Accuracy : 83.27%
Insertion : 253
Deletion : 1336
Substitution : 131
Correction : 8812
Reference tokens : 10279
Hypothesis tokens : 9196

[เสียงดนตรี](คุณครูอุมาพร)สวัสดีค่ะวันน-ี้นะคะเราจะมาพูดคุยกันถึงบทที่1นะคะเรื่องเซตกันต่อนะ-่ซึ่งในบทเรียนในวันนี้นะคะจะพูดถึงเรื่องควสัมพ-ันธ์ของเซตในล-ักษณะต่างๆนะคะถ้าพร้อมแล้วเดี๋ยวเราไปดูวัตถุประสงค์ของบทเรียนนี้กันดีกว่าค่ะในบทเรียนนี้นะคะหลังจากที่นักเรียนเรียนจบบทเรียนนี้แล้วนะคะนักเรียนจะต้องสามารถระบุได้ว่านะคะเซตที่กำหนดให้นะคะเป็นเซตที่เท่ากันหรือเซตที่ไม-่เท-่ากันค่ะระบุได้ว่าเซตที่กำหนดให้นะคะเป็นสับเซตหรือไม่เป็นสับเซตกันค่ะถ้าพร้อมแล้วเดี๋ยวเรไปเริ่มต้นบทเรียนกันเลยดีกว่านะคะเดี๋ยวเรามา(ไป)พิจารณาเซ-่อไปนี้กันดีกว่านะคะเซตแรกค่ะเซตAนะคะปรกอบไปด้วยสมาชิกคือ0,1,2และ3ค่ะเซตBนะคะประกอบไปด้วยสมาชิกคือ1,0,3และ2ค่ะเดี๋ยวเราไปทำการพิจารณาสมาชิกของเซตกันดีกว่านะคะเริ่มต้นที่0ค่ะนักเรียนจะเห็นว่า0นะคะเป็นสมชิกของเซต1(A)นะคะและ0ก็เป็นสมาชิกของเซตBค่ะ1นะคะเป็นสมาชิกของเซตAค่ะและ1นะคะก็เป็นสมาชิกของเซตBค่ะ2นะคะเป็นสมาชิกของเซตAค่ะและ2นะคะก็เป็นสมาชิกของเซตBเช่นกันค่ะรวมถึง3นะคะนักเรียนจะเห็นว่า3เป็นสมาชิกของเซตAใช่ไหมคะและ3ก็เป็นสมาชิกของเซตBค่ะเราจะเห็นว่าเซตทั้ง2นะคะเป(มี)-็นสมาชิกเหมือนกันทของเซ(-ุก)-ัวค่ะเดี๋ยวเราไปดูกันดีกว่าค่ะว่าเราจะเรียกความสัมพันธ์ของเซตในลักษณะนี้ไ(ว)-่-้(า)อย่างไร-้เรามาเริ่มต้นที่บทนิยามของเซตที่เท่ากันก-ันก-่อนนะคะเซตAค่ะเท่ากับเซตBนะคะหมายถึงสมาชิกทุกตัวของเซตAค่ะเป็นสมาชิกของเซตBนะคะและสมาชิกทุกตัวของเซตBนะคะเป็นสมาชิกของเซตAค่ะโดยเซตAนะคะเท่ากับเซตBนะคะเราจะเขียนแทนด้วยนะคะเซตAค่ะตามด้วยเครื่องหมายเท่ากับ(=)-่ะแล้วก็ตามด้วยเซBค-่ะจากตัวอย่างเมื่อสักครู่นี้นะคะนักเรียนจะเห็นว่าถ้าเราพิจยก(ณา)ตามบทนิยามนะคะเาจะเห็นว่าสมาชิกทุกตัวของเซตAนะคะเป็นสมาชิกของเซตBค่ะและสมาชิกทุกตัวของเซตBนะคะเป็นสมาชิกของเซตAค่ะดังนั้นนะคะเราจึงกล่าวได้ว่านะคะเซตAเท่ากับเซตBค่ะนักเรียนจะสังเกตเห็นว่าะคะเซตที่เท่ากันนะคะจะมีจำนวนสมาชิกที่เท่ากันเสมอค่ะเดี๋ยวเรามา(ไป)พิจารณาที่เซตคู่ถัดไปกันดีกว่านะคะเซตนี้ค่ะเซตAนะคะประกอบไปด้วยสมาชิกก(ค)-็ต-ือ1,2และ4ค่ะเซตBนะคะประกอบไปด้วยสมาชิกไ(ค)-ืด(อ)-้วย1,2และ3ค่ะเราไปพิจารณากันดีกว่าค่ะว่าเซตAและเซตBนั้นจะเท่ากันหรือไม่ค่ะเริ่มต้นที่ซตB(1)นะคะนักเรียนจะเห็นว่า1นะคะเป็นสมาชิกของเซตAค่ะและ1นะคะเป็นสมาชิกของเซตBนะคะถัดมาที่2ค่ะนักเรียนจะเห็นว่า2เป็นสมาชิกของเซตAนะคะและ2ก็เป็นสมาชิกของเซตBเช่นกันค่A(ะ)3นะคะนักเรียนจะเห็นว่า3ไม่เป็นสมาชิกของเซตAนะคะแต่3นะคะเป็นสมาชิกของเซตBค่ะและลอเรา(ง)มาพิจารณาที่4นะคะนักเรียนจะเห็นว่า4เป็นสมาชิกของเซตAนะคะแต่B(4)ไม่ได้เป-็นสมาชิกขอ-้ฯ(ง)เซตBค่ะนักเรียนจะเห็นว่าเซตทั้ง2นะอง(คะ)มีสมาชิกนะคะบางตัวที่ไม่เหมือนกันค่ะเดี๋ยวเรามาดูกันดีกว่าค่ะว่าเราจะเรียกความสัมพันธ์ของเซตในลักษณะนี้ว่าอย่างไรค่ะเซตAนะคะไม่เท่ากับเซตBนะคะหมายความว่ามีสมาชิกอย่างน้อย1ตัวของเซตAนะคะที่ไม่ใช่สมาชิกของเซตBนะ-่ะหรือมีสมาชิกอย่างน้อย1ตัวของเซตBนะคะที่ไม่ใช่สมาชิกของเซตAค่ะเซตAนะคะไม่เท่ากับเซตBนะคะเราจะเขียนแทนด้วยนะคะเซตAตามด้วยเครื่องหมายไม่เท่ากับค่ะและตามด้วยเซตBนะคะจากตัวอย่างเมื่อสักครู่นี้นะคะนักเรียนจะสังเกตเห็นว่า3ไม่เป็นสมาชิกของเซตAนะคะแะ(-่)3ไม่เป-็นสมาชิกของเซตBค่ะและนักเรียนจะเห็นว่า4เป็นสมาชิกของเซตAนะคะแต่4ไม่ได้เป็นสมาชิกของเซตBค่ะดังนั้นนะคะเราจึงกล่าวได้ว่าเซตAนะคะไม่เท่ากับเซตBค่ะเดี๋ยวเราจะไปพิจารณาอีก1ตัวอย่งเพื่อเพิทำ(-่ม)ความเข้าใจกันดีกว่านะคะตัวอย่างนี้ค่ะเซตCนะคะประ-ักอบไปด้วยสมาชิกปด(-ือ)-้วยxและyค่ะและเซตB(D)นะคะประกอบไปด้วยสมาชิกคือw,xและyค่ะนักเรียนจะสังเกตเห็นว่านะคะwนะคะเป็นสมาชิกของเซตB(D)นะคะแต่wค่ะไม่ใช่สมาชิกของเซตCค่ะดังนั้นนะคะเราจะกล่าวได้ว่าเซตCนะคะไม่เท่ากับเซตDค่ะเดี๋ยวเราไปดูตัวอย่างถัดไปกันเลยดีกว่าน(ค)ให้เซตA-่ะประกอบไปด้วยสมาชิกxนะคะโดยที่xเป็นจำนวนคู่ค่ะค่ะเซตBนะคะประกอบไปด้วยสมาชิกxค่ะโดยที่เป็นจำนวนคี่บวกค่ะและเซตCนะคะประกอบไปด้วยสมาชิกคือ1,3,5,7ไปเรื่อยๆค่ะจงพิจารณานะคะว่าเซตคู่ใดบ้างเท่ากันนะคะและเซตคู่ใดบ้างไม่เท่ากันค่ะก่อนอื่นที่เราจะทำการพิจารณานะคะนักเรียนจะสังเกตเห็นว่าเซตAและเซตBนะคะเขียนเซตในรูปแบบบอกเงื่อนไขนะคะเ(ด)-ังพราะฉะนั้นเดี๋ยวเราจะทำการเขียนเซตAและเซตBแบบแจกแจงสมาชิกค่ะเรามาเริ่มต้นที่เซตAกันก่อนนะคะและน-ักเร-ีย(-่)จะสังเกตเห็นว่าเซตAนะคะเป็นเซตของจำนวนคู่ค่ะซึ่งเซตของจำนวนคู-่นะคะในบทเรียนที่แล้วเราได้ทำการเขียนไปแล้-่(ว)นะคะเราก็จะเริ่มจากการเขียนจำนวนคู่ลบก่อนค่ะหลังจากนั้นนะคะเราก็ตามด้วย0ค่ะและก็ตามด้วยจำนวนคู่บวกค่ะเดี๋ยวเรามาดูที่เซตBกันต่อค่ะเซตBนะคะเป็นเซตของจำนวนคี่บวกค่ะนักเรียนยังจำกันได้อยู่หรือไม(ปล)-่คะว่าจำนวนคี่บวกมีอะไรบ้างเ(ก)-็คพรา(-ื)อมี1,3,5,ะฉะนั้นเรา57ไปเรื่อยๆใช่ไหมคะเพราะฉะนั-้นแล-้ะคะเราก็จะเขียน1,3,5,7แล้วก็จะตามด้วยจุด3จุดค่ะเดี๋ยวเรามาทำการพิจารณาเซตคู่แรกกันดีกว่านะคะก็คือเซตAแลเซตB-่ะนักเรียนจะสังเกตเห็นว่าสมาชิกในเซตAนะคะตัวอย่างเช่น0ค่ะ0เป็นสมาชิกของเซตAใช่ไหมคะแต่0ไม่ได้เป็นสมาชิกของเซตBค่ะดังนั้นนะคะเราจะได้ว่าเซตAนะคะไม่เท่ากับเซตBค่ะเดี๋ยวเรามาดูเซตคู่ถัดมานะคะก็คือเซตB(A)และเซตCค่ะตัวอย่างเช่น2ค่ะนักเรียนจะเห็นว่า2นะคะไม่ได้เป็นสมาชิกของเซตAค่ะแต่2นะคง(ะ)ไม่ได้เป็นสมาชิกของเซตCค่ะดังนั้ะคะเราจึงกล่าวได้ว่าเซตAนะคะไม่เท่ากับเซตB(C)ค่ะถัดมาที่คู่สุดท้ายนะคะก็คือคู่BและCค่ะนักเรียนจะสังเกตเห็ะคะ-่าเซตCนะคะสมาชิกของเซตCนะคะเป็นจำนวนคี่บวกค่ะดังนั้นนะคะเราจึงกล่าวได้ว่านะคะสมาชิกทุกตัวของเซตBนะคะเป็นสมาชิกของเซตCค่ะและสมาชิกทุกตัวของเว(ซ)ตCนะคะ-ึ(-็)เป็นสมาชิกของเซตBค่ะดังนั้นนะคะเซตBจึงเท่ากับเซตCค่ะเดี๋ยวเราไปพิจารณาความสัมพันธ์ของเซน(ต)ในอีกลักษณะห(1)นึ่งที่น่าสนใจกันดีกว่าค-้(-่)ะเซตAนะคะประกอบไปด้วยสมาชิกคือ7และ8มา(-่ะ)ชิกเซตBนะจ(ค)ะประกอบไปด้วยสมาชิกคือ1,3,5,7และ8ค่ะนักเรียนจะสังเกตเห็นว่า7และ8นะคะเป็นสมาชิกของเซตAค่ะและ7แล,(ะ)8นะคะก็เป็นสมาชิกของเว(ซ)A(B)ค่ะแต่ขณฃ(ะ)ที่1,3และ5นะคะเป็นสมาชิกของเซตBค่ะแต่1,3และ5นะคะไม่ได้เป็นสมาชิกของเซตAค่ะดังนั้นนะคะเราจะเห็นว่าสมาชิกทุกตัวของเซตAนะคะเป็นสมาชิกของเว(ซ)ตBค่ะซึ(แต)-่ง(-ี)สมาชิกบางตัวนะคะของเซตBค่ะที่ไม่ได้เป็นสมาชิกของเซตAนะคะเดี๋ยวเราไปดูกันดีกว่าค่ะว่าเราจะเรียกความนิยา(ส)-ัพันธ์ของเซตในลักษณะนี้ว่าอย่างไรนะคะเริ่มต้นที่บทนิยามของสับเซตค่ะเซตAนะคะเป็นส-ับเซมาชิก(ต)ของเซตBนะคะก็ต่อเมื่อสมาชิกทุกตัวของเซตAนะ-่ะเป็นสมาชิกของเซตBนะคะโดยเซตAนะคะเป็นสับเซตของเซA(B)นะคะเราจะเขียนแทนด้วยเซตAค่ะตามด้วยสัญลักษณ์ลักษณะแบบนี้นะคะแล-้(ะ)ก็