﻿WEBVTT

1
00:00:00.000 --> 00:00:01.629

2
00:00:03.829 --> 00:00:04.770

3
00:00:07.158 --> 00:00:07.390

4
00:00:07.798 --> 00:00:08.207

5
00:00:12.989 --> 00:00:13.270

6
00:00:13.310 --> 00:00:13.712

7
00:00:16.579 --> 00:00:16.974

8
00:00:16.900 --> 00:00:17.435

9
00:00:17.539 --> 00:00:17.897

10
00:00:17.988 --> 00:00:18.444

11
00:00:19.269 --> 00:00:19.646

12
00:00:21.509 --> 00:00:22.957
เสียงดนตรี

13
00:00:25.549 --> 00:00:31.054
สวัสดีครับนักเรียนมาพบกับผมครูธีรภัทรนะครับวันนี้เราจะมาเรียนเรื่องระบบ

14
00:00:30.920 --> 00:00:32.089
คุ้มกันครับ

15
00:00:32.840 --> 00:00:33.064

16
00:00:33.041 --> 00:00:33.518

17
00:00:34.000 --> 00:00:35.174
ในเรื่องระบบ

18
00:00:35.149 --> 00:00:36.181
กันนี่

19
00:00:36.110 --> 00:00:41.438
หนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ชีวภาพนะครับจะอยู่ในบทที่ 2 เรื่องการรักษาดุลยภาพ

20
00:00:41.359 --> 00:00:42.690
ร่างกายมนุษย์นะครับ

21
00:00:42.639 --> 00:00:44.692
ในหัวข้อที่ 2.4

22
00:00:45.591 --> 00:00:45.853

23
00:00:46.041 --> 00:00:49.640
หัวข้อ 2.4 จะมีอยู่ด้วยกัน 3 หัวข้อย่อย

24
00:00:49.630 --> 00:00:50.965
ก็คือหัวข้อแรก

25
00:00:50.909 --> 00:00:56.983
จะเป็นเรื่องของกลไกต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปลอมแบบไม่จำเพาะนะครับหัวข้อที่ 2 ก็จะเป็นกลไกแบบ

26
00:00:56.800 --> 00:01:01.467
เฉพาะหัวข้อที่ 3 ก็จะเป็นเรื่องของความผิดปกติของภูมิคุ้มกัน

27
00:01:02.501 --> 00:01:02.805

28
00:01:03.011 --> 00:01:08.617
ในวันนี้เราจะมาเรียนกันในหัวข้อแรกนะครับก็คือเรื่องกลไกการต่อต้านหรือทําลายสิ่งแปลก

29
00:01:08.521 --> 00:01:11.220
แบบไม่จำเพาะแต่ว่าคนอื่นเขาจะมาเรียน

30
00:01:12.430 --> 00:01:12.796

31
00:01:12.810 --> 00:01:16.376
เนื้อหาคร่าวๆกันก่อนระบบภูมิคุ้มกันคืออะไรนะครับ

32
00:01:16.922 --> 00:01:20.181
จุดประสงค์ของเรื่องนี้นะครับ

33
00:01:20.181 --> 00:01:20.692

34
00:01:20.760 --> 00:01:26.549
ก็คาดหวังว่านักเรียนจะสามารถอธิบายบทบาทของอวัยวะหรือเนื้อเยื่อที่ทำหน้าที่ป้องกัน

35
00:01:27.101 --> 00:01:32.582
หรือทำลายเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมได้นะครับอันที่สองก็คือสามารถอธิบายหรือเขียนแผนผัง

36
00:01:32.480 --> 00:01:34.550
เกี่ยวข้องกับกลไกการต่อต้าน

37
00:01:34.721 --> 00:01:37.603
หรือทำลายสิ่งแปลกปลอมแบบไม่จำเพาะได้ครับ

38
00:01:39.022 --> 00:01:43.846
นักเรียนรอมาดูรูปนี้ก่อนนะครับนักเรียนรู้จักอะไรในรูปนี้บ้าง

39
00:01:44.841 --> 00:01:47.077
ครูจะให้เวลาลองคิดนะครับ

40
00:01:53.753 --> 00:01:54.123

41
00:01:54.132 --> 00:01:57.366
มันก็คือเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอม

42
00:01:57.341 --> 00:01:59.445
ที่อยู่รอบๆตัวเรานั่นเอง

43
00:01:59.582 --> 00:02:04.850
นักเรียนรู้จักอะไรบ้างนะครับก็จะมีทั้งแบคทีเรียไวรัสปรสิต

44
00:02:05.412 --> 00:02:05.822

45
00:02:05.733 --> 00:02:06.821
กระทั่ง

46
00:02:06.822 --> 00:02:07.213

47
00:02:07.013 --> 00:02:08.713
เรณูของดอกไม้นะครับ

48
00:02:11.122 --> 00:02:15.793
ในแต่ละวันร่างกายมีโอกาสได้รับเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอม

49
00:02:15.922 --> 00:02:20.977
เช่นไวรัสแบคทีเรียหรือสารพิษต่างๆผ่านเข้ามาทางใดได้บ้าง

50
00:02:20.993 --> 00:02:27.383
นักเรียนลองตอบคำถามดูนะครับอันที่สองก็คือเมื่อร่างกายได้รับแล้วนี่จะทำให้เกิดอันตรายหรือเจ็บ

51
00:02:27.252 --> 00:02:29.457
ทุกครั้งเสมอไปหรือไม่นะครับ

52
00:02:29.563 --> 00:02:34.127
อันนี้เป็น 2 คำถามที่คุณครูจะให้นักเรียนได้ลองคิดกันดูนะครับ

53
00:02:39.363 --> 00:02:45.395
นอกจากนี้ยังมีคำถามเพิ่มอีกว่าในบางครั้งร่างกายของแต่ละคนนี่อาจจะได้รับเชื้อโรคหรือสิ่ง

54
00:02:45.322 --> 00:02:46.790
อะตอมชนิดเดียวกัน

55
00:02:47.563 --> 00:02:48.205

56
00:02:48.143 --> 00:02:49.781
แต่ว่าอาจจะแสดงออก

57
00:02:49.683 --> 00:02:52.112
อาการที่เจ็บป่วยแตกต่างกันไป

58
00:02:52.052 --> 00:02:52.495

59
00:02:52.313 --> 00:02:54.700
บางคนอาจจะไม่เจ็บป่วยเลยก็ได้

60
00:02:55.123 --> 00:02:55.520

61
00:02:55.323 --> 00:02:57.034
เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้นครับ

62
00:02:58.003 --> 00:03:01.389
มี 3 คำถามด้วยกันแล้วนะที่ให้นักเรียนลองคิด

63
00:03:01.284 --> 00:03:06.263
เราจะมาหาคำตอบกันได้ในบทเรียนเรื่องระบบภูมิคุ้มกันในวันนี้ครับ

64
00:03:08.124 --> 00:03:11.008
นักเรียนบางคนอาจจะพอตอบคำถามได้นะครับ

65
00:03:10.954 --> 00:03:11.405

66
00:03:11.333 --> 00:03:17.603
ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายแต่ละคนนี่มีการตอบสนองต่อเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมที่ต่างกันนี่เอง

