﻿WEBVTT

1
00:00:00.000 --> 00:00:02.418

2
00:00:02.212 --> 00:00:02.621

3
00:00:02.234 --> 00:00:02.481

4
00:00:02.259 --> 00:00:02.718

5
00:00:02.682 --> 00:00:03.167

6
00:00:03.513 --> 00:00:03.944

7
00:00:03.760 --> 00:00:04.526

8
00:00:04.691 --> 00:00:05.083

9
00:00:05.200 --> 00:00:05.471

10
00:00:05.881 --> 00:00:07.616
เริ่มเรียนรู้กันเลยนะครับ

11
00:00:07.923 --> 00:00:08.363

12
00:00:08.085 --> 00:00:13.644
ปัจจุบันเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆนะครับที่ใช้ในชีวิตประจำวันของเราไม่ว่าจะเป็นโทรทัศน์

13
00:00:13.562 --> 00:00:17.829
หม้อหุงข้าวไฟฟ้าเครื่องซักผ้าเตาไมโครเวฟนะครับ

14
00:00:18.073 --> 00:00:18.559

15
00:00:18.684 --> 00:00:23.076
ก็มีส่วนประกอบของอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์หลากหลายนะครับ

16
00:00:23.121 --> 00:00:28.565
พี่ใช้งานร่วมกันนะคะอีกทั้งการทำงานของเครื่องใช้ไฟฟ้าเหล่านี้ต้องอาศัยการใช้ไฟฟ้า

17
00:00:28.442 --> 00:00:28.927

18
00:00:28.951 --> 00:00:29.317

19
00:00:29.270 --> 00:00:30.380
เซ็นเซอร์นะครับ

20
00:00:30.331 --> 00:00:33.975
แผงควบคุมขนาดเล็กนะครับและเครื่องจักรกลไฟฟ้าเช่นมอเตอร์นะครับ

21
00:00:33.992 --> 00:00:36.669
เรามาดูอุปกรณ์ชิ้นแรกกันเลยนะครับ

22
00:00:36.813 --> 00:00:42.540
มอเตอร์เป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าที่แปลงพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานกลนะครับมีอยู่ล่ะ

23
00:00:42.361 --> 00:00:48.663
ประเภทด้วยกันนะครับแต่ละประเภทก็มีคุณสมบัติที่แตกต่างกันไปนะครับขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของการใช้งานนะครับ

24
00:00:49.414 --> 00:00:55.626
แท่นมอเตอร์ที่ใช้ในงานอุตสาหกรรมต้องมีแรงบิดมากนะครับมอเตอร์ที่ใช้ในของเล่นก็ต้องการความเร็วรอบ

25
00:00:55.502 --> 00:00:56.240
นะครับ

26
00:00:56.282 --> 00:01:01.092
ลักษณะภายนอกของมอเตอร์นะคะไม่ว่าจะประกอบไปด้วยขั้วไฟฟ้า 2 ขวดนะครับ

27
00:01:01.022 --> 00:01:01.440

28
00:01:01.473 --> 00:01:03.351
ไว้สำหรับเชื่อมต่อสำหรับ

29
00:01:03.394 --> 00:01:04.915
แผงวงจรไฟฟ้านะครับ

30
00:01:05.042 --> 00:01:08.106
แล้วก็มีแกนเหล็กยื่นออกมาจากตัวมอเตอร์นะครับ

31
00:01:08.133 --> 00:01:08.700

32
00:01:08.643 --> 00:01:11.137
เรียกว่าเพลามอเตอร์นะครับในส่วนนี้จะ

33
00:01:11.193 --> 00:01:16.825
เป็นส่วนที่เข้ากับอุปกรณ์ที่ต้องการให้เคลื่อนที่ลักษณะการหมุนนะคะเช่นใบพัดนะคะ

34
00:01:16.713 --> 00:01:19.276
จะต่อกับเพลาของอุปกรณ์ต่างๆนะครับ

35
00:01:19.772 --> 00:01:20.039

36
00:01:20.942 --> 00:01:21.165

37
00:01:21.392 --> 00:01:24.136
มอเตอร์นะครับสามารถแบ่งตามประเภทการ

38
00:01:24.153 --> 00:01:24.424

39
00:01:24.332 --> 00:01:29.680
ใช้กระแสไฟฟ้าได้เป็น 2 ประเภทด้วยกันก็คือมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรงนะครับ

