[เสียงดนตรี] (คุณครูขจิต) สวัสดีครับ นักเรียนทุกคน กลับมาพบกันอีกครั้งหนึ่งนะครับ กับการเรียนรู้ในวิชาเทคโนโลยี การออกแบบและเทคโนโลยี ในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ครับ สำหรับเนื้อหาในวิชาเทคโนโลยี การออกแบบและเทคโนโลยี ในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 นะครับ ที่สามารถแบ่งออกเป็น 3 หัวข้อใหญ่ ๆ นะครับ ครั้งนี้นะครับ เรายังคงเรียนรู้กันอยู่ในหัวข้อ การแก้ปัญหา ตามกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมครับ โดยที่เราจะมาเรียนรู้กันต่อนะครับ ในบทที่ 6 นะครับ ในหัวข้อที่ 2 ก็คือกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมตอนที่ 2 ซึ่งการเรียนรู้ในครั้งนี้นะครับ จะเกี่ยวข้องกับ 2 ขั้นตอน ของกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม ก็คือขั้นการออกแบบวิธีการแก้ปัญหา และขั้นตอนการวางแผน และดำเนินการแก้ปัญหาครับ โดยที่มีจุดประสงค์ในการเรียนรู้ในครั้งนี้นะครับ คือต้องการให้นักเรียน สามารถออกแบบวิธีการแก้ปัญหา โดยวิเคราะห์จากองค์ประกอบที่จำเป็น และเปรียบเทียบทางเลือกในการแก้ปัญหาครับ และให้นักเรียนสามารถวางแผน ขั้นตอนการทำงาน และดำเนินการแก้ปัญหาได้ครับ ถ้านักเรียนพร้อมแล้ว เราไปเริ่มเรียนรู้กันเลยครับ นักเรียนยังคงจำกันได้นะครับ ว่าการเรียนรู้ในครั้งก่อน จากสถานการณ์การใช้ชีวิตของผู้สูงอายุ เราได้สำรวจสถานการณ์ และได้วิเคราะห์องค์ประกอบ และสาเหตุของปัญหา จนได้ขอบเขตของปัญหาที่เราสนใจ ซึ่งก็คือปัญหาการสูญเสียการได้ยินของผู้สูงอายุ ที่เกิดขึ้นจากประสาทหูเสื่อมลงตามวัย จนส่งผลต่อการได้ยินเสียง ดังนั้น จึงต้องการวิธีการที่ช่วยให้ผู้สูงอายุ สามารถได้เสียงได้ดีขึ้นนั่นเองครับ หรือมีระดับการได้ยินปกติ ต่อมาเราได้นำขอบเขตของปัญหานั้น มากำหนดประเด็นเพื่อรวบรวมข้อมูล ในการหาแนวทางในการแก้ปัญหา และได้สรุปความเชื่อมโยงของข้อมูลที่รวบรวมมา ซึ่งอาจสรุปในรูปแบบของแผนที่ความคิด รวมทั้งเปรียบเทียบข้อดีข้อเสีย ของแนวทางการแก้ปัญหาที่เราสนใจ ซึ่งก็คืออุปกรณ์เครื่องช่วยฟังแต่ละประเภทนะครับ ซึ่งจากการเปรียบเทียบ เครื่องช่วยฟังแต่ละประเภท พบว่ามีข้อดีและข้อจำกัดแตกต่างกันไป ซึ่งเราสามารถนำข้อมูลดังกล่าวนะครับ มาใช้เป็นแนวทางในการออกแบบ และพัฒนาเครื่องช่วยฟังของเรานั่นเอง อย่างเหมาะสมภายใต้ความรู้ ความสามารถ ทรัพยากร และข้อจำกัดที่เรามีครับ ในการออกแบบวิธีการแก้ปัญหาเพื่อให้ง่ายขึ้น เราอาจคิดถึงสิ่งที่เราควรทำในขั้นตอนนี้กันครับ ซึ่งประกอบด้วย การวิเคราะห์ประกอบพื้นฐานที่จำเป็น ต่อการแก้ปัญหา การสร้างทางเลือกในการแก้ปัญหา และการถ่ายทอดความคิดในการแก้ปัญหาครับ ดังนั้น เรามาเริ่มเรียนรู้กัน ในเรื่องของการวิเคราะห์องค์ประกอบพื้นฐาน ที่จำเป็นต่อการแก้ปัญหากันก่อนครับ จากแนวคิดที่จะพัฒนาเครื่องช่วยฟัง สิ่งที่จะช่วยให้เราคิดแก้ปัญหาอย่างเหมาะสม คือการคิดถึงองค์ประกอบพื้นฐาน ที่จำเป็นต่อการแก้ปัญหา วิธีการหนึ่งคือการใช้เทคนิค function analysis diagram ซึ่งเป็นเทคนิคที่แยกแยะหน้าที่ หรือคุณสมบัติที่จำเป็น และควรมีต่อการออกแบบผลิตภัณฑ์ ซึ่งเราอาจพิจารณาจากผลิตภัณฑ์ประเภทนั้น ที่มีอยู่แล้ว และแยกแยะในแต่ละองค์ประกอบพื้นฐาน ที่ทำให้ผลิตภัณฑ์นั้นใช้งานได้ตามหน้าที่ โดยอาจตัดส่วนที่ไม่จำเป็นออกไป แล้วถ่ายทอดความคิดออกมาเป็นภาพร่าง 2 มิติ หรือ 3 มิติ เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน ดังนั้น เราลองมายกตัวอย่างผลิตภัณฑ์กันครับ ไม้เท้า นักเรียนลองคิดดูกันนะครับ ว่าน่าจะมีองค์ประกอบพื้นฐานอะไรบ้าง คุณครูจะให้เวลาคิด 10 วินาทีครับ นักเรียนคิดว่าไม้เท้า ควรมีองค์ประกอบพื้นฐานที่จำเป็น เพื่อให้สามารถใช้งานได้ ประกอบด้วยอะไรบ้างครับ มีที่จับใช่ไหมครับ และมีอะไรอีกครับ แท่งค้ำยันใช่ไหมครับ และก็มีฐาน ทั้งหมดล้วนแต่เป็นองค์ประกอบที่จำเป็น ต่อการนำไม้เท้ามาใช้งานครับ ตอนนี้เราลองมาช่วยกันวิเคราะห์กันครับ ว่าเครื่องช่วยฟังแม้จะมีหลายรูปแบบ แต่ควรมีองค์ประกอบพื้นฐานอะไรบ้างครับ ที่จำเป็นต่อการทำงานของอุปกรณ์ เพื่อช่วยให้การได้ยินเสียงได้ดีขึ้น อย่างแรก ก็คืออุปกรณ์รับเสียง เช่น ไมโครโฟนขนาดเล็ก ที่ทำหน้าที่เปลี่ยนสัญญาณเสียงเป็นสัญญาณไฟฟ้า วงจรขยายเสียง ซึ่งทำหน้าที่ขยายสัญญาณไฟฟ้า ที่เปลี่ยนมาจากสัญญาณเสียง ให้ตรงกับระดับการได้ยินของผู้ใช้งาน อุปกรณ์ถ่ายทอดเสียง เช่น ลำโพงขนาดเล็ก ที่ทำหน้าที่แปลงสัญญาณไฟฟ้ามาเป็นเสียง และทำการส่งสัญญาณเสียงนั้น