﻿WEBVTT

1
00:00:00.000 --> 00:00:04.000

2
00:00:04.002 --> 00:00:08.002

3
00:00:08.004 --> 00:00:12.004

4
00:00:12.007 --> 00:00:16.007

5
00:00:16.011 --> 00:00:20.011

6
00:00:20.013 --> 00:00:24.013

7
00:00:24.018 --> 00:00:28.018

8
00:00:28.020 --> 00:00:32.020

9
00:00:32.023 --> 00:00:36.023
(คุณครูราม) สวัสดีครับนักเรียน ขอต้อนรับเข้าสู่ห้องเรียน

10
00:00:36.026 --> 00:00:40.026
สสวท. นะครับ ผม ครูราม ติวารี // เพลงชาติ

11
00:00:40.027 --> 00:00:44.027
(คุณครูราม) เรามาต่อนะครับ จากที่หัวข้อ

12
00:00:44.028 --> 00:00:48.028
1.1 นะครับ ก็คือเราพูดจุดประสงค์ไป 3 ข้อ ตามที่สไลด์

13
00:00:48.029 --> 00:00:52.029
แล้วก็ฝากนักเรียนไปทบทวนของเกก่าด้วยนะครับ ตามสไลด์ที่

14
00:00:52.031 --> 00:00:56.031
อยู่นี้ ทีนี้ จากวันนี้นะครับ เรามาขึ้นในหัวข้อ

15
00:00:56.034 --> 00:01:00.034
ถัดมาก็คือหัวข้อ 1.1.2 ก็คือหัย

16
00:01:00.036 --> 00:01:04.036
พัฒนาการของหลักการและแนวคิดทางฟิสิกส์นะครับ เรามาดูว่ามี

17
00:01:04.038 --> 00:01:08.038
เรื่องราวอะไรที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับฟิ

18
00:01:08.039 --> 00:01:12.039
นะครับ ก็มาดูต่อนะครับ

19
00:01:12.039 --> 00:01:16.039
นักฟิสิกส์นี่

20
00:01:16.041 --> 00:01:20.041
เวลาสังเกตเห็นแล้วอธิบาย สิ่งหนึ่ง

21
00:01:20.044 --> 00:01:24.044
ที่พวกเราต้องรู้ ก็คือต้องพบเจอกับ

22
00:01:24.045 --> 00:01:28.045
แรงกดดันทางความเชื่อ ทางสังคม แล้วก็ต้อง

23
00:01:28.046 --> 00:01:32.046
มีความอดทนนะครับ อดกลั้น ในการที่จะต่อสู้ไปกับ

24
00:01:32.047 --> 00:01:36.047
ต่อสู้ไปสิ่งนั้น ตัวอย่างเช่นนะครับ ตัวอย่างเช่น

25
00:01:36.048 --> 00:01:40.048
ที่นักเรียนเห็นอันนี้ เป็นแบบจำลอง

26
00:01:40.049 --> 00:01:44.049
ที่มีโลกเป็นศูนย์กลาง เป็นความเชื่อ เป็นความเชื่อิ