40
00:01:29.523 --> 00:01:31.315
DC Motor นะครับ

41
00:01:31.262 --> 00:01:35.977
ตัวอย่างอุปกรณ์มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรงได้แต่พัดลมพกพานะครับ

42
00:01:36.636 --> 00:01:36.904

43
00:01:36.904 --> 00:01:37.152

44
00:01:37.021 --> 00:01:37.910
มอเตอร์

45
00:01:37.984 --> 00:01:45.252
ถัดไปนะครับคือมอเตอร์กระแสไฟฟ้าสลับ AC Motor นะครับตัวอย่างอุปกรณ์ที่ใช้มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลับ

46
00:01:45.033 --> 00:01:46.348
ก็คือพัดลมนะครับ

47
00:01:47.074 --> 00:01:47.323

48
00:01:47.402 --> 00:01:47.778

49
00:01:47.645 --> 00:01:47.901

50
00:01:47.853 --> 00:01:53.281
ลักษณะของมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรงกับมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรง

51
00:01:53.102 --> 00:01:56.585
มอเตอร์ที่ต้องใช้กับแหล่งจ่ายไฟกระแสตรงนะครับ

52
00:01:56.494 --> 00:01:59.529
เช่นเซลล์ไฟฟ้าหรือไม่ก็แบตเตอรี่นะครับ

53
00:01:59.434 --> 00:01:59.802

54
00:01:59.762 --> 00:02:01.918
มอเตอร์ประเภทนี้นะครับสามารถ

55
00:02:02.073 --> 00:02:03.470
ควบคุมการหมุน

56
00:02:03.422 --> 00:02:10.224
ไอ้หมุนไปตามทิศทางการเข็มนาฬิกาหรือหมุนไปตามทิศทางทวนเข็มนาฬิกาหรือหยุดหมุนโดยง่ายนะคะ

57
00:02:10.204 --> 00:02:12.634
อัตราเร็วการหยุดหมุนนะครับ

58
00:02:12.574 --> 00:02:13.849
ขึ้นอยู่กับ

59
00:02:13.866 --> 00:02:17.772
ความต่างศักย์ไฟฟ้าที่จ่ายให้กับมอเตอร์นะครับนัดหมายความว่า

60
00:02:17.702 --> 00:02:17.936

61
00:02:18.393 --> 00:02:25.701
ที่มีความต่างศักย์สูงอัตราเร็วมอเตอร์ก็จะส่งด้วยนะครับแต่ถ้าเราต่อมอเตอร์กับแหล่งจ่ายไฟที่มีความ

62
00:02:26.014 --> 00:02:28.615
สำนักอัตราเร็วมอเตอร์ก็จะกลับด้วยนะครับ

63
00:02:29.614 --> 00:02:29.830

64
00:02:29.883 --> 00:02:30.140

65
00:02:30.695 --> 00:02:30.960

66
00:02:30.903 --> 00:02:31.153

67
00:02:31.144 --> 00:02:35.049
เรามาดูมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลับบ้างนะครับมอเตอร์ไฟฟ้ากระแส

68
00:02:35.134 --> 00:02:35.539

69
00:02:36.034 --> 00:02:37.507
ต้องใช้มอเตอร์

70
00:02:38.523 --> 00:02:40.953
นะครับในชีวิตประจำวัน

71
00:02:41.134 --> 00:02:41.539

72
00:02:41.343 --> 00:02:47.177
แล้วก็ใช้ไฟฟ้าหลายชนิดด้วยกันนะครับโดยเฉพาะเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีลักษณะการเคลื่อนที่แบบหมุนนะคะ

73
00:02:47.164 --> 00:02:49.186
เช่นเครื่องซักผ้านะครับ

74
00:02:49.294 --> 00:02:50.544
พัดลม

75
00:02:51.215 --> 00:02:52.353
เครื่องปั่นนะครับ

76
00:02:53.523 --> 00:02:53.723

77
00:02:53.643 --> 00:02:53.911

78
00:02:53.822 --> 00:02:54.098

79
00:02:53.973 --> 00:02:58.517
มอเตอร์กระแสสลับนะครับสามารถรับแบบตามระบบการ

80
00:02:58.774 --> 00:03:00.533
ไฟฟ้าก็คือ

81
00:03:00.575 --> 00:03:00.976

82
00:03:00.873 --> 00:03:03.914
มอเตอร์แบบหนึ่งเฟสแล้วก็มอเตอร์แบบ 3 เฟสนะครับ

83
00:03:04.595 --> 00:03:05.012

84
00:03:04.712 --> 00:03:05.135

85
00:03:04.863 --> 00:03:05.267

86
00:03:05.433 --> 00:03:07.621
เรามาดูมอเตอร์ 1 เฟสกันนะครับ

87
00:03:07.593 --> 00:03:14.715
มอเตอร์กระแสสลับ 1 เฟสนะครับเป็นมอเตอร์ที่มีขนาดเล็กนะครับจะใช้กับแรงดันไฟฟ้า 220 โวลต์นะครับ

88
00:03:15.093 --> 00:03:17.242
มีสายไฟเข้า 2 สายนะครับ

89
00:03:17.223 --> 00:03:17.454

90
00:03:17.463 --> 00:03:17.743

91
00:03:17.733 --> 00:03:23.301
มอเตอร์แบบหนึ่งเฟสนะครับจะมีกำลังต่ำกว่า 1 แรงม้านะครับแต่หรืออาจจะมีขนาดใหญ่สุด

92
00:03:23.224 --> 00:03:27.850
ไม่เกิน 5 แรงม้าครับมอเตอร์ชนิดนี้นะครับใช้ตามบ้านเรือนนะครับ

93
00:03:30.543 --> 00:03:30.792

94
00:03:30.993 --> 00:03:31.490

95
00:03:31.503 --> 00:03:33.209
มาดูมอเตอร์แบบ

96
00:03:33.093 --> 00:03:36.979
มอเตอร์ 3 เฟสนะครับเป็นมอเตอร์ที่ใช้ในงานอุตสาหกรรมนะครับ

97
00:03:37.083 --> 00:03:37.422

98
00:03:38.043 --> 00:03:43.365
ต้องใช้ระบบไฟฟ้า 3 เฟสนะครับแรงดันไฟฟ้าอยู่ที่ 380 โวลต์นะคะ

99
00:03:43.744 --> 00:03:49.436
มีสายไฟเข้ามอเตอร์ 3 สายนะครับมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ 3 เฟสนะครับจะมีกำลัง

100
00:03:49.294 --> 00:03:52.608
1 แรงม้านะครับจนถึงขนาดแรงมากๆนะครับ

101
00:03:52.503 --> 00:03:58.983
อันนี้นิยมใช้ในการทำอุตสาหกรรมหนักเช่นขับลูกกลิ้งนะครับโรงงานถลุงเหล็กนะครับ

102
00:03:59.884 --> 00:04:05.451
รหัสมานะครับก็จะมาพูดถึงในเรื่องของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์นะครับโดยปกติแล้วนะครับ

103
00:04:05.253 --> 00:04:11.156
มันก็มีส่วนประกอบของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์นะครับซึ่งมีลักษณะและการทำงานที่

104
00:04:11.014 --> 00:04:12.029
งั้นไปนะครับ

105
00:04:12.124 --> 00:04:13.892
ในส่วนนี้นะครับ

106
00:04:13.985 --> 00:04:19.789
นักเรียนจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์พื้นฐานที่ใช้ในส่วนประกอบของเครื่องใช้ไฟฟ้า

107
00:04:19.624 --> 00:04:20.308
นะครับ

108
00:04:21.004 --> 00:04:21.391

109
00:04:21.334 --> 00:04:21.656

110
00:04:21.664 --> 00:04:27.202
เรามาดูอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ตัวแรกกันเลยนะครับนั่นก็คือตัวต้านทานนะครับตัวต้านทานนะครับเป็นห่วง

111
00:04:26.974 --> 00:04:28.941
ตอนที่มีสมบัติในการต้าน

112
00:04:28.894 --> 00:04:30.911
การผ่านของกระแสไฟฟ้านะครับ

113
00:04:30.814 --> 00:04:31.270

114
00:04:31.204 --> 00:04:32.785
มีหน่วยเป็นโอห์มนะครับ

115
00:04:32.883 --> 00:04:33.157

116
00:04:33.783 --> 00:04:39.185
ตัวต้านทานที่มีค่ามากนะคะจะทำให้มีกระแสไฟฟ้าผ่านได้น้อยนะครับโดยทั่วไป

