Accuracy : 73.05%
Insertion : 551
Deletion : 3017
Substitution : 414
Correction : 11345
Reference tokens : 14776
Hypothesis tokens : 12310
[เสียงดนตรี](คุณครูปาณิก)สวัสดีค่ะอั(ยิ)นด-ีต้อนร-ับนักเรียนทุกคนเข้าสู่หัวข้อที่2.2เรื่องการรักษาดุลยภาพของกรด-เบสของเลือดและหัวข้อที่2.3เรื่องการรักษาดุลยภาพของอุณหภูมิภายในร่างกายโดยครูปราณ-ิ-ี(ก)เวียงชัยเป็นผู้ให้ความรู้ค่ะ2หัวข้อนี้นะคะเป็น2หัวข้อย่อยจากทั้งหมด4หัวข้อในบทที่2เรื่องการรักษาดุลยภาพของร่างกายมนุษย์หัวข้อที่2.2และ2.3นี่นะคะมีจุดประสงค์การเรียนรู-้ด-้วยกันทั้งหมด3หัวข้อดังรูปค่ะนักเรียนพร้อมแล้วหรือยังคะถ้าพร้อมแล้วเรามาเริ่มเรียนกันเลยค่ะก่ว-ั(อ)นที-่เราจะเริ-่มเนื้อหาใน2.2และ2.3นะคะครูอยากจะให้นักเรียนมาไป(ทบ)ทวนความรู้ความรู้เก่าของเราในเรื่องของการรักษาดุลยภาพของน้ำและสารในร่างกายก่อนะคะ(-่)อะไร(ต)มนุษย์ทำหน้าที่รักษาดุลยภาพของน้ำและสารต่างๆในร-่างกายรวมทั้งกำจัดของเสียที่มีไนโตรเจนเป็นองค์ประกอบภายในเนื้อไตประกอบด้มี(วย)หน่วยไตซึ่งเป็นหน่วยปฏิบัติงานขนาดเล็กแต่ละหน่วยไตทำหน้าที่ในการรักษาดุลยภาพของน้ำและสารต่างๆรวมทั้งกำจัดของเสียโตา(ดย)ม-ี3ขั้นตอนดังนี้การกท(ร)องการดูดกลับและการหลั่งการรักษาดุลยภาพของน้ำภายในร่างกายเกิดจากการทำงานร่วมกันของระบบขับค(ถ)-่าะ(ย)ระบบประสาทระบบหมุนเวียนเลือดและระบบต่อมไร้ท่อหรือฮอร์โมนการรักษาดุลยภาพของแร่ธาตุในร่างกายเช่นการรักษาดป(-ุ)ลร-ิม(ยภ)าพขอณ(ง)โซเดียมในร่างกายมาถึงเแล(นื)-้อหาที่เราจะเริ่มเรีว(ย)นะใ(กั)นวันนี้นะคะหัวข้มา(อ)ที่2.2การรักษาดุลยภาพความเป็นกรดนื้อผ(-)-้าเบสของเลือดกรด-เบสสำคัญตก-ับ(-่อ)ร่างกายมนุษย์อย่างไรคก(ร)-ูอยากให้นักเรียนพิจารณากราฟกราฟม(น)-ี-้นะคะเป็นกราฟการแสดงการทำงานของเอนไซม์2ชนิดได้แก่เอนไซม์เพปซีนในกระเพาะอซิน(า)หารและเอนไซม์อะไมเลสในน้ำลายค่ะนักเรียนดูกราฟท(น)-ี-่(-้)แล้วนักเรียนคิดว่าเอนไซม์เพปซFC(-ี)นและเอนไซม์อะไมเลสทำงานได้ดีที่ค่าpHประมาณเท่าไหร-่คะเอนไซม์เพปซินนะคะทำงานได้ดีที่ค่าpHประมาณ214:00นขณะที่เอนไซม์อะไมเลสทำงานได้ดีทเล็(-ี่)กค่าpHประมาณ7ท-ัา(-้)งนี้ก็เพราะปฏิกิริยาเคมใน(-ี)ต่างๆเ(ใ)น-ี(ร)-่างกายนี่ถูกควบคุมโด-้วยเอนไซม์หลายชนิดเร(ซึ)-ื-่องเอนไซม์ห(บ)ลาย(ง)ชนิดนะเน-ี่ยก็ทำงานได้ดีในภาวะเป็นกลางบางชนิดก็ทำงานได้ดีในภาวะเก(ป)-็ทำนกรดดัห(ง)น-ั-้นหาที(กร)-่างกายมีกาน(ร)เสียดง(-ุ)ลใน(ย)ภาพของคก(ว)าร(ม)เป็นกรด-เบสก็จะสมี(-่ง)ผลกระทบต่อการทำงานของเอนไซม์ต่างๆในร่างกายค่ะนักเรียนคิดว่าร่างกายของคนเราเนี่ยมีแนวโน้มที่จะมีภาวะความเป็นกรดหรืเป็น(อ)เบสคะเราลองมาหาคำตอบกันนะคะกระบวนการเมตา(แท)บอร(ล)-ิซษ-ัท(-ึม)เล(ช)-่นการหายใจระดับเซลล์จะมีแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์เกิดขึ้นซึ่งแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์นี้นะคะกว-่(-็)าจะไปรวมตัวกับน้ำในเลือดทำใจะ(ห้)ได้เป็นกรดคาร์บอนิกแล้วเจ้ากรดคาร์บอนิกนี่นะคะก็จะแตกตัวตอ(-่)อกมาทำให้ได้ไฮโดรเจนไอออนดังสมการนะคะดังนั้นความเข้มข้นของไฮโดรเจนเมื่อไฮโดรเจนไอออนในเลือดนะคะมีปริมาณเพิ่มขึ้นจึงทำให้ความเข้มข้นของไฮโดรเจนไอออนในเลือดนี่เพิ่มขึ้นหรืออาจกล่าวได้ว่าเลือดมีภาวะเป็นกรดมากขึ้นแต่ถ้าเลือดมีปริมาณไฮโดรเจนไอออนลดลงหรือคม(ว)ามก(เ)ข-้ม-ึ(ข)-้นของไฮโดหรเจนไออ-ือนลดลงเลือดก็จะมีภาวะเป็นเบสมากขึ้นกว่าปกติค่ะแล-้ะ(ว)นักเรียนก็จะทราบดีอยู่แล้วใช่ไหมคะว่าร่างกายของคนเราเนี่ยมีเลือดไหลเวียนอยู่ทั่วร่างกายเพื่อนำสารอาหารและแก๊สออกซิเจนไปหล่อเลี้ยงแต่ละเซลล์ทั่วร่างกายการที่เลือดของเรามีความเข้มข้นขลี้ย(อ)งไฮโดรเจนไอออนเปลี่ยนแปลงไปจากปกติก็จะส่งผลตข(-่)องการทำงานของเซลล์ต่างๆโดยเฉพาะเอกา(น)ไซมรทำงา(-์ใ)นของร่างกายแต-่ละที่ที-่จะทำให้อัตรานแต-่(ก)ารทำงาละท(น)เปล-ี่ยนแปลงไปจากปกติหรือไม่สามารถทำงานได้เหมือนเดิมอีกต่อไปค่ะแล้วนักเรียนทราบไหมคะว่าร่างกายของคนเราเนี่ยสามารถรักษาดุลยร(ภ)-้าพของความเป็นกรดเ(-)ป็นเบสของเลือดได้อย่างไรวันนี้นะคะค-ุณครูกเข(-็)าจะได้มาสอนการรักษาด-ู(-ุ)แลยภาพความเป็นกรด-เบสของเลือดโดยการทำงานของปอดนักเรียนจำได้ไหมคะการแลกเปลี่ยนแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์กับแก๊สออกซิเจนเกิดขึ้นทใน(-ี่)บริเวณใดของปอดเฉลยนะคะเกิดขึ้นที่บริเวณถุงลมปอดนั่นเองค่ะแล้วการหายใจช่วยในการรักษาดุลยภาพของกรด-เบสในเลือดได้อย่างไรคะเรามาลองศึกษากันนะคะร่างกายของเรานี่นะคะรักษาดุลยภาพความเปของ(-็น)กรด-เบสของเลือดโดยความเข้มข้นของไฮโดรเจนไอออนที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงกว่าปกตินี่จะไปกระตุ้นศูนย์ควบคุมการหายใจที่สมองนะคะทำให้เปลี่ยนแปลงอัตราการหายใจของเราโดยถ้าความเข้มข้นของไฮโดรเจนไอออนในเลือดของเรามากกว่าปกติสมองก็จะไปสั่งให้เรานี่นะคะเพิลด(-่ม)อัตราการหายใจมาขึ้นแต่ถ้าความเข้มข้นของไฮโดรเจนไอออนในเลือดของเราน้อยกว่าปกติสมองก็จะไปสั่งให้เราลดอัตราการหายใจการที่อัตราการหายใจของเราเพิ่มขึ้นหรือลดลงจากปกตินี่ส่งผลต่อความเข้มข้นของไติน-ี(ฮ)โดรเจนไอออนในเลือดอย-่างไรเรามาดูกันนะคะก็คือถ้าเรามีอัตราการหายใจเพิ่มขึ้นคาร์บอนไดออกไซด์นะคะก็จะถูกขับออกจากปอดเรซลล(-็ว)-์มากขึ้นดังนั้นความเข้มาร์บ(ข)-้นอนไดออกไซด์ของไฮโดรเจนไอออนในเลือดนีพิ-่มมากขึ้นก็จะลดลงนั่นเองค่ะแต่ถ้าเรานี่ลดอัตราการหายใจลดลงกว่าปกตินี-้(-่)นะคะคาร์บอนไดออกไซด์ในเลือดไหน-ี่ก็จะสะสมเพิ่มมากขึ้นความเข้มข้นของไฮโดรเจนไอออนในเลือดนี่ยก็จะเพิ่มขึ้นค่ะซึ่งจากกลไกทั้งสองนี่นะคะก็จะทำให้เราเนี-่สามาร-่ย(ถ)รักษาดุลยภาพของคก(ว)าร(ม)เป็นกรด-เบสของเลือดได้ค่ะกลไกต่อมาในการรักษาดุลยภาพความเปของ(-็น)กรด-เบสของเลือดนะคะก็คผล(-ือ)การทำงานของไตนาย(-ั่)นะเอ-็งคขา(-่ะ)กลไกการทำงานของไตมี3ขั้นตอนคือการกรองการดูดกลับและการหลั่งค่ะซึ่งโดยปกติแล้วนะคะอะไร(ต)ของเราเนี่ยจะมีการหลั่งไฮโดรเจนไอออนเป็นปกติอยู่แล้วแต่ถ้าเลือก(ด)ของเรานะคะมีความเข้มข้นของไฮโดรเจนไอออนนี่มากกว่าปกติไตของเรานะคะกอน(-็)จะทำการหลั่งสารที่มีไฮโดรเจนไอออนออกไปโดยการทำงานของเซลล์ที่ผนังท่อหน่วยไตค่ะเซลล์ที่ผนังท่อหน่วยไตนี่นะคะก็จะหฝร(ล)-ั่งไฮโดรเจนไอออน-้(แ)อมโมเนียมไอออนจากเลือดเข้าสู่ท่อหน่วยไตขณะเดียวกันเซลล์ที่ผนังของท่อหน่วยไตนี-้(-่)นะคะก็จะมีการดูดกลับไฮโดรเจนคาร์บอเนตไอออนและโซเดียมไอออนเข้าสู่หลอดเลือดค่ะดังนั้นเร(ล)-ื-่อง(ด)ของเราจ-ึะ(ง)ยังคงรักษาดุลไฮโด(ย)ภาพความรเปจ(-็)นกรด-เบและ(ส)ของเลือดไว้ได้น-ั่ะ(น)เองค่ะมาถึงคำถอเ(าม)ตอร-์(ว)จไซค์(สอบ)ความเข้าใจกันนะคะถ้าเลือดมีภาวะเป็นเบสท่อหน่วยไตจะมีการหลั-่งแล-้(ะ)วดูดกลัTheR(บ)apperสารต่างๆอย่างไรคะเพื่อรักษาดุลยภาพความเพของ(ป็น)กรด-เบสของเลือดให้อยู่ในภาวะปกติคร-ูให้เวลาคิด10วินาทีนะคะเริ่มค่ะ[เสียงดนตรี](คุณครูปาณิก)หมดเวลาค่ะนักเรียนตอบได้ไหมคะเราจ(ล)องมาดูคำตอบกันนะคะว่าจะตรงกับที่นักเรียนคิดไว้ไหมคำตอบนะคะเซลล์ที่ผนังท่อหน่วยไตก็จะลดการหลั่งไฮโดรเจนไอออนเพื่อให้ความเข้มข้นของไฮโดรเจนไอออนในเลือดเพิ่มขึ้นและขณะเดียวกันก็จะมีการหลั่งไฮโดรเจนเล่นคาร์บอเนตไอออนเข้าสู่ของเหลวที่ท่อหน่วยไตเส(พ)-ื-้(-่)อขับออกนอกร่างกายพร้อมกับปัสสาวะทำให้ความเป็นกรด-เบสของเลือดกลับเข้าสู่ภาวะสมดุลค่ะนักเรียนตอบถูกเหมือนกันไหมคะเอาล่ะค่ะจากที่นักเรียนได้เรียนรู้ความสำคัญของไตกันแล้วนะคะไป(ต)ของมนุษย์นี่ทำหน้าที่สำคัญในการรักษาดุลส(ย)ภาพของน้ำและสารต่างๆในร่างกายรวมร(ท)-ั-้งกน้-ำจัดของเสียทีและ(-่)มีไฮ(น)โด(ต)รเจนเป็นองค์ประกอบป(ท)-ีนี้ผ(ถ)-้าไตรของคนเราไม่สามารถทำงานได้หรือมท(-ี)ค-ำง(ว)าน(ม)ผิดปกติก็จะเกิดผลเสียต่อการทำงานของร่างกายในส่วนอื่นๆด้วยเช่นเดียวกันค(ท)ร-ั้งนี้นะคะโดยทั่วไปผู้ป่วยที่เป็นโรคเกี่ยวกับการทำงานของไตเนี่ยส่วนใหญ่แล้วจะมีอาการก็คือร่างกายจะบวมน้ำเพราะว่าน้ำเนี่ยเข้าไปสะสมอยู่ในระหว่างเซลล์เป็นจำนวนมากดัส(ง)ภาพด(น)-ี-้นะคะวิธีสังเกตง่ายๆนะคะก็คือลองเอานิ้วมือนะคะจิ้มไปที่บริเวณผิวหนังออกแรงกดเล็กน้อยนักเรียนจะเห็นว่าพอนักเรียนดึงนิ้วมือออกนี่ผิวหนังก็จะเด้งขึออก(-้น)มากลับเป็นปกติฉ(ท)-ันทีแต่ถ้าในผู้ป่วยที่เป็นโรคไตที่มีอาการบวมน้ำนี่ข(พ)อนักเรียนดึงนิ้วมือออกมาแล้วนี่ผิวหนังจะใช้ระยะเวลาระยะหนึ่งในการที่จะเด้งขึ้นมาอยู่ในภาวะปกติค่ะที-่นี้เรามาดูตัวอย่างโรคไตข(แ)ลองก(ะโ)รคที่เกี่ยวกับะเพ(ท)างเดิะ(น)ปัสสาวะที่ส่งผลต่อการทำงานของไตนะคะตัวอย่างโรคไตที่พบเส้(ช่)น1.โรคไตวายโดยโรคไตวายนี้แบ่งได้เป็น2แบบก็คือไตวายเฉียบพลันและไตวายเรื้อรังไตว-่ายเฉีจะ(ยบ)พลัา(น)นี-้(-่)นะคะถ้าเราสามารถรักษาได้ทันท่วงท-ีน-ี-่ไร(ต)ก็ยังจะคงสามารถกลับมาทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพดังเดิมแต่ถ้าป่วยเป็นโรคไตวายเรื้อรังแล้วนี่ไสา(ต)ยก็จะไม่สามารถกลับมาทำงานได้เต็ม-ีประสิทธิภาพได้ดังเดิมได้นะคะก็ต้องโครง(-ั)กษาประคองรั(อา)กษารต่อไปเรื่อยๆตัวอย่างโรคไตพบอันที่2นะ(ก็)ค-ืะ(อ)โรคนิ่วในไตโดยนิ่วในไตนี่นะคะมีลักษณะเป็นก้อนแข็งเป็นสารประกอบออกไซาเลด-์(ต)ซึ่งถ้าเกิดมีนิ่วในไตก็จะทำให้ไตนี่ไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและถ้านิ่วในไตนี่ไปอุดตันที่บริเวณท่อปัสสาวะเวลาขับถ่ายนี่ก็จะเกิดอาการแบ(ส)บย(ร)-้อนในท่อบริเวณท่อปัสสาวะและบางครั้งก็อาจทำให้ท่อปัสสาวะนี่เกิดการอักเสบได้ทีนี้เราลองมาดูตัวอย่างโรคทกระ(าง)เดพาะ(-ิน)ปัสสาวะที่พบได้บ่อยนะคะเช่นโรค(1).กระเพาะปัสสาวะอักเสบโรคนี้นะคะจะพบได้บ่อยในเพศหญิงมากกว่าเพศชายเพราะว่าเพศหญิงนี่มีท่ก(อ)ปัระเพ(สส)าวะปลาที่สั-้นและรูเปิดใกล-้ทวารหน-ักดังนั้นพวกเชื้อโรคต่างๆเช่นe(อ)-ี-c(โ)คไoli(ล)ก็จะเข้าสู่ท่อปัสสาวะได้ง่ายมาถึงตัวอย่างโรคที่เกี่ยวกับทางเดินปัสสาวะอันที่2นะคะก็คือ2โรคท่อปัสสาวะอักเสบโดยโรคนี้นะคะก็จะเกิดจากการติดเชื้อที่บริเนุ-้ย(วณ)ท่อปัสสาวะซึ่งส่วนใหญ่พบได้จากการมีเพศสั-็จ(ม)ะพบ(-ั)ในธ์หรือไม่ได้เกิดจากการมีเพศสัมพันธ์นั่นก็คือติดเชื้ออีโคไลบางครั้งอาจพบได้จากการที่ท่อปัสสาวะนี่ถูกกระทบกระเทือนจากการสวนถไท(-่า)ยทางท่อปัสสาวะในผู้ป่วยติดเตียงหรือผู้ป่วยที่ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้โดยทั่วไปแล้วนี่การดูแลและรักษาโรคไตนี่ถ้าป่วยหนักๆนี่นะคะก็จะต้องมีการฟอกเลือดนะคะช-่า(ดั)งภาพนะคะภาพกไ(.)