﻿WEBVTT

1
00:00:00.000 --> 00:00:01.641

2
00:00:02.283 --> 00:00:03.425

3
00:00:03.553 --> 00:00:09.119

4
00:00:09.190 --> 00:00:10.871

5
00:00:11.063 --> 00:00:17.136

6
00:00:17.201 --> 00:00:20.266

7
00:00:20.211 --> 00:00:24.363

8
00:00:25.081 --> 00:00:25.353

9
00:00:25.342 --> 00:00:30.928
สวัสดีค่ะวันนี้นะคะเป็นคลิปการสอนในหัวข้อที่ 4

10
00:00:30.704 --> 00:00:31.390

11
00:00:31.472 --> 00:00:37.161
การเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมให้ความรู้โดยตรงเป็นละครค่ะโดยที่

12
00:00:37.172 --> 00:00:44.652
ข้อนี้นะคะอยู่ภายใต้บทที่ 4 เรื่องพันธุกรรมและวิวัฒนาการซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ

13
00:00:44.412 --> 00:00:49.290
เรียนวิทยาศาสตร์ชีวภาพระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ค่ะ

14
00:00:49.484 --> 00:00:55.097
ผสมนะคะก็คือให้นักเรียนสามารถที่จะอธิบายและยกตัวอย่าง

15
00:00:55.172 --> 00:01:02.497
มิวเทชันต่อการแสดงลักษณะทางพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิตและยกตัวอย่างการนำรีเซฟชั่นไปใช้ประโยชน์

16
00:01:02.413 --> 00:01:02.827

17
00:01:02.933 --> 00:01:09.725
นักเรียนน่าจะเคยได้ยินเกี่ยวกับเรื่องของการรณรงค์นะคะให้หลีกเลี่ยงและป้องกันอันตรายจากแสงแดด

18
00:01:09.652 --> 00:01:15.647
โดยอาจจะเป็นการแนะนำนะคะให้ลดการอยู่กลางแจ้งหรือว่าให้ใช้ครีมกันแดด

19
00:01:15.612 --> 00:01:20.916
นักเรียนคิดว่าเพราะอะไรถึงได้มีการรณรงค์ให้เกิดขึ้น

20
00:01:22.412 --> 00:01:28.338
คำตอบนะคะก็คือเนื่องจากรังสีอัลตราไวโอเลตหรือรังสียูวีใน

21
00:01:28.171 --> 00:01:32.723
นะคะจะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งผิวหนัง

22
00:01:32.722 --> 00:01:34.709
นักเรียน

23
00:01:34.703 --> 00:01:40.065
ใช้ความรู้ในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมนะคะมาอธิบายในกรณีนี้ได้ค่ะ

24
00:01:41.621 --> 00:01:42.182

25
00:01:42.132 --> 00:01:48.091
กลับมาเที่ยวนี้กันอีกครั้งนะคะลองดูที่ยิงกันนักเรียนคิดว่า

26
00:01:48.095 --> 00:01:49.140
ทำไม

27
00:01:49.122 --> 00:01:52.829
01:00 น ถึงจะได้มากกว่านี้

28
00:01:52.895 --> 00:01:53.097

29
00:01:53.094 --> 00:01:53.349

30
00:01:53.412 --> 00:01:53.815

31
00:01:53.795 --> 00:01:57.190
คำตอบก็คือเพราะว่าเรียนเอง

32
00:01:57.193 --> 00:02:00.261
ชีวิตซึ่ง

33
00:02:00.202 --> 00:02:04.053
สามารถเปลี่ยนแปลงได้จากการเกิดมิวเทชัน

34
00:02:03.982 --> 00:02:07.097
โดยนิวคลีโอไทด์ในบางตำแหน่งนะคะ

35
00:02:07.052 --> 00:02:09.678
อาจจะเปลี่ยนแปลงไป

36
00:02:09.611 --> 00:02:12.012
จัดเป็นรีเซฟชั่นในระดับยีนค่ะ

37
00:02:11.992 --> 00:02:18.975
ที่เกิดขึ้นก็อาจจะก่อให้เกิดฤดูที่แตกต่างออกไปนะคะและทำให้เกิดลักษณะทางพันธุกรรม

