﻿WEBVTT

1
00:00:00.000 --> 00:00:01.566

2
00:00:01.518 --> 00:00:01.962

3
00:00:02.989 --> 00:00:03.359

4
00:00:03.249 --> 00:00:03.658

5
00:00:03.568 --> 00:00:03.790

6
00:00:04.149 --> 00:00:04.582

7
00:00:04.657 --> 00:00:05.918
เสียงดนตรี

8
00:00:07.087 --> 00:00:07.487

9
00:00:07.217 --> 00:00:07.481

10
00:00:07.597 --> 00:00:07.827

11
00:00:08.187 --> 00:00:08.633

12
00:00:08.566 --> 00:00:08.926

13
00:00:09.267 --> 00:00:09.480

14
00:00:10.106 --> 00:00:10.520

15
00:00:10.548 --> 00:00:10.918

16
00:00:10.997 --> 00:00:11.433

17
00:00:11.506 --> 00:00:11.892

18
00:00:12.027 --> 00:00:12.394

19
00:00:12.347 --> 00:00:12.751

20
00:00:12.788 --> 00:00:13.038

21
00:00:13.047 --> 00:00:13.318

22
00:00:13.817 --> 00:00:14.015

23
00:00:14.461 --> 00:00:14.707

24
00:00:14.777 --> 00:00:14.976

25
00:00:15.867 --> 00:00:16.313

26
00:00:16.256 --> 00:00:16.672

27
00:00:17.667 --> 00:00:18.112

28
00:00:20.987 --> 00:00:21.422

29
00:00:21.187 --> 00:00:21.415

30
00:00:21.756 --> 00:00:22.048

31
00:00:22.907 --> 00:00:23.220

32
00:00:24.967 --> 00:00:25.202

33
00:00:25.157 --> 00:00:25.390

34
00:00:25.347 --> 00:00:25.629

35
00:00:28.298 --> 00:00:28.917

36
00:00:29.066 --> 00:00:29.493

37
00:00:29.448 --> 00:00:37.400
สวัสดีครับทุกคนวันนี้ทุกคนอยู่กับครูฟิวส์อีกแล้วนะครับแล้ววันนี้ครูฟิวส์มีเนื้อหาที่น่าสนใจอะไรมาให้ทุกคนที่หน้าตา

38
00:00:37.187 --> 00:00:39.229
ตามไปดูพร้อมกันดีกว่าครับ

39
00:00:40.198 --> 00:00:40.455

40
00:00:40.460 --> 00:00:40.860

41
00:00:40.778 --> 00:00:45.655
สำหรับเนื้อหาในครั้งนี้นะครับเราจะมีวัตถุประสงค์อยู่ 3 ข้อด้วยกันนะครับ

42
00:00:45.578 --> 00:00:46.140

43
00:00:46.158 --> 00:00:50.074
ก็คือ 1 หาค่าความจริงของนิเสธของประพจน์นะครับ

44
00:00:50.138 --> 00:00:50.365

45
00:00:50.258 --> 00:00:50.485

46
00:00:50.518 --> 00:00:53.838
ความจริงของประพจน์ที่มีตัวเชื่อมและ

47
00:00:53.908 --> 00:00:54.175

48
00:00:54.038 --> 00:00:57.918
และ 3 หักค่าความจริงของประพจน์ที่มีตัวเชื่อมหรือ

49
00:00:59.618 --> 00:01:00.014

50
00:00:59.738 --> 00:01:00.147

51
00:01:00.128 --> 00:01:00.498

52
00:01:00.448 --> 00:01:04.224
ก่อนอื่นเรามาดูการเชื่อมประพจน์กันดีกว่านะครับนักเรียน

53
00:01:04.158 --> 00:01:11.300
นักเรียนอาจจะเคยสังเกตนะครับว่าบางทีนี่ในวิชาคณิตศาสตร์หรือแม้กระทั่งในชีวิตประจำวันของนักเรียนนะครับ

54
00:01:11.138 --> 00:01:14.789
เราจะพบประโยชน์ที่ได้จากการเชื่อมประโยคมากกว่า 1 ประโยค

55
00:01:14.858 --> 00:01:15.955
นะคะ

56
00:01:15.948 --> 00:01:17.749
ด้วยคำว่าหาและ

57
00:01:18.188 --> 00:01:19.067
หรือ

58
00:01:19.148 --> 00:01:19.561

59
00:01:19.857 --> 00:01:20.937
ถ้าแล้ว

60
00:01:21.138 --> 00:01:22.413
ก็ต่อเมื่อนะครับ

61
00:01:22.358 --> 00:01:26.802
หรือบางทีนักเรียนอาจจะพบประโยคซึ่งเปลี่ยนแปลงมาจากประโยคเดิมนะคะ

62
00:01:26.708 --> 00:01:28.744
โดยเติมคำว่าไม่นะครับ

63
00:01:28.758 --> 00:01:31.011
ซึ่งคำดังกล่าวนี้นะครับ

64
00:01:31.837 --> 00:01:32.161

65
00:01:32.538 --> 00:01:35.745
เราจะเรียกคำเหล่านี้ว่าตัวเชื่อมนะครับ

66
00:01:35.809 --> 00:01:36.156

67
00:01:36.259 --> 00:01:40.341
มาดูตัวอย่างนะครับประโยคที่ใช้ตัวเชื่อม

68
00:01:40.358 --> 00:01:42.630
ดังกล่าวที่ครูฟิวส์พูดถึงนะครับ

69
00:01:42.658 --> 00:01:44.179
ตัวอย่างเช่น

70
00:01:44.199 --> 00:01:45.853
1 เป็นจำนวนคี่

71
00:01:45.857 --> 00:01:46.086

72
00:01:46.058 --> 00:01:48.294
และ 4 เป็นจำนวนคู่

73
00:01:48.618 --> 00:01:48.931

74
00:01:48.938 --> 00:01:50.756
ถ้า 3 เป็นจำนวนคี่

75
00:01:51.438 --> 00:01:51.700

76
00:01:51.949 --> 00:01:54.895
แล้ว 3 ยกกำลัง 2 เป็นจำนวนคี่

77
00:01:54.970 --> 00:02:01.949
รูปสามเหลี่ยม ABC เป็นรูปสามเหลี่ยมด้านเท่าก็ต่อเมื่อรูปสามเหลี่ยม ABC มีความยาว

78
00:02:01.878 --> 00:02:03.860
2 ด้านเท่ากันทุกด้าน

79
00:02:03.808 --> 00:02:07.903
เป็นอย่างไรครับทุกคนอาจจะเคยเจอประโยคพวกนี้แล้วใช่ไหมครับ

80
00:02:08.028 --> 00:02:08.256

81
00:02:08.539 --> 00:02:09.689
นักเรียน

82
00:02:09.698 --> 00:02:10.066

83
00:02:10.078 --> 00:02:10.503

84
00:02:10.459 --> 00:02:16.172
ว่าเป็นประพจน์ย่อยหรือไม่ก็เรียกว่าเป็น

85
00:02:16.037 --> 00:02:17.499
เรื่องเดียวนะครับ

86
00:02:17.769 --> 00:02:18.212

87
00:02:18.148 --> 00:02:18.374

88
00:02:18.599 --> 00:02:18.823

89
00:02:18.858 --> 00:02:19.234

90
00:02:19.109 --> 00:02:23.473
ประพจน์ที่เกิดจากการเชื่อมประพจน์เชิงเดียวด้วยตัวเชื่อมนะครับ

91
00:02:23.468 --> 00:02:24.222
เราเรียก

92
00:02:24.880 --> 00:02:30.161
เป็นประพจน์เชิงประกอบนะครับตัวอย่างเช่น 1 เป็นจำนวนคี่และ 4 เป็นจำนวนคู่