67
00:03:17.483 --> 00:03:18.434
เป็นสาเหตุ

68
00:03:18.764 --> 00:03:19.166

69
00:03:18.964 --> 00:03:23.765
ของการแสดงออกของโรคหรืออาการที่แตกต่างกันไปนะครับ

70
00:03:24.405 --> 00:03:24.627

71
00:03:24.854 --> 00:03:28.274
มีคำตอบมาอีกนะครับว่าแล้วระบบ

72
00:03:28.184 --> 00:03:30.840
มันมีการตอบสนองต่อต้าน

73
00:03:30.805 --> 00:03:34.999
หรือทำลายสิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่ร่างกายเราได้อย่างไรครับ

74
00:03:35.104 --> 00:03:37.325
เดี๋ยวเราลองช่วยกันคิดนะ

75
00:03:41.254 --> 00:03:46.652
จริงๆแล้วนักเรียนบางคนอาจจะพอตอบได้หรือบางคนอาจจะยังตอบไม่ได้ก็ไม่

76
00:03:46.504 --> 00:03:51.911
ครับเพราะว่าจริงๆแล้วระบบภูมิคุ้มกันเป็นระบบที่ค่อนข้างมีความซับซ้อน

77
00:03:52.014 --> 00:03:57.680
ก่อนที่เราจะมาเรียนว่าระบบภูมิคุ้มกันมีการทำลายมีการทำงานมีการตอบสนองหรือตอบ

78
00:03:57.454 --> 00:04:03.604
ทำลายสิ่งแปลกปลอมได้อย่างไรเรามาดูกันก่อนว่ามีอวัยวะหรือเนื้อเยื่อใดบ้างที่ทำงานเกี่ยว

79
00:04:03.544 --> 00:04:05.806
ลองกับระบบภูมิคุ้มกันของเรา

80
00:04:06.945 --> 00:04:12.242
เรามาดูกันนะครับว่าวัยวะและเนื้อเยื่อในระบบภูมิคุ้มกันมีอะไรบ้าง

81
00:04:12.385 --> 00:04:17.853
กลุ่มแรกสร้างและพัฒนากลุ่มลิมโฟไซต์คือไขกระดูกและไทมัส

82
00:04:17.894 --> 00:04:20.082
นักเรียนจำคำนี้ไว้ก่อนครับ

83
00:04:20.206 --> 00:04:21.290
ลิมโฟไซต์

84
00:04:21.736 --> 00:04:22.495

85
00:04:22.515 --> 00:04:28.043
นักเรียนอาจจะยังไม่รู้จักมันตอนนี้แต่ว่าเรียนโพธิ์ไทรจะมีบทบาทที่สำคัญในเรื่องระบบ

86
00:04:27.826 --> 00:04:29.522
โครงการของเรานะครับ

87
00:04:30.525 --> 00:04:31.232

88
00:04:31.286 --> 00:04:32.953
ต่อมาจะเป็น

89
00:04:33.015 --> 00:04:37.051
กลุ่มที่เป็นอวัยวะที่ทำหน้าที่ดักจับและทำลายสิ่งแปลกปลอม

90
00:04:37.685 --> 00:04:40.523
ซึ่งก็ได้แก่ม้ามและต่อมน้ำเหลืองนะครับ

91
00:04:40.646 --> 00:04:40.926

92
00:04:41.476 --> 00:04:46.979
มาดูกลุ่มสุดท้ายคนสุดท้ายจะเป็นเนื้อเยื่อบริเวณต่างๆที่ทำหน้าที่

93
00:04:46.796 --> 00:04:47.183

94
00:04:47.496 --> 00:04:47.752

95
00:04:47.756 --> 00:04:50.130
แล้วก็ทำลายสิ่งแปลกปลอม

96
00:04:50.055 --> 00:04:51.009
เช่น

97
00:04:50.956 --> 00:04:53.245
ทอมซินและเนื้อเยื่อน้ำเหลือง

98
00:04:53.577 --> 00:04:53.831

99
00:04:54.346 --> 00:05:02.406
นักเรียนก็ได้ทราบกันแล้วนะครับว่ามีอวัยวะหรือเนื้อเยื่อใดบ้างที่เกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกันคำถามที่ครูจะถามต่อมาก็คือ

100
00:05:02.487 --> 00:05:04.718
อวัยวะและเนื้อเยื่อเหล่านี้

101
00:05:04.857 --> 00:05:05.154

102
00:05:05.046 --> 00:05:08.630
นักเรียนคิดว่าอยู่ที่บริเวณใดบ้างในร่างกายของเรา

103
00:05:09.336 --> 00:05:11.337
ลองมาช่วยกันคิดนะครับ

104
00:05:12.676 --> 00:05:13.081

105
00:05:14.847 --> 00:05:20.387
จากรูปนะครับนักเรียนจะเห็นได้ว่าอวัยวะหรือเนื้อเยื่อน้ำเหลืองบางชนิด

106
00:05:20.488 --> 00:05:21.883
เช่นไขกระดูก

107
00:05:21.899 --> 00:05:23.156
ต่อมน้ำเหลือง

108
00:05:23.116 --> 00:05:27.800
หรือหลอดน้ำเหลืองจะพบได้กระจายอยู่ทั่วไปในร่างกายของเรา

109
00:05:27.726 --> 00:05:31.569
แต่ถ้าเป็นอวัยวะหรือเนื้อเยื่อบางอย่างเช่นทอนซิล

110
00:05:32.728 --> 00:05:35.051
ม้ามหรือว่าไส้ติ่งนี่

111
00:05:35.027 --> 00:05:40.640
เป็นอวัยวะที่พบได้ในจุดเดียวของร่างกายแต่ว่าจะพบอยู่ในบริเวณที่แตกต่างกัน

112
00:05:40.476 --> 00:05:41.228
ไปนะครับ

113
00:05:42.458 --> 00:05:44.184
คำถามต่อมาก็คือ

114
00:05:44.967 --> 00:05:45.509

115
00:05:45.538 --> 00:05:48.616
เหตุใดเราจึงพบอวัยวะหรือเนื้อเยื่อเหล่านี้

116
00:05:48.997 --> 00:05:51.004
อยู่ทั่วไปในร่างกายของเรา

117
00:05:54.638 --> 00:06:01.070
นักเรียนบางคนอาจจะยังตอบคำถามที่ครูถามเมื่อสักครู่ไม่ได้นะครับเดี๋ยวครูจะมีความรู้เพิ่มเติมจาก

118
00:06:00.848 --> 00:06:05.103
เรียนให้แล้วดูสิว่าเราจะตอบคำถามเหล่านี้ได้หรือเปล่า

119
00:06:05.588 --> 00:06:07.280
มาดูอันแรกกันเลยนะครับ

120
00:06:07.188 --> 00:06:07.603

121
00:06:07.567 --> 00:06:09.617
มันก็คือ lymphocyte

122
00:06:09.887 --> 00:06:14.241
คือเซลล์เม็ดเลือดขาวที่สามารถตอบสนองหรือว่าทำลายสิ่งแปลกปลอม

