Accuracy : 69.76%
Insertion : 302
Deletion : 1929
Substitution : 244
Correction : 6011
Reference tokens : 8184
Hypothesis tokens : 6557

[เสียงดนตรี](คุณครูปุณยาพร)สวัสดีค่ะสำหรับทร(คล)-ิปนี้นะคะเป็นคลิปการสอนในหัวข้อที่4.2ยีนกับการควบคุมลักษณะทางพันธุกรรมให้ความรู้โดยครูปุณยเบญจ(า)พรค่ะโดยที่หัวข้อนี้นะคะอยู่ภายใต้บทที่4เรื่องพันธุกรรมและวิวัฒนาการซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ชีวภาพระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่4ค่ะจุดปรผ(ะ)งคม(-์)นะคะก็ค-ือเพ-ื-่อให้นักเรียนสามารถที่จะอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างยีนการสังเคราะห์โปรตีนและลักษณะทางพันธุกรรมค่ะก่อนอื่นนะคะนักเรียนจำได้ไหมคะเกี่ยวกับโรคธาลัสซีเมียที่ได้เรียนมาในคลิปใเ(น)ซ1(-ัว)ข้อที่แล้วนะคะธาลัพร(สซ)-ีเมี-่คืออะไรธาลัสซีเมียคือโรคทางพันธุกรรมชนิดหนึ่งนะคะโดยเป็นโรคโลหิตต(จ)ม(ง)แบบเรื้อรังนะคะซึ-้(-่)งคนไทยนี่มีผู้ที่เป็นโรคนี้เป็นจำนวนมากนะคะและมีผู้ที่เป็นพาหะของโรคนี้โดยไม่แสดงอาการจำนวนมากยิ่งกว่าขึ้นไปอีกง(น)-ั-้(-่)นก็แปลว่าโรคธาลัสซีเมียนี่ความจริงอยู่ใกล้ตัวคนไทยเรามากๆเลยนะคะซึ่งจากที่นักเรียนได้เรียนมาในเ(ค)-็บ(-ิป)ที่แล้วนะคะโรคธาลัสซีเมียนี่ถูกควบคุมโดยยีนส์นะคะโดยแอลลีลTเUnc(ป)-็le(น)ที่ควบคุมลักษณะไม่เป็นโรคและแอลลีลtที่ควบคุมลักษณะเป็นโรคง(น)-ั-้(-่)นทำให้ผู้ที่มีแอลอันใหญ่2อันเ(ลี)Tวก(Tด)-ัน(ง)ในรูปนะคะจะไม่เป็นโรคส่วนผู้ที่มี-ั(ล)นเ-ีลt-็ก2อันเล(t)ว(ะ)เป็นโรคในขณะที่ผู้ที่ม-ีแอลลีล-ีargan(t)และแอลท(ล)-ีลTมใหญ่อย่างละ1-ั(ล)เร(-ีล)-็วนะคะจะไม่เป็นโรคแต่ว่าเป็นพาหะเช(คร)-้นี้คำถามก็คือแอด(ล)-ี-ิ(ล)ดังกล่าวเหล่านี้นี่มันทำให้เกิดโรคหรืถึง(อ)ไม่เกิดโรคได้อย่างไรเดี๋ย-ันนี้นะคะเราจะได้มาเรียนกันในหัวข้อนี้ค่ะล้(รา)มาลองช(ท)วนกันอีกนิดนึ-่งนะคะว่าแซ(อ)ลล-ี-์(ล)คืออะไรแอลด(ล)-ีนะคะก็คือรูปแบบของยีนโดยพ(ท)-ี่ยี-ี่จะควบคุมลักษณะทางพันธุกรรมผ่านการทด-ังเคราะอบ(ห์)โปรตีนแล้วการควบคุมน-ั้เ(น)นี่มันเกิดขึ้นได้-่-ั(า)งไง(ร)นะคะยีนเป็นช่วงนึ-่งของสายDNAนะคะที่จะควบคุมหรือกำหนดลักษณะของโปรตีนที่สังเคราะห์ได้ซึ่งโบิ(ตี)ส(น)-ั-้นี่ก็จะไปส่งผลให้เกิดลักษณะทางพันธุกรรมต่างๆขึ้นอยู่กับS(ช)lee(-ิด)pแล้วก็-้าที-่ของโปรตีนนัาค-ิด(-้