38
00:02:18.840 --> 00:02:21.361
หรือเป็นโรคได้

39
00:02:21.283 --> 00:02:21.511

40
00:02:21.984 --> 00:02:22.212

41
00:02:22.171 --> 00:02:28.970
ดังในกรณีตัวอย่างนะคะของมิวเทชันในยีนที่ก่อให้เกิดโรคธาลัสซีเมีย

42
00:02:28.843 --> 00:02:34.009
ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นของเพียง 1 ตำแหน่งในรูปนะคะ

43
00:02:33.833 --> 00:02:37.498
มีการเปลี่ยนแปลงคู่เบส

44
00:02:37.491 --> 00:02:40.625
Google assistance

45
00:02:40.562 --> 00:02:40.813

46
00:02:40.693 --> 00:02:47.979
การเปลี่ยนแปลงของผู้หญิงนะคะที่ทำหน้าที่ไม่ได้

47
00:02:47.731 --> 00:02:51.905
จนทำให้กลายเป็นลักษณะของโรคธาลัสซีเมีย

48
00:02:51.830 --> 00:02:52.099

49
00:02:52.024 --> 00:02:52.660

50
00:02:52.731 --> 00:02:57.379
นอกจากมิวเทชันจะเกิดได้ในระดับเย็นแล้วนะคะ

51
00:02:57.280 --> 00:03:00.779
จะเกิดขึ้นได้ด้วยเช่นกัน

52
00:03:00.932 --> 00:03:01.421

53
00:03:01.454 --> 00:03:07.794
สำหรับมิวเทชันในระดับของโครโมโซมนะคะสามารถเกิดได้ทั้งในด้านของโครงสร้าง

54
00:03:07.721 --> 00:03:13.770
โดมและในด้านจำนวนโครโมโซมค่ะซึ่งทั้งหมดนี้นะคะอาจส่งผลให้เกิด

55
00:03:13.933 --> 00:03:22.311
ได้เดี๋ยวเราลองมาดูตัวอย่างกันนะคะตัวอย่างมิวเทชันในด้านของโครงสร้างโครโมโซมนะคะ

56
00:03:22.453 --> 00:03:27.493
ซึ่งตัวอย่างของส่วนของโครโมโซมมีการขาดหายไป

57
00:03:27.262 --> 00:03:32.628
ทำให้บังหายไปจึงไม่สามารถที่จะกำหนดลักษณะของโปรตีนได้ตาม

58
00:03:32.451 --> 00:03:35.878
นะคะอย่างในรูปเนี่ยเป็นตัวอย่างของ

59
00:03:35.728 --> 00:03:35.931

60
00:03:35.912 --> 00:03:38.152
อาการคริดูชาต์นะคะ

61
00:03:38.152 --> 00:03:41.276
ซึ่งเกิดจากการที่ชิ้นส่วนของโครโมโซม

62
00:03:41.360 --> 00:03:44.964
5:00 น ค่ะหายไปค่ะส่งผลให้มีลักษณะ

63
00:03:44.880 --> 00:03:49.959
ตัดเล็บลักษณะนะเปลี่ยนนะคะแล้วก็มีเสียงเล็กแหลมเป็นต้นค่ะ

64
00:03:49.879 --> 00:03:50.141

65
00:03:50.203 --> 00:03:50.409

66
00:03:50.391 --> 00:03:50.631

67
00:03:50.903 --> 00:03:51.172

68
00:03:51.221 --> 00:03:57.097
ต่อมานะคะเป็นตัวอย่างของมิวเทชันในระดับสายไม่ได้ของจำนวนโครโมโซมนะคะ

69
00:03:56.921 --> 00:04:03.097
อาจจะเกินมาทั้งโครโมโซมหรือหายไปทั้งโครโมโซมนะคะ

70
00:04:03.011 --> 00:04:07.138
รูปตอนนี้นะคะเป็นตัวอย่างของหินอาการ

71
00:04:07.112 --> 00:04:13.136
ดาวนะคะหรือที่เราคุ้นหูว่าดาวน์ซินโดรมนะคะเกิดจากการที่มีโครโมโซมคู่ที่ 21

72
00:04:12.930 --> 00:04:13.187

73
00:04:13.130 --> 00:04:16.656
เกินมาทั้งโครโมโซมค่ะซึ่งส่งผลให้

74
00:04:16.651 --> 00:04:18.057
มีรูปร่าง

75
00:04:17.999 --> 00:04:20.509
เห*้ยนะคะมีลักษณะน่าเกลียด

76
00:04:20.562 --> 00:04:23.175
ก็มีนิ้วมือนิ้วเท้าสั้นเป็นต้นค่ะ

77
00:04:23.319 --> 00:04:23.753

78
00:04:23.700 --> 00:04:24.001

79
00:04:24.021 --> 00:04:30.234
เดี๋ยวเรามาลองดูกันอีกสัก 1 ตัวอย่างนะคะอันนี้เป็นตัวอย่างของ

