[เสียงดนตรี] (คุณครูชรินทร์) สวัสดีครับ ครูชรินทร์ วัฒนธีรางกูร ครับ กับกิจกรรมการเรียนรู้ ในรายวิชาเทคโนโลยี การออกแบบและเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 กิจกรรมการเรียนรู้ในครั้งนี้ ยังคงเกี่ยวข้องกับความรู้และทักษะพื้นฐานนะครับ จากรูปนะครับ นักเรียนคิดว่าอากาศยานไร้คนขับ หรือโดรนลำนี้นะครับ มีการทำงานการประยุกต์ใช้อุปกรณ์ไฟฟ้า และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อย่างไรบ้าง ครูให้เวลาประมาณ 10 วินาทีนะครับ จากรูปนะครับ อากาศยานไร้คนขับหรือโดรนลำนี้นะครับ จะประกอบด้วยระบบปล่อยสัมภาระนะครับ ระบบฉีดสารเคมีนะครับ ระบบควบคุมการบินด้วย GPS นะครับ ซึ่งอากาศยานไร้คนขับหรือโดรนนะครับ เป็นสิ่งประดิษฐ์ชนิดหนึ่ง ที่มีการนำมาใช้ประโยชน์อย่างหลากหลายนะครับ ไม่ว่าจะใช้ในเรื่องของการบันเทิงนะครับ ใช้ในการรักษาความปลอดภัย ใช้ในความมั่นคง ใช้ในการเกษตร การสำรวจ ซึ่งการประดิษฐ์อากาศยานไร้คนขับ จำเป็นจะต้องใช้ความรู้ และทักษะหลายด้านด้วยกันนะครับ ทั้งระบบการขับเคลื่อน การควบคุมทิศทาง การส่งสัญญาณนะครับ ในการสร้างหรือพัฒนาระบบเหล่านี้นะครับ จำเป็นจะต้องมีความรู้เกี่ยวกับกลไก ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์นะครับ เพื่อความเหมาะสมต่อการใช้งาน และมีประสิทธิภาพนะครับ รวมทั้งไม่เป็นอันตรายต่อผู้ใช้งาน แล้วก็ผู้ที่เกี่ยวข้องนะครับ ปัจจุบันนะครับ มีการใช้กลไกอุปกรณ์ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์นะครับ เป็นส่วนประกอบในการสร้าง หรือพัฒนาเทคโนโลยีต่าง ๆ นะครับ อันนี้เพื่อที่จะช่วยอำนวยความสะดวก ในการทำงานของมนุษย์เรานั่นเองนะครับ อย่างเช่น หม้อหุงข้าวนะครับ เตาอบไมโครเวฟแล้วก็เครื่องซักผ้า แล้วก็โทรทัศน์นะครับ โดยเทคโนโลยีบางอย่างนะครับ อาจจะมีระบบการทำงานที่ซับซ้อน ต้องใช้กลไกอุปกรณ์ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์อย่างหลากหลาย ซึ่งในบทที่ 5 นี้นะครับ นักเรียนจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับ ความรู้พื้นฐานด้านกลไก อุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์นะครับ เผื่อเป็นแนวทาง ในการประยุกต์ใช้งานต่อไปนะครับ และสำหรับกิจกรรมในครั้งนี้นะครับ ก็จะเป็นกิจกรรมการเรียนรู้ในหัวข้อกลไกนะครับ ก่อนที่ไปเรียนรู้เรื่องกลไกนะครับ เราก็มาดูจุดประสงค์การเรียนรู้กันก่อนนะครับ โดยครูคาดหวังว่า