﻿WEBVTT

1
00:00:00.000 --> 00:00:04.000

2
00:00:04.004 --> 00:00:08.004

3
00:00:08.010 --> 00:00:12.010

4
00:00:12.011 --> 00:00:16.011
[เสียงดนตรี]

5
00:00:16.013 --> 00:00:20.013

6
00:00:20.016 --> 00:00:24.016

7
00:00:24.019 --> 00:00:28.019

8
00:00:28.020 --> 00:00:32.020

9
00:00:32.023 --> 00:00:36.023
(คุณครูราม) สวัสดีครับนักเรียน ขอต้อนรับเข้าสู่ห้องเรียน

10
00:00:36.026 --> 00:00:40.026
วิทยาศาสตร์ของ สสวท. นะครับ ผมคุณครู

11
00:00:40.027 --> 00:00:44.027
ติวารีครับ (คุณครูเพลงชาติ) ครูอาจารย์เพลงชาติ พรหมมาพันธุ์

12
00:00:44.029 --> 00:00:48.029
เรามาพบกับรายวิชาเพิ่มเติมวิทยาศาสตร์นะครับ

13
00:00:48.030 --> 00:00:52.030
หน้าปกของหนังสือเขียนอย่างนี้นะครับ ตามที่คุณครูเพลงชาติแสดงให้เห็น

14
00:00:52.031 --> 00:00:56.031
อยู่นะครับ ก็คือหนังสือเรียนรายวิชาวิทยาศาสตร์

15
00:00:56.032 --> 00:01:00.032
ฟิสิกส์เล่ม 1 สำหรับนักเรียนมัธยมศึกษา

16
00:01:00.032 --> 00:01:04.032
นักเรียนเพิ่งขึ้นมาจากมัธยมศึกษาตอนต้นนะครับ วันนี้คือ

17
00:01:04.034 --> 00:01:08.034
วันแรกของห้องเรียนของเรานะครับ เล่มนี้จะมีเนื้อหานะครับ ก็คือ

18
00:01:08.035 --> 00:01:12.035
บทที่ 1 นะครับ มีทั้งหมด 3 เล่มด้วยก

19
00:01:12.036 --> 00:01:16.036
นะครับ บทที่ 1 ก็คือพัฒนาการทางฟิสิกส์

20
00:01:16.037 --> 00:01:20.037
เพราะว่าวิชานี้คือวิชาฟิสิกส์ บทนี้

21
00:01:20.038 --> 00:01:24.038
อยากจะให้นักเรียนรู้นะครับ ธรรมชาติของตัว

22
00:01:24.039 --> 00:01:28.039
ฟิสิกส์ และเป็นที่มาที่ไปของวิชาฟิสิกส์

23
00:01:28.040 --> 00:01:32.040
มาได้อย่างไรใช่ไหมครับ บทที่ 2 ก็คือ

24
00:01:32.041 --> 00:01:36.041
การเคลื่อนที่แนวตรงนะครับ และบทที่ 3

25
00:01:36.042 --> 00:01:40.042
ก็คือแรงและการเคลื่อนที่นะครับ สำหรับเทอมแรกนะครับ

26
00:01:40.044 --> 00:01:44.044
หรือภาคการศึกษาของชั้นมัธยมศึกษา

27
00:01:44.045 --> 00:01:48.045
นะครับ (คุณครูเพลงชาติ) 3 บทแต่สนุกสานากันแน่นอนครับ

28
00:01:48.046 --> 00:01:52.046
เริ่มต้นที่บทแรก บทแรก หัวข้อแรก ก็คือ

29
00:01:52.047 --> 00:01:56.047
ธรรมชาติของฟิสิกส์นะครับ

30
00:01:56.048 --> 00:02:00.048
ก็คือเป็นหัวข้อที่นำเสนอ

31
00:02:00.049 --> 00:02:04.049
เรื่องราวนะครับ ความเป็นมาและการนำซึ่งความรู้ ธรรมชาต

32
00:02:04.050 --> 00:02:08.050
ของวิชาฟิสิกส์ และก็พยายามแนะนำให้นักเรียนรู้ว่า