117
00:04:39.154 --> 00:04:42.733
ตัวต้านทานจะถูกแบ่งเป็น 2 ประเภทนะครับได้แก่ตัว

118
00:04:42.604 --> 00:04:44.766
ราคาคงที่นะครับต้นทานคงที่

119
00:04:44.798 --> 00:04:45.150

120
00:04:45.244 --> 00:04:46.996
มีค่า

121
00:04:47.165 --> 00:04:51.759
ของกระแสไฟฟ้าคงที่นะครับซึ่งเราสามารถอ่านค่าความต้านทานได้

122
00:04:52.083 --> 00:04:53.277
แถบสีที่คาดอยู่

123
00:04:53.493 --> 00:04:54.914
บนตัวต้านทานนะครับ

124
00:04:55.503 --> 00:04:55.738

125
00:04:55.744 --> 00:04:59.106
แบบที่ 2 จะเป็นตัวต้านทานแบบที่เปลี่ยนค่าได้นะครับ

126
00:04:59.074 --> 00:05:04.489
โดยค่าของความต้านทานนะคะขึ้นอยู่กับปริมาณแสงที่ตกกระทบนะครับ

127
00:05:04.593 --> 00:05:06.467
ค่าแสงที่ตกกระทบ

128
00:05:06.574 --> 00:05:10.606
ปริมาณมากนะครับตัว L D R ของเราก็จะมีค่าความต้านทานต่ำ

129
00:05:10.474 --> 00:05:11.211
กลับนะครับ

130
00:05:12.785 --> 00:05:14.458
อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

131
00:05:14.464 --> 00:05:16.935
อะไรนะครับก็คือตัวเก็บประจุนะครับ

132
00:05:16.913 --> 00:05:20.338
เก็บประจุจะทำหน้าที่ในการเก็บประจุไฟฟ้านะครับ

133
00:05:20.224 --> 00:05:25.020
โดยเฉพาะเก็บประจุและพัฒนาสู่การสร้างการนำ 3 ตัวนำ 2 ชิ้นนะครับ

134
00:05:24.964 --> 00:05:27.255
เมื่อวานในลักษณะที่ขนานกันนะครับ

135
00:05:27.454 --> 00:05:27.717

136
00:05:27.964 --> 00:05:28.214

137
00:05:28.084 --> 00:05:28.287

138
00:05:28.295 --> 00:05:31.737
โดยระหว่างตัวนำทั้งสองจะถูกต้องด้วยขนอม

139
00:05:31.804 --> 00:05:32.689
ขนาน

140
00:05:33.666 --> 00:05:33.902

141
00:05:34.114 --> 00:05:36.437
เครื่องไดเร็คติดอันนี้

142
00:05:36.363 --> 00:05:36.619

143
00:05:36.816 --> 00:05:37.678
เซรามิก

144
00:05:37.714 --> 00:05:40.463
สารที่มีสภาพคล้ายฉนวนอื่นนะครับ

145
00:05:41.794 --> 00:05:42.064

146
00:05:42.364 --> 00:05:42.747

147
00:05:42.695 --> 00:05:44.296
เรามาดูตัวเก็บประจุ

148
00:05:44.434 --> 00:05:46.882
จบประเภทอิเล็กโทรไลต์คณะครับ

149
00:05:46.744 --> 00:05:48.775
เก็บประจุประเภทอิเล็กโทรไลท์นะครับ

150
00:05:48.724 --> 00:05:53.221
จะใช้ในงานที่ต้องการความต้านทานของฉนวนที่มีค่าสูงนะครับ

151
00:05:53.225 --> 00:05:55.435
มีเสถียรภาพดีนะครับ

152
00:05:55.503 --> 00:05:55.774

153
00:05:55.714 --> 00:05:55.957

154
00:05:55.894 --> 00:05:56.178

155
00:05:56.104 --> 00:06:01.392
แล้วก็ใช้งานในสภาพแวดล้อมที่มีอุณหภูมิสูงนะครับโดยมากนิยมใช้ในวงจร