80
00:04:30.172 --> 00:04:36.248
อาการเทอร์เนอร์นะคะเกิดจากการที่โครโมโซมเพศหายไป 1 ตัว Sold

81
00:04:36.130 --> 00:04:40.919
ถ้าโครโมโซม x เพียง 1 ค่ะส่งผลให้มีลักษณะ

82
00:04:40.680 --> 00:04:41.057

83
00:04:40.872 --> 00:04:43.703
รูปร่างเตี้ยลักษณะน่าเกลียด

84
00:04:43.620 --> 00:04:46.500
แผนที่คอมือและเท้าบวมน้ำ

85
00:04:46.501 --> 00:04:48.988
และมักจะเป็นหมันค่ะ

86
00:04:49.131 --> 00:04:49.386

87
00:04:49.650 --> 00:04:49.900

88
00:04:49.839 --> 00:04:53.394
ที่เรียนมาเนี่ยดูเหมือนว่าจะมีแต่

89
00:04:53.360 --> 00:04:56.610
การเกิดมิวเทชันที่ทำให้เกิดโรคทั้งนั้นเลยนะคะ

90
00:04:56.499 --> 00:04:58.164
มีคำถามก็คือ

91
00:04:58.099 --> 00:04:58.350

92
00:04:58.289 --> 00:05:02.840
ก่อให้เกิดผลเสียเสมอไปหรือไม่ค่ะ

93
00:05:02.899 --> 00:05:03.113

94
00:05:03.029 --> 00:05:08.798
อันนี้นะคะอยากให้นักเรียนลองคิดหาคำตอบดูนะคะแล้วก็ร้องไห้

95
00:05:08.542 --> 00:05:14.393
ด้วยว่าเพราะอะไรนักเรียนได้คิดแบบนั้นนะคะเดี๋ยวคุณครูจะให้เวลาประมาณ

96
00:05:14.179 --> 00:05:18.520
นาคีนะคะพร้อมกันนะคะเริ่มได้เลยค่ะ

97
00:05:18.408 --> 00:05:18.628

98
00:05:18.728 --> 00:05:24.365

99
00:05:24.429 --> 00:05:28.896

100
00:05:28.979 --> 00:05:29.438

101
00:05:29.170 --> 00:05:35.426
เวลาแล้วนะคะคำตอบก็คือไม่เสมอไปนะคะ

102
00:05:35.829 --> 00:05:37.698
มิวเทชัน

103
00:05:37.689 --> 00:05:39.549
อาจจะก่อให้เกิดผลดี

104
00:05:39.681 --> 00:05:47.891
ผลเสียหรือไม่สนใจต่อชีวิตเลยก็ได้ค่ะขึ้นอยู่กับว่าสมบัติของโปรตีนที่สังเคราะห์ได้

105
00:05:47.939 --> 00:05:50.711
เปลี่ยนแปลงไปหรือไม่อย่างไร

106
00:05:50.889 --> 00:05:51.120

107
00:05:51.139 --> 00:05:57.762
สงสัยนะคะว่าไม่ส่งผลนี่มาได้ยังไงนะคะพูดอย่างเดียวหรืออาจจะไม่เห็นภาพนะคะ

108
00:05:57.548 --> 00:06:00.764
เราลองมาดูตัวอย่างจากการเกิดมิวเทชัน

109
00:06:00.759 --> 00:06:03.358
ที่เกี่ยวข้องกับการมีลักษณะดีกว่า

110
00:06:03.573 --> 00:06:03.953

111
00:06:03.891 --> 00:06:10.386
ตัวใหญ่นะคะจะกำหนดออกมาเป็นโปรตีนที่ทำงานได้ตามปกตินะคะทำให้มีกระบวนการ

112
00:06:10.300 --> 00:06:12.026
เกิดขึ้นและ

113
00:06:11.970 --> 00:06:17.891
ไม่มีลักษณะเผือกค่ะแต่หากว่ามิวเทชั่นที่เกิดขึ้นนะคะทำให้ได้โปรตีน

114
00:06:17.728 --> 00:06:18.499

115
00:06:18.441 --> 00:06:23.997
เปลี่ยนแปลงไปแต่ยังสามารถทำงานได้ตามปกติอยู่นะคะว่าจะทำให้ยัง

116
00:06:23.688 --> 00:06:28.388
มีการสังเคราะห์เมลานินเกิดขึ้นและทำให้ไม่มีลักษณะเผือกค่ะ

117
00:06:28.298 --> 00:06:28.564

118
00:06:28.488 --> 00:06:28.717

119
00:06:29.007 --> 00:06:29.343

120
00:06:29.388 --> 00:06:29.651

121
00:06:29.707 --> 00:06:29.956

122
00:06:29.898 --> 00:06:30.128

123
00:06:30.088 --> 00:06:35.530
ในกรณีที่อยู่ในชั้นที่เกิดขึ้นนะคะทำให้โปรตีนเปลี่ยนแปลงไป

124
00:06:35.539 --> 00:06:39.862
และทำงานไม่ได้นะคะจะทำให้มีการสังเคราะห์เมลานิน

125
00:06:39.768 --> 00:06:43.022
และทำให้มีลักษณะเผือกค่ะ

126
00:06:43.098 --> 00:06:44.556

127
00:06:44.509 --> 00:06:50.819
หรือถ้าหากว่ามิวเทชันที่เกิดขึ้นนะคะทำให้ไม่มีการสร้างโปรตีนหรือสังเคราะห์โปรตีนเกิดขึ้นเลยนะคะ

128
00:06:50.917 --> 00:06:55.906
ไม่มีการสังเคราะห์เมลานินและทำให้มีลักษณะคือ

129
00:06:55.847 --> 00:06:56.136

130
00:06:56.169 --> 00:06:56.432

131
00:06:56.548 --> 00:06:57.008

132
00:06:56.926 --> 00:07:00.994
เห็นได้ว่านะคะการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมหรือมิวเทชัน

133
00:07:00.970 --> 00:07:07.269
ไม่ได้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงลักษณะทางพันธุกรรมสมุนไพรนะคะขึ้นอยู่กับว่าการเกิดมิวเทชันนะเนี่ย

134
00:07:07.129 --> 00:07:07.397

135
00:07:07.250 --> 00:07:11.572
โปรตีนที่สังเคราะห์ได้หรือไม่นะคะ

136
00:07:11.537 --> 00:07:13.980
อย่างไรค่ะ

137
00:07:13.907 --> 00:07:19.861
ที่เกิดขึ้นนั้นนะคะอาจจะเป็นได้ทั้งผลดีหรือผลเสียก็ได้ค่ะที่ผ่านมาเรา

138
00:07:19.680 --> 00:07:25.584
ตัวอย่างคนเสียใช่ไหมคะเช่นการเกิดโรคธาลัสซีเมียนะคราวนี้เดี๋ยวเรามาลองกันดีกว่าวะ

139
00:07:25.509 --> 00:07:28.372
ตัวอย่างที่เป็นผลดีนะมีอะไรบ้าง

140
00:07:28.327 --> 00:07:28.761

141
00:07:28.647 --> 00:07:29.005

142
00:07:29.347 --> 00:07:35.717
ในบางกรณีนะคะ unison อาจทำให้การอยู่รอดของชีวิตดีขึ้นนะคะ

143
00:07:35.627 --> 00:07:36.767
ตัวอย่างเช่น

144
00:07:36.776 --> 00:07:39.531
ที่ทำให้มีการสังเคราะห์

145
00:07:39.539 --> 00:07:44.840
นะคะบนผิวของเซลล์เม็ดเลือดแดงซึ่งส่งผลให้

146
00:07:44.788 --> 00:07:45.911
มีความต้านทาน

147
00:07:45.806 --> 00:07:47.348
เชื้อมาลาเรีย

148
00:07:47.424 --> 00:07:47.645

149
00:07:47.547 --> 00:07:47.831

150
00:07:47.807 --> 00:07:53.470
นอกจากนี้นะคะ unison ยังเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดความหลากหลายทางพันธุกรรมนะคะ