33
00:02:08.051 --> 00:02:12.051
ธรรมชาติของวิชาฟิสิกส์นั้นเป็นอย่างไร อันนี้คือ

34
00:02:12.053 --> 00:02:16.053
เนื้อหาของวันนี้นะครับ เรามาดูกันครับว่า

35
00:02:16.053 --> 00:02:20.053
ในหัวข้อแรกนี้ เรามีเรื่องราวอะไร

36
00:02:20.054 --> 00:02:24.054
ที่สนุก ๆ แล้วก็อยากให้นักเรียนได้รู้

37
00:02:24.055 --> 00:02:28.055
เรามาดูเลยครับ ชักชวนให้นักเรียนมาดูข้อความนี้ครับ ความ

38
00:02:28.056 --> 00:02:32.056
รู้ทางวิทยาศาสตร์นี่ อยู่ในธรรมชาต

39
00:02:32.058 --> 00:02:36.058
มนุษ๋ย์นี่ กับวิทยาศาสตร์นี้  เกิดขึ้นจากสติปัญ

40
00:02:36.058 --> 00:02:40.058
มนุษย์นะครับ มันก็ต้องมีคนสนใจ มันต้องมีคนอยากรู้ แสวง

41
00:02:40.059 --> 00:02:44.059
ค้นคว้า แสวงหา และมาดูปรากฏการณ์ทั้งหลาย จำความมีประมาณนี้

42
00:02:44.061 --> 00:02:48.061
นะครับ ลองดู นักเรียนลองดูแล้วกันนะครับ

43
00:02:48.062 --> 00:02:52.062
เรามาดูว่า่จุดประสงค์ของการเรียนรู้ของบทนี้

44
00:02:52.064 --> 00:02:56.064
มีอะไรนะครับ จุดประสงค์นะครับ ข้อแรกเลย

45
00:02:56.066 --> 00:03:00.066
อธิบายนะครับ แล้วก็ยกตัวอย่างการค้นคว้าความรู้ทางฟิสิกส์

46
00:03:00.068 --> 00:03:04.068
นะครับ นักเรียนตามไปนะคัรบ อันนี้คือจุดประสงค์ของการเรียน

47
00:03:04.069 --> 00:03:08.069
นะครับ ข้อที่ 2 ครับ

48
00:03:08.073 --> 00:03:12.073
อธิบายและยกตัวอย่างประวัติ ประวัติความเป็นมา

49
00:03:12.074 --> 00:03:16.074
พัฒนาการของหลักการและแนวคิดทางฟิสิกส์ ใหญ่ ๆ ทั้งนั้นเลย

50
00:03:16.075 --> 00:03:20.075
นะครับหัวข้อ แต่ว่าไม่ได้หนักตามที่เป็นอยู่

51
00:03:20.077 --> 00:03:24.077
ชื่อเป็นอยู่นะครับ อันที่ 3 ก็คิออธิบายและยกตัวอย่าง

52
00:03:24.078 --> 00:03:28.078
ฟิสิกส์ที่มีผลต่อการแสวงหาความรู้

53
00:03:28.079 --> 00:03:32.079
ใหม่ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

54
00:03:32.080 --> 00:03:36.080
บอกว่าวิชาฟิสิกส์ที่จริงแล้วเป็ฯพื้น

55
00:03:36.081 --> 00:03:40.081
วิทยาศาสตร์สาขาอื่น ๆ เราก็มาดูว่าภายใต้

56
00:03:40.081 --> 00:03:44.081
จุดประสงค์ 3 ข้อนี้ มันจะตอบเรา

57
00:03:44.083 --> 00:03:48.083
อย่างนั้นจริงไหม ก่อนที่เราจะเข้าไปดูสิ่งต่าง ๆ ที่เป็นตัว

58
00:03:48.085 --> 00:03:52.085
เนื้อนะครับ สิ่งแรกเลยที่นำเสนอ

59
00:03:52.086 --> 00:03:56.086
นักเรียนขึ้นมาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายนี่นะครับ

60
00:03:56.087 --> 00:04:00.087
วิชาฟิสิกส์ เราจะมีสัญลักษณ์ที่เป็นอักษรกรีก

61
00:04:00.088 --> 00:04:04.088
เพราะว่าชื่อนี่ยาวนะครับ เราไม่สามารถเขียนชื่อได้ทุกบรรทัดทุกครั้ง

