Accuracy : 84.48%
Insertion : 171
Deletion : 1252
Substitution : 92
Correction : 8416
Reference tokens : 9760
Hypothesis tokens : 8679

[เสียงดนตรี](คุณครูปุณยาพร)สวัสดีค่ะสำหรัล(บ)คลิปนี้นะคะเป็นคลิปการสอนในหัวข้อที่4.3การเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมให้ความรู้โดยครูปุณยาพรค่ะโดยที่หัวข้อนี้นะคะอยู่ภายใต้บทที่4เรื่องพันธุ-์กรรมและวิวัฒนาการซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของหนังสือเรียาการวิทยาศาสตร์ชีวภาพระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่4ค่ะจุดประสงค์นะคะก็คือเพื่อให้นักเรียนสามารถที่จะอธิบายและยกตัวอย่างมิวเทชันและผลของมิวเทชันต่อการแสดงของลักษณะทางพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิตและยกตัวอย่างการนำมิวเทชันไปใช้ประโยชน์ค่ะนักเรีย-่าจะเคยได้ยินเกี่ยวกับเรื่องของการรณรงค์นะคะรื(ห้)-่องการหลีกเลี่ยงและป้อกันอันตรายจากแสงแดดนะคะโดยอาเป็นการแนะนำนะคะให้ง(ล)ดการอยู่กลางแจ้งหรือว่าให้ใช้ครีมกันแดดนะคะนักเรียนคิดว่าเพราะอะไรถึงได้มีการรณรงค์สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นคช(ะ)ค่ะคำตอบนะคะก็คือเนื่องจากรังสีอัลตราไวโอเลตหรือรังสียูวUV(-ี)ในแสงแดดนะคะจะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งผิวหนังซึ่งนักเรียนนี่สามารถที่จะใช้ความรู้ในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมนะคะมาอธิบายในกรณีนี้ได้ค่ะค่ะกลับมาที่รูปนี้กันอีกครั้งนะคะลองดูที่ย(ห)-ี-ึ่1(ง)ยีนกันนักเรียนคิดว่าทำไมยีนห-ึ่1(ง)ยี-ี่ถึงได้มีแอลลีลได้มากกว่า1แอลลีลคะคำตอบก็คือเพราะว่าDNAนี่เป็นสารพันธุกรรมในสิ่งมีชีวิตซึ่งสามารถเปลี่ยนแปลงได้จากการเกิปล-ี(ด)-่ยนแปลงมิวเทชันค่ะโดยนิวคลีโอไทด์ในบางตำแหน่งนะคะของยีนนี่อาเปลี่ยนแปลงไปจัดเป็นมิวเทชันในระดับยีนค่ะซึ่งมิวเทชันที่เกิดขึ้นนี่ก็อาจจะก่อให้เกิดแอลลีลที่แตกต่างกันออกไปนะคะและทำให้เกิดลักษณะทางพันธุกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปหรือเป็นโรคได้ค่ป(ะ)ดังในกรณีตัวอย่างนะคะของมิวเทชันในยีนที่ก่อให้เกิดโรคธาร(ล)-ัสซีเมียค่ะซึ่งเป็นมิวเทชันของ-ิวคลีโอไทด์เพียง1ตำแหน่งซึ(ดั)-่อย(ที)-ู-่เหใ(-็)-ิวคลีโอรูปนะคะมีการเปลี่ยนจากคู่เบสไทมีน,อะดีนีนในแอลลีลTเป็นคู่เบสไซโทซีน,กวานิ-ี(ใ)นแอลลีลtแต่ว่าการเปลี่ยนแปลงของนิวคลีโอไทด์เพียงแค่1คู่นี้นะคะทำให้ได้โปรตีนที่ทำหน้าที่ไม่ได้ตามปกติจนทำให้กลายเป็นลักษณะของโรคธาลัล(ส)-ิ(-ี)เมียได้ค่ะค่ะนอกจากมิวเทชันยั(จะ)เกิดขึ(ได)-้ในระดับยีนแล้วนะคะยังสามารถที่จะเกิดขึ้นในระดับโครโมโซมได้ด้วยเช่นกันค่ะสำหรับ-ิวเทชันในระดับของโครโมโซมนะคะสามารถเกิดได้ทั้งในด้านของโครงสร้างโครโมโซมและในด้านจำนวนโครโมโซมค่ะซึ่งทั้หมดนี้นะคะอาจส่งผลให้เกิดความผิดปกติทางพันธุกรรมได้เดี๋ยวเราลองมาดูตัวอย่างกันนะคะตัวอย่างมิวเทชันในด้าของโครงสร้างของโครโมโซมนะคะซึ่งตัวอย่างของชิ้นส่วนทีของโครโมโซมนี่มีการขาดหายไปทำใด(ห)-้บางแอลลีลหายไปจึงไม่สามารถที่จะกำหนดลักษณะของโปรตีนได้ตามปกตินะคะอย่างในรูปนี่เป็นตัวอย่างของกลุ่มอาการคริดูชานะคะซึ่งเกิดจาารที่ชิ้นส่วนของโครโมโซมคู่ที่5ขาดหายไปค่-้(ะ)ส่งผลให้มีลักษณะศีรษะเล็กลักษณะหน้าเปลี่ยนนะคะแล้วก็มีเสียงเล็กแหลมเป็นต้นค่ะต่อมานะคะเป็นตัวอย่างของมิวเทชันใระดับ...ในด้านของจำนวนโครโมโซมนะคะโดยโครโมโซมนี่อาจจะเกินมาทั้งโครโมโซมหรือหายไปทั้งโครโมโซมนะคะอย่างในรูปตอนนี้นะคะเป็นตัวอย่างของกลุ่มอาการดาวน์นะคะหรือที่เราคุ้นหูว่าดาวน์ซินโดรมนะคะเกิดจากการที่มีโคโมโซมคู่ที่21เกินมาทั้งโครโมโซมค่ะซึ่งส่งผลให้มีรูปร่างเตี้ยนะคะมีลักษณะหน้าเปลี่ยนแล้วก็มีนิ้วมือนิ้วเท้าสั้นเป็นต้นค่ะเดี๋ยวเรามาลองดูกันอีกสักหนึ่1(ง)ตัวอย่างนะคะอันนี้เป็นตัวอย่างของกลุ่มอาการเท-ิ(อ)ร์เนอร์นะคะเกิดจากการที่โครโมโซมเพศหายไป1โครโมโซมเหลือแคเพ-ี(-่)ยงโครโมโซมXเพียง1โครโมโซมค่ะส่งผลให้มีลักษณะเตี้ยรูปร่างเตี้ยลักษณะรูป(ห)-่(-้)เปลี่ยนมีแผ่ที่คอมือและเท้าบวมน้ำและมักจะเป็นหมันค่ะค่ะที่เรียนมานี่ดูเหมือนว่าจะมีแต่การเกิดมิวเทชันที่ทำให้เกิดโรคทั้งนั้นเลยนะคะคราวนี้คำถามก็คือมิวเทชั-ี่ก่อให้เกิดผลเสียเสมอไปหรือไม่ค่ะอันนี้นะคะอยากจะให้นักเรียนลองคิดหาคำตอบดูนะคะแล้วก็ลองให้เหตุผลด้วยว่าเพราะอะไรนักเรียนถึงได้คิดแบบนั้นนะคะโดยที่เดี๋ยวคุณครูจะให้เวลาประมาณสัก10วินาท-ีนะคะให้นักเร-ียนลองคิดดูพร้อมๆกันนะคะเริ่มได้เลยค่ะหมดเวลาแล้วนะคะคำตอบก็คือไม่เสมอไปนะคะเนื่องจากว่ามิวเทชันนี่อาจจะก่อให้เกิดผลดีผลเสียหรือไม่ส่งผลใดๆต่อสิ่งมีชีวิตเลยก็ได้ค่ะขึ้นอยู่กับว่าสมบัติของโปรตีนที่สังเคราะห์ได้นี่เปลี่ยนแปลงไปหรือไม่อย่างไรค่ะนักเรียนอาจจะสงสัยนะคะว่าไม่ส่งผลนี่มาได้อย่างไรนะคะพูดอย่างเดียวเดี-๋ยวอาจจะไม่เห็นภาพนะคะเดี๋ยวเราลองมาดูตัวอย่างจากการเกิดมิวเทชันที่เกี่ยวข้องกับการมีลักษณะเผือกกันดีว่าค่ะแอลลีลAนะคะจะกำหนดออกมาเป็นโปรตีนที่ทำงานได้ตามปกตินะคะทำให้มีกระบวนการสังเคราะห์เมลานินเกิดขึ้นและไม่มีลักษณะเผือกค่ะแต่หากว่ามิวเทชันที่เกิดขึ้นนะคะทำให้ได้โปรตีนที่เปลี่ยนแปลงไปแต่ยังสามารถยัทำงานได้ตามปกติอยู่นะคะก็-ั(ะ)ทำให้ยังคงมีการสังเคราะห์เมลานินเกิดขึ้นและทำให้ไม่มีลักษณะเผือกค่ะในกรณีที่มิวเทชันที่เกิดขึ้นนะคะทำให้โปรตีนนี่เปลี่ยนแปลงไปและทำงานไม่ได้นะ-่ะจะทำให้ไม่มีการสังเคราะห์เมลานินและทำให้มีลักษณะเผือกค่ะหรือถ้าหากว่ามิวเทชันที่เกิดขึ้ะคะทำให้ไม่เ(-ี)ารส-ิด(ร)-้างโปรตีนา(ห)-ือสังเคราะห์โปรตีนเกิดขึ้นเลยนะคะก็จะส่งผลให้ไม่มีการสังเคราะห์เมลานินและทำให้มีลักษณะเผือกค่ะจะเห็นได้ว่านะคะการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมหรือมิวเทชันนี่ไม่ได้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงลักษณะทางพันธุกรรมเสมอไปนะคะขึ้นอยู่กับว่าการเกิดมิวเทช-ันนั้นนี่จะส่งผลก-ับโปรตีที่สังเคราะห์ได้หรือไม่นะคะแล้วถ้ามันส่งผลนี่มันจะส่งผลอย่างไรค่ะซึ่งผลที่เกิดขึ้นนั้นนะคะอาจจะเป็นได้ทั้งผลดีหรือผลเสียก็ได้ค่ะที่ผ่านมาเราเห็นกันแต่ตัวอย่างที่เกิดผลเสียใช่ไหมคะเช่นการเกิดโรคธาลัล(ส)-ิ(-ี)เมียนะคราวนี้เดี๋ยวเรามาคะ(รอ)กันดูดีกว่าว่าตัวอย่างที่มันเป็นผลดีนี่มันมีอะไรบ้างค่ะในบางกรณีนะคะมิวเทชันอาจทำให้การอยู่รอดของสิ่งมีชีวิตดีขึ้นนะคะตัวอย่างเช่นมิวเทชันที่ทำให้ไม่มีการสังเคราะห์แอนติเจนดัฟฟีนะคะบนผิวของเซลล์เม็ดเลือดเอ(แด)งซึ่งเ(ส)-่-็(ง)ผลทำให้มีความต้านทานต่อการติดเชื้อมาลาเล(ร)-ียค่ะนอกจากนี้นะคะมิวเทชันยังเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดความหลากหลายทางพันธุกรรมนะคะทั้งความแตกต่างของลำดับนิวคลีโอไทด์นะคะและความแตกต่างในลักษณะที่ปรากฏค่ะซึ่งความหลากหลายทางพันธุกรรมนี้นะคะมีความสำคัญอย่างมากเลยต่อการเกิดวิวัฒนาการค่ะซึ่งเดี๋ยวนักเรียะคะจะได้ศึกษาต่อไปในหัวข้อที่4.5ค่ะคราวนี้นะคะคุณครูก็อยากจะให้นักเรียนนี่ลองสืบค้นตัวอย่างเพิ่มเติบ(ม)นะคะทั้งในกรณีของมิวเทชันที่ทำให้เกิดโรคมิวเทชันที่ก่อให้เกิดผลดี-่อ(-ับ)สิ่งมีชีวิตแล้วก็กรณีของมิวเทชันที่ไม่ส่งผลใดๆให้กับสิ่งมีชีวิตนะคะอันนี้เพื่อที่นักเรียนจะได้เห็นตัวอย่างที่หลากหลายในกรณีที่แตกต่างกันค่ะคราวนี้นะคะเราเรียนกันมาตั้งเยอะแล้วนะแล้วเราสามารถเอาความรู้ที่เราเพิ่งเรียนมานี่เ(ม)ใช้ให้เป็นประโยชกิดผลด(น)-์-ีต่อ(กับ)ตัวเราเองได้อย่างไรนะคะก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่ามิวเทชั-ี่สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาและเกิดขึ้นได้ในทุกเซลล์นะคะโดยมิวเทชันที่เกิดขึ้นในเซลล์สืบพันธุ์น-ี่จะสามารถท-ี่จะถ่ายทอดไปยังรุ่นต่อๆไปได้นะคะแต่อย่างไรก็ตามมิวเทชันที่เกิดขึ้นกับเซลล์ร่างกายของเรานี่ไม่สามารถที่จะถ่ายทอดไปยังรุ่นถัดไปได้นะคะแต่ว่ามันสามารถที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยน...ทำให้เกิดลักษณะที่เปลี่ยนแปลงไปหรือว่าทำให้เกิดการเป็นโรคขึ้นมาได้ค่ะตัวอย่างก็เช่ะคะกรณีของมะเร็งหลายๆชนิดค่ะย(-ึ)-่มิว-่(-ั)นนะคะสามารถเกิดขึ้นได้เองตามธรรมชาติโดยที่อาจจะมีปัจจัยบางอย่างนะคะที่ทำให้เกิดมิวเทชันในอัตราที่สูงขึ้นได้นะคะเช่นรังสีอัลตราไวโอเลต,รังสีเอกซ์,รังสีแกมมา,ทาร์ในควันบุหร-ี่นะคะโดยท-ี่ในกรณีที่ในรังสีหรือสารเคมีดังกล่าวเหล่านี้นะคะก่อให้เกิดมิวเทชันที่ทำให้เซลล์นี่เพิ่มจำนวนโดยที่ร่างกายไม่สามารถควบคุมได้นะคะก็อาก(ส)-่งผอ(ล)ให้เกิดโรคมะเร็งขึ้นได้ค่ะในกรณีของมะเร็งผิวหนังนะคะการได้รับรังสีอัลตราไวโอเลตในแสงแดดนะคะจะเป็นการเพิ่มโอกาสการเกิดมิวเทชันในเซลล์ผิวหนังดังนั้นนะคะการหลีกเลี่ยงการออกไปกลางแจ้งหรือการใช้ครีมกันแดดนี่ก็อาจจะ-่วยลดโอกา-้(ส)ในการเกิดมิวเทชันดังกล่าวนะคะแล้วก็ลดโอกาสในการเกิดโรคมะเร็งผิวหนังได้ค่ะเดี๋ยวมาลองดูอีกสักตัวอย่างหนึ่งนะคะการสูบบุหรี่นะคะเป็นการเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งในปอดค่ะเพราะว่าทาร์และฟอร์มัลดีไฮด์ในควันบุหรี่นะคะจะเพิ่มโอกาสในการเกิดมิวเทชันในเซลล์ปอดดังนั้นการไม่สูบบุหรี่หรือการหลีกเลี่ยงการสูด(บ)ดมควันบุหรี่นะคะก็จะช่วยลดโอกาสในการเกิดโรคมะเร็งปอดได้เช่นเดียวกันค่ะนอกจากการรักษาสุขภาพแล้วนะคะมนุษย์นี่ก็มีการท(น)-ำความรู้ในเรื่องเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงใน(าง)พันธุกรรมนะคะมาประยุกต์ใช้ประโยชน์ในด้านอื่นๆอีกด้วยนักเรียนลองคิดดูนะคะเพราว่าน่าจะเคยได้ยินหรือได้รับรู้ข้อมูลเกี่ยวกับการนำความรู้เรื่องนี้มาใช้ประโยชน์ใน(าก)ข่าวหรือต(จ)ากแหล่งอื่นๆบ้างนะคะสำหรใน(-ับ)ตอนนี้นะคะเดี๋-ุณ(ยว)ครูยอง..ะ(.)ลองยกตัวอย่างบางตัวอย่างให้ดูค่ะตัวอย่างการประยุกต์ใช้หลักการเกิดมิวเทชันนะคะเพื่อชักช(น)-ำให้ได้สิ่งมีชีวิตที่มน(-ี)ลักษณะตามที่ต้องการนะคะโดยอันนี้จะเป็นตัวอย่างเกี่ยวกับเรื่องของการใช้รังสีนะคะเช่นการฉายรังสีแกรมมาให้กับเนื้อเยื่อจากหน่อหรือเหง-่(-้)าของพุทธรักษาเพื่อชักนำให้เกิดมิวเทชันของเอนไซม์ในกระบวนการสร้างสารสีนะคะที่ทำให้สีดอกเปลี่ยนไปนะะค-่ะแล้วก็คัดเลือกต้ดอด(น)ที่มีดอกสีใหม่นะคะทำให้ได้พุทธรักษาที่มีลักษณะใหม่ที-่มีสีต่างๆเพิ่มขึ้นค่ะอีกตัวอย่างหนึ่งนะคะคือการใช้รังสีนะคะเพื่อสร้างดอกทิวลิปที่มีสีดอกที่หลากหลายค่ะนอกจากการใช้รังสีแล้วนะคะก็อาจ-ัง(จะ)มีในส่วนของการใช้สารเคมีนะคะเพื่อที่จะยับยั้งการแบ่งแยกของโครโมโซมในระหว่างการแบ่งเซลล์เพื่ม(อ)สร้างพืชที่มีจำนวนชุดของโครโมโซมเพิ่มขึ้นนะคะอาจจะเป็นเพื่อเพิ่มขนาม(ด)ของดอกหรละ(-ือ)ผลนะ-่ะหรือเพื่อเพิ่มปริมาณผลิตสารที่ต้องการนะคะหรือเพื่อทำให้ได้ต้นพืชที่ไร้เมล็ดค่ะอันนี้นะคะนักเรียนอาจจะลองไปสืบค้นเพิ่มเติมดบ(-ู)นะคะว่าตัวอย่างที่คุณครูยกนี่มีหน้าตาเป็นอย่างไรกันบ้างนะคะนอกจากการใช้ความรู้เกี่ยวกับมิวเทชันนะคะเพื่อการรักษาสุขภาพและการชักนำเพื่อให้ได้สิ่งมีชีวิตที่มีลักษณะตามที่ต้องการแล้วนะคะมนุษย์ยังมีการนำความรู้เกี่ยวกับพันธุศาสตร์และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องนะคะนำมาประยุกต์ใช้ในด้านอื่นๆอีกหลายด้านซึ่งเดี๋ยวเราจะได้เรียนในหัวน(ข)-้อต่อไปนะคะซึ่งก็คือหัวข้อที่4.4ค่ะค่ะจากที่นักเรียนเรียนมาทั้งหมดนะคะเดี๋ยวเรามาลองตอบคำถามเพื่อที่จะตรวจสอบความเข้าใจของนักเรียนกันดูดีกว่านะคะลองดูซ(ส)-ิว่าข้อความต่อไปนี้นี่นักเรียนคิดว่าเป็นข้อความที่ถูกต้องหรือว่าผิดนะคะข้อแรกนะคะมิวเทชันจะส่งผลเสียต่อสิ่งมีชีวิตถ้ามิวเทชันนั้นทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของโปรตีนนักเรียนคิดว่าถูกหรือผิดค-่ะเฉลยเลยนะคะคำตอบที่ถูกก็คือผิดค่ะเราเรียนกันมาเมื่อครู่แล้วนะว่าการเกิดมิวเทชั-ี่มันอาจจะทำให้เกิดผลดีหรือผลเสียต่อสิ่งมีชีวิตนั้นก็ได้นะคะใช่ไหมคะมาที่คำถามข้อที่2นะคะถ้าชายคนหนึ่งสูบบุหรี่จัดแล-้(ะ)สารในบุหรี่ส่งผลให้เกิดมิวเทชันในเซลล์ปอดและทำให้เกิดมะเร็งปอดเมื่อชายคนดังกล่าวนะคะมีลูกจะสามารถถ่ายทอดมิวเทชันดังกล่าวไปให้ลูกได้นักเรียนคิดว่าถูกหรือผิดคะคำตอบนะคะผิดค่ะเพราะว่าอะไรคะเพราะว่ามิวเทชันต(อ)-ัว(น)นี้นี่เกิดในเซลล์ปอดใช่ไหมคะแต่ว่ามิวเทชันที่จะส่งต่อไปยังลูกได้นี่จะต้องเป็นมิวเทชันที่เกิดในเซลล์สืบพันธุ์ค่ะจากที่เราได้เรียนมานะคะคราวนี้เดี๋ยวเรามาลองมาสรุปเนื้อหาในบ-ี่เรียนกันค่ะการเปลี่ยนแปลงของลำดับนิวคลีโอไทด์จัดเป็นมิวเทชันซึ่งอาจเกิดในระดับยีนหรือในระดับโครโมโซมซึ่งมิวเทชัะคะอาจจะก่อให้เกิดผลเสียผลดีหรือไม่ส่เก-ิ(ง)ผลใดอะไ(ๆ)ต่อสิ่งมีชีวิตได้ค่ะขึ้นอยู่กับว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวนั้นส่งผลให้โปรตีนที่สังเคราะห์ขึ้นเปลี่ยนแปลงหรือไม่และอย่างไรค่ะโดยมนุษย์นะคะได้มีการประยุกต์ใช้หลักการของการเกิดมิวเทชันในการชักนำให้ได้สอ(-ิ)-่งมีชีวิตที่มีลัษณะทาร(-ี่)แตกต่างจากเดิมโดยการใช้รังสีและสารเคมีค่ะจบลงไปแล้วนะคะกับหัวข้อการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมโดยหัวข้อที่นักเรียนจะได้ศึกษาต่อไปก็คือเทคโนโลยีทางดีเอ็นDNA(เอ)ค่ะสำหรับตอนนี้สวัสดีค่ะ[เสียงดนตรี]

More information
- compare(ans and test) :
- ans: file reference
- test: file test
- export datetime : 2024-04-23 12:34:16
- exported from : Accuracy Worker
- version :registry.rtt.in.th/spinsoft-transcription/backend_accuracy_worker:main-42d874d90e320e04ce26da7eb329f0d888006afc
- lib :character
- your normalize config
-IsFilter :true
-ToLower :false
-ToArabicNumber :true
-WordToNumber :false
-OrderAndSimilar :true
-ListRemove :
- alignment method :Hirschberg
- score weight :{"Match":5,"Mismatch":-1,"PartialMatch":2,"GapPenalty":-1}