27
00:01:44.050 --> 00:01:48.050
เชื่อของมนุษย์ตั้งแต่ในสมัยโบราณกาล

28
00:01:48.052 --> 00:01:52.052
นะครับ มีผู้นำ มีผู้นำทางความคิดนี้แล้วก็ได้

29
00:01:52.053 --> 00:01:56.053
บอกกล่าวไว้ ต่อมาได้มีการประกาศไว้

30
00:01:56.054 --> 00:02:00.054
ก็คือเขาชื่อปาโตเลมี ปโตเลมี

31
00:02:00.054 --> 00:02:04.054
นี่เป็นศูนย์กลาง เพราะเราสังเกตได้อย่างนั้น

32
00:02:04.056 --> 00:02:08.056
โลกเป็นศูนย์กลางสิ่งต่าง ๆ บนเอกภพ

33
00:02:08.057 --> 00:02:12.057
ความเชื่อนี้ก็คงทน ถาวรได้

34
00:02:12.059 --> 00:02:16.059
จนกระทั่งมายุคของคาโปนิกัส ก็เกิดความ

35
00:02:16.061 --> 00:02:20.061
เปลี่ยนแปลงความคิดที่บอกว่าโลกเป็นศูนย์กลาง ก็ค

36
00:02:20.063 --> 00:02:24.063
Geosentric

37
00:02:24.064 --> 00:02:28.064
ประมาณสักปีคริสต์

38
00:02:28.065 --> 00:02:32.065
นะครับ บอกว่าไม่ใช่หรอกนะครับ ความ

39
00:02:32.066 --> 00:02:36.066
คิดที่น่าจะเป็นไปได้ตามความรู้

40
00:02:36.068 --> 00:02:40.068
ตามแบบจำลองคณิตศาสตร์ที่เขาค้นคว้าหามา สิ่งที่

41
00:02:40.070 --> 00:02:44.070
เป็นศูนย์กลาง ก็คือสิ่งนี้

42
00:02:44.072 --> 00:02:48.072
ก็คือกลายเป็นดวงอาทิตย์นะครับ

43
00:02:48.074 --> 00:02:52.074
หรือเรียกว่า "ดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลาง" นะครับ

44
00:02:52.074 --> 00:02:56.074
ก็คือ Helerosentric system

45
00:02:56.075 --> 00:03:00.075
มันก็ต้องมีแร

46
00:03:00.076 --> 00:03:04.076
แต่ว่ากลุ่มของนักวิทยาศาสตร์ด้วยกัน ก็มีการสนับสนุนซึ่งกันและกัน

47
00:03:04.078 --> 00:03:08.078
นะครับ ก็คือได้รับแนวคิดนี้

48
00:03:08.079 --> 00:03:12.079
ได้รับการสนับสนุนจากแคปเลอร์นะครับ แล้วแคปเลอร์ก็

49
00:03:12.080 --> 00:03:16.080
มีการสร้างแบบจำลอง แล้วมีการน

50
00:03:16.081 --> 00:03:20.081
เพื่อมาอธิบายนะครับ ต่อด้วย กาลิเลโอ

51
00:03:20.083 --> 00:03:24.083
กาลิเลโอก็ผลิตกล้องจุลทรรศน์ขึ้นมานะครับ

52
00:03:24.084 --> 00:03:28.084
เพื่อที่จะสนับสนุนแนวคิดของโคโปรนิคัสนะครับ

53
00:03:28.086 --> 00:03:32.086
ความคิดของตัวเคปเลอร์ที่

54
00:03:32.087 --> 00:03:36.087
เขาพยายามที่จะสนับสนุนความคิดคาโปนิคัสอยู่

55
00:03:36.088 --> 00:03:40.088
เป็น 3 แรงผสานนะครับ ก็คือ

56
00:03:40.089 --> 00:03:44.089
เคปเลอร์ แล้วก็กาลิเลโอนะครับ (คุณครูเพลงชาติ) ซึ่งกาลิเลโอใช้

57
00:03:44.097 --> 00:03:48.097
กล้องโทรทรรศน์ในการส่องดู ใช่ครับ ใช้

58
00:03:48.100 --> 00:03:52.100
หาความรู้ กฉฉ็ฉฉคือเป็น เรียกว่า 3

59
00:03:52.102 --> 00:03:56.102
ประสาน 3 ประสานถึงรอดนะครับ เป็ฯ

60
00:03:56.103 --> 00:04:00.103
ของแรงกดดันทางสังคม หรือแรงกดดัน

61
00:04:00.105 --> 00:04:04.105
ถือนะฮะ แล้วตอนต่อมาก็เป็นยุค

62
00:04:04.105 --> 00:04:08.105
สมัยใหม่ ก็คือเป็นยุคของนิวตันแล้ว ก็คือ

63
00:04:08.106 --> 00:04:12.106
มีเครื่องมือที่มาผลิตอุปกรณ์

64
00:04:12.109 --> 00:04:16.109
ใหม่ ๆ โดยเฉพาะแรงโน้มถ่วง หรือ Gravity

65
00:04:16.110 --> 00:04:20.110
นะครับ ก็ได้รับการยืนยันที่ได้

66
00:04:20.110 --> 00:04:24.110
ว่าแนวคิดที่เป็นแนวคิดของที่มีดวงอาทิตย์

67
00:04:24.112 --> 00:04:28.112
เป็นศูนย์กลางนั้น คือคงทน คงทนกว่า

68
00:04:28.114 --> 00:04:32.114
ถาวรกว่านะครับ ทีนี้ถ้าเราพิจารณาดูลักษณะ

69
00:04:32.114 --> 00:04:36.114
ของการได้มาซึ่งความรู้

70
00:04:36.116 --> 00:04:40.116
ความรู้ของทางด้านวิทยาศาสตร์เรา มันเกิดขึ้นจาก 3 ประสานที่แข็งแกร่ง

