﻿WEBVTT

1
00:00:00.000 --> 00:00:04.000

2
00:00:04.003 --> 00:00:08.003

3
00:00:08.007 --> 00:00:12.007

4
00:00:12.010 --> 00:00:16.010

5
00:00:16.012 --> 00:00:20.012

6
00:00:20.015 --> 00:00:24.015

7
00:00:24.018 --> 00:00:28.018

8
00:00:28.020 --> 00:00:32.020
(ดร.พิมพร) สวัสดีค่ะนักเรียนพบกับครูอ้อมอีกเช่นเคย

9
00:00:32.023 --> 00:00:36.023
ในวิชาเทคโนโลยีการออกแบบและเทคโนโลยีค่ะ

10
00:00:36.024 --> 00:00:40.024
ที่นักเรียนทราบแล้วว่าในเนื้อหานี้ประก

11
00:00:40.026 --> 00:00:44.026
3 บทแรกอยู่ในส่วนที่เรียกว่า เทคโนโลยีน่ารู้

12
00:00:44.027 --> 00:00:48.027
เป็นหัวข้อที่ 2 ในบทที่ 2 นะคะ

13
00:00:48.027 --> 00:00:52.027
ชื่อเรื่องว่าตัวอย่างการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี จุด

14
00:00:52.029 --> 00:00:56.029
ประสงค์ของหัวข้อนี้ก็คือ สามารถ

15
00:00:56.030 --> 00:01:00.030
วิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีทางการแพทย์และเทคโนโลยีด้านสิ

16
00:01:00.032 --> 00:01:04.032
รวมถึงต้องสามารถคาดการณ์แนวโน้มเทคโนโลยี

17
00:01:04.033 --> 00:01:08.033
ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้เช่นกัน จะวิเคราะห์อย่างไร จะคาดการณ์

18
00:01:08.035 --> 00:01:12.035
อย่างไร วันนี้เราจะได้เรียนรู้กัน

19
00:01:12.036 --> 00:01:16.036
ว่าเอ๊ะทำไมต้องเป็นเรื่องของเทคโนโลยีด้านการแพทย์

20
00:01:16.037 --> 00:01:20.037
ทำไมต้องเป็นด้านสิ่งแว้ดล้อมก็เพราะว่าในสถานการณ์

21
00:01:20.038 --> 00:01:24.038
ของโลกปัจจุบันนี่ค่ะ กลุ่มประชากรที่

22
00:01:24.038 --> 00:01:28.038
จัดว่าเป็นกลุ่มผู้สูงวัยมี

23
00:01:28.040 --> 00:01:32.040
เพิ่มมากขึ้น เพราะฉะนั้น อาจจะเนื่องมาจาก

24
00:01:32.042 --> 00:01:36.042
สาเหตุอัตราการเกิดลดลงหรือ

25
00:01:36.044 --> 00:01:40.044
ประสิทธิภาพในการรักษาพยาบาลมากขึ้น ก็

26
00:01:40.046 --> 00:01:44.046
ทำให้ผู้สูงอายุนี่มีจำนวนมากเพ่

27
00:01:44.047 --> 00:01:48.047
และแต่สถิติของกลุ่มอาเซียน

28
00:01:48.051 --> 00:01:52.051
รวมทั้งไปเปรียบเทียบกับอีก 3 ประเทศ ก็คือญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และจีน

29
00:01:52.052 --> 00:01:56.052
เราจะเห็นว่าประเทศไทย

30
00:01:56.053 --> 00:02:00.053
มีสัดส่วนของประชากรร้อยละ

31
00:02:00.054 --> 00:02:04.054
15.36 เป็นผู้สูงวัย จากประชาชนทั้งหมดนะคะ

32
00:02:04.055 --> 00:02:08.055
15.36 คือกลุ่มผู้สูงวัย ถ้าเปรียบ

33
00:02:08.057 --> 00:02:12.057
เทียบกับกลุ่มประเทศที่เอามาเปรียบเทียบกันจะเห็นว่า

34
00:02:12.058 --> 00:02:16.058
นี่ประเทศไทยถือว่าอยู่ในอับดับ 4

35
00:02:16.059 --> 00:02:20.059
รองจาก ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และจีน เป็นสัดส่วน

36
00:02:20.060 --> 00:02:24.060
อันดับ 1 เมื่อเทียบกับกลุ่มประเทศอาเซียนและ

37
00:02:24.060 --> 00:02:28.060
ในฐานะที่เราเป็นคนหนึ่งที่กำลังจะอยู่ในสังคม

38
00:02:28.064 --> 00:02:32.064
ผู้สูงวัย เราก็จะต้องเรียนรู้

39
00:02:32.064 --> 00:02:36.064
รวมถึงอีกประเด็นหนึ่ง นั่นก็คือ

40
00:02:36.066 --> 00:02:40.066
เทคโนโลยีทางการแพทย์นี้ถือเป็นเทคโนโลยีที่ช่วย

41
00:02:40.068 --> 00:02:44.068
ดำรงเผ่าพันธุ์มนุษย์ เพราะฉะนั้น จึงมีความจำเป็นและ

42
00:02:44.069 --> 00:02:48.069
สำคัญที่จะต้องเรียนรู้การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี

43
00:02:48.070 --> 00:02:52.070
ด้านนี้ อีกเรื่องด้านหนึ่งค่ะ

44
00:02:52.071 --> 00:02:56.071
สถานการณ์ด้านสิ่งแวดล้อม แน่นอนค่ะ ว่า

45
00:02:56.073 --> 00:03:00.073
ที่มีการพัฒนาโดยไม่ตระหนักถึง

46
00:03:00.074 --> 00:03:04.074
ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมนี่ เมือ่

47
00:03:04.075 --> 00:03:08.075
มลภาวะทางอากาศ ซึ่งเกิดจากการขยายตัว

48
00:03:08.075 --> 00:03:12.075
ของเมืองของชุมชนเมือง การใช้รถยนต์หรือ

49
00:03:12.077 --> 00:03:16.077
การทำธุรกิจ ภาคธุรกิจ ภาค

50
00:03:16.078 --> 00:03:20.078
อุตสาหกรรม ก็อาจจะเกิดภาวะด้านอากาศ และ

51
00:03:20.080 --> 00:03:24.080
สารปนเปื้อนที่ถูกปล่อยลงสู่แม่น้ำ ลำคลอง หรือทะเล

52
00:03:24.080 --> 00:03:28.080
จากการผลิตระบบทางอุตสาหกรรม

53
00:03:28.084 --> 00:03:32.084
หรือชุมชนที่มีความหนาแน่น รวมถึง

54
00:03:32.088 --> 00:03:36.088
การกำจัดขยะที่ไม่เป็นระบบ ซึ่ง

55
00:03:36.091 --> 00:03:40.091
ก่อให้เกิดปัญหาทางการจัดการขยะได้ด้วย

56
00:03:40.092 --> 00:03:44.092
เพราะฉะนั้น เราจึงต้องเรียนรู้เรื่องของเทคโนโลยีการ