93
00:02:30.518 --> 00:02:33.946
เป็นประพจน์ที่เชื่อมด้วยตัวเชื่อมและใช่ไหมครับ

94
00:02:34.168 --> 00:02:35.559
เพราะฉะนั้น

95
00:02:35.650 --> 00:02:35.898

96
00:02:35.838 --> 00:02:38.553
ซึ่งเป็นจำนวนคี่และ 4 เป็นจำนวนคู่

97
00:02:38.528 --> 00:02:41.338
เราจะเรียกว่าเป็นประพจน์เชิงเดียว

98
00:02:41.341 --> 00:02:43.973
และทั้งประโยคที่พูดว่าอะไรครับ

99
00:02:43.979 --> 00:02:44.242

100
00:02:44.300 --> 00:02:47.651
ซึ่งเป็นจำนวนคี่และ 4 เป็นจำนวนคู่

101
00:02:47.619 --> 00:02:50.292
ตรงนี้จะเป็นประพจน์เชิงประกอบนะครับ

102
00:02:51.909 --> 00:02:52.280

103
00:02:52.179 --> 00:02:52.537

104
00:02:52.559 --> 00:02:52.788

105
00:02:52.878 --> 00:02:53.496

106
00:02:53.459 --> 00:02:53.835

107
00:02:54.161 --> 00:02:54.597

108
00:02:55.249 --> 00:03:00.900
เราจะนิยมใช้ภาษาอังกฤษตัวพิมพ์เล็กนะครับเช่น P Q R

109
00:03:01.078 --> 00:03:03.486
แทนประพจน์ที่เรานำมาเชื่อมกันนะครับ

110
00:03:03.378 --> 00:03:03.689

111
00:03:03.639 --> 00:03:09.167
ถ้า P เป็นประพจน์ใดๆนะครับแล้วเราจะแบ่งค่าความจริงของพี่ได้เป็น 2 กรณีนะครับ

112
00:03:08.959 --> 00:03:11.084
หรือเป็นจริงและเป็นเท็จนะครับ

113
00:03:11.389 --> 00:03:11.779

114
00:03:11.779 --> 00:03:12.019

115
00:03:12.099 --> 00:03:14.061
แสดงได้ดังตารางนี้นะครับ

116
00:03:14.080 --> 00:03:15.800
ซึ่งตารางนี้ครับ

117
00:03:15.869 --> 00:03:16.114

118
00:03:16.189 --> 00:03:21.965
จะเป็นตารางที่แสดงกรณีเกี่ยวกับค่าความจริงที่จะเกิดขึ้นได้ทั้งหมดของประพจน์ P นะครับ

119
00:03:22.339 --> 00:03:26.012
ซึ่งเราเรียกว่าตารางค่าความจริงของ P

120
00:03:26.262 --> 00:03:26.821

121
00:03:28.179 --> 00:03:29.311
นะครับ

122
00:03:29.586 --> 00:03:35.702
เอามาลองดูก่อนว่ามีที่มี 2 ประพจน์นะครับก็คือประพจน์ P และประพจน์คิวนะครับ

123
00:03:35.800 --> 00:03:41.403
และเราก็จะมีกรณีเกี่ยวกับค่าความจริงที่จะเกิดขึ้นได้ทั้งหมด 4 กรณีนะครับ

124
00:03:41.500 --> 00:03:41.920

125
00:03:41.890 --> 00:03:45.825
ซึ่งค่าความจริงที่เป็นจริงของประพจน์ทีนะครับ

126
00:03:45.796 --> 00:03:51.176
และความจริงที่เป็นเท็จของประพจน์ที่อ่านก็จะไปจับคู่

127
00:03:51.049 --> 00:03:54.456
ความจริงที่เป็นจริงของประพจน์ Q

128
00:03:54.379 --> 00:03:58.721
และค่าปรากฏความจริงที่เป็นของประพจน์นี้นะครับ

129
00:03:58.669 --> 00:04:00.834
วิธีจับคู่ที

130
00:04:00.909 --> 00:04:02.755
วิธีจับคู่ f นะครับ

131
00:04:02.899 --> 00:04:03.380

132
00:04:03.341 --> 00:04:05.979
แล้วก็ f สับคู่ทีแล้วก็ F

133
00:04:05.849 --> 00:04:07.134
ขอบคุณนะครับ

134
00:04:07.129 --> 00:04:12.007
ซึ่งประกาศได้ตารางค่าความจริงของประพจน์ P กับ Q ดังนี้นะครับ

135
00:04:13.141 --> 00:04:13.419

136
00:04:13.659 --> 00:04:14.035

137
00:04:13.910 --> 00:04:14.134

138
00:04:14.370 --> 00:04:14.625

139
00:04:14.750 --> 00:04:14.962

140
00:04:14.940 --> 00:04:20.738
ได้รู้จักค่าความจริงของประพจน์ไปแล้วนะครับเรามารู้จักวิเศษของ

141
00:04:20.639 --> 00:04:21.850
กันดีกว่านะครับ

142
00:04:23.019 --> 00:04:29.329
ถ้าครูฟิวส์ให้ประพจน์ P เป็นประพจน์ใดนะครับนิเสธของประพจน์ P เราจะเขียนแทนด้วยสัญลักษณ์นี้

143
00:04:29.160 --> 00:04:29.541

144
00:04:30.059 --> 00:04:32.691
ตัวอย่างนิเสธของประพจน์ P นะครับ

145
00:04:32.619 --> 00:04:34.021
เราดูตารางนะครับ

146
00:04:33.971 --> 00:04:36.813
ค่าปรับ 6P แทนด้วยข้อความ

147
00:04:36.659 --> 00:04:38.643
จริงชอบวิชาคณิตศาสตร์

148
00:04:38.779 --> 00:04:42.503
นิเสธของประพจน์ P ก็จะแทนข้อความ

149
00:04:42.490 --> 00:04:45.156
ทีมไม่ชอบวิชาคณิตศาสตร์ครับ

150
00:04:45.751 --> 00:04:45.981

151
00:04:46.520 --> 00:04:46.782

152
00:04:46.651 --> 00:04:47.149

153
00:04:47.169 --> 00:04:47.383

154
00:04:47.360 --> 00:04:52.680
ถ้าเกิดประพจน์ P แทนข้อความ 2 + 3 = 5 นิเสธของประพจน์

155
00:04:52.609 --> 00:04:58.129
พี่จะเป็นอย่างไรครับนักเรียนนิเสธของประพจน์ P ก็จะเป็น 2 + 3

156
00:04:57.990 --> 00:04:59.389
ไม่เท่ากับ 5

157
00:04:59.460 --> 00:05:00.114
นะครับ

158
00:05:00.870 --> 00:05:04.078
ข้อนี้ครูฟิวส์อยากให้นักเรียนคิดนิดหนึ่งครับ

159
00:05:04.093 --> 00:05:04.313

160
00:05:04.341 --> 00:05:04.618

161
00:05:04.659 --> 00:05:08.433
2 น้อยกว่า 3 นิเสธของประพจน์ P จะเป็นอะไรครับ

162
00:05:09.260 --> 00:05:09.493

163
00:05:10.160 --> 00:05:12.591
นิเสธของประพจน์ P จะเป็น

164
00:05:12.659 --> 00:05:13.752
ทอง

165
00:05:13.750 --> 00:05:15.472
ไม่น้อยกว่า 3 นะครับ

166
00:05:15.990 --> 00:05:18.670
หรือเขียนอีกแบบหนึ่งได้เป็นอะไรครับ

167
00:05:18.740 --> 00:05:18.945

168
00:05:18.940 --> 00:05:19.489

169
00:05:19.450 --> 00:05:21.399
อากาศหรือเท่ากับ 3

170
00:05:22.080 --> 00:05:26.493
หลายคนอาจจะสงสัยนะครับว่าทำไมต้องเป็นมากกว่าหรือเท่ากับนะครับ

171
00:05:26.620 --> 00:05:27.009

172
00:05:27.260 --> 00:05:28.985
ระวังท่านน้อยกว่า

173
00:05:29.130 --> 00:05:29.363

174
00:05:29.320 --> 00:05:31.762
น้อยกว่าตัวไม่ได้เท่ากันใช่ไหมครับ

175
00:05:31.750 --> 00:05:34.233
แล้วก็ไม่ได้มากกว่าด้วยใช่ไหมครับ

176
00:05:34.250 --> 00:05:40.097
เพราะฉะนั้นนิเสธของ 2 น้อยกว่า 3 จึงเป็น 2 มากกว่า 3

177
00:05:41.360 --> 00:05:41.780

178
00:05:41.740 --> 00:05:42.758
นั่นเองนะครับ

179
00:05:42.710 --> 00:05:42.953

180
00:05:43.237 --> 00:05:43.664

181
00:05:44.380 --> 00:05:50.669
นักเรียนครับครูฟิวส์อยากให้นักเรียนมาช่วยกันพิจารณาค่าความจริงของประพจน์จากสถานการณ์ที่

182
00:05:50.520 --> 00:05:52.604
ติวกำหนดให้ต่อไปนี้นะครับ

183
00:05:52.580 --> 00:05:59.382
พระครูปลิวให้ P แทนข้อความหนูดีอ่านหนังสือนิเสธของ p คืออะไรครับ

184
00:05:59.871 --> 00:06:02.501
หนูดีไม่ได้อ่านหนังสือใช่ไหมครับ

185
00:06:02.701 --> 00:06:05.207
แล้วมาช่วยครูฟิวส์หาค่าความจริง

186
00:06:05.193 --> 00:06:08.831
จริงจากลูกค้าที่กู้ผิวให้นะครับรูปที่ 1

187
00:06:08.980 --> 00:06:11.794
หนูดีกำลังอ่านหนังสืออยู่ใช่ไหมครับ

188
00:06:11.860 --> 00:06:12.090

189
00:06:12.110 --> 00:06:15.895
ฉะนั้นในส่วนของหนูที่อ่านหนังสือเป็นจริงหรือเป็นเท็จครับ

190
00:06:16.461 --> 00:06:16.706

191
00:06:16.660 --> 00:06:16.891

192
00:06:17.050 --> 00:06:18.566
จริงใช่ไหมครับ

193
00:06:19.610 --> 00:06:19.978

194
00:06:20.060 --> 00:06:24.150
นิเสธของประพจน์นี้คือหนูดีไม่ได้อ่านหนังสือใช่ไหมครับ

195
00:06:24.340 --> 00:06:29.831
รูปภาพแรกเป็นหนูดีอ่านหนังสือแล้วถ้าครูฟิวส์บอกว่าหนูดีไม่ได้อ่านหนังสือ

196
00:06:29.860 --> 00:06:32.091
ข้อความนี้เป็นจริงหรือเป็นเท็จครับ

197
00:06:32.670 --> 00:06:32.905

198
00:06:32.930 --> 00:06:33.742
เบ็นเท็น

199
00:06:33.580 --> 00:06:34.385
ใช่ไหมครับ

200
00:06:36.201 --> 00:06:36.444

201
00:06:36.460 --> 00:06:40.838
มาดูรูปภาพที่ 2 หนูดีกำลังฟังเพลงอยู่ใช่ไหมครับ

202
00:06:40.810 --> 00:06:41.255

203
00:06:41.260 --> 00:06:43.556
เพราะฉะนั้นหนูดีอ่านหนังสือไหมครับ

204
00:06:43.571 --> 00:06:43.832

205
00:06:43.700 --> 00:06:49.921
หนูดีไม่ได้อ่านหนังสือถ้าครูฟิวส์พูดว่าหนูดีไม่ได้อ่านหนังสือเป็นจริงหรือเป็นเท็จครับ

206
00:06:50.171 --> 00:06:54.453
อินเทคค์ใช่ไหมคะถ้าครูติ๋วปูนว่าหนูดีไม่ได้อ่านหนังสือ

207
00:06:54.461 --> 00:06:56.116
เป็นจริงหรือเป็นเท็จครับ

208
00:06:56.064 --> 00:06:56.612

209
00:06:56.571 --> 00:06:57.512
เป็นจริง

210
00:06:58.620 --> 00:06:58.863

211
00:06:58.941 --> 00:07:01.528
ไม่ยากใช่ไหมครับง่ายมากเลยนะครับ

212
00:07:01.891 --> 00:07:02.139

213
00:07:02.401 --> 00:07:02.705

214
00:07:03.100 --> 00:07:07.588
ซึ่งการพิจารณาค่าความจริงของประพจน์ที่เป็นนิเสธของประพจน์เดิมนะคะ

215
00:07:07.594 --> 00:07:09.592
ทำไรทำไรมากเลยนะคะ

216
00:07:09.512 --> 00:07:09.826

217
00:07:09.770 --> 00:07:14.787
โดยที่ค่าความจริงของนิเสธจะตรงข้ามกับค่าความจริงของประพจน์เดิมเสมอนะครับ

218
00:07:14.771 --> 00:07:21.583
เราจะเขียนค่าตารางความจริงของนิเสธของประพจน์ P ได้ดังตารางที่ขึ้นอยู่ตรงนี้เลยนะครับ

219
00:07:21.810 --> 00:07:27.854
ถ้าเกิดนักเรียนจำไม่ได้นะครับก็ให้นึกถึงตัวอย่างหนูดีอ่านหนังสือกับหนูดีไม่ได้อ่าน

220
00:07:27.701 --> 00:07:28.399
นะครับ

221
00:07:30.980 --> 00:07:31.207

222
00:07:31.231 --> 00:07:31.659

223
00:07:31.620 --> 00:07:37.552
นิเสธของประพจน์ไปแล้วนะครับเรามาดูการเชื่อมประพจน์ประพจน์ด้วยตัวเชื่อมและ

224
00:07:37.442 --> 00:07:38.571
ดีกว่านะครับ

225
00:07:39.750 --> 00:07:40.153

226
00:07:40.142 --> 00:07:42.837
ถ้าเกิด P และ Q เป็นประพจน์ใดๆนะครับ

227
00:07:42.761 --> 00:07:47.039
แล้วการเชื่อมประพจน์ P และประพจน์ Q ด้วยตัวเชื่อมและนะครับ

228
00:07:47.252 --> 00:07:47.493

229
00:07:48.341 --> 00:07:50.172
เราจะเขียนแทนด้วยสัญลักษณ์

230
00:07:50.381 --> 00:07:52.740
P และ Q อย่างนี้นะครับ

231
00:07:52.821 --> 00:07:53.073

232
00:07:53.781 --> 00:07:58.401
นี้นะครับจะเป็นตัวอย่างของการเชื่อมประพจน์ด้วยตัวเชื่อมและนะครับ

233
00:07:58.461 --> 00:08:03.950
ถ้าเกิดประพจน์ P แทนข้อความจริงชอบวิชาคณิตศาสตร์เรื่องประพจน์

234
00:08:03.841 --> 00:08:04.687
หิว

235
00:08:04.671 --> 00:08:04.907

236
00:08:05.181 --> 00:08:07.887
เขียนข้อความ Note ชอบวิชาภาษาอังกฤษ

237
00:08:07.811 --> 00:08:08.184

238
00:08:08.381 --> 00:08:11.795
จะได้ประพจน์ P และ Q แทนข้อความใดครับ

239
00:08:11.850 --> 00:08:15.711
ซิมชอบวิชาคณิตศาสตร์และมนุษย์ชอบวิชาภาษาอังกฤษ

240
00:08:16.011 --> 00:08:16.651
นะครับ

241
00:08:17.422 --> 00:08:22.570
ต่อไปนะคะพจน์พี่แทนข้อความ 2 + 3 = 5

242
00:08:22.421 --> 00:08:25.079
ประพจน์ Q แทนข้อความ

243
00:08:25.491 --> 00:08:28.713
ที่สองของจำนวนอตรรกยะ

244
00:08:29.341 --> 00:08:29.839

245
00:08:29.781 --> 00:08:34.086
เพราะฉะนั้นประพจน์ P และ Q จากแทนข้อความอะไรครับนักเรียน

246
00:08:35.291 --> 00:08:40.050
ประพจน์ P และ Q จะแทนข้อความ 2 + 3 = 5

247
00:08:39.902 --> 00:08:40.464
และ

248
00:08:40.741 --> 00:08:43.851
คนที่สองของ 2 เป็นจำนวนตรรกยะ

249
00:08:44.382 --> 00:08:44.639

250
00:08:44.712 --> 00:08:45.795
ตามนี้นะครับ

251
00:08:46.761 --> 00:08:47.321

252
00:08:47.461 --> 00:08:48.438
เฮียครับ

253
00:08:48.362 --> 00:08:53.335
สำหรับภาษาที่เราใช้ในชีวิตประจำวันกันนิครับบางที

254
00:08:53.741 --> 00:08:58.982
เราอาจจะแถมตัวเชื่อมและนะครับด้วยคำอื่นที่มีความหมายเดียวกันดังต่อไปนี้นะครับ

255
00:08:58.932 --> 00:08:59.216

256
00:08:59.122 --> 00:09:01.734
เช่นคำว่าแต่นอกจากนั้นแล้ว

257
00:09:01.882 --> 00:09:04.887
ถึงแม้ว่าในขณะที่นะครับ

258
00:09:05.022 --> 00:09:05.239

259
00:09:05.212 --> 00:09:09.330
Ok Google ได้ยกตัวอย่างประโยคที่พบได้ในชีวิตประจำวันนะครับ

260
00:09:09.312 --> 00:09:10.011
เช่น

261
00:09:10.021 --> 00:09:10.269

262
00:09:10.591 --> 00:09:10.788

263
00:09:10.852 --> 00:09:12.817
ฉันชอบวิชาคณิตศาสตร์

264
00:09:12.771 --> 00:09:14.689
แต่นุชชอบวิชาภาษาอังกฤษ

265
00:09:14.692 --> 00:09:14.971

266
00:09:14.881 --> 00:09:15.249

267
00:09:15.261 --> 00:09:20.081
สมศักดิ์เป็นหัวหน้าห้องนอกจากนั้นแล้วเขายังเป็นประธานนักเรียนด้วย

268
00:09:20.202 --> 00:09:22.218
วิชัยทำงานหนัก

269
00:09:22.122 --> 00:09:23.971
ถึงแม้ว่าเขาป่วย

270
00:09:24.232 --> 00:09:24.471

271
00:09:24.743 --> 00:09:28.790
น้ำผึ้งอ่านหนังสือในขณะที่น้ำฝนดูโทรทัศน์

272
00:09:29.041 --> 00:09:34.757
สังเกตไหมครับว่าที่ครูฟิวส์เน้นไว้มีความหมายเดียวกับคำว่าและเลยนะครับ

273
00:09:36.021 --> 00:09:39.775
และเราจะพบคำพวกนี้ในชีวิตประจำวันกันอีกด้วยนะครับ

274
00:09:39.672 --> 00:09:41.513
จำไว้ให้ดีนะครับนักเรียน

275
00:09:42.182 --> 00:09:42.446

276
00:09:42.372 --> 00:09:42.614

277
00:09:42.692 --> 00:09:42.966

278
00:09:42.942 --> 00:09:48.730
จะให้พวกเราช่วยกันพิจารณาสถานการณ์ตัวอย่างที่คุณครูกำลัง

279
00:09:48.642 --> 00:09:53.977
ให้นะครับครูฟิวส์ให้ประพจน์ P แทนข้อความลูกปัดใส่เสื้อสีขาว

280
00:09:53.962 --> 00:09:59.293
และประพจน์ที่แทนข้อความลูกปัดใส่กางเกงสีฟ้านะครับเราจะได้ว่า

281
00:09:59.152 --> 00:10:05.305
โค้ด P และ Q จะแทนข้อความลูกปัดใส่เสื้อสีขาวและลูกปัดใส่กางเกงสีฟ้านะครับ

282
00:10:05.492 --> 00:10:08.382
หรือเขียนเป็นโดยย่อเป็นอะไรครับ

283
00:10:08.311 --> 00:10:08.561

284
00:10:08.441 --> 00:10:10.317
ลูกปัดใส่เสื้อสีขาว

285
00:10:10.302 --> 00:10:12.341
และกางเกงสีฟ้านะครับ

286
00:10:13.822 --> 00:10:14.084

287
00:10:14.072 --> 00:10:14.506

288
00:10:14.331 --> 00:10:21.647
เอาไปนะครับครูฟิวส์จะให้นักเรียนนะครับช่วยกันพิจารณาค่าความจริงของประพจน์จากสถานการณ์ที่ครูกำหนดให้นะครับ

289
00:10:21.632 --> 00:10:23.419
ในรูปภาพที่ 1

290
00:10:24.202 --> 00:10:24.447

291
00:10:24.462 --> 00:10:30.506
มันจะเห็นว่า LINE ของลูกปัดคือลูกปัดใส่เสื้อสีขาวและกางเกงสีฟ้าใช่ไหมครับ

292
00:10:30.542 --> 00:10:33.483
ลักษณะประพจน์ P แทนข้อความ

293
00:10:33.302 --> 00:10:36.977
ลูกปัดใส่เสื้อสีขาวมีค่าเป็นจริงหรือเป็นเท็จครับ

294
00:10:37.072 --> 00:10:39.235
มีค่าความจริงเป็นจริงนะครับ

295
00:10:39.253 --> 00:10:43.855
ประพจน์คิวที่แทนข้อความลูกปัดใส่กางเกงสีฟ้า

296
00:10:44.062 --> 00:10:44.323

297
00:10:44.253 --> 00:10:44.647

298
00:10:44.442 --> 00:10:45.963
มีค่าความจริงเป็น

299
00:10:46.493 --> 00:10:47.703
จริงใช่ไหมครับ

300
00:10:48.033 --> 00:10:48.249

301
00:10:48.353 --> 00:10:48.638

302
00:10:48.613 --> 00:10:49.052

303
00:10:48.991 --> 00:10:51.168
ประพจน์ P และ Q

304
00:10:51.103 --> 00:10:51.659

305
00:10:51.742 --> 00:10:57.047
ข้อความลูกปัดใส่เสื้อสีขาวและกางเกงสีฟ้าเป็นจริงหรือเป็นเท็จครับ

306
00:10:58.412 --> 00:11:00.641
มีค่าความจริงเป็นจริง

307
00:11:01.293 --> 00:11:01.562

308
00:11:01.481 --> 00:11:02.811
โอเคไหมครับ

309
00:11:03.853 --> 00:11:04.127

310
00:11:04.112 --> 00:11:04.491

311
00:11:04.503 --> 00:11:06.299
มาดูเขาที่ 2 ครับ

312
00:11:06.353 --> 00:11:10.460
ข้อที่ 2 เราจะสังเกตเห็นว่าลูกปัดใส่เสื้อสีขาว

313
00:11:10.516 --> 00:11:12.305
ใส่กางเกงสีเขียวนะครับ

314
00:11:12.383 --> 00:11:17.698
เพราะฉะนั้นประพจน์ P ที่แทงข้อความลูกปัดใส่เสื้อสีขาวเป็นจริงหรือเป็นเท็จครับ

315
00:11:18.203 --> 00:11:19.793
เป็นจริงถูกไหมครับ

316
00:11:19.802 --> 00:11:20.109

317
00:11:20.062 --> 00:11:21.784
ลูกปัดใส่เสื้อสีขาวนะครับ

318
00:11:21.732 --> 00:11:21.964

319
00:11:21.983 --> 00:11:22.341

320
00:11:22.305 --> 00:11:27.550
ประพจน์คิวที่แทนข้อความลูกปัดใส่กางเกงสีฟ้าเป็นจริงหรือเป็นเท็จครับ

321
00:11:27.623 --> 00:11:27.899

322
00:11:27.873 --> 00:11:28.251

323
00:11:28.324 --> 00:11:29.720
เป็นเท็จนะครับ

324
00:11:29.612 --> 00:11:32.180
เพราะว่าลูกปัดใส่กางเกงสีเขียว

325
00:11:32.303 --> 00:11:36.367
ดังนั้นประพจน์ P และ Q ซึ่งแทนข้อความลูกปัดใส่กางเกง

326
00:11:36.262 --> 00:11:36.505

327
00:11:36.463 --> 00:11:40.015
ใส่เสื้อสีขาวและกางเกงสีฟ้าเป็นจริงหรือเป็นเท็จครับ

