(บรรยาย) กลไกขับเคลื่อน เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน มีศักยภาพในการพึ่งพาตนเอง ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน และนำพาประเทศให้ก้าวทัน ต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก [เสียงดนตรี] (บรรยาย) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งชาติ หรือ สวทช. เป็นหน่วยงานภายใต้สังกัด กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ก่อตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติ พัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พุทธศักราช 2534 เพื่อเป็นขุมพลังหลักด้านการวิจัย และพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมของประเทศ ปัจจุบันประกอบด้วย 5 ศูนย์แห่งชาติ ได้แก่ ไบโอเทค เนคเทค เอ็มเทค นาโนเทค และเอ็นเทค สวทช. มีบุคลากรประมาณ 3,000 คน โดย 3 ใน 4 มีบทบาททำวิจัย ตอบโจทย์ระดับประเทศและระดับโลก อีกทั้งยังมีภารกิจพัฒนากำลังคน ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่จะเป็นกำลังสำคัญในอนาคต สวทช. สร้างและสะสมองค์ความรู้ใหม่ ๆ อีกทั้งมีความเชี่ยวชาญในสาขาต่าง ๆ ที่เป็นรากฐานสำคัญต่อการขับเคลื่อน อุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ ตอบโจทย์การขับเคลื่อนโมเดลเศรษฐกิจ BCG ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนา ตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง แนวทางการพัฒนาของ APEC และสอดรับกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ขององค์การสหประชาชาติ หรือ SDGs สวทช. มีเครือข่ายความร่วมมือกับพันธมิตร ทั้งในและต่างประเทศ โดยความร่วมมือระหว่างประเทศ มีการวิจัย การสร้างบุคลากร และกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกับสถาบันวิจัย และสถาบันการศึกษาชั้นนำระดับโลก เพื่อผลักดันความสามารถด้านการวิจัย ให้เป็นที่ประจักษ์ในระดับนานาชาติ เช่น ความร่วมมือกับ สถาบันเทคโนโลยีแห่งโตเกียว หรือ Tokyo Tech ในโครงการ TAIST-Tokyo Tech หน่วยงานวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี และการวิจัยแห่งสิงคโปร์ หรือ A*STAR องค์กรแห่งยุโรป เพื่อการวิจัยนิวเคลียร์ หรือ CERN รวมถึงการร่วมก่อตั้งศูนย์วิจัยนานาชาติ ด้านความมั่นคงทางอาหาร ร่วมกับ Queen's University Belfast สวทช. มีโครงสร้างพื้นฐานครบครัน ทั้งเครื่องมือ และเทคโนโลยีทันสมัย เพื่อส่งเสริมงานวิจัยไทยสู่ระดับแนวหน้าของโลก อีกทั้งยังมีบริการวิเคราะห์ทดสอบ ที่ช่วยยกระดับสินค้าและบริการของไทย ให้ได้มาตรฐานสากล เช่น ธนาคารทรัพยากรชีวภาพแห่งชาติ หรือ NBT คลังจัดเก็บพืช จุลินทรีย์ และข้อมูลชีวภาพระยะยาวที่สำคัญของประเทศ เพื่ออนุรักษ์ และนำไปต่อยอดในอุตสาหกรรมมูลค่าสูง ศูนย์ทรัพยากรคอมพิวเตอร์ เพื่อการคำนวณขั้นสูง หรือ ThaiSC ให้บริการระบบ Supercomputer ประสิทธิภาพสูง ในการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ เพื่อสนับสนุนการวิจัย และแก้ไขวิกฤตชาติ เช่น การวิเคราะห์ข้อมูลรหัสพันธุกรรม เพื่อค้นหาต้นตอสายพันธุ์ไวรัสก่อโรคโควิด-19 ที่ระบาดในประเทศไทยได้อย่างรวดเร็ว ศูนย์ทดสอบผลิตภัณฑ์ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์ หรือ PTEC ให้บริการทดสอบ สอบเทียบ วิจัย และออกแบบผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้งยานยนต์ไฟฟ้า