123
00:06:14.298 --> 00:06:16.091
ได้อย่างจำเพาะนะครับ

124
00:06:16.669 --> 00:06:16.900

125
00:06:17.317 --> 00:06:20.985
โดยอาศัยสารที่สร้างขึ้นมาจากตัวลิมโฟไซต์

126
00:06:21.288 --> 00:06:22.937
เช่นแอนติบอดี้

127
00:06:23.077 --> 00:06:23.500

128
00:06:23.459 --> 00:06:26.827
นักเรียนคุ้นคำว่าลิมโฟไซต์การใช่ไหมครับ

129
00:06:26.668 --> 00:06:32.514
ที่เราเพิ่งเจอกันไปเมื่อกี้นะครับแล้วก็จะมีคำใหม่ขึ้นมาก็คือคำว่าแอนติบอดี้

130
00:06:33.328 --> 00:06:39.838
เดี๋ยวเราจะได้เรียนเรื่องแอนติบอดี้กันต่อไปเรามาลองโฟกัสที่ครูวงกลมสีแดงอันก่อนว่าตัวนึง

131
00:06:39.539 --> 00:06:44.087
ก็คือตัวเซลล์เม็ดเลือดขาวที่สามารถตอบสนองและทำลายสิ่งแปลกปลอมได้นะครับ

132
00:06:44.028 --> 00:06:44.420

133
00:06:45.438 --> 00:06:49.809
พอจะตอบคำถามได้หรือยังถ้ายังไม่ได้มาดูอันถัดไปนะครับ

134
00:06:49.928 --> 00:06:50.368

135
00:06:50.498 --> 00:06:52.856
ก็คือความรู้เกี่ยวกับไส้ติ่ง

136
00:06:52.738 --> 00:06:54.833
fighting หรือแอป tiktok

137
00:06:54.598 --> 00:07:00.531
จะมีลักษณะเป็นท่อปลายตันนะครับอยู่บริเวณลำไส้ใหญ่ส่วนต้นนะครับมีความยาวประมาณสัก

138
00:07:00.492 --> 00:07:01.071

139
00:07:01.012 --> 00:07:02.357
17 cm

140
00:07:02.410 --> 00:07:05.488
ภายในของไส้ติ่งจะมีลิมโฟไซต์

141
00:07:05.679 --> 00:07:09.032
คำว่าลิมโฟไซต์อีกแล้วนะอยู่กันหนาแน่นมากเลยนะครับ

142
00:07:09.210 --> 00:07:09.482

143
00:07:10.099 --> 00:07:10.458

144
00:07:10.810 --> 00:07:16.097
แล้วก็ยังอาจจะเป็นที่อยู่ของแบคทีเรียที่จะเป็นประโยชน์ต่อระบบย่อยอาหารอีกด้วย

145
00:07:16.639 --> 00:07:17.583
เหมือนเดิม

146
00:07:17.598 --> 00:07:22.740
เราลองโฟกัสเฉพาะที่ครูวงกลมสีแดงเอาไว้นะครับว่าเจ้าไส้ติ่ง

147
00:07:22.729 --> 00:07:24.176
มันเป็นที่

148
00:07:25.029 --> 00:07:30.505
มีลิมโฟไซต์อยู่หนาแน่นนะครับและลิมโฟไซต์ยังเกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกันด้วย

149
00:07:30.600 --> 00:07:32.786
พอจะตอบคำถามกันได้บ้างหรือยังครับ

150
00:07:37.261 --> 00:07:37.670

151
00:07:37.899 --> 00:07:44.019
อย่างนั้นเรามาลองทวนคำถามที่ครูบอกอีกทีนะว่าเหตุใดอวัยวะและเนื้อเยื่อ

152
00:07:44.311 --> 00:07:48.609
ที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกันนี่จึงพบอยู่ทั่วร่างกายของเรา

153
00:07:48.540 --> 00:07:49.290

154
00:07:49.951 --> 00:07:51.679
น่าจะตอบกันได้แล้วนะ

155
00:07:52.640 --> 00:07:55.769
อย่างนั้นเราลองมาดูที่ครูเฉลยกันนะครับ

156
00:07:56.360 --> 00:07:57.890
เหตุผลแรก

157
00:07:58.090 --> 00:07:58.385

158
00:07:58.410 --> 00:08:00.965
ก็คือเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอม

159
00:08:01.030 --> 00:08:03.544
อยากสไลด์แรกที่ครูพูดไป

160
00:08:03.531 --> 00:08:03.910

161
00:08:03.850 --> 00:08:07.451
มันมีพบอยู่ทั่วไปรอบร่างกายเราเลยฉะนั้น

162
00:08:07.690 --> 00:08:08.257

163
00:08:08.270 --> 00:08:13.037
มันก็สามารถที่จะเข้าสู่ร่างกายผ่านเนื้อเยื่อเราได้เกือบทุกบริเวณเลย

164
00:08:14.740 --> 00:08:15.729
นะครับ

165
00:08:15.700 --> 00:08:16.295

166
00:08:16.282 --> 00:08:17.227
ดังนั้น

167
00:08:17.881 --> 00:08:23.253
อวัยวะหรือเนื้อเยื่อที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกันจึงต้องกระจายอยู่ทั่วบริเวณ

168
00:08:23.580 --> 00:08:25.818
ปากของร่างกายของเรานะครับ

169
00:08:25.950 --> 00:08:26.192

170
00:08:26.271 --> 00:08:30.576
เหตุผลออกมาก็คือเจ้าลิมโฟไซต์ที่เป็นพระเอกของเรา

171
00:08:30.760 --> 00:08:35.828
เมื่อกี้เรารู้ไปแล้วว่าลิมโฟไซต์จะสร้างและพัฒนาที่บริเวณไหนครับ

172
00:08:35.811 --> 00:08:36.239

173
00:08:36.202 --> 00:08:39.329
บริเวณไขกระดูกและไขมันใช่ไหมคะ

174
00:08:39.531 --> 00:08:40.106

175
00:08:40.051 --> 00:08:45.839
ซึ่งเมื่อสร้างบริเวณเหล่านั้นแต่ว่ามันจำเป็นต้องอาศัยเนื้อเยื่อหรืออวัยวะ

176
00:08:45.751 --> 00:08:47.037
อื่นๆเช่น

177
00:08:47.235 --> 00:08:48.838
เช่นหลอดน้ำเหลืองนะครับ

178
00:08:49.211 --> 00:08:49.591

179
00:08:49.401 --> 00:08:51.888
ในการลำเลียงไปทั่วร่างกายของเรา

180
00:08:54.082 --> 00:08:59.393
แล้วก็เหตุผลถัดมาก็คือเมื่อลำเลียงลิมโฟไซต์เหล่านี้ไปแล้ว

181
00:08:59.261 --> 00:09:04.982
ก็ยังจำเป็นต้องมีอวัยวะหรือเนื้อเยื่อที่เป็นที่สะสมลิมโฟไซต์เหล่านี้