71
00:04:40.118 --> 00:04:44.118
พันธะนี้แข็งแกร่งนะครับ ก็คือ

72
00:04:44.120 --> 00:04:48.120
มีไฟล์ที่เก็บสะสมข้อมูล การที่เก็บสะสมข้อมูลนะครับ

73
00:04:48.121 --> 00:04:52.121
จากหลาย ๆ ด้าน หลาย ๆ รูปแบบ

74
00:04:52.122 --> 00:04:56.122
แล้วสิ่งสำคัญ คือ มีแต่ข้อมูล มีข้อมูล

75
00:04:56.123 --> 00:05:00.123
อะไร ไม่มีประโยชน์อะไรนะครับ

76
00:05:00.126 --> 00:05:04.126
(คุณครูเพลงชาติ) ทำโมเดล (คุณครูราม) หลากหลายรูปแบบว่าจะ

77
00:05:04.126 --> 00:05:08.126
มาตีความหมายนะฮะ แล้วนำมา

78
00:05:08.128 --> 00:05:12.128
ตกผลึกนะครับ ตกผลึกเป็นความรู้ใหม่

79
00:05:12.128 --> 00:05:16.128
เพราะนี่คือแนวทางของการสร้างควมารู้

80
00:05:16.129 --> 00:05:20.129
ใหม่ ๆ ของวิชาทางด้านฟิสิกส์ของเรา (คุณครูเพลงชาติ) แลวจากไดอแกรม

81
00:05:20.131 --> 00:05:24.131
คือจากความรู้ใหม่ ที่

82
00:05:24.132 --> 00:05:28.132
เพิ่มขึ้น ก็จะกลายเป็นวนลูปแบบนี้ไปเรื่อย ๆ ใช่ไหมครับ

83
00:05:28.133 --> 00:05:32.133
(คุณครูราม) ก็คืออาจจะมีการปรับเปลี่ยนไปบ้าง

84
00:05:32.134 --> 00:05:36.134
ก็คือจะได้องค์ความรู้ที่ถูกต้องมากขึ้น แม่นยำมากขึ้นนะครับ

85
00:05:36.135 --> 00:05:40.135
อันนี้คือที่มาขององค์ความรู้ของฟิสิกส์

86
00:05:40.137 --> 00:05:44.137
ของเรา เพราะฉะนั้น นักเรียนเพิ่งขึ้นมาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย

87
00:05:44.138 --> 00:05:48.138
สิ่งที่จะเห็นก็คือ ฟิสิกส์จะ

88
00:05:48.140 --> 00:05:52.140
การทดลอง เพราะว่าเราเน้นไปที่ตัวการหาองค์ความรู้

89
00:05:52.141 --> 00:05:56.141
ด้วยตัวเองนะครับ ไม่ใช่บอกความรู้ผ่าน ๆ กันมา

90
00:05:56.145 --> 00:06:00.145
ถ้าบอกความรู้ คือ คงทน ถาวร คนที่รู้

91
00:06:00.146 --> 00:06:04.146
ถ้าเราทำเอง เราหาเอง วันหนึ่งเราจะมีองค์ควมารู็

92
00:06:04.147 --> 00:06:08.147
นะครับ นี่คือความรู้ใหม่ ๆ ของวิชาฟิสิกส์ครับ

93
00:06:08.148 --> 00:06:12.148
[เสียงดนตรี]

94
00:06:12.149 --> 00:06:16.149

95
00:06:16.150 --> 00:06:20.150

96
00:06:20.153 --> 00:06:24.153

97
00:06:24.154 --> 00:06:28.154

98
00:06:28.157 --> 00:06:32.157

99
00:06:32.160 --> 00:06:35.161

100
00:06:36.161 --> 00:06:36.161

101
00:07:04.183 --> 00:07:07.186

102
00:07:08.184 --> 00:07:08.185

103
00:07:12.186 --> 00:07:12.191

104
00:07:16.191 --> 00:07:16.196


