[เสียงดนตรี] (คุณครูชรินทร์) สวัสดีครับ ครูชรินทร์ วัฒนธีรางกูร ครับ กับกิจกรรมการเรียนรู้ ในรายวิชาเทคโนโลยี การออกแบบและเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 เรายังคงอยู่กับความรู้และทักษะพื้นฐานนะครับ โดยในการเรียนครั้งนี้นะครับ จะเป็นหัวข้อเครื่องมือพื้นฐาน ในการสร้างชิ้นงานให้มีความถูกต้อง ทั้งรูปร่าง มาตราส่วน และมีความสวยงามนั้น นอกจากจะต้องเลือกวัสดุที่เหมาะสมแล้ว จะต้องเลือกใช้เครื่องมือ ให้เหมาะสมกับชนิดของงานและวัสดุด้วยนะครับ สำหรับจุดประสงค์การเรียนรู้ในหัวข้อนี้นะครับ ครูคาดหวังว่านักเรียนจะสามารถ... ข้อที่ 1 วิเคราะห์เครื่องมือพื้นฐาน ในการสร้างสิ่งของเครื่องใช้ ข้อที่ 2 เลือกใช้เครื่องมือพื้นฐาน พร้อมบอกเหตุผลในการใช้เครื่องมือนั้นได้นะครับ เรามาเริ่มเรียนรู้กันเลยนะครับ จากรูปนะครับ นักเรียนคิดว่าในการสร้างชิ้นงานเหล่านี้ จะต้องใช้วัสดุใดบ้างนะครับ ครูจะให้เวลานักเรียนคิด 10 วินาทีนะครับ เริ่มลงมือคิดได้เลยนะครับ โอเคนะครับ เรามาดูกันว่าชิ้นงานเหล่านี้นะครับ ใช้วัสดุใดบ้างนะครับ เก้าอี้ตัวทางซ้ายมือนะครับ สร้างจากอะไรครับ สร้างจากพลาสติกนะครับ นอกจากพลาสติกแล้ว ยังมีวัสดุอย่างอื่นอีกไหมนะครับ ก็มีสเตนเลสนะครับ แล้วเก้าอี้ตัวทางขวามือนะครับ สร้างจากอะไรครับ สร้างจากไม้นะครับ แล้วก็เหล็กนะครับ ครูอยากจะให้นักเรียนช่วยกันคิดต่อนะครับ ว่าในการสร้างชิ้นงานเหล่านี้นะครับ เราจำเป็นจะต้องใช้เครื่องมือใดบ้างนะครับ ครูให้เวลาในการคิด 10 วินาทีนะครับ บอกว่าชิ้นงานเหล่านี้นะครับ ใช้เครื่องมือชนิดใดบ้างนะครับ ลงมือคิดได้เลยครับ โอเคนะครับ เรามาดูกันว่าชิ้นงานเหล่านี้นะครับ ใช้เครื่องมือชนิดใดบ้างนะครับ เก้าอี้ตัวทางซ้ายมือนะครับ ใช้เครื่องขึ้นรูปพลาสติกนะครับ นอกจากจะใช้เครื่องขึ้นรูปพลาสติกแล้วนะครับ ยังต้องใช้เครื่องตัดโลหะนะครับ แล้วจะเห็น... สังเกตดูว่าโครงโลหะนะครับ หรือโครงสเตนเลสของเก้าอี้ตัวนี้นะครับ มีการดัดโค้งงอด้วยนะครับ เพราะฉะนั้น จำเป็นต้องใช้เครื่องดัดโค้งโลหะด้วยนะครับ ในการที่เรายึดพลาสติกเข้ากับโครงเก้าอี้นะครับ เราก็จำเป็นต้องใช้สว่านนะครับ ในการเจาะรูนะครับ จากนั้นก็ใช้ไขควงนะครับ ในการไขนอต ยึดชิ้นส่วนต่าง ๆ เข้าด้วยกันนะครับ สำหรับเก้าอี้ตัวทางขวาล่ะครับ เราใช้เลื่อยนะครับ ในการตัดไม้ให้ได้ขนาดตามที่เราต้องการนะครับ แล้วก็ใช้เครื่องตัดโลหะ สำหรับตัดเหล็กออกเป็นชิ้นต่าง ๆ นะครับ ทีนี้การที่จะนำเหล็กแต่ละชิ้น มาต่อกันเป็นโครงเก้าอี้นะครับ ก็จำเป็นต้องใช้เครื่องเชื่อมโลหะนะครับ จะนำไม้มายึดติดกับโครงเก้าอี้ ก็จำเป็นต้องใช้สว่านนะครับ ในการเจาะรูนะครับ และใช้ไขควงในการไขนอตนะครับ เพื่อที่จะยึดไม้ให้ติดกับตัวโครงเก้าอี้นะครับ นักเรียนพอจะทราบไหมครับ ว่าเครื่องมือพื้นฐานมีอะไรบ้างนะครับ เครื่องมือที่เราจะนำมาใช้ในการสร้าง หรือพัฒนาชิ้นงานนะครับ จะมีด้วยกันหลายประเภทนะครับ แต่ในที่นี้นะครับ ครูจะนำเสนอเฉพาะเครื่องมือ สำหรับการวัดขนาดนะครับ เครื่องมือสำหรับการตัดนะครับ แล้วก็เครื่องมือสำหรับการเจาะนะครับ เรามาดูเครื่องมือ สำหรับการวัดขนาดชิ้นแรกกันนะครับ นั่นก็คือไมโครมิเตอร์นะครับ ไมโครมิเตอร์นะครับ เป็นเครื่องมือวัดขนาดชิ้นงานที่มีขนาดเล็กนะครับ มีความแม่นยำสูงนะครับ จากรูปนะครับ ถ้าเราสังเกตที่ตัวเครื่องมือนะครับ จะมีตัวเลขเขียนเอาไว้นะครับ ซึ่งตัวเลขนี้จะระบุความละเอียด ของเครื่องมือนั่นเองนะครับ ในที่นี้ก็จะสังเกตว่า มันคือ 0.01 มิลลิเมตรนะครับ โดยไมโครมิเตอร์นะครับ จะมีส่วนประกอบหลัก ๆ ดังนี้นะครับ ก็คือสเกลหลักนะครับ สเกลรองนะครับ ปลอกหมุนแบบหยาบนะครับ แล้วก็ปลอกหมุนแบบละเอียดนะครับ ไมโครมิเตอร์นะครับ นิยมนำมาใช้ในการวัดความหนาของวัตถุนะครับ เช่น วัดความหนาของกระดาษนะครับ หรือวัดเส้นผ่านศูนย์กลางของเส้นลวดนะครับ ในการใช้งานไมโครมิเตอร์นะครับ นักเรียนจะต้องระมัดระวังนะครับ ในการหมุนปลอกหมุนนะครับ เราควรจะหมุนปลอกหมุนแบบละเอียดนะครับ เมื่อแกนเหล็กนี่ เข้าใกล้วัตถุที่เราจะทำการวัดนะครับ เพื่อป้องกันไม่ให้แกนเหล็กของเรานะครับ ไปอัดวัตถุจนเกิดการแตกหักนะครับ เนื่องจากว่าปลอกหมุนแบบละเอียดนี่ จะมีกลไกในการป้องกันไม่ให้แกนเหล็กของเรา เคลื่อนเข้าไปกดชิ้นงานของเราจนแตกนะครับ นั่นคือพอแกนเหล็กของเรา เคลื่อนไปถึงจุดหนึ่งแล้วนะครับ ปลอกหมุนของเราก็จะอิสระเลยนะครับ ก็คือไม่ว่าเราจะหมุนไปกี่รอบกี่รอบก็ตามนะครับ แกนเหล็กของเราก็ยังคงหยุดนิ่งกับที่นะครับ แต่ถ้าเราใช้ปลอกหมุนแบบหยาบนะครับ เราจะยังคงทำให้แกนเหล็กของเรา เคลื่อนที่ไปได้เรื่อย ๆ นะครับ เพราะฉะนั้น ชิ้นงานของเราก็จะแตกหักได้นะครับ เวอร์เนียร์คาลิปเปอร์นะครับ เวอร์เนียร์คาลิปเปอร์ เป็นเครื่องมือวัดขนาดชิ้นงาน ที่มีขนาดเล็กมีความแม่นยำสูงนะครับ ซึ่งจะประกอบด้วยส่วนหลัก ๆ ดังนี้นะครับ ก็คือสเกลหลักนะครับ สเกลรองนะครับ สกรูล็อกนะครับ ปากวัดนอกนะครับ ปากวัดใน แล้วก็ก้านวัดความลึกนะครับ นั่นหมายความว่าเครื่องมือตัวนี้นะครับ สามารถที่จะวัดเส้นผ่านศูนย์กลางภายนอกนะครับ โดยใช้ปากวัดนอก วัดเส้นผ่านศูนย์กลางภายในโดยใช้ปากวัดใน และสามารถวัดความลึกได้ โดยใช้ก้านวัดความลึกนะครับ สำหรับเครื่องมือวัดตัวถัดไปนะครับ ก็คือไม้บรรทัดวัดมุมนะครับ หรือใบวัดมุมนะครับ มุมของชิ้นงานที่จะใช้ในการวัดนะครับ จะต้องมีขนาดไม่เกิน 180 องศานะครับ ข้อควรระวังในการใช้งานนะครับ ข้อที่ 1 อย่าทำใบวัดมุมตกหล่นนะครับ ข้อที่ 2 ลบครีบคม ของชิ้นงานก่อนทำการวัดนะครับ ข้อที่ 3 ระวังอย่าให้ปลายเข็มบิดงอนะครับ ข้อที่ 4 แขนวัดมุมและใบแบ่งองศา ต้องประกบแนบสนิทกับชิ้นงานนะครับ เครื่องมือพื้นฐานตัวถัดไป เป็นเครื่องมือสำหรับตัดนะครับ นั่นก็คือคีมนะครับ คีมเป็นเครื่องมือตัด ที่เหมาะกับการตัดวัสดุที่ไม่แข็งแรงมากนัก เช่น สายไฟฟ้า ลวด คีมนอกจากจะใช้ตัดวัสดุแล้ว ยังสามารถใช้ในการจับ บีบ ดัด หรือใช้ดึงชิ้นงานก็ได้นะครับ คีมแต่ละประเภท ได้รับการออกแบบมาให้ใช้งานเฉพาะทาง แล้วก็มีรูปร่างหรือโครงสร้างที่แตกต่างไป แต่มีโครงสร้างพื้นฐานที่คล้ายกันนะครับ ตามลักษณะการใช้ งานคีมบางตัวนี่ ออกแบบมาใช้งานได้หลายหน้าที่นะครับ เช่น ใช้ในการตัด แล้วก็จับชิ้นงานก็ได้นะครับ ดังภาพที่ 3 และภาพที่ 3 นะครับ คีม 2 ตัวนี้สามารถที่จะตัดก็ได้ หรือจะจับชิ้นงานก็ได้ หรือคีมบางแบบ ก็จะมีข้อต่อที่สามารถเลื่อนได้นะครับ หรือเรียกว่า "ข้อต่อเลื่อน" นะครับ ทำให้เราสามารถปรับขนาดความกว้างของปาก ในการจับชิ้นงานได้ ดังภาพที่ 1 นะครับ ทีนี้มาดูข้อควรระวังในการใช้งานนะครับ ข้อที่ 1 เลือกใช้คีมให้ตรงกับวัตถุประสงค์นะครับ อย่างเช่น คีมตัด ดังภาพที่ 2 นะครับ คีมตัดนี่ไม่เหมาะกับการนำมาจับชิ้นงานนะครับ ข้อที่ 2 ไม่ควรใช้คีมตัดโลหะที่มีขนาดใหญ่ หรือแข็งเกินไปนะครับ ข้อที่ 3 ไม่ควรใช้คีมแทนค้อนนะครับ เครื่องมือสำหรับการตัดลำดับถัดไปนะครับ ก็คือเลื่อยลอ เลื่อยลอนะครับ ใช้สำหรับตัดแต่งไม้นะครับ เนื่องจากว่าเลื่อยลอนี่ จะมีฟันที่ละเอียดนะครับ เราจะใช้หลังจากใช้เลื่อยชนิดอื่นตัดไม้นะครับ เราก็จะใช้เลื่อยลอนะครับ ไปตัดตรงรอยตัดของไม้นะครับ เพื่อทำให้ผิวของไม้นี่มันเรียบนะครับ เครื่องมือสำหรับการตัดลำดับถัดมานะครับ ก็คือเลื่อยจิ๊กซอว์นะครับ เลื่อยจิ๊กซอว์เป็นเลื่อยไฟฟ้านะครับ ใช้สำหรับตัดไม้ หรือจะใช้ตัดวัสดุอื่น ๆ ก็ได้นะครับ แต่ที่นิยมกัน ก็คือเอามาตัดไม้มากกว่านะครับ เลื่อยจิ๊กซอว์สามารถเอามาตัดได้ ทั้งในแนวตรง แล้วก็แนวโค้งนะครับ แต่นิยมตัดเป็นวงกลมมากกว่านะครับ หรือจะตัดเป็นลวดลาย ตามที่เราต้องการก็ได้นะครับ เนื่องจากว่าการควบคุม จะให้เป็นแนวทางตรงนะครับ จะทำได้ยุ่งยากนะครับ การด้วยเลื่อยจิ๊กซอว์นะครับ ผิวตัดนะครับ ที่ได้นี่มักจะไม่เรียบนะครับ เลื่อยจิ๊กซอว์โดยทั่ว ๆ ไปนี่ จะสามารถตัดไม้ได้หนาสุด อยู่ที่ 55 หรือ 65 มิลลิเมตรแค่นั้นนะครับ หากไม้ที่นักเรียนจะตัดมีความหนามากกว่านี้นี่ นักเรียนจะต้องเปลี่ยนไปใช้เครื่องมือตัด ชนิดอื่นนะครับ ข้อควรระวังในการใช้งานนะครับ ข้อที่ 1 เลือกใช้ใบเลื่อย ให้เหมาะกับวัสดุที่จะตัดนะครับ ข้อที่ 2 นะครับ ขณะตัดนะครับ จะต้องพาดสายไฟไว้บนบ่านะครับ เพื่อป้องกันไม่ให้เลื่อยพลาดไปตัดสายไฟนะครับ สำหรับเครื่องมือสำหรับการตัดลำดับถัดมานะครับ ก็คือเลื่อยเหล็กนะครับ เลื่อยเหล็กเป็นเลื่อยสำหรับตัดเหล็ก หรือตัดโลหะก็ได้นะครับ ในการใช้งานจะต้องไม่ใช้แรงมากเกินไป หรือตัดเร็วเกินไปนะครับ เพราะจะทำให้ใบเลื่อยของเรา มันเกิดการแตกหักได้นะครับ เลื่อยวงเดือน เป็นเครื่องมือสำหรับการตัดอีกชนิดหนึ่งนะครับ เป็นเลื่อยที่มีใบเลื่อยเป็นแผ่นกลมนะครับ ใช้ตัดวัสดุได้หลากหลายนะครับ เช่น จะตัดไม้ ตัดพลาสติก ตัดเหล็กตัด อะลูมิเนียม ตัดสเตนเลสก็ได้นะครับ โดยการเลือกใช้ใบตัด ให้เหมาะสมกับวัสดุที่ต้องการจะตัดนะครับ เราจะตัดไม้ก็ต้องใช้ใบเลื่อยสำหรับตัดไม้นะครับ ทีนี้มาดูข้อควรระวังในการใช้งานนะครับ ข้อที่ 1 เลือกใช้ใบเลื่อยให้เหมาะ กับวัสดุที่จะตัดนะครับ ข้อที่ 2 ใบครอบใบเลื่อยเสมอนะครับ ข้อที่ 3 ให้ระวังก่อนชิ้นงานจะขาดนะครับ ข้อที่ 4 หมั่นตรวจสอบการแตกร้าวของใบเลื่อย หรือการยึดติดนะครับ อันนี้จะเป็นตัวอย่างการนำเลื่อยวงเดือนนะครับ มาประกอบกับ... เป็นโต๊ะตัดไม้นะครับ โดยตัวเลื่อยจะถูกยึดติดไว้ด้านล่าง แล้วก็ให้ใบเลื่อยโผล่ขึ้นมานะครับ เราสามารถที่จะกำหนดได้ ว่าจะให้ใบเลื่อยของเรา โผล่มามากน้อยแค่ไหนนะครับ ขึ้นอยู่กับว่าชิ้นงานที่เราจะตัดนั้น มีความหนามากน้อยแค่ไหนนะครับ เครื่องมือสำหรับการตัดลำดับถัดมานะครับ ก็คือเครื่องตัดไฟเบอร์นะครับ เครื่องตัดไฟเบอร์เป็นเครื่องมือสำหรับตัด ที่ใบตัดหมุนด้วยความเร็วสูงนะครับ แผ่นใบเลื่อยนี่จะทำจากไฟเบอร์ อันนี้จะเหมาะกับงานตัดโลหะนะครับ ข้อควรระวังในการใช้งานนะครับ ข้อที่ 1 ควรตรวจสอบใบตัด ว่าไม่แตก ไม่ชำรุดนะครับ ข้อที่ 2 ควรจะสวมถุงมือหนังนะครับ ข้อที่ 3 ควรจะสวมหน้ากากหรือแว่นตา ขณะใช้งานนะครับ ข้อที่ 4 ห้ามวัสดุใด มาเจียรที่ด้านข้างโดยเด็ดขาดนะครับ เพราะเดี๋ยวอาจจะทำให้ใบตัดของเรา มันเกิดการแตกหักได้นะครับ ข้อที่ 5 ห้ามตัดใกล้สารไวไฟนะครับ เนื่องจากว่าขณะทำการตัดโลหะนี่ จะมีประกายไฟเกิดขึ้นนะครับ ถ้าเราไปตัดใกล้สารไวไฟนี่ จะทำให้เกิดการลุกไหม้ได้นะครับ เรามาดูเครื่องมือชิ้นนี้กันนะครับ นักเรียนรู้จักเครื่องมือชิ้นนี้ไหมครับ เครื่องมือชิ้นนี้เรียกว่า "เครื่องเจียร" หรือ "หินเจียร" นะครับ ซึ่งช่างเขาจะเรียกว่า "ลูกหมู" นะครับ แล้วนักเรียนพอจะทราบไหมครับ ว่าเครื่องมือชิ้นนี้นะครับ ไว้สำหรับทำอะไร เครื่องเจียรนะครับ จะใช้สำหรับการเจียร หรือตัดวัสดุก่อสร้างประเภทต่าง ๆ นะครับ เช่น ใช้ในการตัดไม้ ตัดเหล็ก ตัดสเตนเลส ตัด PVC นะครับ ตัดกระเบื้องเซรามิก ตัดหิน ตัดแผ่นไฟเบอร์ซีเมนต์ หรือจะตัดปูนก็ได้นะครับ รวมถึงการใช้ในการตกแต่งผิววัสดุก็ได้นะครับ โดยการเลือกใช้ใบเจียร ให้เหมาะสมกับงานและวัสดุนะครับ ข้อควรระวังในการใช้งานนะครับ ข้อที่ 1 ควรตรวจสอบใบตัด ว่าไม่แตก ไม่ชำรุดนะครับ ข้อที่ 2 ต้องมีเครื่องป้องกันสะเก็ดวัสดุกระเด็นนะครับ ข้อที่ 3 ควรสวมหน้ากาก หรือแว่นตาขณะใช้งานนะครับ ข้อที่ 4 ควรจับเครื่องเจียรให้มั่นคงนะครับ เพื่อป้องกันการสะบัดขณะใช้งานนะครับ ข้อที่ 5 ห้ามตัดใกล้สารไวไฟนะครับ เรามาดูเครื่องมือสำหรับการตัด ลำดับถัดมานะครับ ก็คือปากกาตัดกระจกนั่นเองนะครับ ปากกาตัดกระจก เป็นเครื่องมือที่มีลักษณะคล้ายกับปากกา แต่ที่หัวจะทำจากวัสดุ ที่มีองค์ประกอบของเพชรนะครับ อันนี้จะใช้สำหรับตัดกระจกนะครับ โดยการลากปากกาไปบนกระจก ที่สำคัญนะครับ ห้ามลากซ้ำนะครับ ลากทิ้งแค่ครั้งเดียว จากนั้นก็ค่อย ๆ ใช้มือนะครับ แยกกระจกออกจากกันนะครับ เครื่องมือลำดับถัดไป ก็คือสว่านมือนะครับ สว่านมือเป็นเครื่องมือสำหรับการเจาะนะครับ ซึ่งจะมีด้วยกัน 2 ประเภท ตามกลไกการทำงานนะครับ ดูได้ตามรูปเลยนะครับ ก็จะรูปทางซ้ายนี่ จะเป็นสว่านมือแบบธรรมดานะครับ อันนี้จะเหมาะกับการเจาะไม้ เจาะเหล็กบาง ๆ นะครับ หรือจะเจาะปูนนะครับ สำหรับรูปทางขวานะครับ จะเป็นสว่านมือแบบโรตารีนะครับ เป็นสว่านสำหรับงานหนักนะครับ ซึ่งภายในสว่านจะมีกลไกในการผ่อนแรง