เข้าไปในหูของผู้ใช้งาน นอกจากนี้นะครับ ยังมีองค์ประกอบอื่น ๆ ที่จำเป็น คือ แหล่งกำเนิดไฟฟ้า อุปกรณ์สำหรับปิด-เปิด อุปกรณ์สำหรับปรับระดับเสียง ทั้งหมดล้วนแต่เป็นองค์ประกอบพื้นฐาน ที่จำเป็นเพื่อช่วยให้เครื่องช่วยฟังนะครับ สามารถใช้งานหรือใช้ประโยชน์ได้ตามหน้าที่ครับ ในกิจกรรมที่ 6.3 ตอนที่ 1 ให้นักเรียนจำแนกองค์ประกอบพื้นฐานที่จำเป็น และควรมีต่อแนวทางการแก้ปัญหาที่นักเรียนสนใจ โดยการวิเคราะห์ด้วย function analysis diagram และถ่ายทอดผลการวิเคราะห์เป็นภาพ 2 มิติ หรือ 3 มิติ ที่ระบุหน้าที่ และคุณสมบัติของแต่ละองค์ประกอบพื้นฐาน โดยมีเวลาในการทำกิจกรรม 20 นาทีครับ นักเรียนอาจหยุดพักวีดิทัศน์นี้ไว้ก่อน เพื่อทำกิจกรรมครับ การแก้ปัญหาในลำดับถัดมา ก็คือการสร้างทางเลือกในการแก้ปัญหาครับ โดยในขั้นตอนนี้ ก็คือการนำข้อมูลองค์ประกอบที่จำเป็น ต่อการพัฒนาแนวทางในการแก้ปัญหา และขอบเขตของปัญหาที่กำหนดไว้ มาใช้ออกแบบแนวทางการแก้ปัญหา ให้มีรายละเอียดที่ชัดเจน และอาจออกแบบไว้หลายแนวทาง เพื่อที่จะได้นำแนวทางเหล่านี้นะครับ มาใช้ในการพิจารณาตัดสินใจ เลือกแนวทางการแก้ปัญหาที่เหมาะสม ซึ่งอาจพิจารณาจากเงื่อนไข และขอบเขตของปัญหา รวมทั้งพิจารณาจากปัจจัยแวดล้อมต่าง ๆ เช่น ข้อดี ข้อเสียของแนวทางการแก้ปัญหา ความสอดคล้องกับทรัพยากรที่มีอยู่ ผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม การนำไปใช้งานเพื่อแก้ปัญหา ความประหยัด ความปลอดภัย การบำรุงรักษา ซึ่งปัจจัยต่าง ๆ เหล่านี้นะครับ ที่นำมาพิจารณาอาจปรับเปลี่ยนได้ ตามความเหมาะสมกับปัญหาต่าง ๆ ครับ ตอนเราลองมาดูตัวอย่าง การสร้างแนวทางในการแก้ปัญหา ผู้สูงอายุสูญเสียการได้ยิน ซึ่งเรามีแนวคิด ที่จะสร้างเครื่องช่วยฟังใช่ไหมครับ จากการวิเคราะห์ องค์ประกอบพื้นฐานทั้งหมดที่จำเป็น จะเห็นว่ามีส่วนของวงจรขยายเสียง อาจเป็นอุปกรณ์ที่เกินความสามารถของนักเรียน ที่จะออกแบบและสร้างขึ้นด้วยตนเอง จากความรู้นะครับ ในระดับชั้นมัธยมศึกษา แต่จากการสืบค้นนะครับ พบว่ามีการผลิตและก็จำหน่ายอุปกรณ์ ที่สามารถนำมาสร้างวงจร ที่ช่วยขยายเสียงอย่างง่ายขึ้นได้ ซึ่งมีผู้ผลิตชุดวงจรไว้หลายแบบ โดยวงจรแบบนะครับ อาจมีอุปกรณ์ที่ช่วยในการขยายเสียงที่แตกต่างกัน