328
00:11:40.373 --> 00:11:40.638

329
00:11:40.693 --> 00:11:40.982

330
00:11:41.073 --> 00:11:42.721
เป็นเพชรนะครับ

331
00:11:42.673 --> 00:11:45.893
ลูกปัดไม่ได้ใส่กางเกงสีฟ้านะครับ

332
00:11:45.822 --> 00:11:46.283

333
00:11:46.393 --> 00:11:48.240
ใส่กางเกงสีเขียว

334
00:11:48.383 --> 00:11:48.803

335
00:11:48.823 --> 00:11:49.092

336
00:11:48.953 --> 00:11:50.986
ok นะครับตามนั้นนะครับ

337
00:11:52.152 --> 00:11:52.437

338
00:11:52.342 --> 00:11:52.606

339
00:11:52.923 --> 00:11:53.194

340
00:11:53.113 --> 00:11:58.397
ไปทำมาดูข้อที่ 3 นะครับข้อที่ 3 การแต่งกายของลูก

341
00:11:58.373 --> 00:12:04.229
สังเกตเห็นว่าลูกปัดใส่เสื้อสีดำแต่ใส่กางเกงสีฟ้านะครับเพราะฉะนั้นประพจน์ P แทนข้อ

342
00:12:04.072 --> 00:12:07.878
ลูกปัดใส่เสื้อสีขาวมีค่าความจริงหรือเป็นเท็จครับ

343
00:12:08.103 --> 00:12:12.621
มีค่าความจริงเป็นเท็จนะครับเพราะว่าลูกปัดใส่เสื้อสีดำถูกไหมครับ

344
00:12:12.593 --> 00:12:19.355
สวนประพจน์ชิวที่แทนข้อความลูกปัดใส่กางเกงสีฟ้ามีค่าความจริงเป็นจริงหรือเป็นเท็จครับ

345
00:12:20.343 --> 00:12:23.105
มีค่าความจริงเป็นจริงถูกไหมครับ

346
00:12:23.105 --> 00:12:23.366

347
00:12:23.673 --> 00:12:23.980

348
00:12:23.992 --> 00:12:25.002
ดังนั้น

349
00:12:24.953 --> 00:12:29.135
ประพจน์ P และ Q ที่แทนข้อความลูกปัดใส่เสื้อสีขาว

350
00:12:29.124 --> 00:12:31.622
กางเกงสีฟ้าเป็นจริงหรือเป็นเท็จครับ

351
00:12:31.683 --> 00:12:31.984

352
00:12:32.062 --> 00:12:36.692
ใช่ไหมครับเพราะว่าลูกปัดไม่ได้ใส่เสื้อสีขาวนะครับ

353
00:12:38.223 --> 00:12:38.497

354
00:12:38.733 --> 00:12:38.980

355
00:12:39.184 --> 00:12:45.664
และข้อสุดท้ายมาดูข้อสุดท้ายนะครับข้อที่ 4 จะเห็นว่าลูกปัดใส่เสื้อสีดำและ

356
00:12:45.524 --> 00:12:47.240
ใส่กางเกงสีเขียวนะครับ

357
00:12:47.384 --> 00:12:53.094
เพราะฉะนั้นประพจน์ที่ดีที่แทนข้อความใส่ลูกปัดใส่เสื้อสีขาวจึงมีค่าความ

358
00:12:52.954 --> 00:12:54.249
จริงเป็นเท็จนะครับ

359
00:12:54.553 --> 00:12:54.760

360
00:12:55.003 --> 00:12:55.501

361
00:12:55.512 --> 00:13:00.130
ลูกปัดใส่กางเกงสีฟ้าของประพจน์ Q มีค่าความจริงหรือเป็นเท็จครับ

362
00:13:00.063 --> 00:13:00.564

363
00:13:00.521 --> 00:13:02.939
มีค่าความจริงเป็นเท็จใช่ไหมครับ

364
00:13:02.882 --> 00:13:09.207
เพราะฉะนั้นประพจน์ P และ Q ที่แทนข้อความลูกปัดใส่เสื้อสีขาวและกางเกงสีฟ้า

365
00:13:09.104 --> 00:13:10.380
มีค่าความจริงเป็น

366
00:13:10.383 --> 00:13:11.672
จริงหรือเป็นเท็จครับ

367
00:13:11.664 --> 00:13:11.879

368
00:13:11.913 --> 00:13:13.754
มีค่าความจริงเป็นเท็จ

369
00:13:15.113 --> 00:13:15.377

370
00:13:15.254 --> 00:13:16.645
ok นะครับ

371
00:13:17.944 --> 00:13:18.174

372
00:13:18.133 --> 00:13:19.399
นักเรียนครับ

373
00:13:19.343 --> 00:13:19.597

374
00:13:19.604 --> 00:13:26.840
หลังจากที่นักเรียนนะครับช่วยครูอิ๋วพิจารณาหาค่าความจริงของประพจน์ P และ Q จากสถานการณ์ตัวอย่าง

375
00:13:27.483 --> 00:13:30.872
ลุคใส่เสื้อสีขาวและกางเกงสีฟ้าไปแล้วนะครับ

376
00:13:30.813 --> 00:13:31.054

377
00:13:31.003 --> 00:13:31.391

378
00:13:31.514 --> 00:13:31.910

379
00:13:31.719 --> 00:13:36.990
เราก็สามารถเขียนเป็นตารางค่าความจริงของประพจน์ P และ Q ได้ดังข้างล่างนี้นะครับ

380
00:13:37.344 --> 00:13:39.475
ซึ่งนักเรียนจะพบว่าอะไรครับ

381
00:13:39.464 --> 00:13:44.013
โค้ด P และ Q มีค่าความจริงเป็นจริงเพียง 1 กรณี

382
00:13:43.883 --> 00:13:44.310

383
00:13:44.264 --> 00:13:45.338
เมื่อพิมพ์

384
00:13:45.354 --> 00:13:50.155
ความจริงเป็นจริงและ Q มีค่าความจริงเป็นจริงใช่ไหมครับ

385
00:13:50.293 --> 00:13:54.541
ส่วนกรณีอื่นๆนั้นนักเรียนจะเห็นได้ว่านับเป็นอะไรหมดเลยครับ

386
00:13:54.513 --> 00:13:54.888

387
00:13:54.834 --> 00:13:57.464
มีค่าความจริงเป็นเท็จหมดเลยนะครับ

388
00:13:57.469 --> 00:13:57.691

389
00:13:58.303 --> 00:13:58.794

390
00:13:58.745 --> 00:14:02.427
นักเรียนจะจำค่าความจริงของประพจน์ P และ Q นะครับ

391
00:14:02.334 --> 00:14:02.699

392
00:14:02.654 --> 00:14:07.678
ให้นักเรียนนึกถึงกรณีลูกปัดใส่เสื้อสีขาวและกางเกงสีฟ้าเอาไว้นะครับ

393
00:14:08.675 --> 00:14:08.915

394
00:14:08.933 --> 00:14:09.184

395
00:14:09.184 --> 00:14:14.096
ลักษณะที่นักเรียนได้เรียนการเชื่อมประพจน์ด้วยตัวเชื่อมและกันแล้วนะครับ

396
00:14:13.993 --> 00:14:15.615
ถึง

397
00:14:15.534 --> 00:14:17.584
สุดท้ายของเราในวันนี้นะครับ

398
00:14:17.583 --> 00:14:17.831

399
00:14:17.834 --> 00:14:20.721
เชื่อมประพจน์ด้วยตัวเชื่อม

400
00:14:20.784 --> 00:14:21.681
ตัวเองนะครับ

401
00:14:21.873 --> 00:14:22.298

402
00:14:22.263 --> 00:14:24.258
ภาคระบบฟิวส์ให้ประพจน์ P

403
00:14:24.113 --> 00:14:24.678

404
00:14:24.824 --> 00:14:26.288
นะครับ

405
00:14:26.485 --> 00:14:32.327
เชื่อมประพจน์ P และประพจน์คิวด้วยตัวเชื่อมหรือนะครับเราจะเขียนแทนด้วยสัญลักษณ์

406
00:14:32.063 --> 00:14:33.721
พี่หรือคิ้วแบบนี้นะครับ

407
00:14:34.105 --> 00:14:34.491

408
00:14:34.364 --> 00:14:38.728
ซึ่งตัวอย่างการเชื่อมประพจน์ด้วยตัวเชื่อมหรือนะครับมีดังต่อไปนี้นะครับ

