Accuracy : 96.12%
Insertion : 129
Deletion : 334
Substitution : 88
Correction : 13773
Reference tokens : 14195
Hypothesis tokens : 13990

[เสียงดนตรี]สวัสดีครับนักเรียนมาพบกับผมครูธีรภัทรนะครับวันนี้เราจะมาเรียนเรื่องระบบคุ้มกันครับในเรื่องระบบกันนี่หนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ชีวภาพนะครับจะอยู่ในบทที่2เรื่องการรักษาดุลยภาพร่างกายมนุษย์นะครับในหัวข้อที่2.4หัวข้อ2.4จะมีอยู่ด้วยกัน3หัวข้อย่อยก็คือหัวข้อแรกจะเป็นเรื่องของกลไกต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปลอมแบบไม่จำเพาะนะครับหัวข้อที่2ก็จะเป็นกลไกแบบจำพาะและหัวข้อที่3ก็จะเป็นเรื่องของความผิดปกติของภูมิคุ้มกันในวันนี้เราจะมาเรียนกันในหัวข้อแรกนะครับก็คือเรื่องกลไกการต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกแบบไม่จำเพาะแต่ว่าก่ค(อ)นอื่-ี่ข(ร)าจะมาเรียนเนื้อหาคร่าวๆกันก่อนระบบภูมิคุ้มกันคืออะไรนะครับจุดประสงค์ของเรื่องนี้นะครับก็คาดหวังว่านักเรียนจะสามารถอธิบายบทบาทของอวัยวะหรือเนื้อเยื่อที่ทำหน้าที่ป้องกันหรือทำลายเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมได้นะครับอันที่ส(2)องก็คือสามารถอธิบายหรือเขียนแผนผังเกี่ยวข้องกับกลไกการต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปลอมแบบไม่จำเพาะได้ครับนักเรียนร(ล)มาดูรูปนี้ก่อนนะครับนักเรียนรู้จักอะไรในรูปนี้บ้างครูจะให้เวลาลองคิดนะครับมันก็คือเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมที่อยู่รอบๆตัวเรานั่นเองนักเรียนรู้จักอะไรบ้างนะครับก็จะมีทั้งแบคทีเรียราไวรัสปรสิตกระทั่งเรณูของดอกไม้นะครับในแต่ละวันร่างกายมีโอกาสได้รับเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอมเช่นไวรัสแบคทีเรียหรือสารพิษต่างๆผ่านเข้ามาทางใดได้บ้างนักเรียนลองตอบคำถามดูนะครับอันที่ส(2)องก็คือเมื่อร่างกายได้รับแล้วนี่จะทำให้เกิดอันตรายหรือเจ็บทุกครั้งเสมอไปหรือไม่นะครับอันนี้เป็น2คำถามที่คุณครูจะให้นักเรียนได้ลองคิดกันดูนะครับนอกจากนี้ยังมีคำถามเพิ่มอีกว่าในบางครั้งร่างกายของแต่ละคนนี่อาจจะได้รับเชื้อโรคหรือสิ่งสิ่งแปลอะต(กปล)อมชนิดเดียวกันแต่ว่าอาจจะแสดงออกอาการที่เจ็บป่วยแตกต่างกันไปบางคนอาจจะไม่เจ็บป่วยเลยก็ได้เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้นครับมี3คำถามด้วยกันแล้วนะที่ให้นักเรียนลองคิดเราจะมาหาคำตอบกันได้ในบทเรียนเรื่องระบบภูมิคุ้มกันในวันนี้ครับนักเรียนบางคนอาจจะพอตอบคำถามได้นะครับว่าระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายแต่ละคนนี่มีการตอบสนองต่อเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมที่ต่างกันนี่เองจึงเป็นสาเหตุของการแสดงออกของโรคหรืออาการที่แตกต่างกันไปนะครับมีคำตอบมาอีกนะครับว่าแล้วระบบภูมิคุ้-ั-ี่มีการตอบสนองต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่ร่างกายเราได้อย่างไรครับเดี๋ยวเราลองช่วยกันคิดนะจริงๆแล้วนักเรียนบางคนอาจจะพอตอบได้หรือบางคนอาจจะยังตอบไม่ได้ก็ไม่แปลกครับเพราะว่าจริงๆแล้วระบบภูมิคุ้มกั-ี่เป็นระบบที่ค่อนข้างมีความซับซ้อนก่อนที่เราจะมาเรียนว่าระบบภูมิคุ้มกันมีการทำลายมีการทำงานมีการตอบสนองหรือตอบทำลายสิ่งแปลกปลอมได้อย่างไรเรามาดูกันก่อนว่ามีอวัยวะหรือเนื้อเยื่อใดบ้างที่ทำงานเกี่ยวลองกับระบบภูมิคุ้มกันของเราเรามาดูกันนะครับว่าวัยวะและเนื้อเยื่อในระบบภูมิคุ้มกันมีอะไรบ้างกลุ่มแรกสร้างและพัฒนากลุ่มลิมโฟไซต์คือไขกระดูกและไทมัสครับนักเรียนจำคำนี้ไว้ก่อนครับลิมโฟไซต์นักเรียนอาจจะยังไม่รู้จักมันตอนนี้แต่ว่าเ(ล)-ิ-ี(ม)ยนพ(ไ)-ิ(ต)-์ไทรจะมีบทบาทที่สำคัญในเรื่องระบบโครงการของเรานะครับต่อมาจะเป็นกลุ่มที่เป็นอวัยวะที่ทำหน้าที่ดักจับและทำลายสิ่งแปลกปลอมซึ่งก็ได้แก่ม้ามและต่อมน้ำเหลืองนะครับมาดูกลุ่มสุดท้ายกลุ่น(ม)สุดท้ายจะเป็นเนื้อเยื่อบริเวณต่างๆที่ทำหน้าที่ดักจับแล้วก็ทำลายสิ่งแปลกปลอมเช่นทอมซินและเน(ก็)-ื้อเยื่อน้ำเหลืองนักเรียนก็ได้ทราบกันแล้วนะครับว่ามีอวัยวะหรือเนื้อเยื่อใดบ้างที่เกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกันคำถามที่ครูจะถามต่อมาก็คืออวัยวะและเนื้อเยื่อเหล่านี้นักเรียนคิดว่าอยู่ที่บริเวณใดบ้างในร่างกายของเราลองมาช่วยกันคิดนะครับจากรูปนะครับนักเรียนจะเห็นได้ว่าอวัยวะหรือเนื้อเยื่อน้ำเหลืองบางชนิดเช่นไขกระดูกต่อมน้ำเหลืองหรือหลอดน้ำเหลืองนี่จะพบได้กระจายอยู่ทั่วไปในร่างกายของเราแต่ถ้าเป็นอวัยวะหรือเนื้อเยื่อบางอย่างเช่นทอนซิลม้ามหรือว่าไส้ติ่งนี่เป็นอวัยวะที่พบได้ในจุดเดียวของร่างกายแต่ว่าจะพบอยู่ในบริเวณที่แตกต่างกันไปนะครับคำถามต่อมาก็คือเหตุใดเราจึงพบอวัยวะหรือเนื้อเยื่อเหล่านี้อยู่ทั่วไปในร่างกายของเรานักเรียนบางคนอาจจะยังตอบคำถามที่ครูถามเมื่อสักครู่ไม่ได้นะครับเดี๋ยวครูจะมีความรู้เพิ่มเติมจากหนังสือเรียนให้แล้วดูสิว่าเราจะตอบคำถามเหล่านี้ได้หรือเปล่ามาดูอันแรกกันเลยนะครับมันก็คือลิมโlym(ฟ)ไซต์นีphocyte(-่)คือเซลล์เม็ดเลือดขาวที่สามารถตอบสนองหรือว่าทำลายสิ่งแปลกปลอมได้อย่างจำเพาะนะครับโดยอาศัยสารที่สร้างขึ้นมาจากตัวลิมโฟไซต์นี่เช่นแอนติบอดี-้นักเรียนคุ้นคำว่า"ลิมโฟไซต์"าร(-ัน)ใช่ไหมครับที่เราเพิ่งเจอกันไปเมื่อกี้นะครับแล้วก็จะมีคำใหม่ขึ้นมาก็คือคำว่า"แอนติบอดี-้(")เดี๋ยวเราจะได้เรียนเรื่องแอนติบอด-ี้กันต่อไปนะครับเรามาลองโฟกัสที่ครูวงกลมสีแดงอันก่อนว่าตัวนึ-่งก็คือตัวเซลล์เม็ดเลือดขาวที่สามารถตอบสนองและทำลายสิ่งแปลกปลอมได้นะครับพอจะตอบคำถามได้หรือยังถ้ายังไม่ได้มาดูอันถัดไปนะครับก็คือความรู้เกี่ยวกับไส้ติ่งf(ไ)ส้ติ่งightingหรือapแ(p)enอปt(d)ik(x)tokจะมีลักษณะเป็นท่อปลายตันนะครับอยู่บริเวณลำไส้ใหญ่ส่วนต้นนะครับมีความยาวประมาณสัก17เซนติเมตcm(ร)ภายในของไส้ติ่งจะมีลิมโฟไซต์คำว่า"ลิมโฟไซต์"อีกแล้วนะอยู่กันหนาแน่นมากเลยนะครับแล้วก็ยังอาจจะเป็นที่อยู่ของแบคทีเรียที่จะเป็นประโยชน์ต่อระบบย่อยอาหารอีกด้วยเหมือนเดิมเราลองโฟกัสเฉพาะที่ครูวงกลมสีแดงเอาไว้นะครับว่าเจ้าไส้ติ่งนี่มันเป็นที่มีลิมโฟไซต์อยู่หนาแน่นนะครับและลิมโฟไซต์ยังเกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกันด้วยพอจะตอบคำถามกันได้บ้างหรือยังครับอย่างนั้นเรามาลองทวนคำถามที่ครูบอกอีกทีนะว่าเหตุใดอวัยวะและเนื้อเยื่อที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกันนี่จึงพบอยู่ทั่วร่างกายของเราน่าจะตอบกันได้แล้วนะอย่างนั้นเราลองมาดูที่ครูเฉลยกันนะครับเหตุผลแรกก็คือเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอมนี่อย-่ก(ง)สไลด์แรกที่ครูพูดไปนี่มันมีพบอยู่ทั่วไปรอบร่างกายเราเลยฉะนั้นมันก็สามารถที่จะเข้าสู่ร่างกาย-่(ร)-ืน(อ)เนื้อเยื่อเราได้เกือบทุกบริเวณเลยนะครับดังนั้นอวัยวะหรือเนื้อเยื่อที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกั-ี่จึงต้องกระจายอยู่ทั่วบริเวณป(-่)ก(ๆ)ของร่างกายของเรานะครับเหตุผลออกมาก็คือเจ้าลิมโฟไซต์ที่เป็นพระเอกของเรานี่เมื่อกี้เรารู้ไปแล้วว่าลิมโฟไซต์จะสร้างและพัฒนาที่บริเวณไหนครับบริเวณไขกระดูกและก็ข(ท)มัน(ส)ใช่ไหมคะซึ่งเมื่อสร้างบริเวณเหล่านั้-ี่แต่ว่ามันจำเป็นต้องอาศัยเนื้อเยื่อหรืออวัยวะอื่นๆเช่นหลอดลือด..ช่น(.)