62
00:04:04.089 --> 00:04:08.089
เขียนชือ่ได้ทุกบรรทัด ทุกครั้ง เราก้เลยมีการกำหนด

63
00:04:08.091 --> 00:04:12.091
เป็นตัวอักษร เพราะฉะนั้น อันนี้คือ

64
00:04:12.092 --> 00:04:16.092
ตัวอักษร Alpha

65
00:04:16.093 --> 00:04:20.093
ตัว a ไม่ค่อยได้ใช้เท่าไรนะครับ บีตา แกมมา

66
00:04:20.094 --> 00:04:24.094
ทั้ง 3 ชื่อนี้ ดัง ๆ เลยเป็นรังสี

67
00:04:24.095 --> 00:04:28.095
รังสีอัลฟา รังสีแกรมมา รังสีบี

68
00:04:28.097 --> 00:04:32.097
เป็นตัวย่อของตัวอื่น ๆ ด้วยนะครับ และตัวอื่น ๆ นักเรียน

69
00:04:32.098 --> 00:04:36.098
ลองไปดู อย่างเช่น มิว อย่างนี้ครับ มิว เราจะเจอในเรื่อง

70
00:04:36.098 --> 00:04:40.098
สัมประสิทธิ์ของแรงเสียดทาน หรือชื่อ

71
00:04:40.099 --> 00:04:44.099
ไมโครก็มีนะครับ (คุณครูเพลงชาติ) ซึ่งสัญลักษณ์นี้ก็จะเจอในอุดมศึกษา

72
00:04:44.101 --> 00:04:48.101
ด้วยใช่ไหมครับอาจารย์ (คุณครูราม) ตลอดไป ถ้าอยู่กับวิชาฟิสิ

73
00:04:48.102 --> 00:04:52.102
นะครับ ถ้ายังอยู่กับวิชาฟิสิกส์นี่จะเจอกับสิ่งเหล่านี้

74
00:04:52.102 --> 00:04:56.102
(คุณครูเพลงชาติ) เห็นครั้งแรกอาจจะตกใจ แต่

75
00:04:56.105 --> 00:05:00.105
ก็ต้อฝึกเขียน (คุณครูราม) ต้องฝึกเขียนนะครับ อย่างตัวนี้

76
00:05:00.107 --> 00:05:04.107
นี่นะครับ ก็คือสวย ๆ หน่อยนะครับ

77
00:05:04.108 --> 00:05:08.108
โอเคนะครับ ไปดูตาราง ก็คือมีอยู่ 2 ตาราง

78
00:05:08.109 --> 00:05:12.109
ด้วยกันนะครับ ตัวอักษรกรีกก็เยอะหน่อยนะครับ ก็

79
00:05:12.111 --> 00:05:16.111
ทำความเข้าใจกับแต่ละตัวนะครับ

80
00:05:16.112 --> 00:05:20.112
ตอนนี้มาชวนให้นักเรียนลองตั้งคำถามกับตัวเอง

81
00:05:20.113 --> 00:05:24.113
แล้วค่อย ๆ แสวงหาคำตอบกันไปนะครับ คำถามแรก ก็คือ

82
00:05:24.115 --> 00:05:28.115
ความรู้ ทฤษฎี หลักการ

83
00:05:28.116 --> 00:05:32.116
หรือกฎทางวิทยาศาสตร์ที่รู้จักกันนั้ มีอ

84
00:05:32.117 --> 00:05:36.117
ถามเองไม่ต้องการคำตอบนะครับ แล้วก็จดบันทึก

85
00:05:36.117 --> 00:05:40.117
คำถามนี้ไว้นะครับ แล้วเราค่อย ๆ หาคำตอบไปเรื่อย ๆ ยังมีเวลา

86
00:05:40.120 --> 00:05:44.120
อีกยาวนานนะครับ จนถึงขั้นอุดมศึกษา

87
00:05:44.121 --> 00:05:48.121
ก็คือนักวิทยาศาสตร์ได้มาซึ่งต

88
00:05:48.121 --> 00:05:52.121
นักวิทยาศาสตร์ได้มาซึ่งความรู้

89
00:05:52.123 --> 00:05:56.123
ทฤษฎี หลักการ หรือกฎทางวิทยาศาสตร์ นี่คือกระบวนการวิธีการ