409
00:14:38.724 --> 00:14:44.881
ถ้าครูฟิวส์ให้ประพจน์ P แทนข้อความ 3 เป็นจำนวนคู่และประพจน์ Q แทนข้อ

410
00:14:44.744 --> 00:14:47.096
ความลบ 100 กว่าศูนย์นะครับ

411
00:14:46.984 --> 00:14:51.098
ครูฟิวส์จะได้ประพจน์ P หรือ Q แทนข้อความอะไรครับ

412
00:14:51.144 --> 00:14:55.668
3 เป็นจำนวนคู่หรือ -1 น้อยกว่า 0 นะครับ

413
00:14:55.955 --> 00:14:56.225

414
00:14:56.145 --> 00:14:56.415

415
00:14:56.859 --> 00:15:03.097
ข้อที่ 2 ประพจน์ P แทนข้อความอากาศร้อนและปรับลดคิวแทนข้อความเคลื่อน

416
00:15:02.874 --> 00:15:04.205
ปรับอากาศเสียนะครับ

417
00:15:04.284 --> 00:15:04.657

418
00:15:04.666 --> 00:15:04.912

419
00:15:04.984 --> 00:15:08.481
ครูฟิวส์คุณประพจน์ P หรือ Q แทนข้อความอะไรครับ

420
00:15:08.255 --> 00:15:11.905
อากาศร้อนหรือเครื่องปรับอากาศเสียนั่นเองนะครับ

421
00:15:11.974 --> 00:15:12.245

422
00:15:12.164 --> 00:15:12.364

423
00:15:12.424 --> 00:15:12.789

424
00:15:12.864 --> 00:15:15.060
ประพจน์ P แทนข้อความ

425
00:15:14.984 --> 00:15:19.494
1 + 5 = 5 + 1 และประพจน์ Q แทนข้อความ

426
00:15:19.344 --> 00:15:19.620

427
00:15:19.533 --> 00:15:21.970
4 * 2 + 3 =

428
00:15:22.154 --> 00:15:22.520

429
00:15:22.664 --> 00:15:25.882
4 * 2 บวกกับ 4 * 3

430
00:15:25.805 --> 00:15:28.964
เราจะได้ประพจน์ P หรือ Q แทนข้อความอะไรครับ

431
00:15:29.204 --> 00:15:30.784
แทนข้อความ

432
00:15:30.745 --> 00:15:30.973

433
00:15:30.994 --> 00:15:36.206
1 + 5 = 5 = 5 + 14 * 2 + 3

434
00:15:36.063 --> 00:15:39.970
เท่ากับ 4 * 2 + 4 * 3 นั่นเองนะครับ

435
00:15:39.904 --> 00:15:40.721
นักเรียน

436
00:15:42.855 --> 00:15:43.480

437
00:15:43.813 --> 00:15:48.079
ไปนะคะครูบิวอยากให้นักเรียนมาดูหมายเหตุตรงนี้กันหน่อยนะครับ

438
00:15:47.904 --> 00:15:52.845
เขาบอกว่าหรือนะครับโดยทั่วไปแล้วจะมี 2 กรณีนะครับ

439
00:15:52.784 --> 00:15:53.208

440
00:15:53.424 --> 00:15:57.588
ซึ่งปกติที่ 1 นะครับหมายถึงอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้นเช่น

441
00:15:57.775 --> 00:15:58.087

442
00:15:58.345 --> 00:16:01.112
การโยนเหรียญครั้งละ 1 เหรียญ

443
00:16:01.364 --> 00:16:01.749

444
00:16:03.605 --> 00:16:04.026

445
00:16:04.563 --> 00:16:05.068

446
00:16:05.525 --> 00:16:11.373
แต่ราคาเหรียญจะขึ้นหัวหรือก้อยเพียงอย่างเดียวเท่านั้นนะครับเวลาเราโยนเหรียญเราไม่สามารถทำให้เรียน

447
00:16:11.164 --> 00:16:16.467
ทั้งหัวทั้งก้อยพร้อมกันได้ใช่ไหมครับเพราะฉะนั้นต้องเป็นอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้นนะครับ

448
00:16:16.934 --> 00:16:19.169
ส่วนกรณีที่ 2 หมายถึง

449
00:16:19.234 --> 00:16:22.057
อย่างหนึ่งหรือทั้งสองอย่างก็ได้

450
00:16:22.054 --> 00:16:26.036
เช่นครูให้รางวัลแก่นักเรียนที่เรียนดี

451
00:16:26.224 --> 00:16:26.442

452
00:16:26.474 --> 00:16:26.898

453
00:16:26.878 --> 00:16:29.423
หรือนักเรียนที่ช่วยกิจกรรมของโรงเรียน

454
00:16:29.438 --> 00:16:30.064
นะครับ

455
00:16:29.994 --> 00:16:30.288

456
00:16:30.255 --> 00:16:30.545

457
00:16:30.634 --> 00:16:37.193
เพราะฉะนั้นนักเรียนที่เรียนดีก็จะได้รางวัลใช่ไหมครับและนักเรียนที่ช่วยกิจกรรมของโรงเรียนก็จะได้รางวัลนะครับ

458
00:16:37.683 --> 00:16:42.285
แล้วถ้าเกิดนักเรียนทั้งเรียนดีและช่วยกิจกรรมของโรงเรียนด้วย

459
00:16:42.174 --> 00:16:44.298
ได้รางวัลเหมือนกันใช่ไหมครับ

460
00:16:44.925 --> 00:16:47.228
ดังนั้นนะครับดูตรงนี้นะครับ

461
00:16:47.295 --> 00:16:50.170
ในทางตรรกศาสตร์นะครับเขาบอกว่าอะไรครับ

462
00:16:50.115 --> 00:16:50.386

463
00:16:50.305 --> 00:16:52.895
มีข้อตกลงว่าตัวท่วมหรือ

464
00:16:52.865 --> 00:16:55.612
หมายถึงกรณีที่สองคือ

465
00:16:55.638 --> 00:16:56.950
อย่างใดอย่างหนึ่ง

466
00:16:56.904 --> 00:16:57.134

467
00:16:57.104 --> 00:17:01.815
หรือทั้งสองอย่างก็ได้จำให้ดีนะครับนักเรียนอย่าสับสนนะครับ

468
00:17:01.905 --> 00:17:02.160

469
00:17:02.024 --> 00:17:04.705
อย่างใดอย่างหนึ่งหรือทั้งสองอย่างก็ได้นะครับ

470
00:17:05.364 --> 00:17:05.782

471
00:17:06.454 --> 00:17:12.869
เดี๋ยวจัดให้นักเรียนมาดูสถานการณ์ตัวอย่างต่อไปนี้นะครับเกิดครูผิวให้ปรับ

472
00:17:12.723 --> 00:17:15.301
Dtac ข้อความต้องหาต้นน้ำเลี้ยงแมว

473
00:17:15.224 --> 00:17:15.458

474
00:17:15.484 --> 00:17:15.741

475
00:17:15.743 --> 00:17:16.888
ประพจน์

476
00:17:16.893 --> 00:17:20.171
Q แทนข้อความต้นน้ำเลี้ยงนกใช่ไหมครับ

477
00:17:20.344 --> 00:17:20.566

478
00:17:20.474 --> 00:17:20.705

479
00:17:21.114 --> 00:17:21.517

480
00:17:21.766 --> 00:17:23.478
ฟิวส์ก็จะได้อะไรครับ

481
00:17:23.365 --> 00:17:26.421
ประพจน์ P หรือ Q แทนข้อความอะไรครับ

482
00:17:26.564 --> 00:17:29.767
ต้นน้ำเลี้ยงแมวหรือต้นน้ำเลี้ยงนกนะครับ

483
00:17:29.904 --> 00:17:30.187

484
00:17:30.224 --> 00:17:33.287
หรือบางทีเขียนตัวย่อได้เป็นอะไรครับ

485
00:17:33.294 --> 00:17:35.534
ต้นน้ำเลี้ยงแมวหรือนกใช่ไหมครับ

486
00:17:36.235 --> 00:17:36.664

487
00:17:36.684 --> 00:17:42.281
ต่อไปครูผิวจะให้นักเรียนพิจารณาค่าความจริงนะครับจากรูปภาพของครูฟิวส์นะครับ

