[เสียงดนตรี] (คุณครูชรินทร์) สวัสดีครับ ครูชรินทร์ วัฒนธีรางกูร ครับ กับกิจกรรมการเรียนรู้ในรายวิชาเทคโนโลยี การออกแบบและเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 กิจกรรมการเรียนรู้ในครั้งนี้นะครับ ยังคงเกี่ยวข้องกับความรู้และทักษะพื้นฐานนะครับ โดยครั้งนี้จะเป็นหัวข้อสุดท้ายของบทที่ 4 ก็คือหัวข้อการตัดต่อและขึ้นรูปวัสดุนะครับ ในการสร้างหรือซ่อมแซมสิ่งของเครื่องใช้นะครับ นักเรียนจำเป็นจะต้องมีความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับเทคนิคต่าง ๆ นะครับ ไม่ว่าจะเป็นการตัด การต่อ การขึ้นรูปวัสดุ เนื่องจากวัสดุมีหลายประเภท แต่ละประเภทก็มีสมบัติที่แตกต่างกัน ดังนั้น นักเรียนจะต้องเลือกเทคนิค วิธีการในการสร้างหรือซ่อมแซมสิ่งของเครื่องใช้ ให้ถูกต้องนะครับ แล้วก็เหมาะสมกับชิ้นงานที่จะปฏิบัตินะครับ ทั้งนี้นักเรียนจะต้องนำความรู้ เกี่ยวกับวัสดุและอุปกรณ์ มาประกอบในการตัดสินใจนะครับ ก่อนที่จะเริ่มเรียนรู้กัน เรามาทราบจุดประสงค์การเรียนรู้กันก่อนนะครับ สำหรับจุดประสงค์การเรียนรู้ในหัวข้อนี้นะครับ ครูคาดหวังว่านักเรียนจะสามารถเลือกใช้เทคนิค วิธีการในการสร้าง หรือซ่อมแซมสิ่งของเครื่องใช้ได้อย่างถูก และเหมาะสมนะครับ ข้อที่ 2 ออกแบบอุปกรณ์และนำเสนอแนวทาง การเลือกใช้วัสดุและอุปกรณ์พื้นฐานได้นะครับ เรามาเริ่มเรียนรู้กันเลยนะครับ จากรูปนักเรียนคิดว่าเก้าอี้มีวิธีการสร้าง และประกอบชิ้นงานขึ้นมาอย่างไรนะครับ ครูจะให้เวลาในการคิด ประมาณ 10 วินาทีนะครับ ลงมือคิดกันได้เลยนะครับ โอเคนะครับ ได้คำตอบกันแล้วใช่ไหมครับ อันดับแรกเลยนะครับ เราก็ต้องตัดเหล็ก ตามความยาวที่ออกแบบไว้นะครับ อย่างนั้นครูอยากทราบว่า เราจะใช้เครื่องมือชนิดไหนนะครับ ในการตัดนะครับ ในการตัดเหล็ก ก็ต้องใช้เครื่องมือสำหรับตัดเหล็กนะครับ โดยเครื่องมือสำหรับตัดเหล็ก ก็จะมีเครื่องตัดไฟเบอร์นะครับ หรือไม่ก็ใช้เลื่อยเหล็กนะครับ ขั้นตอนต่อไปนะครับ ก็เรานำเหล็กแต่ละชิ้นนะครับ มาต่อเข้าด้วยกันตามแบบที่ออกแบบไว้นะครับ แล้วเราจะต่อเหล็กได้อย่างไรล่ะครับ วิธีการในการต่อเหล็กนะครับ ก็ต้องใช้เครื่องเชื่อมโลหะนะครับ หลังจากที่เราเชื่อมเหล็กแต่ละชิ้นเข้าด้วยกันแล้ว เราก็จะได้โครงเก้าอี้ขึ้นมานะครับ ขั้นตอนถัดไปเราก็ต้องตัดไปไม้ตามขนาด ที่ออกแบบเอาไว้นะครับ โดยใช้เครื่องมือสำหรับตัดไม้นะครับ ทีนี้ครูอยากทราบ ว่าในการตัดไม้ตามแบบในภาพนะครับ นักเรียนคิดว่าควรจะใช้เครื่องมือชนิดไหนนะครับ ในการตัดไม้นะครับ โดยเครื่องมือที่เราได้เรียนรู้มา ก็จะมีเลื่อยลอ มีเลื่อยจิ๊กซอว์ มีเลื่อยวงเดือนนะครับ นักเรียนคิดว่าเราควรจะใช้เลื่อยชนิดไหนครับ หากเราสังเกตแผ่นไม้ตามภาพนะครับ เราจะเห็นว่าแผ่นไม้นี่ จะถูกตัดเป็นแนวตรงนะครับ ดังนั้น เราควรจะเลือกใช้เลื่อยวงเดือนนะครับ หากเราสังเกตรูปนะครับ เราจะพบว่าส่วนที่เป็นพนักพิงหลังนะครับ แผ่นไม้จะมีลักษณะโค้งและเหล็กก็งอด้วย ดังนั้น เราต้องนำแผ่นไม้และเหล็กไปดัด ให้ได้รูปทรงตามที่ต้องการนะครับ ด้วยเครื่องมือที่ใช้สำหรับการขึ้นรูปนะครับ ตอนนี้เราก็ได้โครงเก้าอี้ และแผ่นไม้สำหรับรองนั่ง และพนักพิงหลังเรียบร้อยแล้วนะครับ เหลือเพียงการนำชิ้นส่วนทั้งหมด มาประกอบเข้าด้วยกัน นักเรียนคิดว่าเราจะประกอบแผ่นไม้ เข้ากับโครงเก้าอี้ได้อย่างไรครับ การที่เราจะประกอบแผ่นไม้เข้ากับโครงเก้าอี้ จำเป็นจะต้องเจาะรูที่โครงเหล็กก่อนนะครับ ดังนั้น ในการเจาะรูนะครับ ก็ต้องใช้สว่านนะครับ เจาะ เมื่อเราเจาะรูที่โครงเหล็กเรียบร้อยแล้วนะครับ เราก็นำแผ่นไม้มาประกบยึดติด กับโครงเก้าอี้ด้วยสกรูนะครับ เรามาดูการตัดนะครับ การตัดเป็นการทำให้ชิ้นงาน แยกออกจากกันนะครับ หรือเป็นการตัดชิ้นงาน ให้ได้ขนาดตามรูปแบบที่กำหนด หรือออกแบบไว้นะครับ วิธีการตัดวัสดุน่ะ มีหลายวิธีแล้วก็หลายเครื่องมือด้วยกันนะครับ เราควรจะเลือกใช้เครื่องมือและวิธีให้เหมาะสม กับวัสดุที่จะทำการตัด แล้วก็การนำไปใช้นะครับ โดยทั้งนี้นะครับ จะต้องคำนึงถึงความหนา ความยาว รูปร่าง และรูปทรงของวัสดุด้วยนะครับ เรามาดูตัวอย่าง การตัดวัสดุแบบต่าง ๆ กันนะครับ โดยตัวอย่างแรกจะเป็นการตัดในแนวตรงนะครับ โดยใช้เลื่อยวงเดือนที่ประกอบเป็นโต๊ะ สำหรับตัดไม้นะครับ เราไปดูตัวอย่างของจริงกันดีกว่านะครับ ทีนี้เราก็มาดูการตัดเหล็ก ด้วยเครื่องตัดไฟเบอร์กันบ้างนะครับ เรามาดูตัวอย่างการตัดวัสดุ ที่เป็นแนวโค้งกันบ้างนะครับ โดยใช้อุปกรณ์ที่เรียกว่า "เราเตอร์" นะครับ สำหรับภาพทางขวามือ ก็จะเป็นวิธีการใช้งานนะครับ เราก็จะได้ลักษณะโค้ง เหมือนโต๊ะที่โชว์ดังภาพตรงกลางนะครับ เราเรียนเรื่องการตัดมาแล้วนะครับ เราก็มาดูในเรื่องของการต่อบ้างนะครับ การต่อนะครับ เป็นการนำเอาวัสดุประเภทเดียวกัน หรือต่างชนิดกันมาประกบกัน ให้เป็นรูปร่างตามที่ต้องการนะครับ เพื่อนำไปใช้งานนะครับ การต่อวัสดุจะมีหลายวิธีด้วยกันนะครับ ควรเลือกให้เหมาะนะครับ แล้วก็คำนึงถึงประเภทของวัสดุด้วยนะครับ ตัวอย่างเครื่องมือในการต่อวัสดุกันนะครับ ถ้าวัสดุเป็นไม้นะครับ เทคนิคในการต่อ เราจะเรียกว่า "การเข้าไม้" นะครับ เครื่องมือที่ใช้ก็อาจจะมีพวกสกรูนะครับ กาว แล้วก็สลักเกลียวนะครับ ถ้าเป็นวัสดุที่เป็นโลหะนะครับ เทคนิคในการต่อก็อาจจะใช้วิธีการบัดกรีนะครับ การเชื่อมหรือการประสานนะครับ เครื่องมือที่ใช้ก็จะเป็นพวกหมุดโลหะ สกรูและนอตนะครับ ถ้าวัสดุของเราเป็นพลาสติก อันนี้ก็จะใช้เทคนิคในการเชื่อมนะครับ เครื่องมือก็จะเป็นพวกกาวยาง สกรูแล้วก็นอตนะครับ ถ้าเป็นคอนกรีตล่ะครับ เทคนิคในการต่อคอนกรีต ก็ใช้การประสานด้วยวัสดุหรือสารเคมีนะครับ เครื่องมือ ก็คือการเชื่อมคอนกรีตนะครับ หรือปูนกาวประสานนะครับ เรามาดูตัวอย่างการต่อชิ้นงานนะครับ จากรูปนะครับ จะเป็นการเชื่อมเหล็กกับเหล็กนะครับ ในการสร้างหรือซ่อมบำรุงรางรถไฟนะครับ จะนิยมใช้กระบวนการเชื่อมแบบเทอร์มิทนะครับ โดยอาศัยการหลอมผงเหล็กและผงอะลูมิเนียม ที่อุณหภูมิประมาณ 2,450 องศาเซลเซียสนะครับ เรามาดูการบัดกรีกันบ้างนะครับ การบัดกรีเป็นการต่อโลหะ ตั้งแต่ 2 ชิ้นเข้าด้วยกันนะครับ โดยการให้ความร้อนที่โลหะชิ้นงานนะครับ แล้วจึงให้ความร้อนแก่โลหะประสาน ซึ่งโลหะประสานก็อาจจะเป็นตะกั่ว หรือดีบุกก็ได้นะครับ อันนี้จะมักจะใช้กับงานบัดกรี อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์นะครับ การเชื่อมโลหะนะครับ การเชื่อมโลหะเป็นการต่อโลหะ ตั้งแต่ 2 ชิ้นให้ติดกัน โดยการให้ความร้อนแก่โลหะ จนหลอมละลายติดเป็นเนื้อเดียวกันนะครับ หรืออาจจะมีการเติมลวดเชื่อม เป็นตัวประสานก็ได้นะครับ วิธีการเชื่อมโลหะก็จะมีด้วยกันหลายวิธีนะครับ ก็จะมีเชื่อมแก๊สนะครับ เชื่อมไฟฟ้านะครับ แบบใช้ลวดเชื่อม แล้วก็แบบไม่ใช้ลวดเชื่อมนะครับ เรามาดูตัวอย่างการต่อวัสดุอันถัดไปเลยนะครับ ก็คือการติดบานพับนั่นเองนะครับ การติดบานพับ นิยมใช้ในการเชื่อมต่อประตู หน้าต่างนะครับ เพื่อให้ประตูหน้าต่างนี่ สามารถเคลื่อนไหวได้นะครับ เรามาดูการต่อไม้กันบ้างนะครับ การต่อไม้จะใช้เทคนิคการเข้าไม้นะครับ เป็นการต่อไม้ด้วยวิธีการเข้าเดือยนะครับ ทำให้ชิ้นงานนี่มีความแข็งแรง แล้วก็สวยงามนะครับ เรามาดูตัวอย่างการเข้าไม้กันนะครับ หรือการต่อไม้นะครับ สมมติว่าเรามีท่อนไม้ 2 ชิ้นนะครับ เราจะต่อท่อนไม้ 2 ชิ้นนี้เข้าด้วยกัน