﻿WEBVTT

1
00:00:00.000 --> 00:00:01.471

2
00:00:04.208 --> 00:00:10.433

3
00:00:10.356 --> 00:00:11.695

4
00:00:11.637 --> 00:00:12.007

5
00:00:11.957 --> 00:00:12.357

6
00:00:12.217 --> 00:00:18.097

7
00:00:18.047 --> 00:00:18.289

8
00:00:18.366 --> 00:00:21.362

9
00:00:21.378 --> 00:00:26.043

10
00:00:26.438 --> 00:00:30.624
สวัสดีครับนักเรียนวันนี้มาคบกับผมคุณครูธีรภัทรนะครับ

11
00:00:30.528 --> 00:00:33.223
วันนี้เราจะมาเรียนเรื่องระบบภูมิคุ้มกันครับ

12
00:00:33.292 --> 00:00:33.717

13
00:00:34.498 --> 00:00:34.900

14
00:00:34.697 --> 00:00:34.893

15
00:00:35.458 --> 00:00:35.890

16
00:00:35.657 --> 00:00:40.357
ในเรื่องระบบภูมิคุ้มกันเนี่ยในหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ชีวภาพนะครับจะอยู่ใน

17
00:00:40.258 --> 00:00:43.983
บทที่ 2 เรื่องการรักษาดุลยภาพของร่างกายมนุษย์

18
00:00:44.178 --> 00:00:45.766
หัวข้อที่ 2.4

19
00:00:46.482 --> 00:00:46.899

20
00:00:46.668 --> 00:00:46.896

21
00:00:47.380 --> 00:00:50.987
2.4 เนี่ยจะมีอยู่ด้วยกัน 3 ข้อย่อยก็คือ

22
00:00:51.100 --> 00:00:55.437
ขอแรงจะเป็นเรื่องของกลไกการต่อต้านหรือทําลายสิ่งแปลกปลอมแบบไม่จําเพาะ

23
00:00:55.317 --> 00:00:55.872

24
00:00:55.831 --> 00:00:56.266

25
00:00:56.088 --> 00:00:58.498
ที่ 2 ก็จะเป็นกลไกแบบจำเพาะ

26
00:00:58.658 --> 00:01:02.077
หัวข้อที่ 3 ก็จะเป็นเรื่องความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน

27
00:01:03.388 --> 00:01:03.655

28
00:01:04.158 --> 00:01:04.461

29
00:01:04.536 --> 00:01:09.519
วันนี้เราจะมาเรียนกันหัวข้อย่อยได้นะครับก็คือเรื่องกลไกการต่อต้านหรือทําลายสิ่งแปลก

30
00:01:09.418 --> 00:01:10.500
แบบไม่จําเพาะ

31
00:01:10.567 --> 00:01:12.437
ก่อนอื่นเราจะมาเรียน

32
00:01:12.742 --> 00:01:13.307

33
00:01:13.316 --> 00:01:13.942

34
00:01:14.027 --> 00:01:16.903
คร่าวๆกันก่อนว่าระบบภูมิคุ้มกันคืออะไร

35
00:01:16.847 --> 00:01:17.326

36
00:01:17.490 --> 00:01:17.724

37
00:01:18.578 --> 00:01:18.936

38
00:01:18.897 --> 00:01:20.474
จุดประสงค์ของ

39
00:01:20.747 --> 00:01:22.205
เดือนนี้นะครับก็

40
00:01:22.421 --> 00:01:25.063
คาดหวังว่านักเรียนจะสามารถอธิบายบทบาท

41
00:01:24.977 --> 00:01:27.394
อวัยวะหรือเนื้อเยื่อที่ทำหน้าที่

42
00:01:27.540 --> 00:01:30.703
กันหรือทำลายเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอมได้ครับ

43
00:01:30.938 --> 00:01:34.581
ที่ 2 คือสามารถอธิบายหรือเขียนแผนผังที่เกี่ยวข้องกับ

44
00:01:34.527 --> 00:01:34.730

45
00:01:34.718 --> 00:01:36.107
กลไกการต่อต้าน

46
00:01:36.450 --> 00:01:38.751
ทำลายสิ่งแปลกปลอมแบบไม่จำเพาะได้ครับ

47
00:01:40.167 --> 00:01:42.172
ลองมาดูรูปนี้กันนะครับ

48
00:01:42.731 --> 00:01:43.782
นักเรียนรู้จัก

49
00:01:44.007 --> 00:01:45.226
ผีบ้า

50
00:01:46.580 --> 00:01:48.013
คุณใช้เวลาลองคิดนะครับ

51
00:01:49.067 --> 00:01:49.484

52
00:01:49.460 --> 00:01:49.860

53
00:01:49.968 --> 00:01:50.313

54
00:01:50.797 --> 00:01:51.202

55
00:01:51.059 --> 00:01:51.273

56
00:01:51.179 --> 00:01:51.438

57
00:01:51.436 --> 00:01:51.801

58
00:01:51.628 --> 00:01:51.890

59
00:01:52.779 --> 00:01:52.973

60
00:01:53.735 --> 00:01:53.964

61
00:01:53.938 --> 00:01:54.191

62
00:01:55.417 --> 00:01:59.943
มันก็คือเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมที่อยู่รอบตัวเรานั่นเอง

63
00:02:00.727 --> 00:02:02.268
รู้จักอะไรบ้างครับ

64
00:02:02.328 --> 00:02:04.183
ก็อาจจะมีทั้งแบคทีเรีย

65
00:02:04.190 --> 00:02:05.453
ล่าไวรัส

66
00:02:05.539 --> 00:02:06.247

67
00:02:06.496 --> 00:02:07.515
แม้กระทั่ง

68
00:02:07.523 --> 00:02:09.181
เรณูของดอกไม้นะครับ

69
00:02:09.376 --> 00:02:09.643

70
00:02:09.570 --> 00:02:09.826

71
00:02:10.456 --> 00:02:10.913

72
00:02:12.197 --> 00:02:12.485

73
00:02:12.520 --> 00:02:12.932

74
00:02:12.649 --> 00:02:15.536
ในแต่ละวันเนี่ยร่างกายมีโอกาสได้รับเชื้อโรค

75
00:02:15.457 --> 00:02:15.689

76
00:02:15.847 --> 00:02:17.374
และสิ่งแปลกปลอมเช่น

77
00:02:17.696 --> 00:02:19.846
แบคทีเรียหรือสารพิษต่างๆ

78
00:02:20.076 --> 00:02:21.533
เข้ามาทางใดได้บ้าง

79
00:02:21.549 --> 00:02:21.906

80
00:02:21.938 --> 00:02:27.201
อันที่สองก็คือเมื่อร่างกายได้รับแล้วเนี่ยจะทำให้เกิด

81
00:02:27.451 --> 00:02:30.176
อันตรายหรือเจ็บป่วยทุกครั้งเสมอไปหรือไม่

82
00:02:30.581 --> 00:02:32.619
คำถามที่

83
00:02:32.755 --> 00:02:34.821
จะให้นักเรียนได้ลองคิดกันดู

84
00:02:34.808 --> 00:02:35.299

85
00:02:37.698 --> 00:02:37.994

86
00:02:39.229 --> 00:02:39.467

87
00:02:40.128 --> 00:02:40.393

88
00:02:40.636 --> 00:02:40.897

89
00:02:41.088 --> 00:02:46.760
ตัวเองมีคำถามเพิ่มอีกว่าในบางครั้งร่างกายของแต่ละคนเนี่ยอาจจะได้รับเชื้อโรค

90
00:02:46.596 --> 00:02:47.844
เกี่ยวกัน

91
00:02:48.839 --> 00:02:49.714
แปลว่า

92
00:02:49.858 --> 00:02:51.076
อาจจะแสดงออก

93
00:02:51.268 --> 00:02:53.462
อาการที่เจ็บป่วยแตกต่างกันไป

94
00:02:53.897 --> 00:02:55.843
บางคนอาจจะไม่เจ็บป่วยเลยก็ได้

95
00:02:56.658 --> 00:02:58.104
เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้นครับ

96
00:02:58.769 --> 00:02:59.326

97
00:02:59.405 --> 00:03:01.652
ไปกันแล้วนะที่ให้นักเรียนลองคิด

98
00:03:01.720 --> 00:03:02.084

99
00:03:02.038 --> 00:03:03.649
เราจะมาหาคำตอบกันได้จ้ะ

100
00:03:03.638 --> 00:03:06.945
เรียนเรื่องระบบกันวันนี้ครับ

101
00:03:08.507 --> 00:03:08.884

102
00:03:08.825 --> 00:03:09.381

103
00:03:09.406 --> 00:03:09.597

104
00:03:09.725 --> 00:03:09.975

105
00:03:09.918 --> 00:03:12.624
บางคนอาจจะพอตอบคำถามได้นะครับว่า

106
00:03:12.986 --> 00:03:18.326
ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายแต่ละคนเนี่ยมีการตอบสนองต่อเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมที่แตกต่างกันนี่เอง

107
00:03:18.566 --> 00:03:19.498
เป็นสาเหตุ

108
00:03:20.036 --> 00:03:22.579
ของการแสดงออกของโรค

109
00:03:22.786 --> 00:03:25.217
หรืออาการที่แตกต่างกันไปนะครับ

110
00:03:25.997 --> 00:03:27.718
มีคำถามต่อไปนะครับว่า

111
00:03:27.976 --> 00:03:29.816
แล้วระบบภูมิคุ้มกันเนี่ย

112
00:03:30.027 --> 00:03:31.418
มีการตอบสนอง

113
00:03:31.627 --> 00:03:32.590
ต่อต้าน

114
00:03:32.659 --> 00:03:34.180
หรือทำลายสิ่งแปลกปลอม

115
00:03:34.327 --> 00:03:36.131
ที่เข้าสู่ร่างกายเราได้อย่างไรครับ

116
00:03:36.437 --> 00:03:38.048
เศรษฐกิจเนาะ

117
00:03:40.658 --> 00:03:40.845

118
00:03:40.976 --> 00:03:41.226

119
00:03:41.376 --> 00:03:41.584

120
00:03:41.816 --> 00:03:42.087

121
00:03:42.907 --> 00:03:48.216
จริงๆแล้วนักเรียนบางคนอาจจะตอบได้หรือยังตอบไม่ได้ก็ไม่แปลก

122
00:03:48.222 --> 00:03:50.229
เพราะว่าจริงๆแล้วระบบภูมิคุ้มกันเนี่ย

123
00:03:50.145 --> 00:03:50.363

124
00:03:50.337 --> 00:03:52.682
เป็นระบบที่ค่อนข้างมีความซับซ้อน

125
00:03:52.894 --> 00:03:53.211

126
00:03:53.156 --> 00:03:55.451
เราจะมาเรียนว่าระบบกันเนี่ย

127
00:03:55.337 --> 00:03:59.916
มีการชำระมีการทำงานมีการตอบสนองต่อต้านหรือทำลายสิ่งแวดล้อมได้อย่างไร

128
00:03:59.817 --> 00:04:01.335
เรามาดูกันก่อนว่า

129
00:04:01.417 --> 00:04:02.438
อวัยวะ

130
00:04:02.376 --> 00:04:06.445
อะไรบ้างที่ทำงานเกี่ยวข้องกับระบบการของเรา

131
00:04:07.956 --> 00:04:10.567
ดูก่อนนะครับว่าอวัยวะและเนื้อเยื่อ

132
00:04:10.705 --> 00:04:12.419
ระบบภูมิคุ้มกันมีอะไรบ้าง

133
00:04:12.628 --> 00:04:12.851

134
00:04:13.136 --> 00:04:16.598
กลุ่มแรกเนี่ยสร้างและพัฒนาเซลล์กลุ่มลิมโฟไซต์

135
00:04:16.795 --> 00:04:18.828
ไขกระดูกแล้วก็ถ่ายมา

136
00:04:18.714 --> 00:04:20.131
จำคำนี้ไว้ก่อนนะครับ

137
00:04:20.446 --> 00:04:21.586
Live สดใส

138
00:04:22.046 --> 00:04:22.995
สายัณห์

139
00:04:23.136 --> 00:04:24.747
ไม่รู้จักกันตอนนี้แต่ว่า

140
00:04:25.376 --> 00:04:29.868
กูจะบอกว่าไปอยู่กับใครเนี่ยจะมีบทบาทที่สำคัญในเรื่องของระบบภูมิคุ้มกันของเรา

141
00:04:29.739 --> 00:04:30.252

142
00:04:30.444 --> 00:04:30.700

143
00:04:31.087 --> 00:04:31.497

144
00:04:31.916 --> 00:04:32.191

145
00:04:32.176 --> 00:04:33.838
เอาแม่จะเป็น

146
00:04:34.538 --> 00:04:38.268
ที่เป็นอวัยวะที่ทำหน้าที่ดักจับและทำลายสิ่งแปลกปลอม

147
00:04:38.255 --> 00:04:38.508

148
00:04:38.645 --> 00:04:41.179
ซึ่งก็ได้แก่มาแล้วก็ต่อมน้ำเหลือง

149
00:04:41.455 --> 00:04:41.881

150
00:04:41.906 --> 00:04:42.266

151
00:04:42.618 --> 00:04:43.844
สุดท้าย

152
00:04:44.145 --> 00:04:46.824
สุดท้ายนี้จะเป็นเนื้อเยื่อบริเวณต่างๆ

153
00:04:47.035 --> 00:04:48.541
ทำหน้าที่ประ

154
00:04:48.955 --> 00:04:50.610
แล้วก็ทำลายสิ่งแปลกปลอม

155
00:04:50.816 --> 00:04:51.498
เส้น

156
00:04:51.454 --> 00:04:53.308
ทอนซิลแล้วก็เนื้อเยื่อน้ำเหลือง

157
00:04:53.701 --> 00:04:53.905

158
00:04:54.715 --> 00:05:00.218
นักเรียนก็ได้ทราบกันแล้วนะครับว่ามีอวัยวะหรือเนื้อเยื่อใดบ้างที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกัน

159
00:05:00.866 --> 00:05:03.021
คำถามที่ครูจะถามต่อมาก็คือ

160
00:05:03.697 --> 00:05:06.106
อวัยวะและเนื้อเยื่อเหล่านี้

161
00:05:06.185 --> 00:05:06.581

162
00:05:06.507 --> 00:05:09.776
คิดว่าอยู่ที่บริเวณใดบ้างในร่างกายของเรา

163
00:05:10.984 --> 00:05:12.213
2 ชุดนะครับ

164
00:05:15.535 --> 00:05:15.792

165
00:05:15.664 --> 00:05:15.959

166
00:05:15.985 --> 00:05:17.350
จากรูปนะครับ

167
00:05:17.525 --> 00:05:18.735
จะเห็นได้ว่า

168
00:05:19.446 --> 00:05:23.029
อวัยวะหรือเนื้อเยื่อน้ำเหลืองบางชนิดเช่นไขกระดูก

169
00:05:23.296 --> 00:05:25.078
มันเหลืองนะเนี่ย

170
00:05:25.214 --> 00:05:27.786
จะคบได้กระจายอยู่ทั่วไปในร่างกายของเรา

171
00:05:28.995 --> 00:05:29.802

172
00:05:29.954 --> 00:05:31.662
เช่น

173
00:05:32.005 --> 00:05:32.890
ทอนซิล

174
00:05:34.175 --> 00:05:35.677
น้ำหรือว่าไส้ติ่ง

175
00:05:35.904 --> 00:05:37.301
เป็นวัดที่

176
00:05:37.255 --> 00:05:39.102
พบได้ทุกอย่างร่างกาย

177
00:05:39.117 --> 00:05:40.008
ว่าจะพบ

178
00:05:40.265 --> 00:05:42.113
ที่แตกต่างกันไป

179
00:05:42.055 --> 00:05:42.608

180
00:05:43.535 --> 00:05:43.940

181
00:05:43.975 --> 00:05:45.338
คำถามต่อมาก็คือ

182
00:05:46.484 --> 00:05:49.627
เหตุใดเราจึงพบอวัยวะหรือเนื้อเยื่อหรอเนี้ย

183
00:05:50.454 --> 00:05:52.363
อยู่ทั่วไปในร่างกายของเรา

184
00:05:55.576 --> 00:05:55.813

185
00:05:56.026 --> 00:05:59.834
นักเรียนบางคนอาจจะยังตอบคำถามที่กูถามเมื่อสักครู่ไม่ได้นะครับ