90
00:05:56.124 --> 00:06:00.124
นะครับ ก็อันนี้คือ

91
00:06:00.125 --> 00:06:04.125
2 อันแรกนะครับ อันต่อไปก็คืแความรู็

92
00:06:04.126 --> 00:06:08.126
กฎทางวิทยาศาสตร์มีการเปลี่ยนแปลงได้ไหม

93
00:06:08.127 --> 00:06:12.127
ต่อไป ก็คือแล้วมันมีความรู้ใหม่ ๆ นะครับ ที่

94
00:06:12.128 --> 00:06:16.128
เกิดขึ้นนี่ เราเอาไปใช้กับสาขาอื่นได้ไหม ต้องดู

95
00:06:16.129 --> 00:06:20.129
ขุดประสงค์ได้พูดไว้นะครับ ชวนนักเรียนมาดู

96
00:06:20.130 --> 00:06:24.130
icon เหล่านี้แล้วเดี๋ยวเราตามทีละเรื่องนะครับ

97
00:06:24.131 --> 00:06:28.131
ก็คืออันแรก ก็คือเราสามารถทำความเข้าใจสิ่งต่าง ๆ ในโลกได้หมดไหม

98
00:06:28.132 --> 00:06:32.132
เราทำได้อย่างไรนะครับ แนววิทยาศาสตร์ไม่แน่นอน

99
00:06:32.132 --> 00:06:36.132
สามารถเปลี่ยนแปลงได้ แล้วไอ้มุมขวากับตรงกลาง

100
00:06:36.134 --> 00:06:40.134
มันแย้งกันไหม ความรู้ทางวิทยาศาสตร์มีความคงทน

101
00:06:40.134 --> 00:06:44.134
เชื่อถือได้ด้วย เป็นอย่างไรกันแน่ แล้วก็มี 2 ไอคอนข้างล่าง

102
00:06:44.136 --> 00:06:48.136
นะครับ เรามาดูทีละอันนะครับ

103
00:06:48.138 --> 00:06:52.138
อันแรกเลยก็คือเราสามารถทำความเข้าใจต่าง ๆ

104
00:06:52.139 --> 00:06:56.139
อย่างเช่น ปรากฏการณ์นี้ (คุณครูเพลงชาติ) อย่างนี้คือรุ้งกินน้ำใช่ไหมครับ (คุณครูราม)

105
00:06:56.140 --> 00:07:00.140
ก็คือถ้าเรียกทั่ว ๆ ไป คือ รุ้งกินน้ำ

106
00:07:00.141 --> 00:07:04.141
แต่จริง ๆ ก็คือรุ้ง ก็คือ เรนโบว์นะครับ

107
00:07:04.142 --> 00:07:08.142
ซึ่งสมัยก่อนก็จะมีความเข้าใจอธิบายอื่น ๆ

108
00:07:08.144 --> 00:07:12.144
ปลายรุ้งแล้วจะเจอทองคำ (คุณครูราม) อะไรประมาณนั้น

109
00:07:12.145 --> 00:07:16.145
แต่ว่าในวิชาวิทยาศาสตร์เรามีคำอธิบาย โดยเฉพาะวิชาฟิสิกส์

110
00:07:16.145 --> 00:07:20.145
เรานะครับ เราก็สามารถสร้างรุ้งในห้องเรา

111
00:07:20.146 --> 00:07:24.146
ก็ได้ ในบ้านเราก็ได้ อย่างอันนี้ก็คือปริซึม

112
00:07:24.147 --> 00:07:28.147
ปริซึมก็คือแยกแสงออกมา 7 สีได้เช่นเดียวกัน

113
00:07:28.148 --> 00:07:32.148
นะครับ อันนั้นคือสิ่งที่พูดถึงใน

114
00:07:32.150 --> 00:07:36.150
ไอคอนแรกนะครับ การพูดถึงทางวิท

115
00:07:36.151 --> 00:07:40.151
ไม่แน่นอน อย่างไรกันนะครับ ก็คือมันอย่างไรครับ

116
00:07:40.154 --> 00:07:44.154
อันนี้ (คุณครูเพลงชาติ) ไม่แน่นอน หมายถึงเปลี่ยนแปลงได้ (คุณครูราม)