156
00:06:02.043 --> 00:06:03.689
จ่ายกำลังไฟสูงนะครับ

157
00:06:03.664 --> 00:06:03.895

158
00:06:03.845 --> 00:06:06.414
เช่นเครื่องปรับอากาศนะครับเครื่อง

159
00:06:06.334 --> 00:06:07.883
ไฟฟ้ากระแสตรงนะครับ

160
00:06:08.973 --> 00:06:09.244

161
00:06:09.363 --> 00:06:09.725

162
00:06:09.813 --> 00:06:16.560
เก็บประตูอีกประเภทหนึ่งนะครับก็คือตัวเก็บประจุประเทศประเภทเซรามิกนะครับซึ่งตัวเก็บประจุประเภทนี้นะครับจะใช้แล้ว

163
00:06:16.384 --> 00:06:21.234
ไดอิเล็กตริกนะครับเก็บความจุได้ไม่เกิน 1 ไมโครฟารัดนะครับ

164
00:06:21.453 --> 00:06:21.686

165
00:06:21.845 --> 00:06:22.060

166
00:06:22.684 --> 00:06:22.891

167
00:06:22.803 --> 00:06:27.089
ตัวเก็บประจุประเภทนี้นิยมใช้กันทั่วไปนะคะเพราะมีราคาถูกนะคะ

168
00:06:27.034 --> 00:06:27.715
เหมาะกับ

169
00:06:28.054 --> 00:06:33.278
ใช้วงจรย่านความถี่วิทยุนะครับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ตรงทักไปนะครับก็คือไดเอตนะครับ

170
00:06:33.303 --> 00:06:33.545

171
00:06:33.514 --> 00:06:36.364
ไดโอดเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ทำจากสัน

172
00:06:36.243 --> 00:06:37.315
ตัวดำนะครับ

173
00:06:37.744 --> 00:06:37.985

174
00:06:37.864 --> 00:06:38.302

175
00:06:38.103 --> 00:06:38.475

176
00:06:38.434 --> 00:06:38.821

177
00:06:38.764 --> 00:06:42.457
มีคุณสมบัติยอมให้กระแสไฟฟ้าผ่านได้ทางเดียวนะครับ

178
00:06:42.424 --> 00:06:46.826
ทำหน้าที่เป็นตัวควบคุมทิศทางการเคลื่อนที่ของกระแสไฟฟ้านะครับ

179
00:06:47.014 --> 00:06:51.301
แล้วก็ป้องกันการเคลื่อนที่ย้อนกลับของกระแสไฟฟ้า

180
00:06:51.306 --> 00:06:51.555

181
00:06:51.573 --> 00:06:51.851

182
00:06:51.754 --> 00:06:52.079

183
00:06:52.084 --> 00:06:57.115
ปัจจุบันมีไดโอดอยู่หลายชนิดด้วยกันนะครับแต่ไดโอดที่นิยมใช้ก็จะมีดังนี้นะครับ

184
00:06:57.064 --> 00:06:57.432

185
00:06:57.394 --> 00:06:58.913
ไดโอดธรรมดานะครับ

186
00:06:58.863 --> 00:07:04.057
ไดโอดธรรมดาก็จะทำหน้าที่ในการควบคุมการเคลื่อนที่ของกระแสไฟฟ้าให้ผ่านทางเดียวนะครับ

187
00:07:04.505 --> 00:07:04.803

188
00:07:04.894 --> 00:07:05.696

189
00:07:05.913 --> 00:07:09.084
ถ้าหากว่าเราต่อวงจรผิดนะครับ

190
00:07:09.123 --> 00:07:09.342

191
00:07:09.454 --> 00:07:15.189
กระแสไฟฟ้าจะไม่สามารถผ่านได้นะครับโดยขั้วบวกของไดโอดนะครับจะต้องต่อกับขั้วบวก

192
00:07:15.093 --> 00:07:16.531
วงจรไฟฟ้านะครับ

193
00:07:16.744 --> 00:07:17.371

194
00:07:17.378 --> 00:07:19.695
ขั้วลบของวงจรไดโอด

195
00:07:20.013 --> 00:07:22.445
จะต่อกับขั้วลบของวงจรไฟฟ้านะครับ

196
00:07:22.442 --> 00:07:22.703

197
00:07:22.775 --> 00:07:23.043

198
00:07:23.104 --> 00:07:29.762
หลักฐานที่ไดโอดยอมให้กระแสไฟฟ้าผ่านได้ทางเดียวนะคะก็จะเป็นการช่วยป้องกันอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์นะครับไม่ถูกทำร้ายจาก

199
00:07:29.673 --> 00:07:30.176

200
00:07:30.784 --> 00:07:33.782
หน้าที่ของกระแสไฟฟ้าผิดทางนั้นเองนะครับ

201
00:07:33.724 --> 00:07:37.464
ไดโอดประเภทฉันท์มานะคะก็คือไดโอดเปล่งแสงนะครับหรือเราจะเรียก

202
00:07:37.384 --> 00:07:37.745

203
00:07:37.685 --> 00:07:39.179
บอกว่าหลอดแอลอีดีนะครับ

204
00:07:39.244 --> 00:07:43.464
เอวดีนะครับจะทำหน้าที่ในการเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานเป็นแสนนะครับ

205
00:07:43.534 --> 00:07:48.254
โดยสามารถเปล่งแสงออกมาได้เมื่อได้รับกระแสไฟฟ้าและแรงดันที่เหมาะสมนะครับ

206
00:07:48.274 --> 00:07:52.930
แสงที่เปล่งออกมาก็มีหลายสีนะครับก็ขึ้นอยู่กับประเภทของสาร

207
00:07:53.135 --> 00:07:55.194
ซึ่งตัวนำที่นำมาผลิตนะครับ

208
00:07:56.014 --> 00:07:56.230

209
00:07:56.345 --> 00:07:56.546

210
00:07:56.464 --> 00:08:02.176
นิยมใช้ในเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆนะครับพอจะมีตัวเลขหรือเป็นตัวหนังสือเรืองแสงนะคะ

211
00:08:02.854 --> 00:08:03.130

212
00:08:03.125 --> 00:08:04.250
เช่นวิทยุ

213
00:08:04.294 --> 00:08:07.743
หน้าปัดนาฬิกาเครื่องคิดเลขจอโทรทัศน์นะครับ

214
00:08:08.134 --> 00:08:08.535

215
00:08:08.643 --> 00:08:08.864

216
00:08:08.944 --> 00:08:14.140
อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ลำดับถัดไปนะครับก็คือเซ็นเซอร์นะครับซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการ

217
00:08:14.223 --> 00:08:19.663
เปลี่ยนปริมาณทางกายภาพเป็นพลังงานไฟฟ้านะครับซึ่งปัจจุบัน Center ถูกนำมาประยุกต์ใช้ในสวน

218
00:08:19.534 --> 00:08:21.725
ไฟฟ้าในจำนวนมากนะครับ

219
00:08:21.695 --> 00:08:25.374
Sensor พื้นฐานที่น่าสนใจนะครับมีดังนี้นะครับ

220
00:08:25.294 --> 00:08:28.773
เซ็นเซอร์ตรวจจับการสัมผัสนะครับหรือที่เรียกว่าสวิตช์

221
00:08:28.743 --> 00:08:29.856
กลไกนะครับ

222
00:08:29.974 --> 00:08:30.232

223
00:08:30.304 --> 00:08:35.830
เป็นอุปกรณ์แบบกลไกนะครับทำหน้าที่ในการตัดต่อวงจรเมื่อได้รับแรงกด

224
00:08:35.674 --> 00:08:36.248
ครับ

225
00:08:37.144 --> 00:08:37.370

226
00:08:37.534 --> 00:08:43.162
แบบนี้นะครับมักจะนำไปใช้ในอุตสาหกรรมนะครับหรือเครื่องจักรที่เป็นระบบอัตโนมัตินะครับ

227
00:08:45.844 --> 00:08:50.080
เซ็นเซอร์ตรวจจับการสัมผัสลำดับถัดมานะครับก็คือรีทวิตนะครับ

228
00:08:49.954 --> 00:08:50.325

229
00:08:50.284 --> 00:08:53.979
สวิตซ์ทำหน้าที่เป็นสวิตช์ควบคุมการเปิดปิดจากในการ

230
00:08:54.065 --> 00:08:54.472

231
00:08:54.454 --> 00:08:55.033
ตอบ

232
00:08:55.024 --> 00:08:59.328
ความเข้มของสนามแม่เหล็กชั้นโกรธนะครับมักจะนำไปประยุกต์ใช้ใน

233
00:08:59.254 --> 00:08:59.494

234
00:08:59.554 --> 00:09:03.163
สัญญาณกันขโมยนะครับเพื่อตรวจจับการเปิดปิดประตูนะครับ

235
00:09:04.505 --> 00:09:09.601
ลาบานูนเซ็นเซอร์ตรวจจับแสงการนะครับในที่นี้จะนำเสนอตัว L D R นะครับ

236
00:09:09.573 --> 00:09:10.139

237
00:09:10.384 --> 00:09:10.629

238
00:09:10.653 --> 00:09:16.231
ซึ่งเป็นตัวต้านทานที่แปรค่าตามแสงนะครับแล้วจึงนำมาใช้ในการตรวจจับแสงนั่นเองนะคะ

239
00:09:16.984 --> 00:09:23.487
โดยที่แสงเป็นสัดส่วนผกผันกับความต้านทานนะครับหน้าคือเมื่อมีแสงตกกระทบน้อยความต้านทานจะมากนะ

240
00:09:23.345 --> 00:09:23.643

241
00:09:23.584 --> 00:09:27.583
ใช้ในวงจรเปิดปิดแสงอัตโนมัติได้นะครับ

242
00:09:27.934 --> 00:09:28.214

243
00:09:28.144 --> 00:09:28.367

244
00:09:28.534 --> 00:09:32.768
มาดูเซ็นเซอร์ตรวจจับแสงลำดับถัดไปนะครับก็คือโฟโตไดโอดนะครับ

245
00:09:32.825 --> 00:09:33.074

246
00:09:33.244 --> 00:09:34.291
เป็น

247
00:09:34.475 --> 00:09:34.697

248
00:09:34.804 --> 00:09:42.502
เซ็นเซอร์เปลี่ยนแสงให้เป็นพลังงานไฟฟ้าราคาโดยค่าการนำกระแสไฟฟ้าจะมากขึ้นเมื่อความเข้มแสงมากขึ้นนะครับอันนี้จะใช้ในวงจร

249
00:09:42.244 --> 00:09:44.076
ปิดไฟถนนอัตโนมัตินะครับ

250
00:09:46.654 --> 00:09:46.889

251
00:09:46.773 --> 00:09:47.083

252
00:09:47.163 --> 00:09:47.401

253
00:09:47.554 --> 00:09:48.565

254
00:09:48.904 --> 00:09:51.018
เซ็นเซอร์ตรวจจับอุณหภูมิกันบ้างนะครับ

255
00:09:51.274 --> 00:09:57.393
นี้จะพูดถึงตัว rt ดีนะคะถ้าดีจะใช้หลักการที่ค่าความต้านทานมีความเปลี่ยนแปลงขึ้น

256
00:09:57.274 --> 00:10:02.534
อุณหภูมินะครับมันก็ใช้ในงานอุตสาหกรรมนะครับเนื่องจากมีราคาแพงนะครับ

257
00:10:04.205 --> 00:10:04.435

258
00:10:04.444 --> 00:10:09.957
เซ็นเซอร์ตัวจับอุณหภูมิลำดับถัดไปนะครับก็คือเทอร์โมคัปเปิลนะครับ

259
00:10:09.844 --> 00:10:16.113
ทำหน้าที่เปลี่ยนพลังงานความร้อนเป็นพลังงานไฟฟ้านะครับอุปกรณ์นี้จึงมักจะประยุกต์ใช้ในการ

260
00:10:16.175 --> 00:10:18.153
ตัวจับอุณหภูมิในตู้เย็นนะครับ

261
00:10:18.093 --> 00:10:20.346
แล้วก็เครื่องปรับอากาศในรถยนต์นะครับ

262
00:10:22.655 --> 00:10:23.085

263
00:10:23.043 --> 00:10:23.316

264
00:10:23.224 --> 00:10:25.687
เรามาดูเซ็นเซอร์ตรวจจับเสียงกันบ้างนะครับ

265
00:10:25.864 --> 00:10:26.264

266
00:10:26.254 --> 00:10:30.936
เซ็นเซอร์ตรวจจับเสียงชนิดแรกที่จะพูดถึงก็คือคอนเดนเซอร์ไมโครโฟนนะครับ