57
00:03:44.093 --> 00:03:48.093
อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เพื่อที่จะช่วยกัน

58
00:03:48.094 --> 00:03:52.094
ให้เรียนรู้ และใช้เทคโนโลยีนั้น

59
00:03:52.095 --> 00:03:56.095
ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อสิ่งแวดล้อมด้วย นั่นจึง

60
00:03:56.095 --> 00:04:00.095
เป็นที่มาของหัวข้อที่เราจะได้เรียน

61
00:04:00.097 --> 00:04:04.097
ในวันนี้นะคะ ก่อนอื่นขอทบทวนก่อนว่า เอ๊ะ

62
00:04:04.098 --> 00:04:08.098
สาเหตุ หรือปัจจัยการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี

63
00:04:08.100 --> 00:04:12.100
ในหัวข้อที่แล้วมีกี่สาเหตุหรือมีกี่ปัจจัยคะ

64
00:04:12.101 --> 00:04:16.101
มี 5 สาเหตุ

65
00:04:16.102 --> 00:04:20.102
5 ปัจจัยค่ะ นั่นก็คือความต้องการของมนุษย์

66
00:04:20.103 --> 00:04:24.103
เพื่อที่จะแก้ไขปัญหาใช่ไหมคะ

67
00:04:24.104 --> 00:04:28.104
เลย รวมกันกับองค์ความรู้และความก้าวหน้าของศาสตร์

68
00:04:28.106 --> 00:04:32.106
ต่าง ๆ เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรมและ

69
00:04:32.107 --> 00:04:36.107
สิ่งแวดล้อมด้วย เพราะฉะนั้น ในวันนี้ในเรื่องของการพิจารณา

70
00:04:36.108 --> 00:04:40.108
ลักษณะการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีนี่ เราก็ต้อง

71
00:04:40.109 --> 00:04:44.109
คำนึงถึงสาเหตุและปัจจัยเหล่านี้เสมอ

72
00:04:44.110 --> 00:04:48.110
เป็นองค์ประกอบหนึ่งที่จะช่วยพัฒนาการเปลี่ยนแปลงทาง

73
00:04:48.111 --> 00:04:52.111
เทคโนโลยีได้ด้วยนะคะ เรามาเริ่มพิจารณาการเปลี่ยนแปลง

74
00:04:52.112 --> 00:04:56.112
ของเทคโนโลยีกันค่ะ เริ่มจากการเปลี่ยน

75
00:04:56.115 --> 00:05:00.115
เทคโนโลยีทางการแพทย์และด้านสุขภาพนะคะ อุปกรณ์

76
00:05:00.117 --> 00:05:04.117
ที่นักเรียนเห็นในภาพนี้เรียกว่า

77
00:05:04.118 --> 00:05:08.118
"เครื่องเป่าความดันลม" หรือ "CPAP"

78
00:05:08.119 --> 00:05:12.119
เครื่องเป่าความดันลมนี่มีลักษณะอย่างไร ซึ่งเป็ฯ

79
00:05:12.121 --> 00:05:16.121
เทคโนโลยีหนึ่งนะคะ ที่ช่วยเปิดขยายทางเดิน

80
00:05:16.122 --> 00:05:20.122
หายใจสำหรับผู้ป่วยที่มีปัญหาการนอนกรน

81
00:05:20.122 --> 00:05:24.122
นอนหลับไม่สนิท หรืออาจมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

82
00:05:24.125 --> 00:05:28.125
เพราะฉะนั้น จึงมีเทคโนโลยีชนิดนี้ขึ้นมานะคะ ซึ่ง

83
00:05:28.126 --> 00:05:32.126
เรียกว่า เครื่องเป่าดันลม นี่แหละ หลักการเครื่องเป่า

84
00:05:32.127 --> 00:05:36.127
ความดันลมทำงานอย่างไร ก็

85
00:05:36.128 --> 00:05:40.128
มีการดูดอากาศจากภายนอกเข้าสู่ตัวเครื่องนี้นะคะ

86
00:05:40.129 --> 00:05:44.129
ผ่านแผ่นกรองฝุ่น แล้วจึงผลิตแรงดันผ่าน

87
00:05:44.130 --> 00:05:48.130
อากาศนั้นผ่านส่งต่อเข้าไปทาง

88
00:05:48.131 --> 00:05:52.131
ท่อนะคะ จนถึง

89
00:05:52.132 --> 00:05:56.132
ส่วนครอบจมูกสำหรับผู้ใช้ จากนั้น

90
00:05:56.133 --> 00:06:00.133
ก็ผ่านเข้าไปสู่ระบบทางเดินหายใจของผู้ใช้

91
00:06:00.134 --> 00:06:04.134
นั่นเอง เพราะฉะนั้น มีสาเหตุ

92
00:06:04.135 --> 00:06:08.135
หรือปัจจัยที่ทำให้เกิดเทคโนโลยีตรงนี้ขึ้นมา

93
00:06:08.136 --> 00:06:12.136
ก็ด้วยเนื่องจากว่ามนุษย์นี่แหละค่ะ

94
00:06:12.137 --> 00:06:16.137
มีความต้องการแก้ปัญหาการนอนกรน หรือ

95
00:06:16.138 --> 00:06:20.138
ความก้าวหน้าของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสามารถทำ

96
00:06:20.140 --> 00:06:24.140
ให้ผลิตเครื่องเป่าความดันลมหรือ CPAP

97
00:06:24.141 --> 00:06:28.141
ขึ้นมาได้ เอ๊ะ นักเรียนเห็นสภาพรูปแบบนี้

98
00:06:28.142 --> 00:06:32.142
เห็นลักษณะการใช้งานที่ผู้ใช้นอนอยู่แบบนี้

99
00:06:32.143 --> 00:06:36.143
คิดว่าจะมีข้อจำกัดหรือว่ามีปัญหา

100
00:06:36.144 --> 00:06:40.144
ในการใช้หรือเปล่าคะ ให้นักเรียน

101
00:06:40.146 --> 00:06:44.146
ลองคิดนะคะ ว่า เอ๊ะ จะมีข้อจำกัดไหม ขนาดที่

102
00:06:44.148 --> 00:06:48.148
ช่วยในการนอนกรนได้แล้วนะ

103
00:06:48.149 --> 00:06:52.149
แน่นอนค่ะ ว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่มีผู้ใช้

104
00:06:52.151 --> 00:06:56.151
ที่มีลักษณะแตกต่างกันนี่ ปัญหาหรือว่า

105
00:06:56.154 --> 00:07:00.154
ความไม่สะดวกก็ต้องเกิดขึ้นแน่นอน อย่างเช่น ใน

106
00:07:00.157 --> 00:07:04.157
เรื่องของเครื่องซีแพบนี่ เรื่อง

107
00:07:04.158 --> 00:07:08.158
ที่ไม่เหมาะสมสามารถเกิดขึ้นได้แน่นอน เพราะว่า

108
00:07:08.158 --> 00:07:12.158
หน้าตาของแต่ละคนนี่แตกต่างกันใช่ไหมคะ

109
00:07:12.162 --> 00:07:16.162
รูปร่างหน้าตา เพราะฉะนั้น อุปกรณ์ก็อาจไม่เหมาะสมสำหรับบางคน

110
00:07:16.162 --> 00:07:20.162
หรือกรณีที่มี...