151
00:07:53.437 --> 00:07:54.055

152
00:07:54.007 --> 00:07:57.208
ความแตกต่างของลำดับนิวคลีโอไทด์นะคะ

153
00:07:57.288 --> 00:08:00.032
ความแตกต่างในลักษณะที่ปรากฏค่ะ

154
00:08:00.038 --> 00:08:05.870
ซึ่งความหลากหลายทางเพศตามนี้นะคะมีความสำคัญอย่างมากเลยต่อการเกิดวิวัฒนาการ

155
00:08:05.807 --> 00:08:11.103
อาการค่ะนักเรียนนะคะจะได้ศึกษาต่อไปในหัวข้อที่ 15

156
00:08:11.686 --> 00:08:15.143
เท่านี้นะคะคุณครูก็อยากให้นักเรียนเนี่ยลอง

157
00:08:15.027 --> 00:08:20.830
พ้นตัวอย่างเพิ่มเติมนะคะทั้งในกรณีของอยู่ในชั้นที่ทำให้เกิดโรค

158
00:08:20.926 --> 00:08:22.206
กระชั้นชิด

159
00:08:22.458 --> 00:08:29.887
ขอให้ชีวิตแล้วก็กรณีของดิฉันที่ไม่มีชีวิตนะคะจะได้เห็นตัวอย่าง

160
00:08:29.768 --> 00:08:33.008
ในกรณีที่แตกต่างกันค่ะ

161
00:08:33.026 --> 00:08:38.813
เท่านี้นะคะเราจะมาตั้งเยอะแล้วนะแล้วเราสามารถเอาความรู้ที่เรียนมา

162
00:08:38.796 --> 00:08:44.237
ที่เป็นประโยชน์ตัวเราเองได้ยังไงนะคะก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่ามิวเทชัน

163
00:08:44.299 --> 00:08:46.715
สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา

164
00:08:46.675 --> 00:08:52.536
และเกิดขึ้นได้ในทุกเซลล์นะคะที่เกิดขึ้นในเซลล์สืบพันธุ์จะสามารถที่จะ

165
00:08:52.498 --> 00:08:55.389
ทอดเรียงรุ่นต่อๆไปได้นะคะ

166
00:08:55.328 --> 00:08:57.116
ยังไงก็ตาม

167
00:08:57.047 --> 00:09:00.521
มีแต่ฉันขี้เกิดขึ้นกับเซลล์ร่างกายของเราเนี่ย

168
00:09:00.507 --> 00:09:00.867

169
00:09:00.828 --> 00:09:06.208
ไม่สามารถที่จะถ่ายทอดไปยังรุ่นหลานไปได้นะคะแต่ว่ามันสามารถที่ทำให้เกิดการเปลี่ยน

170
00:09:06.084 --> 00:09:08.983
ให้เกิดลักษณะที่เปลี่ยนแปลงไป

171
00:09:08.965 --> 00:09:10.383
ว่าทำให้เกิด

172
00:09:10.447 --> 00:09:15.538
การเป็นโรคไข้มาได้ค่ะตัวอย่างก็เชิญนะคะกรณีของมะเร็งหลายชนิดค่ะ

173
00:09:15.945 --> 00:09:16.189

174
00:09:16.075 --> 00:09:21.529
ซึ่งอยู่ในชั้นนะคะสามารถเกิดขึ้นได้เองตามธรรมชาติโดยที่อาจจะมี

175
00:09:21.325 --> 00:09:27.704
บางอย่างนะคะที่ทำให้เกิดมิวเทชันในอัตราที่สูงขึ้นได้นะคะเช่นรังสีอัลตราไวโอเลต

176
00:09:27.737 --> 00:09:28.798

177
00:09:28.695 --> 00:09:30.088
รังสีแกมมา

178
00:09:30.106 --> 00:09:31.538
ภายในควันบุหรี่

179
00:09:31.449 --> 00:09:36.828
โดยที่ในกรณีที่รังสีหรือสารเคมีดังกล่าวเหล่านี้นะคะ

180
00:09:36.966 --> 00:09:38.931
ก่อให้เกิดมิวเทชัน

181
00:09:38.885 --> 00:09:40.136
ที่ทำให้เซลล์เนี่ย

182
00:09:40.098 --> 00:09:42.312
เพิ่มจำนวนโดยที่ร่างกายไม่สามารถ

183
00:09:42.215 --> 00:09:43.286
ได้นะคะ

184
00:09:43.305 --> 00:09:43.552

185
00:09:43.496 --> 00:09:46.280
อาจจะส่งผลให้เกิดโรคมะเร็งได้ค่ะ

186
00:09:46.445 --> 00:09:46.724

187
00:09:46.635 --> 00:09:46.904

188
00:09:46.956 --> 00:09:47.172

189
00:09:47.145 --> 00:09:47.411

190
00:09:47.335 --> 00:09:49.889
ในกรณีของมะเร็งผิวหนังนะคะ

191
00:09:49.835 --> 00:09:55.764
การได้รับรังสีอัลตราไวโอเลตในแสงแดดนะคะจะเป็นการเพิ่มโอกาสการเกิดมิวเทชัน

