน | ค่ะเซลล์ที่ผนังท่อหน่วยไตนี่นะคะเซลล์ที่ผนังของ | ค่ะเซลล์ที่ผนังท่อหน่วยไตนี่นะคะก็เซล(จะห)ล-์ท-ี(-ั)-่งไฮโดรเจนไอออนแอมโมผ(เ)น-ียม-ังข(ไออ)อง(น) | 2 | 24 | 9 | 69 | 49.28 |
| 116 | 13 | จากเลือดเข้าสู่ท่อหน่วยไต | จากเลือดเข้าสู่ท่อหน่วยไต | จากเลือดเข้าสู่ท่อหน่วยไต | 0 | 0 | 0 | 25 | 100.00 |
| 117 | 14 | ขณะเดียวกันเซลล์ที่ผนังของท่อหน่วยไตนี่นะคะ | ขณะเดียวกันเซลล์ที่ผนังของหน่วยไตนี่นะคะ | ขณะเดียวกันเซลล์ที่ผนังของท่อหน่วยไตนี่นะคะ | 0 | 3 | 0 | 43 | 93.02 |
| 118 | 12 | ก็จะมีการดูดกลับไฮโดรเจนคาร์บอเนตไอออนและ | ก็จะมีการดูดกลับไฮโดรเจน | ก็จะมีการดูดกลับไฮโดรเจนคาร์บอเนตไอออนและ | 0 | 17 | 0 | 41 | 58.54 |
| 119 | 44 | โซเดียมไอออนเข้าสู่หลอดเลือดค่ะดังนั้นเลือดของเราจึงยังคงรักษา | โซเดียมไอออนเข้าสู่หน่วยไตค่ะมาสู่ | โซเดียมไอออนเข้าสู่หลอน่วยไต(ดเลือด)ค่ะดังนั้นเลือดของเม(ร)าจึงยังคงรัสู่(กษา) | 0 | 28 | 10 | 62 | 38.71 |
| 120 | 13 | ดุลยภาพความเป็นกรด-เบสของเลือดไว้ได้นั่นเองค่ะมาถึงคำถาม | ดุลยภาพความเป็นกรด-เบสได้นั่นเองค่ะเรามา | ดุลยภาพความเป็นกรด-เบสของเลือดไว้ได้นั่นเองค่ะมาถึงคเร(-ำถ)ามา | 1 | 17 | 2 | 56 | 64.29 |
| 121 | 14 | ตรวจสอบความเข้าใจนะคะถ้าเลือดมีภาวะเป็นเบส | ตรวจสอบความเข้าใจนะคะถ้าเลือดมีภาวะเป็นเบส | ตรวจสอบความเข้าใจนะคะถ้าเลือดมีภาวะเป็นเบส | 0 | 0 | 0 | 42 | 100.00 |
| 122 | 12 | ท่อหน่วยไตจะมีการหลั่งและดูดกลับสารต่างๆอย่างไรคะ | ท่อหน่วยไตจะมีการหลั่งและดูดกลับสารอย่างไรคะ | ท่อหน่วยไตจะมีการหลั่งและดูดกลับสารต่างๆอย่างไรคะ | 0 | 5 | 0 | 49 | 89.80 |
| 123 | 44 | เพื่อรักษาดุลยภาพความเป็นกรด-เบสของเลือดให้อยู่ในภาวะปกติ | เพื่อรักาษความเป็นกรด-เบสเพื่อรักษาดุลยภาพน | เพื่อรักษาดุลยภาษ(พ)ความเป็นกรด-เบสของเพ(ล)-ื-่อรักษาดให-ุล(-้อ)ย-ู่ในภาวะปกพน(ติ) | 6 | 20 | 6 | 57 | 43.86 |
| 124 | 13 | ครูให้เวลาคิด10วินาทีนะคะเริ่มค่ะ | ครูให้เวลาคิด10วินาทีนะคะเริ่มค่ะ | ครูให้เวลาคิด10วินาทีนะคะเริ่มค่ะ | 0 | 0 | 0 | 33 | 100.00 |
| 125 | 14 | [เสียงดนตรี] | [เสียงดนตรี] | [เสียงดนตรี] | 0 | 0 | 0 | 12 | 100.00 |
| 126 | 12 | | | | 0 | 0 | 0 | 0 | 0.00 |
| 127 | 44 | (คุณครูปาณิก)หมดเวลาค่ะ | (คุณครูปาณิก)หมดเวลาค่ะ | (คุณครูปาณิก)หมดเวลาค่ะ | 0 | 0 | 0 | 23 | 100.00 |
| 128 | 13 | นักเรียนตอบได้ไหมคะเราลองมาดูคำตอบกันนะคะว่าจะตรงกับ | นักเรียนตอบได้ไหมคะเราลองมาดูคำตอบกันนะคะว่าจะตรงกับ | นักเรียนตอบได้ไหมคะเราลองมาดูคำตอบกันนะคะว่าจะตรงกับ | 0 | 0 | 0 | 52 | 100.00 |
| 129 | 14 | ที่นักเรียนคิดไว้ไหมคำตอบนะคะ | ที่นักเรียนคิดไว้ไหมคำตอบนะคะ | ที่นักเรียนคิดไว้ไหมคำตอบนะคะ | 0 | 0 | 0 | 29 | 100.00 |
| 130 | 12 | เซลล์ที่ผนังท่อหน่วยไตก็จะลดการหลั่งไฮโดรเจนไอออน | เซลล์ที่ผนังท่อหน่วยไตก็จะลดการผลิตไฮโดรเจนไอออน | เซลล์ที่ผนังท่อหน่วยไตก็จะลดการผ(ห)ล-ั-ิต(-่ง)ไฮโดรเจนไอออน | 0 | 1 | 3 | 49 | 91.84 |
| 131 | 44 | เพื่อให้ความเข้มข้นของไฮโดรเจนไอออนในเลือดเพิ่มขึ้น | เพื่อมห้ความเข้มข้นของไฮโดรเจนไอออน | เพื่อม(ใ)ห้ความเข้มข้นของไฮโดรเจนไอออนในเลือดเพิ่มขึ้น | 0 | 16 | 1 | 51 | 66.67 |
| 132 | 13 | และขณะเดียวกันก็จะมีการหลั่งไฮโดรเจนคาร์บอเนตไอออน | และขณะเดียวกันมีการหลั่งไฮโดรเจนคาร์ | และขณะเดียวกันก็จะมีการหลั่งไฮโดรเจนคาร์บอเนตไอออน | 0 | 14 | 0 | 50 | 72.00 |
| 133 | 14 | เข้าสู่ของเหลวที่ท่อหน่วยไตเพื่อ | เข้าสู่ของเหลวที่ท่อหน่วยไตเพื่อ | เข้าสู่ของเหลวที่ท่อหน่วยไตเพื่อ | 0 | 0 | 0 | 32 | 100.00 |
| 134 | 12 | ขับออกนอกร่างกายพร้อมกับปัสสาวะทำให้ความเป็นกรด-เบส | ขับออกนอกร่างกายพร้อมกับปัสสาวะเพื่อลดความกรด-เบส | ขับออกนอกร่างกายพร้อมกับปัสสาวะเพ-ื่อลด(ทำให้)ความเป็นกรด-เบส | 2 | 4 | 5 | 51 | 78.43 |
| 135 | 44 | ของเลือดกลับเข้าสู่ภาวะสมดุลค่ะนักเรียน | ของเลือดกลับเข้าสู่ภาวะสมดุลค่ะ | ของเลือดกลับเข้าสู่ภาวะสมดุลค่ะนักเรียน | 0 | 8 | 0 | 39 | 79.49 |
| 136 | 13 | ตอบถูกเหมือนกันไหมคะเอาล่ะค่ะจากที่นักเรียน | ตอบถูกเหมือนกันไหมคะเอาล่ะค่ะจากที่นักเรียน | ตอบถูกเหมือนกันไหมคะเอาล่ะค่ะจากที่นักเรียน | 0 | 0 | 0 | 43 | 100.00 |
| 137 | 14 | ได้เรียนรู้ความสำคัญของไตแล้วนะคะไตของมนุษย์นี่ | ได้เรียนรู้ความสำคัญของไตแล้วนะคะไตของมนุษย์นี่ | ได้เรียนรู้ความสำคัญของไตแล้วนะคะไตของมนุษย์นี่ | 0 | 0 | 0 | 47 | 100.00 |
| 138 | 12 | ทำหน้าที่สำคัญในการรักษาดุลยภาพของน้ำ | ทำหน้าที่สำคัญในการรักษาดุลยภาพสำคัญของน้ำ | ทำหน้าที่สำคัญในการรักษาดุลยภาพสำคัญของน้ำ | 5 | 0 | 0 | 37 | 86.49 |
| 139 | 44 | และสารต่างๆในร่างกายรวมทั้งกำจัดของเสียที่มีไนโตรเจนเป็นองค์ประกอบ | และสารต่างๆในร่างกายรวมทั้งกำจัดของเสียต่างๆในร่างกาย | และสารต่างๆในร่างกายรวมทั้งกำจัดของเสียทต(-ี)-่างๆใ(มีไ)นโตรเจนเป็-่า(นอ)งค์ประกาย(อบ) | 1 | 14 | 8 | 66 | 65.15 |
| 140 | 13 | ทีนี้ถ้าไต | ทีนี้ถ้าไต | ทีนี้ถ้าไต | 0 | 0 | 0 | 10 | 100.00 |
| 141 | 14 | ของคนเราไม่สามารถทำงานได้หรือมีความผิดปกติ | ของคนเราไม่สามารถทำงานได้หรือมีความผิดปกติ | ของคนเราไม่สามารถทำงานได้หรือมีความผิดปกติ | 0 | 0 | 0 | 42 | 100.00 |
| 142 | 12 | ก็จะเกิดผลเสียต่อการทำงานของร่างกาย | ก็จะเกิดผลเสียต่อการทำงานของร่างกาย | ก็จะเกิดผลเสียต่อการทำงานของร่างกาย | 0 | 0 | 0 | 35 | 100.00 |
| 143 | 44 | ในส่วนอื่นๆด้วยเช่นเดียวกันทั้งนี้นะคะ | ในอื่นๆด้วยเช่นเดียวกันทั้งนี้นะคะ | ในส่วนอื่นๆด้วยเช่นเดียวกันทั้งนี้นะคะ | 0 | 4 | 0 | 38 | 89.47 |
| 144 | 13 | โดยทั่วไปผู้ป่วยที่เป็นโรคเกี่ยวกับการทำงานของไตนี่ | โดยทั่วไปผู้ป่วยที่เป็นโรคเกี่ยวกับการทำงานของไตนี่ | โดยทั่วไปผู้ป่วยที่เป็นโรคเกี่ยวกับการทำงานของไตนี่ | 0 | 0 | 0 | 51 | 100.00 |
| 145 | 14 | ส่วนใหญ่แล้วจะมีอาการก็คือ | ส่วนใหญ่แล้วจะมีอาการคือ | ส่วนใหญ่แล้วจะมีอาการก็คือ | 0 | 2 | 0 | 26 | 92.31 |
| 146 | 12 | ร่างกายจะบวมน้ำเพราะว่าน้ำนี่ | ร่างกายจะบวมน้ำเพราะว่าน้ำนี่ | ร่างกายจะบวมน้ำเพราะว่าน้ำนี่ | 0 | 0 | 0 | 29 | 100.00 |
| 147 | 44 | เข้าไปสะสมอยู่ในระหว่างเซลล์เป็นจำนวนมากดังภาพนี้นะคะ | เข้าไปสะสมอยู่ในระหว่างเซลล์เป็นจำนวนมาก | เข้าไปสะสมอยู่ในระหว่างเซลล์เป็นจำนวนมากดังภาพนี้นะคะ | 0 | 13 | 0 | 53 | 75.47 |
| 148 | 13 | วิธีสังเกตง่ายๆนะคะ | วิธีสังเกตง่ายๆนะคะ | วิธีสังเกตง่ายๆนะคะ | 0 | 0 | 0 | 19 | 100.00 |
| 149 | 14 | ก็คือลองเอานิ้วมือนะคะจิ้มไปที่บริเวณผิวหนัง | ก็คือลองเอานิ้วมือนะคะจิ้มไปที่บริเวณผิวหนัง | ก็คือลองเอานิ้วมือนะคะจิ้มไปที่บริเวณผิวหนัง | 0 | 0 | 0 | 44 | 100.00 |
| 150 | 12 | ออกแรงกดเล็กน้อยนักเรียนจะเห็นว่าพอ | ออกแรงกดเล็กน้อยนักเรียนจะเห็นว่าเมื่อ | ออกแรงกดเล็กน้อยนักเรียนจะเห็นว่าเมื-่(พ)อ | 3 | 0 | 1 | 35 | 88.57 |
| 151 | 44 | นักเรียนดึงนิ้วมือออกนี่ผิวหนังก็จะเด้งขึ้นมากลับเป็นปกติทันที | นักเรียนดึงนิ้วมือออกนี่จะเห็นได้ว่านิ้วมือ | นักเรียนดึงนิ้วมือออกนี่ผิวหนังก็จะเห็นได(ด้งขึ)-้ว่(นม)ากลับเป็นปกต-ิ-้วมือ(ทันที) | 0 | 19 | 12 | 62 | 50.00 |
| 152 | 13 | แต่ถ้าในผู้ป่วยที่เป็นโรคไตที่มีอาการบวมน้ำนี่ | แต่ถ้าในผู้ป่วยที่เป็นโรคไตอาการบวมน้ำนี่ | แต่ถ้าในผู้ป่วยที่เป็นโรคไตที่มีอาการบวมน้ำนี่ | 0 | 5 | 0 | 46 | 89.13 |
| 153 | 14 | พอนักเรียนดึงนิ้วมือออกมาแล้วนี่ผิวหนังจะใช้ระยะเวลา | พอนักเรียนดึงนิ้วมือออกมาแล้วนี่ผิวหนังจะใช้ระยะ | พอนักเรียนดึงนิ้วมือออกมาแล้วนี่ผิวหนังจะใช้ระยะเวลา | 0 | 4 | 0 | 52 | 92.31 |
| 154 | 12 | หนึ่งในการที่จะเด้งขึ้นมาอยู่ในภาวะปกติค่ะ | หนึ่งในการที่จะเด้งขึ้นมาอยู่ในภาวะปกติค่ะ | หนึ่งในการที่จะเด้งขึ้นมาอยู่ในภาวะปกติค่ะ | 0 | 0 | 0 | 42 | 100.00 |
| 155 | 44 | ทีนี้เรามาดูตัวอย่างโรคไตและโรคที่เกี่ยวกับทางเดินปัสสาวะ | ทีนี้เรามาดูตัวอย่างโรคไต | ทีนี้เรามาดูตัวอย่างโรคไตและโรคที่เกี่ยวกับทางเดินปัสสาวะ | 0 | 32 | 0 | 57 | 43.86 |
| 156 | 13 | ที่ส่งผลต่อการทำงานของไตนะคะตัวอย่างโรคไต | ที่ส่งผลต่อการทำงานของไตนะคะตัวอย่างโรคไต | ที่ส่งผลต่อการทำงานของไตนะคะตัวอย่างโรคไต | 0 | 0 | 0 | 41 | 100.00 |
| 157 | 14 | ที่พบเช่น1.โรคไตวายโดยโรคไตวายนี้ | ที่พบเช่น1.โรคไตวายโดยโรคไตวายนี้จะ | ที่พบเช่น1.โรคไตวายโดยโรคไตวายนี้จะ | 2 | 0 | 0 | 33 | 93.94 |
| 158 | 12 | แบ่งได้เป็น2แบบก็คือไตวายเฉียบพลันและ | แบ่งได้เป็น2แบบก็คือไตวายเฉียบพลันและ | แบ่งได้เป็น2แบบก็คือไตวายเฉียบพลันและ | 0 | 0 | 0 | 37 | 100.00 |
| 159 | 44 | ไตวายเรื้อรังไตวายเฉียบพลันนี่นะคะ | ไตวายเรื้อรังไดวานเฉียบพลันนี่นะคะ | ไตวายเรื้อรังได(ต)วาน(ย)เฉียบพลันนี่นะคะ | 0 | 0 | 2 | 34 | 94.12 |
| 160 | 13 | ถ้าเราสามารถรักษาได้ทันท่วงทีนี่ไตก็ยังจะคงสามารถ | ถ้าเราสามารถรักษาได้ทันท่วงทีนี่ได้ก็ | ถ้าเราสามารถรักษาได้ทันท่วงทีนี่ได-้(ต)ก็ยังจะคงสามารถ | 1 | 13 | 1 | 49 | 69.39 |
| 161 | 14 | กลับมาทำงานได้เต็มประสิทธิภาพดังเดิมแต่ถ้าป่วย | กลับมาทำงานได้เต็มประสิทธิภาพดังเดิมแต่ถ้าป่วย | กลับมาทำงานได้เต็มประสิทธิภาพดังเดิมแต่ถ้าป่วย | 0 | 0 | 0 | 46 | 100.00 |
| 162 | 12 | เป็นโรคไตวายเรื้อรังแล้วนี่ไตจะไม่สามารถกลับ | เป็นโรคไตวายเรื้อรังแล้วนี่ไตจะไม่สามารถกลับ | เป็นโรคไตวายเรื้อรังแล้วนี่ไตจะไม่สามารถกลับ | 0 | 0 | 0 | 44 | 100.00 |
| 163 | 44 | มาทำงานได้เต็มประสิทธิภาพได้ดังเดิมนะคะต้องรักษาประคองอาการ | มาทำงานได้เต็มประสิทธิภาพได้ดังเดิมนะคะต้อดูแล | มาทำงานได้เต็มประสิทธิภาพได้ดังเดิมนะคะต้องรักษาประคองอดูแล(าการ) | 0 | 13 | 4 | 59 | 71.19 |
| 164 | 13 | ต่อไปเรื่อยๆตัวอย่างโรคไตพบอันที่2ก็คือ | ต่อไปเรื่อยๆตัวอย่างโรคไตที่พบอันที่2ก็คือ | ต่อไปเรื่อยๆตัวอย่างโรคไตที่พบอันที่2ก็คือ | 3 | 0 | 0 | 39 | 92.31 |
| 165 | 14 | โรคนิ่วในไตโดยนิ่วในไต | โรคนิ่วในไตโดยนิ่วในไต | โรคนิ่วในไตโดยนิ่วในไต | 0 | 0 | 0 | 22 | 100.00 |
| 166 | 12 | นี่นะคะมีลักษณะเป็นก้อนแข็งเป็นสารประกอบออกซาเลต | นี่นะคะมีลักษณะเป็นก้อนแข็งเป็นสารประกอบออกซาเลต | นี่นะคะมีลักษณะเป็นก้อนแข็งเป็นสารประกอบออกซาเลต | 0 | 0 | 0 | 48 | 100.00 |
| 167 | 44 | ซึ่งถ้าเกิดมีนิ่วในไตก็จะทำให้ไตนี่ | ซึ่งถ้าเกิดมีนิ่วในไตก็จะสามารไม่ทำงานได้อย่าง | ซึ่งถ้าเกิดมีนิ่วในไตก็จะสามารไม่ทำงาน(ให้)ได-้อย(ตนี)-่าง | 11 | 0 | 6 | 35 | 51.43 |
| 168 | 13 | ไม่สามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพและถ้านิ่วในไตนี่ | ไม่สามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพแล้วถ้านิ่วในไตนี่ | ไม่สามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพแล-้ว(ะ)ถ้านิ่วในไตนี่ | 1 | 0 | 1 | 49 | 95.92 |
| 169 | 14 | ไปอุดตันที่บริเวณท่อปัสสาวะเวลา | ไปอุดตันที่บริเวณท่อปัสสาวะพอเวลา | ไปอุดตันที่บริเวณท่อปัสสาวะพอเวลา | 2 | 0 | 0 | 31 | 93.55 |
| 170 | 12 | ขับถ่ายนี่ก็จะเกิดอาการแสบร้อนบริเวณท่อปัสสาวะ | ขับถ่ายนี่ก็จะเกิดอาการแสบร้อนบริเวณท่อปัสสาวะ | ขับถ่ายนี่ก็จะเกิดอาการแสบร้อนบริเวณท่อปัสสาวะ | 0 | 0 | 0 | 46 | 100.00 |
| 171 | 44 | และบางครั้งก็อาจทำให้ท่อปัสสาวะนี่เกิดการอักเสบได้ | และบางครั้งก็อาจทำให้เกิดท่อปัสส | และบางครั้งก็อาจทำให้ท่อปัสสาวะนี่เกิดกท่(าร)อป-ักเสบไดส(-้) | 1 | 19 | 3 | 50 | 54.00 |
| 172 | 13 | ทีนี้เราลองมาดูตัวอย่างโรคทางเดินปัสสาวะที่ | ทีนี้เราลองมาดูตัวอย่างโรคทางเดินปัสสาวะที่ | ทีนี้เราลองมาดูตัวอย่างโรคทางเดินปัสสาวะที่ | 0 | 0 | 0 | 43 | 100.00 |
| 173 | 14 | พบได้บ่อยนะคะเช่น1.กระเพาะ | พบได้บ่อยนะคะเช่น1.กระเพาะ | พบได้บ่อยนะคะเช่น1.กระเพาะ | 0 | 0 | 0 | 26 | 100.00 |
| 174 | 12 | ปัสสาวะอักเสบโรคนี้นะคะจะพบได้บ่อยในเพศหญิงมากกว่า | ปัสสาวะอักเสบโรคนี้นะคะจะพบได้บ่อยในเพศหญิงมากกว่า | ปัสสาวะอักเสบโรคนี้นะคะจะพบได้บ่อยในเพศหญิงมากกว่า | 0 | 0 | 0 | 50 | 100.00 |
| 175 | 44 | เพศชายเพราะว่าเพศหญิงนี่มีท่อปัสสาวะที่สั้น | เพศชายเพราะว่าเพศหญิงนี่มีท่อปัสสาวะที่สั้น | เพศชายเพราะว่าเพศหญิงนี่มีท่อปัสสาวะที่สั้น | 0 | 0 | 0 | 43 | 100.00 |
| 176 | 13 | และรูเปิดใกล้ทวารหนักดังนั้นพวกเชื้อโรค | และรูเปิดใกล้ทวารหนักดังนั้น | และรูเปิดใกล้ทวารหนักดังนั้นพวกเชื้อโรค | 0 | 11 | 0 | 39 | 71.79 |
| 177 | 14 | ต่างๆเช่นอีโคไลก็จะ | ต่างๆเช่นอีโคไรก็จะ | ต่างๆเช่นอีโคไร(ล)ก็จะ | 0 | 0 | 1 | 19 | 94.74 |
| 178 | 12 | เข้าสู่ท่อปัสสาวะได้ง่ายมาถึงตัวอย่างโรคที่ | เข้าสู่ท่อปัสสาวะได้ง่ายมาถึงตัวอย่างโรค | เข้าสู่ท่อปัสสาวะได้ง่ายมาถึงตัวอย่างโรคที่ | 0 | 3 | 0 | 43 | 93.02 |
| 179 | 44 | เกี่ยวกับทางเดินปัสสาวะอันที่2นะคะก็คือโรคท่อปัสสาวะอักเสบ | เกี่ยวกับทางเดินปัสสาวะนะคะ | เกี่ยวกับทางเดินปัสสาวะอันที่2นะคะก็คือโรคท่อปัสสาวะอักเสบ | 0 | 31 | 0 | 58 | 46.55 |
| 180 | 13 | โดยโรคนี้นะคะเกิดจากการติดเชื้อที่บริเวณ | โดยโรคนี้นะคะเกิดจากการติดเชื้อที่บริเวณ | โดยโรคนี้นะคะเกิดจากการติดเชื้อที่บริเวณ | 0 | 0 | 0 | 40 | 100.00 |
| 181 | 14 | ท่อปัสสาวะซึ่งส่วนใหญ่พบได้จากการมีเพศสัมพันธ์หรือ | ท่อปัสสาวะซึ่งส่วนใหญ่พบได้จากการมีเพศสัมพันธ์หรือ | ท่อปัสสาวะซึ่งส่วนใหญ่พบได้จากการมีเพศสัมพันธ์หรือ | 0 | 0 | 0 | 50 | 100.00 |
| 182 | 12 | ไม่ได้เกิดจากการมีเพศสัมพันธ์นั่นก็คือติดเชื้ออีโคไลบางครั้ง | ไม่ได้เกิดจากการมีเพศสัมพันธ์ก็คือติดเชื้อจากโรคอีโคไล | ไม่ได้เกิดจากการมีเพศสัมพันธ์นั่นก็คือติดเชื้อจากโรคอีโคไลบางครั้ง | 6 | 12 | 0 | 60 | 70.00 |
| 183 | 44 | อาจพบได้จากการที่ท่อปัสสาวะนี่ถูกกระทบกระเทือน | อาจพบได้จากการที่ท่อปัสสาวะนี่ถูกการกระทบกระเทือ | อาจพบได้จากการที่ท่อปัสสาวะนี่ถูกการกระทบกระเทือน | 3 | 1 | 0 | 46 | 91.30 |
| 184 | 13 | จากการสวนถ่ายทางท่อปัสสาวะ | จากการสวนปปถ่าย | จากการสวนปปถ่ายทางท่อปัสสาวะ | 2 | 13 | 0 | 26 | 42.31 |
| 185 | 14 | ในผู้ป่วยติดเตียงหรือผู้ป่วยที่ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ | ในผู้ป่วยติดเตียงหรือผู้ป่วยที่ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ | ในผู้ป่วยติดเตียงหรือผู้ป่วยที่ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ | 0 | 0 | 0 | 53 | 100.00 |
| 186 | 12 | โดยทั่วไปแล้วนี่การดูแลและรักษาโรคไตนี่ | โดยทั่วไปแล้วนี่การดูแลรักษาโรคไตนี่ | โดยทั่วไปแล้วนี่การดูแลและรักษาโรคไตนี่ | 0 | 3 | 0 | 39 | 92.31 |
| 187 | 44 | ถ้าป่วยหนักๆนี่นะคะก็จะต้องมีการฟอกเลือดนะคะ | ถ้าป่วยหนักๆนี่นะคะก็จะมีการฟอกเลือด | ถ้าป่วยหนักๆนี่นะคะก็จะต้องมีการฟอกเลือดนะคะ | 0 | 8 | 0 | 44 | 81.82 |
| 188 | 13 | ดังภาพนะคะภาพก.ค่ะการฟอกเลือดโดย | ดังภาพนะคะภาพก.นะคะการฟอกเลือดโดย | ดังภาพนะคะภาพก.นะค-่ะการฟอกเลือดโดย | 2 | 1 | 0 | 32 | 90.62 |
| 189 | 14 | ใช้เครื่องไตเทียมหรืออีกวิธีหนึ่งในรักษาโรคไต | ใช้เครื่องไตเทียมหรืออีกวิธีหนึ่งในการรักษาโรคไต | ใช้เครื่องไตเทียมหรืออีกวิธีหนึ่งในการรักษาโรคไต | 3 | 0 | 0 | 45 | 93.33 |
| 190 | 12 | นะคะก็คือการปลูกถ่ายไตค่ะโดยการ | นะคะก็คือการปลูกถ่ายไตค่ะโดยการ | นะคะก็คือการปลูกถ่ายไตค่ะโดยการ | 0 | 0 | 0 | 31 | 100.00 |
| 191 | 44 | ปลูกถ่ายไตนะคะจะต้องใช้ไตของผู้ใกล้ชิดทางสายเลือดเพื่อป้องกัน | ปลูกถ่ายไตนะคะจะต้องใช้ไตโดยสายเลือดเพื่อ | ปลูกถ่ายไตนะคะจะต้องใช้ไตของผู้ใกล้ชโ(-ิ)ดทาย(ง)สายเลือดเพื่อป้องกัน | 0 | 20 | 2 | 61 | 63.93 |
| 192 | 13 | ไม่ให้เกิดการต่อต้านเนื้อเยื่อโดย | ไม่ให้เกิดการต่อต้านเนื้อเยื่อโดย | ไม่ให้เกิดการต่อต้านเนื้อเยื่อโดย | 0 | 0 | 0 | 33 | 100.00 |
| 193 | 14 | การทำงานของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายค่ะทีนี้เรามาดู | การทำงานของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายค่ะทีนี้มาดู | การทำงานของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายค่ะทีนี้เรามาดู | 0 | 3 | 0 | 51 | 94.12 |
| 194 | 12 | วิธีการป้องกันการเกิดโรคไตกันบ้างนะคะก็คือง่ายๆเลยอันดับแรก | วิธีการป้องกันการเกิดโรคไตกันบ้างนะคะวิธีง่ายๆเลย | วิธีการป้องกันการเกิดโรคไตกันบ้างนะคะกวิธี(-็คือ)ง่ายๆเลยอันดับแรก | 0 | 10 | 4 | 59 | 76.27 |
| 195 | 44 | ก็คือลดการรับประทานอาหารที่ค่อนข้าง | ก็คือลดการรับประทานที่ค่อนข้าง | ก็คือลดการรับประทานอาหารที่ค่อนข้าง | 0 | 5 | 0 | 35 | 85.71 |
| 196 | 13 | เค็มจัดหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีส่วนประกอบ | เค็มจัดหลีกเลี่ยงการรับประทานอาการที่มีส่วนผส | เค็มจัดหลีกเลี่ยงการรับประทานอาก(ห)ารที่มีส่วนประกผส(อบ) | 0 | 4 | 3 | 49 | 85.71 |
| 197 | 14 | ออกซาเลตดื่มน้ำสะอาดและเพียงพอ | ออกซาเลตดื่มน้ำสะอาดและเพียงพอ | ออกซาเลตดื่มน้ำสะอาดและเพียงพอ | 0 | 0 | 0 | 30 | 100.00 |
| 198 | 12 | ในแต่ละวันไม่กลั้นปัสสาวะ | ในแต่ละวันไม่กลั้นปัสสาวะ | ในแต่ละวันไม่กลั้นปัสสาวะ | 0 | 0 | 0 | 25 | 100.00 |
| 199 | 44 | มาถึงคำถามชวนคิดกันบ้างนะคะนักเรียนคิดว่า | มาถึงคำถามชวนคิดกันบ้างนะคะนักเรียนคิดว่า | มาถึงคำถามชวนคิดกันบ้างนะคะนักเรียนคิดว่า | 0 | 0 | 0 | 41 | 100.00 |
| 200 | 13 | ถ้าไตไม่สามารถทำงานได้จะมีผล | ถ้าไตไม่สามารถทำงานได้จะมีผล | ถ้าไตไม่สามารถทำงานได้จะมีผล | 0 | 0 | 0 | 28 | 100.00 |
| 201 | 14 | อย่างไรต่อร่างกายคะครูให้เวลา10วินาทีนะคะ | อย่างไรต่อร่างกายคะครูให้เวลา10วินาทีนะคะ | อย่างไรต่อร่างกายคะครูให้เวลา10วินาทีนะคะ | 0 | 0 | 0 | 41 | 100.00 |
| 202 | 12 | เริ่มค่ะ[เสียงดนตรี] | เริ่มค่ะ[เสียงดนตรี] | เริ่มค่ะ[เสียงดนตรี] | 0 | 0 | 0 | 20 | 100.00 |
| 203 | 44 | | | | 0 | 0 | 0 | 0 | 0.00 |
| 204 | 13 | (คุณครูปาณิก) | | (คุณครูปาณิก) | 0 | 13 | 0 | 13 | 0.00 |
| 205 | 14 | หมดเวลาค่ะนักเรียนนึกออกไหมคะ | หมดเวลาค่ะนักเรียนนึกออกไหมคะ | หมดเวลาค่ะนักเรียนนึกออกไหมคะ | 0 | 0 | 0 | 29 | 100.00 |
| 206 | 12 | ถ้าหากไตไม่สามารถทำงานได้นะคะ | ถ้าหากไตไม่สามารถทำงานได้นะคะ | ถ้าหากไตไม่สามารถทำงานได้นะคะ | 0 | 0 | 0 | 29 | 100.00 |
| 207 | 44 | ของเสียต่างๆโดยเฉพาะสารที่มีไนโตรเจนเป็นองค์ประกอบ | ของเสียต่างๆโดยเฉพาะสารที่มีไนโตรเจนเป็นสาร | ของเสียต่างๆโดยเฉพาะสารที่มีไนโตรเจนเป็นองคสา(-์ป)ระกอบ | 0 | 7 | 2 | 50 | 82.00 |
| 208 | 13 | น้ำและสารอื่นๆนี่ที่เกินความต้องการ | น้ำและสารอื่นๆนี่ที่เกินความต้องการ | น้ำและสารอื่นๆนี่ที่เกินความต้องการ | 0 | 0 | 0 | 35 | 100.00 |
| 209 | 14 | ของร่างกายรวมทั้งไอออนต่างๆเช่นไฮโดรเจนไอออน | ของร่างกายรวมทั้งไอออนต่างๆเช่นไฮโดรเจนไอออน | ของร่างกายรวมทั้งไอออนต่างๆเช่นไฮโดรเจนไอออน | 0 | 0 | 0 | 44 | 100.00 |
| 210 | 12 | แอมโมเนียมไอออนจะสะสมอยู่ในเลือด | แอมโมเนียมไอออนจะสะสมอยู่ในเลือด | แอมโมเนียมไอออนจะสะสมอยู่ในเลือด | 0 | 0 | 0 | 32 | 100.00 |
| 211 | 44 | จนเป็นอันตรายต่อเซลล์และยังทำให้ร่างกายนี่ไม่สามารถ | จนเป็นอันตรายต่อเซลล์และการ | จนเป็นอันตรายต่อเซลล์และยังทำให้ร่างกายนี่ไม่สามารถ | 0 | 24 | 0 | 51 | 52.94 |
| 212 | 13 | รักษาดุลยภาพของน้ำและสารต่างๆได้ส่งผล | รักษาดุลยภาพของน้ำและสารต่างๆของร่างกายได้ | รักษาดุลยภาพของน้ำและสารต่างๆของร(ได้ส)-่างกายได้(ผล) | 5 | 0 | 6 | 37 | 70.27 |
