(ดร.ชนิกานต์) ก่อนที่เราจะรับฟัง การบรรยายพิเศษในวันนี้ ดิฉันขอกล่าวประวัติของท่านวิทยากร โดยสังเขป ดังนี้ค่ะ ท่านต่อพงศ์ เสลานนท์ ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ด้านการส่งเสริมสิทธิเสรีภาพของประชาชน และท่านเป็นอดีตนายกสมาคมคนตาบอด แห่งประเทศไทย ประวัติการศึกษา ท่านต่อพงศ์ เสลานนท์ จบการศึกษาครุศาสตร์บัณฑิต สาขาศึกษาพิเศษ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต และศิลปศาสตร์มหาบัณฑิต การพัฒนาสังคม การวิเคราะห์ และการวางแผนทางสังคม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ด้านประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ ท่านเป็นอุปนายกสมาคมคนตาบอด แห่งประเทศไทย ปี 2563 ถึง 2564 เป็นที่ปรึกษาคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ด้านคุ้มครองผู้บริโภค และส่งเสริมสิทธิเสรีภาพประชาชน ปี 2555 ถึง 2564 และเป็นคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ ปีพุทธศักราช 2560 ถึง 2564 และท่านยังเป็นประธานคณะอนุกรรมการ การพิจารณาอนุญาตด้านกิจการกระจายเสียง คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ปี 2558 ถึง 2564 ณ โอกาสนี้ ดิฉันขอเรียนเชิญท่านต่อพงศ์ เสลานนท์ ให้เกียรติบรรยายพิเศษ เพื่อให้เห็นถึงความสำคัญของการจัดสัมมนา การขับเคลื่อนให้เว็บไซต์ไทย เข้าถึงโดยสะดวกและถ้วนหน้า ตามมาตรฐานสากลในวันนี้ค่ะ (คุณต่อพงศ์) เทสต์ สวัสดีทุกท่านครับ สวัสดีครับ [เสียงปรบมือ] (คุณต่อพงศ์) เรียนท่านอาจารย์ชูกิจ ท่านผู้อำนวยการ สวทช. นะครับ ท่านผู้บริหารจากสภาดิจิทัลฯ ท่านผู้แทนจากสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย มูลนิธิสา... มูลนิธิสากลเพื่อคนพิการนะครับ แล้วก็รวมถึงแขกผู้มีเกียรติทุกท่านนะครับ ผมรู้สึกเป็นเกียรติและยินดีนะครับ ที่ได้มีโอกาสมาเป็นส่วนหนึ่ง ในวันสำคัญวันนี้นะครับ ในการที่หลายหน่วยงานนี่นะครับ ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงนี่ เพื่อที่จะร่วมการขับเคลื่อน การสร้างสิ่งแวดล้อมทางดิจิทัลนี่ ให้เกิดประโยชน์ หรือให้เอื้อในการเข้าถึง และใช้ประโยชน์ได้ของคนทุกคน ผมต้องขอออกตัวอย่างนี้นะครับ ว่าต้องเรียนด้วยความ... ความจริงเลยครับ ว่าจริง ๆ หน้าที่นี้ วันนี้นี่ ซึ่งเป็นของท่านอาจารย์มณเฑียร บุญตัน แต่ก็เป็นที่ทราบดีนะครับ เมื่อเช้าวันที่ 2 มีนาคม ที่ผ่านมานี่ ท่านก็หัวใจวาย เสียชีวิตไปนะครับ โดยที่ถึงอนิจกรรมนะครับ โดยที่คนใกล้ชิด แล้วก็ทุกคนนี่ ต่างช็อก แล้วก็ตั้งตัวไม่ทันกับการจากไปของท่าน เพราะฉะนั้นนี่ สิ่งหนึ่งที่ผมจะได้พูดในวันนี้นี่ ก็คงจะเป็นส่วนที่ท่านอาจารย์มณเฑียรนี่นะครับ เคยได้พูดในหลายที่ แล้วก็ได้ฝากความคิดไว้นะครับ เรื่องเกี่ยวข้องกับการสร้างสังคม ที่อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขนะครับ ผมต้องขออนุญาตเรียนว่า ในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมานี่นะครับ ในยุคที่อินเทอร์เน็ตเป็นหัวใจสำคัญนี่ ของการที่จะเข้าถึงข้อมูลข่าวสารนะครับ เรามักจะได้ยินคำศัพท์คำหนึ่งนะครับ ก็คือคำว่า "www." หรือว่า "World Wide Web" www. นี่นะครับ ก็เป็นเหมือนช่องทางที่ร้อยเรียงเว็บไซต์ จากทุกมุมโลกนี่เข้าหากัน จนทำให้ประชาชนนี่นะครับ ได้เข้าถึงข้อมูลข่าวสาร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใด ๆ ก็แล้วแต่นี่ ถือว่าเป็นห้องสมุดขนาดยักษ์ หรือเป็นแหล่งข้อมูลขนาดยักษ์นี่ ของมนุษยชาติ แล้วก็เป็นสิ่งที่เกิดขึ้น ตามสิ่งที่เราเรียกว่า "Globalization" หรือว่า "โลกาภิวัตน์" นั่นหมายความว่าอินเทอร์เน็ต หรือ www. นี่ เป็นส่วนสำคัญ ในการร้อยเรียงคนทั้งโลกเข้าหากัน และแน่นอนนะครับ ว่าประโยชน์ของการที่ การเกิดปฏิสัมพันธ์ของประชาชน หรือว่าของสิ่งที่อยู่ต่างที่ต่างถิ่นร่วมกันนี่ ผ่านอินเทอร์เน็ต หรือ www. นี่ มันสร้างนวัตกรรม และก็ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และสังคมของโลกมาถึงยุคปัจจุบัน ผมอยากให้เราย้อนนึกไปเมื่อ 3-4 ปีก่อนนะครับ วันที่พวกเราทุกคนในโลกนี้ ต้องเผชิญกับสถานการณ์โรคระบาดครั้งใหญ่ ก็คือโควิด-19 กิจกรรมต่าง ๆ ทางสังคม ทางเศรษฐกิจ ที่เราต้องพบปะกันนี่ ก็ถูกล็อกดาวน์ หรือว่าเราถูกจำกัดพื้นที่ ด้วยการลดการแพร่ระบาด ชีวิตเรานี่นะครับ จากที่เราเรียกว่าเราเดินทาง เราไปเจอ เราสัมผัส เราจับต้องกัน เราสื่อสารกัน Face to Face โดยตรง มันก็เปลี่ยนวิถี กลายเป็นการติดต่อที่ผ่านอินเทอร์เน็ต ผ่านเว็บไซต์ ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง ๆ ท่านลองจินตนาการนะครับว่า ถ้าท่านเป็นคนพิการ หรือว่ามีความบกพร่องบางอย่าง ที่ไม่สามารถเข้าใช้เว็บไซต์อินเทอร์เน็ต หรือแพลตฟอร์มต่าง ๆ ได้ ผมว่าช่วงชีวิตในช่วง 2-3 ปี ในโควิดนี่ คงจะเป็นช่วงที่ยากลำบากมากสำหรับเขา ข้อมูลขององค์การอนามัยโลกนะครับ บอกว่าปัจจุบัน วันนี้นะครับ เรามีประชากรโลกนี่ ที่มีความพิการมากกว่า 1 Billion มากกว่า 1 พันล้านคน ดังนั้นแล้วนี่ ถ้าเราดูกับสิ่งที่... เป็นเหตุการณ์ที่เราอาจจะคิดว่า ความยากลำบากนั้นเกิดกับเราคนเดียวนี่ แต่ถ้าเรามองทั้งโลกนี่ อาจจะมีคนในโลกนี่ กว่าพันล้านคนนี่ ที่อาจจะกำลังประสบกับความยากลำบาก เช่นเดียวกับเรา ที่เป็นคนพิการ แล้วไม่สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ต เว็บไซต์ หรือว่าแพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง ๆ ได้ และแน่นอนครับ ว่าถ้าเรามองถึงความสูญเสีย ในเชิงเศรษฐกิจสังคม หรือว่าโอกาสต่าง ๆ ที่เสียไปนี่ ก็คงจะยากที่จะประเมินเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจ หรือว่าหลายอย่าง ก็อาจจะเป็นมูลค่าทางจิตใจ ที่ไม่สามารถที่จะประเมินค่าได้ ดังนั้นแล้วนี่นะครับ สิ่งสำคัญนี่นะครับ ที่เป็นบทเรียนนี่ แล้วก็เป็นสิ่งที่ผมคิดว่าพวกเรา พวกเรา ณ ที่นี้นี่ ได้ตระหนักร่วมกันนี่ ก็คือการทำอย่างไรให้สภาพแวดล้อม หรือสิ่งแวดล้อมในสังคมยุคปัจจุบัน ที่เป็นสิ่งแวดล้อมทางดิจิทัล ทุกคนสามารถที่จะเข้าถึง ทุกคนสามารถที่จะเข้าใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ ในฐานะของผู้ใช้งานนะครับ ผมก็เรียนตามตรงว่า ชีวิตจริงนี่ ของการเข้าถึงเว็บต่าง ๆ ของผมนี่ จริง ๆ ก็มีปัญหาเยอะนะฮะ แล้วก็เท่าที่ทราบนี่ แต่ละคนก็จะมีทักษะ มีวิธีการแก้ปัญหาเฉพาะตัวต่างกันไป บางเว็บไซต์นี่ เราอยากจะเข้าไปอ่านจุดที่เป็นเนื้อหา แต่เราอาจจะต้องผ่านลิงก์ต่าง ๆ นี่ เป็นร้อย ๆ ลิงก์ ผ่านโฆษณาอีกจำนวนมหาศาล บางอย่างที่เราจะเข้าไปดู เข้าไปฟัง หรือเข้าไปอ่าน ศึกษา เวลาเราเข้าไป เราก็จะพบว่า มันคือ Image มันไม่มีอะไรอยู่ในนั้น ทั้ง ๆ ที่มันเป็นรูป หรือเป็นข้อความ หรือเป็นกราฟอะไรบางอย่าง ที่ควรจะมีคำอธิบายให้เราทราบ อันนี้เป็นประสบการณ์ส่วนตัวที่เจอนะครับ สิ่งที่ผมอยากเรียนนะครับ ก็คือว่าดังนั้นแล้วนี่ เจตนารมณ์ขั้นต้นของ www. นี่นะครับ ชื่อก็บอกว่า World Wide แล้วก็เป็น Web คือ Web ที่ World Wide คือ ครอบคลุมทั่วโลกนี่ ที่จะให้สังคมของมนุษยชาตินี่ได้เชื่อมโยง หรือได้ใช้ประโยชน์ร่วมกันนี่ ก็ไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ หรืออุดมคติ เพราะฉะนั้น สิ่งที่เรากำลังพูดคุยกันอยู่วันนี้นะครับ ผมคิดว่าเป็นปัจจัยที่สำคัญมากนะครับ ที่จะทำให้อุดมคติหรืออุดมการณ์นี่ ของการเชื่อมโลกหรือเชื่อมคนเข้าหากัน แล้วก็การทำให้ทุกคนนี่ ได้เข้าถึงและใช้ประโยชน์ จากเว็บไซต์ หรือจากอินเทอร์เน็ต หรือจากแพลตฟอร์มออนไลน์ทั้งหลาย ได้อย่างเต็มที่นี่ ได้เกิดขึ้นจริง นั่นก็คือการพูดถึง Web Accessibility หรือว่า Guideline ทั้งหลาย ผมเรียนท่านผู้มีเกียรติทุกท่านครับ ว่าในช่วงที่ผมมาเป็น กสทช. ถึงปัจจุบัน ก็ประมาณ 2 ปี สิ่งหนึ่งที่ผมตั้งใจที่จะทำ แล้วก็ทำให้อยากทำให้เกิดขึ้น ก็คือส่วนหนึ่งนะครับ ก็คือการสร้างชุมชนผู้ใช้งาน ที่เป็นกลุ่มเปราะบาง ที่เป็นกลุ่มที่มีปัญหา ในเรื่องเกี่ยวข้องกับการเข้าถึง หรือ Digital Accessibility ซึ่งอาจจะ... ไม่ใช่ซึ่งอาจจะ แน่นอนก็คือเป้าหมายรวมถึงคนพิการ แต่แน่นอนว่านอกเหนือจากคนพิการ ก็จะมีประชาชน หรือมีคนที่มีข้อจำกัดอีกหลายกลุ่มคนนะครับ เช่น ผู้สูงอายุอย่างนี้เป็นต้นนะฮะ ที่อาจจะรวมอยู่ในชุมชนของผู้ใช้งาน ที่จำเป็นต้องใช้ Assistive Technology หรือจำเป็นต้องได้รับ ใช้ประโยชน์ หรือได้ประโยชน์ จากการที่มี Web Accessibility ผมเรียนนะครับ ว่าสิ่งที่ผมคิดว่าเป็นองค์ประกอบสำคัญนี่ ของจุดเริ่มต้น ของวันนี้ อย่างน้อยที่สุดนี่นะครับ ก็คือการรวมกันของความร่วมมือกัน ของระหว่างผู้ผลิตกับผู้ใช้งาน ยกตัวอย่างง่าย ๆ ก็คือทางสภาดิจิทัลฯ ซึ่งต้องยอมรับว่ามีบทบาทสำคัญมากนะครับ ในภาคอุตสาหกรรมดิจิทัล ที่ผมทราบว่ามีสมาชิกจำนวนหลายพันคน หรือหลายพันหน่วยงาน และแน่นอน ก็จะมีกลุ่มที่เป็นผู้ให้บริการ หรือผู้ผลิตสื่อเทคโนโลยีดิจิทัลสมัยใหม่อยู่ด้วย แล้วก็อย่างน้อยก็จะมีกลุ่มผู้ใช้งาน ก็คือเป็นคนตาบอด และทราบว่าในอนาคต ก็อาจจะมีกลุ่มคนพิการอื่น ๆ เข้ามาร่วมด้วย ถ้าผู้ผลิตกับผู้ใช้งานนี่นะครับได้เจอกัน แล้วก็มีภาครัฐนี่นะครับ ที่เป็นคนกลาง หนึ่งในฐานะคนกลาง และก็อีกหนึ่งในฐานะ ที่เป็นส่วนหนึ่งของผู้ให้บริการนี่ ได้มาร่วมมือกันนี่ สิ่งที่เป็นปัญหาอุปสรรคอยู่นี่ มันต้องถูกแก้ไขไปได้ ผมเรียนครับว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมานี่ ในโลกของเรานี่นะครับ เรามีการพูดถึงสิ่งที่เรียกว่า "Inclusive Design" ก็คือการออกแบบที่ไม่แบ่งแยก หรือการออกแบบ ที่รวมทุกคนเข้าไปอยู่ในความคิดด้วย ผมเรียนครับว่าในอดีตนี่ Accessibility นี่ ที่เราเห็นชัดนี่ อาจจะเป็นเรื่อง Physical หรือเรื่องทางกายภาพ เช่น ทางลาดห้องน้ำ ซึ่งก็อาจจะมีปัญหาอยู่นะครับ แต่วันนี้ สิ่งที่เราเห็นอีกมิติหนึ่งนี่ ก็คือเรื่อง Digital Accessibility แล้วปัญหาอยู่ง่าย ๆ นิดเดียวเองครับ ก็คือว่าตอนที่ท่านกำลังจะดีไซน์หรือออกแบบ ท่านไม่ได้ Include หรือไม่ได้ตั้งโจทย์ ว่าในสังคมนี้มีคนพิการ มีคนที่ตามองไม่เห็น มีคนที่หูไม่ได้ยิน มีคนที่ร่างกายมีปัญหาในการเคลื่อนไหว มีคนที่มีปัญหาทางด้านสติปัญญาอยู่ในสังคมนี้ด้วย ถ้าเราสามารถที่จะทำให้ผู้ออกแบบนี่ Include คือ รวมโจทย์ของพวกเรานี่ เข้าไปอยู่ในการออกแบบด้วยนี่ ผลลัพธ์ของการออกแบบหรือสิ่งที่สร้างขึ้นมา มันก็จะถูกสร้าง ในสิ่งที่เป็น Universal Design หรือการออกแบบเพื่อทุกคน และตัว Web Accessibility หรือตัว Guideline ทั้งหลายนี่ ก็จะเป็นเครื่องมือสำคัญ ที่ทำให้ผู้ออกแบบนี่ สามารถที่จะมีทิศทางหรือว่ามีแนวทาง ที่จะทำให้สิ่งต่าง ๆ เหล่านั้นนี่ มันถูกออกแบบมาอย่างเข้าใจผู้ใช้งาน ผมยังมีความหวังต่อไป ที่อยากจะเชิญชวนพวกเรานะครับ ให้ร่วมขับเคลื่อนนะครับ ว่าวันหนึ่งสิ่งที่เป็น Guideline หรือเป็น Web Accessibility ในวันนี้นี่นะครับ ซึ่งปัจจุบันนี่อาจจะอยู่ในฐานะ ของ Recommendation หรือข้อแนะนำที่ให้หน่วยงานต่าง ๆ ไปเช็กลิสต์ แต่วันข้างหน้าก็อาจจะมี สิ่งที่เป็นทั้งการสภาพบังคับในหน่วยงานภาครัฐ หรือการให้รางวัลในหน่วยงานของภาคเอกชน เพื่อทำให้ Web Accessibility นี่ เกิดขึ้นจริงในสังคมไทย แล้ววันข้างหน้า เมื่อประเด็นต่าง ๆ เหล่านี้นี่นะครับ ได้ถูกร้อยเรียงกันอย่างเป็นระบบ มีกลุ่มผู้ใช้งาน มีกลุ่มผู้ดำเนินการพัฒนา มีประโยชน์ทางธุรกิจ ทางการตลาด ที่ภาคธุรกิจเล็งเห็น แล้วก็มีส่วนที่ช่วยทำให้เศรษฐกิจเติบโต สังคมอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข วันนั้นเราอาจจะมี Digital Accessibility Ads ในเมืองไทย ก็ขอขอบคุณท่านผู้อำนวยการ สวทช. ท่านรองประธานและท่านผู้บริหารสภาดิจิทัลฯ ท่านผู้บริหารสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย ท่านผู้บริหารมูลนิธิสากลเพื่อคนพิการ ท่านผู้มีเกียรติ แล้วก็หน่วยงาน... ท่านผู้แทนหน่วยงานทุกคนนะครับ ที่ได้กรุณาหรือได้ร่วมกันในการจัดงานวันนี้ แล้วก็ทำบันทึกข้อตกลงวันนี้ขึ้นมานะครับ จริง ๆ ก็คนสำคัญอีกคนหนึ่ง ก็คือท่านอาจารย์วันทนีย์นะครับ ท่านก็เป็นคนแกนหลักในการขับเคลื่อนนะครับ ในนามของ กสทช. นะครับ ผมเองก็พร้อมที่จะมีส่วนร่วมในการผลักดัน แล้วก็สนับสนุนกิจกรรมนี้ แล้วก็การสร้าง Web Accessibility ให้เกิดขึ้นจริงในสังคมไทยครับ ผมเคยกล่าวไว้ในการประชุม World Telecommunication on Development Conference นะครับ ที่ WTDC นะครับ ที่รวันดานะครับ ครั้งนั้นเป็นตัวแทนของประเทศไทย ซึ่งมันเป็นหนึ่งพันธกิจสำคัญ ของสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ ก็คือเรื่องเกี่ยวข้องกับการพัฒนาโทรคมนาคม ให้ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ คำกล่าวนั้นจริง ๆ นี่ ผมก็ได้คำชี้แนะจากท่านอาจารย์มณเฑียร ซึ่งในฐานะส่วนตัวนี่ ผมนับถือท่านเป็นทั้งอาจารย์ เป็นทั้งพี่ชาย แล้วก็เป็นทั้งแรงบันดาลใจ คำกล่าวนั้น ก็คือ "Digital inclusion without accessibility is impossible" สังคมดิจิทัลที่จะรวมบุคคลเข้าหากัน ถ้าปราศจากเข้าถึง สิ่งนั้นก็ไม่สามารถเป็นไปได้จริง ขอบคุณพวกเราทุกคนครับ สวัสดีครับ [เสียงปรบมือ] (ดร.ชนิกานต์) ต้องกราบขอบพระคุณท่านวิทยากร ท่านต่อพงศ์ เสลานนท์ เป็นอย่างสูง ที่ได้มาบรรยายความรู้ให้เราฟังในวันนี้ค่ะ ลำดับต่อไป ขอเรียนเชิญอาจารย์วันทนีย์ พันธชาติ ผู้เชี่ยวชาญสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งชาติ มอบของที่ระลึกให้กับท่านวิทยากรของเราค่ะ ขอเสียงปรบมืออีกครั้งนะคะ [เสียงปรบมือ]