หลอดน้ำเหลืองนะครับในการลำเลียงไปทั่วร่างกายของเราแล้วก็เหตุผลถัดมาก็คือเมื่อลำเลียงลิมโฟไซต์เหล่านี้ไปแล้วนี่ก็ยังจำเป็นต้องมีอวัยวะหรือเนื้อเยื่อที่เป็นที่สะสมลิมโฟไซต์เหล่านี้เพราะเมื่อเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมเข้ามาที่บริเวณใดก็ตามนะครับลิมโฟไซต์ก็จะสามารถทำหน้าที่ตอบสนองหรือว่าทำลายสิ่งแปลกปลอมที่เข้ามาสู่ร่างกายเราได้ทันทีนะคะอันนี้ก็จะเป็นคำตอบที่สำหรับคำถามที่ครูถามไปเมื่อกี้นะครับนักเรียนลองพิจารณาข้อความที่ปรากฏอยู่นี่นะครับและเดี๋ยวเราลองมาคิดจากคำถามที่ครูจะถามกันนะครับคำถามที่จะให้นักเรียนลองคิดก็คืออ(ล)ป(ก)แบบไม่จำเพาะและกลไกแบบจำเพาะนี่คืออะไรและเหตุใดร่างกายของเราจึงต้องมีกลไกทั้ง2แบบเพื่อกระตุ้นให้เกิดการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันเดี๋ยวเราจะมาเรียนรู้กันไปทีละกลไกนะครับเริ่มต้นจากกลไกการต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกบฟ(ปล)ร์มแบบไม่จำเพาะก่อนกลไกนี้จะแบ่งออกได้เป็น2กลไกหลักๆก็คืออันแรกมันเป็นการต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปลอมที่จะเข้าสู่เนื้อเยื่อบริเวณต่างๆของร่างกายอันนี้คุณครูย้ำนิดนึ-่งนะครับว่าก่อนที่จะเข้าสู่เนื้อเยื่อของร่างกายของเรานั่นเองนะครับกลป(ก)ถัดมาก็คือต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปลอมอยู่ในเนื้อเยื่อของร่างกายของเราแล้วนะครับจากที่คุณครูได้กล่าวไปก่อนหน้านี้แล้วว่ากลไกในระบบภูมิคุ้มกันนี่เป็นระบบที่มีความซับซ้อนฉะนั้นเราทราบไปแล้วว่ามีอวัยวะหรือเนื้อเยื่ออะไรบ้างที่เกี่ยวข้องกับระบบการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันในความเป็นจริงแล้วยังมีอวัยวะหรือเนื้อเยื่ออื่นๆในระบบต่างๆของร่างกายนี่ที่ทำหน้าที่ต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปลอมก่อนที่จะเข้าสู่เนื้อเยื่อของร่างกายของเราเช่นกันนักเรียนพอจะทราบไหมครับว่าอวัยวะหรือเนื้อเยื่อในระบบอื่นๆของร่างกายนี่อะไรบ้างที่ทำหน้าที่ที่ครูกล่าวมานะครับถ้ามาดูจากรูปก็พอจะเห็นกันนะครับว่าครูทำเป็นกล่องไว้นะและนักเรียนลองเดาสิว่าอวัยวะเหล่านี้ทำหน้าที่ในการต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกทีปกต(-่)-ิเข้าสู่เนื้อเยื่ออย่างไรบ้างเดี๋ยวครูให้เวลาคิดสักครู่นะครับเรามาลองดูกันที่อวัยวะหรือเนื้อเยื่อกันเลยนะครับไลหน-้า(-่จ)ากข้างบนเลยอันแรกก็คือครูของเรานี่แหละนะครับภายในหูนี่จะมีขี้หูทำหน้าที่ดักจับฝุ่นละอองหรือว่าแมลงหรือสิ่งแปลกปลอมที่จะเข้าไปทางหูของเรานะครับต่อมาคือผิวหนังผิวหนังท(น)-ี่จะมีบทบาทสำคัญมากเลยเพราะว่าทุกส่วนของร่างกายเราก็