111
00:07:20.164 --> 00:07:24.164
การใช้เป็นเวลานาน ๆ ก็อาจจะมีอาการข้างเคียง

112
00:07:24.165 --> 00:07:28.165
อย่างเช่น อาการคัดจมูก ปวดจมูก เลือดกำเดาไหล

113
00:07:28.166 --> 00:07:32.166
หรือมีอาการเกิดรอยกดทับ

114
00:07:32.166 --> 00:07:36.166
เพราะว่าใช้นานเกินไป แบบนี้ก็ถือว่าเป็นการใช้งาน

115
00:07:36.167 --> 00:07:40.167
ของเครื่อง CPAP ที่ทำให้ไม่สะดวกต่อการใช้งาน

116
00:07:40.168 --> 00:07:44.168
ถ้าเป็นแบบนี้นักเรียนสามารถคาดการณ์ได้ไหมคะ

117
00:07:44.169 --> 00:07:48.169
ว่าแล้วเครื่องนอนกรน เครื่องช่วยแก้ปัญหา

118
00:07:48.171 --> 00:07:52.171
การนอนกรนนี่ ในอนาคตมันควรจะเป็นรูปแบบไหน

119
00:07:52.173 --> 00:07:56.173
นักเรียนคิดว่าจะเป็นรูปแบบไหนได้บ้างคะ

120
00:07:56.174 --> 00:08:00.174
เพื่อที่จะแก้ไขหรือว่า

121
00:08:00.174 --> 00:08:04.174
แก้ปัญหาข้อจำกัดที่ ณ ปัจจุบันนี้เครื่อง CPAP

122
00:08:04.175 --> 00:08:08.175
คือข้อจำกัดนี้อยู่ ในนักเรียนลองคิดนะคะ

123
00:08:08.177 --> 00:08:12.177
อาจจะยังคิดไม่ออก แต

124
00:08:12.179 --> 00:08:16.179
ว่าตอนนี้นะคะ แนวโน้มที่จะ

125
00:08:16.180 --> 00:08:20.180
เกิดขึ้นเกี่ยวกับเทคโนโลยีที่ช่วยแก้ปัญหาการนอน

126
00:08:20.185 --> 00:08:24.185
กรนนี่ค่ะ มันมีกลุ่มผู้วิจัยวิทยาศาสตร์

127
00:08:24.186 --> 00:08:28.186
ทางด้านวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์ได้สามารถพัฒนา

128
00:08:28.187 --> 00:08:32.187
เครื่องมือที่เรียกว่า "หมอนตุ๊กตา" ค่ะนักเรียน

129
00:08:32.188 --> 00:08:36.188
หมอนตุ๊กตานี่ช่วยกดปัญหาการนอนได้อย่างไร

130
00:08:36.189 --> 00:08:40.189
เพราะว่ามีไมโครโฟนตรวจจับเสียงกรนค่ะ

131
00:08:40.190 --> 00:08:44.190
และก็นอกจากนี้ก็ยังมีอุปกรณ์ที่ตรวจวัดระดับ

132
00:08:44.190 --> 00:08:48.190
ความเข้มข้นของออกซิเจนในเลือดติดไว้ที่ปลายนิ้วของผู้ป่วยด้วย

133
00:08:48.192 --> 00:08:52.192
หลังจากที่มีการได้รับ

134
00:08:52.192 --> 00:08:56.192
สัญญาณแล้ว ได้รับการตรวจจับเสียงกรนแล้ว หมอน

135
00:08:56.194 --> 00:09:00.194
ตุ๊กตานี่ สามารถยกแขนดันศีรษะของผู้ป่วยให้สามารถเปลี่ยน

136
00:09:00.194 --> 00:09:04.194
ท่านอนได้ เพื่อที่จะได้หายใจได้สะดวก

137
00:09:04.196 --> 00:09:08.196
คล่องยิ่งขึ้น นี่ก็คือสามารถแก้ปัญหา

138
00:09:08.197 --> 00:09:12.197
เรื่องของไม่ต้องมีเครื่องอุปกรณ์อะไรมาครอบจมูก

139
00:09:12.198 --> 00:09:16.198
ใช่ไหมคะ ก็ถือว่าเป็นแนวโน้มที่จะเกิด

140
00:09:16.198 --> 00:09:20.198
เทคโนโลยีขึ้นสังเกตว่าการพัฒนา

141
00:09:20.200 --> 00:09:24.200
เทคโนโลยีประเภทนี้เป็นการแก้ปัญหา

142
00:09:24.201 --> 00:09:28.201
เรื่องของความไม่สะดวกของผู้ใช้ได้

143
00:09:28.202 --> 00:09:32.202
นะคะ ว่าการคาดการณ์นี้ต้อง

144
00:09:32.203 --> 00:09:36.203
อยู่บนพื้นฐานของสภาพปัญหาหรือการ

145
00:09:36.204 --> 00:09:40.204
ใช้งานที่มันไม่สะดวกต่อการใช้งานนั่นเอง

146
00:09:40.205 --> 00:09:44.205
ท้ายที่สุดแล้วตัวนี้ก็

147
00:09:44.205 --> 00:09:48.205
ยังเป็นต้นแบบ ฉบับต้นแบบอยู่ ยังอยู่ใน

148
00:09:48.207 --> 00:09:52.207
ระดับการทดลองอยู่เพราะฉะนั้น ก็ถือว่ายังไม่นำ

149
00:09:52.208 --> 00:09:56.208
มาใช้จริงในกับผู้ป่วยนะคะ

150
00:09:56.209 --> 00:10:00.209
อีกตัวอย่างหนึ่งค่ะ

151
00:10:00.210 --> 00:10:04.210
หูฟังที่แพทย์ใช้ตรวจสุขภาพของ

152
00:10:04.211 --> 00:10:08.211
ผู้ป่วยนะคะ ก่อนหน้านี้นะคะ หูฟัง

153
00:10:08.212 --> 00:10:12.212
ในยุคโบราณนั้นทำจากไม้ แน่นอนทำจาก

154
00:10:12.214 --> 00:10:16.214
ไม้ ก็ต้องมีปัญหาของขนาด

155
00:10:16.214 --> 00:10:20.214
ของหูฟังนี่แหละ มีขนาดใหญ่เกินไป มีน้ำหนักมาก

156
00:10:20.216 --> 00:10:24.216
เกินไป พกพาไม่สะดวก และ

157
00:10:24.217 --> 00:10:28.217
ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้ต้องการแก้ไขปัญหานี้ รวมถึง