น)ตรงนี้อาจจะยังไม่เห็นภาพนะคะเดี๋ยวเรามาลองดูในส่วนของลักษณะเผื-่เป็นตัวอย่างก่อนนะคะที่นักเรียนเคยได้เรียนมาแล้วว่ายี-ี่ควบคุมการเกิดหรือการมีหรือไม่มีลักษณะเผือกได้อ-่-ั(า)งไรค่ะค่ะซึ่งลักษณะเผือกนะคะเกิดจากการที่ขโ(า)ย(เ)ลานินค่ะโด-ีประ(ย)มลาน-็(-ิ)นนะคะเป็นสารอ(ส)-ีก(ช)นิดนึ-่งที่อยู่บริเวณผิวหนังผมและมณ(-่)านตาค่ะโดยในตัวอย่างนี้นะคะลักษณะเผือกนี่ถูควบคุมโดยยีนซึ่งมี2แอลลีลโดฉันม-ีส(ยแ)ลลีลบ(A)ะคะจสังเราห์โปรตีนที่ทำหน้าที่ในกระบวนการสังเคราะห์เมลานินได้ค่ะแต่ว่ายีนที่มีแอลลีลaนะคะจะสมีอ(-ั)งเคราห์ด้โปตีที่มีลักะค(ษณ)ะเปลี่ยนแปลงไปทำให้ไม่สามารถทำหน้าค(ท)-ีย(-่)-์ได้ค่ะอ-่างในสไลอย(ด์)ที่รง(-ัก)เรียนเห็อยู่ตอนนี้นะคะโปรตีนที่ทำงานได-้นี่คุณครูแทนด้วยก้อนโปรตีนสีแ-้-้วย(ง)นะคะส่วนโปรตีนที่ทำงานไม่ได้คุณครูแทนด้วยก้อนโปรตีนสีเหลืองค่-้(ะ)คราวนี้แล้วย-ื(-ี)นที่ม-ีแอลล-ีลAแ-ีลa-ูให(น)-ี่เขาควญ่ๆอง(บ)-ุ-์(ม)การมีหรือไม่มีลักษณะเผือกได้-่-ั(า)งไรนะคะเดี๋ยวเรามาลอดูไปพร้อมๆกันค่ะในผู้ที่มีอันใหญ่2ลลี-ันเร(ล)A-็ว(A)นะคะเขาก็จะสามารถสังเคราะห์โปรตีนที่ทำงานได้ซึ่งโปรตีนที่ทำงานได้นีเ(-้)นี่ก็จะไปทำหน้าที่ในกระบวนการสังเคาะห์เมลานินนะคะทำให้พ(ผ)-ู-้ที่มีแอลลีด(ล)แบบนี้นี่มีเม-ียลาม(น)-ินและทำให้ไม่มีลักษณะเผือกในขณะที่ผู้ที่มีเฉพาะแอลลีลalvarezนะคะจะสังเคราะห์โปรตีนออกมาเป็นโปรตีนที่ทำงานไม่ได้นะคะซึ่งทำให้ในกระบวนการสังเคราะห์เมลานิ-ี่ไม่มีเมลานินเกิดขึ้นนะคะและทำให้มีลักษณะค(ผ)-ือกค่ะเราทราบการควบคุมลักษณะทางพันธุกรรมของผู้ที่มีเอาจจะเ(ฉ)าะลลา(-ี)ๆ(A)แล้วก็พ(ผ)-ูด(-้)ที่มีเฉพาะแอลลเ(-ี)ข(a)แล้วนะคะคำถามก็คือแล้วผู้ที่มีแอลลีลทั้ง2รูปแบบก็คืเ(อ)-ีทั้-ื่(งแ)ลลี-ืน(ลA)แล้วก็ไ(แ)เ(ล)-็(-ี)เ(a)นี่เขาจะมีการควบคุมลักษณะทางพันธุกรรมออกมาเป็น-่-ั(า)งไง(ร)นะคะเดี๋ยวพ(ต)-ุ่งนี้คุณครูจะให้เวลาคิดประมาณ10วินาทีนะคะลองมาคิดเล่นๆกันแล้วเดี๋ยวเราค่อยมาดูคำตอบพร้อมกันค่ะเริ่มเลยนะคะ[เสียงดนตรี](คุณเ(ค)-ู-ิ่ม(ป)-ุณยาพร)ค่ะอันนี้น่าจะพอต-่กันได้แล้วนะคะอย่า-ั้นเรามาลองดูคำตอบพร้อมกันเลยค่ะค่ะบุคควัน(ล)นี้เป็นพาหะะคะมีทั้งแอลลีลAและแอลลีลaคยายแล(-่)ะโดยการมีแอลลีลbrs(a)นะคะทำให้เขามีการสร้างโปรตีนที่ทำงานไม่ได้แต่ในขณะเดียวกันบุคคลนี้มีแอลลี-ัว(ลA)อย-ู-่างด้วยค่ะทำให้มีการสร้างโปรตีนที่ทำงานได้ด้วยจึงทำให้มีการสังเคาะห์เมลานินเกิดขึ้นและทำให้บุคคลนี้ไม่มีลักษณะเผือกค่ะตรงจุดนี้นะคะนักเรียนอาจจะสังเกตถึงความแตก-่างระหว่างแอลลีลเด่นกับแอลลีลด้อยกalfr(ท)-ีed(-่)นักเรียนได้เคยเรียนมาแล้วนะคะจเห็นได้ว่าการมีไ(ล)-ีลAรใหม่ๆเพียงแค่1แอลลีลนี่ก็ทำให้สามารถที่จะแสดงทะเตัวใหญ่จ-ักษณออกมาได้แอลลีลAจึงจัดเป็นลลีลเด-ั(-่)-ึง(-่ะ)ในทางกลับกันนะคะถึงแม้ว่าจะมี-ันเ(ลี)-็(a)อยู่ก็ตามแต-่กลับไม-่มีการแสดงกขงลัษณะนั้นดังนั้นนะคะแอลลีลaถ(จ)-ึงจ-ัะ(ด)เป็น-ัน(ลล)-ีลด-้อยค่ะจากที่นักเรียนได้เรียนมานะคะนักเรียนพอที่จะสรุปความเชื่อมโยงกับแผนผไปถาม(-ัง)ที่ครูให้ไว้ตั้งแต่ต้นคาบได้ไหมคะแผนผังดต(-้)นลร(-่)างนี้นะคะว่าย-ีนนี-ืม(-่)ควบคุมลักษณะทางพันธุกรรมได้อย่างไรนะคะโดยคก(ร)-ูอยากให้นักเรียนเชื่อมโยงระหว่างแอลลีลAแอลลีลaกับการuiigleมีหรือไม่มีลักษณะเผือกที่-ึ(-ิ)-่งเรียนมาเมื่อสักครู่สำหรับตอนนี้เริ่มได้เลยค่ะ[เสียงดนตรี](คุณครูปุณาพร)ค่ะได้เวลาแล้วนะคะเรามาดูคำตอบกันต่อไปเลยดีกว่าว่าคำตอบของเราเป็น-่-ั(า)งไง(ร)กันบ้างค่ะจาพ(ก)-ุ่(-ูป)นี้นะคะจะอธิบายการที่ยีนควบคุมลักษณะทางพันธุกรรมของการมีหรือไม่มีลักษณะผิวเผือกได้เรามาลองดูกันไม่ค่อยถ(ด)-ูก-ันไปทีละขัค(-้)นอีกครั้งนึ-่งนะคะยีนทำหน้าที่กำหนดลักษณะของโปรตีนยีนที่ควบคุมลักษณะเผือกนะคะมีลลี-ัน(ล)Aซึ่งจะใหญ-่(ก)-ำถ(ห)นอ(ดล)-ักษะได้เป็นโปรตีนที่ทำงานได้และแอa(ล)lex(-ีล)aซึ่งจะกำหนดลักษณะได้เป็นโปรตีนที่ทำงานไม่ได้นะคะต่อมานะคะโปด(-ี)-ินนั้นก็จะส่งผลให้เกิดลักษณะทางพันธุกรรมนะคะสำหรับลักษณะเผื-่ก็คือการมีโปรตีนที่ทำงานได้หรือทำงานไม่ได้นี่ทำให้สามารถสังเคราะห์เมลานสง(-ิน)ได้หรือสังเคราะห์ไม่ได้นะคะซึ่งการมีหรือไม่มีเมลอ(า)ไร(-ิน)นี้เองที่เป็นลักษณะทางพัธุกรรมของเรานั่นก็คือการมีอยู่หรือไม่มีลักษณะเผแ(-ื)บ(ก)นั-้(-่)นเองค่ะค่ะจ-ัด(ก)ตัวอย่างข้างต้นนะคะก็จะเห็นได้ว่ายี-ี่คว-์(บ)คุมการแสดงออกของลักษณะทางพันธุกรรมผ่านการสังเคราะห์โปรตีนแล้วคราวนี้ย-ี-ื(น)-ี่กำหนดลักษณะของโปรตีนได้อย่างไรนะคะคำตอบก็คือลำดับนิวคลีโอไทด์ของยีนมีผลต่อโปรตีนที่สังเคราะห์ได้ค่ะอันนี้นักเรียนอาจจะบอกนะคะว่าครูคะเข(คำ)ตอบแค่นี้ไม่ช่วยอะไรเลยค่ะลำดับนิวคลีโอไทด์คืออะไรคะใครที่ลืมไปแล้วนะคะหรือว่าอาจจะรู้สึกว่าเอ๊ะเหมือนไม่เคยได