Accuracy : 77.68%
Insertion : 453
Deletion : 2568
Substitution : 277
Correction : 11931
Reference tokens : 14776
Hypothesis tokens : 12661

[เสียงดนตรี](คุณครูปาณิก)สวัสดีค่ะยินดีต้อนรับนักเรียนทุกคนเข้าสู่หัวข้อที่2.2เรื่องการรักษาดุลยภาพของกรด-เบสของเลือดและหัวข้อที่2.3เรื่องการรักษาดุลยภาพของอุณหภูมิภายในร่างกายโดยครูปาณิกเวียงชัยเป็นผู้ให้ความรู้ค่ะ2หัวข้อนี้นะคะเป็น2หัวข้อย่อยจากทั้งหมด4หัวข้อในบทที่2เรื่องการรักษาดุลยภาพของร่างกายมนุษย์หัวข้อที่2.2และ2.3นี่นะคะมีจุดประสงค์การเรียนรู้ด้วยกันทั้งหมด3หัวข้อดังรูปค่ะนักเรียนพร้อมแล้วหรือยังคะถ้าพร้อมแล้วเรามเริ่เรียนกันเลยค่ะก่อนที่เรจะเริ่มเนื้อหาที(ใน)-่2.2และ2.3นะคะครูอยากจะให้นักเรียนมาไป(ทบ)ทวนความรู้ความรู้เก่าของเราในเรื่องของการรักษาดุลยภาพของน้ำและสารในร่างกายก่อ-่ไตมนุษย์ทำหน้าที่รักษาดุลยภาพของน้ำและสารต่างๆใน-่างกายรวมทั้งกำจัดของเสียที่มีไนโตรเจนเป็นองค์ประกอบภายในเนื้อไตประกอบด้มี(วย)หน่วยไตซึ่งเป็นหน่วยปฏิบัติงานขาดเล็กแต่ละหน่วยไตทำหน้าที่ในการรักษาดุลยภาพของน้ำและสารต่างๆรวมทั้งกำจัดของเสียตา(ดย)-ี3ขั้นตอนดังนี้การกรองการดูดกลับและการหลั่งการรักษาดุลยภาพของน้ำภายในร่างกายเกิดจากการทำงานร่วมกันของระขัค(ถ)-่ะ(ย)ระบบประสาทระบบหมุนเวียนเลือดและระบบต่อมไร้ท่อหรือฮอร์โมนการรักษาดุลยภาพของแร่ธาตุในร่างกายเช่นการรักษาดุยภาพป(ข)-ิ(ง)มาณโซเดียมภายในร่างกายมาถึงแล(นื)-้อหาที่เราจะเริ่มเรีว(ย)ะใ(กั)นวันนี้นะคะหัวข้า(อ)ที่2.2การรักษาดุลยภาพควป็นกรดนื้อห(-)เบสของเลือดกรด-เบสสำคัญ-ับ(-่อ)ร่างกายมนุษย์อย่างไรครูอยากให้นักเรียนพิจารณากรกราฟม(น)-ี-้นะคะเป็นกราฟการแสดงการทำงานของเอนไซม์2ชนิดได้แก่เอนไซม์เพปซีนในกระเพาะอซิน(า)หารและเอนไซม์อะไมเลสในน้ำลายค่ะนักเรียนดูกราฟนี้แล้วนักเรียนคิดว่าเอนไซม์บ(ป)-ีนและเอนไซม์อะไมเลสทำงานได้ดีที่ค่าpHประมาณเท่าไ-่คะเอนไซม์เพปซินนะคะทำงานได้ดีที่ค่าpHประมาณ2ขณะที่เอนไซม์อะไมเลสทำงานได้ดีที่ค่าpHประมาณ7ท-ัา(-้)งนี้ก็เพราะปฏิกิริยาเคมีต่งๆในต(ร)-่างกาๆ(ย)นี่ถูกควบคุม-้วยเอนไซม์หลายชนิดเร(ซึ)-ื-่งเอนไซม์ห(บ)ย(ง)ชนิดน-ั้นน-ี่ก็ทำงานได้ดีในภาวะเป็นกลางบางชนิดก็ทำงานได้ดีในภาวะเก(ป)-็ทำนกรดดัห(ง)-ั-้นหที(กร)-่กายมีกน(ร)เสียง(-ุ)น(ย)ภาพของก(ว)ร(ม)เป็นกรด-เบสก็จะสมี(-่ง)ผลกระทบต่อการทำงานของเนไซม์ต่างๆในร่างกายค่ะนักเรียนคิดว่าร่างกายของคนเรานี่มีแนวโน้มที่จะมีภาวความเป็นกรดหรือเบสคะเราลองมาหาคำตอบกันนะคะกระบวนการเมแทบอลิซึมเล(ช)-่นการหายใจระดับเซลล์จะมีแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์เกิดขึ้นซึ่งแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์นี้นะคะ-่(-็)จะไปรวมตัวกับน้ำในเลือดทำใจะ(ห้)ได้เป็นกรดคาร์บอนิกแล้วเจ้ากรดคาร์บอนิกนี่นะคะก็จะแตกตัวอ(-่)มาทำให้ได้ไฮโดรเจนไอออนดังสมการนะคะดังนั้นความเข้มข้นของไฮโดรเจนเมื่อไฮโดรเจนไอออนในเลือดนะคะมีปริมาณเพิ่มขึ้นจึงทำให้ความเข้มข้นของไฮโดรเจนไอออนในเลือดนี่เพิ่มขึ้นหรืออาจกล่าวได้ว่าเลือดมีภาวะเป็นกรดมากขึ้นแต่ถ้าเลือดมีปริมาณไฮโดรเจนไอออนลดลงหรือความเข้มข้นของไฮโดรเจนไออนลดลงเลือดก็จะมีภาวะเป็นเบสมากขึ้นกว่าปกติค่ะแล-้ะ(ว)นักเรียนก็จะทราบดีอยู่แล้วใช่ไหมคะว่าร่างกายของคนเรานี่มีเลือดไหลเวียนอยู่ทั่วร่างกายเพื่อนำสารอาหารและแก๊สออกซิเจนไปหล่อเลี้ยงแต่ละเซลล์ทั่วร่างกายการที่เลือดของเรามีความเข้มข้นของไฮโดรเจนไอออนเปลี่ยนแปลงไปจากปกติก็จะส่งผลข(-่)การทำงานของเซลล์ต่างๆโดยเฉพาะเอา(น)ไซมรทำงา(-์ใ)ของร่างกายแต่ในแต่ละที่ที่จะทำให้อัตรา-็จะารทำงานเปลี่ยแปลงไปจากปกติหรือไม่สามารถทำงานได้เหมือนเดิมอีกต่อไปค่ะแล้วนักเรียนทราบไหมคะว่าร่างกายของคนเรานี่สามารถรักษาดุลยร(ภ)-้พของความเป็นกรดเ(-)ป็นเบสของเลือดได้อย่างไรวันนี้นะคะค-ุณครูข(-็)จะได้มาสอนการรักษา-ู(-ุ)ภาพความเป็นกรด-เบสของเลือดโดยการทำงานของปอดนักเรียนจำได้ไหมคะการแลกเปลี่ยนแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์กับแก๊สออกซิเจนเกิดขึ้นใน(-ี่)บริเวณใดของปอดเฉลยนะคะเกิดขึ้นที่บริเวณถุงลมปอดนั่นเองค่ะแล้วการหายใจช่วยในการรักษาดุยภาพของกรด-เบสในเลือดได้อย่างไรคะเรามาลองศึกษากันนะคะร่างกายของเรานี่นะคะรักษาดุลยภาพของความเป็นกรด-เบสของเลือดโดยความเข้มข้นของไฮโดรเจนไอออนที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงกว่าปกตินี่จะไปกระตุ้นศูนย์ควบคุมการหายใจที่สมองนะคะทำให้เปลี่ยนแปลงอัตราการหายใจของเราโดยถ้าความเข้มข้นของไฮโดรเจนไอออนในเลือดของเรามากกว่าปกติสมองก็จะไปสั่งให้เรานี่นะคะเพิลด(-่ม)อัตราการหายใจมากขึ้นแต่ถ้าความเข้มข้นของไฮโดรเจนไอออนใเลือดของเราน้อยกว่าปกติสมองก็จะไปสั่งให้เราลดอัตราการหายใจการที่อัตราการหายใจของเราเพิ่มขึ้นหรือลดลงจากปกตินี่ส่งผลต่อความเข้มข้นของไฮโดรเจนไอออนในเลือดอย่างไรเรามาดูกันะคะก็คือถ้าเรามีอัตราการหายใจเพิ่มขึ้นคาร์บอนไดออกไซด์นะคะก็จะถูกขับออกจากปอดลล(-็ว)-์มากขึ้นดังนั้นความเข้มาร์บ(ข)-้นอนไดออกไซด์ของไฮโดรเจนไอออนในเลือดนีพิ-่มมากขึ้นก็จะลดลงนั่นเองค่ะแต่ถ้าเรานี่ลดอัตรากาหายใจลดลงกว่ปกตินี-้(-่)นะคะคาร์บอนไดออกไซด์ในเลือดนี่ก็จะสะสมเพิ่มมากขึ้นความเข้มข้นของไฮโดรเจนไอออนใเลือดนี่ก็จะเพิ่มขึ้นค่ะซึ่งจากกลไกทั้งสองนี่นะคะก็จะทำให้เรานี่สามารถรักษาดุลยภาพของก(ว)ร(ม)เป็นกรด-เบสของเลือดได้ค่ะกลไกต่อมาในการรักษาดุลยภาพความเปอง(-็น)กรด-เบสของเลือดนะคะก็คผล(-ือ)การทำงานของไตนั่นเองค่ะกลไกการทำงานของไตมี3ขั้นอนคือการกรองการดูดกลับและการหลั่งค่ะซึ่งโดยปกติแล้วนะคะอะร(ต)ของเรานี่จะมีการหลั่งไฮโดรเจนไอออนเป็นปกติอยู่แล้วแต่ถ้าเลือก(ด)ของเรานะคะมีความเข้มข้นของไฮโดรเจนไออนนี่มากกว่าปกติไตของเรานะคะกน(-็)จะทำการหลั่งสารที่มีไฮโดรเจนไอออนออกไปโดยการทำงานของเซลล์ที่ผนัท่อหน่วยไตค่ะเซลล์ที่ผนังท่อหน่วยไตนี่นะคะก็จะหลั-่ไฮโดรเจนไอออนแอมโมเนียมไอออนจากเลือดเข้าสู่ท่อหน่วยไตขณะเดียวกันเซลล์ที่ผนังของท่อหน่วยไตนี-้(-่)นะคะก็จะมีการดูดกลับไฮโดรเจนคาร์บอเไอออนและโซเดียมไอออนเข้าสู่หลอดเลือดค่ะดังนั้นเลือดของเราจ-ึะ(ง)ยังคงรักษาดุลยภความเป็นกรด-เบสขและของเลือดไว้ได้น-ั่ะ(น)เองค่ะมาถึงคำถอเ(าม)-์(ว)ซค์(สอบ)ความเข้าใจกัะคะถ้าเลือดมีภาวะเป็นเบสท่อหน่วยไตจะมีการหลั-่งแล-้(ะ)ดูT(ด)กลัheRa(บ)pperสารต่างๆอย่างไรคะเพื่อรักษาดุลยภาพความเของ(ป็น)กรด-เบสของเลือดให้อยู่ในภาวะปกติครูให้เวลาคิด10วินาทีนะคะเริ่มค่ะ[เสียงดนตรี](คุณครูปาณิก)หมดเวลาค่ะนักเรียนตอบได้ไหมคะเราลองมาดูคำตอบกันนะคะว่าจะตรงกับที่นักเรียนคิดไว้ไหมคำตอบนะคะเซลล์ที่ผนังท่อหน่วยไตก็จะลดการหลั่งไฮโดรเจนไอออนเพื่อให้ความเข้มข้นของไฮโดรเจนไอออนในเลือดเพิ่มขึ้นและขณะเดียวกันก็จะมีการหลั่งไฮโดรเจนคาร์บอเนตไอออนเข้าสู่ของเหลวที่ท่อหน่วยไตเพื่อขับออกนอกร่างกายพร้อมกับปัสสาวะทำให้ความเป็นกรด-เบสของเลือดกลับเข้าสู่ภาวะสมดุลค่ะนักเรียนตอบถูกเหมือนกันไหมคะเอาล่ะค่ะจากที่นักเรียนได้เรียนรู้ความสำคัญของไตกันแล้วนะคะไตของมนุษย์นี่ทำหน้าที่สำคัญในการรักษาดุลยภาพของน้ำแน(ล)ก(ส)ารต่างๆใน-่า-ั(ง)ยรวมทน(-ั)-้งก-ำจัดของเสียทีและ(-่)มีไฮ(น)ด(ต)รเจนเป็นองค์ประกอบทีนี-้ถ-้ไตของคนเราไม่สามารถทำงานได้หรือท(-ี)-ำง(ว)น(ม)ผิดปกติก็จะเกิดผลเสียต่อการทำงานของร่างกายในส่วนอื่นๆด้วยเช่นเดียวกันค(ท)-ั้งนี้นะคะโดยทั่วไปผู้ป่วยที่เป็นโรคเกี่ยวกับการทำงานของไตนี่ส่วนใหญ่แล้วจะมีอาการก็คือร่างกายจะบวมน้ำเพราะว่าน้ำนี่เข้าไปสะสมอยู่ในระหว่างเซลล์เป็นจำนวนมากด-ั-ู(ง)ภาพนี้นะคะวิธีสังเกตง่ายๆนะคะก็คือลองเอานิ้วมือนะคะจิ้มไปที่บริเวณผิวหนังออกแรงกดเล็กน้อยนักเรียนจะเห็นว่าพอนักเรียนดึงนิ้วมือออกนี่ผิวหนังก็จะเด้งขึอก(-้น)มากลับเป็นปกติทันทีแต่ถ้าในผู้ป่วยที่เป็นโรคไตที่มีอาการบวมน้ำนี่พอนักเรียนดึงนิ้วมือออกมาแล้วนี่ผิวหนังจะใช้ระยะเวลาระยะหนึ่งในการที่จะเด้งขึ้นมาอยู่ในภาวะปกติค่ะทีนี้เรามาดูตัวอย่างโรคไตข(แ)งก(ะโ)คที่เกี่ยวกับะเพ(ท)งเดิะ(น)ปัสสาวะที่ส่งผลต่อการทำงานของไตนะคะตัวอย่างโรคไตที่พบเช่น1.โรคไตวายโดยโรคไตวายนี้แบ่งได้เป็น2แบบก็คือไตวายเฉียบพลันและไตวายเรื้อรังไต-่ยเฉีจะ(ยบ)ลัา(น)นี-้(-่)นะคะถ้าเราสามารถรักษาได้ทันท่วงท-ีน-ี-่ร(ต)ก็ยังจะคงสามารถกลับมาทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพดังเดิมแต่ถ้าป่วยเป็นโรคไตวายเรื้อรังแล้วนี่ไตก็จะไม่สามารถกลับมาทำงนได้เต็-ีประสิทธิภาพได้ดังเดิมได้นะคะก็ต้องรักษาประคองอากรต่อไปเรื่อยๆตัวอย่างโรคไตพบอันที่2นะ(ก็)-ืะ(อ)โรคนิ่วในไตโดยนิ่วในไตนี่นะคะมีลักษณะเป็นก้อนแข็งเป็นสารประกอบออกซาเลตซึ่งถ้าเกิดมีนิ่วในไตก็จะทำให้ไตนี่ไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและถ้านิ่วในไตนี่ไปอุดตันที่บริเวณท่อปัสสาวะเวลาขับถ่ายนี่ก็จะเกิดอาการแบ(ส)ย(ร)-้อนในท่อบริเวณท่อปัสสาวะและบางครั้งก็อาจทำให้ท่อปัสสาวะนี่เกิดการอักเสบได้ทีนี้เราลองมาดูตัวอย่างโรคระ(าง)าะ(-ิน)ปัสสาวะที-ี-่พบได้บ่อยนะคะเช่น1.โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบโรคนี้นะคะจะพบได้บ่อยในเพศหญิงมากกว่าเพศชายเพราะว่าเพศหญิงนี่มีท่ก(อ)ปัระเพ(สส)ปลาที่สั-้นและรูเปิดใกล-้ทวารห-ักดังนั้นพวกเชื้อโรคต่างๆเช่นe(อ)-ี-c(โ)คไoli(ล)ก็จะเข้าสู่ท่อปัสสาวะได้ง่ายมาถึงตัวอย่างโรคที่เกี่ยวกับทางเดินปัสสาวะนะคะอันที่2นะคะก็คือโรคท่อปัสสาวะอักเสบโดยโรคนี้นะคะก็จะเกิดจากการติดเชื้อที่บริเวณท่อปัสสาวะซึ่งส่วนใหญ่พบได้จาการมีเพศสั-็จ(ม)บ(-ั)ธ์หรือไม่ได้เกิดจากการมีเพศสัมพันธ์นั่นก็คือติดเชื้ออีโคไลบางครั้งอาจพบได้จากการที่ท่อปัสสาวะนี่ถูกกระทบกระเทือนจาการสวนถ่ายทางท่อปัสสาวะในผู้ป่วยติดเตียงหรือผู้ป่วยที่ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้โดยทั่วไปแล้วนี่การดูแลแลรักษาโรคไตนี่ถ้าป่วยหนักนี่นะคะก็จะต้องมีการฟอกเลือดนะคะดังภาพนะคะภาพกไ(.)