ถ้าเรามาต่อกันตามปกติโดยตรงเลยนะครับ โดยใช้ตะปูหรือใช้นอตนะครับ การต่อไม้ลักษณะแบบนี้ ความแข็งแรงก็จะได้ในระดับหนึ่งนะครับ แต่ถ้าเรานำไม้แต่ละชิ้นนะครับ มาตัดออกไปครึ่งหนึ่งนะครับ ชิ้นนี้ก็เช่นเดียวกันนะครับ ตัดออกไปครึ่งหนึ่ง หลังจากนั้นเวลาเราต่อไม้กันนะครับ ก็คือเอาส่วนที่ตัดออกตรงนี้ มาต่อประกบกันแบบนี้นะครับ การตอกตะปูนะครับ ก็... หรือรอยนอตนะครับ ก็จะใช้ตะปู หรือนอตที่มันมีความยาวน้อยลงนะครับ การเชื่อมต่อแบบนี้ ก็จะทำให้มีความแข็งแรงมากขึ้นด้วยนะครับ สำหรับการต่อไม้แบบถัดไปนะครับ ที่จะมานำเสนอนะครับ ก็จะมีไม้ 2 ชิ้นเช่นเดียวกันนะครับ ชิ้นหนึ่งนะครับ จะถูกตัดออกไปนะครับ อีกชิ้นหนึ่งนี่ ปกตินะครับ อันนี้เราก็จะสอดเข้าไปเลย ตามปกติแบบนี้นะครับ เพราะฉะนั้น จะเห็นว่าบริเวณนี้นะครับ ก็จะมีความกว้างน้อยลงนะครับ ทำให้เราใช้มุมที่สั้นลง หรือนอตที่สั้นลงได้นะครับ ที่สำคัญนะครับ ถ้าสมมติว่าไม้ท่อนสีเหลืองอันนี้เป็นคานนะครับ คานวางอยู่เหมือนกับ... มีลักษณะเป็นตอม่อรองรับนะครับ ฉะนั้น ทำให้มันรับน้ำหนักได้ดีนะครับ ความแข็งแรงก็จะมากขึ้นนะครับ แบบถัดไปจะคล้ายกันกับแบบที่ผ่านมาเมื่อกี้นะครับ เพียงแต่อันนี้เราตัด แต่ไม่ได้ทะลุนะครับ ของเดิมนี่ คือเราตัดทะลุไปเลยนะครับ ตัดทะลุไปเลย แต่อันนี้จะเซาะออกเพียงแค่ครึ่งหนึ่งนะครับ เซาะออกไปแค่ครึ่งหนึ่งนะครับ ของเดิมนะครับ อันชิ้นนี้เราจะไม่ทำอะไรเลยนะครับ แต่แบบนี้จะตัดออกไปครึ่งหนึ่งนะครับ ตัดออกไปครึ่งหนึ่ง เพราะฉะนั้น เวลาเอามาต่อกันนะครับ เราก็มาต่อกันได้นะครับ ใส่เข้าไปนะครับ จะเห็นว่าถ้าเราต่อ ในลักษณะที่เราตัดไม้ได้พอดีเป๊ะเลยนะครับ แค่ใส่เข้าไปนะครับ มันก็จะยึดอยู่ได้แล้วนะครับ ดังนั้น เพื่อความแข็งแรงเราก็ยึดด้วยสกรู หรือนอตอีกครั้งหนึ่งนะครับ เรามาดูการต่อไม้อีกแบบหนึ่งนะครับ อันนี้การตัดไม้นะครับ จะแบ่งความหนาของไม้ ออกเป็น 3 ส่วนด้วยกันนะครับ ส่วนแรกตัดทิ้งไปนะครับ ส่วนที่ 2 ตัดไปครึ่งหนึ่งนะครับ ตัดครึ่งหนึ่งนะครับ อันนี้จะสังเกตให้ชัด ๆ นะครับ ว่าจะเป็นลักษณะแบบนี้นะครับ เป็นลักษณะเป็น 3 ชั้นนะครับ เป็น 3 ชั้นนะครับ อีกชิ้นหนึ่งก็ตัดในลักษณะแบบเดียวกันนะครับ เพราะฉะนั้น เมื่อนำมาประกบกันนะครับ นำมาประกบกัน อันนี้เมื่อเรายึดด้วยตะปู อะไรเรียบร้อยแล้วนะครับ ความแข็งแรงนะครับ การโยกของไม้นี่ จะเป็นไปได้ยากมากนะครับ เพราะฉะนั้น การต่อไม้แบบนี้นะครับ จะแน่นหนากว่า การต่อไม้แบบธรรมดาแบบนี้นะครับ สำหรับการต่อไม้แบบถัดไปนะครับ ก็จะนำชิ้นหนึ่งนะครับ มาตัดเป็นลักษณะของรูปสี่เหลี่ยมคางหมูนะครับ แล้วก็เซาะออกไปครึ่งหนึ่งนะครับ ที่ไม้อีกชิ้นหนึ่งก็ต้องตัดในลักษณะแบบเดียวกัน นั่นก็คือเป็นรูปสี่เหลี่ยมคางหมูนะครับ แค่ครึ่งเดียวนะครับ เพราะฉะนั้น เมื่อนำมาประกอบกันนะครับ หรือต่อเชื่อมต่อกันนะครับ เราก็จะได้ไม้ลักษณะที่เชื่อมต่อกันแบบนี้นะครับ มองด้านหนึ่งก็จะเห็นเป็นแบบนี้นะครับ ส่วนด้านในก็จะเห็นเป็นลักษณะแบบนี้นะครับ ย้ำนะครับ ทุกครั้งเมื่อเชื่อมต่อนี้เรียบร้อยแล้ว เราต้องยึดด้วยตะปูหรือนอตอีกครั้งหนึ่งนะครับ มาดูการเข้าไม้หรือการต่อไม้อีกแบบหนึ่งนะครับ อันนี้นะครับ ก็จะแบ่งความหนาของไม้ ออกเป็น 3 ส่วน เช่นเดียวกันนะครับ โดยตรงนี้ ก็คือจะตัดออกไปครึ่งหนึ่งก่อนนะครับ เราก็แบ่งออกเป็น 3 ส่วน ตรงนี้เซาะร่องกลางออกนะครับ ส่วนอีกชิ้นหนึ่งก็นะครับ จะเห็นว่าตรงกลางนะครับ จะไม่ได้ตัดทิ้งนะครับ ถ้ามองด้านนี้ จะมองเห็นเป็นสี่เหลี่ยมพอดีนะครับ แต่ถ้ามองด้านนี้ปั๊บ จะเห็นทันทีเลยว่ามีส่วนที่ถูกตัดทิ้งไปนะครับ เพราะฉะนั้น เมื่อมา นำมาประกบหรือจะต่อกันนะครับ หลังจากนั้นแล้วเราก็ยึดด้วยตะปู หรือนอตอีกทีหนึ่งนะครับ ก็จะเป็นการต่อไม้ที่แข็งแรงมาก ๆ นะครับ มาดูอันดับถัดมานะครับ อันนี้จะเป็นลักษณะแบบนี้ อันนี้เขาเรียกว่า "การเข้าเดือย" นะครับ การเข้าเดือย อันหนึ่งก็จะทำลักษณะ เป็นเดือยขึ้นมานะครับ ส่วนอีกชิ้นหนึ่งก็จะเจาะเป็นรูเอาไว้นะครับ เวลาเราจะต่อกัน ก็เสียบเข้าไปลักษณะแบบนี้นะครับ เราก็จะเห็นว่าอันนี้อื่นโผล่มา ทีนี้การเข้าเดือยแบบนี้นะครับ ถ้าเราตัดไม้ไม่พอดีนะครับ ซึ่งจะทำให้เกิดช่องห่างของไม้ขึ้นมานะครับ แล้วก็มันก็จะหลวมด้วยนะครับ เพราะฉะนั้น วิธีแก้นะครับ หาวิธีแก้หรือการทำให้ไม้มันแน่นนะครับ เขาก็จะใช้วิธีผ่าเดือยตัวนี้นะครับ ผ่าเดือยตัวนี้ให้แยกออกจากกันนะครับ สังเกตนะครับ จะแยกออกจากกันนะครับ แต่ไม่ได้ให้ขาดจนหมดเลยนะครับ ไว้เพื่ออะไรนะครับ เพื่อเราจะเอาไม้อีกชิ้นหนึ่งนะครับ ไม้ลักษณะแบบนี้เรียกว่า "ลิ่ม" นะครับ ยัดใส่เข้าไปนะครับ ยัดใส่เข้าไปนะครับ มันก็จะทำให้ลายไม้นี่ มันกางออกนะครับ แล้วก็จะไปเบียดกับรูไม้อันนี้นะครับ ทำให้มันยึดติดได้แข็งแรงนะครับ เดี๋ยวเราดูนะครับ ถ้าเราสังเกตนะครับ ตรงนี้จะมีช่องว่างอยู่นะครับ ด้านข้างจะมีช่องว่างนะครับ ดังนั้น เมื่อเราใส่ลิ่มเข้าไปนะครับ ก็ใช้ค้อนนะครับตอกไปนะครับ จะเห็นว่าไม้มันจะขยายออกนะครับ ไม้สีส้มจะแยกออกจากกันนะครับ แล้วก็ช่องว่างทั้งสองนี่ก็จะหายไปแล้วนะครับ เพราะฉะนั้น มันก็จะติดแน่นนะครับ การเข้าไม้แบบนี้นะครับ ก็จะเป็นเรื่องของการเข้าเดือย แล้วก็การตอกลิ่มนะครับ ไอ้ที่เหลือตรงนี้นะครับ เขาก็ใช้เลื่อยนะครับ ตัดออกไปนะครับ การต่อไม้หรือการเข้าเดือยอีกแบบหนึ่งนะครับ อันนี้ก็จะตัดแบ่งไม้ออกเป็น 3 ส่วนนะครับ แบ่งไม้เป็น 3 ส่วนนะครับ อันหนึ่งตัดออกแค่ส่วนเดียว อันหนึ่งตัดออกเป็น 2 ส่วนนะครับ ก็เอามานะครับ จะต่อตรงนะครับ ถ้าไม้เราต่อตรงนะครับ ตรงนี้ความยาวของเดือยต้องให้เท่ากันนะครับ แต่อันนี้ใช้ในการต่อแบบฉากนะครับ ต่อฉากแบบนี้นะครับ จากนั้นก็ใช้ตะปูหรือนอตนะครับร้อย หรือถ้าเป็นช่างสมัยโบราณนะครับ เขาก็จะเป็นตะปูที่ทำจากไม้ เช่นเดียวกันนะครับ ไม่ได้ใช้โลหะเลยนะครับ ตอกใส่เข้าไปนะครับ ให้พอดีนะครับอันนี้ก็จะ นี่ก็จะทำให้การเชื่อมต่อไม้ทั้งสองของเรานี่ แข็งแรงนะครับ มาดูอีกแบบหนึ่งนะครับ แบบนี้นะครับ จะตัดไม้ เป็นเซาะไม้ออกเป็นร่องแบบนี้นะครับ ส่วนตัวนี้ก็เช่นเดียวกันนะครับ เซาะเป็นร่องนะครับ แล้วก็จะมีไม้อีกชิ้นหนึ่งนะครับ จะเป็นลักษณะ เป็นรูปทรงคล้าย ๆ กับนาฬิกาทรายนะครับ แล้วจะต่อกันอย่างไรนะครับ นั่นก็คือเราจะต้อง นำรูปทรงนาฬิกาทรายตรงนี้นะครับ ใส่เข้าไป นะครับ อันนี้ก็ใส่เข้าไปในลักษณะแบบนี้นะครับ ก็จะสามารถที่จะยึดไม้เข้าด้วยกันได้แล้วครับ จากตัวอย่างนะครับ นักเรียนสามารถไปฝึกการต่อไม้ โดยการใช้แผ่นโฟมแบบหนานะครับ แทนการใช้ไม้จริงได้นะครับ เรามาดูการขึ้นรูปวัสดุกันบ้างนะครับ การขึ้นรูป เป็นกระบวนการผลิตประเภทหนึ่งนะครับ ที่เปลี่ยนรูปร่างของวัตถุดิบนะครับ ให้เป็นผลิตภัณฑ์นะครับ หรือเป็นชิ้นงานที่มีรูปร่างตามที่ต้องการนะครับ โดยอาจจะใช้แม่พิมพ์ หรือจะใช้เครื่องมือเฉพาะทางขึ้นมาก็ได้นะครับ เทคนิคการขึ้นรูปนี่ มีหลายประเภทด้วยกันนะครับ ขึ้นอยู่กับชนิดของวัสดุนะครับ ในทีนี้จะยกตัวอย่างการขึ้นรูป ที่เป็นการขึ้นรูปโลหะนะครับ การขึ้นรูปโลหะแบบแรกนะครับ จะเป็นการขึ้นรูปแบบร้อนนะครับ ซึ่งจะเป็นการให้ความร้อนแก่โลหะ หรือวัสดุที่มีอุณหภูมิสูงกว่า อุณหภูมิในการเกิดผลึกใหม่นะครับ แต่จะต่ำกว่าหรือน้อยกว่าอุณหภูมิ ในการที่จะทำให้เกิดการหลอมของโลหะนะครับ หรือวัสดุนั้น ๆ นะครับ ตัวอย่างเช่น การตีเหล็กนะครับ หรือการรีดแบบร้อนนะครับ การขึ้นรูปแบบที่ 2 นะครับ ก็คือการขึ้นรูปแบบเย็นนะครับ อันนี้เป็นการรีดขึ้นรูป เพื่อให้วัสดุหรือโลหะเกิดการเปลี่ยนรูปร่าง อย่างถาวรนะครับ ที่อุณหภูมิต่ำนะครับ ยกตัวอย่างเช่น การดัดงอนะครับ การอัดรีด หรือการบิดงอนะครับ นักเรียนสามารถเรียนรู้เพิ่มเติม เกี่ยวกับเทคนิคการตีโลหะ ได้ตามลิงก์ที่แสดงไว้บนหน้าจอนะครับ หรือจะสแกน QR Code ก็ได้นะครับ สำหรับบทเรียนนี้นะครับ นักเรียนก็ได้เรียนรู้เกี่ยวกับเทคนิคการตัด การต่อ แล้วขึ้นรูปวัสดุนะครับ เนื่องจากวัสดุมีหลายประเภท ซึ่งแต่ละประเภทก็มีสมบัติที่แตกต่างกันนะครับ นักเรียนจะต้องเลือกเทคนิค วิธีการในการสร้าง หรือซ่อมแซมสิ่งของเครื่องใช้ให้ถูกต้อง แล้วก็เหมาะสมกับชิ้นงานที่จะปฏิบัตินะครับ โดยจะต้องนำความรู้เกี่ยวกับวัสดุ อุปกรณ์ มาประกอบการตัดสินใจในการเลือกใช้เทคนิค และเลือกใช้มือให้ถูกต้องนะครับ สรุปสุดท้ายสำหรับบทนี้นะครับ แม้ว่าวัสดุและเครื่องมือในปัจจุบัน จะมีอยู่หลายประเภท ซึ่งแต่ละประเภท ก็มีสมบัติและการใช้งานที่แตกต่างกันนะครับ เราจึงต้องเลือกใช้ให้เหมาะกับการสร้าง หรือพัฒนาชิ้นงานนะครับ นอกจากนั้นนะครับ วัสดุและเครื่องมือ ยังมีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลานะครับ เพื่อช่วยอำนวยความสะดวก เพิ่มประสิทธิภาพ และลดขั้นตอนในการปฏิบัติงานนะครับ ซึ่งในการใช้งานจะต้องศึกษาข้อปฏิบัติ และข้อควรระวัง ควรตรวจสอบเครื่องมือ ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานอยู่เสมอนะครับ นักเรียนได้ศึกษาจนจบบทที่ 4 แล้วนะครับ เพื่อเป็นการทดสอบความเข้าใจนะครับ เรามาทำกิจกรรมท้าทายความคิดกันหน่อยนะครับ โดยให้นักเรียนออกแบบไม้เท้า สำหรับผู้บกพร่องทางการเห็นนะครับ ทั้งนี้ ไม้เท้าต้องมีการติดตั้งเซนเซอร์ และระบุส่วนต่าง ๆ นะครับ ไม่ว่าจะเป็นวัสดุที่ใช้นะครับ เหตุผลในการเลือกใช้วัสดุนะครับ เครื่องมือที่ใช้และเทคนิคในการต่อนะครับ กิจกรรมสุดท้ายสำหรับการเรียนรู้ในครั้งนี้ ก็คือกิจกรรมท้ายบทนะครับ โดยให้นักเรียนออกแบบอุปกรณ์ในห้องน้ำ หรือห้องครัวสำหรับผู้สูงอายุนะครับ พร้อมบอกแนวคิดในการออกแบบ บอกขนาดและสัดส่วนของชิ้นงานนะครับ แล้วนำเสนอแนวทางการเลือกใช้วัสดุ เครื่องมือ เพื่อปฏิบัติงานให้เหมาะกับประเภทของงาน และให้มีความปลอดภัยด้วยนะครับ สวัสดีครับ [เสียงดนตรี]