| 213 | 14 | ให้สุขภาพอ่อนแอและอาจทำให้ | ให้สุขภาพอ่อนแอและอาจทำให้ | ให้สุขภาพอ่อนแอและอาจทำให้ | 0 | 0 | 0 | 26 | 100.00 |
| 214 | 12 | เสียชีวิตได้ค่ะมาถึงหัวข้อ | เสียชีวิตได้ค่ะมาถึงหัวข้อ | เสียชีวิตได้ค่ะมาถึงหัวข้อ | 0 | 0 | 0 | 26 | 100.00 |
| 215 | 44 | ถัดมานะคะเรื่องการรักษาดุลยภาพของอุณหภูมิภายในร่างกายค่ะหัวข้อที่ | ถัดมานะคะเรื่องการรักษาดุลยภาพของน้ำและสารต่างๆ | ถัดมานะคะเรื่องการรักษาดุลยภาพของอุน้ำและส(ณหภูมิภ)ายในรต-่างกายค่ะหัวข้อทีๆ(-่) | 1 | 19 | 8 | 65 | 56.92 |
| 216 | 13 | 2.3นักเรียนลองดูกราฟ | 2.3นักเรียนลองดูกราฟ | 2.3นักเรียนลองดูกราฟ | 0 | 0 | 0 | 20 | 100.00 |
| 217 | 14 | กราฟนี้นะคะกราฟนี้นะคะเป็นกราฟแสดงการทำงานของ | กราฟนี้นะคะเป็นกราฟที่แสดงการทำงานของ | กราฟนี้นะคะกราฟนี้นะคะเป็นกราฟที่แสดงการทำงานของ | 3 | 11 | 0 | 45 | 68.89 |
| 218 | 12 | เอนไซม์อะไมเลสที่อุณหภูมิต่างๆกัน | เอนไซม์อะไมเลสที่อุณหภูมิแตกต่างกัน | เอนไซม์อะไมเลสที่อุณหภูมิแตกต่างๆกัน | 3 | 1 | 0 | 33 | 87.88 |
| 219 | 44 | จากที่นักเรียนเคยทราบแล้วใช่ไหมคะว่าการทำงานของเอนไซม์นี่ | จากที่นักเรียนเคยทราบแล้วใช่ไหมคะว่า | จากที่นักเรียนเคยทราบแล้วใช่ไหมคะว่าการทำงานของเอนไซม์นี่ | 0 | 21 | 0 | 57 | 63.16 |
| 220 | 13 | มีปัจจัยต่างๆที่ส่งผลต่ออัตราการทำงาน | มีปัจจัยต่างๆที่ส่งผลการทำงาน | มีปัจจัยต่างๆที่ส่งผลต่ออัตราการทำงาน | 0 | 8 | 0 | 37 | 78.38 |
| 221 | 14 | ของเอนไซม์ซึ่งนักเรียนได้ทราบมาแล้วว่าค่าความ | ของเอนไซม์ซึ่งนักเรียนได้ทราบมาแล้วว่าค่าความ | ของเอนไซม์ซึ่งนักเรียนได้ทราบมาแล้วว่าค่าความ | 0 | 0 | 0 | 45 | 100.00 |
| 222 | 12 | เป็นกรด-เบสของเลือดนี่ก็มีผลต่อการทำงานของเอนไซม์ | เป็นกรด-เบสของเลือดนี่ก็มีผลต่อเอนไซม์ | เป็นกรด-เบสของเลือดนี่ก็มีผลต่อการทำงานของเอนไซม์ | 0 | 11 | 0 | 49 | 77.55 |
| 223 | 44 | ปัจจัยต่อมาก็คืออุณหภูมิค่ะจากกราฟนี้นะคะ | ปัจจัยต่อมาก็คืออุณหภูมิค่ะ | ปัจจัยต่อมาก็คืออุณหภูมิค่ะจากกราฟนี้นะคะ | 0 | 14 | 0 | 41 | 65.85 |
| 224 | 13 | นักเรียนคิดว่าการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิมีผลต่อการทำงาน | นักเรียนคิดว่าการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิมีผลต่อก | นักเรียนคิดว่าการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิมีผลต่อการทำงาน | 0 | 7 | 0 | 51 | 86.27 |
| 225 | 14 | ของเอนไซม์อะไมเลสหรือไม่อย่างไรแล้วเอนไซม์อะไมเลสนี่ | ของเอนไซม์อะไมเลสหรือไม่อย่างไรและเอนไซม์อะไมเลสนี่ | ของเอนไซม์อะไมเลสหรือไม่อย่างไรแล-้ะ(ว)เอนไซม์อะไมเลสนี่ | 0 | 1 | 1 | 52 | 96.15 |
| 226 | 12 | สามารถเร่งปฏิกิริยาเคมีในร่างกายมนุษย์ | สามารถเร่งปฏิกิริยาในมนุษย์ | สามารถเร่งปฏิกิริยาเคมีในร่างกายมนุษย์ | 0 | 11 | 0 | 38 | 71.05 |
| 227 | 44 | ได้หรือไม่เพราะเหตุใด | ได้หรือไม่เพราะเหตุใด | ได้หรือไม่เพราะเหตุใด | 0 | 0 | 0 | 21 | 100.00 |
| 228 | 13 | นักเรียนลองดูนะคะจากกราฟนี้นะคะนักเรียนจะเห็นว่า | นักเรียนลองดูนะคะจากกราฟนี้นะคะ | นักเรียนลองดูนะคะจากกราฟนี้นะคะนักเรียนจะเห็นว่า | 0 | 17 | 0 | 48 | 64.58 |
| 229 | 14 | ที่จุดสูงสุดนะคะอัตราการทำงานของเอนไซม์อะไมเลสนี่ | ที่จุดสูงสุดนะคะอัตราการทำงานของเอนไซม์อะไมเลสนี่ | ที่จุดสูงสุดนะคะอัตราการทำงานของเอนไซม์อะไมเลสนี่ | 0 | 0 | 0 | 49 | 100.00 |
| 230 | 12 | จะอยู่ในช่วงอุณหภูมิประมาณ36-37องศาเซลเซียส | จะอยู่ในช่วงประมาณอุณหภูมิ | จะอยู่ในช่วงอุณหภูมิประมาณ36-37องศาเ-ุณหภูมิ(ซลเซียส) | 0 | 17 | 7 | 43 | 44.19 |
| 231 | 44 | อุณหภูมิช่วงนี้นะคะเป็นอุณหภูมิปกติ | อุณหภูมิช่วงนี้นะคะเป็นอุณหภูมิปกติ | อุณหภูมิช่วงนี้นะคะเป็นอุณหภูมิปกติ | 0 | 0 | 0 | 35 | 100.00 |
| 232 | 13 | ของร่างกายมนุษย์ค่ะดังนั้นเอนไซม์อะไมเลสนี่นะคะ | ของร่างกายมนุษย์ค่ะดังนั้นเอนไซม์อะไมเลสนะคะ | ของร่างกายมนุษย์ค่ะดังนั้นเอนไซม์อะไมเลสนี่นะคะ | 0 | 3 | 0 | 47 | 93.62 |
| 233 | 14 | จึงยังคงสามารถทำงานได้ที่อุณหภูมิที่ประมาณ36-37 | จึงยังคงสามารถทำงานได้ที่อุณหภูมิ37 | จึงยังคงสามารถทำงานได้ที่อุณหภูมิที่ประมาณ36-37 | 0 | 12 | 0 | 47 | 74.47 |
| 234 | 12 | องศาเซลเซียสแล้วนักเรียนคิดไหมคะ | องศาเซลเซียสและนักเรียนคิดไหมคะ | องศาเซลเซียสแล-้ะ(ว)นักเรียนคิดไหมคะ | 0 | 1 | 1 | 32 | 93.75 |
| 235 | 44 | ถ้าร่างกายไม่สามารถรักษาดุลยภาพของอุณหภูมิภายในร่างกาย | ถ้าร่างกายไม่สามารถรักษาดุลยภาพของอุณหภูมิของร่าง | ถ้าร่างกายไม่สามารถรักษาดุลยภาพของอุณหภูมิภาของ(ยใน)ร่างกาย | 0 | 5 | 3 | 54 | 85.19 |
| 236 | 13 | ไว้ได้จะเกิดอะไรขึ้นร่างกาย | ไว้ได้จะเกิดอะไรขึ้นร่างกาย | ไว้ได้จะเกิดอะไรขึ้นร่างกาย | 0 | 0 | 0 | 27 | 100.00 |
| 237 | 14 | สามารถรักษาดุลยภาพของอุณหภูมิให้อยู่ | สามารถรักษาดุลยภาพของอุณหภูมิให้อยู่ | สามารถรักษาดุลยภาพของอุณหภูมิให้อยู่ | 0 | 0 | 0 | 36 | 100.00 |
| 238 | 12 | ที่ค่าๆหนึ่งไว้ได้ตลอดเวลาทำได้อย่างไร | ที่ค่าค่าหนึ่งไว้ได้ตลอดเวลาทำได้อย่างไร | ที่ค่าค่า(ๆ)หนึ่งไว้ได้ตลอดเวลาทำได้อย่างไร | 2 | 0 | 1 | 38 | 92.11 |
| 239 | 44 | เราจะมาเรียนรู้ไปด้วยกันค่ะ | เราจะมาเรียนรู้ไปด้วยกันค่ะ | เราจะมาเรียนรู้ไปด้วยกันค่ะ | 0 | 0 | 0 | 27 | 100.00 |
| 240 | 13 | กลไกการรักษาดุลยภาพของอุณหภูมิภายใน | กลไกการรักษาดุลยภาพของอุณหภูมิใน | กลไกการรักษาดุลยภาพของอุณหภูมิภายใน | 0 | 3 | 0 | 35 | 91.43 |
| 241 | 14 | ร่างกายนะคะเริ่มจากร่างกายนี่มีสมองส่วนไฮโพทาลามัสซึ่งเป็นศูนย์ | ร่างกายนี่มีสมองส่วนไฮโพทาลามัสซึ่ง | ร่างกายนะคะเริ่มจากร่างกายนี่มีสมองส่วนไฮโพทาลามัสซึ่งเป็นศูนย์ | 0 | 28 | 0 | 63 | 55.56 |
| 242 | 12 | ควบคุมอุณหภูมิภายในร่างกายให้คงที่ | ควบคุมอุณหภูมิภายในร่างกายให้คงที่ | ควบคุมอุณหภูมิภายในร่างกายให้คงที่ | 0 | 0 | 0 | 34 | 100.00 |
| 243 | 44 | ซึ่งสมองส่วนนี้นะคะจะไปสั่งการให้เกิด | ซึ่งสมองส่วนนี้นะคะจะไปสั่งการให้ | ซึ่งสมองส่วนนี้นะคะจะไปสั่งการให้เกิด | 0 | 4 | 0 | 37 | 89.19 |
| 244 | 13 | การทำงานร่วมกันของอวัยวะหรือโครงสร้างที่เกี่ยวข้องได้แก่ | การทำงานร่วมกันของอวัยวะหรือโครงสร้าง | การทำงานร่วมกันของอวัยวะหรือโครงสร้างที่เกี่ยวข้องได้แก่ | 0 | 19 | 0 | 56 | 66.07 |