ก่ค่ะการฟอกเลือดโดยใช้เครื่องไตเทียมหรืออีกวิธีหนึ่งในกา-ักษาโรคไตนะคะเพ(-็ค)-ื-่อการปลูกถ่ายไตค่ะโดยการปลูกถ่ายไตนะคะจะต้องใช-้ไตของผู้ใกล-้ชิดทางสายเลือดเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการต่อต้านเนื้อเยื่อโการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายค่ะทีนี้เรามาดูวิธีการป้องกันการเกิดโคไตกันบ้างนะคะก็คือง่ายๆเลยอันดับแรกก็คือการลดการรับประทานอาหารที่ค่อนข้างเค็มจัดหลีกเลี่ยงการรับปทานอาหารที่มีง(-่)-์(น)ประกอบกซาเลตดื่มน้ำสะอาดและเพียงพอในแต่ละวันไม่ควร-ั้นปัสสาวะมาถึงคำถามชวนคิดกันบ้างนะคะนักเรียนคิดว่าถ้าไตไม่สามารถทำงานได้จะมีผลอย่างไรต่อร่างกายคะครูให้เวลา10วินาทีนะคะเริ่มค่ะ[เสียงดนตรี](คุณครูปาณิก)หมดเวลาค่ะนักเรียนนึกออกไหมคะถ้าหากไตไม่สามารถทำงานได้นะคะของเสียต่างๆโดยเฉพาะสารที่มีไนโตรเจนเป็นองค์ประกอบน้ำและส-ัต(าร)ว์อื่นๆน-ี่ท-ี่เตื(กิ)นความ-ำ(-้)า(ง)การของร่างกายรวมทั้งไอออนต่างๆเช่นไฮโดรเจนไอออนแอมโมเนียไอออนจะสะสมอยู่ในเลือดจนเป็นอันตรายต่อเซลล์และยังทำให้ร่างกายนี่ไม่สามารถรักษาดุลยภาพของน้ำและสารต่างๆได้ส่งผลให้สุขภาพอ่อนแอและอาจทำให้เสียชีวิตได้ค่ะมาถึงหัวข้อถัดมานะคะเรื่องการรักษาดุลยภาพของอุณหภูมิภายในร่างกายค่ะหัวข้อที่2.3นักเรียนลองดู-ั(ฟ)ราฟนี้นะคะกราฟนี้นะคะเป็นกราฟแสดงการทำงานของเอนไซม์อะไมเลสที่อุณหภูมิต่างๆกันจากที่นักเรียนเคยทราบแล้วใช่ไหมคะว่าการทำงานของเอนไซม์นี-้(-่)มีปัจจัยต่างๆที่ส่งผลต่ออัตราการทำงานของเอนไซม์ซึ่งนักเรียนได้ทราบมาแล้วว่าค่าความเป็นกรด-เบสของเลือดนี่ก็มีผลต่อล(ก)ารทำงนของเอนไซมย(-์)ปัจจัยต่อมาก็คืออุณหภูมิค่ะจากกราฟนี้นะคะนักเรียนคิดว่าการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิมีผลต่อการทำงานของเอนไซม์อะไมเลสหรือไม่อย่างไรแล้วเอนไซม์อะไมเลสนี่สามารถเร่งปฏิกิริยาเคมีในร่างกายมนุษย์ได้หรือไม่เพราะเหตุใดนักเรียนลองดูนะคะจากราฟนี้นะคะนักเรียนจะเห็นว่าที่จุดสูงสุดนะคะอัตราการทำงานของเอนไซม์อะไมเลสนี่จะอยู่ที(นช)-่วงอุณหภูมิประมาณ36-37องศาเซลเซียสอุณหภูมิพ(-่)ก(ง)นี้นะคะเป็นอุณหภูมิปกติของร่างกายมนุษย์ค่ะดังนั้นเอนไซม์อะไมเลสนี่นะคะจึงยังจ(ค)-ึงสามารถทำงานได้ทีน(-่)อุณหภูมิที่ประมาณ36-37องศาเซลเซียสแล้วนักเรียนคิด-ูน(หม)คะว่าถ้าในร่างกายไม่สามารถรักษาดุลยภพของอุณหภูมิภาไว-้(ย)ในร่างกายไว้ได้จะเกิดอะไรขึ้นร่างายสามารส(ถ)-ักษาดุลย-้(ภ)พของอุณหภูมิให้อยู่ที่ค่าย(ๆ)1อย(นึ)-ู-่งไว้ไดน(-้)ตลอดเวลาทำได้อย่างไรเราจะมาเรียนรู้ไปด้วยกันค่ะกลไกการรักษาดุลยภาพของมนุษย์อุณหภูมิภายในร่างกายนะคะเริ่มจากร่างกายนี่มีสมองส่วนไฮโพทาลามัสซึ่งเป็น-่(-ู)ย์ควบอบคุมอุณหภูมิภายในร่างกายให้คงที่ซึ่งสมองส่วนนี