Accuracy : 98.56%
Insertion : 17
Deletion : 94
Substitution : 15
Correction : 8647
Reference tokens : 8756
Hypothesis tokens : 8679

[เสียงดนตรี](คุณครูปุณยาพร)สวัสดีค่ะสำหรัล(บ)คลิปนี้นะคะเป็นการสอนในหัวข้อที่4.3การเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมให้ความรู้โดยครูปุณยาพรค่ะหัวข้อนี้นะคะอยู่ภายใต้บทที่4เรื่องพันธุ์กรรมและวิวัฒนาการวิทยาศาสตร์ชีวภาพระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่4ค่ะจุดประสงค์นะคะเพื่อให้นักเรียนอธิบายและยกตัวอย่างมิวเทชันและผลของมิวเทชันการแสดงของลักษณะสิ่งมีชีวิตยกตัวอย่างการนำมิวเทชันไปใช้ประโยชน์ค่ะนักเรียนเคยได้ยินเกี่ยวกับเรื่องของรณรงค์นะคะเรื่องการหลีกเลี่ยงอันตรายจากแสงแดดนะคะโดยอาจเป็นการแนะนำให้งดการอยู่กลางแจ้งหรือว่าให้ใช้ครีมกันแดดนะคะนักเรียนคิดว่าเพราะอะไรถึงได้มีการรณรงค์สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้ช(น)ค่ะคำตอบนะคะก็คือเนื่องจากรังสีอัลตราไวโอเลตหรือรังสีuvในแสงแดดนะคะจะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งผ-ิดปกต-ิซึ่งนักเรียนนี่สามารถที่จะใช้ความรู้ในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมนะคะมาอธิบายในกรณีนี้ได้ค่ะกลับมาที่รูปนี้กันอีกครั้งนะคะลองดูที่ยีน1ยีนกันนักเรียนคิดว่าทำไมยีน1ยีนถึงได้มีแอลลีลมากกว่า1แอลลีลคะคำตอบก็คือdnaนี่เป็นสารพันธุกรรมในสิ่งมีชีวิตซึ่งสามารถเปลี่ยนแปลงได้จากการเปลี่ยนแปลงมิวเทชันค่ะโดยนิวคลีโอไทด์ในบางตำแหน่งนะคะของยีนนี่อาจเปลี่ยนแปลงไปจัดเป็นมิวเทชันในระดับยีนค่ะซึ่งมิวเทชันที่เกิดขึ้นนี่ก่อให้เกิดแอลลีลที่แตกต่างกันออกไปและทำให้เกิดลักษณะที่เปลี่ยนแปลงไปดังในกรณีตัวอย่างนะคะของมิวเทชันในยีนที่ก่อให้เกิดโรคธารัสซีเมียซึ่งเป็นมิวเทชัน1ตำแหน่งซึ่งอยู่ในนิวคลีโอไทด์ดังรูปนะคะมีการเปลี่ยนจากคู่เบสแอลลีลtเป็นคู่เบสกวานีนแอลลีลtแต่ว่าการเปลี่ยนแปลงของนิวคลีโอไทด์เพียง1คู่นี้นะคะทำให้ได้โปรตีนที่ทำหน้าที่ไม่ได้ปกติกลายเป็นลักษณะของโรคธาลัลซิเมียได้ค่ะนอกจากมิวเทชันยังเกิดขึ้นแล้วนะคะยังสามารถที่จะเกิดขึ้นในระดับโครโมโซมเช่นกันค่ะสำหรับ-ิวชันในระดับของโครโมโซมนะคะสามารถเกิดได้ทั้งในด้านโครโมโซมและในด้านจำนวนโครโมโซมค่ะซึ่งอาจส่งผลให้เกิดความผิดปกติทางพันธุกรรมได้เดี๋ยวเราลองมาดูตัวอย่างกันนะคะตัวอย่างมิวเทชันในโครงสร้างของโครโมโซมนะคะซึ่งตัวอย่างของชิ้นส่วนที-่2ของโครโมโซมนี่มีการขาดหายได้แอลลีลหายไปจึงไม่สามารถที่จะกำหนดลักษณะโปรตีนได้ตามปกตินะคะอย่างในรูปนี่เป็นตัวอย่างของกลุ่มอาการคริดูชานะคะซึ่งเกิดจากโครโมโซมคู่ที่5ขาดหายได้ส่งผลให้มีลักษณะศีรษะเล็กลักษณะหน้าเปลี่ยนนะคะแล้วก็มีเสียงเล็กแหลมเป็นต้นต่อมานะคะเป็นตัวอย่างของมิวเทชันในด้านของโครโมโซมนะคะโดยโครโมโซมนี่อาจจะเกินมาทั้งโครโมโซมหรือหายไปทั้งโครโมโซมนะคะอย่างในรูปตอนนี้นะคะเป็นของกลุ่มอาการดาวน์นะคะหรือที่เราคุ้นหูว่าดาวน์ซินโดรมนะคะเกิดจากการที่เกินมาทั้งโครโมโซมค่ะซึ่งส่งผลให้มีรูปร่างเตี้ยนะคะมีลักษณะหน้าเปลี่ยนแล้วก็มีนิ้วมือนิ้วเท้าสั้นเป็นต้นค่ะเดี๋ยวเรามาลองดูกันอีกสัก1ตัวอย่างนะคะเป็นตัวอย่างของอาการเทิร์นเนอร์นะคะเกิดจากการที่โครโมโซมเพศหายไป1โครโมโซมเหลือเพียงโครโมโซมxเพียง1โครโมโซมส่งผลให้มีลักษณะเตี้ยรูปร่างเตี้ยรูปร่างเปลี่ยนมือและเท้าบวมน้ำและมักจะเป็นหมันค่ะค่ะที่เรียนมานี่ดูเหมือนจะมีแต่การเกิดมิวเทชันที่ทำให้เกิดโรคทั้งนั้นเลยนะคะคำถามก็คือมิวเทชั-ี่ก่อให้เกิดผลเสียเสมอไปหรือไม่ค่ะอันนี้นะคะอยากจะให้นักเรียนลองคิดหาคำตอบดูนะคะแล้วก็ลองให้เหตุผลด้วยว่าเพราะอะไรนักเรียนถึงได้คิดแบบนั้นนะคะโดยที่คุณครูจะให้เวลาประมาณสัก10วินาทีนะคะเริ่มได้เลยค่ะ[เสียงดนตรี](คุณปุณยาพร)หมดเวลาแล้วนะคะคำตอบก็คือไม่เสมอไปนะคะเนื่องจากว่ามิวเทชันนี่อาจจะก่อให้เกิดผลดีผลเสียหรือไม่ส่งผลใดๆต่อสิ่งมีชีวิตเลยก็ได้ค่ะขึ้นอยู่กับว่าสมบัติของโปรตีนที่สังเคราะห์ได้เปลี่ยนแปลงหรือไม่อย่างไรค่ะนักเรียนอาจจะสงสัยนะคะว่าไม่ส่งผลนี่มาได้อย่างไรนะคะพูดอย่างเดียวอาจจะไม่เห็นภาพนะคะเดี๋ยวเราลองมาดูตัวอย่างจากการเกิดมิวเทชันที่เกี่ยวข้องกับการมีลักษณะเผือกนะคะจะกำหนดออกมาเป็นโปรตีนที่ทำงานได้ปกตินะคะทำให้มีกระบวนการสังเคราะห์เมลานินเกิดขึ้นและไม่มีลักษณะเผือกค่ะแต่หากว่ามิวเทชันที่เกิดขึ้นนะคะทำให้ได้โปรตีนที่เปลี่ยนแปลงไปแต่สามารถยัทำงานได้ตามปกติอยู่นะคะก็ยังทำให้มีการสังเคราะห์เมลานินเกิดขึ้นและไม่มีลักษณะเผือกค่ะในกรณีที่มิวเทชันที่เกิดขึ้นนะคะทำให้โปรตีนนี่เปลี่ยนแปลงไปและทำงานไม่ได้ค่ะจะทำให้ไม่มีการสังเคราะห์เมลานินและทำให้มีลักษณะเผือกค่ะหรือถ้าหากว่ามิวเทชันที่เกิดขึ้ะคะทำให้ไม่เกิดการสังเคราะห์โปรตีนเกิดขึ้นเลยนะคะก็จะส่งผลให้เมลานินและทำให้มีลักษณะเผือกค่ะจะเห็นได้ว่านะคะการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมหรือมิวเทชันนี่ไม่ได้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงลักษณะทางพันธุกรรมเสมอไปนะคะจะขึ้นอยู่กับว่าการเกิดมิวเทชันสังเคราะห์ได้หรือไม่นะคะแล้วถ้ามันส่งผลนี่มันจะส่งผลอย่างไรค่ะซึ่งผลที่เกิดขึ้นนั้นนะคะอาจจะเป็นทั้งผลดีหรือผลเสียก็ได้ค่ะที่ผ่านมาเราเห็นแต่ตัวอย่างที่เกิดผลเสียใช่ไหมคะเช่นการเกิดโรคธาลัลซ-ิ(-ี)เมียนะคะกันดูดีกว่าว่าตัวอย่างที่มันเป็นผลดีนี่มีอะไรบ้างค่ะในบางกรณีนะคะมิวเทชันอาจทำให้การอยู่รอดของสิ่งมีชีวิตดีขึ้นนะคะตัวอย่างเช่นมิวเทชันที่ทำให้ไม่มีการสังเคราะห์แ(a)nน(t)igenduffติเจนดัฟฟ(y)-ีบนผิวของเซลล์เม็ดเลือดเองซึ่งเป็นผลทำให้มีความต้านทานต่อการติดเชื้อมาลาเลียค่ะมิวเทชันยังเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดความหลากหลายทางพันธุกรรมทั้งความแตกต่างของและความแตกต่างในลักษณะที่ปรากฏค่ะซึ่งความหลากหลายทางพันธุกรรมนี้นะคะมีความสำคัญอย่างมากเลยต่อการเกิดวิวัฒนาการค่ะซึ่งนักเรียนจะได้ศึกษาต่อไปในหัวข้อที่4.5ค่ะคราวนี้นะคะคุณครูก็อยากจะให้นักเรียนนี่ลองสืบค้นตัวอย่างเพิ่มเติบ(ม)นะคะทั้งในกรณีของมิวเทชันที่ทำให้เกิดโรคต่อมิวเทชันก่อให้เกิดผลดีต่อสิ่งมีชีวิตแล้วก็ของมิวเทชันที่ไม่ส่งผลใดๆให้กับชีวิตนะคะนักเรียนจะได้เห็นตัวอย่างที่หลากหลายในกรณีที่แตกต่างกันค่ะคราวนี้นะคะเราเรียนกันมาตั้งเยอะแล้วนะแล้วเราสามารถเอาความรู้ที่เราเพิ่งเรียนมานี่เอาให้เกิดผลดีต่อตัวเราได้อย่างไรนะก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่ามิวเทชันสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาและเกิดได้ในทุกเซลล์นะคะโดยมิวเทชันที่เกิดขึ้นในเซลล์สืบพันธุ์นี่จะถ่ายทอดไปยังรุ่นต่อๆไปได้นะคะแต่อย่างไรก็ตามมิวเทชันที่เกิดขึ้นกับเซลล์ร่างกายของเรานี่ไม่สามารถที่จะถ่ายทอดไปยังรุ่นถัดไปได้นะคะแต่มันสามารถที่จะทำให้เกิดลักษณะที่เปลี่ยนแปลงไปหรือว่าทำให้เกิดการเป็นโรคขึ้นมาได้ค่ะตัวอย่างเช่นกรณีของมะเร็งหลายๆชนิดค่ะอย่างเช่นนะคะสามารถเกิดขึ้นได้เองตามธรรมชาติอาจจะมีปัจจัยบางอย่างนะคะที่ทำให้เกิดมิวเทชันในอัตราที่สูงนะคะเช่นรังสีอัลตราไวโอเลตรังสีเอกซ์รังสีแกมมาทาร์ในบุหรี่ในกรณีที่ในรังสีหรือสารเคมีดังกล่าวนี้นะคะก่อให้เกิดมิวเทชันที่ทำให้เซลล์นี่เพิ่มจำนวนโดยที่ร่างกายไม่สามารถควบคุมได้นะคะก็อาจก่อให้เกิดโรคมะเร็งขึ้นได้ค่ะในกรณีของมะเร็งผิวหนังนะคะการได้รับรังสีอัลตราไวโอเลตนะคะจะเป็นการเพิ่มโอกาสการเกิดมิวเทชันในเซลล์ผิวหนังดังนั้นนะคะการหลีกเลี่ยงการออกไปกลางแจ้งหรือการใช้ครีมกันแดดก็จะใช้ในการเกิดมิวเทชันดังกล่าวนะคะแล้วก็ลดโอกาสในการเกิดโรคมะเร็งผิวหนังได้ค่ะเดี๋ยวมาลองดูอีกสักตัวอย่างนะคะการสูบบุหรี่เป็นการเพิ่มความเสี่ยงการเกิดมะเร็งในปอดค่ะเพราะว่าทาร์และฟอร์มัลดีไฮด์ในบุหรี่จะเพิ่มโอกาสในการเกิดมิวเทชันในปอดดังนั้นการไม่สูบบุหรี่หรือการหลีกเลี่ยงการสูดดมควันบุหรี่นะคะก็จะช่วยลดโอกาสในการเกิดโรคมะเร็งปอดได้เช่นเดียวกันค่ะนอกจากการรักษาสุขภาพแล้วนะคะมนุษย์ก็มีการทำความรู้ในเรื่องเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงในพันธุกรรมมาประยุกต์ใช้ประโยชน์ด้านอื่นๆนักเรียนลองคิดดูนะคะน่าจะเคยได้ยินหรือได้รับรู้ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้มาใช้ประโยชน์ในข่าวต(จ)ากแหล่งอื่นๆบ้างนะคะในตอนนี้นะคะคุณครูจะลองยกตัวอย่างบางตัวอย่างให้ดูค่ะตัวอย่างการประยุกต์ใช้หลักการเกิดมิวเทชันนะคะเพื่อชักช(น)-ำให้ได้สิ่งมีชีวิตในลักษณะที่ต้องการนะคะโดยอันนี้จะเป็นตัวอย่างเกี่ยวกับการใช้รังสีนะคะเช่นการฉายรังสีแกรมมาให้กับเนื้อเยื่อหน่อหรือรากเหง่าของพุทธรักษาในกระบวนการสร้างสารสีที่ทำให้สีดอกเปลี่ยนไปนะคะค่ะแล้วก็คัดเลือกดอด(ก)ที่มีสีใหม่ทำให้ได้พุทธรักษาใหม่ทีมีสีต่างๆเพิ่มขึ้นค่ะอีกตัวอย่างหนึ่งนะคะการใช้รังสีเพื่อสร้างดอกทิวลิปที่มีสีดอกหลากหลายค่ะนอกจากการใช้รังสีแล้วนะคะก็ยังมีการใช้สารเคมีนะคะเพื่อที่จะยับยั้งการแบ่งแยกโครโมโซมในระหว่างการแบ่งเซลล์เพื่มสร้างพืชที่มีจำนวนชุดโครโมโซมเพิ่มขึ้นนะคะอาจจะเพื่อเพิ่มขนามของดอกและผลค่ะหรือเพื่อเพิ่มปริมาณนะคะหรือเพื่อทำให้ได้ต้นพืชที่ไร้เมล็ดค่ะอันนี้นะคะนักเรียนอาจจะลองไปสืบค้นเพิ่มเติบ(ม)นะคะว่าตัวอย่างที่ครูยกตัวอย่างมานี่มีหน้าตาเป็นอย่างไรกันบ้างนะคะนอกจากการใช้ความรู้เกี่ยวกับมิวเทชันนะคะการรักษาสุขภาพและการชักนำเพื่อให้ได้สิ่งมีชีวิตตามที่ต้องการแล้วนะคะมนุษย์ยังมีการนำความรู้เกี่ยวกับพันธุศาสตร์และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องนะคะนำมาประยุกต์ในด้านอื่นๆอีกหลายด้านนะคะซึ่งหัวข้อที่4.4ค่ะค่ะจากที่นักเรียนเรียนมาทั้งหมดนะคะเดี๋ยวเรามาลองตอบคำถามเพื่อที่จะตรวจสอบความเข้าใจของนักเรียนกันดีกว่านะคะลองดูซ(ส)-ิว่าข้อความต่อไปนี้เป็นข้อความที่ถูกหรือว่าผิดนะคะข้อแรกนะคะมิวเทชันจะส่งผลเสียต่อสิ่งมีชีวิตถ้ามิวเทชันนั้นทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของโปรตีนนักเรียนคิดว่าถูกหรือผิดค่ะเฉลยเลยนะคะคำตอบที่ถูกก็คือผิดค่ะเราเรียนกันมาเมื่อครู่แล้วนะว่าการเกิดมิวเทชันมันอาจจะทำให้เกิดผลดีหรือผลเสียต่อสิ่งมีชีวิตนั้นก็ได้นะคะใช่ไหมคะมาที่คำถามข้อที่2นะคะถ้าชายคนหนึ่งสูบบุหรี่จัดแล้วสารในบุหรี่ส่งผลให้เกิดมิวเทชันในเซลล์ปอดและทำให้เกิดมะเร็งปอดเมื่อชายคนดังกล่าวนะคะจะสามารถถ่ายทอดมิวเทชันดังกล่าวไปให้ลูกได้นักเรียนคิดว่าถูกหรือผิดคะคำตอบนะคะผิดค่ะเพราะว่าอะไรคะเพราะว่ามิวเทชันต(อ)-ัว(น)นี้นี่เกิดในเซลล์ปอดใช่ไหมคะแต่ว่ามิวเทชันที่จะส่งไปยังลูกได้นี่จะต้องเป็นมิวเทชันที่เกิดในเซลล์สืบพันธุ์ค่ะจากที่เราได้เรียนมานะคะคราวนี้เดี๋ยวเราลองมาสรุปเนื้อหาที่เรียนกันการเปลี่ยนแปลงของลำดับนิวคลีโอไทด์เป็นมิวเทชันซึ่งอาจเกิดในระดับยีนหรือระดับโครโมโซมซึ่งมิวเทชันอาจจะก่อนให้เกิดผลเสียผลดีหรือไม่เกิดผลอะไรต่อสิ่งมีชีวิตได้ค่ะส่งผลให้โปรตีนที่สังเคราะห์ขึ้นเปลี่ยนแปลงและอย่างไรก็ตามค่ะโดยมนุษย์นะคะได้มีการประยุกต์ใช้ของการเกิดมิวเทชันในการชักนำให้ได้สอ(-ิ)-่งมีชีวิตที่มีการแตกต่างจากเดิมและสารเคมีค่ะจบลงไปแล้วนะคะกับหัวข้อการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมโดยหัวข้อที่นักเรียนจะได้ศึกษาต่อไปก็คือเทคโนโลยีทางdnaค่ะสำหรับตอนนี้สวัสดีค่ะ[เสียงดนตรี]

More information
- compare(ans and test) :
- ans: file reference
- test: file test
- export datetime : 2024-04-23 12:33:59
- exported from : Accuracy Worker
- version :registry.rtt.in.th/spinsoft-transcription/backend_accuracy_worker:main-42d874d90e320e04ce26da7eb329f0d888006afc
- lib :character
- your normalize config
-IsFilter :true
-ToLower :true
-ToArabicNumber :true
-WordToNumber :true
-OrderAndSimilar :true
-ListRemove :
- alignment method :Hirschberg
- score weight :{"Match":5,"Mismatch":-1,"PartialMatch":2,"GapPenalty":-1}