117
00:07:44.155 --> 00:07:48.155
มีการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับว่าหลักฐานที่เราค้นพบ คำอธิบาย ทฤษฎี

118
00:07:48.155 --> 00:07:52.155
ที่เกิดขึ้นใหม่ ๆ มันไม่ได้แข็งว่

119
00:07:52.157 --> 00:07:56.157
ถ้าพูดแล้วต้องเชื่อตามนั้นนะครับ อันนั้นขึ้นอยู่กับ

120
00:07:56.158 --> 00:08:00.158
การทดลอง และการอธิบายใหม่ ๆ (คุณครูเพลงชาติ) เช่นตัวอย่าง

121
00:08:00.159 --> 00:08:04.159
อันนี้ก็คือการทดลองของ JJ Thomson

122
00:08:04.160 --> 00:08:08.160
ซึ่งเป็นการทดลองทางรังสีทางซ้ายี่ครับ

123
00:08:08.162 --> 00:08:12.162
ก็คืแเป๋นรังสีนะครับ แล้วพอเก็บได้

124
00:08:12.163 --> 00:08:16.163
Thomson ก็สร้างเป็นโมด

125
00:08:16.164 --> 00:08:20.164
ก็บอกว่าบวกลบกระจายสม่ำเสมอ แต่พอ

126
00:08:20.165 --> 00:08:24.165
ลูกศิษย์เขาเอง ทำการทดลอง ก็คือ

127
00:08:24.166 --> 00:08:28.166
นะครับ ก็ค้นพบว่าสิ่งที่อะิบายไว้นี่

128
00:08:28.166 --> 00:08:32.166
มันยังไม่ถูกต้องนัก (คุณครูเพลงชาติ) ก็คือต้องมีการปรับปรุงโมเดล

129
00:08:32.167 --> 00:08:36.167
นั่นคือตัวอย่างของคำว่า "เปลี่ยนแปลงได้" นะครับ

130
00:08:36.169 --> 00:08:40.169
ส่วนอีกความรู้... อีกไอคอนนะครับความ

131
00:08:40.170 --> 00:08:44.170
คงทน ก็คือเมื่อถูกยอมรับแล้ว ถุกยอมรับแล้ว

132
00:08:44.171 --> 00:08:48.171
ก็คือความรู้นั้นก็คืออยู่คงทน อย่างเช่น ความรู้

133
00:08:48.171 --> 00:08:52.171
อันนี้ก็คือโครงวร้างอะตอมของ Dalton นะครับ

134
00:08:52.173 --> 00:08:56.173
มันเป็นทรงกลม รายละเอียดก็คือไม่สามรถ

135
00:08:56.175 --> 00:09:00.175
แต่พอมาเป็ร Thomson ก็คืออย่างน้อยมาเจออิเล็

136
00:09:00.175 --> 00:09:04.175
นะครับ แล้วก็ไปถึงยุคของ Ruthford

137
00:09:04.178 --> 00:09:08.178
อันนั้นคือสิ่งที่เป็นไปตามกาลเวลา ท้ายที่สุด...

138
00:09:08.179 --> 00:09:12.179
(คุณครูเพลงชาติ) ต้องใช้ระยะเวลายาวนานมาก

139
00:09:12.180 --> 00:09:16.180
นะครับ ไม่ใช่เป็นปีหรือเป็นเดือนนะครับ

140
00:09:16.181 --> 00:09:20.181
อีกไอคอนหนึ่งที่เกริ่นไว้ ก็คือ

141
00:09:20.183 --> 00:09:24.183
กฎมีความสัมพันธ์และแตกต่างกันอย่างไรนะครับ กฎเป็นอย่างไรครับ

142
00:09:24.185 --> 00:09:28.185
คุณครูเพลงชาติครับ (คุณครูเพลงชาติ) รูปแบบ

143
00:09:28.186 --> 00:09:32.186
ก็คือมันเป็นแบบรูป Pattern นะครับ

144
00:09:32.191 --> 00:09:36.191
ธรรมชาตินะครับ แล้วมันเกิดซ้ำได้ และสามารถ

145
00:09:36.192 --> 00:09:40.192
อธิบายได้ อย่างกฎที่ดัง ๆ คือ... (คุณครูเพลงชาติ) กฎแรงโน้มถ่วง (คุณครูราม)