| 245 | 14 | หลอดเลือดที่ผิวหนังผิวหนัง | หลอดเลือดที่ผิวหนังผิวหนัง | หลอดเลือดที่ผิวหนังผิวหนัง | 0 | 0 | 0 | 26 | 100.00 |
| 246 | 12 | และเส้นขนที่ผิวหนังและกล้าม | และเส้นขนที่ผิวหนังและกล้าม | และเส้นขนที่ผิวหนังและกล้าม | 0 | 0 | 0 | 27 | 100.00 |
| 247 | 44 | เนื้อโครงร่างค่ะเราลองมาดูกลไกการทำงานกัน | เนื้อโครงร่างค่ะเรามาดูการ | เนื้อโครงร่างค่ะเราลองมาดูกลไกการทำงานกัน | 0 | 15 | 0 | 41 | 63.41 |
| 248 | 13 | นะคะกลไกทำงานแรกนะคะ | นะคะกลไกการทำงานแรกนะคะ | นะคะกลไกการทำงานแรกนะคะ | 3 | 0 | 0 | 20 | 85.00 |
| 249 | 14 | ถ้าสิ่งแวดล้อมภายนอกมีอุณหภูมิสูงขึ้นหรือ | ถ้าสิ่งแวดล้อมภายนอกมีอุณหภูมิสูงขึ้นหรือ | ถ้าสิ่งแวดล้อมภายนอกมีอุณหภูมิสูงขึ้นหรือ | 0 | 0 | 0 | 41 | 100.00 |
| 250 | 12 | ข้างนอกนี่อากาศร้อนอุณหภูมิ | ข้างนอกนี่อากาศร้อนอุณหภูมิ | ข้างนอกนี่อากาศร้อนอุณหภูมิ | 0 | 0 | 0 | 27 | 100.00 |
| 251 | 44 | ที่สูงขึ้นนี่นะคะก็จะไปส่งสัญญาณไปที่ | ที่สูงขึ้นนี่นะคะก็จะไป...ส่งผลการทำงานไปที่ | ที่สูงขึ้นนี่นะคะก็จะไป...ส่งผลการทำง(สัญญ)าน(ณ)ไปที่ | 7 | 0 | 5 | 37 | 67.57 |
| 252 | 13 | สมองส่วนไฮโพทาลามัสสมองส่วนนี้นะคะก็จะไปทำให้ | สมองส่วนไฮโพทาลามัสสมองส่วนนี้นะคะจะทำให้ | สมองส่วนไฮโพทาลามัสสมองส่วนนี้นะคะก็จะไปทำให้ | 0 | 4 | 0 | 45 | 91.11 |
| 253 | 14 | อัตราเมแทบอลิซึมภายในร่างกายนี่ลดต่ำลง | อัตราเมแทบอลิซึมในร่างกายนี่ลดต่ำลง | อัตราเมแทบอลิซึมภายในร่างกายนี่ลดต่ำลง | 0 | 3 | 0 | 38 | 92.11 |
| 254 | 12 | ดังนั้นจึงเกิดความร้อนลดลงค่ะอีก | ดังนั้นจึงเกิดความร้อนลดลงค่ะอีก | ดังนั้นจึงเกิดความร้อนลดลงค่ะอีก | 0 | 0 | 0 | 32 | 100.00 |
| 255 | 44 | ทั้งยังไปทำให้หลอดเลือดผิวหนังนี่เกิดการขยายตัว | ทั้งยังไปทำให้หลอดเลือดผิวหนังนี่ | ทั้งยังไปทำให้หลอดเลือดผิวหนังนี่เกิดการขยายตัว | 0 | 14 | 0 | 47 | 70.21 |
| 256 | 13 | ซึ่งทำให้มีปริมาณเลือดนี่มาไหลเวียนที่บริเวณ | ซึ่งทำให้มีปริมาณเลือดมาไหลเวียนที่บริเวณ | ซึ่งทำให้มีปริมาณเลือดนี่มาไหลเวียนที่บริเวณ | 0 | 3 | 0 | 44 | 93.18 |
| 257 | 14 | ผิวหนังมากขึ้นซึ่งเป็นการระบายความร้อนอีกทางหนึ่ง | ผิวหนังมากขึ้นซึ่งเป็นการระบายความร้อนอีกทางหนึ่ง | ผิวหนังมากขึ้นซึ่งเป็นการระบายความร้อนอีกทางหนึ่ง | 0 | 0 | 0 | 49 | 100.00 |
| 258 | 12 | สมองส่วนนี้ก็ยังไปทำให้เส้นขนนี่เกิด | สมองส่วนนี้ก็ยังไปทำให้เส้นขนเกิด | สมองส่วนนี้ก็ยังไปทำให้เส้นขนน-ี่เกิด | 0 | 3 | 0 | 36 | 91.67 |
| 259 | 44 | การเอนราบจึงทำให้มีการระบายความร้อนออกไปได้ง่าย | การเอนราบจึงทำให้มีการระบายความร้อนออกไปได้ง่าย | การเอนราบจึงทำให้มีการระบายความร้อนออกไปได้ง่าย | 0 | 0 | 0 | 47 | 100.00 |
| 260 | 13 | และสุดท้ายนะคะเหงื่อค่ะ | และสุดท้ายนะคะเหงื่อค่ะ | และสุดท้ายนะคะเหงื่อค่ะ | 0 | 0 | 0 | 23 | 100.00 |
| 261 | 14 | สมองส่วนนี้ไปทำให้ต่อมเหงื่อนี่มีการสร้างเหงื่อ | สมองส่วนนี้ไปทำให้ต่อมเหงื่อนี่มีการสร้างเหงื่อ | สมองส่วนนี้ไปทำให้ต่อมเหงื่อนี่มีการสร้างเหงื่อ | 0 | 0 | 0 | 47 | 100.00 |
| 262 | 12 | เพิ่มมากขึ้นดังนั้นเหงื่อที่ออกมานี่นะคะเมื่อมีการ | เพิ่มมากขึ้นดังนั้นเหงื่อที่เพิ่มออกมานี่นะคะจะ | เพิ่มมากขึ้นดังนั้นเหงื่อที-่เพิ-่มออกมานี่นะคะเมื่อมีกจะ(าร) | 5 | 8 | 2 | 50 | 70.00 |
| 263 | 44 | ระเหยก็จะเป็นการพาความร้อนออกไปจากร่างกายเราด้วยค่ะ | ระเหยก็จะเป็นการพาความร้อนออกไปด้วยค่ะ | ระเหยก็จะเป็นการพาความร้อนออกไปจากร่างกายเราด้วยค่ะ | 0 | 13 | 0 | 51 | 74.51 |
| 264 | 13 | ทีนี้เรามาลองดูกลไกการรักษาดุลยภาพอุณหภูมิ | ทีนี้เรามาลองดูกลไกการรักษาดุลยภาพ | ทีนี้เรามาลองดูกลไกการรักษาดุลยภาพอุณหภูมิ | 0 | 8 | 0 | 42 | 80.95 |
| 265 | 14 | ภายในร่างกายเมื่ออากาศข้างนอกหนาวนะคะอากาศที่หนาวลงนี้ | ภายในร่างกายเมื่ออากาศข้างนอกหนาวนะคะอากาศที่หนาวลง | ภายในร่างกายเมื่ออากาศข้างนอกหนาวนะคะอากาศที่หนาวลงนี้ | 0 | 3 | 0 | 54 | 94.44 |
| 266 | 12 | นี่นะคะก็จะไปกระตุ้นสมองส่วนไฮโพทาลามัสให้ | นี่นะคะก็จะไปกระตุ้นสมองส่วนไฮโพทาลามัส | นี่นะคะก็จะไปกระตุ้นสมองส่วนไฮโพทาลามัสให้ | 0 | 3 | 0 | 42 | 92.86 |
| 267 | 44 | ไปสั่งการทำงานของอวัยวะหรือโครงสร้างต่างๆให้ทำงานร่วมกันดังนี้ | ไปสั่งการทำงานของโคร | ไปสั่งการทำงานของอวัยวะหรือโครงสร้างต่างๆให้ทำงานร-่วมกันดังนี้ | 0 | 42 | 0 | 62 | 32.26 |
| 268 | 13 | คือเพิ่มอัตราเมแทบอลิซึมให้สูงขึ้น | คือเพิ่มอัตราเมแทบอลิซึมที่สู | คือเพิ่มอัตราเมแทบอลิซึมที่(ให้)สูงขึ้น | 0 | 5 | 3 | 34 | 76.47 |
| 269 | 14 | ความร้อนที่ได้จึงเพิ่มมากขึ้นหลอดเลือด | ความร้อนที่ได้จึงเพิ่มมากขึ้นหลอดเลือด | ความร้อนที่ได้จึงเพิ่มมากขึ้นหลอดเลือด | 0 | 0 | 0 | 38 | 100.00 |
| 270 | 12 | ที่ผิวหนังมีการหดตัวความร้อนจึงไม่สามารถ | ที่ผิวหนังมีการหดตัวความร้อนจึงไม่สามารถ | ที่ผิวหนังมีการหดตัวความร้อนจึงไม่สามารถ | 0 | 0 | 0 | 40 | 100.00 |
| 271 | 44 | ออกไปนอกร่างกายได้แล้วก็ไปทำให้เส้นขน | ออกไปนอกร่างกายได้แล้วก็ไปทำให้เส้นขนเกิดการลุ | ออกไปนอกร่างกายได้แล้วก็ไปทำให้เส้นขนเกิดการลุ | 9 | 0 | 0 | 37 | 75.68 |
| 272 | 13 | นี่นะคะตั้งชันหรือที่เราเรียกกันว่า"ขนลุก"นี่ล่ะค่ะ | นี่นะคะตั้งชันหรือที่เราเรียกว่า"ขนลุก"นั่นแหละค่ะ | นี่นะคะตั้งชันหรือที่เราเรียกก-ันว่า"ขนลุก"น-ั(-ี)-่นแหล-่ะค่ะ | 3 | 4 | 1 | 51 | 84.31 |
| 273 | 14 | ความร้อนจึงไม่สามารถออกไปได้อีกทั้ง | ความร้อนจึงไม่สามารถออกไปได้อีกทั้งยัง | ความร้อนจึงไม่สามารถออกไปได้อีกทั้งยัง | 3 | 0 | 0 | 35 | 91.43 |
| 274 | 12 | ไปทำให้ต่อมเหงื่อนี่นะคะลดการ | ไปทำให้ต่อมเหงื่อนี่ค่ะลดการ | ไปทำให้ต่อมเหงื่อนี่นะค-่ะลดการ | 1 | 2 | 0 | 29 | 89.66 |
| 275 | 44 | สร้างเหงื่อออกมาและสุดท้าย | สร้างเหงื่อออกมาและสุดท้าย | สร้างเหงื่อออกมาและสุดท้าย | 0 | 0 | 0 | 26 | 100.00 |
| 276 | 13 | ถ้าข้างนอกมีอากาศหนาวมากนี่ก็จะทำให้บริเวณแขนขา | ถ้าข้างนอกมีอากาศหนาวมากนี้ก็ทำให้บริเวณแขนข | ถ้าข้างนอกมีอากาศหนาวมากนี-้(-่)ก็จะทำให้บริเวณแขนขา | 0 | 3 | 1 | 47 | 91.49 |
| 277 | 14 | มีอาการสั่นซึ่งการสั่นนี่นะคะ | มีอาการสั่นซึ่งการสั่นนี่นะคะ | มีอาการสั่นซึ่งการสั่นนี่นะคะ | 0 | 0 | 0 | 29 | 100.00 |
| 278 | 12 | เป็นการทำงานของกล้ามเนื้อโครงร่างทำให้เพิ่ม | เป็นการทำงานของกล้ามเนื้อโครงร่างซึ่งเพิ่ม | เป็นการทำงานของกล้ามเนื้อโครงร่างทซึ่ง(-ำให้)เพิ่ม | 0 | 1 | 4 | 43 | 88.37 |
| 279 | 44 | อัตราเมแทบอลิซึมสูงขึ้นอีกทางหนึ่งความร้อนที่ได้ | อัตราเมแทบอลิซึมอีกคราวหนึ่ง | อัตราเมแทบอลิซึมสูงขึ้นอีกคร(ท)าว(ง)หนึ่งความร้อนที่ได้ | 1 | 21 | 2 | 48 | 50.00 |
| 280 | 13 | จึงเพิ่มมากขึ้นดังนั้นกระบวนการต่างๆนี่นะคะ | จึงเพิ่มมากขึ้นดังนั้นกระบวนการต่างๆนี่นะคะ | จึงเพิ่มมากขึ้นดังนั้นกระบวนการต่างๆนี่นะคะ | 0 | 0 | 0 | 43 | 100.00 |
| 281 | 14 | จึงทำให้ร่างกายนี่มีอุณหภูมิกลับเข้าสู่ภาวะสมดุล | จึงทำให้ร่างกายนี่มีอุณหภูมิกลับเข้าสู่ภาวะสมดุล | จึงทำให้ร่างกายนี่มีอุณหภูมิกลับเข้าสู่ภาวะสมดุล | 0 | 0 | 0 | 48 | 100.00 |
| 282 | 12 | หรือกลับเข้าสู่ดุลยภาพตามเดิมอีกครั้ง | หรือกลับเข้าสู่ดุลยภาพตามเดิม | หรือกลับเข้าสู่ดุลยภาพตามเดิมอีกครั้ง | 0 | 8 | 0 | 37 | 78.38 |
| 283 | 44 | ค่ะเรามาลองตรวจสอบความเข้าใจกันนะคะ | ค่ะเรามาลองตรวจสอบความเข้าใจกันนะคะการที่ | ค่ะเรามาลองตรวจสอบความเข้าใจกันนะคะการที่ | 6 | 0 | 0 | 35 | 82.86 |
| 284 | 13 | เหงื่อช่วยในการระบายความร้อนได้อย่างไร | เหงื่อช่วยในการระบายความร้อนได้อย่างๆ | เหงื่อช่วยในการระบายความร้อนได้อย่างไๆ(ร) | 0 | 1 | 1 | 38 | 94.74 |
| 285 | 14 | การที่ร่างกายสั่นช่วยรักษาอุณหภูมิของร่างกาย | การที่ร่างกายสั่นช่วยรักษาอุณหภูมิของร่างกาย | การที่ร่างกายสั่นช่วยรักษาอุณหภูมิของร่างกาย | 0 | 0 | 0 | 44 | 100.00 |
| 286 | 12 | ได้อย่างไรเพราะเหตุใดเมื่อ | ได้อย่างไรเพราะเหตุใดเมื่อ | ได้อย่างไรเพราะเหตุใดเมื่อ | 0 | 0 | 0 | 26 | 100.00 |
| 287 | 44 | ออกกำลังกายอย่างหนักจะมีอาการหน้าแดงเหงื่อออกมากขึ้นหายใจแรง | ออกกำลังกายอย่างหนักจะมีอาการหน้าแดงและ | ออกกำลังกายอย่างหนักจะมีอาการหน้าแดงเหง-ื่อออกมากขึ้นหายใจและ(รง) | 0 | 21 | 2 | 60 | 61.67 |
| 288 | 13 | และถี่ขึ้นครูให้เวลา10วินาทีนะคะ | และถี่ขึ้นครูให้เวลา10วินาทีค่ะ | และถี่ขึ้นครูให้เวลา10วินาทีนะค-่ะ | 1 | 2 | 0 | 32 | 90.62 |
| 289 | 14 | เริ่มค่ะ[เสียงดนตรี] | เริ่มค่ะ[เสียงดนตรี] | เริ่มค่ะ[เสียงดนตรี] | 0 | 0 | 0 | 20 | 100.00 |
| 290 | 12 | | | | 0 | 0 | 0 | 0 | 0.00 |
| 291 | 44 | (คุณครูปาณิก) | | (คุณครูปาณิก) | 0 | 13 | 0 | 13 | 0.00 |
| 292 | 13 | หมดเวลาค่ะเราลองมาดู | หมดเวลาค่ะเราลองมาดู | หมดเวลาค่ะเราลองมาดู | 0 | 0 | 0 | 20 | 100.00 |
| 293 | 14 | คำตอบกันนะคะข้อแรกนะคะเหงื่อ | คำตอบกันนะคะข้อแรกนะคะเหงื่อ | คำตอบกันนะคะข้อแรกนะคะเหงื่อ | 0 | 0 | 0 | 28 | 100.00 |
| 294 | 12 | ช่วยในการระบายความร้อนได้อย่างไรการที่ผิวหนังขับเหงื่อออกมา | ช่วยในการระบายความร้อนได้อย่างไรการที่เหงื่อ | ช่วยในการระบายความร้อนได้อย่างไรการที่ผิวหนังขับเหงื่อออกมา | 0 | 15 | 0 | 59 | 74.58 |
| 295 | 44 | นะคะจะทำให้เกิดการระเหยขึ้นจึงเป็นการระบายความร้อนที่บริเวณผิวหนัง | นะคะจะทำให้เกิดการระบายมากขึ้น | นะคะจะทำให้เกิดการระเหยขึ้นจึงเป็นการระบายคม(ว)ากขึ(มร)-้อนที่บริเวณผิวหน-ัง | 1 | 37 | 3 | 66 | 37.88 |
| 296 | 13 | ออกไปด้วยยิ่งร่างกายขับเหงื่อออกมามากเท่าใด | ออกไปด้วยยิ่งร่างกายขับเหงื่อออกมามากเท่าใด | ออกไปด้วยยิ่งร่างกายขับเหงื่อออกมามากเท่าใด | 0 | 0 | 0 | 43 | 100.00 |
| 297 | 14 | ก็จะยิ่งช่วยลดอุณหภูมิภายในร่างกายลงได้มากขึ้นแต่ทั้งนี้ | ก็จะช่วยยิ่งลดอุณหภูมิภายในร่างกายลงได้มากขึ้น | ก็จะยิ่งช่วยย-ิ่งลดอุณหภูมิภายในร่างกายลงได้มากขึ-้นแต่ทั-้งน-ี้ | 4 | 14 | 0 | 56 | 67.86 |
| 298 | 12 | นะคะก็ขึ้นอยู่กับความชื้นของอากาศณขณะนั้นด้วย | นะคะก็ขึ้นอยู่กับความชื้นของอากาศณขณะนั้นด้วย | นะคะก็ขึ้นอยู่กับความชื้นของอากาศณขณะนั้นด้วย | 0 | 0 | 0 | 45 | 100.00 |
| 299 | 44 | เพราะว่าถ้าอากาศชื้นมากเหงื่อของคนเราก็จะระเหยออกไปได้น้อย | เพระาว่าถ้าอากาศชื้นมากเหงื่อก็จะระเหยออกไป | เพราะาว่าถ้าอากาศชื้นมากเหงื่อของคนเราก็จะระเหยออกไปได้น้อย | 1 | 16 | 0 | 58 | 70.69 |
| 300 | 13 | แต่ถ้าอากาศมีความชื้นน้อยเหงื่อก็จะระเหย | แต่อากาศมีความชื้นน้อยเหงื่อก็จะระเหย | แต่ถ้าอากาศมีความชื้นน้อยเหงื่อก็จะระเหย | 0 | 3 | 0 | 40 | 92.50 |
| 301 | 14 | ออกไปได้มากค่ะ2.การที่ร่างกายสั่น | ออกไปได้มากค่ะ2.การที่ร่างกายสั่น | ออกไปได้มากค่ะ2.การที่ร่างกายสั่น | 0 | 0 | 0 | 33 | 100.00 |
| 302 | 12 | ก็เป็นการช่วยรักษาอุณหภูมิในร่างกายโดยการสั่น | ก็เป็นการช่วยรักษาอุณหภูมิในร่างกายโดยการสั่น | ก็เป็นการช่วยรักษาอุณหภูมิในร่างกายโดยการสั่น | 0 | 0 | 0 | 45 | 100.00 |
| 303 | 44 | นี่เป็นการทำงานของกล้ามเนื้อโครงร่างนะคะซึ่งการสั่นนี่ | นี่เป็นการทำงานของโครงร่างนะคะการสั่นนี่ | นี่เป็นการทำงานของกล้ามเนื้อโครงร่างนะคะซึ่งการสั่นนี่ | 0 | 14 | 0 | 54 | 74.07 |
| 304 | 13 | ทำให้เกิดความร้อนขึ้นอาการสั่นนี้นะคะจะพบได้บ่อย | ทำให้เกิดความร้อนขึ้นอาการสั่นนี่นะคะจะพบได้บ่อย | ทำให้เกิดความร้อนขึ้นอาการสั่นนี-่(-้)นะคะจะพบได้บ่อย | 0 | 0 | 1 | 48 | 97.92 |
| 305 | 14 | เมื่ออยู่ในบริเวณที่มีอุณหภูมิต่ำมากๆนะคะ | เมื่ออยู่ในบริเวณที่มีอุณหภูมิต่ำมากๆนะคะ | เมื่ออยู่ในบริเวณที่มีอุณหภูมิต่ำมากๆนะคะ | 0 | 0 | 0 | 41 | 100.00 |
| 306 | 12 | และสุดท้ายนะคะเหตุใดเมื่อออกกำลังกายอย่างหนัก | และสุดท้ายนะคะเหตุใดเมื่อออกกำลังกายอย่างหนัก | และสุดท้ายนะคะเหตุใดเมื่อออกกำลังกายอย่างหนัก | 0 | 0 | 0 | 45 | 100.00 |
| 307 | 44 | จึงมีอาการหน้าแดงเหงื่อออกมากหรือว่ามีการหายใจแรง | จึงมีอาการหน้าแดงเหงื่อออกมาก | จึงมีอาการหน้าแดงเหงื่อออกมากหรือว่ามีการหายใจแรง | 0 | 20 | 0 | 49 | 59.18 |
| 308 | 13 | และถี่ขึ้นเมื่อออกกำลังกายอย่างหนักใช่ไหมคะ | และถี่ขึ้นเมื่อออกกำลังกายอย่างหนักใช่ไหมคะ | และถี่ขึ้นเมื่อออกกำลังกายอย่างหนักใช่ไหมคะ | 0 | 0 | 0 | 43 | 100.00 |
| 309 | 14 | เซลล์ในร่างกายของเรานี่ต้องใช้พลังงานอย่างมากจึง | เซลล์ในร่างกายของเรานี่ต้องใช้พลังงานอย่างมากจึง | เซลล์ในร่างกายของเรานี่ต้องใช้พลังงานอย่างมากจึง | 0 | 0 | 0 | 48 | 100.00 |
| 310 | 12 | เกิดกระบวนการเมแทบอลิซึมขึ้นทำให้เกิดความ | เกิดกระบวนการเมตาบอลิซึมขึ้นจึงทำให้เกิดความ | เกิดกระบวนการเมตา(แท)บอลิซึมขึ้นจึงทำให้เกิดความ | 3 | 0 | 2 | 41 | 87.80 |
| 311 | 44 | ร้อนในร่างกายมากกว่าปกติศูนย์ควบคุมอุณหภูมิที่สมอง | ร้อนในร่างกายมากกว่าปกติเมื่อ | ร้อนในร่างกายมากกว่าปกติศูนย์ควบคุมอุณหภเ(-ู)ม-ิท-ื(-ี)-่สมอง | 0 | 21 | 2 | 50 | 54.00 |