ที่สำคัญยังมีเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ ภาคตะวันออก หรือ EECI ศูนย์กลางการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม ที่สอดคล้องกับอุตสาหกรรมเป้าหมาย กลไกสำคัญที่จะนำพาประเทศไทย ก้าวสู่การเป็นประตูเศรษฐกิจสู่เอเชีย นอกจากนี้ สวทช. ยังมีกลไกการสนับสนุน และขยายผลเทคโนโลยีสู่ภาคเอกชนและชุมชน เพื่อต่อยอดงานวิจัย สู่การใช้จริงอย่างเป็นรูปธรรม ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สวทช. เป็นขุมพลังหลัก ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรทุกภาคส่วน ใช้ประโยชน์จากวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม สร้างความเข้มแข็งให้แก่ ระบบนิเวศวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ยกระดับคุณภาพชีวิต และเปลี่ยนแปลงสังคมไทยให้ดีขึ้น ตัวอย่างเช่น ด้านเกษตรและอาหาร การปรับปรุงพันธุ์ข้าวให้มีลักษณะตามต้องการ โดยใช้ความรู้ด้านพันธุศาสตร์โมเลกุล เทคโนโลยีเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำความหนาแน่นสูง ในระบบปิด AQUA-IoT นวัตกรรมอัจฉริยะ ตรวจติดตามสภาวะบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำ ผ่านสมาร์ตโฟน โรงงานผลิตพืช เทคโนโลยีการปลูกพืชมูลค่าสูงในระบบปิด ที่ควบคุมสภาพแวดล้อม และปัจจัยต่าง ๆ ได้อย่างสมบูรณ์ ด้านสุขภาพและการแพทย์ การพัฒนานวัตกรรม เพื่อรับมือกับการระบาดของโรคโควิด-19 เช่น A-MED Telehealth ระบบการแพทย์ทางไกล วัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 แบบพ่นจมูก การสังเคราะห์สารออกฤทธิ์ทางเภสัชกรรม (API) สารตั้งต้นยาฟาวิพิราเวียร์ และโมลนูพิราเวียร์ การพัฒนาวัคซีนไข้เลือดออก การพัฒนายาต้นแบบต้านมาลาเรีย การพัฒนาอนุภาคนาโนสมุนไพรไทย สู่สูตรตำรับเวชสำอาง ด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม การใช้เทคโนโลยี H-FAME พัฒนาน้ำมันดีเซล B10 เชิงพาณิชย์ การพัฒนารถโดยสารไฟฟ้า จากรถโดยสารประจำทางใช้แล้วของ ขสมก. การพัฒนาเทคโนโลยีกักเก็บพลังงาน และแพลตฟอร์มแพ็กแบตเตอรี่ยานยนต์ไฟฟ้า ด้านดิจิทัล AI for Thai แพลตฟอร์มบริการเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ ภายใต้แนวคิด AI สัญชาติไทย เพื่อตอบโจทย์ความต้องการใช้งานในประเทศ การร่วมเป็นกำลังสำคัญในการผลักดัน แผนปฏิบัติการด้านปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติ เพื่อการพัฒนาประเทศ หรือ Thailand Natinal AI Strategy สร้างระบบนิเวศด้านปัญญาประดิษฐ์ของชาติ Traffy fondue แพลตฟอร์มบริหารจัดการปัญหาเมือง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเจ้าหน้าที่ และยกระดับการมีส่วนร่วมของพลเมือง ด้านโมเดลเศรษฐกิจ BCG สวทช. มีผลงานวิจัยและพัฒนาที่เกี่ยวข้อง อาทิ การพัฒนาผลิตภัณฑ์แปรรูป และผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง จากมะพร้าวน้ำหอมราชบุรี การดำเนินโครงการยกระดับรายได้ และความเป็นอยู่ของเกษตรกรผู้ปลูกข้าวเหนียว ด้วยเกษตรสมัยใหม่ บนเส้นทางสายวัฒนธรรมลุ่มน้ำโขง หรือ BCG NAGA belt road สวทช. ในฐานะขุมพลังหลัก ด้านการวิจัยของประเทศ มุ่งหวังพัฒนางานด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อนำไปใช้ประโยชน์จริงจนเป็นที่ประจักษ์ แก่ภาคอุตสาหกรรม เกษตรกรรม ชุมชน และทุกภาคส่วน สร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ให้ได้ตามเป้าหมายการดำเนินงานที่ตั้งไว้ ซึ่งจะนำไปสู่การเพิ่มขีดความสามารถ ในการแข่งขัน ยกระดับรายได้ และคุณภาพชีวิตของประชาชนในทุกมิติ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ ให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด และสร้างสังคม ที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน และนี่คือคำตอบ ว่าทำไมประเทศไทย จึงควรให้ความสำคัญกับการวิจัย และพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี [เสียงดนตรี] (ดร.