182
00:09:05.291 --> 00:09:05.730

183
00:09:05.673 --> 00:09:10.299
เพราะเมื่อเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมเข้ามาที่บริเวณใดก็ตามนะครับ

184
00:09:10.222 --> 00:09:16.620
ลิมโฟไซต์ก็จะสามารถทำหน้าที่ตอบสนองหรือว่าทำลายสิ่งแปลกปลอมที่เข้ามาสู่ร่างกายเราได้ทันทีนะคะ

185
00:09:17.532 --> 00:09:21.558
อันนี้ก็จะเป็นคำตอบที่สำหรับคำถามที่ครูถามไปเมื่อกี้นะครับ

186
00:09:23.292 --> 00:09:25.857
นักเรียนลองพิจารณาข้อความ

187
00:09:26.943 --> 00:09:27.237

188
00:09:27.202 --> 00:09:29.870
ที่ปรากฏอยู่นี่นะครับเดี๋ยวเราลองมาคิด

189
00:09:29.822 --> 00:09:30.197

190
00:09:30.142 --> 00:09:32.452
จากคำถามที่ครูจะถามกันนะครับ

191
00:09:33.412 --> 00:09:33.849

192
00:09:36.103 --> 00:09:36.319

193
00:09:36.292 --> 00:09:36.743

194
00:09:36.553 --> 00:09:36.992

195
00:09:42.003 --> 00:09:42.433

196
00:09:42.382 --> 00:09:45.131
คำถามที่จะให้นักเรียนลองคิดก็คือ

197
00:09:45.072 --> 00:09:49.292
โอนไปแบบไม่จำเพาะและกลไกแบบจำเพาะนี่คืออะไร

198
00:09:49.685 --> 00:09:49.889

199
00:09:49.873 --> 00:09:50.191

200
00:09:50.843 --> 00:09:52.388
และเหตุใด

201
00:09:53.593 --> 00:09:59.084
ร่างกายของเราจึงต้องมีกลไกทั้ง 2 แบบเพื่อกระตุ้นให้เกิดการตอบสนองของระบบ

202
00:09:59.043 --> 00:10:00.090
ภูมิคุ้มกัน

203
00:10:01.413 --> 00:10:01.718

204
00:10:02.244 --> 00:10:08.199
เดี๋ยวเราจะมาเรียนรู้กันไปทีละกลไกนะครับเริ่มต้นจากกลไกการต่อต้านหรือทําลายสิ่ง

205
00:10:08.074 --> 00:10:09.883
แบบฟอร์มแบบไม่จำเพาะก่อน

206
00:10:10.123 --> 00:10:10.322

207
00:10:10.253 --> 00:10:10.503

208
00:10:10.503 --> 00:10:16.170
กลไกนี้จะแบ่งออกได้เป็น 2 กลไกหลักๆก็คืออันแรกมันเป็นการต่อ

209
00:10:16.013 --> 00:10:18.070
หรือทำลายสิ่งแปลกปลอม

210
00:10:18.063 --> 00:10:23.318
ที่จะเข้าสู่เนื้อเยื่อบริเวณต่างๆของร่างกายอันนี้คุณครูย้ำนิดนึงนะครับ

211
00:10:23.253 --> 00:10:23.620

212
00:10:23.572 --> 00:10:27.119
ว่าก่อนที่จะเข้าสู่เนื้อเยื่อของร่างกายของเรานั่นเองนะครับ

213
00:10:27.092 --> 00:10:27.553

214
00:10:27.413 --> 00:10:31.072
ไปถัดมาก็คือต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปลอม

215
00:10:31.003 --> 00:10:33.908
อยู่ในเนื้อเยื่อของร่างกายของเราแล้วนะครับ

216
00:10:36.383 --> 00:10:36.915

217
00:10:36.833 --> 00:10:39.941
จากที่คุณครูได้กล่าวไปก่อนหน้านี้แล้วว่า

218
00:10:39.913 --> 00:10:41.017
กลไก

219
00:10:41.962 --> 00:10:49.561
ในระบบภูมิคุ้มกันนี่เป็นระบบที่มีความซับซ้อนเราทราบไปแล้วว่ามีอวัยวะหรือเนื้อเยื่ออะไรบ้างที่

220
00:10:49.333 --> 00:10:52.471
เกี่ยวข้องกับระบบการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน

221
00:10:52.403 --> 00:10:52.875

222
00:10:52.654 --> 00:10:56.495
ในความเป็นจริงแล้วยังมีอวัยวะหรือเนื้อเยื่ออื่นๆ

223
00:10:56.443 --> 00:11:01.832
ในระบบต่างๆของร่างกายที่ทำหน้าที่ต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปลอม

224
00:11:02.263 --> 00:11:05.528
ก่อนที่จะเข้าสู่เนื้อเยื่อของร่างกายของเราเช่นกัน

225
00:11:07.133 --> 00:11:09.171
นักเรียนพอจะทราบไหมครับ

226
00:11:09.183 --> 00:11:09.465

227
00:11:09.372 --> 00:11:11.217
อวัยวะหรือเนื้อเยื่อ

228
00:11:11.232 --> 00:11:16.688
ในระบบอื่นๆของร่างกายนี่อะไรบ้างที่ทำหน้าที่ที่ครูกล่าวมานะครับ

229
00:11:18.022 --> 00:11:19.363
ถ้ามาดูจากรูป

230
00:11:19.882 --> 00:11:20.114

231
00:11:20.263 --> 00:11:21.920
ก็พอจะเห็น

232
00:11:22.132 --> 00:11:23.038
กันนะครับ

233
00:11:23.099 --> 00:11:23.576

234
00:11:23.531 --> 00:11:25.554
ว่าครูทำเป็นกล่องไว้นะ

235
00:11:25.582 --> 00:11:31.831
นักเรียนลองเดาสิว่าอวัยวะเหล่านี้ทำหน้าที่ในการต่อต้านหรือทําลายสิ่งแปลก

236
00:11:31.803 --> 00:11:36.412
ปกติเข้าสู่เนื้อเยื่ออย่างไรบ้างเดี๋ยวครูให้เวลาคิดสักครู่นะครับ

237
00:11:38.082 --> 00:11:42.204
เรามาลองดูกันที่อวัยวะหรือเนื้อเยื่อกันเลยนะ

238
00:11:42.694 --> 00:11:43.320
ครับ

239
00:11:43.263 --> 00:11:46.352
หน้ากากข้างบนเลยอันแรกก็คือ

240
00:11:46.282 --> 00:11:47.936
ครูของเรานี่แหละนะครับ

241
00:11:47.942 --> 00:11:49.658
ภายในหูนี่

242
00:11:49.732 --> 00:11:51.204
มีขี้หู

243
00:11:51.213 --> 00:11:56.995
ทำหน้าที่ดักจับฝุ่นละอองหรือว่าแมลงหรือสิ่งแปลกปลอมที่จะเข้าไปทางหูของเรานะครับ