อันนี้จะเหมาะกับการเจาะไม้ หรือเจาะเหล็กหนา ๆ นะครับ เจาะปูนนะครับ ทีนี้มาดูข้อควรระวังในการใช้งานนะครับ ข้อที่ 1 ควรใส่เสื้อแขนสั้นหรือเสื้อที่รัดกุมนะครับ หากเป็นแขนยาวควรจะพับแขนนะครับ ข้อที่ 2 ควรจะสวมแว่นตา แล้วก็มีผ้าปิดจมูกเพื่อป้องกันฝุ่นนะครับ ในการใช้สว่านมือเจาะชิ้นงานนะครับ เราจำเป็นจะต้องเลือกดอกสว่าน ให้เหมาะกับวัสดุที่เราจะทำการเจาะด้วยนะครับ โดยดอกสว่าน จะถูกแบ่งเป็นแบบต่าง ๆ ด้วยกันนะครับ แบบที่ 1 จะเป็นดอกสว่านสำหรับเจาะไม้นะครับ แบบที่ 2 จะเป็นดอกสว่าน สำหรับเจาะเหล็กนะครับ แบบที่ 3 จะเป็นดอกสว่านสำหรับเจาะแก้วนะครับ แบบที่ 4 จะเป็นดอกสว่านสำหรับเจาะปูนนะครับ แบบที่ 5 จะเป็นดอกสว่าน สำหรับเจาะกระเบื้องนะครับ นักเรียนจะต้องเลือกใช้ดอกสว่าน ให้เหมาะกับวัสดุ ที่นักเรียนต้องการจะเจาะด้วยนะครับ เพื่อป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นนะครับ ในการขันดอกสว่านเข้า หรือเอาออกจากสว่านนะครับ จำเป็นจะต้องใช้อุปกรณ์ ที่เรียกว่า "จำปา" นะครับ เป็นตัวไขเท่านั้น เพื่อป้องกันการเสียหายของเครื่องมือนะครับ นอกจากนี้ยังมีสว่านมือแบบที่ใช้แบตเตอรี่นะครับ ซึ่งสว่านแบบนี้จะเหมาะกับงานไขสกรู หรือคายสกรูมากกว่านะครับ เนื่องจากว่ามีกำลังไม่มากพอนะครับ สำหรับงานเจาะนะครับ ชวนคิดกันสักนิดนะครับ นักเรียนคิดว่านอกจากเครื่องมือพื้นฐานข้างต้นแล้ว ยังมีเครื่องมืออะไรอีกบ้างสำหรับการวัดขนาด การตัด และการเจาะนะครับ ให้นักเรียนไปศึกษาเพิ่มเติมนะครับ แล้วก็อย่าลืมไปศึกษา การใช้เครื่องมืออย่างละเอียดอีกครั้งนะครับ เพื่อความปลอดภัยในการใช้งานนะครับ นอกจากนี้นักเรียนยังสามารถศึกษา การใช้งานไมโครมิเตอร์ได้ ตามลิงก์ที่แสดงไว้นะครับ สำหรับบทเรียนนี้นะครับ นักเรียนก็ได้เรียนรู้ เกี่ยวกับเครื่องมือต่าง ๆ มาแล้วนะครับ ครูคาดหวังว่านักเรียน จะสามารถเลือกใช้เครื่องมือในการสร้างชิ้นงาน ได้อย่างเหมาะสมนะครับ นั่นก็คือในการสร้างชิ้นงานตามแบบร่าง ที่ออกแบบไว้ ให้มีความถูกต้องทั้งรูปร่าง มาตราส่วน และความสวยงามนั้น นอกจากจะต้องเลือกวัสดุที่เหมาะสมแล้ว ต้องเลือกใช้เครื่องมือ ให้เหมาะสมกับชนิดของงานและวัสดุ เพื่อให้เกิดความปลอดภัย และได้ชิ้นงานตามความต้องการนะครับ สำหรับกิจกรรมการเรียนรู้ ในหัวข้อเครื่องมือพื้นฐาน ก็จบเพียงเท่านี้นะครับ นักเรียนอย่าลืมทำกิจกรรมที่ 4.2 นะครับ สวัสดีครับ [เสียงดนตรี]