﻿WEBVTT

1
00:00:00.000 --> 00:00:04.000

2
00:00:04.006 --> 00:00:08.006

3
00:00:08.010 --> 00:00:12.010

4
00:00:12.010 --> 00:00:16.010

5
00:00:16.013 --> 00:00:20.013

6
00:00:20.018 --> 00:00:24.018

7
00:00:24.022 --> 00:00:28.022

8
00:00:28.024 --> 00:00:32.024
(ดร.พิมพร) สวัสดีค่ะนักเรียนคะ พบกับครูอ้อมอีกเช่นเคย

9
00:00:32.025 --> 00:00:36.025
ในวิชาเทคโนโลยีการออกแบบและเทคโนโลยีค่ะ นักเรียน

10
00:00:36.028 --> 00:00:40.028
ทราบแล้วว่าในวิชานี้มีอยู่ 7 บท

11
00:00:40.029 --> 00:00:44.029
อยู่ในส่วนที่เรียกว่า เทคโนโลยีน่ารู้ ส่วน

12
00:00:44.031 --> 00:00:48.031
เป็นหัวข้อที่ 2 ในบทที่ 2 นะคะ

13
00:00:48.033 --> 00:00:52.033
ชื่อเรื่อว่าตัวอย่างการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี จุด

14
00:00:52.034 --> 00:00:56.034
ประสงค์ของหัวข้อนี้ก็คือ นักเรียน

15
00:00:56.036 --> 00:01:00.036
การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีทางการแพทย์และด้านสิ่งแวดล้อมได้

16
00:01:00.038 --> 00:01:04.038
รวมถึงต้องสามารถคาดการณ์แนวโน้มเทคโนโลยีที่

17
00:01:04.039 --> 00:01:08.039
จะเกิดขึ้นในอนาคตได้เช่นกัน จะวิเคราะห์อย่างไร จะคาดการณ์อย่างไร

18
00:01:08.040 --> 00:01:12.040
วันนี้เราจะได้เรียนรู้กันนะคะ หลายคนอาจสง

19
00:01:12.040 --> 00:01:16.040
ทำไมต้องเป็นเรื่องของเทคโนโลยีทางการแพทย์ และ

20
00:01:16.042 --> 00:01:20.042
ทำไมต้องเป็นด้านสิ่งแวดล้อม ก็เพราะว่า

21
00:01:20.043 --> 00:01:24.043
ของโลกปัจจุบันนี่ค่ะ กลุ่มประชากรที่จัดเป็น

22
00:01:24.044 --> 00:01:28.044
กลุ่มผู้สูงวัย อาจมีอายุ

23
00:01:28.045 --> 00:01:32.045
เพิ่มมากขึ้น เพราะฉะนั้น อาจจะเนื่องมากจากสาเหตุ

24
00:01:32.047 --> 00:01:36.047
อัตราการเกิดลดลงหรือ

25
00:01:36.048 --> 00:01:40.048
ประสิทธิภาพในการรักษาพยาบาลเพิ่มมากขึ้น ก็ทำให้

26
00:01:40.050 --> 00:01:44.050
ผู้สูงอายุนี่มีจำนวนมาก แม้แต่

27
00:01:44.053 --> 00:01:48.053
สถิติของประเทศกลุ่มอาเซียน รวมถึง

28
00:01:48.056 --> 00:01:52.056
ไปเปรียบเทียบกับอีก 3 ประเทศ ก็คือ ญี่ปุ่น

29
00:01:52.057 --> 00:01:56.057
เราจะเห็นว่าประเทศไทยมี

30
00:01:56.058 --> 00:02:00.058
สัดส่วนของประชากรของ ร้อลล

31
00:02:00.059 --> 00:02:04.059
เป็นผู้สูงวัยจากประชาชนกรทั้งห ร้อยละ

32
00:02:04.060 --> 00:02:08.060
15.36 คือกลุ่มผู้สูงวัย ถ้า

33
00:02:08.062 --> 00:02:12.062
เทียบกับกลุ่มประเทศที่เอาเปรียบกันจะเห็นว่า

34
00:02:12.063 --> 00:02:16.063
ประเทศไทยถือว่าอยู่ในอันดับ 4 ถ้าเทียบกับ

35
00:02:16.064 --> 00:02:20.064
ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และจีน เป็นสัดส่วน

36
00:02:20.065 --> 00:02:24.065
อันดับ 1 เมื่อเทียบกับกลุ่มอาเซียนใน

37
00:02:24.067 --> 00:02:28.067
ฐานะที่เราเป็นคนหนึ่งที่กำลังจะอยู่ในสังคม

38
00:02:28.068 --> 00:02:32.068
ผู้สูงวัย เราก็ต้องเรียนรู้

39
00:02:32.069 --> 00:02:36.069
รวมถึงอีกประเด็นหนึ่ง ก็คืเทคโนโลยี

40
00:02:36.070 --> 00:02:40.070
ทางการแพทย์นี้ถือเป็นเทคโนโลยีที่ช่วย

41
00:02:40.072 --> 00:02:44.072
ดำรงเผ่าพันธุ์มนุษย์ เพราะฉะนั้น จึงมีความจำเป็นและ

42
00:02:44.073 --> 00:02:48.073
สำคัญที่จะต้องเรียนรู้การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี อีก

43
00:02:48.074 --> 00:02:52.074
ด้านนี้ อีกเรื่องด้านหนึ่งค่ะ สถานการณ์

44
00:02:52.075 --> 00:02:56.075
ด้านสิ่งแวดล้อม แน่นอนค่ะว่าเมื่อไร

45
00:02:56.079 --> 00:03:00.079
ที่มีการพัฒนาโดยไม่ตระหนักถึงผลกระทบ

46
00:03:00.080 --> 00:03:04.080
ด้านสิ่งแวดล้อม ก็จะเกิดมลภาวะทางสิ่งแวดล้อม

47
00:03:04.082 --> 00:03:08.082
มลภาวะทางอากาศ ซึ่งเกิดจากการขยายตัว

48
00:03:08.083 --> 00:03:12.083
ของเมืองของชุมชนเมืองการใช้รถยนต์หรือ

49
00:03:12.084 --> 00:03:16.084
การทำธุรกิจ ภาคธุรกิจ ภาคอุตสาหกรรม

50
00:03:16.085 --> 00:03:20.085
ก็อาจจะเกิดมลภาวะสู่อากาศ ก็

51
00:03:20.086 --> 00:03:24.086
ปนเปื้อนที่ถูกปล่อยลงแม่น้ำ ลำคลอง หรือทะเล

52
00:03:24.088 --> 00:03:28.088
จากการผลิตระบบทางอุตสาหกรรม

53
00:03:28.089 --> 00:03:32.089
หรือชุมชนที่มีความหนาแน่น รวมถึง

54
00:03:32.089 --> 00:03:36.089
การกำจัดขยะที่อาจจะ

55
00:03:36.091 --> 00:03:40.091
ก่อให้เกิดปัญหาทางการจัดการขยะได้ด้วย

56
00:03:40.091 --> 00:03:44.091
เพราะฉะนั้น เราจึงต้องเรียนรู้เรื่องของเทคโนโลยีการ

57
00:03:44.093 --> 00:03:48.093
อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เพื่อที่จะช่วยกัน

58
00:03:48.094 --> 00:03:52.094
ให้เรียนรู้ และใช้เทคโนโลยีนั้น

59
00:03:52.095 --> 00:03:56.095
ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อสิ่งแวดล้อมด้วย นั่นจึงเป็น

60
00:03:56.096 --> 00:04:00.096
ที่มาของหัวข้อที่เราจะได้เรียนในวันนี้

61
00:04:00.097 --> 00:04:04.097
นะคะ ก่อนอื่นขอทบทวนก่อนว่า เอ๊ะ สาเหตุ

62
00:04:04.098 --> 00:04:08.098
หรือปัจจัยการเปลี่ยนเเปลงของเทคโนโลยีนี่ จากที่เรียน

63
00:04:08.099 --> 00:04:12.099
ที่แล้ว มีกี่สาเหตุหรือมีกี่ปัจจัยคะ

64
00:04:12.100 --> 00:04:16.100
มี 5 สาเหตุ

65
00:04:16.101 --> 00:04:20.101
5 ปัจจัยค่ะ นั่นก็คือความต้องการของมนุษย์เพื่อที่จะ

66
00:04:20.102 --> 00:04:24.102
แก้ไขปัญหาใช่ไหมคะ เป็นสาเหตุ หรือปัจจัยหลัก

67
00:04:24.103 --> 00:04:28.103
เลย รวมกันกับองค์ความรู้และความก้าวหน้าของศาสตร์ต่าง ๆ

68
00:04:28.104 --> 00:04:32.104
เศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรมและ

69
00:04:32.105 --> 00:04:36.105
สิ่งแวดล้อมด้วย เพราะฉะนั้น ในวันนี้ในเรื่องของการพิจารณา

70
00:04:36.106 --> 00:04:40.106
ลักษณะการเปลี่ยนเเปลงของเทคโนโลยีนี่ ก็คือ

71
00:04:40.107 --> 00:04:44.107
สาเหตุหรือปัจจัยเหล่านี้เสมอ

72
00:04:44.108 --> 00:04:48.108
เป็นองค์ประกอบหนึ่งที่จะช่วยพิจารณาการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี

73
00:04:48.110 --> 00:04:52.110
ได้ด้วยนะคะ เรามาเริ่มพิจารณาการเปลี่ยนแปลงของ

74
00:04:52.111 --> 00:04:56.111
เทคโนโลยีกันค่ะ เริ่มจากการเปลี่ยนเทคโนโลยี

75
00:04:56.112 --> 00:05:00.112
ทางการแพทย์และด้านสุขภาพนะคะ อุปกรณ์

76
00:05:00.114 --> 00:05:04.114
ที่นักเรียนเห็นในภาพนี้เรียกว่า "

77
00:05:04.116 --> 00:05:08.116
เครื่องเป่าความดันลม หรือ CPAP

78
00:05:08.117 --> 00:05:12.117
เครื่องเป่าความดันลมนี่ มีลักษณะอยา่งไร เพื่อ

79
00:05:12.120 --> 00:05:16.120
เทคโนโลยีหนึ่งนะคะ ที่ช่วยเปิดขยายทางเดิน

80
00:05:16.121 --> 00:05:20.121
หายใจสำหรับผู้ป่วยที่มีปัญหาสำหรับการนอนกรน

81
00:05:20.122 --> 00:05:24.122
นอนหลับไม่สนิท หรืออาจมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

82
00:05:24.123 --> 00:05:28.123
เพราะฉะนั้น จึงมีเทคโนโลยีตัวนี้ขึ้นมา ซึ่ง

83
00:05:28.125 --> 00:05:32.125
เรียกว่าเครื่องเป่าดันเล่านี่แหละ หลักการเครื่องเป่า