244
00:11:58.642 --> 00:11:58.945

245
00:11:58.892 --> 00:11:59.847
ต่อมา

246
00:11:59.792 --> 00:12:00.671
คือ

247
00:12:00.753 --> 00:12:01.658
ผิวหนัง

248
00:12:02.172 --> 00:12:02.464

249
00:12:02.361 --> 00:12:07.984
ผิวหนังที่จะมีบทบาทสำคัญมากเลยเพราะว่าทุกส่วนของร่างกายเราก็จะมีผิวหนังห่อหุ้มนะครับ

250
00:12:08.442 --> 00:12:09.036

251
00:12:09.144 --> 00:12:12.776
ผิวหนังจะทำหน้าที่หลักๆในการป้องกันการบุกรุก

252
00:12:12.671 --> 00:12:14.451
เชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอม

253
00:12:15.422 --> 00:12:20.058
ในขณะเดียวกันนะครับที่ผิวหนังก็จะมีต่อมเหงื่อและต่อมไขมัน

254
00:12:19.972 --> 00:12:25.489
ซึ่งเกิดจากต่อมเหงื่อและน้ำมันจากต่อมไขมันที่จะยับยั้งการเจริญเติบโตของเด็ก

255
00:12:25.292 --> 00:12:26.896
ยาบางชนิดได้นะครับ

256
00:12:28.052 --> 00:12:28.681

257
00:12:28.942 --> 00:12:31.917
ถัดมาก็คือบริเวณตาของเรานี่แหละ

258
00:12:31.954 --> 00:12:32.594
ครับ

259
00:12:33.682 --> 00:12:35.521
ในป่าจะมีน้ำตา

260
00:12:36.952 --> 00:12:40.975
ซึ่งจะมีเอนไซม์ชื่อว่าอะไรทรายทำหน้าที่

261
00:12:41.942 --> 00:12:42.152

262
00:12:42.782 --> 00:12:47.210
ย่อยผนังเซลล์ของแบคทีเรียซึ่งก็คือสิ่งแปลกปลอมรูปแบบหนึ่งนะครับ

263
00:12:48.222 --> 00:12:48.605

264
00:12:48.611 --> 00:12:49.562
จัดมา

265
00:12:49.822 --> 00:12:50.904
ว่าจะเป็น

266
00:12:51.112 --> 00:12:52.526
ระบบหายใจ

267
00:12:53.673 --> 00:12:56.718
ซึ่งก็จะมีจริงๆจะมีจมูกด้วยนะครับ

268
00:12:56.613 --> 00:12:58.605
หนูก็จะมีขนจมูก

269
00:12:59.502 --> 00:13:04.370
มีน้ำมูกมีเลือดต่างๆที่คอยดักจับสิ่งแปลกปลอมก่อนที่จะเข้าไป

270
00:13:04.432 --> 00:13:05.781
ในท่อลมนะครับ

271
00:13:06.032 --> 00:13:06.320

272
00:13:06.291 --> 00:13:11.217
เครื่องไหนท่อลมเองก็จะมีการหลั่งเมือกนะครับเพื่อดักจับฝุ่นละออง

273
00:13:11.032 --> 00:13:13.331
แล้วก็เชื้อจุลินทรีย์ที่เข้ามา

274
00:13:14.292 --> 00:13:19.263
เชื้อจุลินทรีย์หรือว่าสิ่งแปลกปลอมที่เข้ามาได้ถึงท่อลมแล้วนี่

275
00:13:19.232 --> 00:13:20.770
ว่าจะมีซีเรีย

276
00:13:20.892 --> 00:13:22.512
ที่จะเข้า

277
00:13:22.623 --> 00:13:28.571
ทำหน้าที่โบกพัดให้สิ่งแปลกปลอมเหล่านี้มันกลับขึ้นไปในระบบหายใจของเรากับทางจมูก

278
00:13:28.594 --> 00:13:32.306
แล้วก็จะกำจัดออกจากร่างกายด้วยการไอหรือจามนะครับ

279
00:13:33.012 --> 00:13:33.289

280
00:13:33.712 --> 00:13:34.147

281
00:13:34.162 --> 00:13:39.903
เวลาที่ตอนนี้ที่มันมีสถานการณ์ของ covid อยู่ฉะนั้นเขา

282
00:13:39.661 --> 00:13:42.984
ก็เลยรณรงค์ให้เราใส่หน้ากากอนามัย

283
00:13:43.003 --> 00:13:43.250

284
00:13:43.254 --> 00:13:48.063
ป้องกันเชื้อโรคที่จะออกมาจากการไอหรือจามของเรานั่นเองนะครับ

285
00:13:48.002 --> 00:13:48.441

286
00:13:48.773 --> 00:13:50.448
คราวนี้ก็เชื่อมโยง

287
00:13:50.432 --> 00:13:53.007
กับชีวิตประจำวันของเรานั้นเองนะครับ

288
00:13:52.931 --> 00:13:55.693
อวัยวะถัดมาก็คือกระเพาะอาหารนะครับ

289
00:13:55.611 --> 00:13:57.348
กระเพาะอาหารจะมีกรด

290
00:13:57.673 --> 00:13:57.918

291
00:13:57.931 --> 00:13:58.177

292
00:13:58.692 --> 00:14:04.061
ก็คือกรดไฮโดรคลอริกนั่นแหละที่เรารู้จักกันดีเพราะมี PS แบบต่ำมากเลยนะครับ

293
00:14:04.202 --> 00:14:08.302
จะทำลายแบคทีเรียที่ลงไปกับอาหารที่เรากินนะครับ

294
00:14:08.301 --> 00:14:13.710
เพราะว่าอาหารที่เรากินโดยเฉพาะของสดต่างๆเช่นผักผลไม้สดก็จะมีการ

295
00:14:13.561 --> 00:14:19.189
ส่วนของเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอมอยู่มากเช่นนั้นกรดในกระเพาะอาหารจะทำหน้าที่ทำลายเชื้อโรคหรือสิ่ง

296
00:14:19.063 --> 00:14:20.878
ความเหล่านี้ไม่ให้เข้าสู่เนื้อเยื่อ

297
00:14:20.992 --> 00:14:22.316
ของเรานะครับ

298
00:14:22.653 --> 00:14:22.859

299
00:14:22.852 --> 00:14:23.288

300
00:14:23.043 --> 00:14:23.407

301
00:14:23.492 --> 00:14:25.173
ลงมาทางด้านล่างนะครับ

302
00:14:25.093 --> 00:14:25.383

303
00:14:25.473 --> 00:14:27.321
ก็คือตัวกระเพาะปัสสาวะ

304
00:14:27.452 --> 00:14:28.737
กระเพาะปัสสาวะ

305
00:14:28.863 --> 00:14:30.356
จะทำหน้าที่

306
00:14:30.602 --> 00:14:36.028
ขับปัสสาวะออกจากร่างกายในขณะเดียวกันก็จะช่วยพาพวกเชื้อโรค

307
00:14:35.972 --> 00:14:39.831
หรือจุลินทรีย์ต่างๆออกมาทางท่อปัสสาวะด้วยนะครับ