ก่ค่ะการฟอกเลือดโดยใช้เครื่องไตเทียมหรืออีกวิธีหนึ่งในการร-ักษาโรคไตนะคะกเพ(-็ค)-ื-่อการปลูกถ่ายไตค่ะโดยการปลูกถข(-่)ายไตนะคะจะต้องใช-้ไตของผู้ใกล-้ชิดทางสายเลือดเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการต่อต้านเนื้อเยื่อโดยการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันของร่างLI(ก)าNE(ย)ค่ะที-่นี-่(-้)เรามาดูวิธีการป้องกันการเกิดโรคไตกันบ้างนะคะก็คือง่ายๆเลยอันดับแรกก็คือการลดการรับประทานอาหารที่ค่อนข้างเค็มจัดหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีสอง(-่)วค-์(น)ประกอบข(อ)อกซาเลง(ต)ดื่มน้ำสะอาดและเพียงพอในแต่ละวันไม่กลค(-ั)-้วร(น)ปัสสาวะมาถึงคำถามชวนคิดกันบ้างนะคะนักเรียนคิดว่าถ้าไตไม่สามารถทำงานได้จะมีผลอย่างไรต่อร่างกายคะคก(ร)-ูให้เวลา10วินาทีนะคะเริ่มค่ะ[เสียงดนตรี](คุณครูปาณิก)หมดเวลาค่ะนักเรียนน-ั(-ึ)กอต(อ)กไหมคะถ้ร(า)ห-ัส(าก)ไป(ต)ไม่สามารถทำงานได้นะคะของเสียต่างๆโดยเฉพาะสารที่มีไนโตรเจนเป็นองค์ประกอบน้ำและส-ัต(าร)ว์อื่นๆน-ี่ท-ี่เตื(กิ)อนความตจ-ำ(-้)อา(ง)การของร่างกายรวมทั้งไอออนต่างๆเช่นไฮโดรเจนไอออนแอมโมเนียมไอออนจะสะสมอยู่ในเลือดจนเป็นอันตรายต่อเซลล์และยังทำให้ร่างกายเนี่ยไม่สามารถรักษาดุลยภาพของน้ำและสารต่างๆได้ส่งผลให้สุขภาพอ่อนแอและอาจทำให้เสียชีวิตได้ค่ะมาถึงหัวเข-้อาท(ถ)-ัก(ด)มานะคะเรื่องการรักษาดุลยภาพของอุณหภูมิภายในร่างกายค่ะหัวข้อที่2.3นักเรพ-ื่(-ีย)อนลองดูกรา-ั(ฟ)กราฟนี้นะคะกร-ัก(าฟ)นี้นะคะเป็นกราฟแสดงการทำงานของเอนไซม์อะไมเลสที่อุณหภูมิต่างๆกันจากที่นักเรียนเคยทราบแล้วใช่ไหมคะว่าการทำงานของเอนไซม์นี-้(-่)มีปัจจัยต่างๆที่ส่งผลต่ออัตราการทำงานของเอนไซม์ซึ่งนักเรียนได้ทราบมาแล้วว่าค่าโความเป็นกรด-เบสของเลือดนี่ก็มีผลตรง(-่อ)การทำหล(ง)านของเอนไซมย(-์)ปัจจัยต่อมาก็คืออุณหภูมิค่ะจากกราฟนี้นะคะนักเรียนคิดว่าการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิมีผลต่อการทำงานของเอนไซม์อะไมเลสหรือไม่อย่างไรแล้วเอนไซม์อะไมเลสนี่สามารถเร่งปฏิกิริยาเคมีในร่างกายมนุษย์ได้หรือไม่เพราะเหตุใดนักเรียนลองดูนะคะจากกร-ัก(าฟ)นี้นะคะนักเรียนจะเห็นว่าที่จุดสูงสุดนะคะอ-ัตราการทำงฝ(า)นขรั-่(อ)งเอนไซม์อะไมเลสเนี่จย(ะ)อยู่ใที(นช)-่วงอุณหภูมิประมาณ36-37องศาเซลเซียสอุณหภูมิชพ(-่)วก(ง)นี้นะคะเป็นอุณหภูมิปกติของร่างกายมนุษย์ค่ะดังนั้นเอนไซม์อะไมestima(เ)ลสteใ(น)-ีห-้(-่)นะคะจึงยังจ(ค)-ึงสามารถทำงานได้ทีใน(-่)อุณหภูมิที่ประมาณ36-37องศาเซลเซียสแล้วนักเรียนคิดได-ูน(หม)ะคะว่าถ้าในร่างกายไม่สามารถรักษาดุลยภาพของอุณหภูมิภาไว-้(ย)ในร่างกายได(ว)-้ไต(ด)-้จะอง(เ)ก-ิาร(ด)อะไรขึ้นร่างกาเปิดก(ย)สามารส(ถ)ร-ักษาดุลย-้(ภ)าพของอุณหภูมิให้อยู่ที่ค่าย(ๆ)ห1อย(นึ)-ู-่งไว้ไดใน(-้)ตลอดเวลาทำได้อย่างไรเราจะมาเรียนรู้ไปด้วยกันค่ะกลไกการรักษาดุลยภาพของมนุษย์อุณหภูมิภายในร่างกายนะคะเริ่มจากร่างกายนี่มีสมองส่วนไฮโพทาลามัสซึ่งเป็นศส-่(-ู)วนย์ควบอบคุมอุณหภูมิภายในร่างกายให้คงที่ซึ่งสมองส่วนนี้นะคะจะไปสั่งการให้เกิดการทำงานร่วมกันของอวอ(-ั)ยวะหรือโครงสร้างที่เกี่ยวข้องได้แก่หลอดเลือดที่ผิวหนังผิวหนังและเส้นขนที่ผิวหนังและกล้ามเนื้อโครงร่างค่ะเราลองมาดูกลไกการทำงานกันนะคะไกลไก-ันทำงานแรกนะคะถ้าสิ่งแวดล้อมแรกภายนอกมีอุณหภูมิสูงขึ้นหรือข้างนอกนี่อากาศร้อนอุณหภูมิที่สูงขึ้นนี-้(-่)นะคะว่(ก็)าจะไปส่งสัญญาณไปที่สมองส่วนไฮโพทาลามัสสมองส่วนนี้นะคะก็จะไปทำให้อัตราเมแทาบอลิซึมภทำ(าย)ในร่างกายนี่ห้(ลด)ต่ำลงท(ด)-ั-้งนั้นจึงเกิดความร้อนลดลงค่ะอีคร(กท)-ั้งยังไปทำให้หลอดเลือดผิวหนังนี่เกิดการขยายตัวซึและ(-่ง)ทำให้มีปริมาข(ณ)องเลือดนี่มาไหลมะเวียนที่บร-ิเ-็ง(วณ)ผิวหนังมากขึ้นซึ่งเป็อ-ี(น)การระบายความร-ั-้อนอีกทางหนึ-่งสมองส่วนนี้ก็ยังไปทำให้เส้นขนนี่เกิดกาง(ร)เกง(อน)ราบจึก(ง)ทำให้มีการระบายความร้อนออกไปได้ง่ายแล-้(ะ)วสุดท้ายนะคะเหบ(ง)-ื่อค่ะสมองส่วนนี้ไปทำให้สมองพี่ต่อมเหงื่อออกนี่มีการสรก(-้)างเหงื่ร(อ)เพิ่มมากขึ้นดังนั้นเหงน(-ื)-่ะ(อ)ที่ออกมานี่นะคะเมื่อมีการระเหยก็จะเป็นการพาความร้อนออกไปจากร่างกายเราด้วยนะค-่ะที-่นี้เรามาลองดูคน(กล)ไกลของการรักษาดุลยภาพของอ-ุณหภูมิภายในร่างกายเมื่ออากาศข้างนอกหนาวนะคะอากาศที่หนาวลงนี้นี่นะคะก็จะไปกระตุ้นสมองส่วนไฮโพทาลามัสให้ไปสั่งการทำงานส(ข)มองอวัยวใ(ะ)หรือโครงสร้างต-้มีท-ั(-่)างกษะกา(ๆ)ใหร(-้)ทำงานร่วมกันอ(ด)-ัน(ง)นี้คือเพิ่มอัตราเมแทบอลิซึมให้สูงขึ้นความร้อนที่ได้จึงเพิ่มมากขึ้นหลอดเลือดที่ผิวหนังมีการหดตัวความร้อนจึงไม่สามารถออกไปภายนอกร่างกายได้แล้วก็ไปทำให้เส้นขนนี่นะคะน(ต)-ั-่(-้)งชันหรือเ(ท)ด-ี-่-๋ยว(เรา)เรียกกันว่า"ขนลุก"นี่ล่ะค่ะความร้อนจึงไม่สามารถออกไปได้อีกค(ท)ร-ั้งไปทำให้ต่อมเหงื่อนี่นะคะลรถ(ด)การสร้างเหงื่อออกมาและสุดท้ายถ้าข้างนอกมีอากาศหนาวมากนี่กว-่(-็)าจะทำให้บริเวณแขนขามีอาการสั่นซึ่งการสั่ง(น)นี-้(-่)นะคะเปร-ับ(-็น)การทำงานของกโค(ล)รงสร-้าง(ม)เนื้อโครงร่างซึ่งทำให้เพิ่มอัตราเมแทบอลิซการท(-ึ)มสูงขึ้นอีก-ำง(ท)างหน-ึ่งความร้อนที่ได้จึงเพิ่มมากขึ้นดังนั้นกระบวนการต่างๆนี่นะคะจึงทำให้ร่างกายนี่มีอุณหภูมิกลับเข้าสู่ภาวะสมดุลหรือกลับเข้าสู่ดุลยภาพตามเดิมอีกครั้งค่ะเรามาลองตรวจสอบความเข้าใจกันนะคะเหงื่อช่วยในการระบายความร้อนได้อย่างไรการที่ร่างกายสั่นช่วยรักษาอุณหภูมิของร่างกายได้อย่างไรเพราะเหตุใดเมื่อออกกำลังกายอย่างหนักจะมีอาการหน้าแดงเหง-ื่อออกไม-่ไ(าก)ด้ขึ้นหายใจแรงและถี่ขึ้นคก(ร)-ูให้เวลา10วินาทีนะคะเร-ื(-ิ)-่อ(ม)งค่ะ[เสียงดนตรี](คุณครูปาณิก)หมดเวลาค่ะเราลองมาดูคำตอบกันนะคะข้อแร-ักนะคะเหพ(ง)-ื่อช่วยในการระบายความร้อนได้อย่างไรการที่ผิวหนังขับเหงื่อออกมานะคะจะทำให้เกิดการระเหยขึ้นจึงเป็นการระบายความร้อนที่บริเวณผิวหนังออกไปด้วยย-ิ่งร่างกายขับเหงื่อออกมามากเท่าใดก็จะยิ่งช่วยลดอุณหภูมิภายในร่างกายลงมาได้มร-ั(า)กขึ้นแต่ท-ัา(-้)งนี้นะคะก็ขึ้นอยู่กับความชื้นของอากาศใ(ณ)นขณะนั้นด้วยเพราะว่าถ้าอากาศชื้นมากเหล(ง)-ื-่อดของคนเราก็จะระเหยออกไปได้น้อยแต่ถ้าอากาศมีความชื้นน้อยเหงืแล้(-่อ)วก็จะระเหยออกไปได้มากค่ะ2.การที่ร่างกายสั่นก็เป็นการช่วยรักษาอุณหภูมิขอ(ใน)งร่างกายโดยการสัตว(-่น)-์นี่เป็นการทำงานของกล้ามเนื้อโครงร่างนะคะซึ่งการสั่จัดสรรท(นน)-ี่ทำให้เกิดความร้อนขึ้นอากาศว(รส)-ั-่นนี้นะคะจะพบได้บ่อยเมื่ออยู่ในบริเวณที่มีอุณหภูมิต่ำมากๆนะคะและสุดท้ายนะคะเหตุใน(ด)เมื่อออกกำลังกายอย่างหนักจึงมีอาการหน้าแดงเหงื่อออกมากหรือว่ามีการหายใจแรงและถี่ขึ้นเมค(-ื)-่ะ(อ)ออกกำลังกายอย่างหนักใช่ไหมคะเซลล์ในร่างกายของเรานี่ต้องใช้พลังงานอย่างมากจึงเกิดกระบวนการเมแทบอลิซึมมากขึ้นทำให้เกิดความร้อนในร่างกายมากกว่าปกติศูนย์ควบคุมอุณหภูมิที่สมอร(ง)ส่วนไฮโพทาลามัสก็จะส่งสัญญาณไปกระตุ้นให้หลอดเลือดที่ผิวหนังขเปล(ยา)-ี่ยนตัวหลอดเลือดจึงหมุนเวียนได้เร็วขึ้นทำให้มีอาการหน้าแดงขณะเดียวกันต่อมเหม(ง)-ื-่อก็จน(ะ)มีอาการขับเหงื-่อกเพิ่มขึ้นเพื่อเป็นการนช-่(ร)ะบว(า)ยความร้อนและกระบวนการเมแทบอลิซึมนด-้ว(-ี่)ยนะคะเ(ก)-็ทำให้พื่อจะเกิดแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ในเลือดเพิ่มมากขึ้นใช่ไหมคะจะ(-ำ)ได้ไหมคะเมื่อแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ที่จะเพิ่มมากขึ้นก็จ-ึะ(ง)ทำให้ความเข้มข้นของไฮโดรเจนไอออน-ี(ใ)นเลือด-่เพิ(นี)-่สูม(ง)ขึ้นไปด้วยดังนั้นร่างกายจึงต้องขับแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์นี้อG(อ)กไrab(ป)โดยการหายใจที่แรงและถี่ขึ้นเพื่อนำแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ออกจากร่างกายให้เร็วที่สุดนั่นเองค่ะนักเรียนตอบถูกไหมคะมาถึงสรุปเนื้อหาภายในบทเรียนภายในหัวข้อ2.2การรักษาดุลยภาพของกรด-เบสของเลือดความเป็นกรด-เบสของเลือดขึ้นอยู่กับความเข้มข้นของไฮโดรเจนไอออนท(ก)าง(ร)รักษาดุลยภาพของกรด-เบสขอฎ(ง)เลือดในร่างกายในระด-ับชั้นนี้มี2กลไกคือ1.