Accuracy : 83.89%
Insertion : 244
Deletion : 1248
Substitution : 80
Correction : 8432
Reference tokens : 9760
Hypothesis tokens : 8756
[เสียงดนตรี](คุณครูปุณยาพร)สวัสดีค่ะสำหรับคลิปนี้นะคะเป็นคลิปการสอนในหัวข้อที่4.3การเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมให้ความรู้โดยครูปุณยาพรค่ะโดยที่หัวข้อนี้นะคะอยู่ภายใต้บทที่4เรื่องพันธุ-์กรรมและวิวัฒนาการซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของหนังสือเรียฒนาการวิทยาศาสตร์ชีวภาพระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่4ค่ะจุดประสงค์นะคะก็คือเพื่อให้นักเรียนสามารถที่จะอธิบายและยกตัวอย่างมิวเทชันและผลของมิวเทชันต่อการแสดงของลักษณะทางพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิตและยกตัวอย่างการนำมิวเทชันไปใช้ประโยชน์ค่ะนักเรียนน-่าจะเคยได้ยินเกี่ยวกับเรื่องของการรณรงค์นะคะใเรื(ห้)-่องการหลีกเลี่ยงและป้องกันอันตรายจากแสงแดดนะคะโดยอาจจะเป็นการแนะนำนะคะให้ง(ล)ดการอยู่กลางแจ้งหรือว่าให้ใช้ครีมกันแดดนะคะนักเรียนคิดว่าเพราะอะไรถึงได้มีการรณรงค์สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นคะค่ะคำตอบนะคะก็คือเนื่องจากรังสีอัลตราไวโอเลตหรือรังสียูวUV(-ี)ในแสงแดดนะคะจะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งผิด(ว)หนปกติ(-ัง)ซึ่งนักเรียนนี่สามารถที่จะใช้ความรู้ในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมนะคะมาอธิบายในกรณีนี้ได้ค่ะค่ะกลับมาที่รูปนี้กันอีกครั้งนะคะลองดูที่ย(ห)-ีน-ึ่1(ง)ยีนกันนักเรียนคิดว่าทำไมยีนหน-ึ่1(ง)ยีนน-ี่ถึงได้มีแอลลีลได้มากกว่า1แอลลีลคะคำตอบก็คือเพราะว่าDNAนี่เป็นสารพันธุกรรมในสิ่งมีชีวิตซึ่งสามารถเปลี่ยนแปลงได้จากการเกิปล-ี(ด)-่ยนแปลงมิวเทชันค่ะโดยนิวคลีโอไทด์ในบางตำแหน่งนะคะของยีนนี่อาจจะเปลี่ยนแปลงไปจัดเป็นมิวเทชันในระดับยีนค่ะซึ่งมิวเทชันที่เกิดขึ้นนี่ก็อาจจะก่อให้เกิดแอลลีลที่แตกต่างกันออกไปนะคะและทำให้เกิดลักษณะทางพันธุกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปหรือเป็นโรคได้ค่ป(ะ)ดังในกรณีตัวอย่างนะคะของมิวเทชันในยีนที่ก่อให้เกิดโรคธาร(ล)-ัสซีเมียค่ะซึ่งเป็นมิวเทชันขอ1ตำแหน่งนซึ่งอยู่ในน-ิวคลีโอไทด์เพียง1ตำแหน่งดังที่เห็นในรูปนะคะมีการเปลี่ยนจากคู่เบสไทมีน,อะดีนีนในแอลลีลTเป็นคู่เบสไซโทซีน,กวานิน-ี(ใ)นแอลลีลtแต่ว่าการเปลี่ยนแปลงของนิวคลีโอไทด์เพียงแค่1คู่นี้นะคะทำให้ได้โปรตีนที่ทำหน้าที่ไม่ได้ตามปกติจนทำให้กลายเป็นลักษณะของโรคธาลัล(ส)ซ-ิ(-ี)เมียได้ค่ะค่ะนอกจากมิวเทชันยั(จะ)งเกิดขึ(ได)-้ในระดับยีนแล้วนะคะยังสามารถที่จะเกิดขึ้นในระดับโครโมโซมได้ด้วยเช่นกันค่ะสำหรับมิวเว(ท)ชันในระดับของโครโมโซมนะคะสามารถเกิดได้ทั้งในด้านของโครงสร้างโครโมโซมและในด้านจำนวนโครโมโซมค่ะซึ่งทั้งหมดนี้นะคะอาจส่งผลให้เกิดความผิดปกติทางพันธุกรรมได้เดี๋ยวเราลองมาดูตัวอย่างกันนะคะตัวอย่างมิวเทชันในด้านของโครงสร้างของโครโมโซมนะคะซึ่งตัวอย่างของชิ้นส่วนที่2ของโครโมโซมนี่มีการขาดหายไปทำใด(ห)-้บางแอลลีลหายไปจึงไม่สามารถที่จะกำหนดลักษณะของโปรตีนได้ตามปกตินะคะอย่างในรูปนี่เป็นตัวอย่างของกลุ่มอาการคริดูชานะคะซึ่งเกิดจากการที่ชิ้นส่วนของโครโมโซมคู่ที่5ขาดหายไปค่ด-้(ะ)ส่งผลให้มีลักษณะศีรษะเล็กลักษณะหน้าเปลี่ยนนะคะแล้วก็มีเสียงเล็กแหลมเป็นต้นค่ะต่อมานะคะเป็นตัวอย่างของมิวเทชันในระดับ...ในด้านของจำนวนโครโมโซมนะคะโดยโครโมโซมนี่อาจจะเกินมาทั้งโครโมโซมหรือหายไปทั้งโครโมโซมนะคะอย่างในรูปตอนนี้นะคะเป็นตัวอย่างของกลุ่มอาการดาวน์ฯนะคะหรือที่เราคุ้นหูว่าดาวน์ซินโดรมนะคะเกิดจากการที่มีโครโมโซมคู่ที่21เกินมาทั้งโครโมโซมค่ะซึ่งส่งผลให้มีรูปร่างเตี้ยนะคะมีลักษณะหน้าเปลี่ยนแล้วก็มีนิ้วมือนิ้วเท้าสั้นเป็นต้นค่ะเดี๋ยวเรามาลองดูกันอีกสักหนึ่1(ง)ตัวอย่างนะคะอันนี้เป็นตัวอย่างของกลุ่มอาการเท-ิ(อ)ร์นเนอร์นะคะเกิดจากการที่โครโมโซมเพศหายไป1โครโมโซมเหลือแคเพ-ี(-่)ยงโครโมโซมXเพียง1โครโมโซมค่ะส่งผลให้มีลักษณะเตี้ยรูปร่างเตี้ยลักษณะรูป(ห)นร-่(-้)างเปลี่ยนมีแผ่นที่คอมือและเท้าบวมน้ำและมักจะเป็นหมันค่ะค่ะที่เรียนมานี่ดูเหมือนว่าจะมีแต่การเกิดมิวเทชันที่ทำให้เกิดโรคทั้งนั้นเลยนะคะคราวนี้คำถามก็คือมิวเทชันนี่ก่อให้เกิดผลเสียเสมอไปหรือไม่ค่ะอันนี้นะคะอยากจะให้นักเรียนลองคิดหาคำตอบดูนะคะแล้วก็ลองให้เหตุผลด้วยว่าเพราะอะไรนักเรียนถึงได้คิดแบบนั้นนะคะโดยที่เดี๋ยวคุณครูจะให้เวลาประมาณสัก10วินาท-ีนะคะให้นักเร-ียนลองคิดดูพร้อมๆกันนะคะเริ่มได้เลยค่ะหะ[เสียงดนตรี](คุณปุณยาพร)หมดเวลาแล้วนะคะคำตอบก็คือไม่เสมอไปนะคะเนื่องจากว่ามิวเทชันนี่อาจจะก่อให้เกิดผลดีผลเสียหรือไม่ส่งผลใดๆต่อสิ่งมีชีวิตเลยก็ได้ค่ะขึ้นอยู่กับว่าสมบัติของโปรตีนที่สังเคราะห์ได้นี่เปลี่ยนแปลงไปหรือไม่อย่างไรค่ะนักเรียนอาจจะสงสัยนะคะว่าไม่ส่งผลนี่มาได้อย่างไรนะคะพูดอย่างเดียวเดี-๋ยวอาจจะไม่เห็นภาพนะคะเดี๋ยวเราลองมาดูตัวอย่างจากการเกิดมิวเทชันที่เกี่ยวข้องกับการมีลักษณะเผือกกันดีกว่าค่ะแอลลีลAนะคะจะกำหนดออกมาเป็นโปรตีนที่ทำงานได้ตามปกตินะคะทำให้มีกระบวนการสังเคราะห์เมลานินเกิดขึ้นและไม่มีลักษณะเผือกค่ะแต่หากว่ามิวเทชันที่เกิดขึ้นนะคะทำให้ได้โปรตีนที่เปลี่ยนแปลงไปแต่ยังสามารถทำงานได้ตามปกติอยู่นะคะก็จย-ั(ะ)งทำให้ยังคงมีการสังเคราะห์เมลานินเกิดขึ้นและทำให้ไม่มีลักษณะเผือกค่ะในกรณีที่มิวเทชันที่เกิดขึ้นนะคะทำให้โปรตีนนี่เปลี่ยนแปลงไปและทำงานไม่ได้นะค-่ะจะทำให้ไม่มีการสังเคราะห์เมลานินและทำให้มีลักษณะเผือกค่ะหรือถ้าหากว่ามิวเทชันที่เกิดขึ้นนะคะทำให้ไม่มเ(-ี)การส-ิด(ร)-้างโปรตีนกา(ห)ร-ือสังเคราะห์โปรตีนเกิดขึ้นเลยนะคะก็จะส่งผลให้ไม่มีการสังเคราะห์เมลานินและทำให้มีลักษณะเผือกค่ะจะเห็นได้ว่านะคะการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมหรือมิวเทชันนี่ไม่ได้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงลักษณะทางพันธุกรรมเสมอไปนะคะจะขึ้นอยู่กับว่าการเกิดมิวเทช-ันนั้นนี่จะส่งผลก-ับโปรตีนที่สังเคราะห์ได้หรือไม่นะคะแล้วถ้ามันส่งผลนี่มันจะส่งผลอย่างไรค่ะซึ่งผลที่เกิดขึ้นนั้นนะคะอาจจะเป็นได้ทั้งผลดีหรือผลเสียก็ได้ค่ะที่ผ่านมาเราเห็นกันแต่ตัวอย่างที่เกิดผลเสียใช่ไหมคะเช่นการเกิดโรคธาลัล(ส)ซีเมียนะคราวนี้เดี๋ยวเรามาะคะม(ร)อกันดูดีกว่าว่าตัวอย่างที่มันเป็นผลดีนี่มันมีอะไรบ้างค่ะในบางกรณีนะคะมิวเทชันอาจทำให้การอยู่รอดของสิ่งมีชีวิตดีขึ้นนะคะตัวอย่างเช่นมิวเทชันที่ทำให้ไม่มีการสังเคราะห-์แอนติเจน-์Anti(ด)-ัฟฟีนะคะgenDuffyบนผิวของเซลล์เม็ดเลือดเอ(แด)งซึ่งเ(ส)-่ป-็(ง)นผลทำให้มีความต้านทานต่อการติดเชื้อมาลาเล(ร)-ียค่ะนอกจากนี้นะคะมิวเทชันยังเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดความหลากหลายทางพันธุกรรมนะคะทั้งความแตกต่างของลำดับนิวคลีโอไทด์นะคะและความแตกต่างในลักษณะที่ปรากฏค่ะซึ่งความหลากหลายทางพันธุกรรมนี้นะคะมีความสำคัญอย่างมากเลยต่อการเกิดวิวัฒนาการค่ะซึ่งเดี๋ยวนักเรียนนะคะจะได้ศึกษาต่อไปในหัวข้อที่4.5ค่ะคราวนี้นะคะคุณครูก็อยากจะให้นักเรียนนี่ลองสืบค้นตัวอย่างเพิ่มเติมนะคะทั้งในกรณีของมิวเทชันที่ทำให้เกิดโรคต่อมิวเทชันที่ก่อให้เกิดผลดีกต-่อ(-ับ)สิ่งมีชีวิตแล้วก็กรณีของมิวเทชันที่ไม่ส่งผลใดๆให้กับสิ่งมีชีวิตนะคะอันนี้เพื่อที่นักเรียนจะได้เห็นตัวอย่างที่หลากหลายในกรณีที่แตกต่างกันค่ะคราวนี้นะคะเราเรียนกันมาตั้งเยอะแล้วนะแล้วเราสามารถเอาความรู้ที่เราเพิ่งเรียนมานี่เ(ม)อาใช้ให้เป็นประโยชกิดผลด(น)-์-ีต่อ(กับ)ตัวเราเองได้อย่างไรนะคะก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่ามิวเทชันน-ี่สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาและเกิดขึ้นได้ในทุกเซลล์นะคะโดยมิวเทชันที่เกิดขึ้นในเซลล์สืบพันธุ์น-ี่จะสามารถท-ี่จะถ่ายทอดไปยังรุ่นต่อๆไปได้นะคะแต่อย่างไรก็ตามมิวเทชันที่เกิดขึ้นกับเซลล์ร่างกายของเรานี่ไม่สามารถที่จะถ่ายทอดไปยังรุ่นถัดไปได้นะคะแต-่ว-่ามันสามารถที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยน...ทำให้เกิดลักษณะที่เปลี่ยนแปลงไปหรือว่าทำให้เกิดการเป็นโรคขึ้นมาได้ค่ะตัวอย่างก็เช่นนะคะกรณีของมะเร็งหลายๆชนิดค่ะซอย(-ึ)-่างมิวเทช-่(-ั)นนะคะสามารถเกิดขึ้นได้เองตามธรรมชาติโดยที่อาจจะมีปัจจัยบางอย่างนะคะที่ทำให้เกิดมิวเทชันในอัตราที่สูงขึ้นได้นะคะเช่นรังสีอัลตราไวโอเลต,รังสีเอกซ์,รังสีแกรมมา,ทาร์ในควันบุหร-ี่นะคะโดยท-ี่ในกรณีที่ในรังสีหรือสารเคมีดังกล่าวเหล่านี้นะคะก่อให้เกิดมิวเทชันที่ทำให้เซลล์นี่เพิ่มจำนวนโดยที่ร่างกายไม่สามารถควบคุมได้นะคะก็อาจจะก(ส)-่งผอ(ล)ให้เกิดโรคมะเร็งขึ้นได้ค่ะในกรณีของมะเร็งผิวหนังนะคะการได้รับรังสีอัลตราไวโอเลตในแสงแดดนะคะจะเป็นการเพิ่มโอกาสการเกิดมิวเทชันในเซลล์ผิวหนังดังนั้นนะคะการหลีกเลี่ยงการออกไปกลางแจ้งหรือการใช้ครีมกันแดดนี่ก็อาจจะใช-่วยลดโอกา-้(ส)ในการเกิดมิวเทชันดังกล่าวนะคะแล้วก็ลดโอกาสในการเกิดโรคมะเร็งผิวหนังได้ค่ะเดี๋ยวมาลองดูอีกสักตัวอย่างหนึ่งนะคะการสูบบุหรี่นะคะเป็นการเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งในปอดค่ะเพราะว่าทาร์และฟอร์มัลดีไฮด์ในควันบุหรี่นะคะจะเพิ่มโอกาสในการเกิดมิวเทชันในเซลล์ปอดดังนั้นการไม่สูบบุหรี่หรือการหลีกเลี่ยงการสูด(บ)ดมควันบุหรี่นะคะก็จะช่วยลดโอกาสในการเกิดโรคมะเร็งปอดได้เช่นเดียวกันค่ะนอกจากการรักษาสุขภาพแล้วนะคะมนุษย์นี่ก็มีการท(น)-ำความรู้ในเรื่องเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงทใน(าง)พันธุกรรมนะคะมาประยุกต์ใช้ประโยชน์ในด้านอื่นๆอีกด้วยนักเรียนลองคิดดูนะคะเพราะว่าน่าจะเคยได้ยินหรือได้รับรู้ข้อมูลเกี่ยวกับการนำความรู้เรื่องนี้มาใช้ประโยชน์จใน(าก)ข่าวหรือจากแหล่งอื่นๆบ้างนะคะสำหรใน(-ับ)ตอนนี้นะคะเดี๋ค-ุณ(ยว)ครูยอง..จะ(.)ลองยกตัวอย่างบางตัวอย่างให้ดูค่ะตัวอย่างการประยุกต์ใช้หลักการเกิดมิวเทชันนะคะเพื่อชักนำให้ได้สิ่งมีชีวิตที่มใน(-ี)ลักษณะตามที่ต้องการนะคะโดยอันนี้จะเป็นตัวอย่างเกี่ยวกับเรื่องของการใช้รังสีนะคะเช่นการฉายรังสีแกรมมาให้กับเนื้อเยื่อจากหน่อหรือรากเหง-่(-้)าของพุทธรักษาเพื่อชักนำให้เกิดมิวเทชันของเอนไซม์ในกระบวนการสร้างสารสีนะคะที่ทำให้สีดอกเปลี่ยนไปนะคะค-่ะแล้วก็คัดเลือกต้ดอก(น)ที่มีดอกสีใหม่นะคะทำให้ได้พุทธรักษาที่มีลักษณะใหม่ที-่มีสีต่างๆเพิ่มขึ้นค่ะอีกตัวอย่างหนึ่งนะคะคือการใช้รังสีนะคะเพื่อสร้างดอกทิวลิปที่มีสีดอกที่หลากหลายค่ะนอกจากการใช้รังสีแล้วนะคะก็อาจย-ัง(จะ)มีในส่วนของการใช้สารเคมีนะคะเพื่อที่จะยับยั้งการแบ่งแยกของโครโมโซมในระหว่างการแบ่งเซลล์เพื่ม(อ)สร้างพืชที่มีจำนวนชุดของโครโมโซมเพิ่มขึ้นนะคะอาจจะเป็นเพื่อเพิ่มขนาม(ด)ของดอกหรและ(-ือ)ผลนะค-่ะหรือเพื่อเพิ่มปริมาณผลิตสารที่ต้องการนะคะหรือเพื่อทำให้ได้ต้นพืชที่ไร้เมล็ดค่ะอันนี้นะคะนักเรียนอาจจะลองไปสืบค้นเพิ่มเติมดูนะคะว่าตัวอย่างที่คุณครูยกนตัวอย่างมาน-ี่มีหน้าตาเป็นอย่างไรกันบ้างนะคะนอกจากการใช้ความรู้เกี่ยวกับมิวเทชันนะคะเพื่อการรักษาสุขภาพและการชักนำเพื่อให้ได้สิ่งมีชีวิตที่มีลักษณะตามที่ต้องการแล้วนะคะมนุษย์ยังมีการนำความรู้เกี่ยวกับพันธุศาสตร์และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องนะคะนำมาประยุกต์ใช้ในด้านอื่นๆอีกหลายด้านซึ่งเดี๋ยวเราจะได้เรียนในหัวาน(ข)-้อต่อไปนะคะซึ่งก็คือหัวข้อที่4.4ค่ะค่ะจากที่นักเรียนเรียนมาทั้งหมดนะคะเดี๋ยวเรามาลองตอบคำถามเพื่อที่จะตรวจสอบความเข้าใจของนักเรียนกันดูดีกว่านะคะลองดูสิว่าข้อความต่อไปนี้นี่นักเรียนคิดว่าเป็นข้อความที่ถูกต้องหรือว่าผิดนะคะข้อแรกนะคะมิวเทชันจะส่งผลเสียต่อสิ่งมีชีวิตถ้ามิวเทชันนั้นทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของโปรตีนนักเรียนคิดว่าถูกหรือผิดค-่ะเฉลยเลยนะคะคำตอบที่ถูกก็คือผิดค่ะเราเรียนกันมาเมื่อครู่แล้วนะว่าการเกิดมิวเทชันน-ี่มันอาจจะทำให้เกิดผลดีหรือผลเสียต่อสิ่งมีชีวิตนั้นก็ได้นะคะใช่ไหมคะมาที่คำถามข้อที่2นะคะถ้าชายคนหนึ่งสูบบุหรี่จัดแล-้(ะ)วสารในบุหรี่ส่งผลให้เกิดมิวเทชันในเซลล์ปอดและทำให้เกิดมะเร็งปอดเมื่อชายคนดังกล่าวนะคะมีลูกจะสามารถถ่ายทอดมิวเทชันดังกล่าวไปให้ลูกได้นักเรียนคิดว่าถูกหรือผิดคะคำตอบนะคะผิดค่ะเพราะว่าอะไรคะเพราะว่ามิวเทชันอันนี้นี่เกิดในเซลล์ปอดใช่ไหมคะแต่ว่ามิวเทชันที่จะส่งต่อไปยังลูกได้นี่จะต้องเป็นมิวเทชันที่เกิดในเซลล์สืบพันธุ์ค่ะจากที่เราได้เรียนมานะคะคราวนี้เดี๋ยวเรามาลองมาสรุปเนื้อหาในบท-ี่เรียนกันค่ะการเปลี่ยนแปลงของลำดับนิวคลีโอไทด์จัดเป็นมิวเทชันซึ่งอาจเกิดในระดับยีนหรือในระดับโครโมโซมซึ่งมิวเทชันนะคะอาจจะก่อนให้เกิดผลเสียผลดีหรือไม่ส่เก-ิ(ง)ดผลใดอะไ(ๆ)รต่อสิ่งมีชีวิตได้ค่ะขึ้นอยู่กับว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวนั้นส่งผลให้โปรตีนที่สังเคราะห์ขึ้นเปลี่ยนแปลงหรือไม่และอย่างไรก็ตามค่ะโดยมนุษย์นะคะได้มีการประยุกต์ใช้หลักการของการเกิดมิวเทชันในการชักนำให้ได้สิ่งมีชีวิตที่มีลักษณะทาร(-ี่)แตกต่างจากเดิมโดยการใช้รังสีและสารเคมีค่ะจบลงไปแล้วนะคะกับหัวข้อการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมโดยหัวข้อที่นักเรียนจะได้ศึกษาต่อไปก็คือเทคโนโลยีทางดีเอ็นDNA(เอ)ค่ะสำหรับตอนนี้สวัสดีค่ะ[เสียงดนตรี]
More information
- compare(ans and test) :
- ans: file reference
- test: file test
- export datetime : 2024-04-23 12:34:10
- exported from : Accuracy Worker
- version :registry.rtt.in.th/spinsoft-transcription/backend_accuracy_worker:main-42d874d90e320e04ce26da7eb329f0d888006afc
- lib :character
- your normalize config
-IsFilter :true
-ToLower :false
-ToArabicNumber :true
-WordToNumber :false
-OrderAndSimilar :true
-ListRemove :
- alignment method :Hirschberg
- score weight :{"Match":5,"Mismatch":-1,"PartialMatch":2,"GapPenalty":-1}