84
00:05:32.126 --> 00:05:36.126
ความดันลมทำงานอย่างไร ก็มีการ

85
00:05:36.128 --> 00:05:40.128
ดูดอากาศจากภายนอกเข้าสู่ตัวเครื่องนี้นะคะ

86
00:05:40.132 --> 00:05:44.132
แผ่นกรองฝุ่น แล้วจึงผลิตแรงดันเหล่านั้น

87
00:05:44.133 --> 00:05:48.133
อากาศนั้นผ่านส่งต่อเข้าไปทาง

88
00:05:48.134 --> 00:05:52.134
ท่อนะคะ จนถึง

89
00:05:52.135 --> 00:05:56.135
ส่วนครอบจมูกสำหรับผู้ใช้ แล้วก็

90
00:05:56.136 --> 00:06:00.136
ผ่านเข้าไปสู่ระบบทางเดินหายใจของผู้ใช้

91
00:06:00.140 --> 00:06:04.140
นั่นเอง เพราะฉะนั้น มีสาเหตุ

92
00:06:04.141 --> 00:06:08.141
หรือปัจจัยที่ทำให้เกิดเทคโนโลยีตรงนี้ขึ้นมา

93
00:06:08.142 --> 00:06:12.142
ก็ด้วยเนื่องจากว่ามนุษย์นี่แหละค่ะ มีความต้องการ

94
00:06:12.145 --> 00:06:16.145
แก้ปัญหาการนอนกรน และ

95
00:06:16.146 --> 00:06:20.146
ความก้าวหน้าของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สามารถทำให้

96
00:06:20.147 --> 00:06:24.147
ผลิตเครื่องเป่าความดันลมหรือ CPAP ขึ้นมาได้

97
00:06:24.148 --> 00:06:28.148
เอ๊ะ นักเรียนเห็นสภาพรูปแบบนี้

98
00:06:28.148 --> 00:06:32.148
เห็นลักษณะรูปภาพที่

99
00:06:32.149 --> 00:06:36.149
คิดว่าจะมีข้อจำกัดหรือมีปัญหา

100
00:06:36.150 --> 00:06:40.150
ในการใช้หรือเปล่าคะ ให้นักเรียนลองคิดนะคะ

101
00:06:40.152 --> 00:06:44.152
ว่า เอ๊ะ จะมีข้อจำกัดไหม ขนาดที่

102
00:06:44.152 --> 00:06:48.152
ช่วยในการนอนกรนนั่นได้แล้วนะ

103
00:06:48.154 --> 00:06:52.154
แน่นอนค่ะ ว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่มีผู้ใช้

104
00:06:52.155 --> 00:06:56.155
ที่มีลักษณะแตกต่างกันนี่ ปัญหา

105
00:06:56.156 --> 00:07:00.156
หรือว่าความไม่สะดวกก็ต้องเกิดขึ้นแน่นอน อย่างเช่น เรื่อง

106
00:07:00.157 --> 00:07:04.157
ของเครื่องซีแพบนี่ เครื่องขนาดอุปกรณ์

107
00:07:04.158 --> 00:07:08.158
ที่ไม่เหมาะสมสามารถเกิดขึ้นได้แน่นอน เพราะว่า

108
00:07:08.159 --> 00:07:12.159
หน้าตาของแต่ละคนนี่แตกต่างกันใช่ไหมคะ

109
00:07:12.160 --> 00:07:16.160
รูปร่างหน้าตา เพราะฉะนั้น อุปกรณ์ก็อาจะไม่เหมาะสมสำหรับบางคน

110
00:07:16.161 --> 00:07:20.161
หรือกรณีที่มี...

