[เสียงดนตรี] (คุณครูปาณิก) สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับเข้าสู่วีดิทัศน์ รายวิชาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 บทที่ 2 เรื่อง การรักษาดุลยภาพของร่างกายมนุษย์นะคะ วันนี้เราจะศึกษากันในหัวข้อย่อยที่ 2.1 เรื่องการรักษาดุลยภาพของน้ำ และสารในร่างกาย โดยครูปราณิก เวียงชัยค่ะ หัวข้อ 2.1 นี้นะคะ เป็น 1 ในหัวข้อย่อยจากทั้งหมด 4 หัวข้อ ซึ่งอยู่ในบทที่ 2 ดังรูปนี้เลยนะคะ สำหรับจุดประสงค์การเรียนรู้ในหัวข้อนี้นะคะ ก็คือ 1 ระบุโครงสร้าง และอธิบายการทำงานของไตมนุษย์ 2. อธิบายกลไกการรักษาดุลยภาพของน้ำ และสารในร่างกาย รวมทั้งการกำจัดของเสีย ที่เกิดจากกระบวนการเมแทบอลิซึม โดยการทำงานของไตค่ะ นักเรียนพร้อมแล้วหรือยังคะ ถ้าพร้อมแล้ว เรามาเริ่มเรียนกันเลยค่ะ ก่อนอื่นนะคะ นักเรียนรู้จักคำนี้ไหมคะ คำว่า "การรักษาดุลยภาพ" หรือ (Homeostasis) ครูให้นักเรียนคิดสัก 5 วินาทีนะคะ แล้วเดี๋ยวเรามาฟังคำตอบกันค่ะ [เสียงดนตรี] (คุณครูปาณิก) ค่ะ หมดเวลานะคะ ทีนี้เรามาลองฟังคำตอบกันนะคะ เรามาลองดูสิว่า คำตอบที่นักเรียนจะได้รับฟัง ได้ตรงจากที่เคยคิดไว้ไหมนะคะ การรักษาดุลยภาพ หรือ Homeostasis นะคะ ก็จะหมายถึง การรักษาสภาพแวดล้อมภายในสิ่งมีชีวิต ให้สมดุล และเหมาะสมต่อการดำรงชีวิตค่ะ นักเรียนอาจจะยังนึกไม่ออกนะคะ ว่าร่างกายมนุษย์เรานี่ มีการรักษาดุลยภาพเกิดขึ้นตอนไหน และทำได้อย่างไร คุณครูนะคะ ก็จะขอยกตัวอย่างสถานการณ์ มาให้นักเรียนลองขบคิดกันนะคะ อาจจะเป็นขณะที่นักเรียนนี่ กำลังเล่นกีฬานะคะ เช่น เล่นฟุตบอล หรือเล่นแบดมินตัน นักเรียนลองดูสิคะ ว่าขณะนั้นนี่ ร่างกายของนักเรียนนี่ เกิดอะไรขึ้นบ้าง แล้วนักเรียนปฏิบัติตัวอย่างไร ให้ร่างกายกลับเข้าสู่ในภาวะปกติ ลองตอบคำถามครูในใจก่อนนะคะ ครูให้เวลาคิด 5 วินาทีนะคะ เริ่มค่ะ [เสียงดนตรี] (คุณครูปาณิก) หมดเวลาค่ะ เรามารอฟังคำตอบกันนะคะ หลังจากที่นักเรียนนะคะ ออกกำลังกาย หรือเล่นกีฬามา นักเรียนก็น่าจะรู้สึกเหนื่อย ร้อน หายใจเร็วกว่าปกติ มีเหงื่อไหลเป็นจำนวนมาก และกระหายน้ำ พฤติกรรมที่นักเรียนส่วนใหญ่ทำถัดมา ก็คือการหาน้ำดื่ม การทำให้อุณหภูมิร่างกายลดลง อาจจะทำได้โดยการพัด