้นะคะจะไปสั่งการให้เกิดการทำงานร่วมกันของอวัยวะหรือโครงสร้างที่เกี่ยวข้องได้แก่หลอดเลือดที่ผิวหนังผิวหนังและเส้นขนที่ผิวหนังและกล้ามเนื้อโครงร่างค่ะเราลองมาดูกลไกการทำงานกันนะคะกลไกการันทำงานแรกนะคะถ้าสิ่งแวดล้อมแรกภายนอกมีอุณหภูมิสูงขึ้นหรือข้างนอกนี่อากาศร้อนอุณหภูมิที่สูงขึ้นนี-้(-่)นะคะว่(ก็)จะไปส่งสัญญาณไปที่สมองส่วนไฮโพทาลามัสสมองส่วนนี้นะคะก็จะไปทำให้อัตราเมบอลิซึมทำ(าย)นร่างกายนห้(-ี่)ลดต่ำลงท(ด)-ั-้งนั้นจึงเกิดความร้อนลดลงค่ะอีกทั้งยัไปทำให้หลอดเลือดผิวหนังนี่เกิดการขยายตัวซึละ(-่ง)ทำให้มีปริมาข(ณ)องเลือดนี่มาไหลเวียนที่บริเวณผิ-ี(ว)หนังมากขึ้นซึ่งเป็นการระบาก(ย)วาม-ั-้อนอีกทางหนึ่งสมองส่วนนี้ก็ยังไปทำให้เส้นขนนี่เกิดการเอนราบจึก(ง)ทำให้มีการระบายความร้อนออกไปได้ง่ายแล-้(ะ)สุดท้ายนะคะเหงื่อค่ะสมองส่วนนี้ไปทำให้สมองที่ต่อมเหงื่อออกนี่มีการสก(-้)งเหงื่ร(อ)เพิ่มมากขึ้นดังนั้นเหงน(-ื)-่ะ(อ)ที่ออกมานี่นะคะเมื่อมีการระเหยก็จะเป็นการพาความร้อนออกไปจากร่างกายเราด้วยนะ-่ะทีนี้เรามาลองดูคน(กล)ไกลของการรักษาดุลยภาพงอ-ุณหภูมิภายในร่างกายเมื่ออากาศข้างนอกหนาวนะคะอากาศที่หนาวลงนี้นี่นะคะก็จะไปกระตุ้นสมองส่วนไฮโพทาลามัสให้ไปสั่งการทำงานส(ข)องอวัยวใ(ะ)รือโครงสร้างต-้มีก(-่)งๆใหร(-้)ทำงานร่วมกันอ(ด)-ัน(ง)นี้คือเพิ่มอัตราเมแทบลิซึมให้สูงขึ้นความร้อนที่ได้จึงเพิ่มมากขึ้นหลอดเลือดที่ผิวหนังมีการหดตัวความร้อนจึงไม่สามารถออกไปภายนอกร่างกายได้แล้วก็ไปทำให้เส้นขนนี่นะคะตั้งชันหรือเ(ท)-ี-่-๋ยว(เรา)เรียกกันว่า"ขนลุก"นี่ล่ะค่ะความร้อนจึงไม่สามารถออกไปได้อีกทั้งไปทำให้ต่อมเหงื่อนี่นะคะลดการสร้างเหงื่อออกมาและสุดท้ายถ้าข้างนอกมีอากาศหนาวมากนี่-่(-็)จะทำให้บริเวณแขนขามีอาการสั่นซึ่งการสั่ง(น)นี-้(-่)นะคะเป็นการทำงานของค(ล)รงสร-้าง(ม)เนื้อโครงร่างซึ่งทำให้เพิ่มอัตราเมแทบอลิซการท(-ึ)มสูงขึ้นอีก-ำง(ท)งห-ึ่งความร้อนที่ได้จึงเพิ่มมากขึ้นดังนั้นกระบวนการต่างๆนี่นะคะจึงทำให้ร่างกายนี่มีอุณหภูมิกลับเข้าสู่ภาวะสมดุลหรือกลับเข้าสู่ดุลยภาพตามเดิมอีกครั้งค่ะเรามาลองตรวจสอบความเข้าใจกันนะคะเหงื่อช่วยในการระบายความร้อนได้อย่างไรการที่ร่างกายสั่นช่วยรักษาอุณหภูมิของร่างกายได้อย่างไรเพราะเหตุใดเมื่อออกกำลังกายอย่างหนักจะมีอาการหน้าแดงเหงื่อออกมากขึ้นหายใจแรงและถี่ขึ้นครูให้เวลา10วินาทีนะคะเร-ื(-ิ)-่อ(ม)ค่ะดนตร[เสียงดนตรี](คุณครูปาณิก)หมดเวลาค่ะเราลองมาดูคำตอบกันนะคะข้อแรกนะคะเพ(ง)-ื่อช่วยในการระบายความร้อนได้อย่างไรการที่