111
00:07:20.164 --> 00:07:24.164
การใช้เป็นเวลานาน ๆ ก็อาจจะมีอาการข้างเคียง

112
00:07:24.165 --> 00:07:28.165
อย่างเช่น อาการคัดจมูก ปวดจมูก เลือดกำเดาไหล

113
00:07:28.165 --> 00:07:32.165
หรือมีอาการเกิดรอยกดทับ เพราะ

114
00:07:32.166 --> 00:07:36.166
ใช้นานเกินไป แบบนี้ก็ถือว่า เป็น

115
00:07:36.168 --> 00:07:40.168
เครื่อง CPAP ที่ทำให้ไม่สะดวกต่อการใช้งาน

116
00:07:40.171 --> 00:07:44.171
ถ้าเป็นแบบนี้นักเรียนสามารถคาดการณ์ได้ไหมคะ

117
00:07:44.172 --> 00:07:48.172
ว่าแล้วเครื่องนอนกรน เครื่องช่วยแก้ปัญหา

118
00:07:48.173 --> 00:07:52.173
การนอนกรนนี่ ในอนาคตมันจะเป็นรูปแบบไหน

119
00:07:52.174 --> 00:07:56.174
นักเรียนคิดว่าจะเป็นรูปแบบไหนได้บ้างคะ

120
00:07:56.175 --> 00:08:00.175
แก้ไขหรือว่าแก้ปัญหา

121
00:08:00.176 --> 00:08:04.176
ข้อจำกัดที่ ณ ปัจจุบันนี้เครื่อง CPAP

122
00:08:04.177 --> 00:08:08.177
มีข้อจำกัดนี้อยู่ ให้นักเรียนลองคิดนะคะ

123
00:08:08.178 --> 00:08:12.178
อาจจะยังคิดไม่ออกแต่ว่า

124
00:08:12.180 --> 00:08:16.180
ตอนนี้นะคะ แนวโน้มที่จะเกิดขึ้น

125
00:08:16.183 --> 00:08:20.183
เกี่ยวกับเทคโนโลยีที่ช่วยแก้ปัญหาการนอนกรน

126
00:08:20.184 --> 00:08:24.184
นี่ค่ะ มันมีกลุ่มผู้วิจัยทางด้าน

127
00:08:24.187 --> 00:08:28.187
วิทยาศาสตร์ทางการแพทย์สามารถพัฒนา

128
00:08:28.188 --> 00:08:32.188
เครื่องมือที่เรียกว่า "หมอนตุ๊กตา" ค่ะนักเรียน

129
00:08:32.190 --> 00:08:36.190
หมอนตุ๊กตานี่สามารถลดปัญหาการนอนได้อย่างไร

130
00:08:36.191 --> 00:08:40.191
เพราะว่ามีไมโครโฟนตรวจจับเสียงกรนค่ะ

131
00:08:40.192 --> 00:08:44.192
แล้วก็นอกจากนี้ก็มีอุปกรณ์ตรวจวัดระดับความ

132
00:08:44.193 --> 00:08:48.193
เข้มข้นของออกซิเจนในเลือด ติดไว้ที่ปลายนิ้วของผู้ป่วยด้วย

133
00:08:48.195 --> 00:08:52.195
หลังจากที่มีการได้รับ

134
00:08:52.196 --> 00:08:56.196
สัญญาณแล้ว ได้รับการตรวจจับเสียงกรนแล้ว

135
00:08:56.198 --> 00:09:00.198
นี่สามารถยกแขนดันศีรษะของผู้ป่วยให้เปลี่ยนท่า

136
00:09:00.199 --> 00:09:04.199
นอนได้ เพื่อที่จะได้หายใจได้สะดวก

137
00:09:04.200 --> 00:09:08.200
คล่องยิ่งขึ้น นี่ก็คือสามารถแก้ไขปัญหาเรื่องของ

138
00:09:08.203 --> 00:09:12.203
ไม่ต้องมีอุปกรณ์อะไรมาครอบจมูก ก็ถือว่าเป็ฯ

139
00:09:12.206 --> 00:09:16.206
ใช่ไหมคะ ก็ถือว่าเป็นแนวโน้มที่จะเกิด

140
00:09:16.207 --> 00:09:20.207
เทคโนโลยีขึ้น สังเกตว่าการพัฒนา

141
00:09:20.208 --> 00:09:24.208
เทคโนโลยีประเภทนี้เป็นการแก้ปัญหา

142
00:09:24.209 --> 00:09:28.209
เรื่องของความไม่สะดวกของผู้ใช้ได้ นักเรียนเห็ฯว่า

143
00:09:28.211 --> 00:09:32.211
ว่าการคาดการณ์ต้องอยู่บน

144
00:09:32.213 --> 00:09:36.213
พื้นฐานของสภาพปัญหาหรือว่าสภาพการใช้งาน

145
00:09:36.214 --> 00:09:40.214
ที่มันไม่สะดวกต่อการใช้งานนั่นเอง ท้ายที่สุด

146
00:09:40.216 --> 00:09:44.216
แล้วตัวนี้ก็ยังเป็นเทคโนโลยี ก็

147
00:09:44.222 --> 00:09:48.222
ยังเป็นต้นแบบฉบับต้นแบบอยู่ ยังอยู่ในระดับ

148
00:09:48.223 --> 00:09:52.223
การทดลองอยู่เพราะฉะนั้น ก็ยังถือว่ายังไม่นำมา

149
00:09:52.226 --> 00:09:56.226
ใช้จริงในกับผู้ป่วยนะคะ อีก

150
00:09:56.227 --> 00:10:00.227
ตัวอย่างหนึ่งค่ะ

151
00:10:00.228 --> 00:10:04.228
ที่แพทย์ใช้ตรวจสุขภาพของผู้ป่วย

152
00:10:04.229 --> 00:10:08.229
นะคะ ก่อนหน้านี้นะคะ หูฟังในยุค

153
00:10:08.231 --> 00:10:12.231
โบราณนั้นทำจากไม้ แน่นอนทำจากไม้

154
00:10:12.232 --> 00:10:16.232
ก็ต้องมีปัญหาเรื่องของขนาด และเรื่อง

155
00:10:16.233 --> 00:10:20.233
ของหูฟังนี่แหละ ที่มีขนาดใหญ่เกินไป มีน้ำหนักมากเกินไป