นักเรียนจะสามารถอธิบายหลักการทำงาน และการประยุกต์ใช้เฟืองและรอกได้นะครับ ข้อที่ 2 วิเคราะห์กลไกและการทำงาน ในสิ่งของเครื่องใช้ได้นะครับ เราก็มาเริ่มเรียนรู้กันเลยนะครับ เรามาดูหัวข้อแรกกันเลยนะครับ ในเรื่องของกลไกนะครับ มนุษย์เรานั้นนะครับ รู้จักนำเอาอุปกรณ์บางประเภท เข้ามาช่วยในการทำงาน แล้วก็ช่วยอำนวยความสะดวก ตั้งแต่อดีตเป็นต้นมานะครับ เช่น รอก พื้นเอียง คาน จากนั้นก็ได้พัฒนาเป็นกลไกต่าง ๆ นะครับ โดยประยุกต์ใช้เป็นส่วนประกอบในการสร้าง และพัฒนาเทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็นรถยกของนะครับ เครื่องสีข้าวหรือเครื่องบดละเอียดนะครับ ซึ่งในการทำงานของกลไกนั้น ต้องอาศัยอุปกรณ์ หรือชิ้นส่วนหลายอย่างร่วมกันนะครับ เพื่อให้เกิดการทำงาน ในลักษณะต่าง ๆ ได้ตามต้องการนะครับ โดยอุปกรณ์ในแต่ละประเภทนี่ ก็จะมีหน้าที่ในการทำงาน ที่แตกต่างกันออกไปนะครับ ในที่นี้นะครับ เราก็จะยกตัวอย่างอุปกรณ์ ที่เราจะได้ศึกษาในบทนี้ ก็คือเฟืองและรอกนะครับ เรามาดูอุปกรณ์อันแรกนะครับ ก็คือเฟืองนะครับ เฟืองเป็นชิ้นส่วนเครื่องกล ที่มีรูปร่างโดยทั่วไป เป็นจานแบนรูปทรงกลมนะครับ ขอบมีลักษณะเป็นแฉกนะครับ เฟืองถูกผลิตขึ้นมาเพื่อใช้ส่งกำลัง ในลักษณะของแรงบิด ด้วยการหมุนของตัวเฟืองนะครับ โดยการส่งกำลังนี่ จะเกิดขึ้นต่อเมื่อมีฟันเฟือง ตั้งแต่ 2 ตัวขึ้นไปมาประกบกันนะครับ ก็นั่นหมายความว่า ถ้าเฟืองตัวแรกหมุนนะครับ เฟืองตัวที่ 2 ก็จะหมุน แต่จะหมุนในทิศทางที่ตรงกันข้ามนะครับ เกิดเป็นระบบส่งกำลังขึ้นมานะครับ เรามาดูตัวอย่างกันนะครับ จากตัวอย่างกลไกการทำงาน ของเฟือง 2 ตัวซึ่งสบกันอยู่นะครับ โดยเฟืองสีแดงที่มีขนาดเล็ก ถูกยึดติดกับแกนเพลาของมอเตอร์นะครับ ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นเฟืองขับนะครับ เมื่อเฟืองขับหมุน ก็จะทำให้เฟืองสีเหลืองที่สบกันอยู่ หมุนในทิศตรงกันข้าม การที่เฟืองขับมีขนาดเล็กกว่าเฟืองตามนะครับ จะทำให้เฟืองตามหมุนช้ากว่าเฟืองขับนะครับ การนำเฟืองมาใช้ประโยชน์ ในด้านต่าง ๆ นะครับ ผู้ใช้จำเป็นจะต้องมีความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับหน้าที่และการทำงานของเฟืองนะครับ เช่น ทำหน้าที่ส่งกำลังและการเคลื่อนที่นะครับ หรือทำหน้าที่เปลี่ยนขนาดแรงบิด และความเร็วรอบนะครับ หรือเปลี่ยนทิศทางการหมุน หรือทิศทางการเคลื่อนที่นะครับ ซึ่งเฟืองมีหลายประเภทด้วยกันนะครับ โดยทั่ว ๆ ไปแล้วนี่ เราจะแบ่งตามรูปร่าง และลักษณะการใช้งานนะครับ เรามาดูตัวอย่างนะครับ ตัวอย่างเฟืองประเภทแรก ก็คือเฟืองตรงนะครับ เฟืองตรงเป็นเฟืองที่ใช้งานกันมากที่สุดนะครับ เป็นเฟืองที่มีฟันขนานกับแกนหมุนนะครับ ใช้ได้ทั้งการส่งกำลังจากการหมุน จากเพลาหนึ่งไปสู่อีกเพลาหนึ่งนะครับ หรือเปลี่ยนขนาดแรงบิด และความเร็วรอบนะครับ หรือเปลี่ยนทิศทางการหมุนนะครับ หรือทิศทางการเคลื่อนที่นะครับ เฟืองตรงส่วนมาก จะนำมาใช้ในระบบส่งกำลังนะครับ เช่น ระบบส่งกำลังในรถยนต์นะครับ หรือในเครื่องจักรกลต่าง ๆ นะครับ เรามาดูตัวเฟืองลำดับถัดไปเลยนะครับ ก็คือเฟืองสะพานนะครับ เฟืองสะพานมีลักษณะเป็นแท่งยาวตรงนะครับ มีฟันเฟืองอยู่ด้านบนและมีเฟืองตรงนะครับ อยู่ด้านบนสบอยู่กับส่วนที่เป็นฟันเฟือง ของเฟืองสะพานอีกทีหนึ่งนะครับ เฟืองสะพานมีหน้าที่ในการเปลี่ยนทิศทาง การเคลื่อนที่นะครับ หรือเคลื่อนที่กลับไปกลับมานะครับ เฟืองสะพานถูกนำมาใช้ ในเครื่องจักรอัตโนมัติต่าง ๆ นะครับ เช่น เครื่องจักร ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์อัตโนมัตินะครับ หรือเครื่องจักรผลิตวงจรรวมหรือ IC นะครับ จากตัวอย่างกลไกการทำงานนะครับ จะสังเกตได้ว่าเฟืองตรงสีแดงขนาดเล็ก ซึ่งยึดติดกับแกนเพลาของมอเตอร์นะครับ จะทำหน้าที่เป็นเฟืองขับ ซึ่งเมื่อเฟืองขับหมุนรอบแกนนะครับ จะทำให้เฟืองสะพานสีดำซึ่งสบกันอยู่ด้านล่าง เกิดการเคลื่อนที่ในแนวตรงนะครับ จึงเป็นตัวอย่างการนำระบบเฟืองมาใช้ ในการเปลี่ยนลักษณะการเคลื่อนที่จากหมุน เป็นการเคลื่อนที่ในแนวตรง เฟืองลำดับถัดมา ก็คือเฟืองวงแหวนนะครับ เฟืองวงแหวนมีรูปร่างลักษณะกลมนะครับ เช่นเดียวกับเฟืองตรงนะครับ แต่ฟันเฟืองจะอยู่ด้านในของวงกลมนะครับ และจะต้องใช้คู่กับเฟืองตรงนะครับ ที่มีขนาดเล็กกว่า สบอยู่ภายในเฟืองวงแหวนนะครับ โดยอัตราทด สามารถออกแบบให้มากหรือน้อยก็ได้นะครับ ขึ้นอยู่กับขนาดของเฟืองตัวนอก และเฟืองตัวในนะครับ ถ้าเฟืองตัวในเล็กกว่าเฟืองตัวนอกนะครับ อัตราทดก็จะมากนะครับ โดยเฟืองตัวใน จะทำหน้าที่เป็นตัวขับเคลื่อนนะครับ เฟืองลำดับถัดมา ก็คือเฟืองเฉียงนะครับ เฟืองเฉียงเป็นเฟืองส่งกำลัง ที่มีความเฉียงทำมุมกับแกนหมุนนะครับ เฟืองเฉียงมีหน้าที่ในการทำงาน เหมือนกับเฟืองตรงนะครับ แต่มีเสียงที่เกิดจากการทำงานนี่ เบากว่าเฟืองตรง เมื่อทำงานส่งกำลังด้วยความเร็วรอบสูงนะครับ โดยเฟืองเฉียงนะครับ ใช้ในการส่งกำลังให้กับเพลาที่ไม่ขนานกันนะครับ ตัวอย่างลำดับถัดมา ก็คือเฟืองดอกจอกนะครับ เฟืองดอกจอกมีรูปทรงกับกรวย มีทั้งแบบเฟืองตรงแล้วก็แบบเฟืองเฉียงนะครับ โดยเฟืองดอกจอกนะครับ จะเป็นเฟือง 2 ตัวที่สบกัน ในลักษณะที่แนวเพลาของเพลาทั้งคู่ ตั้งฉากกันนะครับ การใช้งานเฟืองดอกจอกนะครับ จะใช้ในระบบส่งกำลังนะครับ เช่น ในยานพาหนะนะครับ หรือในเรือนะครับ จากตัวอย่างกลไกการทำงาน ของเฟืองดอกจอก 2 ตัวซึ่งสบกันอยู่นะครับ จะสังเกตได้ว่าแนวเพลาของเฟืองทั้ง 2 นั้น จะตั้งฉากกัน โดยเฟืองสีแดงที่มีขนาดเล็ก ซึ่งยึดติดกับแกนเพลาของมอเตอร์ จะทำหน้าที่เป็นเฟืองขับ เมื่อเฟืองขับหมุน จะทำให้เฟืองสีเหลืองที่สบกันอยู่หมุนไปด้วย จึงนำระบบเฟืองดอกจอกมาใช้ประโยชน์ ในการเปลี่ยนแกนการหมุนของเพลา ที่ทำมุม 90 องศาได้ เช่น การใช้เฟืองดอกจอกในสว่านมือ เฟืองลำดับถัดมา ก็คือเฟืองตัวหนอนนะครับ เฟืองตัวหนอนเป็นชุดเฟือง ที่ประกอบด้วยเกลียวตัวหนอน แล้วก็เฟืองตัวหนอนนะครับ ทำงานโดยการหมุนแนวเพลาขับและเพลาตาม ของเฟืองตัวหนอนนะครับ โดยทำมุมกัน 90 องศานะครับ การทำงานของเฟืองตัวหนอน จะเงียบกว่าเฟืองตรงนะครับ แล้วก็มีแรงสั่นสะเทือนเกิดขึ้นน้อยนะครับ จากรูปเรามีเฟืองอยู่ 2 เฟืองนะครับ นักเรียนคิดว่าเฟืองใดเป็นเฟืองขับนะครับ ครูจะให้เวลาในการคิด 5 วินาทีนะครับ จากรูปนะครับ เฟืองที่ทำหน้าที่เป็นเฟืองขับ ก็คือเฟืองหมายเลข 1 นะครับ จากตัวอย่างนะครับ เกลียวตัวหนอนสีขาว จะทำหน้าที่เป็นเฟืองขับนะครับ ทำให้เฟืองสีเหลืองที่สบกันหมุน เฟืองสีเหลืองมีแกนเพลาที่ทำมุมฉาก กับแกนเพลาของเกลียวตัวหนอนนะครับ จึงใช้เพื่อเปลี่ยนแกนการหมุน ที่ทำมุม 90 องศาได้ เฟืองลำดับถัดไปคือเฟืองเกลียวสกรูนะครับ เฟืองเกลียวสกรูเป็นเฟืองเกลียว ที่ใช้ส่งกำลังระหว่างเพลา ที่ทำมุม 90 องศานะครับ ทำหน้าที่เปลี่ยนทิศทางของเพลา ให้ทำมุมกัน 90 องศา คล้ายกับชุดเฟืองตัวหนอนนะครับ แต่สามารถส่งกำลังได้น้อยกว่านะครับ จะเห็นได้ว่าเฟืองแต่ละประเภท จะมีหน้าที่แตกต่างกันไปนะครับ เช่น ช่วยเพิ่มหรือลดแรงนะครับ ลดหรือเพิ่มความเร็วนะครับ และช่วยเปลี่ยนแกนในการหมุนนะครับ ซึ่งสามารถนำไปประยุกต์ใช้ กับงานที่หลากหลายนะครับ เพื่อช่วยให้การทำงานของมนุษย์สะดวก รวดเร็วแล้วก็มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นนะครับ เรามาดูเรื่องรอกกันบ้างนะครับ รอกเป็นอุปกรณ์ช่วยอำนวยความสะดวก ในการเคลื่อนย้ายสิ่งของ ช่วยผ่อนแรง หรือเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้งานนะครับ มีลักษณะเป็นล้อ ที่มีร่องตรงกลางสำหรับคล้องเชือกนะครับ รอกสามารถแบ่งได้ เป็น 3 ประเภทด้วยกันนะครับ เราไปดูรอกประเภทที่หนึ่งกันนะครับ นั่นก็คือรอกเดี่ยวตายตัวนะครับ รอกเดี่ยวตายตัวนะครับ เป็นรอกที่ช่วยอำนวยความสะดวก ในการทำงานนะครับ แต่ไม่ช่วยผ่อนแรงนะครับ รอกแบบที่ 2 นะครับ ก็คือรอกเดี่ยวเคลื่อนที่นะครับ รอกเดี่ยวเคลื่อนที่ เป็นรอกที่ช่วยอำนวยความสะดวกนะครับ แล้วก็ผ่อนแรงนะครับ อันนี้จะต่างกับรอกเดี่ยวตายตัวนะครับ รอกประเภทที่ 3 คือรอกพวงนะครับ รอกพวงเกิดจากการนำรอกหลาย ๆ ตัว มาผูกต่อกันเป็นพวงนะครับ ทำให้ผ่อนแรงมากขึ้นนะครับ จากตัวอย่างการทำงานของรอกพวงนะครับ ซึ่งเกิดจากการนำรอกเดี่ยว 4 ตัว มาใช้งานร่วมกันในลักษณะ ที่มีเชือกคล้องผ่านรอกนะครับ ทำให้มีลักษณะเป็นพวงนะครับ นำมาใช้ในการเคลื่อนย้ายสิ่งของ เช่น การยกสิ่งของที่มีน้ำหนักมากขึ้นสู่ที่สูงนะครับ ซึ่งรอกพวง นอกจากจะช่วยอำนวยความสะดวกแล้ว ยังช่วยผ่อนแรงในการเคลื่อนย้ายสิ่งของ โดยประสิทธิภาพ ในการผ่อนแรงของรอกพวงนี้นะครับ จะขึ้นอยู่กับจำนวนรอก และลักษณะการนำรอกมาต่อกันนะครับ ถ้าหาต้องการผ่อนแรงมาก จะต้องใช้รอกจำนวนมากขึ้นตามไปด้วยนะครับ ซึ่งภายในคลังสินค้าของโรงงาน จะใช้รอกพวงติดบนคานเพื่อเคลื่อนย้ายสิ่งของ โดยทั่วไปนะครับ เราจะสามารถแบ่งหน้าที่ การทำงานของรอกได้ออกเป็น 2 ลักษณะใหญ่ ๆ ด้วยกันนะครับ อย่างแรก ก็คือในเรื่องของการผ่อนแรงนะครับ โดยการใช้รอกพวงนะครับ ซึ่งจะผ่อนแรงในการเคลื่อนย้ายวัตถุ ที่มีน้ำหนักมากได้นะครับ เช่น เคลื่อนย้ายวัสดุก่อสร้างนะครับ หรือการเคลื่อนย้ายสิ่งของในโรงงานนะครับ ซึ่งประสิทธิภาพในการผ่อนแรง ของรอกพวงนะครับ ก็จะขึ้นอยู่กับจำนวนรอกนะครับ แล้วก็ลักษณะการต่อที่จะนำมาใช้งานนะครับ ถ้าหากต้องการจะผ่อนแรงมาก ก็ต้องใช้รอกมากขึ้นตามไปด้วยนะครับ เช่น ภายในคลังสินค้าของโรงงานนะครับ จะใช้รอกพวงติดบนเพดานนะครับ เพื่อเคลื่อนย้ายสิ่งของนะครับ ส่วนการเคลื่อนย้ายวัสดุที่มีน้ำหนักมาก เช่น วัสดุก่อสร้างนะครับ จะใช้รถเครนนะครับ ซึ่งมีรอกพวงเป็นกลไกสำคัญในการย้ายนะครับ หน้าที่อันที่ 2 ของรอกนะครับ ก็คืออำนวยความสะดวกนะครับ และทำให้เกิดการเคลื่อนที่ ในลักษณะต่าง ๆ นะครับ เช่น การเคลื่อนที่ในแนวดิ่งนะครับ รอกทำให้เกิดการเคลื่อนที่ ตามแนวเส้นตรงตั้งฉากกับพื้นนะครับ แล้วก็ช่วยอำนวยความสะดวก ในการยกสิ่งของขึ้นสู่ที่สูง เช่น การใช้รอกลำเลียงวัสดุก่อสร้าง