192
00:09:55.926 --> 00:10:01.175
ดังนั้นนะคะการหลีกเลี่ยงการออกไปกลางแจ้ง

193
00:10:01.174 --> 00:10:07.490
หรือการใช้ครีมกันแดดอาจจะช่วยลดโอกาสในการเกิดมิวเทชันดังกล่าวนะคะแล้วก็

194
00:10:07.455 --> 00:10:10.635
โอกาสในการเกิดโรคมะเร็งผิวหนังได้ค่ะ

195
00:10:10.595 --> 00:10:16.762
มาลองดูอีกสักตัวอย่างนึงนะคะการสูบบุหรี่นะคะเป็นการเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดมะเร็ง

196
00:10:16.617 --> 00:10:17.430

197
00:10:17.446 --> 00:10:20.595
วัดและประเมิน dehydration บุหรี่นะคะ

198
00:10:20.524 --> 00:10:23.437
เพิ่มโอกาสในการเกิดมิวเทชันในเซลล์ปอ

199
00:10:23.347 --> 00:10:26.234
ดังนั้นการไม่สูบบุหรี่หรือ

200
00:10:26.166 --> 00:10:31.502
การหลีกเลี่ยงการสูดดมควันบุหรี่นะคะก็จะช่วยลดโอกาสในการเกิดโรคมะเร็งปอด

201
00:10:31.485 --> 00:10:32.560
เช่นกันค่ะ

202
00:10:33.205 --> 00:10:33.477

203
00:10:33.404 --> 00:10:39.072
นอกจากการรักษาสุขภาพแล้วนะคะมนุษย์เนี่ยก็มีการนำความรู้ในเรื่องเกี่ยวกับการ

204
00:10:38.906 --> 00:10:45.479
ตามนะคะมาประยุกต์ใช้ประโยชน์ในด้านอื่นๆด้วยนักเรียนลองเช็คดูนะคะเพราะว่าน่าจะเคยได้ยิน

205
00:10:45.507 --> 00:10:52.449
ข้อมูลเกี่ยวกับการนำความรู้เรื่องนี้มาใช้ประโยชน์จากข่าวจากแหล่งอื่นบ้างนะคะสำหรับตอนนี้นะคะ

206
00:10:52.363 --> 00:10:55.193
ลองยกตัวอย่างมา 1 ตัวอย่างให้ดูค่ะ

207
00:10:56.593 --> 00:10:57.120

208
00:10:56.973 --> 00:10:57.391

209
00:10:57.365 --> 00:11:02.674
ตัวอย่างการประยุกต์ใช้หลักการเกิดมิวเทชันนะคะเพื่อชักนำให้ได้สิ่งมีชีวิต

210
00:11:02.603 --> 00:11:05.173
ที่มีลักษณะตามที่ต้องการนะคะ

211
00:11:05.115 --> 00:11:11.228
อันนี้เป็นตัวอย่างเกี่ยวกับเรื่องการใช้รังสีนะคะเช่นการฉายรังสีแกมมาให้กับ

212
00:11:11.065 --> 00:11:15.614
เนื้อเยื่อจากหน่อหรือเหง้าของพุทธรักษาเพื่อชักนำให้เกิด

213
00:11:15.684 --> 00:11:21.190
มิวเทชันของเอนไซม์ในกระบวนการสร้างสารสีนะคะที่ทำให้สีดอกเบี้ย

214
00:11:21.063 --> 00:11:26.870
ไปค่ะแล้วก็คัดเลือกต้นที่มีดอกสีใหม่นะคะทำให้ได้

215
00:11:26.764 --> 00:11:30.029
หมาที่มีลักษณะใหม่ที่มีสีต่างๆเพิ่มขึ้นค่ะ

216
00:11:30.033 --> 00:11:35.612
อีกอย่างนึงนะคะคือการใช้รังสีนะคะเพื่อสร้างดอกทิวลิปที่มีสีดอกที่หลากหลาย