้เรียนมาก่อนเลยไม่เป็นไรค่ะเดี๋ยวคุณครูโอ(ทว)นให้ฟังอีกครั้งนึ-่งนะคะย้อนกลับไปตั้งแต่ว่ายีนคือช่วงนึ-่งของสารD-ังเว(N)A-ียนเองแล้วเ(D)N-ี(A)ยนอีกคืออะไรDNAนะคะหรือชื่อเต็มdeoxyribonucleicacidนะคz(ะ)เป็นสารพันธุกรรมซึ่งประกอบด้วยนิวคลีโอไทด์ค่ะอย-่ก(ง)ด(น)-้รูปแ(ต)บ(ง)นี้นะคะโคอ(ร)สรต(-้)งใม(น)กรอบนี้คือ1นิวคลีโอไทด์ค่ะโดยนิวลีโอไทด์นี-่ะมาเรียงต่อกันนะคะเป็นสายพอลินิวคลีโอไทด์จำนวน2สายค่ะอันนี้คือสายนึ-่งนะคะส่วนอันนี้ก็คือพอลิ-ิวคลีโอไทด์อีกสายนึ-่งค่ะพอลินิวคลีโอไทด์สายคู่นี้นะคะจก(พ)-ันการ(-ัน)เป็นโครงสร้างเต(ล)-ียง(ว)คู่แต8(-่)00(ะ)นิวคลีโอไทด์นี่จะประกอบไปด้วยน้ำตาลหมู่ฟอสเฟตและไนโตร-ีนัสเบสค่ะอันนี้เดี๋ยวครูจะลองขยาย-ู(น)ส่วนของนิวคลีโอไทด์ขึ-ี่(-้น)มาให้ใหญ่หน่อยนะคะเราจะได้เห็นชัดๆกัซึ่งนิวคลีโอไทดถ่าย(-์)ที่มาต่อกันนี้นะคะมี4ชนิดตามชนิดของไนโตรเจน-ัสเบสค่ะได้แก่อท(ด)-ิตย์นี-้(น)หรือAไทIMe(ม)-ีan(น)หรือTไซโทซีนหรือCและกยิ(วา)-ีนหรือGค่ะโดยนิวคลีโอไทด์ที่มีเบสa(A)นะคะจะจับ-ับนิ-ีด(คล)-ีโอไทย(-์)ที่มีเบสTเบ็ดห*ค่ะส่วนนิวคลีโอไทด์ที่มีเบสจ(G)-ีะคะจะจับกับนิวคลีโอไทด์ที่มีเบส4(C)ค่ะเท(คร)-่นี้นะคะเราได้รู้จักDNAกันแล้วกลับมาที่ย-ีนและแอลลีลของเ-ืน(ร)กันดีกว่าค่ะกลับมาที่ยวรูปนี้อีกครั้งนึ-่งนะคะยีนนี่เป็นช่วงนึ-่งของสายDNAนะคะที่มีลำดับนิวคลีโอไทด์ซึ่งกำหนดลักษณะของโปรตีนที่สังเคราะห์ขึ้นดังนั้นถ้าหากว่าลำดับของนิวคลีโอไทด์เปลี่ยนร(ล)งไปนี่ก็อาจจะส่งผลให้ได้โปรต-ีนที่เปล-ี-่ยแปลงไปด้วยนะคะบนสายDNAยาวๆของเรานี่มียีนอยู่ด้วยกันหลาค(-ี)นค่ะโดยยีนต่างชนิดกันก็จะมีลำดับนิวคลีโอไทด์ที่ต่างกันได้โปรตีนออกมาต่างชนิดกันและส่งผลให้เกิดลักษณะทางพันธุกรรมต่างๆนะคะอย่างตัวอย่างที่เราเรียนมานะคะยีนธาลัสซีเมียกับยีนลักษส์(ณะ)ส(ผ)-ือกนะคก็เป็นยีนนละยีนกันมีลำดับนิวคลีโอไทด์ต่างกันและได้เป็นโปรตีนต่างชนิดกันนะคะซึ่งะ(-็)ส่งผลให้เกิดลักษณะทางพันธุกรรมคนละอย่างเท(คร)-่นี้นะคะเรามาลองดูที่ยีนหนอ(-ึ)-ื-่งยีนกันบ้างค่ะในกรณีของยีนย(ด)-ี-่ยวกันนะคะต่างรูปแบบการ(-ัน)ก็จะมีลำดับนิวคลีโอไทด์ที่แตก-่าง-ันทำให้มีความแตกต่างของโปรตีนที่สังเพ(ค)ราะห์ได้นะคะซึ่งก็จะส่งผลให้เกิดเป็นฟีโไทปสิ่ง(-์)ที่แตกต่างกันไปด้วยตัวอย่างนะคะก็เช่นแอลท(ล)-ี-่ใ(T)หญ่และยู(ลล)-่ท-ี-่เ-็(t)นะคะในกรณีตัวอย่างของโรคธาลัสซีเมียค่ะจากในรูปนะคะจะเห็นว่าา(ล)ลีลยุที่ใ(T)หญ่กับแอลลAlle(-ี)zเ(t)นี่มีลำดับนิวคลีโอไทด์ที่แตกต่างกันนะคะซึ่งก็ส่งผลให้สังเคราะห์ออกมาเป็นโปรตีนที่มีลักษณะแตกต่างกันและส่งผลต่อลักษณะการเป็นหรือไม่เป็นโรคธาลัสซีเมียนั่นเองค่ะค่ะจากที่นักเรียนเรียนมาทั้งหมดนะคะก็น่าที่จะผ(พ)-่เห็ผ(ภ)-้-้วว่ายีนนี่มันเกี่ยวข้องกับการควบคุมลักษณะทางพันธุกรรมได้อย่างไรนะคะต-้(ร)งจ-ุบ(ด)นี-่(-้)นะคะอยากจะให้นักเรียนลองตอบคำถามเพืร(-่)ที่จะตรวจสอบความเข้าใจของตัวเองนะคะโดยให้เขียนแผนผังแสดงความสัมพันธ์ระหว่างยีนโปรตีนและลักษณะทางพันธุกรรมในกรณีของบุคคลที่มีเลือดหมู่ABค่ะน่าจะไม่ยากนะคะสำหรับนักเรียนที่ส(ต)อบได้นี่แสดงว่าเข้าใจแล้วแต่ถ้าหากว่าใครยังตอบไม่ได้ก็ไม่เป็นไรนะคะอาจจะลองย้อนกลับไปดูคลิปนี้อีกครั้งหนึ่งเพื่อที่จะทำความเข้าใจหรือว่าอาจจะสืบค้นเพิ่มเติมนะคะแล้วก็ลองคุยกับเพื่อนดูว่าแต่ละคนนี่มีความเข้าใจตรงกันหรือแตกต่างกัน-่-ั(า)งไง(ร)บ้างนะคะ[เสียดนตรี](คุณครูปุณยาพร)จากที่เราได้เรียนมานะคะครา-ั-ี้เดี๋ยวเรามาลองสรุปเนื้อหาในบทเรียนกันค่ะการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมเกิดผ่านยีนซึ่งเป็นช่วงหนึ่งของสายDNAนะคะที่อยู่บนโครโมโซมโดยลำดับนิวคลีโอไทด์ของยีนกำหนดลักษณะของโปรตีนที่สังเคราะห์ขึ้นแอลลีลรูปแบบต่างกันจะมีลำดับนิวคลีโอไทด์ต่างกันและทำให้ได้โปรตีนที่มีสมบัติต-่างกันค-่ะจบลงไปแล้วนะคะกับการศึกษาในหัวข้อยีนกับการควบคุมลักษณะทางพันธุกรรมโดยหัวข้อที่นักเรียนจะได้ศึกษาต่อไปก็คือการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมค่ะสำหรับตอางก-ั(น)-ี้กล(สว)-ัสดบ(-ี)ค่ะ[เสียงดนตรี]

More information
- compare(ans and test) :
- ans: file reference
- test: file test
- export datetime : 2024-04-29 12:52:40
- exported from : Accuracy Worker
- version :registry.rtt.in.th/spinsoft-transcription/backend_accuracy_worker:main-42d874d90e320e04ce26da7eb329f0d888006afc
- lib :character
- your normalize config
-IsFilter :true
-ToLower :false
-ToArabicNumber :true
-WordToNumber :false
-OrderAndSimilar :true
-ListRemove :
- alignment method :Hirschberg
- score weight :{"Match":5,"Mismatch":-1,"PartialMatch":2,"GapPenalty":-1}