186
00:05:59.807 --> 00:06:02.858
เดี๋ยวคงจะมีความรู้เพิ่มเติมจากหนังสือเรียนให้

187
00:06:02.756 --> 00:06:03.041

188
00:06:03.075 --> 00:06:05.552
ดูสิว่าเราจะตอบคำถามเราได้หรือเปล่า

189
00:06:06.144 --> 00:06:06.784
ปลาดุก

190
00:06:06.913 --> 00:06:07.141

191
00:06:07.234 --> 00:06:08.184
แลกเลยนะครับ

192
00:06:08.325 --> 00:06:08.587

193
00:06:08.513 --> 00:06:08.748

194
00:06:08.774 --> 00:06:09.795
ก็คือ

195
00:06:09.863 --> 00:06:10.934
กดอะไรเนี่ย

196
00:06:11.214 --> 00:06:14.529
เม็ดเลือดขาวที่สามารถตอบสนองหรือว่าทำลาย

197
00:06:14.854 --> 00:06:15.805
กะปอม

198
00:06:16.015 --> 00:06:17.295
นะครับ

199
00:06:17.494 --> 00:06:17.744

200
00:06:18.003 --> 00:06:18.953
โดยอาศัย

201
00:06:19.473 --> 00:06:20.876
สารที่สร้างขึ้นมา

202
00:06:21.019 --> 00:06:22.220
สายเนี่ย

203
00:06:22.415 --> 00:06:23.889
อธิบดี

204
00:06:24.274 --> 00:06:27.096
คุณคำว่าเล่นตัวสายกันใช่ไหมครับที่เรา

205
00:06:27.354 --> 00:06:34.373
เพิ่งจะไปเมื่อกี้นะครับแล้วก็จะมีคำใหม่ขึ้นมาคำว่าบอดี้ตรงนี้ยังไม่ต้องกังวลเดี๋ยวเราจะได้เรียนรู้เรื่อง

206
00:06:34.276 --> 00:06:35.876
ต่อไป

207
00:06:35.813 --> 00:06:36.164

208
00:06:36.856 --> 00:06:37.906
เราลองมาคบกัน

209
00:06:37.854 --> 00:06:43.162
ที่กูวงกลมสีแดงไว้ก่อนว่าตัวนี้สดใสเนี่ยก็คือเซลล์เม็ดเลือดขาวที่สามารถ

210
00:06:42.985 --> 00:06:44.975
ทำลายสิ่งแวดล้อมได้

211
00:06:45.042 --> 00:06:45.521

212
00:06:46.376 --> 00:06:46.606

213
00:06:47.144 --> 00:06:48.477
ได้หรือยัง

214
00:06:48.814 --> 00:06:51.339
เพลงไม่ได้มาดูอันถัดไปนะครับ

215
00:06:51.256 --> 00:06:51.495

216
00:06:51.575 --> 00:06:53.484
ความรู้เกี่ยวกับไส้ติ่ง

217
00:06:54.134 --> 00:06:55.614
ไส้ติ่งหรืออังกฤษ

218
00:06:55.605 --> 00:06:55.827

219
00:06:55.983 --> 00:06:58.190
มีลักษณะเป็นท่อปลายตันนะครับ

220
00:06:58.364 --> 00:07:00.330
อยู่บริเวณลำไส้ใหญ่ส่วนต้น

221
00:07:00.286 --> 00:07:01.878
มีความยาวประมาณสัก

222
00:07:01.885 --> 00:07:03.338
2 ถึง 7 เซนติเมตร

223
00:07:03.736 --> 00:07:07.968
ภายในของไส้ติ่งจะมีลิมโฟไซต์แล้วนะ

224
00:07:08.224 --> 00:07:09.632
แม่นมากเลย

225
00:07:09.641 --> 00:07:10.151

226
00:07:11.618 --> 00:07:12.562
และก็

227
00:07:12.515 --> 00:07:13.200

228
00:07:13.284 --> 00:07:16.225
อาจจะเป็นที่อยู่ของแบคทีเรียที่จะเป็นประโยชน์ต่อระบบ

229
00:07:16.173 --> 00:07:17.245
ด้วย

230
00:07:18.096 --> 00:07:22.845
เหมือนเดิมเราลองมาคบกับเฉพาะที่กูวงกลมสีแดงไว้นะครับว่า

231
00:07:23.023 --> 00:07:24.072
ไส้ติ่ง

232
00:07:24.303 --> 00:07:25.376
มันเป็นที่

233
00:07:26.164 --> 00:07:28.003
อาศัยอยู่หนาแน่น

234
00:07:28.014 --> 00:07:31.140
ก็ยังเกี่ยวข้องกับภูมิคุ้มกันด้วย

235
00:07:31.225 --> 00:07:33.200
จะตอบคำถามกันได้บ้างหรือยังครับ

236
00:07:33.655 --> 00:07:33.869

237
00:07:33.783 --> 00:07:34.214

238
00:07:36.025 --> 00:07:36.232

239
00:07:36.607 --> 00:07:36.911

240
00:07:37.814 --> 00:07:38.048

241
00:07:39.743 --> 00:07:42.042
คำถามที่กูถามอีกทีนะ

242
00:07:42.305 --> 00:07:42.566

243
00:07:42.564 --> 00:07:43.118

244
00:07:43.333 --> 00:07:47.611
เหตุใดอวัยวะและเนื้อเยื่อที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกันเนี่ย

245
00:07:47.562 --> 00:07:49.663
จึงพบอยู่ทั่วร่างกายของเรา

246
00:07:51.085 --> 00:07:51.344

247
00:07:51.535 --> 00:07:52.865
ได้แล้วนะ

248
00:07:54.092 --> 00:07:55.511
ลองไปดูที่

249
00:07:55.573 --> 00:07:56.701

250
00:07:56.722 --> 00:07:57.014

251
00:07:56.972 --> 00:07:57.185

252
00:07:57.935 --> 00:07:58.829

253
00:07:59.097 --> 00:07:59.901
ก็คือ

254
00:08:00.434 --> 00:08:01.884
เชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอมเนี่ย

255
00:08:02.545 --> 00:08:04.439
สไลด์แรกที่กูพูดเลยเนี่ย

256
00:08:04.532 --> 00:08:05.616
มันมี

257
00:08:05.633 --> 00:08:08.258
อยู่ทั่วไปรอบร่างกายเราเลยฉะนั้น

258
00:08:09.214 --> 00:08:12.247
มันก็สามารถที่จะเข้าสู่ร่างกายหรือไม่เยอะเราได้เนี่ย

259
00:08:12.295 --> 00:08:13.679
ทุกบริเวณเลย

260
00:08:15.294 --> 00:08:15.523

261
00:08:16.576 --> 00:08:17.900
นั้น

262
00:08:18.114 --> 00:08:18.528

263
00:08:19.393 --> 00:08:22.628
อวัยวะหรือเนื้อเยื่อที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกันจึงต้อง

264
00:08:22.732 --> 00:08:24.258
อยู่ทั่วบริเวณ

265
00:08:25.224 --> 00:08:26.664
ของร่างกายเรา

266
00:08:26.692 --> 00:08:27.131

267
00:08:27.532 --> 00:08:28.025

268
00:08:28.042 --> 00:08:31.032
เหตุผลต่อมาก็คือต้องเป็นผู้ชายที่เป็นพระเอกของเราเนี่ย