| 312 | 13 | ส่วนไฮโพทาลามัสก็จะส่งสัญญาณไปกระตุ้นให้หลอดเลือดที่ผิวหนัง | ส่วนไฮโพทาลามัสก็จะส่งสัญญาณไปกระตุ้นให้ผิวหนัง | ส่วนไฮโพทาลามัสก็จะส่งสัญญาณไปกระตุ้นให้หลอดเลือดที่ผิวหนัง | 0 | 12 | 0 | 59 | 79.66 |
| 313 | 14 | ขยายตัวเลือดจึงหมุนเวียนได้เร็วขึ้นทำให้มีอาการ | ขยายตัวเลือดจึงหมุนเวียนได้เร็วขึ้นทำให้มีอาการ | ขยายตัวเลือดจึงหมุนเวียนได้เร็วขึ้นทำให้มีอาการ | 0 | 0 | 0 | 47 | 100.00 |
| 314 | 12 | หน้าแดงขณะเดียวกันต่อมเหงื่อก็จะมีการ | หน้าแดงขณะเดียวกันต่อมเหงื่อก็จะมีการ | หน้าแดงขณะเดียวกันต่อมเหงื่อก็จะมีการ | 0 | 0 | 0 | 37 | 100.00 |
| 315 | 44 | ขับเหงือกเพิ่มขึ้นเพื่อเป็นการระบายความร้อน | ขับเหงื่อเพิ่มขึ้นเพื่อเป็นการระบายความร้อน | ขับเหงื-่อกเพิ่มขึ้นเพื่อเป็นการระบายความร้อน | 1 | 1 | 0 | 43 | 95.35 |
| 316 | 13 | และกระบวนการเมแทบอลิซึมนี่นะคะก็ทำให้เกิด | และกระบวนการเมแทบอลิซึมลิซึมนี่นะคะ | และกระบวนการเมแทบอลิซึมลิซึมนี่นะคะก็ทำให้เกิด | 5 | 11 | 0 | 41 | 60.98 |
| 317 | 14 | แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ในเลือดเพิ่มมากขึ้นใช่ไหมคะจำได้ไหมคะ | แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ในเลือดมากขึ้นใช่ไหมคะ | แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ในเลือดเพิ่มมากขึ้นใช่ไหมคะจำได้ไหมคะ | 0 | 15 | 0 | 57 | 73.68 |
| 318 | 12 | เมื่อแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ที่จะเพิ่มมากขึ้นจึงทำให้ความเข้มข้น | เมื่อแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์เพิ่มมากขึ้นก็ทำให้ | เมื่อแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ที่จะเพิ่มมากขึ้นจก็(-ึง)ทำให-้ความเข้มข-้น | 0 | 17 | 2 | 61 | 68.85 |
| 319 | 44 | ของไฮโดรเจนไอออนในเลือดนี่สูงขึ้นไปด้วยดังนั้นร่างกายจึงต้อง | ของไฮโดรเจนไอออนนี่เพิ่มขึ้นสูงไปเรื่อยและ | ของไฮโดรเจนไอออนในเลือดนี่เพ-ิ่ม(สูง)ขึ้นไปด้วยสู(ดั)งนไปเ(-ั้น)ร-ื-่างกอ(า)ยจึงตและ(-้อง) | 3 | 21 | 12 | 60 | 40.00 |
| 320 | 13 | ขับแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์นี้ออกไปโดยการ | ขับแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์นี้ออกไปโดนการ | ขับแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์นี้ออกไปโดน(ย)การ | 0 | 0 | 1 | 37 | 97.30 |
| 321 | 14 | หายใจที่แรงและถี่ขึ้นเพื่อนำแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ออก | หายใจที่แรงและถี่ขึ้นเพื่อนำแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ออก | หายใจที่แรงและถี่ขึ้นเพื่อนำแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ออก | 0 | 0 | 0 | 51 | 100.00 |
| 322 | 12 | จากร่างกายให้เร็วที่สุดนั่นเองค่ะนักเรียนตอบถูกไหมคะ | จากร่างกายให้เร็วที่สุดนั่นเองค่ะนักเรียนตอบถูกไหมคะ | จากร่างกายให้เร็วที่สุดนั่นเองค่ะนักเรียนตอบถูกไหมคะ | 0 | 0 | 0 | 52 | 100.00 |
| 323 | 44 | มาถึงสรุปเนื้อหาภายในบทเรียนหัวข้อ2.2 | มาถึงสรุปเนื้อหาบทเรียนภายใน | มาถึงสรุปเนื้อหาภายในบทเรียนหัวขภายใน(-้อ2.2) | 0 | 9 | 5 | 37 | 62.16 |
| 324 | 13 | การรักษาดุลยภาพของกรด-เบสของเลือด | การรักษาดุลยภาพ | การรักษาดุลยภาพของกรด-เบสของเลือด | 0 | 18 | 0 | 33 | 45.45 |
| 325 | 14 | ความเป็นกรด-เบสของเลือดขึ้นอยู่กับความเข้มข้นของไฮโดรเจนไอออน | ความเป็นกรด-เบสของเลือดขึ้นอยู่กับความเข้มข้นของไฮโดรเจนไอออน | ความเป็นกรด-เบสของเลือดขึ้นอยู่กับความเข้มข้นของไฮโดรเจนไอออน | 0 | 0 | 0 | 61 | 100.00 |
| 326 | 12 | การรักษาดุลยภาพของกรด-เบสของเลือดในร่างกายในระดับ | การรักษากรด-เบสและดุลยภาพของร่างกาย | การรักษาดุลยภาพของกรด-เบสและดุ(ของเ)ลยภาพข(-ื)อดใง(น)ร่างกายในระดับ | 5 | 19 | 6 | 49 | 38.78 |
| 327 | 44 | ชั้นนี้มี2กลไกคือ1. | ชั้นนี้มี2กลไกคือ1. | ชั้นนี้มี2กลไกคือ1. | 0 | 0 | 0 | 19 | 100.00 |
| 328 | 13 | การทำงานของปอดถ้าความเข้มข้นของ | การทำงานของปอดถ้าความเข้มข้นของ | การทำงานของปอดถ้าความเข้มข้นของ | 0 | 0 | 0 | 31 | 100.00 |
| 329 | 14 | ไฮโดรเจนไอออนในเลือดเพิ่มขึ้นกว่าปกติหรือเลือด | ไฮโดรเจนไอออนในเลือดเพิ่มขึ้นกว่าปกติหรือเลือด | ไฮโดรเจนไอออนในเลือดเพิ่มขึ้นกว่าปกติหรือเลือด | 0 | 0 | 0 | 46 | 100.00 |
| 330 | 12 | มีภาวะเป็นกรดสมองส่วนควบคุมการหายใจจะสั่งการ | มีภาวะเป็นกรดสมองส่วนควบคุมการหายใจจะบังคับ | มีภาวะเป็นกรดสมองส่วนควบคุมการหายใจจะบ(ส)-ั-่งคับ(การ) | 0 | 1 | 4 | 44 | 88.64 |
| 331 | 44 | ให้ร่างกายเพิ่มอัตราการหายใจแต่ความเข้มข้นของไฮโดรเจน | ให้ร่างกายเพิ่มอัตราการหายใจถ้าส่วนของ | ให้ร่างกายเพิ่มอัตราการหายใจถ้าส(แต)-่ความเข้มข้นของไฮโดรเจน | 2 | 17 | 2 | 53 | 60.38 |
| 332 | 13 | ในเลือดลดลงกว่าปกติหรือเลือดมีภาวะ | ในเลือดลดลงกว่าปกติหรือเลือดมีภาวะ | ในเลือดลดลงกว่าปกติหรือเลือดมีภาวะ | 0 | 0 | 0 | 34 | 100.00 |
| 333 | 14 | เป็นเบสสมองส่วนควบคุมการหายใจจะสั่งการ | เป็นเบสสมองส่วนควบคุมการหายใจจะสั่งการ | เป็นเบสสมองส่วนควบคุมการหายใจจะสั่งการ | 0 | 0 | 0 | 38 | 100.00 |
| 334 | 12 | ให้ร่างกายลดอัตราการหายใจกลไกที่2 | ให้ร่างกายลดอัตราการหายใจกลไกที่2 | ให้ร่างกายลดอัตราการหายใจกลไกที่2 | 0 | 0 | 0 | 33 | 100.00 |
| 335 | 44 | นะคะการทำงานของไตค่ะถ้าความเข้มข้น | นะคะการทำงานของไตค่ะถ้าความเข้มข้น | นะคะการทำงานของไตค่ะถ้าความเข้มข้น | 0 | 0 | 0 | 34 | 100.00 |
| 336 | 13 | ของไฮโดรเจนไอออนในเลือดเพิ่มขึ้นกว่าปกติหรือเลือด | ของไฮโดรเจนไอออนในเลือด | ของไฮโดรเจนไอออนในเลือดเพิ่มขึ้นกว่าปกติหรือเลือด | 0 | 26 | 0 | 49 | 46.94 |
| 337 | 14 | มีภาวะเป็นกรดเซลล์ผนังท่อหน่วยไตจะหลั่ง | มีภาวะเป็นกรดเซลล์ผนังท่อหน่วยไตจะหลั่ง | มีภาวะเป็นกรดเซลล์ผนังท่อหน่วยไตจะหลั่ง | 0 | 0 | 0 | 39 | 100.00 |
| 338 | 12 | ไฮโดรเจนไอออนไอโมเนียมไอออนเข้าสู่ของเหลวในท่อ | ไฮโดรเจนไอออนแอมโมเนียมไอออน | ไฮโดรเจนไอออนแ(ไ)อมโมเนียมไอออนเข้าสู่ของเหลวในท่อ | 1 | 19 | 1 | 46 | 54.35 |
| 339 | 44 | หน่วยไตและขับออกไปพร้อมปัสสาวะ | หน่วยไตและขับออกไปในท่อปัสสาวะ | หน่วยไตและขับออกไปในท่(พร้)อมปัสสาวะ | 1 | 1 | 3 | 30 | 83.33 |