156
00:10:20.234 --> 00:10:24.234
พกพาไม่สะดวก และก็เป็น

157
00:10:24.235 --> 00:10:28.235
สาเหตุที่ทำให้ต้องการแก้ไขปัญหานี้ รวมถึงความ

158
00:10:28.236 --> 00:10:32.236
ก้าวหน้าของเทคโนโลยีด้านวัสดุ และทาง

159
00:10:32.237 --> 00:10:36.237
วิทยาศาสตร์เกี่ยวข้องกับเสี่ยงนี่ ทำให้สามารถ

160
00:10:36.238 --> 00:10:40.238
ใช้ผลิตหรือว่าพัฒนาต่อยอด

161
00:10:40.240 --> 00:10:44.240
มาเป็นหูฟังแพทย์ทั่วไปที่นักเรียนเห็นในรูป

162
00:10:44.241 --> 00:10:48.241
ก็จะสามารถทำให้มีขนาดเล็ก

163
00:10:48.242 --> 00:10:52.242
อย่างไรก็ตามหูฟังแพทย์ถั่วไปก็ยัง

164
00:10:52.245 --> 00:10:56.245
มีข้อจำกัดอยู่ อย่างเช่น มีเสียงรบกวน

165
00:10:56.246 --> 00:11:00.246
และผู้ใช้หรือว่าแพทย์ผู้วินิจฉัยนี่

166
00:11:00.247 --> 00:11:04.247
ก็ต้องใช้ความชำนาญเฉพาะบุคคล ไม่ใช่ว่าจะใช้

167
00:11:04.250 --> 00:11:08.250
เสียงหรือที่ได้ยินเป็นสัญญาณภาพให้เห็นได้

168
00:11:08.251 --> 00:11:12.251
การก็ต้องแก้ปัญหาไปอีก

169
00:11:12.253 --> 00:11:16.253
ตอนนี้เนื่องจากมีความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์

170
00:11:16.254 --> 00:11:20.254
จึงสามารถพัฒนาหูฟังแพทย์ เป็นการ

171
00:11:20.255 --> 00:11:24.255
เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ผ่านสัญญาณบลูทูธได้แล้วนะคะ

172
00:11:24.256 --> 00:11:28.256
นั่นก็สามารถทำให้เห็นสัญญาณ

173
00:11:28.257 --> 00:11:32.257
มีการแปลงสัญญาณเสียงเป็นสัญญาณภาพ ทำให้วินิจฉัย

174
00:11:32.259 --> 00:11:36.259
ได้แม่นยำยิ่งขึ้น อย่างนี้แหละค่ะ ที่

175
00:11:36.261 --> 00:11:40.261
คือตัวอย่างของการเปลี่ยนเเปลงของเทคโนโลยีทางการแพทย์

176
00:11:40.261 --> 00:11:44.261
ที่เกิดจากข้อจำกัด ขณะใช้ไปใช้ไป

177
00:11:44.263 --> 00:11:48.263
ก็เกิดข้อจำกัด ก็มีการพัฒนากันมาเรื่อย ๆ เรื่อย ๆ

178
00:11:48.265 --> 00:11:52.265
ก็ไม่แน่ว่าหูฟังในอนาคตนี่ ก็คือห

179
00:11:52.266 --> 00:11:56.266
รูปแบบอื่นก็ต้องถูกพัฒนาปรับปุรง

180
00:11:56.268 --> 00:12:00.268
ไปตามสภาพปัญหาที่เป็นอยู่นี่ก็เป็น

181
00:12:00.270 --> 00:12:04.270
ตัวอย่างของการเปลี่ยนแปลงทางการแพทย์นะคะ แล้ว

182
00:12:04.271 --> 00:12:08.271
ตัวอย่างการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีด้านสิ่งแวดล้อมนะคะ

183
00:12:08.272 --> 00:12:12.272
นักเรียนคิดถึงเทคโนโลยีใดบ้าง

184
00:12:12.272 --> 00:12:16.272
บรรจุภัณฑ์ค่ะนักเรียนคะ

185
00:12:16.274 --> 00:12:20.274
ตอนนี้มีปัญหากันมากเรื่องของสิ่งแวดล้อมที่

186
00:12:20.275 --> 00:12:24.275
มีบรรจุภัณฑ์ ที่มีประเภทที่เป็นพลาสติ

187
00:12:24.277 --> 00:12:28.277
ยาก อย่างเช่น เริ่มต้นที่เราพิจารณากัน

188
00:12:28.278 --> 00:12:32.278
บรรจุภัณฑ์ประเภทโฟม จริง ๆ แล้วก็มีข้อดีอยู่

189
00:12:32.280 --> 00:12:36.280
นะคะ ก็มีข้อดีอยู่ อย่างเช่น พกพาสะดวก

190
00:12:36.281 --> 00:12:40.281
เราไม่ต้องล้าง เพระาฉะนั้น ก็สอดคล้องกับการ

191
00:12:40.282 --> 00:12:44.282
ทำงานใช่ไหมคะ แต่อย่างไรก็ตามเขาก็มี

192
00:12:44.283 --> 00:12:48.283
ข้อจำกัดข้อเสีย เพราะว่ามีข้อจำกัด

193
00:12:48.284 --> 00:12:52.284
คือ สารสไตรีน ซึ่งเป็นอันตรายต่อร่างกาย ที่

194
00:12:52.286 --> 00:12:56.286
เกิด... เกิดจากการผลิตที่เกิดจาก

195
00:12:56.287 --> 00:13:00.287
ส่วนเกินในกระบวนการกลั่นปิโตรเลียม

196
00:13:00.288 --> 00:13:04.288
เรื่องการย่อยสลาย จึงส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

197
00:13:04.289 --> 00:13:08.289
เพราะฉะนั้น ถึงแม้จะสะดวก แต่ถ้ามองในแง่ของสิ่งแวดล้อม

198
00:13:08.290 --> 00:13:12.290
นั้น เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมมากเลย

199
00:13:12.292 --> 00:13:16.292
มีการพัฒนาหรือปรับปรุงบรรจุภัณฑ์ แบบนี้

200
00:13:16.293 --> 00:13:20.293
ไปอีก นักเรียนคิดว่าต้องพัฒนาแบบไหนคะ

201
00:13:20.294 --> 00:13:24.294
ตอนนี้ค่ะ ตอนนี้มีบรรจุภัณฑ์ที่

202
00:13:24.295 --> 00:13:28.295
ทำจากวัสดุธรรมชาติ ซึ่ง

203
00:13:28.296 --> 00:13:32.296
วัสดุธรรมชาตินี้ทำจากอะไร ก็

204
00:13:32.298 --> 00:13:36.298
ทำจากใบไม้ค่ะ

205
00:13:36.300 --> 00:13:40.300
ในตรงนี้นะคะ รูปที่ครูนำมานี่พัฒนาโดย

206
00:13:40.301 --> 00:13:44.301
มหาสิทยาลัยนเรศวร นำใบทองกวาว

207
00:13:44.303 --> 00:13:48.303
มาขึ้นรูปเป็นจานและชามเป็นบรรจุภัณฑ์

208
00:13:48.304 --> 00:13:52.304
ใช้แทนกล่องโฟมได้ ใส่น้ำร้อนก็ได้ สามารถ

209
00:13:52.305 --> 00:13:56.305
ย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ นี่ก็คือเป็นการ

210
00:13:56.307 --> 00:14:00.307
แก้ไขข้อจำกัดของโฟม แต่ถ้านักเรียน

211
00:14:00.309 --> 00:14:04.309
แต่ เอ๊ะ ถ้านักเรียนคิดไปในข้อจำกัด

212
00:14:04.311 --> 00:14:08.311
ที่เราถ้าเราใช้บรรจุภัณฑ์ที่ทำจาก

213
00:14:08.313 --> 00:14:12.313
ใบทองกวาวนี่ นักเรียนคิดว่ามันมีปัญหาหรือข้อจำกัดอะไรบ้างคะ

214
00:14:12.314 --> 00:14:16.314
นักเรียนลองคิดดูนะคะว่า

215
00:14:16.316 --> 00:14:20.316
บรรจุภัณฑ์ จากธรรมชาตินี่ จะมีข้อจำกัดอะไรบ้าง

216
00:14:20.318 --> 00:14:24.318

217
00:14:24.320 --> 00:14:28.320
นักเรียนมีเวลาคิดนะคะ

218
00:14:28.321 --> 00:14:32.321
อยากให้นักเรียนลองคิดสัก

219
00:14:32.322 --> 00:14:36.322
30 วินาที เพื่อที่จะเป็นแนวทางในการวิเคราะห์ต่อไป

220
00:14:36.323 --> 00:14:40.323
ครูจะเริ่มจับเวลานะคะ ว่า เอ๊ะ มีข้อจำกัด

221
00:14:40.325 --> 00:14:44.325
อะไรบ้าง ตอนนี้เราอาจจะยังไม่ใช้ แต่พอเราเห็น

222
00:14:44.326 --> 00:14:48.326
รูป หรือเห็นบรรจุภัณฑ์ นี่ จะมีปัญหาอะไรบ้าง

223
00:14:48.327 --> 00:14:52.327
ครูเริ่มจับเวลานะคะ เริ่มค่ะ

224
00:14:52.328 --> 00:14:56.328

225
00:14:56.329 --> 00:15:00.329

226
00:15:00.330 --> 00:15:04.330

227
00:15:04.331 --> 00:15:08.331

228
00:15:08.333 --> 00:15:12.333

229
00:15:12.335 --> 00:15:16.335

230
00:15:16.336 --> 00:15:20.336

231
00:15:20.339 --> 00:15:24.339

232
00:15:24.341 --> 00:15:28.341
หมดเวลาค่ะ เป็นอย่างไรบ้างคะ

233
00:15:28.343 --> 00:15:32.343
นักเรียนสามารถคิดข้อจำกัด หรือ

234
00:15:32.343 --> 00:15:36.343
อาจจะเป็นปัญหาที่คาดว่าอาจ

235
00:15:36.345 --> 00:15:40.345
จะเกิดขึ้นจากการใช้บรรจุภัณฑ์ชนิดนี้ได้ไหมคะ

236
00:15:40.346 --> 00:15:44.346
อันนี้เป็นสิ่งที่ครูคิดไว้ได้นะคะ แบบเร็ว ๆ

237
00:15:44.347 --> 00:15:48.347
เรื่องความคงทนหรือระยะเวลาการ

238
00:15:48.350 --> 00:15:52.350
ใช้งานนี่มันจะคงทนได้สัก

239
00:15:52.352 --> 00:15:56.352
เท่าไรนะ อาจจะมีปัญหาเรื่องความคงทนก็ได้

240
00:15:56.353 --> 00:16:00.353
และครูก็ยังคิดอีกว่าใบทองกวาวนี่

241
00:16:00.353 --> 00:16:04.353
เป็นวัตถุดิบที่มีเฉพาะถิ่นหรือไม่ ถ้าหากว่า

242
00:16:04.354 --> 00:16:08.354
ครูอยากผลิตในการค้าไปเลย ถ้าครู

243
00:16:08.356 --> 00:16:12.356
อยากผลิตจำนวนมาก ๆ นี่ วัตถุดิบตัวนี้ ใบ

244
00:16:12.357 --> 00:16:16.357
ทองกวาวนี่จะมีเพียงพอสำหรับการผลิตหรือเปล่า เป็นพืช

245
00:16:16.358 --> 00:16:20.358
ท้องถิ่นหรือเปล่า อาจจะเกิดปัญหาขึ้นได้

246
00:16:20.359 --> 00:16:24.359
นี่คือ เป็นข้อจำกัดที่ครูคิดได้เร็ว ๆ นะคะ อาจจะ

247
00:16:24.360 --> 00:16:28.360
มีมากกว่านี้นะคะ ถ้ามองในแง่ข้อจำกัดใน

248
00:16:28.360 --> 00:16:32.360
หัวข้อนี้ นักเรียนคิดว่า

249
00:16:32.362 --> 00:16:36.362
บรรจุภัณฑ์ที่จะต้องผลิตจากวัสดุธรรมชาติแทน

250
00:16:36.363 --> 00:16:40.363
โฟมนี่ ต้องมีลักษณะอย่างไรคะ ที่จะสามารถ

251
00:16:40.364 --> 00:16:44.364
พัฒนาต่อจากภาชนะหรือว่า

252
00:16:44.365 --> 00:16:48.365
บรรจุภัณฑ์ที่จากใบทองกวาวนี่ นักเรียนคิดว่าจะต้องมี

253
00:16:48.366 --> 00:16:52.366
ลักษณะเป็นอย่างไร นี่ก็ถือว่าเป็นการคาดการณ์นะคะ

254
00:16:52.367 --> 00:16:56.367
เป็นการคาดการณ์ในอนาคต เพื่อที่จะ

255
00:16:56.367 --> 00:17:00.367
สมมติว่าจะเกิดขึ้น หรือคาดว่าจะเกิดขึ้น

256
00:17:00.368 --> 00:17:04.368
นะคะ เอาล่ะ เราไปดูกันว่าลักษณะบรรจุภัณฑ์ในอา

257
00:17:04.371 --> 00:17:08.371
ของบรรจุภัณฑ์จากวัสดุธรรมชาติจะเป็นอย่างไร

258
00:17:08.372 --> 00:17:12.372
แน่นอนค่ะ จากข้อจำกัด

259
00:17:12.374 --> 00:17:16.374
จะแยกออกไปในประเด็นที่เรียกว่า

260
00:17:16.377 --> 00:17:20.377
วัตถุดิบ นั่นก็คือใบทองกวาวนี้มีข้อจำกัด

261
00:17:20.378 --> 00:17:24.378
ถ้าต้องการผลิตจำนวนมาก เพราะเป็นพืชท้องถิ่น

262
00:17:24.380 --> 00:17:28.380
บางท้องถิ่นอาจจะไม่มี แต่ถ้ามองในแง่ความ

263
00:17:28.382 --> 00:17:32.382
คงทนแปลว่าครูมองในเรื่องของคุณภาพ

264
00:17:32.384 --> 00:17:36.384
ของบรรจุภัณฑ์ชนิดนี้ว่าจะมีคุณภาพมี

265
00:17:36.385 --> 00:17:40.385
ประสิทธิภาพที่ดีหรือเปล่า เพราะฉะนั้น ในการคาดการณ์

266
00:17:40.386 --> 00:17:44.386
ครูก็ต้องคาดการณ์เพื่อแก้ไขความนี้

267
00:17:44.387 --> 00:17:48.387
เพราะฉะนั้น การพัฒนา

268
00:17:48.388 --> 00:17:52.388
ในอนาคตก็จะต้องมีแนวทางอย่างเช่น

269
00:17:52.388 --> 00:17:56.388
หรืออะไรก็ตามที่มีอยู่ทั่วไป

270
00:17:56.391 --> 00:18:00.391
หาง่าย มีปริมาณมาก เพราะเราอาจมองว่า

271
00:18:00.393 --> 00:18:04.393
มันอาจะมีข้อจำกัดเรื่องของการผลิตจำนวนมาก เพราะฉะนั้น เราจะต้อง

272
00:18:04.394 --> 00:18:08.394
ใช้วัตถุดิบหรือพืชที่มีปริมาณมากไว้ก่อน

273
00:18:08.395 --> 00:18:12.395
และในอนาคตมันก็อาจจะมีความก้าวหน้า

274
00:18:12.396 --> 00:18:16.396
ทางวิทยาศาสตร์ ที่จะทำให้วัสดุนี้มีความ

275
00:18:16.397 --> 00:18:20.397
คงทนมากยิ่งขึ้น และสามารถย่อยสลายตามธรรมชาติ

276
00:18:20.398 --> 00:18:24.398
ได้ดีด้วย เพราะฉะนั้น ครูก็คิดว่าน่าจะมี

277
00:18:24.399 --> 00:18:28.399
หรือว่าน่าจะพัฒนาได้ นี่ก็คือการคาดการณ์ของครูนะคะ

278
00:18:28.400 --> 00:18:32.400
ซึ่งมันจะออกมาในลักษณะไหนล่ะ

279
00:18:32.401 --> 00:18:36.401
ก็อาจจะออกมาในลักษณะจาม ชาม

280
00:18:36.402 --> 00:18:40.402
บรรจุภัณฑ์จากหญ้า เพราะว่าครูเห็นว่าหญ้ามันมีอยู่ทั่วไป

281
00:18:40.403 --> 00:18:44.403
แล้วมีปริมาณมาก หรือจากฟางข้าว จากใบไม้ก็ได้

282
00:18:44.404 --> 00:18:48.404
ใช่ไหมคะ แล้วก็ต้องด้วยความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์