ผิวหนังขับเหงื่อออกมานะคะจะทำให้เกิดการระเหยขึ้นจึงเป็การระบายความร้อนที่บริเวณผิวหนังออกไปด้ว-ิ่งร่างกายขับเหงื่อออกมามากเท่าใดก็จะยิ่งช่วยลดอุณหภูมิภายในร่างกายลงมาได้มากขึ้นแต่ท-ัา(-้)งนี้นะคะก็ขึ้นอยู่กับความชื้นของอากาศใ(ณ)ขณะนั้นด้วยเพราะว่าถ้าอากาศชื้นมากเหงื่อของคนเราก็จะระเหยออกไปได้น้อยแต่ถ้าอากาศมีความชื้นน้อยเหงืล้(-่อ)ก็จะระเหยออกไปได้มากค่ะ2.การที่ร่างกายสั่นก็เป็นการช่วยรักษาอุณหภูมิขอ(ใน)ร่างกายโดยการสั่นนี่เป็นการทำงานของกล้ามเนื้อโครงร่างนะคะซึ่งการสั่จัดสรรท(นน)-ี่ทำให้เกิดความร้อนขึ้นอากาศว(รส)-ั-่นนี้นะคะจะพบได้บ่อยเมื่ออยู่ในบริเวณที่มีอุณหภูมิต่ำมากๆนะคะและสุดท้ายนะคะเหตุน(ด)เมื่อออกกำลังกายอย่างหนักจึงมีอาการหน้าแดงเหงื่อออกมากหรือว่มีารหายใจแรงและถี่ขึ้นค่ะเมื่อออกกำลังกายอย่างหนักใช่ไหมคะเซลล์ในร่างกายของเรานี่ต้องใช้พลังงานอย่างมากจึงเกิดกระบวนการเมแทบอลิซึมมากขึ้นทำให้เกิดความร้อนในร่างกายมากกว่าปกติศูนย์ควบคุมอุณหภูมิที่สมร(ง)ส่วนไฮโพทาลามัสก็จะส่งสัญญาณไปกระตุ้นให้หลอดเลือดที่ผิวหนังขยายตัวหลอดเลือดจึงหมุนเวียนได้เร็วขึ้นทำให้มีอาการหน้าแดงขณะเดียวกันต่อมเหม(ง)-ื-่ก็จน(ะ)มีอาการขับเหงื-่เพิ่มขึ้นเพื่อเป็นการนช-่(ร)ะบว(า)ยความร้อนและกระบวนการเมแทบอลิซึม-้ว(-ี่)นะคะเ(ก)-็ทำให้พื่อจะเกิดแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ในเลือดเพิ่มมากขึ้นใช่ไหมคะะ(-ำ)ได้ไหมคะเมื่อแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ที่จะเพิ่มมากขึ้นก็-ึะ(ง)ทำให้ความเข้มข้นของไฮโดรเจนไอออนในเลือดพิ(นี)-่สูม(ง)ขึ้นไปด้วยดังนั้นร่างกายจึงต้องขับแก๊สคาร์อนไดออกไซด์นี้ออกไปโดยการหายใจที่แรงและถี่ขึ้นเพื่อนำแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ออกจากร่างกายให้เร็วที่สุดนั่นเองค่ะนักเรียนตอบถูกไหมคะมาถึงสรุปเนื้อหาภายในบทเรียนภายในหัวข้อ2.2การรักษาดุลยภาพของกรด-เบสของเลือดความเป็นกรด-เบสของเลือดขึ้นอยู่กับความเข้มข้นของไฮโดรเจนไอออนท(ก)ง(ร)รักษาดุลยภาพของกรด-เบสของเลือดในร่างกายในระ-ับชั้นนี้มี2กลไกคือ1.การทำงานของปอดถ้าความเข้มข้นของไฮโดรเจนไอออนในเลือดเพิ่มขึ้นกว่าปกติหรือเลือดมีภาวะเป็นกรดสมองส่วนควบคุมการหายใจจะต(-ั)-่งก-ัน(าร)ให้ร่างกายเพิ่มอัตราการหายใจแต่ถ้าความเข้มข้นของไฮโดรเจนใเลือดลดลง-ิน(-่า)ปกติหรือเลือดมีภาวะเป็นเบสสมองส่วนควบคุมการหายใะสั่งกา-ำ(ร)ให้ร่างกายการหายใจลดอัตราการหายใจกลไกที่2นะคะการทำงานของไตค่ะถ้าความเข้มข้นของไฮโดรเจนไอออนใเลือดเพิ่มมากขึ้นกว่าปกติหรือเลือดมีภาวะเป็นกรดเซลล์ผนังท่อหน่วยไตจะหลั่งไฮโดรเจนไอออนไอโมเ-ียมไอออนเข้าสู่ของเหลวในทได้เท(-่)อหน่วยไตและขับออกมา(ไป)พร้อมปัสสาวะขณะเดียวกันก็ยังมีการดูดกลับไฮโดรเจนค-ั(า)ร์บอเนตไอออโซเดียมไseroto(อ)nin(อน)เข้าสู่หลอดเลือดแต่ถ้าความเข้มข้นของไฮโดรเจนไอออนในเลืก็(อด)ลดลงกว่าปกติหรือเลือดมีภาวะเป็นเบสเซลล์ผนัมื(งท)-่อร(น)-่วยไตจะลด-้(ก)หลั-่งไฮโดรเจนไอออนและหลั-่ไฮโดรป(จ)-็นคาร์บอเนตไอออนเข้าสู่ของเหลวในท่อหน่วยไตและขับออกไปพร้อมปัสสาวะสำหก(ร)-ับสรุปเนื้อหาภายในบทเรียนหัวข้อที่2.3เรื่องการรักษาดุลยภาพของอุณหภูมิภายในร่างกายการรักษาดุลยภอุณหภูมิภายในร่างกายนี่เป็นการทำงาน-่วมก-ันของหลอดเลือดก(ท)-ีา(-่)ผิวหนังและเส้นขนที(ใน)-่ผิวหนังและกล้ามเนื้อโครงร่างโดยมีส-่วนสมองส่วนไฮโพทาลามัสทำหน้าที่ควบคุมอุณหภูมิให้คงที่ในภาวะต่างๆดังนี้เมื่ออุณหภูมิภายในร่างกายของเราสูงขึ้นสมองส่วนไฮโพทาลามัสจะไปสั่งกาปโอน(ร)ให้-ำล(-่า)-ังกายลดอัตราเมแทบอลิซึมลงหลอดเลือดที่บริเวณผิวหนัมี-ัต(กา)ขยยตัวต่อมเหงื่อเพิ่มการสร้างเหงื่อเส้นขนเ-่(อ)นราบเพื่ก(อ)เพิ่มการระบายความร้อนแต่ถ้าอุณหภูมิภายในร่างกายต่ำกว่าปกติสมองส่วนไฮโพทาลามัสจะสั่งให้ร่างกายเพิ่มอัตราเมแทบอลิซึมหลอดเ-ือดที่บริเวณผิวหนังหดตัวต่อมล(ง)-ื-่ด(น)-ี่นะคบริเวณผิวหนังได้คลดการสถ(ร)-้าเหงื่อออกมาแต่ถ้าร(-ุ)ณห-ิเวณ(ภ)-ูผ(ม)-ิภาวห(ยใ)ร่-ั(า)กายลดต่ำลงมากๆก็จะมีอาการสั่-ื่องจเข้ามด้วยนะคะซึ่งารสตอ(-ั่)นนี้เป็นการทำงานของกล้ามเนื้อโครงร่างทำให้เพิ่มอัตราเมแทบอลิซึมในร่างกายของเราให้สูงขึ้นความร้อนน(-ี)-่ได้จา(-ึ)มากขึ้กาย(น)ร่างกายจึงกลับเข้าสู่ภาวะสมดุลอีกครั้งค่ะสำหรับห(ร)-ัวข-้อ(ง)ต่อไปนะคะก็จะเป็นหัวข้อที่2.4เรื่องระบบภูมิคุ้มกันสำหรับตอ(วั)นนี้ครูปาณิกขอไปก่อนนะคะสวัสดีค่ะ[เสียงดนตรี]

More information
- compare(ans and test) :
- ans: file reference
- test: file test
- export datetime : 2024-04-24 08:27:03
- exported from : Accuracy Worker
- version :registry.rtt.in.th/spinsoft-transcription/backend_accuracy_worker:main-42d874d90e320e04ce26da7eb329f0d888006afc
- lib :character
- your normalize config
-IsFilter :true
-ToLower :false
-ToArabicNumber :true
-WordToNumber :false
-OrderAndSimilar :true
-ListRemove :
- alignment method :Hirschberg
- score weight :{"Match":5,"Mismatch":-1,"PartialMatch":2,"GapPenalty":-1}