ขึ้นสู่ที่สูงนะครับ การชักธงชาติขึ้นสู่ยอดเสานะครับ การเคลื่อนที่ในแนวราบนะครับ รอบทำให้เกิดการเคลื่อนที่ ตามแนวเส้นตรงขนานกับพื้นนะครับ เช่น การเคลื่อนที่ของรถกระเช้าไฟฟ้านะครับ สายพานลำเลียงกระเป๋านะครับ การเคลื่อนที่เป็นวงกลมนะครับ รอกทำให้เกิดการเคลื่อนที่ตามแนวเส้นรอบวง เช่น เครื่องซักผ้านะครับ ใช้การทำงานของรอกควบคู่กับมอเตอร์นะครับ เพื่อทำให้ถังซักผ้าหมุนนะครับ หรือเปลี่ยนการเคลื่อนที่จากการหมุน เป็นแนวเส้นตรงนะครับ เช่น การใช้รอกม้วนสายวัด เข้าไปเก็บในตลับเมตรนะครับ การม้วนสายเบ็ดตกปลา โดยใช้รอกหมุนนะครับ เรามาทำกิจกรรมชวนคิดกันสักหน่อยนะครับ ถ้านักเรียนไม่สามารถหารอกสำเร็จรูป มาใช้งานได้นะครับ นักเรียนจะนำอุปกรณ์ใดมาทดแทน หรือประยุกต์ใช้ได้บ้างครับ แล้วจะใช้ทดแทนได้อย่างไรนะครับ ครูจะให้นักเรียนใช้เวลาในการคิด ประมาณ 10 วินาทีนะครับ เริ่มได้เลยครับ โอเคนะครับ ได้คำตอบกันหรือยังครับ หากนักเรียนคนไหนยังไม่ได้คำตอบนะครับ ลองทบทวนลักษณะของรอกดูสิครับ ว่ารอกควรมีลักษณะเป็นอย่างไรนะครับ รอกควรมีลักษณะเป็นอย่างไรครับ รอกควรเป็นวัตถุที่มีลักษณะเป็นล้อนะครับ ที่มีร่องตรงกลางไว้สำหรับคล้องเชือกนะครับ ดังนั้น หากนักเรียนไม่สามารถหารอกสำเร็จรูป มาใช้งานได้นะครับ นักเรียนสามารถนำอุปกรณ์ ที่มีลักษณะเป็นล้อนะครับ ที่มีร่องตรงกลางมาทดแทนหรือประยุกต์ใช้ได้ เช่น กระทะล้อรถจักรยานนะครับ สำหรับบทเรียนนี้นะครับ นักเรียนจะเห็นได้ว่าเฟืองและรอกนะครับ เป็นอุปกรณ์พื้นฐานส่วนหนึ่งของระบบกลไก และการควบคุมนะครับ ใช้เป็นส่วนประกอบ ในการสร้างสิ่งของเครื่องใช้นะครับ แล้วก็อำนวยความสะดวก ในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ของมนุษย์นะครับ ให้มีความสะดวกรวดเร็ว แล้วก็มีประสิทธิภาพมากขึ้นนะครับ ซึ่งอุปกรณ์เหล่านี้ต่างก็มีหน้าที่ และประโยชน์ใช้สอยที่แตกต่างกันนะครับ ดังนั้น จึงต้องเลือกใช้ให้เหมาะกับประเภท และวัตถุประสงค์ของการใช้งานนะครับ เพื่อให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดนะครับ สำหรับกิจกรรมที่ 5.1 นะครับ วิเคราะห์การใช้งานกลไกนะครับ ให้นักเรียนสำรวจสิ่งต่าง ๆ รอบตัวนะครับ เช่น พัดลม ลิฟต์ รถยนต์ นะครับ แล้วก็ทำการวิเคราะห์ว่าสิ่งเหล่านั้นนะครับ มีการใช้กลไกอะไรบ้าง เป็นส่วนประกอบในการทำงาน เพราะอะไร โดยให้ระบุเป็นกลไกที่ใช้ และหน้าที่การทำงานนะครับ อย่าลืมทำกิจกรรมนะครับ สวัสดีครับ [เสียงดนตรี]