488
00:17:42.583 --> 00:17:43.722
รูปที่ 1

489
00:17:43.733 --> 00:17:46.423
เราจะสังเกตเห็นว่าอะไรครับ

490
00:17:46.428 --> 00:17:46.654

491
00:17:46.745 --> 00:17:50.032
ต้นน้ำเลี้ยงทั้งแมวแล้วก็เลี้ยงทั้งนกด้วยใช่ไหมครับ

492
00:17:49.944 --> 00:17:50.505

493
00:17:50.523 --> 00:17:51.748
สถานี

494
00:17:52.314 --> 00:17:55.507
ประพจน์พี่ค่าความจริงเป็นจริงหรือเป็นเท็จครับ

495
00:17:55.465 --> 00:17:58.608
พี่เขาบอกว่าอะไรครับต้นน้ำเลี้ยงแมว

496
00:17:58.535 --> 00:17:58.798

497
00:17:58.784 --> 00:18:02.320
ดังนั้นต้นน้ำมีแมวอยู่ตรงนี้ใช่ไหมครับแมว

498
00:18:02.765 --> 00:18:06.362
มีค่าความจริงเป็นจริงและประพจน์ Q

499
00:18:06.284 --> 00:18:08.269
แทนข้อความต้นน้ำเลี้ยงนก

500
00:18:08.205 --> 00:18:08.466

501
00:18:08.395 --> 00:18:08.623

502
00:18:08.655 --> 00:18:10.449
นกแอร์ครับ

503
00:18:09.994 --> 00:18:10.269

504
00:18:10.184 --> 00:18:13.541
เพราะฉะนั้นประพจน์ Q มีค่าความจริงเป็นจริง

505
00:18:13.844 --> 00:18:14.134

506
00:18:14.355 --> 00:18:16.801
ต้นน้ำเลี้ยงทั้ง 2 อย่างเลยใช่ไหมครับ

507
00:18:16.984 --> 00:18:17.245

508
00:18:17.945 --> 00:18:18.203

509
00:18:18.134 --> 00:18:22.169
ต้นน้ำเลี้ยงแมวหรือนกจะมีค่าความจริงเป็นจริงหรือเป็นเท็จครับ

510
00:18:22.045 --> 00:18:22.344

511
00:18:22.306 --> 00:18:27.531
ต้นน้ำเลี้ยงทั้ง 2 อย่างเลยใช่ไหมครับดังนั้นจึงมีค่าความจริงเป็นจริง

512
00:18:27.745 --> 00:18:28.771
ok นะครับ

513
00:18:29.666 --> 00:18:29.964

514
00:18:29.984 --> 00:18:30.254

515
00:18:30.435 --> 00:18:33.124
ต่อไปมาดูรูปภาพรูปที่ 2 นะครับ

516
00:18:33.065 --> 00:18:33.277

517
00:18:33.385 --> 00:18:34.602
เพราะฉะนั้นนี่

518
00:18:34.593 --> 00:18:34.885

519
00:18:35.055 --> 00:18:35.327

520
00:18:35.565 --> 00:18:38.617
รูปภาพรูปที่ 2 แทนสถานการณ์อะไรนี่

521
00:18:38.575 --> 00:18:38.773

522
00:18:38.765 --> 00:18:39.123

523
00:18:38.955 --> 00:18:43.694
รดน้ำเลี้ยงแมวเฉยๆต้นน้ำไม่เลี้ยงนกแล้วนะครับเพราะฉะนั้นตรงนี้นะครับ

524
00:18:43.384 --> 00:18:43.700

525
00:18:43.706 --> 00:18:48.626
ประพจน์ P ที่แทนข้อความต้นน้ำเลี้ยงแมวมีค่าความจริงเป็นจริงหรือเป็นเท็จครับ

526
00:18:48.565 --> 00:18:50.867
มีค่าความจริงเป็นจริง

527
00:18:51.064 --> 00:18:51.298

528
00:18:51.455 --> 00:18:56.778
สวนประพจน์ Q ต้นน้ำเลี้ยงนกมีค่าความจริงเป็นจริงหรือเป็นเท็จครับ

529
00:18:56.765 --> 00:19:01.238
รดน้ำไม่ได้เลี้ยงนกใช่ไหมครับเพราะฉะนั้นมีค่าความจริงเป็นเท็จ

530
00:19:01.444 --> 00:19:01.727

531
00:19:01.825 --> 00:19:04.511
มาดูตรงนี้ครับต้นน้ำเลี้ยงแมวหรือนก

532
00:19:05.025 --> 00:19:05.321

533
00:19:05.344 --> 00:19:05.563

534
00:19:05.865 --> 00:19:12.010
หัวเชื่อมหรือครูฟิวส์ที่ได้บอกไปแล้วนะครับว่าอย่างใดอย่างหนึ่งหรือทั้งสองอย่างก็ได้ใช่ไหมครับ

535
00:19:12.145 --> 00:19:15.464
เพราะฉะนั้นเราเห็นว่าต้นน้ำเลี้ยงแมวถูกไหมครับ

536
00:19:15.405 --> 00:19:20.688
ดังนั้นประพจน์ P หรือ Q มีค่าความจริงเป็นจริงหรือเป็นเท็จครับนักเรียน

537
00:19:20.986 --> 00:19:24.229
มีค่าความจริงเป็นจริงเพราะว่าต้นน้ำ

538
00:19:24.254 --> 00:19:25.839
เลี้ยงแมวแล้วใช่ไหมครับ

539
00:19:27.456 --> 00:19:27.770

540
00:19:27.706 --> 00:19:27.905

541
00:19:29.055 --> 00:19:29.288

542
00:19:29.506 --> 00:19:33.492
ไปรูปภาพที่ 3 แทนสถานการณ์ต้นน้ำเลี้ยงนก

543
00:19:33.347 --> 00:19:33.834

544
00:19:33.986 --> 00:19:35.780
ต้นน้ำไม่มีแมวแล้วนะครับ

545
00:19:36.166 --> 00:19:41.360
เพราะฉะนั้นประพจน์ P ที่แทนข้อความต้นน้ำเลี้ยงแมวมีความเป็นจริงหรือเป็น

546
00:19:41.426 --> 00:19:42.689
จริงหรือเป็นเท็จครับ

547
00:19:42.765 --> 00:19:45.445
มีค่าความจริงเป็นเท็จถูกไหมครับ

548
00:19:45.586 --> 00:19:50.801
สวนประพจน์ Q ต้นน้ำเลี้ยงนกมีค่าความจริงเป็นจริงหรือเป็นเท็จครับ

549
00:19:50.775 --> 00:19:51.044

550
00:19:50.965 --> 00:19:51.239

551
00:19:51.345 --> 00:19:53.576
มีค่าความจริงเป็นจริง

552
00:19:53.716 --> 00:19:53.955

553
00:19:54.675 --> 00:20:01.019
และเราจะได้ประพจน์ P หรือ Q ที่แทนข้อความต้นน้ำเลี้ยงแมวหรือนกมีค่าความจริงเป็น

554
00:20:00.825 --> 00:20:01.913
จริงหรือเท็จครับ

555
00:20:02.174 --> 00:20:02.425

556
00:20:02.425 --> 00:20:08.531
ต้นน้ำเลี้ยงนกอย่างหนึ่งแล้วใช่ไหมครับหรืออย่างใดอย่างหนึ่งหรือทั้งสองอย่างก็ได้ใช่ไหมครับ

