Accuracy : 77.19%
Insertion : 232
Deletion : 1502
Substitution : 133
Correction : 6549
Reference tokens : 8184
Hypothesis tokens : 6914

[เสียงดนตรี](คุณครูปุณยาพร)สวัสดีค่ะสำหรับคลิปนี้นะคะเป็นคลิปการสอนในหัวข้อที่4.2ยีนกับการควบค.2(-ุ)ลักษณะทางพันธุกรรมให้ความรู้โดยครูบ(ป)-ุณยพรค่ะโดยที่หัวข้อนี้นะคะอยู่ภายใต้-ั(ท)วข้อที่4เรื่องพันธุกรรมและวิวัฒนาการซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ชีวภาพระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่4ค่ะจุดประสงค์นะคะก็คือเพื่อให้นักเรียนสามารถที่จะอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างยีนการสังเคราะห์โปรตีนและลักษณะทางพันธุกรรมค่ะก่อนอื่นนซึ-่(ะ)ง(ะ)นักเรียนจำได้ไหมคะเกี่ยวกับโรคธาลัสซีเมียที่ได้เรียนมาในคลิปในหัวข้อที่แล้วนะคธาลัสซีเมีย-ืออไรธาลัสซีเมียคือโรคทางพันธุกรรมชนิดหนึ่งนะคะโดยเป็นโรคโลหิตจางแบบเรื้อรังนะคะซึ่งคนไทยนี่มีผู้ที่เป็นโรคนี้เป็นจำนวนมากนะคะและมีผู้ที่เป็นพาหะของโรคนี้โดยไม่แสดงอาการจำนวนมากยิ่งกว่าขึ้นไปอีกนั่นก็สด(ปล)ว่าโรคธาลัสซีเมียนี่ความจริงอยู่ใกล้ตัวคนไทยอย(เร)-่มากๆเลยนะคะซึ่งจากที่นักเรียนได้เรียนมาในอา(คล)-ิต(ป)ย์ที่แล้วนะคะโรคท(ธ)าลัสซีเมียนี่ถูกควบคุมโดยยีนนะคะโดยมีแอลลีลTเป็นยีนที่ควบคุมลักษณะไม่เป็นโรคและแอลลีลtที่ควบคุมลักษณะเป็นโรคนั่นทำให้ผู้ที่มีแอลลีลTT2แอลลีลดังในรูปนะคะจะไม่เป็นโรคส่วนผู้ที่มีแอลลีลt2(t)แอลลีลจะไม่เป็นโรคในขณะที่ผู้ที่ม-ีแอลล-ีลtและแอลลีลTอย่างละ1แอลลีลนะคะจะไม่เป็นโรคแต่ว่าเป็นพาหะคราวนี้คำถามก็คือแอลลีลดังกล่าวเหล่านี้นี-่มั-้จะ(น)ทำให้เกิดโรคหรือไม่เกิดโรคได้อย่างไรเดี๋ยวอันนี้นะคะเราจะได้มาเรียนกันในหัวข้อนี้นะ-่ะเรามาลองทวนกันอีกนิดหนึ่งนะคะว่าแอลลีลคืออะไรแอลลีลนะคะก็คือรูปแบบของยีนโดน(ย)ที่ยีนนี่จะควบคุมลักษณะทางพันธุกรรมผ่านการสังเคราะดย(ห์)โปรตีนแล้วการควบคุมนั้นนี-้(-่)มันเกิดขึ้นได้อย่างไรนะคะยีนเป็นช่วงหนึ่งของสายDNAนะคะที่จะควบคุมหรือกำหนดลักษณะของโปรตีนที่สังเคราะห์ได้ซึ่งโปรตีนนั้นนี่ก็จะไปส่งผลให้เกิด-ักษณะทางพันธุกรรมต่างๆขึ้นอยู่กับชนิดแล้วก็หน้าที่ของโปรตีนนั้นนั้นตรงนี้อาจจะยังไม่เป(ห)-็นภาพนะคะเดี๋ยวเรามาลองดูในส่วนของลักษณะเผือกเป็นตัวอย่างก่อนนะคะที่นักเรียนเคยได้เรียนมาแล้วว่ายีนก(น)-ีร(-่)ควคุมการเกิดหรือการมีหรือไม่มีลักษณะเผือกได้อย่างไรค่ะค่ะซึ่งลักษณะเผือกนะคะเกิดจากการที่ขาดเมลานินค่ะโดยเมลาน-ี(-ิ)นนะคะเป็นสารสีชนิลักษณะ(ด)หนึเผือก(-่ง)ที-่อยู-่บริเวณผิวหนมี(-ัง)ผมและม่านตาค่ะโดยในตัวอย่างนี้นะคะลักษณะเผือกนี่ถูกคส(ว)บคุมโดยยีนซึ่งมี2แอลลีลโดยแอลลีลAนะคะจะสังเคราะกต(ห์)โปรตีนที่ทำหน้าที่ในกระบวนการสังเคราะห์เมลานินได้ค่ะแต่ว่ายีนที่มีแอลลีลaนะคะจสังเราห์ได้โปรตีนที่มีลักษณะเปลี่ยนแปลงไปทำให้ไม่สามารถทำหน้าที่ได้ค่ะอย่างในสไลด์ที่นักเรียนเห็นอยู่ตอนนี้นะคะโปรตีนที่ทำงานได้นี่คุณครูแทนด้วยก้อนโปรตีนสีแดงนะคะส่วนโปรตีนที่ทำห(ง)น้ท(น)-ี่ไม่ได้คุณครูแทนด้วยก้อนโปรตีนสีเหลืองค่ะคราวนี้แล้วยีนที่มีแอลลีลAและแอลลีลaนี่เขาควบคุมการมีหรือไม่มีลักษณะเผือกได้อย่างไรนะคะเดี๋ยวเรามาลองดูไปพร้อมๆกันค่ะในผู้ที่ท(ม)-ีแอลลีลA2(A)แอลลีลนะคะเขาก็จะสามารถสังเคราะห์โปรตีนที่ทำงานได้ซึ่งโปรตีนที่ทำงานได้นี้นี่ก็จะไปทำห-้าท-ี่ในกระบวนการสังเคราะห์เมลานินนะคะทำให้ผู้ที่มีแอลลีลแบบนี้นี่มีเมลานินและทำให้ไม่มีลักษณะเผือกในขณะที่ผู้ที่มีเฉพาะแอลลีลaaนะคะจะสังเคราะห์โปรตีนออกมาเป็นโปรตีนที่ทำงานไม่ได้นะคะซึ่งทำให้ในกระบวนการสังเคราะห์เมลานิ-ี่ไม่มีเมลานินเกิดขึ้นนะคะและทำให้มีลักษณะเผือกค่ะเราทราบการควบคุมลักษณะทางพันธุกรรมของผู้ที่-ีเฉพาะแอลลีลAแล-้วกะเฉพ(-็)าะผู้ที่มีเฉพาะแอลลีลaแล้วนะคะคำถามก็คือแล้วผู้ที่มีแอลลีลทั้ง2รูปแบบก็คือผู้ที่มีทั้งแอลลีลAแล-้ะ(ว)ก็แอลลีลA(a)เล็กนี่เขาจะมีการควบคุมลักษณะทางพันธุกรรมออกมาเป็นอย่างไรนะคะเดี๋ยวตรงนี้คุณครูจะให้เวลาคิดประม-ัก(าณ)10วินวินาทีนะคะเรามาลองมาคิดเล่นๆกันแล้วเดี๋ยวเราค่อยมาดูคำตอบพร้อมกันค่ะเริ่มเลยนะคะ[เสียงดนตรี](คุณครูปุณยาพร)ค่ะอันนี้น่าจะพอตอบกันได้แล้วนะคะอย่างนั้นเรามาลองดูคำตอบพร้อมๆกันเลยนะ-่ะค่ะบุคคลนี้เป็นพาหะนะคะมีทั้งแอลลีลAและแอลลีลaค่ะโดยการมีแอลลีลaนะคะทำให้เขามีกสร้างโปรตีนที่ทำงานไม่ได้แต่ในขณะเดียวกันบุคคลนี้มีแอลลีลAอยมา(-ู่)ด้วยค่ะม(ท)-ำให้มีการสร้างโปรตีนที่ทำงานได้ด้วยจึงทำให้มีการสังเคราะห์เมลานินเพ(ก)-ิ-่(ด)ขึ้นและทำให้บุคคลนี้ไม่