จะมีผิวหนังห่อหุ้มนะครับผิวหนังจะทำหน้าที่หลักๆในการป้องกันการบุกรุกของเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอมในขณะเดียวกันนะครับที่ผิวหนังก็จะมีต่อมเหงื่อและต่อมไขมันซึ่งเกิดจากต่อมเหงื่อและน้ำมันจากต่อมไขมันท(น)-ี่จะยับยั้งการเจริญเติบโตของเด็กยาบางชนิดได้นะครับถัดมาก็คือบริเวณตาของเรานี่แหละนะครับในป(ต)-่าจะมีน้ำตาซึ่งจะมีเอนไซม์ชื่อว่าไลอ(โ)ซไซม์นไรท(ค)าย(-ับ)ทำหน้าที่ย่อยผนังเซลล์ของแบคทีเรียซึ่งก็คือสิ่งแปลกปลอมรูปแบบหนึ่งนะครับจ(ถ)-ัดมาว่าจะเป็นระบบหายใจซึ่งก็จะมีจริงๆจะมีจมูกด้วยนะครับหน(จม)-ูก็จะมีขนจมูกมีน้ำมูกมีเล(ม)-ือด(ก)ต่างๆที่คอยดักจับสิ่งแปลกปลอมก่อนที่จะเข้าไปในท่อลมนะครับค(-ึ)รื-่ไ(ใ)นท่อลมเองก็จะมีการหลั่งเมือกนะครับเพื่อดักจับฝุ่นละอองแล้วก็เชื้อจุลินทรีย์ที่เข้ามาเชื้อจุลินทรีย์หรือว่าสิ่งแปลกปลอมที่เข้ามาได้ถึงท่อลมแล้วนี่ว่(ก็)จะมีซีเรียที่จะข(-ี)-้าทำหน้าที่โบกพัดให้สิ่งแปลกปลอมเหล่านี้มันกลับขึ้นไปในระบบหายใจของเรากับทางจมูกแล้วก็จะกำจัดออกจากร่างกายด้วยการไอหรือจามนะครับเวลาที่ตอนนี้ที่มันมีสถานการณ์ของco(ค)vid(-ิด)อยู่ฉะนั้นเขาก็เลยรณรงค์ให้เราใส่หน้ากากอนามัยป้องกันเชื้อโรคที่จะออกมาจากการไอหรือจามของเรานั่นเองนะครับอัครา(น)นี้ก็เชื่อมโยงกับชีวิตประจำวันของเรานั้นเองนะครับอวัยวะถัดมาก็คือกระเพาะกระเพาะอาหารนะครับกระเพาะอาหารจะมีกรดก็คือกรดไฮโดรคลอริกนั่นแหละที่เรารู้จักกันดีเพราะมีps(h)แบบต่ำมากเลยนะครับจะทำลายแบคทีเรียที่ลงไปกับอาหารที่เรากินนะครับเพราะว่าอาหารที่เรากินโดยเฉพาะของสดต่างๆเช่นผักผลไม้สดก็จะมีการส่วนของเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอมอยู่มากเช่นนั้นกรดในกระเพาะอาหารจะทำหน้าที่ทำลายเชื้อโรคหรือสิ่งความเหล่านี้ไม่ให้เข้าสู่เนื้อเยื่อของเรานะครับถัดลงมาทางด้านล่างนะครับก็คือตัวกระเพาะปัสสาวะกระเพาะปัสสาวะนี่จะทำหน้าที่ขับปัสสาวะออกจากร่างกายในขณะเดียวกันก็จะช่วยพาพวกเชื้อโรคหรืย่างพวกจุลินทรีย์ต่างๆออกมาทางท่อปัสสาวะด้วยนะครับและสุดท้ายคือช่องคลอดซึ-ือ(-่ง)ช่องคลอดจะมีภาวะที่เป็นกรดว่(ก็)จะทำหน้าที่ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อโรคด้วยเหมือนกันครับนักเรียนก็ได้ทราบกันไปแล้วนะครับว่าในร่างกายของเรานอกจากอวัยวะที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกันแล้วยังมีอวัยวะหรือเนื้อเยื่อในระบบอื่นที่ทำหน้าที่ต