283
00:18:48.405 --> 00:18:52.405
ที่ครูคิดว่ามันอาจจะพัฒนา ณ ตอน

284
00:18:52.407 --> 00:18:56.407
อนาคตนั้นก็อาจจะมีความคงทนมากขึ้น กันน้ำ

285
00:18:56.409 --> 00:19:00.409
กันไฟ หรือว่าย่อยสลายได้เร็ว หรือ

286
00:19:00.410 --> 00:19:04.410
อาจจะมีการพัฒนาที่เป็นบรรจุภัณฑ์ได้เลย

287
00:19:04.411 --> 00:19:08.411
ลดขยะได้เลยนะคะ หรืออาจจะมีคุณสมบัติพิเศษ

288
00:19:08.413 --> 00:19:12.413
อื่น ๆ ก็ได้ ซึ่งเราก็ตั้ง

289
00:19:12.413 --> 00:19:16.413
อยู่บนพื้นฐานของข้อจำกัด นี่ก็เป็นตัวอย่างการ

290
00:19:16.413 --> 00:19:20.413
คาดการณ์เทคโนโลยีในอนาคตเกี่ยวกับ

291
00:19:20.415 --> 00:19:24.415
เกี่ยวกับบรรจุภัณฑ์ โดยครูใช้พื้นฐาน ก็คือ

292
00:19:24.417 --> 00:19:28.417
ข้อจำกัดที่เราคิดว่าเป็นข้อจำกัดในอนาคต

293
00:19:28.419 --> 00:19:32.419
ใช้นั่นเอง อีกตัวอย่างหนึ่งค่ะ

294
00:19:32.420 --> 00:19:36.420
เรื่องของการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมนะคะ เป็น

295
00:19:36.422 --> 00:19:40.422
การพิจารณาการเปลี่ยนแปลงเชื้อเพลิง

296
00:19:40.423 --> 00:19:44.423
รถยนต์ นักเรียนทราบดีว่ารถยนต์

297
00:19:44.424 --> 00:19:48.424
ต้องใช้เชื้อเพลิง ในยุคเริ่มต้นนั้นก็มีนะคะ

298
00:19:48.425 --> 00:19:52.425
คือการใช้น้ำมันเบนซิน ซึ่งเป็นมา

299
00:19:52.426 --> 00:19:56.426
จากการกลั่นน้ำมันดิบ การนำมาผสม

300
00:19:56.428 --> 00:20:00.428
สารเพิ่มคุณภาพโดยมีหัวเทียนเป็นเครื่อง

301
00:20:00.429 --> 00:20:04.429
จุดระเบิดใช่ไหม แต่ข้อจำกัดของเขา ก็คือก่อให้เกิด

302
00:20:04.429 --> 00:20:08.429
มลภาวะทางอากาศ จากการเผาไหม้ ดังนั้นก็จะ

303
00:20:08.431 --> 00:20:12.431
พัฒนาเป็นน้ำมันแก๊สโซฮอล์  น้ำมันแก๊สโซฮอล์

304
00:20:12.432 --> 00:20:16.432
นี่ก็เกิดจากการใช้น้ำมันเบนซินผสมกับแอลกอฮอล์

305
00:20:16.432 --> 00:20:20.432
สกัดได้จากพืชผลทางการเกษตร ก็จะใช้ประโยชน์

306
00:20:20.434 --> 00:20:24.434
ในทางการเกษตรได้ด้วย

307
00:20:24.435 --> 00:20:28.435
ตัวนี้นะคะ ก็จะมีประโยชน์ตรงที่เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ

308
00:20:28.437 --> 00:20:32.437
จากพืชผลทางการเกษตรและสามารถเพิ่ม

309
00:20:32.438 --> 00:20:36.438
ทางอากาศ

310
00:20:36.439 --> 00:20:40.439

311
00:20:40.440 --> 00:20:44.440

312
00:20:44.442 --> 00:20:48.442

313
00:20:48.443 --> 00:20:52.443

314
00:20:52.448 --> 00:20:56.448

315
00:20:56.450 --> 00:21:00.450

316
00:21:00.452 --> 00:21:04.452

317
00:21:04.454 --> 00:21:08.454

318
00:21:08.456 --> 00:21:12.456

319
00:21:12.458 --> 00:21:16.458

320
00:21:16.458 --> 00:21:20.458

321
00:21:20.461 --> 00:21:24.461

322
00:21:24.462 --> 00:21:28.462

323
00:21:28.464 --> 00:21:32.464

324
00:21:32.466 --> 00:21:36.466

325
00:21:36.466 --> 00:21:40.466

326
00:21:40.469 --> 00:21:44.469

327
00:21:44.470 --> 00:21:48.470

328
00:21:48.471 --> 00:21:52.471

329
00:21:52.473 --> 00:21:56.473

330
00:21:56.478 --> 00:22:00.478

331
00:22:00.479 --> 00:22:04.479

332
00:22:04.482 --> 00:22:08.482

333
00:22:08.483 --> 00:22:12.483

334
00:22:12.484 --> 00:22:16.484

335
00:22:16.486 --> 00:22:20.486

336
00:22:20.488 --> 00:22:24.488

337
00:22:24.491 --> 00:22:28.491

338
00:22:28.493 --> 00:22:32.493

339
00:22:32.494 --> 00:22:36.494

340
00:22:36.497 --> 00:22:40.497

341
00:22:40.499 --> 00:22:44.499

342
00:22:44.501 --> 00:22:48.501

343
00:22:48.503 --> 00:22:52.503

344
00:22:52.505 --> 00:22:56.505

345
00:22:56.506 --> 00:23:00.506

346
00:23:00.509 --> 00:23:04.509

347
00:23:08.511 --> 00:23:11.511

348
00:23:12.514 --> 00:23:12.515

349
00:23:16.516 --> 00:23:16.520

350
00:23:20.520 --> 00:23:20.523