| 340 | 13 | ขณะเดียวกันก็มีการดูดกลับไฮโดรเจนคาร์บอเนตไอออน | ขณะเดียวกันก็มีการดูดกลับไฮโดรเจนคาร์บอเนตไอออน | ขณะเดียวกันก็มีการดูดกลับไฮโดรเจนคาร์บอเนตไอออน | 0 | 0 | 0 | 47 | 100.00 |
| 341 | 14 | โซเดียมไอออนเข้าสู่หลอดเลือดแต่ถ้าความเข้มข้น | โซเดียมไอออนเข้าสู่หลอดเลือดแต่ถ้าความเข้มข้น | โซเดียมไอออนเข้าสู่หลอดเลือดแต่ถ้าความเข้มข้น | 0 | 0 | 0 | 45 | 100.00 |
| 342 | 12 | ของไฮโดรเจนไอออนในเลือดลดลงกว่าปกติหรือเลือดมีภาวะ | ของไฮโดรเจนคาร์บอเนตไอออน | ของไฮโดรเจนไอออนในเลือดลดลงกวค(-่)าปกติหร-์บ(-ื)อเนตไ(ลื)อดมีภออน(าวะ) | 2 | 27 | 7 | 50 | 28.00 |
| 343 | 44 | เป็นเบสเซลล์ผนังท่อหน่วยไตจะลดการหลั่งไฮโดรเจนไอออน | เป็นเบสเซลล์ในผนังท่อหน่วยไต | เป็นเบสเซลล์ในผนังท่อหน่วยไตจะลดการหลั่งไฮโดรเจนไอออน | 2 | 25 | 0 | 51 | 47.06 |
| 344 | 13 | และหลั่งไฮโดรเจนคาร์บอเนตไอออนเข้าสู่ของ | และหลั่งไฮโดรเจนคาร์บอเนตไอออน | และหลั่งไฮโดรเจนคาร์บอเนตไอออนเข้าสู่ของ | 0 | 10 | 0 | 40 | 75.00 |
| 345 | 14 | เหลวในท่อหน่วยไตและขับออกไปพร้อมปัสสาวะ | ของเหลวในท่อหน่วยไตและขับออกไปพร้อมปัสสาวะ | ของเหลวในท่อหน่วยไตและขับออกไปพร้อมปัสสาวะ | 3 | 0 | 0 | 39 | 92.31 |
| 346 | 12 | สำหรับสรุปเนื้อหาภายในบทเรียนหัวข้อที่2.3เรื่องการ | สำหรับสรุปเนื้อหายภายในบทเรียนบทที่2.3การ | สำหรับสรุปเนื้อหายภายในบทเรียนหัวขบท(-้อ)ที่2.3เรื่องการ | 1 | 10 | 2 | 50 | 74.00 |
| 347 | 44 | รักษาดุลยภาพของอุณหภูมิภายในร่างกายการรักษาดุลยภาพอุณหภูมิ | รักษาดุลยภาพของอุณหภูมิในร่างกายและการรัก | รักษาดุลยภาพของอุณหภูมิภายในร่างกายและการรักษาดุลยภาพอุณหภูมิ | 3 | 20 | 0 | 58 | 60.34 |
| 348 | 13 | ภายในร่างกายนี่เป็นการทำงานร่วมกันของหลอดเลือดที่ผิวหนัง | ภายในร่างกายนี่เป็นการทำงานร่วมกันของหลอดเลือดที่ผิวหนัง | ภายในร่างกายนี่เป็นการทำงานร่วมกันของหลอดเลือดที่ผิวหนัง | 0 | 0 | 0 | 56 | 100.00 |
| 349 | 14 | และเส้นขนในผิวหนังกล้ามเนื้อโครงร่าง | และเส้นขนในผิวหนังกล้ามเนื้อโครงร่าง | และเส้นขนในผิวหนังกล้ามเนื้อโครงร่าง | 0 | 0 | 0 | 36 | 100.00 |
| 350 | 12 | โดยมีสมองส่วนไฮโพทาลามัสทำหน้าที่ควบคุม | โดยมีสมองส่วนไฮโพทาลามัสควบคุม | โดยมีสมองส่วนไฮโพทาลามัสทำหน้าที่ควบคุม | 0 | 9 | 0 | 39 | 76.92 |
| 351 | 44 | อุณหภูมิให้คงที่ในภาวะต่างๆดังนี้เมื่ออุณหภูมิ | อุณหภูมิให้คงที่ในภาวะต่างๆดังนี้ซึ่ง | อุณหภูมิให้คงที่ในภาวะต่างๆดังนี้เซึ(มื)-่ออุณหภูมง(-ิ) | 0 | 9 | 3 | 46 | 73.91 |
| 352 | 13 | ภายในร่างกายของเราสูงขึ้นสมองส่วนไฮโพทาลามัส | ภายในร่างกายของเราสูงขึ้นสมองส่วนไฮโพทาลามัส | ภายในร่างกายของเราสูงขึ้นสมองส่วนไฮโพทาลามัส | 0 | 0 | 0 | 44 | 100.00 |
| 353 | 14 | จะไปสั่งการให้ร่างกายลดอัตราเมแทบอลิซึมลง | จะไปสั่งการให้ร่างกายลดอัตราเมแทบอลิซึมลง | จะไปสั่งการให้ร่างกายลดอัตราเมแทบอลิซึมลง | 0 | 0 | 0 | 41 | 100.00 |
| 354 | 12 | หลอดเลือดที่บริเวณผิวหนังมีการขยาย | หลอดเลือดที่บริเวณผิวหนังมีการขยาย | หลอดเลือดที่บริเวณผิวหนังมีการขยาย | 0 | 0 | 0 | 34 | 100.00 |
| 355 | 44 | ตัวต่อมเหงื่อเพิ่มการสร้างเหงื่อ | ตัวต่อมเหงื่อเพิ่มการสร้างเหงื่อ | ตัวต่อมเหงื่อเพิ่มการสร้างเหงื่อ | 0 | 0 | 0 | 32 | 100.00 |
| 356 | 13 | เส้นขนเอนราบเพื่อเพิ่มการระบายความร้อน | เส้นขนเอนราบเพื่อเพิ่มการระบายความร้อน | เส้นขนเอนราบเพื่อเพิ่มการระบายความร้อน | 0 | 0 | 0 | 38 | 100.00 |
| 357 | 14 | แต่ถ้าอุณหภูมิภายในร่างกายต่ำกว่าปกติสมอง | แต่ถ้าอุณหภูมิภายในร่างกายต่ำกว่าปกติสมอง | แต่ถ้าอุณหภูมิภายในร่างกายต่ำกว่าปกติสมอง | 0 | 0 | 0 | 41 | 100.00 |
| 358 | 12 | ส่วนไฮโพทาลามัสจะสั่งให้ร่างกายเพิ่ม | ส่วนไฮโพทาลามัสจะสั่งให้ร่างกายเพิ่ม | ส่วนไฮโพทาลามัสจะสั่งให้ร่างกายเพิ่ม | 0 | 0 | 0 | 36 | 100.00 |
| 359 | 44 | อัตราเมแทบอลิซึมหลอดเลือดที่บริเวณผิวหนังหดตัว | อัตราเมแทบอลิซึมหลอดเลือดที่บริเวณผิวหนัง | อัตราเมแทบอลิซึมหลอดเลือดที่บริเวณผิวหนังหดตัว | 0 | 5 | 0 | 46 | 89.13 |
| 360 | 13 | ต่อมเหงื่อนี่นะคะลดการสร้างเหงื่อออกมา | ต่อมเหงื่อนี่ค่ะลดการสร้างเหงื่อออกมา | ต่อมเหงื่อนี่นะค-่ะลดการสร้างเหงื่อออกมา | 1 | 2 | 0 | 38 | 92.11 |
| 361 | 14 | แต่ถ้าอุณหภูมิภายในร่างกายลดต่ำลงมากๆก็จะมีอาการสั่น | แต่ถ้าอุณหภูมิในร่างกายลดต่ำลงมากๆก็จะมีอาการสั่น | แต่ถ้าอุณหภูมิภายในร่างกายลดต่ำลงมากๆก็จะมีอาการสั่น | 0 | 3 | 0 | 52 | 94.23 |
| 362 | 12 | เข้ามาด้วยนะคะซึ่งการสั่นนี้เป็นการทำงานของ | เข้ามาด้วยนะคะซึ่งการสั่นนี้เป็นการทำงานของ | เข้ามาด้วยนะคะซึ่งการสั่นนี้เป็นการทำงานของ | 0 | 0 | 0 | 43 | 100.00 |
| 363 | 44 | กล้ามเนื้อโครงร่างทำให้เพิ่มอัตราเมแทบอลิซึมในร่างกายของเรา | กล้ามเนื้อโครงร่างทำให้ | กล้ามเนื้อโครงร่างทำให้เพิ่มอัตราเมแทบอลิซึมในร่างกายของเรา | 0 | 36 | 0 | 59 | 38.98 |
| 364 | 13 | ให้สูงขึ้นความร้อนที่ได้จึงมากขึ้น | ให้สูงขึ้นความร้อนที่ได้จึงเพิ่มมากขึ้น | ให้สูงขึ้นความร้อนที่ได้จึงเพิ่มมากขึ้น | 5 | 0 | 0 | 34 | 85.29 |
| 365 | 14 | ร่างกายจึงกลับเข้าสู่ภาวะสมดุลอีกครั้งค่ะ | ร่างกายจึงกลับเข้าสู่ภาวะสมดุลอีกครั้งหนึ่งค่ะ | ร่างกายจึงกลับเข้าสู่ภาวะสมดุลอีกครั้งหนึ่งค่ะ | 5 | 0 | 0 | 41 | 87.80 |
| 366 | 12 | สำหรับครั้งต่อไปนะคะจะเป็นหัวข้อที่ | สำหรับครั้งต่อไปนะคะจะเป็นหัวข้อที่ | สำหรับครั้งต่อไปนะคะจะเป็นหัวข้อที่ | 0 | 0 | 0 | 35 | 100.00 |
| 367 | 44 | 2.4เรื่องระบบภูมิคุ้มกันสำหรับวันนี้ | 2.4เรื่องระบบภูมิคุ้มกันสำหรับวันนี้ | 2.4เรื่องระบบภูมิคุ้มกันสำหรับวันนี้ | 0 | 0 | 0 | 36 | 100.00 |
| 368 | 13 | ครูปาณิกขอไปก่อนนะคะสวัสดีค่ะ | ครูปาณิกขอไปก่อนนะคะสวัสดีค่ะ | ครูปาณิกขอไปก่อนนะคะสวัสดีค่ะ | 0 | 0 | 0 | 29 | 100.00 |
| 369 | 14 | | [เสียงดนตรี] | [เสียงดนตรี] | 12 | 0 | 0 | 0 | 0.00 |
| 370 | 12 | | | | 0 | 0 | 0 | 0 | 0.00 |
| 371 | 44 | [เสียงดนตรี] | [เสียงดนตรี] | [เสียงดนตรี] | 0 | 0 | 0 | 12 | 100.00 |
| 372 | 13 | | | | 0 | 0 | 0 | 0 | 0.00 |
| 373 | 14 | | | | 0 | 0 | 0 | 0 | 0.00 |
| 374 | 44 | | | | 0 | 0 | 0 | 0 | 0.00 |
| 375 | 14 | | | | 0 | 0 | 0 | 0 | 0.00 |
| 376 | 44 | | | | 0 | 0 | 0 | 0 | 0.00 |
| 377 | 13 | | | | 0 | 0 | 0 | 0 | 0.00 |
| 378 | 44 | | | | 0 | 0 | 0 | 0 | 0.00 |
| 379 | 13 | | | | 0 | 0 | 0 | 0 | 0.00 |
| 381 | 44 | | | | 0 | 0 | 0 | 0 | 0.00 |