217
00:11:35.605 --> 00:11:36.026

218
00:11:36.564 --> 00:11:36.772

219
00:11:36.755 --> 00:11:37.028

220
00:11:36.954 --> 00:11:42.255
จากการใช้รังสีแล้วนะคะก็อาจจะมีในส่วนของการใช้สารเคมีนะคะเพื่อที่จะ

221
00:11:42.268 --> 00:11:46.423
การแยกของโครโมโซมในระหว่างการแบ่งเซลล์

222
00:11:46.436 --> 00:11:51.835
เลือกตั้งพื้นที่มีจำนวนชุดของโครโมโซมเพิ่มขึ้นนะคะอาจจะเป็นเพื่อเพิ่มขนาด

223
00:11:51.743 --> 00:11:57.697
ของดอกออกผลนะคะหรือเพื่อเพิ่มปริมาณการผลิตสารที่ต้องการนะคะ

224
00:11:57.702 --> 00:12:00.584
เพื่อทำให้ได้ต้นพืชที่อยู่ในเมล็ด

225
00:12:00.582 --> 00:12:05.951
อันนี้นะคะนักเรียนอาจจะลองไปสืบค้นเพิ่มเติมดูนะคะว่าตัวอย่างที่คุณครูยกเนี่ย

226
00:12:05.772 --> 00:12:05.978

227
00:12:05.966 --> 00:12:08.782
หน้าตาเป็นอย่างไรกันบ้างนะคะ

228
00:12:08.785 --> 00:12:10.259
นอกจากการ

229
00:12:10.202 --> 00:12:12.959
ความรู้เกี่ยวกับมิวเทชั่นนะครับเพื่อน

230
00:12:12.882 --> 00:12:14.590
การรักษาสุขภาพ

231
00:12:14.553 --> 00:12:15.128

232
00:12:15.063 --> 00:12:20.468
นำให้ได้สิ่งมีชีวิตที่มีลักษณะตามที่ต้องการแล้วนะคะมนุษย์ยังมีการ

233
00:12:20.512 --> 00:12:21.656
ความรู้เกี่ยวกับ

234
00:12:21.793 --> 00:12:27.181
พันธุศาสตร์และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องนะคะมาประยุกต์ใช้ในด้านอื่นๆอีกหลายด้าน

235
00:12:27.111 --> 00:12:27.325

236
00:12:27.242 --> 00:12:31.558
ซึ่งเราจะได้เรียนในหัวข้อต่อไปนะคะพี่ก็คือหัวข้อที่ 14 ค่ะ

237
00:12:32.686 --> 00:12:33.481

238
00:12:33.641 --> 00:12:40.155
จากที่นักเรียนเรียนมาทั้งหมดนะคะเดี๋ยวเรามาลองตอบคำถามเพื่อที่จะตรวจสอบความเข้าใจ

239
00:12:39.922 --> 00:12:45.227
จะดูดีกว่านะคะลองดูซิว่าข้อความต่อไปนี้เนี่ยนักเรียนคิดว่าเป็นเพราะความคิด

240
00:12:45.114 --> 00:12:46.259

241
00:12:46.203 --> 00:12:46.933

242
00:12:46.844 --> 00:12:48.455
โคราชนะคะ

243
00:12:48.563 --> 00:12:51.867
แฟชั่นจะส่งผลเสียต่อสิ่งมีชีวิต

244
00:12:51.772 --> 00:12:56.585
ถ้ามิวเทชันนั้นทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของโปรตีน

245
00:12:56.893 --> 00:12:59.127
ถูกหรือผิดคะ

246
00:12:59.082 --> 00:12:59.411

247
00:12:59.523 --> 00:12:59.793

248
00:12:59.842 --> 00:13:00.084

249
00:13:00.043 --> 00:13:00.289

250
00:13:00.424 --> 00:13:00.638

251
00:13:00.553 --> 00:13:00.923

252
00:13:00.931 --> 00:13:01.360

253
00:13:01.251 --> 00:13:01.499

254
00:13:01.443 --> 00:13:01.755

255
00:13:01.961 --> 00:13:02.410

256
00:13:02.343 --> 00:13:05.377
อะไรเลยนะคะคำตอบที่ถูกก็คือ

257
00:13:05.543 --> 00:13:05.769

258
00:13:05.673 --> 00:13:05.917

259
00:13:06.054 --> 00:13:06.891
ผิดค่ะ

260
00:13:06.952 --> 00:13:10.367
โรงเรียนกับการเกิดมิวเทชัน

261
00:13:10.353 --> 00:13:11.242
มันอาจจะ

262
00:13:11.181 --> 00:13:11.425

263
00:13:11.372 --> 00:13:11.580

264
00:13:11.691 --> 00:13:12.080

265
00:13:11.882 --> 00:13:12.971
ทำให้เกิด

266
00:13:12.910 --> 00:13:17.721
ผลดีหรือผลเสียต่อสิ่งมีชีวิตนั้นก็ได้ใช่ไหมคะ

267
00:13:17.727 --> 00:13:20.541
มาที่คำถามข้อที่ 2 นะคะ

268
00:13:20.471 --> 00:13:20.722

269
00:13:20.661 --> 00:13:22.901
ถ้าชายคนหนึ่งสูบบุหรี่จัด

270
00:13:22.962 --> 00:13:23.234

271
00:13:23.162 --> 00:13:23.478

272
00:13:23.351 --> 00:13:27.473
สารในบุหรี่ส่งผลให้เกิดมิวเทชันในเซลล์ปอด

273
00:13:27.392 --> 00:13:32.007
และทำให้เกิดมะเร็งปอดเมื่อชายคนดังกล่าวนะคะ

274
00:13:32.000 --> 00:13:36.564
มีลูกจะสามารถถ่ายทอดมิวเทชันดังกล่าวไปให้ลูกได้

275
00:13:36.800 --> 00:13:38.798
เรียนชีวะถูกหรือผิด

276
00:13:39.952 --> 00:13:40.212

277
00:13:40.082 --> 00:13:44.081
ตอบนะคะ

278
00:13:44.111 --> 00:13:44.368

279
00:13:44.303 --> 00:13:44.592

280
00:13:44.494 --> 00:13:50.055
ผิดค่ะเพราะว่าอะไรคะเพราะว่ามิวเทชันอันเนี้ยเกิดใน

281
00:13:49.942 --> 00:13:53.453
แต่ว่าอยู่ในชั้นที่จะส่งต่อไปยัง

282
00:13:53.331 --> 00:13:56.479
ลุกได้เนี่ยเขาเป็นมิวเทชันที่เกิดใน

283
00:13:56.488 --> 00:13:58.899
เซลล์สืบพันธุ์ค่ะ

284
00:13:58.971 --> 00:13:59.285

285
00:13:59.360 --> 00:14:04.677
จากที่เราได้เรียนมานะคะวันนี้เดี๋ยวเรามาลองสรุปเนื้อหาในบทเรียนกันค่ะ

286
00:14:05.191 --> 00:14:11.798
การเปลี่ยนแปลงของลำดับนิวคลีโอไทด์กลายเป็นแฟชั่นซึ่งอาจเกิดในระดับยีนหรือในระดับ

287
00:14:11.651 --> 00:14:15.492
มิวเทชันนะคะอาจก่อให้เกิดผลเสีย

288
00:14:15.441 --> 00:14:21.589
คนดีหรือไม่ส่งผลใดต่อสิ่งมีชีวิตได้ค่ะขึ้นอยู่กับว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวนั้น

289
00:14:21.650 --> 00:14:26.601
โปรตีนที่สังเคราะห์ขึ้นเปลี่ยนแปลงหรือไม่และอย่างไร

290
00:14:26.519 --> 00:14:26.793

291
00:14:26.656 --> 00:14:31.847
โดยมนุษย์นะคะได้มีการประยุกต์ใช้หลักการของการเกิดมิวเทชันในการ

292
00:14:32.161 --> 00:14:38.446
นามให้ได้สิ่งมีชีวิตที่มีลักษณะที่แตกต่างจากเดิมโดยการใช้รังสีและสารเคมี

293
00:14:39.400 --> 00:14:45.997

294
00:14:45.929 --> 00:14:46.749

295
00:14:47.279 --> 00:14:52.985
โอเคค่ะ

296
00:14:52.970 --> 00:14:54.745

297
00:14:54.710 --> 00:14:55.269

298
00:14:55.280 --> 00:14:59.711

299
00:14:59.700 --> 00:15:05.594

300
00:15:05.533 --> 00:15:11.596

301
00:15:11.562 --> 00:15:13.844