หรือแม้กระทั่งอาบน้ำ แต่เมื่อเวลาผ่านไปสักพัก ร่างกายก็จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติค่ะ ร่างกายของเรานะคะ มีการรักษาดุลยภาพหลายอย่าง เช่น การรักษาดุลยภาพของน้ำ และสารในร่างกาย การรักษาดุลยภาพ ของความเป็นกรด-เบสของเลือด การรักษาดุลยภาพของอุณหภูมิ สำหรับวันนี้นะคะ เราก็จะเรียนในหัวข้อ การรักษาดุลยภาพของน้ำและสารในร่างกายค่ะ ร่างกายมนุษย์นะคะ ประกอบไปด้วยน้ำ ปริมาณร้อยละ 65-70 ของน้ำหนักตัว ในแต่ละวันนะคะ ร่างกายมนุษย์ก็มีการได้รับ และสูญเสียน้ำออกไปอยู่เสมอ นักเรียนคิดว่ากิจกรรมในชีวิตประจำวันใดบ้าง ที่ทำให้ปริมาณน้ำในร่างกายเปลี่ยนแปลงไป ครูให้เวลานักเรียนคิดคำตอบนี้สัก 5 วินาทีนะคะ เริ่มค่ะ [เสียงดนตรี] (คุณครูปาณิก) ตัวอย่างในชีวิตประจำวัน ที่ทำให้ร่างกายเกิดการเปลี่ยนแปลง ปริมาณน้ำ เช่น การรับประทานอาหาร การดื่มน้ำ การขับถ่ายปัสสาวะ หรืออุจจาระ นอกจากกิจกรรมที่ยกตัวอย่างไปแล้ว ในแต่ละวัน ร่างกายของเรายังมีการได้รับ และสูญเสียน้ำออกไปในรูปอื่น ๆ อีก โดยภาพนี้นะคะ ก็จะแสดงปริมาณน้ำโดยเฉลี่ยที่ร่างกายได้รับ และสูญเสียออกไปจากร่างกายผู้ใหญ่ใน 1 วัน โดยเฉลี่ยแล้วนะคะ ร่างกายได้รับน้ำ จากเมแทบอลิซึม 2 ร้อยมิลลิลิตร อาหาร 700 มิลลิลิตร เครื่องดื่ม 1,600 มิลลิลิตร และสูญเสียน้ำออกไปโดยเหงื่อ 100 มิลลิลิตร อุจจาระ 200 มิลลิลิตร การระเหย ซึ่งเป็นการระเหยจากผิวหนัง และการหายใจ 700 มิลลิลิตร ปัสสาวะ 1,500 มิลลิลิตร ซึ่งรวมแล้วร่างกาย จะได้รับน้ำโดยเฉลี่ยวันละ 2,500 มิลลิลิตร และสูญเสียออกไป วันละ 2,500 มิลลิลิตร เช่นเดียวกันค่ะ นักเรียนเคยตั้งคำถามกับตัวเองไหมคะ ว่าในแต่ละวัน นักเรียนได้รับน้ำ เพียงพอกับความต้องการของร่างกายหรือไม่ และถ้าไม่มีการสูญเสียน้ำออกไปเลย นักเรียนคิดว่า ร่างกายยังคงรักษาดุลยภาพของน้ำ และสารต่าง ๆ ได้หรือไม่ อย่างไร ในการรักษาดุลยภาพของน้ำ และสารในร่างกายนะคะ อวัยวะที่มีบทบาทที่สำคัญคือ ไต นักเรียนคิดว่า ไตมีกลไกการทำงานอย่างไร จึงสามารถรักษาดุลยภาพของน้ำ และสารต่าง ๆ ในร่างกายของมนุษย์ได้ ครูให้เวลาคิดสัก 5 วินาทีนะคะ แล้วเรามาศึกษาไปพร้อม ๆ กันค่ะ [เสียงดนตรี] (คุณครูปาณิก) หน้าที่หลักของไตในระบบขับถ่ายนะคะ ก็คือ 1. การกำจัดของเสีย ที่เกิดจากกระบวนการเมแทบอลิซึม และกระบวนการสลายสารอาหาร 2. การรักษาดุลยภาพของน้ำ และสารต่าง ๆ ในร่างกาย ได้แก่ การรักษาปริมาณของน้ำในร่างกาย การรักษาดุลยภาพของแร่ธาตุในร่างกาย การรักษาอวัยวะของกรด-เบสของเลือด นักเรียนทราบหรือไม่คะ ว่าของเสียในระบบขับถ่ายคืออะไร ครูให้เวลาคิดสัก 5 วินาทีนะคะ เริ่มค่ะ [เสียงดนตรี] (คุณครูปาณิก) ของเสียในระบบขับถ่าย ก็คือของเสียที่เกิดจากกระบวนการเมแทบอลิซึม และกระบวนการสลายสารอาหาร ได้แก่ ของเสียที่มีไนโตรเจนเป็นองค์ประกอบ เกิดจากการสลายโปรตีน และกรดนิวคลีอิก อยู่ในรูปของ ยูเรีย กรดยูริก แอมโมเนีย นักเรียนลองคิดดูนะคะ ว่าอุจจาระจัดเป็นของเสียในระบบขับถ่ายหรือไม่ ครูให้เวลาคิด 5 วินาทีนะคะ เริ่มค่ะ [เสียงดนตรี] (คุณครูปาณิก) หมดเวลาค่ะ นักเรียนได้คำตอบหรือยังคะ มาฟังคำตอบพร้อมกันเลยค่ะ อุจจาระนะคะ ไม่เป็นของเสียในระบบขับถ่าย เพราะอุจจาระคือกากอาหาร ที่เกิดจากการที่ร่างกายย่อยอาหารไม่ได้ หรือย่อยไม่หมดค่ะ นอกจากนี้นะคะ ร่างกายก็ยังมีของเสียอย่างอื่นอีก เช่น แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นของเสียที่ได้จากกระบวนการเมแทบอลิซึม และจะถูกกำจัดออก โดยระบบหายใจค่ะ และอวัยวะในระบบขับถ่ายของร่างกายมนุษย์ มีอะไรบ้าง อวัยวะที่สำคัญในระบบขับถ่ายของมนุษย์นะคะ ก็ประกอบด้วย ไต ทำหน้าที่รักษาดุลยภาพของน้ำ และสารต่าง ๆ ในร่างกาย และกำจัดของเสียที่มีไนโตรเจนเป็นองค์ประกอบ ท่อไต ทำหน้าที่ลำเลียงของเสีย น้ำ และสารต่าง ๆ ที่เกินความต้องการของร่างกาย ไปที่กระเพาะปัสสาวะ กระเพาะปัสสาวะ ทำหน้าที่สะสมของเสีย น้ำ และสารต่าง ๆ ที่เกินความต้องการของร่างกาย ให้อยู่ในรูปของปัสสาวะ ท่อปัสสาวะ ทำหน้าที่ลำเลียงปัสสาวะออกนอกร่างกาย โดยมีหลอดเลือดรีนัลอาร์เทอรี นำเลือดเข้าสู่ไต และหลอดเลือดรีนัลเวน นำเลือดออกจากไตค่ะ เมื่อนำไตมาผ่าตามยาว สามารถแบ่งเนื้อไตออกได้เป็น 2 ส่วน คือ เนื้อไตส่วนนอก ซึ่งมีสีจาง และเนื้อไตส่วนใน ที่มีสีเข้มกว่า และมีส่วนที่คล้ายรูป 3 เหลี่ยม โดยที่ส่วนปลาย 3 เหลี่ยม จะยื่นเข้าไปจรดกับกรวยไต ซึ่งมีลักษณะเป็นโพรง และต่อกับท่อไต ภายในเนื้อไต ประกอบด้วยหน่วยไตจำนวนมาก ซึ่งเป็นส่วนสำคัญ ในการทำหน้าที่รักษาดุลยภาพของน้ำ และสารต่าง ๆ รวมทั้งการกำจัดของเสียออกจากร่างกาย ในรูปของปัสสาวะ แต่ละหน่วยไตประกอบด้วย โกลเมอรูลัส โบว์แมนส์แคปซูล ท่อหน่วยไต โดยส่วนที่เรียกว่า "โกลเมอรูลัส" จะมีลักษณะเป็นกลุ่มหลอดเลือดฝอย ที่ล้อมรอบด้วย โบว์แมนส์แคปซูล ส่วนท่อหน่วยไต อยู่ต่อจากโบว์แมนส์แคปซูล มีลักษณะเป็นท่อยาว ขดไปมา อยู่แนบชิดกับหลอดเลือดฝอย ที่มาพันตามท่อหน่วยไต และที่ปลายสุดของท่อหน่วยไต จะเปิดออกสู่ท่อรวม ที่จะเปิดออกสู่กรวยไต เมื่อนักเรียนได้ทราบถึงโครงสร้างของไตไปแล้ว ทีนี้ เรามาลองศึกษาการทำงานของหน่วยไต ในการรักษาดุลยภาพของน้ำ และสารต่าง ๆ รวมทั้งการกำจัดของเสีย ออกจากร่างกายกันนะคะ การทำงานของหน่วยไต ประกอบด้วย 3 ขั้นตอนดังนี้ 1. การกรอง เกิดที่บริเวณโกลเมอรูลัส และโบว์แมนส์แคปซูล 2. การดูดกลับ และ 3. การหลั่ง โดยการดูดกลับและการหลั่ง จะเกิดขึ้นตลอดตามความยาวของท่อหน่วยไต การทำงานของหน่วยไต เริ่มจากเลือด ไหลผ่านเข้าหลอดเลือดรีนัลอาร์เทอรี และผ่านหลอดเลือดเข้าสู่โกลเมอรูลัส เมื่อถึงโกลเมอรูลัส สารที่มีขนาดเล็ก เช่น น้ำ กลูโคส กรดอะมิโน ยูเรีย และไอออนส่วนหนึ่ง จะถูกกรองที่โกลเมอรูลัส และผนังของโบว์แมนส์แคปซูล ที่ติดกับโกลเมอรูลัส และเข้าสู่ช่องของโบว์แมนส์แคปซูล ส่วนเซลล์เม็ดเลือด เกล็ดเลือด และสารที่มีขนาดใหญ่ เช่น โปรตีน ยังคงอยู่ในหลอดเลือด ของเหลวที่กรองได้ จะผ่านไปยังท่อหน่วยไต ซึ่งบริเวณนี้สารที่มีประโยชน์ จะถูกดูดกลับเข้าสู่หลอดเลือดฝอยทั้งหมด เช่น กลูโคส กรดอะมิโน และมีการดูดกลับบางส่วน เช่น น้ำ ไอออนต่าง ๆ ตัวอย่างไอออนที่มีการดูดกลับ เช่น ไฮโดรเจน คาร์บอนเนตไอออน โซเดียมไอออน ทำให้ร่างกายยังรักษาดุลยภาพของ... ต่าง ๆ ในร่างกายไว้ได้ นอกจากนี้ที่บริเวณท่อรวม ยังมีการดูดกลับ น้ำ ยูเรีย และไอออนต่าง ๆ บางส่วน กลับเข้าสู่หลอดเลือดฝอยอีกด้วย บางกรณีมีการหลั่งสารบางชนิดจากเลือด เข้าสู่ท่อหน่วยไต เช่น ไฮโดรเจนไอออน แอมโมเนียมไอออน รวมทั้งสารพิษอื่น ๆ หรือยาบางชนิด ทำให้สามารถตรวจพบสารเสพติดจากปัสสาวะได้ ของเหลวในท่อหน่วยไต จะถูกขับถ่ายออกจากร่างกาย ผ่านทางท่อรวมเป็นปัสสาวะ แล้วเข้าสู่กรวยไต ท่อไต และสะสมในกระเพาะปัสสาวะ ก่อนจะขับออกนอกร่างกาย ทางท่อปัสสาวะ เรามาลองตรวจสอบความเข้าใจกันบ้างนะคะ นักเรียนคิดว่าหน่วยไตทำหน้าที่ กรอง ดูดกลับ และหลั่งสารใดบ้าง ครูให้เวลาคิดสัก 10 วินาทีนะคะ เริ่มค่ะ [เสียงดนตรี] (คุณครูปาณิก) หมดเวลาค่ะ เรามาลองฟังคำตอบกันบ้างนะคะ สำหรับการกรองนะคะ ก็จะมีการกรองสารที่มีขนาดเล็ก ที่อยู่ในหลอดเลือด เช่น กลูโคส น้ำ ยูเรีย กรดอะมิโน และไอออนบางชนิด เข้าสู่โบว์แมนส์แคปซูล ส่วนเซลล์เม็ดเลือด เกล็ดเลือด โปรตีนขนาดใหญ่ จะยังคงอยู่ในหลอดเลือดต่อไป การดูดกลับนะคะ ก็จะมีการดูดกลับสารที่มีประโยชน์ เข้าสู่หลอดเลือด เช่น กรดอะมิโน กลูโคส น้ำและไอออนต่าง ๆ เช่น โซเดียมไอออน โพแทสเซียมไอออน ไฮโดรเจนคาร์บอนเนตไอออน และการหลั่งนะคะ ก็จะมีการหลั่งสารที่ร่างกายไม่ต้องการ หรือมีมากเกินไป เช่น ไฮโดรเจนไอออน แอมโมเนียมไอออน รวมทั้งสารพิษอื่น ๆ หรือยาบางชนิดค่ะ นักเรียนน่าจะพอทราบถึงกลไกการทำงานของไต มาพอสมควรแล้วนะคะ แหม ตอนนี้ ครูรู้สึกกระหายน้ำจัง ขอครูดื่มน้ำสักแป๊บนะคะ นักเรียนเคยสงสัยไหมคะ ว่าร่างกายมนุษย์รู้ได้อย่างไร ว่าปริมาณน้ำที่รับเข้า และขับออกมีเท่าใด จึงจะรักษาดุลยภาพของน้ำในร่างกายไว้ได้ แล้วไตเกี่ยวข้องอย่างไร กับการรักษาดุลยภาพของน้ำในร่างกาย เราจะมาศึกษาไปด้วยกันนะคะ การรักษาดุลยภาพของน้ำนะคะ ก็จะเกี่ยวข้องกับการทำงานร่วมกัน ของระบบประสาท ระบบหมุนเวียนเลือด ระบบต่อมไร้ท่อ และระบบขับถ่ายค่ะ โดยมีอวัยวะที่เกี่ยวข้อง คือ สมองส่วนไฮโพทาลามัส ต่อมใต้สมองส่วนหลัง ซึ่งหลั่งแอนติไดยูเรติกฮอร์โมน หรือ ADH และอวัยวะที่สำคัญนะคะ ไตค่ะ เรามาศึกษากลไก การรักษาดุลยภาพของน้ำกันนะคะ เมื่อร่างกายสูญเสียน้ำ เช่น เหงื่อออกมาก ทำให้ความเข้มข้นของเลือดเพิ่มขึ้น ซึ่งจะไปกระตุ้นสมองส่วนไฮโพทาลามัส ทำให้ต่อมใต้สมองส่วนหลังหลั่ง ADH มากขึ้น ADH นี้ จะไปกระตุ้นท่อหน่วยไตและท่อรวม ให้เพิ่มการดูดกลับน้ำ เข้าสู่หลอดเลือดฝอย ทำให้ปัสสาวะที่ขับออกมา มีปริมาณน้อย ขณะเดียวกัน ไฮโพทาลามัส ที่ถูกกระตุ้น จะทำให้เกิดการกระหายน้ำ และเกิดพฤติกรรมการดื่มน้ำ กลไกทั้งหมดที่กล่าวมานะคะ ก็จะทำให้ ปริมาณน้ำในร่างกาย กลับเข้าสู่ภาวะสมดุล เรามาดูอีกกรณีบ้างนะคะ เมื่อร่างกายมีน้ำมากกว่าปกติ เช่น การดื่มน้ำครั้งละมาก ๆ ทำให้ความเข้มข้นของเลือดลดลง ส่งผลให้ลดการกระตุ้นสมองส่วนไฮโพทาลามัส ทำให้ต่อมใต้สมองส่วนหลัง หลั่ง ADH น้อยลง ท่อหน่วยไตและท่อรวม จึงลดการดูดกลับน้ำเข้าสู่หลอดเลือดฝอย ส่งผลให้ปัสสาวะที่ขับออกมามีปริมาณมาก ทำให้ร่างกายกลับเข้าสู่ภาวะสมดุล ไตยังช่วยรักษาดุลยภาพ ของแร่ธาตุบางชนิดที่สำคัญนะคะ เช่น โซเดียม โพแทสเซียม ซึ่งเป็นแร่ธาตุที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน ของระบบประสาทและกล้ามเนื้อค่ะ ในครั้งนี้นะคะ ครูก็จะขอยกตัวอย่าง กลไกการรักษาดุลยภาพของโซเดียม มาให้นักเรียนได้ศึกษากันค่ะ ในกรณีที่มีปริมาณโซเดียมในเลือดต่ำนะคะ ก็จะไปกระตุ้นให้ต่อมหมวกไตหลั่งฮอร์โมนชนิดหนึ่ง ที่ชื่อว่า "แอลโดสเตอโรน" ฮอร์โมนนี้นะคะ จะไปกระตุ้น ที่บริเวณท่อหน่วยไตและท่อรวม ให้มีการดูดกลับโซเดียมและน้ำ เข้าสู่ระบบหมุนเวียนเลือด ส่งผลให้ปริมาณโซเดียมในร่างกาย กลับเข้าสู่ภาวะสมดุลค่ะ นักเรียนชอบรับประทานอาหารที่มีรสเค็มไหมคะ เช่น การเติมเกลือ หรือน้ำปลา ลงไปในอาหารครั้งละมาก ๆ นักเรียนทราบหรือไม่คะ ว่าการรับประทานอาหารที่มีรสเค็มบ่อย ๆ ส่งผลกระทบต่อการทำงานของไตได้ ครูมีคำถามชวนคิด ให้นักเรียนช่วยกันหาคำตอบให้คุณครูหน่อยนะคะ นักเรียนคิดว่า ถ้ารับประทานอาหาร ที่มีรสเค็มอยู่เป็นประจำ ในปริมาณที่เกินความต้องการ ของร่างกายจะเกิดอะไรขึ้น ลองใช้เวลาคิดสัก 10 วินาทีนะคะ เริ่มค่ะ [เสียงดนตรี] (คุณครูปาณิก) หมดเวลาค่ะ เราลองมาฟังคำตอบดูนะคะ ในกรณีที่ไตนะคะ ยังทำงานได้เป็นปกติ จะขับโซเดียมออกไปทางปัสสาวะ ได้ในปริมาณครั้งละมาก ๆ ซึ่งปริมาณที่ขับออกมานี้นะคะ ก็จะขึ้นอยู่กับ ปริมาณโซเดียมที่มีอยู่ในอาหาร ที่รับประทานเข้าไป แต่กรณีที่ไตไม่สามารถทำงานได้ จะเกิดการสะสมของโซเดียมและน้ำ ในอวัยวะต่าง ๆ ส่งผลให้มีอาการแขน ขา บวม แน่นหน้าอก เหนื่อยง่าย และอาจมีความเสี่ยง ต่อการเกิดโรคความดันโลหิตสูง ทำให้ไตมีความผิดปกติในการกรอง เช่น อาจจะพบโปรตีนในปัสสาวะได้ค่ะ นอกจากนี้ ยังมีอาหารบางอย่าง