158
00:10:28.218 --> 00:10:32.218
ความก้าวหน้าของเทคโนโลยี

159
00:10:32.219 --> 00:10:36.219
ด้านวิทยาศาสตร์เกี่ยวข้องกับเสียงนี่ ทำให้สามารถ

160
00:10:36.220 --> 00:10:40.220
ใช้ผลิตหรือว่า

161
00:10:40.221 --> 00:10:44.221
พัฒนาต่อยอดมาเป็นหูฟังแพทย์ทั่วไปที่นักเรียนเห็นในรูป

162
00:10:44.222 --> 00:10:48.222
ก็จะสามารถทำให้มีขนาดเล็ก มี

163
00:10:48.223 --> 00:10:52.223
อย่างไรก็ตามหูฟังแพทย์ทั่วไปนี่ ก็ยัง

164
00:10:52.224 --> 00:10:56.224
มีข้อจำกัดอยู่ อย่างเช่น มีเสียงรบกวน

165
00:10:56.224 --> 00:11:00.224
และผู้ใช้หรือว่าแพทย์ผู้วินิจฉัยนี่

166
00:11:00.226 --> 00:11:04.226
ก็ต้องใช้ความชำนาญเฉพาะบุคคล ซึ่งไม่สามารถ

167
00:11:04.227 --> 00:11:08.227
บันทึกเสียงหรือที่ได้ยินให้เป็นสัญญาณภาพให้เห็นได้

168
00:11:08.228 --> 00:11:12.228
การก็ต้องแก้ปัญหาไปอีก

169
00:11:12.229 --> 00:11:16.229
ตอนนี้เนื่องจากมีความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์

170
00:11:16.229 --> 00:11:20.229
จึงสามารถพัฒนาหูฟังแพทย์เป็นหูฟังที่

171
00:11:20.230 --> 00:11:24.230
อิเล็กทรอนิกส์เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ผ่านบลูทูธได้แล้ว

172
00:11:24.232 --> 00:11:28.232
นะคะ นั่นก็สามารถทำให้เห็นสัญญาณ

173
00:11:28.233 --> 00:11:32.233
มีการแปลงสัญญาณเสียงเป็นสัญญาณภาพ ทำให้

174
00:11:32.235 --> 00:11:36.235
วินิจฉัยได้แม่นยำยิ่งขึ้น อย่างนี้แหละค่ะ คือ

175
00:11:36.237 --> 00:11:40.237
ตัวอย่างของการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีทา

176
00:11:40.238 --> 00:11:44.238
ที่เกิดจากข้อจำกัดขณะใช้ไป

177
00:11:44.240 --> 00:11:48.240
ใช้ไปก็เกิดข้อจำกัด ก็มีการพัฒนาขึ้นมาเรื่อย ๆ เรื่อย ๆ

178
00:11:48.241 --> 00:11:52.241
ก็ไม่แน่ว่าในอนาคตนี่ หูฟังนี่ก็อาจจะอย

179
00:11:52.242 --> 00:11:56.242
ในรูปแบบอื่นก็ต้องถูกพัฒนาปรับปรุง

180
00:11:56.243 --> 00:12:00.243
ไปตามสภาพปัญหาที่เป็นอยู่ นี่ก็เป็น

181
00:12:00.244 --> 00:12:04.244
ตัวอย่างของการเปลี่ยนแปลงทางการแพทย์นะคะ แล้ว

182
00:12:04.246 --> 00:12:08.246
ตัวอย่างการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีในด้านการแพทย์นี่

183
00:12:08.247 --> 00:12:12.247
นักเรียนคิดถึงเทคโนโลยีใดบ้าง

184
00:12:12.247 --> 00:12:16.247
บรรจุภัณฑ์ค่ะนักเรียนคะ

185
00:12:16.249 --> 00:12:20.249
ตอนนี้มีปัญหากันมากเรื่องของสิ่งแวดล้อมที่

186
00:12:20.251 --> 00:12:24.251
มีบรรจุภัณฑ์ที่เป็นปะเภทพลาสติก

187
00:12:24.253 --> 00:12:28.253
ย่อยสลายยาก อย่างเช่น เบื้องต้นที่เราพิจารณา

188
00:12:28.255 --> 00:12:32.255
บรรจุภัณฑ์ประเภทโฟมจริง ๆ แล้วก็มีข้อดีอยู่

189
00:12:32.256 --> 00:12:36.256
นะคะ ก็มีข้อดีอยู่ อย่างเช่น พกพาสะดวก

190
00:12:36.257 --> 00:12:40.257
เราไม่ต้องล้าง เพราะฉะนั้น ก็สอดคล้องกับงานที่ต้อง

191
00:12:40.257 --> 00:12:44.257
เร่งทำงานใช่ไหมคะ แต่อย่างไรก็ตามเขาก็

192
00:12:44.258 --> 00:12:48.258
มีข้อจำกัดข้อเสีย เพราะว่ามีองค์ประกอบ

193
00:12:48.260 --> 00:12:52.260
คือ สารสไตรีนที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย

194
00:12:52.261 --> 00:12:56.261
รวมทั้งเกิดจากการผลิต ที่เกิด

195
00:12:56.262 --> 00:13:00.262
จากส่วนเกินในกระบวนการกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม

196
00:13:00.263 --> 00:13:04.263
เรื่องการย่อยสลาย จึงส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

197
00:13:04.265 --> 00:13:08.265
เพราะฉะนั้น ถึงแม้จะสะดวก แต่ถ้ามองในแง่ของ

198
00:13:08.266 --> 00:13:12.266
สิ่งแวดล้อมนั้น เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมมากเลย เพราะฉะนั้น

199
00:13:12.267 --> 00:13:16.267
ก็ต้องมีการพัฒนาหรือปรับปรุงบรรจุภัณฑ์

200
00:13:16.268 --> 00:13:20.268
แบบนี้ไปอีกนักเรียนคิดว่าต้องพัฒนาแบบไหนคะ

201
00:13:20.270 --> 00:13:24.270
ตอนนี้ค่ะ ตอนนี้มีบรรจุภัณฑ์

202
00:13:24.271 --> 00:13:28.271
ที่ทำจากวัสดุธรรมชาติ

203
00:13:28.272 --> 00:13:32.272
ซึ่งวัสดุธรรมชาตินี้ทำจากอะไร

204
00:13:32.274 --> 00:13:36.274
ก็ทำจากใบไม้ค่ะ

205
00:13:36.274 --> 00:13:40.274
ในตรงนี้นะคะ รูปที่ครูนำมานี่ก็พัฒนาโดยนักวิทยาศาสตร์

206
00:13:40.276 --> 00:13:44.276
คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