267
00:10:30.843 --> 00:10:36.509
คอนเดนเซอร์ไมโครโฟนนะครับจะทำหน้าที่เปลี่ยนเสียงเป็นพลังงานไฟฟ้านะครับโดยค่าความต่างศักย์

268
00:10:36.604 --> 00:10:41.980
คอนเดนเซอร์ไมโครโฟนนะครับจะขึ้นอยู่กับความดังและความถี่ของเสียงแล้วครับ

269
00:10:41.825 --> 00:10:46.839
โปรโมชั่นดีๆนะครับนำไปใช้ในโทรศัพท์ไร้สายนะครับหรือวงจรตรวจจับเสียงนะครับ

270
00:10:48.994 --> 00:10:49.267

271
00:10:49.117 --> 00:10:49.354

272
00:10:49.294 --> 00:10:54.717
เซ็นเซอร์ตรวจจับแสงชนิดหนึ่งนะครับที่นำมายกตัวอย่างก็คืออัลตร้าโซนิคเซนเซอร์นะครับ

273
00:10:55.054 --> 00:11:00.322
ทำหน้าที่เปลี่ยนเสียงเป็นพลังงานไฟฟ้าเช่นเดียวกับคอนเดนเซอร์ไมโครโฟนนะครับแต่จะรับ

274
00:11:00.185 --> 00:11:02.043
ช่วงความถี่ที่ประมาณ

275
00:11:02.050 --> 00:11:04.364
38 ถึง 40 กิโลเมตรนะครับ

276
00:11:04.414 --> 00:11:07.358
ซึ่งสูงกว่าที่มนุษย์เราได้ยินนะครับ

277
00:11:07.385 --> 00:11:10.076
จึงมักใช้ในการวัดระยะทางนะครับ

278
00:11:10.173 --> 00:11:10.543

279
00:11:10.564 --> 00:11:16.200
สำหรับบทเรียนนี้นะครับนักเรียนจะเห็นได้ว่าความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์และมีความสุข

280
00:11:16.026 --> 00:11:18.537
ต่อการพัฒนาหรือสร้างสรรค์เทคโนโลยีนะครับ

281
00:11:18.454 --> 00:11:23.357
เนื่องจากเป็นส่วนประกอบสำคัญที่จะทำให้เทคโนโลยีต่างๆทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพนะครับ

282
00:11:24.215 --> 00:11:24.486

283
00:11:24.425 --> 00:11:29.960
สำหรับกิจกรรมที่ 5.2 รหัสวิเคราะห์กลไกอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์และสิ่งของเครื่องใช้นะคะ

284
00:11:30.125 --> 00:11:35.875
ให้นักเรียนเลือกเครื่องใช้มา 1 ชนิดเพื่อศึกษากลไกทำงานอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์

285
00:11:35.944 --> 00:11:38.841
เคยใช้ไฟฟ้าที่เลือกในประเด็นดังต่อไปนี้นะครับ

286
00:11:38.764 --> 00:11:39.262

287
00:11:39.905 --> 00:11:45.098
กลไกอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ในเครื่องใช้ไฟฟ้านั้นมีอะไรบ้างนะครับ

288
00:11:45.605 --> 00:11:48.422
การทำงานของกลไกและอุปกรณ์ไฟฟ้า

289
00:11:48.364 --> 00:11:50.670
อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้านั้น

290
00:11:50.674 --> 00:11:52.896
มีการทำงานสัมพันธ์กันอย่างไรนะครับ

291
00:11:52.986 --> 00:11:59.489
กลไกอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์เกิดการทำงานผิดพลาดจะส่งผลต่อการทำงานของเครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างไร

292
00:11:59.463 --> 00:12:00.001
ครับ

293
00:12:01.237 --> 00:12:02.960
นักเรียนสามารถวิเคราะห์

294
00:12:03.424 --> 00:12:03.695

295
00:12:03.545 --> 00:12:08.500
กิจกรรมตามหัวข้อบนหน้าจอได้เลยนะครับแล้วก็อย่าลืมทำกิจกรรมกันด้วยนะครับ

296
00:12:08.615 --> 00:12:08.870

297
00:12:08.734 --> 00:12:09.623
สวัสดีครับ

298
00:12:10.294 --> 00:12:11.274
เสียงดนตรี