ที่มีส่วนผสมของโซเดียมในปริมาณที่ค่อนข้างสูง เช่น ขนมกรุบกรอบ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป หรืออาหารแช่แข็งค่ะ นักเรียนก็ได้ศึกษาหัวข้อนี้มา พอสมควรแล้วนะคะ เรามาสรุปสาระสำคัญในหัวข้อที่ 2.1 กันค่ะ ไตทำหน้าที่รักษาดุลยภาพของน้ำ และสารต่าง ๆ ในร่างกาย รวมทั้งกำจัดของเสีย ที่มีไนโตรเจนเป็นองค์ประกอบ ภายในเนื้อไต ประกอบด้วยหน่วยไตจำนวนมาก แต่ละหน่วยไตประกอบด้วย โกลเมอรูลัส โบว์แมนส์แคปซูล ท่อหน่วยไต การทำงานของหน่วยไต แบ่งได้เป็น 3 ขั้นตอน คือ 1. การกรอง เกิดที่โกลเมอรูลัส และโบว์แมนส์แคปซูล โดยสารที่มีขนาดเล็ก จะถูกกรองเข้าสู่โบว์แมนส์แคปซูล และลำเลียงไปยังท่อหน่วยไตต่อไป 2. การดูดกลับ เกิดขึ้นที่ท่อหน่วยไต โดยดูดกลับสารที่ยังมีประโยชน์ รวมทั้งน้ำและไอออนต่าง ๆ 3. การหลั่ง เกิดที่ท่อหน่วยไต โดยจะหลั่งสารบางชนิด ที่ได้จากเลือด เข้าสู่ท่อหน่วยไต หัวข้อถัดมา คือ กลไกการรักษาดุลยภาพของน้ำในร่างกาย เกิดจากการทำงานร่วมกันของระบบขับถ่าย ระบบหมุนเวียนเลือด ระบบประสาท และระบบต่อมไร้ท่อ โดยถ้าปริมาณน้ำในเลือด มีการเปลี่ยนแปลงไปจากปกติ จะกระตุ้น หรือยับยั้งสมองส่วนไฮโพทาลามัส ทำให้การหลั่ง ADH จากต่อมใต้สมองส่วนหลัง เปลี่ยนแปลง ทำให้ท่อหน่วยไตและท่อรวม ดูดกลับน้ำเข้าหลอดเลือดเพิ่มขึ้น หรือลดลง หัวข้อถัดมานะคะ ก็คือกลไกการรักษาดุลยภาพ ของแร่ธาตุในร่างกายนะคะ ซึ่งก็จะขอเสนอปริมาณโซเดียมในเลือดค่ะ เมื่อร่างกายมีปริมาณโซเดียมในเลือดต่ำนะคะ ก็จะไปกระตุ้นให้ต่อมหมวกไต หลั่งแอลโดสเตอโรน ไปกระตุ้นท่อหน่วยไต ท่อรวม ให้เกิดการดูดกลับโซเดียม และน้ำเข้าสู่หลอดเลือดค่ะ และก่อนจบหัวข้อนี้นะคะ ก็อยากให้นักเรียนทำใบงานที่ 2.1 เรื่องการรักษาดุลยภาพของน้ำ และสารในร่างกาย โดยสามารถ Download ใบงานนี้ได้ที่ Link หรือ QR code ในภาพนะคะ นักเรียนอาจจะสืบค้น และตอบคำถามด้วยตนเอง หรือทำงานเป็นกลุ่มร่วมกันกับเพื่อนก็ได้ค่ะ สำหรับในหัวข้อต่อไปนะคะ ที่จะได้ศึกษาในคลิปต่อ ๆ ไป ก็จะเป็นหัวข้อที่ 2.2 การรักษาดุลยภาพของกรด-เบส ของเลือด และ 2.3 การรักษาดุลยภาพของอุณหภูมิในร่างกายค่ะ สำหรับคลิปนี้ คุณครูก็ขอตัวลาไปก่อนนะคะ พบกันใหม่คลิปหน้า สวัสดีค่ะ [เสียงดนตรี]