มีลักษณะเผือกค่ะตรงจุดนี้นะคะนักเรียนอาจจะสังเกตถึงความแตกต-่างระหว-่างแอลลีลเด่นกับแอลลีลด้อยที่นักเรียนได้เคยเรียนมาแล้วนะคะจะสังห็นไดต(-้)ว่าการมีแอลลีลAเพียงแค่1แอลลีลนี่ก็ทำให้สามารถที่จะแสดงลักษณะออกมาได้แอลลีลAจึงจัดเป็นแอลลีลเด่นค่ะในทางกลับกันนะคะถึงแม้ว่าจะมีแอลลีลaอยู่ก็ตามแต่กลับไม่มีการแสดงออกของลักษณะเหล่านั้นดังนั้นนะคะแอลลีลaจึงจัดเป็นแอ-ักษ(-ีล)ณะด้อยค่ะจากที่นักเรียนได้เรียนมานะคะนักเรียนพอที่จะสรุปความเชื่อมโยงกับแผนผังที่ครูให้ไว้ตั้งแต่ต้นคาบได้ไหมคะแผนผังด้านล่างนี้นะคะว่าอ(-ี)ล(น)-ี-่ควบท(ค)-ุง(ม)ลักษณะทางพันธุกรรมได้อย่างไรนะคะโดยค-ุณครูอยากให้นักเรียนเชื่อมโยงระหว่างแอลลีลAแอลลีลaกับการมีหรือไม่มีลักษณะเผือกที่เพิ่งเรียนมาเมื่อสักครู่สำหรับตอนนี้เริ่มได้เลยค-่ะ[เสียงดนตรี](-่ะ(ค)-ุณครูปุณยาพร)ค่ะได้เวลาแล้วนะคะเรามาดูคำตอบกันเลยดีกค(ว)-่ะ(า)ว่าคำตอบของเราเป็นอย่างไรกันบ้างค่ะจากรูปนี้นะคะจะอธิบายการที่ยีนควบคุมลักษณะทางพันธุกรรมของการมีหรือไม่มีลักษณะผิวเผือกได้เรามาลองดูกันค่อยๆดูกันไปทีละขั้นอีกขข(คร)-ั้น(ง)หนึ่งนะคะซึ่งยีนทำหน้าที่กำหนดลักษณะของโปรตีนยีนที่ท(ค)วบค-ำหน-้(-ุ)ากำหนดลักษณะเผือกนะคะมีแอลลีลAซึ่งจะกำหนดลักษณะได้เป็นโปรตีนที่ทำงานได้และแอลลีลaซึ่งจะป็(-ำห)ลักษณะได้เป็นโปรตีนที่ทำงานไม่ได้นะคะต่อมานะคะโปรตีนนั้นก็จะส่งผลให้เกิก(ด)ลักษณะทางพันธุกรรมนะคะสำหรับลักษณะเผือกก็คือการมีโปตีนที่ทำงานได้หรือทำงานไม่ได้นี่ทำให้สามารถสังเคราะห์เมลาน-ี(-ิ)ได้หรือสังเคราะห์ไม่ได้นะคะซึ่งคือการมีหรือไม่มีเมลานินนี้เองซึ(ที)-่เป็นลักษณะทางพันธุกรรมของเรานั่นก็คือการมีหรือไม่มีลักษณะเผือกนั่นเองค่ะค่ะจากตัวอย่างข้างต้นนะคะก็จะเห็นได้ว่ายีนนี่ควบคุมการแสดงออกของลักษณะทางพันธุกรรมผ่านการสังเครล(า)ห์โปรตีนแล้วคราวนี้ยีนนี่กำหนดลักษณะของโปรต-ีนได้อย่างไรนะคะคำตอบก็คือลำดับนิวคลีโอไทด์ของย-ีนมีผลต่อโปรต-ีนที่สังเคราะห์ได้ค่ะอันนี้นักเรียนอาจจะบอกนะคว่าครูคะคำตอบแค่นี้ไม่ช่วยอะไรเลย-่ะลำดับนิวคลีโอไทด์คืออะไรคะใครที่ลืมไปแล้วนะคะหรือว่าาจจะรู้สึกว่าเอ๊ะเหมือนไม่เคยได้เรียนมเ(-่)-๊ะ(เ)ลยไม่เป็นไรค่ะเดี๋ยวคุณครูทวนให้ฟังอีกครั้งหนึ่งนะคะย้อนกลับไปตั้งแต่ว่ายีนคือช่วงหนึ่งของของสารDNAแล้วDNAคืออะไรDNAนะคะหรือค(ช)-ื-่เต็มD(d)eoxyribonucleicA(a)cidนะคะเป็นสารพันธุกรรมซึ่งประกอบด้วยนิวคลีโอไทด์ค่ะอย่างในรูปตรงนี้นะคะคือโครงสร้างในกรอบนี้คือ1นิวค-ี-่(โ)ไทห(ด)-์-ึ(ค)-่ง(ะ)โดยนิวคลีโอไทด์นี่จะมาเรียงต่อกัะคะเป็นสายพอลโพ(-ิน)-ิ-ีโอไทป(ด)-์จำนว2สาะ(ย)-่ะอันนี้คือสายหนึ่งนะคะส่วนอันนี้ก็คือพอล-ี(-ิ)นิวคล-ีโอไทด์อีกสายหนึ่งค่-ิ(ะ)พอลินิวคลีโอไทด์สายคู่นี้นะคะจะพัะสร้างความสัมพ(นก)-ันธ์เป็นโครงสร้างเกลียวคู่แต่ละนิวคลีโอไทด์นี่จะแ(ป)-่ง(ะก)ก(ไ)ด้-็น(วย)น้ำตาลห-ือ(-ู่)ฟอสตและไนอ(โ)รเจนัสเบสค่ะอันนี้เดี๋ยวครูจะลองขยายในส-ั(-่)นของนิวคล-ิ(-ี)โอไทด์ขึ้นมาให้ใหญ่หน่อยนะคะเราจะได้เห็นชัดๆกั-์(น)ซึ่งนิวคลีโอไทด์ที่มาต่อกันนี้นะคะบ(-ี)4ชน-่งออก(-ิด)ตามชนิดของไ-ิวค(ต)-ีนัท(ส)เบสค-่ะได้แก-่ดินีนหรือAไทด์มีนหรือC(T)ไซโทซีนหรือCและกวานีนหรืฉ(อ)Gค่ะโดยนิวคลีโอไทด์ที่มีเบสAนะคะจะจัT(บ)กับนิวคลีโอไทด์ที่-ับ(มี)เบสG(T)ค่ะส่วนนิวคลีโอไทด์ที่ท(ม)-ีB(เ)as(ส)eGนะคะจะจับกับนิวคลีโอไทด์ที่มีเบสCค่ะคราวนี้นะคะเราได้รู้จักDNAกันแล้วกลับมาที่ยีนและแอลลีลของเรากันดีกว่าค่ะกลับมาที่รูปนี้อีกครั้งหนึ่งนะคะยี-ี่เป็นช่วงหนึ่งของสายDNAนะคะที่มีลำดับนิวคลีโอไทด์ซึ่งกำหนดลักษณะของโปรตีนที่สังเคราะห์ขึ้นดังนั้นถ้าหากว่าลำดับของนิวคลีโอไทนั้น(ด)-์เปลี่ยนแปลงไปนี่ก็อาจจะส่งผลให้ได้โปรตีนที่เปลี่ยนแปลงไปด้วยนะคะบนสายDNAยาวๆของเรานี่มียีนอยู่ด้วยกันหลายยีนค่ะโดยยีนต่างชนิดกันก็จะมีลำดับนิวคลีโอไทด์ที่ต่างกันได้โปรตีนออกมาต่างชนิดกันและส่งผลให้เกิดลักษณะทางพันธุกรรมต่างๆนะคะอย่างตัวอย่างที่เราเรียนมานะคะยีนธาลัสซีเมียกับยีนที่เป็นลักษณะเผือกนะคะก็เป็นยีนคนละยีนกันมีลำดับนิวคลีโอไทด์ต่างกันและได้เป็นโปรตีนต่างชนิดกัะคะซึ่งก็จะส่งผลให้เกิดลักษณะทางพันธุกรรม-ี(น)ละอ-่แตก(ย)-่างครกั(าว)-ี้นะคะเรามาลองดูที่ยีนห-ึ่1(ง)ยีนกันบ้างค่ะในกรณีของยีนเดียวกันนะคะแอลลีลต่างรูปแบบกันก็จะมีลำดับนิวคลีโอไทด์ที่แตกต่างกันทำให้มีความแตกต่างของโปรตีนที่สังเคราะห์ได้นะคะซึ่งก็จะส่งผลให้เกิดเป็นฟีโนไทป์ที่แตกต่างกันไปด้วยตัวอย่างนะคะก็เช่นแอลลีลTและแอลลีลtนะคะา(น)รณีตัวอย่างของโรคท(ธ)าลัสซ-ีเมียค่ะจากในรูปนะคะจะเห็นว่าแอลลีลTกับแอลลีลtน-ี่มีลำดับนิวคลีโอไทด์ที่แตกต่างกันนะคะซึ่งก็ส่งผลให้สังเคราะห์ออกมาเป็นโปรตีนที่มีลักษณะแตกต่างกันและส่งผลต่อลักษณะการเป็นหรือไม่เป็นโรคธาลัสซีเมียนั่นเองค่ะค่ะจากที่นักเรียนเรียนมาทั้งหมดนะคะก็น่าทร(-ี)-ื-่จะพเห็นภาพแล้วว่ง(า)ยีนนี่มันเกี่ยวข้องกับการค-ุ(ว)บคว(-ุ)มลักษณะทางพันธุกรรมได้อย่างไรนะคะตรงจุดนี้นะคะอยากจะให้นักเรียนลองตอบคำถามเพื่อที่จะตรวจสอบความเข้าใจของตัวเองนะคะโดยให้เขียนแผนผังแสดงความสัมพันธ์ระหว่างยีนโปรตีนและยีนแะล-ักษณะทางพันธุกรรมในกรณีของบุคน(ล)ที่มีเลือดหมู่ABค่ะน่าจะไม่ยากนะคะสำหรับนักเรียนที่ตอบได้นี่แสดงว่าเข้าใจแล้วแต่ถ้าหากว่าใครยังตอบไม่ได้ก็ไม่เป็นอะไรนะคะอาจจะลองย้อนกลับไปดูคลิปนี้อีกครั้งหนึ่งเพื่อที่จะทำความเข้าใจหรือว่าอจจะสืบค้น-ื(-ิ)-่-้น(ม)เติมนะคะแล้วกหรือ(-็)ลองคุยกัน(บ)เพื่อนดูว่าแต่ละค-ี่มีความเข้าใจตรงกันหรือแตกต่างกันอย่างไรบ้างนะคะ[เสียงดนตรี](คุณครูปุณยาพร)จากที่เราได้เรียนมานะคะคราวนี้เดี๋ยวเรามาลองสรุปเนื้อหาในบทเรียนกันค่ะการถ่ายทอดลักษณธ(ะ)ทางพันธุกรรมเกิดผ่านยีนซึ่งเป็นช่วงหนึ่งของสายDNAนะคะที่อยู่บนโครโมโซมโดยลำดับนิวคลีโอไทด์ของยีนกมโซม(-ำ)ซซ(นด)ลักษณะของโปรตีนที่สังเคราะห์ขึ้นแอลลีลรูปแบบลที่มีลักษณะต่างกันจะมีลำดับนิวคลีโอไทด์ต่างกันและทำให้ได้โปรตีที่มีสมบัติต่างกันค่ะจบ-ั(ง)ไปแล้วนะคะกับจ(ก)รศึษาในหัวข้อยีนกับการควบคุมลักษณะทางพันธุกรรมโดยหัวข้อที่นักเรียนจะได้ศึกษาต่อไปก็คือการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมค่ะสำหรับตอนนี้สวัสดีค่ะ[เสียงดนตรี]

More information
- compare(ans and test) :
- ans: file reference
- test: file test
- export datetime : 2024-04-23 12:54:06
- exported from : Accuracy Worker
- version :registry.rtt.in.th/spinsoft-transcription/backend_accuracy_worker:main-42d874d90e320e04ce26da7eb329f0d888006afc
- lib :character
- your normalize config
-IsFilter :true
-ToLower :false
-ToArabicNumber :true
-WordToNumber :false
-OrderAndSimilar :true
-ListRemove :
- alignment method :Hirschberg
- score weight :{"Match":5,"Mismatch":-1,"PartialMatch":2,"GapPenalty":-1}