269
00:08:31.505 --> 00:08:31.730

270
00:08:31.693 --> 00:08:33.914
ลืมไปแล้วว่าลืมกดอะไรเนี่ย

271
00:08:34.135 --> 00:08:34.569

272
00:08:35.023 --> 00:08:37.546
สร้างและพัฒนาที่บริเวณไหนครับบริเวณ

273
00:08:37.973 --> 00:08:39.497
ไขกระดูกแล้วก็ถ่ายมา

274
00:08:39.964 --> 00:08:40.524

275
00:08:41.054 --> 00:08:43.007
ซึ่งเมื่อสร้างที่บริเวณหล่อนะเนี่ย

276
00:08:43.223 --> 00:08:45.779
มันจำเป็นต้องอาศัยเนื้อเยื่อ

277
00:08:45.983 --> 00:08:46.735

278
00:08:46.815 --> 00:08:50.213
เส้นเลือดในหลอดน้ำเหลืองนะครับ

279
00:08:50.228 --> 00:08:52.497
การลำเลียงไปทั่วร่างกายของเรา

280
00:08:52.516 --> 00:08:53.077

281
00:08:55.271 --> 00:08:55.540

282
00:08:55.913 --> 00:08:57.585
ก็เห็นทักมาก็คือ

283
00:08:58.282 --> 00:09:00.364
อันนี้เป็นแล้วเนี่ย

284
00:09:00.452 --> 00:09:01.732
จำเป็นต้อง

285
00:09:01.681 --> 00:09:01.948

286
00:09:02.132 --> 00:09:03.848
มีอวัยวะหรือเนื้อเยื่อที่

287
00:09:03.922 --> 00:09:06.345
เป็นที่สะสมในโลกนี้

288
00:09:06.863 --> 00:09:07.686
ทำเพื่อ

289
00:09:07.694 --> 00:09:10.659
จะรู้สึกหรือสิ่งแปลกปลอมเข้ามาที่บริเวณใดก็ตาม

290
00:09:10.651 --> 00:09:12.124
เอกสารเนี่ย

291
00:09:12.052 --> 00:09:14.376
ก็จะสามารถทำหน้าที่ตอบสนองหรือว่า

292
00:09:14.362 --> 00:09:17.011
ทำลายสิ่งแปลกปลอมที่เข้ามาสู่ร่างกายได้ทันที

293
00:09:17.113 --> 00:09:17.618

294
00:09:18.531 --> 00:09:20.200
อันนี้ก็จะเป็นคำตอบที่

295
00:09:20.383 --> 00:09:22.182
ที่กูถามไปเมื่อกี้

296
00:09:23.903 --> 00:09:24.205

297
00:09:24.992 --> 00:09:27.417
นักเรียนลองพิจารณาข้อความที่

298
00:09:28.453 --> 00:09:30.984
อยู่นี่นะครับเดี๋ยวรอๆมาคิด

299
00:09:31.591 --> 00:09:33.116
สถานการณ์

300
00:09:33.133 --> 00:09:33.679

301
00:09:36.214 --> 00:09:36.475

302
00:09:36.652 --> 00:09:36.891

303
00:09:37.291 --> 00:09:37.711

304
00:09:37.683 --> 00:09:37.972

305
00:09:42.495 --> 00:09:42.712

306
00:09:42.931 --> 00:09:43.238

307
00:09:43.772 --> 00:09:45.807
คำถามที่จะให้นักเรียนลองคิดก็คือ

308
00:09:46.524 --> 00:09:48.239
กลไกแบบไม่จําเพาะ

309
00:09:48.372 --> 00:09:50.691
กลไกแบบจำเพาะเนี่ยคืออะไร

310
00:09:51.775 --> 00:09:53.100
และเหตุใด

311
00:09:55.045 --> 00:09:57.358
เราถึงต้องมีกฎหมายทั้ง 2 แบบ

312
00:09:57.732 --> 00:10:01.177
กระตุ้นให้เกิดการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกัน

313
00:10:03.173 --> 00:10:03.601

314
00:10:03.812 --> 00:10:07.289
เราจะมาเรียนรู้กันไปทีละคนไกลนะครับเริ่มต้นจาก

315
00:10:07.342 --> 00:10:10.796
กลไกการต่อต้านหรือทําลายสิ่งแปลกปลอมแบบไม่จำเพาะก่อน

316
00:10:11.891 --> 00:10:12.928
กลไกเงี้ย

317
00:10:12.972 --> 00:10:15.654
จัดแบ่งได้เป็น 2 คนไกลหลักๆคือ

318
00:10:15.991 --> 00:10:19.236
แรกเป็นการต่อต้านหรือทําลายสิ่งแปลกปลอม

319
00:10:19.642 --> 00:10:19.844

320
00:10:19.772 --> 00:10:22.339
ที่จะเข้าสู่เนื้อเยื่อบริเวณต่างๆของร่างกาย

321
00:10:22.715 --> 00:10:24.305
นิดนึงนะครับว่า

322
00:10:25.021 --> 00:10:27.953
ก่อนที่จะเข้าสู่เนื้อเยื่อของร่างกายเรานั่นเองนะครับ

323
00:10:28.732 --> 00:10:29.911
ก็คือ

324
00:10:30.014 --> 00:10:32.245
ต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปลอม

325
00:10:32.520 --> 00:10:34.700
อยู่ในเนื้อเยื่อของงานแต่งเราแล้ว

326
00:10:34.951 --> 00:10:35.459

327
00:10:36.872 --> 00:10:37.123

328
00:10:37.002 --> 00:10:37.250

329
00:10:37.251 --> 00:10:37.465

330
00:10:38.212 --> 00:10:40.655
ที่คุณครูให้กลับไปก่อนหน้านี้แล้วว่า

331
00:10:41.293 --> 00:10:42.057
กไก่

332
00:10:43.343 --> 00:10:46.242
ในระบบคุ้มกันเป็นระบบที่มีความซับซ้อน

333
00:10:46.800 --> 00:10:48.623
ฉะนั้นเราทราบกันแล้วว่า

334
00:10:48.601 --> 00:10:52.955
มีอวัยวะหรืออะไรบ้างที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน

335
00:10:53.654 --> 00:10:55.042
ในความเป็นจริงแล้ว

336
00:10:55.190 --> 00:10:57.056
มีอวัยวะหรือเยอะ

337
00:10:56.991 --> 00:10:58.423
ในระบบ

338
00:10:58.331 --> 00:10:59.671
ร่างกายเนี่ย

339
00:10:59.610 --> 00:11:00.894
ที่ทำหน้าที่

340
00:11:01.211 --> 00:11:03.382
ต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปลอม

341
00:11:03.393 --> 00:11:03.681

342
00:11:03.652 --> 00:11:03.892

343
00:11:03.771 --> 00:11:06.361
ก่อนที่จะเข้าสู่เนื้อเยื่อของร่างกายของเราเช่นกัน

344
00:11:07.561 --> 00:11:07.820

345
00:11:08.901 --> 00:11:10.948
เล่นพอจะทราบไหมครับว่า

346
00:11:10.959 --> 00:11:12.420
อวัยวะหรือเนื้อเยื่อ

347
00:11:12.941 --> 00:11:14.607
ในระบบอื่นๆของร่างกายเนี่ย

348
00:11:14.932 --> 00:11:16.458
อะไรบ้างที่ทำหน้าที่

349
00:11:16.650 --> 00:11:18.224
ที่เก่ามานะครับ

350
00:11:18.891 --> 00:11:19.141

351
00:11:19.150 --> 00:11:20.436
ดูจากรูป

352
00:11:21.651 --> 00:11:22.529

353
00:11:22.870 --> 00:11:23.625
เข็ม

354
00:11:23.571 --> 00:11:26.016
กูทำเป็นกล่องไว้เนาะ

355
00:11:26.011 --> 00:11:29.612
นักเรียนคิดว่าอวัยวะเหล่านี้ทำหน้าที่ในการ

356
00:11:30.492 --> 00:11:33.663
หรือทำลายสิ่งแปลกปลอมก่อนที่จะเข้าสู่เนื้อเยื่ออย่างไรบ้าง

357
00:11:33.631 --> 00:11:35.288
กูใช้เวลาลองคิดกันนะครับ

358
00:11:38.950 --> 00:11:39.375

359
00:11:39.329 --> 00:11:39.597

360
00:11:39.590 --> 00:11:43.067
เอามาลองดูกันทีอวัยวะอวัยวะหรือเนื้อเยื่อเลยเนาะ

361
00:11:42.979 --> 00:11:43.404

362
00:11:43.810 --> 00:11:45.486
ขับไล่จากข้างบนเลย

363
00:11:45.489 --> 00:11:46.631
อันแรกก็คือ

364
00:11:47.529 --> 00:11:48.628
ของเรานี่แหละ

365
00:11:48.560 --> 00:11:49.246

366
00:11:49.390 --> 00:11:49.658

367
00:11:49.711 --> 00:11:50.930
ภายในถุงเนี่ย

368
00:11:50.990 --> 00:11:51.748

369
00:11:52.010 --> 00:11:53.544
โหยทำหน้าที่

370
00:11:53.490 --> 00:11:56.992
จะจับฝุ่นละอองหรือว่าแมลงหรือสิ่งแปลกปลอมที่จะเข้า

371
00:11:56.951 --> 00:11:57.961

372
00:11:58.039 --> 00:11:58.532

373
00:11:59.890 --> 00:12:00.149

374
00:12:00.090 --> 00:12:01.182
ตอบมา

375
00:12:01.370 --> 00:12:02.065

376
00:12:02.214 --> 00:12:03.017
ผิวหนัง

377
00:12:03.614 --> 00:12:06.222
อยู่ไหนเนี่ยจะมีบทบาทสำคัญมากเลยเพราะว่า

378
00:12:06.430 --> 00:12:08.962
ทุกส่วนของร่างกายเราก็จะมีผิวหนังหุ้ม

379
00:12:08.931 --> 00:12:09.482

380
00:12:09.500 --> 00:12:09.767

381
00:12:09.890 --> 00:12:14.696
ผิวหนังจะทำหน้าที่หลักในการป้องกันการบุกรุกของเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอม

382
00:12:15.144 --> 00:12:15.410

383
00:12:15.329 --> 00:12:15.578

384
00:12:15.719 --> 00:12:15.960

385
00:12:16.742 --> 00:12:20.599
ด้วยกันนะครับที่ผิวหนังก็จะมีต่อมเหงื่อและต่อมไขมัน

386
00:12:20.909 --> 00:12:23.902
อะตอมและน้ำมันจากต่อมไขมันเนี่ย

387
00:12:24.299 --> 00:12:27.248
จะยับยั้งการเจริญของแบคทีเรียบางชนิดได้

388
00:12:27.251 --> 00:12:27.816

389
00:12:28.730 --> 00:12:29.150

390
00:12:29.172 --> 00:12:31.103
ถัดมาก็คือ

391
00:12:31.539 --> 00:12:32.937
เวียนตามเรานี่แหละ

392
00:12:33.458 --> 00:12:34.796
ใน

393
00:12:34.810 --> 00:12:36.330
จะมีน้ำตา

394
00:12:36.989 --> 00:12:38.115
ซึ่งจะมี

395
00:12:38.652 --> 00:12:40.740
เป็นสารที่เรียกว่าสารนะครับ

396
00:12:40.890 --> 00:12:42.063
ทำหน้าที่

397
00:12:43.270 --> 00:12:45.493
ย่อยผนังเซลล์ของแบคทีเรีย

398
00:12:45.509 --> 00:12:46.777

399
00:12:46.921 --> 00:12:47.602

400
00:12:47.689 --> 00:12:48.184

401
00:12:49.289 --> 00:12:49.592

402
00:12:49.670 --> 00:12:51.275
ขัดมากก็จะเป็น

403
00:12:51.662 --> 00:12:51.892

404
00:12:52.049 --> 00:12:52.594

405
00:12:52.620 --> 00:12:53.945
ซึ่ง

406
00:12:54.350 --> 00:12:55.234
น่าจะมี

407
00:12:55.570 --> 00:12:57.192
แล้วจะมีจมูกด้วย

408
00:12:57.169 --> 00:12:57.716

409
00:12:57.680 --> 00:12:58.709
ก็จะมี

410
00:12:58.770 --> 00:13:00.440
ขนจมูกมี

411
00:13:00.949 --> 00:13:03.333
น้ำมูกมีเมือกต่างๆที่คอยดักจับ

412
00:13:03.511 --> 00:13:05.994
ก่อนที่จะเข้าไปใน

413
00:13:06.130 --> 00:13:06.921
ตลก

414
00:13:06.842 --> 00:13:08.971
อยู่ในท่อลมเองก็จะมี

415
00:13:09.209 --> 00:13:10.230
ด้านหลังเพื่อ

416
00:13:10.300 --> 00:13:11.899
ขับเคลื่อน

417
00:13:12.090 --> 00:13:12.318

418
00:13:12.410 --> 00:13:14.128
ที่เข้ามา

419
00:13:15.940 --> 00:13:18.177
หรือว่าสิ่งแปลกปลอมที่เข้ามา

420
00:13:18.439 --> 00:13:18.710

421
00:13:18.951 --> 00:13:22.580
ท่อลมแล้วเนี่ยก็จะมีซีเรียที่จะคอย

422
00:13:22.470 --> 00:13:23.726
ทำหน้าที่โบกพัด

423
00:13:24.459 --> 00:13:27.258
ให้เสือนะครับมันกลับขึ้นไปใน

424
00:13:27.409 --> 00:13:28.090
ในระบบ

425
00:13:28.300 --> 00:13:30.555
เรากลับทางจมูกแล้วก็

426
00:13:30.539 --> 00:13:32.948
จะกำจัดออกจากร่างกายด้วยการไอหรือจาม

427
00:13:32.980 --> 00:13:33.479

428
00:13:35.220 --> 00:13:36.612
เวลาที่

429
00:13:37.081 --> 00:13:41.083
ที่มันมีสถานการณ์ของโควิตอยู่ใช่ไหมเขาก็เลย

430
00:13:41.630 --> 00:13:43.287
รณรงค์ให้เราใส่

431
00:13:43.419 --> 00:13:45.532
เพื่อป้องกันเชื้อโรค

432
00:13:45.599 --> 00:13:46.344

433
00:13:46.299 --> 00:13:49.148
ออกมาจากการไอหรือต่ำกว่านั้นเองครับ

434
00:13:49.129 --> 00:13:52.353
เกาะเชื่อมโยงกับชีวิตประจำวันที่เราเป็นอยู่ตอนนี้นะ

435
00:13:52.449 --> 00:13:52.988

436
00:13:53.291 --> 00:13:55.785
อวัยวะตัดมาก็คือกระเพาะอาหาร

437
00:13:56.041 --> 00:13:56.581

438
00:13:56.619 --> 00:13:56.869

439
00:13:56.809 --> 00:13:57.900
อาหารเนี่ย

440
00:13:57.898 --> 00:13:58.730

441
00:13:59.629 --> 00:14:01.030
นั่นแหละ

442
00:14:01.170 --> 00:14:02.355
รู้จักกันดี

443
00:14:02.378 --> 00:14:06.466
GPS ต่ำมากเลยนะครับก็จะทำลาย

444
00:14:06.678 --> 00:14:08.293
ที่ลงไปกลับ

445
00:14:08.209 --> 00:14:09.348
ที่เรากิน

446
00:14:09.301 --> 00:14:15.657
อาหารที่เรากินโดยเฉพาะพวกของสดต่างๆเช่นผักผลไม้สดเนี่ยก็จะมีการเจริญของเชื้อโรคและสิ่ง

447
00:14:15.578 --> 00:14:16.833
ฉะนั้น

448
00:14:16.800 --> 00:14:19.030
ในกระเพาะอาหารจะทำหน้าที่ทำลาย

449
00:14:19.229 --> 00:14:19.665

450
00:14:19.739 --> 00:14:22.145
แบบนี้ไม่ให้เข้าสู่เนื้อเยื่อ

451
00:14:22.569 --> 00:14:23.710
ของเรา

452
00:14:24.609 --> 00:14:26.883
ลงมาทางด้านล่างนะครับ

453
00:14:26.848 --> 00:14:28.495
ก็คือตัวกระเพาะปัสสาวะ

454
00:14:28.968 --> 00:14:30.172
กระเพาะปัสสาวะเนี่ย

455
00:14:30.638 --> 00:14:32.031
ทำหน้าที่

456
00:14:31.979 --> 00:14:33.911
ปัสสาวะออกจากร่างกาย

457
00:14:34.159 --> 00:14:35.586
เดียวกันก็ตาม

458
00:14:35.887 --> 00:14:37.551
ค**ผ่าพวกเชื้อโรค

459
00:14:37.489 --> 00:14:38.970
สีต่างๆ

460
00:14:38.967 --> 00:14:41.069
ออกมาทางท่อปัสสาวะด้วย

461
00:14:41.078 --> 00:14:41.571

462
00:14:41.648 --> 00:14:41.865

463
00:14:42.098 --> 00:14:42.624

464
00:14:42.929 --> 00:14:44.640
สุดท้ายที่ช่องคลอด

465
00:14:45.370 --> 00:14:47.428
เดี๋ยวจะมีภาวะที่เป็นกรด

466
00:14:47.809 --> 00:14:48.424

467
00:14:48.447 --> 00:14:51.767
ทำหน้าที่ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อโรคด้วยเหมือนกันครับ

468
00:14:54.599 --> 00:14:57.169
ก็ได้ซักก่อนนะครับว่า

469
00:14:57.799 --> 00:15:02.460
ในร่างกายของเราเนี่ยนอกจากอวัยวะที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกันแล้วยังมีเรา

470
00:15:02.351 --> 00:15:03.159
อวัยวะ

471
00:15:03.249 --> 00:15:05.545
เยื่อในระบบอื่นๆที่

472
00:15:05.931 --> 00:15:06.359

473
00:15:06.450 --> 00:15:11.332
ทำหน้าที่ต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปลอมก่อนที่จะเข้าสู่เนื้อเยื่อของร่างกายเรา

474
00:15:11.378 --> 00:15:11.936

475
00:15:13.429 --> 00:15:13.805

476
00:15:13.881 --> 00:15:14.157

477
00:15:15.797 --> 00:15:16.010

478
00:15:15.988 --> 00:15:17.058
แล้วถ้า

479
00:15:17.328 --> 00:15:20.989
แล้วป้องกันเหล่านี้ถูกทำลายนะครับเช่น

480
00:15:21.948 --> 00:15:23.145
ขึ้น

481
00:15:23.167 --> 00:15:23.729
ครับ

482
00:15:24.249 --> 00:15:27.572
หรือว่ามีเชื้อโรคที่สร้างเอนไซม์มาย่อยสลาย

483
00:15:28.359 --> 00:15:29.810
เซลล์เยื่อบุผิวต่างๆ

484
00:15:29.960 --> 00:15:30.467

485
00:15:30.729 --> 00:15:30.966

486
00:15:30.980 --> 00:15:33.912
ร่างกายเราจะมีกลไกในการต่อต้านหรือทําลาย

487
00:15:34.048 --> 00:15:35.074
สิ่งแปลกปลอม

488
00:15:35.659 --> 00:15:37.634
ที่เข้ามาสู่โลกของเราได้อย่างไร

489
00:15:37.899 --> 00:15:38.404

490
00:15:38.540 --> 00:15:38.801

491
00:15:40.078 --> 00:15:40.347

492
00:15:40.274 --> 00:15:40.649

493
00:15:40.722 --> 00:15:42.351
ถ้ากูมี

494
00:15:43.089 --> 00:15:44.416
ข้อความนี้ให้ว่า

495
00:15:44.689 --> 00:15:46.025
แผล

496
00:15:47.060 --> 00:15:50.704
สิ่งที่เราสังเกตเห็นจากบัตรของเราก็คือจะมีเลือดไหลออกมาใช่ไหมคะ

497
00:15:51.231 --> 00:15:52.368
เนื่องจากว่า

498
00:15:52.380 --> 00:15:54.233
ถูกทำร้าย

499
00:15:54.490 --> 00:15:56.908
บางครั้งอาจจะเกิดอาการบวมแดง

500
00:15:57.251 --> 00:15:59.992
บริเวณบาดแผลเนี่ยมีอุณหภูมิ

501
00:15:59.940 --> 00:16:00.890
ขึ้น

502
00:16:01.487 --> 00:16:02.449
Sanook

503
00:16:02.501 --> 00:16:03.778
ปกติของร่างกายเรา

504
00:16:04.814 --> 00:16:05.818
กลไกอันเนี้ย

505
00:16:05.890 --> 00:16:08.657
ถือว่าเป็นการต่อต้านหรือทําลายสิ่งแปลกปลอม

506
00:16:08.850 --> 00:16:10.265
ที่อยู่ในเนื้อเยื่อของเรา

507
00:16:11.213 --> 00:16:12.800
คำถามก็คือ

508
00:16:13.972 --> 00:16:15.536
กลไกรักษาหน้ากากเนี่ย

509
00:16:15.501 --> 00:16:16.910
เรียกว่าอะไร

510
00:16:16.920 --> 00:16:17.848

511
00:16:18.201 --> 00:16:22.904
แล้วก็เหตุใดจึงมักเกิดลักษณะดังกล่าวขึ้นเมื่อเกิดบาดแผลขึ้นตามร่างกายของเรา

512
00:16:24.611 --> 00:16:24.849

513
00:16:25.825 --> 00:16:27.096
ดูนะครับ

514
00:16:28.193 --> 00:16:28.420

515
00:16:28.511 --> 00:16:30.585
เดี๋ยวเราจะมาเรียนรู้กันต่อไป

516
00:16:31.454 --> 00:16:31.720

517
00:16:31.653 --> 00:16:31.871

518
00:16:31.901 --> 00:16:32.140

519
00:16:33.643 --> 00:16:35.143
แผลที่หน้า

520
00:16:35.052 --> 00:16:37.052
ที่เราเขียนได้นะครับก็

521
00:16:36.974 --> 00:16:40.029
กลไกการต่อต้านและทำลายสิ่งแปลกปลอม

522
00:16:39.973 --> 00:16:41.518
ไม่จำเพาะรูปแบบหนึ่ง

523
00:16:41.654 --> 00:16:43.301
เกิดขึ้นเมื่อ

524
00:16:43.504 --> 00:16:46.614
เข้าไปในเนื้อเยื่อเราได้แล้ว

525
00:16:46.703 --> 00:16:47.204

526
00:16:47.154 --> 00:16:48.096
เราจะเรียก

527
00:16:48.243 --> 00:16:51.307
กลไกการอักเสบ inflammation

528
00:16:51.322 --> 00:16:51.814

529
00:16:51.893 --> 00:16:52.312

530
00:16:52.344 --> 00:16:54.134
แบบนี้จะเกิดขึ้น

531
00:16:54.137 --> 00:16:55.330
ไปพร้อมๆกับ

532
00:16:55.413 --> 00:16:59.263
การทำงานของเซลล์กลุ่มนึงนะครับที่เรียกว่าฝากโอนสาย

533
00:16:59.393 --> 00:17:00.091

534
00:17:00.101 --> 00:17:02.376
กดอะไรเนี่ยจะคอยกัด

535
00:17:02.335 --> 00:17:04.265
และทำลายสิ่งแปลกปลอมที่

536
00:17:04.324 --> 00:17:05.205
เข้าไปสู่

537
00:17:05.164 --> 00:17:07.336
แผลนะคะ

538
00:17:08.297 --> 00:17:11.701
เรามาทำความรู้จักกับเซลล์กลุ่มฟาโกไซต์เพิ่มเติมนะครับ

539
00:17:11.884 --> 00:17:15.101
ยิงแล้วเจอผมฝากกดไลค์เนี่ยก็เป็นเซลล์เม็ดเลือดขาว

540
00:17:15.154 --> 00:17:16.208
คิดถึงนะครับ

541
00:17:16.179 --> 00:17:16.446

542
00:17:16.305 --> 00:17:19.180
ซึ่งได้แก่นิวโทรฟิลแล้วก็โมโนไซต์

543
00:17:19.633 --> 00:17:21.290
โมโนไซต์เนี่ยครับ

544
00:17:21.884 --> 00:17:25.136
มันจะสามารถแทรกตัวออกจากหลอดเลือดฝอยของเราได้นะครับ

545
00:17:25.144 --> 00:17:26.646
เพื่อไปตามเนื้อเยื่อต่างๆ

546
00:17:27.007 --> 00:17:27.243

547
00:17:27.576 --> 00:17:28.714
โดยเมื่อ

548
00:17:28.925 --> 00:17:30.907
ไปที่เนื้อเยื่อแล้วเนี่ย

549
00:17:30.914 --> 00:17:32.045

550
00:17:32.257 --> 00:17:33.642
ใหญ่ขึ้นนะครับ

551
00:17:33.608 --> 00:17:35.846
กลายเป็นเซลล์ที่เรียกว่าแมคโครฟาร์

552
00:17:35.854 --> 00:17:36.401

553
00:17:36.416 --> 00:17:36.833

554
00:17:36.864 --> 00:17:42.054
เอกสารเนี่ยจะมีประสิทธิภาพสูงในการดักจับและทำลายเชื้อโรคที่เข้าสู่บาดแผลของเรา

555
00:17:42.318 --> 00:17:44.442
อันนี้ก็คือรูปของ

556
00:17:44.687 --> 00:17:47.483
โทรฟรีอยู่นะครับมอเตอร์ไซค์แล้วก็ไม่ครบ

557
00:17:47.577 --> 00:17:49.689
กล้องจุลทรรศน์แบบใช้แสง

558
00:17:49.745 --> 00:17:51.351

559
00:17:51.535 --> 00:17:51.960

560
00:17:52.625 --> 00:17:52.838

561
00:17:53.395 --> 00:17:53.624

562
00:17:55.456 --> 00:17:55.717

563
00:17:56.476 --> 00:17:56.746

564
00:17:56.605 --> 00:17:58.313
กลไกที่เกิดขึ้น

565
00:17:58.586 --> 00:17:59.212

566
00:17:59.550 --> 00:18:02.031
เราเกิดบาดแผลแล้วก็เกิดการอักเสบตามมาเนี่ย

567
00:18:02.249 --> 00:18:07.205
อะไรนะครับก็คือเมื่อเกิดเมื่อเกิดบาดแผลเนี่ยจะเกิดสัญญาณเคมี

568
00:18:07.427 --> 00:18:12.008
ซึ่งสัญญาณเคมีเนี่ยมาจากอะไรมาจากเนื้อเยื่อที่เสียหายหรือว่าตัว

569
00:18:11.857 --> 00:18:13.727
เชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมเองนะครับ

570
00:18:14.606 --> 00:18:16.910
ไม่มีสัญญาณเคมีเกิดขึ้นจะดึงดูด

571
00:18:17.228 --> 00:18:20.344
เซลล์กลุ่มฟาโกไซต์นะครับหน้าที่หลอดเลือดฝอยมากขึ้น

572
00:18:20.437 --> 00:18:20.933

573
00:18:21.659 --> 00:18:21.925

574
00:18:22.297 --> 00:18:25.143
มาถึงเนี่ยเมื่อศุภชัยมาถึงเนี่ยก็จะ

575
00:18:25.240 --> 00:18:25.951
คอย

576
00:18:26.142 --> 00:18:26.827

577
00:18:26.977 --> 00:18:28.293
เชื้อโรค

578
00:18:28.258 --> 00:18:28.474

579
00:18:28.576 --> 00:18:30.516
ไม่ให้แพร่กระจายไปยังบริเวณต่างๆ

580
00:18:30.558 --> 00:18:31.141

581
00:18:31.577 --> 00:18:33.370
เราเรียกกระบวนการที่

582
00:18:33.819 --> 00:18:36.284
ปากปราศรัยเนี่ยดักจับเชื้อโรค

583
00:18:36.647 --> 00:18:39.092
การเกิดปรากฏการณ์นะครับ

584
00:18:40.230 --> 00:18:40.456

585
00:18:41.638 --> 00:18:41.874

586
00:18:42.920 --> 00:18:43.173

587
00:18:43.249 --> 00:18:43.534

588
00:18:43.570 --> 00:18:43.856

589
00:18:44.078 --> 00:18:45.112
นอกจากนี้

590
00:18:45.619 --> 00:18:47.575
กระบวนการอักเสบยังทำให้เกิด

591
00:18:48.300 --> 00:18:51.236
ลักษณะต่างๆตามมานะครับก็คือ

592
00:18:51.378 --> 00:18:53.828
ฝอยมีการขยายตัวเกิดขึ้น

593
00:18:53.818 --> 00:18:54.635

594
00:18:54.650 --> 00:18:58.224
มีการนำเลือดแล้วก็สะสมเซลล์เม็ดเลือดขาวบริเวณนั้นมากขึ้น

595
00:18:58.300 --> 00:18:58.886

596
00:18:58.868 --> 00:18:59.089

597
00:18:58.999 --> 00:19:01.569
มีการซึมผ่านของน้ำเหลือง

598
00:19:02.140 --> 00:19:03.676
แล้วก็เกิดอาการบวมแดง

599
00:19:03.939 --> 00:19:04.487

600
00:19:04.510 --> 00:19:07.226
อุณหภูมิบริเวณนั้นอาจจะสูงขึ้นด้วย

601
00:19:07.198 --> 00:19:07.685

602
00:19:07.649 --> 00:19:11.408
เราก็เรียกรวมกันทั้งหมดนี้ว่าการเกิดการอักเสบซึ่ง

603
00:19:11.299 --> 00:19:13.960
ที่คุณบอกว่ามันเป็นกลไกการต่อต้าน

604
00:19:14.180 --> 00:19:16.016
ทำลายสิ่งแปลกปลอม

605
00:19:16.179 --> 00:19:16.671

606
00:19:17.780 --> 00:19:19.352
อันนี้คือ

607
00:19:19.441 --> 00:19:21.159
ภาพรวมโดยสรุปของ

608
00:19:21.621 --> 00:19:22.880

609
00:19:24.249 --> 00:19:24.442

610
00:19:24.379 --> 00:19:27.574
เห็นว่าพักก็คือสัญญาณเคมีจะถูกส่งมา

611
00:19:27.509 --> 00:19:28.328
ดึงดูด

612
00:19:28.600 --> 00:19:30.312
กลุ่มฟาโกไซต์โดยเฉพาะ

613
00:19:30.330 --> 00:19:33.587
ให้เกิดกระบวนการ

614
00:19:33.600 --> 00:19:33.810

615
00:19:33.731 --> 00:19:34.585
คีตะ

616
00:19:34.430 --> 00:19:35.996
คอยดักจับแล้วก็ทำลาย

617
00:19:35.970 --> 00:19:37.879

618
00:19:37.889 --> 00:19:38.399

619
00:19:39.682 --> 00:19:40.081

620
00:19:39.940 --> 00:19:40.676

621
00:19:40.654 --> 00:19:45.893
หลังจากนั้นเชื้อโรคที่ถูกทำลายจะรวมกับฟาโกไซต์ที่ตายแล้วนะครับ

622
00:19:45.960 --> 00:19:47.104

623
00:19:47.690 --> 00:19:52.829
ก็จะมีการแบ่งเซลล์บริเวณที่เกิดบาดแผลเนี่ยเพื่อซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่ถูกทำลายด้วย

624
00:19:53.013 --> 00:19:53.437

625
00:19:53.900 --> 00:19:54.126

626
00:19:54.100 --> 00:19:54.310

627
00:19:54.743 --> 00:19:55.041

628
00:19:55.700 --> 00:19:57.296
หนังสือเรียนชีวะภาพเนี่ย

629
00:19:57.500 --> 00:19:59.486
จะมีเกราะความรู้

630
00:19:59.480 --> 00:20:00.039

631
00:20:00.381 --> 00:20:03.158
อันนี้น่าจะเป็นกล่องเชื่อมโยงกับสุขภาพ

632
00:20:03.450 --> 00:20:04.538
จะเห็นว่า

633
00:20:04.730 --> 00:20:05.749
สิ่งที่

634
00:20:06.142 --> 00:20:11.674
เนื้อหาที่ปรากฏในหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ชีวภาพเนี่ยจะพยายามเชื่อมโยงให้นักเรียนได้