ชนิกานต์) เรียน ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งชาติ ท่านผู้บริหาร ผู้แทนจากหน่วยงาน วิทยากร ผู้ทรงคุณวุฒิ แขกผู้มีเกียรติ และผู้เข้าร่วมประชุมทุกท่าน ดิฉัน ดร.ชนิกานต์ อริยกุล ขอต้อนรับทุกท่าน เข้าสู่งานประชุมวิชาการประจำปี สวทช. ครั้งที่ 19 สานพลัง สร้างงานวิจัย พลิกโฉมเศรษฐกิจ และสังคมไทยด้วย BCG Implementation หรือ NAC2024 ค่ะ ในช่วงเวลานี้ จะเป็นการประชุมสัมมนาวิชาการ ในหัวข้อ "การขับเคลื่อนให้เว็บไซต์ไทย เข้าถึงโดยสะดวกถ้วนหน้าตามมาตรฐานสากล" ซึ่งกิจกรรมในวันนี้จะเป็นเวทีสำคัญ และเป็นจุดเริ่มต้น ในการร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งในส่วนของภาครัฐ และภาคเอกชน เพื่อขับเคลื่อนให้เว็บไซต์ไทย เข้าถึงโดยสะดวกถ้วนหน้าตามมาตรฐานสากล โดยกิจกรรมในวันนี้จะแบ่งเป็น 3 ช่วงสำคัญค่ะ ช่วงแรกจะเป็นพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ ด้านการสร้างความร่วมมือ เกี่ยวกับการเข้าถึงเนื้อหา และการบริการดิจิทัล โดยสะดวกถ้วนหน้า ช่วงที่ 2 บรรยายพิเศษ โดยท่านต่อพงศ์ เสลานนท์ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ด้านส่งเสริมสิทธิเสรีภาพของประชาชน และอดีตนายกสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย และช่วงสุดท้าย เป็นงานเสวนา หัวข้อ "อนาคตมาตรฐานเว็บไซต์ไทย และการเข้าถึงแพลตฟอร์มดิจิทัล โดยสะดวกถ้วนหน้า" ค่ะ ก่อนเข้าสู่การสัมมนา ขอแจ้งให้ผู้สัมมนารับทราบข้อปฏิบัติ ด้านความปลอดภัย ประจำอาคาร BIOTEC เมื่อได้ยินเสียงสัญญาณเพลิงไหม้ ให้รีบไปยังทางหนีไฟที่ใกล้ที่สุด ณ 4 จุด ด้านหน้าและด้านหลัง รวมที่จุดรวมพล จนเหตุการณ์สงบ และให้ปฏิบัติตามคำสั่งของทีมอพยพหนีไฟ ห้ามกลับเข้าในอาคารโดยเด็ดขาด จนกว่าจะได้รับคำแนะนำจากชุดระงับอัคคีภัย การสัมมนาครั้งนี้ อาจมีการถ่ายภาพ และวีดิทัศน์ เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ หากท่านใดไม่ประสงค์ให้ถ่ายภาพ โปรดแจ้งกับผู้จัดงานทราบ หรือหากต้องการใช้สิทธิ์ภายหลัง สามารถทำได้ โดยดูรายละเอียดในประกาศความเป็นส่วนตัว ที่ขึ้นอยู่ในเว็บไซต์งาน NAC2024 บัดนี้ ได้เวลาอันสมควรแล้ว ดิฉัน ขอเรียนเชิญ ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งชาติ กล่าวต้อนรับผู้ร่วมประชุมทุกท่าน และกล่าวเปิดประชุมสัมมนาอย่างเป็นทางการ ขอเรียนเชิญค่ะ [เสียงปรบมือ] (ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ) เรียน ท่านต่อพงศ์ เสลานนท์ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ กสทช. ด้านการส่งเสริมสิทธิเสรีภาพของประชาชน ผู้บริหารสภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคมแห่งประเทศไทย สมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย และมูลนิธิสากลเพื่อคนพิการ ผู้แทนหน่วยงาน ท่านวิทยากร สื่อมวลชน และแขกผู้มีเกียรติทุกท่านครับ ในนามของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งชาติ หรือที่ทุกท่านรู้จักกันในนามของ สวทช. ผมขอขอบคุณ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ สภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม แห่งประเทศไทย สมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย และมูลนิธิสากลเพื่อคนพิการ ที่ได้ให้เกียรติมาร่วมลงนามบันทึกความร่วมมือ ในด้านการเข้าถึงเนื้อหา และบริการดิจิทัลโดยสะดวกถ้วนหน้าในวันนี้ครับ สวทช. มีพันธกิจในการที่จะเสริมสร้างงานวิจัย การพัฒนา ออกแบบวิศวกรรม จนสามารถถ่ายทอดสู่การใช้ประโยชน์จริง โดยเฉพาะในระยะหลัง เราเห็นว่าดิจิทัลเทคโนโลยี ก้าวเข้ามามีส่วนสำคัญ ในชีวิตประชาชนมาก ๆ นะครับ แล้วก็เห็นว่าทุกคนควรที่จะได้เข้าถึง ตัวข้อมูลข่าวสาร ดังนั้น อะไรก็ตามที่เป็นเทคโนโลยีชั้นแนวหน้า ที่จะช่วยให้คนพิการ... ที่โดยปกติอาจจะเข้าถึงข้อมูลบางส่วนไม่ได้ ก็ควรที่จะทำให้ข้อมูลเหล่านั้นเข้าถึงได้ ถึงเป็นความร่วมมือ ในการที่จะทำงานให้ประชาชนทุกคน ได้รับข้อมูลข่าวสารที่เท่าเทียมกันนะครับ โดยที่ทีมวิจัยเทคโนโลยีที่ทุกคนเข้าถึง และสิ่งอำนวยความสะดวก ในกลุ่มนวัตกรรมแพลตฟอร์มดิจิทัล สุขภาพทางการแพทย์ มีเป้าหมายเพื่อวิจัย และพัฒนานวัตกรรมสุขภาพเทคโนโลยี เพื่อการเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้ รวมถึงเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวก โดยมุ่งส่งเสริมอุตสาหกรรมการแพทย์ ของประเทศไทย ลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึง และพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนครับ เพื่อให้ประชาชนทุกคนนี่ ได้มีความเท่าเทียมมากขึ้น สำหรับการเสวนา การขับเคลื่อนให้เว็บไซต์ไทย เข้าถึงโดยสะดวกถ้วนหน้า ตามมาตรฐานสากลในวันนี้ นับว่าเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมประชุมวิชาการ NAC หรือว่า NSTDA Annual Conference นะครับ ของปี 2024 ซึ่งเรามีกิจกรรมที่จะจัดขึ้น ตั้งแต่วันที่ 28-30 มีนาคม ภายใต้แนวคิด สานพลัง สร้างงานวิจัย พลิกโฉมเศรษฐกิจและสังคมไทย ด้วย BCG Implementation นะครับ ความหมายจริง ๆ ก็คือเรามองว่าในส่วนของโลกที่เปลี่ยนไปนี่ ใครครองเทคโนโลยี จะครองเศรษฐกิจ ดังนั้น เป็นความรับผิดชอบอย่างยิ่งครับของทุกคน ที่มีความสามารถทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ต้องช่วยให้ประเทศไทย สามารถที่จะแข่งขันได้ในด้านเศรษฐกิจ แปลว่าการทำงานวิจัยอะไรก็ตาม ที่เรากำลังอยู่ชั้นแนวหน้า เราจะคอยทำแต่เรื่องของเราเอง จะไม่พอแล้วครับ ต้องผันมาเอาความรู้มาร่วมทีมกัน ทำเพื่อให้ประชาชนได้ใช้ ดังนั้น กิจกรรมที่เราจะลงนามความร่วมมืออันนี้ เป็นอันหนึ่งที่หลายคนอาจจะไม่ได้เห็นความสำคัญ แต่ว่าสำหรับกลุ่มบางคนนี่สำคัญมาก ๆ เป็นการเอาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มาใช้ประโยชน์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่ สวทช. อยากที่จะให้เกิดขึ้น อยากที่จะให้งานวิจัยเป็นงานวิจัยที่ใช้งานได้ เป็นงานวิจัยที่กินได้ เป็นงานวิจัยที่หารายได้ได้นะครับ ดังนั้น ในส่วนของการทำงานวิจัย จะไม่ใช่เพียงแค่เพื่อหารายได้ แต่มิติของรัฐบาล ก็คือต้องการลดความเหลื่อมล้ำของสังคมด้วย การเพิ่มรายได้ในการที่จะลดความเหลื่อมล้ำ ก็คือต้องให้โอกาสกับผู้ที่ด้อยโอกาส และเพิ่มรายได้ในส่วนนั้นให้เขานะครับ ดังนั้น ถึงมีหลายมิติที่กิจกรรมวันนี้ เป็นกิจกรรมที่ช่วยเสริมการทำงานของ สวทช. สำหรับบันทึกความเข้าใจด้านความร่วมมือ เกี่ยวกับการเข้าถึงเนื้อหาและบริการดิจิทัล โดยสะดวกถ้วนหน้า ที่จะลงนามในครั้งนี้ เป็นข้อริเริ่มของสภาดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทยครับ ที่ได้เชิญ สวทช. กสทช. สมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย และมูลนิธิสากลเพื่อคนพิการมาร่วมมือกัน ให้เว็บไซต์ Mobile Application ที่เป็นช่องทางสาธารณะ ที่คนตาดี คนทั่วไป เข้าถึงได้อยู่แล้วนะครับ ทำอย่างไรคนตาบอดจะเข้าถึงได้ ด้วยดิจิทัลเทคโนโลยีปัจจุบัน ซึ่งมีหลายวิธี และมีมาตรฐานสากล ในการที่จะทำให้เว็บไซต์เหล่านี้ เป็นเว็บไซต์ที่มีมาตรฐาน คนตาบอดสามารถเข้าถึงได้ ผมเชื่อว่าในอนาคตอาจจะไม่จำเป็นต้องมี แต่ ณ วันนี้ ยังเป็นช่วงที่เปลี่ยนผ่าน ของเทคโนโลยีนะครับ ในอนาคตอันใกล้ ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยี AI ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีที่ติดตั้ง กับ Mobile Device ของแต่ละท่านนะครับ ก็จะช่วยให้เปลี่ยนจากเว็บไซต์ ที่อาจจะไม่เป็นมิตรกับผู้พิการ กลายเป็นเว็บไซต์ที่มีการแปลในตัวเอง และผู้พิการสามารถที่จะใช้ได้ โดยไม่ต้องไปทำอะไร กับตัวต้นขั้วของเว็บไซต์เลย แต่ ณ ปัจจุบันนี่ เมื่อยังไปไม่ถึงจุดนั้น ก็เป็นความรับผิดชอบของพวกเราครับ ที่จะต้องทำให้ตรงนี้เกิดขึ้นนะครับ ในส่วนของ กสทช. เอง ได้ให้การสนับสนุนงบประมาณกับ สวทช. และมูลนิธิสากลเพื่อคนพิการ ในการจัดให้มีศูนย์บริการถ่ายทอดการสื่อสาร แห่งประเทศไทย หรือ TTRS นะครับ ในการจัดให้มีบริการโทรคมนาคมพื้นฐาน โดยทั่วถึงและบริการเพื่อสังคม เพื่อให้คนพิการได้ยิน และคนพิการสามารถพูดสื่อสารกับคนทั่วไป ผ่านโทรคมนาคมพื้นฐานได้อย่างทั่วถึง และเท่าเทียมนะครับ ในส่วนนี้ กสทช. และ สวทช. ก็ได้ร่วมมือกัน ในการส่งเสริมการเรียนรู้ เพื่อสร้างนวัตกรรมด้านกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม ที่ออกแบบสำหรับทุกคนครับ เป็น Inclusive Design และเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวก Assistive Technology และร่วมกันจัดงานประชุมวิชาการ เรื่อง วิศวกรรมฟื้นฟูสมรรถภาพ และเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวก ครั้งที่ 16 หรือ International Convention on Rehabilitation Engineering and Assistive Technology หรือท่านอาจจะได้ยินกันคุ้นหู ว่างาน i-CREATe นะครับ ในปี 2023 เราจัดไป โดยที่เราเป็นเจ้าภาพนะครับ เราได้ร่วมมือกันอย่างต่อเนื่อง และสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ การพัฒนาทักษะของประชาชน รวมถึงคนพิการ ผู้สูงอายุ และผู้ด้อยโอกาส ให้สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีเหล่านี้ สุดท้ายนี้นะครับ ผมในนามของ สวทช. ต้องขอขอบคุณทุกท่านนะครับ ที่ให้เกียรติมาร่วมมือกับ สวทช. ในการลงนาม บันทึกความร่วม... บันทึกความเข้าใจด้านการสร้างความร่วมมือ เกี่ยวกับการเข้าถึงเนื้อหา และบริการดิจิทัลโดยสะดวกถ้วนหน้าในวันนี้ครับ ผมหวังเป็นอย่างยิ่งครับ ว่างานสัมมนาที่ทำให้เกิดขึ้นในวันนี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ให้ทุกท่านร่วมกันตระหนัก แล้วก็ทำให้การเข้าถึงของผู้พิการ ในส่วนของข้อมูลข่าวสารดีขึ้นยิ่ง ๆ ขึ้นไปครับ ขอบคุณมากครับ [เสียงปรบมือ] (ดร.