557
00:20:08.775 --> 00:20:12.699
โลชั่นน้ำประพจน์ P หรือ Q จึงมีค่าความจริงเป็น

558
00:20:12.615 --> 00:20:13.325
จริง

559
00:20:13.514 --> 00:20:13.809

560
00:20:14.095 --> 00:20:15.548
ตามนี้นะครับ

561
00:20:16.656 --> 00:20:16.917

562
00:20:17.165 --> 00:20:17.422

563
00:20:17.674 --> 00:20:19.665
ส่วนข้อที่ 4 นะครับ

564
00:20:19.785 --> 00:20:20.018

565
00:20:20.047 --> 00:20:20.274

566
00:20:20.425 --> 00:20:20.653

567
00:20:20.685 --> 00:20:23.256
ต้นน้ำไม่มีสัตว์เลี้ยงเลยนะครับ

568
00:20:23.265 --> 00:20:23.483

569
00:20:23.392 --> 00:20:24.653
เพราะฉะนั้นนี่

570
00:20:24.595 --> 00:20:24.866

571
00:20:25.425 --> 00:20:28.762
ประพจน์ P ที่แทนข้อความต้นน้ำเลี้ยงแมว

572
00:20:28.826 --> 00:20:31.476
มีค่าความจริงเป็นจริงหรือเป็นเท็จครับ

573
00:20:31.706 --> 00:20:31.975

574
00:20:31.907 --> 00:20:32.739
เบ็นเท็น

575
00:20:32.795 --> 00:20:33.025

576
00:20:32.986 --> 00:20:33.253

577
00:20:33.245 --> 00:20:36.620
และประพจน์คิวที่แทนข้อความต้นน้ำเลี้ยงนก

578
00:20:36.635 --> 00:20:37.289

579
00:20:36.956 --> 00:20:39.175
ความจริงเป็นจริงหรือเท็จครับ

580
00:20:39.075 --> 00:20:39.354

581
00:20:39.336 --> 00:20:40.880
ก็เป็นเหมือนกันครับ

582
00:20:40.936 --> 00:20:41.300

583
00:20:41.255 --> 00:20:45.513
เวอร์ชั่นนัดประพจน์ P หรือ Q ที่แทนข้อความต้นน้ำเลี้ยงแมวหรือนก

584
00:20:45.475 --> 00:20:47.775
มีแมวมีนกไหมครับในรูปภาพ

585
00:20:47.856 --> 00:20:49.059
ไม่มีใช่ไหมครับ

586
00:20:49.387 --> 00:20:51.655
เพราะฉะนั้นต้นน้ำเลี้ยงแมวหรือนก

587
00:20:51.626 --> 00:20:53.745
มีค่าความจริงเป็นจริงหรือเท็จครับ

588
00:20:53.995 --> 00:20:55.588
มีค่าความจริงเป็นเท็จ

589
00:20:55.796 --> 00:20:56.019

590
00:20:55.986 --> 00:20:57.003
โอเคไหมคะ

591
00:20:57.585 --> 00:20:58.149

592
00:20:58.106 --> 00:21:00.341
ไม่ยากนะครับตามทันนะครับ

593
00:21:00.916 --> 00:21:01.189

594
00:21:01.426 --> 00:21:07.036
หลังจากที่นักเรียนนะครับได้ช่วยครูฟิวส์นะครับหาค่าความจริงของประพจน์ P หรือ Q นะคะ

595
00:21:06.949 --> 00:21:09.774
สถานการณ์ต้นน้ำเลี้ยงแมวหรือนกนะครับ

596
00:21:09.755 --> 00:21:15.455
นักเรียนก็จะสามารถเขียนสรุปเป็นตารางค่าความจริงของประพจน์ P หรือ Q

597
00:21:15.785 --> 00:21:17.258
ได้ดังที่เห็นนะครับ

598
00:21:17.315 --> 00:21:17.575

599
00:21:17.637 --> 00:21:20.024
นักเรียนสังเกตอะไรไหมครับ

600
00:21:20.016 --> 00:21:23.030
โค้ด P หรือ Q ก็จะมีค่าความจริงเป็นเท็จ

601
00:21:23.026 --> 00:21:26.914
เพียงกรณีเดียวในกรณีที่ที่เป็นเท็จ

602
00:21:26.986 --> 00:21:27.259

603
00:21:27.387 --> 00:21:27.643

604
00:21:27.959 --> 00:21:29.683
และ Q เป็นเท็จนะครับ

605
00:21:30.455 --> 00:21:30.729

606
00:21:31.476 --> 00:21:37.012
ให้นึกถึงตัวอย่างที่ต้นน้ำไม่ได้เลี้ยงทั้งแมวและก็ไม่ได้เลี้ยงทั้งนกนะครับ

607
00:21:37.626 --> 00:21:41.905
ส่วนกรณีอื่นๆจะมีค่าความจริงเป็นจริงหมดเลยนะครับ

608
00:21:42.425 --> 00:21:42.675

609
00:21:45.445 --> 00:21:45.646

610
00:21:46.026 --> 00:21:55.483
การสร้างคำนักเรียนสิ่งที่เราได้เรียนรู้กันในวันนี้นะครับครูฟิวส์อยากให้นักเรียนช่วยกันสรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้กันอีก 1 ครั้งนะคะ

611
00:21:55.566 --> 00:21:55.874

612
00:21:55.825 --> 00:21:58.048
เริ่มจากนิเสธของประพจน์นะครับ

613
00:21:57.995 --> 00:22:01.464
ค่าความจริงของนิเสธของประพจน์จะเป็นอย่างไรครับ

614
00:22:01.472 --> 00:22:01.731

615
00:22:01.715 --> 00:22:05.289
ตรงข้ามกับค่าความจริงของประพจน์เดิมเสมอนะครับ

616
00:22:05.236 --> 00:22:05.618

617
00:22:05.555 --> 00:22:12.613
ตัวอย่างเช่นถ้าเกิดประพจน์ที่มีค่าความจริงเป็นจริงนะครับนิเสธของประพจน์ P จะมีค่าความจริงเป็นเท็จ

618
00:22:12.546 --> 00:22:14.475
ดังตารางที่นักเรียนเห็นนะครับ

619
00:22:15.547 --> 00:22:18.175
และประพจน์ที่มีตัวเชื่อมและนะครับ

620
00:22:19.146 --> 00:22:19.495

621
00:22:19.527 --> 00:22:22.724
มีค่าความจริงเป็นจริงเพียง 1 กรณี

622
00:22:23.306 --> 00:22:23.762

623
00:22:23.747 --> 00:22:25.029
กรณีไหนครับ

624
00:22:25.035 --> 00:22:25.283

625
00:22:25.617 --> 00:22:30.797
ก็เป็นกรณีที่ประพจน์นำมาเชื่อมกันมีค่าความจริงเป็นจริงทั้งคู่นะครับ

626
00:22:30.736 --> 00:22:35.998
ส่วนกรณีอื่นๆนอกเหนือจากนี้จะมีค่าความจริงเป็นเท็จหมดเลยนะครับ

627
00:22:37.656 --> 00:22:40.212
ตัวเชื่อมสุดท้ายคือตัวเชื่อมอะไรครับ

628
00:22:40.146 --> 00:22:40.525

629
00:22:40.466 --> 00:22:45.720
ตัวเชื่อมสุดท้ายคือตัวเชื่อมหรือสำหรับการเชื่อมประพจน์ด้วยตัวเชื่อมหรือนี่

630
00:22:46.947 --> 00:22:49.890
มีค่าความจริงเป็นเท็จเท็จจริงกรณีนะครับ

631
00:22:51.047 --> 00:22:52.449
กรณีไหนครับ

632
00:22:52.458 --> 00:22:52.688

633
00:22:52.708 --> 00:22:55.457
กรณีที่ค่าความจริงของประพจน์

634
00:22:55.786 --> 00:23:00.781
ที่นำมาเชื่อมกันด้วยตัวเชื่อมหรือมีค่าความจริงเป็นเท็จทั้งคู่นะครับ

635
00:23:00.976 --> 00:23:06.612
ส่วนกรณีอื่นๆของการเชื่อมประพจน์ด้วยตัวเชื่อมหรือก็จะมีค่าความจริงเป็น

636
00:23:06.547 --> 00:23:07.307
จริงนะครับ

637
00:23:07.576 --> 00:23:07.804

638
00:23:08.727 --> 00:23:08.972

639
00:23:08.858 --> 00:23:10.708
อย่าลืมไปไปทบทวนนะครับ

640
00:23:10.646 --> 00:23:10.935

641
00:23:10.837 --> 00:23:12.962
แล้วพบกันใหม่ในคลิปหน้านะครับ

642
00:23:13.017 --> 00:23:14.805
สำหรับวันนี้สวัสดีครับ

643
00:23:15.006 --> 00:23:15.291

644
00:23:15.136 --> 00:23:15.338

645
00:23:15.326 --> 00:23:16.529
เสียงดนตรี