308
00:14:42.062 --> 00:14:43.969
และสุดท้ายคือช่องคลอด

309
00:14:43.922 --> 00:14:46.304
คือช่องคลอดจะมีภาวะที่เป็นกรด

310
00:14:46.232 --> 00:14:46.447

311
00:14:46.813 --> 00:14:50.679
ว่าจะทำหน้าที่ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อโรคด้วยเหมือนกันครับ

312
00:14:50.842 --> 00:14:51.281

313
00:14:52.122 --> 00:14:52.402

314
00:14:53.083 --> 00:14:53.361

315
00:14:53.402 --> 00:14:55.934
นักเรียนก็ได้ทราบกันไปแล้วนะครับ

316
00:14:56.803 --> 00:15:03.950
ว่าในร่างกายของเรานอกจากอวัยวะที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกันแล้วยังมีอวัยวะหรือเนื้อเยื่อในระบบอื่น

317
00:15:05.513 --> 00:15:10.818
ที่ทำหน้าที่ต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปลอมก่อนที่จะเข้าสู่เนื้อเยื่อของร่างกายของเรานะครับ

318
00:15:15.123 --> 00:15:18.407
แล้วถ้าแนวป้องกันเหล่านี้ถูกทำลายนะครับ

319
00:15:18.451 --> 00:15:18.729

320
00:15:18.842 --> 00:15:19.594
เช่น

321
00:15:20.313 --> 00:15:20.593

322
00:15:20.762 --> 00:15:22.303
เกิดบาดแผลขึ้นนะครับ

323
00:15:23.453 --> 00:15:28.715
หรือว่ามีเชื้อโรคที่สร้างเอนไซม์มาย่อยสลายเซลล์เยื่อบุผิวต่างๆนะครับ

324
00:15:29.983 --> 00:15:33.700
ร่างกายเราจะมีกลไกในการต่อต้านหรือทําลายสิ่งแปลกปลอม

325
00:15:34.603 --> 00:15:37.104
ที่เข้ามาสู่เนื้อเยื่อของเราได้อย่างไรนะครับ

326
00:15:39.593 --> 00:15:41.305
แล้วถ้าครูมี

327
00:15:41.512 --> 00:15:44.973
ข้อความตรงนี้ให้ว่าเมื่อเกิดบาดแผล

328
00:15:45.362 --> 00:15:51.718
สิ่งที่เราสังเกตเห็นจากบาดแผลของเราก็คือจะมีเลือดไหลออกมาใช่ไหมครับเนื่องจากว่า

329
00:15:51.702 --> 00:15:58.192
เลือดของเราถูกทำลายหรือบางครั้งอาจจะเกิดอาการบวมแดงหรือบริเวณบาดแผลนี้มีอุณหภูมิ

330
00:15:58.103 --> 00:15:59.333
สูงที่สูงขึ้น

331
00:15:59.522 --> 00:16:02.594
อุณหภูมิปกติของร่างกายเรา

332
00:16:03.042 --> 00:16:03.408

333
00:16:03.423 --> 00:16:07.663
กลไกอันนี้ก็ถือว่าเป็นการต่อต้านหรือทําลายสิ่งแปลกปลอม

334
00:16:07.653 --> 00:16:09.376
ที่อยู่ในเนื้อเยื่อของเรา

335
00:16:09.963 --> 00:16:10.313

336
00:16:10.342 --> 00:16:11.732
คำถามก็คือ

337
00:16:12.904 --> 00:16:15.795
ลักษณะดังกล่าวนี้เรียกว่าอะไรนะครับ

338
00:16:16.243 --> 00:16:16.652

339
00:16:16.433 --> 00:16:16.653

340
00:16:17.012 --> 00:16:22.003
แล้วก็เหตุใดจึงมักเกิดลักษณะดังกล่าวคือเมื่อเกิดบาดแผลขึ้นตามร่างกายของเรา

341
00:16:23.412 --> 00:16:23.664

342
00:16:24.372 --> 00:16:26.117
ลองตอบคำถามกันดูนะครับ

343
00:16:26.872 --> 00:16:27.296

344
00:16:27.382 --> 00:16:29.928
ได้เดี๋ยวเรามาได้เรียนรู้กันต่อไป

345
00:16:31.933 --> 00:16:34.950
ลักษณะบาดแผลที่เราเห็นได้นะครับ

346
00:16:34.882 --> 00:16:35.269

347
00:16:35.454 --> 00:16:40.638
ก็เป็นกลไกการต่อต้านและทำลายสิ่งแปลกปลอมแบบไม่จำเพาะรูปแบบหนึ่งนะครับ

348
00:16:40.582 --> 00:16:41.026

349
00:16:41.033 --> 00:16:45.513
เกิดขึ้นเมื่อมีเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมเข้าไปในเนื้อเยื่อเราได้แล้วนะครับ

350
00:16:45.572 --> 00:16:45.837

351
00:16:46.153 --> 00:16:50.620
เราจะเรียกกลไกนิว่าการอักเสบหรือ inflammation นะครับ

352
00:16:50.643 --> 00:16:50.868

353
00:16:50.772 --> 00:16:51.213

354
00:16:51.663 --> 00:16:58.637
การอักเสบจะเกิดขึ้นไปพร้อมๆกับการทำงานของเซลล์อีกกลุ่มหนึ่งนะครับที่เรียกว่าฟาโกไซต์นะครับ

355
00:16:59.092 --> 00:17:02.546
ส่วนกลุ่มฟาโกไซต์จะคอยดักจับและทำลายสิ่งแปลกปลอม

356
00:17:02.553 --> 00:17:02.934

357
00:17:02.812 --> 00:17:06.209
พี่เข้าไปสู่เนื้อเยื่อของเราผ่านทางปากแผลนะครับ

358
00:17:06.853 --> 00:17:07.140

359
00:17:07.043 --> 00:17:07.309

360
00:17:07.232 --> 00:17:14.840
เรามาทำความรู้จักของเซลล์กลุ่มฟาโกไซต์เพิ่มเติมนะครับจริงๆแล้วเซลล์กลุ่มฟาโกไซต์ก็เป็นเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดหนึ่งนะครับ

361
00:17:15.173 --> 00:17:15.867

362
00:17:15.883 --> 00:17:16.533

363
00:17:16.453 --> 00:17:16.739

364
00:17:16.715 --> 00:17:20.357
ได้แก่นิวโทรฟิลโมโนไซต์โดยเจ้ามอเตอร์ไซค์นี้นะครับ

365
00:17:20.293 --> 00:17:20.669

366
00:17:20.933 --> 00:17:25.694
จะสามารถแทรกตัวออกจากหลอดเลือดฝอยของเราได้นะคะเพื่อไปตามเนื้อเยื่อต่างๆ

367
00:17:25.873 --> 00:17:26.289

368
00:17:26.454 --> 00:17:31.801
โดยเมื่อมันแทรกตัวเข้าไปที่เนื้อเยื่อแล้วนี่มาจากขยายขนาดใหญ่ขึ้นนะครับ

369
00:17:32.413 --> 00:17:34.865
ไปเป็นเซลล์ที่เรียกว่าแมคโครฟาจ

370
00:17:35.033 --> 00:17:35.667
ครับ

371
00:17:35.673 --> 00:17:36.052

372
00:17:35.992 --> 00:17:41.623
โดยแมคโครฟาจจะมีประสิทธิภาพสูงในการดักจับและทำลายเชื้อโรคที่เข้าสู่บาดแผลของเรานะครับ

373
00:17:41.823 --> 00:17:42.152

374
00:17:42.082 --> 00:17:46.555
อันนี้ก็คือรูปของนิวโทรฟิลโมโนไซต์แล้วก็ maksud

375
00:17:46.442 --> 00:17:50.912
ภายใต้กล้องจุลทรรศน์ก่อนใช้แสงนะครับจะมีลักษณะต่างๆดังนี้นะครับ

376
00:17:55.153 --> 00:17:57.713
โอนไปที่เกิดขึ้นเมื่อ

377
00:17:57.973 --> 00:17:58.196

378
00:17:58.223 --> 00:18:00.168
เราเกิดบาดแผลแล้วก็กัน

379
00:18:00.012 --> 00:18:01.722
เกิดการอักเสบตามมา

380
00:18:01.682 --> 00:18:01.965

381
00:18:01.812 --> 00:18:05.627
เกิดขึ้นอย่างไรครับก็คือเมื่อเกิดบาดแผลจะเกิดสัญญาณเคมี

382
00:18:05.652 --> 00:18:11.248
ซึ่งสัญญาณเคมีมาจากอะไรมาจากเนื้อเยื่อที่เสียหายหรือว่าตัวเชื้อโรคหรือสิ่ง

383
00:18:11.172 --> 00:18:12.391
ตอนนั้นเองนะครับ

384
00:18:12.703 --> 00:18:13.269

385
00:18:13.212 --> 00:18:16.747
เมื่อมีสัญญาณเคมีเกิดขึ้นจะดึงดูดเซลล์

386
00:18:16.612 --> 00:18:19.868
กลุ่มฟาโกไซต์มาที่หลอดเลือดมากขึ้นนะครับ

387
00:18:21.032 --> 00:18:25.052
มาถึงเซลล์กลุ่มฟาโกไซต์มาถึงก็จะคอยดักจับ

388
00:18:25.322 --> 00:18:26.684
เชื้อโรค

389
00:18:26.992 --> 00:18:29.651
กระจายไปยังบริเวณต่างๆนะครับ

390
00:18:29.812 --> 00:18:30.124

391
00:18:30.132 --> 00:18:31.779
เราเรียกกระบวนการ

392
00:18:32.112 --> 00:18:34.612
ดีเซลกลุ่มฟาโกไซต์ดักจับเชื้อโรค

393
00:18:34.802 --> 00:18:35.189

394
00:18:35.061 --> 00:18:35.812

395
00:18:35.893 --> 00:18:38.391
การเกิดฟาโกไซโทซิสนะครับ

396
00:18:38.902 --> 00:18:39.149

397
00:18:40.823 --> 00:18:41.103

398
00:18:41.338 --> 00:18:41.747

399
00:18:42.292 --> 00:18:43.734
นอกจากนี้

400
00:18:44.032 --> 00:18:46.261
กระบวนการอักเสบอย่างทำให้เกิด

401
00:18:46.593 --> 00:18:47.481
ลักษณะ

402
00:18:47.682 --> 00:18:47.925

403
00:18:48.132 --> 00:18:52.778
อาการต่างๆตามมานะครับก็คือหลอดเลือดฝอยมีการขยายตัวเกิดขึ้นนะครับ

404
00:18:52.682 --> 00:18:57.871
มีการนำเลือดและก็สะสมเซลล์เม็ดเลือดขาวบริเวณนั้นมากขึ้นนะครับ

405
00:18:57.931 --> 00:18:58.983
ผ่านของ

406
00:18:58.891 --> 00:18:59.776
น้ำเหลือง

407
00:19:00.052 --> 00:19:00.309

408
00:19:00.942 --> 00:19:02.965
แล้วก็เกิดอาการบวมแดงนะครับ

409
00:19:02.992 --> 00:19:06.220
รวมทั้งอุณหภูมิบริเวณนั้นอาจจะสูงขึ้นด้วยนะครับ

410
00:19:06.131 --> 00:19:06.679

411
00:19:06.831 --> 00:19:12.182
เราก็เรียกรวมกันทั้งหมดนี้ว่าการเกิดการอักเสบซึ่งอย่างที่ครูบอกไปแล้วว่ามันเป็น

412
00:19:12.092 --> 00:19:15.400
ไกลการต่อต้านและทำลายสิ่งแปลกปลอมรูปแบบหนึ่งนะครับ

413
00:19:17.411 --> 00:19:17.657

414
00:19:17.791 --> 00:19:19.504
อันนี้คือภาพรวมโดยสรุป

415
00:19:19.582 --> 00:19:21.380
ของการอักเสบนะครับ

416
00:19:22.142 --> 00:19:22.386

417
00:19:22.591 --> 00:19:22.845

418
00:19:22.781 --> 00:19:29.341
จะเห็นว่าภาพกก็คือสัญญาณเคมีจะถูกส่งออกมาดึงดูดเซลล์กลุ่มฟาโกไซต์โดยเฉพาะ

419
00:19:29.192 --> 00:19:32.616
แมคโครฟาจให้เกิดกระบวนการฟาโกไซโทซิส

420
00:19:32.722 --> 00:19:38.114
ที่จะคอยดักจับแล้วก็ทำลายเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมบริเวณบาดแผลนะครับ

421
00:19:39.699 --> 00:19:42.377
หลังจากนั้นเชื้อโรคที่ถูกทำลาย

422
00:19:42.391 --> 00:19:44.816
รวมกับฟาโกไซต์ที่ตายแล้วนะครับ

423
00:19:44.761 --> 00:19:46.666
รวมกันกลายเป็นหนอง

424
00:19:46.681 --> 00:19:49.745
แล้วก็จะมีการแบ่งเซลล์บริเวณที่เกิดบาดแผล

425
00:19:49.761 --> 00:19:52.218
ซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่ถูกทำลายด้วยนะครับ

426
00:19:53.535 --> 00:19:53.962

427
00:19:54.171 --> 00:19:56.230
หนังสือเรียนชีวภาพนี่

428
00:19:56.161 --> 00:19:56.397

429
00:19:56.481 --> 00:19:58.415
จะมีกรอบความรู้นะครับ

430
00:19:58.661 --> 00:19:58.944

431
00:19:58.922 --> 00:20:01.812
อันนี้ก็จะเป็นกรอบเชื่อมโยงกับสุขภาพ

432
00:20:01.992 --> 00:20:02.222

433
00:20:02.311 --> 00:20:04.725
เห็นว่าสิวที่

434
00:20:04.931 --> 00:20:07.764
เนื้อหาที่ปรากฏอยู่ในหนังสือเรียน

435
00:20:07.760 --> 00:20:13.031
วิทยาศาสตร์ชีวภาพจะพยายามเชื่อมโยงให้นักเรียนได้นำความรู้ในสิ่งที่ได้เรียนมานะครับ