146
00:09:40.193 --> 00:09:44.193
หรือกฎการเคลื่อนที่ของนิวตันนะครับ

147
00:09:44.195 --> 00:09:48.195
ก็คือเป็นคำอธิบาย เป้นองค์ความรู้ที่ใช้คำ

148
00:09:48.196 --> 00:09:52.196
อธิบายไอ้แบบที่เกิดขึ้นเหล่านั้นในธรรมชาติ

149
00:09:52.197 --> 00:09:56.197
นะครับ แต่อย่างไรก็ตามที

150
00:09:56.198 --> 00:10:00.198
วิทยาศาสตร์จะไม่สามารถตอบได้ทุกคำถามนะครับ

151
00:10:00.199 --> 00:10:04.199
หลาย ๆ คำถามอย่างเช่น ความเชื่อ หรือสิ่งที่เกิดขึ้น

152
00:10:04.200 --> 00:10:08.200
จากการอธิบายโดยความคิดโดยคนใดคนหนึ่ง

153
00:10:08.201 --> 00:10:12.201
หรือกลุ่มคนใดคนหนึ่ง อันนี้วิทยาศาสตร์จะไม่ยุ่งเกี่ยว

154
00:10:12.202 --> 00:10:16.202
นะครับ (คุณครูราม) เราไม่ยุ่งเกี่ยวนะครับ (คุณครูเพลงชาติ) ใช่ครับ

155
00:10:16.203 --> 00:10:20.203
อันนี้คือสิง่ที่เราพูดถึงในช่ววง

156
00:10:20.206 --> 00:10:24.206
แรกนะครับ ต่อไป

157
00:10:24.207 --> 00:10:28.207
ก็คือเป็นความรู้และพัฒนาการด้านวิทยาศาสตร์

158
00:10:28.208 --> 00:10:32.208
ก็คือถ้าเราย้อนเวลาไปนี่ เราจะพูดถึงการพัฒนาการไป

159
00:10:32.209 --> 00:10:36.209
เราจะพูดถึงเป็นการพัฒนาการตั้งแต่สมัยกรีก

160
00:10:36.211 --> 00:10:40.211
สมัยกรีกนะครับ แล้วก็เป็นเชิง

161
00:10:40.212 --> 00:10:44.212
ปรัชญามาก่อน แล้วพัฒนามาเป็นวิทยาศาสตร์นะครับ และพัฒนามาเป็น

162
00:10:44.213 --> 00:10:48.213
ตัววิชาฟิสิกส์เอง ซึ่งก็เป็นส่วนหนึ่งของ

163
00:10:48.214 --> 00:10:52.214
วิชาวิทยาศาสตร์นะครับ แต่แน่นอนการพัฒนาการเหล่านี้

164
00:10:52.215 --> 00:10:56.215
มันมีความต้องการ ความต้องการของมนุษย์ ก็คือ

165
00:10:56.218 --> 00:11:00.218
เราต้องการเอาองค์ความรู้ทางฟิสิกส์และวิทยาศาสตร์นี่

166
00:11:00.221 --> 00:11:04.221
เพื่ออาจจะใช้ในการผ่อนแรง หรือช่วยเหลือตามสะดวกนะครั

167
00:11:04.222 --> 00:11:08.222
ในการช่วยเหลือ ให้ความสะดวกนะครับ

168
00:11:08.223 --> 00:11:12.223
ตามรูปเหล่านี้นะครับ อันนี้นักเรียนตามไปเรื่อย ๆ นะครับ

169
00:11:12.224 --> 00:11:16.224
ส่วนคำอธิบายทั้งหลายนี่ที่เกิดขึ้นในรายวิชาวิทยาศาสตร์นี่

170
00:11:16.225 --> 00:11:20.225
เกิดขึ้นในวิชาวิทยาศาสตร์นี่ อย่างการ

171
00:11:20.226 --> 00:11:24.226
เก็บรวบรวมข้อมูลอย่างกล้องโทรทรรศน์

172
00:11:24.226 --> 00:11:28.226
กาลิเลโอ บารอมิเตอร์ ก็ใช้ในการวัด

173
00:11:28.227 --> 00:11:32.227
ความดัน ความดันนะครับ

174
00:11:32.229 --> 00:11:36.229
ของตัวอุปกรณ์ทางการทดลองของเรา

175
00:11:36.229 --> 00:11:40.229
นะครับ ถ้าเราสรุป สรุปแนวทางที่ได้มา

176
00:11:40.231 --> 00:11:44.231
ซึ่งวิชาฟิสิกส์ เราจะมี 2 แนวทางด้วยกัน แนวทางที่ 1 ก็คือ

177
00:11:44.232 --> 00:11:48.232
การสังเกตทดลองนะครับ เก็บรวบรวมข้อมูล กับแนวทางที่ 2 คือ

178
00:11:48.232 --> 00:11:52.232
สร้างแบบจำลอง สร้างแบบจำลองนะครับ อย่างอันนี้

179
00:11:52.233 --> 00:11:56.233
ซึ่งเราก็จะค่อย ๆ เจอกันนะครับ

180
00:11:56.233 --> 00:12:00.233
อย่างอันนี้ก็คือตัวอย่างหนึ่งของกิจกรรม

181
00:12:00.234 --> 00:12:04.234
การได้มาซึ่งความรู้ทางวิทยาศาสตร์นี่มันจะคล้าย ๆ กับกล่องปริศนา

182
00:12:04.236 --> 00:12:08.236
นี่นะครับ อันนี้ ก็คือกล่องปริศนา

183
00:12:08.237 --> 00:12:12.237
นี้ มันมีอะไรบางอย่างอยู่ข้างงน อยา่งเช่น

184
00:12:12.238 --> 00:12:16.238
อันที่ง่ายที่สุดก่อน คุณครูเพลงชาติ ลองทายดูก่อนว่า

185
00:12:16.238 --> 00:12:20.238
มีอะไร ห้ามเปิดนะครับ รูปทรงของวัตถุที่

186
00:12:20.239 --> 00:12:24.239
อยู่ในนี้น่าจะมีหน้าตาเป็นอย่างไร (คุณครูเพลงชาติ)

187
00:12:24.239 --> 00:12:28.239
ผม... (คุณครูราม) น่าจะเป็น (คุณครูเพลงชาติ) ลูกกลมโลหะ

188
00:12:28.241 --> 00:12:32.241
อะไรสักอย่าง (คุณครูราม) ก็คืออันนี้คือผมบอกเลยว่าง่ายนะครับ

189
00:12:32.242 --> 00:12:36.242
คุณครูเพลงชาติลองเปิดให้นักเรียนดู (คุณครูเพลงชาติ) รู้เลยครับ (คุณครูราม) ครับ

190
00:12:36.243 --> 00:12:40.243
(คุณครูเพลงชาติ) ถูกต้องครับ

191
00:12:40.246 --> 00:12:44.246
ลูกทรงกลมนะครับ ก็คือเป็นลูกเหล็กนะครับ ลูกเหล็ก

192
00:12:44.249 --> 00:12:48.249
นะครับ ผมบอกว่าง่ายนะครับ เอายากขึ้นนิดหนึ่ง

193
00:12:48.251 --> 00:12:52.251
กิจกรรมอย่างนี้แนะนำให้นักเรียนนี่

194
00:12:52.251 --> 00:12:56.251
ทำกับผู้ปกครองก็ได้ เพื่อนก็ได้ ก็คือ

195
00:12:56.253 --> 00:13:00.253
คนที่ใส่นี่ไม่บอกเรา ไม่บอกเรานะครับ แล้วเราค่อย ๆ เจาะ

196
00:13:00.254 --> 00:13:04.254
หาคำตอบไปเรื่อย ๆ นะครับ (คุณครูเพลงชาติ) อันนี้ยากจริง ๆ นะครับ

197
00:13:04.255 --> 00:13:08.255
ผม... น่าจะเป็นสี่เหลี่ยมคิวบิดไม้ไหมครับ

198
00:13:08.256 --> 00:13:12.256
ลูก... ไม้ไหมครับ (คุณครูราม) ครับ

199
00:13:12.257 --> 00:13:16.257
อันนี้แตกต่างนะครับ เพราะใช้เป็นกระป๋องโลหะนะครับ

200
00:13:16.259 --> 00:13:20.259
กระป๋องโลหะนะครับ (คุณครูเพลงชาติ) อันนี้วัสดุ

201
00:13:20.259 --> 00:13:24.259
น่าจะเป็นโลหะ เพราะผมได้ยินเสียงโลหะกระทบกัน (คุณครูราม) เราจะใช้ความรู้