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปลอมก่อนที่จะเข้าสู่เนื้อเยื่อของร่างกายของเรานะครับแล้วถ้าแนวป้องกันเหล่านี้ถูกทำลายนะครับเช่นเกิดบาดแผลขึ้นนะครับหรือว่ามีเชื้อโรคที่สร้างเอนไซม์มาย่อยสลายเซลล์เยื่อบุผิวต่างๆนะครับร่างกายเราจะมีกลไกในการต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปลอมที่เข้ามาสู่เนื้อเยื่อของเราได้อย่างไรนะครับแล้วถ้าครูมีข้อความตรงนี้ให้ว่าเมื่อเกิดบาดแผลสิ่งที่เราสังเกตเห็นจากบาดแผลของเราก็คือจะมีเลือดไหลออกมาใช่ไหมครับเนื่องจากว่าหลอดเลือดข(ฝ)ง(ย)เราถูกทำลายหรือบางครั้งอาจจะเกิดอาการบวมแดงหรือบริเวณบาดแผลนี้มีอุณหภูมิสูงที่สูงขึ้นจากอุณหภูมิปกติของร่างกายเรากลไกอันนี้ก็ถือว่าเป็นการต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปลอมที่อยู่ในเนื้อเยื่อของเราคำถามก็คือลักษณะดังกล่าวนี-้(-่)เรียกว่าอะไรนะครับแล้วก็เหตุใดจึงมักเกิดลักษณะดังกล่าวคือเมื่อเกิดบาดแผลขึ้นตามร่างกายของเราลองตอบคำถามกันดูนะครับได้เดี๋ยวเรามาได้เรียนรู้กันต่อไปลักษณะบาดแผลที่เราเห็นได้นะครับก็เป็นกลไกการต่อต้านและทำลายสิ่งแปลกปลอมแบบไม่จำเพาะรูปแบบหนึ่งนะครับเกิดขึ้นเมื่อมีเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมเข้าไปในเนื้อเยื่อเราได้แล้วนะครับเราจะเรียกกลไกน-ี-ิ(-้)ว่า"การอักเสบ"หรือinflammationนะครับการอักเสบจะเกิดขึ้นไปพร้อมๆกับการทำงานของเซลล์อีกกลุ่มหนึ่งนะครับที่เรียกว่าฟาโกไซต์นะครับส่วนกลุ่มฟาโกไซต์จะคอยดักจับและทำลายสิ่งแปลกปลอมพี่เข้าไปสู่เนื้อเยื่อของเราผ่านทางปากแผลนะครับเรามาทำความรู้จักของเซลล์กลุ่มฟาโกไซต์เพิ่มเติมนะครับจริงๆแล้วเซลล์กลุ่มฟาโกไซต์ก็เป็นเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดหนึ่งนะครับได้แก่นิวโทรฟิลโมโนไซต์โดยเจ้าฟาโมอเต(ก)อร์ไซค(ต)-์น-ี้นะครับจะสามารถแทรกตัวออกจากหลอดเลือดฝอยของเราได้นะคะเพื่อไปตามเนื้อเยื่อต่างๆโดยเมื่อมันแทรกตัวเข้าไปที่เนื้อเยื่อแล้วนี่มาจากขยายขนาดใหญ่ขึ้นนะครับกลาป(ย)เป็นเซลล์ที่เรียกว่าแมโครฟาจครับโดยแมคโครฟาจจะมีประสิทธิภาพสูงในการดักจับและทำลายเชื้อโรคที่เข้าสู่บาดแผลของเรานะครับอันนี้ก็คือรูปของนิวโทรฟิลโมโนไซต์แล้วก็แมโคmak(ร)ฟาsud(จ)ภายใต้กล้องจุลทรรศน์ก่อนใช้แสงนะครับจะมีลักษณะต่างๆดังนี้นะครับกลไโอน(ก)ไปที่เกิดขึ้นเมื่อเราเกิดบาดแผลแล้วก็กันเกิดการอักเสบตามมานี่เกิดขึ้นอย่างไรครับก็คือเมื่อเกิดบาดแผลจะเกิดสัญญาณเคมีซึ่งสัญญาณเคมีมาจากอะไรมาจากอะไรเนื้อเยื่อที่เสียหายหรือว่าตัวเชื้อโรคหรือสิ่งตอนนั้นเองนะครับเมื่อมีสัญญาณเคมีเกิดขึ้นจะดึงดูดเซลล์กลุ่มฟาโกไซต์มาที่หลอดเลือดมากขึ้นนะครับมาถึงเซลล์กลุ่มฟาโกไซต์มาถึงก็จะคอยดักจับเชื้อโรคไม่ให้แพร่กระจายไปยังบริเวณต่างๆนะครับเราเรียกกระบวนการด(ท)-ี-่เซ-์กลุ่มฟาโกไซต์ดักจับเชื้อโรคว่า"การเกิดฟาโกไซโทซิส"นะครับนอกจากนี้กระบวนการอักเสบ-่(-ั)งทำให้เกิดลักษณะอาการต่างๆตามมานะครับก็คือหลอดเลือดฝอยมีการขยายตัวเกิดขึ้นนะครับมีการนำเลือดและก็สะสมเซลล์เม็ดเลือดขาวบริเวณนั้นมากขึ้นนะครับผ่านของน้ำเหลืองแล้วก็เกิดอาการบวมแดงนะครับรวมทั้งอุณหภูมิบริเวณนั้นอาจจะสูงขึ้นด้วยนะครับเราก็เรียกรวมกันทั้งหมดนี้ว่าการเกิดการอักเสบซึ่งอย่างที่ครูบอกไปแล้วว่ามันเป็นไกลการต่อต้านและทำลายสิ่งแปลกปลอมรูปแบบหนึ่งนะครับอันนี้คือภาพรวมโดยสรุปของการอักเสบนะครับจะเห็นว่าภาพก.ก็คือสัญญาณเคมีจะถูกส่งออกมาดึงดูดเซลล์กลุ่มฟาโกไซต์โดยเฉพาะแมคโครฟาจให้เกิดกระบวนการฟาโกไซโทซิสที่จะคอยดักจับแล้วก็ทำลายเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมบริเวณบาดแผลนะครับหลังจากนั้นเชื้อโรคที่ถูกทำลายจะรวมกับฟาโกไซต์ที่ตายแล้วนะครับรวม-ันกลายเป็นหนองแล้วก็จะมีการแบ่งเซลล์บริเวณที่เกิดบาดแผลซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่ถูกทำลายด้วยนะครับหนังสือเรียนชีวภาพนี่จะมีกรอบความรู้นะครับอันนี้ก็จะเป็นกรอบเชื่อมโยงกับสุขภาพเห็นว่าสิ-่ว(ง)ที่เนื้อหาที่ปรากฏอยู่ในหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ชีวภาพจะพยายามเชื่อมโยงให้นักเรียนได้นำความรู้ในสิ่งที่ได้เรียนมานะครับไปเชื่อมโยงกับสิ่งที่พบได้ในชีวิตประจำวันของนักเรียนที(พื)-่ให้นักเรียนสามารถเข้าใจอธิบายหรือรู้เท่าทันกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเกิดกับตัวนักเรียนเองหรือสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบตัวเรานะครับอย่างตัวอย่างเชื่อมสุขภาพนี้จะเป็นความรู้เกี่ยวกับเรื่องของการเกิดสิวนะครับหรือสิวอักเสบที่พบกันได้มากในช่วงวัยรุ่นหรือว่าช่วง-่(-ั)ของนักเรียนนะครับหลังจากที่เราเรียนมาทั้งหมดแล้วเรามาตรวจสอบความเข้าใจกันดูว่านักเรียนเข้าใจในเรื่องระบบภูมิคุ้มกันนะครับโดยเฉพาะในหัวข้อกลไกการต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปลอมแบบไม่จำเพาะมากน้อยแค่ไหนมาดูสิว่าเราตรวจสอบความเข้าใจกันอย่างไรบ้างนะครับลองหยิบกระดาษกับปากกาขึ้นมานะครับแล้วก็เขียนแผนผังสรุปกลไกการต่อต้านหรือทำลายสิ่งแบบฟอร์มแบบไม่จำเพาะดูด(ส)-ูซ-ิว่านักเรียนจะเขียนได้ว่าอย่างไรบ้างอาจจะไม่จำเป็นต้องเหมือนกันนะครับเริ่มต้นจากตรงไหนก็ได้เดี๋ยวมาดูกันว่าจะเหมือนกับที่คุณครูได้ทำมีตัวอย่างไหมครับอันนี้ก็เป็นตัวอย่างของแผนผังที่คุณครูได้เขียนให้นักเรียนดูนะครับลองไปศึกษากันดูก็จะมีทั้งนใน(ลไก)การต่อต้านสิ่งแปลกปลอมที่ก่อนที่จะเข้าสู่ร่างกายของเรานะครับมีอะไรบ้างนะครับรวมทั้งกลไกการต่อต้านทำลายสิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่เนื้อเยื่อในร่างกายของเราแล้วนะคะแล้วหลังจากเรียนมาทั้งหมดแล้วนักเรียนสรุปเนื้อหาที่ได้จากบทเรียนนี้กันว่าอย่างไรบ้างอันนี้เป็นที่คุณครูสรุปได้นะครับก็คือข้อแรกเลยร่างกายของเรานี้มีกลไกการต่อต้านหรือทำลายสิ่งนะครับโดยการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันและที่เราเรียนกันวันนี้ก็คือกลไกการต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปลอมแบบไม่จำเพาะตัวอย่างเช่นผิวหนังหรือเหงื่อหรืง(อ)น้ำตาหรือกรดจากกระเพาะอาหารนะครับที่จะเป็นด่านแรกในการป้องกันไม่ให้เชื้อโรคหรือตัดต่อนี่เข้าสู่ในเยื้อร่างกายของเราได้และเมื่อสิ่งแปลกปลอมเข้าสู่ในร่างกายของเราแล้วจะมีคนตายหรือสิ่งที่ตามมาคือการอักเสบการอักเสบและทำงานร่วมกับเซลล์เม็ดเลือดขาวกลุ่มฟาโกไซต์เพื่อจัดการสิ่งแปลกปลอมอีกครั้งหนึ่งนะครับในครั้งต่อไปเราจะมาพบกับระบบภูมิคุ้มกันในตอนที่2นะครับซึ่งจะเรียนเรื่องเกี่ยวกับกลไกการต่อต้านและทำลายสิ่งแปลกปลอมแบบจำเพาะเราจะมาดูกันว่ากลไกแบบจำเพาะกับไม่จำเพาะนี่เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไรและทำไมเรียกกันแบบนั้นล่ะครับสำหรับวันนี้สวัสดีครับ[เสียงดนตรี]

More information
- compare(ans and test) :
- ans: file reference
- test: file test
- export datetime : 2024-04-24 08:28:58
- exported from : Accuracy Worker
- version :registry.rtt.in.th/spinsoft-transcription/backend_accuracy_worker:main-42d874d90e320e04ce26da7eb329f0d888006afc
- lib :character
- your normalize config
-IsFilter :true
-ToLower :true
-ToArabicNumber :true
-WordToNumber :true
-OrderAndSimilar :true
-ListRemove :
- alignment method :Hirschberg
- score weight :{"Match":5,"Mismatch":-1,"PartialMatch":2,"GapPenalty":-1}