การทำงานของปอดถ้าความเข้มข้นของไฮโดรเจนไอออนในเลือดเพิ่มขึ้นกว่าปกติหรือเลือดมีภาวะเป็นกรดสมองส่วนควบคุมการหายใจจะสต(-ั)-่างก-ัน(าร)ให้ร่างกายเพิ่มอัตราการหายใจแต่ถ้าความเข้มข้นของไฮโดรเจนในเลือดลดลงกว่าปกติหรือเลือดมีภาวะเป็นเบสสมองส่วนควบคุมการหายใจจะสั่งกาท-ำ(ร)ให้ร่างกายการหายใจลดอัตราการหายใจกลไกที่2นะคะการทำงานของไตค่ะถ้าความเข้มข้นของไฮโดรเจนไอออนในเลือดเพิ่มมากขึ้นกว่าปกติหรือเลือดมีภาวะเป็นกรดเซลล์ผนังท่อหน่วยไตจะหลั่งไฮโดรเจนไอออนไอโมเนตารา(-ี)ยงI(ม)ronไอออนเข้าสู่ของเหลวใได(น)-้เท่า(อ)ไหร(น)-่ต(ว)ายไตและขับออกมา(ไป)พร้อมปัสสาวะขณะเดียวกันก็ยังมีการดูดกลับไฮโดรเจนคก-ั(า)ร์บอเนตไอออนโซเดียมไseroto(อ)อnin(อน)เข้าสู่หลอดเลือดแต่ถ้าความเข้มข้นของไฮโดรเจนไอออนในเลืก็(อด)ลดลงกว่าปกติหรือเลือดมีภาวะเป็นเบสเซลล์ผนัมื(งท)-่อไหร(น)-่วยไตจะาย(ล)ดถ-้(ก)ารหลั-่งไฮโดรเจนไอออนและหลั-่งค(ไ)ฮาเ(โ)ดป-็(ร)นเส(จ)-้นคาร์บอเนตไอออนเข้าสู่ของเหลวในท่อหน่วยไตและขับออกไปพร้อมปัสสาวะสำหก(ร)-ับสรุปเหน-ู(-ื)-้นา(อ)หาภายในบทเรียนหัวข้อที่2.3เรื่องการรักษาดุลยภาพของอุณหภูมิภายในร่างกายการรักษาดุลยภาพอุณหภูมิภายในร่างกายนี่เป็นการทำงานร-่วมก-ันของหลอดเลือดก(ท)-ีษา(-่)ผิวหนังและเส้นขนที(ใน)-่ผิวหนังและกล้ามเนื้อโครงร่างโดยมีส-่วนสมองส่วนไฮโพทาลามัสทำหน้าที่ควบคุมอุณหภูมิให้คงที่ในภาวะต่างๆดังนี้เมื่ออุณหภูมิภายในร่างกายของเราสูงขึ้นสมองส่วนไฮโพทาลามัสจะไปสั่งกาปโอน(ร)ให้รก-ำล(-่า)-ังกายลดอัตราเมแทบอลิซึมลงหลอดเลือดที่บริเวณผิวหนังมีอ-ัต(กา)รขยายตัวต่อมเหงื่อเพิ่มการสร้างเหงื่อเส้นล-่(ข)นเxn(อน)ราบเพื่ก(อ)เพิ่มการระบายความร้อนแต่ถ้าอุณหภูมิภายในร่างกายต่ำกว่าปกติสมองส่วนไฮโพทาลามัสจะสั่งให้ร่างกายเพิ่มอัตราเมแทบอลิซึมหลอรถที่บริเวณผิวหนัง(ด)เลือดที่บริเวณผิวหนังหดตัวต่ได(อ)มเหงื่อนี่น-้(ะ)คะลดการสถ(ร)-้างเหงื่อออกมาแต่ถ้าอบร(-ุ)ณห-ิเวณ(ภ)-ูผ(ม)-ิภาวห(ยใ)นร่-ั(า)งกายลดต่ำลงมากๆก็จะมีอาการสั่เน-ื่องจเข้ามาด้วยนะคะซึ่งการสตอ(-ั่)นนี้เป็นการทำงานของกล้ามเนื้อโครงร่างทำให้เพิ่มอัตราเมแทบอลิซึมในร่างกายของเราให้สูงขึ้นความร้อนทใน(-ี)ร-่ได้จา(-ึ)งมากขึ้กาย(น)ร่างกายจึงกลับเข้าสู่ภาวะสมดุลอีกครั้งค่ะสำหรับครั้งต่อไปนะคะก็จะเป็นหัวข้อที่2.4เรื่องระบบภูมิคุ้มกันสำหรับตอ(วั)นนี้ครูปราณ-ิ-ี(ก)ขอไปก่อนนะคะสวัสดีค่ะ[เสียงดนตรี]
More information
- compare(ans and test) :
- ans: file reference
- test: file test
- export datetime : 2024-04-24 08:26:52
- exported from : Accuracy Worker
- version :registry.rtt.in.th/spinsoft-transcription/backend_accuracy_worker:main-42d874d90e320e04ce26da7eb329f0d888006afc
- lib :character
- your normalize config
-IsFilter :true
-ToLower :false
-ToArabicNumber :true
-WordToNumber :false
-OrderAndSimilar :true
-ListRemove :
- alignment method :Hirschberg
- score weight :{"Match":5,"Mismatch":-1,"PartialMatch":2,"GapPenalty":-1}