207
00:13:44.278 --> 00:13:48.278
มาขึ้นรูปเป็นจานและชามเป็นบรรจุภัณฑ์

208
00:13:48.279 --> 00:13:52.279
ใช้แทนกล่องโฟมได้ ใส่น้ำร้อนก็ได้

209
00:13:52.282 --> 00:13:56.282
สามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ นี่ก็ถือเป็นการ

210
00:13:56.283 --> 00:14:00.283
แก้ไขข้อจำกัดของโฟมใช่ไหมคะ

211
00:14:00.284 --> 00:14:04.284
แต่เอ๊ะถ้านักเรียนคิดไปในแง่ของข้อ

212
00:14:04.285 --> 00:14:08.285
จำกัดที่เราถ้าเราใช้บรรจุภัณฑ์ที่ทำ

213
00:14:08.285 --> 00:14:12.285
จากใบทองกวาวนี่นักเรียนคิดว่ามีข้อจำกัดหรือปัญหาอะไรบ้าง

214
00:14:12.286 --> 00:14:16.286
นักเรียนลองคิดดูนะคะว่า

215
00:14:16.287 --> 00:14:20.287
บรรจุภัณฑ์จากธรรมชาตินี่จะมีข้อจำกัดอะไรบ้าง

216
00:14:20.288 --> 00:14:24.288

217
00:14:24.289 --> 00:14:28.289
นักเรียนมีเวลาคิดนะคะ

218
00:14:28.290 --> 00:14:32.290
อยากให้นักเรียนลองคิด

219
00:14:32.292 --> 00:14:36.292
สัก 30 วินาทีเพื่อที่จะเป็นแนวทางในการวิเคราะห์ต่อไป

220
00:14:36.292 --> 00:14:40.292
ครูจะเริ่มจับเวลานะคะ ว่า เอ๊ะ

221
00:14:40.294 --> 00:14:44.294
มีข้อจำกัดอะไรบ้าง ตอนนี้เราอาจจะยังไม่ใช้

222
00:14:44.295 --> 00:14:48.295
พอเราเห็นรูปหรือเห็นบรรจุภัณฑ์นี่ มี

223
00:14:48.296 --> 00:14:52.296
อะไรบ้าง ครูเริ่มจับเวลานะคะ เริ่มค่ะ

224
00:14:52.298 --> 00:14:56.298

225
00:14:56.299 --> 00:15:00.299

226
00:15:00.301 --> 00:15:04.301

227
00:15:04.303 --> 00:15:08.303

228
00:15:08.305 --> 00:15:12.305

229
00:15:12.306 --> 00:15:16.306

230
00:15:16.310 --> 00:15:20.310

231
00:15:20.311 --> 00:15:24.311
[เสียงเอฟเฟ็กต์]

232
00:15:24.314 --> 00:15:28.314
หมดเวลาค่ะ เป็นอย่างไรบ้างคะ

233
00:15:28.317 --> 00:15:32.317
นักเรียนสามารถคิดข้อจำกัด หรือ

234
00:15:32.319 --> 00:15:36.319
อาจจะเป็นปัญหาที่คาดว่า

235
00:15:36.320 --> 00:15:40.320
จะเกิดขึ้นจากการใช้บรรจุภัณฑ์ชนิดนี้ได้บ้างไหมคะ

236
00:15:40.320 --> 00:15:44.320
อันนี้เป็นสิ่งที่ครูคิดไว้ได้นะคะ แบบเร็ว ๆ

237
00:15:44.322 --> 00:15:48.322
ครูคิดว่าเรื่องความคงทนหรือระยะเวลา

238
00:15:48.324 --> 00:15:52.324
ในการใช้งานนี่มันจะคงทนได้สักประมาณ

239
00:15:52.324 --> 00:15:56.324
เท่าไรนะ อาจจะมีปัญหาเรื่องความคงทนก็ได้

240
00:15:56.327 --> 00:16:00.327
และครูก็ยังคิดอีกว่าใบทองกวาวนี่

241
00:16:00.328 --> 00:16:04.328
เป็นวัตถุดิบที่มีเฉพาะถิ่นหรือไม่

242
00:16:04.333 --> 00:16:08.333
ว่าครูอยากผลิตในการค้าไปเลย

243
00:16:08.334 --> 00:16:12.334
อยากผลิตจำนวนมาก ๆ นี่ วัตถุดิบตัวนี้

244
00:16:12.335 --> 00:16:16.335
ใบทองกวาวนี่จะมีเพียงพอสำหรับการผลิตหรือเปล่า

245
00:16:16.337 --> 00:16:20.337
เป็นพืชท้องถิ่นหรือเปล่า อาจจะเกิดปัญหาขึ้นได้

246
00:16:20.339 --> 00:16:24.339
นี่คือเป็นข้อจำกัดที่ครูคิดได้เร็ว ๆ นะคะ นักเรีย

247
00:16:24.340 --> 00:16:28.340
อาจจะมีมากกว่านี้นะคะ ถ้ามองในแง่ข้อจำกัด

248
00:16:28.341 --> 00:16:32.341
ในหัวข้อนี้ นักเรียนคิดว่า

249
00:16:32.342 --> 00:16:36.342
บรรจุภัณฑ์ที่จะต้องผลิตจากวัสดุธรรมชาติ

250
00:16:36.344 --> 00:16:40.344
เพื่อทดแทนโฟมนี่ต้องมีลักษณะอย่างไรคะ ที่จะ

251
00:16:40.345 --> 00:16:44.345
พัฒนาต่อจากภาชนะ

252
00:16:44.346 --> 00:16:48.346
หรือว่าบรรจุภัณฑ์ที่จากใบทองกวาวนี่ นักเรียนคิดว่า

253
00:16:48.347 --> 00:16:52.347
จะต้องมีลักษณะเป็นอย่างไร นี่ก็ถือเป็นการคาดการณ์

254
00:16:52.348 --> 00:16:56.348
นะคะ เป็นการคาดการณ์ในอนาคต โดยพิจารณาจาการ

255
00:16:56.348 --> 00:17:00.348
สมมติว่าจะเกิดขึ้นหรือคาดว่าจะเกิดขึ้น

256
00:17:00.350 --> 00:17:04.350
นะคะ เอาล่ะ เราไปดูกันว่าลักษณะ

257
00:17:04.351 --> 00:17:08.351
ของบรรจุภัณฑ์จากวัสดุธรรมชาติจะเป็นอย่างไร

258
00:17:08.353 --> 00:17:12.353
แน่นอนค่ะ จากข้อจำกัดที่

259
00:17:12.354 --> 00:17:16.354
นักเรียนอาจจะแยกออกเป็นประเด็น

260
00:17:16.355 --> 00:17:20.355
วัตถุดิบ นั่นก็คือใบทองกวาวนี้อาจจะมีข้อจำกัด

261
00:17:20.356 --> 00:17:24.356
ถ้าต้องการผลิตจำนวนมาก เพราะเป็นพืชท้องถิ่น

262
00:17:24.357 --> 00:17:28.357
บางท้องถื่นอาจจะไม่มี แต่ถ้ามองในแง

263
00:17:28.359 --> 00:17:32.359
ของความคงทน ถ้าครูมองในแง่ของคุณภาพ

264
00:17:32.360 --> 00:17:36.360
ของบรรจุภัณฑ์ชนิดนี้ว่าจะมีคุณภาพหรือ

265
00:17:36.361 --> 00:17:40.361
ประสิทธิภาพที่ดีหรือเปล่า เพราะฉะนั้น ในการ

266
00:17:40.362 --> 00:17:44.362
คาดการณ์ ครูก็ต้องคาดการณ์เพื่อการ

267
00:17:44.363 --> 00:17:48.363
นี้ เพราะฉะนั้น การพัฒนา

268
00:17:48.364 --> 00:17:52.364
ในอนาคตก็จะต้องมีแนวทางอย่างเช่น ใช้วัตถุดิบ

269
00:17:52.365 --> 00:17:56.365
พืช หรืออะไรก็ตามที่มีอยู่ทั่วไป

270
00:17:56.366 --> 00:18:00.366
หาง่าย มีปริมาณมาก เพราะเราอาจ

271
00:18:00.367 --> 00:18:04.367
มองว่ามันอาจจะมีข้อจำกัดเรื่องของการผลิตจำนวนมาก

272
00:18:04.368 --> 00:18:08.368
ใช้วัตถุดิบหรือพืชที่มีปริมาณมาก

273
00:18:08.369 --> 00:18:12.369
ไว้ก่อน และในอนาคตมันก็อาจจะมีความ

274
00:18:12.371 --> 00:18:16.371
ก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ที่สามารถทำให้วัส

275
00:18:16.372 --> 00:18:20.372
คงทนมากยิ่งขึ้น และสามารถย่อยสลาย

276
00:18:20.373 --> 00:18:24.373
ตามธรรมชาติได้ดีอีกด้วย เพราะฉะนั้น ครูก็เลยคิดว่า

277
00:18:24.374 --> 00:18:28.374
น่าจะมีหรือว่าน่าจะพัฒนาได้ นี่ก็คือการคาดการณ์ของครูนะคะ

278
00:18:28.377 --> 00:18:32.377
ซึ่งมันจะออกมาในลักษณะไหนล่ะ ซึ่ง

279
00:18:32.378 --> 00:18:36.378
ก็อาจจะออกมาในลักษณะเป็นจาน ชาม หรือ

280
00:18:36.380 --> 00:18:40.380
บรรจุภัณฑ์จากหญ้า เพราะว่าครูเห็นว่าหญ้ามันมีอยู่ทั่วไป

281
00:18:40.381 --> 00:18:44.381
แล้วมีปริมาณมาก จากฟางข้าว จากใบไม้

282
00:18:44.382 --> 00:18:48.382
ก็ได้ ใช่ไหมคะ แล้วก็ต้อง ซึ่งก็อาจจะ

283
00:18:48.383 --> 00:18:52.383
ของวิทยาศาสตร์ที่ครูคิดว่ามันอาจจะพัฒนาไปแล้ว

284
00:18:52.383 --> 00:18:56.383
ณ ตอนอนาคตนั้นก็อาจจะมีความคงทนมากขึ้น

285
00:18:56.384 --> 00:19:00.384
กันน้ำ กันไฟ หรือว่าย่อยสลายได้เร็ว

286
00:19:00.384 --> 00:19:04.384
อาจจะมีการพัฒนาเป็นบรรจุภัณฑ์ที่

287
00:19:04.386 --> 00:19:08.386
จะสามารถลดขยะได้เลยนะคะ หรืออาจจะมีคุณสมบัติ

288
00:19:08.387 --> 00:19:12.387
พิเศษอื่น ๆ ก็ได้ ซึ่งเราก็

289
00:19:12.388 --> 00:19:16.388
ตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อจำกัด นี่ก็เป็นตัวอย่าง

290
00:19:16.389 --> 00:19:20.389
ของการคาดการณ์เทคโนโลยีในอนาคต

291
00:19:20.390 --> 00:19:24.390
เกี่ยวกับบรรจุภัณฑ์นะคะ โดยครูใช้พื้นฐาน

292
00:19:24.391 --> 00:19:28.391
ก็คือข้อจำกัดที่เราคิดว่าจะเป็นข้อจำกัด

293
00:19:28.392 --> 00:19:32.392
ในการใช้นั่นเอง อีกตัวอย่างหนึ่งค่ะ

294
00:19:32.396 --> 00:19:36.396
เรื่องของการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมนะคะ เป็นตัวอย่าง

295
00:19:36.399 --> 00:19:40.399
ของการพิจารณาการเปลี่ยนแปลงเชิงเพลิง

296
00:19:40.400 --> 00:19:44.400
รถยนต์ นักเรียนทราบดีว่ารถยนต์

297
00:19:44.401 --> 00:19:48.401
ต้องใช้เชื้อเพลิง ในยุคเริ่มต้นนั้น ปัจจุบันก็มีนะคะ

298
00:19:48.403 --> 00:19:52.403
คือการใช้น้ำมันเบนซิน ซึ่งเป้ฯสาร

299
00:19:52.404 --> 00:19:56.404
ที่ได้จากกลั่นน้ำมันดิบ การนำมาผสม

300
00:19:56.404 --> 00:20:00.404
สารเพิ่มคุณภาพโดยมีหัวเทียนเป็นเครื่อง

301
00:20:00.405 --> 00:20:04.405
จุดระเบิดใช่ไหมคะ แต่ข้อจำกัดของเขา ก็คือก่อให้

302
00:20:04.405 --> 00:20:08.405
เกิดมลภาวะทางอากาศจากการเผาไหม้ ซึ่ง

303
00:20:08.407 --> 00:20:12.407
การพัฒนาเป็นน้ำมันแก๊สโซฮอล์

304
00:20:12.408 --> 00:20:16.408
แก๊สโซฮอล แก๊สโซฮอลนี้ก็เกิดจากการนำน้ำมันเบนซิน

305
00:20:16.409 --> 00:20:20.409
ที่สกัดได้จากพืชผลทางการเกษตร ก็จะเป็นการใช้

306
00:20:20.410 --> 00:20:24.410
ประโยชน์ในทางการเกษตรได้ด้วย ซึ่ง

307
00:20:24.413 --> 00:20:28.413
ตัวนี้นะคะ ก็จะมีประโยนช์ตรงเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ

308
00:20:28.426 --> 00:20:32.426
จากพืชผลทางการเกษตร และลดมลภาวะ

309
00:20:32.427 --> 00:20:36.427
ทางอากาศได้ถึง 20-25 เปอร์เซ็นต์ แต่ก็ยังไม่ได้ดี

310
00:20:36.430 --> 00:20:40.430
ที่สุด ก็ยังมีการพัฒนามาอีก เรียกว่า "

311
00:20:40.431 --> 00:20:44.431
รถยนต์ เป็นรถยนต์ที่ใช้

312
00:20:44.433 --> 00:20:48.433
เชื้อเพลิงและไฟฟ้า ซึ่งสามารถลด

313
00:20:48.434 --> 00:20:52.434
มลภาวะทางอากาศได้ถึง 50 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว

314
00:20:52.436 --> 00:20:56.436
นักเรียนคิดว่าหยุดอยู่แค่นี้ไหมคะ

315
00:20:56.437 --> 00:21:00.437
ยังนะคะ เพราะว่ายังมี

316
00:21:00.438 --> 00:21:04.438
เทคโนโลยีอื่น ๆ มาทดแทนได้อีกนะคะ

317
00:21:04.439 --> 00:21:08.439
นั่นก็คือรถยนต์ไฟฟ้าค่ะ รถยนต์ไฟฟ้า

318
00:21:08.441 --> 00:21:12.441
นี่ ขับเคลื่อนด้วยมลภาวะ แน่นอนว่

319
00:21:12.443 --> 00:21:16.443
ให้ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศนะคะ

320
00:21:16.444 --> 00:21:20.444
กักเก็บไฟฟ้าไว้ในแบตเตอรี่และนำมา

321
00:21:20.445 --> 00:21:24.445
ขับเคลื่อนมอเตอร์ ดูเหมือนว่าจะแก้ไข

322
00:21:24.447 --> 00:21:28.447
ปัญหาด้านมลภาวะอากาศได้แล้ว หรือ

323
00:21:28.448 --> 00:21:32.448
คิดว่ารถยนต์ไฟฟ้านี่มีข้อจำกัดไหมคะ หรือว่า

324
00:21:32.448 --> 00:21:36.448
มันจะถูกพัฒนาไปในทิศทางไหน

325
00:21:36.452 --> 00:21:40.452
คิดนะคะ ว่าขนาดที่ลดมลภาวะ

326
00:21:40.453 --> 00:21:44.453
ได้แล้ว จะมีข้อจำกัดอะไรอีก

327
00:21:44.454 --> 00:21:48.454
ถ้านักเรียนพิจารณานะคะ ก็จะเห็น

328
00:21:48.455 --> 00:21:52.455
ว่ารถไฟฟ้า รถยนต์ไฟฟ้าตอนนี้ส่วนใหญ่

329
00:21:52.457 --> 00:21:56.457
เป็นรถยนต์รุ่นเล็กนะคะ ใช้สำหรับใช้ในเมืองใน

330
00:21:56.458 --> 00:22:00.458
ระยะสั้น ๆ ต้องมีสถานีชาร์จไฟฟ้า

331
00:22:00.459 --> 00:22:04.459
อยู่เป็นระยะ ๆ ก็มีการชาร์จนี่

332
00:22:04.460 --> 00:22:08.460
ต้องใช้เวลานาน เพราะฉะนั้น จึงไม่สะดวกเลย

333
00:22:08.462 --> 00:22:12.462
จึงต้องมีการพัฒนา จึงต้องมีการพัฒนา

334
00:22:12.463 --> 00:22:16.463
เพื่อให้ลบข้อจำกัด

335
00:22:16.464 --> 00:22:20.464
ข้อนี้นะคะ นักเรียนคิดว่าอะไรจะ

336
00:22:20.467 --> 00:22:24.467
สามารถแก้ไขปัญหานี้ได้คะ

337
00:22:24.468 --> 00:22:28.468
ในอนาคตอาจจะเป็นอย่างนี้ค่ะ รูปร่างหน้าตารถยนต์

338
00:22:28.471 --> 00:22:32.471
น่าสนใจไหมคะ ก็เพราะว่ามีแนวคิดของ

339
00:22:32.472 --> 00:22:36.472
การพัฒนาตั้งอยู่บนพื้นฐานเรียกว่า เนื่องจากรถ

340
00:22:36.473 --> 00:22:40.473
นี่เป็นรถยนต์รุ่นเล็ก

341
00:22:40.474 --> 00:22:44.474
ก็เลยมีแนวคิดว่าต้องมีการพัฒนาหาแหล่ง

342
00:22:44.477 --> 00:22:48.477
พลังงานที่มีอยู่ทั่วไป ที่จะไม่ต้อ

343
00:22:48.478 --> 00:22:52.478
ใช้สถานีชาร์จไฟฟ้า นั่นคือการใช้

344
00:22:52.480 --> 00:22:56.480
แผงโซลาร์เซลล์นั่นเอง ใช้แผงโซลาร์เซลล์เป็นหลังคารถ

345
00:22:56.481 --> 00:23:00.481
ไปเลย แล้วก็เปลี่ยนพลังจากแสงอาทิตย์เป็นพลังงาน

346
00:23:00.482 --> 00:23:04.482
ไฟฟ้า น่าจะมีการพัฒนาความเร็ว

347
00:23:04.483 --> 00:23:08.483
และก็พัฒนาประสิทธิภาพของเครื่องยนต์นั้นสามารถ

348
00:23:08.483 --> 00:23:12.483
เดินทางได้ไกล นี่ก็เป็นการ

349
00:23:12.485 --> 00:23:16.485
คาดการณ์ในอนาคตนะคะ ซึ่งจะต้องใช้ความรู้ในหลาย ๆ ด้าน

350
00:23:16.488 --> 00:23:20.488
เลย อย่างเช่น วิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์

351
00:23:20.489 --> 00:23:24.489
ในด้านต่าง ๆ ที่ช่วยในการขับเคลื่อนเครื่องยนต์

352
00:23:24.490 --> 00:23:28.490
ที่ใช้โซลาร์เซลล์นี้ อันนี้ก็เป็นแนวคิดในการพัฒนา

353
00:23:28.492 --> 00:23:32.492
ของหลายบริษัทที่พยายามทำอยู่ เพื่อให้นำไป

354
00:23:32.492 --> 00:23:36.492
สู่การใช้รถยนต์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

355
00:23:36.493 --> 00:23:40.493
แล้วก็มีประสิทธิภาพดี นี่ก็เป็นตัวอย่าง

356
00:23:40.494 --> 00:23:44.494
การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีด้วย

357
00:23:44.496 --> 00:23:48.496
นะคะ นักเรียนสังเกตไหมคะ ว่า

358
00:23:48.498 --> 00:23:52.498
ที่ผ่านมาครูได้นำเสนอ ครูได้นำเสนอ

359
00:23:52.500 --> 00:23:56.500
การคาดการณ์ครูใช้หลักการอะไรในการคาดการณ์คะ

360
00:23:56.501 --> 00:24:00.501
เช่น การ

361
00:24:00.502 --> 00:24:04.502
คาดการณ์บรรจุภัณฑ์จากวัสดุธรรมชาติ ครูก็คาดการณ์