436
00:20:13.011 --> 00:20:13.342

437
00:20:13.331 --> 00:20:14.159
ไปเชื่อมโยง

438
00:20:14.232 --> 00:20:19.457
ที่พบได้ในชีวิตประจำวันของนักเรียนที่ให้นักเรียนสามารถเข้าใจ

439
00:20:19.412 --> 00:20:20.771
อธิบาย

440
00:20:20.761 --> 00:20:26.965
เท่าทันกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเกิดกับตัวนักเรียนเองหรือสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบตัวเรานะครับ

441
00:20:29.282 --> 00:20:30.314
อย่างตัวอย่าง

442
00:20:30.312 --> 00:20:35.892
เชื่อมสุขภาพนี้จะเป็นความรู้เกี่ยวกับเรื่องของการเกิดสิวนะครับหรือสิวอักเสบที่พบกันได้มาก

443
00:20:35.751 --> 00:20:38.931
ในช่วงวัยรุ่นหรือว่าช่วงบ่ายนักเรียนนะครับ

444
00:20:39.151 --> 00:20:39.422

445
00:20:40.051 --> 00:20:40.303

446
00:20:41.261 --> 00:20:46.725
หลังจากที่เราเรียนมาทั้งหมดแล้วเรามาตรวจสอบความเข้าใจกันดูว่านักเรียนเข้าใจในเรื่องระบบภูมิคุ้ม

447
00:20:46.651 --> 00:20:51.992
นะครับโดยเฉพาะในหัวข้อกลไกการต่อต้านหรือทําลายสิ่งแปลกปลอมแบบไม่จําเพาะ

448
00:20:52.341 --> 00:20:53.621
มากน้อยแค่ไหน

449
00:20:53.811 --> 00:20:54.093

450
00:20:54.071 --> 00:20:54.501

451
00:20:54.721 --> 00:20:57.915
มาดูสิว่าเราตรวจสอบความเข้าใจกันอย่างไรบ้างนะครับ

452
00:20:57.923 --> 00:20:58.184

453
00:20:58.171 --> 00:21:03.574
ลองหยิบกระดาษกับปากกาขึ้นมานะครับแล้วก็เขียนแผนผังสรุปกลไกการต่อต้านหรือทําลายสิ่ง

454
00:21:03.492 --> 00:21:09.342
แบบฟอร์มแบบไม่จำเพาะดูดูซิว่านักเรียนจะเขียนได้ว่าอย่างไรบ้างอาจจะไม่จำเป็นต้องเหมือนกันนะครับ

455
00:21:09.190 --> 00:21:11.510
เริ่มต้นจากตรงไหนก็ได้เดี๋ยวมาดูกันว่า

456
00:21:12.081 --> 00:21:14.508
จะเหมือนกับที่คุณครูได้ทำ

457
00:21:14.452 --> 00:21:15.547
มีตัวอย่างไหมครับ

458
00:21:16.751 --> 00:21:17.035

459
00:21:18.092 --> 00:21:20.584
อันนี้ก็เป็นตัวอย่างของ

460
00:21:20.660 --> 00:21:21.081

461
00:21:20.980 --> 00:21:26.533
แผนผังที่คุณครูได้เขียนให้นักเรียนดูนะครับลองไปศึกษากันดูก็จะมีทั้งคน

462
00:21:26.361 --> 00:21:28.858
ในการต่อต้านสิ่งแปลกปลอมที่

463
00:21:28.865 --> 00:21:29.272

464
00:21:29.249 --> 00:21:31.889
ก่อนที่จะเข้าสู่ร่างกายของเรานะครับ

465
00:21:31.811 --> 00:21:38.915
มีอะไรบ้างนะครับรวมทั้งกลไกการต่อต้านทำลายสิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่เนื้อเยื่อในร่างกายของเราแล้วนะคะ

466
00:21:42.051 --> 00:21:47.642
แล้วหลังจากเรียนมาทั้งหมดแล้วนักเรียนสรุปเนื้อหาที่ได้จากบทเรียนนี้กันว่าอย่างไรบ้าง

467
00:21:49.813 --> 00:21:56.726
อันนี้เป็นที่คุณครูสรุปได้นะครับก็คือข้อแรกเลยร่างกายของเรานี้มีกลไกการต่อต้านหรือทำลายสิ่ง

468
00:21:56.601 --> 00:21:57.309

469
00:21:57.241 --> 00:21:57.878
นะครับ

470
00:21:57.940 --> 00:21:58.399

471
00:21:58.451 --> 00:22:00.698
โดยการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน

472
00:22:01.210 --> 00:22:07.048
และที่เราเรียนกันวันนี้ก็คือกลไกการต่อต้านหรือทําลายสิ่งแปลกปลอมแบบไม่จําเพาะตัวอย่างเช่น

473
00:22:08.061 --> 00:22:09.012
ผิวหนัง

474
00:22:09.090 --> 00:22:09.319

475
00:22:09.292 --> 00:22:15.640
น้ำตาหรือกรดจากกระเพาะอาหารนะครับที่จะเป็นด่านแรกในการป้องกันไม่ให้เชื้อโรคหรือ

476
00:22:15.490 --> 00:22:17.118
ตัดต่อนี่

477
00:22:17.552 --> 00:22:20.248
เข้าสู่ในเยื้อร่างกายของเราได้

478
00:22:20.491 --> 00:22:20.741

479
00:22:20.880 --> 00:22:21.082

480
00:22:22.350 --> 00:22:27.697
และเมื่อสิ่งแปลกปลอมเข้าสู่ในร่างกายของเราแล้วจะมีคนตายหรือสิ่งที่ตามมาคือการอักเสบ

481
00:22:27.610 --> 00:22:29.842
การอักเสบและทำงานร่วมกับ

482
00:22:29.850 --> 00:22:30.296

483
00:22:29.971 --> 00:22:32.792
เซลล์เม็ดเลือดขาวกลุ่มฟาโกไซต์

484
00:22:33.251 --> 00:22:36.179
เพื่อจัดการสิ่งแปลกปลอมอีกครั้งหนึ่งนะครับ

485
00:22:36.832 --> 00:22:37.108

486
00:22:37.020 --> 00:22:43.294
ในครั้งต่อไปเราจะมาพบกับระบบภูมิคุ้มกันในตอนที่ 2 นะครับซึ่งจะเรียนเรื่องเกี่ยวกับ

487
00:22:43.110 --> 00:22:46.445
กลไกการต่อต้านและทำลายสิ่งแปลกปลอมแบบจำเพาะ

488
00:22:46.500 --> 00:22:52.923
เราจะมาดูกันว่ากลไกแบบจำเพาะกับไม่จำเพาะเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไรและทำไม

489
00:22:52.780 --> 00:22:54.208
เรียกกันแบบนั้นล่ะครับ

490
00:22:54.704 --> 00:22:56.708
สำหรับวันนี้สวัสดีครับ

491
00:22:57.071 --> 00:22:58.323
เสียงดนตรี

492
00:22:59.321 --> 00:22:59.762