ตามด้วยเซตBค่ะจากตัวอย่างนะคะนักเรียนจะสังเกตเห็นว่า7และ8นะเป็นสมาชิกของเซตAนะคะและทั้ง2ตัวนี้นะคะก็เป็นสมาชิกของเซตBค่ะซึ่งจะสอดคล้องกับบทนิยามที่กล่าวว่าสมชิกทุกตัวของเซตAนะคะเป็นสมาชิกของเซตBนะ-่ะดังนั้นนะคะเราจะกล่าวได้ว่าจ-ึงกล่าวได้ว่าเซตAค่ะเป็นสับเซตของเซตBนะคะเดี๋ยวเราไปพิจารณาเซตคู่ถัดไปกันดีกว่าค่ะเซตนี้นะคะเซตAค่ะประกอบไปด้วยสมาชิกคือซต(A,)BและCนะคะเซตBนะคะประกอบไปด้วยสมาชิกคือAab(,B)และd(D)ค่ะเดี๋ยวเราไปทำการพิจารณาสมชิกทีละตัวนะคะเริ่มต้นที่Aค่ะและอนักเรีน(ก)จะเห็นว่าAนะคะเป็นสมาชิกของเซตAค่ะแล-้(ะ)Aนะคะก็เป็นสมาชิกของเซตBค่ะBค่ะเป็นสมาชิกของของเซตAนะคะและb(B)ก็เป็นสมาชิกของเซตBค่ะถัดมาที่CนะคะCเป็นสมาชิกของเซตAค่ะแต่Cนะคะไม่ได้เป็นสมาชิกของเซตBค่ะเรามาดูที่d(D)นะคะd(D)นะคะไม่เป็นมาชิกของเซตAค่ะแต่Dนะคd(ะ)เป็นสมาชิกของเซตBค่ะเราจะเห็นว่านะคะมีสมาชิกบางตัวนะคะที่อย-ี(-ู)-่ในเซตAค่ะแต่ไม่อยูสมาช-ิ(-่)บาง(นเซ)-ั(B)นะคะและมีสมาชิกบางตัวค่ะที่ไม่ได้อยู่ในเซตBนะคะแต่ไม่อยู่ในเซตAค่ะเพราะฉะนั้นแล้วเดี๋ยวเราา(ป)พิจารณากันดีกว่าค่ะว่าความสัมพันธ์ของเซตในลักษณะนี้จะเรียกว่าอย่างไรค่ะเซตAนะคะไม่เป็นส-ัา(บ)-ิก(ซต)ของเซตBนะคะก็ต่อเมื่อมีสมาชิกอย่างน้อย1ตัวของเซตAค่ะที-ี-่ไม่เป็นสมาชิกของเซตBนะคะโดยเซตAไม่เป็นสับเซตของเซตBนะคะจะเขียนแทนด้วยเซตAค่ะตามด้วยสัญลักษณ์นะคะในลักษะซึ่งจ(ณ)ะคล้ายก-ัน(าร)เป็นสับเซตนะคะแต่มีขีดพาดค่ะแล้วก็ตามด้วยเซตBค่ะจากตัวอย่างเม-ื-่อสักครู่นี้นะคะนักเรียนจะสังเกตเห็นว่านะคะตัวอย่างเช่นมีCค่ะเป็นสมาชิกของเซตAนะคะแต่Cนะคะไม่ได้เป็นสมาชิกของเซตBค่ะเราจึงกล่าวได้ว่าเซตAนB(ะ)-่ะไม่เป็นสับเซตของเซตBค่ะในทางกลับกันค่ะเรามาดูที่เซตBบ้างค่ะคือสมาชิกตัวนี้นะคะคือDค่ะDเป็นสมาชิกของเซตBนะคะแต-่Dไม่ได้เป็นสมาช-่B(-ิก)ของเซตAค่ะดังนั้ะคะเราจึงกล่าวได้ว่าเซตBนะคะไม่เป็นสับเซตของเซตAค่ะเดี๋ยวเรามาดูตัวอย่างเพื่อเพิ่มความเข้าใจให้มากขึ้นกัดีกว่านะคะตัวอย่างนี้นะ-่ะให้เซตAค่ะประกอบไปด้วยสมาชิกคือ3,4และ5นะคะและเซตBค่ะประกอบไปด้วยสมาชิกคือ0,1,2,3,4และ5ค่ะจงพิจารณานะคะว่าข้อความต่อไปนี้เป็นจริงหรือเท็จค่ะข้อที่1นะคะเซตAเป็นสับเซตของเว(ซ)ตBค่ะข้อที่2นะคะเซตBเป็นสับเซA(ต)ของเซตAค่ะเดี๋ยวเรามาพิจารณาข้อที่1กันก่อนนะคะนักเรียนจะสังเกตเห็นว่าสมาชิกของเซตAนะคะก็คือมี3,4และ5ค่ะซึ่งสมาชิกทุกตัวของเซตAนะคะจะเป็นสมาชิกของเซตA(B)ค่ะดังนั้นนะคะเราจะได้ว่าเซตAค่ะเป็นสับเซตของเซตBนะคะดังนั้นข้อที่1จึงเป็นจริงค่ะเดี๋ยวเรามาดูข้อที่2นะคะนักเรียนจะสังเกตเห็นว่า0นะคะเป-้(-็)นสมาชิกของเซตBค่ะแต่0นะคะไม่ได้เป็นสมาชิกของเซตAค่ะดังนั้นนะคะเราจะได้ว่าเซตBนะคะไม่ได้เป็นสับเซตของซตAค่ะดังนั้นนะคะข้อที่2ค่ะจึงเป็นเท็จนะคะนอกจากห(ก)ารพิจารณาการเป็นสับเซตหรืและ(อ)ไม่เป็นสับเซตแล้วนะคะยังมีสิ่งที่น่าสนใจนะคะจากความรู้ในเรื่องนี้ค่ะเดี๋ยวเราไปดูกันเลยดีกว่านะคะความรู้นี้ค่ะเซตว่างเป็นสับเซตของเซตทุกเซตนะคะหมายความว่านักเรียนจะต้องทราบเสมอนะคะว่าเซตว่างค่ะเป็นสับเซตของเซตใดๆค่ะคุณครูมีคำถามชวนคิดนะคะให้นักเรียนลองคิดค่ะให้เซตAเป็นเซตใดๆนะคะจงพิจารณาว่าเซตAเป็นสับเซตของเซตAหรือไม่ค่ะนักเรียนลองพิจารณาดูนะคะค่ะเดี๋ยวครูจะเฉลยเลยนะคะเราจะมาพิจารณาจากบทนิยามของการเป็นสับเซตนะคะเราจะพบว่าสมาชิกทุกตัวของเว(ซ)ตAนะคะย่อมเป็นสมาชิ-ับเซต(ก)ของเซตAค่ะดังนั้ะคะเราจึงกล่าวได้ว่าเซตAเป็นสับเซตของเซตAค่ะถัดมานะคะเดี๋ยวจะเป็นความรู้นะคะเกี่ยวข(ก)-ัง(บ)บทนิยามของเซตที่เท่ากันและสับเซตค่ะอันนี้นะคะจะเป็นบทนิยามของเซตที่เท่ากับ(น)ค่ะเราจะพบล(ว)-่าว(เ)ด้ว(ตเท)-่ากับเซตBนะคะจA(ะ)หมายถึงสมาชิกทุกตัวของเซตAนะคะเป็นมาชิกทุกตัวของเซตBค่ะและสมาชิกทุกตัวของเซตBนะคะเป็นสมาชิกของเซตAค่ะและบทนิยามอีกอันหนึ่งนะคะเป็นบทนิยาซตA(ม)ของการเป็นสับเซตค่ะเซตAนะคะเป็นสับเซตของเซตBก็ต่อเมื่อสมาชิกทุกตัวของเซตAค่ะเป็นสมาช-ุ(-ิ)ตัวของเซตBค่ะนักเรียนสังเกตความสัมพันธ์ของบทนิยามทั้ง2ไหมคะเรามาดูที่ข้อความนี้กันดีกว่านะคะสมาชิกทุกตัวของเซตAเป็นสมาชิกของเซตBนะคะข้อความนี้นะคะสอดคล้อม(ง)กันิยามของการเป็นสับเซตด้านล่างค่ะดังนั้ะคะข้อความด้านบนจึงเขียนเป็นสามารถเขียนเป็นสัญลักษณ์ได้ว่าเซตAนะคะเป็นส-ับเมา(ซต)ของเซตBค่ะเช่นเดียวกันกับข้อความนี้นะคะนักเรียนจะเห็นว่าสมาชิกทุกตัวของเซตBเป็นสมาชิกทุกตัวของเซตAนะคะเราก็สามรถเขียนเป็สัญลักษณ์ได้ว่าเซตBนะคะเป็นสับเซตของเซตAค่ะดังนั้นนะคะเราจึงได้ความรู้ใหม่ดังนี้ค่ะเซตAนะคะเท่ากับเซตBนะคะก็ต่อเมื่อเซตAเป็นสับเซตของเซตBนะคะและเซตBเป็นสับเซตของเซตAค่ะดังนั้นข้อความนี้นะคะหมายความว่าถ้านักเรียนทราบว่าเซตAเท่ากับเซตBแล้วนักเรียนจะได้ว่าเซตAเป็นสับเซตของเซตBและเซตBเป็นสับเซตของเซตAค่ะในทางกลับกันนะคะถ้านักเรียนทราบว่าเซตAเป็นสับเซตของเซตBะคะแล-้(ะ)เซตBเป็นสับเซตของเซตAแล้วนะคะนักเรียนก็จะกล่าวได้ว่าเซตAเท่ากับเซตBเช่นกันค่ะเดี๋ยวเราไปสรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้ในวันนี้กันอีกรอบนะคะเซตAนะคะเท่ากับเซตBนะคะหมายถึงสมาชิกทุกตัวของเซตAค่ะเป็นสมาชิกของเซตBนะคะและสมาชิกทุกตัวของเซตA(B)ค่ะเป็นสมาชิกทุกตัวของเซตAนะคB(ะ)เซตAเท่ากับเซ=(ต)Bนะคะเราจะเขียนแทนด้วยเซตAตามด้วยเครื่องหมายเท่ากับแล้วก็ตามด้วยเซตBค่ะเซตAไม่เท่ากับเซตBนะคะจะเขียนแทนด้วยเซตAตามด้วยเครื่องหด้ว(ม)ยไม่เท่ากับแล้วก็ตามด้วยเซตBค่ะส่วนเซตAเป็นสับเซตของเซตBนะคะก็ต่อเมื่อสมาชิก-ับเซ(ทุก)-ัวของเซตAค่ะเป็นสมาชิกของเซตBนะ-่ะโดยเซตAเป็นสับเซตของเซตBนะคะเราจะเขียนแทนด้วยเซตA1ตามด้วยเครื่องหมายลักษณะนี้ค่ะแล้วก็ตามด้วยเซตBค่ะส่วนเซตAนะคะไม่เป็นสับเซตของเซตBนะคะเราจะเขียนแทนด้วยนะคะเซตAค่ะตามด้วยเครื่องหมายลักษณะแ(ค)ล้ายกัว(น)เป็นสับเซตนะคะแต่มีขีดพาดน(-่)ค(ล)ะตามด้วยเซตBค่ะและสิ่งที่ได้เรียนรู-้อันสุดท้ายนะคะก็คือเซอัน(ต)A-ุ(เ)-้(-่)กับเซตย(B)นะคะก็ต่อเค(ม)-ื-่อเซตAเป็นสับเซตของเซตA(B)นะคะและเซตBเป็นสับเซตของเซตAค่ะก่อนจะจากกันในวันนี้นะคะคุณครูก็มีแบบฝึกหัดให้นักเรียนลองไปฝึกทบทวนจำนวน2ข้อค่ะคุณครูหวังว่านักเรียนจะนำบทเรียนในวันนี้นะคะและแบบฝึกหัดนะคะไปทบท(พัฒ)เพิ่มเติมค่ะสำหรับวันนี้สวัสดีค่ะ[เสียงดนตรี]

More information
- compare(ans and test) :
- ans: file reference
- test: file test
- export datetime : 2024-03-29 17:58:36
- exported from : Accuracy Worker
- version :registry.rtt.in.th/spinsoft-transcription/backend_accuracy_worker:main-42d874d90e320e04ce26da7eb329f0d888006afc
- lib :character
- your normalize config
-IsFilter :true
-ToLower :false
-ToArabicNumber :true
-WordToNumber :false
-OrderAndSimilar :true
-ListRemove :
- alignment method :Hirschberg
- score weight :{"Match":5,"Mismatch":-1,"PartialMatch":2,"GapPenalty":-1}