362
00:24:04.502 --> 00:24:08.502
จากข้อจำกัดใช่ไหมคะ จากข้อจำกัดที่

363
00:24:08.503 --> 00:24:12.503
คิดว่าอาจจะเกิดขึ้น หรืออย่างเช่น

364
00:24:12.504 --> 00:24:16.504
รถยนต์ไฟฟ้า ครูคิดแนวคิดการพัฒนานี่

365
00:24:16.505 --> 00:24:20.505
ก็เกิดจากข้อจำกัดที่เกิดจากการใช้งานอยู่ตอนนี้

366
00:24:20.506 --> 00:24:24.506
อีกตอนหนึ่ง เพราะฉะนั้น

367
00:24:24.508 --> 00:24:28.508
เทคโนโลยีในอนาคตนะคะ ต้องเป็นการ

368
00:24:28.509 --> 00:24:32.509
คาดการณ์บนฐานความรู้ที่น่าเชื่อถือและมีความเป็นไปได้

369
00:24:32.509 --> 00:24:36.509
นอกจากนี้ก็ต้องลืมไม่ได้เลย ต้องพิจารณา

370
00:24:36.511 --> 00:24:40.511
จากสาเหตุ หรือปัจจัยที่เกิดขึ้นจากเทคโนโลยี

371
00:24:40.512 --> 00:24:44.512
นั้น ๆ ซึ่งแน่นอนคะ มีเรื่องของปัญหา และความ

372
00:24:44.513 --> 00:24:48.513
ต้องการของมนุษย์นี่แหละเป็นตัวผลักดัน

373
00:24:48.514 --> 00:24:52.514
รวมถึงความก้าวหน้าของศาสตร์ต่าง ๆ ร่วมด้วย

374
00:24:52.515 --> 00:24:56.515
และสิ่งแวดล้อม ก็เป็นปัจจัยและเป็นสาเหตุ

375
00:24:56.516 --> 00:25:00.516
เช่นกัน นี่ก็คือเป็นหลักการที่ทำให้

376
00:25:00.518 --> 00:25:04.518
เราได้สามารถคาดการณ์เทคโนโลยีในอนาคตได้

377
00:25:04.519 --> 00:25:08.519
นะคะ สำหรับนักเรียนคนใดที่อยากศึกษา

378
00:25:08.520 --> 00:25:12.520
เพิ่มเติมเกี่ยวกับอุปกรณ์ และเทคโนโลยี

379
00:25:12.522 --> 00:25:16.522
ทางการแพทย์ที่เรียกว่า "CPAP" นักเรียนก็สามารถ

380
00:25:16.523 --> 00:25:20.523
นำลิงก์นี้หรือว่าใช้ QR Code นี้ไป

381
00:25:20.527 --> 00:25:24.527
ศึกษาเพิ่มเติมได้ รวมถึงหมอนตุ๊กตาด้วยนะคะ เป็นเทคโนโลยีที่

382
00:25:24.532 --> 00:25:28.532
อยู่ใน... เป็นเทคโนโลยีที่สามารถอยู่

383
00:25:28.532 --> 00:25:32.532
ก็ไปลองศึกษาดูว่าเขามีหลักการอย่างไร รวมถึงเรื่อง

384
00:25:32.534 --> 00:25:36.534
บรรจุภัณฑ์ที่ผลิตจากวัสดุธรรมชาติด้วย

385
00:25:36.535 --> 00:25:40.535
น่าสนใจเลยทีเดียวค่ะ นักเรียนอาจจะต้องไปศึกษาเพิ่มเติม

386
00:25:40.536 --> 00:25:44.536
นะคะ จะได้เห็นแนวคิดที่จะสามารถพัฒนาต่าง ๆ

387
00:25:44.538 --> 00:25:48.538
ได้ดียิ่งขึ้น สำหรับวันนี้ครูก็

388
00:25:48.539 --> 00:25:52.539
อยากสรุปว่าปัญหาหรือความต้องการ

389
00:25:52.540 --> 00:25:56.540
ของมนุษย์นี่แหละค่ะ คือ สาเหตุที่สำคัญที่ทำให้เกิดการพัฒนา

390
00:25:56.541 --> 00:26:00.541
รวมถึงการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี นอกจากนี้

391
00:26:00.541 --> 00:26:04.541
ก็ต้องเปลี่ยนแปลงและพัฒนาอยู่ตลอดเวลา

392
00:26:04.543 --> 00:26:08.543
ขึ้นอยู่กับสาเหตุและปัจจัยต่าง ๆ

393
00:26:08.543 --> 00:26:12.543
นะคะ เพราะฉะนั้น ความเข้าใจการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี

394
00:26:12.544 --> 00:26:16.544
นี่แหละ และความสามารถในการวิเคราะห์

395
00:26:16.546 --> 00:26:20.546
ต่าง ๆนี่แหละ จะทำให้นักเรียนนั้นรู้เท่าทัน

396
00:26:20.547 --> 00:26:24.547
เทคโนโลยีสามารถคาดการณ์เทคโนโลยีในอนาคตได้

397
00:26:24.548 --> 00:26:28.548
เพราะฉะนั้น เมื่อคาดการณ์ได้แล้ว เมื่อทราบ

398
00:26:28.551 --> 00:26:32.551
สาเหตุ หรือปัจจัยแล้ว นักเรียนก็ต้องสามารถที่

399
00:26:32.551 --> 00:26:36.551
เทคโนโลยีดด้วย ซึ่งมีทั้งดี และมีทั้งไม่ดี

400
00:26:36.553 --> 00:26:40.553
ก็จะทำให้เรารู้เท่าทันและใช้เทคโนโลยีนั้นอย่าง

401
00:26:40.555 --> 00:26:44.555
คุ้มค่าและมีประโยชน์ ก็หวังว่าในเนื้อหาบทที่

402
00:26:44.555 --> 00:26:48.555
2 เรื่องของการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี ที่คุณครูได้อธิบาย

403
00:26:48.557 --> 00:26:52.557
ให้นักเรียนได้ฟังนั้นก็จะสามรถทำให้นักเรียน

404
00:26:52.558 --> 00:26:56.558
เข้าใจและนำไปใช้ได้อย่างดียิ่งขึ้นนะคะ

405
00:26:56.560 --> 00:27:00.560
พบกันใหม่ในหัวข้อต่อไปค่ะ สวัสดีค่ะ

406
00:27:00.562 --> 00:27:04.562
[เสียงดนตรี]

407
00:27:04.563 --> 00:27:08.563

408
00:27:08.564 --> 00:27:12.564

409
00:27:12.566 --> 00:27:16.566

410
00:27:16.570 --> 00:27:20.570

411
00:27:20.571 --> 00:27:23.574

412
00:27:24.575 --> 00:27:24.577

413
00:27:28.577 --> 00:27:28.581

414
00:27:32.581 --> 00:27:32.584