635
00:20:11.842 --> 00:20:15.217
นำความรู้ในสิ่งที่ได้เรียนมานะครับไปเชื่อมโยงกับ

636
00:20:15.562 --> 00:20:17.866
สิ่งที่พบได้ในชีวิตประจำวันของนักเรียน

637
00:20:18.123 --> 00:20:20.794
นักเรียนสามารถเข้าใจ

638
00:20:20.812 --> 00:20:21.945
อธิบาย

639
00:20:22.032 --> 00:20:27.591
หรือรู้เท่าทันกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะกักตัวนักเรียนเองหรือสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบตัวเรา

640
00:20:27.923 --> 00:20:28.350

641
00:20:29.262 --> 00:20:32.104
ยกตัวอย่างก่อนเสมอภาคนี้จะเป็นเรื่องของ

642
00:20:31.961 --> 00:20:32.225

643
00:20:32.341 --> 00:20:34.260
ความรู้เกี่ยวกับเรื่องการเกิดสิว

644
00:20:34.202 --> 00:20:36.211
สิวอักเสบที่

645
00:20:36.253 --> 00:20:36.681

646
00:20:36.702 --> 00:20:39.950
ได้มากในช่วงวัยรุ่นหรือวัยของนักเรียนนี่แหละครับ

647
00:20:40.672 --> 00:20:40.911

648
00:20:41.572 --> 00:20:42.014

649
00:20:42.141 --> 00:20:43.966
หลังจากที่โรงเรียนทั้งหมดแล้ว

650
00:20:43.872 --> 00:20:47.080
เรามาลองตรวจสอบความเข้าใจกันดูว่านักเรียนเข้าใจในเรื่อง

651
00:20:47.273 --> 00:20:49.713
ระบบภูมิคุ้มกันนะครับโดยเฉพาะหัวข้อ

652
00:20:50.022 --> 00:20:54.633
กลไกการต่อต้านหรือทําลายสิ่งแปลกปลอมแบบไม่จำเพาะกันมากน้อยแค่ไหน

653
00:20:54.512 --> 00:20:54.989

654
00:20:55.093 --> 00:20:57.280
เป็นยังไงบ้าง

655
00:20:57.202 --> 00:20:57.575

656
00:20:58.613 --> 00:20:58.860

657
00:20:59.183 --> 00:21:04.977
หยิบกระดาษปากกาขึ้นมานะครับแล้วก็เขียนแผนผังสรุปกลไกการต่อต้านหรือทําลายสิ่ง

658
00:21:05.084 --> 00:21:06.449
ไม่จําเพาะ

659
00:21:06.624 --> 00:21:07.892

660
00:21:07.904 --> 00:21:10.375
อะไรบ้างไม่จำเป็นต้องเหมือนกันนะครับ

661
00:21:10.263 --> 00:21:12.617
เริ่มต้นจากตรงไหนก็ได้เดี๋ยวมาดูกันว่า

662
00:21:12.833 --> 00:21:13.275

663
00:21:13.476 --> 00:21:14.804
เหมือนกับที่คุณครู

664
00:21:14.755 --> 00:21:16.453
เป็นตัวอย่างไหมครับ

665
00:21:19.693 --> 00:21:21.718
อันนี้ก็เป็นตัวอย่างของ

666
00:21:22.313 --> 00:21:25.227
แผนผังที่คุณครูให้เขียนให้นักเรียนดู

667
00:21:25.513 --> 00:21:26.775

668
00:21:26.792 --> 00:21:28.911
ก็จะมีทั้งกลไกการต่อต้าน

669
00:21:28.986 --> 00:21:30.254
กะปอมที่

670
00:21:30.516 --> 00:21:32.489
ที่จะเข้าสู่ร่างกายของเรา

671
00:21:32.623 --> 00:21:33.121

672
00:21:33.142 --> 00:21:34.161
มีอะไรบ้าง

673
00:21:34.103 --> 00:21:35.502
รวมทั้ง

674
00:21:35.584 --> 00:21:39.617
กลไกการต่อต้านทำลายสิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่เนื้อเยื่อในร่างกายเราแล้ว

675
00:21:39.615 --> 00:21:40.123

676
00:21:43.264 --> 00:21:43.537

677
00:21:43.515 --> 00:21:45.057
ทั้งหมดแล้ว

678
00:21:45.183 --> 00:21:48.929
นักเรียนสรุปเนื้อหาที่ได้จากในบทเรียนนี้กันว่ายังไงบ้าง

679
00:21:51.076 --> 00:21:51.349

680
00:21:51.395 --> 00:21:54.076
อันนี้เป็นที่คุณครูสรุปได้นะครับก็คือ

681
00:21:53.966 --> 00:21:54.902
คนแรกเลย

682
00:21:55.184 --> 00:21:59.170
ร่างกายของเราเนี่ยมีกลไกการต่อต้านหรือทําลายสิ่งแปลกปลอมนะครับ

683
00:21:59.213 --> 00:22:01.082
โดยการทำงานของระบบคุ้มกัน

684
00:22:02.864 --> 00:22:06.867
ที่โรงเรียนวันนี้ก็คือกลไกการต่อต้านหรือทําลายสิ่งแปลกปลอมแบบไม่จําเพาะ

685
00:22:07.025 --> 00:22:07.333

686
00:22:07.284 --> 00:22:08.296
ตัวอย่างเช่น

687
00:22:09.214 --> 00:22:10.163
ผิวหนัง

688
00:22:10.238 --> 00:22:11.052

689
00:22:11.324 --> 00:22:16.398
น้ำตาหรือกรดในกระเพาะอาหารนะครับที่จะเป็นด่านแรกในการป้องกันไม่ให้

690
00:22:16.516 --> 00:22:17.980
เชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมเนี่ย

691
00:22:18.117 --> 00:22:20.274
เข้าสู่เนื้อเยื่อในร่างกายเราได้

692
00:22:20.295 --> 00:22:20.718

693
00:22:21.123 --> 00:22:21.392

694
00:22:21.444 --> 00:22:22.196

695
00:22:23.305 --> 00:22:27.959
ส่งข้อความเข้าไปในร่างกายแล้วเนี่ยจะมีกลไกอื่นที่ตามมาคือการอักเสบ

696
00:22:28.047 --> 00:22:31.171
ทำงานร่วมกับเซลล์เม็ดเลือดขาวกลุ่มฟาโกไซต์

697
00:22:31.185 --> 00:22:31.810

698
00:22:31.755 --> 00:22:32.010

699
00:22:32.147 --> 00:22:35.474
กำจัดเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมของร่างกายอีกครั้งหนึ่ง

700
00:22:35.491 --> 00:22:36.102

701
00:22:37.465 --> 00:22:37.732

702
00:22:37.786 --> 00:22:38.419

703
00:22:38.546 --> 00:22:40.535
ในครั้งต่อไปเราจะมาพบกับ

704
00:22:40.597 --> 00:22:44.628
ระบบภูมิคุ้มกันในตอนที่ 2 นะครับซึ่งจะเรียนเรื่องเกี่ยวกับ

705
00:22:44.636 --> 00:22:47.913
ไกลการต่อต้านและทำลายสิ่งแปลกปลอมแบบจำเพาะ

706
00:22:47.966 --> 00:22:48.222

707
00:22:48.286 --> 00:22:49.375
เอาเป็นว่า

708
00:22:49.705 --> 00:22:51.942
จำเพาะกับไม่จำเพาะเนี่ย

709
00:22:52.009 --> 00:22:54.605
แตกต่างกันอย่างไร

710
00:22:54.508 --> 00:22:55.022

711
00:22:56.357 --> 00:22:57.836
สำหรับวันนี้สวัสดีครับ

712
00:23:00.846 --> 00:23:07.875

713
00:23:07.826 --> 00:23:13.186

714
00:23:13.147 --> 00:23:15.240