202
00:13:24.261 --> 00:13:28.261
ประสบการณ์ องค์ความรู้ที่เรามีอยู่ ก็คือ

203
00:13:28.262 --> 00:13:32.262
พยามยามทำตัวอย่างนะครับ ว่าเวลาเราพินิจทำนาย

204
00:13:32.262 --> 00:13:36.262
ออกมามันต้องมีหลักการทางวิทยาศาสตร์ว่าทำไมเราถึงคิดอย่างนั้น

205
00:13:36.263 --> 00:13:40.263
แล้วก็ค่อยเก็บข้อมูลนะครับ เก็บข้อมูล รวบรวมข้อมูลจนกระทั่ง

206
00:13:40.265 --> 00:13:44.265
เราได้คำอธิบาย แต่แนะนำว่ากิจกรรมเหล่านี้

207
00:13:44.266 --> 00:13:48.266
ต้องทำกับเพื่อน เราจะต้องไม่ทำเอง เพระาถ้าเราทำเอง

208
00:13:48.267 --> 00:13:52.267
เราก็รู้อยู่แล้วว่ามีอะไรนะครับ

209
00:13:52.268 --> 00:13:56.268
โอเคนะครับนะ ทีนี้กลับมาดูที่

210
00:13:56.269 --> 00:14:00.269
ตัวสไลด์ต่อนะครับ ก็คือว่าอันนี้

211
00:14:00.270 --> 00:14:04.270
การของการได้มาซึ่งความรู้หรือกระบวนการทางววิทยาศาสตร์

212
00:14:04.271 --> 00:14:08.271
อย่างนั้นนะครับ ก็คือตามผลสรุปอันนี้นะครับ

213
00:14:08.273 --> 00:14:12.273
เพราะฉะนั้น การได้มาซึ่งความรู้ทางวิทยาศาสตร์นี่

214
00:14:12.274 --> 00:14:16.274
คือเราจะต้อง 1. นะครับ ก็คือสนใจ

215
00:14:16.276 --> 00:14:20.276

216
00:14:20.278 --> 00:14:24.278
(คุณครูเพลงชาติ) ไม่ใช่ (คุณครูราม) หมดแล้วครับ

217
00:14:24.279 --> 00:14:28.279
โอเคนะครับ (เจ้าหน้าที่)

218
00:14:28.279 --> 00:14:32.279
5 4 3 2 1 (คุณครูราม)

219
00:14:32.281 --> 00:14:36.281
การได้มาซึ่งความรู้ทางวิทยาศาสตร์ยิ่งใหญ่

220
00:14:36.282 --> 00:14:40.282
ไม่ได้เกิดขึ้นโดย

221
00:14:40.283 --> 00:14:44.283
ในชั่วครั้งชั่วคราว แต่ได้จากความสนใจ เจาะลึก การแก้

222
00:14:44.284 --> 00:14:48.284
ปัญหา แล้วก็เก็บรวบรวม

223
00:14:48.285 --> 00:14:52.285
การเป็นขั้นเป็นตอนนะครับ อันนี้คือในหัวข้อแรกของเรา

224
00:14:52.286 --> 00:14:56.286
นะครับ [เสียงดนตรี]

225
00:14:56.287 --> 00:15:00.287

226
00:15:00.288 --> 00:15:04.288
[เสียงดนตรี]

227
00:15:04.289 --> 00:15:08.289

228
00:15:08.291 --> 00:15:12.291

229
00:15:12.293 --> 00:15:16.293

230
00:15:16.298 --> 00:15:20.298

231
00:15:20.300 --> 00:15:24.300

232
00:15:24.301 --> 00:15:28.301

233
00:15:28.303 --> 00:15:31.305

234
00:15:32.305 --> 00:15:35.305

235
00:15:36.307 --> 00:15:39.309

236
00:15:40.310 --> 00:15:43.314

237
00:15:44.312 --> 00:15:44.313

238
00:15:48.316 --> 00:15:48.319

239
00:15:52.320 --> 00:15:52.321

240
00:27:00.934 --> 00:27:03.936

241
00:27:04.936 --> 00:27:04.936


