[เสียงดนตรี] (คุณครูชรินทร์) สวัสดีครับ ครูชรินทร์ วัฒนธีรางกุล ครับ กับกิจกรรมการเรียนรู้ในรายวิชาเทคโนโลยี การออกแบบและเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ตามที่นักเรียนได้เรียนรู้ เกี่ยวกับเทคโนโลยีน่ารู้มาแล้ว ในบทที่ 1 บทที่ 2 และบทที่ 3 สำหรับกิจกรรมการเรียนในครั้งนี้ จะเกี่ยวข้องกับความรู้และทักษะพื้นฐาน โดยจะมีด้วยกัน 2 บทนะครับ คือ บทที่ 4 และบทที่ 5 นะครับ บทที่ 4 จะว่าด้วยเรื่องของวัสดุ และเครื่องมือพื้นฐาน บทที่ 5 จะว่าด้วยเรื่องของกลไกไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์นะครับ สำหรับการเรียนในครั้งนี้นะครับ จะเป็นหัวข้อแรกของบทที่ 4 ก็คือหัวข้อวัสดุ เทคโนโลยีหรือชิ้นงานต่าง ๆ ที่พัฒนาขึ้น ต้องอาศัยวัสดุอุปกรณ์ และเครื่องมือที่เหมาะสม เพื่อให้ได้เทคโนโลยีหรือชิ้นงานที่เหมาะสม ตรงกับความต้องการ ที่สำคัญ คือ และใช้ทรัพยากรได้อย่างคุ้มค่า ก่อนที่เราจะไปเรียนรู้นะครับ เรามาดูจุดประสงค์การเรียนรู้ ในหัวข้อนี้กันก่อนนะครับ โดยจุดประสงค์การเรียนรู้ในหัวข้อนี้นะครับ ครูคาดหวังว่านักเรียนจะสามารถวิเคราะห์ ชนิดและสมบัติของวัสดุได้ 2. นักเรียนสามารถเลือกใช้วัสดุ พร้อมบอกเหตุผลในการเลือกใช้วัสดุนั้นได้นะครับ เราได้ทราบจุดประสงค์ของการเรียนรู้แล้ว เรามาเริ่มเรียนรู้กันเลยนะครับ จากภาพนะครับ นักเรียนคิดว่าพัดลมและกระทะ ประกอบด้วยชิ้นส่วนอะไรบ้างนะครับ อันนี้เดี๋ยวครูก็ให้เวลานักเรียนคิด ประมาณ 10 วินาทีนะครับ บอกเฉพาะองค์ประกอบที่สำคัญ ๆ นะครับ เริ่มทำได้เลยครับ โอเคนะครับ นักเรียนพอจะได้คำตอบแล้วใช่ไหมครับ ว่าส่วนประกอบของพัดลมประกอบด้วยอะไรบ้าง ส่วนประกอบของกระทะประกอบด้วยอะไรบ้าง เรามาดูส่วนประกอบแรกของพัดลมกันนะครับ พัดลมนะครับ ประกอบด้วยใบพัด มอเตอร์ ตะแกรงครอบ สวิตช์กลไกการเปิด-ปิด ฐานยึด สำหรับกระทะนะครับ มีส่วนประกอบอะไรบ้าง ก็จะมีตัวกระทะ แล้วก็ด้ามจับนะครับ นักเรียนคิดว่าแต่ละชิ้นส่วนของพัดลม ทำจากวัสดุอะไรนะครับ เอาชิ้นส่วนที่เราได้กล่าวมานะครับ แต่ละชิ้นส่วนทำจากวัสดุอะไรนะครับ ให้นักเรียนคิดประมาณ 5 วินาทีนะครับ ลงมือคิดได้ครับ โอเคนะครับ นักเรียนคงจะได้คำตอบแล้วนะครับ มอเตอร์ทำจากอะไรครับ มอเตอร์ทำจากขดลวดทองแดง แล้วก็เหล็กนะครับ ตะแกรงครอบล่ะครับ ตะแกรงครอบทำจากเหล็กนะครับ ใบพัด ฐานยึด สวิตช์กลไกการเปิด-ปิดล่ะครับ ทำจากอะไรครับ ทั้ง 3 ตัวนี้นะครับ จะทำจากพลาสติกนะครับ แล้วก็เป็นพลาสติกที่มีความหนาแน่นสูง ทีนี้นักเรียนช่วยครูคิดหน่อยสิครับ ว่าทำไมขดลวดในมอเตอร์ ต้องเป็นขดลวดทองแดง เราใช้ขดลวดเหล็กได้ไหม หรือใช้ขดลวดเงินได้ไหมครับ มีใครตอบได้บ้างครับ ติ๊กต่อก ติ๊กต่อก ติ๊กต่อก ใครตอบได้บ้างเอ่ยครับ เหตุใดขดลวดในมอเตอร์ต้องเป็นขดลวดทองแดง นะครับ เนื่องจากว่าทองแดงนำไฟฟ้าได้ดีนะครับ และมีราคาถูก แม้ว่าทองแดงจะนำไฟฟ้าได้ไม่ดีที่สุดนะครับ แต่เมื่อเทียบราคาแล้ว ทองแดงมีราคาถูกนะครับ จึงนิยมนำทองแดง มาทำเป็นขดลวดในมอเตอร์นะครับ ทีนี้เรามาดูชิ้นส่วนของกระทะบ้างนะครับ ชิ้นส่วนของกระทะทำจากวัสดุอะไร อันนี้ครูก็ให้นักเรียนคิดประมาณ 5 วินาทีนะครับ ลงมือคิดได้ครับ โอเคนะครับ เรามาดูกันว่าชิ้นส่วนของกระทะนะครับ ทำจากวัสดุอะไรนะครับ มาดูชิ้นส่วนแรก ก็คือด้ามจับนะครับ ด้ามจับทำจากพลาสติกนะครับ ด้ามจับจากพลาสติก นักเรียนเคยเห็นด้ามจับ ที่ทำจากวัสดุอย่างอื่นอีกไหม นอกจากพลาสติก ถูกต้องแล้วครับ เรายังมีด้ามจับที่ทำด้วยไม้นะครับ ทีนี้มาดูตัวกระทะบ้างนะครับ ตัวกระทะที่เราเคยเจอมานะครับ กระทะทำจากอะไรบ้าง ทำจากเหล็กนะครับ ทำจากสเตนเลสนะครับ ทำจากอะลูมิเนียม แล้วก็ทำจากทองเหลืองนะครับ แล้วนักเรียนพอจะทราบไหมว่า ผู้ผลิตมีเหตุผลอะไรนะครับ ในการที่จะเลือกใช้วัสดุเหล่านี้ มาทำเป็นชิ้นส่วนของกระทะนะครับ ทำไมต้องใช้พลาสติกทำเป็นด้ามจับ ทำไมต้องใช้ไม้ทำเป็นด้ามจับ หรือทำไมต้องใช้เหล็กเป็น... ทำตัวกระทะ ทำไมต้องใช้สเตนเลสทำตัวกระทะ เราใช้ไม้ทำตัวกระทะได้ไหม สาเหตุที่เราต้องใช้เหล็กนะครับ หรือโลหะในการทำตัวกระทะ เนื่องจากว่าโลหะนำความร้อนได้ดีนะครับ สำหรับด้ามจับนะครับ ด้ามจับจะต้อง... ใช้วัสดุที่ไม่นำความร้อนนะครับ ซึ่งพลาสติกและไม้ไม่นำความร้อน เพราะฉะนั้น เวลาเราจับด้ามจับ เราก็เลยไม่รู้สึกร้อนนะครับ ก็สร้างความปลอดภัยให้กับผู้ใช้งานนะครับ นักเรียนคิดว่าวัสดุดังกล่าวนะครับ นอกจากจะมีสมบัติในการที่จะนำไฟฟ้า หรือไม่นำไฟฟ้าแล้ว ยังมีสมบัติอื่น ๆ อีกไหมนะครับ ให้นักเรียนช่วยกันคิดนะครับ ประมาณ 5 วินาทีนะครับ โอเคนะครับ ไม่ว่าวัสดุของเรานะครับ จะเป็นวัสดุที่เกิดจากธรรมชาตินะครับ หรือวัสดุที่สังเคราะห์ขึ้นนะครับ มีสมบัติเฉพาะตัวที่แตกต่างกันไป ดังนั้น เวลาเราเลือกใช้วัสดุนะครับ เราต้องเลือกให้เหมาะสมกับงานนะครับ สมบัติของวัสดุมีหลายอย่างด้วยกันนะครับ อย่างเช่น สภาพยืดหยุ่นนะครับ ความแข็งแรงนะครับ การนำไฟฟ้า การนำความร้อน ความเปราะ ความหนาแน่น ในที่นี้นะครับ จะยกตัวอย่างสมบัติของวัสดุนะครับ ด้านสภาพยืดหยุ่น ความแข็งแรง และการนำความร้อนนะครับ เรามาดูสมบัติอันแรกนะครับ สมบัติยืดหยุ่นนะครับ สภาพยืดหยุ่นนะครับ เป็นสมบัติของวัสดุ ที่สามารถกลับคืนสู่สภาพรูปร่างเดิมได้ หลังจากหยุดแรงกระทำ มาดูตัวอย่างนะครับ เพื่อให้เกิดภาพที่ชัดเจนยิ่งขึ้นนะครับ เช่น ยางยืดนะครับ ยางยืดนี่เมื่อเราออกแรงยืดนะครับ มันก็จะยืดออกใช่ไหมครับ พอเราปล่อยนะครับ มันก็จะหดกลับ อยู่ในสภาพเดิมนะครับ ตัวอย่างถัดไปก็จะเป็นสปริงนะครับ อันนี้นักเรียนก็หลายคน ก็อาจจะเอามาเคยดึงเล่นนะครับ ฟองน้ำนะครับ เมื่อออกแรงกดลงไป ฟองน้ำก็จะเป็นรอยบุ๋ม พอเรายกนิ้วออก ฟองน้ำก็พองตัวขึ้นมาเหมือนเดิมครับ เอาล่ะครับ ทีนี้ให้นักเรียนช่วยกันสังเกตรูปนี้นะครับ รูปนี้จะประกอบด้วย ชิ้นส่วนที่สำคัญ ๆ คือ เสาตอม่อนะครับ ตัวสะพาน แล้วก็สายเคเบิล นักเรียนลองพิจารณาดูสิ ว่าชิ้นส่วนไหนที่อาศัยสมบัติสภาพยืดหยุ่น ครูจะให้นักเรียนช่วยกันคิดนะครับ หาคำตอบ เป็นเวลา 5 วินาทีนะครับ เริ่มลงมือคิดได้เลยครับ ก็คือสายเคเบิลและสะพานนั่นเองนะครับ มาดูสมบัติอันที่ 2 นะครับ ก็คือความแข็งแรง ความแข็งแรง คือ ความสามารถในการรับน้ำหนัก หรือแรงกดทับนะครับ โดยวัตถุนั้นยังคงสภาพไม่แตกหักนะครับ วัตถุใดที่รับน้ำหนักได้มาก ก็แสดงว่ามีความแข็งแรงมากนะครับ เรามาดูตัวอย่างนะครับ นี่คือตัวอย่างของความแข็งแรงนะครับ โครงสร้างคานสะพานนะครับ เนื่องจากว่าต้องรับน้ำหนัก ของสะพานเยอะ ๆ นะครับ เพราะฉะนั้น โครงสร้างคานสะพาน จะต้องมีความแข็งแรง สมบัติตัวที่ 3 นะครับ การนำความร้อนนะครับ การนำความร้อนนะครับ เป็นการถ่ายเทความร้อนภายในวัตถุนะครับ หรือเป็นการถ่ายเทความร้อนระหว่างวัตถุ ที่อยู่ติดกันนะครับ โดยการถ่ายเทนะครับ จะถ่ายเทจากบริเวณที่มีอุณหภูมิสูง ไปยังบริเวณที่มีอุณหภูมิต่ำนะครับ โดยวัตถุที่... โดยวัสดุที่นำความร้อนได้ดี เราเรียกว่า "ตัวนำความร้อน" นะครับ ตัวอย่างเช่น กระทะสเตนเลสนะครับ หรือเหล็กนะครับ หรือทองเหลืองนะครับ วัสดุเหล่านี้จะนำความร้อนได้ดี สำหรับวัสดุที่นำความร้อนได้ไม่ดี เราจะเรียกว่า "ฉนวนความร้อน" นะครับ เช่น ไม้ แก้ว พลาสติกนะครับ เพราะฉะนั้น จะเห็นว่ากระทะนะครับ จะต้องใช้ตัวนำความร้อนและใช้ฉนวนนะครับ เพื่อที่จะใช้งานได้อย่างปลอดภัยนั่นเองนะครับ วัสดุที่นำมาประดิษฐ์ หรือสร้างเป็นอุปกรณ์ต่าง ๆ นี่ มีหลากหลายประเภทด้วยกันนะครับ เรามาดูวัสดุน่ารู้กันนะครับ ในที่นี้จะพูดถึงในเรื่องของโลหะนะครับ ไม้ เซรามิก วัสดุผสม และวัสดุสมัยใหม่นะครับ นักเรียนคิดว่าวัสดุแต่ละประเภทมีสมบัติ และการนำไปใช้อย่างไรบ้างครับ เรามาดูวัสดุชนิดแรกกันเลย ก็คือโลหะนะครับ โลหะนะครับ เป็นวัสดุที่ได้จากการถลุงสินแร่นะครับ มีเนื้อค่อนข้างบริสุทธิ์ ยกตัวอย่างเช่น เหล็กนี่ ก็ไปพัฒนาเป็นเหล็กกล้านะครับ ไปทำเป็นเหล็กไร้สนิมนะครับ ซึ่งโดยทั่ว ๆ ไปแล้วนะครับ โลหะจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทด้วยกันนะครับ ก็คือโลหะประเภทเหล็กนะครับ อันนี้จะมีโลหะที่เป็นธาตุเหล็กนะครับ เป็นส่วนประกอบหลักนะครับ แล้วก็โลหะที่ไม่ใช่เหล็กนะครับ ที่มีธาตุเหล็ก... ที่ไม่มีธาตุเหล็กเป็นส่วนประกอบนะครับ ตัวอย่างของโลหะประเภทเหล็ก ที่เราจะพูดถึงในชิ้นนี้ ก็จะมีเหล็กฉากนะครับ เหล็กเส้นกลม เหล็กกล่อง เหล็กตัว C เหล็กแผ่น เหล็กท่อดำนะครับ แล้วก็ตัวอย่างของโลหะประเภทที่ไม่ใช่เหล็ก ก็จะไปพูดถึงเรื่องของสังกะสี ทองคำ อะลูมิเนียม แล้วก็ทองแดงนะครับ เรามาดูตัวอย่างแรก ของโลหะประเภทเหล็กนะครับ เหล็กฉากนะครับ จะมีรูปทรงเป็นตัว L นะครับ อันนี้เกิดจากการรีดร้อนของเหล็กนะครับ อันนี้เหมาะใช้งานประเภทโครงสร้างนะครับ เช่น โครงสร้างอาคาร หรือโครงสร้างของโรงงานต่าง ๆ นะครับ เหล็กเส้นกลม อันนี้ก็จะเป็นเส้นกลม ผิวเรียบ เหมาะกับงานทั่วไป หรืองานก่อสร้างเสริมคอนกรีตนะครับ เช่น สร้างอาคารพาณิชย์ สำนักงาน หรือทำรั้วนะครับ ในกล่องนะครับ อันนี้ก็จะเป็นกล่องสี่เหลี่ยมนะครับ รับแรงต้านการสูญเสียรูปได้ดี เหมาะกับการใช้งานในงานก่อสร้าง เช่น โครงสร้างหลังคานะครับ โครงสร้างหรือจะเป็นคาน หรือจะเป็นเสานะครับ เหล็กตัว C จะเป็นรูปทรงตัว C นะครับ ใช้เป็น... ใช้ในงานโครงสร้างหลังคา หรือเป็นเสาค้ำยันนะครับ ถ้านักเรียนสังเกตในรูปนะครับ รูปด้านบนนะครับ อันนี้จะเป็นเหล็กตัว C 2 ตัวที่เอามา 2 เส้น ที่เอามาประกบกันนะครับ ก็จะมองเหมือนเป็นเหล็กกล่องสี่เหลี่ยมครับ เหล็กแผ่นนะครับ เป็นจะเป็นแผ่นสี่เหลี่ยมนะครับ อันนี้จะใช้ในงานโครงสร้างทั่วไป หรืองานปูพื้นนะครับ หรือจะเป็นงานต่อเรือก็ได้นะครับ มีทั้งแบบที่มีลวดลาย แล้วก็ไม่มีลวดลายนะครับ สำหรับในรูปนี้จะเป็นแบบมีลวดลาย ซึ่งอันนี้ก็จะเป็นเพิ่มแรงเสียดทานนะครับ เหมาะกับเอาไปใช้ในงานปูพื้นนะครับ เพื่อเพิ่มแรงเสียดทานไม่ให้ลื่นนั่นเองนะครับ เหล็กท่อดำนะครับ อันนี้จะเป็นท่อกลมนะครับ ใช้กับงานก่อสร้างที่รับน้ำหนักไม่มาก งานประกอบทั่ว ๆ ไปนะครับ อาจจะทำท่อลมหรือจะเป็นทำท่อน้ำมันก็ได้นะครับ เรามาดูโลหะประเภทที่ไม่ใช่เหล็กกันบ้างนะครับ สังกะสีนะครับ สังกะสีเป็นอย่างไร สังกะสีนี่จะขึ้นรูปง่ายนะครับ มีความแข็งแรง ที่สำคัญคือทนต่อการเกิดสนิมนะครับ เราสามารถนำสังกะสี มาเป็นผนังชิ้นงานของเราก็ได้นะครับ เนื่องจากว่าถูกกว่าแผ่นเหล็กนะครับ ทองคำนะครับ อันนี้มีลักษณะที่อ่อนตัวนะครับ ยืดและตีเป็นแผ่นได้นะครับ นำไฟฟ้าได้ดี ทนต่อการกัดกร่อน นิยมใช้ในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์นะครับ สำหรับอะลูมิเนียมนะครับ อะลูมิเนียมจะมีน้ำหนักเบานะครับ ง่ายต่อการเปลี่ยนรูปร่างนะครับ นำไฟฟ้าได้ดีนำความร้อนได้ดีนะครับ นิยมนำมาทำเป็นกรอบประตู กรอบหน้าต่างนะครับ หรือแม้กระทั่งนำมาเป็น... ทำเป็นบรรจุภัณฑ์สำหรับบรรจุอาหารนะครับ ทองแดงนะครับ ทองแดงนำไฟฟ้าได้ดี นำความร้อนได้ดี ทนต่อการกัดกร่อน นิยมใช้เป็นชิ้นส่วนอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ มาดูวัสดุตัวน่ารู้ตัวต่อไป ก็คือไม้นะครับ ไม้จัดเป็นวัสดุพื้นฐาน ที่ถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายนะครับ นักเรียนคิดว่าไม้มีข้อดี และมีข้อเสียอย่างไรบ้างครับ ให้เวลาคิด 10 วินาทีนะครับ ช่วยกันคิดบอกว่า ข้อดีและข้อเสียของไม้มีอะไรบ้าง โอเคนะครับ เริ่มลงมือคิดได้ครับ เรามาดูข้อดีของไม้กันนะครับ ไม้มีข้อดีอย่างไรนะครับ อันดับแรกเลย ไม้มีความสวยงามนะครับ มีความแข็งแรงนะครับ และที่สำคัญ คือ เป็นวัสดุจากธรรมชาตินะครับ แต่ข้อเสีย ก็คือไม้เสื่อมสภาพตามอายุนะครับ ดูดความชื้นนะครับ ผุพังได้ง่ายนะครับ ถูกทำลายโดยปลวก มอด แล้วก็แมลงนะครับ และที่สำคัญ คือ ไม้ติดไฟนะครับ ซึ่งจะเห็นว่าข้อเสียไม้มีเยอะนะครับ แต่เราก็ยังนิยมใช้ไม้ เนื่องจากว่าไม้นี่จัดเป็นวัสดุพื้นฐานเลย เพราะฉะนั้น แล้วเราจะแก้ปัญหา หรือแก้ข้อเสียเหล่านี้อย่างไรนะครับ นักเรียนช่วยครูคิดได้ไหมครับ โอเคนะครับ เราสามารถแก้ปัญหาความชื้นนะครับ หรือเรื่องของการผุพังได้ง่ายของไม้นะครับ โดยใช้ไม้สังเคราะห์ขึ้นมานะครับ โดยไม้สังเคราะห์นะครับ เป็นวัสดุทดแทน ทำจากธรรมชาตินะครับ ซึ่งบางสิ่งบางอย่างมีคุณสมบัติ ที่ดีกว่าไม้จากธรรมชาติด้วยซ้ำไปนะครับ โดยไม้สังเคราะห์ สามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ ก็คือไม้สังเคราะห์พลาสติกนะครับ อันนี้ได้จากเอาผงไม้มาผสมกับขี้เลื่อยนะครับ หรือว่า... หรือเส้นใยไม้นะครับ แล้วก็ผสมพลาสติกนะครับ ซึ่งคุณสมบัติจะขึ้นอยู่กับสัดส่วนของไม้ และสัดส่วนของพลาสติก ตัวอย่าง ก็คือไฟเบอร์บอร์ดนะครับ ผลิตจากการบดท่อนไม้เนื้ออ่อนนะครับ ให้เป็นเส้นใย แล้วอัดประสานด้วยกาวเป็นชิ้นไม้นะครับ ภายใต้อุณหภูมิและความดันที่สูงนะครับ แล้วก็จะมาทำเป็นทำเป็นเฟอร์นิเจอร์นะครับ ตัวอย่างอันที่ 2 ก็คือแผ่นไม้อัดนะครับ อันนี้ก็จะผลิตจากเศษไม้นะครับ หรือขี้เลื่อย แล้วก็ประสานกันด้วยสารเคมี ด้วยความดันสูงนะครับ ไม้ทั้ง 2 นะครับ จะมีราคาถูก แต่ไม่ทนกับความชื้นนะครับ ไม้ทั้ง 2 นี้ถ้าโดนน้ำนี่ก็จะบวมน้ำเลยนะครับ เรามาดูไม้สังเคราะห์อีกประเภทหนึ่ง ก็คือไม้สังเคราะห์ไฟเบอร์ซีเมนต์นะครับ อันนี้ได้จากปูนนะครับ ผสมกับทราย ผสมกับผงไม้นะครับ แล้วก็ผ่านกระบวนการอัดขึ้นรูปนะครับ มีความแข็งแรงทนทาน เทียบเท่ากับคอนกรีตเลยนะครับ อันนี้ก็ใช้ในงานก่อสร้างทั่ว ๆ ไปนะครับ อันนี้เป็นตัวอย่างของไม้นะครับ วัสดุน่ารู้ที่จะนำเสนอลำดับถัดไปนะครับ ก็คือเซรามิกนะครับ โดยเซรามิกนะครับ จะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำจากวัตถุดิบในธรรมชาติ เช่น ดิน หิน ทราย และแร่ธาตุต่าง ๆ นะครับ นำมาผสมกัน แล้วนำไปเผา เพื่อเปลี่ยนเนื้อวัตถุให้แข็งแรงและคงรูปนะครับ ตัวอย่างวัสดุเซรามิกในที่นี้ ก็คือแก้วนะครับ โดยเมื่อแก้ว ผ่านกระบวนการปรับปรุงสมบัติและขึ้นรูปเป็นแผ่น จะเรียกว่า "กระจก" นะครับ ตัวอย่างของกระจกอันดับแรกนะครับ ก็คือกระจกแผ่นนะครับ กระจกแผ่นเป็นกระจกที่พบได้ทั่วไป มีความแข็งแรงต่ำนะครับ ผิวกระจกเป็นรอยขูดขีดได้ง่าย ส่วนใหญ่นิยมใช้เป็นกรอบรูปนะครับ เป็นกระจกเงา เป็นกระจกที่ใช้สำหรับเครื่องเรือน ตัวอย่างกระจกลำดับถัดมานะครับ ก็คือกระจกเงานะครับ กระจกเงาเกิดจากการฉาบโลหะเงิน ลงไปที่ด้านใดด้านหนึ่งของกระจกนะครับ กระจกเงาที่พบทั่วไป มักมีผิวที่เรียบแบนเสมอกันนะครับ สามารถสะท้อนภาพจากวัตถุได้เท่ากันหมดนะครับ ใช้เป็นกระจกส่องในห้องน้ำ หรือห้องแต่งตัวนะครับ ตัวอย่างลำดับถัดมานะครับ ก็คือกระจกสะท้อนแสงนะครับ กระจกสะท้อนแสง เป็นกระจกที่มีการเคลือบสารสะท้อนแสง ไว้ที่ผิวหน้านะครับ ทำให้สามารถสะท้อนแสงได้ 20-30 เปอร์เซ็นต์นะครับ จึงช่วยลดความร้อนที่จะเข้ามาภายในอาคาร แต่ก็ส่งผลให้แสง ไม่สามารถผ่านเข้ามาในอาคารได้นะครับ ทำให้ต้องติดตั้งไฟส่องสว่างในอาคารเพิ่มนะครับ ส่วนใหญ่กระจกชนิดนี้นะครับ จะใช้ในอาคารพาณิชย์นะครับ หรือกระจกประตูบ้าน ลำดับถัดมานะครับ ก็คือกระจกนิรภัยนะครับ กระจกนิรภัย เป็นกระจกที่แข็งแรงมากกว่ากระจกธรรมดา 5-10 เท่านะครับ เมื่อแตกจะแตกกระจายเป็นเม็ดเล็ก ๆ นะครับ คล้ายกับเม็ดข้าวโพดนะครับ และมีความคมน้อย นิยมใช้เป็นกระจกตู้โชว์นะครับ กระจกหน้ารถยนต์ กระจกหน้าต่าง ผนังกระจกของอาคาร ที่ได้รับความร้อนที่สูงกว่าปกตินะครับ ตัวอย่างกระจกลำดับถัดมานะครับ ก็คือกระจกกึ่งนิรภัยนะครับ กระจกกึ่งนิรภัยนะครับ มีความแข็งแรงมากกว่ากระจกธรรมดา 2-3 เท่านะครับ เมื่อแตกจะมีลักษณะเป็นปากฉลาม ยึดติดอยู่กับกรอบไม่ร่วงหล่นนะครับ นิยมใช้ทำผนังภายนอกอาคาร ที่มีแรงปะทะของลมสูง ตัวอย่างของกระจกลำดับสุดท้าย ก็คือกระจกฉนวนความร้อนนะครับ กระจกชนิดนี้นะครับ จะเป็นการนำกระจกตั้งแต่ 2 แผ่น มาประกบกันนะครับ โดยบรรจุฉนวนไว้ภายในนะครับ เพื่อให้มีสมบัติ ในการเก็บรักษาอุณหภูมิภายในนะครับ และยอมให้แสงผ่านเข้ามาภายในอาคารได้ แต่ไม่ยอมให้ความร้อนผ่านเข้ามา หรือเข้ามาได้น้อยมากนะครับ กระจกชนิดนี้จะใช้สำหรับอาคาร ที่ต้องการควบคุมอุณหภูมิให้คงที่ตลอดเวลา เช่น พิพิธภัณฑ์ อาคารเก็บอาหาร หรือห้องเก็บไวน์นะครับ เรามาดูวัสดุน่ารู้ตัวถัดไปนะครับ ก็คือวัสดุผสม วัสดุผสมเป็นวัสดุที่มีการผสมวัสดุ ตั้งแต่ 2 ชนิดขึ้นไปเข้าด้วยกัน โดยที่วัสดุทั้ง 2 จะไม่ละลายซึ่งกันและกัน และเรียกวัสดุที่มีปริมาณมากกว่าว่า "วัสดุหลัก" และเรียกวัสดุที่กระจายแทรกอยู่ในเนื้อวัสดุหลัก ว่า "วัสดุเสริมแรง" ครับ โดยวัสดุที่นำมาเสริมแรงนะครับ จะช่วยปรับปรุงสมบัติเชิงกลของวัสดุหลักให้ดีขึ้น เช่น เพิ่มความแข็งแรงนะครับ เพิ่มความเหนียวนะครับ ลักษณะของวัสดุเสริมแรงนะครับ อาจจะมีลักษณะเป็นก้อน เป็นเส้น เป็นเกล็ด หรือเป็นอนุภาคก็ได้นะครับ วัสดุผสมนะครับ สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภทด้วยกัน ก็คือ 1. วัสดุเชิงประกอบโพลิเมอร์นะครับ อันนี้จะเป็นการเสริมแรงให้พอลิเมอร์ โดยการเติมเส้นใยเสริมแรงเข้าไปนะครับ เช่น เติมเส้นใยแก้ว เส้นใยคาร์บอน หรือเส้นลวดโลหะนะครับ อันที่ 2 ก็คือวัสดุเชิงประกอบโลหะ อันนี้จะมีโลหะเป็นวัสดุหลัก เช่น อะลูมิเนียมนะครับ แล้วก็มีวัสดุเสริมแรงเป็นวัสดุเซรามิก หรือสารเสริมแรงโลหะ เช่น ซิลิคอนคาร์ไบด์นะครับ เพื่อเพิ่มความทนทานต่อการใช้งาน หรือเพิ่มอายุการใช้งานนั่นเอง ทนต่อการกัดกร่อน แล้วก็ที่สำคัญ คือ น้ำหนักเบานะครับ แบบที่ 3 ก็คือวัสดุเชิงประกอบเซรามิกนะครับ เนื่องจากเซรามิกมีความเปราะ แตกหักง่าย จึงต้องเสริมความเหนียวและทำให้ทนทานมากขึ้น โดยการเติมเส้นใยหรืออนุภาคเข้าไป เช่น อะลูมินาซิลิกานะครับ ให้นักเรียนดูภาพเหล่านี้ แล้วบอกครูว่าภาพที่นักเรียนเห็น เป็นวัสดุเชิงประกอบแบบไหนนะครับ ภาพนี้นะครับ ตอบได้ไหมครับ ภาพนี้เป็นวัสดุเชิงประกอบเซรามิกนะครับ สำหรับภาพนี้นะครับ ภาพนี้เป็นวัสดุเชิงประกอบพอลิเมอร์นะครับ เยี่ยมมากเลยนะครับ เรามาดูวัสดุน่ารู้ตัวถัดไปนะครับ ก็คือวัสดุสมัยใหม่นะครับ วัสดุสมัยใหม่ถูกผลิตหรือสังเคราะห์ขึ้น ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น วัสดุนาโน วัสดุชีวภาพ ตัวเก็บประจุยิ่งยวดนะครับ ในที่นี้เราจะกล่าวถึงเฉพาะวัสดุนาโนนะครับ ซึ่งเป็นวัสดุที่มีขนาด 1-100 นาโนเมตรนะครับ แล้วก็สมบัติของวัสดุนาโนนี่ จะแตกต่างไปจากวัสดุชนิดเดียวกัน ที่มีขนาดใหญ่กว่านะครับ โดยวัสดุนาโนนะครับ จะถูกแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ก็คือวัสดุนาโนจากธรรมชาติ และวัสดุนาโนจากการผลิตนะครับ ตัวอย่างนาโนจากธรรมชาติ ก็คือโครงสร้างขนาดเล็กบนผิวใบบัวนะครับ ทำให้น้ำไม่สามารถเกาะผิวใบบัวได้นะครับ หรือที่เราเรียกว่า "กระบวนการน้ำกลิ้งบนใบบัว" นะครับ สำหรับตัวอย่างของวัสดุนาโนที่เกิดจากการผลิต ก็เช่น ท่อนาโนคาร์บอนนะครับ อนุภาคนาโนไทเทเนียมไดออกไซด์นะครับ แล้วก็เส้นใยนาโนนะครับ สำหรับบทเรียนนี้นะครับ นักเรียนได้เรียนรู้เกี่ยวกับวัสดุต่าง ๆ นะครับ ดังนั้น ในการสร้างสิ่งของเครื่องใช้ ผู้สร้างนะครับ กำหนดคุณสมบัติเบื้องต้นที่ต้องการ เพื่อที่จะเลือกใช้วัสดุให้เหมาะสม เช่น ในการสร้างเก้าอี้สำหรับผู้สูงอายุ จะต้องเลือกใช้วัสดุที่สามารถรองรับน้ำหนักได้ดี มีความแข็งแรง มีความนุ่มนะครับ และเพื่อให้ผู้สูงอายุได้นั่งอย่างสบาย และที่สำคัญ คือ ให้ผู้สูงอายุสามารถลุกนั่ง ได้อย่างสะดวกด้วยครับ ก่อนจะจากกันนะครับ ฝากนักเรียนกลับไปทำกิจกรรม ที่ 4.1 ด้วยนะครับ ก็คือวิเคราะห์ประเภทและอธิบายสมบัติวัสดุ ในสิ่งของเครื่องใช้นะครับ โดยให้นักเรียนยกตัวอย่าง อุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์ อย่างน้อย 3 ประเภทนะครับ แล้ววิเคราะห์ประเภทของวัสดุที่ใช้สร้าง หรือวัสดุที่เป็นส่วนประกอบนะครับ จากนั้นให้บอกสมบัติของวัสดุ และเหตุผลที่เลือกใช้วัสดุประเภทนั้นนะครับ สำหรับการเรียนรู้ในหัวข้อนี้ ก็ขอจบเพียงเท่านี้นะครับ อย่าลืมไปทำกิจกรรมที่ 4.1 นะครับ สวัสดีครับ [เสียงดนตรี]