ชนิกานต์) ขอบพระคุณ ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ที่ได้ให้เกียรติกล่าวต้อนรับทุกท่าน และกล่าวเปิดงานประชุมสัมมนา อย่างเป็นทางการค่ะ เว็บไซต์ และ Mobile Application เป็นช่องทางที่ทุกคนเข้าถึงเพื่อความเท่าเทียม ความร่วมมือที่จะเกิดขึ้นระหว่าง 4 หน่วยงาน ภายใต้การกำกับของกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงมูลนิธิและสมาคม จะเป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุน ส่งเสริม ให้เกิดการนำไปใช้อย่างมีประโยชน์อย่างต่อเนื่อง ตามพันธกิจของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และบริการดิจิทัล เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ และพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน ในลำดับต่อไป ขอเรียนเชิญผู้บริหารแต่ละหน่วยงาน ที่โต๊ะลงนามบนเวที ลำดับที่ 1 ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งชาติ ลำดับที่ 2 ม.ร.ว.นงคราญ ชมพูนุท รองประธานสภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม แห่งประเทศไทย ลำดับที่ 3 คุณชัชชัย วิจิตรจรรยา กรรมการสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย และลำดับที่ 4 คุณมณี นามศิริพงศ์พันธุ์ ประธานมูลนิธิสากลเพื่อคนพิการ และในเวลานี้ ขอนำทุกท่านเข้าสู่พิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ ด้านการสร้างความร่วมมือ เกี่ยวกับการเข้าถึงเนื้อหาและบริการดิจิทัล โดยสะดวกถ้วนหน้า ระหว่าง 4 หน่วยงาน เมื่อทุกท่านพร้อมแล้ว ขอเชิญลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือค่ะ [เสียงปรบมือ] (ดร.ชนิกานต์) ในลำดับต่อไป จะขอเรียนเชิญผู้บริหารทั้ง 4 ท่าน ถ่ายภาพร่วมกันบริเวณด้านหน้าโต๊ะลงนาม ภาพต่อไปขออนุญาตเปิดแฟ้มนะคะ ลำดับถัดไป ขอเรียนเชิญ ท่านต่อพงศ์ เสลานนท์ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ด้านการส่งเสริมสิทธิเสรีภาพของประชาชน และอดีตนายกสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย ร่วมถ่ายภาพเป็นสักขีพยานค่ะ ขอเรียนเชิญผู้บริหาร และผู้แทนสมาคม และผู้แทนหน่วยงานนะคะ ลำดับที่ 1 ศาสตราจารย์วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ ประธานกิตติมศักดิ์ มูลนิธิสากลเพื่อคนพิการ ลำดับที่ 2 คุณเขมนรินทร์ รัตนาอัมพวัลย์ รองประธานสภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม แห่งประเทศไทย ลำดับที่ 3 คุณณัฐวุฒิ อมรวิวัฒน์ รองประธานและประธานพันธกิจ ด้านการพัฒนาศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ สภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม แห่งประเทศไทย ลำดับที่ 4 คุณวีรพันธ์ ศรีนวล ผู้อำนวยการส่วนจัดให้มีบริการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์ทางสังคม สำนักงานบริการโทรคมนาคมโดยทั่วถึงเพื่อสังคม สำนักงานกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ลำดับที่ 5 นางสาวกัลยา อุดมวิทิต รองผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์ และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ รักษาการผู้ช่วยผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งชาติ และอาจารย์วันทนีย์ พันธชาติ ผู้เชี่ยวชาญสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งชาติ ร่วมถ่ายภาพบนเวทีค่ะ ขอบพระคุณทุกท่าน และพิธีลงนามบันทึกข้อตกลง รวมถึงการเก็บภาพประทับใจของวันนี้ ได้เสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขอเสียงปรบมือดัง ๆ อีกสักครั้งค่ะ [เสียงปรบมือ]