ซึ่งอาจนำข้อมูลของแต่ละวงจรเหล่านี้นะครับ มาเปรียบเทียบกันในรูปแบบของตาราง โดยกำหนดเกณฑ์การเปรียบเทียบนะครับ ที่สอดคล้องกับการพิจารณาครับ ตัวอย่างการกำหนดเกณฑ์ ในการพิจารณาเพื่อเปรียบเทียบวงจรแต่ละแบบ เช่น ปริมาณกระแสไฟฟ้าที่ใช้ คุณภาพของเสียงที่ได้ การปรับเปลี่ยนความดังของเสียง การประกอบหรือซ่อมแซม ราคา โดยนำเกณฑ์เหล่านี้นะครับ มาพิจารณาในแต่ละวงจร และให้ค่าน้ำหนักคะแนนเป็นตัวเลข ที่สอดคล้องกับคุณภาพที่มี ซึ่งจากตัวอย่างการพิจารณาพบว่า วงจรขยายเสียงแบบที่ 2 นะครับ มีความเหมาะสมที่จะนำมาใช้ในการออกแบบ และพัฒนาเครื่องช่วยฟัง เมื่อพิจารณาตามเกณฑ์ทั้งหมด โดยได้ผลคะแนนสูงสุด แต่ด้วยขนาดของแผ่น แต่ด้วยขนาดของแผ่นวงจรนะครับ ที่มีขนาดใหญ่ จึงมีข้อจำกัด ทำให้ไม่สามารถนำมาใช้ในการพัฒนา เครื่องช่วยฟังแบบทัดหลังใบหู และเครื่องช่วยฟังแบบใส่ในช่องหูได้ครับ แต่จากขนาดของแผ่นวงจรพิมพ์ ยังสามารถนำมาพัฒนา เครื่องช่วยฟังแบบกล่องได้ครับ การออกแบบเครื่องช่วยฟัง นอกจากวงจรที่ช่วยขยายเสียงแล้ว ยังมีส่วนประกอบอื่นที่จำเป็น ในการทำงานของเครื่องช่วยฟัง ตามที่เราได้วิเคราะห์ด้วย function analysis diagram นะครับ ได้แก่ อุปกรณ์รับเสียง อุปกรณ์ถ่ายทอดเสียง แหล่งกำเนิดไฟฟ้า ซึ่งส่วนประกอบเหล่านี้นะครับ สามารถเลือกใช้จับ อุปกรณ์ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์นะครับ ที่มีการผลิตเพื่อจำหน่าย เพื่อนำมาใช้ในการออกแบบ แล้วก็พัฒนาเครื่องช่วยฟัง ดังรูปแผนที่ความคิดนะครับ แสดงแนวทางการพัฒนาเครื่องช่วยฟังนะครับ ซึ่งเราอาจเลือกใช้อุปกรณ์ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อใช้เป็นส่วนประกอบในการออกแบบ แล้วก็พัฒนาเครื่องช่วยฟังได้ ดังนี้ครับ อุปกรณ์รับเสียง เลือกไมค์คอนเดนเซอร์ เนื่องจากมีความไวนะครับ ในการรับสัญญาณเสียง อุปกรณ์ถ่ายทอดเสียง เลือกใช้หูฟังชนิดใส่ในช่องหู เนื่องจากมีความสะดวกในการใช้งาน และมีน้ำหนักเบากว่าลำโพงนะครับ แหล่งกำเนิดไฟฟ้านะครับ เลือกใช้แบตเตอรี่ AAA 1.5 โวลต์ หากใช้ 2 ก้อน ก็ให้ความต่างศักย์ไฟฟ้าเพียงพอขนาด 3 โวลต์ มีน้ำหนักเบาแล้วก็หาซื้อได้สะดวกครับ เมื่อเราเลือกรูปแบบวงจรขยายเสียง อุปกรณ์ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ ที่นำมาใช้ในการพัฒนา เครื่องช่วยฟังเรียบร้อยแล้ว เราสามารถนำปกรณ์ต่าง ๆ เหล่านี้นะครับ มาทดลองต่อตามรูปแบบวงจรขยายเสียง เพื่อทดสอบการทำงานว่าสามารถขยายเสียง ในการได้ยินให้ดีขึ้นได้หรือไม่นะครับ ในกิจกรรมที่ 6.3 ตอนที่ 2 ให้นักเรียนสร้างทางเลือกในการแก้ปัญหา ที่นักเรียนสนใจจากกิจกรรมที่ผ่านมานะครับ โดยใช้ผลจากการจำแนก องค์ประกอบพื้นฐานที่จำเป็น และควรมีต่อแนวทางการแก้ปัญหา และข้อมูลที่รวบรวมไว้ จากนั้นประเมินทางเลือก ในการแก้ปัญหาที่สร้างขึ้น โดยสร้างตารางนะครับ เพื่อตัดสินใจเลือกทางเลือกในการแก้ปัญหา โดยมีเวลานะครับ ในการทำกิจกรรมนี้นะครับ 20 นาทีครับ นักเรียนอาจหยุดพักวีดิทัศน์นี้ไว้ก่อน เพื่อทำกิจกรรมครับ การแก้ปัญหาในลำดับถัดมานะครับ ก็คือการถ่ายทอดความคิดในการแก้ปัญหาครับ ซึ่งก็คือการนำทางเลือก ในการแก้ปัญหาของเรานั้น มาพัฒนาให้มีความชัดเจนมากขึ้นนั่นเอง ซึ่งจากตัวอย่างนะครับ ปัญหาผู้สูงอายุสูญเสียการได้ยินนะครับ คือการพัฒนาโครงสร้างนะครับ ของเครื่องช่วยให้เหมาะสมกับผู้ใช้งาน โดยมีวงจรขยายเสียง และอุปกรณ์ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ ที่จำเป็นต่อการทำงานของเครื่องช่วยฟัง การถ่ายทอดความคิดในการแก้ปัญหานะครับ มีความสำคัญนะครับ เนื่องจากเป็นการสื่อสาร แนวคิดที่ใช้ในการแก้ปัญหา หรือสนองความต้องการของเราให้เป็นรูปธรรม สามารถทำได้หลายวิธี ซึ่งอาจเริ่มต้นนะครับ จากวิธีการที่ง่ายและใช้ทรัพยากรน้อย ไปจนถึงวิธีการที่ซับซ้อน ดังนั้น เราไปเริ่มเรียนรู้กันเลยครับ ว่ามีวิธีการ ที่ช่วยให้เราถ่ายทอดความคิดอะไรบ้าง ซึ่งเราอาจจะเริ่มต้นนะครับ จากการถ่ายทอดความคิดอย่างง่ายนะครับ เช่น การเขียนภาพ 2 มิติ ซึ่งเป็นการถ่ายทอดความคิดเป็นภาพร่างนะครับ ที่แสดงให้เห็นถึงความกว้าง ความยาว หรือความสูงของชิ้นงานนะครับ ถัดมานะครับ เป็นภาพ 3 มิตินะครับ ซึ่งเป็นภาพที่ประกอบด้วยความกว้าง ความยาว และความสูง มีความเหมือนจริงมากกว่าภาพ 2 มิตินะครับ การเขียนภาพ 3 มิตินะครับ ที่นิยมใช้นะครับ มี 2 แบบ ก็คือแบบที่ 1 ก็คือภาพออบลิคนะครับ เป็นภาพ 3 มิติ ที่มองเห็นภาพด้านหน้าเป็นแนวตรงนะครับ มีฐานของภาพขนานกับเส้นระดับนะครับ สามารถวัดขนาดได้ ส่วนด้านยาวนะครับ นิยมเขียนให้ทำมุม 45 องศาครับ ภาพ 3 มิติอีกแบบหนึ่งนะครับ ก็คือภาพไอโซเมตริกนะครับ เป็นภาพ 3 มิติ ที่มองเห็นรูปร่างลักษณะใกล้เคียงกับของจริง และมีแนวสันของวัตถุด้านหนึ่งนี่ ตั้งฉากกับเส้นระดับนะครับ ส่วนความกว้างกับความยาว จะทำมุม 30 องศากับเส้นระดับครับ ภาพฉาย ภาพฉายเป็นภาพแสดงรายละเอียดของชิ้นงาน ที่ออกแบบไว้ในแต่ละด้านนะครับ ประกอบด้วยภาพด้านหน้า ด้านข้าง และด้านบนเป็นอย่างน้อยนะครับ โดยภาพแต่ละด้าน ก็คือภาพที่เราใช้ตามอง ตามแนวลูกศรในแต่ละด้านนะครับ แล้วเขียนออกมาเป็นภาพ 2 มิติ ในบางกรณีนะครับ จำเป็นอาจจะต้องมีภาพด้านหลัง หรือภาพด้านล่างด้วยก็ได้นะครับ โดยภาพฉายแต่ละด้าน จะแสดงขนาดและหน่วยในการวัด เพื่อสามารถนำไปสร้างแบบจำลอง หรือชิ้นงานได้ครับ นอกการถ่ายทอดความคิด ในการแก้ปัญหาเป็นภาพต่าง ๆ แล้ว ยังสามารถสื่อสารแนวคิดออกมา เป็นรูปแบบอื่นนะครับ เช่น ผังงาน ซึ่งเป็นการออกแบบแนวคิด การทำงานอีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งแสดงรายละเอียด อาจเป็นขั้นตอนนะครับ โดยใช้สัญลักษณ์ ในการสื่อความหมายของลำดับการทำงาน เช่น ขั้นตอนการรักษาพยาบาลนะครับ ในโรงพยาบาล การสื่อสารแนวคิดในการแก้ปัญหานะครับ ยังสามารถใช้แผนภาพนะครับ ซึ่งเป็นการออกแบบแนวคิด การทำงานออกมาเป็นภาพนะครับ พร้อมแสดงรายละเอียด องค์ประกอบ เพื่อแสดงให้เห็นว่า มีการทำงานหรือวิธีการอย่างไร ดังตัวอย่างลักษณะแปลงระบบบำบัดน้ำนะครับ ด้วยพืชและหญ้านะครับ การสื่อสารแนวคิดนะครับ ยังสามารถใช้ซอฟต์แวร์ช่วยในการออกแบบ เป็นภาพ 2 มิติและภาพ 3 มิติ และภาพฉาย ซึ่งจะช่วยให้ผู้ออกแบบได้เห็นภาพ ที่กำลังออกแบบไว้ในมุมต่าง ๆ ได้อย่างถูกต้อง ใกล้เคียงความเป็นจริงมากขึ้น สามารถปรับเปลี่ยนส่วนต่าง ๆ ของสิ่งที่ออกแบบ ตามความคิดของเราได้อย่างรวดเร็วนะครับ ซอฟต์แวร์นะครับ ที่ช่วยในการออกแบบมีหลายชนิด แต่ละชนิดมีคุณสมบัตินะครับ และจุดเด่นที่แตกต่างกัน จึงควรเลือกใช้นะครับ ให้เหมาะสมกับการใช้งานครับ ตัวอย่างออกแบบเครื่องช่วยฟังนะครับ สำหรับผู้สูงอายุนะครับ สามารถออกแบบ ด้วยการเขียนออกมาเป็นภาพ 3 มิติ และภาพฉาย เพื่อให้เห็นรายละเอียดของชิ้นงานมากขึ้น เพื่อสื่อสาร แล้วก็อธิบายให้ผู้อื่นเข้าใจได้อย่างชัดเจน แล้วยังสามารถใช้ซอฟต์แวร์นะครับ ช่วยในการออกแบบ เพื่อสื่อสารออกมาเป็นภาพ 3 มิติ แล้วก็ภาพฉายได้เช่นเดียวกันครับ ในกิจกรรมที่ 6.3 ตอนที่ 3 ครับ ให้นักเรียนออกแบบและพัฒนาการแก้ปัญหา ตามแนวทางที่ตนเองเลือกนะครับ จากกิจกรรมที่ 6.3 ตอนที่ 2 และสื่อสารให้ผู้อื่นนะครับ เข้าใจ ด้วยวิธีการที่เหมาะสมกับแนวทางการแก้ปัญหา ซึ่งอาจจะเป็นการ เขียนภาพร่างของชิ้นงานนะครับ หรือแผนผัง หรือแผนภาพของวิธีการแก้ปัญหานะครับ หากเป็นภาพร่างนะครับ ของชิ้นงาน ควรมีการระบุรายละเอียด ของวัสดุที่ใช้สร้างนะครับ ขนาดของชิ้นงาน โดยมีเวลาในการทำกิจกรรมนะครับ 20 นาทีครับ นักเรียนอาจหยุดภาพวีดิทัศน์นี้ไว้ก่อน เพื่อทำกิจกรรมครับ เมื่อดำเนินการแก้ปัญหามาถึงตอนนี้นะครับ นักเรียนคงได้ออกแบบ แล้วก็พัฒนาแนวคิดของนักเรียนที่ชัดเจน รวมทั้งเลือกวิธีการ เพื่อถ่ายทอดความคิดให้ผู้อื่นเข้าใจแล้ว จากตัวอย่างนะครับ ปัญหาผู้สูงอายุสูญเสียการได้ยิน ที่ได้มีการออกแบบ แล้วก็ถ่ายทอดความคิดออกมาเป็นภาพ 3 มิติ แล้วก็ภาพฉายนะครับ ก่อนการลงมือสร้างชิ้นงานนะครับ ควรมีการวางแผน โดยกำหนดลำดับขั้นตอนของกิจกรรม ในการสร้างชิ้นงาน หรือพัฒนาวิธีการตามที่ได้ออกแบบไว้นะครับ มีการกำหนดเป้าหมาย แล้วก็เวลาในการดำเนินงาน หากการแก้ปัญหานั้นนะครับ มีการดำเนินงานหลายคนนะครับ อาจกำหนดผู้รับผิดชอบนะครับ ในแต่ละขั้นตอนนะครับ อย่างชัดเจน จากนั้นนะครับ จึงลงมือการสร้างชิ้นงาน หรือพัฒนาวิธีการแก้ปัญหาตามที่ออกแบบไว้ครับ เมื่อเราได้กำหนด รายละเอียดต่าง ๆ แล้วนะครับ จึงนำข้อมูลเหล่านี้นะครับ มาจัดทำในรูปแบบของตาราง เพื่อให้ได้แผนการปฏิบัติงานที่ชัดเจนขึ้นนะครับ เช่น ตัวอย่างแผนปฏิบัติงาน การสร้างเครื่องช่วยฟังนะครับ ซึ่งได้มีการกำหนดกิจกรรม ที่จะต้องดำเนินการนะครับ โดยมีการจัดลำดับนะครับ กิจกรรมที่ต้องดำเนินการก่อนและหลังนะครับ รวมทั้งมีการระบุจำนวนเวลานะครับ ที่ใช้ในการดำเนินการในแต่ละกิจกรรม และช่วงเวลา ที่ดำเนินการกิจกรรมนั้น ๆ นะครับ ในการแก้ปัญหา ซึ่งนักเรียนจะเห็นว่า การจัดทำแผนปฏิบัติงานนะครับ จะช่วยให้ผู้แก้ปัญหาและผู้ที่เกี่ยวข้องนะครับ เห็นการทำงานที่ชัดเจน ทำให้สามารถดำเนินงาน ได้อย่างเป็นลำดับขั้นตอน แล้วก็จึงส่งผลนะครับ ต่อความสำเร็จนะครับ ในการแก้ปัญหาครับ ในกิจกรรมที่ 6.4 นะครับ ให้นักเรียนวางแผนการดำเนินงานนะครับ ในการแก้ปัญหา โดยกำหนดกิจกรรมแล้วก็ระยะเวลานะครับ ในการปฏิบัติงานในแต่ละกิจกรรมนะครับ ตั้งแต่เริ่มต้นนะครับ จนสิ้นสุดของกระบวนการสร้างชิ้นงาน หรือวิธีการแก้ปัญหา จากนั้นนะครับ ให้นำข้อมูลที่กำหนดขึ้นนะครับ จัดทำในรูปแบบของตารางนะครับแผนปฏิบัติงาน โดยมีเวลานะครับ ในการทำกิจกรรม 20 นาที นักเรียนนะครับ อาจหยุดพักวีดิทัศน์นี้ไว้ก่อน เพื่อทำกิจกรรมครับ หลังจากวางแผนการทำงานเรียบร้อยแล้วนะครับ ต่อไป ก็คือการลงมือแก้ปัญหา ซึ่งอาจเป็นการสร้างชิ้นงาน หรือนำวิธีการแก้ปัญหาของเรานะครับ ไปปฏิบัตินะครับ ตามแผนที่กำหนดไว้ หากเป็นการสร้างชิ้นงานนะครับ ควรเลือกใช้วัสดุทรัพยากรให้เหมาะสม กับประเภทของงาน รวมทั้งอุปกรณ์เครื่องมือที่ใช้ในการทำงาน ก็ต้องใช้อย่างถูกต้อง แล้วก็คำนึงถึงความปลอดภัย ในการใช้งานด้วยครับ การเรียนรู้ในครั้งนี้นะครับ นักเรียนได้เรียนรู้นะครับ ใน 2 ขั้นตอนของการแก้ปัญหา ตามกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม ซึ่งช่วยให้เราสามารถออกแบบ วิธีการแก้ปัญหา และลงมือแก้ปัญหาได้อย่างเหมาะสมนะครับ ซึ่งในขั้นการออกแบบวิธีการแก้ปัญหานะครับ หลังจากที่ได้เลือกแนวทางที่เหมาะสม ในการแก้ปัญหาแล้ว จึงนำข้อมูลแล้วก็แนวคิด ที่เกี่ยวข้องกับปัญหานะครับ มาใช้ออกแบบแนวทางการแก้ปัญหา และตัดสินใจเลือกแนวทางแก้ปัญหา ภายใต้ขอบเขตปัญหา ความรู้ แล้วก็ทรัพยากรที่มีนะครับ และถ่ายทอดความคิดในการแก้ปัญหา ให้เป็นรูปธรรม เพื่อให้ผู้อื่นนะครับ เข้าใจด้วยวิธีการที่เหมาะสมครับ ขั้นต่อมาคือขั้นวางแผนแล้วก็ดำเนินการแก้ปัญหา ก่อนที่จะลงมือแก้ปัญหาตามที่ออกแบบไว้นะครับ ควรมีการกำหนดขั้นตอนในการทำงาน เป้าหมายนะครับ แล้วก็ระยะเวลาในการดำเนินการ ในแต่ละขั้นตอนให้ชัดเจนแล้วจึงสร้างชิ้นงาน หรือลงมือแก้ปัญหาตามที่ออกแบบไว้ครับ ในครั้งหน้านะครับ เราจะมาเรียนรู้กันต่อนะครับ ว่าหลังที่เราได้ออกแบบและสร้างชิ้นงาน หรือวิธีการในการแก้ปัญหาแล้ว เราจะทราบได้อย่างไรครับ ว่าชิ้นงานหรือวิธีการในการแก้ปัญหาของเรา สามารถแก้ปัญหาได้ดีเพียงใด หรือได้อย่างเหมาะสมหรือไม่อย่างไรกันนะครับ สำหรับครั้งนี้ สวัสดีครับ [เสียงดนตรี]